unknown · · 517 lines

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๒ นาฬิกา)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือในเรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยจะให้ท่านหารือได้ท่านละ ๒ นาที ในสัปดาห์ที่แล้วท่านสมาชิกรักษาเวลา ได้ดีมากครับ ท่านก็ใช้เวลา ๒ นาที บางท่านก็เกินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อมีสัญญาณ ท่านก็หยุดได้ทันที เพื่อจะได้รักษาเวลาให้คนอื่นเขาได้หารือต่อนะครับ ท่านแรกจะให้เวลา ๒ นาที คือท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ🔗

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ๓ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

เรื่องแรก ได้รับแจ้งจากประชาชน ในพื้นที่อำเภอเลาขวัญ อำเภอห้วยกระเจา อำเภอบ่อพลอยและอำเภอหนองปรือ ในจังหวัดกาญจนบุรีว่าวันนี้ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะมันสำปะหลังซึ่งจาก ราคาเดิมตันละ ๓,๐๐๐ บาท วันนี้เหลือตันละ ๑,๑๐๐ บาท พืชเกษตรตัวที่ ๒ คือราคา ข้าวเปลือก จากราคาเกวียนละ ๑๒,๐๐๐ บาท วันนี้ เหลือเกวียนละ ๕,๐๐๐ บาท ราคา โคขุนจากราคากิโลกรัมละ ๑๐๕ บาท ถึง ๑๑๐ บาท ปัจจุบันนี้ราคาโคขุนกิโลกรัมละ ๗๐ บาท พืชผลทางการเกษตรเกือบทุกตัวตกต่ำครับ สาเหตุหลักประชาชนวันนี้เข้าใจว่า รัฐบาลนำสินค้าเกษตรจากต่างประเทศเข้ามา ทำให้ล้นตลาด ราคาพืชผลที่ผลิตออกมา ก็ตกต่ำ อยากเรียกร้องให้รัฐบาลงดนำเข้าสินค้าเกษตรที่ประเทศไทยผลิตได้ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เงินชดเชยค่าตัดอ้อยสดโดยไม่ต้องเผาก่อนตัดเพื่อลด PM2.5 ซึ่งปกติรัฐบาลชดเชยค่าตัดอ้อยสดต่อตันละ ๑๒๐ บาท แต่ปีนี้รัฐบาลชดเชยให้ ๖๙ บาท ลดลงไป ๕๑ บาท อ้อยบางส่วนรัฐบาลก็ไม่ได้ชดเชยให้ เนื่องจากอ้างว่ามีกากใบมาก ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วมีกากใบเพียง ๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อยากให้รัฐบาลช่วยพิจารณาเรื่องนี้ โดยเร่งด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจากได้นายกฤษฎา ขันทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๗ ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ว่าปัจจุบันนี้บ่อบาดาลสาธารณะ ในหมู่บ้านระดับน้ำใต้ดินลดลงเป็นจำนวนมาก อยากให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลส่งเจ้าหน้าที่ เข้าไปแก้ไขสำรวจและเจาะหาแหล่งน้ำบาดาล เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านได้มีน้ำกินน้ำใช้ อย่างพอเพียงครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่อง กราบเรียน ท่านประธานเป็นปัญหาทั้งนั้นครับ ท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรก คือกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของรัฐ วันนี้ก็มาหน้าสภา ประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ คน ท่านประธานครับ มาเพื่อให้ทางท่านผู้นำฝ่ายค้านและวิปรัฐบาล เลื่อนญัตติขึ้นมาเป็นญัตติที่ ๑ ในสัปดาห์หน้า เพื่อตั้งกรรมาธิการให้พี่น้องเหล่านี้ พี่น้อง พักอยู่ที่ข้างคลองเทเวศน์ ประมาณ ๒,๐๐๐ คน เพื่อรอความสำเร็จเหล่านี้ แต่ผมได้ กราบเรียนทางท่านประธานวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็กราบเรียน ท่านประธานเรียบร้อยแล้วว่าพี่น้องรอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบและ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยมันเหลืออยู่กี่คนนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผู้รับผิดชอบ คือสำนักนายกรัฐมนตรี🔗

เรื่องที่ ๒ ก็กราบเรียนซ้ำไปอีกครับ เรื่องสินค้าทางด้านการเกษตร สินค้าทางด้านเกษตรเดี๋ยวนี้ตกต่ำมาก ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ทุกตัวเลย อยากกราบเรียนไปที่รัฐบาลว่าควรจะตั้งงบประมาณมาซื้อสินค้าทางด้านเกษตรนำตลาด หน่อยสักระยะหนึ่ง เสร็จแล้วถึงปล่อยไปตามกลไกตลาด เดี๋ยวนี้มันตกต่ำจริง ๆ เหมือนกับ ท่านผู้ทรงเกียรติได้กราบเรียนท่านประธานว่าข้าว ๕,๐๐๐ บาท ได้อย่างไร ท่านประธาน มันสำปะหลังเรางดจากต่างประเทศเข้ามา จากเขมรเข้ามาก็ยังตกต่ำอยู่ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์คนใหม่ต้องหาขายของให้รีบด่วนเลย ท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องถนนคนเดินจากรถไฟฟ้าคูคตไปที่วัดโพสพผลเจริญ ระยะทาง ๗๒๐ เมตร อันนี้พี่น้องชาวคูคต ต้องขอกราบขอบคุณ ฯพณฯ ท่าน มนพร เจริญศรี ที่บอกว่าได้ตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๙ ให้เรียบร้อยแล้วเพื่อจะทำถนนคนเดิน รถแท็กซี่จะได้ ไม่จอดแออัด การสัญจรไปมาได้สะดวก รถแท็กซี่จะไปจอดที่วัดโพสพผลเจริญทั้งหมดเลย กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขณะนี้ทุกข์ ของแผ่นดินมีมากมายหลายเรื่อง เช่น ทุกข์จากการกระทำของ ท ทหาร กับ ฮ นกฮูก วันนี้ ผมขออนุญาตนำทุกข์ของแผ่นดินกลุ่มอาชีพเดิมอันเป็นที่มาของประโยคนี้ที่ว่าทุกข์ของ ชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน ซึ่งทุกข์มานานแล้ว ยังทุกข์อยู่ และยังจะต้องทุกข์ต่อไปมาหารือ เพื่อให้ท่านประธานช่วยกรุณาทำหนังสือให้ดำเนินการโดยด่วน ๓ เรื่อง ท่านประธานผมยัง ไม่แน่ใจท่านปลัดกระทรวงตุ๋มหรือท่านปลัดจตุพร บุรุษพัฒน์ คนเก่งมานั่งในตำแหน่ง ทางการเมืองครั้งแรกเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นปีติลาภหรือทุกขลาภ เพราะมีโจทย์ยาก ๆ ดังเช่นที่จะขอให้เร่งดำเนินการ ๓ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ทุกข์ของแผ่นดินเรื่องแรก การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาปลูกข้าวนาปรังครัวเรือนละไม่เกิน ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ๑๐ กว่าล้านไร่ เสร็จไปตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๘ ผ่านมาแล้ว ๒ เดือนเศษ ยังไม่ได้เงินเลย🔗

ทุกข์ของแผ่นดินเรื่องที่ ๒ ข้าวนาปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ ขึ้นทะเบียนแล้ว ๔,๕๐๐,๐๐๐ เศษ ๆ ครัวเรือน ๖๐ กว่าล้านไร่ ขณะนี้ราคาถูกกว่านาปรังอีก เริ่มเก็บเกี่ยว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป เกี่ยวไปน้ำตาตกไปตามราคาที่ตกลงต่ำกว่าราคา ข้าวนาปรังเสียอีก ท่านรัฐมนตรีช่วยซับน้ำตาชาวนาด้วย เร่งเตรียมมาตรการแก้ไขช่วยเหลือ และดูดซับปริมาณข้าวจะโดยการส่งออกแปรรูป หรือใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ชาวนามาแน่ถ้ายังแก้ไม่ได้🔗

ทุกข์ของแผ่นดินเรื่องที่ ๓ ราคาปัจจัยการผลิตสูงขึ้น ปุ๋ย ยา น้ำมัน ค่าจ้าง ค่าเช่านา สวนทางกับราคาข้าวเปลือกตกต่ำลงมาก ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยเร่งแก้ไข โดยเร่งด่วน🔗

สุดท้าย ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการทุกกรมของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เพื่อทำวาระแห่งชาติช่วยชาวนาด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณธัญธารีย์ สันตพันธุ์ ครับ🔗

นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาในพื้นที่อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร ผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานคะ การออกเอกสารสิทธิที่ดินสาธารณประโยชน์ โนนคำบอน เป็นปัญหาที่ประชาชน ๕ หมู่บ้าน ในอำเภอเขมราฐ ได้แก่ บ้านไทรย้อย บ้านโนนเตาถ่าน บ้านห่องข่อย บ้านดอนบาก และบ้านสามแยกเมืองใหม่ ได้รับผลกระทบ และรอคอยการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ดิฉันได้นำปัญหาดังกล่าวนำเสนอผ่านกระบวนการทางสภา ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ การปรึกษาหารือ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเร่งรัดและดำเนินการแก้ไข อย่างไร ก็ตามจากการได้พูดคุยกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้รับทราบว่า การแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดินดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน รวมทั้ง จากการที่ดิฉันได้ปรึกษาหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าไปเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาพบว่าวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ ได้รับทราบตอบกลับมาว่าอยู่ระหว่างส่งเรื่องให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเพื่อเป็นการติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาให้กับ ประชาชนในพื้นที่ ดิฉันจึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้กรุณาช่วยเร่งรัดแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดินโนนคำบอนให้กับ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วย ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเกียรติคุณ ต้นยาง ครับ🔗

นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธาน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จำนวน ๓ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้สะพานข้ามคลองเจ๊กหน้าโรงเรียนแสงประเสริฐ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากว่าสภาพสะพานชำรุด ทรุดโทรม แล้วก็ถนนเลียบคลองเจ๊กที่จะข้ามไปโรงเรียนแสงประเสริฐ เด็กนักเรียน มีอันตรายมาก ๆ เนื่องจากว่าถนนดังกล่าวไม่มีทางม้าลาย ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ไม่มีป้ายจราจรเตือนว่าเป็นเขตโรงเรียนและไม่มีที่ชะลอความเร็วจึงขอให้ท่านประธาน ได้โปรดประสานไปยังเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินการซ่อมหรือสร้างสะพานไม้อันนี้ให้ใหม่ แล้วก็ทำทางม้าลายสัญญาณไฟจราจร เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและเด็กนักเรียนโรงเรียนแสงประเสริฐ🔗

ต่อไปเป็นเรื่องความเดือดร้อนที่ ๒ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซอยโรงหมี่ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากว่าถนน ในซอยโรงหมี่นี้มีรถบรรทุกพ่วงดินขนาดหนักวิ่งผ่านบ่อยครั้ง จึงทำให้ถนนทรุด แตก ร้าว แยกออก แล้วก็ไม่มีความปลอดภัย จึงขอให้ท่านประธานได้โปรดประสานไปยังเทศบาล เมืองใหม่ บางบัวทอง ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง ทางอาญา กับรถบรรทุกดินดังกล่าว พร้อมกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่รู้เห็นเป็นใจการก่อสร้างถนนที่ไม่ได้มาตรฐานขอให้ดำเนินคดีด้วย🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวซอยสามวัง หมู่ที่ ๒ แล้วก็ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซอยดังกล่าวเป็นซอยที่มี เทศบาลนครบางบัวทอง หมู่ที่ ๒ ตำบลบางบัวทอง แล้วก็เทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง หมู่ที่ ๑๓ เนื่องจากว่าถนนทรุดแล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อทำให้เกิดอุบัติเหตุอันตราย จึงขอให้ ท่านประธานได้โปรดประสานไปยังเทศบาลนครบางบัวทอง เทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง ดำเนินการซ่อมสร้างถนนหลังตลาดสมบัติบุรี ซอยสามวัง หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๑๓ ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีด้วย ขอบพระคุณท่านครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณธนพัฒน์ ศรีชนะ🔗

นายธนพัฒน์ ศรีชนะ ยโสธร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนพัฒน์ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผม ขอหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องดังนี้นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธนพัฒน์ ศรีชนะ ยโสธร

เรื่องแรก ก่อนอื่นกระผมขอขอบคุณ ท่าน สจ. วรวุฒิ วงศาเวียง ที่ช่วยแจ้งปัญหามาถึงกระผมเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขัง🔗

๑. ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ระหว่างเทศบาลตำบลสามแยกไปถึงโรงสีชัยกุล แรกเริ่มเดิมทีเมื่อก่อนถนนบริเวณนี้จะมีคลองระบายน้ำและลำห้วยเก่าเป็นที่ระบายน้ำเวลา ฝนตกหนักก็ระบายน้ำออกได้ ปัจจุบันบ้านเมืองมีการพัฒนามากขึ้นทำให้คลองเดิมที ได้หายไปจึงเกิดปัญหาไม่มีคลองระบายน้ำ น้ำท่วมขัง การสัญจรไปมาของชาวบ้านลำบาก เกิดรถพังเสียหายหลายคัน🔗

๒. ทางหลวงหมายเลข ๒๑๖๙ บริเวณอำเภอกุดชุม ช่วงซอยเทศบาล ๓๙ ถึงซอยเทศบาล ๔๑ ถนนเส้นนี้มีปัญหาน้ำท่วมขังช่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง เดิมทีบริเวณนี้ แขวงทางหลวงมุกดาหารเคยนำงบประมาณมาทำคลองระบายน้ำในซอยเทศบาล ๓๙ แล้ว แต่ท่อได้อุดตันระบายน้ำไม่ได้ หากไม่รีบดำเนินการแก้ไขจะส่งผลให้น้ำท่วมขังเป็น จำนวนมาก การสัญจรค่อนข้างลำบากและเกิดอุบัติเหตุรถพังเสียหาย กระผมจึงอยากฝาก ท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงมุกดาหาร กระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา เร่งผลักดันงบประมาณและดำเนินการแก้ไขด้วยนะครับ🔗

๓. ถนนเส้นบ้านคำม่วงไข่-บ้านโชคชัยพร ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ระยะทาง ๒,๕๐๐ เมตร ถนนเส้นนี้เป็นถนนดินแดง เป็นหลุมเป็นบ่อ ชาวบ้าน สัญจรไปมาลำบากเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง กระผมจึงอยากฝากท่านประธานถึง อบจ. ยโสธร ช่วยลงมาดูพื้นที่ตรวจสอบและผลักดันงบประมาณซ่อมแซมถนนเส้นนี้ให้เป็นถนนลาดยาง เพื่อที่ชาวบ้านจะเดินทางไปได้สะดวก แล้วก็ขอขอบคุณชุดจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใส่ดี ใส่สบาย สวยมาก ๆ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณผกามาศ เจริญพันธ์ ครับ🔗

นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย🔗

เรื่องแรก สุรินทร์เป็นจังหวัดเกษตรกรรม แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า เราไม่สามารถบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่เพื่อใช้ในการเกษตรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เป็นประจำ โดยลำน้ำชีเป็นแม่น้ำสายหลักของประชาชน ในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่อำเภอพนมดงรักจนถึงอำเภอท่าตูม มีพื้นที่ ทางการเกษตรใช้ประโยชน์จากลำน้ำชีนับหมื่นไร่ แต่ยังขาดการกักเก็บน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ดิฉันจึงขออนุเคราะห์กรมชลประทานช่วยสนับสนุนงบประมาณการทำเขื่อนยางหรือประตู ระบายน้ำในลำชีก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำมูล แทนที่จะปล่อยน้ำทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ โดยกั้นลำน้ำเป็นช่วง ๆ ในระยะที่เหมาะสม ซึ่งดิฉันทราบในเบื้องต้นว่าทางกรมชลประทาน ได้มีการสำรวจแล้วในเขตพื้นที่ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ดิฉันจึงใคร่ขอให้ ทางกรมสนับสนุนอนุเคราะห์งบประมาณในการก่อสร้างเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภคและช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ตำบลกระโพและพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ ถ้าหากได้รับการสนับสนุนโครงการนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเป็นการ อนุรักษ์และรักษาสภาพลำน้ำให้เกิดความชุ่มชื้นแก่พื้นที่โดยรอบโครงการ ดิฉันจึงใคร่ขอให้ ทางกรมชลประทานช่วยสนับสนุนด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัจจุบันผู้ป่วยเป็นโรคไตมีจำนวนมาก อย่างที่ทราบกันดีว่าโรคไต เมื่อเราป่วยแล้วผู้ป่วยจะต้องฟอกไตจนกว่าจะได้รับการเปลี่ยนถ่ายไต และหากไม่ได้รับ การรักษาในระยะเวลาที่เหมาะสมจะนำไปสู่การเสียชีวิตจากภาวะไตวาย ซึ่งเกิดจาก ศูนย์ฟอกไตมีไม่เพียงพอ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการขาดรายได้ของ ญาติผู้ป่วยที่ต้องลางานมาที่โรงพยาบาล และลดความแออัดของโรงพยาบาลแม่ข่าย ดิฉันจึงอยากให้ทางกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนเพิ่มจำนวนศูนย์ฟอกไตโดยกระจายไป แต่ละอำเภอเพื่อลดความเท่าเทียมของผู้ป่วยโดยไม่ละเลยผู้ป่วยที่อยู่ในอำเภอขนาดเล็ก ซึ่งจังหวัดสุรินทร์นั้นมีบุคลากรที่พร้อม ดิฉันจึงอยากให้ทางกระทรวงสาธารณสุขช่วย สนับสนุนศูนย์ฟอกไตไปยังอำเภอสนม อำเภอบัวเชด อำเภอโนนนารายณ์ เป็นต้น ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณถนอมพงศ์ หลีกภัย ครับ🔗

นายถนอมพงศ์ หลีกภัย ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ถนอมพงศ์ หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดตรัง เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานประมาณเรื่อง ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องแรกก็เป็นเกี่ยวกับราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ พืชเศรษฐกิจประจำภาคใต้ บ้านของกระผมนะครับ ไม่ว่ายางพารา ไม่ว่าปาล์มน้ำมันหรือแม้กระทั่งผลไม้ทุเรียน มีราคา ตกต่ำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะยางพาราเป็นปัญหาโลกแตก ราคาเราตกต่ำมาเป็นเวลา หลายปีแล้ว ตอนนี้เกษตรกรในเขตบ้านผมในเขตภาคใต้ก็เริ่มไปนิยมปลูกปาล์มน้ำมัน ราคา ก็ตกประมาณ ๔-๕ บาท ถ้าถามว่าดีก็ยังไม่ดีเท่าที่ควรราคาปาล์มน้ำมัน ก็จะดีขึ้นในช่วงของ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตกประมาณกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ก็อยู่ได้ประมาณ ๔-๕ วัน ราคา ก็ดิ่งลง ผมเชื่อเหลือเกินว่าสินค้าเกษตรที่นำเข้ามาจากต่างประเทศทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่ง สินค้าจากอเมริกา เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ราคาดีมากครับ แต่สินค้าของเรากลับตกต่ำ เป็นมาหลายชั่วอายุครับ ท่านประธานสภาครับ กระผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ หลังจากรับตำแหน่งก็ลงไปตรวจ ลงไปดูแลพี่น้องชาวปักษ์ใต้จังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องมังคุดราคาตกต่ำ พร้อมด้วยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ราคาผลไม้ตามฤดูกาลของจังหวัดนครศรีธรรมราชตกต่ำอย่างมาก ก็อยากจะฝาก ผ่านทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงเจ้าของกระทรวงว่าให้ช่วยกันพยุงราคา สินค้าเกษตรตามที่เกษตรกรต้องการ ขอบคุณท่านประธานมากครับ ด้วยความเคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนมาจากท่าน สจ. ประมวล บ่อไทย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเขตอำเภอชำนิ บอกว่าในพื้นที่ของอำเภอชำนิวันนี้ เดือดร้อนในเรื่องของยาเสพติดที่ระบาดมากเหลือเกินครับ โดยเฉพาะผู้ที่ติดยา แล้วก็ หลอนยา พร้อมที่จะทำอันตรายแก่พี่น้องประชาชน พร้อมที่จะทำลายทรัพย์สิน ถือเป็น ภัยสังคมอย่างยิ่ง ตำรวจจับไปสอบเสร็จส่งกลับ รุ่งเช้าเมาใหม่ก็เป็นวัฏจักรอยู่อย่างนี้ อยากให้มีมาตรการอะไรก็ได้ขอให้สังคมสงบสุขแล้วก็ปลอดจากยาเสพติดครับ🔗

ประการที่ ๒ ขอส่งข่าวไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ผมอยากให้ท่านในฐานะที่รับผิดชอบดูแลกระทรวงมหาดไทยนั้น มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ท่านอย่ามัวคิดล้างแค้น เลยครับ วันนี้จะเห็นได้ว่าท่านบอกไม่ล้างแค้นแต่อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นทั้ง ๒ ท่าน ที่ท่านย้ายภายในอาทิตย์หนึ่งเป็นเพราะมาจาก จังหวัดบุรีรัมย์ใช่ไหมครับ ถ้าท่านคิดว่าจะย้ายคนที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่งตั้งนั้น ท่านจะต้องย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ย้ายนายอำเภอทุกอำเภอ จะทำให้ท่านเสียเวลา ไม่มีเวลาดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ผมว่าอย่างท่านอธิบดีกรมการปกครองเหลือเวลาอีก ๒ เดือน กันยายนท่านจะเกษียณ วันที่ท่านรับตำแหน่งวันแรก อธิบดีกรมการปกครองคนนี้นำกำลังไปทลายบ่อนแถวสายไหม จับนักพนันได้จำนวนมาก อะไรที่เขาไม่รับสนองนโยบายของท่านครับ อยากให้ท่านมีจิตใจ ที่เป็นธรรมและมีจิตใจที่เป็นมนุษย์บ้างครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยภาคเหนือว่าขณะนี้เข้าถึงฤดูเก็บเกี่ยวลำไยแล้ว พื้นที่การปลูกประมาณ ๑ ล้านไร่ ๘ จังหวัดภาคเหนือ ผลผลิตคาดการณ์ว่าจะออกถึง ๗๐๐,๐๐๐ ตัน ปีที่แล้วลำไยในฤดูโดยเฉพาะรูดร่วงเบอร์ A ราคาดีปีที่แล้ว เบอร์ A ประมาณ ๑๗ บาท แต่ปีนี้เปิดตัวมาเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมตามภาพที่ท่านเห็น🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินเปิดคลิปภาพ)
นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

ไปที่เบอร์ A ซึ่งเป็นผลผลิตมีมากที่สุด ในภาคเหนือเหลือเพียง ๙ บาท ภาพที่ ๒ ราคา ณ เมื่อวานนี้วันที่ ๘ ขึ้นมานิดหนึ่ง เบอร์ A ๑๐ บาท พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยบอกว่าถ้าโดยราคาอย่างนี้เขาอยู่ไม่ได้ ไหนจะค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงานอีกที่จะต้องมาเก็บเกี่ยว แล้วเอาลำไยไปร่อนแล้วส่งล้งเพื่อรับเงิน ๙ บาท ๑๐ บาท มันไม่พออยู่ได้ เขาอยากให้ทางกระทรวงพาณิชย์ โดยท่านรัฐมนตรีท่านใหม่ ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ ไปดูแผนปีที่แล้วที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้พยุงราคาลำไยไว้ ทำไม เขาถึงซื้อขายกันได้เบอร์ A ถึงกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ดังนั้นเกษตรกรผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ ก็วิงวอนให้ท่านรัฐมนตรีว่าการท่านใหม่ช่วยพยุงราคาลำไยโดยเฉพาะเบอร์ A ในราคา ไม่ต่ำกว่า ๑๕ บาทต่อกิโลกรัม🔗

มาถึงเรื่องมะม่วงทองดำซึ่งกำลังเก็บเกี่ยวกันอยู่ ปีที่แล้วราคา ๒๕ บาท ต่อกิโลกรัม ปีนี้เหลือ ๑ บาท ๒ บาท ต้องต่อคิวเอาไปขาย ไม่มีใครรับซื้อ ขอนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านใหม่ลงพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน หรือภาคเหนือโดยด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาราคามะม่วงทองดำและลำไยในฤดูอย่างเร่งด่วนครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ในช่วงเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมาบริเวณฝั่งทะเลอันดามันของไทยได้เกิดแผ่นดินไหว หลายร้อยครั้ง โดยเฉพาะบริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์และหมู่เกาะสุมาตรา ซึ่งทุกท่านรู้อยู่แล้วว่า เมื่อเป็นพื้นที่ที่ถ้าเกิดแผ่นดินไหวหรือมีสึนามิตามมาประเทศไทยจะได้รับผลกระทบ อย่างรุนแรงจากทั้ง ๒ พื้นที่นี้นะครับ หลายคนก็บอกว่าไม่ต้องตกใจเพราะว่าเป็นพื้นที่ที่เกิด แผ่นดินไหวเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ที่ต้องจับตาก็คือแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเกิดในลักษณะ เป็นแบบต่อเนื่องและเป็นแบบฝูง เกิดเป็นร้อยครั้งในระยะเวลาไม่ถึง ๑๐ วัน ซึ่งถือว่า เป็นจำนวนที่ผิดปกติ เอากันตรง ๆ ก็คือว่าผมเองตั้งแต่เกิดมาที่ผ่านเหตุการณ์มาในพื้นที่ อันดามันก็ยังไม่เคยเห็นลักษณะการเกิดแผ่นดินไหวลักษณะแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน และในขณะที่เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างผิดปกติแบบนี้ ตอนนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ก็เกิดความสับสน บางแหล่งก็บอกว่าการเกิดแผ่นดินไหวนี้จะนำไปสู่การเกิดสึนามิได้ บางแหล่งข่าวก็บอกว่าไม่ต้องกังวลมันจะไม่เกิดสึนามิแน่ ๆ คนที่จะต้องออกมาชี้ให้ชัดเจน ก็คือรัฐบาลครับ อย่าปล่อยให้พี่น้องประชาชนไปหาข้อมูลกันเอง แล้วเป็นข้อมูลที่เชื่อถือ ไม่ได้อย่างเช่นใน TikTok ในเฟซบุ๊กอย่างนี้ไม่ได้นะครับ วันนี้รัฐได้ออกมาพูดคุย ได้ออกมา ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วหรือยัง รัฐได้ออกมาเตรียมแผนรับมือ เตรียมแผนอพยพหากเกิด เหตุการณ์ขึ้นหรือยัง ได้ให้ข้อมูลวิธีการปฏิบัติกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้วหรือยัง ผมเอง ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพื้นที่ฝั่งอันดามัน วันนี้ผมยังไม่เห็นรัฐบาล ออกมาทำอะไรที่เป็นการเตรียมรับมือเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เราไม่มีทางรู้หรอกว่าสึนามิ มันจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นคือรัฐบาลจะต้องมีความพร้อม ถ้าหากเกิด เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่มันเกิดขึ้น วันนี้ท่านแต่งตั้ง ครม. กันเสร็จแล้ว ตั้งรัฐบาลกันเสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นขอร้องเถอะครับ หันกลับมาดูแลพี่น้องประชาชนบ้างนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ🔗

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่ พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมธัมมจักกัปปวัตตนสูตรให้กับปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ อัสสชิ แล้วก็ต่อเนื่องไปจนถึงวันเข้าพรรษา ที่ผมจะพูดเรื่องนี้ก็คือว่า ที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่สืบต่อเนื่องกันมายาวนาน เข้าพรรษาจะจัดที่อุบลราชธานี แล้วก็ทำ MOU กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ้าออกพรรษา ก็จะเคลื่อนเทียนไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในงานชักพระประเพณี ช่วงวันที่ ๗-๑๖ กรกฎาคม จะมีกิจกรรมตลอดทั้งเดือน ของกินถิ่นไทย ถนนสายเทียน ถนนสายธรรม วิจิตรศิลป์ ถิ่นไทย ฟื้นเมืองเก่า เล่าเรื่องเทียน แม้กระทั่งมีการประกวดนางงามต้นเทียน นางงาม ต้นเทียน ก็มีแต่คนสวย ๆ ทั้งนั้น ซึ่งประกวดมาแล้วเมื่อคืนนี้ แล้วมีการร่วมแรงร่วมใจของ พี่น้องชาวอุบลราชธานี ทุกวัด ทุกชุมชน ทุกอำเภอที่จะเอาต้นเทียนมาร่วมกัน เพราะฉะนั้น จึงอยากเชิญชวนพ่อแม่ พี่น้องทั่วทั้งประเทศไทยไปร่วมชมงานขบวนแห่เทียนพรรษา ที่อุบลราชธานี จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลงานแห่เทียนในครั้งนี้ด้วย หน่วยงานแรก กรมประชาสัมพันธ์ให้ช่วยประชาสัมพันธ์และทำการถ่ายทอดสดในช่อง Free TV ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยได้ดู กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ช่วย สนับสนุนงบประมาณมาในการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมโดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่มากำกับดูแลกระทรวงนี้ด้วย ซึ่งมีโครงการงบ Soft Power เยอะแยะมาก และสุดท้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะ สภ.เมือง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้กำกับดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ในวันเข้าพรรษาของงานแห่เทียนเมืองอุบลราชธานีด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณณรงเดช อุฬารกุล🔗

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ป้ายแดง ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ ได้ไปประกาศที่จังหวัดนครศรีธรรมราชว่าปัญหา ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำในปีนี้เกิดขึ้นเพราะแต่งตั้งท่านให้มาดำรงตำแหน่งช้าไป วันนี้ผม จึงมีเรื่องมาให้ท่านรัฐมนตรีได้แสดงฝีมือครับ วันนี้ปัญหาราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำมาตั้งแต่ ปีที่ผ่านมา ที่มีราคา ๑ บาท ๙๐ สตางค์ ปีนี้เหลือเพียง ๑ บาท ๓๖ สตางค์ ลดลงมาแล้ว กว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เกษตรกรเขาบ่นกันทั่วประเทศว่าราคามันสำปะหลังตกต่ำ แต่กระทรวงพาณิชย์กลับประกาศเป็นผลงานว่าปีนี้สามารถส่งออกมันสำปะหลังได้มากขึ้น กว่าปีที่ผ่านมาถึง ๑ ล้านตัน ท่านประธาน ด้วยความสงสัยผมจึงไปตรวจสอบกับทาง กรมศุลกากรก็พบว่าเป็นเรื่องจริง ครึ่งแรกของปีนี้เรามีการส่งออกมันเส้นเพิ่มขึ้นถึง ๙๕๐,๐๐๐ ตัน แม้จะส่งออกมันอัดเม็ดลดลงเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อคำนวณเป็นหัวมันสดแล้ว เท่ากับเราส่งออกได้เพิ่มขึ้นถึง ๒.๑๗ ล้านตัน คำถามคือแล้วทำไมราคามันสำปะหลัง ในประเทศถึงยังตกอยู่ ท่านประธาน เมื่อไปดูตัวเลขการนำเข้าในช่วงเดียวกันก็พบว่ามีการ นำเข้ามันอัดเม็ดเพิ่มขึ้น ๑๑๘,๐๐๐ ตัน และนำเข้ามันเส้นเพิ่มขึ้น ๕๑๒,๐๐๐ ตัน เมื่อแปลง เป็นหัวมันสดแล้วเท่ากับ ๑.๗๔ ล้านตัน นั่นก็หมายความว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณ การส่งออกที่เพิ่มขึ้นที่กระทรวงพาณิชย์อ้างถึงไม่ใช่การส่งออกมันไทย แต่เป็นการส่งออก มันต่างด้าวที่ใช้บัตรผ่านแดนนำผ่านเข้ามาประเทศไทยเพื่อส่งออก นี่คือต้นเหตุว่าทำไม เราส่งออกมันมากขึ้นแต่ราคากลับไม่ได้ดีขึ้นเลย การประกาศความสำเร็จโดยไม่พูดถึงตัวเลข การนำเข้าเป็นการพูดความจริงเพียงแค่ครึ่งเดียว และเป็นครึ่งที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ใด ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยเลย ผมจึงอยากขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีได้โปรดนำโจทย์นี้ไปแก้ไขโดยด่วน ช่วยออกมาตรการบริหารจัดการ และควบคุมการนำเข้ามันสำปะหลังอย่างจริงจัง ตัวเลขการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากการ ปล่อยปละละเลยไม่ใช่ผลงาน หวังว่าท่านรัฐมนตรีจะไม่ช้าเกินไปที่ท่านรัฐมนตรีจะนำโจทย์นี้ ไปแก้ไข ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณศาสตรา ศรีปาน ครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ทุกท่าน ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เด็กหาดใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้มีเรื่องมาหารือกับท่านประธานเพียง ๑ เรื่องเท่านั้น แล้วก็ขอเป็นตัวแทนครูทั้งประเทศ ที่กำลังจะหมดไฟ กำลังจะลาออกหรือแม้แต่กำลังจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย วันนี้ผมพูดไม่ผิด ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๘ ได้มีครูท่านหนึ่งจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายแล้วก็ทิ้งจดหมายไว้ ๑ ฉบับ ในใจความของจดหมายฉบับนั้นท่อนหนึ่งก็คือเป็นในเรื่องของภาระหน้าที่ครูที่มาก เกินไปทำให้เครียด กลัวที่จะทำเอกสารพัสดุการเงินผิดอาจจะติดคุกติดตะรางไป ทำให้ เครียดแล้วก็ตัดสินใจแบบนั้น วันนี้ในเรื่องของการเงินพัสดุเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งแก้ไข ซ้ำร้ายกว่านั้นเลขาธิการ สพฐ. เองออกมา แถลงข่าวบอกว่าโรงเรียนมีตั้ง ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน แต่ครูแค่โรงเรียนเดียว ออกมาพูดแบบนี้ เป็นการตัดกำลังใจครูอย่างมาก เพราะว่าวันนี้ครูมีภาระงานหนักจริง ๆ เหมือนทำเป็น ไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าวันนี้ปัญหานี้เกิดขึ้นจริง ๆ จริง ๆ แล้วครูทุกโรงเรียนมีปัญหาแบบนี้ หมดเลยทุกโรงเรียน แต่ทราบไหมว่าวันนี้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้โดนแก้ไข เขาไม่ได้คิดสั้นแบบครู ท่านนั้นก็เท่านั้นเอง ครูเป็นทุกอย่าง เป็นการเงินทำการเงิน เป็นตำรวจ เป็นแม่ครัว เป็นแม่บ้าน เป็นภารโรง อย่างเดียวที่ไม่ได้เป็นคือเป็นครูนี่ล่ะครับ เพราะฉะนั้นต้องเร่งแก้ไข ๑. ปลดล็อกท้องถิ่นเลย แล้วก็ให้บรรจุของ อปท. มาทำหน้าที่การเงินพัสดุแทน หรือหน้าที่ อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ครู หรือจัดหาโปรแกรมก็ได้ที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เป็นเครื่องมือให้ ครูได้ทำงานอย่างง่ายแล้วก็ถูกต้อง ที่สำคัญสวัสดิการต้องเพิ่มให้กับคุณครู เงินเดือน ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ใครจะอยากเป็นครู ครูเก่ง ๆ จะอยากยังเป็นครูได้อย่างไร จะมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีได้อย่างไร วันนี้ครูไปสอนพิเศษหมดแล้ว สอนพิเศษเพราะมีรายได้มากกว่า อย่างนี้ เด็กยากจนจะเรียนกับครูดี ๆ ต้องไปเรียนพิเศษ ต้องเพิ่มภาระให้กับผู้ปกครองอีก แบบนี้ครูจะเป็นครู หาครูที่ดี ๆ ได้อย่างไรในระบบการศึกษาไทย สุดท้ายฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ที่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องการลดภาระของ คุณครูก็ดี เพิ่มขวัญและกำลังใจให้ครูก็ดี ที่สำคัญในหลักสูตรการเรียนการสอนของ เด็กนักเรียนก็เพิ่มวิชาประวัติศาสตร์ เรื่องของรากเหง้าต่าง ๆ หน้าที่พลเมืองให้กับ นักเรียนด้วย ฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ให้เร่งแก้ปัญหาภาระหน้าที่ของครูที่ มากจนเกินไปตอนนี้ เดี๋ยวนี้เลยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล ครับ🔗

นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวสามพราน ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการประสานงาน จาก ส.จ. นกรณ์ เมธาชยกรณ์ ถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบริเวณ ถนนพุทธมณฑล สาย ๔ กรณีทางเท้าชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ จนชาวบ้านบริเวณนั้นต้องปรับ ถนนกันเองแล้วท่านประธาน โดยจุดที่ได้รับการร้องเรียนมานั้นคือบริเวณด้านหน้าหมู่บ้าน พฤกษาวิลล์ และด้านหน้าตลาดมาลี ซึ่งทางเท้าบริเวณนี้จะมีพี่น้องจากหลายหมู่บ้าน มาใช้งานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นจากหมู่บ้านสิวารัตน์ ๕ และหมู่บ้านพัชรวิลล์ โดยทาง สจ. นกรณ์ ได้ฝากเรื่องนี้มาถึงกระผมเพื่อหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยพิจารณามาตรการในการพัฒนาทางเท้าบริเวณนี้ให้เป็นแบบลาดยางเหมือนกับทางเท้า บริเวณถนนเพชรเกษมด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ กรณีการใช้พื้นที่ของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสามพราน ได้จัดให้มีกิจกรรมที่มีการส่งเสียงดังหลังเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกา ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อน รำคาญแก่พี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น รวมถึงเหตุการณ์ในลักษณะแบบเดียวกันนี้ ในพื้นที่อื่น ๆ ของอำเภอสามพรานอย่างยั่งยืนด้วย🔗

เรื่องที่ ๓ กรณีขอให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาแผนการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมอย่างรอบคอบและรัดกุม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และขอให้ ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดนครปฐม ตลอดจนถึงผู้บริหารท้องถิ่นทุกท่านให้ได้มี มาตรการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสามพราน ที่ต้องเจอปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปีเพื่อช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำที่อาจจะ เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเส้นทางการระบายน้ำ การบริหารจัดการน้ำ ในคลองต่าง ๆ รวมถึงการติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ในพื้นที่อย่างยั่งยืน แล้วสุดท้ายนี้ผมขอเสนอให้มีการพัฒนาขุดคลองลัดในพื้นที่ตอนล่างของ ลุ่มแม่น้ำท่าจีนซึ่งมีลักษณะคดเคี้ยวเป็นอย่างมาก เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบาย น้ำให้ดียิ่งขึ้นต่อไปด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณชัชวาล แพทยาไทย🔗

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ผมขออนุญาตหารือผ่านท่านประธาน เป็นทั้งประเด็นคำถามไปยังคณะกรรมการนโยบาย และบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ ที่มีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นคณะกรรมการ ถึงปัญหาความไม่สบายใจของพี่น้องชาวนาทั้งประเทศที่ยังสับสนในมาตรการช่วยเหลือของ รัฐบาลในการช่วยเหลือพี่น้องนาปีปีนี้ จากมติ นบข. ล่าสุดรัฐบาลประกาศช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวนาปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ รวมกว่า ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท ฟังดูเหมือนยิ่งใหญ่ครับ แต่พอ ลงลึกในรายละเอียด รายละเอียดที่สำคัญคือการตัดเงินสดที่พี่น้องชาวนาเคยได้ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เหลือเพียงไร่ละ ๕๐๐ บาท อีก ๕๐๐ บาท ไปอยู่ในรูปแบบปุ๋ยที่อาจจะ ยังไม่ตอบโจทย์และถูกบังคับให้กดรับผ่าน Application ถามจริง ๆ เถอะครับ พี่น้องชาวนา อายุ ๖๐-๗๐ ปี จะใช้ Application ธนาคารได้สักกี่คน ท่านประธานครับ ต้นทุนการผลิต วันนี้สูงมากครับ น้ำมัน ปุ๋ย แรงงาน ต้นทุนชาวนา ๑ ไร่ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท ขายข้าวได้ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท เขาอยู่ไม่ได้หรอกครับ สิ่งที่จะตั้งเป็นประเด็นคำถามก็คือว่า อยากวิงวอนไปยังคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ให้ท่านช่วยทบทวน ในเรื่องมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวเพื่อให้พี่น้องชาวนาได้เข้าใจ ได้กระจ่างใจในจุดนี้ ผมจึงอยากฝากไปยังคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติครับ สุดท้าย ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือก็ได้ครับ ถ้าพี่น้องเกษตรกรชาวนามีปัจจัยการผลิต ที่เพียบพร้อม ต้นทุนการผลิตถูกลง แล้วก็ราคาผลผลิตดีขึ้น ฝากท่านประธานด้วย ความเคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณรัชนก สุขประเสริฐ ครับ🔗

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายนที่ผ่านมาศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสาร แห่งประเทศไทย TTRS ซึ่งทำหน้าที่เป็นล่ามภาษามือให้กับผู้พิการทางการได้ยินและผู้พิการ ทางการพูด ได้ใช้บริการโทรคมนาคมสื่อสารกับคนทั่วไปได้สะดวกขึ้น ได้แจ้งข่าวว่า ปิดให้บริการทุกระบบ โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้รับงบประมาณจาก กสทช. มา ๒ ปีแล้ว ทำให้ ไม่สามารถแบกรับต้นทุนในการดำเนินงานต่อไปได้ สำหรับผู้พิการทางการได้ยินและผู้พิการ ทางการพูดเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นการลดทอน ตัดช่องทางการติดต่อสื่อสารของ ผู้พิการกับคนทั่วไป ทำให้กลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น ทั้งที่การสื่อสารควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ถือเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องทำให้ทั่วถึงและเท่าเทียม ไม่ใช่ปล่อยให้ถูกกลืนหายไป ไม่ใส่ใจ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมา TTRS ดำเนินการภายใต้ภารกิจ จัดให้มีบริการโดยทั่วถึงและ บริการสังคม ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสทช. มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เพื่อให้คนพิการ ทางการได้ยินและคนพิการทางการพูดสามารถสื่อสารกับคนทั่วไปผ่านโทรคมนาคมพื้นฐานได้ แต่เมื่อต้องหยุดให้บริการผลกระทบที่เกิดขึ้นคือบริษัทเอกชนที่จ้างงานหลายบริษัท ไม่สามารถโทรติดต่อหาลูกจ้างที่เป็นผู้พิการทางการได้ยินได้ เกิดอุปสรรคในการทำงาน มากขึ้น และส่งผลต่อการตัดสินใจในการจ้างงานในอนาคต งบประมาณได้ ส่วนตัวดิฉันเองไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นจนเป็นเหตุให้ กสทช. ที่มีงบประมาณมากมาย จากการประมูลคลื่นความถี่ แต่ละครั้งที่มีกองทุนมหาศาลเลย ในการพัฒนาระบบ ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้พิการสามารถเข้ารับบริการขั้นพื้นฐานของรัฐด้านการสื่อสารได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมไม่สามารถให้งบประมาณได้ แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นและมีผลกระทบต่อผู้พิการ ภาครัฐมีหน้าที่ต้องขับเคลื่อนให้เกิดความเท่าเทียมแก่ผู้พิการไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะ เป็นการสอบถามไปยัง กสทช. หรือรับฟัง ปัญหาโดยตรงจากผู้พิการและหามาตรการ ช่วยเหลือเพื่อให้คนพิการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ดิฉันขอ ฝากเรื่องนี้ไว้ แม้วันนี้เสียงของผู้พิการจะเงียบกว่าเสียงของการแบ่งแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกัน แต่รัฐบาลควรจะต้องได้ยินและจัดการแก้ไขปัญหาให้กับคนพิการโดยเร็วที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จุดด้วยกันค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

จุดแรกที่ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้ใหญ่บ้านมนัส โท้เป๋า แจ้งว่าถนนที่มุ่งหน้าไปเขื่อนทดน้ำบางปะกง ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างเลย ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในเวลา กลางคืน ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย ดิฉันจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตั้งไฟส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนด้วยค่ะ🔗

จุดที่ ๒ คุณเสาวลักษณ์ พรธรรมไทย แจ้งผ่าน Page ว่าถนนสาย ๓๑๔ บางปะกง ฉะเชิงเทรา บริเวณแยกวัดผาณิตาราม หน้า Mega Home มีถึง ๘ ช่องจราจร ไม่มีทางข้าม ทำให้การข้ามถนนเต็มไปด้วยความเสี่ยง จึงขอให้พิจารณาทำทางม้าลาย หรือสะพานลอยคนข้ามด้วยค่ะ🔗

จุดสุดท้าย ประชาชนในตำบลบางไผ่ ตำบลคลองจุกกระเฌอ อำเภอเมือง และตำบลดอนทราย อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ร้องขอให้กรมทางหลวงช่วยสร้าง ศาลาพักคอยบริเวณหมู่ที่ ๘ ตำบลบางไผ่ ฝั่งตรงข้ามวัดจุกกระเฌอ เพราะมีนักเรียน และประชาชนทั่วไปต้องยืนรอรถกลางแดดเป็นประจำ ขอฝากเรื่องทั้งหมดนี้ให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาเป็นการเร่งด่วนด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเชตวัน เตือประโคน🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทน พี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่อง ดังต่อไปนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรื่องที่ ๑ ฝากไปถึงแขวงทางหลวงชนบท จังหวัดปทุมธานี ปัญหาของถนนไสวประชาราษฎร์ที่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ แขวงทางหลวงชนบทปทุมธานี ทางเทศบาลเมืองลาดสวายเองพิจารณาว่าถ้าจะสามารถ ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่นได้ก็จะดีมาก เพราะปัจจุบันนี้เวลามีปัญหาน้ำท่วมอย่างหน้าหมู่บ้าน พฤกษ์ลดาแบบนี้ทางเทศบาลก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปจัดการอะไรได้ หรือปัญหาไฟดับ แบบนี้หน้าซอยร่วมสุขก็ไม่สามารถที่จะไปดูแลแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้ ถ้าทางแขวงทางหลวงชนบทสามารถถ่ายโอนได้ก็จะดีมาก หรือว่าเบื้องต้นช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนอย่างนี้ก่อนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนลำลูกกา กรณีล่าสุดที่เป็นข่าวคราวครึกโครมใหญ่โตนะครับ กรณีที่มีรถชนแม่ที่อุ้มลูกวัย ๕ เดือน แล้วก็เสียชีวิตคาที่ขณะที่ลูกวัย ๕ เดือนนั้นก็รอดชีวิต อย่างหวุดหวิด เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณหน้าวัดคลองชัน ซึ่งพี่น้องประชาชนเขาอยากให้มี สะพานลอยเกิดขึ้นนะครับ ก็ฝากไปทางแขวงทางหลวง ฝากไปทาง สภ. คูคต แล้วก็ฝาก ไปถึงทางเทศบาลเมืองลาดสวายด้วยถ้าจะมีการพิจารณาร่วมกันในการจัดสร้างสะพานลอย เพื่อให้ประชาชนได้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นบริเวณหน้าวัดคลองชันนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ฝากไปถึงกรมชลประทาน จังหวัดปทุมธานีของเราเป็นจังหวัด ที่มีคลองเยอะมาก ๆ ปัจจุบันอยู่ในสภาพนี้เลยมีผักตบชวาขึ้นเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะคลองหนึ่ง คลองสอง คลองสาม และที่คุณสกล สส. ในเขตคลองหลวงฝากมา คลองบางขัน-เชียงราก บริเวณหลังวัดบางขันก็อยู่ในสภาพแบบนี้ ก็ฝากกรมชลประทานช่วย ขุดลอกช่วยจัดการในส่วนของผักตบชวาด้วย เอางบมาลงที่จังหวัดปทุมธานีด้วยนะครับ แบบนี้จังหวัดที่มีคลองเยอะที่สุดอย่าไปจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ฝากด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณชนก จันทาทอง ครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๓ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากท่านผู้ใหญ่บ้านบ้านนาสิงห์ หมู่ที่ ๒ ตำบลพระบาทนาสิงห์ อำเภอรัตนวาปี ถึงปัญหาความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนนั้นไม่มี แหล่งน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาสำหรับครัวเรือนและน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร มีหนองน้ำ สาธารณะชื่อหนองวัวแต่ว่าไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ในช่วงหน้าแล้ง จึงนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ราคาวัว ราคาควายตกต่ำ เรื่องนี้ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จาก พี่น้องประชาชนยาวนานต่อเนื่องมาหลายปีแล้วค่ะ ถึงปัญหาราคาวัว ราคาควายตกต่ำ ย้อนแย้งกับราคาวัว ควายที่เป็นตัวนี่ถูก แต่ราคาหน้าเขียงแพงมาก จึงนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ด้วยค่ะ เป็นความ ท้าทายของท่าน หากท่านแก้ไขเรื่องนี้ได้ท่านจะเป็นวีรบุรุษของผู้เลี้ยงวัว ควาย แน่นอนค่ะ🔗

เรื่องสุดท้าย เรื่องการขอให้เปิดหน่วยงานให้คำปรึกษาติดตามทวงถาม ปัญหาแก๊ง Call Center ตลอด ๓ เดือนที่ผ่านมาที่ได้ปิดสมัยประชุมสภาดิฉันได้รับการ ร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนที่ถูกหลอกลวงด้วยปัญหาแก๊ง Call Center มากถึง ๓ คน ด้วยกัน ที่เจ็บปวดที่สุดคือเด็กอายุเพียง ๑๗ ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อยากมีงานทำ ใช้บัตรประชาชนไปสมัครงาน สุดท้ายถูกตำรวจออกหมายเรียก ปัญหาประเด็นคือเวลา พี่น้องประชาชนมีปัญหานั้นไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปปรึกษาหรือติดตามทวงถามคดีนี้ได้อย่างไร ทำตามขั้นตอนรัฐทุกอย่างค่ะ แจ้งความลงบันทึกประจำวัน แจ้ง Call Center ตามที่ ๑๔๔๑ ได้ User ID มาแล้ว แต่ไม่สามารถติดตามทวงถามคดีได้ จึงนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ช่วยเพิ่มหน่วยงานนี้ เพื่อให้คำปรึกษาพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณธัญธร ธนินวัฒนาธร ครับ🔗

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในเขตบางแคและภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือ ท่านประธาน ๔ เรื่อง ดังนี้🔗

เรื่องแรก การก่อสร้างบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย ๑ เป็นไปด้วยความล่าช้า พื้นที่ก่อสร้างนั้นไม่มีที่กันมิดชิด ปากท่อก็เปิดทิ้งไว้ ไฟฟ้าส่องสว่างก็ยังไม่ทั่วถึง มีปัญหา ความปลอดภัยกับผู้ใช้ทาง นักเรียนและร้านค้า ๒ ข้างทางมากครับ โดยขอให้ควบคุมงาน ให้เป็นไปตามกฎหมาย เดิมกำหนดจะแล้วเสร็จในเดือนหน้า เดือนสิงหาคมแล้ว แต่ผมดู หน้างานไม่ทันแน่ ๆ ขอให้เร่งดำเนินการ ผมและกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ จะลงพื้นที่ในวันจันทร์ที่ ๑๔ กรกฎาคมนี้ เพื่อติดตามงานด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ โครงการวางท่อประปาล่าช้าทั้งกรุงเทพมหานครเลย ของเขตบางแค และภาษีเจริญหลาย ๆ ที่ก็ขุดมาเปิดหน้างานทิ้งไว้ และไม่ดำเนินการต่อให้เสร็จเสียที ประชาชนก็เดือดร้อนขอให้เร่งดำเนินการโดยเฉพาะบริเวณปากซอยเพชรเกษม ๔๘ หลังตลาดบางแคหรือบางแค ๑ และซอยบางแวก ๑๓๘🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้รัฐบาลเร่งวางนโยบายวัคซีนไข้เลือดออกเพื่อประชาชนครับ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง หลังจากที่ผมได้หารือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไป เมื่อปลายปีที่แล้วถึงสถานการณ์ไข้เลือดออกซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามจำนวนครั้งที่ติดเชื้อ และระบาดใหญ่ทุก ๒-๓ ปี โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนมีอัตราป่วยสูงถึงเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว ทุกวันนี้ยังต้องจ่ายค่าวัคซีนเองอยู่ประมาณคนละ ๔,๐๐๐ บาท รัฐควรพิจารณา สนับสนุนควบคู่ไปกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยอาจเริ่มจากผู้ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ก่อน ก็ได้นะครับ🔗

เรื่องสุดท้าย จากกรณีข่าวที่ สปสช. เล็งจำกัดครั้งรับบริการคลินิกนวัตกรรม ๓๐ บาทรักษาทุกที่ โดยคาดว่าจะเริ่มเดือนหน้านี้แล้วเหลืออยู่ที่ ๔ ครั้งต่อเดือน ประเด็นนี้ ผมขอให้ทบทวนพิจารณาความจำเป็นในกลุ่มผู้ป่วยบางโรคที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อย่างต่อเนื่อง เช่น การกายภาพบำบัดในผู้ป่วย Stroke หรือหลอดเลือดสมองให้เข้าถึง การรักษาได้ตามความจำเป็นทางการแพทย์ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอความเดือดร้อนของประชาชนและความต้องการพัฒนาใน ๒ พื้นที่ ไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

ท่านประธานคะ ในพื้นที่แรก เป็นบริเวณถนนทางหลวง หมายเลข ๑๑๙๕ ตอนสุโขทัย-วังไม้ขอน กิโลเมตรที่ ๖-๙ หมู่ที่ ๔ ตำบลทับผึ้ง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย โดยได้รับเรื่องจากนายทองคำ คล้ายขำ ผู้ใหญ่บ้าน และนายประณต เชื้อประดิษฐ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ขอให้แก้ไข ปัญหา ๒ ประการค่ะ🔗

ประการแรก ขอให้ติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างจากบริเวณสี่แยกไปถึง หน้าวัดเตว็ดกลาง เพราะเป็นบริเวณที่มืดมาก แล้วก็ถนนมีความโค้งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยแขวงทางหลวงสุโขทัยได้แจ้งสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวงด้วยแล้ว ส่วนที่ ๒ การแก้ปัญหาระบบระบายน้ำ ซึ่งถนนฝั่งซ้ายมีความลาดเอียงมาก ฝนตกเล็กน้อยน้ำก็ท่วม แช่ขังยาวนาน ก็ขอให้หน่วยงานได้ดำเนินการสำรวจตรวจสอบแล้วก็หาทางแก้ไขโดยเร็ว โดยเสนอไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมค่ะ🔗

ในพื้นที่ที่ ๒ เป็นโบราณสถาน ชื่อวัดตาผ้าขาว อยู่ที่ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ดิฉันได้รับแจ้งจากปราชญ์ชาวบ้านว่าเป็นวัดร้าง มีพระพุทธรูปปูนปั้น สมัยสุโขทัยและอยุธยาที่งดงามมาก บริเวณโดยรอบเป็นซากปรักหักพัง เทศบาล ตำบลบ้านสวนก็เข้าปรับภูมิทัศน์เป็นบางส่วนจึงขอให้สำนักศิลปากรที่ ๖ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้พิจารณาศึกษาค้นคว้าเพื่อบูรณะและพัฒนาอย่างเหมาะสมต่อไป โดยเร็ว ด้วยความขอบพระคุณยิ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเฉลิมพงศ์ แสงดี🔗

นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตมาหารือต่อท่านประธาน ๓ เรื่องครับ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขดังต่อไปนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

เรื่องแรกบริเวณหน้าท่าเทียบเรือหาดราไวย์ (ถนนวิเศษ) หมายเลข ๔๐๒๔ พื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พบปัญหารถจักรยานยนต์ จอดกีดขวางทาง Footpath ทางเท้าและช่องการจราจรนะครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการจัดภูมิทัศน์ ทาสีตีเส้นจราจรให้ชัดเจน จัดระเบียบจุดจอดรถเพื่อความเป็น ระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ฝากท่านประธาน หารือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายกเทศมนตรีตำบลเทศบาลราไวย์ ผู้อำนวยการ แขวงทางหลวงภูเก็ต ผู้กำกับ สภ. ฉลอง🔗

เรื่องที่ ๒ จังหวัดภูเก็ตโดยเฉพาะพื้นที่ตำบลป่าตองและตำบลรัษฎา กำลัง เผชิญปัญหาน้ำประปาไม่ไหล โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลรัษฎาที่ต้องพึ่งพาน้ำจากสถานีผลิตน้ำ บ้านบางโจ ซึ่งอยู่ห่างไกลกัน หากเกิดไฟฟ้าดับไม่สามารถส่งน้ำได้ทันทีขณะที่ตำบลป่าตอง พบปัญหาท่อส่งน้ำเก่าทำให้น้ำสูญเสียจำนวนมาก การประปาภูเก็ตจึงขอเสนอเครื่องกำเนิด ไฟฟ้าสำรองในสถานีผลิตน้ำทั้ง ๓ แห่ง เพื่อผลิตน้ำและส่งน้ำได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้ รับการจัดสรร จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนและรักษาภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ฝากท่านประธานหารือไปยัง การประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ทางหลวงหมายเลข ๔๐๒๔ ตอนบ้านบางคู-ตีนเขา ช่วงระหว่างโรงเรียนแยกดาราสมุทรถึงแยกถนนขวาง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมแหล่ง ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต พบว่าปริมาณการจราจรหนาแน่นมากครับ ส่งผลให้เกิด ปัญหาการจราจรสะสมเป็นประจำ จึงขอให้กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพิจารณาขยายถนนช่วงดังกล่าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรและรองรับการขยายตัว ของเมืองภูเก็ตในอนาคต ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงคมนาคมด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณปิยชาติ รุจิพรวศิน ครับ🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน ผู้แทนราษฎร นครราชสีมา เขต ๒ พรรคประชาชน ขอหารือกับท่านประธาน ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

เรื่องที่ ๑ งบประมาณทั้งค่าอาหาร และปัจจัยพื้นฐานของศูนย์การศึกษาพิเศษที่มีหน้าที่ดูแลเด็กพิการที่มีความบกพร่อง ทุกประเภทได้รับไม่ครบทั้งประเทศเลย ยกตัวอย่างศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๑๑ จังหวัดนครราชสีมา มีนักเรียนทั้งหมด ๑,๑๑๑ คน ทุกคนมีตัวตน มีเลขบัตรประชาชนหมด จาก ๑,๐๐๐ กว่าคน ได้รับงบปัจจัยพื้นฐานเพียง ๖๔๘ คน ได้รับงบอาหารเพียง ๖๔๙ คน ท่านประธานครับ เด็กธรรมดาปกติได้ไม่ครบก็ว่าแย่แล้วครับ นี่เด็กพิเศษที่เขามีความ บกพร่องทางร่างกายก็ได้ไม่ครบตามจำนวนเหมือนกัน ท่านประธานคิดว่ามันแย่ขนาดไหน ระบบการศึกษาบ้านเรา นี่ยังไม่รวมถึงหน่วยบริการเคลื่อนที่ที่เวลาคุณครูออกไปตามพื้นที่ ต่าง ๆ คุณครูต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายกันเอง หากนับเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา บางอำเภอห่างกัน ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร รวมถึงคุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องลาออกจากงานเพื่อมา ดูแลน้อง ๆ ที่เป็นลูกตัวเองที่เป็นเด็กพิเศษก็ไม่ได้มีสวัสดิการอะไรรองรับเลย จึงอยากฝาก ท่านประธานไปยัง ครม. รวมถึงคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการชุดใหม่ที่เพิ่งทำการ โปรดเกล้าฯ ไป กระทรวงศึกษาธิการช่วยหาทางออกเรื่องนี้ให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต ๑๑ จังหวัดนครราชสีมา และศูนย์การศึกษาพิเศษทั่วทั้งประเทศด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาสุนัขและแมวจรที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้นทั้งประเทศ แถมกระบวนการในการทำหมันยังซ้ำซ้อนหลายหน่วยงาน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปศุสัตว์ และสาธารณสุข จึงทำให้มีความยุ่งเหยิงในการทำหมันน้องแต่ละครั้ง อยากฝาก ท่านประธานไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีและ ครม. ลองพิจารณาหากลไกที่สามารถทำให้มี หน่วยงานเป็นเพียงหน่วยงานเดียวที่รับผิดชอบเรื่องทำหมันสุนัขและแมวจรไปเลย เพื่อให้มี ความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาครับ🔗

สุดท้ายครับ ที่บ้านหนองตาคง ตำบลหนองบัวศาลา มีปัญหาน้ำท่วมขัง รอระบายที่ไม่ได้รับการแก้ไขมากว่า ๒๐ ปี แม้ฝนตกเพียงนิดเดียวน้ำจะท่วมขัง ปัญหาหลักเลย คือไม่มีทางระบายน้ำ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย โยธาธิการและ ผังเมือง อบต. หนองบัวศาลา ช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวหนองตาคงและหนองบัวศาลาด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณการณิก จันทดา🔗

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

เรื่องแรก อยากจะหารือผ่าน ท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบท ให้พิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านเรื่องสภาพ ถนนทางหลวงชนบท หมายเลข ชม. ๔๑๐๑ ตำบลดอนแก้ว-หนองช้างคืน ช่วงหลักกิโลเมตร ที่ ๐+๐๐๐ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๓+๘๕๒ ซึ่งพบว่าผิวจราจรชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก รถเล็กสัญจรจำนวนมากและเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และ อปท. ก็เคยเสนอเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากจะขอความ อนุเคราะห์พิจารณาซ่อมแซมถนนเส้นนี้เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ถนนอย่างสะดวกและปลอดภัย🔗

