unknown · · 1903 lines

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๙๐ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิก ทุกท่านครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเพื่อเข้าประชุม จำนวน ๒๕๘ ท่านแล้ว ถือว่า ครบองค์ประชุม ผมก็ขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗

เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและ เคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. ....🔗

ซึ่งจากการประชุม ครั้งที่ ๑๘ เป็นพิเศษ เมื่อวันพุธที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมเห็นชอบให้นำร่างพระราชบัญญัติการรายงานการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ สู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ของคุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งเป็น หลักการเดียวกันที่ภาคประชาชนได้มีผู้ลงชื่อครบตามจำนวนและได้มาเสนอ โดยให้มีการ พิจารณาพร้อมกัน ซึ่งผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผล สมาชิกได้อภิปรายและได้เสนอ ผู้เสนอก็ได้สรุปไปแล้ว ก็อยู่ในวาระขั้นตอนของการรับหลักการในวาระที่หนึ่งนะครับ แต่ประธานที่ประชุมได้สั่งให้ปิดการประชุม และในการประชุมวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมเห็นชอบให้นำร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับมาลงมติในวันนี้นะครับ ผมก็จะ ดำเนินการต่อตามที่เราเคยมีมติให้เลื่อนมา ต่อไปนี้ก็จะเป็นการลงมติร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระที่หนึ่งนะครับ แต่ก่อนจะลงมติรับหลักการผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอให้ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก หรืออยู่ที่ห้องประชุมกรรมาธิการหรืออยู่ในรอบบริเวณนี้ ขอให้เข้ามาเสียบบัตรแสดงตน เพื่อจะได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้ามาเสียบบัตรแสดงด้วยนะครับ ผมก็จะรอสักครู่เพราะทราบว่าท่านสมาชิก กำลังเดินเข้ามาเป็นจำนวนมากครับ ในช่วงนี้ผมจะขอเชิญผู้เสนอ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ภาคประชาชนเข้ามาในห้องประชุมนี้ด้วย คือ ๑. นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ๒. นายธารา บัวคำศรี ๓. นายฐิติกร บุญทองใหม่ ขออนุญาตมานั่งในที่นั่งของกรรมาธิการ เชิญครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม วรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ขณะนี้เพื่อนสมาชิกในส่วนของพรรคเพื่อไทย แล้วก็ พรรคอื่น ๆ ยังมีการประชุมอยู่ในส่วนของชั้นข้างบน อยากให้ท่านประธานรอสักครู่ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกกำลังทยอยลงมาครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะรอสักครู่ครับ เดี๋ยวท่านช่วยชี้แจงด้วยครับ ขณะนี้เราจะตรวจสอบองค์ประชุมนะครับเพื่อจะลงมติ รับหลักการในวาระที่หนึ่งของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗

ท่านที่เข้ามาแล้ว กรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาต ท่านประธานรอสักครู่นี้นะครับ เพื่อน ๆ เพิ่งมากันแล้วก็น่าจะรับประทานอาหารเช้ากัน ยังไม่ได้รับบัตรกันครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ รอสักครู่🔗

นายถนอมพงศ์ หลีกภัย ตรัง

ท่านประธานครับ ๑๔๑ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๑ แสดงตน เจ้าหน้าที่จดด้วยครับ🔗

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

ท่านประธานครับ ๐๘๒ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๘๒ แสดงตนครับ เชิญครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนครับ ถ้ามีปัญหาที่เสียบบัตรก็ขานชื่อมา ก่อนได้ครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานครับ วรวงศ์ วรปัญญา ครับ สมาชิกกำลังทยอยลงมาแล้วครับ ขอท่านประธานรออีกสักครู่ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก ท่านใดที่เข้ามาแล้วยังไม่ได้แสดงตนนะครับ ข้างหลังเดินเข้ามาแสดงตนด้วยนะครับ ข้างหลังเดินเข้ามาอีกหลายท่านนะครับ ผมก็จะรอ ท่านเข้ามาแล้วกรุณากดบัตรแสดงตน ด้วยนะครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับ ขอให้ท่านประธานได้รออีกสักครู่ เพราะเมื่อครู่กำลังเดินลงมา จากชั้น ๔ ซึ่งลิฟต์รอกันเยอะมากครับ สักครู่ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ กำลังรอ เพราะว่ากำลังเดินมา ถ้าไม่มีคนเดินเข้ามาแล้ว ผมก็ต้องขอตรวจสอบองค์ประชุมเลยนะครับ แต่ว่ากำลังเดินเข้ามาก็ต้องให้โอกาสคนที่เข้ามา ช่วยเร่งด้วย แต่เข้าใจครับว่าอยู่ในชั้นต่าง ๆ ลิฟต์อาจจะมีข้อจำกัด ไม่เป็นอะไรครับเราก็ต้องให้มันเรียบร้อยที่สุด ก็เข้าใจ แล้วก็จะมา แสดงตนภายหลังก็เป็นการลำบาก แสดงตนตอนนี้เลยนะครับ ถ้ามีปัญหาเรื่องบัตร แจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

ท่านประธานครับ กิตติศักดิ์ ๐๒๔ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๒๔ แสดงตนนะครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานค่ะ เทียบจุฑา ๑๕๖ แสดงตนค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๖ เจ้าหน้าที่ จดนะครับ🔗

นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ลพบุรี

ท่านประธานครับ ๔๑๗ แสดงตนครับ🔗

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ๒๕๒ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก ท่านใดที่เข้ามาแล้วยังไม่ได้แสดงตนนะครับ เดินเข้ามาอีก ๓-๔ ท่าน รออีกนิดหนึ่ง ที่เข้ามาใหม่กดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ๐๙๑ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่มีแล้วนะครับ ที่เข้ามาไม่ได้แสดงตน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเลยนะครับ พอสมควรแล้ว ขอปิดการ แสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ มีผู้เข้ามาแสดงตน เสียบบัตร ๔๓๕ ได้แสดงตน ด้วยการขานชื่ออีก ๗ เป็น ๔๔๒ นะครับ🔗

ต่อไปก็จะเป็นการ ลงมติในวาระที่หนึ่งว่าจะสมควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ หรือไม่นะครับ ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าสมควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่าน ผู้ใดเห็นว่าไม่สมควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงมติทุกท่าน หรือยังครับ ลงมติทุกท่านแล้วนะครับ ขอปิดการลงมติ แจ้งผลด้วยครับ มีผู้มาลงมติ ๔๔๒ เห็นด้วย ๔๓๔ ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง ๔ ไม่ลงคะแนน ๔ ท่าน🔗

ก็เป็นอันว่า ที่ประชุมนี้เห็นสมควรรับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้แล้วนะครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หมายเลข ๑๗๑ ขออนุญาตบันทึกไว้ ในที่ประชุมว่าเห็นด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ บันทึก การประชุมไว้ด้วยครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หมายเลข ๔๗๑ ขอบันทึกว่าเห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ๓๖๑ ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม เซีย จำปาทอง ๑๑๓ เห็นด้วยครับ🔗

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ ๒๙๗ เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

พิมพ์กาญจน์ ๒๕๖ เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

ท่านประธานคะ ๒๖๕ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ๒๓๓ พงศ์พันธ์ เห็นด้วยครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ครับ ๐๓๗ เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

๐๐๙ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผม วุฒินันท์ บุญชู ๓๕๕ เห็นด้วยครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ๒๒๑ เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพค่ะ กิตติ์ธัญญา ๐๒๒ เห็นด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ คนที่แจ้ง ทีหลังนี้ไม่ใช่กดคะแนนไปแล้วนะครับ ต้องไปซ้ำกันนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะจดไว้ ก็ตรวจสอบได้ครับ เมื่อรับหลักการแล้วต่อไปก็ขอให้ที่ปะชุมเสนอคณะกรรมาธิการนะครับ จะเป็นกรรมาธิการวิสามัญหรือสามัญ จำนวนเท่าไรนะครับ เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมวัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๓๙ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง กรรมาธิการวิสามัญ ๓๙ ท่านนะครับ มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่เห็นเป็น อย่างอื่นก็ถือว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๙ ท่านนะครับ สัดส่วนก็จะเป็นดังนี้ สัดส่วนของคณะรัฐมนตรีมี ๖ ท่าน สัดส่วนของผู้แทนของภาคประชาชนที่เสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ๑๓ ท่าน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๐ ท่าน ๒๐ ท่านของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเป็นดังนี้ พรรคประชาชน ๖ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน เชิญเสนอชื่อได้ครับ ก็เป็นของคณะรัฐมนตรีก่อนนะครับ ๖ ท่านนะครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรายงาน การปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๖ ท่านดังนี้ ๑. นางสาวผานิต รัตสุข ๒. นายอรรถวิชย์ สุวรรณภักดี ๓. ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ๔. นางพัชฌา จิตรมหึมา ๕. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ๖. นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของภาคประชาชนก่อนครับ ท่านอ่านชื่อได้แล้วก็ช่วยส่งชื่อที่ข้างหน้านี้ด้วย เพราะว่าชื่ออาจจะไม่คุ้นนะครับ เชิญครับ ภาคประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เสนอชื่อมาครับ จำนวน ๑๓ ท่าน เชิญเสนอครับ🔗

นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้แทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ

เรียนท่าน ประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ พวกเรา ๓ คนในที่นี้และ ประชาชนผู้ร่วมลงรายชื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการ ปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. .... จำนวนกว่า ๑๒,๐๐๐ รายชื่อ ขอขอบพระคุณ ท่านประธาน และ สส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านในที่นี้ด้วยนะคะ รายชื่อของผู้ที่เราเสนอเป็น กรรมาธิการในวันนี้ประกอบด้วย ดิฉัน นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ๒. นายสุรชัย ตรงงาม ๓. นายธารา บัวคำศรี ๔. นายอัมรินทร์ สายจันทร์ ๕. นายฐิติกร บุญทองใหม่ ๖. นางสาวอัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล ๗. นางสาวอาภา หวังเกียรติ ๘. นายชำนัญ ศิริรักษ์ ๙. นายสมนึก จงมีวศิน ๑๐. นางสาวสุกรานต์ โรจนไพรวงศ์ ๑๑. นางสาวสมพร เพ็งค่ำ ๑๒. นางสาวอัลลิยา เหมือนอบ ๑๓. นางสาวอชิชญา อ๊อตวงษ์ วันนี้ถือเป็นหลักไมล์ ที่สำคัญวันหนึ่งของประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมไทยที่ทุก ๆ ท่านได้มีส่วนทำให้เกิดขึ้นค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเสนอชื่อ ครบแล้วนะครับ ต่อไปเป็นของพรรคการเมือง จำนวน ๒๐ ท่าน ประกอบด้วยดังนี้ครับ พรรคประชาชน ๖ ท่าน เชิญครับ🔗

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัด เชียงราย จากพรรคประชาชน วันนี้ผมขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการจากพรรคประชาชน จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ๒. นายสรพัช ศรีปราชญ์ ๓. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๔. นายกฤช ศิลปชัย ๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัจฉริยา สุริยวงศ์ ๖. นายวิน ไตรวิทยานุรักษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทยครับ เชิญครับ🔗

นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย กระผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... สัดส่วนของ พรรคเพื่อไทยจำนวน ๖ ท่าน ๑. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๒. นายชัยณรงค์ มะเดชะ ๓. นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ ๔. นางสาวสุจิตรา พงษ์เจริญ ๕. นายษรกฤต ผลลูกอินทร์ ๖. นายอานนท์ณัฏฐ์ เครือไชย ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคภูมิใจไทยครับ🔗

นายปะดิธ สังขจาย พระนครศรีอยุธยา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปะดิธ สังขจาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ๑. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ๒. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ และ ๓. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติครับ🔗

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม จ่าอากาศเอก อภิชาต แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอรายชื่อสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างนี้ครับ ๑. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ ๒. นายกานต์ จิตสุทธิภากร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคกล้าธรรมครับ🔗

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม กระผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน คือนายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗

นายชาตรี หล้าพรหม สกลนคร

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชาตรี หล้าพรหม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ สัดส่วนของพรรค ประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน คือ ร้อยตำรวจเอก วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ครบจำนวน ๓๙ ท่าน ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ๑. นางสาวผานิต รัตสุข ๒. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๓. ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ๔. นางพัชฌา จิตรมหึมา ๕. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ๖.นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ๗. นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ๘. นายสุรชัย ตรงงาม ๙. นายธารา บัวคำศรี ๑๐. นายอัมรินทร์ สายจันทร์ ๑๑. นายฐิติกร บุญทองใหม่ ๑๒. นางสาวอัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล ๑๓. นางสาวอาภา หวังเกียรติ ๑๔. นายชำนัญ ศิริรักษ์ ๑๕. นายสมนึก จงมีวศิน ๑๖. นางสาวสุกรานต์ โรจนไพรวงศ์ ๑๗. นางสาวสมพร เพ็งค่ำ ๑๘. นางสาวอัลลิยา เหมือนอบ ๑๙. นางสาวอชิชญา อ๊อตวงษ์ ๒๐. นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ๒๑. นายสรพัช ศรีปราชญ์ ๒๒. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๒๓. นายกฤช ศิลปชัย ๒๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัจฉริยา สุริยะวงศ์ ๒๕. นายวิน ไตรวิทยานุรักษ์ ๒๖. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๒๗. นายชัยณรงค์ มะเดชะ ๒๘. นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ ๒๙. นางสาวสุจิตรา พงษ์เจริญ ๓๐. นายษรกฤต ผลลูกอินทร์ ๓๑. นายอานนท์ณัฏฐ์ เครือไชย ๓๒. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ๓๓. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๓๔. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ๓๕. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ๓๖. นายกานต์ จิตสุทธิภากร ๓๗. นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ๓๘. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ และ ๓๙. ร้อยตำรวจเอก วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อ คณะกรรมาธิการเรียบร้อยแล้วนะครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานขออนุญาตค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานี ดิฉันขออนุญาตเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ บอกเพื่อนสมาชิก ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วาระนี้ยังไม่จบ เพราะจะต้องมีระยะเวลาการแปรญัตติ แล้วก็จะต้องเอาฉบับไหนเป็นหลัก🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ได้ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันขออนุญาตเสนอญัตติหลังจากที่มีการแปรญัตติจบนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ หลังจากนี้ ให้จบอันนี้ก่อน เนื่องจากว่ามีข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ ซึ่งกำหนดเวลาให้เสนอคำแปรญัตติ ล่วงหน้า ๗ วัน ถ้าท่านสมาชิกจะเห็นเป็นอย่างอื่นขอเสนอมาได้ เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติจำนวน ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสนอจำนวน ๑๕ วัน ผู้รับรองถูกต้องครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ยังมีทางสมาชิกจากพรรคประชาชน จะต้องเสนอร่างหลักในการพิจารณาอีก เพื่อนสมาชิกรอสักครู่ใจเย็น ๆ ไม่ต้องรีบครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้อง เดี๋ยวไป ตามลำดับครับ เสนอ ๑๕ วัน มีผู้ใดเห็นเห็นอย่างอื่นไหม ไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่า ระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วันนะครับ เนื่องจากร่างฉบับนี้มีมากกว่า ๑ ฉบับ คือมี ๒ ฉบับ ท่านจะเห็นว่าให้ใช้ร่างใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สองครับ เชิญครับ🔗

๙/๑🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ขอเสนอ ร่างของนางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง มีเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มี ถือว่าใช้ร่างของคุณกมนทรรศน์เป็นหลักในการพิจารณา ในวาระที่สองนะครับ เป็นอันว่าจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ในฉบับที่ ๑ ขอบคุณ ภาคประชาชนที่ได้เสนอญัตติ แล้วก็ได้มานั่งเสนอคณะกรรมาธิการในวันนี้ครับ ก็เป็นอันว่า จบวาระที่หนึ่งนะครับ คุณแนนจะเสนอเรื่องอะไร เชิญครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ดิฉันขออนุญาตเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) โดยขอเปลี่ยนระเบียบวาระ โดยขอนำ เรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตาม มาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามระเบียบวาระด่วนที่ ๘ ขึ้นมา พิจารณาก่อน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นบ้างครับ เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ผมเห็นต่างครับ ท่านประธานครับ วัชรพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมเห็นแย้งกับ ท่านสมาชิกครับ เพราะว่าเหตุผลดังนี้นะครับ เนื่องจากระเบียบวาระเป็นการตกลงกันตั้งแต่ สัปดาห์ที่แล้วเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ระเบียบวาระที่เรายังเหลือค้างอยู่มีแต่เรื่องสำคัญ และอีกประการที่สำคัญที่สุดครับ ระเบียบวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นระเบียบวาระ ที่สำคัญมาก ดังนั้นต้องมีเวลาให้ท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านในการพิจารณาและตัดสินใจ จริงอยู่ครับ ท่านประธานมีอำนาจในการบรรจุระเบียบวาระ แต่ท่านประธานบรรจุระเบียบ วาระเพียงแค่ ๒ วันกว่า ๆ จริง ๆ แล้วระเบียบวาระที่สำคัญขนาดนี้อย่างน้อยต้อง ๓ วัน และต้องเป็นพิเศษโดย ๑ วันให้เต็ม ๆ เลย แต่ว่าวันนี้ในเมื่อยังมีระเบียบวาระค้างอยู่ อีกหลายเรื่อง อย่างเช่นเรื่อง อสม. ของ ครม. ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นผมเห็นแย้งครับ ผมอยากให้พิจารณาตามระเบียบวาระครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านไม่เห็นด้วย กับข้อเสนอให้เลื่อนระเบียบวาระ มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านเสนอให้พิจารณาตามปกติใช่ไหมครับ เนื่องจากว่ามีสมาชิกเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระโดยนำ ระเบียบวาระที่ ๘ ขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่มีสมาชิกไม่เห็นด้วย ขอให้มีการพิจารณาตาม ระเบียบวาระ ก็ต้องถามที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระหรือพิจารณาตาม ระเบียบวาระ ซึ่งก่อนที่จะมีการถามที่ประชุมผมก็จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เข้า ห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนก่อนครับ แสดงตนก่อนถึงจะถามมตินะครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนหน้าที่จะมีการลงมตินี่ มันก็เป็นการอันควรแล้วก็เป็นประเพณีปฏิบัติของเราที่จะเปิดให้มีสมาชิกได้อภิปรายกันบ้าง เพราะว่าทางพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ยังมีเพื่อนสมาชิกที่อยากจะแสดงความคิดเห็นในเรื่องของ ญัตติที่มีความแตกต่างแล้วเราต้องลงมติกันว่าควรจะเลื่อนระเบียบวาระหรือให้คงตาม ระเบียบวาระเดิม เพราะฉะนั้นทางฟากฝั่งนี้เรียนอย่างนี้ครับว่าพวกผมมีสมาชิกที่เตรียม ความพร้อมในการที่จะอภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุนญัตติของท่านวัชระพล ขาวขำ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ก็เป็น ข้อบังคับ คงมีเหตุผลไม่กี่คน ก็จะเปิดให้สักท่าน ๒ ท่าน แสดงเหตุผลว่าที่ท่านไม่เห็นด้วย กับการเลื่อนเพราะอะไร แต่ถ้าผู้เห็นด้วยกับการเลื่อนจะขอแสดงความคิดเห็นด้วยก็อนุญาต เพราะฉะนั้นก็รอที่จะแสดงตนได้นะครับ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมก็อยากจะให้เลื่อนครับ การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วก็ อยู่ในความจับตาของประชาชนทั่ว ๆ ไป จะเห็นว่าสื่อต่าง ๆ ก็ได้ออกมาเยอะแยะ เพราะฉะนั้นเห็นด้วยนะครับที่ควรจะทำเป็นญัตติพิเศษแล้วก็ให้พูดกันสัก ๑ วันเต็มที่ ไม่ใช่ เป็นวาระที่จะเลื่อน เลื่อนเพื่อความรวดเร็วอะไรก็ไม่รู้ครับ ท่านประธานครับ ประเทศไทย คราวที่แล้วลุงตู่เป็นรักษาการอยู่ตั้งนานกว่าจะได้มีนายกรัฐมนตรี ก็พิจารณาไปเรื่อยครับ ไม่เห็นต้องรีบร้อนอะไรมากมายเลย แต่ทุกครั้งก็บรรจุเป็นญัตติพิเศษ สมัยท่านคึกฤทธิ์ได้รับ ๑๘ เสียงก็ได้รับเป็นรัฐบาล เพราะได้รับเสียงจากสภาเกินกึ่งหนึ่ง ทีนี้จากข่าวที่ออกไปในสื่อ ต่าง ๆ มีอยู่พรรคหนึ่งที่มี Candidate ที่เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วมีอีกพรรคหนึ่งที่ได้เสียงมาก ไม่มี Candidate นายกรัฐมนตรี แล้วไปตกลงกันอะไรก็ไม่รู้นะครับ แล้วก็บอกว่าจะ สนับสนุน แล้วให้มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย เรื่องนี้จำเป็นที่สุดนะครับ เพราะอะไรครับ ท่านคึกฤทธิ์เมื่อ ๑๘ เสียงแต่ก็ได้เป็นรัฐบาลเพราะว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งและไปร่วมเป็นรัฐบาล ถึงจะเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย แต่คราวนี้จากที่ฟังดู ๒ พรรคที่ว่านั้นไป Sign MOU กัน แล้วให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แล้วตัวเองก็ไม่เป็นรัฐบาลด้วย มันจะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไรครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาประเด็นว่า สมควรจะเลื่อนหรือไม่สมควร ท่านอย่าไปล้ำถึงเรื่องอื่นนะครับ ย้อนหลังไปมากก็ไม่ดี เอาเรื่องว่าท่านไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนนี่มีเหตุผลอะไรท่านได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ ต่อไป ถ้ามีท่านประสงค์จะขออภิปรายเรื่องนี้นะครับ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ขอเชิญคุณณัฐวุฒิก่อน แล้วมาที่คุณอรรถกรครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุรทิน ก็ประสงค์ที่จะอภิปรายเหมือนกัน ต่อจากท่านรัฐมนตรีอรรถกรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ผมว่า เอาตามสมควร เชิญคุณณัฐวุฒิก่อนครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้ประกอบไปด้วยผู้ทรงเกียรติที่จะร่วมกัน พิจารณาลงมตินายกรัฐมนตรี เพื่อให้เป็นศักดิ์ศรีเป็นเกียรติยศของสภาแห่งนี้ ผมไม่ได้ ขัดขวางการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของใคร แต่ผมจะขออนุญาต เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น เหตุการณ์ไม่ปกติ ไม่ปกติก็เพราะว่าจะขออนุญาตเสนอท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โปรดนำ 4P ของผมไปประกอบการตัดสินใจเพื่อจะเลือกนายกรัฐมนตรี ลงมตินายกรัฐมนตรี P แรกครับ Principle หลักการของระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ ได้กำหนดว่าเมื่อได้ มีฝ่ายบริหารเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการตั้งพรรคการเมืองที่มีสมาชิกมากที่สุดที่ไม่ได้เป็นทั้งฝ่าย บริหารและฝ่ายนิติบัญญัติขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้าน หลักการนี้คืออะไรครับ หลักการนี้คือ Check and Balance ตรวจสอบและถ่วงดุล แต่ท่านประธานดูสิครับว่ากรณีที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นโดย การตกลงระหว่างฝ่ายค้านที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านจริง แล้วก็ไม่ได้ร่วมรัฐบาลด้วย ปกติแล้วฝ่ายบริหารมาก่อน ฝ่ายค้านมาทีหลัง แต่ครังนี้ฝ่ายค้านมาก่อน ฝ่ายบริหารมาทีหลัง แล้วเป็นผู้กำหนดแนวทางให้กับฝ่ายบริหารที่จะไปทำ ท่านลองคิดดูสิครับ หลักการมัน เสียหายไป ประการที่ ๒ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก็คือ Policy P ตัวที่ ๒ นโยบาย ปกติ การแถลงนโยบายของฝ่ายบริหารก็จะเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน จริงอยู่ว่าเหตุการณ์ขณะนี้มันไม่ปกติมันวิกฤติเราจำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรี โดยเร็ว ท่านประธานเชื่อไหมครับว่านโยบายที่ฝ่ายบริหารที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะกำหนด นโยบาย โดยนำ Agreement ของฝ่ายค้านไปใส่ไว้ใน Policy🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านณัฐวุฒิครับ เรื่องนโยบายเอาไว้ตอนอื่น ตอนนี้เอาว่าท่านไม่เห็นว่าให้เลื่อนเพราะอะไร🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

เลื่อนเพราะว่าให้มีเวลาได้ ไตร่ตรองเรื่องเหล่านี้ เรื่องแรก Principle เรื่องที่ ๒ เรื่อง Policy และสุดท้าย P ที่ ๓🔗

(นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวท่านณัฐวุฒิ มีผู้ประท้วง เดี๋ยวรอสักครู่ครับ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาต ประท้วงผู้ที่กำลังอภิปรายครับ ขออนุญาตชื่นชมว่าท่านเป็นบุคคลที่มีความรู้ มีความสามารถ แต่มันผิดช่วงเวลาครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประท้วง ข้อบังคับข้อไหนบอกเลยครับ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

เวลานี้ก็คือการจะขอมติว่าจะ ให้เลื่อนหรือไม่ให้เลื่อนก็แสดงเหตุผล🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ดิฉันขอประท้วงผู้ประท้วงค่ะ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ควรเลื่อนหรือไม่ควรเลื่อนก็ควรจะ เป็นเหตุผลในข้อนี้ ไม่ควรเป็นอย่างอื่นครับ ขออนุญาตท่านประธานพิจารณาด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมได้เตือนไปแล้ว ว่าเอาเหตุผลเรื่องไม่เลื่อนเพราะอะไร เพราะเรื่องนโยบายหรือความเหมาะสม🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานเห็นสมควรให้ท่านณัฐวุฒิพูดต่อ ดิฉันว่าเป็นข้อความที่มีความหมาย🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยังไม่ได้ห้าม🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยังไม่ได้ห้าม มีผู้ประท้วงก็ต้องฟังผู้ประท้วงก่อน🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอให้ท่านประธานพิจารณาว่าให้ท่านณัฐวุฒิได้อภิปรายต่อค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

จะจบแล้วครับ ผมเหลือ P อีกตัวเท่านั้นครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวผมก็จะให้ คุณณัฐวุฒิพูด ไม่ได้ห้าม แต่เมื่อมีผู้ยกมือยืนขึ้นประท้วงก็ต้องให้เขาประท้วง ก็ต้องถามว่า ประท้วงเรื่องอะไร🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ด้วยความเคารพท่านสมาชิก ผู้ทรงคุณเกียรติทั้ง ๒ ท่านครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวคุณณัฐวุฒิครับ ให้ผมวินิจฉัยที่มีผู้ประท้วง ผมเดินไปตามข้อบังคับ ก็เชิญคุณณัฐวุฒิพูดครับ ขอให้พูดอยู่ใน ประเด็นว่าสมควรจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนนะครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

เกี่ยวโดยตรงเลยครับ ท่านประธาน P ตัวที่ ๓ ก็คือ Principle ที่มีความหมายอีกความหมายหนึ่งคือ Ethics คือจริยธรรม ระมัดระวังอย่างยิ่งนะครับว่าการลงมตินายกรัฐมนตรีครั้งนี้มันจะไปเกี่ยวข้อง กับจริยธรรมด้วย P ตัวสุดท้ายครับท่านประธาน Proper หรือ Appropriate ความเหมาะสม ผมนำเสนออย่างนี้ว่าเรายังมีทางเลือกอื่น ด้วยเราเป็นสามเส้าอย่างนี้ คะแนนเสียงเท่า ๆ กันอย่างนี้ แล้วนำไปสู่การใช้มาตรา ๕ มันจะสง่างามอย่างยิ่งครับ นายกรัฐมนตรีที่มาจากมาตรา ๕ ที่เราไม่เคยใช้กันเลย ท่านประธานครับ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะ นำเสนอครับ ช้าหน่อยถ้าเราไม่เลื่อนวาระ ระหว่างนี้เราก็พิจารณาดูสิ่งที่ผมอภิปรายทั้งหมด หรือเรามีเวลาไปสัปดาห์หน้าก็ได้ เพื่อความสง่างามของความเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ มีผู้ขออภิปรายในญัตติว่าเลื่อนหรือไม่เลื่อน ผมก็จะอนุญาตนะครับ แต่ว่าขอให้อยู่ในประเด็น แล้วก็ไม่อภิปรายที่ซ้ำซาก ก็จะอนุญาตให้ตามลำดับ เมื่อสักครู่คุณอรรถกรขอเวลาอภิปราย เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ลำดับแรกเลยผมต้อง กราบขอบพระคุณและขอชื่นชมท่านผู้ทำหน้าที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ท่าน โดยเฉพาะท่านประธานของพวกเรา ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่วันนี้ท่านกรุณา ผมทราบดี และผมเชื่อว่าพวกเราเพื่อนสมาชิกทราบกันดีว่าขณะนี้การที่เราจะร่วมกันพิจารณาเรื่องด่วน ที่ ๘ ซึ่งเป็นเรื่องของการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีมีความเห็นเป็น ๒ ทาง เพราะว่าผมมีโอกาสได้เข้าไปร่วมประชุม ไปร่วมฟัง ในที่ประชุมวิปทั้ง ๒ ฝั่งในวันก่อนที่ผ่านมา ซึ่งทราบดีว่าเป็นความหนักใจของท่านประธาน เหมือนกัน ฝั่งหนึ่งก็อยากจะให้เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำตามหน้าที่ที่ถูก บัญญัติไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ ซึ่งบัญญัติไว้ว่าให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ชัดเจน อีกฝั่งหนึ่งก็คิดว่าเรื่องนี้ยังสามารถรอได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องบรรจุในระเบียบวาระในวันศุกร์ที่ ๕ กันยายน ซึ่งก็คือวันนี้ แต่ผมชื่นชมครับที่ท่านประธานยึดมั่นแล้วก็คงไว้ในศักดิ์ศรีของ สภาผู้แทนราษฎร และคงไว้ในหน้าที่ที่สภาผู้แทนราษฎรพึงจะมี ซึ่งก็ได้ทำการบรรจุไว้ ในเรื่องด่วนที่ ๘ อย่างที่ผมได้กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกแล้วก็ที่ประชุม เหตุผลที่ผมต้องขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าทำไมผม และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่พรรคก้าวไกลและมีหัวใจที่อยู่พรรคก้าวไกลอีก ๓๑ ท่าน อยากที่จะร่วมพิจารณา พรรคกล้าธรรม ขอโทษครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ กรุณาอยู่ในความสงบ เชิญคุณอรรถกรต่อครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เมื่อสักครู่นี้ผมเห็นท่านจุลพันธ์ท่านก็พูดผิด ผมในฐานะเป็นลูกศิษย์ท่านมาก่อน ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผมก็มีโอกาสพูดผิดบ้าง ก็ต้องกราบขอโทษท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกด้วย ผมเข้าเรื่องต่อนะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าพรรคกล้าธรรม นำโดยท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส เรามีความเห็นว่า ๑. สิ่งที่เราควรจะเร่งดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้เพราะว่า สถานการณ์ของประเทศมีหลายเรื่องมีความจำเป็นที่จะต้องมีรัฐบาลมาทำงานแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นภารกิจเร่งด่วน ภารกิจที่คั่งค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความขัดแย้งที่ชายแดน ก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่รัฐบาลจะต้องให้ความเห็นอย่างเร่งด่วนไปยังประเทศ มหาอำนาจซึ่งก็คือสหรัฐอเมริกา ในการที่จะเจรจาว่าภาษีตัวไหนเราจะให้เขา เขาจะให้เรา โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตรตัวไหนไม่ควรให้ มันจะต้องทำงานต่อไป ถ้ามีสุญญากาศ เกิดขึ้น ถ้าวันนี้เกิดการไม่เลือกนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้น เราก็ไม่รู้ว่ากระบวนการตรงนี้จะมีคน ไปต่อยอดได้ทันท่วงทีหรือไม่🔗