เรื่องที่ ๒ อยากจะหารือผ่านท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ ๒ กระทรวงคมนาคม เรื่องนี้ชาวบ้านฝากทวงถามให้ช่วยพิจารณาติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนน ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๑๘๙ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๔ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๕+๐๑๙ บ้านช่างเพี้ยน ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เพราะว่าตอนนี้ฝั่งของ จังหวัดลำพูนได้มีการติดตั้งไฟส่องสว่าง สว่างไสวมาก เว้นแต่ช่วงของจังหวัดเชียงใหม่ ยังมืดมิด ชาวบ้านจึงอยากให้ดำเนินการแก้ไขไฟส่องสว่างนี้🔗

เรื่องสุดท้าย ขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วย พิจารณาเรื่องขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๑ ตำบลสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวก ในการทำการเกษตรกรรม และเพื่อเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจะเป็นการลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรในการทำเกษตรกรรม ฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ด้วย ลำไยพี่น้องชาวสารภี ชาวเชียงใหม่ กำลังจะออกผลโต ๆ ฝากหาตลาดใหม่ ๆ ให้พวกเขาก่อนเดือนสิงหาคมด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วน ชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องแรก โครงการพระราชดำริ เป็นโครงการประปาภูเขา โรงเรียน ตชด. บ้านมูเซอหลังเมือง ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ใช้การไม่ได้ที่สร้างมา ปี ๒๕๖๐ คณะกรรมการที่เราเรียกว่า กปร. มีกรมอุทยานและกรมชลประทานได้อนุมัติ ปี ๒๕๖๖ อนุมัติก่อสร้างใช้งบประมาณ ๑๓,๕๑๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๖๗ สร้างเสร็จใช้การไม่ได้ ตั้งแต่วันนี้ประชาชนได้ประสาน หลายรอบไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้นคือกรมชลประทาน กปร. ในฐานะ ผู้ที่เป็นเจ้าภาพลงไปติดตามด่วน อันนี้เป็นโครงการพระราชดำริของโรงเรียน ตชด. ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ กรณีผู้ลี้ภัย ๙ Camp ในประเทศไทยมีจำนวนประมาณเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คน เดือดร้อนครับท่านประธาน ประเทศไทยได้รับผู้ลี้ภัยเรื่องนี้ ๙ Camp ในพื้นที่ ๔ จังหวัดของประเทศไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ สืบเนื่องจากความเดือดร้อนของทาง ประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นก็คือว่า ๔๐ ปีพอดีครับท่านประธาน ปี ๒๕๖๘ ผู้ลี้ภัยวันนี้ ปัญหาที่เขาเผชิญอยู่ ณ เวลานี้ก็คือว่าการช่วยเหลือที่ผ่านมาเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภายในประเทศ ระหว่างประเทศช่วยเหลือกัน ปัญหาก็คือว่าเมื่อมี นโยบายของอเมริกา ของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) เขาจะตัดงบประมาณการช่วยเหลือ จำนวน ๙ Camp รวมถึงโครงการอื่น ๆ ตอนนี้ก็คือว่าวันที่ ๓๑ กรกฎาคมจะยุติ การช่วยเหลือทั้งหมด เรื่องนี้ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ได้มีการประชุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรรมาธิการได้ทำจดหมายออกจากคณะกรรมาธิการ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ถึงกระทรวงการต่างประเทศ ถึงกระทรวงมหาดไทย และสภาความมั่นคงแห่งชาติ วันนี้ยังเงียบ เพราะฉะนั้นก็คือเรื่องนี้จำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อหาทางออก ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณซูการ์โน มะทา🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมมีประเด็นหารืออยู่ ๑ เรื่อง ก็เป็นเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางจังหวัดยะลา ว่าในสภาพของเรือนจำกลางจังหวัดยะลานั้นมีสภาพที่เก่าและแออัด ซึ่งผมเองก็ไม่เคยได้เข้า ไปเยี่ยมชมในเรือนจำ แต่บังเอิญผมได้รับเกียรติจากท่านประธานให้เป็นหัวหน้าคณะไปดูแล เรื่องของยะลาโมเดล เรื่องของการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ก็ได้เข้าไปดูที่เรือนจำกลางจังหวัดยะลา ปรากฏว่าเรือนจำกลางจังหวัดยะลานี่เปิดใช้งานมาตั้ง ๙๗ ปี มีสภาพความแออัด แล้วก็ ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ ๙๓ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ฉะนั้นสิ่งที่เรา ไปเห็นก็คือสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยปกติเรือนจำกลางก็จะมีค่ามาตรฐาน ต่อผู้ต้องขัง ๑ คน ก็คือ ๑.๖ ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง ๑ คน แต่เรือนจำกลางยะลาอยู่ที่ ๑.๒ ต่อตารางเมตรต่อ ๑ คน ผมจึงอยากเรียนผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ว่าขอให้ย้ายเรือนจำกลางจังหวัดยะลา ออกจากพื้นที่ที่อยู่ปัจจุบันเนื่องจากมีความแออัด แล้วก็เป็นพื้นที่ที่อยากให้ใช้พื้นที่ตรงนี้ เพื่อมาพัฒนาเป็นปอดของชาวจังหวัดยะลา แล้วก็ไปสร้างเรือนจำใหม่ที่ตำบลวังพญา เขตอำเภอรามัญ จังหวัดยะลา ซึ่งมีพื้นที่ที่เป็นที่ดินราชพัสดุอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ อันนี้ก็อยากเรียนผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าได้เวลาที่เรา จะย้ายเรือนจำกลางยะลาให้ไปอยู่ที่เรือนจำที่อยู่นอกตัวเมืองยะลา เพราะว่าเรือนจำ ในจังหวัดอื่น จังหวัดนราธิวาสก็มีการสร้างเรือนจำใหม่ แล้วก็จังหวัดปัตตานีก็มีการสร้าง เรือนจำใหม่ เรือนจำกลางยะลา ๙๗ ปีที่ใช้งานมามีความแออัด แล้วก็ไม่ตอบโจทย์ ในการแก้ปัญหายาเสพติด แล้วก็การดูแลสิทธิของผู้ต้องขังด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเอกราช อุดมอำนวย🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชนครับ ผมขอนำหารือเรื่องเดือดร้อนเพื่อที่จะส่งเสียงไปยังหน่วยงาน ราชการ ให้ปรับแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรก คอนโดลุมพินี พาร์ค วิว วัดดอนเมือง โรงเรียนวัดดอนเมือง ที่พัก ข้าราชการทหารอากาศ ได้รับผลกระทบจากเสียง เสียงของรถไฟฟ้าสายสีแดง แต่ละแห่ง เสียงดังมากเวลารถไฟฟ้าวิ่งผ่าน ช่วยติดแผ่นกันเสียงให้เถอะครับ มันจะทำให้เขา ลดผลกระทบ แต่ผมเคยตั้งกระทู้เรื่องนี้ไปปรากฏว่าการรถไฟตอบผม รัฐมนตรีบอกว่า จะติดให้ตั้งแต่งบประมาณปี ๒๕๖๗ จนบัดนี้เปลี่ยนไป ๓ รัฐบาลแล้ว ดังนั้นก็ขอให้ช่วย ดำเนินการด้วยนะครับ🔗

เรื่องต่อไป ถนนกำแพงเพชร ซึ่งคนดอนเมืองทราบดีว่ามืด ไฟฟ้าก็ยัง ไม่ส่องสว่าง ผมชวนท่านผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยไปดู ท่านก็ให้เกียรติไปดูปัญหา ในพื้นที่ แล้วก็ตอนนี้กำลังส่งมอบกัน แต่ช่วงกลางคืนที่มันมืด คนนอกที่ใช้เส้นทาง เขาไม่รู้ครับท่านประธาน เขาก็อาจจะประสบอุบัติเหตุได้ ควรจะมีป้ายชั่วคราว ป้ายแสงสะท้อน ให้คนนอก เพราะบางทีเขาย้อนศรและเกิดอุบัติเหตุ🔗

เรื่องถัดไปครับท่านประธาน ก็คือว่าคูระบายน้ำ บริเวณคูนายใช้ก็ดี คลองเปรมประชากรก็ดี มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ก็อยากให้ กทม. หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานที่ดู รู้สึกจะมีสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณ วัดรังสิตใต้ ตรงคลองเปรมประชากรทางฝั่งปทุมธานียังขวางลำน้ำอยู่ บอกว่าจะรื้อถอน เหมือนกัน รัฐมนตรีตอบมาว่าจะรื้อถอนแต่ก็ยังไม่รื้อ ก็ฝากท่านประธานด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมได้รับ การร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดน่าน การดำเนินการจัดที่ดินเป็นที่ทำกิน ให้กับชุมชนตามนโยบายแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ คทช. แต่ปรากฏว่าประชาชนได้แจ้งความจำนง ขอออกเอกสารสิทธิไว้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา ๒-๓ ปี แต่ทางสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ คทช. ยังไม่ได้ออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนที่ยื่นขอ เอกสารสิทธิดังกล่าว ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังสำนักงาน คทช. เร่งออกเอกสารสิทธิ ให้กับประชาชนที่แจ้งความจำนงไว้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ในปีนี้ลำไย ออกดอกผลมาก ผมอยากจะให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยหามาตรการรองรับราคาลำไยที่ออก ให้ได้ราคาที่เหมาะสมเพื่อให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลำไยไม่ขาดทุนที่ได้ลงทุนไปเหมือนราคา มะม่วงที่ผ่านมา กิโลกรัมละ ๒ บาท ๓ บาท ที่ตกต่ำจนเกษตรกรต้องขาดทุนที่ลงทุนไป ขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้หาทางแก้ไขล่วงหน้าไว้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากเจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน เจ้าอาวาส วัดดอนมูล อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ขอให้ติดตามโครงการขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อใช้อุปโภคบริโภค ในวัดดอนมูลให้ได้ทำของบประมาณไปที่กรมน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยให้ความอนุเคราะห์ จัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขให้กับวัดดอนมูลด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ครับ🔗

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังต่อไปนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

เรื่องแรก เกษตรกรเพาะเลี้ยง ประมงชายฝั่ง ตำบลคลองโคนหลายร้อยราย ยื่นเรื่องของดเก็บค่าใบอนุญาตเพาะเลี้ยง หอยแครงและหอยแมลงภู่ในปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำเสีย ดินเสีย โดยยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๘ ทางกระทรวงได้มอบหมายให้กรมประมงดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และต่อมา เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ กรมประมงได้มีหนังสือแจ้งเกษตรกรว่าได้รับทราบปัญหา และได้ดำเนินการเสนอร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่รัฐมนตรีพิจารณาลงนามเสนอร่างเข้าที่ ประชุม ครม. เพื่อพิจารณา ผมจึงขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์คนใหม่ให้เร่งดำเนินการตามที่เกษตรกรเพาะเลี้ยงประมงชายฝั่ง ตำบลคลองโคน ที่ได้รับความเดือดร้อนนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถนน Bypass จากกองกำกับการตำรวจภูธรถึงบิ๊กซีสมุทรสงคราม อบจ. ได้ขยายถนนเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ติดปัญหาช่วงที่ข้ามทางรถไฟยังแคบเป็นคอขวด ผมจึงขอให้ท่านประธานประสานไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยปรับปรุงถนนจุดนี้ หรือหาก จะให้หน่วยงานอื่นดำเนินการก็ให้รีบแจ้งเป็นหนังสือไปยังหน่วยงานที่มีศักยภาพเพื่อช่วย เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้ถนนบริเวณนี้ครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ โรงเรียนวัดศรัทธาธรรม ตำบลบางจะเกร็ง มีอาคารเรียน คอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๔ ชั้น ก่อสร้างมานานหลายปี ผิวพื้นห้องเรียนที่เป็นคอนกรีต แตกร่อนเสื่อมสภาพเป็นขุย เป็นฝุ่น มีผง ครู ผู้ปกครองเป็นห่วงเรื่องสุขภาวะอนามัย ของน้อง ๆ นักเรียนจึงขอฝากท่านประธานประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการสนับสนุน งบประมาณเพื่อปูกระเบื้องพื้นอาคารเรียนของโรงเรียนวัดศรัทธาธรรมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม วันนี้ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗

เรื่องแรก ขอหารือไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กสทช. และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๓ หน่วยงานนี้มีความเกี่ยวข้องคือปัจจุบันจังหวัดตาก เป็นจังหวัดผมเชื่อว่าติด ๑ ใน ๓ ที่แย่ที่สุดในประเทศไทยที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มี ไฟฟ้าใช้โดยเฉพาะชาวบ้าน ๕ อำเภอฝั่งตะวันตก ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าทั้งหมด แล้วก็มี ไฟฟ้าน้อยมาก บางอำเภอประชาชนครึ่งหนึ่งไม่มีไฟฟ้าใช้ อุปสรรคที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น งบประมาณของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือเป็นการขออนุญาตใช้พื้นที่ ในเมื่อไฟฟ้าไม่มี การขยายเขตสัญญาณโทรศัพท์ก็เป็นไปไม่ได้ ฉะนั้น ๓ หน่วยงานนี้ผมอยากจะให้ทาง ๓ หน่วยงานคุยกัน การไฟฟ้าพร้อมที่ไหนก็ขออนุญาตไปที่กรมป่าไม้ กสทช. พร้อมขยาย สัญญาณโทรศัพท์ที่ไหนก็ประสานการไฟฟ้าเพราะต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ใช้ก็โซลาร์เซลล์ ถ้า ๓ หน่วยงานนี้ประสานกันอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ไม่ขัดแข้งขัดขากันผมคิดว่าไฟฟ้า ประชาชนชาวบ้านจังหวัดตากน่าจะได้ใช้เกือบครบถ้วน ตอนนี้บางหลังเสาไฟฟ้าอยู่ห่างจาก หน้าบ้านประมาณไม่เกิน ๒๐๐ เมตร บ้านขอไฟฟ้าใช้ไม่ได้ติดพื้นที่ป่า🔗

เรื่องที่ ๒ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน มีมาตรการช่วยเหลือ เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ด้วยการผลิตปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ได้งบประมาณให้เยียวยาในวงเงินอยู่ที่ ๕,๑๗๕ ล้านบาท หรือ ๖๙ บาทต่อตันอ้อยสด ทั่วประเทศได้หมด แต่ปรากฏว่ามีหน่วยงานอยู่หน่วยงานหนึ่ง คือเครือข่ายเกษตรกร ผู้ปลูกอ้อยเพื่อผลิตเอทานอล จังหวัดตากไม่ได้รับเงินส่วนนี้เลย เป็นเงินอยู่ประมาณเกือบ ๕๐ ล้านบาท ทั้งที่ผ่านมากลุ่มเหล่านี้ท่านก็ได้ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลในการ ไม่เผาอ้อย ส่งอ้อยสด แต่ติดเรื่องเดียวคือเขาไม่ได้เอาไปผลิตน้ำตาลแต่เขาไปผลิตเอทานอล เป็นพลังงานก็เลยไม่เข้าหลักเกณฑ์ ซึ่งผมว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขา ฉะนั้น ฝากกระทรวงอุตสาหกรรม ฝากศูนย์อ้อยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ รวมถึงรัฐบาล รวมถึง ครม. รีบอนุมัติเพิ่มเติมให้เขาโดยด่วนนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ🔗

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ หารือด้วยกัน ๓ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

เรื่องที่ ๑ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายก ศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศบาลเมืองชุมพร ผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องจากถนนเลขที่ ชพ. ๕๐๕๗ สายเลียบเมืองชุมพรชมจันทร์-วังเกลือ และถนนเลขที่ ชพ. ๒๐๕๘ สายตัดใหม่ เมืองชุมพรและอีกหลายเส้นที่พี่น้องประชาชนเรียกร้องมา โดยเฉพาะในเรื่องของเกาะกลางรก ในเรื่องของ Footpath ตอนนี้จังหวัดชุมพรโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเราเกิดปัญหาเรื่อง น้ำรอระบาย เพราะฉะนั้นแล้วในเรื่องปัญหาเรื่องถนนเป็นปัญหาหลัก โดยเฉพาะในเรื่องของ การปลูกต้นไม้บน Footpath เพราะฉะนั้นถ้ารากของต้นไม้เข้าไปอยู่ในท่อระบายน้ำทำให้ น้ำไหลได้ช้า เพราะฉะนั้นทางหลวงชนบทโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมขอฝากด้วย ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาและสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้แก้ไขปัญหาเร่งด่วนก็คือในเรื่องรกร้าง ในเรื่องของถนนเกาะกลาง ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วก็ตามคำขวัญ ของเทศบาลเมืองชุมพร เมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัยและเมืองพัฒนาที่ยั่งยืน ขอให้สอดคล้อง กันด้วยนะครับ นั่นคือคำฝากของท่านนายกศรีชัย🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกำนันจีระพร หนูชนะภัย ท่าน สส. สันต์ แซ่ตั้ง เรื่องตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร พื้นที่เลียบคลองท่าแซะ หมู่ที่ ๗ ตำบลสลุย ได้รับความเสียหายจากดินที่สไลด์พังประมาณ ๒๐ กว่าปีแล้วที่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ประมาณ ๓๐๐ เมตร ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วก็เจ้าหน้าที่ช่วยไปสำรวจดูแล ถนนเส้นนี้ได้ย้ายเสาไฟไปครั้งหนึ่ง ตอนนี้กำลังเริ่ม ที่จะต้องย้ายถนนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงในเรื่องของดินสไลด์🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านสัญชัย หนูสุด นายกเทศบาลนาชะอัง เรื่องของร่องน้ำพี่น้องชาวประมงที่ตื้นเขิน เรือที่จะออกไปทำการประมงนั้นด้วยความลำบาก เพราะฉะนั้นขอนำเรียนด้วยความเคารพ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เพื่อที่จะแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ก็ขอกราบขอบพระคุณอธิบดีกรมเจ้าท่า พอสื่อสารเข้ามา ท่านเองก็ส่งเจ้าหน้าที่จากสุราษฎร์ธานีมาดำเนินการในเรื่องของการสำรวจและหาแนวทาง การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน นี่คือเป็นหน่วยงานที่ตั้งอกตั้งใจในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ก็ขอกราบขอบพระคุณ🔗

เรื่องสุดท้ายขอเสริมเรื่องหนึ่ง การแก้ไขปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำ ท่านประธานครับ วันนี้เราต้องยอมรับว่าพืชการเกษตรนั้นตกหล่น ตกร่วงกันมาตลอด โดยเฉพาะราคาทุเรียนที่เป็นเรื่องที่ผมหารือในสภาตลอด วันนี้เหลือกิโลกรัมละ ๗๐ บาท เบอร์สุดท้ายเหลือที่ ๑๒ บาท เมื่อวานนี้ ผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ช่วยให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องชาวสวนทุเรียนด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกรวีร์ สาราคำ🔗

นายกรวีร์ สาราคำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกรวีร์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗

๑. กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายปิยะพัฒน์ ศรีภูวงศ์ นายกเทศบาล ตำบลหนองหาน อำเภอหนองหาน เกี่ยวกับการขอขยายเขตผังเมืองหนองหาน เนื่องด้วย อำเภอหนองหานเป็นอำเภอใหญ่และเป็นศูนย์กลางทางเชื่อมต่อหลายอำเภอ แต่ยังมีอีก ๑ เส้นทางที่สำคัญและยังไม่ได้รับการปรับปรุงมาเป็นเวลานานคือเส้นจากอำเภอหนองหาน ไปยังอำเภอพิบูลย์ลักษณ์และยาวไปถึงอำเภอเพ็ญ แถมยังสามารถเชื่อมต่อไป จังหวัดหนองคายได้ ซึ่งเส้นทางนี้มีความจำเป็นจะต้องผ่ากลางเมือง ผ่ารถติด รวมถึงเป็น เขตชุมชนทำให้รถที่เดินทางสัญจรไปมามีจำนวนเยอะมาก จึงอยากขอขยายเส้นทางใหม่ ให้เป็นเส้นรอบเมืองของอำเภอหนองหาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงด้วย ผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ🔗

๒. กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก Page หนองหานบ้านเฮา เกี่ยวกับเรื่อง น้ำท่วมถนนจากบ้านสะแบงไปบ้านวังฮาง ตำบลสะแบง อำเภอหนองหาน ซึ่งพอเข้าหน้าฝน ก็จะเกิดน้ำท่วมแบบนี้ทุกปี ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ผมจึง อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ด้วย🔗

๓. กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายภาณุพงศ์ เดชอุทัย ผู้ใหญ่บ้าน นิคมหนองตาล หมู่ที่ ๒ ตำบลโพนงาม อำเภอหนองหาน เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าและถนน เส้นจากบ้านนิคมหนองตาล อำเภอหนองหาน ไปบ้านถ่อนน้อย อำเภอเมือง ถนนเส้นนี้เป็นดิน พอเข้าหน้าฝนก็กลายเป็นโคลน ทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาลำบากมาก รวมถึงไม่มี ไฟฟ้าใช้ เสาไฟฟ้าที่เคยใช้ต่อเอาไปใช้ชั่วคราวตอนนี้เกิดพายุทำให้เสาไฟฟ้าล้มพาด กิ่งไม้ เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ผมจึงอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ด้วย กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณษฐา ขาวขำ🔗

นายษฐา ขาวขำ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการจำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายษฐา ขาวขำ นครศรีธรรมราช

เรื่องที่ ๑ การก่อสร้างสะพานหนองหว้า หรือสะพานสินปุน ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชกับจังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลกุแหระ อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช กับหมู่ที่ ๔ ตำบลสินปุน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นสะพานที่พี่น้องประชาชนได้ใช้ข้ามไปมาระหว่าง จังหวัดนครศรีธรรมราชกับจังหวัดกระบี่มานาน แต่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากเป็นเวลานาน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่สามารถสัญจรไปมา ซึ่งกระผมได้เคยนำ เรื่องนี้มาปรึกษาหารือท่านประธานแล้ว ขณะนี้ทราบว่าได้รับทราบจากนายพงศ์เทพ ช่วยนาค ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ ตำบลกุแหระ ว่าสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบทได้ทำการสำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังรอให้ สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบทได้ทำการก่อสร้าง จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทได้ เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างสะพานดังกล่าวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๑๑๐ ตอนที่ ๑ ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดินซึ่งเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชกับจังหวัดกระบี่ ผ่านอำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอเขาพนม อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนได้ใช้สัญจรไปมาจำนวนมาก ในช่วงกลางคืน มักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตชุมชนสี่แยกลุงปี้ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ ตำบลกรุงหยัน และชุมชนบ่อปลา หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๘ ตำบลกรุงหยัน ซึ่งผมเคยนำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือ ท่านประธานแล้วนะครับ เพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงขอให้กรมทางหลวงโดยแขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ ๒ ทุ่งสงได้เร่งรัดดำเนินการ ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างให้ชุมชนดังกล่าวด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณชลธานี เชื้อน้อย🔗

นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม ชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคประชาชน ขอหารือผ่านท่านประธานไปยังอธิบดีกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ในประเด็น เรื่องของท่าอากาศยานจังหวัดลำปาง ภายหลังจากที่มีโครงการออกแบบรายละเอียดอาคาร ที่พักผู้โดยสาร รวมถึงลานจอดเครื่องบิน แล้วก็การเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดโครงการของ อีไอเอ โดยกรมท่าอากาศยานได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา แล้วก็ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลจนถึง มีการประชุม ผลปรากฏว่ามีประชาชนบ้านห้วยหาญ หมู่ที่ ๖ ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จำนวน ๕ หลังคาเรือน ซึ่งทั้งชุมชนมีเพียง ๕ หลังเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่ในแนวเขต การเวนคืนตามการจัดทำข้อมูล ส่งผลให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลจากการดำเนินงาน ของสนามบินการพัฒนาชุมชน ท่านประธานครับ หากเราเป็นประชาชนที่อยู่ในพื้นที่บ้าน ทั้ง ๕ หลังนั้นคงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอนครับ ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ ได้ให้ความร่วมมือและพร้อมจะเสียสละพื้นที่ให้มีการขยายท่าอากาศยานจังหวัดลำปาง เพราะฉะนั้นการที่เราตัดชุมชนทั้ง ๕ หลังออกจากชุมชนทั้งหมดก็จะเป็นการทำให้ประชาชน รู้สึกว่าไม่ได้รับการเหลียวแล เพราะฉะนั้นอยากให้กรมท่าอากาศยานให้ความสำคัญ ในประเด็นนี้ และพิจารณาแนวทางหรือมาตรการช่วยเหลือตอบแทนการเสียสละของ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในแนวเขตการเวนคืนพื้นที่ รวมถึงดำเนินการพิจารณาค่าใช้จ่ายชดเชย อย่างเป็นธรรมครับ🔗

ในประเด็นที่ ๒ ขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ในเส้นทางสาย ลป. ๒๐๑๑ ยังมีการเดินทางของประชาชนวันหนึ่งเกือบ ๑,๐๐๐ คัน แต่ยังไม่มีไฟส่องสว่าง ก็อยากให้อธิบดีกรมทางหลวงชนบทดำเนินการสำรวจเร่งรัดแก้ไข ปัญหาไฟส่องสว่างอย่างเร็วเพื่อให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดลำปางในส่วนของอำเภอแม่ทะ ได้เดินทางอย่างสะดวกสบาย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณนิติพล ผิวเหมาะ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธานเรื่องด่วนเพียง ๑ เรื่องเท่านั้น ไปยังสำนักนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจรให้เร่งเปิดเผยร่างรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโครงการ Landbridge ชุมพร ระนอง ด้วยเหตุผลว่าที่ต้องบอกว่าเร่งด่วนคือทาง สนข. เขาไม่ได้ทำผิด กฎหมายอะไรหรอก ก็คือจะมีการเปิดเผยตัวร่างรายงานผลกระทบอยู่แล้ว ๑๕ วัน แต่ว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ใหญ่มาก ๆ เราจะเห็นได้ว่าคือในภาคเอกชนก็ตามที มูลนิธิต่าง ๆ เขาทำตัวผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็น แต่ว่าโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้แต่ใช้เวลา ตามกฎหมายคือ ๑๕ วัน ผมไม่แน่ใจว่ามีอะไรจะหมกเม็ดหรือเปล่า โครงการนี้เป็นโครงการที่จะมีการถมทะเลใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย แล้วการเปิดรับฟังความคิดเห็นที่ทาง สนข. ได้เตรียมไว้ ที่ชุมพรวันที่ ๖ สิงหาคม ที่ระนองคือวันที่ ๕ สิงหาคม แล้วจะมีการเปิดเผยร่างรายงานอีเอชไอเอคือวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ผมเกรงว่าจะเป็นการไม่มีเวลาให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายในพื้นที่ รวมไปถึง นักวิชาการต่าง ๆ ได้มีเวลาในการทบทวนอ่านตัวร่างอีเอชไอเออย่างละเอียด ซึ่งทราบ คร่าว ๆ มาว่าเอกสารเป็นพันหน้า เอกสารเป็นพันหน้าแล้วให้เวลาอ่านแค่ ๑๕ วัน ผมว่าจะ เกิดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องเป็นเรื่องที่ สำคัญจริง ๆ ขอให้ท่านประธานมีคำสั่ง มีหนังสือไปที่ สนข. โดยเร่งด่วน ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณนิกร โสมกลาง ครับ🔗

นายนิกร โสมกลาง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตเอาความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตอำเภอพิมาย และอำเภอชุมพวงมาขอให้สภาแห่งนี้ช่วยเหลือ ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ เมื่อประมาณเดือนกว่า ๆ ที่ลำน้ำเค็มของอำเภอพิมายและ อำเภอชุมพวง เชื่อมตั้งแต่ตำบลในเมือง ตำบลรังกาใหญ่ ตำบลโบสถ์ของอำเภอพิมาย แล้วไปที่ตำบลประสุขของอำเภอชุมพวง เป็นแหล่งน้ำที่พี่น้องใช้ทั้งเป็นแหล่งน้ำดิบ แล้วก็ ผลิตน้ำประปา แล้วก็เอาไปใช้เพื่อการเกษตร ช่วงที่ผ่านมามีสภาพขุ่นสีดำ บางช่วงก็มี ไขมันลอยอยู่บนผิวน้ำ ปลาก็ตายเยอะมาก ช่วงนั้นได้ประสานไปยังอุตสาหกรรมจังหวัด และสิ่งแวดล้อมของจังหวัดให้ลงมาตรวจสอบ อยากฝากท่านประธานถามไปยัง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็สำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัดว่า ความคืบหน้าเป็นอย่างไร ตรวจสอบแล้วเป็นอย่างไร ให้มาชี้แจงผลการตรวจสอบกับพี่น้อง ใน ๓-๔ ตำบลนี้ด้วยครับ เพราะว่าจะได้รับมือกับสถานการณ์อย่างนี้ แล้วก็หาแนวทาง ป้องกันว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่บ้านละโว้พัฒนา ตำบลประสุข อำเภอชุมพวง มีตลิ่งที่พังอยู่ กินพื้นที่ไปยังขอบตลิ่งที่พี่น้องใช้สัญจรเป็นถนน ก็มีความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ช่วยไปดูตลิ่งให้ด้วยครับ เพราะว่าบริเวณฝั่งตรงข้ามของถนนเป็นตลิ่งที่ได้รับการก่อสร้างโดยกรมเจ้าท่า ก็อาจจะ สามารถหาแนวทางช่วยเหลือได้ครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ที่บ้านเมืองบัวน้อย หมู่ที่ ๑๑ ตำบลกระชอน อำเภอพิมาย มีสะพานข้ามคลองช่วงที่จะค่อนข้างแคบนิดหนึ่ง ปัจจุบันก็มีพื้นถนน พื้นสะพานก็ชำรุด ทรุดโทรม การสัญจรไปมาก็ลำบาก แล้วก็จะมีประตูระบายน้ำที่อยู่บนสะพานตรงนี้ที่ชำรุด ไม่สามารถใช้การได้ ก็จะมีวัชพืชไปคาอยู่ตรงนี้เยอะมากก็ส่งผลให้มีวัชพืชเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น น้ำดำ ก็อยากฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ช่วยลงไปตรวจสอบหาวิธีการแก้ไข แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องในเขตอำเภอพิมายด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์🔗

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนมเขต ๑ กระผม ขอหารือเรื่องให้เร่งรัดยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เป็นจุด ผ่านแดนถาวรในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย จุดผ่อนปรนอำเภอบ้านแพง ตั้งที่บ้านโพธิ์ไทร ตำบลไผ่ล้อม อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ที่ท่านประธานเคยไป ตรวจเยี่ยมเมื่อหลายปีก่อนและได้นั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไป สปป. ลาวที่ด่านประเพณี บ้านท่าสะอาด เมืองปากกระดิ่ง แขวงบอลิคำไซ ตามแผนที่ประเทศไทยลาว เวียดนาม จีน ขอภาพแผนที่ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

ภาพสีแดงคือจังหวัดนครพนม อยู่เหนือสุดของแผนที่ก็คืออำเภอบ้านแพง ถ้าข้ามไปเวียดนาม เมืองวินห์ จังหวัดห่าติ๋ญ ระยะทางสั้นเพียง ๑๘๕ กิโลเมตร จากอำเภอบ้านแพงไปฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ระยะทางสั้นมากเพียง ๕๐๐ กิโลเมตร แล้วอำเภอบ้านแพงไปเมืองหนานหนิง ประเทศจีน ระยะทางเพียง ๗๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดจากไทยไปเวียดนามและจีน และเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่อำเภอบ้านแพงจำนวนมาก เพื่อมาเที่ยว ที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา ถ้ำนาคี ถ้ำนาคาที่สวยงามมาก ตามภาพ แล้วก็มีการส่งออกสินค้า ไป สปป. ลาว เวียดนามและจีนปีละหลายหมื่นล้านบาท ทุกหน่วยงานของรัฐบาลไทยและลาว เห็นชอบ เปิดเป็นด่านถาวรที่อำเภอบ้านแพงและของ สปป. ลาว และท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตอบกระทู้กับผมในราชกิจจานุเบกษาให้ความเห็นว่าเหมาะสมที่สุดเป็นด่านถาวร เพราะเป็นเส้นทางระยะทางที่สั้นที่สุดที่จะไปประเทศเวียดนาม และประเทศจีน กระผม ขอส่งกระทู้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีตอบมากราบเรียนท่านประธานได้เร่งรัดอีก ๑ ทางครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปหารือ ท่านสุดท้ายนะครับ ขอเชิญคุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขอหารือ ไปยังคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลในเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทยและประชาชนก็คือ กำแพงภาษีทรัมป์ จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald John Trump) ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากหลายประเทศทั่วโลกที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ และล่าสุดก็ได้ ยืนยันที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ เริ่มวันที่ ๑ สิงหาคมนี้ แต่ก็ยัง เปิดโอกาสให้มีการเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีได้ ซึ่งเกมการเมืองระหว่างประเทศนี้ผลกระทบจริง จะตกอยู่กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของไทย เช่น เรื่องของ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร และสินค้า ซึ่งจะกระทบต่อผู้ประกอบการ แรงงานภาคเกษตร แล้วก็ประชาชนในวงกว้าง ผมจึงขอให้รัฐบาลเร่งมาตรการแก้ไขปัญหา และรับมือ ดังนี้🔗

สำหรับระยะเร่งด่วน การบริหารวิกฤติและบรรเทาผลกระทบ ผมขอให้ รัฐบาลได้เร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐเพื่อลดการขาดดุลผ่านการจัดซื้อสินค้าของสหรัฐ และพิจารณาลดภาษีนำเข้าบางรายการ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย อย่างรอบคอบ และขอให้ได้จัดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแรงงานและประชาชน โดยใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี ๒๕๖๘ ที่ยังมีอยู่ รวมถึงการปรับปรุงงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ที่กำลังพิจารณาอยู่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นด้วยครับ🔗

สำหรับในระยะกลางก็คือการปรับตัวและกระจายความเสี่ยง ผมขอให้รัฐบาล ได้ใช้เวทีระหว่างประเทศทั้งในระดับพหุภาคีและกรอบอาเซียน เพื่อผลักดันความร่วมมือ และแนวทางการต่อรองร่วมกัน ขอให้รัฐบาลได้หาตลาดคู่ค้าใหม่ ๆ ผ่านเอฟทีเอและ ความร่วมมือกับกลุ่มประเทศต่าง ๆ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิมและกระจายความเสี่ยง นอกจากนี้ผมขอให้รัฐบาลได้จัดการสินค้าสวมสิทธิจากประเทศอื่นที่ใช้ประเทศไทย เป็นทางผ่านส่งออกไปยังประเทศที่สามเพื่อลดปัญหาทางการค้าเพิ่มเติมครับ🔗

สำหรับระยะยาวก็คือการสร้างภูมิคุ้มกันและความยั่งยืน ผมขอให้รัฐบาล ได้ปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็งจากภายในประเทศด้วยการยกระดับการท่องเที่ยว เกษตรกรรม มาตรฐานสินค้าไทย ไปจนถึงการส่งเสริมธุรกิจรายย่อย การลงทุน ในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ พร้อม ๆ กับการพัฒนาระบบการศึกษาและทักษะของประชาชน เพื่อรองรับอนาคตครับ🔗

สุดท้ายนี้ผมขอเป็นกำลังใจให้รัฐบาลในการเจรจาแก้ไขปัญหานี้ และขอให้ได้ สร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคมเพื่อให้การตัดสินใจ เป็นไปอย่างรอบด้านและทันท่วงที และต้องสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง ความเชื่อมั่นและลดความกังวลของพี่น้องประชาชน เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๗ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก ทุกท่านครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม จำนวน ๓๕๙ ท่านแล้ว ถือว่าครบ องค์ประชุม ผมจึงขอดำเนินการเปิดประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง🔗

ด้วยในคราวการประชุมของวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติ ดังนี้🔗

(๑) ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบแล้ว และได้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗🔗

(๒) ลงมติอนุมัติพระราชกำหนด จำนวน ๒ ฉบับ🔗

(๒.๑) พระราชกำหนดการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘🔗

(๒.๒) พระราชกำหนดประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗

๒. รับทราบผลการพิจารณา เรื่อง ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสี่ นั้น🔗

เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณาเรื่องข้อสังเกตดังกล่าวตามที่กระทรวง อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมเสนอ จึงเรียนมาให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบ🔗

๓. รับทราบผลการพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบกับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่ นั้น🔗

เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณาข้อสังเกตดังกล่าวตามที่ศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้เสนอและแจ้งให้สภาผู้แทนรับทราบต่อไป เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ในวาระที่ ๒.๓ ที่ท่านประธานได้กรุณาอ่านเมื่อสักครู่นี้ที่เป็นการรับทราบ ผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ จสป. ประเด็นก็คือว่าเนื่องจากว่าในรายงานผลการพิจารณา มีเนื้อหาสาระหลายประการที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน เพื่อเสนอต่อสภาต่อไป ผมจะขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่าอยากจะให้ทางสภาได้กรุณา ส่งผลที่ทางคณะรัฐมนตรีรับทราบข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะดังกล่าว เพื่อจะได้ทำให้กระบวนการในการจัดทำรายงานเพื่อเสนอต่อสภามีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ต้องขออนุญาตกราบเรียนนำเสนอต่อท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒิ ขอให้เลขาธิการดำเนินการตามที่คุณณัฐวุฒิเสนอแนะด้วยนะครับ🔗

๔. รับทราบผลการพิจารณา เรื่อง ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีการพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง และข้อ ๑๐๕ วรรคสี่ นั้น🔗

เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มติเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณาเรื่องข้อสังเกตดังกล่าว ตามที่สำนักงาน ศาลยุติธรรมเสนอและแจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบ🔗

ต่อไปเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งยังไม่ปรากฏในระเบียบวาระ🔗

๕. รับทราบคำสั่งศาลฎีกา ด้วยศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องคดีระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง และนายเอกราช ช่างเหลา ผู้คัดค้าน โดยให้นายเอกราช ช่างเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่า จะมีคำพิพากษา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๕ วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๗ และระเบียบที่ประชุมศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดี เกี่ยวกับการฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๑๒ วรรคสอง จึงแจ้งมาให้ที่ประชุมรับทราบ🔗

๖. รับทราบการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยนายสุชาติ ตันเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ คือวันที่ ๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นต้นไป เป็นผลให้สมาชิกภาพของนายสุชาติ ตันเจริญ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันเท่าที่มีอยู่ และปฏิบัติหน้าที่ได้ เท่ากับจำนวน ๔๙๒ คน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งต้องไม่น้อยกว่า ๒๔๖ คน จึงเรียนมาให้สมาชิก รับทราบ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานประชุม ไม่มี เชิญครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอเสนอ ญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยนำระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๑๒ ขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาใหม่ ซึ่งนายพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้เสนอ และเรื่องด่วนที่ ๑๓ ขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นมา พิจารณาใหม่ที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นผู้เสนอ ขึ้นมาพิจารณาต่อจากเรื่องที่ที่ประชุม เห็นชอบ ให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ลำดับที่ ๕ โดยมีผลในการประชุมครั้งถัดไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง นะครับ มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ🔗

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน กระผม สส. ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล เห็นด้วยกับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านที่เสนอเปลี่ยนญัตติเลื่อนระเบียบวาระที่ ๑๒ และระเบียบวาระที่ ๑๓ ขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องด่วน ก็เป็นสิ่งเดียวกันกับที่ทางรัฐบาล แล้วก็ สส. ฝ่ายรัฐบาล มีความประสงค์อยู่แล้วก็หวังว่าจะดำเนินการโดยที่ไม่ต้องมีการลงมติ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น แล้วก็เห็นตรงกันทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลนะครับ ซึ่งระเบียบวาระที่เลื่อนขึ้นมาจะมีผลในการประชุมสัปดาห์หน้า ต่อจากวาระที่เรากำลัง จะเลื่อนต่อไป เข้าใจตามนี้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

ตั้งซ่อมกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการตำรวจ แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง🔗

ด้วยรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ของคณะกรรมาธิการการตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะกรรมาธิการ ได้เสนอหนังสือแจ้งว่า นายชัยชนะ เดชเดโช จากพรรคประชาธิปัตย์ และนายอนุชา สะสมทรัพย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ได้พ้นจาก การเป็นกรรมาธิการ เนื่องจากได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ที่ประชุมนี้ตั้งกรรมาธิการแทนทั้ง ๒ ท่านนี้ ขอให้เสนอชื่อท่านแรกแทน นายชัยชนะ เดชเดโช เป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน ดังนี้ นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีเสนออย่างอื่นนะครับ ต่อไปขอเชิญในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วน ของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รับรองถูกต้อง นะครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตกลงเราได้ กรรมาธิการการตำรวจ ๒ ท่านแล้วนะครับ คือคุณสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ และคุณอนุรักษ์ จุรีมาศ ก็เป็นไปตามนี้นะครับ🔗

เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

ด้วยคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้เสนอได้มีหนังสือมายังสภาขอถอนร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม ซึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กำหนดว่า การถอนร่างพระราชบัญญัติที่ประธานสั่งบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมแล้วจะกระทำได้ เมื่อได้รับการยินยอมจากที่ประชุม ดังนั้นผมจึงขอถามที่ประชุมว่าจะมีท่านสมาชิก เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ก่อนที่จะตอบคำถามที่ท่านประธานได้กรุณาถามในที่ประชุมว่ามีสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นหรือไม่ ประการแรก ผมอยากจะทราบเหตุผลที่แท้จริง ที่วันนี้คณะรัฐมนตรีขอถอน ร่างนี้ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมทราบดีว่าวันนี้อย่างไรก็ตามรัฐบาล ถือเสียงข้างมาก ดังนั้นไม่ว่าพวกผมจะลงมติอย่างไร คณะรัฐมนตรีสามารถที่จะถอนร่างนี้ ออกจากการพิจารณาของสภาได้อยู่แล้ว ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ออกมาครับ แต่เพื่อเป็นการ พิสูจน์ว่าการถอนร่างในวันนี้เป็นการถอนร่างเพราะว่าทางรัฐบาลได้เล็งเห็นแล้วว่ากฎหมาย ฉบับนี้มีปัญหา อยากจะถอนออกไปเพื่อที่จะกลับไปศึกษาอย่างรอบคอบตามข้อทักท้วงของ ภาคประชาสังคม รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ก่อน ไม่ได้เป็นการถอนร่างเพียงเพราะว่ารัฐบาล กลัวว่าวันนี้เสียงในสภาไม่พอและจะถูกโหวตคว่ำในสภาวันนี้นะครับ --------------------------- ดังนั้นผมจึงอยากจะขอฟังเหตุผลตัวแทนจากทางคณะรัฐมนตรีว่าวันนี้ท่านถอนด้วยเหตุผล อะไร แล้วเพื่อให้พวกเราพรรคฝ่ายค้านมีความสบายใจว่ารัฐบาลมีความจริงใจต้องการถอน ร่างกฎหมายฉบับนี้เพราะเล็งเห็นถึงเหตุผลนั้นจริง ๆ ก็อยากจะให้ตัวแทนของคณะรัฐมนตรี ลุกขึ้นมารับปากกับพวกเราเป็นบันทึกในที่ประชุมของสภาครับท่านประธาน รับปากกับ พวกเราว่าคณะรัฐมนตรีวันนี้ถอนร่างนี้ออกไปแล้วจะไม่เสนอร่างนี้กลับเข้ามาอีก อย่างน้อย ๆ จนกว่าจะมีการศึกษากฎหมายฉบับนี้อย่างดีเพียงพอไม่อย่างนั้นถ้าไม่สามารถที่จะรับปาก พวกเราได้ผมก็คิดว่าพวกเราเองก็ต้องให้รัฐบาลพิสูจน์ครับ พิสูจน์ว่าการถอนร่างฉบับนี้ไม่ได้ เป็นเพราะว่ารัฐบาลกลัวเสียงไม่พอ ดังนั้นท่านเองก็ต้องเดินหน้าในการถอนร่างกฎหมาย ฉบับนี้ด้วยเสียงของรัฐบาลเองที่พวกเราเองไม่สามารถที่จะเข้าไปร่วมสังฆกรรมใน Tactic ของสภาที่รัฐบาลใช้ในวันนี้ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านผู้นำฝ่ายค้านครับ เชิญผู้แทนของคณะรัฐมนตรีครับ ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังจะมาตอบครับ ท่านเดินเข้ามาแล้วครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีรอสักครู่ครับ เชิญท่านภราดรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทยครับ ผมไม่เห็นด้วยกับที่ทาง คณะรัฐมนตรีจะได้ถอนร่างฉบับนี้ออกไป เมื่อสักครู่นี้ทางท่านผู้นำฝ่ายค้านขอฟังเหตุผล เช่นเดียวกันผมก็จะขอฟังเหตุผล แต่ว่าอย่างไรก็ดีผมต้องเสนอเป็นญัตติว่าผมไม่เห็นด้วย กับการถอนร่างของทางคณะรัฐมนตรี ผมขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านภราดรครับ เดี๋ยวญัตติมันจะซ้อน ให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงตามที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านขอก่อน เดี๋ยวท่าน เสนอญัตติได้ว่าท่านไม่เห็นด้วยที่จะให้ถอนจะได้ไม่ซ้อนญัตติ ท่านรอนิดหนึ่งนะครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ได้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ เมื่อสักครู่ผมยกมือค้างไว้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับเนื่องจากว่า มีมติคณะรัฐมนตรี แล้วก็เมื่อสักครู่ท่านประธานแจ้งว่ามีหนังสือจากคณะรัฐมนตรีมาถึงสภา ผมพยายามจะหาบนโต๊ะผม บนโต๊ะข้าง ๆ จริง ๆ ต้องขอบพระคุณเจ้าหน้าที่วันนี้ไฟติดแล้ว ไม่เห็นว่ามีหนังสือฉบับดังกล่าวมา ถ้าท่านอยากจะช่วยสภาประหยัด ท่านขึ้น QR Code ก็ได้ ผมจะได้ยิง QR Code เปิดดูว่ามันมีเหตุผลที่อยู่ในหนังสือฉบับดังกล่าว ขอหนังสือ สักนิดหนึ่งก็ยังดี อย่าให้พวกผมต้องไปอ่านเองว่ามติ ครม. ว่าอย่างไร แล้วหนังสือที่มาสภา ท่านเขียนเหมือนมติ ครม. ที่มาหรือเปล่า ต้องรบกวนจริง ๆ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หนังสือของ คณะรัฐมนตรี ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ได้มาถึงสภาแล้ว สภารับเมื่อเวลา ๑๒.๓๘ นาฬิกา ตามหนังสือฉบับนี้ เดี๋ยวช่วยขึ้น QR Code หรือหนังสือฉบับนี้ให้คุณณัฐวุฒิด้วยครับ หรือเอาไปให้คุณณัฐวุฒิก็ได้ครับ เดี๋ยวผมคงไม่ต้องอ่านเพราะสั้น ๆ นะครับ มาแล้วมาตั้งแต่ เมื่อวานนี้เวลา ๑๒.๓๘ นาฬิกา เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังได้ชี้แจงเหตุผลที่คณะรัฐมนตรีได้ขอถอนตามที่ผู้นำฝ่ายค้านได้ขอทราบ เหตุผลครับ เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังครับ ต้องเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่นำเสนอโดยกระทรวงการคลังหลังจากที่ได้รับ มอบหมายให้ไปดำเนินการยกร่างโดยคณะรัฐมนตรี จึงเป็นกระทรวงการคลังที่ทำหนังสือ เข้ามาที่คณะรัฐมนตรีเพื่อขอถอนร่างนะครับ ซึ่งต้องกราบเรียนท่านสมาชิกที่ได้มีคำถาม เกี่ยวกับเหตุและผลในการที่คณะรัฐมนตรีมีมติในการถอนร่างร่างพระราชบัญญัติ สถานบันเทิงครบวงจรนั้น🔗

ประเด็นแรก ด้วยสถานการณ์การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากครับ มีการปรับองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรี แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ มีรัฐมนตรีใหม่ที่เข้าร่วมกับคณะ ครม. ที่ประชุมกันอยู่เกือบครึ่ง ๑๔ ท่าน ซึ่งเป็นจำนวน ที่ค่อนข้างมากจึงเป็นเหตุและผลที่มีความเหมาะสมเองที่จะให้ทางคณะรัฐมนตรีที่เป็น ชุดใหม่ประกอบเข้าด้วยกันมีโอกาสในการทบทวน เพื่อที่จะได้พิจารณาให้รอบคอบ อีกครั้งหนึ่ง อันนี้เป็นสาเหตุซึ่งทางกระทรวงการคลังได้ทำเรื่องเข้ามายังคณะรัฐมนตรี🔗

ประเด็นที่ ๒ ยอมรับว่าในขณะนี้ยังมีความไม่เข้าใจในเรื่องของตัวกฎหมาย ด้วยจิตเจตนาของรัฐบาลต้องเรียนด้วยความเคารพว่าเรามีความประสงค์ดีในการที่จะ ให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ให้เกิดการจ้างงาน ให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่นะครับ เพื่อให้มันมีการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นคนสร้าง Man-made Tourist Destination เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาคการท่องเที่ยว อันนี้เป็น เจตนาประสงค์ของรัฐบาลจริง ๆ และเรายังมีความเชื่อมั่นว่ากลไกในการขับเคลื่อนเรื่องของ Entertainment Complex มันเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่เนื่องด้วยความเข้าใจในสังคมยังมีความหลากหลายมันมีความจำเป็นจะต้องให้เวลากับ สังคมได้พิจารณาอย่างรอบคอบ กลไกการเปลี่ยนแปลงกฎหมายทุกคนก็ทราบดีว่า เราสามารถดำเนินการได้ในหลายขั้นตอนรวมถึงขั้นตอนของสภา ซึ่งตรงนี้มันเป็นสิทธิ อันชอบธรรมของสมาชิกอยู่แล้วหากกฎหมายใดก็ตามเข้ามาสู่การพิจารณาแล้วจะมีการ ปรับเปลี่ยนแก้ไขเพื่อให้มันเกิดความรัดกุม เกิดความเหมาะสมขึ้น เพราะฉะนั้นจุดนี้ไม่ใช่จุด สาเหตุที่สำคัญที่รัฐบาลบอกว่ากฎหมายมีปัญหาหรือไม่ เพราะโดยหลักการและเหตุผล เรามีความเชื่อมั่นว่ามันเป็นเหตุผลและหลักการที่เป็นประโยชน์กับสังคม อย่างไรก็ตาม ยังมีความหลากหลายทางความคิดอยู่ในสังคม และในขณะนี้ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ประเทศไทยมีปัญหารุมเร้าหลายประการ ไม่ว่าปัญหาชายแดน ไม่ว่าปัญหาในด้านของ เศรษฐกิจในระดับโลกที่มีเรื่องของ Trade War ต่าง ๆ ปัญหาเหล่านี้ทางรัฐบาลรับทราบ และมองว่าการลดปัจจัยในเรื่องความขัดแย้งในสังคมลงน่าจะช่วยผ่อนเบาสถานการณ์ ได้ดีขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่เราตัดสินใจว่าการถอนร่างกฎหมายในวันนี้น่าจะเป็น ประโยชน์กว่า🔗

ส่วนคำถามที่ ๒ ของท่านผู้นำฝ่ายค้าน ด้วยความเคารพนะครับ ท่านถามว่า แล้วกฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้วผมยืนยันได้หรือไม่ว่าจะเข้ามาใหม่อีกครั้งหรือไม่ ก็ต้องตอบ ด้วยความเคารพว่าผมตอบไม่ได้ เพราะว่าอำนาจที่คณะรัฐมนตรีมอบให้ผมมามันเป็นเรื่อง ของการมาถอนกฎหมาย ซึ่งมีจดหมายมายังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างครบถ้วน ในประเด็นอื่นนอกเหนือจากนี้ด้วยตัวบุคคล ๑ คน ไม่สามารถที่จะให้คำตอบใด ๆ กับท่านได้ แต่เราท่านก็รู้กันดีว่ากฎหมายลักษณะนี้ใช้กระบวนการในการดำเนินการค่อนข้างนาน แน่นอนว่าในสภาหากยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างยิ่งใช้เวลานานเป็นเท่าตัว เพราะฉะนั้น ด้วยเวลาที่จำกัดนี้เราก็ต้องไปดูเองว่ามันมีโอกาสที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้หรือไม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นผมตอบได้เพียงเท่านี้ครับ เพราะผมจะตอบ นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้มาตอบในสภาผู้แทนราษฎร คงดำเนินการไม่ได้ ก็เรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังครับ เชิญท่านภราดร ปริศนานันทกุล เชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมฟัง ท่านรัฐมนตรีได้ตอบคำถามที่ทางท่านผู้นำฝ่ายค้านได้กรุณาถามหาถึงเหตุผล และต้องการ ให้ท่านรัฐมนตรีนั้นได้ยืนยันกับสภาแห่งนี้ นั่นหมายความว่าการยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า ท่านจะไม่นำร่างนี้กลับเข้ามาอีกแล้วใช่หรือไม่ ท่านตอบว่าท่านตอบไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น ผมจึงจำเป็นที่จะต้องขอใช้เวลาท่านประธานสัก ๓-๔ นาทีเท่านั้นล่ะครับ เพื่อที่จะสอบถาม ท่านรัฐมนตรีเพราะผมฟังคำตอบของท่านรัฐมนตรีแล้วผมไม่แน่ใจในท่าทีครับ ผมไม่แน่ใจ ในท่าทีของคณะรัฐมนตรีต่อแนวทาง Entertainment Complex ที่มีกาสิโนรวมอยู่ด้วย วันหนึ่งท่านบอกท่านจะเอา จะเป็นจะตายต้องเอาให้ได้ ต้องผลักดันเข้าสู่วาระการประชุม โดยเร่งด่วน ข้ามทุกระเบียบวาระขึ้นมาเป็นวาระที่ ๑ พรรคภูมิใจไทยขณะนั้นได้แสดง ความไม่เห็นด้วย ได้แสดงความคัดค้านว่ายังไม่เห็นด้วยกับร่างฉบับนี้ ท่านบอกพวกผม ภูมิใจไทยขวาง พี่น้องประชาชนลงถนนเป็น Mop แสดงความไม่เห็นด้วยกับท่าทีของรัฐบาล รัฐบาลบอกว่าพวกนี้หน้าเดิม พวกนี้คือพวกที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลของท่านมาแต่ไหน แต่ไรแล้ว วันที่ท่านไม่เอาคือวันนี้ครับ ท่านก็มีเหตุผลอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้บอกเมื่อสักครู่ ผมย้อนให้ท่านประธานฟังสั้น ๆ นิดเดียวครับ เหตุผลผมฟังท่านรัฐมนตรีตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ ท่านรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ท่านบอกว่าท่านอยากจะถอนเรื่องนี้ออก เพราะยังมี ปัญหาเรื่องอื่นที่ประชาชนให้ความสนใจมากกว่านั่นคือปัญหาเรื่องการแก้ไขปัญหาชายแดน กับกัมพูชา ผมฟังแล้วผมต้องมาฟังซ้ำใหม่ครับท่านประธานว่า เอ๊ะ กาสิโนนี่มันเกี่ยวข้อง อะไรกับปัญหากัมพูชา ทำไมเอาปัญหากาสิโนไปเกี่ยวพันกับกัมพูชา นึกขึ้นมาได้ถึงคลิปครับ ก็เลย อ้อ หรือว่ามันเป็นเพราะคลิป เป็น Deal ลับ ระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีกับ Uncle ที่ไปบอกว่าอะไรล่ะ จะเอาอะไรขอให้บอก ผมต้องถามท่านรัฐมนตรีครับว่าอันนี้มันคืออะไร ขอให้บอก อยู่ใน Deal นั้นด้วยหรือเปล่า เมื่อวานนี้คณะรัฐมนตรีให้เหตุผลอีกอันหนึ่งครับ ให้เหตุผลบอกว่ามีการปรับเปลี่ยนในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี มีการปรับเปลี่ยนในตัวของ รัฐบาล ผมเรียนกับท่านประธานแบบนี้ครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังซึ่งเป็นต้นเรื่อง เมื่อสักครู่นี้ท่านก็ยืนยันเองว่ากระทรวงการคลัง เป็นต้นเรื่องที่เสนอเรื่องนี้เข้าสู่สภา ก็ยังอยู่เหมือนเดิมนี่ รัฐมนตรี ๑ ท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการ อีก ๒ ท่าน ๓ คนไม่มีเปลี่ยนเลยครับ แล้วมันเปลี่ยนหน้าแบบไหนล่ะครับ มีเปลี่ยนอย่างเดียว เท่านั้นล่ะครับ ก็คือไม่มี ๘ คนที่เป็นสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยออกมาจากคณะรัฐมนตรี มีเปลี่ยนอย่างเดียวเท่านั้นล่ะครับ ก็คือไม่มี ๖๙ เสียง ของพรรคภูมิใจไทยอยู่ในฟากฝั่ง รัฐบาลแล้ว นี่คือการเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ จะเห็นว่าเหตุผลต่าง ๆ นี่ ไม่มีประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ในสมการของการถอยของท่านเลย นี่คือเหตุผล ทางการเมืองล้วน ๆ ครับ ท่านถอนทำไมครับ ในเมื่อท่านบอกยืนยันเมื่อสักครู่ว่าอันนี้เป็น นโยบายเรือธงของรัฐบาล เป็นนโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ผมใช้เวลาอีกสักครู่ ท่านประธานครับไม่นานนัก ผมกำลังจะสรุปครับ เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่จะผลิต รายได้ให้กับประเทศเป็นแสนล้าน แล้วท่านถอนทำไมล่ะครับ ผมจึงได้บอกว่าผมไม่แน่ใจ ในท่าที ท่านบอกว่าท่านชะลอเพื่อเอากลับไปแล้วจะเสนอใหม่ในเวลาที่เหมาะสม ผมถาม ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีครับ เวลาที่เหมาะสมของท่านคืออะไร ความเหมาะสมของท่าน คืออะไร เหมาะสมหมายถึงเสียงในสภาที่เมื่อท่านไป Deal กับงูเห่าเรียบร้อยท่านถึงจะเอา กลับมาเพื่อให้แน่ใจว่าเสียงในสภาแห่งนี้เพียงพอที่จะผ่านร่างให้ท่านหรืออย่างไร ท่านต้อง ตอบครับ ผมเรียนกับท่านประธานก่อนที่จะมีการลงมติ ผมบอกกับท่านประธานแบบนี้ว่า อย่าไปบิดเบือนเจตนารมณ์ของพวกผม ว่าไหนว่าพวกผมไม่เห็นด้วยกับกาสิโน แล้วพวกผม จะให้มีการพิจารณาวันนี้ทำไม ทำไมพวกผมไม่ยอมให้รัฐบาลได้ถอนไป ผมเรียนกับ ท่านประธานแบบนี้ว่าอย่าไปบิดเบือนเจตนารมณ์ของพวกผม พวกผมยืนยันอยู่บนจุดยืนเดิม ของพวกผมคือพวกผมไม่เห็นด้วยกับกาสิโนและไม่มีวันเห็นด้วย เพราะฉะนั้นอย่าไปบิดเบือน สิ่งที่ผมกำลังจะให้พิจารณาต่อในวันนี้เหตุเพราะว่าพวกผมจะแสดงจุดยืนของผมให้เห็นว่า การถอนออกไปของท่านมันไม่เท่ากับการยกเลิก ผมอยากจะเห็นการยกเลิก ผมไม่อยากจะ เห็นนโยบายเรื่องนี้เข้ามาอยู่ในสภานี้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นผมจึงจำเป็นที่จะต้องเดินหน้า พิจารณาเพื่อลงมติไม่เห็นด้วย แล้วเพื่อถอนรากถอนโคนกฎหมายฉบับนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้ท่านเลื่อนเพราะอะไร มากไปกว่านั้นสิ่งนี้ท่านประธานยืนยันได้ นโยบายเรื่องกาสิโนเป็นนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวจีนเป็นอย่างมาก ผมเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีก็ทราบดี วันที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเยือนประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ท่านได้คำเตือนจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ๒-๓ เรื่อง ด้วยกัน ผมเชื่อว่าเมื่อเช้านี้เป็นข่าวหลายช่องทาง โดยท่านหัวหน้า อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กรุณาเล่าให้ฟัง ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ท่านประธานเองก็สามารถที่จะยืนยันได้ถึงแนวคิดของมหาอำนาจคือ ประเทศจีน เพราะท่านประธานเพิ่งจะไปเยือนประเทศจีน ไปเยือนท่านประธานสภาประชาชน แห่งชาติจีนเมื่อไม่กี่วันนี้ ไปพร้อมกับคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. จังหวัดอ่างทอง น้องชายผมนี่ล่ะ ก็มีการหารือกับประธานสภา จ้าว เล่อจี้ ประธานสภาก็ได้ยืนยันคำเดิมอีก ว่าด้วย ๒-๓ ประเด็น เขาจะไม่ให้คนจีนมาลงทุนเรื่องกาสิโนในต่างประเทศ เขาจะไม่ให้ คนจีนมาบริหารกาสิโนในต่างประเทศ และเขาจะไม่สนับสนุนให้คนจีนไปเล่นการพนัน ในต่างประเทศ นี่จึงเป็นแนวทางการ Sanction ของมหาอำนาจ แล้วบอกกับประชาชน ของเขาว่าเขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมยืนยันบอกกับท่านประธานว่า พรรคภูมิใจไทยของพวกผมไม่ต้องการเห็นนโยบายนี้เดินหน้าอีกต่อไป ผมจะเห็นด้วยกับ ท่านรัฐมนตรีในการถอนร่างนี้ก็ได้ ถ้าท่านรัฐมนตรีสามารถที่จะยืนยันต่อสภาแห่งนี้ และยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าในสภาชุดนี้ ชุดที่ ๒๖ ท่านจะไม่มีการพิจารณาเรื่องกาสิโน เรื่อง Entertainment Complex ในสภาชุดนี้อีก ผมไม่ติดใจ ผมยินยอมให้ท่านถอนโดยดี แต่ถ้าผิดไปจากนี้ผมจำเป็นที่จะต้องขอมติจากสภาแห่งนี้ แล้วหลังจากนี้ลงสู่สนามเลือกตั้ง ท่านจะไปหาเสียงเชิญครับ ท่านไปหาเสียงกับพี่น้องประชาชน ต้องการกาสิโนเลือก พรรคเพื่อไทย ไม่ต้องการกาสิโนเลือกพรรคโน้น พรรคนี้ แล้วท่านกลับมาได้ กลับมาชนะ ท่านมาเสนออีกครั้งไม่ว่าอะไรครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านภราดร เรียกว่าครบประเด็นที่ท่านต้องการนะครับ เดี๋ยวฟังครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ ขอคำยืนยันจากท่านรัฐมนตรีอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ เอาตามที่ ท่านภราดรต้องการคำตอบจากรัฐมนตรีตอบสักนิดหนึ่ง เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ต้องเรียน ด้วยความเคารพนะครับ มีการอภิปรายซึ่งพาดพิงให้เกิดความเสียหายค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ประท้วงกัน ใช้เวทีในการอภิปรายในการตอบให้เกิดความชัดเจน ประเด็นแรกเลย ไม่มีหรอกครับ Deal ลับอะไรที่ไปพูดคุยกันในเรื่องของการทำ Entertainment Complex โดยเฉพาะที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดคุยทางโทรศัพท์แล้วก็โดนแอบอัดเทป เราก็เห็นได้ชัด หากท่านฟังด้วยใจเป็นกลาง ท่านก็จะรู้ว่าไม่มีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นกับประเทศแม้แต่ ประเด็นเดียว การไป Deal ไปแอบกินข้าวคุยกัน ผมไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน แต่ในกรณีนี้ไม่มี ๒. ผมเรียนอย่างนี้ว่าสิ่งที่ผมได้ตอบในช่วงต้น หากท่านฟังท่านจะรู้ว่าสมการนี้มีประชาชน อยู่ตลอด เพราะเราก็บอกชัดเจนว่าอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของสถานการณ์ที่ประชาชนยังมีความ ขัดแย้ง ยังมีความไม่เข้าใจในตัวกฎหมายเองก็ตาม ก็จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่พวกเราตัดสินใจว่า จะถอนตัวกฎหมายนี้ออกไป คณะรัฐมนตรีในส่วนกระทรวงการคลังครบถ้วน ๓ คน เหมือนเดิม ท่านพูดถูก แต่คณะรัฐมนตรีใหม่ก็มีจำนวนมากจริง ๆ แล้วคนเหล่านั้นก็ควรจะ ได้มีสิทธิในการทบทวนกฎหมายซึ่งเป็นเรื่องปกติ กฎหมายบางฉบับที่มีค้างอยู่ในขั้นตอน ของคณะรัฐมนตรีก็ตาม ของสภาก็ตาม หากมีการเปลี่ยนตัว โดยเฉพาะเปลี่ยนหัวรัฐมนตรี ประจำกระทรวง หลายครั้งเราก็เห็นว่ามีการถอนกลับไปเพื่อที่จะไปทบทวนอีกครั้งหนึ่ง กฎหมายนี้เช่นเดียวกัน เป็นกฎหมายที่มีความจำเป็นจะต้องนำกลับไปพิจารณาให้มี ความรอบคอบ ส่วนจะกลับเมื่อไรท่านจะมาให้ผมตอบ ผมตอบไม่ได้ท่านก็รู้ ท่านเป็น รองประธานสภามาก่อน ท่านต้องมีความรู้เพียงพอว่าจะมาให้ตอบในเรื่องที่ตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี ท่านอาจจะอ้างว่าท่านเสนอญัตติบอกว่าไม่ให้ถอน เพื่อพิจารณาให้ตกเลย ท่านสามารถทำได้ แต่เอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน กฎหมายตกหรืออะไร ก็ตามมันก็ตกอยู่ในสมัยประชุมนี้ สมัยประชุมหน้าก็ยื่นใหม่ได้อีก ไม่ได้หมายความใด ๆ ว่า หากมีการพิจารณาจบสิ้นไปแล้วจะไม่สามารถนำเสนอได้อีกตลอดชีวิต ตลอดชาติ มันไม่มี ก็รู้เท่ากัน เพราะฉะนั้นเหตุผลอย่างนั้นไม่ควรยกอ้าง แต่หากจะตัดสินใจเดินทางการเมืองเพื่อที่จะให้เกิดการลงมติที่ขัดแย้งกันอันนั้นเป็นสิทธิครับ ท่านสมาชิกทุกท่านลงมติกันได้เลย อันนี้เป็นสิทธิที่ทุกคนสามารถทำได้ ในส่วนที่มีการกล่าว อ้างโดยเฉพาะเมื่อคืน ด้วยความเคารพ ท่านอนุทินมีการโพสต์เฟซบุ๊ก ยกในเรื่องของการ พูดคุยกับผู้นำระหว่างประเทศ ผมไม่ได้อยู่ในที่นั้นครับ แต่ด้วยความเคารพนะครับ โดยมารยาทปกติการพูดคุยกับผู้นำระดับประเทศเขาไม่เอาออกมาจากที่ลับมาพูดในที่แจ้ง ผมก็ไม่รู้ว่าการพูดคุยนั้นเป็นอย่างไร แต่เราคงไม่บริหารประเทศโดยอาศัยพิจารณาจาก ประเทศใด ๆ ที่ไม่ใช่ประเทศไทยเป็นหลัก พวกผมบริหารประเทศพวกผมเอาประชาชน คนไทย พวกผมเอาสภาไทยเป็นหลัก พวกท่านเห็นชอบ ไม่เห็นชอบลงมติกันตามนั้น แต่ไม่ได้พิจารณาจากปัจจัยภายนอกอย่างที่ท่านพยายามที่จะนำเสนอให้กับที่ประชุมแห่งนี้ กฎหมายฉบับนี้เสนอเข้ามาหลายเดือนแล้ว วันที่เข้ามานี่ถึงแม้ว่าองค์ประกอบของ คณะรัฐมนตรีจะมีความแตกต่าง แน่นอนครับ มีบางพรรคการเมืองถอนตัว บางพรรค การเมืองยังคงอยู่ด้านในของคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลเหมือนเดิม แต่วันที่นำเสนอเข้ามา พรรคท่านก็ร่วมในการนำเสนอเข้ามาด้วย โดยผู้บริหารของท่านก็อยู่ในคณะรัฐมนตรี ท่านอาจจะบอกว่าไม่ได้มีความเห็นด้วยตั้งแต่ต้น ผมไม่รู้ครับ เพราะว่าเวลานำเสนอ ต่อสื่อมวลชนก็ยังเห็นบอกว่าเห็นดีเห็นงามด้วยทุกครั้งไป วันนี้มีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล ท่านตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแนวความคิด อันนี้ผมยอมรับครับ เพราะอย่างที่ได้เรียน ไปแล้วระยะเวลาเปลี่ยน กาลเวลาเปลี่ยนมันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ผมไม่เข้าใจว่าทำไม วันนั้นถึงบอกว่าสนับสนุน เพียงเพื่อจะอยู่ในรัฐบาล เพียงเพื่อจะอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ท่านไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย ท่านมายกมือให้อย่างนั้นหรือครับ เป็นอย่างนั้นหรือครับ ผมไม่เชื่อ ถ้าไม่เห็นด้วยวันนั้นก็ถอนตัวจากรัฐบาลตั้งแต่วันนั้นไปแล้ว แต่วันนี้มาปรับเปลี่ยน แนวความคิดอันนี้เรายอมรับกันได้ทุกฝ่ายมันเปลี่ยน เวลามันเปลี่ยน คนมันเปลี่ยน ก็ยิ่งเป็น สาเหตุที่วันนี้พวกผมเอาเข้ามาในสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้เราลองถอยมา สักก้าวหนึ่ง แล้วลองมาพิจารณาอีกครั้ง ถามว่าจะกลับมาเมื่อไรท่านก็รู้เท่ากับผมว่ามันตอบ ไม่ได้ ผมไม่ใช่คณะรัฐมนตรี ผมเป็นรัฐมนตรี ๑ คนในองค์คณะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมคิดว่าประเด็น ที่ท่านภราดรได้ถามท่านรัฐมนตรีก็ได้ตอบครบถ้วนแล้ว เราก็จะได้ดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากว่าข้อบังคับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผม ผู้นำฝ่ายค้าน ขออนุญาตครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดียวอันนี้เพื่อให้ ต่อเนื่องครับ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบท่านภราดรไปแล้ว ท่านภราดรถ้าไม่เห็นด้วยกับญัตติ ที่ขอถอนนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผู้นำฝ่ายค้านครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้าน ขออภัยด้วย ข้างบนมองไม่เห็น เชิญครับท่านผู้นำฝ่ายค้านครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ผู้นำฝ่ายค้านครับ ขอต่อเนื่องประเด็นที่ผมได้ยกมือ หารือท่านประธานไปก่อนหน้านี้ว่าอยากจะขอฟังเหตุผลจากทางรัฐบาลก่อนนะครับ ซึ่งอันนี้ ก็ต้องนำเรียนด้วยความเคารพจากเหตุผลที่ท่านจุลพันธ์ได้ให้ไว้เป็นบันทึกในที่ประชุมสภา พวกผมเองอาจจะยังไม่สามารถที่จะยอมรับเหตุผลของท่านได้จริง ๆ ผมขอเพิ่มเติมนิดเดียว ครับท่านประธาน ผมทราบว่าทางท่านจุลพันธ์อาจจะไม่สามารถตอบชี้แจงแทนคณะรัฐมนตรีได้ แต่ผมทราบว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี คุณแพทองธาร ชินวัตร มาที่สภานะครับ ดังนั้นถึงแม้ ท่านเองจะถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ท่านสามารถเข้าร่วมประชุมสภาได้ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลมีความจริงใจให้นายกรัฐมนตรี มาตอบชี้แจงเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าท่านตอบได้ครับ ดังนั้นจากเหตุผลที่ ทางท่านจุลพันธ์ได้ให้ไว้ที่พวกผมยังไม่สามารถยอมรับได้ ก็อยากจะให้เดินหน้าสู่การลงมติ แต่เพื่อให้เพื่อนสมาชิกมีโอกาสได้อภิปรายเหตุผลเพิ่มเติม อยากจะขอเสนอเป็นญัตติคัดค้าน การใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เช่นเดียวกันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ของคุณภราดรก็ยืนยันมตินะครับ ขอผู้รับรองอีกครั้งหนึ่งของท่านภราดรครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นี้ ได้กำหนดว่าระเบียบวาระที่ประธานได้บรรจุไว้แล้ว ถ้าจะมีการถอน หรือแก้ไขนั้นต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุม เมื่อมีการเสนอและที่ประชุมยังมีผู้ไม่เห็นด้วยอยู่ ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับคณะรัฐมนตรีที่ให้ถอน หรือไม่เห็นด้วยกับให้ถอน ก็มีญัตติแค่นี้นะครับ ก่อนที่จะดำเนินการในการขอมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน นะครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงเมื่อสักครู่นิดหนึ่งครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นิดหน่อยนะครับ เดี๋ยวจะขอมติแล้ว เชิญคุณรังสิมันต์ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานนิดเดียวครับ คือจริง ๆ เราเข้าสู่ญัตตินะครับ จริง ๆ ผมคิดว่าทั้ง ๒ ฝ่าย ก็ต้องให้เหตุให้ผลนะครับท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่าเราจะรีบตัดจบได้อย่างไรนะครับ ดังนั้นผมว่าเมื่อเข้าสู่ญัตติก็ต้องมีการ พิจารณาเรื่องเหตุเรื่องผล แต่ประเด็นที่ผมขออนุญาตท่านประธานก็คือเป็นเรื่องของการ ชี้แจงในประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้พาดพิงผม เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตใช้สิทธิเมื่อสักครู่ ที่ถูกพาดพิง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการพูดถึงเรื่องการกินข้าว พูดกันตรงไปตรงมาครับ มันหมายถึงผม เรารู้กันดีเป็นข่าวในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่าการไปนัดกินข้าวในช่วงเวลาที่ผ่านมา ใกล้ ๆ กันนี่มีใครบ้าง ท่านไม่ต้องหัวเราะครับ ผมกล้าที่จะยืนยันกับท่านว่าใช่ครับ การกินข้าว มีอยู่จริง แต่การกินข้าวไม่ได้เป็นลักษณะของการไป Deal เพื่อร่วมรัฐบาลอะไรผมยืนยัน ตรงนั้น แล้วสิ่งที่ผมพูดทั้งหมดเป็นความจริง ผมไม่ได้มีพฤติกรรมในการตระบัดสัตย์อะไร ทั้งสิ้น ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมต้องยืนยันกับท่านประธานแล้วก็พูดเรื่องนี้ด้วยความแปลกใจ ผมเอง ก็เพิ่งทราบว่าการกินข้าวของผมมันจะเขย่ารัฐบาลให้สะเทือนได้ขนาดนี้ มันแสดงให้เห็นถึง ความเปราะบางของรัฐบาลขนาดนี้ได้อย่างไร ผมไม่เคยนึกเลยครับท่านประธานว่าการกินข้าว ของผมจะกลายเป็นว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการต้องหยิบเอาประเด็นนี้เพื่อมา Discredit กัน อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในการอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจนะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาเรื่องประเด็น ที่พาดพิงพอครับ เพียงพอแล้วครับ เอาเรื่องพาดพิงนะครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่าสิ่งที่เรากำลังพูดกันอยู่ซึ่งท่านไม่ควรที่จะแวะมาที่ผม แต่สิ่งที่เริ่มต้นด้วยท่านผู้นำฝ่ายค้านคือเราต้องการจะรู้ว่าตกลงแล้วท่านจะเอากฎหมายฉบับนี้ กลับเข้ามาไหม ท่านควรจะตอบให้มัน Clear ตอบให้มันชัดเพราะเรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ ไม่ใช่กลายเป็นว่าวันนี้เสียงท่านไม่พอ วันนี้กลายเป็นว่าท่านมีปัญหาในเรื่องขององค์ประชุม แล้วท่านก็บอกว่าขอกลับไปตั้งหลักก่อนให้มีความเข้มแข็งก่อนแล้วเดี๋ยววันข้างหน้า จะกลับมาเสนอใหม่ ถ้าทำกันแบบนั้นปัญหาเหตุผลที่ท่านไล่เลียงว่ามีปัญหาระหว่าง ไทย-กัมพูชามีปัญหาต่าง ๆ มากมายนี้มันจะฟังไม่ขึ้นครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณรังสิมันต์ครับ ผมขอเพราะว่าประเด็นที่ท่านพูดก็ซ้ำกับที่ท่านภราดรพูดแล้ว🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานอดทนนิดเดียวครับ ผมพยายามอดทนอดกลั้น ถ้าท่านจุลพันธ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่แวะมาที่ผม ผมก็คงไม่จำเป็น ที่จะต้องมาพูดอะไรขนาดนี้ แต่ท่านประธานด้วยความเคารพครับ เวลาที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน เราต้องการทราบถึงเหตุและผลอย่างตรงไปตรงมานี่ ท่านอาจจะชี้แจงได้ว่าโอเคตอนนี้ ประเทศไทยของเรายังไม่พร้อมในเรื่องของความมั่นคง กฎหมายฟอกเงินต่าง ๆ ยังไม่พร้อม การศึกษายังไม่ดีพอขอกลับไปทำใหม่ แล้วเดี๋ยวถ้าเกิดว่าถึงวันเลือกตั้งแล้วไปว่ากัน ในสนามเลือกตั้งให้ประชาชนได้รับรู้ว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอนโยบายแบบนี้ มัน Fair ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โอเคนะครับ ผมว่ามันจะซ้ำประเด็นแล้วครับ ท่านก็ได้ชี้แจงในสิ่งที่พาดพิงถึงท่าน คิดว่าที่ประชุมคงจะ เข้าใจแล้ว ผมขออนุญาตแค่นี้นะครับท่านรังสิมันต์ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมใช้สิทธิประท้วงท่านประธานครับ ผมต้องใช้สิทธิท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิง แล้วผมก็อธิบาย แล้วผมพยายามทำให้ สถานการณ์ว่ามันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแวะมาที่ผม🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวท่านรังสิมันต์กรุณาฟังประธานสักนิดหนึ่งครับ ผมก็อนุญาตให้ท่านในสิ่งที่พาดพิง แล้วท่านก็อธิบายในสิ่งที่พาดพิงถึงท่านแล้ว ก็ไม่ใช่จะอภิปรายต่อไป ผมก็อนุญาตท่าน เดี๋ยวประท้วงไปประท้วงมา เรื่องที่เรามีความสำคัญจะลงมติแล้วเราจะพิจารณาต่อไปในวันนี้ ก็จะไม่ได้ผล ผมขอความกรุณาจริง ๆ ครับท่านรังสิมันต์ ผมก็รับฟังท่านนะครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอสั้น ๆ นิดเดียว ผมจบแล้วครับ ผมเรียนด้วยความเคารพครับท่านประธาน วันนี้สิ่งที่เรากำลังคุยกันนั่นก็คือเหตุผลของการ ถอนร่าง สิ่งที่ฝ่ายค้านต้องการคือหลักประกันว่าจะไม่มีการเสนอเรื่องนี้อีก อย่างน้อยที่สุด ในสภาชุดนี้ ดังนั้นกรุณาอย่าแวะมาที่ประเด็นอื่น ๆ ผมคิดว่าไม่มีความจำเป็นเลย ขอบคุณครับ🔗

(นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เข้าใจครับ คุณณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๙ ครับ ก่อนหน้าที่ท่านรังสิมันต์จะใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานพูดเสมือนว่าเดี๋ยวจะต้องมีการเตรียมตัวลงมติ ซึ่งไม่ใช่นะครับ ขณะนี้มีญัตติอยู่ ๒ ญัตติ ของท่านภราดรจากพรรคภูมิใจไทย ของท่านผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคประชาชน มันก็ต้องเข้าสู่โหมดการอภิปรายครับ จะสลับกันตามข้อ ๖๖ ข้อ ๖๗ ใด ๆ ก็ว่ากันไปครับ ต้องเปิดให้มีการอภิปรายก่อนครับ แล้วก็มีผู้ที่เตรียมอภิปรายยกมือรอไว้หลายท่านแล้ว ยังไม่ใช่การลงมติในตอนนี้ครับท่านประธานครับ ผมต้องขอให้ประธานวินิจฉัยความถูกต้อง ในการเปิดญัตติและเข้าสู่โหมดการอภิปรายครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒิ คือเมื่อสักครู่นี้ที่ผมขอมติเนื่องจากว่าไม่เห็นผู้ยกมือจะอภิปราย แต่ถ้ามี ผู้ประสงค์จะอภิปราย แต่ว่าญัตติของท่านผู้นำฝ่ายค้านกับคุณภราดรก็ญัตติในทำนอง เดียวกันซึ่งไม่ตรงกับที่รัฐบาลขอ ถ้าจะอภิปรายสัก ๑ ท่าน หรือ ๒ ท่าน ก็จะเปิดให้อภิปรายได้ ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ก็คงจะไม่ใช้เวลามากเพราะว่าประเด็นไม่ได้มากมายอะไร ยินดีครับ ขอให้เสนอชื่อมาครับ หรือจะยกมือก็ได้นะครับ ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับที่ คณะรัฐมนตรีขอถอน ซึ่งท่านภราดรก็ได้อภิปรายมาพอสมควร ท่านผู้นำฝ่ายค้านก็อภิปราย มาแล้ว นอกจาก ๒ ท่านนี้มีผู้ใดขออภิปรายครับ เชิญครับ เอาท่านแรกเลยครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชนหรือพรรคก้าวไกล ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาขออนุญาตหารือก่อนว่าในส่วนของพรรคประชาชน ผมอาจจะเห็นต่าง จากท่านประธานนะครับว่าญัตตินี้ไม่มีประเด็นที่มากมาย ผมคิดว่าญัตตินี้มีความสำคัญมาก แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามก็เคารพท่านประธานว่าจะมีผู้อภิปรายจากทางพรรคประชาชน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ถึงจุดยืนของเราทั้งหมด ๒ ท่าน แล้วก็แต่ละท่านก็จะพยายาม ใช้เวลาไม่นานครับ อาจจะไม่มากกว่า ๗ นาทีที่เราใช้โดยทั่วไป หรือว่าไม่มากกว่า ๗-๘ นาที ที่ท่านภราดรผู้เสนอญัตติใช้เมื่อสักครู่อย่างแน่นอน ถ้าเป็นแบบนี้ท่านประธานพอยอมรับ ได้ไหมครับ มีผู้อภิปราย ๒ ท่าน แล้วก็ท่านละไม่เกินประมาณ ๗-๘ นาทีครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตกลงท่านพริษฐ์ เสนอในของฝ่ายค้านว่าขอสัก ๒ ท่าน ใช่ไหมครับ เห็นตรงกันนะครับว่า ๒ ท่าน ได้ครับ คนละ ๗ นาที ตามที่เราเคยคุยกัน ได้ครับ เชิญครับ ๒ ท่านนะครับ แล้วส่วนฝ่ายรัฐบาลที่จะ สนับสนุนญัตติของคณะรัฐมนตรีที่เสนอขอเลื่อนก็ได้สัก ๒ ท่าน หรือ ๑ ท่านก็แล้วแต่ครับ อภิปรายได้ครับ คนละ ๗ นาที เชิญครับ ท่านแรกก่อนครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายแสดงความเห็นต่อญัตติที่ทาง ครม. ได้ยื่นมาเพื่อ ขอถอนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... หรือว่ากาสิโนนั้น ผมคิดว่าต้องเริ่มต้นจากจุดยืนภาพใหญ่ที่สำคัญของพรรคประชาชนก่อน นั่นก็คือจุดยืนที่ว่า ทางผมและพรรคประชาชนนั้นไม่เห็นด้วยกับแนวทางการดำเนินนโยบายและเนื้อหาสาระ ในร่าง พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอ เข้ามาที่สภา เหตุผลความจริงหลากหลายครับ แต่ผมขอสรุปสั้น ๆ ให้เห็นถึง ๓ เหตุผลหลัก ว่าทำไมเราไม่สามารถเห็นด้วยได้🔗

เหตุผลประการที่ ๑ ผมเห็นว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลมักจะ อ้างถึงเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรนั้นยังไม่ชัดเจน ถ้าเราจะ พูดถึงผลประโยชน์เรื่องการท่องเที่ยวที่ทางรัฐบาลมักอ้างถึงนั้นเราก็จะเห็นว่าไม่ได้มีรายงาน ผลการศึกษาที่รอบคอบและรอบด้านเพียงพอ หรือแม้กระทั่งประเด็นที่มีการพูดคุยกัน เมื่อสักครู่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวจีน ผมก็ต้องยืนยันว่าผมไม่ได้ บอกว่าเราควรจะเดินตาม ซ้ายหัน ขวาหันตามความต้องการของประเทศอื่น แต่ตอนนี้ ผมถามหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ว่าท่านได้คำนึงถึงไหมว่ามันมีความเสี่ยงว่าหากเดินหน้า นโยบายนี้อาจจะกระทบต่อนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มเติม หน่วยงานตอบผมกลับว่ายังไม่เคย คำนึงถึง หรือแม้จะมองข้ามเรื่องผลประโยชน์ทางการท่องเที่ยวไป อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมาก เป็นตัวแปรที่สำคัญต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและผลกระทบทางสังคมก็คือจำนวนผู้เล่น คนไทยที่รัฐบาลคาดว่าจะเข้าไปเล่นในกาสิโน ในสถานบันเทิงครบวงจร แต่ตลอดหลายเดือน ที่ผ่านมาครับ ผมถามรัฐบาลคำถามสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าท่านคาดว่าจะมีคนไทยเข้าไปเล่นกี่คน คำตอบรัฐบาลไม่เคยเหมือนกัน บางวันรัฐบาลก็ไปหยิบเอารายงานของเอกชนเจ้าหนึ่งมาบอกว่าถ้าเดินหน้านโยบายนี้จะทำ ให้ประเทศไทยมีสถานบันเทิงครบวงจรเป็นอันดับ ๓ ของโลก แต่พอไปพลิกดูรายงาน จะเห็นว่าผลลัพธ์นั้นอยู่บนสมมุติฐานและการคำนวณว่าจะมีจำนวนคนไทยเข้าไปเล่น ในกาสิโนสูงถึง ๒๑ ล้านครั้งต่อปี แต่พอวันถัดมาเราไปดูแถลงข่าวของท่านรัฐมนตรี ในวันที่ ๔ มิถุนายน และไปดูตัวเลขที่ขึ้นสไลด์ในวันนั้นเกี่ยวกับรายได้จากค่าธรรมเนียม คนไทยเข้ากาสิโน บวกลบ คูณหารกลับมากลับได้คำตอบว่าจำนวนคนไทยที่มีการคาดการณ์ ว่าจะเข้านั้นอยู่ที่ ๗๔๐,๐๐๐ ครั้งต่อปี และเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมขอเอกสาร ในคณะกรรมาธิการงบประมาณจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังว่าเขาคาดการณ์ว่าจะมี คนไทยเข้าไปเล่นกี่คน เขาก็บอกว่าในเมื่อกฎหมายเขียนชัดว่าคนไทยจะไปเล่นได้ ต้องมีเงินในบัญชีเกิน ๕๐ ล้านบาท ต่อเนื่อง ๖ เดือนก็เลยคำนวณมาว่าคนไทยนั้นจะเข้าไปเล่น ๕๐,๐๐๐ ครั้งต่อปี คำถามง่าย ๆ ว่า Model ของรัฐบาลจะมีคนไทยไปเล่นกี่คน กี่ครั้ง คำตอบต่างกันมาก ๒๑,๗๕๐,๐๐๐ ดังนั้นข้อแรกชัดเจนว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจนั้น ไม่ได้มีการศึกษาอย่างรอบคอบ รอบด้าน🔗

ประการที่ ๒ ผมเห็นว่าผลกระทบทางสังคมที่อาจจะเกิดขึ้นจากการ ผ่านร่างกฎหมายนี้นั้นยังขาดมาตรการการป้องกันที่รัดกุมเพียงพอและถูกรับประกัน ในตัวบทกฎหมาย จริงอยู่ครับทุกครั้งที่รัฐบาลแถลงข่าวจะมีการพูดถึงมาตรการในการ ป้องกันการติดการพนัน มาตรการในการป้องกันปัญหาการฟอกเงิน แต่ด้วยความเคารพ หลายมาตรการที่รัฐบาลพูดถึงนั้นไม่มีเขียนอยู่ในตัวกฎหมาย แต่เป็นการบอกว่าให้เป็น หน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายที่จะคลอดออกมาไปกำหนดอีกทีหนึ่ง แบบนี้ผมจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่าในวันนี้คณะกรรมการนโยบายถูกตั้งขึ้นมาซึ่งท่านอาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว มาตรการดังกล่าวนั้นจะมีการดำเนินการ🔗

ส่วนเหตุผลข้อที่ ๓ ที่ทำให้ผมไม่สามารถเห็นด้วยได้กับร่างกฎหมายฉบับนี้ คือผมเห็นว่ากระบวนการในการขับเคลื่อนนโยบายที่ผ่านมานั้น มีหลายขั้นตอนที่ทำให้เรา ไม่น่าไว้วางใจ แม้ผมเข้าใจดีว่ารัฐบาลนั้นสามารถดำเนินบางนโยบายได้แม้ไม่ได้หาเสียงไว้กับ พี่น้องประชาชน แต่ในเมื่อนโยบายนี้เป็นนโยบายที่รัฐบาลไม่ได้หาเสียงไว้ แต่สิ่งที่เราเห็นคือ รัฐบาลกลับเร่งรีบเอากฎหมายนี้ เอานโยบายนี้แซงคิวกฎหมายอื่นหมดเลย แบบนี้จะให้ผม ให้ความไว้วางใจได้อย่างไร🔗

ดังนั้นตรงนี้คือจุดยืนที่สำคัญที่สุดของพรรคประชาชนคือเราไม่เห็นด้วยกับ แนวทางการดำเนินนโยบายและเนื้อหาสาระของร่างกฎหมาย พอเรามีจุดยืนแบบนี้ตอนแรก มีท่าทีว่ารัฐบาลจะเลื่อนผมก็ออกมาพูดว่าผมไม่เห็นด้วย พอมาวันนี้ตัวแทนรัฐบาลมาบอกว่า จะถอนผมก็ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าเราจะมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร มันต้องดูลึก ลงไปกว่านั้นว่าท่านต้องการจะถอนแบบไหน ท่านถอนด้วยความจริงใจหรือท่านถอนเพื่อจะ ซื้อเวลา ถ้าท่านบอกกับผมว่าเหตุผลที่ท่านจะถอนนั้นเป็นเพราะท่านรับฟังข้อทักท้วงของ พวกเรา ของพี่น้องประชาชนและท่านเห็นแล้วว่าร่างกฎหมายนี้มีปัญหาดังนั้นท่านจะถอน อันนี้พอฟังแล้วสมเหตุสมผล แต่สิ่งที่ผมกลัวคือเหตุผลที่แท้จริงของท่านนั้นคือท่านต้องการ ถอนเพื่อจะซื้อเวลา เพราะตอนนี้ท่านมีเสียงในรัฐบาลไม่พอท่านก็เลยต้องการถอน เพื่อซื้อเวลาไปก่อนและพยายามใช้วิธีต่าง ๆ จะในระบบ นอกระบบ เพื่อเติมเสียงให้กับ รัฐบาล และพอเสียงพอเมื่อไรท่านก็จะเอาร่างกฎหมายนี้ลักไก่กลับเข้ามาในสภาอีก รอบหนึ่ง แบบนี้พวกผมไม่สามารถเห็นด้วยได้ แล้วถ้าไปฟังเหตุผลที่ทางรัฐบาลพูดตลอด ๒ วันที่ผ่านมา รวมถึงที่ท่านรัฐมนตรีย้ำอีกรอบหนึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมว่าชัดเจนว่าข้อเสนอ ในการถอนวันนี้ไม่ได้เป็นข้อเสนอบนพื้นฐานของความจริงใจ ผมสรุปให้เห็น ๒ เหตุผลครับ🔗

อย่างแรก ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจำเป็นต้องถอนเพราะว่าองค์ประกอบของ คณะรัฐมนตรีเปลี่ยนแปลงไป อันนี้ผมก็งง เพราะว่าในมุมหนึ่งเหมือนที่เพื่อนสมาชิกพูด ไปแล้ว รัฐมนตรีในกระทรวงการคลังก็ยังเป็นคนเดิม แต่ถึงแม้จะมองข้ามตรงนั้นไป ผมก็ต้อง ถามต่อถ้าท่านบอกว่า ครม. องค์ประกอบเปลี่ยนไปต้องถอนร่างกฎหมาย ครม. ออก แล้วอีก ๗ ฉบับนี่ล่ะครับ ที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุมที่ ครม. เสนอมาท่านจะถอน ด้วยหรือไม่ ผมก็ไม่เห็นท่านพูด🔗

ส่วนเหตุผลที่ ๒ ท่านบอกว่าท่านต้องการเวลาในการรับฟังความเห็นของ ประชาชนเพิ่มขึ้น อันนี้ฟังแล้วก็ยิ่งตลก เพราะตอนที่รัฐบาลพยายามแซงคิวกฎหมายนี้ขึ้นมา ผมนี่ล่ะครับทักท้วงว่าไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ ที่ต้องแซงคิวกฎหมายนี้ ยิ่งในเมื่อประชาชนนั้น มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย วันนั้นท่านตอบกับผมในห้องนี้ว่าฟังความเห็นมาพอแล้ว และช่วงปิดสมัยประชุม สส. รัฐบาลก็ส่งข่าวบอกว่าไปถามความเห็นประชาชนในพื้นที่ ตอบรับเป็นอย่างดี แต่มาวันนี้กลับบอกว่าต้องฟังความเห็นเพิ่มเติม ดังนั้นสำหรับผมโดยสรุปชัดเจนมากว่าข้อเสนอในวันนี้ในการถอนของรัฐบาลนั้นไม่ได้อยู่ บนพื้นฐานของความจริงใจ แต่เหตุผลที่แท้จริงนั้นคงเป็นเพราะว่าเสียงในสภาของท่านนั้น ไม่พอและท่านต้องการซื้อเวลา ผมอยากจะทิ้งท้ายแบบนี้ การพิสูจน์ว่าเสียงท่านพอไหม มันทำกันไม่อยากหรอกครับ เหมือนที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านพูดตอนต้น ถ้าเสียงท่านพอจริง ท่านสามารถถอนร่างนี้ได้อยู่แล้ว ลงมติกันได้อยู่แล้ว ไม่ต้องมาชี้หน้ามาที่ฝ่ายค้าน ไม่ต้องมา ขอเสียงจากฝ่ายค้าน แต่ถ้าท่านไม่อยากจะไปพิสูจน์เรื่องว่าเสียงของท่านพอไหม ทางพวกผม ก็พยายามหาทางออกให้พวกท่าน ท่านไม่ต้องพิสูจน์เรื่องเสียง ท่านแค่พิสูจน์เรื่อง ความจริงใจของท่านว่าท่านฟังข้อทักท้วงของเรา และท่านพร้อมจะถอนร่างนี้ออกไป ด้วยความจริงใจ ท่านแค่เอ่ยปากว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่เสนอร่างกฎหมายที่เป็นปัญหาแบบนี้ เข้าสู่สภาชุดนี้อีกเท่านั้นเลย พวกผมพร้อมสนับสนุน และเหมือนที่ผู้นำฝ่ายค้านพูด ถ้าท่าน ตอบไม่ได้เพราะท่านมีสถานะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนายกรัฐมนตรี แม้ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็อยู่ที่สภาแห่งนี้ ให้ท่านมาตอบก็ได้ ผมเชื่อว่าท่านประธานก็อนุญาต ดังนั้นถ้าท่านยังไม่พร้อมจะให้คำยืนยันกับพวกเราว่าท่านถอนไปแล้วท่านจะไม่นำร่าง ดังกล่าวที่มีปัญหากลับมาเสนอในสภาชุดนี้อีก ก็ชัดเจนว่าท่านไม่พร้อมที่จะพิสูจน์ ความจริงใจของท่าน และถ้าเป็นเช่นนั้นก็อาจจะมีความจำเป็นจริง ๆ ที่ต้องมาพิสูจน์กันว่า ข้อสันนิษฐานของผมว่าเสียงท่านไม่พอนั้นจริงหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนวังใหญ่วิทยา จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน ๕๐ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าเยี่ยมชมรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ทางฝั่งนี้ ๒ ท่านแล้ว ครบหรือยัง ๒ ท่าน ไปทางรัฐบาลก่อน สลับไปทางรัฐบาล ๑ ท่าน ผมจะอนุญาตอย่างนี้นะครับ ให้ข้างละ ๒ ท่าน แล้วก็สรุปนะครับ🔗

(นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธาน ไม่ใช่ค่ะ ท่านประธาน ขออนุญาตประท้วงค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตกลงกันอย่างไรครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

แนน บุณย์ธิดา สมชัย ท่านประธานคะ ไม่ได้มีข้อตกลงว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งจะอภิปรายเท่าไร ขณะนี้เป็นการอภิปราย สนับสนุนญัตติ เพราะฉะนั้นสมาชิกทุกท่านมีสิทธิที่จะลงชื่ออภิปราย และทางฝั่งเรา แล้วก็ ทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าจะตกลงกันอภิปรายแค่ฝั่งละ ๒ ท่านค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือถ้าเราพูดไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่มีข้อยุติ ตกลงท่านแนนจะเอาอย่างไรลองเสนอมาสิครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ การอภิปรายสนับสนุนญัตติเป็นสิทธิของสมาชิกค่ะ ตอนที่เราคุยกันไม่ว่าจะเป็นญัตติอื่น ๆ ถ้าเราพูดคุยกันประมาณสัก ๕๐-๖๐ คน อันนี้ดิฉันเข้าใจได้เพราะมีการตกลงกันว่า เรื่องไม่เยอะ แต่เรื่องนี้ ณ ปัจจุบันนี้ท่านสามารถดูชื่อด้านหน้าได้ค่ะ ยังไม่ถึง ๒๐ คนเลย ท่านประธาน แล้วทำไมท่านจะมาจำกัดกันแค่ฝั่งละ ๒ ท่านคะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อสักครู่ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ มะทา ท่านอนุญาตไว้ว่าทางนี้ ๒ ท่าน แล้วก็ทางนั้น อีก ๒ ท่าน แล้วก็สรุป ตกลงอย่างไรครับ ทีนี้เอามาทางนี้ก่อนไหม เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้านนะครับ คือเมื่อสักครู่ผมได้หารือกับ ทางวิปรัฐบาลไปแล้ว ณ ตอนนี้มีผู้ลงชื่ออยู่ ๗ ท่าน ซึ่งก็ไม่มีเพิ่มแล้ว ผมคิดว่าเพื่อให้ราบรื่น ซึ่งทางวิปรัฐบาลเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรว่าถ้าเท่าที่ลงชื่อเราพอแค่นี้ ก็เปิดโอกาสให้ ท่านสมาชิกได้อภิปรายตามสิทธิของแต่ละท่าน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทั้งหมด ๗ ท่านใช่ไหมครับ ท่านใดจะมาลงชื่อมาลงชื่อเลย เดี๋ยวปิดการลงชื่อ ปิดแล้วนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ส่งชื่อมาเลยครับ ปิดรับลงชื่อแล้วนะครับ มีอยู่ ๗ ท่าน ท่านแรก ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย กับร่างพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจสถานบันเทิงแบบครบวงจร พ.ศ. .... หรือว่า Entertainment Complex (กาสิโน) ท่านประธานครับ รัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ในการแก้ปัญหานโยบายเรือธงที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้ประกาศไว้ตลอดคือการออก กฎหมาย พ.ร.บ. กาสิโน ว่าจะสร้างรายได้ให้กับประเทศเท่าไร เดี๋ยวผมอภิปรายครับ เร่งเดินหน้าลุยไฟมาเป็นเวลาเกือบ ๒ ปีแล้ว วันนี้อยู่ ๆ รัฐบาลจะมาขอมติถอนร่างออกจากสภา ผมขอทราบเหตุผลหลังจากนี้อีกครั้งหนึ่ง วันนี้นอกจากพวกเราได้อภิปรายกันในสภาแล้ว พี่น้องประชาชนก็ยังสงสัยว่ากาสิโนมันคืออะไร ผมจะอภิปรายให้ชัด ๆ สั้น ๆ นะครับ🔗

(นายวรวงศ์ วรปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ รบกวน ท่านผู้อภิปรายสักครู่ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงข้อไหนครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

นอกประเด็นครับ เนื่องด้วยเรากำลัง พิจารณาครับ วรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี พรรคเพื่อไทย🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ประเด็นที่เรากำลังอภิปรายกันอยู่ เรื่องว่าเราจะถอนหรือไม่ถอน แล้วก็เหตุผลในการถอน ไม่ใช่เรื่องของร่างนะครับ จะเป็น คนละประเด็นขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านณัฏฐ์ชนนกระชับ ๆ นะครับ เพราะว่าเรากำลังจะโหวต🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

ท่านประธานครับ วันนี้การอภิปราย เราต้องอธิบายว่าที่จะถอนคืออะไร ถ้าเกิดไม่ต้องการอภิปรายในรายละเอียดก็โหวตถอน ได้เลยครับ วันนี้สิ่งที่เราจะอภิปรายหมายถึงให้เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้ตัดสินใจ ว่าจะโหวตเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นให้ผมลุกขึ้นมาอภิปรายอย่างไรครับ ก็อภิปรายเรื่องของกาสิโน ท่านประธาน ปรากฏว่าวันนี้ พ.ร.บ. กาสิโน ผมใช้คำนี้เลยนะครับ สรุปง่าย ๆ บังคับใช้ต้องมีกาสิโน กฎหมายฉบับนี้บอกว่าต้องมีกาสิโน นอกจากห้าง โรงแรม สถานบริการ สนามกีฬา ที่จอดเรือยอชต์ สถานที่เล่นเกม สระว่ายน้ำ สวนน้ำอื่น ๆ และกิจการอื่นที่คณะกรรมการกำหนด ท่านประธานครับ ที่สำคัญร่างฉบับนี้เขาบอกว่า ต้องให้มีกาสิโน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด สมมุติถ้าร่างฉบับนี้ผ่าน ไปเลือก สถานที่หนึ่ง ๕๐๐ ไร่ อย่างน้อยต้องมีกาสิโน ๕๐ ไร่ เพราะฉะนั้นตัวอาคารก็เช่นกันครับ ร่างฉบับนี้ที่เราพูดถึงมันบอกว่าถ้าเป็นพื้นที่ดินต้องมี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นตัวอาคารต้องมี กาสิโน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้มีคนบอกว่าร่างตัวนี้ใครเข้าได้ เขาบอกว่าคนที่อายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี คนไทยต้องลงทะเบียนและจ่ายเข้ากาสิโน ๕,๐๐๐ บาท คนไทยจะเข้าต้องจ่ายครับ คนต่างประเทศไม่ต้อง ต้องจ่ายคนละ ๕,๐๐๐ บาท ที่สำคัญครับ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชน อยากฟังว่ากาสิโนที่คนไทยที่จะเข้าไปท่านประธานรู้ไหมครับ ต้องมีบัญชีเงินฝากประจำ ๕๐ ล้านบาทติดต่อกันเป็นเวลา ๖ เดือน ปรากฏว่าวันนี้คนที่มีบัญชีเงิน ๕๐ ล้านบาท มีแค่เท่าไรครับ ๓๐,๖๒๙ บัญชี จากประชากร ๖๖ ล้านคน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นนอกจากทุนไทยแล้ว ร่างตัวนี้ที่เราไม่เห็นด้วยให้ทุนต่างชาติ สามารถเข้ามาประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรได้ ๑. บริษัทต้องมีทุนอย่างน้อย ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒. พร้อมจ่ายค่าใบอนุญาตแรกเข้า ๕,๐๐๐ ล้านบาท ๓. ค่าใบอนุญาต ๓๐ ปี ปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วครับท่านประธาน ใบอนุญาต ๑ ใบ ๑ สถานที่ เป็นเวลา ๓๐ ปี ต้องจ่ายให้รัฐ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือรายได้ที่พวกเราหวัง เพราะฉะนั้น ร่างฉบับนี้พวกผมไม่เห็นด้วย นี่คือเหตุผลที่จะให้ถอน แต่นักลงทุนจะพัฒนาทำเลของ ประเทศไทยท่านประธานรู้ไหมครับว่าวันนี้มีการเล็งไว้แล้วพื้นที่ไหนที่จะไปลงทุน ปรากฏว่า เป็นพื้นที่ ๒ พื้นที่ ที่เขานินทากันก็คือท่าเรือคลองเตย เดี๋ยวผมจะอภิปราย ๒. อู่ตะเภา สิ่งที่น่ากังวลนี่คือเรื่องจริงครับ มีการเตรียมท่าเรือคลองเตยสำหรับรองรับกาสิโน จริงหรือไม่ ท่านรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘ มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทาง ประโยชน์พื้นที่บริเวณท่าเรือกรุงเทพฯ-คลองเตย สรุปง่าย ๆ ท่าเรือคลองเตยนั่นล่ะครับ เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุด มีการประชุม ครั้งที่ ๑ มีรัฐมนตรี ๒ คนเข้าร่วมด้วย มีมติเห็นชอบ ให้พัฒนาท่าเรือคลองเตยในเชิงพาณิชย์ นำร่องมันมีเป็นพันไร่ครับ ปรากฏว่าคณะกรรมการ ชุดนี้อนุมัติไป ๕๒๐ ไร่ ทำอะไรครับ ๑. ท่าเรือท่องเที่ยว Cruise Terminal ๒. ศูนย์การค้า Shopping Mall ๓. สนามกีฬา ๔. โรงแรม ๕. พิพิธภัณฑ์ มติของคณะกรรมการชุดนี้ ของกระทรวงคมนาคมการท่าเรือกับร่างของกาสิโนหมือนกันเดี๊ยะเลยครับ สามารถทำอะไรได้ มันช่างเหมือนกันเดี๊ยะเลยครับ เพราะฉะนั้นโครงการต่าง ๆ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย กับนักลงทุนกาสิโนเหมือนที่ผมบอกมันช่างเหมือนกันจริง แต่รัฐบาล ผมก็เลยบอกว่าสุดท้ายนี้ ประเทศไทยจะสูญเสียพื้นที่สวยงามไป ๓๐ ปีได้รับเงินแค่ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่คุ้มครับ แต่สุดท้ายนี้สิ่งที่ผมจะบอกให้กับท่านประธานว่ารัฐบาลต้องแก้ไขสินค้าเกษตร ๓ ตัว คุ้มกว่า การเปิดกาสิโน ผมลงในพื้นที่พี่น้องประชาชนบอกว่า สส. ทำไมรัฐบาลชุดนี้ยังไม่แก้ปัญหา เรื่องยางพารา🔗

(นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านสมาชิก ที่กำลังอภิปรายนะครับ เพียงแต่ผมอยากให้เราเข้าใจตรงกันว่าในขณะนี้เรากำลังอภิปรายว่า เหตุใดจึงควรถอนหรือไม่ควรถอน ท่านสมาชิกอภิปรายในรายละเอียด ซึ่งผมก็เข้าใจ แต่ว่ามันเหมือนกับว่าท่านกำลังอภิปรายว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างฉบับนี้ ซึ่งมันไม่ใช่วาระนะครับ ก็อยากที่จะให้เราเข้าใจตรงกันเพื่อที่การอภิปรายจะได้ตรงประเด็น เท่านั้นเองครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เวลาจะหมดแล้ว เชิญครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

เพราะฉะนั้นโดยภาพรวมวันนี้ ผมในนามพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยให้ตัวแทนคณะรัฐมนตรีมาถอนร่างฉบับนี้ในสภา สาเหตุที่ไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะเราจะฆ่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ตายในสภา ไม่ใช่ว่าเป็นการเลื่อน ไม่รู้วันดีคืนดีท่านมีเสียงครบเอามาโหวตในสภาต่อ เพราะฉะนั้นผมไม่ให้เลื่อนแล้วก็มีการโหวต และจะได้มีการลงมติของสมาชิกว่าจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือกาสิโน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านต่อไปอย่างไรก็ให้เข้าประเด็นนะครับ เพราะว่าประเด็นเรามีแค่ว่าให้ถอน หรือไม่ให้ถอน ในรายละเอียดเดี๋ยวค่อยไปว่ากันถ้าพระราชบัญญัติเข้ามาแล้ว เชิญท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ เชิญครับ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย ต่อกรณีของการที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเพื่อขอถอนญัตติ เกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายเรื่อง Entertainment Complex โดยมีกาสิโนด้วยนั้น เราต้องยอมรับในความเป็นจริงว่าในกฎหมายฉบับนี้มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ต่อประเทศชาติมากมาย พี่น้องประชาชนหลายท่านเป็นห่วงว่าถ้ามีแล้วสังคมของบ้านเรา จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่ด้วยความรีบร้อนของรัฐบาลดังกล่าวรัฐบาลก็ได้นำเสนอ จนผ่านวาระมา ทั้ง ๆ ที่พรรคภูมิใจไทยท่านคงจำได้ ท่านเลขาธิการพรรค ท่านไชยชนก ชิดชอบ ได้ออกประกาศ ณ ที่ประชุมแห่งนี้บอกว่าไม่มีวันที่เราจะเห็นด้วยสนับสนุน ให้มีกาสิโนในบ้านเรา แต่อย่างไรก็ตามแต่ที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้อ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา ผ่านประชามติแล้ว ไปถามประชาคมแล้ว พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย ถ้าก่อตั้งแล้ว จะเป็นการสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศชาติ มีเงินมาพัฒนาประเทศชาติมากมายมหาศาล นั่นคือความจำเป็นที่ท่านประธานก็ได้ยินว่ารัฐบาลได้อ้างมา แต่วันนี้ความจำเป็นต่าง ๆ ที่ท่านอ้างมานั้นมันหมดความจำเป็นแล้วหรือถึงต้องมาขอถอนในวันนี้ ปรากฏว่ารัฐบาล ไม่ได้พูดความจริง บอกความจริงกับพี่น้องประชาชนเลย ผมอยากจะถามรัฐบาลท่านจะพูด ความจริงกับพี่น้องประชาชนในเวลากี่โมง มันดี ไม่ดีอย่างไร มีผลกระทบอย่างไรบอกให้ ชาวบ้านได้รู้ เรายินดีสนับสนุนเพราะวันนี้เราต้องการให้มีการพิจารณาเพราะอะไร เพราะรัฐบาลนั้นเล่นแบบซ่อนหา ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวถามว่ากาสิโนนี่จะถอนไปเลยไหม ท่านบอกว่าขอถอยไปก่อน ถามย้ำอีก จะเอากลับมาอีกไหม ถอยไปก่อน ถ้าเล่นกันแบบนี้เปรียบไปเหมือนผีหลอก พอถึงวันพระ วันดีโผล่ออกเอาเข้ามาหลอกสภาแห่งนี้ หลอกพี่น้องประชาชนอีก พวกเราไม่ได้คัดค้าน แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ พิจารณาให้เด็ดขาดเลย ถ้าจะมีความจำเป็น มีเหตุ มีผล มีความจำเป็น จริง ๆ ก็พิจารณาเสีย ลงมติกันเสียว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง แต่ถ้าเห็นว่ามันไม่จำเป็น ก็ประกาศให้เด็ดขาดเหมือนกันบอกว่า เอาล่ะ ในสมัยนี้พี่น้องประชาชนยอมรับไม่ได้ก็จะ ถอยออกไปก่อน เอาไว้โอกาสหน้าฟ้าใหม่ท่านก็มีสิทธิ เพราะผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็น รัฐบาลอีกหลายสมัยก็ค่อยเอาเข้ามาก็ได้ ตรงนี้ผมจึงอยากฝากให้บรรดาพี่น้องประชาชน ได้ทำความเข้าใจกัน ที่น่าตระหนกอย่างที่เราเห็นกันอยู่ ที่เอากระทรวงมหาดไทยไปนี่ นอกจากกาสิโนแล้วก็เห็นว่าจะมีพนันออนไลน์ ซึ่งก็จะเอาขึ้นมาบนดินด้วย อันนี้ถือว่าเป็น อันตรายอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องประชาชน ฝากนิดหนึ่งฝากว่าวันนี้ปัญหาของบ้านเรามีมาก อยู่แล้ว ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ปากกัดตีนถีบ สินค้าการเกษตรตกต่ำ พี่น้องในแนวชายแดนเดือดร้อน สถานการณ์ไม่ค่อยปกตินัก แต่ท่านวันนี้ตั้งใจอยู่อย่างเดียว จะทำกาสิโน ผมไม่ทราบว่ามีผลประโยชน์อะไรแอบแฝง พรรคภูมิใจไทยไม่ขัดข้อง ขอให้มี การพิจารณาลงมติในวันนี้จะได้ประกาศไปเลยว่า ผู้แทนราษฎรคนไหนที่สนับสนุนให้มี กาสิโนในประเทศไทย การเลือกตั้งอีกไม่นานหรอกครับ พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศจะได้ รับรู้เอาไว้ จะได้กากบาทถูกว่าพรรคนี้ ผู้แทนคนนี้สนับสนุนกาสิโน เอาให้มันสิ้นสงสัยเลย อันนี้ขอฝากท่านประธานไว้ด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เชิญครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายในญัตติในเรื่องของการถอนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมอยากจะรบกวนถาม ไปยังฝ่ายสำนักการประชุมนิดหนึ่งว่าในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้ได้ลงชื่อไว้ ทั้งหมด ๗ ท่าน แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ดูในใบรายชื่อมีแค่ ๔ ท่านเท่านั้นเอง กำลังกังวลว่าอีก ๓ ท่านที่ได้ลงชื่อไปแล้วนี่หายไปไหน ฝากช่วย Confirm ข้อมูลสักนิดหนึ่งจะได้ Update ข้อมูลให้ตรงกัน ท่านประธานลองดูนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อภิปรายไปก่อนเดี๋ยวดูให้ เชิญครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