นอกจากนี้เหตุผลส่วนตัว ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก โดยตรง ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้เกือบ ๕๐๐ ท่าน โดยเฉพาะคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งไม่มีใครอยากเลือกตั้งหรอกครับ ตอนนี้เพิ่งผ่านมา ๒ ปีกว่า ๆ ผมเป็น สส. เขต ผมก็ไม่อยากเลือกตั้ง ผมไม่รู้ว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ผมเชื่อว่า ๔๐๐ กว่าท่านที่อยู่ตรงนี้เรายังเชื่อว่าภารกิจต่าง ๆ ที่พวกเราจะร่วมกันขับเคลื่อน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ยังสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนรัฐบาล ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของการร่วมกันตรวจสอบรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นแบบเฉพาะกิจ ที่ท่านณัฐพงษ์ก็ดี ที่ท่านอนุทินก็ดี ได้ประกาศไว้ชัดเจนว่าเขาคุยกันแล้ว รัฐบาลชุดหน้าจะมีอายุ ๔ เดือน ถ้า ๔ ปีก็ดีครับท่านประธาน ๔ เดือนเพื่อทำภารกิจอย่างเร่งด่วน ดังนั้นผมคิดว่าวันนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งและถ้าให้ผมอ้างอิงจากที่ผ่านมา ที่มีการเลือก ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเคารพท่านนะครับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร กระบวนการ ในการใช้เวลาก็ใช้เวลาแบบนี้ครับ มีการส่งสัญญาณว่าพรรคการเมืองต่าง ๆ สามารถตกลง และรวบรวมเสียงได้เป็นเสียงส่วนใหญ่แล้ว ในวันพุธที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ ในวันพฤหัสบดี ท่านประธานก็เว้น ๑ วัน แล้วก็มีการเลือกนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในวันศุกร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ใช้เวลาประมาณนี้ละครับ ดังนั้น ผมจึงเห็นด้วยกับญัตติของท่าน แนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าวันนี้สภาแห่งนี้เราควรจะทำหน้าที่ของเราในการพิจารณาบุคคล ที่จะมาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย คนที่ ๓๒ แล้วก็ผมเรียนท่านประธาน ผมคิดว่ากระบวนการตรงนี้เป็นการให้ความเห็นกัน ๒ ทาง ถ้าเราจะใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมง หรือชั่วโมงหนึ่ง แล้วท่านประธานก็ดำเนินการต่อ ผมเชื่อว่าตอนนี้สื่อมวลชน พี่น้อง ประชาชนก็รออยู่ครับว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ การดำเนินการประชุมเราก็ต้องเป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ เนื่องจากขณะนี้มีผู้มา ลงชื่อแจ้งความประสงค์อยากจะขออภิปรายถึง ๗ ท่าน แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่อง สำคัญ ผมจะอนุญาตให้ได้แต่ว่าเดี๋ยวผมจะพูดถึงเรื่องเวลาและเรื่องลำดับนะครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

ท่านประธานครับ หารือนิดหนึ่งครับ ผม ณัฏฐ์ชนน ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กรณีที่ท่านอรรถกรได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ผมอยากจะปรึกษาว่ามันมีข้อผิดพลาด ๒ ประเด็น เพราะว่าถ้าเกิดไม่ถอนในสภามันจะ บันทึกไว้ ในประเด็นแรกก็คือชื่อพรรคที่อ้างถึง แล้วประเด็นที่ ๒ ระยะเวลา ๔ ปี ปกติคือ ๔ เดือน ถ้าเกิดว่าไม่ถอน ๒ ประโยคนี้มันจะอยู่ในบันทึก แล้วก็จะมีปัญหาในภายหน้า ก็เลยรบกวนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมนำเสนอก็คือจะเป็นประโยชน์ในอนาคตครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็แก้ตามที่ ได้ชี้แจงไปนะครับ เนื่องจากว่ามีผู้จะขออภิปราย ๙ ท่าน อาจจะมีตอนนี้ ผมจะขอหารือ อย่างนี้ได้ไหมครับ ขอให้แต่ละฝ่าย คือสนับสนุนให้เลื่อนและไม่สนับสนุนให้เลื่อน เอาประเด็นนี้เป็นหลัก จะให้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาทีได้ไหมครับ ซึ่งอาจจะไม่ถึง เพราะว่า เดี๋ยวจะซ้ำกัน จะอนุญาตให้นะครับ ก็คงใช้เวลาอย่างที่ว่า ประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือท่านประธานสักนิดหนึ่งครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล ผมไม่ขัดข้องตามที่ ท่านประธานดำรินะครับ คือท่านละ ๕ นาที แต่ว่าในเรื่องจำนวนคน ผมรบกวนท่านประธาน ช่วยลองพิจารณานะครับ เพราะว่าก็มีอยู่แค่ ๒ ฝั่งเท่านั้นครับว่าเห็นด้วยให้เลื่อนกับ ระเบียบวาระหรือไม่เห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระ เพราะฉะนั้นเนื้อหาสาระก็ไม่หนีไปจากนี้ แล้วเมื่อสักครู่นี้ที่มีการอภิปรายกัน หลายท่านก็ไม่ได้อภิปรายกันอยู่ในญัตตินี้ เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่าจำนวน ๙ คนอาจจะมากเกินไป ก็ฝากท่านประธานช่วยพิจารณา อาจจะฝั่งละ ๒ ท่าน ก็เท่ากับว่าเป็น ๔ ท่าน แบบนี้ครับ ก็ให้ประธานช่วยพิจารณาครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตามข้อบังคับแล้ว ๑. เมื่อมีผู้เสนอจะขออภิปราย ถ้าอภิปรายไม่ซ้ำและในเวลาที่กำหนดก็ได้ แต่ถ้าอภิปรายซ้ำ ประธานจะเตือน ๒. เมื่ออภิปรายได้พอเวลาสมควรแล้ว อาจจะมีผู้เสนอว่าให้ปิดการ อภิปรายก็ได้ ก็ต้องถามที่ประชุมอีก เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณา เพื่อให้การประชุม ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งเรื่องข้างหน้าเราก็มีเรื่องที่สำคัญ ประชาชนกำลังรอฟังอยู่ เพราะฉะนั้นขอให้ทุกฝ่ายพยายามรักษากติกา รักษาเวลาให้มากที่สุด การประชุมถ้าเผื่อว่า มันซ้ำประเด็นและมีผู้เห็นสมควรหรือประธานเห็นว่าสมควรจะยุติอภิปรายก็ดำเนินการได้ แต่ตราบใดที่เห็นว่ายังอภิปรายได้ก็จะเปิดโอกาสให้ เพราะเราจะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ ตามสมควรนะครับไม่ใช่ว่าไปเรื่อย ๆ เชิญคุณแนนครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย ค่ะ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้เสนอญัตติ แล้วเมื่อสักครู่ได้มีเพื่อนสมาชิกจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าเป็นการอภิปรายญัตติไปแล้วด้วยซ้ำ ถึง ๔ ท่าน เพราะฉะนั้นในเรื่องเนื้อหา จริง ๆ ญัตติที่ดิฉันเสนอเป็นเพียงญัตติเลื่อนวาระ ขึ้นมาเท่านั้นค่ะ แล้วดิฉันมั่นใจว่าหลังจากที่เลื่อนได้สำเร็จแล้วก็จะมีสมาชิกลุกขึ้น ขออภิปรายในวาระนั้นอีกอย่างยาวนานค่ะ เพราะฉะนั้นตามที่ท่านภราดรเสนอค่ะ เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ๔ ท่าน เพราะฉะนั้นการที่จะมีการพูดว่า แค่เรื่องเลื่อนหรือไม่เลื่อนนั้น ดิฉันมั่นใจว่าหลังจากที่ได้เข้าวาระแล้วจะมีการพูดกันอีกยาว เพราะฉะนั้นขอให้ประธานได้วินิจฉัยแล้วก็ตัดสินเลยว่าท่านจะอนุญาตกี่คนกันแน่ แล้วให้เวลาเท่าไร เพื่อที่พวกเราจะได้บริหารจัดการแล้วพวกเราได้คุยกันว่าฝ่ายไหนควรจะ พูดกันกี่คน เพราะวิปก็ยังมีอยู่ทุกคนทุกพรรคยังมีวิปอยู่เราสามารถคุยกันได้ว่าแต่ละพรรค ควรจะส่งมาแค่ ๑ คน หรือ ๒ คนเท่านั้นก็พอค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ข้างหลังครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้ผมเห็นด้วยกับท่านประธานว่าการที่จะเลื่อนไม่เลื่อนนี่ไม่ควร จะใช้เวลามาก ผมเชื่อว่าวันนี้ในทางของการเมืองผมคิดว่าทุกฝ่ายคุยแล้วเข้าใจกันหมดแล้ว มันเป็นข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากจะฝากท่านประธานได้ช่วยกำหนดในเรื่องของ เวลาว่าไม่ควรใช้เวลามาก ผมคิดว่าวันนี้ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายก็ทราบดีอยู่แล้ว ว่าเรามีวาระในการเลือกท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพราะฉะนั้นประเทศคงรอไม่ได้แล้วก็ผม เห็นใจทุกฝ่ายนะครับ ที่พูดไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหน แต่คิดว่ามันไม่ควรที่จะใช้เวลามาก จนเกินไป และควรกำหนดไปเลยว่าฝ่ายละกี่ท่าน เพราะว่ามันมีวาระอื่นที่ต้องทำอีกนะครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลก็คือทุกฝ่ายก็พูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธาน และเห็นด้วย กับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณจุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านประธานวินิจฉัย แล้วก็ได้ขานว่ามีสมาชิกลงชื่อไว้ ๙ ท่าน ชอบแล้วครับ ท่านประธานก็กำหนดเวลาเหมาะสม ๕ นาทีไม่เกิน ทุกคนปฏิบัติตามใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้นเต็มที่ เป็นสิ่งที่ ดำเนินการได้ชอบแล้วก็เป็นการรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน ทุกครั้งเราก็ปฏิบัติอย่างนี้ ท่านไม่ต้องกลัวครับ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีมันก็อยู่ในระเบียบวาระอย่างไรวันนี้ มันก็ต้องเดินไปถึง ถ้ามีเสียงครบท่านได้เป็นแน่นอน ใครมีบุญญาวาสนาท่านจะถึง ท่านได้เป็นไม่ต้องไปห่วง แต่อย่าเริ่มความอยากเป็นรัฐบาลด้วยการปิดปาก🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอประเด็นนี้ เดี๋ยวมันเป็นการเสียดสีเดี๋ยวจะมีการประท้วงนะครับ ผมก็เอาประเด็นว่าท่านเสนอว่า ให้อภิปรายตามสมควรให้ประธานกำหนดเวลาและจำนวนคน เดี๋ยวผมจะพิจารณาให้นะครับ ผมจะดำเนินการตามข้อบังคับแล้วตามสมควรเพื่อให้การประชุมเรียบร้อยนะครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุรทิน ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมว่าจะต่อจากท่านอรรถกร ไปแล้วมันหลายรายครับ ผมขออนุญาตสัก ๒-๓ นาที ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวท่านมีชื่อ อยู่ในผู้อภิปรายผมจะให้ต่อ เดี๋ยวผมจะหาข้อยุติเรื่องนี้เล็กน้อยนะครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

สัก ๒ นาที ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิปราย ต่อจากท่านอรรถกรเพราะรับปากไว้แล้ว สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครู นักเรียน ระดับประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนราชวินิต เขตดุสิต จำนวน ๑๒๓ ท่าน ซึ่งเข้ามาฟัง การประชุมอยู่ชั้นบนนี้แล้วนะครับ ขอต้อนรับทุกท่าน ขอบคุณครับที่มาชมรัฐสภาและมาฟัง การประชุมในวันนี้ ขอต้อนรับทุกท่านครับ นั่งลงได้นะครับ ก่อนที่จะให้พูดผมคิดว่าพอแล้ว เวลาหารือเพราะมันไม่มีอะไรนะครับ เรื่องว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน เชิญท่านสั้น ๆ นะครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมเข้าใจครับ ท่านประธานครับ มีอยู่ ๙ ท่านที่ต้องการอภิปราย แต่อยากจะขออนุญาตท่านประธานว่า บางท่านมีประเด็นที่อยากจะขอคำชี้แจงและเป็นประเด็นที่อาจจะเป็นข้อกฎหมายด้วย ขอท่านจิตติพจน์ ขอท่านประธานช่วยดูว่าถ้ายังมีเนื้อหาสาระและไม่พูดวนไปวนมา ขอท่านประธานช่วยกรุณาให้รับฟังจนจบเสร็จสิ้นกระบวนความ ก็ขอท่านประธานไว้อย่างนี้ ว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ควรต้องอภิปรายและรับฟังก็ขอให้เปิดโอกาสให้พูดให้เสร็จสิ้นจนถึงที่สุด เพราะว่ารับรองว่าไม่มียืดเยื้อ ไม่มีวนไปวนมา แต่ว่าเป็นเรื่องของเนื้อหาสาระที่ควรรับฟัง ขอท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านภราดรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล ครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานครับ ผมไม่ขัดข้องสำหรับท่านละ ๕ นาทีไม่เกินนี้ แล้วก็ตามที่ได้ลงชื่อเอาไว้คือ ๙ ท่าน แต่ว่าก็อยากจะหารือกับท่านประธาน ว่า ๙ ท่านก็คือจะปิดแล้ว ไม่รับลงชื่อเพิ่มแล้ว ก็จะเป็น ๙ ท่านก็นับจากนี้ไปอีกไม่เกิน ๓๕ นาที ก็จะจบญัตตินี้ แล้วก็เดินหน้าสู่การลงมติครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับอีกคณะหนึ่ง คณะชมรมผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๑๐ ท่าน ซึ่งเข้ามาฟังประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับ ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมชมสภาและฟัง การประชุมในวันนี้ ผมจะขอหารือเลยนะครับ มีฝ่ายสนับสนุนคือให้เลื่อนการประชุม มีจำนวน ๕ ท่าน สำหรับผู้ที่เห็นว่าไม่สมควรเลื่อนก็มี ๕ ท่านเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ผมว่าสมควรนะครับ ขอใช้ท่านละ ๕ นาทีโดยจะเรียกสลับกันไป ขออย่าให้ซ้ำประเด็น แล้วอย่าเสียดสี เพื่อไม่ให้มีการประท้วงจะได้ไม่เสียเวลา อันที่ ๒ พูดในประเด็นเรื่องสมควร จะเลื่อนหรือไม่สมควรจะเลื่อนด้วยเหตุผลตามสมควรนะครับ ท่านแรกขอเชิญท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนให้เลื่อนญัตติมาเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้เลย หลังจากอภิปรายไปแล้วจาก ผู้ทรงเกียรติในสภา ๕๐๐ ท่าน ท่านประธานครับ เราว่างนายกรัฐมนตรีมาแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม มาถึงวันที่ ๕ กันยายน ท่านประธานครับ เกือบ ๑๐ วันแล้วพี่น้องว้าเหว่ เศรษฐกิจ ไม่ดี เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ปัญหาทางด้านสังคม และปัญหาความมั่นคงจากชายแดน นี่คือสิ่งที่กระผมเห็นว่าเราสมควรจะเลื่อนการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีมาวันนี้ชั่วโมงนี้เลย เดี๋ยวนี้ ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องอยู่ต่างจังหวัดเปิดทีวีทุกช่องดูการถ่ายทอดที่จะเลือก นายกรัฐมนตรี วันนี้ทุกคนจดจ่อว่าเราจะได้นายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ คือใครที่จะไปช่วยเหลือ พี่น้อง เราในฐานะเป็นคนยากจน ผมเป็นคนเอาม็อบมาที่ทำเนียบรัฐบาล เรารู้ว่าเรายากจน อย่างไร เราต้องการผู้นำที่จะไปแก้ปัญหาอย่างไร เดี๋ยวนี้พี่น้องอยู่ข้างคลองเทเวศร์เกือบ ๕,๐๐๐ คน กำลังรอความช่วยเหลือจากผู้นำของประเทศ เพราะฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ที่ผม กราบเรียนต่อท่านประธาน ต่อท่านผู้ทรงเกียรติในสภาวันนี้คือความจริง ความจริงที่สภา จะต้องไปแก้ไขบ้านเมือง ความจริงที่สภาจะต้องเลือกผู้นำฝ่ายบริหารเพื่อไปแก้ไขบ้านเมือง ความจริงก็ต้องมีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรี เดี๋ยวนี้มันไม่มี ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อวาน อยู่ที่ชายแดนบ้านหนองจาน ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็เกิดปัญหา ใครไปแก้ปัญหาจุดนี้ ก็ต้องรอฝ่ายนโยบายนั่นก็คือทางรัฐบาล ทางรัฐมนตรี ก็กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ นอกจากนี้ปัญหาเศรษฐกิจ ผลหมากรากไม้ ข้าวปลา อาหารมันแพงไปหมดนะครับ ชาวบ้านไปซื้อแพงแต่ว่าเวลาขายมันถูก เราไม่สามารถจะขาย ของชาวบ้านได้ นักท่องเที่ยวไม่เข้ามา สมัยก่อนเราเห็นคนจีนถือธงนำหน้ากันเป็นแถวไป ทุกวันนี้ไม่มีเลย ไม่มีแม้กระทั่งวิญญาณพี่น้องจีนมาเที่ยวบ้านเรา เราจะเอาเงินที่ไหน ท่านประธานที่เคารพครับ เราเป็นผู้แทนราษฎรไปที่ไหนพี่น้องก็บ่นใส่กกหู ไปที่ไหนหู ก็ชาแล้ว ไม่เฉพาะพี่น้องในกรุงเทพฯ เท่านั้น พี่น้องต่างจังหวัดยิ่งแล้วใหญ่ เงินไม่มีใน กระเป๋าที่จะซื้อก๋วยเตี๋ยวกินด้วยซ้ำ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่เราไม่มีผู้นำ นั่นก็คือ ไม่มีนายกรัฐมนตรี ถึงจะมีรักษาการก็เถอะ มันไม่เต็มที่นะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สมควรแล้ว ฝากท่านประธานไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่าน วันนี้เราจำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรี เพื่อไปแก้ปัญหาบ้านเมือง ช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วนะครับ ขอย้ำนะครับ ช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปก็จะเชิญสลับกันไปนะครับ เชิญ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แล้วก็มาทางนี้ลำดับถัดไป นะครับ คุณโสภณ ซารัมย์ เชิญ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กรอิสระ เราต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ วันนี้ผมเห็นว่าการที่จะเลือก นายกรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญเนื่องจากมีข้อตกลงระหว่าง พรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย กรณีเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็น ข้อตกลงทางการเมืองที่บ่อนเซาะระบอบประชาธิปไตยและทำลายรัฐธรรมนูญเนื่องจาก ข้อตกลงดังกล่าวมีในข้อ ๔ เพื่อสร้างหลักประกันว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะยุบสภาภายใน ๔ เดือนจริง พรรคภูมิใจไทยต้องดำเนินการด้วยวิธีใด ๆ เพื่อให้รัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย เพื่อไม่ให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก แล้วก็ลงชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงทางการเมืองที่สะท้อนให้เห็นการบิดเบือน รัฐธรรมนูญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีถือว่าเป็นเสาหลัก จริงอยู่ท่านอนุทินอาจจะมาโดยพรรค การเมือง แต่เมื่อมีข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้เป็นการขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ ก็คือว่า ห้ามบุคคลใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ถึงแม้ว่าข้อ ๔ จะไม่ถึงโดยตรงแต่ลักษณะเป็นการกร่อนเซาะและทำลายระบอบ ประชาธิปไตยและตัดกระบวนการการตั้งรัฐบาลโดยเสรี อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเรา ก็ยอมรับว่ารัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ผมยังไม่ต้องพูดถึงคุณสมบัติ เดี๋ยวผมจะ ขอพูดต่อไปถ้ามีการเสนอว่าเป็นอาชญากรรมหรืออาชญากรทางประชาธิปไตยทางการเมือง อย่างไร ดังนั้นเนื่องจากในเวลาสั้น ๆ ถ้าเราจะมีการจัดเลือกนายกรัฐมนตรี อยากให้มีการ พิจารณาข้อตกลงดังกล่าว เพราะว่ามันมีการแถลงในสภา ซึ่งรายละเอียดนั้นผมคิดว่าทาง พรรคควรจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อตกลงดังกล่าวเนื่องจากติดข้อตกลง ที่ถึงขนาดยุบพรรคการเมือง แล้วที่สำคัญหลักประชาธิปไตยนั้นเขาคำนึงถึงเสียงข้างมาก แล้วก็มาตราในรัฐธรรมนูญ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ถูกครอบงำใด ๆ อันนี้เป็นการครอบงำและเป็นการ แลกผลประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งได้เป็นรัฐบาล อีกฝ่ายหนึ่งอาจจะได้เป็นฝ่ายค้านเพื่อ แก้รัฐธรรมนูญ คุณไม่เห็นหัวประชาชน อันนี้ผมจึงเห็นว่าควรจะเลื่อนเพื่อให้บรรจุ คำว่า เลื่อนนี้หมายถึงว่าไม่เลื่อน แล้วก็การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีควรจะมีการวินิจฉัยให้ถ่องแท้ เพราะเริ่มต้นก็ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญเป็นการทำลายประชาธิปไตย อย่างรุนแรง ซึ่งน่าเสียใจผู้ทำลายเป็นพรรคที่ประกาศตัวเองว่ายึดมั่นในประชาธิปไตยครับ อันนี้จึงเป็นข้อเสนอที่ผมเห็นควรว่าไม่ควรเลื่อนครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ใช้สิทธิพาดพิงครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณณัฐพงษ์จะใช้ สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสักครู่ผมต้องขออนุญาตท่านประธานและเพื่อนสมาชิกจริง ๆ ที่มี การกล่าวชื่อพาดพิงถึงผม ถึงแม้จะไม่ได้มีการเอ่ยชื่อถึงเรื่องพรรคประชาชนอย่างชัดเจน แต่เราก็ทราบได้ว่ามีการพาดพิงถึงพรรคประชาชนเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมอยาก เน้นย้ำอีกสักหนึ่งครั้งว่าตอนนี้เรากำลังอภิปรายในญัตติในการขอเลื่อนระเบียบวาระ การที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใด ยังเป็นอีก ๑ วาระ ที่เรากำลังจะต้องรอการพิจารณาต่อจากนี้ อันนี้ประการแรก แต่ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง จริง ๆ ครับท่านประธาน เหตุการณ์ที่เรามองเห็นกันอยู่ว่าเกิดขึ้นในสภาเมื่อเช้าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นความสับสนที่เกิดขึ้นจากเพื่อนสมาชิกว่าตกลงตัวเองเป็นฝ่ายค้านหรือ ฝ่ายรัฐบาล ความสับสนในการกล่าวชื่อพรรคการเมืองผิดว่าตกลงแล้วตอนนี้ตัวเองสังกัดอยู่ พรรคไหน ทุก ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมขอเน้นย้ำอีกครั้งเห็นด้วยว่าเกิดจากรัฐธรรมนูญ ที่บิดเบี้ยว จึงเป็นที่มาของวันนี้ที่พวกเราต้องการที่จะหาทางออกครับ ในการเปิดประตู หาทางออกให้กับประเทศมุ่งหน้าสู่การยุบสภาและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นสิ่งที่ ผมอยากเรียกร้องกับท่านประธานและรองประธานทั้ง ๓ ท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ครับ เรียกร้องถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านใดที่นั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้และ เป็นหัวหน้า เป็นเลขาธิการ เป็นผู้บริหารพรรคของแต่ละพรรคการเมืองครับ วันนี้เรามีญัตติ ที่สำคัญในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ถ้าเราเห็นว่าญัตตินี้มีความสำคัญและจำเป็นต้อง เลื่อนขึ้นมาก่อน ผมขอเรียกร้องครับ หัวหน้าและผู้บริหารของพรรคการเมืองทุกพรรคขึ้นมา ให้คำยืนยันกับสภาแห่งนี้ว่าถ้าเราจะโหวตนายกรัฐมนตรีก่อนเราจะอยู่เป็นองค์ประชุมและ พิจารณาจบกฎหมายทุกฉบับที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อยืนยันต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศครับว่าวันนี้สภาของพวกเราเป็นหลักยึดให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ ไม่ใช่ โหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จแล้ว ครบแล้วแล้วก็กลับบ้านกันไป🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านณัฐพงษ์ครับ เรื่องพาดพิงของท่านก็คิดว่าพอ เพราะว่าท่านมีรายชื่ออภิปรายด้วย🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขออนุญาตท่านประธานที่ผมอาจจะขอใช้สิทธิในการอภิปรายตอนนี้เลยเนื่องจากว่า ถูกพาดพิงนะครับ แล้วก็อาจจะส่งผลต่อการลงมติของพรรคประชาชนด้วย เพราะฉะนั้น ผมอยากได้คำยืนยันจากเพื่อนสมาชิกพรรคทุกพรรค รวมถึงท่านประธานเองด้วยครับว่า ถ้าจะมีการเลื่อนระเบียบวาระโหวตนายก โหวตนายกเสร็จแล้ว พ.ร.บ. ที่สำคัญอีกหลาย ฉบับอยากให้พวกเราอยู่เป็นองค์ประชุมและพิจารณาจนจบครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณครับ ขอต้อนรับผู้เข้ามาประชุมครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมและ ศึกษาดูงานตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ซึ่งนั่งฟังอยู่ด้านบน ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมชมสภาและฟังการประชุมในวันนี้ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ ท่านโสภณ ซารัมย์ ครับ🔗

นายโสภณ ซารัมย์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กระผมขออภิปราย สนับสนุนการเลื่อนญัตติในการที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีในวาระที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ด้วย เหตุผลดังต่อไปนี้ ประการแรกก็คือเราได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยชอบ และปฏิบัติตาม ข้อบังคับโดยชอบ อันนี้คือประการแรกที่ผมอยากเรียนว่า สภาแห่งนี้ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ได้กระทำโดยชอบทั้ง ๒ ประการ ก็คือทั้งรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ🔗