นั่นเป็นการ Confirm ว่าอีก ๓ ท่าน ของพรรคผมจะได้พูดถูกไหมครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมดูก่อน เดี๋ยวให้เขาส่งมาก่อน ท่านอภิปรายไปเลยเดี๋ยวจะได้แจ้งครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ได้ครับ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ สำหรับผมเองผมถือว่าเป็น พ.ร.บ. ที่มีความสำคัญกับรัฐบาลเป็นอย่างมาก ซึ่งถูกเสนอมาโดยคณะรัฐมนตรีในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาเข้ามาพิจารณาในสภาแห่งนี้ ผมก็เลยอยากจะขอรบกวนเวลาสภาสัก ๕ นาที ในการที่จะให้คำแนะนำรวมไปถึงฝาก ความคิดเห็นไปยังคณะรัฐมนตรีทุกท่าน วันนี้สิ่งที่คณะรัฐมนตรีหรือว่ารัฐบาลควรจะต้องทำ คือการพูดความจริง พูดความจริงกับพี่น้องสมาชิกที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ พูดความจริงต่อ พี่น้องประชาชนทุกคนในประเทศไทย ย้อนกลับไปเมื่อประมาณเดือนเมษายน คณะรัฐมนตรี ได้มีการเร่งรัดทุกวิถีทางเพื่อที่จะเอากฎหมายฉบับนี้เข้ามาพิจารณาในสภา ณ ขณะนั้นก็ต้อง บอกว่าทำในช่วงที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทำไมผมถึงบอกว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เยอะ ไปดูได้เลย ไปดูผลสำรวจ ไปดู Poll ไปดูข้อมูลที่มีการสำรวจ ออกมาได้ ไม่ใช่แค่คนกลุ่มน้อยหรือคนบางกลุ่มเท่านั้น ผลที่ออกมาที่ไม่เห็นด้วยตอนนั้น ๖๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป ซึ่งผมถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากและแทนพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศได้ แต่ ณ ขณะนั้นรัฐบาลก็บอกว่าได้มีการพูดคุยได้มีการทำความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนแล้ว แล้วบอกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ควรที่จะต้องเอามา พิจารณาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศ นั่นคือสถานการณ์ ณ ตอนนั้น เมื่อบรรจุ วาระเข้ามา แน่นอนระเบียบคือว่าพอบรรจุเข้ามาก็ต้องไปต่อท้าย ปัญหาคือมันไม่ทันใจ มันช้าจังเลย ไปอยู่ท้ายนี่กว่าจะได้พิจารณาบางทีเผลอ ๆ อีกเป็นปี ทำอย่างไรก็ต้องเลื่อน ก็เลื่อนระเบียบวาระ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘ ผมเชื่อว่าทุกท่านจำวันนี้ได้ดี เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในพม่าและส่งผลกระทบรุนแรงมายังประเทศไทย หลังจากนั้นเราได้มี การเปิดประชุมสภากัน ในขณะที่ทุกคนกำลังตกใจ ทุกคนกำลังกลัว ทุกคนกำลังโกลาหลกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมก็นับถือใจที่ท่านยังเสนอที่จะเลื่อน พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณา เป็นอันดับ ๑ จากท้ายแถวขึ้นมาอยู่หัวแถว ท่านก็ใช้ทุกวิถีทางกระเสือกกระสนที่จะเอา ขึ้นมาจนสุดท้ายเอาขึ้นมาได้ ผมก็เลยบอกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีความสำคัญจริง ๆ แต่สำคัญ สำหรับท่าน ไม่ได้สำคัญสำหรับพวกผม ไม่ได้สำคัญสำหรับพรรคภูมิใจไทย และไม่ได้สำคัญ สำหรับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะพวกเราไม่ได้อยากได้ วันนี้ท่านบอกว่าท่านจะถอน สาเหตุหนึ่งที่ท่านบอกก็คือว่าพี่น้องประชาชนบ้างกลุ่ม ยังไม่เข้าใจต้องทำความเข้าใจเพิ่ม อ้าว ไม่เข้าใจอีกแล้ว พอทีตอนจะเอาเข้านี่เข้าใจดี ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ สนับสนุนเต็มที่ วันนี้ไม่เข้าใจแล้ว นี่คือการบริหารประเทศ ไม่ใช่ การเล่นขายของที่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ อยากจะเข้าก็เข้า อยากจะออกก็ออก สิ่งที่ท่าน ต้องยอมรับก็คือว่าวันนี้ถ้าท่านคำนึงถึงพี่น้องประชาชนจริง ๆ แล้วท่านถอน ท่านจะไม่ถอน ในวันนี้ ท่านจะต้องถอนก่อนหน้านี้มาตั้งนานแล้ว เพราะตลอดระยะเวลา ๔-๕ เดือนที่ผ่านมา มีเสียงคัดค้านอย่างหนาหูมาโดยตลอดครับ ท่านจะไม่ได้มาถอนในวันนี้ แต่ท่านต้องยอมรับ ว่าที่ท่านถอนในวันนี้ก็แค่เรื่องของการเมือง เพราะท่านกลัวที่จะโหวตแพ้เท่านั้นล่ะครับ ทุกท่านที่นั่งอยู่ในห้องนี้รู้ดีครับว่าวันนี้เสียงในฟากฝั่งของรัฐบาลไม่ได้มีเสถียรภาพอย่าง ในอดีต อย่าว่าแต่การโหวตกฎหมายสำคัญเลยครับ แค่การรักษาองค์ประชุมที่ทำให้ การประชุมดำเนินต่อไปได้ เปิดมาครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโดน Test ระบบ ระบบล่ม ปิดประชุม แล้วจะหวังอะไรกับกฎหมายที่สำคัญ และที่สำคัญก็ยังมีพี่น้องสมาชิกที่อยู่ ในฟากฝั่งรัฐบาลหลายท่าน ตัวเองก็อยากจะเป็นรัฐบาลล่ะครับ อยากจะกอดเก้าอี้เอาไว้ แต่ถามว่าพร้อมจะโหวตให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือเปล่า ก็ไม่พร้อม บางพรรคเองถึงขนาดว่า ออกแถลงการณ์มาบอกว่าไม่เห็นด้วยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นนี่คือสาเหตุที่ทำไมท่านถึงกลัว ในการที่จะนำ พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามาไม่ให้โดนตัดหัว ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้รัฐบาล ควรที่จะต้องยอมรับความจริง ยอมที่จะพูดความจริงกับพี่น้องประชาชน สาเหตุอะไรที่ท่าน ถอนออกไป เอาสาเหตุจริง ๆ นะครับ และที่สำคัญท่านควรที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยการขอโทษครับ ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ตั้งแต่แรก อยู่แล้ว และขอโทษกับพี่น้องประชาชนที่ว่าท่านไม่เคยฟังเสียงเขาเหล่านั้นในการคัดค้าน ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเลย นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ที่ท่านควรจะทำในฐานะรัฐบาล แล้วยิ่งไปกว่านั้นก็ควรที่จะต้องยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าเราจะไม่เดินหน้าเรื่องนี้ต่อไปอีก ที่ผมพูดนี่พูดด้วยความปรารถนาดีถ้าท่านทำตอนนี้ ท่านยอมรับตอนนี้ พี่น้องประชาชน อาจจะยังให้อภัยอยู่นะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ เชื่อผมผู้อภิปรายทุกคนที่ลงรายชื่อไว้วันนี้จะลุกขึ้นมา แล้วจะพูดถึง เหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้บอกให้กับพวกเราทราบว่าทำไมถึงถอน แล้วก็ไม่ยอมรับว่าจะสามารถที่จะยกเลิกไปได้หรือไม่ เหตุผลที่ท่านบอกมารับไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ท่านบอกว่าความเข้าใจในเรื่องตัวบทกฎหมายต้องสร้างความเข้าใจมากขึ้น ท่านบอกว่า การปรับ ครม. ของท่านจำเป็นต้องให้คนที่อยู่ใน ครม. มีความเข้าใจด้วยกัน ท่านพูดถึง ให้สังคมพิจารณาอย่างรอบคอบ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ครับท่านประธานผมเชื่อมั่นมันไม่ใช่ เหตุผลจริง ๆ เหตุผลจริงมีอยู่ข้อเดียว ความไร้ประสิทธิภาพ ความไร้ศักยภาพของรัฐบาล ชุดนี้ ในการที่จะนำเสนอร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ Entertainment Complex ท่านประธาน รัฐบาลชุดนี้ไม่เข้าใจภูมิรัฐศาสตร์ อนุภูมิภาคของประเทศที่เราอยู่ในปัจจุบัน รัฐบาลชุดนี้ไม่เข้าใจภูมิรัฐศาสตร์รอบโลกที่มีผลกระทบต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านพยายาม จะสนับสนุนสร้างขึ้นมาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกาสิโน ท่านทราบหรือไม่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายในประเทศเมียนมา ชเวโกะโก เคเคพาร์ก เราต้องหามือช่วยเหลือจากประเทศจีน คราวที่แล้วท่านก็ทำให้เราเห็นว่าท่านไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ประเทศไทยเป็นประเทศ ที่เป็นประเทศทางผ่าน ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านตั้งแต่ขบวนการนำพาการค้ามนุษย์ แถมเอารัฐบาลจีนมาช่วยเราในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกาสิโนในฝั่งประเทศเมียนมา จบไหม ไม่จบ ลดลงไปไหม ลดลงไป พอฝั่งเมียนมาลดลงไป ไปเติบโตที่ฝั่งกัมพูชา ท่านมองไม่ออกหรือครับว่าภูมิรัฐศาสตร์ของเรา อนุภูมิภาคของเราในภูมิภาคตรงนี้ ที่เราอยู่ ตรงกลางระหว่าง ๒ ประเทศนี้ ถ้าท่านมี Entertainment Complex ถ้าท่านมีกาสิโน ที่เกิดขึ้นใครจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ประชาคมโลกครับ ไม่ใช่ประชาคมไทยเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ประชาคมในกัมพูชา ไม่ใช่ประชาคมในเมียนมา แต่ประชาคมทั่วโลกจะได้รับผลกระทบ ท่านก็ทราบดีแต่ท่านก็ยังทำอยู่ ท่านส่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าไปพูดคุย กับประเทศกัมพูชา ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ พวก Call Center กาสิโน ออนไลน์ต่าง ๆ นานา ท่านพยายามจะ ปราบปราม ท่าน ผบ. สูงสุดเดินทางไปเวียดนามไม่รู้ไปพูดอะไรกันผมก็ไม่ทราบ แต่ก็ เกี่ยวข้องกับเรื่องเกี่ยวกับกัมพูชา ตอนนี้ฝั่งเมียนมาที่เกิดขึ้นท่านรู้หรือเปล่าว่าคนจีนเทา จีนดำต่าง ๆ นานาที่ลงไปอยู่ที่พญาตองซูขึ้นมาอยู่ชเวโกะโกแล้ว เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ รัฐบาลจีนส่งรองอธิบดีกรมสอบสวนกลางของกระทรวง ความมั่นคงสาธารณะมาอีกแล้ว เดินทางผ่านที่เมียวดี ผ่านแม่สอดเข้าไปแก้ไขปัญหา ท่านก็ ทราบดี ถ้าท่านไม่ทราบท่านก็อย่ามาเป็นเลยคณะรัฐมนตรี ท่านออกไปเถอะ นี่คือศักยภาพ ของพวกท่านในการไม่สามารถมองให้ได้ว่าปัญหาต่าง ๆ มันคืออะไร ถ้า Entertainment Complex มันเกิดขึ้น กาสิโนมันเกิดขึ้นประเทศไทยจะกลายเป็น Hub ในการที่จะรับธุรกิจ จีนสีเทา จีนสีดำ ไทยเทา ไทยดำ ต่าง ๆ นานา โตอีกมากมาย เราเพิ่งปราบกันไป เพิ่งส่ง ตำรวจไปจับเขา เมื่อ ๒ วันที่แล้วเราก็ทราบกันดีที่คนมาจากที่กัมพูชาก็โดนจับที่ประเทศไทย มันเติบโตอยู่ในประเทศเรานี่ล่ะท่านประธานครับ มันจะใหญ่โตยิ่งขึ้นถ้าท่านมีกฎหมาย รองรับในเรื่องที่มีเรื่องเกี่ยวกับกาสิโน นี่ล่ะครับท่านประธานที่ผมบอกว่าศักยภาพของ รัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถที่จะทำให้การเสนอกฎหมายที่มันสอดรับกับสถานการณ์ที่เป็นจริง มันถูกต้อง ท่านมีหน้าที่ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ท่านมีหน้าที่ในฐานะคณะรัฐมนตรีในการที่ จะต้องเข้าใจบริบทสถานการณ์ อย่าไปโยนความผิดให้กับพี่น้องประชาชนที่บอกว่าต้องสร้าง ความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนมากเสียก่อน ท่านบอกท่านยอมถอนเพื่อจะให้ประชาชน เข้ามาพิจารณา ท่านยอมถอนเพื่อจะให้คณะรัฐมนตรีคนใหม่ ๆ เข้ามาร่วมกันพิจารณา ตัวบทกฎหมาย ใช้ไม่ได้ ท่านต้องยอมรับให้ได้สิว่าท่านไม่สามารถพิจารณาสถานการณ์ ที่มันเลวร้ายที่มันจะเกิดขึ้นถ้าหากเรามีตัว Entertainment Complex ตรงนี้เข้ามา ในประเทศไทยอย่างแท้จริง นี่ล่ะครับท่านประธานเป็นสิ่งที่เราร่วมกันทั้งหมดที่อยู่ในนี้ สมาชิกสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ต้องพิจารณา หากท่านยังไม่กล้าที่จะมายืนสง่าผ่าเผย บนบัลลังก์ แล้วบอกว่าจะไม่เอามาอีกเราจะไม่สามารถยอมรับได้ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ครับ ท่านประธาน ผมขอที่จะอภิปรายที่จะบอกว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่มีศักยภาพ ไม่มี ประสิทธิภาพในการที่จะพิจารณาสถานการณ์ที่มันเลวร้ายที่มันส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และประชาคมโลก เราพยายามจะผลักดันให้กับพวกเรายอมรับ พวกเราไม่สามารถยอมรับได้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรังสิมันต์ โรม เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ต้องขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะอภิปรายตามญัตติที่ได้มีการเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการคัดค้าน ในลักษณะที่มีการถอนที่ไม่มีการรับปากต่อสภา ต่อพี่น้องประชาชนว่าตกลงแล้วจะมีการยื่น กฎหมายฉบับนี้กลับมาที่สภาแห่งนี้อีกหรือไม่ ผมเองต้องใช้โอกาสนี้ในการอธิบาย เพราะผม คิดว่าตัวกฎหมายฉบับนี้เป็นหนึ่งในกฎหมายที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก พยายาม ในการที่จะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ในหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนขึ้นมาพิจารณา ให้เป็นเรื่องเร่งด่วนลำดับแรก ๆ ในการพิจารณา แม้กระทั่งวันท้าย ๆ ของสมัยประชุมที่แล้ว ถ้าไม่มีกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลต่อกรณีการรับมือในเรื่องของภาษีของประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ผมก็ไม่แน่ใจว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะได้มีการพิจารณาไปแล้วตั้งแต่ช่วง ปลายสมัยประชุมที่แล้ว ยังไม่นับถ้าเราพิจารณาถึงรายละเอียดทั้งหมดเราก็จะพบว่าตัวสภา ของเรามีกฎหมายหลาย ๆ ฉบับที่รอคิวอยู่และรอคอยการพิจารณา แต่วันนี้รัฐบาลกลับบอกว่าต้องการถอน แล้วก็ได้อาศัยเหตุผลต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาในเรื่องของความมั่นคงระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของ ภาษีและปัญหาต่างอีก ๆ มากมาย ซึ่งปัญหาทั้งหมดที่มีการพูดถึงล้วนเป็นปัญหาที่เห็นได้ ตั้งนานแล้ว และก่อนที่จะมาสู่วันนี้ด้วยซ้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมลองยกตัวอย่าง บางเรื่องเพื่อให้เห็นถึงความย้อนแย้งและความไม่จริงใจของรัฐบาล นั่นก็คือการหยิบยกเอา ปัญหาในเรื่องของความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา เข้ามาบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้องมี การถอนในกฎหมายฉบับนี้ ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา มีเค้ารางมาตั้งนานแล้วครับ มีเค้ารางมาตั้งนานก่อนที่จะเป็นช่วงเดือนสุดท้ายของสภาชุดที่แล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นเหตุผล ต่าง ๆ นานา ที่ท่านพยายามพูดมาแล้วถอนไป แล้วไม่กล้าที่จะให้หลักประกันต่อสภาแห่งนี้ ว่าท่านจะไม่มีการเสนออีกอย่างน้อยในสภาชุดนี้ ผมคิดว่ามันทำให้พวกเราเกิดความไม่สบายใจ แน่นอนว่าตกลงแล้วรัฐบาลอาจจะยังมีแนวคิดในการที่จะเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามาอีก ท่านประธานครับเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เวลาที่เราพูดถึง Entertainment Complex เรามี ปัญหาอะไร ปัญหามันอยู่ที่สิ่งที่ท่านต้องการมากที่สุดนั่นก็คือเรื่องของกาสิโน ท่านประธาน ลองนึกสภาพรัฐบาลมี Project บอกว่าอยากจะทำ Man-Made Destination อยากจะทำตรง กรุงเทพมหานคร ใช้พื้นที่ ใช้งบประมาณการลงทุนจำนวนมาก ท่านเชื่อว่า Man-Made Destination เป็นหนึ่งในคำตอบของเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ พูดแค่นี้ผมเห็นด้วย แต่พอเรา มาดูเนื้อในท่านเล่นล็อกเอาไว้ว่าจะต้องมีกาสิโนเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุด อย่างอื่นจะมี หรือไม่มี ไม่รู้ แต่ถ้าไม่มีกาสิโนไม่สามารถที่จะมีเอกชนรายใดที่จะมาลงทุนตรงนั้นได้ ท่านประธานลองนึกดู Man-Made Destination ทั่วโลกมันมีหลายรูปแบบ มันอาจจะเป็น Disneyland ก็ได้ อาจจะเป็น Universal ก็ได้ แต่ถ้าบริษัทเหล่านี้อยากจะมาลงทุนในพื้นที่ คลองเตยตามที่รัฐบาลพยายามโฆษณา ถ้าเขาไม่ทำกาสิโนก่อนเขาลงทุนไม่ได้นะครับ มันกลายเป็นว่าหัวใจของเรื่องนี้มันคือกาสิโน และมันทำให้การลงทุนในมิติอื่น ๆ ที่ท่าน พยายามโฆษณาว่าเป็น Man-Made Destination มันหายไปเลย นั่นคือประการที่ ๑ ที่มัน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้มีความจริงใจต่อการที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่โปร่งใสอยู่แล้ว ท่านพยายามที่จะมาพูดถึงในเรื่องของตัวเลขจะกี่เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่ ว่ากาสิโนเป็นสัดส่วน ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของภาพรวมทั้งหมดของ Entertainment Complex ตัวเลขเหล่านั้น คือตัวเลขหลอกลวงเพราะมันไม่ได้ตอบคำถามถึงข้อกังวลของสังคมในเวลานี้ ว่าถึง ผลกระทบสังคมต่าง ๆ ของกาสิโน ไม่ว่าจะเป็นมิติของพวกไทยเทาทั้งหลาย อาจจะมีจีนเทา มาผสมโรง ไปจนถึงในเรื่องของการฟอกเงินยาเสพติด ไปจนถึงในมิติเศรษฐกิจ มิติทางสังคม ที่จะได้รับผลกระทบ ไม่มีเลยครับ ทั้ง ๆ ที่ท่านรู้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ท่านประธาน นอกจากนั้นผมทราบดีว่ารัฐบาลนี้เป็นข่าวพูดคุยกันเรารู้ดีว่ารัฐบาลนี้มีความ สนิทสนมกับรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้าน ท่านได้เห็นว่าการที่มันมีกาสิโนที่มันไม่มี ความพร้อม ไม่มีกฎหมายในเรื่องของการควบคุมต่าง ๆ นานา มันเป็นอย่างไร มันส่งผล กระทบอย่างไรต่อประเทศนั้น ๆ ท่านเห็น ท่านเห็นมาโดยตลอดว่าสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น ที่ปอยเปตเป็นอย่างไรท่านรู้ครับ แต่ที่ผ่านมานี้ท่านไม่เคยนำพา และท่านก็คิดแต่ว่าประเทศไทย ไม่เหมือนกัมพูชา เรารีบทำ เราทำได้ สถานการณ์จะไม่มีทางเกิดขึ้นแบบกัมพูชา แต่พอเรา ไปดูดัชนีการคอร์รัปชัน โอเค เราอันดับดีกว่า แต่ท่านทราบไหมว่าเราแย่กว่าเวียดนาม เราอันดับ ๑๐๗ ท่านพยายามชู Model อย่าง Singapore Model อย่างประเทศญี่ปุ่น แต่ถามกัน จริง ๆ ถ้าไปดูดัชนีการคอร์รัปชัน สิงคโปร์ดีเป็นอันดับต้น ๆ ติด Top Five ของโลกนะครับ ดังนั้นมันเห็นอยู่แล้วว่าการผลักดันนโยบายแบบนี้มันมีปัญหาแน่นอน แต่ท่านก็ยังพยายาม ทำให้มันเกิดความรวดเร็วมากที่สุด พยายามที่จะเลื่อนระเบียบวาระเข้ามาโดยที่ไม่ได้คำนึง ว่าประเทศไทยมีความพร้อมอะไร กฎหมายฟอกเงินวันนี้ต่อให้ยังไม่มีกาสิโน เราเอาอยู่หรือ เรายังเอาไม่อยู่เลย นี่ยึดทรัพย์หนึ่งในหัวขบวนแก๊ง Call Center ที่ชื่อว่า ก๊ก อาน นี่ก็ได้ ไม่กี่ล้าน มันเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อรัฐบาลได้เห็นว่าจริง ๆ แล้วประเทศ ของเรามันไม่มีความพร้อมอะไรเลยเราถึงสงสัยในช่วงเวลาที่ผ่านมาท่านรีบอะไร แล้วพอมา วันนี้ท่านตระหนักแล้วว่าสังคมไม่เอา วันนี้ท่านตระหนักแล้วสังคมเข้าใจแล้วว่าเจตจำนง ความต้องการของร่างของท่านมันคืออะไร ท่านบอกว่า โอเค ถ้าอย่างนั้นเพื่อประคอง สถานการณ์ของรัฐบาล วันนี้แค่รังสิมันต์ โรม กินข้าวยังทำให้รัฐบาลดูร้อนนี่ถอนดีกว่า ตกลงแล้วที่ถอนนี่คืออะไรครับ คือถอนเพื่อไปตั้งหลักแล้วเอากลับมาใหม่ หรือถอน เพราะท่านรู้แล้วว่าร่างของท่านมันมีปัญหา ถอนเพราะท่านรู้แล้วว่าประเทศของเรานี่มันยัง ไม่ได้มีความพร้อมอะไรเลย ถอนเพราะท่านรู้แล้วว่าตั้งแต่ท่านเป็นรัฐบาลนี่ท่านไม่ได้ทำให้ ประเทศนี้มีความพร้อม และปัญหาเดิม ๆ ของประเทศเราที่มีทั้งการคอร์รัปชัน การทุจริต ต่าง ๆ มันยังคงเหมือนเดิม เอาให้ชัด สรุปสั้น ๆ อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมพูดมาทั้งหมด ผมต้องการสิ่งเดียวครับ คือผมต้องการความจริงใจ ผมต้องการความจริงใจว่ารัฐบาลนี้ อย่างน้อยที่สุดฟังให้เพื่อความชัดเจน ท่านจะไม่ยื่นร่างกฎหมายฉบับนี้มาที่สภาแห่งนี้ อีกแล้ว อย่างน้อยในสภาชุดนี้ แล้วถ้าท่านเชื่อว่านโยบายของท่านนั้นดี ดีมาก เป็นคำตอบ ของสังคมไทยไปว่ากันตอนเลือกตั้งเลยครับ ให้การเลือกตั้งเป็นบทพิสูจน์ว่าประชาชน ชาวไทยต้องการนโยบายแบบนี้หรือไม่ เอากันให้ชัด ถ้าท่านพยายามยืนกระต่ายขาเดียว แล้วบอกว่าท่านไม่ได้มีการพูดคุยกับ ครม. มาอะไรก็แล้วแต่ มันแสดงให้เห็นว่าท่านขาด ความจริงใจ แล้วไม่มีทางที่ฝ่ายค้านจะเป็นองค์ประชุมให้ในเรื่องนี้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลจะถอน ถอนไปเลยครับ ถอนด้วยเสียงของท่าน พิสูจน์ให้เห็นว่าการถอนเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากความ อ่อนแอของรัฐบาล พิสูจน์ให้เห็นว่าการถอนเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการที่ท่านมีเสียงไม่พอ เอากันให้ชัดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เอาอย่างนี้นะครับ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้มีโอกาสนะครับ ก็เหลืออีก ๕ ท่านนะครับ ท่านซาการียา สะอิ ๗ นาที ท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๗ นาที ท่านเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ๕ นาที แล้วก็ท่านไชยชนก ชิดชอบ ๑๕ นาที ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ๑๕ นาที รวมเป็น ๔๙ นาที เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอให้ท่านประธานวินิจฉัย ในข้อ ๗๔ อีกครั้งหนึ่งครับ ผมจริง ๆ ไม่มีปัญหาครับว่าท่านเพื่อนสมาชิกจะมีความเห็น อย่างไร แต่ว่าผมเห็นว่าพอสมควรแล้วครับท่านประธานครับ ผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัย ตามข้อ ๗๔ ในการปิดอภิปรายครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเสนอมาชัด ๆ เลยครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ถ้าอย่างนั้นผมขอเสนอตามข้อ ๗๓ (๒) ให้ที่ประชุมลงมติปิดอภิปรายครับ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้เสนอตามข้อ ๗๓ ให้ปิดอภิปรายนะครับ เชิญครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานครับ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านเพื่อนสมาชิกเสนอให้มีการ ปิดอภิปราย ในการเสนอนี่ผมขอเหตุผลนิดหนึ่งได้ไหมครับ พวกเราเพิ่งจะอภิปรายมา ๕-๖ คนเท่านั้นเองนะครับ แล้วในการอภิปรายในญัตติต่าง ๆ นี่มันไม่ได้รบกวนเวลาขนาดนั้น ผมเข้าใจว่าท่านคือ เสียงข้างมาก ถึงจะโหวตไปท่านก็ชนะอยู่แล้ว ผมเชื่อแบบนั้น แต่ท่านไม่คิดถึงภาพ ที่มันจะออกไปหรือว่าความเห็นของพี่น้องประชาชนที่เขากำลังรอฟังอยู่บ้างหรือครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ หากท่านสมาชิกถามหาเหตุผล ผมก็คงต้องตอบได้อีกครั้งชัด ๆ เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบไปแล้วก็คือว่าเนื้อหาที่ ท่านสมาชิกอภิปรายมาทั้งหมดวนเวียนซ้ำซากอยู่ที่เดิม แล้วบางท่านไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ เราคุยกันเลย ญัตติที่เราคุยกันคือถอนหรือไม่ถอนเท่านั้น บางท่านไปถึงเรื่องสินค้า การเกษตร บางท่านไปเรื่องต่างประเทศ ดังนั้นผมยังยืนยันครับท่านประธาน ตามข้อ ๖๙ วนเวียนซ้ำซากเหมือนเดิม ดังนั้นผมขออนุญาตยืนยัน และเมื่อสักครู่นี้ผมขอเสนอเป็นญัตติ และมีผู้รับรองเรียบร้อยแล้วนะครับท่านประธานครับ🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ท่านประธานครับ พลพีร์ สุวรรณฉวี ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ เราเพิ่งอภิปรายกันได้แค่ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ฝั่งรัฐบาลรอไม่ได้หรือครับ ๔๙ นาที แค่ ๔๙ นาทีเองครับ วันนี้สมาชิก พรรคภูมิใจไทยไม่ว่าจะเป็นชาวมุสลิมเขาอยากจะสะท้อนว่ากฎหมายฉบับนี้มันไม่ดีอย่างไร ทนหน่อยสิครับ ท่านรัฐมนตรีท่านก็อยู่เต็มสภาไปหมด ทำไมครับ รอชั่วโมงเดียวไม่ได้ ทุกคนจะออกไปข้างนอกหรืออย่างไรครับ ขอความกรุณาท่านประธานเถอะครับ ๔๙ นาที แค่นั้นเองครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็มีท่านสมาชิกเสนอปิดอภิปรายนะครับ ทีนี้ก็ต้องทำตามญัตตินะครับ เชิญท่านแนนครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย พรรคภูมิใจไทย ถ้ามีท่านสมาชิกขอเสนอปิดอภิปราย ดิฉันก็ขอเสนอให้ เปิดอภิปรายต่อค่ะ และที่สำคัญที่สุดการจะวินิจฉัยว่าท่านสมาชิกท่านใดอภิปรายแบบไหน เป็นหน้าที่ท่านประธานค่ะ ในเมื่อท่านประธานไม่ได้ทักท้วง ไม่ได้ท้วงติงว่าใครอภิปราย แบบไหน ท่านก็สามารถให้สมาชิกอภิปรายได้ และขอความกรุณาเถอะค่ะ อย่าใช้นิสัยเดิม ๆ ในการปิดปากไม่ให้มีการพูดกันในสภาแบบเมื่อสมัยก่อน ๆ นะคะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านที่ยกมือครับ🔗

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ผม เจเศรษฐ์ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ที่ผมเข้าใจก็คือว่าท่านประธานได้ประกาศชื่อพวกผม ๓ คน แล้วมีเพื่อนสมาชิก เสนอให้ปิดให้พวกผมไม่ต้องพูด ผมบอกเรียนด้วยความเคารพเลยนะครับ ผมไม่พูดซ้ำซาก แน่นอนครับ มาดูหน้าผมก็ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านว่าอย่างไรครับ ยังยืนยันอยู่หรือเปล่าครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมได้เสนอเป็นญัตติขอปิดอภิปราย เรียบร้อย มีผู้รับรองเรียบร้อย ขออนุญาตท่านประธานดำเนินการตามนั้นจริง ๆ ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ ขออภัยค่ะ เมื่อสักครู่นี้ดิฉันข้ามขั้นตอนไปนิดหนึ่ง ดิฉันขอเสนอญัตติเปิดอภิปรายเหมือนเดิมเช่นกันค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องกรรมาธิการงบประมาณ ห้องอนุกรรมาธิการ ห้องกรรมาธิการต่าง ๆ เชิญเข้าห้องประชุมนะครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผม ครูมานิตย์ ขอความกรุณา ท่านประธานใจเย็น ๆ นิดหนึ่งในการตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เพราะว่าด้วยเหตุผล ๒ ประการ ประการแรกตอนนี้เวลาเที่ยง คนกำลังนั่งเต็มเลยแล้วบังเอิญผู้สูงอายุ ที่เลยกว่าผม คนกำลังนั่งเต็มเลยแล้วบังเอิญผู้สูงอายุที่เลยกว่าผมเดินเข้าห้องประชุมยาก ก็ต้องใช้เวลาช้า ๆ ประการที่ ๒ ก็คือประชุมกรรมาธิการงบประมาณอยู่หลายคน ผู้แทนก็ขยันขันแข็งอยู่แล้ว เพราะว่าอยากให้งบประมาณมันผ่านไปด้วยดี ก็อาจจะมาช้า ฉะนั้นก็ไม่คาดคิดว่าจะมีการ ตรวจสอบองค์ประชุมกันไวขนาดนี้ ก็ขอให้ท่านประธานชะลอเวลาสักนิดหนึ่งนะครับ แต่ผมเชื่อว่าท่านใจเย็นอยู่แล้ว ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ รอครับรอ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธาน ขออนุญาตครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ หารือท่านประธานนะครับ เพื่อให้ความเข้าใจตรงกัน ผมเสนอให้ปิดอภิปราย แต่ว่าท่านผู้เสนอญัตติยังมีสิทธิสรุปอยู่ ท่านผู้นำฝ่ายค้าน แล้วก็ทางของพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านก็ยังมีสิทธิสรุปญัตติอยู่นะครับ ผมไม่ได้ ๆ หมายความว่าจะไม่ให้ท่านผู้สรุปญัตติสรุปนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ปิดก็คือปิดนะครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ประธานครับ ทางนี้ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ พรรคประชาชน จังหวัดระยอง ขออนุญาตหารือท่านประธานนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่ ทางฟากรัฐบาลได้มีการขอเสนอญัตติให้มีการหยุดอภิปราย ซึ่งทั้งนี้ผมต้องหารือกับ ท่านประธานจริง ๆ เพราะว่าในข้อ ๖๖ ระบุว่าถ้าเกิดเป็นการเสนอเป็นญัตติซึ่งมีผู้รับรอง เรียบร้อยก็ต้องมีการอภิปรายว่าเหตุใดจึงให้ยุติอภิปราย แล้วก็ต้องมีผู้ที่คัดค้าน เมื่อมี ผู้คัดค้านก็ต้องมีการอภิปรายว่าเหตุใดจึงไม่ให้หยุดอภิปราย ผมก็ต้องหารือท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานมองว่าเป็นญัตติก็ต้องอภิปรายเรื่องนี้ต่อด้วยหรือเปล่า เพราะเมื่อสักครู่นี้ ไม่ได้ให้เหตุผลอย่างชัดเจนว่าเหตุใดต้องหยุดอภิปราย ผมเองก็อยากฟังท่านเพื่อนสมาชิก อยู่เหมือนกัน ท่านผู้นำฝ่ายค้านลงชื่อไว้ก็ยังไม่ได้อภิปรายเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อเป็นญัตติ ก็ต้องให้อภิปรายต่อ ผู้เสนอญัตติก็อภิปรายว่าเหตุใดจึงต้องมีการหยุดอภิปราย มันจะต้อง ดำเนินการไปในทิศทางนี้ด้วยใช่ไหมก่อนจะมีการลงมติ เพราะว่ามีการเสนอเป็นญัตติ ไม่ได้ เสนอให้ใช้อำนาจท่านประธานตามข้อ ๗๐ ดังนั้นต้องขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยว่า ญัตตินี้ต้องเปิดให้ลงชื่อด้วยหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ ผม ยศวัฒน์ ที่ท่านประธานเอ่ยชื่อที่จะให้อภิปราย ก่อนที่ทางฝ่ายรัฐบาลจะเสนอปิด ผมก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่ยืนยันว่าข้อมูลที่ผมจะอภิปรายไม่ซ้ำซาก ผมก็ยังไม่เข้าใจว่า ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านผู้ประท้วงก็คือท่านวัชระพลรู้อย่างไรว่าผมจะอภิปรายเรื่องอะไร เนื้อหาอะไร เพราะฉะนั้น ขอให้มีโอกาสให้เปิดหูเปิดตาประชาชนให้ได้รับรู้รับทราบบ้างครับ อย่าใช้กลไกแบบผิด ๆ ในสภานี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านวัชระพลครับ เป็นไปได้ไหมว่าเราก็ถอน ท่านแนนก็ถอน เพราะว่าแค่ ๑๙ นาทีเอง ขอแค่ ๑๙ นาที ให้เขาพูด ๓ ท่านจะได้ดำเนินการต่อไปครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ใช่ครับท่านประธาน ท่านถอน เถอะครับ อีกแค่ ๓ ท่านเองครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่านถอน ท่านแนนก็จะถอนนะครับ อย่างไรก็ถ้าปิดเขาก็ยังสรุปอยู่ดีนะครับ ผมว่าขอให้ เขาทั้ง ๓ ท่านได้อภิปรายเถอะครับ ท่านถอนนะ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ วัชระพล ขาวขำ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้ ก่อนหน้าที่ ท่านประธานจะเปิดให้ลงชื่อมีผู้อภิปรายไปแล้วประมาณ ๔-๕ ท่านแล้ว แล้วถึงเปิดให้ลงชื่อ ข้อมูลใกล้เคียงกันหมด เหมือนกันหมดครับ ดังนั้นผมยังยืนยันเหมือนเดิมครับ แล้วก็มี ท่านสมาชิกพาดพิงว่าพวกผมรีบปิดอภิปรายจะกลับบ้านหรือ ผมเสนออย่างนี้ครับ ท่านแสดงตนด้วยว่าท่านมาทำงานมา ถ้าท่านทำงานท่านแสดงตนนะครับ ผมจะรอดูครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงครับ เพราะมีชื่อที่กำลังจะเป็นผู้อภิปรายรายต่อไปครับ ยืนยันว่าท่านยังไม่เห็น เอกสารผมแน่ ผมยังไม่ได้ส่งไปไหนเลย ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าผมพูดอะไร แล้วอีกเรื่องหนึ่ง อย่างที่ผมบอกว่าอย่าปิดหูปิดตาประชาชนแบบนี้ และถ้าให้แสดงตน ผมแสดงตนตั้งแต่ เซ็นชื่อเข้ามาจนกระทั่งวันนี้ และเมื่อสักครู่ไปลงชื่อขออภิปราย ท่านประธานก็เอ่ยแล้วว่า ยังมีผม มีท่านซาการียา มีท่านเจเศรษฐ์ แล้วส่วนตามระเบียบของรัฐสภาผู้ที่จะสรุปยังมี อันนั้นยังมีเราเข้าใจ เราอยู่ในสภาในชุดนี้ ผมสมัยที่ ๒ แล้วครับท่าน ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนอื่น ต้องเรียนชี้แจงนะครับ ผมคิดว่าก็มีการพาดพิงและผมจำเป็นต้องอธิบายเพราะว่าพาดพิง หลายครั้ง เพราะหนึ่งในคนที่อภิปรายเมื่อสักครู่มีผมด้วย ผมเข้าใจดีครับว่าเพื่อนสมาชิก พยายามใช้สิทธิตามข้อบังคับในการที่จะบอกว่าพวกเรามีการอภิปรายวนเวียนซ้ำซาก แต่ผม ต้องเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าพวกเราไม่ได้มีการอภิปรายวนเวียนซ้ำซากเลย เนื้อหาสาระทั้งหมดคือเนื้อหาสาระที่เป็นเหตุเป็นผลว่าทำไมเราถึงต้องทำญัตติแบบนี้ การที่อธิบายว่าเหตุที่จะต้องมีการปิดการประชุมด้วยเหตุผลว่าผู้อภิปรายก่อนหน้านี้วนเวียน ซ้ำซากอันนี้คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ผมคิดว่าทั้งหมดเราใช้เวลาไม่ได้เยอะเลยในการอภิปราย แล้วทุกอย่างก็เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้นนะครับ ผมเองอยากจะขอร้องนะครับ ไม่ต้องถึงขนาด ถอนก็ได้ แต่อยากจะขอร้องว่าอย่ามาโจมตีและ Discredit กันแบบนี้ ตอนนี้เราอยู่ใน ขั้นตอนของการโหวต ถ้าท่านอยากให้ทุกอย่างเดินหน้าตามที่เพื่อนสมาชิกมีการเสนอญัตติ สิ่งที่ท่านต้องมีคือองค์ประชุมครับ ฉะนั้นท่านไประดมเพื่อนสมาชิกของท่านมาโหวต ให้เพียงพอแล้วกัน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระพลไม่ถอนนะครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ วัชระพล ขาวขำ เพื่อไทย อุดรธานีครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมขออภัยเพื่อนสมาชิกด้วย ประเด็นที่ผมบอกว่าวนเวียนซ้ำซาก🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ ๆ เอาว่าจะถอนหรือไม่ถอน จะได้ดำเนินการต่อไป🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ผมไม่มีปัญหาครับท่านประธาน หมายถึงว่า เพื่อนสมาชิกนี่เรื่องวนเวียนซ้ำซากผมไม่มีปัญหาครับ ผมขออนุญาตขออภัยท่านสมาชิกด้วย แต่ว่าผมยังยืนยันว่าพอสมควรแล้วครับ ดังนั้นผมขอให้เดินหน้าต่อครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ อย่างนั้นท่านสมาชิกเข้ามาแล้วนะครับ ทุกท่านกดบัตรแสดงตนเลยครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับท่านประธาน ในขณะนี้อนุกรรมาธิการงบประมาณกำลังประชุม แล้วก็กำลังเดินลงมาจากห้องประชุม เพิ่งทราบ เพราะฉะนั้นขอเวลาสัก ๑๐ นาที ให้เดินทาง ลงมาจากห้องประชุมก่อนนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ ระหว่างรอ ครบองค์จากฝั่งรัฐบาลให้พวกเราพูดก็จบไปแล้วครับ ไม่รู้ท่านจะรออะไรนะครับ ท่านประธานครับ ฝากท่านประธานพิจารณาด้วยครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงตนกันเรียบร้อยหรือยังครับ🔗

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม กาญจน์ ตั้งปอง สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ ขออนุญาตให้ท่านประธานรอ อีกสักครู่นะครับ เพราะว่าที่หน้าห้องอนุกรรมาธิการท้องถิ่นพอดีมีเพื่อนสมาชิกกำลังลงมา แล้วก็กำลังรอลิฟต์อยู่ครับท่านประธาน อยากให้รออีก ๕ นาที สักครู่หนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ มากันครบหรือยังครับ เรียบร้อยแล้ว นะครับ เรียบร้อยหรือยังครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๓ ท่าน🔗

ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมจะถามที่ประชุมนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับการปิดอภิปราย กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับการเสนอให้ปิดอภิปรายกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญท่านสมาชิก ลงคะแนนเลยครับ ท่านใดเห็นด้วยกับการให้ปิดอภิปรายกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับ การปิดอภิปราย โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๕๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนน ๔ ท่าน🔗

เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยให้มีการปิดอภิปรายนะครับ ต่อไปเชิญท่านไชยชนก ชิดชอบ ได้สรุป ๑๕ นาที เชิญครับ🔗

นายไชยชนก ชิดชอบ บุรีรัมย์

ขอบพระคุณท่านประธาน ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ครับ ก่อนที่จะเข้าไปสู่การสรุปผมขออนุญาต ใช้เวลาตรงนี้สื่อสารผ่านท่านประธานไปสู่ท่านผู้ฟังสักนิดหนึ่งเพื่อให้ไม่มีการเข้าใจผิด ในการตอบสนองต่อสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้พาดพิงถึงท่านหัวหน้าพรรคแล้วก็สมาชิกพรรคผม ในบางกรณี🔗

ประเด็นที่ ๑ ที่บอกว่าท่านหัวหน้าผมนั้นเอาข้อมูลในการประชุมลับออกมา เป็น Public ต้องบอกว่าไม่ได้เป็นข้อมูลลับ เป็นการประชุมเปิด มีเอกสารแล้วก็มี Report ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยในกรณีของความคิดเห็นของผู้นำประเทศจีน🔗

ในประเด็นต่อไป ก็คือประเด็นที่ท่านพาดพิงมาทางพรรคภูมิใจไทยว่า เราเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา เวลาเปลี่ยน ตำแหน่งเปลี่ยน ความคิดเห็นเปลี่ยน อันนี้ผมอยากให้ พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า จริงครับพวกเรามีเปลี่ยน แต่พวกผมเปลี่ยนตั้งแต่ตอนเป็นรัฐบาล แล้วเหตุผลที่พวกเราเปลี่ยนเป็นเพราะว่าพรรคเรามีจุดยืน นั่นก็คือว่าทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สำหรับกรณี พ.ร.บ. นี้สิ่งที่เกิดขึ้นมีพี่น้องประชาชนแสดงเจตจำนง อันชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีตัวแทนจากทุก ๆ ศาสนาส่งจดหมายไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ไม่เห็นด้วย ส่วนของสถาบันเราขออนุญาตไม่กล่าวถึง เพราะฉะนั้นสำหรับพวกผมอย่างไร ก็ต้องเปลี่ยน แม้ผมจะมีความคิดเห็นอย่างไรมาก่อนคนอื่น แต่หลาย ๆ ท่านที่ตอนแรก เห็นด้วย พอเห็นเยี่ยงนี้เพราะว่าเราทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราก็ต้องเปลี่ยน คำถามที่ต้องถามคือทำไมท่านถึงไม่เปลี่ยน ท่านไม่ฟังหรือครับ เสียงของชาติและศาสนา🔗

ทีนี้เข้ามาสู่ประเด็นว่าทำไมพวกเราไม่อยากให้ถอน ไม่เห็นด้วยกับการถอน ขออนุญาตวกกลับไปสู่สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงในการเสนอเลื่อนแล้ว เราเห็นตรงกัน ปัจจุบันตอนนี้ประเทศเรากำลังจะเผชิญกับหลายภัย หลายเรื่อง มีภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยสังคมมี ๑ ภัย ที่ผมมีความกังวลที่ท่านไม่ได้พูดถึงนั่นก็คือภัยธรรมชาติ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ ภูเก็ตท่วมอยู่ สัปดาห์ที่แล้วพัทยาก็ท่วม หลายที่ก็ท่วมแล้วจะท่วมเยอะกว่านี้ แต่ไม่เป็นอะไร พวกเราเห็นตรงกันว่ามีหลายภัยมาก ๆ ที่เราต้องให้ความสำคัญเพื่อให้พี่น้องประชาชน ไม่ได้รับความเสียหาย สิ่งหนึ่งที่เราเห็นชัดแล้วและพี่น้องประชาชนเข้าใจตรงกันจากการตอบ ของท่านรัฐมนตรีก็คือการถอนนั้นไม่ใช่การยุติ ถอนคือไม่ใช่เลิกทำเรื่องนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่เราเห็น เกิดขึ้นในสังคมคือตราบใดที่เรื่องนี้ยังอยู่ในสภาก่อให้เกิดปัญหาสังคมได้แน่นอน ขอให้ พี่น้องประชาชนตัดสินใจที่จะลงถนนได้แน่นอน ฉะนั้นการที่เราไม่ตัดจบในเรื่องนี้ในวันนี้ เปรียบเสมือนการที่เราไม่ทำให้ปัญหาสังคม ปัญหาประเทศอย่างหนึ่งยุติไป ทำให้เรา ไม่สามารถที่จะไปแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ด้วยสมาชิกของทุกภาคส่วน เพราะฉะนั้นสำหรับ พรรคภูมิใจไทย จริง ๆ เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้พูดไปแล้วคงไม่ต้องพูดเยอะ ในเรื่องนี้ เราไม่เห็นด้วยในการถอนเพราะเราไม่เชื่อมั่น ไม่มั่นใจในเจตนาของการถอนของท่าน เราอยากให้ท่านรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน เขาพูดมาโดยตลอดแล้วดังขึ้นและดังขึ้น เรื่อย ๆ และจะดังขึ้นอีก ฉะนั้นพอเถอะครับเรื่องนี้ เราไม่เห็นด้วยกับการถอนและเรามี เจตนาที่จะยุติเรื่องนี้ในวันนี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านไชยชนก ต่อไปท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สรุป ๑๕ นาที เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมเองคาดหวังที่อยากจะเห็นเพื่อนสมาชิก รวมถึงตัวแทนจาก คณะรัฐมนตรีลุกขึ้นมาให้เหตุผลในการสนับสนุนญัตติการขอถอนร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex ออกจากการพิจารณาสภาในวันนี้ จากการฟังเหตุผลที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ส่วน จากพรรคฝ่ายค้านที่ให้เหตุผลว่าเราต้องการรับฟังเหตุผลที่จริงใจจากรัฐบาล ไม่ใช่เหตุผล เพราะว่าต้องการถอนเพื่อที่จะมารอเสียบในวันข้างหน้าเมื่อรัฐบาลสามารถที่จะรวมเสียงได้ แต่ผมกลับไม่เห็นการลุกขึ้นมาให้เหตุผลสนับสนุนญัตติในการขอถอนร่างจากฝั่งรัฐบาล แต่อย่างใด ดังนั้นสิ่งที่ผมได้ติดตามฟังการอภิปรายตลอดช่วงเวลาการประชุมที่ผ่านมา ในเรื่องของการถอนหรือไม่ถอน พ.ร.บ. Entertainment Complex ในครั้งนี้ รวมถึงการ ได้เห็นคะแนนการโหวตในเรื่องการขอให้ปิดการอภิปรายที่เห็นแล้วว่าเมื่อสักครู่มีแค่ ๒๕๑ เสียง เสียงจากฝั่งรัฐบาลที่อยู่ในห้องประชุมสภาวันนี้ ลองหักลบเสียงพรรคร่วมรัฐบาล ออกไปที่ได้แสดงตัวชัดเจนแล้วต่อหน้าสาธารณะชนว่ามีพรรคใดบ้างที่ผมขอไม่เอ่ยนาม ที่ไม่สามารถที่จะโหวตรับรอง พ.ร.บ. Entertainment Complex ได้ รวมถึงเขาอาจจะ โหวตไม่เห็นด้วย Turn กลับมาเป็นเสียงของฝ่ายค้าน ลองบวกลบ คูณหาร ผมเชื่อว่า ประชาชนทั้งประเทศที่ติดตามฟังการประชุมสภาอยู่วันนี้เอา ๑๕๑ เสียงเป็นตัวตั้ง ลบเสียง ของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่สามารถเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. Entertainment Complex ทุกคน ได้ข้อสรุปตรงกัน ๑ ข้อแน่นอนครับ วันนี้รัฐบาลต้องการถอนร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex ออกไป เพราะถ้าเข้าสู่วาระหนึ่ง ถูกโหวตคว่ำในสภาแน่นอนครับ นี่คือสิ่งที่ ผมอยากยืนยันให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นวันนี้ครับ เหตุผลถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล และข้อสรุปที่ผมขอสรุปญัตติในครั้งนี้ที่ผมสรุปกันแล้วว่ารัฐบาลขาดความจริงใจ ทำให้พวก เราไม่สามารถที่จะร่วมสังฆกรรมกับญัตติในการขอถอนร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex ออกไปได้ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เนื่องจากมีท่านสมาชิกคัดค้าน ดังนั้นผมจึงต้องขอมติจากที่ประชุมว่า จะยินยอมให้ถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุมหรือไม่นะครับ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม ท่านรัฐมนตรีจะสรุป เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็รับฟังความคิดเห็นนะครับ จริง ๆ แล้วเป็นความคิดเห็นของเสียงจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต้องใช้คำนี้ ด้วยความเคารพเพราะว่าเป็นข้อเท็จจริงก็เลยจะฟังดูไปในทิศทางเดียวกัน แล้วก็เนื้อหาใกล้เคียงกันหมดนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนี้โดยข้อเท็จจริง ญัตติที่เรากำลัง คุยกันอยู่เป็นเรื่องของการถอนร่างกฎหมาย Entertainment Complex หรือไม่ ซึ่งฟัง การอภิปรายส่วนมากจะเป็นลงไปในเนื้อหาของตัวร่างกฎหมายเป็นหลักว่าสาเหตุที่ท่าน มองว่ามันยังไม่มีความพร้อม ยังมีข้อบกพร่องหรืออย่างไรก็ตาม ซึ่งตรงนี้มันเป็นเรื่องของ วาระหนึ่งหากตัวกฎหมายนี้เข้าสู่การพิจารณา เมื่อเวลาและวันมันถึงเวลาที่จำเป็นก็จะมา นั่งตอบในเรื่องของรายละเอียด แล้วก็ยืนยันเช่นเดิมว่าอำนาจของสภานี้เป็นอำนาจของ พวกเรา พวกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้อยู่แล้วในการที่จะมีกระบวนการในการแก้ไขกฎหมายตาม ขั้นตอนต่าง ๆ แต่เมื่อฟังแล้วก็มีความย้อนแย้งอยู่เล็กน้อย อันนี้เข้าใจครับ เพราะว่า ท่านก็บอกว่าไม่เห็นชอบต่อตัวกฎหมาย แต่อยากให้พิจารณาเลย สาเหตุหนึ่งก็บอกว่า จะคว่ำเลย ท่านก็เห็นแล้วว่าเสียงข้างมากมีเสียงจำนวนมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ผมเอง กลับมองว่าการที่รัฐบาลจะเลื่อนเพื่อที่จะลดปัญหาความขัดแย้งในสังคม เพื่อที่จะเปิดโอกาส ให้ทางคณะรัฐมนตรีใหม่ได้กลับมาพิจารณาอีกครั้ง ผมกลับมองว่านี่เป็นเหตุผลที่จะช่วยให้ ประเทศเราเดินหน้าไปได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำ แต่ว่าด้วยเหตุและผลก็ตามของทางพรรคร่วม ฝ่ายค้านอันนี้เราก็รับฟังได้ว่าแต่ละคน แต่ละท่านอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ผม ยืนยันเช่นเดิมครับ เพราะว่าเหตุผลที่ท่านยกอ้างมาเรื่องของการคว่ำร่างกฎหมาย ต่อให้ กฎหมายฉบับนี้สุดท้ายแล้วลงมติแล้วแพ้มันก็ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายนี้มันจะออกไป จากสารบบ เพราะท่านก็รู้ดี ผมก็รู้ดีว่ากฎหมายทุกฉบับหากตกไปเขาห้ามเพียงแค่ยื่นกลับมา ในสมัยประชุมเดียวกัน หมายความว่าสมัยประชุมหน้าหากรัฐบาลชุดถัดไปหรือสมาชิกคนใด ร่วมรายชื่อได้ครบจำนวนก็สามารถยื่นกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้เช่นเดิม ผมก็เรียนด้วยความเคารพ มาด้วยความจริงใจนะครับ อย่างแรกเลยนี่รัฐบาลมองว่า กระบวนการถอนจะเป็นประโยชน์กับประเทศและสังคมมากกว่า ข้อแรก ข้อที่ ๒ ผมก็ตอบ ด้วยความจริงใจว่าท่านถามในสิ่งที่ผมตอบไม่ได้ เพราะท่านถามว่าสรุปว่าจะเอากลับมาไหม ผมก็ยืนยันว่าผมในฐานะหนึ่งในคณะรัฐมนตรีไม่ได้มีอำนาจเพราะ ครม. มอบอำนาจให้มาสู่ สภาแห่งนี้แต่เพียงเรื่องของการถอนร่างกฎหมายเพียงเท่านั้นนะครับ แต่อย่างไรก็ตามวันนี้ เราก็ใช้กลไกของประชาธิปไตย คือเราก็ใช้เสียงในสภาเป็นตัวตัดสิน หากลงมติว่าให้ถอน มันก็จะกลับไปยังคณะรัฐมนตรี ๒. หากจะให้เดินหน้าก็ลงมติว่ากันในเรื่องของตัวกฎหมาย ตามวาระหนึ่งต่อไป ทางสมาชิกในฟากฝั่งรัฐบาลผมเชื่อว่ามีความพร้อมในทุกกรณี ก็ขอความกรุณาท่านประธานดำเนินการต่อตามขั้นตอนของสภา ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วก็กดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่กำลังทานอาหารเที่ยงหรืออนุกรรมาธิการ หรือกรรมาธิการงบประมาณ เชิญเข้า ห้องประชุมเลยนะครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า มีการพิจารณางบประมาณทั้งห้องใหญ่แล้วก็ห้องอนุกรรมาธิการ ขออนุญาตท่านประธาน รอสักครู่ ขอบคุณครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงตนกันเรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๒ ท่าน🔗

ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะยินยอมให้ถอนร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุมหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดยินยอมให้ถอนโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่ยินยอมให้ถอน โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนเลยครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลงคะแนนเรียบร้อยหรือยังครับ🔗

นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สุรินทร์

ท่านประธาน ๒๓๑ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๓๑ ไม่เห็นด้วยนะครับ เชิญครับ🔗

นายอรรถพล ไตรศรี พังงา

๔๘๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๘๐ ไม่เห็นด้วยนะครับ เรียบร้อยกันหรือยังครับ ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๕ ท่าน บวก ๒ เป็น ๖๗ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติยินยอมให้ถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระ การประชุมนะครับ🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสันติสุข พ.ศ. .... (นายวิชัย สุดสวาสดิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เนื่องจากร่างพระราชบัญญัตินี้มีพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๔ ฉบับ ได้แก่🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... (นายปรีดา บุญเพลิง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิด อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... (นายชัยธวัช ตุลาธน กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๓. ร่างพระราชบัญญัตินิโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... (นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๓๖,๗๒๓ คน เป็นผู้เสนอ)🔗

๔. ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... (นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ซึ่งกระผมเห็นว่าร่างทั้ง ๕ ฉบับนี้สามารถรวมพิจารณากันได้นะครับ แต่เนื่องจากร่างของท่านอนุทิน กับคณะ ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ และข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุมต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุม เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเห็นเป็นอย่างอื่น ดังนั้นผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำร่าง พระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับมาพิจารณาพร้อมกัน โดยจะแยกลงมติในวาระที่หนึ่ง ชั้นรับหลักการแต่ละฉบับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ข้อ ๒๘ และข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เห็นแย้งในการจะรับร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมของ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาพิจารณาร่วมกัน อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ แล้วก็เห็นชอบ เป็นอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าในเอกสารที่อยู่บนโต๊ะของสมาชิกจะยังไม่มีร่าง ของท่านอนุทิน ซึ่งผมเองอยากจะได้ร่างนี้เพื่อเอามาพิจารณาศึกษาว่าอาจจะมีการ รับหลักการในวาระหนึ่งไปแล้ว เนื้อหาสาระจะเป็นอย่างไร ก็จะได้พิจารณารวมกัน กับอีกหลายฉบับที่จะมีการพิจารณาต่อไป ฉะนั้นอาจจะต้องรบกวนท่านประธานว่าอยากจะ ช่วยกรุณากำชับเจ้าหน้าที่ในการแจกร่างของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ที่ประชุมพิจารณาครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องการลงมติว่าเห็นควรว่าจะลงมติรวมกันหรือแยก พิจารณาลงมติทีละร่าง ไปถามกันตอนสุดท้ายได้ไหมครับท่านประธาน ในเมื่อเรายังไม่ได้ เห็นร่าง ถ้าเข้าสู่วาระแล้วก็อยากให้พิจารณาหลักการไปก่อน แล้วเมื่อพิจารณาได้เห็นร่าง ได้ฟังความคิดเห็นทั้งหมดแล้ว ถ้าหลักการมันมีลักษณะสอดคล้องต้องตรงกัน ผมก็คิดว่า ก็ทำแบบแนวปฏิบัติโดยทั่วไปที่รัฐบาลก็ทำมาโดยตลอดคือการรวมลงมติ แต่ว่าถ้ามี การแตกต่างกันจริงในเนื้อหาสาระที่จะมีการอภิปรายต่อไปมันก็ควรจะเป็นประเด็นที่จะมา ถามตอนท้าย ผมเองไม่อยากเสนอเป็นญัตติซ้ำอีกว่าไม่เห็นด้วย เพราะเดี๋ยวท่านจะต้องตาม องค์ประชุมมาอีกจะวุ่นวาย แต่ว่าผมอยากปรึกษาหารือว่าขอให้แยกประเด็นเอาให้ชัดว่า ตอนนี้ขอเห็นร่างของท่านอนุทินก่อน แล้วเมื่อเห็นร่างดำเนินการไปแล้วเสร็จค่อยมา พิจารณาว่าจะลงมติรวมกันหรือแยกลงมติทีละร่างอีกครั้งหนึ่ง แบบนี้มันก็น่าจะเป็น ความสวยงามที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดกับสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่ช่วยแจกร่างของท่านอนุทินให้กับท่านสมาชิกด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจกเอกสาร)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เอาร่างของท่านอนุทินไปแจกให้ท่านสมาชิก เสร็จแล้วคำหารือ ทางฝ่ายค้าน เขาเสนอว่าอย่าเพิ่งอะไรนะครับ ท่านณัฐวุฒิเอาใหม่ทีครับ เดี๋ยวทางฝ่ายนี้เขาจะมีความเห็น อย่างไร🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า ขั้นตอนกระบวนการมันต้องเป็นความเห็นชอบในการรับร่างที่มีการยื่นเข้ามาใหม่ อีกร่างหนึ่งก่อนก็คือร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งตอนนี้ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังแจกร่างอยู่ แต่ว่าเรายังไม่ได้มีการลงรายละเอียด หรือเห็นเนื้อหาสาระว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้นผมคิดว่าขอเป็นแค่ขั้นตอนนี้ก่อนได้ไหมครับ แล้วเมื่อมีการพิจารณาอภิปรายกันแล้วเสร็จ อยากจะปรึกษาหารือฝ่ายรัฐบาลค่อยมาสรุป กันอีกรอบหนึ่ง รัฐบาลจะเสนอตอนนั้นก็ได้ว่าจะเห็นว่าควรจะมีการพิจารณาลงมติรวมกัน เพราะหลักการอ่านอย่างไรไม่ได้แตกต่างกันเลย หรือจะมีการพิจารณาลงมติแยกกันทีละร่าง อีกชั้นหนึ่งได้ไหม ๔ ร่างนี่หลักการไม่ได้แตกต่างกันเลย ร่างของท่านอนุทินอาจจะแตกต่าง นิดหน่อยเพิ่งเห็น ฉะนั้นขอเป็นแบบนี้ก่อนได้ไหม ผมไม่อยากเสนอญัตติ ถ้าเสนอญัตติผมก็มี ผู้รับรองว่าผมสู้อยากให้รวมพิจารณาลงมติพร้อมกัน ฉะนั้นขอหารือว่าถ้ารัฐบาลเห็นควรว่า เอาเนื้อหาสาระก่อน อภิปรายกันเสร็จแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีว่าจะรับทั้งหมดหรือไม่รับ ทั้งหมด ภาคประชาชนเขาก็จับตาอยู่ดูอยู่ ค่อยมาหารือกันอีกทีว่าจะลงมติรวมกันหรือแยก ทีละร่างแบบนี้ได้ไหมครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทางรัฐบาลคงไม่ขัดข้อง เห็นด้วยกับตรงนี้นะครับ ไม่ขัดข้องนะครับ เอาตามที่ท่านเสนอ นะครับ ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้เลย นะครับ🔗

ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) และ (๓) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว สำหรับร่างของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นร่างที่มีหลักการทำนองเดียวกัน สำนักงานจึงได้จัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นอีก โดยให้นำรายงานของท่านเสนอโดยนายวิชัยกับคณะ ซึ่งมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน และได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นแล้วมาประกอบการพิจารณา🔗

ในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็นและ การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ ท่านสมาชิกแล้ว ในการนี้ได้อนุญาตให้ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ เป็นผู้เสนอและชี้แจงร่างพระบัญญัติต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ วรรคสอง ดังนั้น ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมแถลงและชี้แจงต่อที่ประชุม ท่านแรก ท่านพูนสุข พูนสุขเจริญ ท่านที่ ๒ ท่านเบนจา อะปัญ ท่านที่ ๓ ท่านธนพัฒน์ กาเพ็ง ท่านที่ ๔ ท่านยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เชิญเข้าประจำที่เลยครับ🔗

ต่อไปผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ ได้แก่ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ กับคณะ ท่านปรีดา บุญเพลิง ท่านชัยธวัช ตุลาธน กับคณะ ท่านพูนสุข พูนสุขเจริญ กับประชาชน ๓๖,๗๒๓ คน ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เชิญร่างแรกก่อน ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอนำเรียนท่านประธาน ก่อนที่จะเข้าในเรื่องของพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคม สันติสุข ด้วยความเป็นห่วงผมอยากจะให้ท่านประธานบรรจุวาระในเรื่องพระราชบัญญัติ ส่งเสริมไฟฟ้าและพลังงานแสงอาทิตย์ของท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ไว้ชุดหน้าด้วย ทราบข่าว ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้เซ็นรับเรียบร้อยแล้ว🔗

ทีนี้มาเข้าสู่ของร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการสร้างเสริมสังคมสันติสุขโดย ให้ผู้ซึ่งได้กระทำความผิดเนื่องจากการ ชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองพ้นจากความผิดตามกฎหมาย เหตุผล ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดการแตกแยกของความคิด ทางการเมืองอย่างรุนแรง แบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายไปทั่วประเทศ มีการผลัดกันชุมนุมทาง การเมืองอย่างต่อเนื่องตลอดมา และรัฐบาลได้ยกระดับการประกาศบังคับใช้กฎหมายควบคุม การชุมนุมทางการเมืองอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทาง การเมืองของประชาชน กลายเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่ประชาชนเข้าร่วมการ ชุมนุมทางการเมือง หรือเข้าร่วมการแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบต่าง ๆ ที่แม้จะได้ กระทำการใด ๆ ไปเพียงเพราะมีเจตนาที่ดีต่อบ้านเมือง หรือเจตนาต้องการเห็นบ้านเมือง เดินหน้าไปด้วยดี ต้องกลับกลายมาเป็นผู้กระทำความผิดทางอาญาและต้องรับผิดการชดเชย ค่าเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ในวงเงินที่เกินความสามารถที่จะรับได้จริง นอกจากนี้แล้ว สาเหตุอันสำคัญที่ก่อให้เกิดการกระทำของบุคคลเช่นว่านั้นก็อาจจะกล่าวได้ว่าเกิดจากการ บังคับใช้กฎหมายที่ขาดความยืดหยุ่น จนนำไปสู่การเผชิญหน้าของประชาชนและเจ้าหน้าที่ ของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเลือกใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม เป็นเหตุให้ ประชาชนและตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมาก เกิดการบาดเจ็บ ล้มตายและมีผู้เข้าร่วม ชุมนุมหรือเข้าร่วมแสดงออกทางการเมืองโดยบริสุทธิ์อีกจำนวนมากต้องถูกจับกุมและดำเนินคดี ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ด้วยการกระทำดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่รัฐและการบังคับใช้กฎหมาย ของรัฐเช่นนี้ก็มีแต่ยิ่งทำให้เกิดปัญหาที่ร้าวลึกในสังคมไทยทุกระดับมากยิ่งขึ้น🔗

ด้วยปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประเทศชาติ ไม่ว่าเฉพาะแต่ทางการเมืองหากมีผลกระทบถึงภาวะเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ของประเทศ สำหรับการกระทำต่าง ๆ ของประชาชนผู้ร่วมชุมนุมหรือร่วมแสดงออก ทางการเมือง แม้จะกลายเป็นการกระทำความผิดโดยสภาพ แต่ก็เป็นการกระทำความผิด ที่แท้จริงแล้วผู้กระทำความผิดไม่มีเจตนาชั่วร้าย หากแต่เป็นเพียงเจตนาที่จะเกิดขึ้นจาก ความขัดแย้งทางการเมืองที่ต้องการแสดงออกทางความคิด ความเห็นทางการเมือง หรือเพื่อ เรียกร้องต่อรัฐบาลเท่านั้น และเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนตาม รัฐธรรมนูญ จึงสมควรให้ประชาชนหรือบุคคลที่ถูกกลายเป็นผู้กระทำความผิดและต้องโทษ อย่างรุนแรงด้วยเหตุดังกล่าวพ้นจากความรับผิดชอบทางกฎหมายและปราศจากมลทิน มัวหมอง เพื่อเป็นการให้โอกาสกับประชาชนและสังคมไทยที่จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่าง สงบสุข ด้วยความสมัครสมานสามัคคี ปรองดองของคนในชาติอีกครั้ง ทั้งนี้ยังเป็น การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย อันเป็นการรักษา คุ้มครองศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ด้วย อันจะทำให้สังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่าง สงบสุข ร่มเย็น เป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างเสริมสังคมสันติสุขและร่วมกันพัฒนาประเทศ ผมเองนั้นก็ขอนำเรียนท่านประธานนะครับ🔗

จากหลักการและเหตุผลที่ผมได้นำเรียนต่อสภาแห่งนี้เพื่อตั้งใจที่จะให้ เพื่อนสมาชิกและพี่น้องที่อยู่ทางบ้านรับชมการถ่ายทอดการประชุมสภาในวันนี้ได้รับรู้ถึง เจตนาของสภา ได้รับรู้ถึงเจตนาของพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับรู้ถึงเจตนาของพวกเรา มวลสมาชิกทั้งหมด เพื่อตั้งใจที่จะให้การออกพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ผ่านสภาแห่งนี้ไปด้วยความเต็มใจกันทุกท่าน ด้วยเหตุผลบางคน บางท่าน โดยเฉพาะในเรื่องของสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนยังกังขาในเรื่องของคดีอาญาต่าง ๆ ยกตัวอย่าง เราไม่ให้ใช้กับการกระทำความผิดทุจริตและประพฤติมิชอบทุกคดี การกระทำ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ นี่คือเราไม่ให้นะครับ เราไม่ได้จัดไว้ใน พ.ร.บ. อันนี้ เพราะฉะนั้นผมขอนำเรียนด้วยความเคารพว่าจากที่สื่อมวลชนออกไป หลายแขนง ออกไปตีความในเรื่องของการที่เราจะไปปลดล็อกหรือว่าปลดให้ผู้ที่กระทำ ความผิดในเรื่องของคดีฉ้อโกง ในเรื่องของการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะได้รับอานิสงส์กับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย อันนั้นไม่ใช่ครับ เพราะโดยเจตนาจริง ๆ ของ พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... นั้น เราบอกอย่างชัดเจนว่าคดีทุจริตจะไม่มีการเอาเข้ามาพิจารณา เพราะฉะนั้น ก็ขอทำความเข้าใจถึงพี่น้องประชาชน และเมื่อเช้าเองก็ยังมีหลายคน หลายท่าน ผู้ที่มา เรียกร้องในเรื่องของตรงนี้ ก็ขอนำเรียนฝากท่านประธานสภาถึงสื่อมวลชนได้รับเรื่อง ตรงนี้ด้วย เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้เป็นเจตนาที่ดีที่เราจะมุ่งไปสู่กระบวนการในเรื่องของการ ปรองดองของประเทศ เอาคนที่มีเขาความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็น บุคคลที่มีความสามารถ บุคคลที่ทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ และเป็นบุคคลที่ต่อสู้ เพื่อพี่น้องประชาชนในระบอบประชาธิปไตยมาตลอด ได้กลับเข้ามาทำงานเพื่อดูแลปากท้อง ของพี่น้องประชาชน และอีกอย่างหนึ่งผมเชื่อว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะมุ่งเน้นไปสู่ ในเรื่องกระบวนการของการปรองดอง วันนี้ผมเองนั้นก็ขอนำเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพว่าวิงวอนท่านสมาชิกช่วยกันพิจารณา ช่วยกันส่งเสริม ช่วยกันสนับสนุนให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสู่สภาแล้วให้ทำเพื่อพี่น้องประชาชนกันอย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปผู้เสนอ ท่านที่ ๒ ท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเรียน ท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ เนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ผมได้นำเสนอ เรื่องนี้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร โดยผ่านท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร และท่านก็ได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ🔗