ประการที่ ๒ ที่ทำไมในสถานการณ์ที่จำเป็นที่บอกว่าเร่งด่วน เราทราบกันดี ว่าวิกฤติของประเทศ ในเมื่อวิกฤติของประเทศที่มีทั้งปกติและไม่ปกติ เหตุที่วันนี้สถานการณ์ ไม่ปกติก็คือนายกรัฐมนตรีท่านก่อนถูกพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ อันนี้ถือว่าเป็นสถานการณ์ ไม่ปกติ ส่วนสถานการณ์ปกติก็คือสภานิติบัญญัติแห่งนี้จำเป็นต้องหานายก และสถานการณ์ ที่ไม่ปกติที่จะต้องหาเร่งด่วนก็คือวิกฤติของประเทศในขณะนี้เราทราบกันดีว่าวิกฤติทางตัน ที่นิติบัญญัติในสภาแห่งนี้เรารู้กันอยู่ ประชาชนก็รับทราบ สังคมก็รับทราบว่าเรารู้กันอยู่ ฉะนั้นวันนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเป็นแกนที่จะสรรหาพรรคต่าง ๆ มาร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล จะใช้คำว่ารัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อผ่าทางตันก็ถือว่าใช้ได้นะครับ แล้วได้ทำข้อตกลงซึ่งไม่ผิด อะไรเลยครับ การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในอดีตเราก็เคยมีมา ฉะนั้นผมเห็นแย้งกับ ท่านผู้อภิปรายที่บอกว่าเป็นการเซาะกร่อนระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยนี่ เรายืนหยัด เรายึดมั่นในข้อตกลง ข้อตกลงที่มีต่อพรรคร่วมที่จะสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทย โดยหัวหน้าพรรคภูมิใจเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ในข้อตกลงต่าง ๆ ที่เราไปทำข้อตกลง เรายึดมั่นในกระบวนการและเราถือว่าในข้อตกลงนั้นเป็นการคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน ตามครรลองที่เร็วที่สุดที่ควรจะเป็น ฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยไม่ได้กลัวการเลือกตั้ง เราพร้อม การเลือกตั้ง แต่ว่ากระบวนการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามกระบวนการที่ควรจะเป็นในขณะนี้ พรรคแกนนำที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เห็นว่าขั้นตอนเวลาสมควรใน ๔ เดือนที่เราจะ บริหารเพื่อจัดกระบวนการเลือกตั้งให้เสร็จตามข้อตกลง และขอยืนยันว่าสิ่งใดที่พรรคภูมิใจไทย ได้รับปากต่อพี่น้องประชาชน ในสาธารณชนและพรรคการเมืองต่าง ๆ พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยตระบัดสัตย์ ฉะนั้นทุกสิ่งทุกประการที่นำเรียนต่อท่านประธานว่าเป็นการสมเหตุสมผล และเป็นการชอบที่สุด และให้ความมั่นใจกับพรรคร่วมที่เราจะร่วมสนับสนุนในครั้งนี้ที่เราจะ ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด กราบขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม จิตติพจน์ ครับ เนื่องจากเวลากระชับผมก็จะพยายามพูดสั้นที่สุดครับ ประเด็นที่มีปัญหาและผมกังวลมากก็คือ ระบอบประชาธิปไตยของเรากำลังได้รับผลกระทบ อย่างรุนแรงครับท่านประธาน ท่านประธานเคยเห็นไหมครับว่าในการตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีการ ทำข้อตกลงที่เรียกกันว่า MOA ระหว่างฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุด ผู้นำฝ่ายค้านกับว่าที่ผู้นำรัฐบาล ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของทั่วโลก ปัญหาของ MOA ฉบับนี้มีปัญหาอะไรครับ เนื่องจากเวลาน้อย ผมสรุปก็แล้วกัน MOA ฉบับนี้มีปัญหาก็คือเกิดขึ้นมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย บังคับใช้ไม่ได้และถ้าหากว่า เพื่อนสมาชิกที่ลงนามตาม MOA ดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าวก็จะมีความสุ่มเสี่ยงว่า จะผิดรัฐธรรมนูญแล้วก็ขัดกับ พ.ร.ป. พรรคการเมืองด้วย ก่อนอื่นผมขออนุญาตย้ำก่อน ผมไม่ขัดข้องที่ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี อยากให้ทุกคนที่มีความสามารถแล้วมีความตั้งใจจริง ที่จะกระทำเพื่อบ้านเมืองได้เป็นรัฐมนตรีทุกคน แต่วิธีการเข้าสู่อำนาจจะต้องชอบ ด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานดูนะครับ ตัวข้อตกลงร่วม เนื่องจากว่าเวลากระชั้นชิด ผมก็ไม่สามารถที่จะให้ฝ่ายโสตทำได้ ก็ขออนุญาตให้ ท่านประธานดูครับ นี่คือข้อตกลง ท่านประธานเห็นไหมครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ต้องขออภัยเล็กน้อยนะครับ เรื่องข้อตกลงอะไรต่าง ๆ นั้นผมคิดว่าสภาเราไม่ได้พิจารณา🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เกี่ยวข้องครับ เดี๋ยวผม จะอธิบายให้ท่านประธานฟังครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาว่าประเด็นที่ ท่านเห็นสมควรว่าควรจะเลื่อนด้วยเหตุผลต่าง ๆ ถ้าท่านลงลึกไปอย่างนี้ก็จะผิดข้อบังคับ ท่านสรุปได้ว่าข้อตกลงนี้ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าท่านลุกอ่านทีละข้อ เดี๋ยวจะประท้วงกันครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ได้ครับ ที่ผมสรุปที่ผมจะ บอกว่าเราต้องเลื่อนในวันนี้ก็เนื่องจากว่ากำลังจะมีการกระทำผิดรัฐธรรมนูญ แล้วขัด พ.ร.ป. พรรคการเมือง ที่ผมกล่าวเช่นนั้นผมก็ขออนุญาตให้ท่านประธานดู อันนี้ไม่ใช่เรื่องลับ มีการ ประกาศโดยทั่วไป เป็นข้อตกลงระหว่าง ๒ พรรคการเมืองว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านและ ว่าที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเคารพทั้ง ๒ ท่าน เป็นผู้มีความสามารถทั้งคู่ แต่ปัญหาของมันก็คือ ท่านประธานเห็นไหมครับ ในข้อตกลงฉบับนี้มีการเสนอว่าจะให้ คนหนึ่งบอกว่าจะโหวตให้ ให้เป็นนายก อีกคนหนึ่งบอกว่าเดี๋ยวจะร่างรัฐธรรมนูญให้ทั้งฉบับ โดยไม่งดเว้นหมวด ๑ และหมวด ๒ เห็นไหมครับเขียนว่า จัดทำประชามติเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่มีเงื่อนไขเลยนะครับว่าให้เว้นหมวด ๑ และหมวด ๒ แสดงให้เห็นว่ามีการแลกเปลี่ยน ผลประโยชน์กัน แล้วท่านเห็นไหมครับยังมีบอกอีกว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะยุบสภา ใน ๔ เดือนจริง และต้องไม่ดำเนินการวิธีใด ๆ เพื่อให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ถ้าโดยปกติ ถ้าหากว่าพรรคการเมืองสามารถทำหน้าที่โดยสุจริตปราศจากการครอบงำ จะไม่มีรัฐบาลไหน ที่จะบอกว่าตัวเองจะกำจัดเสียงตัวเองให้เป็นเสียงข้างน้อยแล้วจะยุบสภาใน ๔ เดือน ก็แสดงให้เห็นชัดเจนครับว่า ณ วันนี้มันเกิดเหตุการณ์ผิดปกติวิปริตเกิดขึ้นในประเทศไทย คือมีรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วมีการครอบงำกัน มีการชี้นำกัน มีการควบคุมกัน แล้วก็ยังมีการ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ดูนะครับ มีมาตรา ๒๘ ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง มีมาตรา ๒๙ พูดเลยนะครับว่าคนครอบงำก็ผิด คนถูกครอบงำ ก็ผิด คนให้ครอบงำก็ผิด แล้วก็ยังมีมาตรา ๔๖ ของ พ.ร.ป. พรรคการเมืองนะครับ ท่านประธาน ซึ่งจริง ๆ ถ้ามีเวลามากกว่านี้ผมอธิบายได้ยาวกว่านี้ แต่เวลาน้อยท่านประธาน มาตรา ๔๖ ก็เขียนชัดเจนเหมือนกันครับว่า ถ้าหากมีการเสนอว่าจะให้หรือรับ หรือว่า สัญญาว่าจะให้ หรือสัญญาว่าจะรับ ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อให้ ได้ดำรงตำแหน่ง มันจะมีปัญหาว่ามันขัดกับ พ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา ๔๖ ด้วยนะครับ เมื่อ MOA ฉบับนี้กระทำขึ้นโดยขัดต่อกฎหมาย ตามหลักของสัญญาแล้วถ้าหากว่า MOA นี้ เป็นสัญญาก็จะเกิดปัญหาว่าสัญญานี้บังคับใช้ไม่ได้เป็นโมฆะ ท่านประธานก็คงทราบดี ว่ากฎหมายแพ่งในการพิพากษาในศาลฎีกาทุก ๆ ที่ เมื่อไรก็ตามที่วัตถุประสงค์ในสัญญา เป็นไปโดยขัดกับรัฐธรรมนูญและกฎหมาย สัญญานั้นย่อมเป็นโมฆะบังคับใช้ไม่ได้ แล้วท่านประธานครับ มันจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ต่อไปสัญญานี้บังคับใช้ไม่ได้นะครับ แล้วจะไปตั้งรัฐบาลกันแล้วเกิดความขัดข้องอย่างนี้แล้วจะมีเรื่องฟ้องร้องกันมานี่ ผมอยากให้ เพื่อนสมาชิกได้ตั้งสติครับ เราควรจะทำให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยปกติ ท่านอยาก ให้มีการยุบสภาภายใน ๔ เดือน พรรคประชาชนควรที่จะเข้าร่วมกับรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านหมดเวลา แล้วนะครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

นิดเดียวครับท่านประธาน จะได้ไม่มีปัญหาว่ามีเรื่องของการครอบงำกัน มีเรื่องของการรับผลประโยชน์หรือ ให้ผลประโยชน์กัน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้สภาเราวันนี้ ไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็เป็นหน้าที่ขององค์กรอื่นที่จะพิจารณาว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือ ข้อกฎหมายนะครับ เดี๋ยวก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนได้ แต่วันนี้เราก็มาพูดถึงว่าจะพิจารณา เลือกใครเป็นนายก แล้วจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนครับ ท่านประท้วงใช่ไหม เอาประท้วงที่ผิด ข้อบังคับ และ ๒. มีการพาดพิงนะครับ สั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวจะไปที่คุณไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ต่อไปขอเชิญคุณรังสิมันต์ครับ🔗

(นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงครับ เนื่องจากว่าท่านประธานยังไม่ได้ควบคุมการประชุมให้อยู่ ในความเรียบร้อยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้ควบคุม อย่างไรครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

คือเป็นอย่างนี้ครับ ปัญหา ที่ผมบอกก็คือผมบอกว่าการทำตามข้อบังคับนี้มันเป็นเรื่องขัดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ การบรรจุวาระที่มีลักษณะที่ขัดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญนี่มันทำไม่ได้🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าผิดกฎหมาย คุณก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ว่าประธานไม่ได้ทำตามข้อบังคับ คุณยื่นได้นะครับ ผมรับผิดชอบ ในสิ่งที่ผมทำตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับครับ ขอบคุณมากครับ เชิญคุณรังสิมันต์ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง เนื่องว่าพรรคประชาชนถูกพาดพิงหลายประการไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอ้างถึงว่า พรรคประชาชนทำผิดรัฐธรรมนูญ อ้างถึงว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคที่ไม่เป็นพรรค ประชาธิปไตย แล้วล่าสุดอ้างถึงว่า MOA ที่พรรคประชาชนทำขึ้นมา ซึ่งพรรคประชาชนเป็น พรรคที่ร่างขึ้นผิดต่อกฎหมายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเหล่านี้ ผมเองต้องขออนุญาต ท่านประธานใช้สิทธิชี้แจงเนื่องจากว่าพรรคประชาชนเสียหายนะครับ เอาประเด็นแรก ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาสั้น ๆ นะครับ เพราะประเด็นนี้ถ้าผิดหรือถูกเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ป.ป.ช. ว่าไป ท่านก็คงไม่ต้องชี้แจงลึกเรื่องนี้ ท่านเห็นสมควรว่าจะให้เลื่อนหรือไม่เลื่อน แต่จะชี้แจง สิ่งที่พาดพิงเล็กน้อยเท่านั้นแล้วอธิบายว่าอันนี้ผิดหรือไม่ผิดแล้วท่านบอกว่าถูก เดี๋ยววันนี้ ไม่ไปเรื่องอื่นแล้วนะครับ ไม่ใช่ของเราเป็นเรื่องของใครเห็นว่าผิดก็ดำเนินการไปตาม กฎหมายได้ เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผมไม่ได้มาวินิจฉัยอะไร ผมแค่ชี้แจงเพื่ออธิบาย เอาประเด็นแรก พวกเราคือ ฝ่ายค้านแล้วหลังจากนี้เราก็ยืนยันว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ดังนั้นผมยืนยันว่าในการทำหน้าที่ของ พวกเรานี่เราก็จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านแบบนี้ ซึ่งต่อไปหลังจากนี้ถ้าจะมีการเลือกไม่ว่า จะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย ซึ่งใครจะเป็นคนได้เลือกที่จะเป็นรัฐบาลเราก็ต้อง ทำงานคู่ขนานกันไปแบบนี้ ดังนั้นเรายืนยันว่ากระบวนการขั้นตอนมันไม่ได้มีกฎหมาย ที่ไปกำหนดว่าห้ามฝ่ายค้านไปเลือกพรรคไหนไปเป็นรัฐบาล ผมยืนยันว่าการกระทำของ พวกเราไม่ได้เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อระบอบ ประชาธิปไตย เรายืนอยู่จุดนี้มาโดยตลอด🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมคิดว่าพาดพิง แล้วก็ชี้แจงพอสมควรนะครับคุณรังสิมันต์ ขอความกรุณาครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่อง MOA เมื่อสักครู่นี้ผมยังไม่ได้พูด🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่อง MOA นี่เรา ไม่สามารถจะไปบอกว่าผิดหรือไม่ผิด ผมได้เตือนแล้วนะครับว่าเรื่อง MOA อย่าลงลึกแต่ว่า เรื่องว่าจะไปลงนามอย่างไรอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าถ้าลงลึกไปท่านชี้แจงเดี๋ยวมาอีก ขอความ กรุณาให้เป็นไปตามข้อบังคับเพื่อความเรียบร้อยในที่ประชุม🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมยังไม่ได้ชี้แจงเรื่อง MOA เลย ท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ผู้อภิปรายสักครู่เพิ่งอภิปรายแล้วเราเสียหายครับท่านประธาน ผมแค่ชี้แจง ผมไม่ได้วินิจฉัย เรียนท่านประธานผมสั้น ๆ นิดเดียวครับ ใช้เวลาประมาณ ๑๐ วินาที🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยฟังผม ฝ่ายของท่านก็จะมีผู้พูดต่อไปท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะพูดต่อไปก็ฝากให้เขาพูดได้ เพราะว่าพรรคเดียวกัน🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

อันนี้ผมแค่ชี้แจงครับ ใช้สิทธิตาม ข้อบังคับครับท่านประธาน แค่ชี้แจงสั้น ๆ นิดเดียวครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ชี้แจงประเด็นไหน ผมบอกว่าชี้แจงประเด็นว่าเขาพูดถูกหรือผิดก็ไม่ใช่ แต่ว่าถ้าพาดพิงท่านให้เกิดความเสียหาย ก็พูดสั้น ๆ ได้แล้ว แต่ในเรื่องเหตุผลต่าง ๆ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานเขากล่าวหาว่า MOA ที่พรรคประชาชนทำขึ้นผิดกฎหมายนี่พวกผมไม่เสียหายหรือครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ จะเป็นคนพูดต่อไปก็ชี้แจงครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

อันนั้นใช้สิทธิอภิปรายครับ ผมใช้สิทธิในการชี้แจงตามข้อบังคับที่ถูกพาดพิงครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาสั้น ๆ ได้ไหมครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมสั้น ๆ นิดเดียวเลยครับ ท่านประธาน พวกผมทำ MOA ขึ้น เมื่อวานก็มีการลดแลกแจกแถมโดยบางพรรคการเมือง บอกว่ารับทุกข้อของพรรคประชาชนรับทั้งหมด ถ้าท่านบอกว่าสิ่งที่ข้อเสนอของ พรรคประชาชนผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ แล้วพวกท่านรับทำไมครับ เพราะวันนี้ ท่านไม่ได้รับเลือก ท่านไม่ได้เข้ารอบ🔗

(นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ🔗

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

ท่านประธานครับ กระผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ เชิญครับ ยืนขึ้นยกมือพ้นศีรษะตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๗๑ ผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม ขณะนี้เรากำลังพิจารณาว่า จะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ท่านจะอยู่ฝั่งไหนสุดแท้แต่ครับ บอกว่า ก้าวไกล ประชาชน อย่าร้อนตัวครับ เขารู้กันทั้งเมือง🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวขออภัย เขาพาดพิงผมก็ให้พูดเล็กน้อย แต่ถ้าท่านโต้ไปโต้มาก็จะเสียเวลาเพราะว่าเราจำกัดเวลา มีวาระต่อไป ท่านรังสิมันต์สั้น ๆ หน่อยครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมจบแค่นั้นในส่วนที่ชี้แจงนะครับ ก็ขอให้เดินตามระเบียบวาระ ขอให้ท่านประธานช่วยควบคุมการประชุม วาระตอนนี้เป็น การเลื่อน ฝ่ายหนึ่งที่เห็นว่าเลื่อนก็เลื่อน อีกฝ่ายหนึ่งที่เห็นว่าไม่ควจะเลื่อนก็ว่ากันไป ให้มันอยู่ตรงนี้ ส่วนเรื่อง MOA ถ้าท่านอยากจะอภิปรายไม่ไว้วางใจพวกผมนี่วาระต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ครับ🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน กราบเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่กำลังรับฟังทุกท่านครับ วันนี้สิ่งที่เรากำลังตัดสินใจในการเลื่อนวาระไม่ใช่เพียงเรื่องของฝ่ายการเมืองใดฝ่ายการเมือง หนึ่งเท่านั้น แต่คือเรื่องของประเทศชาติที่ต้องการเสถียรภาพและผู้นำที่แท้จริง ๒-๓ เดือน ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่าการเมืองที่ไร้ผู้นำอาจทำให้บ้านเมืองนั้นตกอยู่ในสุญญากาศ และนี่คือบทพิสูจน์แล้วว่าการไม่มีผู้นำไม่สามารถพาประเทศเดินหน้าต่อไปได้เลย บางท่าน อาจจะเสนอว่าไม่ให้เลื่อน แต่การไม่เลื่อนไม่ต่างอะไรจากการทอดทิ้งบ้านเมืองให้ว่างเปล่า อีกครั้ง และประเทศอาจจะเสียเวลาไปอีกนานพอสมควร ท่านประธานครับ ในทางกลับกัน หากวันนี้เราตัดสินใจที่จะเลื่อนวาระเดินหน้าเลือกผู้นำและตั้งรัฐบาลจริงอย่างน้อย ใน ๔ เดือนข้างหน้าประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่มีความรับผิดชอบ มีผู้นำที่สามารถถูก วิพากษ์วิจารณ์ได้ และมีผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาประเทศ การมีรัฐบาลจริง แม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ดีกว่าการปล่อยให้ประเทศนั้นไร้ทิศทาง และที่สำคัญครับ เวลานี้คือ เวลาที่โอกาสที่ดีที่สุดแล้วที่เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะเอากฎหมายสำคัญต่าง ๆ มาผลักดันในสภา แต่ถ้ายังเลื่อนไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการ แก้ไขกฎหมายต่าง ๆ เสนอกฎหมายต่าง ๆ ก็จะถูกเลื่อนออกไปอีก แต่ถ้าเรามีรัฐบาลจริง ในวันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังคงเดินหน้าต่อไป และนี่คือสิ่งที่ประชาชนรอคอย และแน่นอนครับท่านประธาน พวกเราจะอยู่เป็นองค์ประชุมในทุกกฎหมาย และ พ.ร.บ. ที่จะเข้าวันนี้เราจะอยู่เป็นองค์ประชุมแน่นอน พี่น้องประชาชนและท่านประธานครับ หากวันนี้เรามีรัฐบาลจริง ประชาชนก็จะได้เห็นการทำงานจริง จะได้มีข้อมูลจริงในการ พิจารณาว่าพรรคการเมืองใดควรได้รับความไว้วางใจในการเลือกตั้งในอนาคต นี่คือการคืน อำนาจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นการตัดสินใจเลื่อนวาระในวันนี้ รัฐบาลใหม่ จะเกิดขึ้นจึงเป็นรัฐบาลที่มุ่งมั่นคืนอำนาจให้ประชาชนภายใน ๑๒๐ วัน ไม่ใช่รัฐบาลที่ตั้งขึ้น เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง แต่เป็นรัฐบาลที่เกิดขึ้นเพื่อวางรากฐานสำคัญให้กับ รัฐบาลชุดต่อไปสามารถทำงานเพื่อความผาสุกแก่พี่น้องประชาชน และธำรงความมั่นคงของ สถาบันหลักที่เรารักยิ่ง ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ยั่งยืนสืบต่อไป นี่คือ อุดมการณ์ของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จากจังหวัด เชียงใหม่ ผมเป็นผู้หนึ่งที่คัดค้านการเลื่อนระเบียบวาระนะครับ ผมเรียนเลยนะครับ วันนี้เรา ก็เห็นบรรยากาศในสภาซึ่งดูแล้วมันก็วุ่นวาย และมันก็มีความเห็นขัดแย้งแตกต่างแบ่งเป็น ไม่น้อยกว่าสามเส้า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันพรรคหนึ่งก็พยายามลุกลี้ลุกลนอยากจะ เลื่อนระเบียบวาระต้องการที่จะลงมติให้เร็วที่สุด เข้าใจครับ พวกผมก็บอกว่า เอ๊ะ มันควรจะชะลอได้ไหมเพราะว่าการตัดสินใจเรื่องนี้เป็นเรื่อง สำคัญ การลงมติเพื่อเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องสำคัญ การที่เราจะเร่งรัดมันเข้ามา เร็วขึ้นมาไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม แต่มันก็ทำให้กระบวนการตัดสินใจของสมาชิกมีผลได้ อีกฝ่ายหนึ่งก็พยายามแก้ตัวเป็นพัลวันว่าทำไมถึงจะต้องไปสนับสนุนให้มีนายกรัฐมนตรี จากพรรคการเมืองอื่นพรรคการเมืองใด ท่านประธานครับ สถานการณ์ในปัจจุบันเรา ก็เห็นกันอยู่แล้วจากสิ่งที่มีการตกลงกันระหว่างพรรคประชาชน ด้วยความเคารพนะครับ กับพรรคภูมิใจไทย ผมจะไม่อภิปรายถึงว่าอย่างที่ท่านประธานเรียน มันขัดต่อหลักการ ประชาธิปไตย มันขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ การที่เข้าไปแล้วกำหนดว่าอยู่ได้เพียงแค่ ๔ เดือน เข้าไปแล้วห้ามเป็นเสียงข้างมาก มันขัดต่อหลักการประชาธิปไตย มันสุ่มเสี่ยงกับการใช้ อำนาจในการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ หรือไม่ ตรงนี้เป็นเรื่องถัดไป ที่จะต้องมีการร้องกันต่อแล้วก็คงจะต้องมีกระบวนการวินิจฉัยจากฝ่ายอื่นซึ่งไม่ใช่เรา นอกจากนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือเรื่องเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกบุคคล เพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นยืนยันมาโดยตลอดว่าเอกสิทธิ์ของ สส. เป็นสิ่งสำคัญ ไม่มีใครมากำหนด ไม่มีใครมากะเกณฑ์ ไม่มีใครมาบังคับสมาชิกได้ แต่วันนี้ด้วยข้อตกลง ที่เกิดขึ้นมันทำให้เกิด Dead Lock ที่สมาชิกหลายท่าน หลายท่านมาคุยกันในวงนอก วงกาแฟอยู่ในความอึดอัด ไม่อยากที่จะลงมติอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ด้วยข้อตกลงที่เกิดขึ้น ด้วยสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นถูกบีบบังคับ อันนี้ทำให้เอกสิทธิ์ของ สส. ที่มีอยู่มันหายไป นอกจากนั้นเพื่อนสมาชิกก็มีการเกริ่นไปแล้วเรื่องของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องของพรรคการเมืองมีข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติชัดเจนว่าห้ามมีการเรียกรับ ผลประโยชน์ในเรื่องของการดำเนินการ เช่นเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรีใด ๆ แต่นี่ มีกลไกในการแลกเรื่องของการยุบสภา แลกในเรื่องของการเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ ตรงนี้อย่างที่ท่านประธานเรียนไปว่ากันข้างหน้า มีหน่วยงาน ที่จะต้องมาติดตามตรวจสอบ แต่ท่านประธานครับ สถานการณ์ในปัจจุบันผมว่าการที่เราจะ เดินหน้าสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีมันไม่ใช่ว่าใครคนใดคนหนึ่ง ท่านถือว่าท่านพร้อมแล้ว ท่านก็อยากเร่งลงมติ แต่สมาชิกท่านอื่น เรามีสมาชิกอยู่ ๔๙๖ คนนะครับ ๔๙๖ คน ท่านถามเขาหรือยังว่าพร้อมหมดหรือไม่ วันที่ท่านประธานบรรจุระเบียบวาระผมยังติงครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เข้าใจว่าเป็นอำนาจของท่านประธาน แต่เรื่องอย่างนี้ ในลักษณะของการลงมติในเรื่องของการเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี่ ให้เวลาครับ ทุกครั้งเรานัดเป็นนัดพิเศษ เปิดมา ๙ โมงเช้ามีเรื่องเดียวคือเรื่องของการลงมติ เลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ วันในการนัดหมาย ทุกคนจะได้ไปเตรียมไปคิด มีการประชุม มีการหารือ แต่นี่ท่านประธานใช้วิธีการบอกว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นอำนาจท่านครับ แต่ท่านกำหนดเวลาค่อนข้างสั้น สั้นแล้วทุกคน เตรียมการมาแล้วว่าภายในวันนี้เรามีระเบียบวาระการประชุม ทั้ง พ.ร.บ. ในเรื่องของกิจการ กระจายเสียง ทั้งเรื่องของ อสม. เต็มไปหมด เราก็กะกันว่าต้องพิจารณากฎหมายไป ตามลำดับแล้วจะมีการลงมติในช่วงเย็นพวกผมพร้อมครับ เย็นนี้ได้ลงกันแน่ไม่หนีไปไหน เรื่องสำคัญขนาดนี้ไม่มีใครหนีครับ แต่ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการบริหารจัดการเวลา สำหรับการพิจารณากฎหมายแล้วต่อด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านกำลังจะเลื่อน ระเบียบวาระในเรื่องสำคัญ แล้วเกิดมีเพื่อนสมาชิกติดธุระอยู่ข้างนอกเป็นไปได้นะครับ แน่นอนทุกคนเห็นความสำคัญของเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรี แล้วเกิดเขายังไม่พร้อมล่ะครับ เราอย่าเอาความพร้อมของเราแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ท่านต้องเอาความพร้อมของสมาชิก ทุกคนที่อยู่ในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานนะครับ ในประเด็นแรก ผมไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนระเบียบวาระ ขอให้คงตามระเบียบวาระเดิม วันนี้อย่างไรเราได้ เดินหน้าไปถึงระเบียบวาระที่ ๘ แน่นอนครับ เรื่องของการเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ใจเย็น ๆ ครับ มันจะถึงมันก็ไปถึง ให้เวลาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ แต่ว่ามีประเด็นพาดพิงถึงประธานนิดหน่อยว่าได้รีบบรรจุเรื่องนี้ ผมขอยืนยันว่าเป็นไปตาม ข้อบังคับ แล้วการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาไม่ว่าท่านเศรษฐาก็ดี ท่านแพทองธารก็ดี หลังจากเว้นนายกรัฐมนตรีแล้ว เราก็เลือกภายใน ๗ วัน ก็ไม่ให้เกิน เพราะว่าแน่นอนบอกว่า มีความพร้อม แต่ว่าบ้านเมืองที่ขาดนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็น องค์กรนิติบัญญัติที่ต้องดูแลเรื่องนี้ก็ต้องพิจารณาตามสมควร คราวที่แล้วก็ไม่เกิน ๗ วัน ที่ว่างเว้น คราวนี้ก็ภายใน ๗ วันเหมือนกัน ขอความกรุณาว่าผมชี้แจงในส่วนที่พาดพิงถึงผม ว่าผมปฏิบัติตามข้อบังคับ ๒. นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ๒ ท่าน ในสมัยที่ผมเป็นประธาน ผมก็ใช้เวลาในการพิจารณาตามสมควรอย่างนี้ ต่อไปขอเชิญท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนเป็นเบื้องต้นกับ ท่านประธานว่ากระผมจะพยายามจะพูดถึงประเด็นเลื่อนหรือไม่เลื่อนเท่านั้น แต่อาจจะมี ประเด็นข้อกฎหมายที่ท่านประธานและท่านสมาชิกได้กรุณาได้ทบทวน🔗

ประการที่ ๑ ถ้าในกรณีที่เหตุการณ์ปกติผมเห็นด้วยในการที่วินาทีนี้จะต้อง พิจารณาเห็นชอบในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เพราะว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ความเป็นรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรีก็สิ้นสุดลง สุญญากาศทางการเมืองก็เกิดขึ้น ผมเคยเป็น ผู้บริหาร ผมเห็นผมรู้ว่าการมีสุญญากาศนั้นบ้านเมืองมันเสียหาย เห็นด้วยในการที่จะเร่งรัด ในการที่จะลงมติเพื่อให้ความเห็นชอบ🔗

แต่ประการที่ ๒ ผมเป็นคนสนใจในเรื่องกฎหมาย ผมพยายามอ่านตั้งแต่ มาตรา ๑๒๐ ของรัฐธรรมนูญ การให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งใดนั้นให้กระทำ โดยลับ เพราะว่าเป็นการปกป้องในกรณีที่จะปกป้องผู้แต่งตั้ง ผู้เห็นชอบ แต่เขาติ่งท้ายว่า ยกเว้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่จะให้เปิดเผยก็คือ การให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๙ มาตรา ๑๕๙ ในวรรคสาม มันมี ๒ นัย ๒ ประเด็น ประเด็นแรกต้องกระทำการด้วยการเปิดเผย ก็ตรงกันกับ มาตรา ๑๒๐ แล้ว แต่ประเด็นที่ ๒ ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก ที่มีอยู่ทั้งสภา ประเด็นนี้จะตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เขาต้องการที่จะให้มีรัฐบาล เสียงข้างมาก เพื่อเข้าบริหารประเทศชาติบ้านเมือง เพื่อความรับผิดชอบต่อชีวิตของ พี่น้องประชาชน การที่มีข่าวคราวที่กระผมไม่สบายใจที่มีเหตุพิสดารที่กระผมเล่นการเมือง มาพร้อมกับท่านประธาน ๔๙ ปีแล้ว ไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ที่มีพรรคการเมืองรวมตัวกัน เพื่อจะเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วแสดงเจตนารมณ์ว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล ผมถามท่านประธาน และท่านสมาชิกนะครับว่าตรงนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มาตรา ๑๕๙ ท่านประธานไม่สามารถ ตีความได้ ผมไม่สามารถตีความได้ ผมสามารถที่จะมีความสงสัยระแวงได้ ทำไมผมให้เลื่อน ผมก็จะบอกพรรคร่วมรัฐบาลที่อยากจะเป็นรัฐบาลที่ประสงค์จัดตั้งรัฐบาลให้เข้าร่วมรัฐบาล ทุกพรรคเถอะครับ ขอให้เวลาสมมุติว่าเวลาที่เหลืออยู่ถ้าวันนี้ท่านตัดสินใจเข้าร่วมไม่ได้ ท่านคิดว่าท่านจะเป็นฝ่ายค้านมันขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มันขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน เพราะเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญให้มีเสียงข้างมากเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าทอดเวลาอีก ๕ วัน ๑๐ วัน หรือ ๒ วัน ๓ วันแล้วแต่กรณี พรรคการเมือง ที่อ้างว่าจะให้ความเห็นชอบในการลงโหวต แต่ไม่เป็นรัฐบาล มันขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน ในข้อกฎหมาย คำพูดคำขอร้องของผมขนาดนี้ อาจจะชี้ชวนให้พรรคการเมืองบางพรรคที่มี ความคิดอย่างนั้นผมไม่อยากจะเอ่ยถึง อาจจะกลับใจมาร่วมรัฐบาล ความชอบของในการจัด ลำบากตั้งรัฐบาลและเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีนั้นจะชอบด้วย กฎหมายและไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะย้ำว่าไม่อยากให้ใครพูดเพื่อเอาหล่อหรือ ตอแหลนะครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวจะมี ผู้อภิปรายเหลือ ๓ ท่านแล้วนะครับ จะให้คุณธีระชัย แสนแก้ว และคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อันสุดท้ายก็คือท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว แล้วก็จะมาที่ ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แล้วก็คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เป็นไปตามนี้ เชิญคุณธีระชัยครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมนายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ การเลือกนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเป็นการเลือก ที่มีความสำคัญในการที่จะเข้าไปบริหารประเทศดังที่เพื่อนสมาชิกได้ว่า แต่ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา ๑๕๙ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และบรรจุในวาระเร่งด่วนเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย ซึ่งบุคคลที่จะเสนอเป็น นายกรัฐมนตรีจะมีความเหมาะสมหรือไม่และขาดคุณสมบัติหรือไม่นั้น อันนี้ผมอ่าน ตามรัฐธรรมนูญ แต่ท่านประธานครับ ผมมีเหตุมีผล ด้วยเหตุผลดังนี้มันเกี่ยวข้องกับ ท่านประธานด้วยและกระผมด้วย และเพื่อนสมาชิกด้วย ก็คือเมื่อวันที่ ๒ สาเหตุที่ผมต้องการ ว่ายังไม่อยากให้เลื่อน เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๘ ท่านประธานคือท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้มีหนังสือไปยังศาลรัฐธรรมนูญในปัญหาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการ พิจารณาวินิจฉัยเรื่องพิจารณาที่ ๑๗/ ๒๕๖๘ โดยนำคำร้องของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ กับพวก ๒๐ คน มีนายธีระชัย แสนแก้ว ลงชื่อด้วย เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอน กระบวนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ อันสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเป็น การนั่งพิจารณาและวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญท่านใหม่ คือนายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งศาลรัฐธรรมนูญ แทนศาลรัฐธรรมนูญท่านเก่า คือนายปัญญา อุดชาชน ตุลาการ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจาก ครบวาระดำรงตำแหน่ง เมื่อท่านประธานยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว อยู่ในระหว่าง การพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธี พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ หากศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาจะมีผลต่อการ เพิกถอนกระบวนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ในปัญหาในเรื่องขององค์คณะของ ศาลรัฐธรรมนูญว่าในเรื่องการพิจารณาที่ ๑๗/๒๕๖๘ มีปัญหาชอบด้วยส่งศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมหมายถึง ทำให้สถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังอยู่ เพราะเกิดจากกระบวนการพิจารณาจัดทำคำวินิจฉัยและนั่งพิจารณาโดยไม่ชอบ และขัดต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ จึงไม่อาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ มีผลเป็นการเลือก นายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยยังมีข้อสงสัยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีหรือไม่ อันนี้ท่านประธานเสนอไปแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องพิจารณา หรือศาลรัฐธรรมนูญนี่เป็นบ่อนเซาะ บ่อนทำลายประชาธิปไตย ต้องรอก่อน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วว่าผิด ก็โปรดเกล้าฯ วันที่ ๒๙ พิจารณา วันที่ ๒๙ คนเก่า คือผมไม่เกี่ยวกับท่านใหม่ เกี่ยวกับท่านเก่า หมดวาระยังไปนั่งพิจารณาเฉยอยู่มันคืออะไร เพราะฉะนั้นผมจึงขอไม่ให้เลื่อนการพิจารณามาวันนี้ รอสักพักหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด ออกมาก่อนว่าจะเป็นอย่างไรค่อยเลือก แล้วผมจะไปแสดงความยินดีกับท่านนายกรัฐมนตรี คนใหม่ด้วย แต่ผมเกรงว่าต่อไปในอนาคตข้างหน้าเราจะเข้าสู่สงคราม นิติสงครามแล้วครับ ผมบอกให้ท่านทั้งหลายได้รู้ไว้ด้วยประชาธิปไตยมันจะจบสิ้น ผมไม่ทราบว่าข้อตกลงต่าง ๆ ที่ท่านได้ตกลงไปแล้วนั้นจะเกิดขึ้นเป็นเหตุเป็นผลหรือไม่ ทำไมเวลาท่านรักษาการ นายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการยุบสภา แล้วก็ยังพิจารณาอยู่ ก็ยังกลับไปกลับมาอยู่และจะ เร่งรีบในการเลือกนายกรัฐมนตรี ผมเกรงว่าปัญหาที่รัฐธรรมนูญที่ใครสร้างไว้ทำให้เราปวด เศียรเวียนเกล้าอยู่ทุกวันนี้ครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีการพาดพิง ถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็ขอให้ชี้แจงเฉพาะประเด็นที่พาดพิง คือเรื่องแรกที่ว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ผมก็ปฏิบัติตามหน้าที่นะครับ เนื่องจาก มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องให้ไปถึงศาล ผมในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็ส่งไปศาล ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นทั้งหมดนั้น เรื่องของฝ่ายตุลาการ เรื่องของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ต่างคนต่างก็ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยที่ต้องไม่ขัดแย้งกัน แล้วก็อยากให้คุณธีระชัยก็ไปดูนิดหน่อยว่าพระราชกิจจานุเบกษาได้ออกมาแล้ววันที่ ๒ ในเรื่องเดียวกันนี่ละครับ ผมจะไม่อธิบายยาวนะครับ ผมคิดว่าผมได้บรรจุในการประชุม เลือกนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นอำนาจหน้าที่โดยไม่ขัดแย้งกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ท่าน จะอภิปรายถึงเรื่องเสนอเพื่อยุบสภาก็อีกอันหนึ่ง เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร ตราบใดที่ยังไม่มี อะไรเกิดขึ้นฝ่ายนิติบัญญัติก็ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนะครับ เชิญครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมได้ยิน ท่านประธานพูดว่ามีการโปรดเกล้าฯ ครั้งใหม่มาในวันที่ ๒ หรือครับ แสดงว่ามีการ โปรดเกล้าฯ ๒ ครั้ง ใช่ไหมครับ อันนี้จะขอความกรุณาท่านประธานช่วยอธิบายให้ฟังหน่อย มันคืออะไรครับ เกิดความสับสนจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่เรื่อง โปรดเกล้าฯ ครับ เป็นเรื่องของการแต่งตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมไม่ก้าวล่วง เมื่อโปรดเกล้าฯ มาแล้วหนังสือที่ออกไปก็เป็นเรื่องของประธานวุฒิสภาส่งไปให้ศาล ซึ่งก็เป็น เรื่องของศาล แต่ว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอมาที่ผมว่าขอให้ส่งคำร้องของท่าน ซึ่งมีสมาชิกเสนอชื่อมา ๒๐ คน ให้ไปที่ศาล ผมก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ส่งไปให้ศาล ซึ่งเรื่องนี้ ก็ยังอยู่ในขั้นธุรการ แต่ราชกิจจานุเบกษาประกาศวันที่ ๒ ในเรื่องของการแต่งตั้งตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญนี้ ผมพูดต่อให้จบเลยดีกว่า ซึ่งที่เราร้องว่าไม่ถูกต้องเพราะว่าโปรดเกล้าฯ อันแรกที่บอกว่าวันที่ ๒๙ แต่ในราชกิจจานุเบกษาออกเมื่อวันที่ ๒ บอกว่าโปรดเกล้าฯ วันที่ ๓๐ เพราะฉะนั้นการพิจารณาในวันที่ ๒๙ จึงสามารถดำเนินการไปได้ อันนี้ผิดอย่างไร ก็แล้วแต่ แต่ว่าเมื่อพาดพิงถึงผม ผมก็อธิบายตามที่ท่านวรวัจน์ต้องการความกระจ่างเรื่องนี้ ก็เป็นหน้าที่ฝ่ายอื่นนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ขออีกนิดเดียวครับ ตกลงประกาศวันไหนครับ ประกาศ ๒๙ หรือประกาศ ๓๐ มีกี่วันแน่ครับที่ประกาศมา🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องแรก เราไม่เห็นอะไร แต่มีคำร้องจากท่านวิสุทธิ์บอกว่าประกาศ ๒๙ ท่านก็เอาประกาศ ๒๙ แต่วันที่ ๒ มีพระราชกฤษฎีกาบอกว่า พระบรมราชโองการแต่งตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญนั้น ประกาศวันที่ ๓๐ อันนี้เป็นเรื่องของฝ่ายอื่นครับ ฝ่ายตุลาการ ผมก็ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ว่าอันไหน ๒๙ ถูกหรือ ๓๐ ถูก เดี๋ยวไปถึงเรื่องอื่นครับ เอาเรื่องว่าผมดำเนินการตามที่ สมาชิกร้องมาให้ผมส่ง ผมก็ส่งไปแล้ว🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

แสดงว่าวันที่ ๒๙ นี่เป็นเท็จใช่ไหมครับ หรืออย่างไร ผมไม่แน่ใจ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่สามารถ จะบอกว่าผิดได้ แต่ถ้าจะให้ดูก็คือดูทั้ง ๒๙ และดูทั้งพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ ๒ ท่านเข้าใจ นะครับว่าพระราชกฤษฎีกามาจากไหนใช่ไหมครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ตกลงมี ๒ วันนะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คิดว่าเรื่องนั้นจบ ไปว่ากันเฉพาะเรื่องนี้ เชิญคุณณัฐพงษ์ครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ท่านประธานครับ เดี๋ยวสักครู่ครับ ผมข้องใจ ข้องใจก็คือว่าประกาศออกมาวันที่ ๒๙ ไปกั๊กไว้ ผมยังเกรงว่าวันที่ ๓๐ มันอยู่ได้ อย่างไรครับ อยู่ได้อย่างไร ๒-๓ วันครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่หน้าที่ผมครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

นี่ละครับ ผมเคารพท่านประธาน แต่ผมพูดให้ประชาชนได้รู้ว่านี่คือเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ ท่านดำเนินการได้ ใครที่ปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ท่านก็ดำเนินการได้ไปตามองค์กร ที่ท่านคิดว่าจะรับเรื่องนี้ การละเว้นหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ท่านก็ดำเนินการได้ เชิญท่านณัฐพงษ์ครับ ท่านตกลงกันแล้วหรือครับ คือทั้ง ๒ ท่าน แจ้งว่าจะพูดเป็นคนสุดท้าย ผมไม่รู้ว่าจะเป็นคนสุดท้ายไหน ผมก็ต้องเห็นว่าทางโน้นพูดหลายคนแล้ว ผมก็ให้ ท่านณัฐพงษ์พูด แต่ท่านอนุสรณ์ยินดีจะพูดก่อนก็ได้ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ยินดีครับท่านประธาน ยินดีรับทุกเงื่อนไขครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทยเป็นคนช้ำประจำซอยครับ พรรคเพื่อไทยเป็นคนที่มันไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิดครับ เคยโหวตให้เขาแท้ ๆ ครับ ปี ๒๕๖๒ ก็โหวตให้คุณธนาธร ปี ๒๕๖๖ ก็โหวตคุณพิธา ๒ รอบ🔗

(นายภราดร ปริศนานันทกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วง เรื่องอะไรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล ขอประท้วงผู้กำลังอภิปรายครับ ขณะนี้เราอยู่ในญัตติว่าจะให้เลื่อนหรือไม่ ท่านย้อนไปเรื่องโหวตเมื่อปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ แล้วก็เจ็บใจเพื่อนนะครับ ท่านประธาน ต้องวินิจฉัยครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ผมไม่ได้เจ็บใจครับ ผม Chill มากเลยครับ แต่ว่าผมได้เวลา ๕ นาทีครับ ผมจะบริหาร ๕ นาที หลักการพูดนี่ มันขึ้นต้นต้องโดนใจ เนื้อในต้องคมชัด สรุปจบประทับใจ แต่อย่าเกิน ๕ นาทีครับผม🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แต่ว่าก็ต้อง อยู่ในประเด็นว่า🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

กำลังมาแล้วครับ ท่านประธาน กำลังมาแล้วครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

แต่เมื่อครู่นี้ต้องทดเวลา ให้ผมด้วยนะครับ เคยโหวตให้เขาแท้ ๆ ครับ แต่ที่เรานี่เขาไม่แม้แต่จะคิดว่าจะโหวตให้ ไม่เป็นไรครับ ชีวิตต้องเดินต่อไป คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเองครับ ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยเสนอ Promotion สุดท้ายครับ บอกว่าถ้าเลือกชัยเกษมนี่ยุบสภาทันที เขาก็ ไม่เชื่อบอกยุบทันที เขาบอกไม่เชื่อครับ ทั้งที่คุณภูมิธรรมยื่นเสนอยุบสภาไปแล้ว คนเห็นทั้ง บ้านทั้งเมืองครับแต่มันยุบไม่ได้ ก็น่าจะทำให้เห็นว่าเขาก็จะยุบจริง แต่ไม่เป็นอะไรครับ เรื่องที่ผมจะพูด ที่เพื่อนสมาชิกทักท้วงนี่มีแน่นอนครับ แต่ผมจะขอพูดอีก Version ที่ผมเป็น แฟนพรรคการเมืองบางพรรคครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การเมืองยุคใหม่ต้องมีอยู่จริง การเมืองที่ยืนหลังตรงต่อหน้าประชาชน ทุกสมการที่มีการคิดต้องมีประชาชนอยู่ใน ทุกสมการ วันนี้เวลายืนข้างเรา แต่ผมตั้งคำถามว่าสิ่งเหล่านั้นยังคงเหลืออยู่หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วท่านจะมี Due ปีศาจ จะมี Promotion ๔ เดือน ๔ เพื่อจะช่วยคน ๔๔ คน จะมี Promotion ส่งคนในโควตา คนนอกแต่เป็นพรรคพวกของใคร อันนี้ไม่ได้กล่าวหานะครับ ผมถาม เพราะผมเป็นคน ช่างสงสัย แต่ผมจะเรียนว่าท่านจะเป็น MOA หรือจะเป็น TOA ไม่ต้องรอ ๔ เดือน ดูกันว่า ใครโหวตให้เลื่อนญัตติโหวตนายกขึ้นมาให้เร็วตัดหน้าวาระของประชาชน ประชาชนต้องมา ก่อนครับ นี่ผมอ่านกฎหมายรู้ดูกฎหมายเป็น นี่เข้าเนื้อหาแล้วครับ ผมจะมาอภิปรายครับ ตั้งจิตมาแต่ไกล ตั้งใจมาแต่บ้าน จะมาพูดเรื่อง พ.ร.บ. อสม. ครับ นี่ครับอ่านทั้งคืน เท่านั้น ยังไม่พอ ผมจะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ อดิศร เพียงเกษ กับคณะผู้เสนอ เอกราช อุดมอำนวย ศรัณย์ ทิมสุวรรณ และอีก อันหนึ่งก็คุณเอกราช อุดมอำนวย นี่เตรียมมาครับ หรือร่างพระราชบัญญัติการประกอบ ธุรกิจการเงิน หรือ Financial Hub อีกฉบับร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประชาชนมาแล้วครับ นี่คือประโยชน์ของประชาชน แล้วท่านประธานวิป วิสุทธิ์บอกผมว่าในการหารือกับวิปได้ตกลงกันแล้วว่าปกติเราประชุมสภาทุกวันพุธและ วันพฤหัสบดีครับ แต่วันนี้เป็นวาระพิเศษพวกเราถึงมา ประธานวิสุทธิ์บอกว่าห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ห้ามสาย ห้ามขาด ผมก็มาครับ จะดีกว่านี้ไหมถ้าจะโหวตนายกเอาวาระวันพุธหน้า เป็นวาระมาตรฐาน ถ้าเป็นมวยก็มวยราชดำเนิน ลุมพินี อย่าเอาวิกอ้อมน้อยหรือเวที มวยรังสิตครับ เพราะจะกลายเป็นนายกมาในวาระพิเศษครับ เอานายกมาในวาระมาตรฐาน แล้วผมเรียนนะครับ ใครจะ Social อย่างไรก็ตามผมในฐานะ TikToker Influencer คนหนึ่ง ผมไม่ได้เดือดร้อนหรอกครับ คะแนนที่ผมอยู่เฉย ๆ ผมอยากจะให้ ๔ เดือนไหลไป แล้วผมจะ ทำหน้าหล่อ ๆ ไปยืนเท่ ๆ ข้างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พรรคเพื่อไทยไม่ขี้เหล่แน่นอนครับ แล้วเรา จะกลับมาใครเห็นต่างจากนี้กล่าวสั้น ๆ ว่าขอให้โชคดีครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายไชยา พรหมา รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ผู้แทนราษฎรครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาไม่เยอะนะครับ แล้วก็อาจจะตอบชี้แจงข้อคิดเห็น ของเพื่อนสมาชิกบางท่านโดยสรุปในภาพรวม พร้อมกับที่จะอภิปรายเหตุผลสนับสนุน รวมถึงส่งข้อเรียกร้องบางอย่างถึงเพื่อนสมาชิกเกี่ยวข้องกับญัตตินี้ที่เรากำลังจะพิจารณาว่า จะเลื่อนญัตติการโหวตนายกขึ้นมาหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เราได้ยิน เสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่บอกว่าข้อตกลง MOA ของพรรคประชาชนนั้น ข้อตกลงที่จะทำให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยนั้นเป็นการขัดรัฐธรรมนูญบ้างล่ะ เป็นการ เซาะกร่อนบ่อนทำลายรัฐธรรมนูญบ้างล่ะ หรือไม่ก็กล่าวหาเลยเถิดไปถึงการที่บอกว่า เป็นการล้มล้างการปกครอง ท่านประธานครับ ผมชวนท่านประธานแล้วก็ประชาชนที่กำลัง รับฟังการอภิปรายครั้งนี้ลองคิดดูดี ๆ ถ้าเพื่อนสมาชิกที่กล่าวหาพวกเราแบบนั้นเขาเชื่อ จริง ๆ ว่า MOA ในครั้งนี้เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายจริง ๆ ก่อนหน้านี้เขาเสนอรับ Due ทุกข้อทำไมครับ ถ้าเขาเชื่อแบบนั้นจริง ๆ ท่านจะบอกว่าท่านยอมรับทุกข้อเสนอของ พรรคประชาชนทำไมครับ ลดแลกแจกแถมทั้งหมด ผมรับทุกข้อเสนอของพรรคประชาชนทำไมครับ ลดแลกแจกแถมทั้งหมดบอกว่าต้องการ ยุบสภาได้เลย ก็ได้ ตกลงแล้วท่านเชื่อหรือไม่เชื่อว่า MOA แบบนี้สามารถทำได้ MOA ที่มี ความโปร่งใสเปิดเผยให้ประชาชนทุกคนสามารถมองเห็นได้ เจรจากันบนโต๊ะ ไม่ได้ไปทำ Due กันต่างประเทศหรือที่ไหนที่ประชาชนมองไม่เห็น ตกลงแล้วควรทำหรือไม่ควรทำ ทำได้ หรือไม่ได้ครับ หรือถ้าท่านไม่เชื่อแต่ท่านเอามากล่าวหาพวกเราในที่ประชุมแบบนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองหรือเปล่าครับ ผมคิดว่าตรรกที่ย้อนแย้งแบบนี้ประชาชน ฟังอยู่เขามองออกครับว่าสิ่งที่ท่านลุกขึ้นอภิปรายมันเป็นเหตุเป็นผลไหม หรือเป็นไปเพื่อ วัตถุประสงค์อะไร ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่วันนี้พ่อแม่พี่น้องประชาชนกำลัง รอฟังอยู่ญัตติที่สำคัญก็คือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และผมเห็นด้วยว่าในเรื่อง ของการพิจารณากฎหมายอีกหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ พ.ร.บ. กสทช. หรือ พ.ร.บ. อสม. ที่วิปร่วมทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ตกลงร่วมกันว่าวันนี้ จะพิจารณาจนเสร็จก่อนที่จะมีญัตติการโหวตนายกรัฐมนตรีบรรจุเข้ามาด้วยซ้ำครับ และผมก็ดีใจที่วันนี้ได้ยินคำยืนยันจากท่านจุลพันธ์ แล้วก็ท่านอนุสรณ์ที่ออกมายืนยันว่า ท่านได้ศึกษา พ.ร.บ. แบบนี้ต่าง ๆ เหล่านี้ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะ เดินหน้าการประชุมพิจารณากฎหมายให้ครบทุกฉบับ ดังนั้นสำหรับผมเองที่อยากจะขอ ส่งข้อเรียกร้องก่อนที่จะตัดสินใจในการโหวตว่าจะให้มีการเลื่อนญัตติการโหวตนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาหรือไม่ ผมอยากจะขอส่งขอเรียกร้องไปยังเพื่อนสมาชิกอีกฝ่ายหนึ่ง อาจจะเป็น ทางพรรคภูมิใจไทย ถ้าเป็นไปได้ขอความกรุณาด้วยความเคารพครับ ท่านอนุทินในฐานะ ที่เป็นหัวหน้าพรรค ถ้าท่านสามารถลุกขึ้นมากล่าวยืนยันกับพวกผมได้ว่าวันนี้หลังการที่ พวกเราโหวตนายกรัฐมนตรีจบแล้วช่วยแสดงให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนเห็นหน่อยครับ ว่าวันนี้เราไม่ได้มาพิจารณาแค่เรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีให้กับตัวของท่านเอง ไม่ใช่ว่า โหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จแล้วทุกคนกระจายตัวกลับบ้านกันหมด ไม่ต้องพิจารณากฎหมาย กันต่อ ถ้าท่านยืนยันว่าวันนี้สภาของเราจะสามารถพิจารณากฎหมายจนจบทุกฉบับตามที่วิป ได้ตกลงกันก่อนหน้านี้ ผมคิดว่าไม่ได้เสียหายอะไรที่เราจะเลื่อนญัตติการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่มีความสำคัญเช่นเดียวกันขึ้นมาพิจารณาก่อน และพรรคประชาชนพร้อมที่จะสนับสนุน ญัตตินี้หากมีคำยืนยันในที่ประชุมครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณนะครับ ก็จบอภิปรายกันครบถ้วนแล้วนะครับทั้ง ๒ ฝ่าย🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงเ รื่องอะไรครับ ท่านเสียหายตรงไหน เพราะว่าท่านอภิปรายไปตั้งนานแล้ว🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เมื่อสักครู่นี้เองครับ เมื่อ สักครู่ต้องขออภัยครับ คือท่านผู้นำฝ่ายค้านได้มีการพาดพิงถึงประเด็นที่ผมอภิปรายนะครับ แต่อาจจะไม่ครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ และคลาดเคลื่อนนะครับ ขออนุญาตชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิด ความเสียหายครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สั้น ๆ นะครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ก่อนอื่น คือจริง ๆ ผมต้องขออนุญาตปกติผมพูดจาเรียบร้อยมาก แล้วก็สุภาพมาก แต่ว่าวันนี้ เนื่องจากว่าเวลาจำกัดแล้วจำเป็นต้องพูดเนื้อหาค่อนข้างเยอะก็อาจจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เร็ว และแรงไปนิดหนึ่ง แต่ขออนุญาตยืนยันว่าผมมีเจตนาดีกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่อยู่ใน สภาแห่งนี้ อยากเห็นกระบวนการของประชาธิปไตยดำเนินการไปโดยชอบ แล้วก็นำ ความเจริญมาสู่ประเทศไทย ไม่ได้ขัดข้องที่ใครจะเป็นรัฐบาลในช่วงนี้เพราะมันก็เป็นช่วงสั้น ๆ หรืออีก ๒ ปี อีกปีหนึ่ง อีก ๔ เดือนก็เลือกตั้งใหม่ ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ ต้องขออภัย ถ้าวันนี้ผมใช้น้ำเสียงรุนแรงไปนิดหนึ่ง แต่มีเจตนาดีครับ ประเด็นที่ท่านพูดพาดพิงถึงผม อาจจะคลาดเคลื่อนนะครับ ประเด็นที่ผมพูดถึงก็คือว่า MOA หรือข้อตกลงตามหลักของ สัญญาแล้ว MOA ยังไม่ใช่สัญญาจะอ่อนกว่าสัญญานิดหนึ่ง และการจะมีผลผูกพันทาง กฎหมายต้ององค์ประกอบครบ ๔ อย่าง ทั้งคู่สัญญา ทั้งประเด็นที่มีการตกลงกัน ทั้งเรื่องของ เจตนาที่สมบูรณ์ ไม่มีการเข้าใจผิดในสาระสำคัญ อย่างเช่น ร่างรัฐธรรมนูญเป็นการร่าง รัฐธรรมนูญที่มีรวมหมวด ๑ หรือหมวด ๒ หรือไม่ แก้ได้หรือไม่ MOA ฉบับนี้เขียนไม่ชัดเจน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประเด็น ที่ท่านเสียหายก่อนไหมครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ใกล้ถึงแล้วครับท่านประธาน แล้ววัตถุประสงค์ของการทำ MOA นี้จะต้องชอบด้วยกฎหมาย ไม่ขัดกับกฎหมายอะไรเลย แต่ MOA ฉบับนี้ขัดกับกฎหมายก็คือขัด พ.ร.ป. พรรคการเมือง เป็นต้น ในประเด็นที่ว่ามีการ ครอบงำ มีการแลก อันนี้คือเมื่อสักครู่ที่พูดไม่ตรงนะครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านจิตติพจน์ครับ มีผู้ประท้วงครับ เดี๋ยวให้ผู้ประท้วง เชิญครับ🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ตามที่ผู้อภิปรายได้พูดมาว่ามีสิทธิพาดพิง ผมคิดว่าท่านได้ชี้แจงครบถ้วน แล้วตอนนี้มันก็จะออกไปเรื่องอื่น ๆ ก็ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับว่าพอแล้วครับ เรื่องพาดพิง🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็ พยายามเตือนอยู่นะครับว่าให้ท่านได้พูดประเด็นเฉพาะท่านที่เสียหาย ท่านสรุปได้นะครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กำลังจะสรุปขอเวลา ๑๕ วินาทีครับ ประเด็นก็คือว่าเมื่อมันขัดกับ พ.ร.ป. นี่นะครับ เวลาท่านคิดว่ามันจะไปบังคับ ใช้ได้ จะไปบังคับให้ทำตาม MOA นี่มันเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะว่าตามหลักกฎหมายนี่อะไร ก็ตามที่มีวัตถุประสงค์ขัดกับกฎหมายเป็นโมฆะ ดังนั้น MOA จึงบังคับใช้ไม่ได้ และเมื่อขัดกับ พ.ร.ป. พรรคการเมืองนี่เราทำไปอาจจะมีปัญหา ไม่เหมือนกับการที่เรามาประกาศว่าหาเสียง ว่าถ้าเลือกผมเป็นนายกจะเป็นอย่างไร ใครเป็นอย่างไร อย่างนี้ไม่มีอะไรเสียหาย แต่เซ็น สัญญามีปัญหาครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณนะครับ ผมว่าพอแล้วนะครับ ก่อนที่เราจะดำเนินการต่อไปเนื่องจากว่ามีความเห็นอยู่ ๒ ฝั่งด้วยกัน ก็คือฝั่งหนึ่งก็บอกว่าจะขอเลื่อนระเบียบวาระและอีกฝั่งหนึ่งก็เห็นควรไม่เลื่อนระเบียบวาระ ดังนั้นก่อนที่จะขอมติในที่ประชุมนั้นผมจะอนุญาตให้ผู้ที่เสนอทั้งสองฝ่ายได้อภิปรายสรุป เชิญท่านแนน บุณย์ธิดา เชิญครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพค่ะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ต่อประเด็นญัตติที่ดิฉันได้ขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระนะคะท่านประธาน และขออนุญาตค่ะ ดิฉันใช้เวลาไม่นานค่ะ ถึงแม้ว่าเมื่อสักครู่จะมีท่านสมาชิกอภิปรายเกินไปกว่าญัตติที่ดิฉันได้ ขอเสนอ แล้วก็มีการพาดพิงในหลาย ๆ ประเด็น ดิฉันเข้าใจในความรู้สึกของท่านสมาชิก หลาย ๆ ท่านว่าหลาย ๆ ท่านก็อาจจะลืมไปว่าเมื่อตอนเราโหวตจาก ๓๐ มา ๓๑ ๒ วันเอง เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ ดิฉันได้พูดในประเด็นวันนี้เมื่อสักครู่ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้ให้ ความกรุณาในการที่จะขอคำยืนยันจากสมาชิก จริง ๆ ต้องบอกว่าพรรคภูมิใจไทยพวกเรานั่ง อยู่ตรงนี้กันครบทุกคน รวมถึงท่านหัวหน้าพรรค ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านเลขาธิการ พรรค ท่านไชยชนก ชิดชอบ ซึ่งจะมีตัวแทนวิปทุก ๆ พรรคไปคุยกันในเรื่องญัตติของวันนี้ เรียบร้อยแล้วในวาระของวันนี้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นในวันนี้พวกเราไม่ว่าจะเป็นพรรค ภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม เมื่อสักครู่ดิฉันได้ประสานไปแล้ว แล้วก็พรรคพลังประชารัฐ พรรค รวมไทยสร้างชาติส่วนหนึ่งเราก็ได้คุยกันแล้วค่ะ เราบอกว่าเราจะอยู่เพื่อพิจารณา พระราชบัญญัติต่าง ๆ ไม่ใช่แค่วันนี้ค่ะ ทุกวันไปจนถึงวันยุบสภา และที่สำคัญที่สุดวันนี้ พ.ร.บ. ที่หลายท่านกล่าวอ้างถึงนั้น พ.ร.บ. อสม. หลาย ๆ ท่านตอนเซ็นชื่อเข้าประชุม ท่านอาจจะไม่ได้หยิบเล่ม อ.พ. ท่านเลยไม่ทราบว่าหนึ่งใน พ.ร.บ. ฉบับนั้นเสนอโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพราะฉะนั้นวันนี้อย่างไรก็ตามแต่พวกเราภูมิใจไทยเราอยู่พิจารณา กฎหมายจนครบวาระในวันนี้ และต่อ ๆ ไปจนถึงวันยุบสภา เพราะฉะนั้นนี่คือคำมั่นในสิ่งที่ ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่ แล้วประเด็นต่อมาค่ะท่านประธาน เรื่องวาระ การเลื่อนที่ดิฉันได้ขอไปนั้น แน่นอนว่าอยู่ถึงตอนเย็น แล้วบอกว่าอยู่ที่วาระที่ ๘ แล้วจริง ๆ ว่าถ้าเราไม่ได้มีเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้เสียเวลาไปประมาณชั่วโมงกว่านี่เราก็น่าจะใกล้เสร็จ แล้วนะคะท่านประธาน เมื่อเสร็จแล้วก็ได้เข้าพิจารณาและเพื่อน ๆ สมาชิกที่เตรียมอภิปราย พ.ร.บ. อื่น ๆ ก็จะได้เข้าถึง พ.ร.บ. ท่านเสียที เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันก็ยังยืนยันว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นเราควรทำอย่างเร็วที่สุด หลาย ๆ ท่านบอกว่าเหตุการณ์ไม่ปกติ ใช่ค่ะ ขณะนี้ประเทศเรามีเหตุการณ์ไม่ปกติ ยิ่งเหตุการณ์ที่อยู่ชายแดนยิ่งไม่ปกติ เหตุการณ์ที่อยู่ชายแดนไม่ปกติแบบไหน ท่านเห็นดี อยู่แล้ว หรือท่านอาจจะลงพื้นที่ไปน้อย ท่านเลยไม่ทราบว่าไม่ปกติอย่างมาก และในขณะนี้ พวกเรา เราขาดผู้นำประเทศ เราขาดนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตามแต่ วันนี้วาระนี้ควรจะเสร็จสิ้นให้เร็วที่สุด แล้วเราจะได้เข้าวาระต่อไปค่ะท่านประธาน เมื่อเลื่อน เสร็จแล้วเข้าต่อไป เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันขอยืนยันในเรื่องญัตติที่ดิฉันเสนอค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านวัชระพล ขาวขำ เชิญครับ สั้น ๆ นะครับท่าน🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ครับ ไม่ต้องจับเวลาก็ได้ครับท่านประธาน สั้นมากครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตเริ่มต้นด้วยอย่างนี้ ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ครับ บรรยากาศที่ปกป้องกันและกัน บรรยากาศที่ส้มปกป้องน้ำเงิน เป็นบรรยากาศที่ดูดีมาก🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เอา ท่านวัชระพลเดี๋ยวก็พาดพิงกันไปกันมา เดี๋ยวก็ไม่จบกันสักที ท่านสรุปเลยครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ได้ครับท่านประธาน ผมจะขอกล่าว อย่างนี้แล้วกัน เวลาอยู่ข้างพวกผมครับ ผมจะรอดูครับ มีคำกล่าวครับ พรรคใหญ่กว่าอะไร ก็แล้วแต่ แต่ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ท่านไปเปิด Social media ดูนะครับ ท่านจะได้รู้ว่า วันนี้เป็นอย่างไร ดังนั้นที่มีเพื่อนสมาชิกเสนอให้เลื่อน ผมยังยืนยันว่าไม่ให้เลื่อน เพราะว่า ผมเห็นต่าง ดังนั้นวันนี้หากใครจะเข้าใกล้ความเป็นนั่งร้านให้พรรคภูมิใจไทย เรียนเชิญครับ ยินดีครับท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ได้สรุป ญัตติทั้ง ๒ ฝ่ายครบถ้วนแล้ว ต่อไปก็คงจะเป็นการถามมติว่าท่านสมาชิกจะเห็นเป็นอย่างไร ว่าจะให้เลื่อนหรือไม่เลื่อน ก่อนที่จะลงมตินั้นผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตน เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนก่อน ก่อนลงมติ ขอเชิญครับ🔗