ดังนั้นด้วยเหตุผลที่นำเสนอร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ด้วยหลักการและเหตุผล เพื่อให้การดำเนินการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยมี การนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทาง การเมืองของประชาชน ด้วยเหตุผลโดยที่ตลอดระยะเวลา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาสังคมไทย เกิดความแตกแยกความคิดทางการเมือง แบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างรุนแรงและกระจาย ไปทั่วประเทศ มีการชุมนุมทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่องหลากหลายรูปแบบ ฝ่ายรัฐบาลได้ประกาศและบังคับใช้กฎหมายควบคุมการชุมนุมอย่างเข้มงวด เพื่อควบคุม และยุติการชุมนุมทางการเมืองส่งผลให้การชุมนุมทางการเมืองของประชาชนเกิดการกระทำ ผิดต่อกฎหมายที่ภาครัฐประกาศและบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ขาดการยืดหยุ่นจนเกิน ความจำเป็น บางครั้งก็มีการสลายการชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ และประชาชนจำนวนมากเกิดการบาดเจ็บล้มตาย ผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากถูกดำเนินคดี ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ลงท้ายด้วยการจำคุกและชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง ก่อให้เกิด ปัญหาที่ร้าวลึกลงสู่สังคมไทยทุกระดับ สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประเทศชาติ ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และวัฒนธรรม การกระทำต่าง ๆ ของ ผู้ร่วมชุมนุมของประชาชนล้วนแต่ได้กระทำไปเพื่อแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมือง เพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาล ไม่ใช่แสดงออกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ จึงสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ประชาชน ทุกกลุ่มที่ได้กระทำผิดจากการชุมนุมทางการเมืองและจากการแสดงออกทางการเมือง เพื่อเป็นการให้โอกาสกับประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง เป็นการส่งเสริม สิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย เป็นการรักษาคุ้มครองศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ลดความขัดแย้งและสร้างความ สามัคคีปรองดองของสังคมในชาติเพื่อให้สังคมไทยและประเทศชาติกลับสู่ความสงบสุข สมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญยั่งยืนต่อไป จึงมี ความจำเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปร่างของท่านชัยธวัช ตุลาธน ท่านรังสิมันต์ โรม จะเป็นผู้แถลงแทนครับ เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตท่านประธาน ในการนำเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจาก เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... ซึ่งท่านชัยธวัช ตุลาธน เสนอร่างดังกล่าว แต่เนื่องจากเหตุผลความเป็นไปอย่างที่เราทุกคนทราบว่าท่านชัยธวัช ตุลาธน ไม่สามารถ ที่จะอยู่ในสภาแห่งนี้เพื่อนำเสนอร่างด้วยตัวเองได้จากการยุบพรรคก้าวไกล ผมในฐานะที่มี รายชื่อเป็นลำดับที่ ๒ ในฐานะผู้เสนอจึงต้องเสนอร่างนี้ด้วยตัวเองนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้มีหลักการที่สำคัญนั่นก็คือให้มีกฎหมายว่าด้วย นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยเหตุผลที่มีการเสนอกฎหมายฉบับนี้นั่นก็คือโดยที่ได้ปรากฏความขัดแย้งทางการเมือง อันเป็นเหตุให้มีการเดินขบวนและชุมนุมประท้วงทางการเมืองของประชาชน ตลอดจนมีการ กระทำอื่นใดไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกายภาพหรือการแสดงความคิดเห็นอันเนื่องมาจาก เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงนับตั้งแต่มีการชุมนุมประท้วงของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ การยึดอำนาจรัฐโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ และการยึดอำนาจรัฐ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ สืบเนื่องจนถึง ปัจจุบันอันนำไปสู่การกล่าวหาและดำเนินคดีกับประชาชนจำนวนมาก ทั้งนี้เมื่อได้คำนึงว่า บรรดาการกระทำต่าง ๆ ของประชาชนนั้นได้กระทำไปเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดเห็น ทางการเมืองอันเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนจึงสมควรให้มีการนิรโทษกรรม ประชาชนในกรณีดังกล่าวเพื่อขจัดความขัดแย้งที่ยังคงปรากฏอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ องค์กรในกระบวนการยุติธรรมใช้และตีความการกระทำความผิดแต่เพียงตามองค์ประกอบ ทางกฎหมาย โดยไม่ได้คำนึงถึงมูลเหตุจูงใจของการกระทำอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ ความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้นภายใต้โครงสร้างแห่งระบบกฎหมายปกติตามที่รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้จึงไม่สามารถขจัดความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำรงอยู่ได้ เพราะการแสดงออก ของประชาชนอันมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองนั้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความขัดแย้ง ทางการเมือง จึงจำเป็นต้องจัดตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อ การนิรโทษกรรม เพื่อให้วินิจฉัยกรณีการกระทำความผิดอันผู้กระทำได้กระทำไปโดยมีเหตุ จูงใจทางการเมือง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะได้ลงรายละเอียดเนื้อหา ผมคิดว่า ผมมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ที่ประชุมแห่งนี้ในการอภิปรายถึง Concept ถึงความเข้าใจ ถึงแรงจูงใจของเราว่าสาเหตุที่เราต้องนำเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้มีว่าอย่างไร และหลังจากนั้นผมก็จะใช้โอกาสเดียวกันในการที่จะอภิปรายถึงเนื้อหาสาระว่ามีรายละเอียด อย่างไร เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกเราถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ที่น่ากลัว พวกเราถูกตราหน้า ว่าเป็นบุคคลที่ไม่จงรักภักดี มีจุดประสงค์เพื่อล้มล้างสถาบัน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะเป็น ข้อพิสูจน์ที่ยืนยันว่าถ้าพวกเราต้องการให้ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลา นมนานได้จบลง เพื่อที่จะฟื้นฟูหลักนิติรัฐและสร้างความเป็นธรรมในสังคม เราไม่เชื่อว่า ความขัดแย้งทางการเมืองจะเกิดขึ้นและจบลงด้วยการไปจับกุมคนที่เห็นต่างทางการเมือง เราไม่เชื่อว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่มีสาเหตุสำคัญจากการรัฐประหารในหลาย ๆ ครั้ง และมีประชาชนออกมาลุกขึ้นต่อต้านการใช้กฎหมายใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ไปจับกลุ่มคนที่เห็นต่าง ทางการเมืองแบบนี้ เราไม่เชื่อว่ามันจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงสถาพรให้กับประเทศชาติ บ้านเมืองและระบอบการการเมืองการปกครองของเราต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่ากฎหมายฉบับนี้เราพยายามที่จะเปิดกว้างให้มากที่สุด ดังท่านประธานได้เห็นว่าในสาระสำคัญของเหตุผลที่เราได้มีการยื่นกฎหมายฉบับนี้นั้น รวมไปไกลถึงตั้งแต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ และหลังจากนั้นอย่างที่เราทราบดีว่ามีการชุมนุมอีก หลาย ๆ ครั้ง เราเห็นคล้าย ๆ กับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อาจจะพูดทั้งส่วนที่เหมือน กับเราและต่างกับเราว่าถึงที่สุดเราไม่ต้องการให้ประชาชนที่ออกไปชุมนุมทางการเมือง หรือมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องเจอนิติสงคราม หรือถูกกระบวนการทางกฎหมาย ในการที่จะเล่นงานในรูปแบบต่าง ๆ เราเชื่อว่าคนเหล่านั้นมีความหวังดีต่อประเทศชาติ แม้ว่าสุดท้ายอาจจะมีอุดมการณ์ความคิดความเชื่อที่แตกต่างกัน ไม่ใช่แค่แตกต่างกัน จากประชาชนหลาย ๆ ฝ่ายในสังคมเวลานั้น แต่แม้กระทั่งในวันนี้กับผมเองก็อาจจะมี ความคิดความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่ทำไมเราถึงต้องเสนอกฎหมายที่ครอบคลุมถึงคน ทุก ๆ กลุ่ม เพราะถึงที่สุดเราเชื่อว่าประตูบานนี้ที่จะเปิดกว้างให้มีการนิรโทษกรรม จำเป็นต้องเปิดกว้างให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่อยากจะ เริ่มต้นการนิรโทษกรรมด้วยการเลือกปฏิบัติต่อคนกลุ่มใด นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่สามารถที่จะระบุข้อกล่าวหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนที่ลงไป ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่มีการใช้นิติสงครามในการ เล่นงานประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมือง เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามันมีกระบวนการ ในการใช้เครื่องมือทางกฎหมายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่หนักที่สุดคือ มาตรา ๑๑๒ ไปจนถึงแม้กระทั่ง พ.ร.บ. ความสะอาด พ.ร.บ. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับในเรื่อง ของการควบคุมเครื่องเสียง ทุกรูปแบบสามารถใช้ในการที่จะกลั่นแกล้งประชาชนที่เห็นต่าง ทางการเมือง แม้กระทั่งการไม่พกบัตรประชาชนก็สามารถเป็นหนึ่งในมาตรการที่เจ้าหน้าที่รัฐ สามารถใช้ในการกลั่นแกล้งคนที่เห็นต่างทางการเมืองได้ ดังนั้นการที่จะมาระบุมาตราใด ข้อหาใดเอาไว้อย่างเฉพาะเจาะจงนี่ เราเห็นแล้วว่าระยะเวลาของความขัดแย้งที่มัน กินเวลานานนี่มันยากมาก ๆ ที่จะมีการระบุอย่างเฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นข้อกล่าวหาใด มาตราใด หรือ พ.ร.บ. ใด ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงหลักคิดนี้สิ่งที่พรรคประชาชนเราได้พยายาม สะท้อนผ่านร่างนี้ก็คือการนิรโทษกรรมทางการเมืองจะไปได้ไกลแค่ไหน จะทำสำเร็จได้มาก แค่ไหน จะมีใครได้รับการนิรโทษกรรมอยู่บ้าง สำคัญก็คือบรรยากาศทางการเมือง การพูดคุยเจรจากันของฝ่ายต่าง ๆ วันนี้เราต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่าความคิด ในการที่จะมีคนกลางมาหาทางออกเป็นอัศวินขี่ม้าขาวเพื่อที่จะคลี่คลายปัญหาทางการเมือง มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ วันนี้เราต้องยอมรับว่าภายใต้การพูดคุยว่าจะต้องมีคนที่จะมาหา ทางออกให้กับเรามันไม่เคยเกิดขึ้นอีกแล้ว มันผ่านจุดนั้นและมีการถกเถียงเรื่องนี้มาอย่าง ยาวนานและมันได้พิสูจน์จนถึงปัจจุบันว่าหากเราปล่อยสถานการณ์แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ มันไม่จบ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องเปิดประตูให้กว้างที่สุดและกำหนดเงื่อนไข ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายสามารถที่จะได้รับ การนิรโทษกรรมอย่างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งสำหรับเงื่อนไขที่เราพรรคประชาชน เห็นว่า หากจะไม่ให้มีการนิรโทษกรรมมันจึงต้องกำหนดเงื่อนไขที่ได้พูดไปแล้วคือน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของต้องเป็นการกระทำของบรรดาของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ในเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงตลอดจนการสลายการชุมนุม ไม่ว่าจะได้กระทำการ ในฐานะเป็นผู้สั่งการหรือผู้ปฏิบัติ และไม่ว่าจะกระทำในขั้นตอนใด ๆ อันเป็นการกระทำที่ เกินสมควรกว่าเหตุ หรือ ๒. เป็นการกระทำความผิดต่อชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา เว้นแต่เป็นการกระทำโดยประมาท พูดง่าย ๆ ก็คือว่าที่เราต้องมีการกำหนดข้อยกเว้นเหล่านี้ ก็เพราะเราเห็นว่าหากปล่อยเอาไว้มันก็คือการที่เราไปนิรโทษกรรมให้กับคนที่กระทำ การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือประการที่ ๓ นั่นก็คือเป็นการกระทำความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ นี่คือสิ่งที่เราพยายามที่จะกำหนดข้อยกเว้นของคนที่จะไม่ได้รับ การนิรโทษกรรม ในแง่ของระยะเวลา ผมได้บอกไปแล้วว่าเราเริ่มต้นตั้งแต่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเราต้องยอมรับครับท่านประธานว่าความขัดแย้ง ทางการเมืองนี่เราจะไปขีดเส้นไม่ได้หรอกว่ามันจะต้องจบลงแล้วในปี ๒๕๖๕ เราไปขีดเส้น ไม่ได้หรอกว่าการเสริมสร้างสันติสุขนี่ถ้าขีดเส้นเอาไว้แค่ปี ๒๕๖๕ ถือว่าจบแล้ว สังคมจะมี สันติสุขแล้วหลังจากที่กฎหมายทำนองนี้ผ่าน มันเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะจนถึงวันนี้ยังมีคน จำนวนมาก คนที่เห็นต่างทางการเมืองยังถูกดำเนินคดีต่อไปอีกเรื่อย ๆ ยังมีการพิพากษา จำคุกกับคนที่เห็นต่างทางการเมืองต่อไปเรื่อย ๆ ดังนั้นเราไม่สามารถที่จะเสริมสร้างสันติสุขได้ ถ้าเรายังปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองของเราเป็นแบบนี้ต่อไป เราต้องยอมรับว่า ความขัดแย้งทางการเมืองนี่มันไม่ได้มาเลือกหรอกว่าต้องเป็นข้อหาอะไร ความขัดแย้ง ทางการเมืองคือมันคือความเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งทุก ๆ ประเทศมันเกิดขึ้นได้ มันไม่มา เลือกหรอกว่าความขัดแย้งทางการเมืองนี่คุณจะมาบอกว่าถ้าอย่างนั้นอย่านิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒ คุณเลือกแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ คนจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหามาตรา ๑๑๒ คนเหล่านั้นเขาล้วนมีความมุ่งหมาย ทางการเมืองและปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองทั้งสิ้น แต่การตั้งข้อหาหลาย ๆ ครั้ง เราต้อง ยอมรับกันตรงไปตรงมาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนี่หลายครั้งไม่ได้มีการเลือก ไม่ได้มาดูข้อเท็จจริง ไม่ได้มาดูในรายละเอียด ไม่ได้มาดูในพยานหลักฐาน และที่สำคัญคือไม่ได้มาดูว่าสิ่งที่ตัวเอง ดำเนินการไปนี่ให้ความเป็นธรรมกับเขาแล้วหรือยัง สุดท้ายความขัดแย้งนี้ก็เกิดขึ้นเรื่อย ๆ และท่านประธานลองพิจารณาว่าตั้งแต่ที่มีความขัดแย้งแบบนี้ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา ใกล้เคียงแล้วหรือยังในการที่จะทำให้เกิดความสงบสุขหรือสันติสุขในบ้านเมือง ดังนั้นเมื่อไร ก็ตามที่เราคิดกรอบกฎหมายนี้โดยคิดหวังแค่เพียงว่าจะช่วยเหลือแค่พวกพ้องตัวเอง เราไม่มี ทางสร้างสันติสุขได้ครับ เราก็แค่ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นปัญหาใหม่ของ ความขัดแย้งต่อไปของสังคมใน พ.ศ. นี้ ดังนั้นท่านประธานด้วยความเคารพ ผมทราบดีว่า ตัวร่างกฎหมายของพรรคประชาชนไม่เป็นที่สบายใจของหลายฝ่าย ไม่เป็นที่สบายใจของ เพื่อนสมาชิกจำนวนมาก แม้ว่าเราจะเขียนกว้าง ๆ แล้วไม่ได้ระบุเอาไว้ว่ามีกฎหมายไหนบ้าง ที่จะต้องนิรโทษกรรม แต่หลาย ๆ ฝ่ายก็พยายามที่จะบอกว่าต้องรวมถึงมาตรา ๑๑๒ แน่นอน ดังนั้นจะไม่มีทางโหวตให้กับร่างของพรรคประชาชน การติดกรอบแค่นี้จะทำให้ สังคมไทยของเราคลี่คลายความขัดแย้งได้จริง ๆ หรือครับ วันนี้เราพยายามที่จะไม่มานั่งคิด ว่ามีข้อหาอะไร แต่เราพยายามที่จะเอาความขัดแย้งเป็นตัวตั้ง แล้วหาทางในการคลี่คลาย ถ้าสุดท้ายท่านทั้งหลายติดกรอบว่าจะต้องมีมาตรานั้นได้ มาตรานี้ไม่ได้ สุดท้ายเราจะ เดินหน้ากันได้อย่างไร สุดท้ายเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะมีประชาชนทุก ๆ คนที่อยู่ในความ ขัดแย้งเขาจะได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ พวกเราจึงพยายาม นำเสนอว่าวิธีการในการที่จะนิรโทษกรรมจึงต้องกำหนดกรอบกว้าง ๆ สถานการณ์ ทางการเมืองจะเป็นตัวกำหนด แล้วเราก็ Design ให้มีสิ่งที่เรียกว่าคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการในรูปแบบที่พรรคประชาชนเสนอ ผมยอมรับว่าเป็นคณะกรรมการที่ไม่ได้ เหมือนกับคณะกรรมการชุดอื่น ๆ เพราะเราพยายามให้มีตัวแทนของประชาชนผ่าน สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนในซีกของฝ่ายรัฐบาลและตัวแทนในซีกของฝ่ายค้าน ที่ผสมไปกับการมีตัวแทนจากศาล ที่ผสมปนเปไปกับตัวแทนจากฝ่ายอัยการ เพราะเราเห็นว่า วันนี้การที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม การที่จะพิจารณาว่านิรโทษใครได้หรือไม่ได้ สุดท้ายต้องอาศัยตัวแทนจากหลากหลายฝ่าย เราเข้าใจและเราทราบดีในส่วนนี้ ดังนั้น อยากให้ทุกท่านสบายใจว่าถ้ากฎหมายของพรรคประชาชนผ่านไปได้ มันไม่ได้หมายความว่า พรรคประชาชนเป็นคนไปจิ้มว่าใครจะได้รับการนิรโทษ พรรคประชาชนไม่ได้เป็นผู้กำหนดว่า นายคนนี้จะได้รับการนิรโทษหรือไม่ แต่จะเป็นเรื่องของคณะกรรมการชุดนี้ที่มีตัวแทน ทั้งศาล มีสภา มีรัฐบาลอยู่ข้างใน และผมคิดว่านี่คือความเป็นธรรม อย่างที่ผมได้เรียนกับ ท่านประธานไปแล้วว่าวันนี้มันไม่มีคนกลาง แต่สิ่งที่เราต้องการคือโต๊ะแห่งการพูดคุยที่มี คนทุกฝ่ายมาคุยกันว่าเราจะหาทางออกเรื่องนี้กันได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้เราจึง Design กลไก แบบนี้ นอกจากนั้นครับท่านประธานเรายังได้มีการกำหนดเนื้อหาสาระว่าสำหรับบางท่าน ที่มีการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะไม่เข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรม ถ้าผมจำไม่ผิดท่านประธาน มีแกนนำการชุมนุมบางท่านในอดีตเขายืนยันว่าเขาไม่ต้องการ นิรโทษกรรม ร่างของพรรคประชาชนก็กำหนดช่องทาง กำหนดช่องทางให้ท่านสามารถ สละสิทธิ สละสิทธิในการที่จะเข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรม เพื่อที่ท่านจะได้พิสูจน์ ในกลไกศาล ร่างของเราพยายามคิดถึงคนทุก ๆ กลุ่มตรงนี้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้อง Design กฎหมายแบบนี้ ดังนั้นท่านประธานเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาผมอยากจะในเวลา ช่วงสุดท้ายนี้ในการขอร้อง ในการขอร้องต่อเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน ผมทราบดีว่าพวกท่าน ทั้งหลายอาจจะมีความคิดหลาย ๆ อย่างต่อพวกผม แต่ท่านต้องเข้าใจว่าทุก ๆ ครั้งที่มี การดำเนินคดีกับคนที่เห็นต่างทางการเมือง ยิ่งพวกท่านใช้ข้อหาที่รุนแรงมากเท่าไร ใช่ครับ ท่านทำสำเร็จคือท่านได้ความกลัว แต่ผมอยากจะเรียนด้วยความเคารพว่าด้านกลับของ ความกลัว คือความอันตราย สังคมนี้ไม่สามารถอยู่กันได้ด้วยความกลัวอีกแล้ว สังคมนี้ ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยการเห็นคนที่เห็นต่างทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นลูกหลาน คนใน ครอบครัวต้องถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาที่มันรุนแรงเพียงเพราะเขาแค่อยากเห็นสังคมที่ดีกว่า ทุก ๆ ครั้งที่มีคำพิพากษาคน ๆ หนึ่ง ครอบครัวของเขา เพื่อนของเขา เพื่อนในโรงเรียน เขาจะคิดอย่างไรครับ เขาจะคิดอย่างไรกับกระบวนการยุติธรรมของเรา เขาจะคิดอย่างไร เขาจะรู้สึกหรือว่าทุกครั้งที่มีการดำเนินคดีแบบนั้นนี่คือความเป็นธรรมแล้ว เขาจะรู้สึกหรือครับ คนในครอบครัวจะรู้สึกหรือครับว่าสังคมเรียบร้อยแล้ว สังคมดีงามแล้ว เราเป็นประเทศ ที่ Civilize แล้ว เพียงเพราะคนที่เห็นต่างทางการเมืองเขาถูกพิพากษาให้จำคุก เราอยากได้ สังคมแบบนั้นจริง ๆ หรือครับ หรือเราจะยอมรับความจริงกันตั้งแต่วันนี้ว่าสังคมนี้ ถ้าจะเดิน ต่อไปกันในข้างหน้ามันถึงเวลาแล้วที่เอาคนที่เห็นต่างทางการเมือง คนที่ปรารถนาดี ต่อประเทศชาติให้เขาได้ออกข้างนอกเรือนจำแล้วมาใช้ชีวิตปกติ ให้สังคมนี้ได้เริ่มต้นกันใหม่ คิดหาหนทางด้วยกระบวนการปกติ ทำไมเราไม่ใช้โอกาสแบบนี้ ท่านประธานครับ ถ้าวันนี้ ผมอยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ผมจะไม่แปลกใจเลย ผมจะไม่แปลกใจเลยที่เราจะได้เห็นผู้มีอำนาจที่บ้าอำนาจ แล้วใช้อำนาจในการที่จะรังแก คนที่เห็นต่างทางการเมือง แต่วันนี้เราผ่านการเลือกตั้ง มันจะมีสักเสี้ยวหนึ่งของหัวใจเรา บ้างได้ไหมที่เราจะได้คิดว่าเราสงสารลูกของอานนท์ เราสงสารครอบครัวอีกหลาย ๆ ครอบครัว เราสงสารคนอีกจำนวนมากที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยแล้วอีกนิดเดียวเขาจะเรียนจบ แล้วเขาสามารถที่จะใช้ความรู้ความสามารถนั้นเพื่อประเทศชาติ แต่สุดท้ายเขาต้อง กลายเป็นคนที่ลี้ภัย เราจะใช้โอกาสนี้ ของการมีเสี้ยวหนึ่งของหัวใจในการทำให้ประเทศนี้ มันดีกว่านี้ได้ไหม เราคิดแบบนี้บ้างได้ไหม มันอีกนิดเดียวท่านประธาน มันอีกนิดเดียวที่เรา จะทำสำเร็จ ทำให้กฎหมายฉบับนี้คลี่คลายปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองนี้ มันอีกนิดเดียว กระดิ่งมันตั้งอยู่ตรงหน้าของเราอีกแค่นิดเดียว แต่ขออย่าตั้งแง่กันได้ไหม ด้วยความเคารพครับ ผมอยากให้ช่วงเวลาที่เหลือพวกเราได้ทบทวน ผมทราบดีว่าทุกท่าน ในพรรคก็คงจะมีธงทางการเมืองมาแล้ว แต่ผมอยากให้พวกท่านทบทวน เพราะนี่คือ ทางออกของสังคมไทยจริง ๆ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณพูนสุข พูนสุขเจริญ ตัวแทนประชาชน ๓๖,๗๒๓ คน เชิญได้แถลงครับ🔗

นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ผู้แทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ

สวัสดีค่ะ เรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน ดิฉัน นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เป็นตัวแทนของเครือข่ายนิรโทษกรรม ประชาชนมานำเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... ดิฉันมีประเด็น ใหญ่ ๆ ๖ ประเด็น จะมานำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้🔗

ประเด็นแรก เกี่ยวกับสถานการณ์และสถิติในคดีการเมือง ดิฉันขอเริ่มต้น จากการวาดภาพให้เห็นก่อนว่ากลุ่มความขัดแย้งที่เรากำลังคุยเรื่องนิรโทษกรรมกันอยู่นี่ กินระยะเวลายาวนานถึง ๒๐ ปี แล้วก็มีกลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากคดีความ ทางการเมือง ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกัน กลุ่มแรกจะเป็นผู้ชุมนุมของพันธมิตร เสร็จตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ แล้วก็มีการออกมาชุมนุมเรียกร้องขับไล่รัฐบาลจนเกิดรัฐประหารขึ้นในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วก็ยังมีความเคลื่อนไหวอีกเล็กน้อยหลังจากนั้น กลุ่มนี้มีคนที่ถูก ดำเนินคดีประมาณ ๒๐๐ คน กลุ่มที่ ๒ เป็นผู้ชุมนุมตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จนปี ๒๕๕๓ ต่อมา ก็เป็น นปช. แล้วก็จนเกิดการสลายการชุมนุมในปี ๒๕๕๓ แล้วก็เริ่มมีคดี มาตรา ๑๑๒ เล็กน้อย ผู้ชุมนุมช่วงนี้ประมาณ ๑,๑๐๐ คน แต่ว่าข้อมูลของ ศปปส. จะระบุว่าประมาณ ๑,๗๐๐ คน จนกระทั่งปี ๒๕๕๗ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ในปี ๒๕๕๗ จนต่อมาเกิด การรัฐประหาร วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และมีการประกาศให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร มีคดีความผิดตามประกาศคำสั่ง คสช. และความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง รวมถึงคดี มาตรา ๑๑๒ ก็เป็นหนึ่งในประเภทคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาลทหาร รวมถึงก่อนการ ทำประชามติเราก็ยังมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมารณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็รวมถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนี่เรียกร้อง การเลือกตั้งในปี ๒๕๖๑ เพื่อการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ เชื่อไหมคะท่านประธานว่าปัจจุบัน ปี ๒๕๖๘ แล้วยังมีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งคดี UN 62 ยังถูกดำเนินคดีอยู่จนถึงทุกวันนี้ กลุ่มนี้ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นช่วง กปปส. และยุค คสช. มีคนที่ถูกดำเนินคดีประมาณ ๒๐๐ บวก ๒,๔๐๐ แล้วก็อาจจะบวกมากกว่านั้นอีก ตัวเลขนี้คือตัวเลขขั้นต่ำ ท่านประธานคะ กลุ่มที่ ๔ คือกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ศูนย์ทนายความเราให้ความช่วยเหลือ กับประชาชน แล้วก็มีผู้ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองอย่างน้อยจนถึงวันนี้ ๑,๙๗๗ คน ต้องบอกว่าคดีจำนวนมากเกิดในช่วงของสถานการณ์การประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เนื่องจาก สถานการณ์โควิด ซึ่งกลุ่มนี้ถ้ามองดูเฉพาะคดี พ.ร.ก. ฉุกเฉินจะมีประมาณ ๑,๔๐๐ คน แต่ว่าคดีที่มีมากเป็นจำนวนรองลงมาจากคดี พ.ร.ก. ฉุกเฉินคือคดี มาตรา ๑๑๒ ประมวล กฎหมายอาญา กลุ่มนี้มีคนที่ถูกดำเนินคดีประมาณ ๒๘๑ คน จากทั้งหมด ๑,๙๗๗ คน ทั้งหมดรวม ๆ ๔ ช่วงเวลาจริง ๆ แล้วไม่ถึงหมื่น อาจจะบวกไปได้อีกเล็กน้อย แต่ว่าถ้าไปดู ตัวเลขสถิติของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม ซึ่งเป็นตัวเลขจากหน่วยงานอาจจะเป็นตัวเลขที่มากกว่านี้ ก็ต้องบอกว่าตัวเลข จากหน่วยงานอาจจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่เพราะว่าไม่ได้ดูมูลเหตุจูงใจของการกระทำ แล้วก็เนื่องจากช่วงระยะเวลายาว การไปดูฐานฐานเดียวแล้วกว่าในช่วงเวลา ๒๐ ปี ก็อาจจะ เป็นตัวเลขที่เกินจริง ยกตัวอย่างเช่นคณะกรรมาธิการส่งจดหมายไปถาม แล้วก็มีระบุ ฐานความผิด แล้วก็ถามว่ามีสถิติเท่าไรบ้าง แล้วหนึ่งในประเภทนั้นมีคดีจราจร คดีจราจร ที่เกิดขึ้นในรอบ ๒๐ ปี ไม่ใช่คดีทั้งหมดของคดีการเมือง อันนี้เป็นเหตุผลต่อมาว่าทำไม เราจะต้องดูตัวเลขให้ดี ๆ แต่ว่าไม่ว่าตัวเลขไหนจะสำคัญ ตัวเลขที่สำคัญที่สุด ณ วันนี้มีผู้ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำจาก คดีความทางการเมือง ๕๑ คน เชื่อไหมคะท่านประธาน ถ้าร่างนิรโทษกรรมประชาชนไม่ได้ ไปต่อ คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในเรือนจำจะอยู่ในเรือนจำต่อไป จะไม่ได้ออกจากเรือนจำ มีเพียง กลุ่มคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์ไป แต่คนที่ได้รับความทุกข์ทรมานต้องถูกขังอยู่ ในเรือนจำในปัจจุบันจะไม่ได้ออกนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๒ ดิฉันขอลงรายละเอียดเกี่ยวกับตัวร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ประชาชน พ.ศ. .... ประการแรก เราเสนอระยะเวลาในการนิรโทษกรรมตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันที่พระราชบัญญัติบังคับใช้ อย่างไรก็ตามเราเห็นว่ามีการชุมนุม ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ ซึ่งถ้าจะมีการแก้ไขในเชิงของระยะเวลานี้คิดว่าประชาชน ก็ไม่ได้มีปัญหาในการที่จะแก้ไขเพื่อให้ครอบคลุมทุกคน เพราะว่าเราคิดว่าการออก พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นแก้ไขความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญ ก็คือการรวมทุกกลุ่มทุกฝ่ายเข้ามา ทุกปัญหาเข้ามา แล้วแก้ไขไปด้วยกัน🔗

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม บุคคลที่ควรได้รับ นิรโทษกรรมเราเสนอว่าควรจะต้องเป็นประชาชน และเรายกเว้นเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์การชุมนุม การประท้วง ตลอดจนการสลายการชุมนุม ไม่ว่าจะกระทำในขั้นตอน ใด ๆ แล้วก็หากว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่นั้นกระทำเกินกว่าเหตุ หรือว่าการกระทำของ เจ้าหน้าที่นั้นเป็นความผิดตามมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๓ ประมวลกฎหมายอาญาก็คือ การล้มล้างการปกครองนั่นเอง หรือกรณีที่การทำรัฐประหาร ดิฉันขออธิบายนิดหนึ่งเดี๋ยวท่าน เจ้าหน้าที่รัฐ จะโกรธเกรี้ยวว่าทำไมร่างของประชาชนไม่รวมเจ้าหน้าที่รัฐล่ะ ที่เรายกเว้น เรายกเว้นแบบมีเงื่อนไขว่าถ้าเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเกินกว่าเหตุ ถ้าท่านเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติตามคำสั่ง ปฏิบัติการไปตามเหตุผลสมควร ใช้กำลังอย่างได้สัดส่วนในการกระทำที่ ท่านต้องการจะป้องกันเหตุจะเกิดขึ้นแล้วนี่ ท่านย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติเกินกว่าเหตุได้รับก็คือเขายัง สามารถถูกตรวจสอบได้ต่อไป เราไม่ต้องการให้เกิดการยกเว้นความรับผิดหรือว่าเกิดการ กระทำที่ลอยนวล รวมถึงการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๓ ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็น คนกระทำ เพราะว่าถ้าเป็นประชาชนเราก็ยังมองว่าถึงแม้ว่าจะเป็นประชาชนเราก็ควรจะ ได้รับการนิรโทษกรรมเหมือนกัน เพราะว่าประชาชนไม่ได้มีความสามารถหรือไม่ได้มีกำลังที่ จะไปล้มล้างการรัฐประหารหรือล้มล้างการปกครองใด ๆ ได้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเราจะ บอกว่าเราไม่รวมคดีมาตรา ๑๑๓ ของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในความจริงก็คือว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้รับ การนิรโทษกรรมไปหมดแล้วตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ฉบับถาวร การรัฐประหาร ทั้ง ๒ ครั้ง ปี ๒๕๔๙ กับปี ๒๕๕๗ นี่ บุคคลที่ได้รับนิรโทษกรรมมาตลอดในระยะเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมา ก็คือเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่เคยมีประชาชนคนไหนที่ได้รับการนิรโทษกรรม ประชาชนเป็นฝ่ายที่ต้องเจ็บปวด ประชาชนเป็นฝ่ายที่จะต้องบาดเจ็บ ประชาชนเป็นฝ่ายที่ จะต้องถูกจองจำอยู่ตลอดมา🔗

ประเด็นที่ ๓ ของตัวร่างกฎหมาย ในส่วนของการกระทำที่ได้รับการนิรโทษกรรม เนื่องจากว่าการนิรโทษกรรมครั้งนี้เป็นครั้งแรก ประเทศไทยเคยมีกฎหมายนิรโทษกรรม ออกมาแล้ว ๒๓ ฉบับ แต่ว่าไม่มีครั้งไหนเลยที่มีการนิรโทษกรรมคดีที่มีความยาวถึง ๒๐ ปี ส่วนใหญ่ก็คือเป็นการนิรโทษกรรมเฉพาะเหตุการณ์ เฉพาะวันที่ไป เพราะฉะนั้นการนิรโทษกรรม ครั้งนี้เราจึงเสนอ ๒ ประเภทกลุ่มของกระทำด้วยกัน กลุ่มแรก เราเห็นว่าเป็นคดีการเมือง โดยแท้เลย แล้วก็ควรจะได้รับนิรโทษกรรมในทันที เพราะว่าเขาได้รับ Effect แล้วก็จริง ๆ แล้ว ไม่มีปัญหาที่จะต้องมาพิจารณาอีกว่านี่คือคดีการเมืองหรือไม่ใช่คดีการเมือง มี ๕ ประเภทคดีด้วยกันที่เราจะเสนอว่าควรจะได้รับนิรโทษกรรมทันที ก็คือ ๑. คดีความผิด เกี่ยวกับประกาศคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ๒. คือคดีของพลเรือนที่ถูก ดำเนินคดีในศาลทหารตามประกาศคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ๓. คือคดี ฐานความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ประมวลกฎหมายอาญา ดิฉันขออธิบายนิดหนึ่งพอพูดถึงคดี มาตรา ๑๑๒ ปัญหาของคดีมาตรา ๑๑๒ ที่ผ่านมาในการบังคับใช้ มีทั้งปัญหาในการที่ไม่ได้ รับสิทธิในการประกันตัว เวลาต่อสู้คดีในศาล ศาลก็บ่ายเบี่ยงไม่เรียกพยาน หรือแม้กระทั่ง ตัดพยาน ปัจจุบันมีหลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย ศาลไม่ได้สั่งพิจารณาโดยลับเท่าไรแล้ว เดี๋ยวนี้ แต่ว่าศาลสั่งว่าห้ามนำข้อมูลไปรายงาน ศาลสั่งให้ไปฟังคำพิพากษาในห้องเวรชี้ที่ไม่มี คนเข้าได้ ศาลใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อจะทำให้ผลสุดท้ายเป็นการพิจารณาลับอยู่ดี นี่คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นและเรายังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ ท่านประธานคะ คดี ๑๑๒ คน มีคนที่ถูกขังอยู่ ในเรือนจำ ๓๒ คน จาก ๕๑ คน สมมุติที่ประชุมแห่งนี้เห็นว่าทุกคดีไม่มีปัญหาเลย สามารถ นิรโทษกรรมได้หมด มีเพียงคดีเดียวเท่านั้นที่ไม่สมควรได้รับการนิรโทษกรรม ทุกวันนี้ ๕๑ คน อยู่ในเรือนจำ ๓๒ คน คือส่วนใหญ่ของ ๕๑ คนด้วยซ้ำ แปลว่าอะไร แปลว่า ท่านนิรโทษกรรมไป ๖๒ เปอร์เซ็นต์ยังอยู่ในเรือนจำ ท่านกำลังนิรโทษกรรมให้กับ คนส่วนน้อย คดีประเภทที่ ๔ ที่เราเสนอให้มีการนิรโทษกรรมเลยก็คือคดีความผิด พระราชกำหนด ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ คดีประเภทที่ ๕ เป็นคดีการออกเสียง ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๙ และประเภทที่ ๖. ก็คือคดีที่มีความเกี่ยวโยงกับข้อ ๑ ถึง ข้อ ๕ ที่กล่าวมา อันนี้คือกลุ่มแรกที่เราเห็นว่าเป็นคดีการเมืองแล้วก็ควรจะได้รับการ นิรโทษกรรมทันที กลุ่มที่ ๒ เราเสนอว่าไม่ต้องมีฐานความผิดล็อก เราเสนอว่า มีคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าคดีไหนเป็นคดีการเมืองหรือคดีไหนไม่ใช่คดีการเมือง ท่านประธาน ถ้าดูจากฐานความผิดอย่างเดียวดิฉันเกรงว่าเราจะเป็นการจำกัดและมันอาจจะ ทำให้คดีบางประเภทตกหล่นไป ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างเทียบเคียง ถ้าพิจารณาเฉพาะ ฐานความผิดเทียบกับร่างของท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ มีฐานความผิดรวมกัน ๒๐ ฐานด้วยกัน แต่ถ้าสมมุติดูคดีความของศูนย์ทนายความ คดีความตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบัน มีฐาน ความผิดทั้งหมด ๓๔ ฐานความผิด แน่นอนเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คดีมาตรา ๑๑๒ จะไม่ถูกรวมไปแล้ว แต่ยังมีคดีอีกหลายฐานความผิดที่จะไม่ถูกรวมเข้าไป ดิฉันอยากชี้ให้เห็นประเด็นนี้ด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงเสนอว่าไม่ต้องมีฐานความผิดล็อกสำหรับกลุ่มประเภทคดีที่ ๒ แต่ให้มี คณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา คณะกรรมการที่จะพิจารณาขึ้นมาจะพิจารณาอะไร ก็พิจารณาว่าคดีนั้นเกิดขึ้นจากการชุมนุมทางการเมืองหรือว่าคดีที่เกิดจากการแสดงออก ทางการเมืองหรือเปล่า หรือเป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจ หรือเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้ง ทางการเมือง หรือว่าเป็นการแสดงออกที่สืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง🔗

ประเด็นต่อมา คนที่จะมาพิจารณาก็คือคณะกรรมการนิรโทษกรรม ซึ่งทาง ประชาชนเสนอเป็น ๒ องค์ประกอบหลักด้วยกันก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ ประชาชนผู้ที่ถูกดำเนินคดี เราไม่ได้เสนอศาล เราไม่ได้เสนออัยการเข้ามาเป็นองค์ประกอบ คนที่จะพิจารณาว่าคดีอะไรควรจะเป็น คดีอะไรคือเกิดจากการชุมนุมทางการเมือง คนที่จะ พิจารณาได้ดีที่สุดดิฉันคิดว่าเป็นท่านสมาชิกทั้งหลายที่นั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ เราไม่ได้ มีศาล มีอัยการเข้ามา เพราะว่าหน้าที่ของคณะกรรมการไม่ใช่การพิจารณาว่าคดีไหนถูก คดีไหนผิด แต่เป็นการพิจารณาว่าคดีไหนคือคดีการเมือง คดีไหนไม่ใช่คดีการเมือง ถ้าท่านกังวลว่าฐานความผิด ๑ ๒ ๓ ๔ มันควรจะไม่รวม หรือคดีมาตรา ๑๑๒ มันควรจะ ไม่รวม นั่นให้เป็นการตัดสินใจ ขออภัยค่ะ คดีมาตรา ๑๑๒ รวมอยู่แล้ว แต่ว่าสุดท้ายแล้วต่อ ให้เราไม่มีฐานความผิดล็อกในกลุ่มที่ ๒ ก็ตาม แต่ว่าสุดท้ายแล้วเป็นการตัดสินใจของ ท่านสมาชิกเป็นส่วนใหญ่อยู่ดี เพราะตัวคณะกรรมการเราเสนอว่าองค์ประกอบส่วนใหญ่ ๑๔ คน มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนั้นเราเสนอว่าอำนาจของคณะกรรมการนอกจากการนิรโทษกรรมดูว่าคดีไหน เป็นการเมืองแล้วอาจจะไม่ต้องดูรายคดีก็ได้ เพราะว่าบางเหตุการณ์ก็สามารถระบุ เป็นเหตุการณ์ไปได้เลย ท่านก็มีอำนาจดูเป็นรายเหตุการณ์ ดูเป็นรายบุคคลหรือว่ารายคดีได้ ซึ่งอันนี้ก็จะช่วยทำให้คณะกรรมการสามารถทำงานได้ไวขึ้น🔗

ประเด็นที่ ๓ ดิฉันขอชี้แจงเกี่ยวกับความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒ ประมวลกฎหมายอาญา คดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดีอาญา แล้วก็เป็นคดีการเมือง คดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดีอาญาเช่นเดียวกับทุก ๆ ฐานความผิดที่เรากำลังจะนิรโทษกรรม ขณะนี้ ข้อโต้แย้งที่บอกว่าคดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดีอาญา ไม่ใช่คดีการเมือง ถ้าเราใช้ตรรกะนี้ แปลว่าไม่มีคดีไหนควรจะได้รับการนิรโทษกรรมเลย เพราะว่าทุกคดีที่เรากำลังจะนิรโทษกรรม ขณะนี้คือคดีอาญา คดีมาตรา ๑๑๒ มีหลักฐานว่าเป็นคดีการเมือง ดูได้จากอะไร ดูได้จาก การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติยึดอำนาจเมื่อปี ๒๕๕๗ และประกาศให้คดีมาตรา ๑๑๒ เป็นหนึ่งในประเภทคดีที่ต้องขึ้นศาลทหาร ถ้าฝั่งการเมืองหรือคนที่ยึดอำนาจรัฐประหาร ไม่ต้องการควบคุมคดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดีอาญาทั่วไปทำไมจะต้องพิจารณาคดีมาตรา ๑๑๒ ในศาลทหาร ท่านประธานคะ ไม่ใช่หลักฐานชิ้นเดียว แต่แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี ฉบับลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ยังประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายทุกบท ทุกมาตรา กับผู้ชุมนุม ทั้ง ๆ ที่ความจริงทุกบท ทุกมาตราก็ใช้อยู่แล้ว ที่ไม่ใช้อยู่มาตราเดียวในขณะนั้น ในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ก็คือมาตรา ๑๑๒ ท่านประธานคะ คดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดี ความมั่นคง เช่นเดียวกับมาตรา ๑๑๖ เช่นเดียวกับมาตรา ๑๑๓ ล้มล้างการปกครองซึ่งมีอยู่ ในทุก ๆ ร่างเหมือนกันใน ๔ ฉบับ เพราะฉะนั้นข้อกล่าวอ้างว่าคดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดี ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงและไม่สามารถนิรโทษกรรมได้ก็ไม่เป็นจริงเช่นเดียวกัน สุดท้าย ที่เกี่ยวกับคดีมาตรา ๑๑๒ คดีมาตรา ๑๑๒ มีโทษรุนแรง ใช่ค่ะ คดีมาตรา ๑๑๒ มีโทษ ๓-๑๕ ปี แต่คดีมาตรา ๑๑๓ มีโทษประหารชีวิต ถ้าเราสามารถนิรโทษกรรมคดีมาตรา ๑๑๓ ได้ ดิฉันไม่เข้าใจว่าเราจะไม่สามารถนิรโทษกรรมคดีมาตรา ๑๑๒ ที่มีโทษสูงสุด ๑๕ ปีได้ ที่ดิฉัน จะขอนำเสนอมี ๖ ประเด็น ตอนนี้เราถึงประเด็นที่ ๔ แล้ว🔗

ประเด็นที่ ๔ มาตรา ๑๑๒ ในทางสากล ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มาตรา ๑๑๒ เป็นประเด็นที่อ่อนไหว ในสังคมไทยมาตรา ๑๑๒ คือประเด็นที่อ่อนไหว จนกระทั่งแค่รับมติจากรายงานของคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านก็ไม่กล้ารับข้อสังเกตจากตัวรายงานของคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางในการ ตรานิรโทษกรรม แต่ว่าในทางสากลไม่ว่าเราจะไปคุยกับสหประชาชาติ ไม่ว่าเราจะไปคุยกับ รัฐสภายุโรป ไม่ว่าเราจะคุยกับสหรัฐอเมริกา จริง ๆ กลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ หลายกลไกมีความเห็นมาหลายครั้งแล้ว ข้อสรุปเดียวกันว่าการควบคุมตัวตามมาตรา ๑๑๒ เป็นการควบคุมตัวไม่ชอบ เป็น Arbitrary Detention ขัดต่อข้อ ๙ ของกติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อสังเกตล่าสุดอาจารย์พอล (Paul) ถูกดำเนินคดีมาตรา ๑๑๒ ปัจจุบันท่านอาจารย์พอล (Paul) คดีสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว แล้วก็ อาจารย์พอล (Paul) ก็ได้ออกนอกประเทศไทยไปแล้ว ท่านประธานเชื่อไหมคะ คดีตั้งแต่ ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ๙๙ เปอร์เซ็นต์ อัยการสั่งฟ้อง เราประชาชนคนไทยถูกเลือกปฏิบัติ มาตลอด เราไม่ได้รับแม้กระทั่งความเป็นธรรมโดยปกติที่มันควรจะเกิดขึ้น ท่านประธานคะ ร่างกฎหมายฉบับนี้ที่รวมคดีมาตรา ๑๑๒ อาจจะมีหลายท่านไม่เห็นด้วย แต่ถ้าพูดถึงจุดยืน ในทางสิทธิมนุษยธรรม คดีมาตรา ๑๑๒ ควรจะเป็นคดีประเภทแรกด้วยซ้ำที่ได้รับ การนิรโทษกรรมเพราะว่าไม่ควรจะเป็นความผิดเลยนะคะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ช่วยกระชับหน่อย เพราะว่าเราเสนอหลักการและเหตุผล ก็คือไม่ต้องมาพูดรายละเอียดมาก นี่เราก็เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนพูดเยอะแล้ว เวลาเยอะมาก กระชับหน่อยครับ🔗

นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ผู้แทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ

ขอบคุณค่ะ อีก ๒ ประเด็นค่ะ ประเด็นที่ ๕ ร่างทั้ง ๔ ร่าง ร่างอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาว่า การกระทำอะไรหรือฐานความผิดอะไร แม้กระทั่งร่างของภาคประชาชนก็ละเลยส่วนนี้ไป ดิฉันยอมรับว่าเราไม่มีเกณฑ์นี้ แต่ว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านเป็นไปได้ไหมคะ ไม่ว่าท่านจะรับหลักการใดหรือไม่รับหลักการของร่างฉบับใด แต่ท่านสามารถเพิ่มเกณฑ์อายุ ของผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมได้ไหม ดิฉันเสนอว่าผู้ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ควรจะต้องได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วย ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมามีเยาวชนที่อายุ ต่ำกว่า ๑๘ ปีถูกดำเนินคดีกว่า ๒๘๖ ราย นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เยาวชน ถูกดำเนินคดีมากขนาดนี้ ถ้าเราสามารถนิรโทษกรรมผู้ใหญ่ที่ปิดสนามบิน ผู้ใหญ่ที่ ล้อมทำเนียบแล้วรัฐไม่สามารถปฏิบัติการอยู่ช่วงหนึ่งได้ ทำไมเราจะไม่สามารถนิรโทษกรรม เยาวชนที่ไม่ต้องพิจารณาว่าเขาผิดข้อหาอะไร แต่เขาอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ให้เขาได้มีโอกาส ครั้งที่ ๒ ได้หรือเปล่าคะ🔗

ประเด็นสุดท้าย แม้ว่าดิฉันจะกล่าวตัวเลขต่าง ๆ มามากมาย แต่อย่างที่บอก ว่าตัวเลขมันไม่ได้สำคัญเลย ดิฉันอยากให้ท่านรับรู้ว่าคนที่ถูกดำเนินคดี คนที่อยู่ในเรือนจำ จริง ๆ ไม่ใช่แกนนำแต่ว่าเป็นคนธรรมดา เป็นคนทั่วไป เป็นคนตัวเล็กตัวน้อยที่ท่านเอง ไม่รู้จักเขาและท่านก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาโพสต์อะไร เขาพูดข้อความอะไร พวกเขาไม่ใช่ ขบวนการที่มีความมุ่งหมายล้มล้างการปกครอง แต่เขามีเลือด มีเนื้อ มีชีวิต มีคนรัก คุณอุดม แรงงานจากปราจีนบุรีที่ถูกดำเนินคดีไกลถึงนราธิวาส แม้กระทั่งการที่ญาติจะไปเยี่ยมก็มี ปัญหาทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งระยะเวลาในการเดินทาง คุณกัลยาก่อนฟังพิพากษาเธอเพิ่งสอบได้ ในหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งแล้วก็กำลังจะเริ่มต้นชีวิต แต่สุดท้ายเธอก็ถูกดำเนินคดี มาตรา ๑๑๒ และอยู่ในเรือนจำนราธิวาสเช่นเดียวกัน คุณธนพรแม่ลูกอ่อนสาวโรงงาน ที่มีความเจ็บปวดก็คือลูกตัวเองซึ่งเพิ่งคลอดออกมาไม่สามารถจดจำใบหน้าเธอได้ คุณก้อง นักศึกษานิติศาสตร์ที่ตอนนี้จริง ๆ ใกล้จะจบแล้วแต่ว่าสุดท้ายก็ไม่สามารถสอบจบ การศึกษาได้จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คุณบูมที่มีลูกเล็กและมีภรรยาที่ป่วยเป็นมะเร็ง ในระยะที่ ๔ การคุมขังคุณบูมอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ทำให้เขาขาดกับสายสัมพันธ์ ในครอบครัวในอนาคตระยะยาวเลย สุดท้ายลูกชายของอานนท์พูดคำว่าศาลได้ก่อน คำว่าโรงเรียนด้วยซ้ำ ท่านประธานคะ นี่คือสิ่งผิดปกติที่มันเกิดขึ้นในนามกระบวนการ ยุติธรรม การจำคุก พวกเราไม่ใช่การจำกัดแค่เสรีภาพ แต่การจำคุกมันคือการตัดโอกาส ทางการศึกษา ตัดอาชีพการงาน ตัดสายสัมพันธ์ความเป็นอยู่ของครอบครัวและอนาคต ของพวกเขาในระยะยาว🔗

สุดท้าย เราต่างเจ็บปวดกับความขัดแย้งตลอดระยะเวลา ๒๐ ปี เราถูกใช้ กฎหมายอย่างเลือกปฏิบัติ คดีความต่าง ๆ ถูกใช้เป็นเครื่องมือกำจัดอีกฝั่งหนึ่งตลอดเวลา แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถเริ่มต้นคลี่คลายความขัดแย้งและเยียวยา ความเจ็บปวดได้บางส่วน การตัดสินใจของท่านสมาชิกในวันนี้อยู่บนทางแยกที่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นจุดเริ่มต้นที่คลายความขัดแย้งหรือจะตอกย้ำขั้ว หรือฝ่ายทางการเมืองให้สังคมเกิดรอยแยกมากกว่าเดิม ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ ไม่ได้เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไม่ใช่การแก้ไขกฎหมาย เป็นเพียงแต่การขอให้คืนชีวิต คืนความปกติให้พวกเขา คืนแม่ให้ลูก คืนสามีให้ภรรยา คืนลูกให้พ่อ โอกาสในการคลี่คลาย ความขัดแย้งและคืนความปกติให้ประชาชนอยู่ในมือของท่านผู้แทนราษฎรแล้ว ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปร่างของท่านอนุทิน ท่านได้มอบหมายให้ใครครับ เชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมาย จากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นผู้เสนอร่างในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ก่อนที่ผมจะได้ ขออนุญาตท่านประธานได้อ่านในตัวหลักการและเหตุผล ผมขออนุญาตท่านประธานแจ้ง ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก เนื่องจากว่าร่างของพวกผมนั้นมีจุดที่จะต้องแก้ไขอยู่ ๒ จุด ด้วยกัน จุดแรกจะอยู่ในตัวร่างในมาตรา ๖ และในส่วนที่ ๒ ก็จะเป็นในตัวบันทึกวิเคราะห์ สรุปสาระสำคัญหน้า ๒ ข้อ ๒.๓ ขอเปลี่ยนจากเลขพุทธศักราชจาก ๒๕๕๘-๒๕๖๕ เปลี่ยนเป็น พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๖๕ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนเพื่อนสมาชิก พรรคภูมิใจไทยร่วมเสนอร่างพระบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... โดยผมขออนุญาต ท่านประธาน อ่านในตัวหลักการและเหตุผล เมื่อเสร็จแล้วก็จะขอเวลาท่านประธานสักครู่ เพื่ออภิปรายสนับสนุนในตัวร่าง🔗

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยให้ผู้ซึ่งกระทำ ความผิดเนื่องจากการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมือง พ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและพ้นจากความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งให้ผู้ได้รับ ผลกระทบจากการกระทำดังกล่าวได้รับการเยียวยา ทั้งนี้ไม่รวมถึงการกระทำความผิด ดังต่อไป ๑. การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติชอบ ๒. การกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และ ๓. การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย หรือการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือการกระทำความผิดที่ต้องรับผิดชอบ ต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม🔗

เหตุผล โดยที่สังคมประเทศไทยเกิดการแตกแยกของความคิดทางการเมือง อย่างรุนแรง และยาวนานโดยมีการแบ่งแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่ายลุกลามไปทั่วประเทศ มีการ ผลัดกันชุมนุมทางการเมืองของประชาชนที่เห็นต่างต่อต้านรัฐบาลที่เป็นฝ่ายตรงข้าม ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องตลอดมา ทำให้รัฐบาลได้ยกระดับการประกาศและบังคับใช้ กฎหมาย ควบคุมการชุมนุมทางการเมืองอย่างเข้มงวด ซึ่งส่งผลให้การชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนกลายเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง อันนำไปสู่การกล่าวหาและมีการดำเนินคดีกับประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง หรือเข้าร่วมแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งประชาชนผู้ไม่ได้เข้าร่วม การชุมนุมทางการเมืองและไม่ได้เข้าร่วมแสดงออกทางการเมือง การชุมนุมทางการเมือง นำไปสู่การเผชิญหน้าของประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐจนเกิดการกระทบกระทั่ง ทางอารมณ์ต่อกัน จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้ ประชาชนตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมากเกิดความบาดเจ็บล้มตาย และยังมีผู้เข้าร่วม ชุมนุมหรือผู้เข้าร่วมแสดงออกทางการเมืองโดยบริสุทธิ์อีกจำนวนมากต้องถูกจับกุม และดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งจากความผิดที่มีเจตนาที่แท้จริงเพียงต้องการ แสดงความเห็นต่างทางการเมือง มิใช่มีเจตนาชั่วร้ายหรือมีเจตนากระทำความผิดทางอาญา และมีผลให้ถูกจำกัดเสรีภาพและอิสรภาพในระหว่างถูกกล่าวหาทางอาญา🔗

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติทั้งด้านความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจและสังคม วัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย การร่วมแสดงออกทาง การเมืองแม้จะกลายเป็นการกระทำความผิดโดยสภาพตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอาญา แต่ก็เป็นการกระทำความผิดที่แท้จริงแล้วผู้กระทำความผิดไม่ได้เจตนาชั่วร้ายหรือเจตนา กระทำความผิดอาญาแต่อย่างใด หากแต่เพียงเจตนาที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ที่เกิดขึ้น เพียงเพราะความต้องการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมือง หรือเพื่อ เรียกร้องต่อรัฐบาลเพียงเท่านั้น ไม่ใช่แสดงออกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือมีเจตนาที่จะ กระทำผิดอาญา หากแต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ จึงสมควรให้ประชาชนหรือบุคคลที่ต้องกลายเป็นผู้กระทำความผิดและต้องรับโทษด้วยเหตุ ดังกล่าวพ้นจากความผิดตามกฎหมาย และปราศจากมลทินมัวหมอง เพื่อเป็นการให้โอกาส กับประชาชนและสังคมไทยที่จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขด้วยความสมัครสมานสามัคคี ปรองดองของคนในชาติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗

ผมขอเวลาท่านประธานสักครู่เพื่อที่จะได้อภิปรายสนับสนุนร่าง และถือโอกาส อธิบายในตัวร่าง ในตัวเนื้อหาสาระ พร้อมทั้งได้เปรียบเทียบความเหมือนหรือความแตกต่าง กับอีก ๔ ร่างที่เหลือด้วย ในโอกาสแรกก็ต้องเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ มีเพื่อนสมาชิก ได้เสนอไปเรียบร้อยแล้ว ๔ ร่าง ผมได้นั่งฟังและได้นั่งดูร่างของแต่ละท่าน แต่ละฉบับก็เห็นว่า มีความเหมือนกับร่างของผมก็คือร่างของท่านวิชัยและมีความคล้ายกับร่างของท่านปรีดา บุญเพลิง หลักใหญ่ใจความของทั้ง ๓ ร่างนี้มีเหมือนกัน นั่นคือเราจะนิรโทษกรรมให้กับ ผู้ที่มีความผิดทางการเมือง ผู้ที่มีความผิดที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมทางการเมืองโดยที่เว้น ไม่นิรโทษกรรมให้ ๔ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรก ก็คือกลุ่มที่มีการกระทำผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มที่กระทำความผิดโทษฐานคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มนี้อาจจะแยกได้ออกเป็น ๒ กลุ่ม นั่นก็คือกลุ่มที่ถูกดำเนินคดี อาญาร้ายแรงถึงชีวิต และกลุ่มที่ ๔ ก็คือคดีที่ก่อความเสียหายต่อบุคคลอื่นที่เป็นเอกชน ไม่ใช่ก่อความเสียหายให้กับรัฐ นี่คือ ๔ กลุ่มใหญ่ที่อยู่ในตัวร่างของพวกกระผม ทีนี้ในส่วนที่ สำคัญสำหรับความแตกต่างระหว่างร่างของผมกับร่างของท่านวิชัยและคณะ ก็คืออยู่ใน มาตรา ๔ ที่จำเป็นที่จะต้องอธิบายให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ทราบถึงเหตุผล ในการร่างในตัวมาตรา ๔ นั่นคือในส่วนของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำผิด ในส่วนของร่างท่านวิชัย คณะกรรมการชุดนี้มีด้วยกัน ๙ คน มีประกอบด้วยบางส่วนที่เป็น นายกรัฐมนตรี ที่เป็นรัฐมนตรีซึ่งมาจากการคัดเลือกของคณะรัฐมนตรี มีจาก สส. ที่มาจาก สภาแห่งนี้เลือกกันเอง และมีจากสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากที่ประชุมของวุฒิสภาเลือกกันเอง ส่วนร่างของพวกผมคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดจะไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองเลย ในส่วนของนายกรัฐมนตรี ในส่วนของ สส. ในส่วนของ สว. หรือในส่วนของคณะรัฐมนตรี พวกผมจะไม่มีในส่วนนี้เลย เพราะพวกผมเห็นว่ากลุ่มคนที่เป็นกลุ่มคนการเมืองหนีไม่พ้นหรอก ที่จะเกิดอคติหรือจะเกิดความเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จึงตัดกลุ่มคนที่เป็นส่วนของ นักการเมืองออกทั้งหมด และเหลือไว้แต่คนที่อยู่ในกระบวนการของศาลเท่านั้น ผมเสนอ มีคณะกรรมการชุดนี้เพียงแค่ ๕ ท่าน โดยประกอบไปด้วยประธานศาลฎีกา ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด และท่านที่ ๕ ก็คือเป็นเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อเอาเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นเลขานุการของ คณะกรรมการชุดนี้ เหตุผลเพราะว่าเพื่อที่จะให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้อยู่ในกระบวนการของ คณะกรรมการวินิจฉัยด้วย ทำให้กระบวนการในการดำเนินการเพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรม ทำได้รวดเร็วมากขึ้น เพราะเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมสามารถที่จะส่งเรื่องไปให้กับ กระบวนการยุติธรรมขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัยการหรืออยู่ในชั้นศาลแล้วก็สามารถ ที่จะส่งไปให้ได้เพราะอยู่ในตัวกระบวนการอยู่แล้ว และเขาเองก็เป็นเลขานุการของ คณะกรรมการชุดนี้ ก็จะทำให้คณะกรรมการชุดนี้สามารถที่จะร่นระยะเวลาในการ นิรโทษกรรมให้กับบุคคลที่ได้รับการวินิจฉัยว่าจะได้รับการนิรโทษกรรมได้เร็วมากขึ้น มากกว่าร่างของคุณวิชัย สุดสวาสดิ์🔗

ประเด็นถัดไปที่จะต้องกราบเรียนกับท่านประธานให้ชัดเจนในเจตนารมณ์ ของทางพรรคภูมิใจไทย เมื่อสักครู่นี้ผมได้ฟังคุณรังสิมันต์ โรม ได้อภิปราย พร้อมกันผมได้มี โอกาสฟังทางคุณพูนสุข พูนสุขเจริญ ได้อภิปรายเช่นเดียวกันได้นำเสนอในตัวร่าง ผมต้องเรียนกับ ท่านประธานแบบนี้ว่าในส่วนของพวกผมกับความคิดเห็นหรือในกรณีของผู้ที่กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ พวกผมมีความชัดเจนแต่แรก พวกผมเข้าใจดี ถึงความรู้สึกของคนที่ถูกดำเนินการหรือความรู้สึกของคนที่เป็นครอบครัวแล้วต้องรอ การกลับมาของผู้นำของครอบครัว แต่ว่าท่านประธานครับ ที่พวกผมจำเป็นที่จะต้องเว้น เอาไว้เพราะว่าผมอยากจะเห็นว่าร่างทั้งหมด ๔-๕ ร่างนี้ มันสามารถที่จะเดินหน้าไปสู่ การนิรโทษกรรมได้จริง ๆ และอย่างน้อยถ้าไม่ใช่ทั้งหมดก็ควรจะต้องมีบางส่วนที่ได้รับ ผลประโยชน์จากพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งหลักกันแบบนี้ก็จำเป็นที่จะต้อง ตัดบางส่วนออกไปจากสมการนี้ เพราะว่าท่านประธานก็คงจะทราบดีว่าสังคมนี้ยังมีความ คิดเห็นที่แตกต่างอย่างมากมาย แม้กระทั่งในตัวพรรคผมเองก็ได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า ใครก็ตามที่กระทำการละเมิดหรือกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ พวกผมไม่สามารถที่จะนิรโทษกรรมให้ได้ เหมือนกับประชาชนส่วนใหญ่ ผมไม่รู้ว่ามากกว่า หรือน้อยกว่า แต่ผมรู้ว่ามีจำนวนมากในสังคมนี้ที่ไม่เห็นด้วย นั่นจะทำให้ถ้าหากว่ามีการ นิรโทษกรรมกลุ่มนี้ไปเราจะไปสร้างปัญหาใหม่ในสังคมหรือไม่ กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับ การนิรโทษกรรมของกลุ่มคนนี้จะต้องออกมาชุมนุมเรียกร้องไม่จบสิ้นหรือไม่อย่างไร เราผ่าน กระบวนการ เราผ่านการเรียนรู้ เราผ่านการต่อสู้ เราผ่านการชุมนุมทางการเมือง ตลอดระยะเวลา ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าสังคมนี้ค่อย ๆ ที่จะเรียนรู้ความคิดเห็น หรือค่อย ๆ ที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง เราเรียนรู้มากขึ้น กับทฤษฎีดอกไม้หลากสีในกระถางเดียวกัน เราเรียนรู้ว่าสวนจะสวยงามได้ไม่ใช่ด้วยการปลูก ดอกไม้ชนิดเดียว เหมือนกันในสังคมประชาธิปไตยเราเรียนรู้ว่าในสังคมประชาธิปไตยนั้น ไม่สามารถที่จะทำให้ทุกคนคิดเห็นได้เหมือนกันหมด จึงเป็นเหตุผลว่าเราถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องมาปลดล็อก คลายล็อกแล้วก็คืนความยุติธรรมให้กับคนส่วนหนึ่งที่อยู่ใน กระบวนการ ๒๐ ปีที่ว่า อยู่ในการชุมนุมที่ว่า ด้วยความผิดต่าง ๆ ที่เขาได้รับตลอด ระยะเวลาที่ผ่านมา บางคนอยู่ในการชุมนุมตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ทุกวันนี้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ผลกระทบที่ได้รับจากการพิพากษา ภรรยา ลูก ต้องมาชดใช้ค่าเสียหายให้กับเขา ผมยกตัวอย่าง คืออาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ขณะนี้เสียชีวิตไปแล้ว หรือแม้กระทั่ง คุณสุริยะใส กตะศิลา คุณสำราญ รอดเพชร ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนอยู่ในกระบวนการนี้ทั้งสิ้น ท่านประธานลองไปถามดูเถอะครับว่าเขามีความรู้สึกอย่างไร แม้กระทั่งกลุ่มคนเสื้อแดง คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านี้ เช่นเดียวกัน ผมจึงเห็นว่ามันถึงเวลาที่สมควรแล้วที่จะต้องหันหน้าเข้าหากัน และเริ่มต้น สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นตั้งแต่พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้บังคับใช้ แต่ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งครับ ผมเข้าใจดีถึงความรู้สึกของกลุ่มคนที่จะไม่ได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่าในอนาคต ผมเชื่อว่าเมื่อสังคมได้มีการพูดคุย และที่สำคัญกลุ่มคนเหล่านั้นได้สำนึกผิดต่อการกระทำแล้ว ผมเชื่อว่าสังคมพร้อมที่จะกลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ก็พร้อมที่จะ กลับมาพิจารณาฟังเหตุฟังผลกันอีกครั้งหนึ่ง เราควรจะต้องรอจนกว่าสังคมมีความพร้อม มากกว่านี้กับบางกรณี อย่าทำให้บางกรณีไปพัน พัวพันแล้วทำให้ทุกกรณีต้องตกขบวน ไปด้วย เรามีตัวอย่างของความเจ็บปวดมาแล้วเมื่อก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ขณะนั้นมีการเสนอกฎหมายแบบนี้ล่ะครับ เริ่มต้นก็ดี ผมจำผู้เสนอได้เลย คุณวรชัย เหมะ กับพวก เป็นผู้เสนอให้มีการนิรโทษกรรม เริ่มต้นดีมากครับท่านประธาน เหมือนกับแบบนี้ ล่ะครับ คือนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ของกลุ่มเสื้อเหลือง กลุ่มเสื้อแดงในตอนนั้น ก็ให้นิรโทษกรรมสำหรับกลุ่มคนทั่วไป ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ได้เป็นผู้นำ แต่ท้ายที่สุดแล้วเมื่อเข้าสู่ชั้นการพิจารณาในวาระสอง ในชั้นกรรมาธิการ สิ่งที่เกิดขึ้นและนำไปสู่การรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ คืออะไรครับ คือกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ใช้เสียงข้างมากนั่นล่ะลากพาไป แล้วก็ไปแก้ไขวัตถุประสงค์ แก้ไขหลักการและเหตุผลของต้นทางเสียหมดสิ้น ไปทำให้ผู้ที่มีความผิด เอื้อมไปถึงผู้ที่มี ความผิดในฐานทุจริตคอร์รัปชันให้ได้รับการนิรโทษกรรมด้วย ซึ่งสังคมรับไม่ได้ อันนี้จึงเป็น อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมบอกว่าเราค่อย ๆ ทำไปในส่วนที่สังคมรับได้ เราทำไปเพื่อที่จะได้ให้มี การนิรโทษกรรม เพื่อให้มีผู้ที่ได้รับอานิสงส์จากร่างฉบับนี้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่าถ้าหากว่า ดันกันเข้าไปถึงเวลาไม่ได้สักคนเดียว แบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ ผมเห็นว่าควรจะต้องรอเวลา เมื่อเวลาเหมาะสมแล้วค่อยกลับมาพิจารณาในส่วนที่เหลือ นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกผมได้มี การเสนอร่างนี้ต่อสภา เพื่อให้สภาได้มีโอกาสพิจารณา แล้วก็ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกัน พิจารณาอย่างรอบคอบ และกรุณารับหลักการ และผมฝากนิดเดียวถึงกรรมาธิการที่กำลังจะ ตั้งขึ้น ให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนและใช้บทเรียนในอดีตที่ผมได้เล่าให้ฟังเมื่อสักครู่ อย่าให้สิ่งที่ เป็นความเลวร้ายในอดีตต้องมาเกิดซ้ำกับสิ่งที่เรากำลังจะเริ่มต้น ให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับ สังคมและดีสำหรับทุกคน อย่าให้การเริ่มต้นที่ดีครั้งนี้ต้องเสียเปล่าครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขณะนี้ผู้เสนอทั้ง ๕ ร่าง ได้เสนอจบแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิก ซึ่งขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเพื่อจะขอร่วมอภิปรายแล้วทั้งหมด ๑๘ ท่าน จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑๑ ท่าน จากพรรคร่วมรัฐบาล ๙ ท่าน ผมจะเรียกสลับกัน สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้มาลงชื่อ แต่จะขออภิปราย เชิญมาลงชื่อข้างหน้าได้ เราจะปิดการลงชื่อเวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา เพราะว่ารายชื่อก็เยอะพอสมควร แล้วก็คิดว่าน่าจะอภิปรายจบ แล้วก็ตั้งกรรมาธิการในวันนี้ ได้นะครับ ไม่อยากให้เลิกดึกมากเพราะหลายคนก็เป็นห่วงจะกลับไปทำบุญที่บ้าน ถ้าเราเลิก ได้ในเวลาที่เหมาะสมท่านก็จะได้กลับไปร่วมทำบุญในวันพรุ่งนี้ได้ ต่อไปท่านแรกขอเชิญ คุณวีรนันท์ ฮวดศรี ๗ นาที เชิญครับ🔗

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติที่ เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมประชาชน ด้วยเหตุผลดังนี้ วันนี้เป็นที่น่ายินดีครับท่านประธาน ที่มีร่างที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมประชาชนเข้ามาในสภาให้เราพิจารณาทั้งหมดถึง ๕ ร่าง ไม่ว่าจะเป็นร่างจากฟากรัฐบาล ๒ ร่าง ร่างจากฝ่ายค้าน ๒ ร่าง และร่างที่เข้าชื่อของ ภาคประชาชนอีก ๑ ร่าง นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเรามีฉันทามติร่วมกันในหลักการที่ว่า ต้องมีการนิรโทษกรรมความผิดทางการเมืองให้กับประชาชนทุกสี ทุกฝักทุกฝ่าย เพื่อประสานรอยร้าวทางการเมืองและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมแม้จะแตกต่างกัน ในเชิงรายละเอียดเราก็ไปว่ากล่าวในชั้นกรรมาธิการต่อไป ท่านประธานครับ การนิรโทษกรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบันที่เรากำลัง เผชิญปัญหา ไม่ว่าจะภายในประเทศทั้งเรื่องของยาเสพติด เศรษฐกิจชะลอตัว สังคมผู้สูงอายุ หรือปัญหาจากภายนอกประเทศยิ่งหนักยิ่งตึงเครียด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลง ทางภูมิรัฐศาสตร์โลก การเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกใหม่หรือสงครามการค้าที่เรากำลัง เผชิญอยู่ ผมเชื่อว่าประเทศเราเดินหน้าเผชิญกับความท้าทายระดับโลกไม่ได้เลยหากเรายัง มัววนเวียนอยู่ในความขัดแย้งที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนานและยังอยู่ในวังวนแบบนี้ ก็จริงอยู่ ที่การนิรโทษกรรมไม่สามารถยุติความขัดแย้งได้ทันที แต่การนิรโทษกรรมเป็นเสมือนกุญแจ ดอกแรกที่จะเปิดประตู ที่จะเปิดหน้าต่าง ที่จะเปิดมิติให้ทุกความคิดความฝันให้ผู้ที่ติดคุก ผู้ที่อยู่ในเรือนจำหรือว่าผู้ที่เผชิญชะตากรรมที่ต้องคดีมาแล้วอยู่กับความเจ็บปวด อยู่กับ ความรู้สึกจมอยู่กับอดีตที่ไม่สามารถก้าวผ่านไปได้ วังวนของความขัดแย้งนี้วกวนกันมาเป็น เวลาเกือบ ๒๐ ปี นับตั้งแต่การชุมนุมปี ๒๕๔๘ หรือรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ท่านประธานครับ เราอาจจะยังไม่หายโกรธกันจากการนิรโทษกรรม แต่เราต้องให้อภัยกันก่อน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เราจะเผชิญความท้าทายใหม่ ๆ ของโลกไม่ได้หรอกถ้าเรา ไม่กล้าเผชิญกับความขัดแย้งที่เป็นอยู่และก้าวข้ามไปด้วยการให้อภัย สิ่งที่เป็นพยานบอกว่า ความขัดแย้งในสังคมยังดำรงอยู่ได้ดีที่สุดคือนักโทษทางการเมืองที่อยู่ในเรือนจำ ซึ่งเป็น กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งมากที่สุดในขณะนี้ เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้อภิปรายรายงานการศึกษาแนวทางการตรากฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งใน ขณะนั้นได้ยกตัวอย่าง ได้ยกตัวเลขของนักโทษที่ยังติดอยู่ในเรือนจำที่ยังถูกคุมขังอยู่ใน เรือนจำจากรายงานของศูนย์ทนาย ณ ห้วงเวลานั้น ๔๑ คน แต่พอมาถึงวันนี้ผ่านมา ๙ เดือน ข้อมูลล่าสุดก่อนอภิปรายวันนี้มีจำนวนนักโทษทางการเมืองในเรือนจำอย่างน้อย ๕๑ คน ทั้งที่ทุกวันนี้ไม่ได้มีการชุมนุมทางการเมือง แต่จำนวนนักโทษยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แสดงให้เห็นว่า เรายังไม่หลุดออกจากความขัดแย้งทางการเมือง เรายังไม่หลุดออกจากความขัดแย้ง ในอดีตเลยครับท่านประธาน ๕๑ คน แยกเป็นผู้ต้องขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ อย่างน้อย ๓๒ คน เป็นผู้ต้องขังจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ในคดีอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับวัตถุระเบิด คดีวางเพลิง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ คดีละเมิด อำนาจศาลอย่างน้อย ๑๙ คน ผมขอยกตัวอย่างอย่างคุณวิจิตร (นามสมมุติ) ประชาชนจาก จังหวัดขอนแก่นวัย ๕๙ ปี เพิ่งถูกคำพิพากษาจำคุก ๑๐ ปี ฐาน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ที่ผ่านมาจากมูลเหตุการณ์โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งคดีนี้ ของเขาเกิดขึ้นตั้งแต่หลังการรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ คือคดีเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว หรือวันที่ ๑ เมษายนที่ผ่านมาศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคุณตัน (นามสมมุติ) อายุ ๒๕ ปี ประชาชน ชาวกรุงเทพฯ ให้จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ในฐานความผิดคดีอาญา มาตรา ๑๑๒ และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์จากการ Comment เฟซบุ๊กของเขาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๔ หรือเมื่อสด ๆ ร้อน ๆ ที่ผ่านมา เมื่อวานนี้คดีของคุณอานนท์ นำภา เพิ่งถูกตัดสินไปอีกคดี รวมจำนวนโทษที่ต้อง รับทั้งสิ้น ๒๙ ปี คนแบบนี้เขาเป็นอาชญากรรมร้ายแรงหรือครับ เขาเป็นอาชญากรหรือครับ เขาก่อ อาชญากรรมระดับชาติที่ต้องจับติดคุกติดตะราง ที่ถูกพรากความคิด ความฝัน เราควรจะ เปิดโอกาส ไม่ควรปิดกั้นความคิด ไม่ควรปิดกั้นความฝัน ไม่ควรปิดกั้นความปรารถนาดี ที่พวกเขาเหล่านี้มีต่อชาติบ้านเมือง สภาแห่งนี้ควรให้โอกาสทุกคนในการเข้าไปสู่กระบวนการ ในการรับการพิจารณาจากคณะกรรมการชุดใดชุดหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ปิดกั้นคดีใดคดีหนึ่ง เป็นการเฉพาะ ที่ผมยกตัวอย่างมาเมื่อสักครู่นี่คือส่วนหนึ่งของคนที่ถูกความขัดแย้งในอดีต พรากอิสรภาพ พรากความคิด พรากชีวิต พรากความฝัน ทั้งที่การแสดงออกนั้นมาจาก แรงจูงใจหรือมูลเหตุทางการเมือง แต่ตัวเขาติดคุกจริง ไม่ใช่แค่เขาที่ติดคุก ครอบครัว มิตรสหาย คนรัก บุคคลเหล่านี้ก็ถูกพันธนาการไปพร้อมกับคนที่อยู่ในเรือนจำ ผมเชื่อ โดยสุจริตใจว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลยตัวเลขนักโทษทางการเมืองก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราเดินไป ในอนาคตข้างหน้าอย่างมั่นคงได้อย่างไร หากเราถูกอดีตคอยกัดกินและพันธนาการเอาไว้ แบบนี้ นอกจากนี้ยังมีคดีทางการเมืองอื่น ๆ อีกหลักพันคดี ที่แม้ว่าหลายคดีจะสิ้นสุดไปแล้ว ได้รับโทษไปแล้ว หรือยังอยู่ในชั้นพิจารณาของศาล แต่พวกเขาเหล่านั้น คนที่ถูกจำคุก คนที่ผ่านพ้นคดีไปแล้วเหล่านั้นยังต้องการความยุติธรรม รวมไปถึงการคืนศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์ รวมไปถึงการให้อภัยเพื่อที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้ก้าวผ่านอดีต อันแสนเจ็บปวด ก้าวผ่านอดีตอันแสนโหดร้ายไปในอนาคตร่วมกับพวกเราทุกคน ส่วนสถิติ ที่ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมตั้งแต่ ๒๕๔๘ ถึงกุมภาพันธ์ปี ๒๕๖๗ ไม่ว่าจะเป็นคดีความผิดต่อ พระมหากษัตริย์ มาตรา ๑๐๗ ถึง มาตรา ๑๑๒ มีจำนวนทั้งสิ้น ๑,๔๙๓ คดี คดีในหมวด ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ มาตรา ๑๑๓ ถึงมาตรา ๑๒๙ จำนวน ๑,๔๘๙ คดี มีความผิด เกี่ยวกับการก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง มาตรา ๒๑๕ ถึงมาตรา ๒๑๖ ๑,๑๐๑ คดี คดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ๗๕๔ คดี คดีความผิดขัดคำสั่ง คสช. ๓๘๕ คดี หรือคดี ความผิดว่าด้วยการรักษาความสงบ หรือความมั่นคงภายในราชอาณาจักรอีก ๒๕๕ คดี ความผิดว่าด้วย พ.ร.บ. ชุมนุมที่ถูกบังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ อีก ๒๓๙ คดี ข้อมูลนี้เป็น ข้อมูลของรัฐ เป็นข้อมูลจากสำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ส่วนรายละเอียดของแต่ละกลุ่ม แต่ละปีก็อย่างที่ทางฝั่งของภาคประชาชนได้อภิปรายไปแล้ว คดีทางการเมืองหลายพันคดีนี้มีประชากรหรือประชาชนจากทุกพรรค ทุกสี ทุกฝ่าย ทุกความเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากการเมือง การนิรโทษกรรมจึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยรวมอย่างแน่นอนครับ อย่างที่ผมบอกไปแล้วไม่ใช่ว่าการนิรโทษกรรมจะยุติ ความบาดหมางระหว่างประชาชนได้ทันที เรายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมากมาย สร้างความ ยุติธรรมลบรอยบาดแผลให้เกิดขึ้นหรือสร้างความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านให้ได้มากที่สุด ผมไม่รู้หรอกว่าประชาชนแต่ละฝักแต่ละฝ่ายจะยกโทษให้อภัยกันได้มากขนาดไหน การออกกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นการยุติความขัดแย้งจากรัฐ รัฐต้องเริ่มต้น เริ่มจากการ ใจกว้างไม่ปิดกั้นประชาชน ไม่ปิดกั้นประเภทคดี เปิดโอกาสให้ทุกคน และพวกเราที่อยู่ ในรัฐสภาแห่งนี้ต้องเป็นฝ่ายเริ่ม วันนี้การตัดสินใจครั้งสำคัญผมถือว่าอาจจะเป็นโอกาส ท้าย ๆ ของพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ที่จะได้มีโอกาสพิจารณา ออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรม ผมขอวิงวอนไปยังเพื่อนสมาชิกอย่าปิดกั้น อย่าปิด โอกาส เปิดใจ หลับตาและใช้หัวใจในการร่วมลงมติเพื่อรับหลักการของพรรคประชาชน และภาคประชาชน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เขต ๒ และเขต ๓ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งนำโดย นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม จังหวัดนราธิวาส อีกคณะหนึ่ง คณะนักศึกษา อาจารย์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ขอต้อนรับทั้ง ๒ คณะครับ ขอบคุณครับ ผู้อภิปรายท่านต่อไป ขอเชิญคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอ ๑๐ นาที เชิญครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ กราบเรียนกับท่านประธานถึงจุดยืนของกระผมและ พรรคประชาธิปัตย์ว่ากระผมมีจุดยืนต่อการนิรโทษกรรม ๒ ประการ ประการที่ ๑ กระผม เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ซึ่งเป็นการกระทำความผิดโดยทั่วไป เช่น การเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกถึงความคิดเห็นในทางการเมือง ซึ่งเป็น การใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในวิถีทางประชาธิปไตย เป็นต้น แต่ในประการที่ ๒ กระผมไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ ซึ่งกระผมเคยแสดงความเห็นในสภานี้มาแล้วครั้งหนึ่ง การกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ ก็คือการกระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ต่อพระราชินี ต่อองค์รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมการกระทำความผิด ในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีอาญาร้ายแรง เช่นการฆ่าคนตายโดยเจตนา เป็นต้น ความจริงเหมือนที่พวกเราเคยพูดกัน ประเทศไทย เคยมีการนิรโทษกรรมมาแล้วหลายครั้งอย่างน้อยที่ได้มีการบันทึกไว้ ๒๓ ครั้ง แต่ว่า ส่วนใหญ่เป็นคดีทางการเมือง ครั้งสำคัญที่สุดที่พวกเราจดจำกันได้ก็คือการออกคำสั่ง ที่ ๖๖/๒๓ ซึ่งเป็นการนิรโทษกรรมการกระทำความผิดในคดี ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งมีการ นิรโทษกรรมในปี ๒๕๒๑ ๒ ปีต่อมา แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่เรามีการนิรโทษกรรมการกระทำ ความผิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน และการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๒ สำหรับกรณี การกระทำความผิดในคดีทุจริตคอร์รัปชันซึ่งต้องถือว่าเป็นมะเร็งร้ายสำหรับประเทศ ที่เกาะกินประเทศของเรามาต่อเนื่องยาวนาน แม้จนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้นั้น ความจริงได้มี ความพยายามที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมการกระทำความผิดฐานทุจริตประพฤติมิชอบ มาแล้วครั้งหนึ่ง ท่านประธานคงจำได้ ในปี ๒๕๕๖ กระผมสามารถพูดได้เต็มปาก เพราะขณะนั้นกระผมทำหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับนั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าถ้าเป็นพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ได้รับการตั้งชื่อ ว่าฉบับสุดซอย ซึ่งเนื้อหาสำคัญก็คือการนิรโทษกรรมคดีการกระทำความผิดจากการทุจริต คอร์รัปชันนั่นเอง แต่สุดท้ายก็ไปต่อไม่ได้และกลายเป็นมูลเหตุหนึ่งของการยึดอำนาจ ในเวลาต่อมาในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เพราะฉะนั้นการนิรโทษกรรมคดีทุจริตประพฤติมิชอบจึงกลายเป็นของแสลงสำหรับสังคมไทย และถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่สะท้อนว่าประเทศไทยไม่ต้องการเห็นการนิรโทษกรรม การกระทำความผิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน สำหรับการนิรโทษกรรมการกระทำความผิด ตามมาตรา ๑๑๒ นั้น ความจริงก็ได้มีความพยายามมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ต้องยอมรับ ความจริงว่าถ้าเราตั้งเป้าหมายว่าเราจะนิรโทษกรรมเพื่อสร้างสังคมสันติสุข สร้างสังคม ปรองดอง อันนี้เป็นดาบสองคม เพราะอีกคมหนึ่งแทนที่จะสร้างสังคมปรองดองอาจจะ นำไปสู่ความแตกแยกของสังคมครั้งใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งก็ได้ในเรื่องนี้ และที่สำคัญที่สุด ท่านประธานคงจำได้ว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเราไม่เคยมีการนิรโทษกรรมการกระทำ ความผิดตามมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ มาก่อน รวมทั้งล่าสุดในสภาผู้แทนราษฎร ของเราชุดนี้ เราเพิ่งมีการพิจารณาผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทาง การนิรโทษกรรม ซึ่งกรรมาธิการชุดนี้นำมาขอความเห็นจากที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ และได้เสนอ ๓ ทางเลือกต่อการนิรโทษกรรมการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ โดยกำหนดไว้เป็น ๓ แนวทาง ๑. ไม่มีการนิรโทษกรรม ๒. นิรโทษกรรม แบบมีเงื่อนไข ๓. นิรโทษกรรมแบบไม่มีเงื่อนไข วันนั้นกระผมได้อภิปรายไว้ รวมทั้ง เพื่อนสมาชิกหลายท่านว่าเกรงว่าถ้าผลการศึกษากรรมาธิการเป็นเช่นนี้และสภาลงมติ เห็นชอบก็อาจจะถูกนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการนำไปสู่การนิรโทษกรรมการกระทำความผิด ตามมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ ในอนาคตได้ สุดท้ายสภานี้ลงมติครับ ผลการลงมติ สภาไม่เห็นชอบกับผลการศึกษา รวมทั้งข้อสังเกตซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ โดยลงมติ ๒๗๐ เสียง ไม่เห็นชอบ ต่อ ๑๕๒ เสียง สะท้อนว่าสภานี้ก็เคยมีความเห็นชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับ การนิรโทษกรรม นอกจากคดีทุจริตแล้วก็เป็นการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ ด้วย สำหรับวันนี้ได้มีการเสนอพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมกลับเข้ามาสู่สภา โดยมีชื่อแตกต่างกันไป ซึ่งผมไม่เสียเวลาในการที่จะไล่เลียงชื่ออีกแล้ว รวมกันทั้งสิ้น ๕ ฉบับ ด้วยกัน ความจริงถ้าไปดูอย่างตกผลึก เนื้อหาแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม ๕ ฉบับที่ว่านี้ กลุ่มที่ ๑ ก็คือ ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ไม่นิรโทษกรรมการกระทำความผิดตาม มาตรา ๑๑๒ ไม่นิรโทษกรรมการกระทำความผิดอาญาร้ายแรงอย่างที่ผมกราบเรียน ส่วนกลุ่มที่ ๒ เนื้อหาก็แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญ ๆ กับกลุ่มที่ ๑ ขอสรุปกราบเรียนกับท่านประธานแต่เพียงว่าจุดยืนของกระผมและประชาธิปัตย์ยังยืนยัน ใน ๒ ข้อ ก็คือ ๑. สนับสนุนการนิรโทษกรรมการกระทำความผิดในคดีการเมืองทั่วไป และจุดยืนที่ ๒ ก็คือไม่สนับสนุนการนิรโทษกรรมการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ การกระทำความผิดฐานทุจริตและประพฤติมิชอบ และการกระทำความผิด ในคดีอาญาร้ายแรง หากพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมทั้ง ๕ ฉบับนี้ ฉบับใดเข้าข่ายกรณี ที่ผมกราบเรียนไป กระผมและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้การสนับสนุน ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณชลธิชา แจ้งเร็ว ครับ🔗

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาชน ขอร่วม อภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างการผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมแก่พ่อแม่ พี่น้องประชาชนทุกท่าน หลายทศวรรษแล้วจริง ๆ ที่ประเทศไทยเราติดหล่มความขัดแย้งทางการเมือง แล้วปล่อย ให้มีการใช้นิติสงครามเป็นเครื่องมือในการประหัตประหารศัตรูทางการเมืองกัน และสิ่งนี้ ที่ยิ่งทำให้ประชาชนสูญสิ้นความศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรม เชื่อไหมว่านับตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา นิติสงครามถูกใช้ในการทำร้ายประชาชนหนักขึ้นเรื่อย ๆ มีหลายเคสหลายกรณีมาก ๆ ที่ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาเรื่องนี้ที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การที่ประชาชนจำนวนมากถูกดำเนินคดีทางการเมืองเพียงเพราะลุกขึ้นมาขับไล่ คณะรัฐประหาร คสช. หรือการรณรงค์โหวต No ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะรัฐประหาร การเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง และรวมไปถึงการชุมนุมของคนหนุ่มสาวในช่วงปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา หลังรัฐประหารพลเรือนจำนวนมากต้องขึ้นศาลทหารในคดีทางการเมือง แล้วก็ พบเจอกับปัญหาว่าศาลทหารไม่ให้ประกันตัว ไม่ให้สิทธิอุทธรณ์คดีแก่จำเลย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่ขัดกับหลักการที่ตุลาการต่างไปพร่ำสอนกันเอาไว้ว่าต้องสันนิษฐาน ไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษา มีหลายคดีโดยเฉพาะในคดีมาตรา ๑๑๒ ที่ถูกศาลลงโทษให้จำคุกหลายสิบปีเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ หรือการขึ้นเวทีปราศรัย ไม่ว่าจะเป็นกรณีของคุณอัญชัญ และล่าสุดทนายอานนท์ นำภา ที่เมื่อวานนี้ศาลก็ตัดสินจำคุกรวมกันไปแล้วมากกว่า ๒๙ ปีด้วยกัน เชื่อไหมคะท่านประธาน ว่าโทษของพวกเขาเหล่านี้สูงกว่าคดีฆ่าคนตาย คดีข่มขืนที่เป็นภัยต่อชีวิต ภัยต่อทรัพย์สิน ของผู้คนในสังคมยิ่งนัก ที่น่าตกใจอย่างยิ่งคือนับตั้งแต่การชุมนุมของคนหนุ่มสาวในช่วง ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา มีเด็กลูกหลานของเราซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาติที่เรามักจะอ้างกัน ว่านี่คืออนาคตของประเทศชาติกว่า ๒๘๖ คน ที่ถูกดำเนินคดีจากการออกมาชุมนุม การแสดงออกทางการเมือง และในจำนวนนี้มีมากกว่า ๒๐ คนด้วยกันที่ถูกดำเนินคดีด้วย มาตรา ๑๑๒ ที่ดิฉันกล่าวมาข้างต้นช่วยยืนยันกับเราว่ากระบวนการยุติธรรมและหลักการ นิติธรรม Rule of Law มีปัญหาแค่ไหนกับคดีทางการเมือง ท่านประธาน ทันทีที่ ประเทศไทยเราถูกจัดประเมินคะแนนหลักนิติธรรมที่ต่ำสุดในรอบเกือบ ๑๐ ปี ในช่วง ปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา โดย World Justice Project ท่านทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมก็ได้ตั้งเรื่องของหลักนิติธรรมให้กลายเป็นวาระแห่งชาติ ดิฉันจึงอยากเสนอ ให้รัฐสภาแห่งนี้ใช้การผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อเป็นการฟื้นคืนภาพลักษณ์ไทย ในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลกว่าเราจะยึดหลัก Rule of Law อย่างแท้จริง ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีกระทรวงว่าการกระทรวงยุติธรรม เหตุผลที่ดิฉันกล้ากล่าว เช่นนี้ เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาเวทีโลกต่างก็ออกมาแสดงความห่วงกังวลต่อการใช้ กฎหมายฟ้องปิดปากประชาชนที่เห็นต่างของไทย ปัญหาในกระบวนการยุติธรรมที่ล้มเหลว ซึ่งล้วนแล้วแต่ก็ขัดกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ไทยอาสาเข้าไปเป็นรัฐภาคี เอาไว้ ดิฉันขอยกตัวอย่างท่าทีของนานาชาติต่อเรื่องนี้ ประเด็นแรกเลยคือท่าทีของผู้รายงาน พิเศษ UN ในด้านต่าง ๆ และกลไกของ UN ในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวที UPR ซึ่งรัฐบาลไทยจะต้องไปรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในทุก ๆ ๔ ปีแล้วก็มักจะถูก ตั้งคำถามจากนานาประเทศและมีข้อเสนอมากมายให้ไทยหยุดดำเนินคดีทางการเมือง กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคดีมาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๖ รวมไปถึง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งเสนอนี้ก็คือการนิรโทษกรรมประชาชนนั่นเอง ยิ่งตอนนี้ประเทศไทยเราได้ตำแหน่งเก้าอี้ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติหรือ UNHRC นั่นเอง ซึ่งไทยก็ไปให้คำมั่นสัญญา เอาไว้ในระหว่างการเลือกตั้งว่าจะยกระดับสิทธิมนุษยชนของไทย แล้วก็จะรับฟังความเห็น ของผู้รายงานพิเศษของ UN กลไกต่าง ๆ ของ UN แต่เชื่อไหมคะว่าที่ผ่านมารัฐบาลไทย กลับนิ่งเฉยกับข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้มาโดยตลอด ดิฉันจึงคิดว่าครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญจริง ๆ ที่รัฐสภาไทยจะต้องพิสูจน์ให้เวทีโลกเห็นว่าเรามีความเหมาะสมกับเก้าอี้คณะมนตรี สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในครั้งนี้ แล้วเราได้เก้าอี้นี้มาไม่ใช่เพราะเราไป Lobby ไปแลกตำแหน่งกันมา แล้วพวกเราทำได้โดยการผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน คืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกฟ้องปิดปาก อีกเวทีหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน และเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศที่รัฐบาลไทยก็มักจะไปอวดอ้างว่ากำลังเร่งเจรจา เพื่อปิด Deal ให้ทันภายในปีนี้ นั่นก็คือเอฟทีเอ Thai EU เดือนมีนาคมที่ผ่านมารัฐสภา EU ได้มีมติประณามการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ให้แก่รัฐบาลจีน แต่ว่าในมตินั้นมีอีก ๑ ประเด็น ที่ถูกพูดถึง แล้วก็เป็นเรื่องสำคัญด้วยเช่นเดียวกันก็คือการเรียกร้องให้หยุดดำเนินคดี ทางการเมือง โดยเฉพาะในมาตรา ๑๑๒ และรัฐสภา EU เองก็ยังได้กำชับไปยัง คณะกรรมาธิการยุโรปว่าในระหว่างกระบวนการเจรจาเอฟทีเอของไทยกับ EU ก็ต้องมีเรื่อง สิทธิมนุษยชนของไทยอยู่ด้วย เพราะมันเป็นคุณค่าที่สำคัญของ EU ท่านประธานคะ อีก ๑ กรณีที่สำคัญไม่แพ้กันที่จะสะท้อนให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า สถานการณ์ Rule of Law ของบ้านเราจากการดำเนินคดีเสรีภาพในการแสดงออกนั้น ส่งผลกระทบที่เลวร้ายแค่ไหน นั่นก็คือการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา เมื่อไม่กี่วันก่อน เราเพิ่งจะทราบข่าวว่าสหรัฐก็ประกาศยืนยันว่าอัตราภาษีการนำเข้าของไทยจะยังคงเดิม ก็คือ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่าเรื่องนี้มันมีหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ ของโลกที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างจริงจัง ปัญหาเรื่องของการสวมสิทธิ แต่เราก็ต้องยอมรับกัน อย่างตรงไปตรงมาว่าที่ผ่านมาเราเริ่มกระบวนการเจรจาที่ล่าช้ามากกว่าหลาย ๆ ประเทศ และเหตุผลหนึ่งในนั้นก็เพราะว่ามีการดำเนินคดี มาตรา ๑๑๒ กับนักวิชาการชาวอเมริกัน คืออาจารย์พอล แชมเบอร์ส (Paul Chambers) ซึ่งทำให้กระทรวงต่างประเทศของ สหรัฐอเมริกาก็ได้ออกมาประณาม ออกมาแสดงท่าทีห่วงกังวลที่มีมาอย่างยาวนานต่อการ บังคับใช้ มาตรา ๑๑๒ ของประเทศไทย แล้วกรณีการดำเนินคดีกับนักวิชาการชาวอเมริกัน แม้แต่อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ก็ยังออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา โชคดีหลังจากนั้นไม่นานอัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ ดิฉันอยากย้ำว่าเมื่อเราเริ่มต้นกระบวนการเจรจาที่ล่าช้าก็ทำให้คณะเจรจาจะถูกบีบด้วย Deadline ที่ไล่เข้ามา แล้วสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่เราจะต้องไปเสนอ Deal ที่อาจจะกระทบกับ ภาพรวมของคนไทย ดิฉันก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะมีสติในระหว่างกระบวนการเจรจา สุดท้ายค่ะท่านประธาน เรื่องสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องภายในประเทศอีกต่อไป โดยเฉพาะ อย่างยิ่งหมวกของเก้าอี้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของ UN ที่เราไปสัญญาเอาไว้ในเวทีโลก สิ่งนี้คือสัญญาว่าสถานการณ์ประเด็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนไทยคือเรื่องของทุก ๆ คน คือเรื่องของประชาคมโลกที่เขาให้ความสำคัญ และนี่คือเวลาที่เราจะกลับไปทบทวน จุดบกพร่องในกระบวนการยุติธรรมของบ้านเราโดยให้การนิรโทษกรรมเป็นประตูบานแรก ที่จะฟื้นคืนหลักการ Rule of Law เพื่อฟื้นคืนภาพลักษณ์ไทยในเวทีโลก ทำให้นานาชาติ มีความเชื่อมั่นกล้าที่จะกลับมาลงทุนในบ้านเราอีกครั้ง วันนี้ดิฉันก็ขอฝากความหวัง ด้วยใจบริสุทธิ์ไว้กับรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็บอกตามตรงว่ามีพี่น้อง เสื้อแดงหลายคน หรือผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอีกหลายคนที่ยังถูกคุมขัง ที่ยังถูกดำเนินคดีอยู่ ดิฉันก็หวังว่าการจองจำชีวิตของผู้คนที่เห็นต่างทางการเมืองด้วยความบกพร่องของ กระบวนการยุติธรรมจะต้องถูกปลดล็อกด้วยการนิรโทษกรรม ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ครับ🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ผู้แทนราษฎร จอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมคงจะต้องพูดเพราะเป็นสิ่งที่ผมก็ค่อนข้าง สื่อสารมาโดยตลอด วันนี้เป็นอีก ๑ วันที่เราจะต้องตัดสินใจเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ไม่ใช่ว่าสภาเรา ไม่มีจุดยืน แต่เพราะเราต้องยืนอยู่บนจุดที่รับฟังความเจ็บปวดของทุกคนและทุกกลุ่ม และรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศนี้ร่วมกันทั้งสภา ผมเชื่อว่าการฟื้นฟูความยุติธรรม หลังความขัดแย้งทางการเมืองต้องทำด้วยความรอบคอบและเข้าใจ ไม่ใช่เร่งรีบ ไม่ใช่การเอา ความเจ็บปวดของอีกฝ่ายไปถ่วงดุลกับอีกฝ่าย แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องไม่ลืมว่าประเทศนี้ ยังมีผู้คนอีกมากที่กำลังเฝ้าระวังกลัวว่าจะเกิดความแตกแยกในประเทศนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ในสถานการณ์เช่นนี้ผมเชื่อว่าการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังหมายถึงการมองเห็นทุกชีวิตไม่ว่าเขาจะ เคยอยู่จุดไหนบนเส้นทางแห่งการต่อสู้ หน้าที่ของเราคือทำให้การเยียวยานี้เกิดขึ้นจริง โดยไม่สร้างบาดแผลใหม่ที่ลึกไปมากกว่าเดิม และที่สำคัญเราต้องมั่นใจว่ากระบวนการ ทุกอย่างจะนำพาประเทศไปข้างหน้าและไม่ย้อนกลับไปที่ความขัดแย้งแบบเดิม ท่านประธาน ผมขอให้ผู้แทนราษฎรได้ฟังด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง แต่ไม่อยากให้เสียงใดเสียงหนึ่งถูกทำให้ เงียบหายไปเพราะความหวาดกลัว ผมเชื่อว่าสภาจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ด้วยความเชื่อว่าเราต้องเลือกทางเดินที่ดีที่สุดให้กับ ประเทศนี้ และทางนั้นก็ไม่ควรที่ใครจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ผมหวังว่าคณะกรรมาธิการ ที่จะถูกตั้งขึ้นจะเปิดพื้นที่ให้ทุกเสียงได้มีที่ยืนและพิจารณาในทุกประเด็นอย่างรอบด้าน และเป็นธรรมที่สุดเท่าที่ประชาธิปไตยพึงจะมี และสุดท้ายผมเห็นด้วยในชั้นกรรมาธิการ ควรจะเพิ่มนิรโทษกรรมให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ควรได้รับนิรโทษกรรม ให้เขาได้มีโอกาสได้แก้ตัวอีกครั้งหนึ่ง ผมเข้าใจตรงนี้ดี แล้วก็หวังว่าในกรรมาธิการนั้น อย่างน้อยก็จะพิจารณาเรื่องนี้ ถึงแม้วันนี้เราจะรู้ ๆ กันอยู่ว่าร่างใดจะผ่านหรือไม่ผ่าน ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสหัสวัต คุ้มคง ครับ🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการและเหตุผลคล้ายกันทั้ง ๕ ฉบับ ที่ผมขอเรียกให้ เข้าใจง่าย ๆ ว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ท่านประธานครับ ตั้งแต่มีสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ หรือชุดปัจจุบันนี้ขึ้นมากว่า ๒ ปี เราก็มีการพูดถึงการนิรโทษกรรมมาแล้วหลายครั้ง จนมาถึง วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เราต้องพูดถึงเรื่องนี้กันอีก วันนี้ผมอยากชวนทุกท่านคุยเรื่องของ บรรยากาศทางการเมืองกับการนิรโทษกรรม ประเทศของเราในห้วงระยะเวลาเพียง ๑๐ ปี ที่ผ่านมา เราอยู่ในภาวะวิกฤติหนักถึง ๒ ด้าน ด้านแรก คือวิกฤติด้านการเมืองที่ลากยาวกัน มานานกว่า ๒๐ ปี จนเป็นเหตุให้เราต้องมาคุยกันเรื่องนี้ในวันนี้ เรื่องที่ ๒ คือวิกฤติ เศรษฐกิจที่กำลังถูกซ้ำจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐที่เราดำเนินการอย่างล่าช้า นี่เรายัง ไม่นับวิกฤติอื่น ๆ ที่มาเป็นระยะ เช่น ภัยพิบัติ ทั้งจากฝุ่น น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหวที่ก็ล้วน ส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองทั้งสิ้น หากใครศึกษาด้านสังคมวิทยาหรือรัฐศาสตร์ก็คงจะ พอทราบกันดีว่าในวิกฤติการเมืองที่ผ่านมานั้น สังคมถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์โกรธกันเป็น ส่วนมาก เราเคยโกรธ เคยเดือดดาลกันถึงขั้นที่ออกมาต่อสู้กับผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะอำนาจ เผด็จการ แล้วเราก็ถูกกดปราบจนเกิดความสูญเสียขึ้นมากมายทั้งร่างกาย จิตใจ รวมไปถึง ชีวิตและอิสรภาพแบบที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไป บรรยากาศเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะ โศกเศร้า หลังจากความโศกเศร้านั้นเราจะเข้าสู่ภาวะสิ้นหวัง หมดหวัง หมดอาลัยตายยาก สาเหตุที่บรรยากาศในสังคมของเราเป็นแบบนี้นั้นส่วนหนึ่งก็มาจากวิกฤติที่ผมได้กล่าวไป ในมิติการเมืองแม้เราจะได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนจำนวนมากก็ยังสิ้นหวัง ต่อนโยบายด้านการเมืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการปฏิรูปกองทัพ กระบวนการ ยุติธรรม รวมไปถึงด้านสิทธิเสรีภาพ รวมถึงเรื่องที่องค์กรอิสระเองก็คอยขัดแข้งขัดขา ทั้งฝ่ายบริหารอย่างรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติอย่างสภาแห่งนี้ นี่ยังไม่นับว่าการเมืองของเรา ก็กำลังปั่นป่วน เปลี่ยนพรรค เปลี่ยนคนเข้าออกรัฐบาลเป็นว่าเล่น รัฐบาลขาดเสถียรภาพ เปลี่ยนอำนาจขัดแข้งขัดขากันตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา จนประเทศเข้าใกล้ ทางตันขึ้นไปทุกที ประชาชนสับสน ระบบราชการสะดุด ข้าราชการเกียร์ว่าง ไพ่ในมือของ ทุกคน ทุกพรรคก็ใกล้หมดเต็มที ไม่รู้จะเล่นอะไรกันจะออกหน้าไหน ในมิติเศรษฐกิจเอง ประชาชนก็สิ้นหวังอย่างมากกับเศรษฐกิจของประเทศ ผมคงไม่ต้องอ้างตัวเลขใด ๆ แล้ว ท่านเดินไปถามพี่น้องประชาชนตอนนี้ดูกันได้เลยว่ามีใครรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีบ้าง โรงงานที่ เปิดอยู่ก็ลดวันทำงาน ตัวเลขคนถูกเลิกจ้างเพิ่มสูงขึ้น รายได้พี่น้องประชาชนลดลง จับจ่ายได้ น้อยลง นี่ยังไม่นับว่าเดี๋ยวเจอทุนจีนสีเทา สีดำหรือกำแพงภาษีจากสหรัฐอีก สิ่งเหล่านี้ทำให้ คนสิ้นหวังทั้งนั้น แล้วในทางวิชาการมีการศึกษาว่าความสิ้นหวังจะส่งผลอะไรต่อการ พัฒนาบ้าง ในทางสังคมนั้นความสิ้นหวังจะทำให้คนไม่ให้ความสำคัญกับรัฐบาลส่วนกลาง เพราะคิดว่ารัฐบาลนั้นไม่มีประสิทธิภาพทำอะไรไม่ได้ เกิดความไม่ไว้ใจรัฐมากขึ้น เพราะคิดว่า รัฐพึ่งพาไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการพึ่งตัวเองในทางที่ไม่ดี เช่น การเลี่ยงภาษี ทุจริตคอร์รัปชัน การจ่ายสินบน เพื่อแค่ให้รัฐไม่ต้องมายุ่งกับตัวเอง ในทางเศรษฐกิจก็ไม่ต่างกัน มีการวิจัยว่าความสิ้นหวังทำให้ผลิตภาพด้านแรงงานลดลง ผลิตภาพมวลรวมต่ำลง และหันไปสู่ธุรกิจสีเทา สีดำมากขึ้น สาเหตุก็เพราะบรรยากาศ ความสิ้นหวังนั้นทำให้คนคิดว่าเป้าหมายเดียวของฉันนั้นคือการเอาตัวรอดไปวัน ๆ ไม่ว่า ฉันจะต้องทำผิดกฎกติกาหรือเอารัดเอาเปรียบใครก็พร้อมจะทำ ที่ผมพูดนี้ผมไม่ได้พูดถึง การเมืองคนดี แต่ผมพูดถึงความสิ้นหวังทำลายความไว้วางใจของคนในชาติ ซึ่งนี่คือพื้นฐาน ของการอยู่ร่วมกัน เราอยู่ในวิกฤติการเมืองนี้มามากกว่า ๒๐ ปี และผมเชื่อว่าหลายท่านที่ อายุเยอะกว่าผมในสภาแห่งนี้ และอยู่ในรัฐบาลก็ล้วนแต่ผ่านเหตุการณ์ความสูญเสียมา เช่นกัน ไม่ได้มาก ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน สิ่งที่ผมอยากจะถามท่านคือเมื่อเรามองย้อนกลับไป เรามองไปยังคนที่เคยต่อสู้ร่วมกันมา คนที่ต้องติดคุก คนที่ต้องลี้ภัยเรามองเขาได้อย่างเต็มตาไหม เรากล้าเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างตรงไปตรงมาหรือเปล่า บรรยากาศที่สิ้นหวังนี้ล่ะครับ เกาะกินประเทศเรามาอย่างยาวนาน เราถูกทำลายมันด้วยการรัฐประหาร ด้วยอำนาจ นอกระบบ ความสิ้นหวังนี้เกาะกินพี่น้องประชาชน กัดกินการเมือง เกาะกินพรรคการเมือง ให้เราไม่กล้าฝัน ไม่กล้าตัดสินใจ เรากลัวอำนาจนอกระบบ กลัวการโดนแทรกแซงทำให้เรา ไม่กล้าตัดสินใจกระทำการผ่าทางตัน อย่างเช่นการแก้รัฐธรรมนูญจนถึงการนิรโทษกรรม ในวันนี้ผมขอ Highlight ร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับเป็นพิเศษ คือ พ.ร.บ. ของอดีตพรรคก้าวไกล และภาคประชาชน ในความเห็นผมร่างทั้ง ๒ ฉบับนี้เป็นร่างที่เปิดประตูให้โอกาสกว้างที่สุด ในการนิรโทษกรรม เป็นการเริ่มคืนความยุติธรรมที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ๆ และความยุติธรรมที่ว่านี้เป็นความยุติธรรมของทุกคน การนิรโทษกรรมสิ่งสำคัญที่สุด คือการมีส่วนร่วมกันของสังคมในการที่จะออกแบบและกำหนดความยุติธรรมว่าอะไร คือความยุติธรรมสำหรับผู้ได้รับความเสียหายบ้าง ถ้าไม่มีส่วนร่วมของประชาชน ความยุติธรรมเหล่านั้นในทางรัฐศาสตร์เขาเรียกว่า Victor’s Justice หรือความยุติธรรมของ ผู้ชนะ คือการบอกว่านี่โอเคแล้วเอาความยุติธรรมไปแค่นี้ก็พอ ซึ่งสิ่งที่ผมพูดนี้เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นหลาย ๆ ที่ทั่วโลกและส่งผลเสียมายังปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในไทยเองหรือในประเทศ เพื่อนบ้านของเราอย่างเมียนมาที่มีการนิรโทษกรรมอยู่บ่อย ๆ แต่ยังเกิดความไม่สงบ อยู่ตลอดเวลา เพราะเมียนมาไม่ได้ใช้ความยุติธรรมที่เป็นการตกลงร่วมกันของสังคม แต่เป็น ความยุติธรรมของผู้ชนะมาตลอด แต่ขณะที่หลาย ๆ ประเทศอย่างสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ หรือเกาหลีใต้ คนในประเทศผ่านความสิ้นหวังมาได้เพราะการนิรโทษกรรมจากฉันทามติ ของสังคม ไม่ใช่ความยุติธรรมจากชนชั้นนำบางกลุ่ม ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกครับ ด้วยบรรยากาศทางการเมืองแบบนี้ล่ะครับเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะรับหลักการร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม โดยเฉพาะร่างจากภาคประชาชนและอดีตพรรคก้าวไกล เพื่อเป็นการประกัน สิทธิว่าทุกคนจะได้มีโอกาสในการได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม เพื่อเป็นการเปิดประตู บานแรกให้กว้างที่สุด เพื่อพาประเทศออกจากความสิ้นหวังไปสู่ความหวังและเป็นโอกาส อันดีที่จะฟื้นเศรษฐกิจ เพราะเราสามารถใช้เรื่องสิทธิเสรีภาพเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการ ต่อรองเจรจาเรื่องกำแพงภาษีได้ หรือปูทางไปสู่เอฟทีเอกับทางอียูเขากังวลเรื่องสิทธิเสรีภาพ ของเราอยู่ การนิรโทษกรรมให้คนทุกกลุ่มแบบนี้ล่ะครับที่ช่วย Guarantee ว่าเรากำลัง ก้าวไปข้างหน้าให้พี่น้องประชาชนได้รู้สึกว่ารัฐบาลและสภาแห่งนี้ได้ร่วมกันสร้าง ความยุติธรรมให้กับเขา ให้ใครหลาย ๆ คนที่ต้องติดคุก ต้องลี้ภัยได้กลับมาช่วยกันพัฒนา ประเทศ และให้เราทุกคนที่เคยสู้กันได้มามองหน้ากันได้อย่างสนิทใจ จัดงานรำลึกร่วมกันได้ ไม่ต้องแยกกันจัดและทำงานร่วมกันได้จริง ๆ สักที เราจะได้ล้างไพ่กันใหม่ ทำลายทางตัน ทางการเมืองแห่งนี้ และเพื่อที่รัฐบาลเองจะได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนจริง ๆ สักที และท่านจะได้ปลดแอกพันธนาการจากการโดนขี่คอมาตั้งนานจริง ๆ สักที ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธนกร วังบุญคงชนะ ครับ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย ในตลอด ระยะเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมานั้น ท่านประธานก็ทราบดีว่าประเทศไทยมีการชุมนุมนำไปสู่ ความขัดแย้งหลายสถานการณ์มาก ไม่ว่าจะเป็นในกรณีที่การเคลื่อนไหวของ กปปส. ในปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๕๗ การชุมนุมของเยาวชนปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ สถานการณ์เหล่านี้มันก็ทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากถูกดำเนินคดี ไม่ว่าคดีในเรื่องของการฝ่าฝืน พ.ร.บ. ชุมนุม พ.ร.บ. ฉุกเฉิน ที่สำคัญก็คือว่าถูกดำเนินคดี ในมาตรา ๑๑๒ เพราะฉะนั้นแล้วผมเห็นว่าการนิรโทษกรรมนั้นจะต้องดำเนินไปด้วย ความรอบคอบและภายใต้กรอบเงื่อนไขที่ชัดเจน ไม่ใช่ดำเนินการแบบประนีประนอม จะต้องยึดหลักนิติธรรม ความยุติธรรมและความมั่นคงของรัฐ ท่านประธานครับ ผมมี ๓ ประเด็นหลักที่ไม่สามารถที่จะนิรโทษกรรมให้ได้🔗

ประเด็นแรก ในคดีมาตรา ๑๑๒ ประมวลกฎหมายอาญา ในมาตรา ๑๑๒ มีไว้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ แล้วก็เป็นเรื่องของความมั่นคงของรัฐ เพราะฉะนั้นแล้วจำได้ไหมว่าศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนว่าการแก้ไข มาตรา ๑๑๒ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ซึ่งพระเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์นี่คือการผดุงไว้ซึ่งเกียรติยศ ของประเทศ รักษาคุณลักษณะในระบอบประชาธิปไตย ผู้ใดจะละเมิดมิได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่เห็นด้วยเลยถ้าจะมีการนิรโทษกรรมในมาตรา ๑๑๒ ที่สำคัญเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก หลายท่านก็พูดไปแล้วว่าการนิรโทษกรรมให้กับในคดีมาตรา ๑๑๒ มันก็จะทำให้ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่เขามีความจงรักภักดีไม่สบายใจ แล้วก็ออกมา เคลื่อนไหวอีก ก็นำไปสู่ความแตกแยกอีก ผมบอกท่านประธานเลยว่าผมเห็นใจน้อง ๆ เยาวชน เมื่อสักครู่ก็ได้คุยกับท่าน สส. แจม ทนายแจม เห็นใจมาก ๆ หลายคนก็ถูกดำเนินคดีไป ในอดีตประมาณ ๔๐๐ กว่าคดี วันนี้เกือบ ๒,๐๐๐ คดี แต่สำคัญที่สุดผมอยากจะขอร้องไป ยังผู้นำทางจิตวิญญาณของน้อง ๆ เหล่านี้ได้เลิกพฤติกรรมเหล่านั้นได้ไหม เลิกยุยงส่งเสริม เยาวชนเหล่านั้นได้ไหม เพราะว่าที่ผ่านมาหลายคนก็ติดคุกไป หลายคดีศาลก็ยกฟ้อง หลายคดีศาลก็ให้ประกันตัว แต่มันมีหลายคดีที่ออกมาแล้วกระทำความผิดซ้ำ ๆ ซาก ๆ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นต้องไปดูว่าใครอยู่เบื้องหลัง ผมเองบอกตรง ๆ เลยเห็นใจจริง ๆ ท่านประธาน หลายคนที่อยู่ในคุก บางคนที่มีอภิสิทธิ์หน่อยท่านก็ไปอยู่ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ในคดีมาตรา ๑๑๒ ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการนิรโทษกรรม🔗

ประเด็นที่ ๒ ต้องไม่นิรโทษกรรมในคดีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ชีวิตมันมีค่า ท่านประธาน การยกโทษหรือการนิรโทษกรรมย่อมทำให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต เราต้องเยียวยา เพราะฉะนั้นคดีที่มีผู้เสียชีวิตผมไม่เห็นด้วยนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ต้องไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริต วันนี้ท่านประธานเห็นไหมว่า การทุจริตคอร์รัปชันมันเกาะกินสังคมไทยมาอย่างยาวนานที่สุด ที่ผ่านมาเห็นไหม เราก็โทษ แต่นักการเมืองว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย ข้าราชการที่ดีก็มีเยอะ แล้วก็มีเยอะ มากกว่าข้าราชการที่ไม่ดี วันนี้ข้าราชการที่ทุจริตก็เยอะแยะมากมาย แต่เวลาโทษก็โทษ นักการเมือง ซึ่งผมก็รับได้ คนดี นักการเมืองที่ดีในสภาอย่างนี้ก็มีเยอะแยะ วันนี้ที่ผ่านมา เราไปหวังสำนักงาน ป.ป.ช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ในที่ผ่านมา ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คดี ก็ต้องยอมรับว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหม่ก็ได้เร่งในการแก้ปัญหา คดีก็ลดลงมาก แต่วันนี้คณะกรรมการมีแค่ ๗ คน ถ้าเป็นไปได้ก็เร่งกระบวนการสรรหาไปจะได้ครบ ๙ คน แล้วก็ทำงานอย่างเต็มที่🔗

ท่านประธานที่เคารพ ๓ ประเด็นหลักที่ผมกล่าวมานี้ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มี การนิรโทษกรรม แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่างกลไกการกลั่นกรองผู้ที่ได้สิทธินิรโทษกรรมจะต้องมี คณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระ โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะจะต้องประกอบไปด้วย ภาคประชาชน นักวิชาการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่มิได้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ผมเชื่อว่าคณะกรรมการเหล่านี้ก็อาจจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ ถ้าเป็นพวกนี่ช่วย ไม่ใช่พวกก็ไม่ช่วย เพราะฉะนั้นตรงนี้สำคัญจะต้องมีความยุติธรรมจริง ๆ🔗

สุดท้ายท่านประธานครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้แม้ว่าจะเปิดโอกาสให้ นิรโทษกรรมแล้ว จะต้องวางมาตรการในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำด้วย ไม่ใช่ท่าน นิรโทษกรรมไปแล้วหลังจากนั้นก็มีการกระทำผิดอีก อันนี้ไม่ได้ ต้องมีการวางกรอบ ระยะเวลา เช่น ๑๐ ปี ๑๕ ปี ถ้ามีการกระทำความผิดอีกก็ต้องรับโทษ นับ ๑ ใหม่ไปเลย การสร้างสังคมสันติสุขปรองดองต้องไม่ใช่แค่การประนีประนอม แต่ต้องมีทั้งความยุติธรรม ความกล้าหาญและกระบวนการที่โปร่งใสเพราะเราไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขในอดีตได้ แต่เราสามารถออกแบบอนาคตให้ดีขึ้นได้ เพราะฉะนั้นในวันนี้ร่างหลายร่างทั้ง ๔-๕ ฉบับ ผมคิดว่าอยากให้ท่านสมาชิกสภาได้ดูให้ละเอียด ผมเห็นใจ บอกเลยน้อง ๆ ข้างบนผมก็ เห็นใจ ไม่ใช่ว่าผมไม่เข้าใจท่าน แต่วันนี้ผมคิดว่าคดีมาตรา ๑๑๒ เลิกเถอะครับ เอาเวลา ไปทำงานให้ประเทศชาติมากมายที่ไปสร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ ครับ🔗