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านภราดร เชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ในระหว่าง รอ ท่านหัวหน้าพรรคต้องการที่จะยืนยันกับสิ่งที่ทางท่านผู้นำฝ่ายค้านได้หารือเมื่อสักครู่ ในประเด็นของการอยู่ร่วมการประชุมในวันนี้จนกระทั่งถึงสิ้นสุดการประชุมในวันนี้ ก็คือสิ้นสุดวาระเรื่องพระราชบัญญัติ อสม. แล้วก็จะยืนยันอย่างที่ท่านแนนยืนยันเมื่อสักครู่ ว่าเราจะอยู่เป็นองค์ประชุมจนกระทั่งถึงวันยุบสภา ท่านหัวหน้าต้องการที่จะยืนยันกับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ท่าน สมาชิกเข้ามา เมื่อท่านเข้ามาแล้วเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตน นะครับ🔗

เดี๋ยวผมจะขออนุญาตให้ท่านว่าที่นายกนะครับ เชิญครับ🔗

นายอนุทิน ชาญวีรกูล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอเรียนยืนยันต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติในที่นี้ว่ากระผมและพรรคภูมิใจไทยจะอยู่เป็นองค์ประชุมให้การประชุมทุกวาระ ในวันนี้และในอนาคตดำเนินไปด้วยความราบรื่น สมเจตนารมณ์ของพวกเราทุกคน ทุกประการครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านมากครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้ว กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ขอเวลาท่านประธาน นิดเดียวครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมได้ เรียนสอบถามท่านประธานสภาไป พอดีผมคุยกันผมไม่มั่นใจว่าตกลงแล้ววันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษากับวันที่มีพระบรมราชโองการนี่เป็นวันเดียวกันหรือเปล่า ขอให้ ท่านประธานช่วยนำหลักฐานมาให้ดูนิดหนึ่งว่าตกลงแล้วมันคืออะไรแน่ เพราะมันมาเกี่ยวกับ ว่าวาระการดำรงตำแหน่งและหลายหลายอย่าง ก็ขอฝากท่านประธานด้วยครับว่าขอให้ ท่านประธานช่วยตามให้ด้วยครับว่าของจริงคืออะไรและวันไหนแน่ แล้วขอให้มาชี้แจง ให้ทราบด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเลขาธิการก็ดำเนินการตามที่ท่านสมาชิกได้ร้องขอนะครับ เชิญครับ ท่านเข้ามาแล้ว กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านใด มีปัญหาเรื่องเครื่องลงคะแนนไหมครับ ยังมีท่านสมาชิกกำลังทยอยกันเข้ามา รอท่านสมาชิก สักครู่ครับ แสดงตนกันครบถ้วนหรือยังครับ ผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๔๓๕ ท่าน🔗

ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมจะถามมติในที่ประชุมว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบควรให้ เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยนำเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นบุคคลที่สมควรได้รับ การแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีขึ้นมาก่อน ท่านผู้ใดเห็นชอบกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านใด เห็นชอบให้เลื่อนระเบียบวาระกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ ลงคะแนนกันครบถ้วน หรือยังครับ ก่อนผมจะขานคะแนน ก่อนที่ท่านใช้สิทธินี้ได้รับการแจ้งจากท่านเลขาธิการ บอกว่าพระบรมราชโองการในการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเอกสารที่อยู่กับ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นเอกสารภายในของหน่วยงาน เพราะฉะนั้นเอกสารดังกล่าวนี้ อยู่ที่ทางสำนักงานวุฒิสภานะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๖๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๔๒ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน เสียง ๕ ท่าน🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานคะ ๓๘๒ ขอแก้ไข ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมประกาศ ไปแล้วนะครับ🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ขอบันทึกไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

บันทึกไว้ เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับการขอเลื่อนระเบียบวาระในการแต่งตั้งบุคคลที่สมควรได้รับ การแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีมาพิจารณาก่อนนะครับ ดังนั้นต่อไปผมขอดำเนินการตามที่มี การเลื่อนระเบียบวาระเลยนะครับ🔗

- พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๘)🔗

ด้วย ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ ว่าด้วย ความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบด้วยมาตรา ๑๖๐ (๕) ดังนั้น เมื่อตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีว่างลง สภาผู้แทนราษฎรจึงต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควร ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ ซึ่งข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ไม่ได้กำหนดหมวดการพิจารณาให้ความเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีไว้เป็นการเฉพาะ ดังนั้นผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อใช้ขั้นตอน การดำเนินการดังนี้นะครับ🔗

๑. การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้สมาชิกเสนอชื่อบุคคลจากผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองที่แจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎร คือไม่น้อยกว่า ๒๕ คน และจะต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของ จำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร คือจะต้องใช้เสียงรับรองผู้ที่ถูก เสนอชื่อนี้ไม่น้อยกว่า ๕๐ คน โดยการรับรองจะใช้วิธีการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบจำนวนผู้รับรองให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้นะครับ🔗

๒. วิธีการออกเสียงลงคะแนนนั้นจะกระทำการโดยเปิดเผยนะครับ ผมขอ ปรึกษาที่ประชุมว่าเราจะใช้วิธีการเรียกชื่อท่านสมาชิกตามหมายเลขประจำตัวของสมาชิก ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน ซึ่งมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลที่สมควรได้รับ การแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร คือจะต้องมีคะแนนเสียงตั้งแต่ ๒๔๗ คะแนน ขึ้นไปนะครับ ดังนั้นท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ อันนี้เป็นการบัญญัติไว้ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเฉพาะในเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรีนะครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ขออนุญาตครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ เมื่อท่านประธานกำลังปรึกษาหารือ ถึงขั้นตอนในการดำเนินการต่อไปนะครับ ผมจึงอยากสอบถามเพื่อที่ทั้งสภาก็จะได้มีความ เข้าใจตรงกันนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้สอบถามมาเช่นกันว่าหลังจาก การเสนอชื่อแล้วเราสามารถอภิปรายถึงผู้ถูกเสนอชื่อได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากในการ เลือกครั้งที่ผ่าน ๆ มาครับท่านประธาน ผมได้ไปย้อนดูบันทึกตั้งแต่เป็นท่านพิธา ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านเศรษฐา จนถึงท่านแพทองธาร นั้นก็ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้ก่อนที่จะ มีการลงมติเพื่อให้ความเห็นชอบว่าผู้ใดจะเป็นนายกรัฐมนตรีท่านต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากขอความชัดเจนครับว่าเราจะดำเนินการเช่นไร เพราะเท่าที่ผมไปดูมาตั้งแต่ครั้งแรก ที่เป็นท่านพิธา ในสภาแห่งนี้ก็ได้มีการพูดคุยประเด็นนี้กันแล้วก็ได้มีการอภิปราย ไม่ว่า จะเป็นในขณะนั้นเป็นการประชุมร่วมเราก็ใช้เวลาอภิปรายนะครับ คือทาง สว. ใช้เวลา อภิปราย ๒ ชั่วโมง และทางพรรคการเมืองก็ใช้เวลา ๔ ชั่วโมง ครั้งท่านเศรษฐาก็เช่นกันครับ ทาง สว. ๒ ชั่วโมง ทางพรรคการเมืองก็ใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง ครั้งสุดท้ายก็คือของ ท่านแพทองธาร ก็ได้มีการพูดคุยกันก่อนว่าจะมีการพูดคุยในประเด็นใดบ้างและใช้เวลา ไม่เกินเท่าใด แต่ว่าในครั้งนี้เนื่องจากในการประชุมเราได้ประชุมว่าเราจะบรรจุวาระในการ เลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ แต่ในประเด็นเหล่านี้เราไม่ได้มีการพูดคุยกัน จึงอยากให้ชัดเจน ว่าเราจะดำเนินการต่อไปอย่างไรหลังจากมีการเสนอชื่อแล้ว เพื่อนสมาชิกสามารถ พูดอภิปรายได้มากน้อยเพียงใด ได้เรื่องใดบ้าง เพื่อความชัดเจนในการดำเนินการต่อไปครับ ท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก ในเรื่องของการอภิปรายผู้ที่ถูกเสนอชื่อนั้น แล้วก็ตลอดจนการแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่นี่ ไม่มีบทบัญญัติกำหนดไว้ที่ชัดเจนว่าจะต้องให้การกระทำดังกล่าวนั้น แต่ว่าที่ผ่านมานั้น ก็เป็นข้อตกลงในที่ประชุมว่าเราจะพิจารณากันอย่างไร แต่ในส่วนของกรณีที่ท่านสมาชิก ที่ได้เสนอไปเมื่อสักครู่นี้ได้ยกประเด็นของการพิจารณานายกรัฐมนตรีตั้งแต่สมัยท่านพิธา แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐานั้นก็อยู่ในช่วงของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญที่เป็นบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๒ ซึ่งเป็นการประชุมร่วมของรัฐสภา เหตุการณ์ ในครั้งนั้นมันจบสิ้นไปแล้ว หมายความว่าก็คือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญตามบทเฉพาะกาลนั้น ได้สิ้นสุดไปแล้ว แต่ตอนนี้การเลือกนายกรัฐมนตรีนี้ก็เป็นการดำเนินการในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น เนื่องจากว่าเรื่องนี้ไม่มีข้อบัญญัติไว้ที่ชัดเจน แต่ผมก็ไม่ตัดสิทธิท่านก็แล้วแต่ที่ประชุม ว่าจะเอาอย่างไร จะให้อภิปรายหรือไม่อภิปรายก็ขอเป็นมติของที่ประชุมก็แล้วกัน ประธาน พร้อมที่จะดำเนินการเนื่องจากว่าไม่มีการบัญญัติเรื่องนี้ไว้ เชิญท่านวิทยาครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ จริง ๆ รัฐธรรมนูญเราก็บัญญัติ มาตรา ๑๕๙ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็น บุคคลที่สมควรแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คือเขาไม่ได้ใช้ความว่าลงมติ เขาใช้คำว่าพิจารณา เพราะฉะนั้นอยู่ที่ท่านประธานแล้วก็พวกเราต้องวินิจฉัยนะครับว่าคำว่าพิจารณานั้น หมายความอย่างไร เรื่องนี้เคยถกกันมาตั้งแต่โบราณ จะให้สภานั่งเพ่งกสิณและลงมติเลย หรือออกมาโชว์ตัวแล้วก็แสดงความคิดเห็นกัน ซึ่งปฏิบัติเลยกลายเป็นเรื่องของมีการ อภิปรายให้ความเห็นกัน แล้วก็ฟังทัศนะของผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ใช้เวลาไม่นานครับ แล้วแต่ท่านประธานจะกำหนดเวลาครับ แต่ว่าอย่างไรก็ต้องพิจารณาครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือ การพิจารณานั้นต้องพิจารณาอยู่แล้วนะครับ แต่เพียงแต่ว่าตอนนี้มีท่านสมาชิกได้หารือว่า ก่อนที่จะให้ความเห็นชอบหรือให้ความเห็นชอบไปแล้วเราจะสามารถอภิปรายถึงบุคคล ที่ได้รับการถูกแต่งตั้งได้หรือไม่ ก็สุดแท้แต่ที่ประชุมนะครับ ผมขอฟังเสียงความเห็นจากท่าน สมาชิกอีกสัก ๒ ท่าน คุณหมอชลน่านแล้วก็ท่านภราดรครับ เชิญคุณหมอชลน่านก่อนครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ โอกาสผมได้อภิปรายแสดงความเห็นในประเด็นที่ได้ยกขึ้นมาปรึกษาหารือว่าจะให้สมาชิก ได้พิจารณาโดยการอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อบุคคลที่จะได้ถูกเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ ท่านประธานบอกว่าจะให้สภาแห่งนี้ลงมติให้ความเห็นชอบว่าจะให้อภิปรายหรือ ไม่ให้อภิปราย ท่านประธานครับ เรามีญัตติที่สำคัญคือการเลือกบุคคลที่สมควรเป็น นายกรัฐมนตรี ถ้าท่านประธานมาเสนอญัตติเข้ามาว่าจะมีการอภิปราย ไม่อภิปรายนี่ผม เกรงว่าอาจจะไม่ชอบด้วยข้อบังคับ เพราะว่าญัตติใหญ่ที่คลุมอยู่ขณะนี้มันเป็นการให้สิทธิ สมาชิกพิจารณา ท่านสมาชิกผู้อาวุโสขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ได้ยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญขึ้นมา กราบเรียนท่านประธานให้สภาแห่งนี้รับทราบ เป็นการพิจารณาครับ การพิจารณาแน่นอนครับ กระบวนการการพิจารณาในสภาแห่งนี้การ แสดงความคิดเห็นโดยการพูดให้เหตุให้ผลต่อหน้าท่านประธาน กราบเรียนท่านประธาน ไปยังเพื่อนสมาชิกเราเรียกอภิปรายครับ เราเรียกอภิปรายเพื่อให้เหตุให้ผลว่าสมควร ไม่สมควรอย่างไร จะลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนอย่างไร เรียกอภิปราย เพราะฉะนั้น การอภิปรายจึงเป็นวิธีการในการพิจารณา การพิจารณาไม่ได้นั่งเงียบครับ ไม่ได้ก้มหน้าแล้ว ลงคะแนน เพราะฉะนั้นบทบัญญัติที่เขียนว่าพิจารณานี้มันเลยเป็นนัยของการอภิปราย ประเด็นนี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ เอกสิทธิ์ของ สมาชิกในการที่จะแสดงความเห็น ในการที่จะพูด ในการจะลงมติลงคะแนน ในการอภิปราย เป็นเอกสิทธิ์ครับ รัฐธรรมนูญรับรองไว้เลย เพราะฉะนั้นต้องให้สิทธิสมาชิกได้พิจารณา โดยการอภิปราย อันนี้เป็นเรื่องที่ ๒ ที่ผมขออ้างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ประการที่ ๓ เรามีวิธีปฏิบัติซึ่งยึดถือกันมา เมื่อสักครู่ท่านประธานได้ก้าวไปถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาล ผมไม่เถียงท่านครับ เพราะขณะนี้มันหมดไปแล้ว กระบวนการการเลือกนายกรัฐมนตรีตาม มาตรา ๒๗๒ เราเขียนข้อบังคับรองรับในการประชุมร่วมรัฐสภา ท่านกลับไปเปิดดูครับ ข้อบังคับ ก็ไม่ได้เขียนบอกว่าต้องแสดงวิสัยทัศน์หรือต้องอภิปราย หรือห้ามแสดงวิสัยทัศน์ หรือห้าม อภิปราย ไม่ได้เขียนไว้ครับ เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เขาเขียนรองรับไว้มันใหญ่กว่า ข้อบังคับว่าต้องพิจารณา เลยไม่จำเป็นต้องบัญญัติไว้ในข้อบังคับ เราก็มาตกลงกัน มาแสดง ความเห็นกันในที่ประชุมว่ามันมีความจำเป็นนะที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้ตรวจสอบ ได้สอบถาม โดยเฉพาะคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ความเหมาะสมในเรื่องของบุคคล ในเรื่อง ของบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีข้อสงสัยก็มาพูดกันในแห่งนี้เพื่อจะให้ข้อมูลกับ สมาชิกได้ตัดสินใจ อันนี้คือเป็นวิธีการที่เรากระทำกันมาตลอด ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเองเห็นท่านประธานทำหน้าที่ได้ดีมาก เปิดให้สมาชิกได้อภิปรายเพื่อพิจารณาในญัตติ ที่สำคัญนี้ในเวลาที่เหมาะสม ท่านประธานสามารถกำหนดได้ และเราจะได้เห็นกันว่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของเรา ในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้แสดงความเห็นไว้ ทักท้วงไว้เป็นจริง ตามนั้นหรือไม่ หรือข้อเท็จจริงปรากฏชัดแล้วว่ามันเป็น เราจะได้มีข้อมูลประกอบกับ การตัดสินใจ เพราะคุณสมบัติบางอย่างถ้าหลักฐานเชิงประจักษ์มันชัด สภาแห่งนี้สามารถ ตัดสินได้ว่าสมควรจะต้องเลือกขึ้นไปหรือไม่ ตรงนี้สำคัญ ขอบคุณท่านประธานที่จะ เปิดโอกาสให้สมาชิกครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านภราดรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทยครับ ก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาเปิดให้พวกเราได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และหารือกัน เมื่อสักครู่นี้ด้วยความเคารพท่านผู้อาวุโสทั้ง ๒ ท่าน ทั้งท่านวิทยาและคุณหมอ ชลน่าน ผมคิดว่าพวกผมก็ไม่ขัดข้องหรอกครับ แล้วก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดถ้าหากว่า จะเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้พิจารณาให้ความเห็นชอบกับบุคคลซึ่งจะดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ ในประเพณีที่ปฏิบัติกันมาผมยกใน ๒ ครั้ง ล่าสุด ๓ ครั้งล่าสุด ทั้งสมัยท่านพิธา และต่อมาที่ท่านเศรษฐา แล้วก็ต่อมาที่ท่าน นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ๒ ครั้งแรกเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีภายใต้บทเฉพาะกาลของ รัฐธรรมนูญ มีสมาชิกวุฒิสภามาเลือกด้วยมันก็จึงทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาใช้เวลา อย่างที่ท่านเลขาธิการวิปรัฐบาลได้บอกเมื่อสักครู่ คือใช้เวลาประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง แต่ว่า ในครั้งล่าสุดก็คือนายกรัฐมนตรีแพทองธาร เราคือสภาแห่งนี้ใช้เวลาเข้าใจว่าประมาณ ๑ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่เหมือนเดิมและเหมือนกันก็คิดว่าเวลา ๑ ชั่วโมงก็คงจะเป็นเวลาที่พอเพียง แล้วก็แบ่งสันปันส่วน อาจจะใช้น้อยกว่านี้ก็ได้ แบ่งสันปันส่วนเป็นพรรค พรรคเป็นตัวแทน ๑ ท่าน ฝั่งนี้เป็นตัวแทน ๑ ท่าน ผมคิดว่าแบบนี้ ก็น่าจะทำให้พวกเราเดินหน้าต่อไปด้วยความราบรื่นได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ท่านภราดรครับ ผมคิดว่าข้อเสนอของท่านภราดรก็เป็นธรรมดี หมายความว่าท่านก็เป็นฝั่ง ที่จะเสนอที่จะให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเขาก็ไม่ขัดข้องในการที่จะเปิด อภิปรายให้ความเป็นธรรม🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียวครับ ประเด็นต่อเนื่องจากท่านภราดรครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้เห็นค้าน เพียงแต่เราคุยกัน ให้ชัดเจน เนื่องจากผมก็เข้าใจว่าในครั้งท่านพิธาและท่านเศรษฐาเราอยู่ภายใต้ข้อกำหนด ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการอ้างอิงถึงครั้งล่าสุดที่เลือกเฉพาะในสภาแห่งนี้ผมก็เห็นด้วย เพียงแต่สิ่งที่ผมยกขึ้นมาก็คือในครั้งที่ผ่านมาการเลือกท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารนั้น ได้มีการพูดคุยกันระหว่างวิป ๒ ฝ่าย เราได้มีการพูดคุยและตกลงกัน แต่ในขณะนี้ต้องเรียนว่าในส่วนของวิปไม่มีแล้ว ซึ่งที่มัน แตกต่างกันคือในการประชุมวิป ๒ ฝ่าย เราสามารถพูดคุยกันแล้วผมก็สามารถแจ้งเพื่อน ๆ สมาชิกได้เพื่อทำความเข้าใจว่านี่คือข้อตกลงที่เราได้มีการคุยกัน เป็นข้อสรุปของที่ประชุม แล้ว มีหลักฐานชัดเจนว่าเราได้มีการพูดคุยเรื่องใดบ้าง แต่ในครั้งนี้เราไม่ได้พูดคุยกันถึง ประเด็นต่าง ๆ ผมจึงไม่สามารถจะไปบอกเพื่อนสมาชิกบางท่านได้ว่าเราได้มีการตกลงกันไป แล้ว ผมก็จึงอยากให้บันทึกไว้เฉย ๆ ว่าความแตกต่างระหว่างครั้งนี้กับครั้งนั้น ผมไม่สามารถ ตอบแทนเพื่อนสมาชิกได้ว่าเราสามารถกำหนดเวลาให้แต่ละท่านได้เพียงใด เนื่องจาก ทุกท่านก็ต้องการที่จะใช้สิทธิในการอภิปราย แล้วผมเองก็ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นวิปแล้ว ไม่ได้มี ตำแหน่งเป็นวิปรัฐบาลที่จะสามารถบอกกับเพื่อนสมาชิกได้แล้วว่าเราได้มีการตกลง ในประเด็นนี้ไปแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ขัดข้องตรงไหน เพียงแต่ผมก็ต้องเรียนตามตรง ว่าผมก็ไม่สามารถห้ามเพื่อนสมาชิกที่จะพูดขึ้นมาได้เช่นเดียวกันครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ มากครับ ผมฟังทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วก็ไม่ขัดข้องในการที่จะให้มีการอภิปราย เพียงแต่ว่าทั้ง ๒ ท่านมีข้อความเห็นที่ไม่ตรงกันก็คือว่าไม่สามารถที่จะควบคุมเวลาได้ ผมคิดว่าการกำหนด ระยะเวลาพอสมควรนั้นก็เพื่อที่จะให้การอภิปรายได้เต็มที่ ในเวลาอันจำกัดก็เป็นบรรยากาศ ของความสมานฉันท์อย่างดี แล้วก็เป็นบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตย เพราะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็เป็นตำแหน่งที่เป็นผู้นำประเทศที่ต้องผูกพันองค์กร จะต้อง ผูกพันอะไรต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความรอบคอบและโปร่งใส และทุกฝ่าย ก็ให้ความเห็นเหมือนกันว่าก็ควรที่จะมีการอภิปรายได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเวลา เราจะเอาอย่างไรกันแค่นั้นเอง ท่านภราดรก็บอกว่าภายใน ๑ ชั่วโมงก็บริหารเวลา ผมว่า ถ้า ๑ ชั่วโมงไม่พอจะเอาเท่าไรก็ค่อยว่ากัน🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานฟังผมอีกสักคน ได้ไหมครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ ไม่ขัดข้องครับ เดี๋ยวให้ท่านวรวัจน์ แล้วก็ท่านประยุทธ์ เชิญท่านวรวัจน์ก่อนก็แล้วกัน เชิญครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานบอกว่าฝั่งนี้กับฝั่งนี้หมายถึงฝั่งรัฐบาลกับฝั่งฝ่ายค้าน ปกติจะเป็นอย่างนั้น แต่ด้วยปรากฏการณ์วันนี้ผิดปกติครับ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านกำลังจะเอาพรรคฝ่ายค้าน ไปสนับสนุนพรรครัฐบาล ถามว่าแล้วพวกผมจะอยู่ฝั่งไหน ท่านจะตัดสินใจอย่างนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะดำเนินการอย่างนั้นต้องสละสิทธิ์🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาต ท่านวรวัจน์ คืออย่างนี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ตาม ผมอาจจะสรุป เร็วไป เอาผมเป็นจุดกึ่งกลางก็แล้วกัน ซ้ายมือผมก็เป็นอีกซีกนี้ ขวามือผมก็อีกซีกหนึ่ง ผมว่า เรื่องนี้มันน่าจะคุยกันได้เพื่อให้การดำเนินการในการประชุมมันเกิดความราบรื่น แล้วก็ เกิดประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย ผมก็ขออภัยถ้าหากว่าผมไปแบ่งข้างอย่างนั้น ก็คือว่าผมเอา ซีกฝั่งซ้ายมือผม ขวามือผมก็แล้วกัน เชิญท่านต่อครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ขอให้ท่านประธานดูความเหมาะสม ท่านประธานไม่อาจจะแบ่งได้ว่าซีกฝ่ายค้านหรือซีกฝ่ายรัฐบาล เพราะตอนนี้หัวหน้า พรรคฝ่ายค้านกับผู้ที่เป็นรัฐบาลไปผสมกัน ถ้าหากจะดำเนินการอย่างนั้นจะต้องลาออก จากการเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านแล้วลาออกจากการเป็นฝ่ายค้านด้วย ซึ่งผมคิดว่าตอนนี้ เริ่มมีปัญหาประเด็นข้อกฎหมายแล้วว่าฝ่ายค้านกับผู้ที่เป็นฝ่ายรัฐบาลไปรวมกัน ซึ่งเป็น ความผิดปกติมากของสภา และผมเชื่อว่าประเด็นนี้ขัดต่อกฎหมายด้วย แต่ว่าในประเด็นนี้ ผมยังไม่อภิปรายตอนนี้ แต่เดี๋ยวจะขออภิปรายด้วย แต่ว่าตอนนี้ก็ต้องนำเรียนท่านประธาน ขอให้ท่านประธานใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาว่าผู้ที่จะสนับสนุนกับไม่สนับสนุน มันจะเกิด ความเป็นธรรมมากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านประยุทธ์ครับ🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน เป็นเบื้องต้นก่อน ขอประทานโทษท่านประธานและท่านสมาชิกว่าโดยนัยการทำงาน ของท่านประธานดีมาตลอดได้ใจผมแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านเริ่มต้นในประเด็นนี้ ผมก็ชักไม่ค่อยจะเห็นด้วย ในการหยิบยกบอกว่าแต่ก่อนนี้เราเลือกนายกรัฐมนตรีตาม บทเฉพาะกาลมาตรา ๒๗๒ แต่ตอนนี้เราเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๕๙ ไม่ว่า มาตรา ๒๗๒ หรือไม่ว่ามาตรา ๑๕๙ เขาใช้คำว่าพิจารณาเหมือนท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านได้พูดถึง ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นการเลือก ผู้นำรัฐบาลจะไปจัดตั้ง ครม. ประเทศชาติบ้านเมืองจะดีขึ้น จะเลวลงก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหาร ความละเอียดอ่อนในกรณีที่จะต้องพิจารณา ท่านประธานก็ไม่สามารถจะอนุมานได้ว่าจะมี ๑๐ คน ๒๐ คน ๓๐ คน ๔๐ คน ถ้าในกรณีที่มีฝั่งหนึ่งเขาเสนอว่า ๑ ชั่วโมง ผมถาม ท่านประธานว่าถ้ามี ๓๐ คนต้องการที่จะให้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์กับการพิจารณา ให้ความเห็นชอบ ได้คนละ ๒ นาทีรายงานตัวก็จบแล้ว ข้อจำกัดอย่างนี้เหมาะสมในกรณีที่จะ ทำการให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ในการเลือกให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ท่านประธานควรจะพิจารณา ผมกราบเรียนเพิ่มเติมอีกท่านคงหยิบยกเอาข้อบังคับ ข้อ ๓๒ มาปรึกษาหารือ ท่านครับ ในกรณีที่มีความจำเป็นผมเห็นด้วยเพื่อจะผ่าทางตัน เพื่อจะแก้ปัญหา ท่านสามารถใช้ได้ในกรณีที่มีปัญหา อยู่ ๆ ท่านมาปรึกษาอย่างนี้ผมคิดว่า ไม่ควรทำ มันควรจะต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกแต่ละคน ๆ เขามีข้อมูลแต่ละคนแต่ละด้าน ๆ ซึ่งอาจจะไม่ซ้ำกัน ถ้าในกรณีที่วนเวียนซ้ำซากท่านตัดเกมได้เลย ท่านอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๙ ท่านสามารถสั่งการได้ทุกประการครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ท่านประยุทธ์ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ต่อเนื่อง สักนิดหนึ่งครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านภราดรสักครู่นะครับ ความจริงแล้วผมก็เห็นด้วยและฝั่งสนับสนุนเขาก็เห็นด้วยกับ การอภิปรายซึ่งก็ไม่ได้ติดขัดอะไร เพียงแต่ว่าที่ผมหยิบยกขึ้นมาเพื่อที่จะให้เกิดการรวบรัด ว่าเราจะใช้เวลากันขนาดไหน แต่ถ้าจะเปิดให้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิในการอภิปรายเต็มที่ ก็สุดแท้แต่ที่ประชุม ถ้าหากว่าอภิปรายกันไปสักพักแล้วบอกว่าอภิปรายกันพอสมควรแล้ว ก็สุดแท้แต่ที่ประชุมจะว่าอย่างไร ผมว่าเอาอย่างนั้นดีกว่า เชิญท่านอดิศรครับ เดี๋ยวท่านอดิศรเสร็จแล้วเชิญท่านภราดรนะครับ ขอโทษทีครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม อดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น การที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องใจถึงนะครับ โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ปัจจุบันถ้าเอาคนใจไม่ถึง มาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นไม่ได้นานหรอกครับ เพราะฉะนั้นการที่จะพูดใครจะพูดผมว่า สมาชิกแสดงความคิดเห็นต้องเปิดโอกาส ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นพูดนี้พรรคเพื่อไทยเราได้ไป ลงชื่อเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี คนที่จะทำหน้าที่คนที่ ๓๒ ว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นประจักษ์ไหม ไม่ประพฤติปฏิบัติ ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ มันมีเรื่องหลายเรื่องที่ต้องพูดครับ วันนี้ผมว่าก่อนที่คำร้อง จะถึงศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคุณสมบัติของคน ๆ นี้ เราต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาส ได้ถามท่านว่าเรื่องเขากระโดงเป็นอย่างไร เรื่องฮั้ว สว. เป็นอย่างไร เรื่องสนามบินส่วนตัว ที่เขาใหญ่เป็นอย่างไรอย่างนี้เป็นต้น เราต้องใจถึงกัน เพราะเราทำหน้าที่ต่อไปนี้ผมทำหน้าที่ ฝ่ายค้านแน่นอน และไม่ร่วมสังฆกรรมกับฝ่ายค้านที่ไม่มีสังกัด🔗

(นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี ครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอดิศร มีผู้ประท้วงครับ ก็ต้องให้สิทธิผู้ประท้วงก่อน ท่านประท้วงเรื่องอะไร เชิญครับ🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงท่านประธานตาม ข้อ ๙ ควบคุมการประชุมครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่าน ผู้อาวุโสได้พูดมาเมื่อสักครู่นี้ไม่เกี่ยวอะไรเลย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ไปตั๋วเงิน เดี๋ยวก็ไป เรื่องอื่น เรื่องสนามกอล์ฟเรื่องอะไรอีก เพราะฉะนั้นไม่ได้เลยครับ ท่านประธานครับ ผมขอหารือ ท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมเห็นด้วยกับท่านภราดรนะครับ เราพยายามที่จะเสนอทางออก ที่ดีต่อสภาผู้แทนราษฎร อะไรที่เราเคยปฏิบัติมา อย่างนายกรัฐมนตรีท่านก่อนคนที่ ๓๑ เราใช้เวลาพิจารณากันประมาณ ๑ ชั่วโมง วันนี้พวกผมก็ไม่ติดขัดครับ ถ้าท่านสมาชิก อยากจะลุกขึ้นพิจารณาคุณสมบัติของท่านว่าที่นายกรัฐมนตรี🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอเข้าใจแล้ว เหตุผลของการประท้วงเข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวให้ท่านอดิศรให้จบก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวจะให้ ท่านภราดร🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมจวนจะจบแล้วครับ ผมก็คิดว่า ใจถึงหน่อยน้องเอ๊ย เพราะว่าชาติหนึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็บุญโขพอสมควร ก็ต้องได้รับ คำวิพากษ์วิจารณ์จากผมนะครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอความ กรุณาอย่าใช้การโห่เลยครับ ผมว่าบรรยากาศก็มันกำลังจะไปด้วยดี เพราะว่าฝ่ายที่สนับสนุน เขาก็ไม่ได้ติดใจในการอภิปราย🔗

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ท่านประธานผมขออนุญาตประท้วง ด้านหลังครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านประท้วงนะครับ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ผม รังสิกร ทิมาตฤกะ ขออนุญาต ท่านประธานด้วยความเคารพ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ แต่ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกล่าวว่าประท้วงด้วยความเคารพท่านประธานครับ เนื่องจาก ตอนนี้เป็นวาระที่จะนำไปสู่การเสนอชื่อและเลือกนายกรัฐมนตรี ยังไม่ถึงวาระของ การอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยครับ อยากจะให้แยกเป็นประเด็นเป็นเรื่อง ๆ ไป เพราะฉะนั้น การย่างก้าวเดินไปสู่เรื่องที่จะสำเร็จในระเบียบวาระการประชุมซึ่งเป็นวาระที่สำคัญนั้น ผมถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญครับ ไม่ใช่เฉพาะที่สำคัญในสภาผู้แทนราษฎรแต่เป็นเรื่องที่ สำคัญมากกับสถานการณ์ของบ้านเมือง ฉะนั้นวันนี้หากเราได้นายกรัฐมนตรีแล้ว วันหน้า ยังมีโอกาสที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องต่าง ๆ ได้ ต้องแยกออกเป็นเรื่อง ๆ ขออนุญาต ประท้วงและขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยตามคำประท้วงครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมก็พยายามจะควบคุมการประชุมอยู่ เอาเป็นว่าสิ่งที่ท่านจะอภิปรายในข้อมูลต่าง ๆ นี้ เอาให้ขั้นตอนของการเสนอชื่อก่อนว่าตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะเสนอชื่อใครบ้าง เพราะฉะนั้นผมว่าให้ดำเนินการขั้นตอนในการเสนอชื่อในที่ประชุมไปก่อน แล้วก็ท่านจะ อภิปรายอย่างไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน เชิญท่านภราดรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ กำลังจะเห็นด้วย กับท่านประธานพอดีว่าให้เสนอชื่อไปก่อน เราไม่ทราบว่าจะมีผู้ที่เสนอชื่อมาเป็น Candidate ให้เพื่อนสมาชิกเลือกกี่ท่าน เพราะฉะนั้นเมื่อรู้หลังจากที่เสนอชื่อแล้ว เมื่อรู้ว่า มีกี่ท่านแล้วค่อยมาหารือกันอีกครั้ง ผมก็มีข้อมูลครั้งที่แล้วสมัยที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี แพทองธารกันว่าใครพูดอะไรอย่างไร ใครคนไหนพูดอะไรไว้อย่างไรบ้าง ผมก็มีข้อมูล แต่ว่า อย่างไรก็ดีให้เข้าสู่วาระก่อนจะได้รู้ว่ามี Candidate นายกรัฐมนตรีกี่ท่านแน่ครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาตามนั้น นะครับ เอาข้อมูลที่ท่านจะอภิปรายเอาเก็บไว้ตอนเสนอชื่อให้เสร็จก่อน ตอนนี้ยังไม่ทราบว่า ใครถูกเสนอชื่อบ้าง แล้วคนที่ถูกเสนอชื่อก็ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในคุณสมบัติ ตามมาตรา ๑๕๙ และมาตรา ๑๖๐ ของรัฐธรรมนูญ ผมขอดำเนินการตามขั้นตอนนะครับ🔗

ต่อไปจะเป็นขั้นตอนในการเสนอชื่อว่าจะเสนอชื่อบุคคลท่านใดที่สมควร ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ขอเชิญท่านสมาชิกได้เสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องมีสมาชิกรับรองดังกล่าวนี้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าจะต้อง มีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร คือจะต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๕๐ ท่าน ดังนั้นการรับรองผมจะให้ใช้เสียบบัตรแสดงตน ในจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ ท่าน แต่ละชื่อนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้เสนอชื่อเลยว่า จะเสนอชื่อบุคคลไหนเชิญครับ🔗

นายไชยชนก ชิดชอบ บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ขอเสนอชื่อท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง กรุณาเสียบบัตรแสดงตนไม่น้อยกว่า ๕๐ ท่าน เพื่อเป็นการบันทึกและสามารถตรวจสอบได้ ภายหลัง การรับรองขอให้ใช้สิทธิการแสดงตน รับรอง ๑ ใน ๑๐ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือไม่น้อยกว่า ๕๐ ท่าน ขอเชิญใช้สิทธิแสดงตนในฐานะผู้รับรองครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช้สิทธิ แสดงตนรับรองครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการรับรองนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลการรับรองครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ท่านประธาน ๓๖๙ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมได้ปิด ไปแล้วนะครับ🔗

นายนรากร นาเมืองรักษ์ ร้อยเอ็ด

ท่านประธาน ๑๘๑ ขอรับรองครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็บันทึก ไว้นะครับ🔗

นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา บุรีรัมย์

๔๖๐ ขอรับรองครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

บันทึกไว้ครับ🔗

นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ พิจิตร

๓๔๒ ขอรับรองครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผลของ ผู้รับรอง จำนวนทั้งหมดที่ได้แสดงตนเพื่อรับรองบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก็คือ ๑๓๗ ท่าน ไม่ได้บวก เนื่องจากว่า ผมได้ปิดการรับรองไปแล้ว ก็ครบถ้วนนะครับ เกิน ๕๐ ท่าน🔗

ถือว่าท่าน อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านแรก มีการเสนอท่านอื่นหรือเปล่าครับ เชิญท่านสรวงศ์ เทียนทอง ครับ🔗

นายสรวงศ์ เทียนทอง สระแก้ว

ท่านประธานที่เคารพ สรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอต่อที่ประชุม ผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเสนอชื่อ ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ไม่น้อยกว่า ๕๐ ท่าน กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เพื่อจะให้ถูกต้อง แล้วก็มีหลักฐาน สามารถตรวจสอบได้ภายหลังว่าจำนวนผู้รับรองนั้นครบถ้วน และเป็นใครที่รับรองบ้าง เชิญครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รับรอง ครบถ้วนแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ลงชื่อรับรองไหมครับ ผมขอปิดการรับรอง เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ มีจำนวนผู้รับรองผู้เสนอท่านชัยเกษม นิติสิริ นั้น ๑๒๑ ท่าน🔗

ครบถูกต้อง เกิน ๕๐ คน เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนะครับ มีท่านอื่นไหมครับ🔗

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปธาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พอดีเมื่อตอนมติอันแรกกดผิด แสดงตนอันแรกนะคะ ดิฉันแสดงตน เฉพาะของพรรคเพื่อไทย ขอบคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็บันทึก ไว้นะครับ มีท่านใดจะเสนอท่านอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มี ก็มีผู้ถูกเสนอชื่อสมควร ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ๒ ท่าน ท่านแรกก็คือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านที่ ๒ ก็คือท่านชัยเกษม นิติสิริ🔗

ต่อไปผมจะให้ท่านสมาชิกนั้นได้ใช้สิทธิในการอภิปรายคุณสมบัติตามที่เราได้ หารือกัน แต่ว่าขอปรึกษาหารือว่าเราจะใช้เวลากันเท่าไร ผมขอปรึกษาว่าจะใช้เวลากันเท่าไร พอสมควร ไม่นานเกินไป แล้วก็ให้สิทธิท่านสมาชิกได้อภิปรายกันเต็มที่ ผมคิดว่าก็สุดแท้แต่ ที่ประชุมนะครับ เชิญท่านภราดรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เมื่อสักครู่นี้ ก็จะหารือกับท่านประธานต่อเนื่องนะครับ เพราะว่ามีการพูดคุยกันว่าจะให้มีการอภิปราย หรือไม่ อย่างไร ผมเท้าความไปเมื่อการประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีท่านที่แล้ว คือท่านที่ ๓๑ ท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร เรามีการถกเถียงกันแบบนี้ละครับ ถกเถียงฝ่ายหนึ่งก็บอกว่า จะให้มีการอภิปราย ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นผู้เสนอ ใจแคบกว่าผมอีกครับ บอกอย่าอภิปราย ไม่ให้มีการอภิปรายใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อสักครู่ผมขึ้นมาผมยังไม่บอกสักคำเดียวว่าไม่ให้มีการ อภิปราย พวกผมใจกว้างพอครับที่จะเปิดให้มีการอภิปราย แต่มันจะต้องมีเงื่อนของเวลา ผมเท้าความไปถึงครั้งที่แล้วครับ อย่างที่เรียนท่านประธาน มีการทะเลาะกันในที่นี้ หารือกัน ในที่นี้ ขออภัยครับ ไม่ใช่ทะเลาะ หารือกันในที่นี้ ฝ่ายหนึ่งอย่างที่เล่าให้ฟังว่าฝ่ายหนึ่งก็อยาก ให้มีการเปิดอภิปราย อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่อยากให้มีการอภิปราย วิปรัฐบาล ประธานวิปรัฐบาล ขณะนั้นท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ก็ลุกขึ้นมาเพื่อยุติข้อขัดแย้ง ท่านบอกว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เสนอให้อภิปรายฝ่ายละ ๒ คน ฝ่ายละ ๒๐ นาที นี่คือข้อสรุปสุดท้ายของท่านประธานวิปส มัยนั้นและไม่มีการพูดคุยหรือหารือในวิป ๒ ฝ่าย ก่อนที่จะมีการประชุมในวันเลือก นายกรัฐมนตรี เรามาหารือกันในห้องประชุมแห่งนี้ครับ ผมเท้าความไปอีกนิดหนึ่งก็ได้ เมื่อสักครู่นี้ท่านที่ขึ้นมาบอกว่าให้มีการอภิปราย ผมไม่ทราบว่าท่านอายุมากแล้วความจำเสื่อม หรือเปล่า ท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ ครั้งที่แล้วท่านบอกว่าจะอภิปรายกันไปทำไม ไม่จำเป็นต้องอภิปราย ข้อบังคับไม่มี รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด เปิดเทปครับ ผมนั่งเปิดเทปกัน ๓-๔ คน ผมยังฟัง เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย ฟังผิดหรือเปล่า ปรากฏว่าท่านพูดแบบนั้นนะครับ มาวันนี้ ท่านพลิกแพล็บ บอกว่าเฮ้ยต้องอภิปราย ต้องอภิปราย มันเป็นความจำเป็น ขณะที่ท่านจุลพันธ์ เหมือนกันครับ ท่านจุลพันธ์ก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องมีการอภิปรายในคราวนั้น คราวนี้ท่าน กลืนน้ำลายตัวเองครับ ดังเอื๊อก เอื๊อก เอื๊อก บอกว่าจำเป็นต้องอภิปราย จำเป็นต้องอภิปราย ผมก็บอกครับว่าพวกผมนี่ใจกว้างพอ แล้วผมไม่ได้คัดค้านเลย ผมไม่คัดค้านเลยครับ เปิดให้มี การอภิปรายได้ แต่ต้องมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนแล้วยึดบรรทัดฐานของนายกแพทองธารเมื่อ ครั้งที่แล้วเถอะครับ ๑ ชั่วโมง ก็ ๑ ชั่วโมง ประธานวิปรัฐบาลครั้งที่แล้ว มายุติข้อขัดแย้ง ก็เสนอให้ฝ่ายละ ๒๐ นาที เท่ากับ ๒ ฝ่ายก็ ๔๐ นาที แต่ว่ามันเลยไปบ้างเป็นหนึ่งชั่วโมง ผมคิดว่าก็ยึดบรรทัดฐานของครั้งที่แล้วครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ท่านจุลพันธ์เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ใช้สิทธิ พาดพิงด้วยครับ แล้วก็ขออนุญาตต่อด้วยการหารือท่านประธานในการอภิปรายนะครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานครับ ในประเด็นแรก สถานการณ์ในวันนี้ทุกคนก็รู้ว่าไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ในวันที่ท่านอดีตนายกแพทองธาร ชินวัตร เข้าสู่ตำแหน่งโดยการลงมติในสภาแห่งนี้ วันนั้นเกิดเหตุการณ์ก็คือท่านเศรษฐาโดนถอดถอน สภาเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับดำรง ตำแหน่ง ในวันที่เสนอชื่อนั้นต้องเรียนด้วยความเคารพว่าวันนั้นมาด้วยความปกติ ทุกประการ ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย แตกต่างกันกับวันนี้ซึ่งสถานการณ์ เราก็เห็นกันอยู่ว่าในสภาที่เราถกกันมาตั้งแต่เช้า ต้องเรียกว่าไม่มีกติกากลไกใดที่เป็นไปตาม วิถีทางปกติเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เป็นเหตุอันชอบที่เราควรจะต้องมีการถกมีการพูดคุย มีการหารือ รวมถึง ณ วันนั้นผู้ที่เสนอตัวได้รับการเสนอเป็นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือ คุณแพทองธาร ไม่ได้อยู่ในสภานะครับ ก็เป็นการไม่ชอบที่จะพูดถึงโดยที่ตัวบุคคลไม่สามารถที่จะเข้ามาด้านไหนแล้วก็มาชี้แจงให้กับ ท่านสมาชิกทุกท่านฟังได้ แต่ในวันนี้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ ๑ ท่าน และแนวโน้มว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรีด้วย ด้วยความยินดีครับ ท่านก็นั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ ก็เป็นการชอบที่ สมาชิกจะได้มีการพูดคุยและหารือ🔗

ในประเด็นถัดไปในเรื่องของกรอบเวลาหากเราย้อนกลับไปนึกไปถึงตอนที่ มีการลงมติตั้งแต่ตอนคุณพิธา ไปจนถึงท่านเศรษฐา ในขณะนั้นเป็นการประชุมร่วม ๓ ฝ่าย ก็จริงแต่มีการถกแถลงกันอย่างละเอียด มีการพูดถึงในเรื่องของคุณสมบัติ แล้วก็ความชอบ ได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ เราใช้เวลากันพอสมควรนะครับ ครั้งแรกถ้าผมจำไม่ผิดสมาชิก วุฒิสภา ๒ ชั่วโมง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝั่งละ ๒ ชั่วโมง เป็น ๖ ชั่วโมง มาครั้งถัดมา สมาชิกวุฒิสภา ๒ ชั่วโมง สภาทั้งหมดรวมกันราว ๓ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นก็เป็นการชอบ ที่พวกผมจะเสนอต่อท่านประธานว่าอย่างน้อยฝั่งผมเตรียมคนอภิปรายไว้แล้วไม่ต่ำกว่า ๒ ชั่วโมง หากท่านไม่ประสงค์ที่จะใช้สิทธิ หากฝั่งใดไม่ประสงค์จะใช้สิทธิแล้วจะลดเวลา ของท่านลงเพื่อที่จะเร่งรัดกระบวนการให้เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เร็วขึ้นสักชั่วโมงหนึ่ง ๒ ชั่วโมงเป็นสิทธิของท่านครับ แต่พวกผมยืนยันว่าเราได้เตรียมคน เราได้เตรียมประเด็น และมีเรื่องที่สำคัญที่จะต้องอภิปรายในสภาเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกได้เห็นถึงความชอบ และความเหมาะสมของการลงมติในเรื่องของผู้สมควรได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างไรบ้างครับ ตอนนี้ก็เป็นข้อตกลงที่ยังไม่สรุปว่าจะใช้เวลาในการ อภิปรายอย่างไร ผมว่าเพื่อให้ Fair กันก็แบ่งกันฝ่ายสนับสนุนคนละชั่วโมงเป็นอย่างไรครับ ก็ไปบริหารจัดการดูทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายที่ไม่สนับสนุนก็จะได้บริหารคนบริหารเวลา เพื่อเป็นการเกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ท่านภราดรเชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ตามดำริท่านประธานที่เสนอ ต่อที่ประชุมว่าให้ใช้เวลาทั้งสิ้นก่อนที่จะลงมติ ๒ ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นฝ่ายละ ๑ ชั่วโมง พวกผมนั่งคุยกันเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ขัดข้องแต่ประการใดนะครับ แต่ว่าเพียงแต่จะบอกไปถึง ท่านจุลพันธ์สักนิดครับ ที่ท่านบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ปกติ ท่านคิดเองว่ามันไม่ปกติ เพราะใจท่านไม่ปกติครับ ท่านครับ เหตุการณ์มันเหมือนกันคือนายกรัฐมนตรีมีอันเป็นไป จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็เป็นหน้าที่อันชอบของสภาผู้แทนราษฎรที่จะ มาสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ อันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เป็นปกติ เรา ๕๐๐ ชีวิต ตอนนี้เหลือ ๔๙๒ ก็จะต้องใช้ ๔๙๒ เสียงข้างมากของสภาแห่งนี้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก็เป็นเหตุการณ์ ปกติ ผมย้ำอีกครั้งนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ไม่ปกติแต่ประการใด แล้วก็รับสิ่งที่ท่านประธาน ได้กรุณาหารือเมื่อสักครู่ที่ฝ่ายละ ๑ ชั่วโมงก็ตามครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ฝ่ายสนับสนุนก็ไม่ขัดข้องตามข้อเสนอของผม ทางท่านจุลพันธ์ว่าอย่างไรครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ประท้วงอีกครั้งนะครับ ใช้สิทธิพาดพิง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ท่านอดีตรองประธานสภาท่านพาดพิงนะครับ ท่านบอกว่าผมจิตใจไม่ปกตินะครับ ผมเรียน นะครับ ผมนี่จิตใจดีมากนะครับ ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วก็ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ ผมพูดเป็นข้อเท็จจริง สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติครับ เรากำลังจะได้รัฐบาล เสียงข้างน้อยซึ่งไม่เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ลงมติไปแล้วแต่จะมีรัฐบาลที่มีเสียงเพียงแค่ ๑๔๖ จาก ๕๐๐ จะบริหารประเทศ จะขับเคลื่อนอย่างไร จะให้ความมั่นใจกับนักลงทุน ต่างชาติกับนักลงทุนกับภาคเอกชนในประเทศอย่างไร🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาไว้ ให้ลงในรายละเอียดตอนอภิปรายดีไหมครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

นี่คือสถานการณ์ไม่ปกติที่ผมว่า เพราะฉะนั้นท่านก็เดินหน้าไปครับในเรื่องของการลงมติเราไม่ว่ากัน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านโอเคไหม ตามนี้ถ้าผมเสนอว่าฝั่งละ ๑ ชั่วโมง🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ฝั่งละ ๑ ชั่วโมง อย่างที่ท่านประธาน ดำริทางวิปฝ่ายพรรคผมยินดีครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ให้ท่านบริหารว่าจะใช้กี่คนและในเวลาที่ได้ตกลงกัน ผมว่ามันจะได้เดินหน้ากัน แล้วก็จะได้ เข้าสู่การพิจารณาในการอภิปรายตัวบุคคล จะเอาฝ่ายไหนก่อนครับ ท่านเสนอชื่อมาก่อน ก็แล้วกันผมให้เวลา🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือสั้น ๆ เรื่องกรอบเวลาครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวัชระพลครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ วัชระพล ขาวขำ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุดรธานี สืบเนื่องจากกรณีที่เป็นวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านเดิม แต่ว่าปัจจุบันถ้าท่านประธานจะเห็นสถานการณ์คือมันเป็น ๓ ฝ่าย ดังนั้นผมต้องขอยืนยันว่า ทางฝ่ายค้านเดิมปัจจุบันกับทางฝั่งผมไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันนะครับ เราต้องแยกกันให้ชัดเจน ดังนั้นขอให้ท่านประธานวินิจฉัยเรื่องนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าอย่างไรผมก็อยากฟังความเห็น จากพรรคประชาชนเหมือนกันว่ามีแนวคิดอย่างไร สนับสนุนอย่างนี้ครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือก็ชัดเจน คือฝั่งที่สนับสนุนกับฝั่งที่ไม่ได้สนับสนุน ผมคิดว่าตอนนี้ความเข้าใจของพวกเราคงรู้แล้วว่า ฝ่ายไหนสนับสนุน ฝ่ายไหนไม่สนับสนุน ท่านก็บริหารเวลาในส่วนของท่านก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นมันจะไม่จบ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ผมขออนุญาตเป็นอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านประธาน จะมีฝ่ายที่สนับสนุนท่านอนุทิน และสนับสนุนท่านชัยเกษม ดังนั้นผมขอแยก ให้ชัดเจน เพราะว่าท่านไม่ต้องห่วงท่านภราดรไม่ต้องสำคัญตนว่าพวกผมจะพูดถึงท่าน พวกผมไม่มีพูดถึงท่านครับ พวกผมอยากสนับสนุนท่านชัยเกษมครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเคครับ พอหอมปากหอมคอครับ พอแล้วนะครับ ขอส่งรายชื่อเลยนะครับ ก็มีฝั่งที่สนับสนุน ท่านอนุทิน แล้วก็ฝั่งที่สนับสนุนท่านเกษม ผมก็จะขออนุญาต เพราะฉะนั้นแต่ละฝั่ง ฝั่งที่สนับสนุนท่านอุทิศท่านกรุณาลงชื่อ แล้วก็บริหารเวลาใน ๑ ชั่วโมง แล้วก็ฝั่งของ ท่านชัยเกษมท่านลงชื่อแล้วก็บริหารเวลานะครับ เชิญท่านวิทยาครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ผมจะไปลงชื่อ ทีนี้เขาก็มี ๒ แผ่น คือสนับสนุนคุณชัยเกษม กับสนับสนุนคุณอนุทิน ผมกำลัง พิจารณาและจะให้ผมไปใส่ทางไหน ผมบอกว่าให้ผมได้ไหมช่องไหนก็ได้ ผมกำลังพิจารณาครับ ผมกำลังพิจารณาว่าผมจะเอาอย่างไร และผมจะฟังจากที่ประชุมก่อนครับ เพราะฉะนั้น ก็กรุณาเปิดอีกแผ่นให้ผมครับ ผมยังไม่ตัดสินใจ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลองบริหาร เวลาดู ผมว่าถ้าเอาตามประสงค์ของท่านวิทยาคือตอนนี้เรามีความชัดเจนใน ๒ ฝั่งอยู่แล้วว่า ฝั่งท่านอนุทินแล้วก็ท่านชัยเกษม ส่วนท่านที่กำลังตัดสินใจอยู่ ผมก็จะเปิดโอกาสให้ท่านลง ชื่อและดูว่าจะมีจำนวนสักกี่ท่านจะได้บริหารเวลากันถูก เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ มันก็แปลกดีเหมือนกันครับ ท่านประธานครับ บรรยากาศสภาเช้านี้เรามีวิธีธรรมเนียมปฏิบัติกันว่าก่อนจะเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีให้มี การอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ถามข้อสงสัย เมื่อสักครู่ท่านวิทยา แก้วภราดัย ผมขอ อนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ท่านบอกว่าท่านจะมาลงชื่อ แต่ท่านยังไม่มีฝั่ง ท่านประธานกรุณาเปิด ช่องฝั่งให้แล้ว แต่ผมก็แปลกใจว่าวันนี้หลายพรรคการเมืองให้ความคิดเห็นกันว่าจะเอา อย่างไรอภิปรายอย่างไร แต่มีพรรคการเมืองที่ผมอยากได้ฟังเหมือนกัน ซึ่งเป็นพรรคแกนนำ ฝ่ายค้าน ขออนุญาตที่เอ่ย พรรคประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องเวลา เรื่องเนื้อหา อภิปรายเพื่อจะให้ทุกพรรคจะได้เห็นร่วมกันก่อน และเราจะได้นายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ ไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมก็อยากถามความคิดเห็นว่าพรรคประชาชนมีความเห็นอย่างไรบ้าง กับเรื่องนี้ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เราก็ได้ อภิปรายกันแล้วก็สรุปชัดเจนแล้วนะครับ ก็มี ๒ ฝ่าย จะ ๓ ฝ่ายก็ได้ เดี๋ยวให้ผมอธิบายก่อน ว่าตอนนี้เราได้ข้อสรุปแล้วว่ามีฝั่งที่สนับสนุนท่านอนุทินจะเป็นพรรคไหนนี่ผมคิดว่าเราก็พอ จะรู้กันแล้วก็บริหารของท่านไป ฝั่งที่สนับสนุนท่านชัยเกษมก็พอจะรู้กันแล้วว่ามีพรรคไหนบ้าง และฝ่ายที่กำลังกลาง ๆ อยู่นี่ผมก็เปิดเวลาเปิดช่องให้ว่าท่านสามารถที่จะใช้สิทธิในการ อภิปรายได้ ก็ลองบริหารเวลากันดูนะครับ ถ้าปล่อยให้พูดกันไปเดี๋ยวก็ไม่จบกันสักที ผมดำเนินการไปตามระเบียบเลยนะครับ ผมขออนุญาตนะครับ ท่านอนุสรณ์มีอะไรอีกครับ เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ ผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมุกดาหาร ผมขอเสนออย่างนี้ครับ คือเพื่อนสมาชิกจะไปบอกว่า โหวตท่านนายกแพทองธารใช้เวลา ๑ ชั่วโมง แล้วเอามาเป็นบรรทัดฐานนี่อาจจะไม่ถูกต้อง ครบถ้วนนะครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันน่าจะจบแล้วท่านอนุสรณ์ ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าโต้กันไปโต้กันมามันก็ไม่จบสักที ขอความ กรุณาเถอะครับ ผมอนุญาตให้ท่านสั้น ๆ แล้วจะได้สรุปนะครับ เชิญท่านอนุสรณ์ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ผมกำลังจะเสนอครับว่า รอบนี้มี ๒ ท่าน ซึ่งแตกต่างจากรอบที่แล้ว ดังนั้นถ้าเรายึดตามเจตนารมณ์ว่าควรอภิปรายกัน ในวงกว้างอย่างแพร่หลาย ขออนุญาตแบ่งสัดส่วนอย่างนี้ ท่านประธานวินิจฉัยได้นะครับ หรือเพื่อนสมาชิกจะอภิปรายต่อจากนี้ก็ได้ว่าฝ่ายสนับสนุนอาจารย์ชัยเกษม ๑ ชั่วโมง ฝ่ายสนับสนุนท่านอนุทิน ๑ ชั่วโมง ฝ่ายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดหรือยังตัดสินใจไม่ได้ก็ต้องมีอีก ๑ ชั่วโมง ผมเสนอเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ เอาตามเนื้อผ้าเอาตามหน้างานจะรู้ว่าแต่ละฝ่ายมีจำนวนสมาชิกเท่าไร แล้วจะใช้ดุลยพินิจ ในการที่จะใช้เวลาในการบริหารจัดการ ท่านแต่ว่าในข้อตกลงเบื้องต้นนี่ฝ่ายที่สนับสนุน ท่านอนุทินและท่านชัยเกษม ก็ฝ่ายละ ๑ ชั่วโมง อันนี้เป็นข้อยุติ แต่สำหรับฝ่ายที่เป็นกลาง ๆ ก็ยังไม่รู้ว่ามีจำนวนเท่าไรก็ดูในหน้างานว่าเราจะบริหารจัดการอย่างไรนะครับว่ามีจำนวน เท่าไร ดีกว่าไหมครับจะได้เดินหน้ากันเลย ในช่วงที่ท่านอภิปรายนี่ท่านแต่ละฝั่งก็มาลงชื่อ ก็แล้วกัน เอาอย่างนี้นะครับจะได้เริ่มต้นเลยนะครับ นะครับท่านภราดร เอาตามนี้นะครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ก็เอาดำริแรก ของท่านประธานนั่นละครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล ครับ ดำริแรกของท่านประธานที่ว่า ๒ ชั่วโมง ก็คือฝั่งละ ๑ ชั่วโมง เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย ท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรก็ ๑ ชั่วโมง สำหรับท่านอนุทิน สำหรับท่านชัยเกษม ท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรก็ ๑ ชั่วโมง ผมคิดว่าท่านประธานดำริตั้งแต่แรกก็ถูกอยู่แล้ว เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกขึ้นมาก็ทำให้ ท่านประธานงงไปใหญ่ เมื่อสักครู่นี้ผมว่ามันก็เหมาะสมแล้ว แล้วทุกฝ่ายท่านจุลพันธ์ ก็ได้ตกลงแล้วนะครับ เดี๋ยวอย่างนี้ก็ไม่จบหรอกครับ ก็เท่ากับว่าเวลารวมทั้งสิ้นไม่เกิน ๒ ชั่วโมงครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็พยายามที่จะอะลุ่มอล่วยแล้วก็ให้เกียรติท่านสมาชิกนะครับ หลายท่านก็มีความเห็น ที่แตกต่างกัน ก็พยายามอะลุ่มอล่วยแล้วก็หาจุดร่วมสงวนจุดต่างให้ได้ เพื่อให้งานมันเดินได้ เอาอย่างนี้ได้ไหมท่านภราดรก็อย่างที่ผมได้นำเรียนไปแล้ว ฝั่งที่ยังลังเลใจอยู่ก็เปิดโอกาส ให้เขา ผมว่าไม่น่าจะใช้เวลามากเท่าไรหรอกนะครับ เราจะได้เริ่มเลยดีไหมครับ ผมจะขอใช้ ดุลยพินิจว่าฝั่งที่ยังเป็นกลาง ๆ นี่จะต้องใช้เวลากันเท่าไร ไม่อย่างนั้นมันก็อย่างนี้ละครับ ไม่จบกันสักที ท่านวิทยาว่าอย่างไรครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมน่าจะเป็น ตัวปัญหา ผมขอเวลาไม่เกิน ๑๐ นาทีครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมายความว่าฝั่งที่ท่านยังลังเลก็คือจะใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาที ถูกต้องไหมครับ มีท่านเดียว หรือครับ ปัญหาก็คือว่าถ้ามีหลายท่านเดี๋ยวก็จะมีท่านสมาชิกอาจจะมองว่าใช้เวลากัน นานเกินไปอะไรอย่างนี้ แต่ว่าผมพยายามยืดหยุ่นนะครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ขอ ๕ นาทีก็ได้ครับ ไม่ต้อง ๑๐ นาที🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นผมขอเริ่มเลยนะครับ ผมขอเริ่มที่ฝ่ายสนับสนุนท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นะครับ เริ่มต้นที่ได้ลงชื่อมาแล้วขอเชิญท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ก่อนครับ ต่อไปเป็นท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน เดี๋ยวท่านเตรียมตัวไว้เลยนะครับ เชิญครับ🔗