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางโปรง บางด้วน พรรคประชาชน ดิฉันขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ของอดีตพรรคก้าวไกลที่นำเสนอโดย คุณชัยธวัช ตุลาธน พร้อมเพื่อนสมาชิกและร่างนิรโทษกรรมประชาชนของภาคประชาชน ที่ร่วมลงชื่อกันเข้ามากว่า ๓๐,๐๐๐ รายชื่อที่เข้ามาในสภาวันนี้ ร่างนิรโทษกรรม มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศในการที่จะพาสังคมก้าวข้ามขีดจำกัด ทางความเห็นต่างที่สร้างความขัดแย้งรุนแรงในสังคมมาอย่างยาวนาน เพื่อเสนอให้เป็น ทางเลือกที่สร้างสรรค์และเป็นจริงได้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและกำลัง เผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ เช่นทุกวันนี้ ในปัจจุบันประเทศของเรากำลังติดหล่ม อยู่ในวงจรของความอยุติธรรมที่ถูกสั่งสมมาอย่างยาวนาน มีประชาชนจำนวนมากที่ถูก ดำเนินคดีจากเหตุการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาตั้งแต่เกิดรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน มีผู้ต้องหาทางการเมืองที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาและยังไม่ได้รับ ความยุติธรรมอย่างแท้จริง หลายคนอยู่ในกระบวนการพิจารณาคดี หลายคนถูกจับกุมคุมขัง หรือแม้แต่ปัจจุบันยังมีคนไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวโดยที่คดียังไม่ถูกพิพากษาเป็นที่ สิ้นสุดว่ามีความผิดด้วยซ้ำ สิ่งที่เราต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมาก็คือปัญหานี้ไม่สามารถ ปล่อยให้ค้างคาอยู่อย่างไร้ทิศทางได้อีกต่อไป การนิ่งเฉยไม่ใช่ความเป็นกลางคือการปล่อยให้ ความอยุติธรรมติดค้างอยู่ในระบบ ยัดเยียดให้เงียบและบังคับให้ลืม ซึ่งจะไม่มีทาง พาประเทศไทยไปสู่ความปรองดองที่แท้จริงได้เลย ดิฉันอยากชวนทุกท่านในที่นี้กลับมา ตั้งโจทย์ร่วมกันว่าประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร หากเรายังไม่สามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้ อย่างมีวุฒิภาวะ มีเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้เราทบทวนกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน ในบ้านเราอยู่ตลอดเวลา สังคมที่เราอยากเห็นคือสังคมที่ทุกคนสามารถมีสิทธิติดคุกได้จาก การใช้เสรีภาพในการแสดงออกหรือไม่ สามารถมีคนที่โดนตัดสินจำคุก ๕๐ ปีได้จากการ โพสต์เฟซบุ๊กหรือเปล่า การนิรโทษกรรมทุกคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองไม่ใช่การลบล้าง ทุกอย่างโดยไม่รับผิดชอบ แต่การนิรโทษกรรมคือการกล้าที่จะรับฟัง คืนโอกาสให้กับผู้ที่ ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยว เพื่อให้เราสามารถปิดบทหนึ่งของความ ขัดแย้งลงได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเรียนรู้เพื่อที่จะไม่ให้มันเกิดซ้ำขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดี ที่มีบทลงโทษรุนแรงผิดสัดส่วน และมีการใช้ในลักษณะเลือกปฏิบัติหรือกลั่นแกล้งผู้เห็นต่าง ทางการเมืองโดยไร้การกลั่นกรองที่โปร่งใสมาตลอด ร่างของพรรคประชาชนจึงเสนอให้มี คณะกรรมการนิรโทษกรรมกลั่นกรองรายกรณีอย่างรอบคอบ ที่มีความเป็นอิสระ โปร่งใส มาแยกแยะระหว่างการกระทำที่มีเจตนาจริงกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการกล่าวหาอย่าง ไม่เป็นธรรม หรือเพียงแสดงออกโดยสุจริตและอยู่ภายใต้บริบททางการเมืองที่บีบคั้น ในเวลานั้น ที่สำคัญดิฉันไม่อยากให้มองว่าเรื่องนี้เป็นคดีทางการเมืองที่เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้ประเทศมันติดหล่มมาหลายทศวรรษแล้ว ดิฉันย้ำว่าผู้ที่ถูกดำเนินคดีเหล่านี้มีเหตุมาจากเหตุการณ์ทางการเมือง มีลักษณะเป็นคดี นโยบายที่ความหนักเบาหรือการบังคับใช้กฎหมายจะแปรผันไปตามวิสัยทัศน์ของผู้นำ ณ เวลานั้น ๆ ซึ่ง ณ เวลานี้แม้สภาวะทางการเมืองของเราอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังไว้ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นการเมืองหลังยุครัฐประหารแล้ว ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราควรจะทำร่วมกัน ก็คือการสร้างบรรยากาศแห่งความหวัง เดินหน้าไปแสวงหาฉันทามติใหม่ของสังคมไทย ให้ทุกฝ่ายที่เคยขัดแย้งกันยอมรับกัน ยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันได้ การนิรโทษกรรมทางการเมือง เป็นส่วนสำคัญ เป็นประตูบานแรกที่จะนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งในสังคม🔗

อีกประเด็น การนิรโทษกรรมไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศไทยเราใช้กลไก การนิรโทษกรรมในการแก้ไขความขัดแย้งรุนแรงในสังคมมาแล้ว อย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านก็เคยได้อภิปรายไว้ แม้แต่การใช้กับคดีที่อัตราโทษสูงมากกว่าคดีอาญาบางมาตรา ที่หลายท่านแสดงความกังวลออกมาว่าหากรวมเข้าไปในการนิรโทษกรรมแล้วอาจจะเป็น การสร้างความขัดแย้งใหม่ แต่ดิฉันมองว่าการเลือกนิรโทษกรรมเป็นบางคดี โดยที่ไม่นับรวม ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดที่มีแรงจูงใจทางการเมืองในห้วงเวลาเดียวกันเข้าไปด้วยนั้น จะเป็นปัญหามากกว่า มันอาจจะสงบชั่วคราว แต่ในระยะยาวไม่ส่งผลดีต่อสังคมเรา อย่างแน่นอน และไม่สามารถสร้างสันติสุขในสังคมเราได้อย่างแท้จริง อย่างที่พวกเราทั้งหมด ในที่นี้คาดหวังว่าจะสร้างมันร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคนไม่กี่คน แต่ทุกคน ที่กำลังถูกดำเนินคดีทางการเมืองคือยอดภูเขาน้ำแข็ง พวกเขาคือตัวแทนของคนอีก หลายคนที่มีความคิด ความเชื่อในแบบเดียวกัน มีเหตุที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ในสถานการณ์เดียวกัน พวกเราทั้งหมดในที่นี้สามารถที่จะทำให้มันจบลงได้ เพื่อให้ทุกฝ่าย ได้ใช้โอกาสนี้ในการปรับจูนเข้าหากัน ดิฉันขอยืนยันว่าพวกเราเสนอเรื่องนี้ด้วยความ ปรารถนาดีต่อประเทศ เพราะความขัดแย้งที่ลุกลามจากอดีตจนมาถึงปัจจุบันต้องมีสักวัน ที่จะต้องหยุดแล้วเริ่มต้นใหม่อย่างมีเหตุ มีผล เปิดทางให้เราได้ทบทวนความผิดพลาดของรัฐ ในอดีตและฟื้นฟูหลักนิติธรรมในอนาคต เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ามาหลายปีที่ผ่านมาสังคมมีการ ตั้งคำถามกับกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายมั่นคงอย่างมาก สถิติของผู้ที่ ถูกดำเนินคดีทางการเมืองเพิ่มขึ้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดิฉันเองเคยได้มีโอกาสเสนอให้ ฝ่ายบริหารได้ใช้อำนาจในการอำนวยความยุติธรรมเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ถูกดำเนินคดี ในระหว่างที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการยุติ การคุกคามประชาชน เจ้าหน้าที่ต้องกลั่นกรองคดีไม่ปล่อยให้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันมั่ว หรือยัดข้อหาที่รุนแรงเกินจริงไม่ได้สัดส่วน คืนสิทธิประกันตัวหรือชะลอฟ้อง หากแต่ สถานการณ์ทางการเมืองก็ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องโดยไร้การเหลียวแล มิหนำซ้ำยังทวีคูณ ขึ้นเรื่อย ๆ ยังมีผู้ที่ถูกโดนเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ อยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นที่นี่ เวลานี้รัฐสภาคือที่พึ่งสุดท้าย ดิฉันขอให้ทุกท่านในที่นี้อย่าปิดประตูของ ความเป็นไปได้ อย่าปิดโอกาสในการเยียวยาผู้ที่ถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม อย่าปล่อยให้ การนิรโทษกรรมเป็นเรื่องของคนบางกลุ่มเท่านั้น เพราะเราทุกคนในที่นี้ ในสภาแห่งนี้ไม่ได้ มีหน้าที่แค่รักษากฎหมาย แต่ต้องฟื้นศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมของรัฐคืนให้กับ ประชาชนด้วย วันนี้เราอาจจะไม่ได้เห็นตรงกันในทุกเรื่อง ในทุกประเด็น แต่ดิฉันเชื่อว่า เราเห็นตรงกันในหลักใหญ่ใจความสำคัญว่ากระบวนการยุติธรรมต้องมีทางออกให้กับผู้คน การเมืองไทยต้องมีทางกลับบ้านให้กับทุกฝ่าย เราจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศทางการเมือง แห่งความปรองดอง เพราะเราอยู่กับความขัดแย้งมานานเกิน ๒ ทศวรรษแล้ว การนิรโทษกรรม จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้คนที่เคยเห็นต่างทางการเมืองกันอย่างรุนแรงเกิดกระบวนการ การหันหน้ามาคุยกันได้ มันคือการเปิดประตูสู่การสร้างความเข้าใจระหว่างคนทุกฝ่ายได้ ดิฉันเชื่อว่าในอนาคตเราก็คงไม่มีทางเห็นด้วยกันหมด แต่มันก็ใช้กระบวนการประชาธิปไตย ทางปกติได้ในการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองลงที่ละเปลาะ หากเราไม่ใช้โอกาส สำคัญครั้งนี้ในการแก้ปัญหาในสิ่งที่เราเห็นตรงกันว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม มันอาจจะ สะสมรอวันปะทุกลายเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ในสังคมไทยในวันข้างหน้า ไม่มีสันติภาพใด มาจากการจำคุกคนเห็นต่าง และไม่มีความมั่นคงใดตั้งอยู่บนความอยุติธรรมซ้ำซากของรัฐ ดิฉันขอเสนอให้ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมของพรรคประชาชนและร่างของภาคประชาชน รวมถึงร่างของทุกพรรคที่เสนอเข้ามาได้ร่วมเข้าพิจารณาในลำดับต่อไปอย่างเปิดกว้าง และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญของการจบความขัดแย้งด้วยกระบวนการยุติธรรม ที่โปร่งใส และไม่ปล่อยให้ความอยุติธรรมกลายเป็นสิ่งผิดปกติในบ้านเมืองเราอีกต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภูมิลำเนาอยู่ จังหวัดขอนแก่น วันนี้เป็นวันนิรโทษกรรม เป็นวันให้อภัยซึ่งกันและกัน เป็นวันยกโทษ เป็นวันที่ทุกคนต้องใจถึง เป็นวันที่จะต้องลืม ลืม และลืม มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุษย์เป็น สัตว์การเมือง เกิดมามี ๒ ขา ๒ ตา เท่ากัน แต่ละคนเกิดมาตามบริบทของตนเอง ในทาง การเมืองแต่ละยุคแต่ละสมัยคิดเห็นต่างกันมาโดยตลอด ชีวิตความคิดเห็นทางการเมือง ที่ต่างกันทำให้มีการต่อสู้แย่งชิงกัน ก็อาจจะร้ายแรงถึงขั้นใช้กำลังอาวุธหรือไม่ใช้กำลังอาวุธ ก็อยู่ในรัฐสภา ผมว่าวันนี้เป็นวันที่จะต้องถามท่านสมาชิก แต่ละคนก็มีประสบการณ์ในทาง การเมืองมาไม่เหมือนกัน ผมได้รับอานิสงส์จากคำว่านิรโทษกรรมจากประสบการณ์ในทาง การเมืองในยุคหนึ่ง คือยุคหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ หลัง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ประเทศไทยนี้นอกจากจะสันติในเมืองแล้วถึงขั้นเกิดสงครามกลางเมือง อยู่ในป่าได้รับเกียรติ เรียกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย อยู่ข้างในก็เป็นปราบปรามซึ่งกันและกัน อยู่ในป่าฝังทุกวัน อยู่ใน เมืองก็เผาทุกวัน พระราชทานเพลิงศพทุกวัน คนไทยฆ่าคนไทยกันเอง กล่าวหาว่าเป็น คอมมิวนิสต์ เพราะสังคมไม่เป็นธรรม เข่นฆ่า ข่มขืน ลากไปแขวนคออยู่ต้นมะขาม สนามหลวง ๖ ตุลาคม ใช้ความรุนแรงกับลูกหลานเยาวชนคนหนุ่มสาวก็เข้าป่าจับปืน ได้รับ ผลอานิสงส์จากคำว่านิรโทษกรรมนี่ไม่ต้องผ่านสภา ไม่ต้องมาโต้มาเถียงกันแบบที่เราทำ ในขณะนี้ ใช้กฎหมายบริหารราชการแผ่นดินธรรมดา โดยออกเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรี คำสั่งที่ ๖๖/๒๕๒๓ ต้องพูดชื่อผู้ที่ทำงาน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เสนอชงแก่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี คนที่อยู่ในป่าก็กลับเข้ามาในเมือง อยู่ในป่าพรรคคอมมิวนิสต์ ชู Slogan ศักดินานิยม จักรพรรดินิยมและทุนนิยมขุนนาง เยาวชนคนหนุ่มสาว รวมทั้ง พวกผมไม่รู้หรอกศักดินานิยมคืออะไร ก็ไม่แพ้เยาวชนคนหนุ่มสาวในปัจจุบันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รู้เท่าไม่ถึงกาลเวลา ก็ไปคึกคะนองพูดจาลามไปถึงการดูถูกดูหมิ่นในสิ่งที่ไม่บังควร ท่านครับ บางคนล้มเสียหายตายเสียจาก พิษภัยจากความเห็นต่างมันร้ายแรง วันนี้ผมลุกขึ้นอภิปราย โดยที่ผมไม่ต้องอ่านร่างพระราชบัญญัติ ๕ ฉบับ ซึ่งมี ๔ พรรคการเมืองและประชาชน เพราะว่าการนิรโทษกรรมนี่มันเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าคิดว่าคุณจะยกโทษให้เขา คุณจะอภัย ให้เขามันเป็นเรื่องง่าย แต่ทำไมต้องทำเรื่องง่าย ๆ ที่ผมพูดนี้ให้เป็นเรื่องยาก คิดไม่เหมือน ก็อภัยทานกัน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นสูญเสียกันมากมายเขายังให้อภัยกัน สมัยพุทธกาล องคุลีมาลฆ่าคน ๔๙๙ จะฆ่าอีก ๕๐๐ เจอพระพุทธองค์ไปบอกให้หยุดเสีย แล้วก็กลับมาบวช ตรัสรู้เป็นอรหันต์ วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่เพราะเราจะเข้าพรรษากันในวันพรุ่งนี้ ผมอยากเรียกว่ากฎหมายนิรโทษกรรม ไม่อยากเอาฉบับใดเป็นหลัก อยากเรียกร้องสมาชิกว่าวันนี้เป็นวันทอดกฐิน ทอดเทียน ทางการเมือง บุญกุศลเกิดขึ้นทุกคน ไม่ว่าความผิดใด ๆ ที่มาจากมูลเหตุทางการเมืองยกให้ เขาไป ผมจะถูกตราหน้าด่าว่าสมัยพวกคุณเป็นเยาวชนเขายกเลิก เขาอภัยให้คุณ เขานิรโทษกรรม ให้คุณ พอคุณมาต่อสู้ในสภาอายุขนาดนี้ลูกหลานทำแบบที่คุณต่อสู้มาอยู่ในคุกในตะราง ด้วยข้อหาต่าง ๆ ที่ท่านอภิปรายกัน พอถึงเวลาแล้วคุณเอาผิดลูกหลานซึ่งเป็นผ้าขาว ถ้าผม ไม่ได้รับอภัยโทษหรือนิรโทษกรรมป่านนี้ผมจะอยู่ที่ไหนไม่ทราบ ลูกหลานที่อยู่ในคุกตะราง ในข้อหาต่าง ๆ รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนพวกเรา พวกเราก็ต่อสู้กันมา ผมขอบคุณทุกพรรคการเมือง อาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่มันเป็นนิมิตหมายที่อยากให้ทุกคนลืม ถ้าไม่ลืมเดินต่อไม่ได้ ผมอภิปรายในการประชุมพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยก็เห็นว่าคุณประโยชน์จากการนิรโทษกรรม ครั้งนี้มันมหาศาล ผมเรียกร้องอยากให้บ้านเมืองนี้ไปได้จริง ๆ ถ้ามาคิดเล็กคิดน้อย คุณเป็นนั่น คุณเป็นนี่ บ้านเมืองอยู่ต่อไปไม่ได้ บ้านเมืองไม่สามัคคี ปัจจัยภายในไม่สามัคคีกัน จะไป พัฒนาด้านต่าง ๆ ได้อย่างไร บุคลากรยิ่งใหญ่ที่สุด ผมลุกขึ้นด้วยเวลาสั้น ๆ ผมเจ็บปวด เข้าไปต่อสู้ความเห็นต่าง น้องที่ติดผม ผมเคยอภิปรายเป็นครั้งที่ ๒ นายอดิศร เพียงเกษ เสียสละชีวิตที่จังหวัดน่าน อำเภอปัว เพราะสงครามความคิดเห็นไม่ตรงกัน ลูกหลานอยู่ ในคุกตะรางกี่คน ถ้าเป็นลูกหลาน ลูกของคุณบ้าง พี่ของคุณ พ่อของคุณบ้าง แล้วจะอยู่ อย่างไร ผู้ปกครองจะมีความสุขหรือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหรือว่าใครต่อใครที่อยู่ ในบ้านเมืองที่ตนเองว่ามีอำนาจจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าลูกหลานคิดต่างแล้วติดคุก ติดตะราง ไม่ได้รับการอภัยโทษหรือไม่ได้รับการนิรโทษกรรมครั้งนี้ ผมจึงขอบิณฑบาตครับ นอกจากเราจะไปทอดเทียนพรรษา นอกจากเราจะไปทำบุญกฐินตามหลักความเชื่อของ พระพุทธศาสนา วันนี้เรามาทำบุญกันแบบยิ่งใหญ่ดีไหม ทำบุญทางการเมือง ทำบุญให้แก่ ลูกหลานหรือคนที่เห็นต่างกันได้มีอิสรภาพเพื่อมาพัฒนาชาติบ้านเมือง ชาติบ้านเมือง อย่าคิดตรงกัน สภาแห่งนี้อย่าคิดตรงกัน ให้คิดตรงกันข้ามแล้วก็ผลักดันเอาเสียงที่ดีที่สุด เอาความเห็นที่ดีที่สุดไปทำพัฒนาชาติบ้านเมือง ผมต้อนรับทุกฝ่าย กรรมาธิการวิสามัญ ต้องใจกว้าง ปล่อยลูกหลานหรือทำให้ชาติบ้านเมืองนี้เดินต่อไปได้ Forget of the past start of the new ถ้าไม่ลืมไปไม่ได้ ทางปักษ์ใต้บ้านท่านก็เหมือนกันต้องลืมทุกอย่าง ถ้าตรงนั้นระเบิดตูม ตรงนี้ระเบิดตูม เละ เข่นฆ่ากันโดยความเห็นต่างไปไม่ได้ จึงขออภิปราย ด้วยจิตใจที่ไม่มีอคติกับใคร ฝากกลอนสั้น ๆ ๔ บรรทัด ในวาระสุดท้ายในการอภิปราย ผมเขียนกลอนไว้ว่า นิรโทษ ไม่ถือโทษ ยกโทษให้ สร้างปรองดอง คล้องใจ ให้สุขศานต์ ที่ผ่านมา หลายหลากจินตนาการ ประสานงาน ประสานใจ ไทยก้าวเดิน สันติสุขเกิดขึ้น แน่นอนถ้าทุกท่านทำบุญทอดเทียน ทอดกฐินทางการเมืองคราวนี้ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณรอมฎอน ปันจอร์ ครับ🔗

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ผมจะขออนุญาต ร่วมอภิปรายในวาระนี้ด้วย แต่ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนสนทนากับท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ แม้ว่าผมจะเป็นมุสลิมเหมือนท่านประธาน แต่ผมก็เห็นด้วยกับท่านว่าในวาระและโอกาส แบบนี้ นี่คือโอกาสที่สภาของเราจะมีโอกาสในการทำบุญในทางการเมือง ตามที่ท่านอดิศร ได้กล่าวเอาไว้ ถนนที่เปิดกว้างต้องกว้างที่สุดเราถึงจะสามารถคลี่คลาย ผ่อนคลาย ความตึงเครียดและคลี่คลายความขัดแย้งได้ และยังต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ และเพื่อนสมาชิกทั้งสภาด้วยว่านี่คือโอกาสที่คนในรุ่นผม ในรุ่นหลังจากผมจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์และบทเรียนของพี่ ๆ ของเพื่อน ๆ สมาชิก ที่ผ่านประสบการณ์ในทางการเมือง ผ่านความขัดแย้งในทางการเมือง และผ่านความ พยายามในการแสวงหากลไกการออกแบบสถาบันต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสังคมไทย เพื่อที่ จะโอบกอด โอบรับความแตกต่างเหล่านั้น และกอดคอกันเดินก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน ในฐานะเพื่อนรวมชาติ ท่านประธานครับ นี่คือโอกาสของพวกเราที่จะให้ความหมายที่ เป็นจริงของสิ่งที่เราเรียกกันว่าเพื่อนร่วมชาติ คนที่มีชีวิต ใช้ชีวิต มีความฝัน มีความเจ็บปวด แต่อยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่างหลากหลาย และนี่คือสมาชิกที่อยู่ในองค์กรทางการเมือง อยู่ในชุมชนในทางการเมืองที่เราเรียกว่าชาติ นี่คือโอกาสที่เราจะขยับความหมายของมัน ให้มันมีความหมายครอบคลุมชีวิตของผู้คน ๒๐ กว่าปีมานี้ นี่คือช่วงเวลาที่จริง ๆ ยาวนานมาก เปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนรุ่นกัน เด็กบางคนเติบโตขึ้นมาก็นึกไม่ออก ไม่เคยมีประสบการณ์ว่า เมื่อตอนในช่วงวัยเด็กของเขาความขัดแย้งทางการเมืองเป็นอย่างไร แต่พวกเขาก็ต้อง แบกรับภาระความขัดแย้งเหล่านั้นจนกระทั่งมาถึงรุ่นของเขาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และนี่คือ โอกาสที่เราพยายามจะเสนอเครื่องมือที่จะคลี่คลายความขัดแย้งคือการนิรโทษกรรม ประเด็นอยู่ที่เราถกเถียงกันในเวลานี้ว่าเราจะมีหนทาง มีถนนที่กว้างแค่ไหน ผมเข้าใจดี ความกังวลของเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ที่เห็นว่าการนิรโทษกรรม ถ้าเกิดครอบคลุมบางประเด็น บางกฎหมาย บางฐานความผิด พูดกันตรง ๆ อย่างเช่น ฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๑๒ ก็มีความกังวลที่ท่านเห็นว่าจะสร้างปัญหาใหม่ จะก่อให้เกิดความแตกแยกใหม่ จะเป็นทุ่นระเบิดที่จะทำให้ความขัดแย้งไม่จบไม่สิ้นเสียที แต่ผมอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิก ถ้าเรามองการนิรโทษกรรมในฐานะ ที่เป็นเครื่องมือ ในฐานะที่เป็นกลไกที่สังคมของเราสร้างขึ้นมา ถ้ามันแคบเกินไปโดยตัวมันเอง ก็อาจจะเป็นทุ่นระเบิดได้ด้วยเหมือนกัน เพื่อนสมาชิกของผมได้ท้วงติง ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ ก่อนหน้านี้ว่าถ้าเราไม่โอบกอดความขัดแย้งทุกเรื่องที่เราผ่านมาและผ่อนคลายมันด้วย กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับใหม่นี้ ใช้กลไกที่สภาแห่งนี้เห็นพ้องต้องกัน ถ้าไม่เปลี่ยนผ่าน ความขัดแย้งนี้ไปด้วยกัน เราเกรงว่าจะมีผู้คนที่ถูกกันออก ถูกปิดกั้น และแน่นอนมันจะเป็น แรงกดดันที่จะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นนี่คือห้วงขณะที่สำคัญ ที่สุดที่เราจะใช้โอกาสนี้ในการแก้ปัญหาของเรา แก้ปัญหาปมที่ว่าเราจะปกครอง จะอยู่ ร่วมกันในประเทศนี้อย่างไร ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกอย่าได้ทิ้งโอกาสนี้ ตอนนี้เรามีร่างกฎหมาย ๕ ฉบับ รวมของท่านอนุทินที่เสนอเข้ามาเมื่อเช้านี้ด้วย ทั้ง ๕ ฉบับนี้ ผมคิดว่าเราเห็นพ้องกันหลายเรื่อง และทั้ง ๕ ฉบับนี้ถ้าดูในรายละเอียดดี ๆ เราจะเห็นเลย ว่ามันโอบกอดทุกความคิด มันโอบรับทุกกลุ่มคน ถ้าเราผ่านจุดนี้ไปได้แม้ว่าจะอึดอัดใจบ้าง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านอดิศรบทเรียนในอดีตสอนเรา เราผ่านสงครามกลางเมืองที่ ความขัดแย้งมันคลี่คลายออกไป บานปลายออกไปเป็นการใช้กำลังอยู่ช่วงหนึ่งที่คนในสังคมนี้ ในประเทศนี้ใช้กำลังห้ำหั่นกัน ผมเองก็เห็นสิ่งนั้นจากปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสถาบันทางการเมือง เมื่อกลไกในทางการเมืองมันไม่มีที่มีทางให้ความคิดเห็นที่แตกต่าง ได้ปรากฏ ทางเลือกของผู้คนก็ถูกบีบไปสู่การใช้กำลัง ความสูญเสียจะยิ่งบานปลายไป มากกว่าที่เราคิดไว้ และนี่คือโอกาสที่เราจะป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งมันบานปลายขยายตัวไป ผมอยากให้เพื่อน ๆ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรใคร่ครวญถึงทางเลือกนี้ ถึงโอกาสนี้ ในอนาคตเราอาจจะหันกลับมามองใน Moment นี้ ในจังหวะโอกาสนี้ว่าถ้าเราตัดสินใจถูก เราจะสร้างสังคมใหม่ เราจะสร้างความหมายของความเป็นเพื่อนร่วมชาติใหม่ที่ยอมรับกัน และกันได้ และคลี่คลายความขัดแย้งนี้ไปได้ ผมไม่อยากเห็นความขัดแย้งที่บานปลาย ผมไม่อยากเห็นโอกาสที่เราทิ้งไป ผมไม่อยากเห็นทางเลือกที่ถูกตัดขาดออกไป เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่าร่างกฎหมายของเพื่อนสมาชิกที่เสนอกันมาหลายพรรคการเมือง และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งจากร่างกฎหมายที่ภาคประชาชนได้เข้าชื่อเสนอกฎหมายมาเราต้องไม่ทิ้งโอกาสนี้ ผมอยากให้ท่านประธานสื่อสารไปถึงเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพรรคเพื่อไทย ของท่านอดิศร ผมยังเชื่อว่านี่คือโอกาสที่ท่านจะใช้เพื่อสร้างสังคมใหม่ร่วมกันไปกับเรา ส่วนท่านที่ในหลายพรรคการเมือง ที่มีความกังวลใจอยู่ผมอยากให้เห็นทุ่นระเบิดที่รออยู่ อีกด้านหนึ่งด้วยเช่นกัน เรามาปลดทุ่นระเบิดนี้ด้วยกันกับการปลดปล่อยประชาชนออกจาก การคุมขัง ออกจากกลไกที่กดทับ บีบคั้นความคิดทางการเมืองของพวกเขา เปิดที่เปิดทาง ให้พวกเราให้เดินไปด้วยกัน สร้างสังคมไทยไปด้วยกันครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ก็ขออนุญาตท่านประธานร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... หรือว่านิรโทษกรรม เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านอภิปรายลงลึกหลายประเด็นก็ขออนุญาต ท่านประธานครับ วันนี้ปฏิเสธไม่ได้แนวคิดคนบางครั้งอารมณ์เกิดชั่ววูบ โดยเฉพาะเด็ก ๆ เยาวชน มีผู้ใหญ่จุดติดอารมณ์หน่อย หรือบางครั้งเขามีแนวความคิดว่าความไม่เป็นธรรม ความอยุติธรรมเป็นการจูงใจให้แสดงออก ก็ขออนุญาตเรียนว่าเราเห็นบทเรียนมาแล้ว ไม่ว่าเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้ออะไรต่าง ๆ ชีวิตทุกคนก็ผ่านมากันทั้งนั้น แม้แต่ผมเอง ก็ผ่านเหมือนกันครับท่านประธาน ดังนั้นวันนี้โอกาสนี้เป็นไปได้ไหมสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ จะให้โอกาสเด็ก ๆ ที่เดินทางผิด ผมใช้คำนี้ เดินทางผิด ให้โอกาสเขาได้แก้ตัว ให้โอกาสเขา ได้กลับมาเริ่มชีวิตใหม่ ส่วนจะให้โอกาสอย่างไรอยู่ที่คณะกรรมาธิการที่จะไปกลั่นกรอง ขัดเกลาว่าจะนิรโทษกรรมอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ เพราะบุคคลเหล่านี้ผมพูดตลอด ในสภาก็หลายครั้ง เราจะเกิดในภาคไหนเราก็คนไทยด้วยกัน ดังนั้นวันนี้เราจะถือศาสนาใดในประเทศไทยเราก็คนไทยเหมือนกัน ดังนั้นวันนี้ก็ขออนุญาต เรียนผ่านท่านประธานว่าร่างพระราชบัญญัติ ๕ ร่างของพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ชัดเจนสังคมสันติสุข ถ้ามีสันติสุขเมื่อไรก็จะมีความสุข ดังนั้นวันนี้ก็ไม่ขออภิปรายมาก ท่านประธานครับ ก็อยากฝากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเมื่อเรามีมติตั้งกรรมาธิการ วิสามัญ ฝากกรรมาธิการวิสามัญว่าไปพิจารณากลั่นกรองโดยเฉพาะลูก ๆ หลาน ๆ เด็ก เยาวชนที่เดินตามผู้ใหญ่ อาจจะคิดว่าโดนชักชวน ไม่ชักชวนไม่ต้องพูดถึง แต่มันผิดไปแล้ว และเราจะให้โอกาสเขาอย่างไรได้กลับคืนมาอยู่กับครอบครัว อยู่กับสังคม อยู่กับประเทศไทย อย่างสง่างาม ก็ฝากเพื่อนสมาชิกพิจารณาก็แล้วกัน ส่วนตัวผมนั้นเห็นด้วยที่จะนิรโทษกรรม แต่การจะนิรโทษกรรมก็เป็นมติอย่างที่ผมกราบเรียนว่ากรรมาธิการวิสามัญจะพิจารณา ส่วนจะรับร่างใด ผมเห็นว่า ๕ ร่างมันก็แตกต่างกันบ้าง ก็แล้วแต่จะไปพิจารณาก็แล้วกันว่า ในกรรมาธิการว่าจะตัด จะเติมเสริมแต่งอย่างไรเพื่อความผาสุกของสังคม ท้ายที่สุดวันนี้ การเมืองเป็นเรื่องสำคัญแต่บ้านเมืองก็สำคัญกว่าการเมือง ดังนั้นการเมืองเราวันนี้จะทำ อย่างไรให้บ้านเมืองมีความสุข ความเจริญ โดยเฉพาะความไม่เป็นธรรม ความอยุติธรรม เป็นบ่อนที่ก่อเหตุให้สังคมวุ่นวาย เพราะเขามองว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็เห็นด้วย อย่างยิ่ง ส่วนกรรมาธิการจะพิจารณาอย่างไรก็ฝากท่านกรรมาธิการก็แล้วกัน กราบขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตมีส่วนร่วมกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมทั้ง ๕ ฉบับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้วันนี้ผมลุกขึ้นอภิปรายด้วยความตื้นตันใจ ตื่นเต้น ผมอยากเรียน กับท่านประธานอย่างนี้ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมนับตั้งแต่ ๒๔๗๕ มีมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๒๓ ครั้ง ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้กฎหมายนิรโทษกรรมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ของประเทศเราไม่ได้เพิ่งมีครั้งแรก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒๓ การนิรโทษกรรมส่วนใหญ่เป็นการ นิรโทษกรรมให้กับคณะรัฐประหารที่ใช้อำนาจทางทหารยึดอำนาจโดยการปกครอง มีเพียงแค่ ๓ ครั้งเท่านั้นที่เป็นการนิรโทษกรรมให้กับประชาชนในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ ผมย้ำอีกครั้ง มีแค่เพียง ๓ ครั้งเท่านั้นที่มีการนิรโทษกรรมให้กับประชาชน แต่เรามี ๒๐ ครั้งที่นิรโทษกรรม ให้กับผู้กระทำการรัฐประหาร ผมขออนุญาตอ่านชื่อกฎหมายที่นิรโทษกรรมให้กับประชาชน เพื่อเป็นเกียรติแห่งสภาแห่งนี้ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาและ ประชาชน ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเดินขบวนเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ พ.ศ. ๒๕๑๖ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ พ.ศ. ๒๕๒๑ พระราชกำหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมกันระหว่างวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ถึงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๓๕ ฉบับสุดท้ายออกเป็น พระราชกำหนด ผมอยากเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าการรัฐประหารกับการนิรโทษกรรม มันเป็นของคู่กัน เราจะเห็นจากสิ่งที่ผมอภิปรายไปแล้ว ย้อนกลับมาผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ในปี ๒๕๓๕ ผมอายุ ๑๑ ขวบ สิ่งที่ผมเรียนรู้ ณ เวลานั้นคือหยุดโรงเรียนครับ ในวันที่ผมอายุ ๑๑ ขวบมีพระราชกำหนดนิรโทษกรรม ให้กับประชาชนในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ ย้อนกลับมาในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีการรัฐประหารเฉกเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มี พระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนดนิรโทษกรรมให้กับประชาชนเลย นี่คือเหตุผลที่ผม บอกว่าผมมีความภาคภูมิใจที่ได้อภิปรายในวันนี้ แต่ผมเชิญชวนท่านประธานครับ ดูในห้อง ประชุมของพวกเรา ณ เวลานี้ มีเพื่อนสมาชิกอยู่ในห้องมากหรือน้อยเพียงใด จริงอยู่ครับ ท่านอาจจะติดประชุมกรรมาธิการ ท่านอาจจะฟังการอภิปรายอยู่ในห้องส่วนตัว แต่ผมอยาก ให้ทุกท่านสังเกต โดยเฉพาะพ่อแม่ พี่น้องประชาชนว่าผู้แทนราษฎรของเราให้ความสำคัญ กับปัญหานี้ในการนิรโทษกรรมมากหรือน้อยเพียงใด สังเกตได้จากห้องนี้เลยครับ เสนอกฎหมาย กันมา ๕ ฉบับ ท่านใส่ใจมากหรือน้อยแค่ไหน สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไป คือระยะเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุดในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับที่เราเสนอกันมา ผมตั้งข้อสังเกตว่าการนิรโทษกรรม ในกฎหมาย ๕ ฉบับนี้มีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แตกต่างกัน ในร่างกฎหมายของ พรรคภูมิใจไทยซึ่งยื่นเมื่อเช้านี้ และร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติท่านเสนอว่าให้เริ่มตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ ถัดมาเป็นร่างของพรรคก้าวไกลปัจจุบันคือพรรคประชาชนให้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ โดยร่างของพรรคก้าวไกลให้เหตุผลว่า วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ เป็นวันเริ่มต้นการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในการกดดันจากการ ขายหุ้นชินคอร์ป วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นวันเริ่มต้นของร่างกฎหมายของ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน และร่างกฎหมายของภาคประชาชน ผมชวนท่านประธาน ตั้งคำถามอย่างนี้ว่าในปี ๒๕๔๘ นี่ทำไมร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติและร่างของ พรรคภูมิใจไทยถึงได้เริ่มในปี ๒๕๔๘ ทั้ง ๆ ที่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาชน เริ่มเมื่อ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ อันนี้คือในส่วนข้อสังเกตของการเริ่มต้น ในส่วนของ กรอบระยะเวลาสิ้นสุด ร่างกฎหมายของภาคประชาชนและพรรคก้าวไกลปัจจุบันคือ พรรคประชาชน เราบอกว่าให้สิ้นสุดเมื่อกฎหมายนิรโทษกรรมมีผลใช้บังคับ ร่างของ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน สิ้นสุดเมื่อ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ และร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคภูมิใจไทยสิ้นสุดเมื่อปี ๒๕๖๕ ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ ถ้าท่านปิดที่เหตุการณ์ ในปี ๒๕๖๕ ผมอ้างอิงข้อความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิชุมชน เหตุการณ์ในคดีต่าง ๆ นับจากวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๘ มีคดีความทางการเมือง อย่างน้อย ๒๔ คดี มีจำเลยในคดีอย่างน้อย ๙๒ คน ที่ท่านตกหล่นไป ผมไม่ขอ วิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างหนึ่งร่างใดดีกว่าร่างหนึ่งร่างใด ผมอยากชวนท่านประธานคิดอย่างนี้ว่า ร่างที่เปิดก่อนเขาคือเริ่มต้นระยะเวลาก่อนเขา แต่ท่านปิดเหตุการณ์ก่อนเขาและมีผู้ตกหล่น ใครได้ ใครเสีย แน่นอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมมันเป็นการนิรโทษให้กับบุคคลหรือ กลุ่มบุคคล แต่ผมชวนท่านประธานคิดอย่างนี้เหมือนที่ผมอภิปรายไปว่าการนิรโทษกรรม ย่อมคู่กับการรัฐประหาร สิ่งที่ผู้ชุมนุมหรือประชาชนที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ประเด็น ของเขาคือแรงจูงใจทางการเมืองครับท่านประธาน ถ้าท่านจะไปนิรโทษกรรมให้กับคดีจราจร โดยไม่อาศัยแรงจูงใจทางการเมืองมันถูกต้องหรือไม่ ถ้ามีการทำร้ายทำลายชีวิตหรือก่อให้เกิด ความเสียหายกับทรัพย์สินราชการที่ไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองท่านไปนิรโทษกรรม ให้เขาถูกต้องหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนอย่างนี้ นอกจากนั้นในบัญชีท้ายของ ร่างพระราชบัญญัติจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านยังรวมถึงคดีตามกฎหมายเลือกตั้ง สส. คดีตามกฎหมายเลือกตั้ง สว. คดีที่เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง ผมไม่แน่ใจ ไม่เข้าใจว่า ความหมายของท่านคือต้องการนิรโทษกรรมให้กับใคร เพราะเหตุใด สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าส่วนตัวผมมีความสุข มีความยินดีกับร่างทั้ง ๕ ร่าง เราเห็น ตรงกันว่าจำเป็นต้องมีการนิรโทษกรรมให้กับประชาชน ผมอยากให้ทุกท่านที่เป็นผู้แทนของราษฎรเปิดใจของท่านให้กว้าง คดีแต่ละคดีมีมูลเหตุ ความจูงใจในการกระทำผิดที่แตกต่างกัน ขออนุญาตพาดพิงท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านบอกว่าคดีมาตรา ๑๑๒ ไม่เคยมีการนิรโทษกรรม ผมขออนุญาตอ้างอิงคดีหมายเลขดำ ที่ ๒๕๓ก/๒๕๒๐ เป็นคดีของศาลทหารกรุงเทพมหานคร ศาลทหารมีการฟ้องนายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย สนนท. กับพวก รวม ๑๘ คน คดีนี้อยู่ในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ด้วยมาตรา ๑๑๒ และได้รับการนิรโทษกรรม เพราะฉะนั้นผมเรียนอย่างนี้ นอกเหนือจากความผิดตามมาตรา ๑๑๒ แล้ว ความผิดที่มีโทษ หนักกว่ามาตรา ๑๑๒ ก็เคยได้รับการนิรโทษกรรมมาแล้ว เพราะฉะนั้นการเปิดกว้างจะเป็น โอกาสให้ทุกท่านได้เข้าไปพิจารณาเนื้อหาภายในและแรงจูงใจทางการเมือง การไม่ตัดสิน คือการตั้งคณะกรรมการที่เป็นธรรมขึ้นมาจากทุกภาคส่วน การไม่ตกหล่นคือทำให้ทุกคน ได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์และกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างเท่าเทียมกัน การให้โอกาสคือ เปิดช่องให้ผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรมกลับคืนสู่สังคมและโอบรับเขาด้วยความมีความสุข เหมือนที่ท่านร่างกฎหมายมาว่าเสริมสร้างสังคมสันติสุข ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณปรเมษฐ์ จินา ครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี เขต ๕ วันนี้ก็ขอร่วมอภิปราย พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างสันติสุข เพราะเหตุว่าเดิมทีก็มีหลักตรรกะง่าย ๆ จริง ๆ แล้ว ก็อาจจะไม่ต้องศึกษาตำรับตำราเยอะแยะมากเกินไป เพียงแต่ดูความน่าจะเป็นแล้วก็ หลักสำคัญหนึ่งที่เราพูดคุยถึงก็คือในเรื่องต้องการที่จะแก้ปัญหาให้การชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเราก็ยอมรับว่าที่ผ่านมาในส่วนของการก่อ Mop ในเรื่องของการชุมนุมก็เกิดจากสาเหตุที่ มีเหตุการณ์ที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ยกตัวอย่างในเรื่องของการฉ้อโกง ปัจจุบันก็สมมุติว่าสังคมโดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. Entertainment Complex หรือว่าในส่วนของการที่มีข้อพิพาทชายแดน อันนี้ถ้าคน ส่วนใหญ่เห็นว่าน่าจะมีแนวทางเขาก็รวมตัวกัน โดยเฉพาะในส่วนที่ผ่านมา ผมเป็นตัวแทน พี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนหน้านี้ก็มีพี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เข้ามาชุมนุม ประท้วงในส่วนกลางที่กรุงเทพมหานครเยอะแยะมากมาย บางคนถึงกับต้องทุ่มเททั้ง กำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ เข้ามาเพื่อที่จะทำให้ประเทศชาติ ให้บ้านเมืองดีขึ้น ทีนี้ พอเกิดเหตุขึ้นมาแบบนี้ก็อาจจะมีส่วนที่เรียกว่าการควบคุมในเรื่องของอารมณ์พาไปอาจจะ มีบ้าง ยกตัวอย่างเช่นพอมาชุมนุมแล้วก็เกิดแรงกดดัน ฝ่ายรัฐเขาก็อาจจะใช้แก๊สน้ำตา ทีนี้มนุษย์เราถ้าโดนกดดันเยอะแยะแล้วก็หลายด้าน แล้วก็อยู่กับสังคมที่เขามีมวลชนที่ ปลุกระดมอยู่ตลอดเวลาก็อาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายไปได้ สิ่งนี้ก็คือสิ่งสำคัญ ถ้าเป็นกรณีแบบนี้ ผมก็มองว่าให้คณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นไม่ว่าจะเป็นของ พรรครวมไทยสร้างชาติเอง หรือว่าในส่วนของร่างของพรรคภูมิใจไทยที่จะต้องมี คณะกรรมาธิการขึ้นมาชุดหนึ่ง อาจจะเป็น ๙ คน หรือว่า ๕ คน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องฝาก คณะกรรมาธิการที่จะเข้าไปดูตรงนี้ว่าให้เหมาะสมและให้เป็นกลาง จะต้องไม่ซ้ำรอยกับ องค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นในปัจจุบันที่เป็นเครื่องมือทางการเมืองด้วย เพราะฉะนั้น เราก็ต้องพิจารณาตรงนี้ให้ละเอียดรอบคอบ หาคนที่เป็นกลาง หาคนที่ไว้ใจได้มากที่สุด เพราะว่าในร่าง พ.ร.บ. มาตรา ๔ กำหนดว่ามีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรี มี สส. มี สว. แต่ทั้งนี้อาจจะเป็นอดีตก็ได้ เพราะว่านายกรัฐมนตรีถ้าเราระบุว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ในสมัยปัจจุบันมันก็จะเป็นข้อขัดแย้ง เพราะว่าก็จะมีขั้วอยู่ แต่ว่าถ้าใช้คำว่าอดีตเข้าไปด้วย เราก็จะมีนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาที่ยังแข็งแรงอยู่หลาย ๆ ท่าน ที่มีความเชื่อถือ สังคมเชื่อถือ ก็สามารถที่จะทำได้เช่นกัน อันนั้นก็เป็นส่วนของมาตราที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ในส่วนของภาคผนวกแนบท้ายผมก็กังวลทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็สำหรับร่างฉบับอื่นด้วย เพราะว่าเราไปพ่วงคำว่า ความทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. สว. ยกตัวอย่างวันนี้ อาจจะเป็นเรื่องที่สังคมกำลังติดตามอยู่ในเรื่องของการเลือกตั้ง สว. ซึ่งก็กำลังเป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็กำลังพิจารณาอยู่ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้เราก็ต้องดูให้มันรอบคอบด้วย อยากจะ ให้ย้อนหลังไปในส่วนที่ดำเนินการมาแล้ว แล้วก็ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือที่เรากังวลในเรื่อง ของมาตรา ๑๑๒ อันนี้ก็ต้องยอมรับเพราะว่าเข้าใจในทุกส่วน เมื่อก่อนเราอาจจะมีผู้นำ ทางจิตวิญญาณที่เขาเข้าไปเล่นการเมือง แล้วก็อาจจะใช้จุดอ่อนของคนไทย เช่นเมื่อก่อนก็ อาจจะเป็นภาคนิยม ใครไปตรึงคนในพื้นที่ที่มี สส. เยอะก็จะได้เปรียบได้จำนวน สส. ขึ้นมามาก แล้วก็เข้าสู่อำนาจ ในยุคหลังก็จะเป็นเรื่องของยุคนิยม ก็คือแบ่งชั้นระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ อันนี้ก็เป็นจุดอ่อนอีกจุดหนึ่งเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ มาตรา ๑๑๒ ว่าจะเอากันอย่างไร แต่ที่สำคัญผมมองว่าเอาประเด็นที่รัฐเสียหาย เหมือนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ชาติก็อาจจะไม่มีใครมาโต้ตอบ ศาสนาถ้าเป็นภาพรวมไม่ระบุ เฉพาะเจาะจงก็จะไม่มีใครมาโต้ตอบ แต่ในเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ผมมองว่า ยกตัวอย่างผมกล่าวร้ายท่านประธาน ต้องขออภัยด้วย ยกตัวอย่างให้ประชาชนได้เห็นภาพ ผมกล่าวร้ายท่านประธาน เสร็จแล้วคนอื่นมาบอกว่ายกนิรโทษกรรมให้ผมซึ่งกล่าวร้าย ท่านประธาน แต่ท่านประธานยังไม่ได้ชี้แจง ท่านประธานเสียหายยังไม่ได้รับรู้เลย ผมมองว่า ก็มีจุดอ่อนเช่นกัน จุดนี้ถ้าเรามองว่าอยากจะนิรโทษกรรม หรือว่าสร้างสังคมสันติสุขส่วนนี้ เราก็ต้องให้คนที่มีส่วนเสียหายได้รับความเสียหายเขาต้องยอมรับตรงนี้ด้วย ซึ่งก็มีช่องทาง อยู่แล้วอาจจะเป็นการถวายฎีกา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ PDPA ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่เป็นการก้าวล่วงก็ยังสามารถฟ้องได้เลย แต่นี่มันเป็นคนอื่นที่ไปนิรโทษกรรม จุดนั้น ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะเราสอนเด็กว่าสิ่งนี้ไม่ดี สิ่งนี้มันร้อน สิ่งนี้มันไฟอย่าเข้าไปเล่น แต่ถ้าคุณเข้าไปเล่นแล้วมันเกิดอันตราย อันนี้ก็ต้องยอมรับสภาพเช่นกัน อันนี้ก็เป็นส่วนที่ อยากนำเรียน แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ อันนี้ก็เป็นเรื่อง จำเป็นที่สังคมไทยกำลังเอือมระอา ไม่ว่าจะเป็นวงการไหน พอหยิบเข้าไปปั๊บ พอเจาะเข้าไป พอโฟกัสเข้าไปมันก็ต้องมีเรื่องใต้โต๊ะ เทาบ้าง ดำบ้าง การรับใต้โต๊ะบ้าง อันนี้ก็คงจะต้อง ยืนไว้เพื่อเป็นหลักการให้กับประเทศไทยได้ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็ เกิดประโยชน์กับสังคมอย่างจริงจัง🔗

แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งก็คงจะเป็นเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ๒ คน ยกตัวอย่างว่าเราทำให้คนอื่นเสียหายหรือว่าคนอื่นเดือดร้อน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็กรณี ป๊อปคอร์น กรณีสไนเปอร์ แบบนี้ก็นิรโทษกรรมไม่ได้ เพราะว่ามันเกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของบุคคล แล้วก็ครอบครัวเขาก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน อันนี้ก็คือประเด็นหลัก ๆ ที่อยากจะร่วมอภิปรายด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวคุณธิษะณา มีคนยกมือ ทำไมครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตชี้แจงใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียว สักครู่ เนื่องจากมีสมาชิกก่อนหน้าผม ผมจดชื่อท่านไม่ทัน เข้าใจว่าจะเป็น สส. นนทบุรี คุณอนุสรณ์ ถ้าผิดขออภัยด้วยนะครับ ท่านพาดพิงกระผมบอกว่าที่ผมอภิปรายว่าไม่เคย มีการนิรโทษกรรมการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๒ มาก่อน แปลว่าผมพูดไม่เป็น ความจริง เพราะเคยมีการนิรโทษกรรมความผิดตาม มาตรา ๑๑๒ กรณี ๖ ตุลาคม มาก่อนประมาณนั้น ขออนุญาตชี้แจงครับท่านประธานสั้น ๆ แค่ว่าผมพูดไม่ผิดหรอกครับ แล้วก็ยังไม่เคย มีการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๑๒ มาก่อน กรณีที่ ท่านหยิบยกมาอาจจะเป็นกรณีที่เป็นการนิรโทษกรรมตามคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๒๓ ซึ่งไม่ได้เป็น พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๒ โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดนี้ ปรากฏอยู่ในเอกสารของคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งสภาผู้แทนเคยพิจารณาไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าผมพูดถูกต้องครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทรและราชเทวี พรรคประชาชน ท่านประธานคะ เป็นเวลากว่า ๒ ทศวรรษแล้วที่การเมืองไทยยังติดอยู่ในวังวนความขัดแย้งแบ่งขั้วทางการเมือง ตั้งแต่ ขั้วเสื้อเหลือง เสื้อแดง การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่ม กปปส. นปก. นปช. รวมถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาในปี ๒๕๖๓ ซึ่งความขัดแย้งเหล่านี้มักจบลงด้วยความรุนแรง การปราบปรามสังหารหมู่ประชาชน ล้อมปราบประชาชนและใช้นิติสงคราม แล้วสุดท้ายก็มีการรัฐประหารถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา ที่อ้างว่าทำไปเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองและสร้างความสงบให้กับสังคมไทย จบลง ด้วยมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อลบล้างความผิดให้กับคณะรัฐประหาร พร้อมบอกให้ สังคมก้าวไปข้างหน้า ลืมความขัดแย้งไปเสีย ชัดเจนแล้วค่ะท่านว่าการก้าวข้ามความขัดแย้ง แบบที่ทำกันผ่านมาตลอดมานั้นไม่สามารถคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมไทยได้ค่ะ ท่านประธาน ขอสไลด์ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

สไลด์ที่ ๓ ท่านประธานคะ ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านหรือ Transitional Justice in Post Conflict Societies ประกอบไปด้วยกลไกต่าง ๆ ที่ใช้จัดการมรดกของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอดีตและ ความบอบช้ำทางสังคมและแนวคิดที่สำคัญ เนื่องจากโลกในยุคนี้เปลี่ยนผ่านมาในแนวคิด เสรีนิยมที่มีความเป็นประชาธิปไตยและเชื่อมั่นในความเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณค่า ของสิทธิมนุษยชนจึงกลายเป็นคุณค่าหลักที่สากลโลกยอมรับ ทำให้ความยุติธรรมในระยะ เปลี่ยนผ่านถูกนำมาเป็นวิธีคิด เป็นกลไกที่จะทำอย่างไรเมื่อประชาชนถูกรัฐละเมิดสิทธิ ได้รับความยุติธรรมได้รับการชดเชยเยียวยาจากภาครัฐ เครื่องมือและกลไกในการคืน ความยุติธรรมให้แก่ผู้เป็นเหยื่อของภาครัฐและการสร้างความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน มีอยู่ ๕ ประการดังต่อไปนี้ค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๑ คือการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีลงโทษผู้มีส่วนกระทำ ความผิด จะใช้ศาลภายในประเทศเป็นการตั้งศาลเฉพาะกิจขึ้นมาในกรณีพิเศษ อย่างเช่น กรณีในประเทศรวันดา ICTR International Criminal Tribunal for Rwanda ว่าในปี ๑๙๙๔ หรือว่าในยูโกสลาเวียในปี ๑๙๙๓ หรือประเทศเพื่อนบ้านของเราหลังยุคเขมรแดงก็มี การสืบสวนสอบสวนเป็นกรณีพิเศษเช่นเดียวกัน ในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำการ ฆ่าประชาชนค่ะท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๒ คือการแสวงหาความเป็นจริง เราต้องตั้งคณะกรรมการค้นหา ความจริงหรือที่เขาเรียกว่า Truth Commission บางประเทศอาจจะไม่ได้หยุดแค่การค้นหา ข้อเท็จจริง แต่แสวงหาแนวทางการปรองดองภายในชาติ ซึ่ง Model ที่เราได้ยินบ่อย ๆ ที่เพื่อนสมาชิกก็พูดไปก่อนหน้านี้คือ Model ของเนลสัน แมนเดลา (Nelson Rolihlahla Mandela) ในประเทศแอฟริกาใต้ที่ให้น้ำหนักกับกลไกแสวงหาข้อเท็จจริงโดยตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา สามารถเรียกพยานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคู่ขัดแย้งเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น และอะไรคือสาเหตุของความรุนแรง และใครมีส่วนร่วมต่อการละเมิดทำผิดค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๓ คือการชดเชยเยียวยา โดยอาจจะให้มีการชดเชยเยียวยา ผ่านกฎหมายหรือคำสั่งของรัฐบาล เช่นเมื่อสังคมโดนปกครองด้วยระบอบเผด็จการก็มักจะ เกิดเหตุอาชญากรรมแห่งรัฐ อย่างเช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างเช่น อาชญากรรม ต่อมนุษยชาติ เช่นการบังคับสูญหายหรือการสังหารหมู่ เป็นต้น มีคนเสียชีวิตหรือต้อง ถูกจำคุกอย่างไม่เป็นธรรมโดยการใช้กฎหมายปิดปากประชาชนเพียงเพราะพวกเขามี ความคิดเห็นต่างจากภาครัฐ รัฐควรคืนความยุติธรรมให้คนเหล่านั้น และแน่นอนไม่ใช่แค่การ แสวงหาความจริงแต่ต้องชดเชยทุกสิ่งที่เหยื่อเสียไปค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๔ คือผ่านกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานความมั่นคง ไม่ว่า จะเป็นผู้นำที่บ้าอำนาจ เผด็จการขนาดไหน ผู้นำก็ไม่สามารถปกครองคนเดียวได้ ไม่ว่า จะเป็นฮิตเลอร์ (Hitler) กัดดาฟี (Gaddafi) สตาลิน (Stalin) ก็ล้วนแต่มีแขนขาในการ ปกครอง หนึ่งในนั้นคือศาลที่ตีความกฎหมายรองรับการใช้อำนาจรัฐอย่างบิดเบือนของ เผด็จการ มีส่วนให้นโยบายหรือกฎหมายที่มีการละเมิดสิทธิเกิดขึ้นได้ รวมถึงหน่วยงาน ด้านความมั่นคง เพราะเป็นกลไกหลักที่ใช้ความรุนแรงในการปราบปรามพี่น้องประชาชน ที่ออกมาชุมนุมประท้วง สิ่งสำคัญคือการปฏิรูปหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ต้องทำให้กลไก ทหาร พี่น้องทหาร พี่น้องตำรวจ เข้าใจในหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมประชาธิปไตย ไม่ใช่กลไกที่ยังรับใช้อำนาจเผด็จการ🔗

ประเด็นที่ ๕ ก็คือประเด็นนิรโทษกรรม ซึ่งต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมือง หรือ Political Will ของทางการเมืองทั้ง ๓ อำนาจ คือตุลาการ บริหาร และนิติบัญญัติ ร่วมกัน ระบบความยุติธรรมในด้านเปลี่ยนผ่านเป็นกลไกที่สำคัญที่สากลโลกยอมรับ จะสามารถช่วยรับรองประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการไปสู่ระบอบ ประชาธิปไตยเต็มใบได้มากยิ่งขึ้น เรายังสามารถเสริมสร้างหลักนิติธรรม วางรากฐานด้วย กฎหมายและสถาบันองค์กรที่ป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย นานาประเทศ อย่างแอฟริกาใต้ อาร์เจนตินา ชิลี หรือว่าฟิลิปปินส์ ก็จะมีการดำเนินการหลัก ๆ เช่นนี้ ๑. จัดตั้งให้มีการพิจารณาคดีเพื่อกวาดล้างเจ้าหน้าที่ออกจากตำแหน่ง ดำเนินคดีผู้ละเมิด สิทธิมนุษยชน ๒. การปรองดองซึ่งหาแนวทางฟื้นฟูโดยเน้นไปที่การเสริมสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างคู่ขัดแย้ง และ ๓. ให้อภัยซึ่งกันและกันโดยการนิรโทษกรรมแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ปรับโครงสร้างทางสังคมและสถาบันใหม่ให้ประเทศเดินหน้าต่อ เราจำเป็นที่มองที่หลักการ เป้าหมายของการดำเนินพิจารณาคดีทางการเมืองว่าให้มีการตรวจสอบความจริง รับโทษ ทางกฎหมาย หากเราศึกษาใช้ระบบยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านต้องมีพิจารณาหลักฐาน และข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายค่ะ🔗

แนวทางของร่างกฎหมายของพรรคประชาชนได้เอาแนวทางความยุติธรรม ในช่วงเปลี่ยนผ่านหรือ Transitional Justice แบบสากลมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบท ของประเทศไทยเพื่อหาทางออก แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดมาในบ้านเรา โดยเป้าหมายก็คือทำให้สังคมกลับมาปรองดอง ลดความขัดแย้ง หาทางออกให้กับคนที่มี ความเห็นต่างทางการเมือง แล้วสร้างระบบยุติธรรมที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทราบดีว่าบริบท ของประเทศไทยก็ไม่ได้เหมือนกับในทุกมิติในแต่ละประเทศที่ดิฉันกล่าวมาก่อนหน้านี้ แต่เราก็สามารถพัฒนาขึ้นบนหลักการคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อ สร้างความปรองดอง ให้กับผู้ถูกกระทำ🔗

ประเด็นที่ ๑ จากการนิรโทษกรรมที่มีมาก่อน เคยมีมาก่อนถึง ๒๓ ครั้ง ที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้พูดไปโดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๙ ก็มีการนิรโทษกรรมให้กับคณะรัฐประหาร ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็สะท้อน ให้เห็นว่าเมื่อผู้มีอำนาจทางการเมืองต้องการที่จะลบล้างความผิด รักษาเสถียรภาพ ของตนเองก็ใช้กลไกนิรโทษกรรมมาได้ แต่ทำไมภาคประชาชนถึงต้องเผชิญกับแรงต้านทาน อย่างมหาศาลจากผู้มีอำนาจจนกว่าคำว่านิรโทษกรรมกลายเป็นคำที่ถูกทำให้เลือนราง ที่นักการเมืองหลายคนไม่เอ่ยถึง ไม่สนใจ หรือมีข้อยกเว้นในบางมาตราที่ทุก ๆ ท่านพูดมา ก่อนหน้านี้ ดิฉันขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจงเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่าการนิรโทษกรรม ทางการเมืองในครั้งนี้ต้องครอบคลุมให้มากที่สุดถึงประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ จากการดำเนินคดีจากการเห็นต่างทางความคิดหรือทางการเมืองโดยสุจริตและ สิทธิขั้นพื้นฐาน ดังที่เราได้เห็นในประวัติศาสตร์การนิรโทษกรรม เรามีการนิรโทษกรรม มาแล้ว ๒๓ ฉบับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและข้อหามาตรา ๑๑๒ ก็ยังมีการนิรโทษกรรมในวันที่ ๖ ตุลาคม ความขัดแย้งจะยุติได้ด้วยการนิรโทษกรรมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการคืนความยุติธรรม ในระยะเปลี่ยนผ่าน คืนความเป็นมนุษย์ให้กับความขัดแย้งทางการเมืองทุกฝ่าย หากพรรคเพื่อไทยร่วมมือกับเราการนิรโทษกรรมฉบับนี้จะผ่านโดยแน่นอนค่ะท่านประธาน ดิฉันจึงอยากเรียกร้องไปยังพรรคที่เคยเป็นพรรคที่เป็นประชาธิปไตย ที่อ้างว่าเป็นพรรค ที่เป็นประชาธิปไตย หากพวกท่านยังมีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้หลงเหลืออยู่บ้าง ดิฉันหวังว่า ท่านจะมีความกล้าหาญพอที่จะโหวตกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับของพรรคประชาชน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเกชา ศักดิ์สมบูรณ์🔗

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... แล้วก็มี ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... ในวันนี้ ผมได้เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ในช่วงนั้นมี Mop พันธมิตร หรือ Mop เสื้อเหลืองในขณะนั้นซึ่งมีอย่างมากมาย ซึ่งวันนั้นเราถือว่าเป็นความขัดแย้ง ที่รุนแรงแล้วก็ไม่เคยมีมาก่อนที่มี Mop สีเสื้อเริ่มต้นในวันนั้น วันนั้นผมคิดอย่างเดียวว่า การที่เราทำ Mop เสื้อสีเหลืองในวันนั้นจะทำให้เกิดปัญหาในภายภาคหน้า เพราะจะเกิดการ แบ่งแยก แบ่งพวก แบ่งประชาชนออกเป็นหลาย ๆ ทางในวันนั้น สุดท้ายก็นำมาสู่การ ยึดอำนาจในวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ และต่อจากนั้นจึงได้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ขึ้นมา และมีการเลือกตั้งในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ขณะนั้น แล้วก็ยังมีการเลือกตั้งสมาชิก วุฒิสภาในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ พอเริ่มมาได้อีกไม่นานก็ยังมี Mop เกิดขึ้นอีก ก็เกิดจากความ ขัดแย้งทางการเมืองหลาย ๆ อย่าง จากเสื้อเหลืองพันธมิตรก็ยังมีเสื้อแดงและยังมีเสื้อน้ำเงิน ในขณะนั้น แล้วต่อจากนั้นก็ยังมี Mop กปปส. ขณะนั้นมือตบขายดีเป็นอย่างมากเพราะตบมือ ไม่ไหวมือเจ็บ Mop กปปส. ตั้งแต่ ๒๕๕๖ ใช้เวลาเกือบปีขณะนั้น ผมดำรงตำแหน่งสมาชิก วุฒิสภาอยู่ก็หมดวาระพอดี จึงเป็นเหตุให้มีการยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ในขณะนั้น เพื่อคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมืองให้อยู่ในความสงบในขณะนั้น อีกไม่นานต่อมาหลังจากที่เราประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว ในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ เราก็ยังมี Mop ๓ นิ้วเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นทั้งหมดที่เกิดการประท้วง เกิดความขัดแย้ง ทางการเมือง เกิดความไม่เห็นด้วยมีมาโดยตลอด ในวันนั้นทุกคนก็เกรงว่าบ้านเมือง จะลุกเป็นไฟ จะมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างมากมาย แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี จนมาเป็นที่มา ของวันนี้ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดมานานแล้วเป็นเวลาพอสมควร เราเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ มีพ่อ มีแม่ มีพี่ มีน้องอยู่ด้วยกัน ครอบครัวเล็กก็ยังต้องให้อภัยลูก ให้อภัยหลาน ครอบครัว ใหญ่ ๆ ก็ต้องให้อภัยพี่น้องและครอบครัวของทั้งประเทศด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่มาของในการที่ เราได้มาอภิปราย พ.ร.บ. ฉบับนี้ในวันนี้กัน ความขัดแย้งทางการเมืองจะได้ยุติสิ้นสุดเสียที ก็อยากจะฝากถึง Mop ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่าถ้าเป็นไปได้มีการเจรจา มีการพบปะ มีการพูดคุยกันจะดีกว่าไหม ดีกว่าเกิดเหตุที่ทำให้ประเทศชาติต้องเสียโอกาส ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองในเรื่องเหล่านี้ อดีตก็สอนเรามาแล้วว่าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นการที่หลาย ๆ ท่านได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ทั้งสร้างเสริมสังคมสันติสุข ทั้งนิรโทษกรรมอะไรแล้วก็แต่ เฉพาะชื่อก็ดูเป็นมงคลยิ่งแล้ว ผมก็เชื่อว่าทั้งสภาเรานี้น่าจะให้ ความเห็นชอบทุก ๆ ฉบับที่ผ่านมาวันนี้ ยกเว้นในกรณีที่มีเรื่องในการที่มีการก้าวล่วง นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ใน ๒-๓ ฉบับนี้ก็คงรับหลักการไว้ในการพิจารณา กาลเวลาได้ผ่านไป มาเป็นเวลานานก็อยากให้สังคมได้กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ในร่างฉบับนี้มีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ว่าผ่านแล้วได้เลย ก็ยังถือว่ารอบคอบมาก ยิ่งขึ้น และยังจะต้องดำเนินการกลั่นกรองในคณะกรรมาธิการอีก ก็เชื่อว่าจะมีความรอบคอบ และรัดกุมอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ก็ขอให้พี่น้องทุกท่านที่จะได้รับอานิสงส์ฉบับนี้ได้มี ความสบายใจว่าสภาจะผ่าน พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุขเพื่อประโยชน์สุขแก่พี่น้อง คนไทยทั้งประเทศ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพุธิตา ชัยอนันต์ ครับ🔗

นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน พุธิตา ชัยอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ในอดีตเราเคยมีการนิรโทษกรรมประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์มาแล้ว เราเคย นิรโทษกรรมให้กับนักศึกษาและประชาชนที่ถูกข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคงร้ายแรงกันมาแล้ว และในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมเราก็เคยมีการนิรโทษกรรมในคดีตามมาตรา ๑๑๒ กันมาแล้ว นี่คือข้อเท็จจริง ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมากฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการ ปราบปรามประชาชนที่เห็นต่าง ประชาชนส่วนมากถูกลากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ไม่มี ความเสมอภาค การเปิดประตูในการนิรโทษกรรมในครั้งนี้โดยผ่านกลไกคณะกรรมการ ที่มาจากทุกฝ่าย และมีการพิจารณาคดีอย่างรอบคอบ คือหนทางของการเดินทางไปข้างหน้า ยุติความขัดแย้ง และให้พวกเราอยู่ร่วมกันในสังคมนี้ให้ได้ แต่มีบางท่านในสภาแห่งนี้ กลับบอกว่าคนส่วนหนึ่งไม่ควรที่จะอยู่ในขบวนการของการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ ท่านประธานคะ การบอกว่าพวกเขาคือคนส่วนน้อย แล้วบอกว่าหากรับพวกเขาเข้ามาสู่กระบวนการนิรโทษกรรม จะทำให้กระบวนการทั้งหมดไม่สำเร็จ สิ่งเหล่านี้หรือคะ นี่หรือเป็นวิธีการที่จะทำให้เรายุติ ความขัดแย้ง สิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้ความเจ็บปวดถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นไปเรื่อย ๆ และความขัดแย้ง จะไม่จบ เลิกมองได้แล้วว่าประชาชนคือภัยความมั่นคงของประเทศชาติหรือสถาบันใด ๆ หากเรามองให้ลึก การกระทำความผิดที่ผ่านมานั้นเกิดอยู่ในช่วงเวลาที่ความขัดแย้ง ทางการเมืองมันรุนแรง และส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเหล่านี้ล้วนมีมูลเหตุจูงใจในการกระทำ ความผิด มูลเหตุจูงใจทางการเมืองและกระทำการนั้น ๆ โดยเชื่อว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราไม่ได้บอกว่าที่พวกเขาทำมาทั้งหมดนั้นไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่สิ่งที่ ผิดกฎหมาย ไม่ใช่ แต่เรากำลังจะยุติความขัดแย้งทั้งหมดเพื่อเริ่มต้นใหม่ ท่านประธานคะ เมื่อเหตุการณ์ สถานการณ์ ณ ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วทำไมเราไม่สร้างสังคมและพาให้ พวกเขาเหล่านั้น เยาวชน วัยแรงงานที่เรากำลังจะขาดแคลน บุคคลที่มีคุณภาพทั้งหลายให้ พวกเขาได้กลับคืนสู่สังคม กลับมาใช้ชีวิตปกติ ท่านประธานคะ การนิรโทษกรรมอย่างมีเงื่อนไขตามข้อเสนอในรายงานของกรรมาธิการ วิสามัญเล่มนี้คือแนวทางที่จะทำให้พวกเราออกจากความขัดแย้งนี้ได้ ตัดอคติออกไปก่อน ไม่ต้องไปโฟกัสว่ากฎหมายฉบับนั้น ฉบับนี้มาจากพรรคการเมืองใดหรือมาจากใคร มาจาก พรรคการเมืองฝ่ายค้านที่เป็นคู่แข่งทางการเมือง เพราะพวกเรากำลังที่จะสร้างสังคม ไปด้วยกัน ไม่จำเป็นที่จะต้องมาเล่นการเมืองกันในนี้ มองประโยชน์ของประเทศชาติและ อนาคตของลูกหลานเรา ดิฉันขอร้องว่าขออย่าเพิ่งรีบตัดร่างใดร่างหนึ่งออกจากการพิจารณา ในวันนี้ เพราะว่าหากในวันนี้นั้นเราปฏิเสธแม้กระทั่งการรับหลักการของภาคประชาชน นั่นหมายความว่าเรากำลังบอกว่ารัฐสภาแห่งนี้ไม่มีพื้นที่ให้กับเสียงของประชาชนเกือบ ๔๐,๐๐๐ คนที่ลงชื่อกันตามสิทธิของรัฐธรรมนูญ ดิฉันขอนะคะ อย่างน้อยที่สุดหากพวกท่าน ไม่สามารถทำใจรับร่างของภาคประชาชนที่พูดอย่างตรงไปตรงมา อย่างกล้าหาญ ก็ขอให้ พวกท่านช่วยพิจารณาร่างของพรรคก้าวไกลด้วย เพราะนี่คือร่างที่เปิดกว้างที่สุดแล้ว นี่คือ ร่างที่เปิดพื้นที่ให้กับทุกฝ่ายอย่างประนีประนอมที่สุดแล้ว เราไม่ได้ต้องการที่จะนิรโทษกรรม ให้กับใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และนี่ไม่ใช่การนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ไม่ใช่ การเปิดพื้นที่พูดคุยนี่ต่างหากคือหนทางของการยุติความขัดแย้งและการสร้างความเข้าใจ ร่วมกัน เราจะอยู่กันได้อย่างไรถ้าหากว่าแม้กระทั่งในสภาแห่งนี้เรายังปิดโอกาส ปิดปากเสียง ของประชาชน ดิฉันไม่ได้ขอร้องให้ทุกท่านในที่นี้เห็นด้วยกับรายละเอียดทุกถ้อยคำในร่าง ทั้ง ๒ ร่าง คือร่างของภาคประชาชนแล้วก็ร่างของพรรคก้าวไกล แต่ขอให้ทุกท่านช่วยเปิดใจ เปิดโอกาส เปิดพื้นที่ให้กับบุคคลที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากท่าน ให้พวกเขาได้รับโอกาส ได้รับความเป็นธรรม พวกท่านไม่ทราบหรอกค่ะ จนกว่าวันใดวันหนึ่งบุคคลเหล่านี้จะเป็น คนในครอบครัวของพวกท่าน ดิฉันเห็นภาคประชาชนพยายามสื่อสารบอกว่าบุคคลเหล่านี้ คือคนธรรมดา คือพ่อ คือแม่ คือลูกของใครบางคนอยู่ แต่มันน่าเจ็บปวดใจมากว่าแม้ในสภา แห่งนี้ คนที่มาจากผู้แทน มาจากเสียงของประชาชนก็ไม่สนใจเลยว่าพวกเขาจะเป็นเสาหลัก เป็นครอบครัว เป็นพ่อเป็นแม่ของใคร ท่านผู้แทนราษฎรทุกท่านถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง ยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมาเรามีผิดพลาดแล้วขอให้แก้ไขให้มันถูกต้อง และเพื่อให้สถาบัน พระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในความขัดแย้งและอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองอย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอโอกาสในการ อภิปรายเรื่องพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขและอภิปรายเรื่องพระราชบัญญัติ ที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ นิรโทษกรรม คำว่าสันติสุขมันมีผลอย่างมากต่อทั้งอดีต ปัจจุบัน และเพื่ออนาคต ทุกครั้งที่ประเทศใด ๆ ก็ตามมีสันติสุข โดยเฉพาะมันจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคมหรือแม้กระทั่งการมีศักยภาพทางการเมือง ลองเปรียบเทียบกับประเทศทาง สแกนดิเนเวียสิครับ เศรษฐกิจเขามีความมั่นคง การเมืองเขามีความมั่นคง สังคมก็ มีความมั่นคงครับ ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ให้ฟินแลนด์หรือว่าไอซ์แลนด์ก็จะเป็นประเทศที่มี ความสุขที่สุดในโลกหรืออย่างไร ท่านประธานครับ ก่อนที่เราจะพูดถึง เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้นำเรียนว่าเรามี พ.ร.บ. นิรโทษกรรมทั้งหมด ๒๓ ฉบับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะพูดก็คือต้องเรียนรู้ในเรื่องของอะไรคือ บ่อเกิดของปัญหา ทำไมถึงมีการนิรโทษกรรม ทำไมถึงเกิดปัญหาเหล่านี้ ทำไมถึงเกิดความ ขัดแย้ง เมื่อไม่มีความขัดแย้งถึงจะมีความสันติสุขและมีความสามัคคี ประเทศไทยนั้นเรามี รัฐประหารมาทั้งหมด ๑๓ ครั้ง เรามีผู้ที่พยายามรัฐประหารแต่ไม่สำเร็จอีกประมาณอีก ๑๒ ครั้ง หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่ากบฏ แล้วในกฎหมายนิรโทษกรรม ๒๓ ฉบับนั้นมันมี กี่ประเภท ผมยกตัวอย่าง มันมีการยกโทษให้สำหรับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๑ ฉบับ ยกโทษนิรโทษกรรมให้กับคณะรัฐประหารอีก ๑๑ ฉบับ นิรโทษกรรมให้กลุ่มที่พยายาม รัฐประหารอีก ๖ ฉบับ แล้วที่สำคัญนิรโทษกรรมให้กลุ่มผู้ชุมนุมหรือการชุมนุมใหญ่อีก ๓ ฉบับ แล้วมีนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มผู้ต่อต้านญี่ปุ่นอีก ๑ ฉบับในช่วงสงครามโลก แล้วอีก ๑ อย่าง มีการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ต้องขังในการต่อคณะปฏิวัติ มีอยู่ ๓ ท่านถ้าผมจำไม่ผิด คือท่านบุญเกิด ท่านอุทัย แล้วก็ท่านอนันต์ ท่านเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหาร ปี๒๔๗๖ ปี ๒๔๙๐ ปี ๒๔๙๔ ปี ๒๕๐๐ ปี ๒๕๐๑ จนถึง กระทั่ง ปี ๒๕๕๗ อะไรที่ทำให้เกิดรัฐประหาร บางครั้งเป็นความขัดแย้งกันระหว่างเจ้าหน้าที่ ของรัฐกับพี่น้องประชาชน บางครั้งเป็นความขัดแย้งระหว่างพี่น้องประชาชนด้วยกัน หรือแม้กระทั่งการเกิดการผู้พยายามที่จะทำรัฐประหารแต่ไม่สำเร็จ บางครั้งก็อาจจะเป็น ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและพี่น้องประชาชน หรือพี่น้องประชาชนด้วยกันเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีเหตุการณ์ใดทั้งอดีตและปัจจุบันไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อย่างที่ ผมนำเรียน เมื่อเกิดขึ้นแล้วเศรษฐกิจเราพัง เมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ๒๐ ปีที่ผ่านมา เราเสียหายไปนับ ๒ ล้านล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นภาคส่งออกหรือภาคนำเข้า ภาคสังคม การศึกษาเราต้องเปลี่ยนแปลงอย่างไร โดยเฉพาะภาคการเมืองเรามีความหลากสี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันทำให้เกิด พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุขขึ้นมา หรือแม้กระทั่ง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม หรือแม้กระทั่งการนิรโทษกรรมโดยพิธีรัชมังคลาภิเษก สมโภชสิริราชสมบัติ ทีนี้กฎหมาย นิรโทษกรรมที่ผมจะเน้นย้ำคือกฎหมายนิรโทษกรรมเหตุการณ์ชุมนุมใหญ่ที่มีการลบล้าง ความผิดโดยไม่มีข้อยกเว้นจาก ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และครั้งสุดท้ายคือ พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ ผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็คือพี่น้องประชาชน คือผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรม คือพี่น้องประชาชนและจ้าหน้าที่ของรัฐทั้ง ๓ เหตุการณ์ เพราะฉะนั้นคือสิ่งที่จะ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมหรือ พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุขเราจะต้องมีมาตราอย่างไร กำหนดอย่างไร สิ่งต่าง ๆ ผมจะพูดต่อไปหลังจากนี้ ผมขอพูดในเรื่องของประวัติศาสตร์การเรียนรู้ก่อนว่า อะไรทำให้เกิดการนิรโทษกรรม เพราะมีความแตกแยก มีความขัดแย้ง เราจะทำอย่างไร ให้เห็นต่าง แตกต่างแต่ไม่แตกแยก ดินสอมันมีหลากสี แต่ทำไมมันยังรวมอยู่ในกล่องเดียวกันได้ แล้วใกล้ชิดกันด้วย ผมอยากให้มองภาพตรงนี้ว่าอยู่ ๆ ดินสอสีมันมีมากมายหลายสี แต่อยู่ รวมกล่องเดียวกันแล้วใกล้ชิดกันด้วย อีกอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องของกฎหมายมันเกิดขึ้น ได้อย่างไร Civil Law จารีตประเพณี จารีตทำให้เกิดประเพณี ประเพณีและจารีตทำให้เกิด เป็นกฎหมาย เพราะฉะนั้นกฎหมายและจารีตหรือประเพณีที่เป็นบ่อเกิดของกฎหมายนั้น แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาท ไม่อย่างนั้นเราจะเกิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ อย่างไร สมัยก่อน ๑๐ ปีที่ แล้วเรามี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ไหม เรามีการดูหมิ่นหรือนินทา หรือหมิ่นประมาทบุคคล เรามีการลงโทษอย่างนี้ไหม มันไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งต่าง ๆ ที่บอกว่า จารีตประเพณีเป็นกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่โดยเฉพาะเรื่องของมาตรา ๑๑๒ เป็นจารีตประเพณีของประเทศไทย เราดำเนินการมาอย่างนี้ตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งต่าง ๆ ที่ผมนำเรียนว่าเราควรจะต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ก่อนว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือบ่อเกิดของความขัดแย้ง ทีนี้ใน พ.ร.บ. แต่ละ พ.ร.บ. มันก็จะมีในเรื่อง ของคณะกรรมการสร้างเสริมสันติสุข คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดกระทำความผิด ตรงนี้ คือคุณสมบัติแต่ละท่านมาอย่างไร แล้วมีการคัดสรรอย่างไร ตรงนี้ที่ผมเป็นกังวลและห่วง ก็ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วย ถ้าเกิด พ.ร.บ. ทั้ง ๕ ฉบับนี้ผ่านไป ระยะเวลากี่ปีอาจจะ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ แต่ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสร้างเสริมสันติสุข คณะกรรมการวินิจฉัยการกระทำ ความผิดต้องมีภาคประชาชนร่วมด้วย และที่สำคัญเราควรจะต้องมีภาคเยาวชน ควรเริ่ม ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปีด้วยเพราะเยาวชนปัจจุบันนี้เริ่มมีความคิดความอ่านแล้ว อีกอย่างหนึ่ง อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวินิจฉัย อำนาจหน้าที่ของกรรมการวินิจฉัยทั้ง พ.ร.บ. สร้าง เสริมสังคมสันติสุขและ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ท่านจะกำหนดขอบเขตเขาอย่างไรให้เขา วินิจฉัยได้อย่างตรงไปตรงมาแล้วถูกต้อง เพราะเป็นอะไร เพราะคือการป้องกันไม่ให้เกิด ความแตกแยกและความขัดแย้งในอนาคต ผู้ที่ถูกนิรโทษกรรมแล้วจะต้องรู้ว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่มีใครผิด ใครถูก มีแต่ประเทศเสียหายเท่านั้น เมื่อประเทศเสียหายประชาชน พี่น้องคนไทยก็เสียหายเช่นกัน และอีกอย่างหนึ่งการกระทำเหล่านี้ที่ไม่อาจนิรโทษกรรมได้ อันนี้ผมยอมรับไม่ได้แล้วผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านยอมรับไม่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่อง ๑. การทุจริต ๒. เรื่องความโปร่งใส ๓. เรื่องความประพฤติมิชอบ อันนี้ผมก็เชื่อว่า เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้พูดไปแล้ว และที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือผู้ที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ท่านประธานครับ คณะกรรมการทุกท่านผมมองว่าเราจะคัดสรรอย่างไรตรงนี้เป็นสิ่งที่ฝาก ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยที่เราจะเลือก เพราะฉะนั้นอย่างที่ผมนำเรียน ดินสอมีหลากสี ดินสอสี ดินสอไม้ ยังรวมอยู่กล่องเดียวกันได้ และมีความใกล้ชิดกัน และที่สำคัญเราเขียนอยู่บนกระดาษสีขาวใบหนึ่งเราอยากให้ประชาชนต่อจากนี้ ลูกหลาน เราต่อจากนี้ให้เป็นผ้าขาวให้รับรู้ว่าประเทศไทยคืออยู่บนประเทศที่มีแต่ความบริสุทธิ์ มีความสามัคคี มีแต่ความสันติสุข เพราะฉะนั้นผมฝากความหวังไว้กับคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าขอให้ พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... และ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... นี้ จะทำให้ไม่เกิดความขัดแย้งหรือความแตกแยกต่อสังคมไทย และประเทศไทย ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินการถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เชิญครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนประชาชนจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ทั้ง ๕ ฉบับที่เสนอเข้ามาในการพิจารณา ของเราครั้งนี้ผมอ่านเบื้องต้นแล้วก็ชื่นใจที่เห็นทุกฝักฝ่ายเห็นความสำคัญของการนิรโทษกรรม ครั้งนี้ เพราะว่าทั้ง ๕ ฉบับที่เสนอเข้ามาล้วนแล้วแต่มีหลักการและเหตุผลเหมือนกัน ทุกประการเลย แต่ท่านประธานปีศาจมันชอบซ่อนอยู่ในรายละเอียด พอเราเข้าไปดูในแต่ละ มาตราลงไปดูในรายละเอียดมันมีอะไรแปลก ๆ เพราะบางฉบับที่เสนอเข้ามาวันนี้เนื้อหา ข้างในมันไม่ตรงปก ผมจึงต้องขอตั้งข้อสังเกตต่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ผู้เสนอได้ บรรจงตั้งชื่อให้กับกฎหมายฉบับนี้ออกมาได้บังเอิญเหมือนกันเป๊ะ ๆ กับอีก ๒ ฉบับเลยว่า พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... โดยเนื้อหารวมจริง ๆ แล้วไม่ได้แตกต่างกันมาก ที่ผมจำได้แม่น ๆ เลยก็คือไม่รวมมาตรา ๑๑๒ เหมือนกัน เพราะว่าผมฟังท่านอภิปราย ย้ำแล้วย้ำอีก ๆ ว่าไม่รวมมาตรา ๑๑๒ มาหลายชั่วโมงแล้ว อีกอันหนึ่งที่จำได้คือการนิรโทษกรรม จะไม่รวมคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งก็ไม่รู้เกี่ยวอะไรกับเรื่องทุจริตและประพฤติมิชอบ การนิรโทษกรรมผู้ต้องหาคดีที่เกิดจากการประท้วง การชุมนุม คดีที่เรียกร้องทางการเมือง ย้อนกลับไป ๒๓ ครั้งในอดีตมันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวกับทุจริตและประพฤติมิชอบอยู่แล้ว เอามา ใส่ไว้ทำไม มันคนละเรื่องเลย คือถ้าเขียนให้หล่อ ๆ ไม่ต้องเขียนให้มันเกะกะ ตรงที่ต่าง มันก็มีอยู่นิดหน่อย อย่างเช่นร่างของพรรคพลังธรรมใหม่เป็นร่างนิรโทษกรรมที่เรียกว่า สุดซอยกว่าร่างอื่น ๆ นิดหนึ่งเท่านั้นเอง ก็คือจะมีการนิรโทษกรรมให้กับเจ้าหน้าที่รัฐด้วย เจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ใช้ความรุนแรงกับประชาชนโดยความจงใจ ก็จะพ้นผิดไปด้วย ท่านประธาน ประชาชนไปประท้วงมันเป็นสิทธิ ออกไปชุมนุมมันเป็นสิทธิ แต่เจ้าหน้าที่รัฐทำร้ายประชาชนมันไม่ใช่สิทธิ เอาไม้ไปฟาดประชาชน กระทืบประชาชน ยิงประชาชนจนถึงแก่ชีวิตมันไม่ใช่สิทธิ ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ใช่อำนาจที่จะทำได้ เรื่องนี้ให้อภัย ไม่ได้ ทหาร ตำรวจสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง ทำร้ายผู้ชุมนุมจนไปถึงประชาชน เสียชีวิตมันให้อภัยไม่ได้ ท่านประธานผมย้ำอีกรอบ ทีนี้มีอะไรบ้างร่างที่ชื่อไพเราะ เมื่อสักครู่มันแตกต่างจากร่างที่เหลือของฝ่ายประชาชนที่เสนอเข้ามากับของพรรคประชาชน อย่างแรกเรื่องกรอบเวลา ร่างของพรรคประชาชนเสนอให้เริ่มตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ ซึ่งก็เป็นวันที่กองทัพออกมายึดอำนาจทำรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งก็ถ้าเริ่ม วันนี้ก็สมเหตุสมผล แล้วก็เริ่มวันนี้แล้วก็ไปจบจนถึงวันที่กฎหมายประกาศใช้ของ พรรคประชาชนเริ่มตั้งแต่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ถอยลงไปหน่อยหนึ่ง ถอยลงไปจากร่างแรกเพื่อจะ ได้ครอบคลุมการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรหรือที่เราเรียกว่ากลุ่ม Mop เสื้อเหลือง แต่ของ พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... จะให้เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ นั่นคือย้อนไปก่อน รัฐประหารเกือบ ๒ ปี ไม่รู้จะย้อนไปช่วยใคร หรือท่านอาจจะมีความรอบคอบ ผมอาจจะคิด ไปเอง ท่านอาจจะคิดว่ามันยังไม่ครอบคลุมนักโทษคดีการเมืองอื่น ๆ ที่ท่านอาจจะไม่เคย เห็นข่าวหรือเปล่า ท่านกลัวจะไม่ครอบคลุมทั้งหมดท่านเลยต้องย้อนไปไกลอีกเกือบ ๒ ปี แต่มันแปลก ๆ ตรงที่ท่านย้อนไปตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ แต่กลับมาสิ้นสุดแค่ปี ๒๕๖๕ ทำไม เป็นอย่างนั้นครับ อันนี้เราอยู่ปี ๒๕๖๘ แล้ว จะให้สุดแค่ปี ๒๕๖๕ ท่านประธาน ข้อมูลจาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนบอกว่าวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป จนถึงวันนี้ มีคดีทางการเมืองอย่างน้อย ๒๔ คดี จำเลย ๙๒ คนแล้ว นี่เข้า Google หน้าแรกก็เจอเลย ทำไมท่านไม่ห่วงเลยหรือว่าจะมีคนที่โดนคดีหลังปี ๒๕๖๕ เท่าไร แต่ท่านดันไปห่วงว่าจะมี คนโดนคดีก่อนปี ๒๕๔๙ ขนาดไหน เลยเริ่มนับตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ แล้วมาสิ้นสุดปี ๒๕๖๕ ๙๒ คน เป็นอย่างน้อยที่ถูกกล่าวหาในความผิดซึ่งจะได้รับนิรโทษกรรมด้วยตามบัญชี แนบท้ายที่ท่านแนบมานี้ เป็นความผิดที่อยู่ในบัญชีแนบท้าย แต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุอยู่หลัง ปี ๒๕๖๕ ซึ่งก็จะอดไป ๙๒ คน แน่ ๆ แล้ว คือตั้งใจจะเอาแค่กลุ่มของตัวเองล้วน ๆ เลยหรือ ท่านไม่คิดสักแว๊บหนึ่งเลยหรือว่าหลังปี ๒๕๖๕ จะมีประชาชนโดนคดีอะไรบ้างหรือเปล่า ท่านประธาน พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ไม่ได้ Care ประชาชนเหมือนอย่างที่ เขียนไว้ในหลักการและเหตุผลเลย มีอะไรที่ต่างอีกท่านประธาน บัญชีแนบท้ายครับ กับความผิดที่ระบุไว้ว่าอะไรบ้างที่นิรโทษกรรมได้ ซึ่งไม่มีคดีที่ประชาชนในช่วงหลัง ๆ โดนกันเลย คดีเกี่ยวกับการใช้เสียง มีโบราณสถาน คดีธงชาติ ละเมิดอำนาจศาล ไม่มีเขียนไว้ ไม่ทำการบ้านเลย ไม่ศึกษาเลยว่าคดีการเมืองหลัง ๆ มีอะไรกันบ้าง เหมือนท่านไม่ได้ Care ไม่สนใจมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สรุปว่าท่านแค่ยื่นร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ผมขออนุญาตอ่านช้านิดหนึ่งกลัวอ่านผิดชื่อยาว แค่ต้องการจะเป็นคนถือธงนำในการ พิจารณาในวาระต่อ ๆ ไปหรือครับ เพราะว่าท่านจะได้เป็นร่างหลักอย่างนั้นหรือครับ ผมว่าไม่ เพราะถ้าไปอ่านในรายละเอียดชัด ๆ แล้วจะเห็นว่า พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ฉบับนี้นิรโทษความผิดอะไรบ้าง ความผิดฐานความมั่นคงของรัฐ มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๗ ก็คือคดีกบฏทั้งหลาย ความผิดเกี่ยวกับการ ก่อการร้าย ที่น่าสนใจคือความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางแพ่งต่อหน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจทั้งปวง ให้ความรับผิดเป็นอันระงับสิ้นไป โอ้โฮ ท่านลงรายละเอียดขนาดนี้ สุดยอด นี่มันคดี กปปส. ทั้งนั้นเลยนะครับท่านประธาน นี่คดี กปปส. ทั้งนั้นเลย ทำไม ไม่เขียนชัด ๆ ไปเลยว่าความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางแพ่งต่อบริษัทท่าอากาศยาน หรือว่าสนามบินสุวรรณภูมิ เขียนไปแบบนี้เลยไม่ต้องตีความ มาตรา ๖ อีก ผู้เสนอลง รายละเอียดบุคคลที่ได้นิรโทษกรรมไปลึกเลย บอกว่าความเสียหายทางแพ่งต่อหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจด้วยนะ ใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้ แต่ไม่คิดจะหาข้อมูลเลยว่าหลังปี ๒๕๖๕ มีคน โดนคดีทางการเมืองกี่คน พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... นิรโทษกรรมไปถึง ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. ความผิดที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย อย่าเปลืองหมึกเลย เขียนไปเลยสั้น ๆ ว่าจะนิรโทษกรรมให้กับการขัดขวางการเลือกตั้งในปี ๒๕๕๗ พรรคพวกท่านที่ถูกตัดสิทธิไป ๕ ปีจะได้กลับมาสักทีก็แค่นั้น ท่านประธานสุดท้ายแล้วครับ ผมคิดว่าผมได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า มีอะไรแอบแฝงอยู่ เจตนารมณ์ของร่าง พ.ร.บ. ที่ชื่อว่าสร้างเสริมสังคมสันติสุข ก็อยากให้ เพื่อนสมาชิกพิจารณาดูว่ามันเป็นอะไรที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากแค่ไหน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีสาระสำคัญของกฎหมาย ไม่ได้สอดคล้องอะไรกับหลักการและเหตุผล ที่เขียนไว้สวยหรูในหน้าแรกเลยสักนิดเดียว หลอกลวงกันชัด ๆ สนใจแค่พวกพ้องตัวเอง อ้างประชาชน อ้างมาตรา ๑๑๒ บอกไม่รวม มาตรา ๑๑๒ แต่มาตรา ๖ นี้เอาคดีทางแพ่ง ที่ตัวเองโดนปรับ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท มาใส่ไว้เฉยเลย ผมคิดว่าสุดท้ายแล้วถ้าท่านจะเอา แบบนี้ท่านเปลี่ยนชื่อเถอะครับ พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ไม่เอาหรอก ผมว่าเรียกยาก มากเลย ส ก็เยอะ เป็นร่าง พ.ร.บ. กปปส. สันติสุขทั่วกันดีไหมผมเสนอ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชญาภา สินธุไพร เชิญครับ🔗

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชญาภา สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถือเป็นกฎหมายสำคัญอย่างยิ่งฉบับหนึ่งกับประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งทางการเมืองของ สังคมไทยที่ก่อตัวมาอย่างยาวนานต่อเนื่องกว่าเกือบ ๒๐ ปีจนมาถึงปัจจุบัน เกิดความ เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน อิสรภาพของประชาชน มีประชาชนที่ต้องคดีความ ทางการเมืองจากการต่อสู้เรียกร้องทางการเมืองจากทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายเช่นเดียวกัน เชื่อว่า สมาชิกหลายท่าน ณ ที่นี้จำนวนไม่น้อยก็ล้วนแล้วเคยผ่านเหตุการณ์และเผชิญกับเหตุการณ์ ทางการเมืองในห้วงเวลาดังกล่าวมาแล้วต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งดิฉันเองก็เป็นอีก ๑ คน ที่เติบโตและสัมผัสกับขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกับพี่น้องคนเสื้อแดงหรือพี่น้อง นปช. ในฐานะลูกสาวแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งขบวนการเคลื่อนไหวของพี่น้องคนเสื้อแดงในครั้งนั้น ภายใต้เงื่อนไขเดียวคือเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แต่กลับถูกตอบโต้จากทางรัฐ โดยการใช้อำนาจเข้ากวาดล้าง ไล่ล่า เข่นฆ่าประชาชน เรียกร้องหีบบัตรแต่กลับได้หีบศพค่ะ ดิฉันยังจำวินาทีชีวิตที่ต้องวิ่งหนีกระสุนเอาชีวิตรอดพร้อมกับมารดาจากการเข้าร่วมชุมนุม ทางการเมืองในเวลานั้น และดิฉันสัมผัสชีวิตเรือนจำในฐานะญาติผู้ต้องขังนับแรมปี เพราะว่า บิดาของดิฉันต้องเดินเข้าออกคุกไม่ต่ำกว่า ๕ ครั้งเพราะอุดมการณ์ทางการเมืองและ ความเห็นต่างทางการเมือง นอกจากนี้ยังมีพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงที่ร่วมต่อสู้ เคียงไหล่ใกล้บ่า ยังมีพี่น้องประชาชนผู้ที่เคลื่อนไหวแสดงออกทางการเมืองจากทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียอิสรภาพ ที่ยังต้องเผชิญชะตากรรม และยังต้อง เดินขึ้นโรงขึ้นศาล เดินเข้าออกเรือนจำ มีคดีความติดตัว พลัดพรากจากครอบครัวกว่า ทศวรรษ จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในห้วงเวลาที่ผ่านมา ที่ยังเฝ้ารอคอย ความเป็นธรรมและปรารถนาจะได้กลับมาใช้ชีวิตโดยที่ไม่ต้องมีคดีติดตัวและกลับมามีชีวิต ที่ปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นเมื่อบริบทสังคมทั้งฝ่ายการเมือง พรรคการเมือง และประชาชน ต่างก็หยิบยกเรื่องนิรโทษกรรมขึ้นมาถกเถียง ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแสวงหาจุดร่วมและ หาทางออกร่วมกันในสังคม เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองที่มีต่อเนื่องมาในอดีต และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางการเมืองดังกล่าว วันนี้เราต้องเปิดใจ ให้กว้างมองเห็นความแตกต่างหลากหลายของผู้คนซึ่งเป็นความจริงที่ต้องดำรงอยู่ในสังคม ประชาธิปไตย การนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองจึงมีความจำเป็น ที่จะต้องนิรโทษกรรมให้คนเป็นและทวงคืนความเป็นธรรมให้กับวีรชนที่เสียชีวิต นิรโทษกรรมจึงเป็นกระบวนการหนึ่งที่จะเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง ทางการเมือง เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทา เยียวยา ต่อสู้ให้กับผู้ที่สูญเสีย แล้วก็ผู้ที่ถูก ดำเนินคดีจากการต่อสู้ทางการเมือง ในการใช้เสรีภาพในการแสดงออกจากการชุมนุม และนำไปสู่การสร้างบรรยากาศของการปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่เป็นการเพิ่มความขัดแย้งใหม่ หลายคนอาจจะมีคำถามนึกคิดอยู่ในใจว่าผ่านมาก็ หลายปีแล้วหลายคนก็ติดคุกจนออกมาแล้วแล้วนิรโทษกรรมไปทำไม ท่านประธานคะ การนิรโทษกรรมไม่ใช่การปล่อยให้ลอยนวลพ้นผิด ไม่ใช่การทำให้ลืมอดีต แต่เป็นการ เก็บอดีตเป็นบทเรียนเพื่อเดินหน้าต่อ คือการคืนศักดิ์ศรี คืนความเป็นธรรม ลบล้างมลทิน ให้กับประชาชนจากการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมและการกลั่นแกล้งทางการเมือง หากมองไปที่ประสบการณ์ของนานาประเทศเราจะเห็นว่านิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือหนึ่ง ของกระบวนการสันติภาพ การนิรโทษกรรมเป็นมาตรการที่หลายประเทศทั่วโลกนำมาใช้ เพื่อเป็นวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการคลี่คลายปมปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมือง การปรองดองในสังคม หรือการยุติความขัดแย้งภายหลังเหตุการณ์สำคัญ ต่าง ๆ อาทิเช่น ในประเทศแอฟริกาใต้หลังจากการต่อสู้อคติทางเชื้อชาติได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการความจริงและการปรองดอง เพื่อให้คู่ขัดแย้งทั้ง ๒ ฝ่ายมาเปิดเผยข้อเท็จจริง และยกเลิกคดีความและเดินหน้าร่วมกันสร้างชาติ ในชิลีและอาร์เจนตินาก็ใช้กระบวนการนิรโทษกรรมบางส่วนเพื่อยุติวงจรความรุนแรงและ บาดหมางจากการรัฐประหารและสงครามกลางเมือง ไอร์แลนด์เหนือในปี ๑๙๙๘ ได้มีการ นิรโทษกรรมและปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองจำนวนมากเพื่อให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่านิรโทษกรรมไม่ใช่การปล่อยให้ใครลอยนวล แต่เป็นการยอมรับว่า ในบางช่วงของประวัติศาสตร์สังคมจำเป็นต้องคืนศักดิ์ศรี ลบมลทิน และสร้างสังคมใหม่ บนรากฐานของความเป็นธรรมเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาตามที่ เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้วว่าการนิรโทษกรรมเคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้วในอดีต แต่ตลอด ความขัดแย้งเกือบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา คนกลุ่มเดียวที่ไม่มีคดีความใด ๆ เลยคือคณะรัฐประหาร แต่ประชาชนคนที่ออกมาด้วยเหตุจูงใจทางการเมือง และออกมาเรียกร้องต่อสู้เชื่อว่า ต่างก็มีเจตนาบริสุทธิ์และปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ดังนั้นควรคืนสิทธิในการเป็นผู้บริสุทธิ์ แก่ประชาชนให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม จึงถือเป็นนิมิตหมายอันดีเพื่อหมุดหมายในการคืนชีวิตใหม่ให้ประชาชน ให้สังคมเริ่มต้นใหม่ เดินหน้าต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชตวัน เตือประโคน เชิญครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทน พี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ในครั้งนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเริ่มต้นด้วยประโยคของเพื่อนสมาชิกท่านผู้อาวุโสที่เคารพ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งได้อภิปรายไว้ในการพิจารณารายงานของกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการตรากฎหมายนิรโทษกรรม เมื่อตุลาคมที่ผ่านมาว่าวาระนี้ไม่ใช่ โอกาสให้ใครมาแข่งกันแสดงความจงรักภักดี ว่าถ้าเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมแสดงว่า ไม่จงรักภักดี ถ้าไม่เห็นด้วยจึงจะแสดงว่าจงรักภักดี ผมจำได้แม่นแล้วก็คิดว่าการพิจารณา ร่างกฎหมายในวันนี้ก็เช่นกัน นี่เป็นการพิจารณากฎหมายที่จะช่วยคืนเสรีภาพ คืนพ่อแม่ ให้กับลูก คืนลูกให้กับพ่อแม่ และคืนความปกติให้กับสังคม ไม่ควรมีใครที่จะต้องมาติดคุก ติดตะรางเพียงเพราะว่าเขาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอย้อนความหลังเรื่องนิรโทษกรรมให้ฟังสักเล็กน้อย ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ของประเทศไทยซึ่งกินระยะเวลายาวนานเกือบ ๒ ทศวรรษ ผ่าน Mop สารพัด นักโทษ ทางความคิดขึ้นศาลเข้าออกเรือนจำกันเป็นว่าเล่น มีผู้เสียชีวิตในที่ชุมนุม มีผู้เสียชีวิตในคุก ในตะราง และความขัดแย้งนี้ที่มันได้ทำให้ประเทศไทยจมปลักเป็นประเทศกำลังพัฒนา ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้สักที ยิ่งระลอกล่าสุดกับการชุมนุมของ พี่น้องประชาชน เยาวชน นักเรียนนักศึกษา ในปี ๒๕๖๓ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน การเอา เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ไปจับกุมคุมขังก็เหมือนกับเอาอนาคตของประเทศไทยไปขัง นั่นล่ะ สถานการณ์อย่างนี้มองอย่างไรก็ไม่เห็นอนาคต หดหู่ สิ้นหวัง ถ้าเยาวชนคืออนาคต ของชาติ ถ้าเล่นเอาเยาวชนที่มีความคิดความอ่าน มีความตื่นรู้ตื่นตัวทางการเมืองไปจับกุม คุมขัง ชาติจะมีอนาคตได้อย่างไร ดังนั้นจึงมีการคิดเรื่องนี้ข้อเสนอเรื่องนิรโทษกรรมให้กับ ประชาชนเกิดขึ้นมาในสภาผู้แทนราษฎรของเรา เสนอเข้ามาทั้งร่างของพรรคก้าวไกล ในเวลานั้น ร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่างของพรรคครูไทยเพื่อประชาชน รวมถึงร่าง ของภาคประชาชน แต่พลันที่มีข่าวการเสนอร่างกฎหมายเหล่านี้เข้ามาสู่สภาแทนที่เราจะได้ เดินหน้าตอนนั้นได้พิจารณากันทันที และหากมีการเสนอมาจาก ครม. ด้วย มันก็จะพิจารณา เร็วขึ้นก็จะทำให้มีกฎหมายเลื่อนพิจารณาเร็วขึ้น แต่การณ์ก็กลับกลายเป็นว่าเสรีภาพของ ประชาชนก็ต้องล่าช้าออกไปอีกครับ เพราะต้องมาตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาขึ้นมาก่อน นานถึง ๖ เดือนก่อนที่จะคลอดออกมาแล้วก็มีการพิจารณารายงานจนเกิดเหตุการณ์ จนเกิด ประโยคของท่านสมาชิกผู้อาวุโสในวันนั้นซึ่งผมชอบมากแล้วก็เอามาเปิดอภิปรายในวันนี้ เพราะการอภิปรายครั้งนั้นมีการอ้างความจงรักภักดี แล้วอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการให้มี การนิรโทษกรรมคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง อย่างคดีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๑๒ ทั้ง ๆ ที่กฎหมายมาตรานี้ถูกใช้เพราะมูลเหตุทางการเมือง ท่านประธาน สำหรับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้เป็นร่างกฎหมายครับ เป็นการพิจารณา ในวาระแรกขั้นรับหลักการอยากให้พิจารณา นี่คือกฎหมายที่พิจารณาในเรื่องของอิสรภาพ ของประชาชน นี่คือความเป็นความตายของประชาชน เปิดใจครับ ทำความเข้าใจสักนิด ท่านจะพบว่าคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่เกิดขึ้นโดยมาก นับตั้งแต่มีความขัดแย้งในสังคมเป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย มีการใช้ มาตรานี้กลั่นแกล้งกันและทำลายกันอย่างชัดแจ้ง ยกตัวอย่างบ้านอยู่ที่เชียงใหม่ โพสต์แสดงความคิดเห็นทางการเมืองใน Social Media ถูกคนในกรุงเทพฯ ไปฟ้องร้อง คดีอาญา มาตรา ๑๒ ที่ปัตตานี อย่างนี้ไม่เรียกว่ากลั่นแกล้งกัน ไม่เรียกว่าแรงจูงใจ ทางการเมือง แล้วก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้วครับ และที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากจะเน้นย้ำ ในการอภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่รวมคดีอาญา มาตรา ๑๒ ด้วยในวันนี้ และวอนไปถึงเพื่อนสมาชิกดังนี้ว่านิรโทษกรรมให้กับประชาชนในความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่มีเหตุจูงใจทางการเมืองไม่ได้เท่ากับแก้ไขมาตรา ๑๑๒ นิรโทษกรรมให้กับประชาชนในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ที่มีเหตุจูงใจทางการเมืองไม่ได้เท่ากับยกเลิกมาตรา ๑๑๒ กฎหมายฉบับนี้ยังคงอยู่ การเสนอ ร่างกฎหมายครั้งนี้คือต้องการนิรโทษกรรมประชาชนที่ถูกดำเนินคดีที่ต้องติดคุกติดตะราง เพียงเพราะเขาเห็นต่างทางการเมือง ท่านเพื่อนสมาชิกได้โปรดพิจารณา พิสูจน์ให้เห็นว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภาของเราเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนได้ คืนเสรีภาพให้ประชาชน คืนความปกติให้สังคมครับ ผมขอสนับสนุน การนิรโทษคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองทุกกรณี ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมี Model ความสำเร็จจาก ๕ ประเทศที่เขาใช้เป็น เครื่องมือในการก้าวออกจากความขัดแย้งเป็น Model ที่ถือว่าเป็นกรณีระดับ World Class เป็นเคสระดับตำนาน วันนี้ถ้าเราพูดเรื่องของการสร้างสันติสุข สันติสุขจะเกิดได้ไม่ได้ หมายความว่าประเทศนั้นต้องไม่มีความขัดแย้ง แต่สันติสุขเกิดได้เกิดจากการยอมรับว่ามันมี ความขัดแย้ง มีความเห็นต่างในสังคม แต่เขาเรียนรู้เพื่อจะแสวงหาแนวทางในการอยู่ร่วมกัน อย่างสันติวิธี เราไปดู ๕ Model ที่เป็นต้นแบบของโลก ความจริงเพื่อนสมาชิกหลายท่าน พูดเรื่องแอฟริกาใต้ครับ ประเทศนี้มีความขัดแย้งแบ่งแยกเรื่องสีผิวครับ ทะเลาะกันมาหลายสิบปี แต่ว่า เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ก็เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อจะยอมรับความจริง และการปรองดอง หัวใจสำคัญที่แอฟริกาใต้ก้าวข้ามความขัดแย้งคือการยอมรับความเห็นต่าง ในสังคม ยอมรับที่จะมีการพูดคุยกัน เน้นการฟื้นฟูเยียวยามากกว่าการตัดสินลงโทษ เน้นการแสวงหาความจริงในอดีตมากกว่าความพยายามในการมุ่งเอาผิดจากสถานการณ์ ที่ผ่านมา นั่น Model แบบแอฟริกาใต้ ประเทศที่ ๒ ไปดูแบบรวันดาครับ เขามีเหตุความ ขัดแย้งเกิดกรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปี ๑๙๙๔ เขาออกจากความขัดแย้งโดยการตั้งศาลชุมชน แบบดั้งเดิม เปิดพื้นที่ในการเจรจา เปิดใจในการรับฟังความเห็นต่างของทุกกลุ่มทุกเผ่าพันธุ์ เขาลดคดีความคั่งค้างที่รออยู่ในศาลจำนวนมากให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เขาอาศัยพลังของ ชุมชน พลังภาคประชาสังคมในการแสวงหาทางออกที่จะนำไปสู่สันติสุขได้ร่วมกัน นั่นก็เป็น ความสำเร็จครับ Model ที่ ๓ ไปที่ไอร์แลนด์เหนือ ดูเหมือนจะเป็นประเทศที่ไม่มี ความขัดแย้งครับ แต่กว่า ๓๐ ปี ทะเลาะหรือเห็นต่างกันในเรื่องของการเลือกนับถือศาสนา ในนิกายที่แตกต่างกัน แต่ที่สุดเขาก็ไปเจอเครื่องมือข้อตกลงที่เรียกว่า Good Friday ในปี ๑๙๙๘ เขาใช้พลังเครือข่ายทางสังคม ใช้การจับคู่ขัดแย้ง และเอาทุกส่วนมาเจรจา ทั้งบนโต๊ะและหารือ เพื่อจะแสวงหาแนวทางในการก้าวออกจากความขัดแย้งร่วมกัน Model นี้เขาไปคุยกลุ่มติดอาวุธ ไปคุยกับพรรคการเมือง ไปคุยแม้กระทั่งรัฐบาลอังกฤษ พรรคการเมืองในไอร์แลนด์เหนือ และเน้นการเจรจาแบบมีตัวกลางและการยอมรับความมี ตัวตนของฝ่ายที่มาร่วมโต๊ะเจรจา Model ที่ ๔ เป็น Model จากโคลัมเบีย เขาขัดแย้งต่อสู้ กับกลุ่มกองโจร สู้กันมา ๕๐ กว่าปี ที่สุดไปได้ข้อสรุปสันติภาพในปี ๒๐๑๖ โดยรัฐบาล ยอมรับให้มีการเจรจาและเปิดกระบวนการยุติธรรมให้สามารถตรวจสอบได้ เขาเปลี่ยนผ่าน ความขัดแย้งสู่สันติภาพและมีมาตรการสนับสนุนฟื้นฟูให้อดีตกองโจรได้กลับมาเป็นผู้ร่วม พัฒนาสังคม Model ที่ ๕ ไปที่ฟินแลนด์ ประเทศนี้ต้นแบบการศึกษา เขาสร้างสันติสุข แบบปลูกฝังวัฒนธรรมสันติผ่านระบบการศึกษา ผ่านโครงข่ายการสร้างสังคมองค์กร ส่งเสริม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้สังคมมีความเคารพกัน นี่อย่างไรฟินแลนด์เลยเป็นต้นแบบของ ประเทศที่มีรูปแบบการศึกษาที่นำไปสู่การสร้างสันติสุข กล่าวโดยสรุป เราได้อะไรจาก ๕ Model ๕ ประเทศนี้ ๑. จะไปสู่สังคมสันติสุขนั้นทุกฝ่ายต้องยอมรับความจริงและยอมรับ ว่าทุกส่วนนั้นสามารถผิดพลาด ทุกคนมีอดีตที่เจ็บปวดได้แต่เราต้องซื่อสัตย์ต่อการแก้ไข ปัจจุบันเพื่อนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่า บทสรุปข้อที่ ๒ จะสร้างสังคมสันติสุขนั้นต้องสร้างพื้นที่ เจรจาที่ปลอดภัย แล้วก็มีคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน ๓. ใช้พลังชุมชน พลังสังคมในการเยียวยาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และผู้ได้รับผลกระทบนั้นต้องได้รับการฟื้นฟู ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม ประการที่ ๔ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนนั้นสามารถกลับมา เป็นผู้ร่วมพัฒนาประเทศหรือผู้ร่วมพัฒนาสังคมโดยไร้เงื่อนไขหรือมีเงื่อนไขให้น้อยที่สุด ประการที่ ๕ ประเทศที่จะนำไปสู่การสร้างสันติสุขหรือสันติภาพนั้นต้องลงทุนในเรื่องของ ระบบการศึกษา ต้องลงทุนในการสร้างวัฒนธรรมและส่งเสริมความภาคภูมิใจใน ประวัติศาสตร์ของชนชาติตัวเอง นั่นเป็น ๕ Model จาก ๕ ประเทศ และเป็น ๕ ข้อสรุป หันกลับมาครับ เหลียวหลังแลโลกแล้วมาดูประเทศไทย ถ้าประเทศไทยจะไปสู่สังคม แห่งสันติสุข เราต้องมีความกล้าหาญในการเปิดพื้นที่ เปิดใจ เปิดหูในการรับฟัง และเราต้อง กล้ายอมรับและกล้าที่จะให้อภัยโดยปราศจากเงื่อนไขหรือมีเงื่อนไขให้น้อยที่สุด และเราต้อง เชื่อมั่นในเครื่องมือและกระบวนการที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพราะสุดท้ายสันติสุขนั้น ไม่ได้อยู่ที่การคิดเหมือนกัน แต่อยู่ที่การเคารพในความเห็นที่แม้จะต่างกัน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ทางฝ่ายตัวแทนของประชาชนจะขอชี้แจง ท่านต้องบอกว่าชี้แจงประเด็นไหน กระชับ ๆ นะครับ เชิญท่านธนพัฒน์ก่อน เชิญครับ🔗

นายธนพัฒน์ กาเพ็ง ผู้แทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ

ผม นายธนพัฒน์ กาเพ็ง เป็นผู้ชี้แจงร่างกฎหมาย พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... ผมมายืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะเยาวชนคนหนึ่งซึ่งถูกดำเนินคดีมาตรา ๑๑๒ ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว ผมเป็นเพียงนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายจากจังหวัดกาญจนบุรี ผมตัดสินใจเข้าร่วมการชุมนุมครั้งแรกในชีวิตก็คือวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓ หลังจากนั้น ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ผมไม่เคยคิดเลยว่าการเข้าร่วมการชุมนุมในฐานะเยาวชน คนหนึ่ง ผู้ใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จะนำไปสู่การถูกดำเนินคดีอาญามาตรา ๑๑๒ ตั้งแต่ เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ และเมื่อผมย้ายกลับมาเรียนที่กรุงเทพมหานครอีกผมก็ถูก ดำเนินคดีจากการจัดกิจกรรมในโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันนี้ผมมีคดีความทางการเมืองติดตัวอยู่ถึง ๒๔ คดี และมีคดีมาตรา ๑๑๒ จำนวน ๓ คดี ๑ ใน ๓ คดีนี้ทำให้ผมต้องเดินทางไปที่ สุไหงโก-ลก ทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนเลย เพียงเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ด้วยระบบ กฎหมายของประเทศเรายังเปิดให้ใครก็ได้แจ้งความ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือมาตรา ๑๑๒ ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ในวันที่คดีความเกิดขึ้น ผมถูกมองว่าเป็นภัยมั่นคง เป็นคน หัวรุนแรง เป็นเด็กนอกคอก เป็นอะไรก็แล้วแต่ที่พวกท่านจะตีตราให้ผมเป็น ทั้ง ๆ ที่ความ เป็นจริงแล้วผมก็เป็นแค่เยาวชนคนหนึ่งที่อยากใช้สิทธิพลเมือง อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นบ้านเมืองของเราดีขึ้น และในวันนี้ผมกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา ถึงแม้ว่าจะ ล่าช้ากว่าเด็กตามเกณฑ์ปกติ แต่ผมก็ยังยืนยันว่าการดำเนินคดีและการที่พวกเรา ถูกดำเนินคดีนี้ทำให้เสียเวลานี้เป็นเพียงแค่ ๑ สิ่ง ๑ อย่างที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองไม่เคย รับฟัง และเราก็ยังเชื่อว่าวันหนึ่งพวกท่านจะหันกลับมารับฟังผู้คนที่เห็นต่าง เรื่องราวของผม เป็นเรื่องราวเพียงสังเขปเพียงนิดเดียวจากเยาวชนทั้งหมด ๒๗๙ คน ที่ถูกดำเนินคดี และมี เยาวชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา ๑๑๒ ถึง ๒๐ คน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยว ๆ ขออนุญาตนะครับ คืออย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดนะครับ ผมคิดว่าพูดไม่ได้ คือต้องตอบว่าใครถามท่านนะครับ🔗

นายธนพัฒน์ กาเพ็ง ผู้แทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ

โอเคครับ ก็อย่างที่ มีบางท่านบอกว่าพวกเราโดนชี้นำ พวกเราโดนชักจูง โดนล้างสมอง พวกเราขอยืนยันว่า สิ่งที่พวกเราคิด สิ่งที่พวกเราทำคือการแสดงออกตามสิทธิพลเมือง และการแสดงออก โดยที่พวกเราเรียนวิชาสังคม และเชื่อว่าประชาธิปไตยนี่ประชาชนสามารถแสดงความ คิดเห็นได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านการเลือกตั้ง สิ่งสำคัญที่สุด หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่า มาตรา ๑๑๒ ไม่ใช่คดีความทางการเมือง แต่ผมอยากจะบอกให้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เกิดขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนี้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่ามาตรา ๑๑๒ คือคดีความที่พวกเราถูก กลั่นแกล้ง และการที่จะนิรโทษกรรมโดยไม่รวมคดีความมาตรา ๑๑๒ คือการยุติ ความขัดแย้งเพียงครึ่งเดียว และจะไม่มีสันติภาพใดเกิดขึ้นได้จากความยุติธรรมที่เลือกข้าง ผมเชื่อว่าการนิรโทษกรรมที่รวมคดีความมาตรา ๑๑๒ ไม่ใช่เพื่อลบล้างความผิดให้กับ คนเห็นต่าง แต่คือการฟื้นฟูกระบวนการยุติธรรม ฟื้นฟูประชาธิปไตยให้พวกเราที่เคย ถูกตีตราว่าผิด ได้กลับมาใช้ชีวิตในฐานะพลเมืองอย่างเท่าเทียม ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมขอเรียกร้องไปยังผู้แทนราษฎร สส. ที่กล่าวว่าเห็นใจ ประชาชน เห็นใจเยาวชน ช่วยกันยกมือสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับประชาชน ที่รวมคดีความ มาตรา ๑๑๒ อันเกิดจากการใช้สิทธิเสรีภาพโดยสงบและปราศจากความ รุนแรง สุดท้ายครับท่านประธาน ประชาธิปไตยจะไม่มีวันเบ่งบานได้ในประเทศเราครับ ถ้าท่านยังปล่อยให้เยาวชนคนที่เห็นต่างทางความคิดถูกดำเนินคดีเพียงเพราะว่าพวกเขามี ความฝัน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเบญจาครับ🔗

นางสาวเบญจา อะปัญ ผู้แทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ

สวัสดีค่ะ ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกที่สภาแห่งนี้ ดิฉัน นางสาวเบญจา อะปัญ มาในฐานะผู้ชี้แจง ดิฉันก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบจากคดีมาตรา ๑๑๒ ทั้งหมด ๘ คดี ก็ Top Five กับเขาเหมือนกัน ก็ ๒๕ คดี ๑๐ คดี ๘ คดี ๙ คดี ๒ คนติดคุก ๓ คนลี้ภัย ดิฉันยังอยู่ตรงนี้ ในฐานะผู้ชี้แจง ก็ไม่รู้อนาคตของตัวเองเหมือนกันว่าจะอยู่ตรงนี้ได้ถึงเมื่อไร จะอยู่ข้างนอก ได้ถึงเมื่อไร ขอตอบท่านสมาชิกสักท่านหนึ่งที่ท่านบอกว่าคำสั่ง ๖๖/๒๓ นั้นเป็นคำสั่งจาก นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่กฎหมาย ถูกต้อง ถูกเลยค่ะ ใช่ค่ะ ไม่ใช่กฎหมาย แล้วท่านก็บอกว่า ไม่เคยมี พ.ร.บ. ออกมาตรง ๆ ว่านิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒ ถูกต้องค่ะ ท่านก็ถูกอีก แต่ว่า เคยมีปี ๒๕๒๑ ใช่ค่ะ เขาไม่ได้ระบุว่าให้นิรโทษกรรม ม. ๑๑๒ เป็นลายลักษณ์อักษรตรงตัว เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเขานิรโทษกรรมทั้ง Event เลย ซึ่งในนั้นมันก็รวมมาตรา ๑๑๒ เข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นท่านจะมาบอกว่ามันจะไม่มีมาตรา ๑๑๒ ในนั้น มันไม่ใช่ มันมีอยู่ ในนั้นนะคะ🔗

แล้วก็ขอชี้แจงอีกท่านหนึ่งที่บอกว่าคนที่ลี้ภัยไปคือพวกมีอภิสิทธิ์ ท่านรู้ไหมว่าดิฉันนั่งจดบันทึกทุกวันว่าวันนี้เพื่อนเราหายไปหรือเปล่า ไม่ต่ำกว่า ๒๐ คน หลายคนในนั้นไม่ได้มีอภิสิทธิ์อะไรเลย การไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนอกมันไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับคนที่ไม่มีต้นทุนก็มี คนที่ไม่ได้ภาษาก็มี เพราะฉะนั้นท่านจะมาบอกว่าเป็นอภิสิทธิ์นี่ มันไม่ใช่ แต่ว่าเขาแค่คือกลุ่มคนที่เขาไม่อยากต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมที่มันไม่ยุติธรรม ท่านรู้ไหมว่าการขอหมายศาลให้ออกเรียกพยานแต่ละครั้งนี้มันยากเย็นแค่ไหน บางพยานที่มัน สำคัญศาลก็ไม่ได้ออกให้เรียก เพราะฉะนั้นมันจะยุติธรรมได้อย่างไรกับฝ่ายจำเลยอย่างเรา ทั้งที่ติดคุกอยู่ ที่กำลังจะติดคุก แล้วก็ที่ลี้ภัยกันอยู่ตอนนี้มันก็ล้วนเป็นมาตรา ๑๑๒ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าท่านจะสันติสุขอะไรกัน ๑ ๒ ๓ ถ้ามันไม่รวมมาตรา ๑๑๒ เข้าไปนี่ มันจะสันติสุขแบบไหน สันติสุขเฉพาะพวกท่านหรือเปล่า แล้วก็เอาเป็นว่าถ้าท่านบอกว่า เราอยากก้าวผ่านไปด้วยกัน อยากได้รับโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ทำไมท่านถึงจะไม่ให้โอกาส เยาวชนคนรุ่นใหม่แบบพวกเราได้ก้าวผ่านไปด้วยกันล่ะคะ แล้วก็เหมือนคดีอื่น ๆ เราก็ไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ประมาณนี้ ดิฉันเองก็ไม่รู้ว่าเหลือเวลาอีกเท่าไร แต่ดิฉัน เปลี่ยนอดีตไม่ได้ ไม่มีใครเปลี่ยนอดีตได้ แต่ว่าเราร่วมการเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ตั้งแต่วันนี้ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีเจ้าของร่างจาก ๕ ร่าง ก็เหลือ ๓ ร่างที่จะสรุปนะครับ ก็เอาไว้ต่อสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๐๙ นาฬิกา