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ และท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ถูกพาดพิงนะครับ เสร็จจากคนนี้ผมขอกล่าวนิดหนึ่งครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตครับ เชิญท่านอัครแสนคีรีครับ🔗

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาที่เคารพและ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม เราได้ทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ ไม่ว่าจะเป็นในยุคของท่านอดีตนายก เศรษฐา ทวีสิน และ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เพราะเราเชื่อว่าประเทศชาติต้องการเสถียรภาพ และพี่น้องประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่ง ดำเนินการตามนโยบายที่ประกาศไว้กับประชาชน วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ การเมืองไม่หยุดนิ่ง และพรรคการเมืองก็ไม่ควรยึดติดอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถ้าหากสิ่งนั้น ทำให้ประเทศของพวกเราเดินหน้าเข้าสู่ทางตัน พรรคกล้าธรรมครั้งนี้เราจำเป็นต้องตัดสินใจ ครั้งสำคัญที่จะพาประเทศชาติไปสู่ทางออกของความไม่มีเสถียรภาพทั้งด้านการเมือง ทั้งด้าน นโยบาย สำคัญที่สุดเราไม่อาจปฏิเสธความต้องการของพี่น้องประชาชนที่คาดหวังว่า สภาแห่งนี้จะรีบคืนอำนาจให้กับพวกเขาให้เร็วที่สุดเมื่อได้นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ การโหวต สนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเลือก บุคคลหนึ่งขึ้นมาบริหารบ้านเมือง แต่คือการเลือกที่จะพาประเทศก้าวข้ามความไม่แน่นอน ที่สะสมอยู่ในช่วงที่ผ่านมา ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ สิ่งที่พรรคกล้าธรรม ให้ความสำคัญมากที่สุดคือการเปิดประตูไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคืนอำนาจให้กับ พี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหนือสิ่งอื่นใด พรรคกล้าธรรมตระหนักว่าประเทศ ไทยเรายืนหยัดได้ด้วยรากฐานสำคัญ ๓ ประการ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะ เป็นการรักษาเอกราชและความมั่นคงของชาติ ไม่ให้ชาติไหนหรือประเทศใดมีอิทธิพลเหนือ ชาติไทย การธำรงคุณค่าทางศาสนา และการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นหลักชัย และศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน ดังนั้น การโหวตในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเลือก นายกรัฐมนตรี แต่คือการเลือกทางออกของประเทศไทย ทางออกจากความไม่แน่นอน ทางออกจากความขัดแย้ง ทางออกสู่ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคกล้าทำจึงขอประกาศอย่างชัดเจนว่าเรากล้าที่จะสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยความหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการคืนสิทธิ คืนเสียง คืนอนาคต ให้กับคนไทยทั้งแผ่นดิน ธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติที่จะทำให้บ้านเมืองมั่นคงแข็งแรง รอดพ้นจากภัยทั้งภายในและภายนอก สุดท้ายนี้ ผมขอเชิญชวนพี่น้องสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรทุกท่านที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ ให้ลองเปิดใจและให้โอกาส นายอนุทิน ให้ท่านได้ลองแสดงฝีมือในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ ของประเทศไทย ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ การอภิปรายนั้น ผมจะให้ฝั่งละ ๒ ท่านก่อนนะครับ ฝั่งท่านอนุทิน ๒ ท่าน แล้วก็สลับมาฝั่งท่านชัยเกษม ๒ ท่าน เวลาก็เอายึดตามเดิมเป็นหลักก่อน แล้วท่านลอง บริหารเวลากันดู🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ต้องขออภัยครับ เชิญท่านอดิศรครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดขอนแก่น ผมก็ไม่อยากรบกวนเวลาของสภา แต่มีสมาชิก ก่อนหน้านี้ได้พาดพิงผม ผมไม่อยู่ ผมไปทำภารกิจส่วนตัว ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ผมอายุมากแล้ว ความจำอาจจะไม่ปกติ แต่ว่าผมจำได้อย่างเดียวว่ามีเพื่อนผมอยู่ที่จังหวัด ที่ท่านอยู่นั่นละ มีคำพิพากษาเรื่องร่ำรวยผิดปกติ ผมจำได้แค่นั้น ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน เชิญครับ🔗

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมเองเป็นคนหนึ่งในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ เป็น สส. น้องใหม่ในสมัยนี้ ผมยอมรับครับว่าในสภาชุดที่ ๒๖ ของเราในครั้งนี้มีเหตุการณ์ หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเองไม่เคยคิดที่ว่าจะได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรของ พี่น้องประชาชนคนไทย แต่ก็ได้เข้ามาครับ ผมเห็นการเมือง วันนี้บ้านเมืองเรามีปัญหา มากมาย ไม่ว่าเศรษฐกิจ สังคม หรือแม้แต่ปัญหาชายแดน วันนี้พี่น้องประชาชนคนไทย ทั่วทั้งประเทศอดอยากปากแห่ง ทุกคนเดือดร้อนปัญหา เพราะฉะนั้นวันนี้เราในเมื่อกติกา บอกว่านายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้านี้ท่านถูกศาลมีคำวินิจฉัย กติกาก็คือต้องเลือก นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นี่คือกติกาที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นบ้านเมืองเราต้อง เดินหน้าต่อครับ ผมเชื่อว่าทุกท่านที่เป็นนักการเมืองเราจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับ พี่น้องคนไทยที่เขามีความรู้สึกว่าวันนี้การเมืองของเราพึ่งพาไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรที่จะให้ ประเทศชาติเราเดินต่อไปข้างหน้าให้ได้ เพราะฉะนั้นเรานักการเมืองต้องทำแบบอย่างที่ดี ในเมื่อกติกามีไว้ให้เราดำเนินการอย่างไร เราก็ทำอย่างนั้นครับ วันนี้เราแพ้ วันหน้าเราชนะ มันก็สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเห็นสภาแห่งนี้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทย ให้เขาพึ่ง ให้เขาหวัง ให้เขาเห็นว่าระบอบรัฐสภาพึ่งพาได้ครับ ไม่ใช่พึ่งพาไม่ได้ เหตุเพราะอะไรครับ เราไม่เคารพกติกาและเราไม่สามารถที่จะทำให้สภา แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์และสามารถเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนได้ ผมเองในฐานะที่เป็นหนึ่งใน สมาชิกของ สส. ที่เหลืออยู่ ๔๙๒ ท่าน วันนี้ผมก็อยากจะขอกราบเรียน สส. ทุกท่านครับ วันนี้คนที่มีสิทธิก็ให้เขาใช้กติกาไป คนที่แพ้วันนี้ไม่ใช่จะไม่มีโอกาสชนะในวันหน้า คนที่ชนะ ในวันนี้ก็อาจจะเป็นผู้แพ้ในวันหน้าก็ได้ แต่เราต้องยึดหลักกติการัฐธรรมนูญครับ อันนี้คือ หัวใจสำคัญ เราต้องใช้ให้พี่น้องเป็นหลักให้ได้ไม่อย่างนั้นอำนาจนอกระบบก็เข้ามาอีกครับ เราต้องการอย่างนั้นหรือครับ เราไม่ได้ต้องการครับ วันนี้เราต้องการนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คนที่ ๓๒ จะเป็นใครก็แล้วแต่ แต่นั่นคือกติกา วันนี้เราต้องการแก้ปัญหาเรื่องชายแดน เราต้องการแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนคนไทย เราต้องการแก้ปัญหาเรื่อง เศรษฐกิจ เราต้องการแก้ปัญหาเรื่องภาษีทรัมป์ที่บีบบังคับให้เราจะต้องรับเงื่อนไขต่าง ๆ นี่ต่างหากคือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเข้าไปแก้ไข เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะยื้อหรือเราจะ ทอดเวลาออกไปมันยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศของเรา เพราะฉะนั้นผมเอง ในฐานะคนหนึ่งเรื่องคุณสมบัติหรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ในความเหมาะสม ผมเชื่อว่าทุกคน ต้องรับผิดชอบตัวเอง นายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือใครก็แล้วแต่ที่อาสามาทำหน้าที่มีคุณสมบัติ อย่างไร ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เดี๋ยวมีผู้ร้องเรียนเองครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เรายึดกติกา ผมเองอยากเห็นประเทศชาติของเราเดินหน้าต่อภายใต้กติกาที่เราต้องยอมรับกันทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นวันนี้วาระการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่๓๒ ผมอยากให้ดำเนินการไป และผมเอง ก็ขอสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ และเราก็จะโหวตให้ตามความเหมาะสม เพราะต้องการให้ประเทศชาติเดินต่อ ประเทศเราต้องการผู้นำที่มีอำนาจในการจัดการปัญหา ของบ้านเมืองในทุก ๆ เรื่องครับ ปัญหาชายแดนวันนี้ก็มีปัญหา ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พี่น้องคนไทยที่ผมเดินทางไปทั่วประเทศ วันนี้เขาบ่นอย่างเดียวครับ เขาไม่มีจะกินแล้วครับ ปัญหาเรื่องของสินค้าราคาเกษตรก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นวันนี้ด้วยความเคารพต่อ ท่านประธาน ต่อท่านสมาชิกทุกท่าน ผมอยากให้เราเคารพกติกา แล้วเราก็ว่าไปตามกติกา โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ ให้จบแล้วประเทศเราจะได้เดินหน้าต่อ ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปจะ เป็นฝั่งที่สนับสนุนท่านชัยเกษม จะได้เตรียมตัวไว้นะครับ เริ่มต้นจากท่านจาตุรนต์ ฉายแสง แล้วก็ท่านทรงยศ รามสูต ท่านภราดรมีอะไรครับ เชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ หารือ ท่านประธานนิดเดียวครับ เรียนกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าขณะนี้ฝั่งที่สนับสนุน ท่านชัยเกษมมีด้วยกัน ๘-๙ ท่านแล้วนะครับ ดังนั้นหมายความว่าท่านละ ๗ นาที ๙ คูณ ๗ ๖๓ นะครับ เท่ากับ ๑ ชั่วโมงแล้ว เพราะฉะนั้นฝั่งที่สนับสนุนท่านชัยเกษม ตามเงื่อนไขก็คือไม่สามารถที่จะลงชื่อได้แล้วนะครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือตอนนี้ ฝั่งท่านชัยเกษมที่ลงชื่อมีทั้งหมด ๙ ท่านนะครับ ๙ ท่านนี้ลองบริหารเวลาดู แล้วก็จะบริหาร จัดการอย่างไรตามข้อตกลง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะมีคนทักท้วงแบบท่านนี่ล่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ครับ ก็เพื่อไม่ให้มีการทักท้วงครับ ท่านประธานจะได้หาข้อสรุปในเบื้องต้นก่อน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็อาจจะ เกินไปนิดหน่อยนะครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ไม่มีปัญหาครับ เพียงแต่ว่า กำหนดให้อยู่ในเวลาก็แล้วกันนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เอาตามนี้นะครับ ก็บริหารเวลากันดู อาจจะยืดหยุ่นบ้างเพื่อให้ท่านได้อภิปรายกันครบถ้วน เชิญท่านจาตุรนต์ครับ เชิญครับ🔗

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่ผม จะได้อภิปราย อยากจะขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องเล็ก ๆ ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเห็นทีว่าท่านประธานอาจจะต้องอนุโลมให้ใช้เวลากันเกินกว่า ที่กำหนดบ้างเล็กน้อยนะครับ ในส่วนตัวผมนี้ผมจะขอหารือท่านประธานว่าแทนที่จะจับเวลา แบบ ๗ นาทีแล้วก็ค่อย ๆ ลดลงมา ขอเปลี่ยนเป็นจับเวลาไปข้างหน้าว่าผมพูดกี่นาที ก็จะเป็นตามนั้น เพราะว่าท่านประธานวิปของพรรคเพื่อไทยมาแจ้งผมไว้ตั้งแต่ต้นว่าให้ผม อภิปรายให้เต็มที่ การอภิปราย ๗ นาที เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้สำหรับผม เพราะฉะนั้นถ้านับ เวลาไปข้างหน้าผมก็จะคิดเวลาได้ง่ายกว่าว่าผมพูดไปแล้วกี่นาทีจะได้พยายามประหยัดเวลา🔗

ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องเล็ก ๆ อีกเหมือนกัน ก็คือว่าผมนั่งอยู่แถวหลัง ๆ มักจะมีปัญหาเสียงไม่ค่อยได้ยิน ทำให้ผมต้องตะเบ็งเสียง ผมไม่อยากจะต้องตะเบ็งเสียง ในวันนี้ ถ้าท่านจะกรุณาปรับระบบเสียงสักหน่อยก็จะเป็นการดีนะครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออภัย ท่านจาตุรนต์ มีผู้ทักท้วงครับ เชิญท่านภราดรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทองครับ ผมไม่ได้ทักท้วงครับ เพียงแต่ว่าจะเรียนกับ ท่านประธานเพื่อให้ได้ข้อยุติร่วมกันนะครับ ไม่ขัดข้องในสิ่งที่ท่านอาวุโส พี่จาตุรนต์ได้หารือ กับท่านประธานคือให้จับเวลาให้เดินหน้า แต่ว่าอย่างไรก็ดีครับตามกรอบเวลาที่ตกลงกัน ในกรอบเบื้องต้นคือ ๑ ชั่วโมง ๑ ชั่วโมงคือ ๑ ชั่วโมงครับ อาจจะเหลื่อมล้ำอย่างที่ ท่านประธานบอก ๓ นาที ๕ นาที ไม่เป็นไรครับ แต่ไม่ใช่จะมาเหลื่อมกันถึงครึ่งชั่วโมงหรือ ๑ ชั่วโมง อย่างนั้นพวกผมคงรับไม่ได้ครับ พวกผมก็ถอยจนมาที่สุดแล้วนะครับ แล้วก็พูดคุย ด้วยความเข้าใจมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นข้อตกลงแรกก็คือข้อตกลงนะครับ ๑ ชั่วโมง อาจจะเหลื่อมล้ำบ้าง ๓ นาที ๕ นาที เพราะฉะนั้นใครที่เกินจากช่วงเวลานั้นแล้วลงชื่อไว้ แต่ว่าเวลาท่านใช้เกินไปแล้วนี่ท่านประธานต้องตัดออกนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ให้ แต่ละฝ่ายบริหารเวลาตามที่มีผู้ประท้วงแล้วก็ผู้ทักท้วงนะครับ เชิญท่านจาตุรนต์ครับ เชิญครับ🔗

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ครับท่านประธานครับ เรื่องการแบ่งเวลาภายในก็เป็นเรื่องของแต่ละฝ่ายว่ากันไปนะครับ ท่านประธานครับ การอภิปรายเห็นชอบ ไม่เห็นชอบกับผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เวลามีผู้ถูกเสนอชื่อ คนเดียวเราก็อภิปรายทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลอะไร พอมามีเป็น ๒ คน มันก็อาจจะต้องอภิปรายได้ยืดยาว แต่ว่าผมมาพูดในส่วนของผู้สนับสนุนท่านอาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ แต่ขณะเดียวกันผมก็ต้องอภิปรายถึงท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งก็แน่นอนว่าจะอภิปราย ในทางไม่เห็นด้วย ผมจะใช้เวลาส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดอภิปรายว่าเหตุใดจึงไม่ควรเห็นชอบให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนท่านชัยเกษมจะเหมาะสมอย่างไร ผมพูดน่าจะไม่เกิน ๑ นาที และจะมีท่านอื่นพูดต่อไป ท่านประธานครับ ผมจะไม่ได้อภิปรายคุณสมบัติของ ท่านอนุทินในแบบว่าขัดรัฐธรรมนูญข้อไหน เป็นสัญชาติไทยหรือเปล่า ตอนนี้เป็นพนักงาน รัฐวิสาหกิจหรือเปล่า หรืออะไรอย่างนี้ ไม่ได้อภิปรายแบบนี้ แต่จะอภิปรายว่าท่าน มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมซึ่งบางท่านก็อาจจะบอกว่าก็เห็นก่อนหน้านี้เป็นรัฐมนตรีร่วม ครม. กับพรรคเพื่อไทยอยู่ไม่เห็นว่าอะไร ตอนนี้ทำไมบอกว่าไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม เหตุผลก็คือ ว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาในช่วงหลัง ๆ มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ และที่ประชาชนสนใจไปเกี่ยวข้อง กับท่าน หรือท่านไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้นทำให้ท่านไม่เหมาะสม แต่เหตุการณ์ ที่สำคัญที่ผมจะขอพูดก่อน ก็คือเรื่องการตกลงข้อตกลง ๕ ข้อ ที่พรรคภูมิใจไทยได้ทำกับ พรรคประชาชนนี่ละครับ อันนี้ละครับเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ท่านไม่เหมาะสมที่จะเป็น นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ข้อตกลง ๕ ข้อนี้ผมจะไม่พูดทั้งหมดแต่ว่าประการสำคัญก็ คือว่าพรรคประชาชนจะไม่มีคนอยู่ใน ครม. จะยกมือให้ วันนี้ก็จะยกมือให้สนับสนุน ท่านอนุทิน แต่จะไม่มีใครอยู่ใน ครม. แล้วก็ยังห้ามพรรคภูมิใจไทยรวมเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร ก็หมายความว่าต้องการให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลแบบลูกไก่ อยู่ในกำมือของพรรคประชาชน ก็อาจจะลืมไปว่านาน ๆ ไปอาจจะมีเหตุการณ์เหมือน ในเพลงลูกทุ่งที่บอกว่าหนูเปล่าหนาเขามาเอง ก็หมายความว่ามันอาจจะมี สส. มาสนับสนุน จนเป็นเสียงข้างมากไปก็ได้ แต่อันนั้นก็เป็นเรื่องเหตุการณ์ข้างหน้า แต่ความตั้งใจของ พรรคประชาชนก็คือว่าให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยและพรรคประชาชนเองจะไม่เข้าไปอยู่ใน ครม. เลยแม้แต่คนเดียว ปัญหาก็คือว่าบางท่านพูดไปเรื่องว่าอย่างนี้จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมไปถึงประเด็นนั้นไม่มีความเห็นต่อประเด็นนั้น แต่ผมมีความเห็นว่าการตกลงกันอย่างนี้ การจะเป็นรัฐบาลด้วยเงื่อนไขเหล่านี้เป็นการขัดต่อหลักการของระบบรัฐสภาในระบอบ ประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง และจะทำให้เกิดผลเสียตามมาต่อประเทศนี้อย่างร้ายแรง ผมจะได้อธิบายต่อไป ท่านประธานครับ หลักการของระบบรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญเรานี้ เป็นอย่างไร ดูง่าย ๆ จากการที่เราจะเลือกบุคคลไปเป็นนายกรัฐมนตรีกันในวันนี้ ทำไมเขา ถึงต้องเอาจาก Candidate นายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมือง เพราะเขาต้องการว่า ให้พรรคการเมืองรับผิดชอบ ให้พรรคการเมืองเอาคนที่เคยไปบอกกับประชาชนไว้นั่นละ มาเสนอ พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบ ทำไมเวลาลงคะแนนต้องลงคะแนนแล้วให้ได้ เสียงเกินกึ่งหนึ่งก็เพราะว่าเขาต้องการให้ได้เสียงข้างมากจริง ๆ ในสภาผู้แทนราษฎรและ จะได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในการบริหารและในการออกกฎหมาย นี่คือเจตนารมณ์ของ ระบบรัฐสภาเป็นแบบนี้ นอกจากว่าให้ได้เสียงข้างมากแล้วทำไมเขากำหนดว่าในการลงมติ ให้เป็นการลงมติโดยเปิดเผย เปิดเผยเพื่อจะบอกว่าให้ประชาชนรับรู้ว่า สส. คนไหนเลือกใคร เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคไหนสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ตรงกับที่เคยไปประกาศกับ ประชาชนไว้หรือเปล่า และที่สำคัญก็คือทั้ง สส. และพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้บุคคลเป็น นายกรัฐมนตรี เมื่อบุคคลนั้นได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วทั้ง สส. และพรรคการเมืองจะต้องมี ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองได้ทำไป ก็คือจะต้องรับผิดชอบว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไปกำหนดนโยบายอย่างไร ไปทำอะไร ไปทำดี ทำเสีย ทำมิดีมิร้ายกับประเทศอย่างไร สส. และพรรคการเมืองที่ยกมือให้นั้นจะต้อง รับผิดชอบ นี่เป็นหลักการของการรับผิดชอบต่อประชาชน รับผิดชอบต่อฝ่ายบริหาร รับผิดชอบต่อสภา พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองทำไป ท่านประธานครับ จาก หลักการอย่างนี้มีปัญหาว่าพรรคประชาชนบอกว่าจะไม่มีคนอยู่ใน ครม. แม้แต่คนเดียว หมายความว่าท่านจะยกมือให้แล้วท่านก็จะไม่มีส่วนกำหนดนโยบายของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากว่าคุณอนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเป็นอย่างนี้การตรวจสอบรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ท่านไม่รับผิดชอบต่อว่าเขาจะไปทำนโยบายอย่างไร เขาจะไปทำอะไร ท่านก็บอกว่าท่านจะ เป็นฝ่ายค้าน จะตรวจสอบโดยการเป็นฝ่ายค้าน พรรคประชาชนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ได้จริงหรือ ท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านบอกว่าท่านเป็นฝ่ายค้าน แต่ท่าน อยู่ใน ๒ สถานะแบบนี้จะเป็นฝ่ายค้านที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร อันดับแรกท่านไม่รับรู้แล้วว่า เขาเขียนนโยบายกันมาอย่างไร นโยบายนั้นอาจจะไม่ดี ๔ เดือนนี้อาจจะเกิดอะไรก็ไม่รู้ ท่านก็บอกว่าท่านจะเป็นฝ่ายค้าน แต่สภาพของพรรคประชาชนจะอยู่ในสภาพที่ อิหลักอิเหลื่อมาก อิหลักอิเหลื่อตั้งแต่วันนี้แล้วครับ วันนี้พอคิดว่าคุณอนุทินจะได้เป็น นายกรัฐมนตรี ท่านก็พูดเรียกร้อง หัวหน้าพรรคท่านผู้นำฝ่ายค้านแท้ ๆ เรียกร้องให้สมาชิก ในสภานี้อยู่ในที่ประชุมเพื่อพิจารณากฎหมาย เมื่อวานนี้ เมื่อวานซืนนี้พรรคท่านยังพูด อยู่หยก ๆ ว่าองค์ประชุมเป็นเรื่องของรัฐบาล ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร ถ้าท่านอนุทินได้ เป็นนายกรัฐมนตรีองค์ประชุมไม่ครบสภาล่ม มีกฎหมายสำคัญเข้ามาสภาล่ม ทำอย่างไร พรรคประชาชนก็จะบอกว่าพรรคประชาชนจะเป็นองค์ประชุมให้ เป็นองค์ประชุมให้เพื่อสภา เดินหน้าต่อไปได้ ก็คือให้รัฐบาลอยู่ต่อไปได้ และเป็นองค์ประชุมให้เพื่อกฎหมายสำคัญ ๆ ของรัฐบาลซึ่งอาจจะมีกี่ฉบับก็ไม่ทราบได้พิจารณาและได้ผ่านไป พฤติกรรมนั้นคือพฤติกรรม ของการเป็นฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ทีนี้การทำหน้าที่ฝ่ายค้านจะมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ถ้าท่านอยู่ในสภาพที่ต้องประคับประคองรัฐบาลอย่างที่ผมได้กล่าวไปนี้ และมันจะต้อง เกิดขึ้นแน่นอน เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าพรรคประชาชนจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านที่มี ประสิทธิภาพ ผมยกตัวอย่างว่าถ้าต่อไปมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะแบ่งเวลากันอย่างไร ในฝ่ายค้าน และจะสรุปอย่างไร ใครจะสรุป เวลาสรุปถ้าพรรคประชาชนขอเป็นผู้อภิปราย สรุป ถ้าถึงตอนนั้นสมมุติว่าพวกผมไปเป็นฝ่ายค้านแล้ว แล้วพวกผมพรรคเพื่อไทยจะยอมให้ หัวหน้าพรรคประชาชนเป็นผู้สรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างไรในเมื่อท่านเป็นผู้เลือก รัฐบาลนี้มา และเป็นผู้ที่คอยประคับประคองรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ พรรคประชาชนจึงไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ถ่วงดุลรัฐบาลได้ จะมีอะไร เกิดขึ้นพรรคประชาชนจะไม่อยู่ในสถานะที่จะทัดทานได้ รัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยเป็น แกนนำที่คุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีจะออกนโยบายอะไรมาพรรคประชาชนจะไม่สามารถ คัดค้านทัดทานได้ ทีนี้มันก็มาเกี่ยวกับเรื่องสำคัญที่ว่าเหตุการณ์สำคัญที่ประชาชนสนใจ ๒ เหตุการณ์ มาเกี่ยวกับคุณอนุทิน แล้วมันจะไปเกี่ยวกับข้อตกลงเกี่ยวกับการที่ว่ารัฐบาลที่พรรคประชาชนสนับสนุนจะได้ ทำอะไรตามที่พรรคประชาชนคาดหวังและไปบอกกับประชาชนทั่วประเทศได้จริงหรือไม่ ก็คือว่าจะทำประชามตินำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมี สสร. มันจะเป็นจริงหรือเปล่า ผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปอย่างนี้ครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าพูดโดยสั้น ๆ คือ คุณอนุทินขาดคุณสมบัติเนื่องจากท่านเป็นผู้มีบารมีมากไป มีบารมีหรือว่าถ้าน้อง ๆ คนรุ่น ใหม่ฟังอยู่ก็จะบอกว่าเป็น Influencer ที่มีอานุภาพมาก ขนาดที่ยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนคาดการณ์ว่าท่านอาจจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี การรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งไปที่ DSI ขอเลื่อนการร้องทุกข์ออกไปไม่มีกำหนด ตามข่าวข้อมูลที่ผมได้ก็คือด้วยเหตุผลว่ารอรัฐมนตรี คนใหม่เสียก่อน แล้วนี่ถ้าเป็นอย่างนี้ภาพพจน์พรรคการเมืองที่เสียหายอยู่แล้ว ตกต่ำอยู่แล้ว มันจะยิ่งตกต่ำต่อไป อันนี้เป็นปัญหาของประเทศ เป็นปัญหาของระบอบประชาธิปไตย🔗

เหตุการณ์ที่ ๒ ก็คือท่านอนุทินไม่ใช่มีบารมีด้วยตัวเองเท่านั้น ใครอยู่ใน พรรคท่านเป็นรัฐบาล เป็นรัฐมนตรีจะมีบารมีมาก มีบารมีย้อนหลังไปด้วย เคยแต่งตั้ง ใครเป็นข้าราชการระดับ ๑๐ ไว้ คนนั้นไปสมัครองค์กรอิสระหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สามารถเอาชนะนักกฎหมายชั้นนำ นักรัฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศ ทั้ง ๆ ที่บางคนที่เข้า ไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระหรือศาลตุลาการ มีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้าง บารมีแบบนี้ น่าเป็นห่วงครับ บารมีแบบนี้ถ้าท่านใช้มาก ๆ มันก็จะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พรรคของท่าน ไปพัวพันกับกรณีที่เรียกว่าฮั้ว สว. กรณีฮั้ว สว. ซึ่งมี สว. จำนวนมากกำลังถูกดำเนินคดี หรือถูกพิจารณาอยู่ทั้งโดยทางการแจ้งความดำเนินคดีและทั้งในทาง กกต. เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าบารมีของท่านจะไม่มากไปถึงถึงขนาดที่จะทำให้คนผิดลอยนวลจากกรณีฮั้ว สว. มันเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน คนในพรรคของท่านก็โดนด้วย สว. ก็โดนด้วย ถ้าโยงกันอย่างนี้ แล้วเกิดมีบารมีขึ้นมาจนกระทั่งถึงกับใคร ๆ ก็ต้องการให้ สว. พ้นมา พ้นมาเพื่ออะไร เพื่อมา แต่งตั้งคนที่รัฐมนตรีของพรรคท่านตั้งเป็นข้าราชการระดับ ๑๐ ได้เป็น สว. และ สว. ก็ทยอย ตั้งกรรมการองค์กรอิสระกันแบบนี้ครับ อีก ๑ ปีกรรมการองค์กรอิสระจะเป็นสายเดียว กันหมด หรือถ้าใช้ศัพท์อีกแบบก็คือจะเป็นสีเดียวกันหมด ท่านประธานจะให้บ้านเมืองเป็น อย่างนี้หรือครับ ถ้าคุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีมีความเสี่ยงอย่างมากที่บ้านเมืองจะพัฒนา ไปอย่างนี้ ทีนี้ก็มาเกี่ยวกับข้อตกลง ๕ ข้อ เดิมพรรคประชาชนยืนยันเสียงแข็งบอกว่า ให้นายกรัฐมนตรียุบสภาทันที รักษาการนายกรัฐมนตรีก็ยุบสภาเลย ปรากฏว่าต่อมา เปลี่ยนเป็นขอเวลา ๔ เดือน ๔ เดือนเพื่ออะไรครับ ๔ เดือนเพื่อจะได้ทำประชามติ เพื่อให้นำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดย สสร. เป็นผู้มาดำเนินการ ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกทั้งหลายรวมทั้งท่านประธานด้วยก็คงจะจำกันได้ว่ามีการ พิจารณากฎหมายประชามติในสภานี้ พรรคการเมืองที่เห็นไม่ตรงต้องการให้กฎหมาย ประชามติมีผลไปในทางขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไปตรงกับ สว. ครับ พรรคนั้นก็คือพรรคของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล แล้ว สว. ถ้าหากว่าได้อำนาจมาเต็มที่ซึ่ง อาจจะเกิดจากบารมีของวิเศษอะไรก็ตาม จะเดินไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญได้อย่างไร ท่าน แสดงมาตลอดในทางที่ท่านไม่ได้ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ ประชามติที่ท่านจะลงกันก็ไม่แน่เลย ว่าจะมีผลทางกฎหมายหรือทางรัฐธรรมนูญ ขึ้นอยู่กับศาลจะวินิจฉัยอย่างไร แต่ว่าถ้าลงมติ ประชามติไปแล้วสมมุติว่าผ่าน ลงมติในรัฐสภา สว. ไม่โหวตให้ สว. ที่ลอยนวลมาได้ไม่โหวต ให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือระบบครับ ระบบที่ต่อไปนี้องค์กร อิสระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อไปข้างหน้าจะถูกครอบงำโดยอำนาจพิเศษ โดยอำนาจของ ผู้มีบารมี อันนี้ก็กลายเป็นเรื่องจะเป็นเรื่องตรงข้ามกับสิ่งที่พรรคประชาชนเสนอต่อ ประชาชน ท่านประธานครับ ตอนที่พรรคเพื่อไทยข้ามขั้ว ผมเคยวิจารณ์ไว้ว่าการข้ามขั้วจะ นำไปสู่ความอ่อนแอของประชาธิปไตยก็เกิดขึ้นจริง ๆ แต่ตอนนี้พรรคเพื่อไทยอย่าว่าเป็น หัวหน้าของพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์เลย ไปขอเป็นพรรคฝ่ายอนุรักษ์เขาก็คงไม่รับแล้ว ตอนนี้ก็ต้องมาปรับตัวกัน พรรคเพื่อไทยก็กลับมาบอกว่าจะเข้ามาในสภา ถ้าเกิดเป็นฝ่าย ค้านก็จะมาเจอกับพรรคประชาชน จะได้ร่วมมือกับพรรคประชาชนในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ด้วยกัน แต่มาพบว่าพรรคประชาชนเกิดข้ามขั้วไปอีก อันนี้เรื่องใหญ่มากนะครับ พรรค ประชาชนที่พูดกับประชาชนมาบอกว่ามีลุงไม่มีเรา ต้องประชาธิปไตย นี่จะแก้เรื่องเกณฑ์ ทหารก็ต้องเตรียมตอนนี้แล้ว พอถึงเวลาได้รัฐบาลมาเขาจะแก้เรื่องเกณฑ์ทหารกับท่านหรือ เปล่าก็ไม่รู้ แต่นั่นกลายเป็นเรื่องปลีกย่อย เรื่องใหญ่มันมากลายเป็นว่าถ้าอย่างนี้ ๔ เดือน ต่อไปนี้ ท่านประธานครับ ๔ เดือนต่อไปนี้การตรวจสอบรัฐบาลยังไม่เข้มแข็ง นโยบายจะ ออกมาผิดทิศผิดทางอย่างไรก็ไม่รู้ ก็ต้องมาติดตามกันด้วยพรรคฝ่ายค้านที่มีพรรคประชาชน ที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ร่วมมืออยู่และทำให้การค้านการตรวจสอบรัฐบาลอ่อนแอ จะเกิดการไม่ เป็นไปตามข้อตกลง ไม่มีผลตามข้อตกลง ๕ ข้อของท่าน ผลที่ตามมาอาจจะเกิดการ แทรกแซงจนกระทั่งทำให้ระบบนี้กลายเป็นระบบที่ถูกครอบงำ ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่าง มั่นคงต่อไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่เกิดขึ้น ๔ เดือนต่อไปนี้จึงเป็นระยะเวลาที่พรรค ประชาชนจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับฝ่ายอนุรักษ์ ผมพูดไปนี้ไม่ได้ต้องการให้ท่าน ทั้งหลายเปลี่ยนใจอะไร ใครคิดอย่างไรก็คงคิดอย่างนั้น แต่พรรคประชาชนมวลชนของพรรค ประชาชนจะรู้สึกอย่างไรครับ ถ้าหากพรรคของท่านได้กลายเป็นพรรคที่ข้ามขั้ว มาสนับสนุน พรรคที่เป็นแกนนำของฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างเต็มตัว ก็กลับมาถึงท่านชัยเกษม ขอพูดไม่ถึง ๑ นาทีครับ ทำไมเลือกท่านชัยเกษมจึงดีกว่า ๔ เดือนข้างหน้าจะไม่เกิดเรื่องที่ผมได้พูดไป ทั้งหมด ถ้าให้ท่านชัยเกษมเป็นนายกรัฐมนตรีปัญหาต่าง ๆ ทั้งหมดไม่เกิดขึ้น เพราะว่าถ้า เลือกท่านชัยเกษมไปเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็ต้องตั้ง ครม. อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา ก่อนจะ ทำหน้าที่จะทำอะไรได้ก็แถลงนโยบาย ในนโยบายที่จะแถลงนั้นก็จะคล้ายกันกับที่ท่าน อานันท์ ปันยารชุน เคยทำเมื่อปี ๒๕๓๕ คือขึ้นต้นมาก็บอกว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ แล้วท่านก็แถลงนโยบายไปอีกหลายข้อ สุดท้ายท่านยุบสภาเร็วที่สุดในตอนนั้น ๒๐ วัน เพราะว่าสมัยนั้นต้องไปตกลงกับฝ่ายที่จัดการ เลือกตั้งเสียก่อน ท่านอานันท์ ปันยารชุน ยุบภายใน ๒๐ วัน ท่านชัยเกษมจะยุบสภา ได้เร็วกว่านั้น และความเสียหายที่จะเกิดกับระบอบประชาธิปไตยจะไม่เกิดขึ้นเหมือนกับ ที่จะเกิดขึ้นหากให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปก็เป็นฝ่ายสนับสนุนท่านชัยเกษมอีกท่านหนึ่ง ผมจะเรียกฝั่งละ ๒ ท่านนะครับ ท่านอดิศรอยู่ไหมครับ ท่านทรงยศ รามสูต ก่อนก็ได้ เชิญครับ🔗

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย จะไม่ใช้เวลามากจะได้ประหยัดเวลาของฝ่ายท่านอาจารย์ชัยเกษม ในหมวด ของการเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นผมก็อยากจะหารือท่านประธานอันดับแรกคือสถานะ ภายหลังการเลือกตั้งก่อนว่าที่ที่อยู่ตรงนี้เป็นที่ของฝั่งรัฐบาลคือที่สนับสนุนรัฐบาล ซึ่งจาก หน้าสื่อถ้าภายหลังการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยแพ้ผมขอไปนั่งฝั่งโน้น เป็นฝ่ายค้านแท้ เพราะปัจจุบันนี้บ้านเมืองเรามี ๒ ฝ่าย ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่อยู่ตรงนี้ เวลาท่านประธาน จัดที่นั่งต้องพิจารณาคือกลุ่มที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรี สนับสนุนรัฐบาลและไม่รับตำแหน่ง อันนี้คือฝ่ายรัฐบาล กลุ่มที่ไปอยู่ฝั่งโน้น ฝ่ายค้านแท้คือกลุ่มที่ไม่สนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุน นายกรัฐมนตรี และไม่มีตำแหน่ง แล้วก็มีกลุ่มตรงกลางก็คือกลุ่มที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรี กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลแต่ไม่รับตำแหน่ง ผมอยากให้กลุ่มตรงนี้นั่งตรงกลาง เพราะว่าเขาจะ ได้ปรึกษาหารือกับฝ่ายที่เขาอุ้มชูสนับสนุนได้ หรือถ้าเขาอยากจะตรวจสอบเป็นฝ่ายค้าน ก็มาคุยกับฝั่งขวาฝ่ายค้านได้ ผมก็อยากให้ท่านประธานได้เริ่มวางแผน ซึ่งตรงนี้มันจะไป ส่งผลอะไรครับ มันจะไปส่งผลต่อข้อบังคับ ซึ่งผมจะหารือท่านประธานในข้อบังคับการ ประชุมสภา ข้อ ๑๒ กับข้อ ๑๕ ในเรื่องของคณะกรรมการประสานงานสภาร่วมของ ผู้แทนราษฎร ที่ว่าจะต้องมีท่านประธานหรือรองที่ได้รับมอบหมาย แล้วก็ตัวแทนจาก ฝ่ายรัฐบาล ๕ ฝ่ายค้าน ๕ คราวนี้ในการวินิจฉัยว่าอันไหนเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านนี่มันต้อง มีมาตรฐาน เราจะคำนึงถึงว่าเป็นพรรคการเมืองที่ไม่มี สส. เป็นรัฐมนตรี อันนี้คือฝ่ายค้าน หรือว่าเราจะเอาเป็นพรรคการเมืองที่ยกมือสนับสนุนให้เขาเป็นรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี นี่คือรัฐบาล ท่านประธานต้องวางบรรทัดฐาน แต่ถ้าเราจะอิงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ ในเรื่องของการตั้งผู้นำฝ่ายค้านอันนั้นคือพรรคการเมืองที่มี สส. มากที่สุด ที่ไม่มี สส. ไปดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีหรือเป็นประธานสภาหรือรองประธานสภา ซึ่งถ้าเป็นเงื่อนไข อย่างนี้ตั้งแต่ต้น ในเรื่องแรกที่ข้อบังคับเขาต้องการให้ Balance ระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล พอ ๆ กัน เริ่มต้นผมพรรคเพื่อไทยและเพื่อน ๆ อาจจะเป็นฝ่ายค้านส่วนน้อยในฝ่ายค้านก็ได้ แค่นี้มันก็บิดเบี้ยวไปส่วนหนึ่งแล้ว อันนี้อยากฝากให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วย เพราะจะมีการ พิจารณาอีกหลายต่อหลายเรื่อง เหมือนอย่างที่ท่านจาตุรนต์ได้กล่าวไว้🔗

คราวนี้มากล่าวในส่วนของการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็มีการนำเสนออยู่ ๒ ท่าน จริง ๆ ผมก็ชื่นชมทั้ง ๒ ท่าน มีข้อดีทั้งคู่ มีข้อเสียบ้าง ผมก็ต้องมาพิจารณาดูว่า คนไหนที่ผมชื่นชมมากที่สุด เพราะผมมีสิทธิเลือกได้คนเดียว ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเสนอ อาจารย์ชัยเกษม ผมชื่นชมท่านเป็นนักกฎหมาย เป็นอัยการ โดยเฉพาะนโยบายที่ท่าน เพิ่งประกาศเมื่อวานนี้เองว่าจะคืนอำนาจให้สู่ประชาชนด้วยการยุบสภาและจัดให้มีการ เลือกตั้ง เพราะตอนที่เกิดปัญหาขึ้นหลายฝ่ายอยากให้มีการเลือกตั้งโดยไว คืนอำนาจให้ ประชาชน ให้ประชาชนตัดสินใจ เพียงแต่ตอนนั้นที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ดำเนินการอย่างไร เราให้เกียรติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยให้เสร็จสิ้นก่อน เพราะฉะนั้นแนวนโยบายของ ท่านอาจารย์ชัยเกษมนี่ตรงใจ คืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน อีกคนหนึ่งท่านอนุทิน ขอโทษที่เอ่ยนาม ที่จริงผมก็ชื่นชมท่าน ท่านเป็นนักดนตรี นักเปียนโน เป่าแซกโซโฟน ผมชอบ เป็นแฟนคลับท่านอยู่ ชอบในนโยบายพูดแล้วทำของท่าน เพราะดูจากประสบการณ์ ที่ผ่านมาในอดีตไม่ว่าจะเป็นเรื่องกัญชาก็ดี หรือนโยบายเรื่องท่านเชื่อโดยบริสุทธิ์ว่า พี่น้องชาวเขากระโดงเป็นเจ้าของที่แท้จริง ตอนที่คุมกระทรวงคมนาคม รถไฟก็ไม่ดำเนินการ พอตอนมาอยู่กระทรวงมหาดไทย ที่ดินก็ไม่ดำเนินการ เหมือนเช่นคดีฮั้ว สว. ที่ท่านจาตุรนต์เพิ่งกล่าวไปเมื่อสักครู่ ผมก็เชื่อว่าท่านเชื่อโดย บริสุทธิ์ใจว่า สว. เข้ามาตามครรลอง แต่พี่น้องประชาชนจะเชื่อหรือไม่อันนี้จะต้อง พิจารณากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตัดสินใจยกมือสนับสนุนครั้งนี้ผมก็อยากจะฝาก เพื่อนสมาชิกในการพิจารณา ผมเคยเสนอในพรรคผมว่าจริง ๆ ถ้าอยากให้เลือกตั้งได้เร็ว เวลาเลือกตั้งรัฐธรรมนูญเขากำหนดเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ ๕ แล้วครับ เขาบอกว่าเวลาเลือก นายกรัฐมนตรีคราวที่แล้ว ๒ ครั้งแรกต้องมี สว. มาเอี่ยว แต่ครั้งนี้เขาบอกว่าต้องได้เสียงเกิน กึ่งหนึ่งของสภาคือ ๒๔๗ ซึ่งปรากฏว่าถ้าสมมุติไม่มีฝั่งใดที่ได้ถึง มีฝ่ายหนึ่งงดออกเสียง แค่นี้ นายกรัฐมนตรีก็ไม่ถึงไม่สามารถตั้งได้ ก็เป็นเหตุอันหนึ่งที่รักษาการนายกรัฐมนตรีจะนำไปยื่น เพื่อขอกฤษฎีกายุบสภาได้ แต่ถ้าไม่มั่นใจก็สามารถเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์ชัยเกษม เรายุบสภาได้ทันที แล้วก็คืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน แต่คราวนี้ประเด็นที่ว่าเราจะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ผมเคยเสนอในพรรคว่าจริง ๆ รัฐบาลรักษาการสามารถยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แล้วเป็นรัฐบาลรักษาการทำได้เร็วกว่า ๔ เดือน ๖ เดือนที่จะรอรัฐบาลมาแถลงนโยบายอีก ซึ่งถ้าเป็นประเด็นตามนี้เราจะแก้รัฐธรรมนูญได้เร็วยิ่งขึ้น แล้วถ้าพรรคไหนทำท่าจะบิดเบี้ยว เหมือนในอดีตที่เคยมีประวัติมา ผมเชื่อว่าเราสามารถยุบสภาได้ทันที อันนี้คือเจตนาว่า คุณต้องการยุบสภาหรือไม่ แค่ไหน เพียงไร ตอนนี้วิปทำสัญญาแล้ว ก็ฝากให้พิจารณาว่า เราจะเลือกใคร แล้วก็ฝากพรรคการเมืองนะครับ ถ้าคุณสนับสนุนใครคุณต้องร่วมรับผิดชอบ ไม่ใช่ความชอบคุณเอาแต่ผิดคุณไม่รับผิดชอบ เหมือนอย่างเมื่อวานกรรมาธิการที่เขามา รายงานเรื่องงบประมาณมีข้อเสนอหลายเรื่องที่ดี แต่คุณไม่ยอมไปอยู่ในรัฐบาล ไม่ยอมส่งคน ของคุณไปดู แล้วคุณมานั่งดูข้างนอกมันไม่มีประโยชน์นะครับ ก็ฝากให้เพื่อนสมาชิกพิจารณา แต่ผมสนับสนุนท่านอาจารย์ชัยเกษมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นฝั่งที่สนับสนุนท่านอนุทินนะครับ เชิญท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ วันนี้ผมได้รับมอบ อำนาจจากพี่น้องประชาชน ได้รับมอบอำนาจจากกลุ่ม ผรท. หรือคอมมิวนิสต์เดิม ได้รับ มอบอำนาจจากผู้ที่รับผลกระทบจากคำสั่งของรัฐ ให้มาเป็นตัวแทนพี่น้องมอบมือ มือเดียว ของพรรคประชาธิปไตยใหม่ ให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ ครับ เพราะพี่น้องบอกมาว่าท่านอนุทินคือความหวังของพี่น้องหลังจากที่เศรษฐกิจเราหยุด ชะงักไป ไม่มีคนมาท่องเที่ยว ไม่มีคนลงทุน พี่น้องไม่มีรายได้ นี่คือสิ่งที่พี่น้องได้มอบหมายมา ทางด้านสังคม พี่น้องก็มีความหวังว่าท่านอนุทิน ชาญวีรกูล น่าจะมีผลงานที่จะช่วยพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอาชญากรรม ทางด้านหนี้สิน ท่านประธานก็รู้ว่า ๒ สัปดาห์ที่แล้วมา มีการฆ่ากันที่หนองบัวลำภูเพราะหนี้สิน ได้ท่านอนุทินมาเราก็มีความหวังว่าการแก้ปัญหา หนี้สินของพี่น้องจะดีขึ้นนะครับ🔗

แล้วอีกอย่างหนึ่งเรื่องปัญหาชายแดน ปัญหาชายแดนไทยกับกัมพูชา หรือเขมร เรารบกันที่แล้ว ๆ มาบ้านแตกสาแหรกขาด พี่น้องต้องอพยพจากชายแดน นักเรียนต้องหนีห้องเรียนวิ่งมาเรียนหนังสืออยู่ที่วัดวาอาราม มีชายคนหนึ่งที่เป็นหัวหน้า พรรคการเมืองตะลอน ๆ ไปพร้อมกับภรรยาคนสวยไปดูนักเรียน ไปดูโรงเรียน พานักเรียน ร้องเพลง ไปเป็นที่พึ่งของพี่น้องที่อพยพเข้ามา ชายคนนั้นก็คือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล พี่น้องจำดี ๆ เขาเป็นที่พึ่งของพี่น้องที่อยู่ชายแดน ผมในฐานะเป็นครูบาอาจารย์ที่สอนอยู่แถวนั้น ท่านประธานครับ ชื่นชมท่านอนุทิน ชาญวีรกูล แต่มาวันนี้ท่านอนุทินได้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ กระผมในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ได้รับมอบหมาย ๑ เสียง เน้น ๆ ๑ เสียงเน้น ๆ ที่จะมอบให้ ฯพณฯ นะครับ ท่านประธานที่เคารพ คนที่อยู่ชายแดนมีความหวัง ถ้าหากท่านอนุทินมาเป็น นายกรัฐมนตรี ๑. เสียงปืนจะสงบ ๒. ความร่มเย็นชายแดนจะกลับคืนมา เราจะต้อง ไม่มีคลิปเสียงที่มาทำร้าย ทำลายประเทศไทยอีกแล้ว นี่คือสิ่งที่พี่น้องหวังว่าท่านอนุทินทำได้ จึงได้มอบหมายให้ผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ๑ เสียงมอบให้ ท่านอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเที่ยวนี้ อีกปัญหาหนึ่ง คือชายแดนทางด้านทิศเหนือ มีชาติพันธุ์ กลุ่มหนึ่งรุกชายแดนไทยเข้ามา ๕๐๐ เมตร เป็นปัญหาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว บอกว่า ให้ผลักดันกลุ่มนี้ออกไป เรื่องก็เงียบไปท่านประธานครับ มาเที่ยวนี้ พี่น้องประชาชนคนไทย บอกว่าพรรคประชาธิปไตยใหม่มอบเสียงให้กับท่านอนุทิน เพื่อจะได้ผลักดันคนชาติพันธุ์ ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ออกจากชายแดนเรา ให้ไปไกลจากชายแดนเรา เราจะไม่ยอมเสียดินแดน แม้กระทั่งตารางนิ้วเดียว อันนี้คือความหวังของพี่น้องประชาชนที่ฝากมา แล้วก็ เป็นความหวังว่าถ้าหากท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นคนหนึ่งที่จะแก้ปัญหาของ พี่น้องประชาชนครับ เป็นเหตุผลที่สนับสนุนท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ ของประเทศไทย สวัสดีครับพี่น้องครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ขอเชิญท่านกาญจนา จังหวะ เชิญครับ🔗

นางสาวกาญจนา จังหวะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกาญจนา จังหวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๔ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ขอใช้โอกาสนี้อภิปรายสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ด้วยเหตุผลสำคัญจากเสียงของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของดิฉันเองค่ะ ตลอดระยะเวลาที่ดิฉันทำหน้าที่ผู้แทน ดิฉันได้ลง พื้นที่พบปะพ่อแม่พี่น้องอยู่เสมอและได้รับทราบปัญหามากมาย ทั้งผู้นำท้องถิ่น ยังมีถนน หนทางที่ยังไม่สะดวก ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม สลับกันไป ที่ทำให้เกษตรกรของพื้นที่ดิฉัน เดือดร้อนไปจนถึงโอกาสทางด้านการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกหลานที่ยัง ไม่เท่าเทียมกันกับเมืองใหญ่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นโจทย์การบ้านที่ค้างคาและไม่อาจรอได้ ดิฉันเชื่อว่าการเมืองไม่ควรเป็นเพียงการแย่งชิงอำนาจ แต่ต้องเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ให้กับประชาชนค่ะ วันนี้หากเราปล่อยให้ประเทศติดหล่มอยู่กับการถกเถียงว่าใครจะเป็น รัฐบาล ประชาชนท้องถิ่นอย่างพี่น้องจังหวัดชัยภูมิและทั่วประเทศจะยิ่งเสียโอกาสที่ได้รับ การแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม การเลือกท่านอนุทินในครั้งนี้ภายใต้เงื่อนไข TOR ๓ ข้อ ที่ทุกพรรคยอมรับร่วมกันจะไม่เพียงทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ แต่ยังเป็น การรับประกันว่ารัฐบาลใหม่นี้จะไม่ยืดเยื้อและจะคืนอำนาจให้ประชาชนในเวลาอันสั้นค่ะ ดิฉันเห็นว่านี่คือทางออกที่ตรงไปตรงมาและเป็นการประนีประนอมอย่างสร้างสรรค์ค่ะ ดิฉันในฐานะตัวแทนของชาวชัยภูมิยังขอยืนยันว่าพี่น้องประชาชนต้องการเห็นความต่อเนื่อง ในการแก้ไขปัญหาท้องถิ่น ไม่ใช่การเมืองที่หยุดนิ่ง พวกเขาต้องการถนนที่ปลอดภัย แหล่งน้ำที่มั่นคง โรงพยาบาลที่เข้าถึงง่าย และโอกาสที่ลูกหลานจะได้มีอนาคตที่ดีกว่าเดิม การมีรัฐบาลใหม่ที่พร้อมทำงานแม้เพียงจะมีระยะสั้น จึงเป็นความจำเป็นที่เร่งด่วนที่พวกเรา ไม่อาจปฏิเสธได้ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ดิฉันขอประกาศจุดยืนของตัวดิฉันเองว่าจะลงมติ สนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คนที่ ๓๒ เพื่อให้ การเมืองเดินต่อไปได้ และเพื่อให้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของดิฉันได้รับคำตอบที่พวกเขา สมควรที่จะได้รับ และดิฉันมองอีกว่าปรากฏการณ์ในครั้งนี้เป็นไปเพื่อประเทศไทยต้องการ ผู้นำเพื่อสร้างความปรองดอง และต่อสู้กับปัญหาของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของดิฉัน ต่อไปค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือนิดหนึ่งสั้น ๆ ครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมไปดูรายชื่อในการที่ท่านเรียงไว้ว่า ใครอภิปรายบ้าง มันก็มีตั้งแต่สนับสนุนท่านอนุทิน สนับสนุนท่านชัยเกษม แล้วก็ผมคือ รอการพิจารณา แล้วปรากฏว่ามีหลังผมอีกไปบัญชีพิเศษ ซึ่งกลายเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เพราะผมดูท่านลงสัตยาบันกันแล้วตั้งแต่อยู่ฝ่ายสนับสนุนไปแล้ว ท่านไม่รอพิจารณาแล้ว ท่านไปแล้ว คราวนี้เปิดบัญชีใหม่ไปอีก ผมก็เลยไม่รู้ว่าผมจะได้พูดเมื่อไร ถ้าท่านประธาน บอกว่าอีก ๓ คนถึงผม ผมจะได้แวะไปดื่มน้ำ ดื่มอะไรได้กลับมานั่ง ท่านบอกผมหน่อยสิครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะ ใช้สิทธิเลยไหมจะอนุญาตเลย🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ผมคิดว่าท่านต้องบอกผม ก่อนที่ผมไปทวง ท่านขยับจากคนสุดท้ายมาเดี๋ยวคนอื่นเขาจะว่าผม ท่านเอาตามสมควรครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเค ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอดิศร เพียงเกษ แล้วก็ท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เป็นอันดับต่อไป เชิญท่านอดิศรครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด ขอนแก่น เรากำลังอยู่ในวาระที่สำคัญที่จะให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี กระผมไม่เห็นด้วยที่จะให้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี แต่สนับสนุนศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ Candidate นายกรัฐมนตรีอันดับที่ ๓ ของพรรคเพื่อไทยขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ผมมีประเด็นไม่ยาวครับ ผมอภิปรายเมื่อวาน ในกรณีที่องค์กรอิสระ ป.ป.ช. และ กกต. โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมาแถลงผลการ ปฏิบัติงานอยู่ตรงนี้ ผมอภิปรายถึงการจะได้มานายกรัฐมนตรีวันนี้ครับ ผมตั้งข้อสงสัยว่า คนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย คนที่ ๓๒ กล่าวชื่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ภายใต้ข่าวลือที่หนาหูที่เหม็นคลุ้งในสภาว่ามีการใช้เงินถึง ๑,๕๐๐ ล้านบาท ถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเรื่องที่ผมไม่สบายใจ ผมไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีคนที่จะเป็นต่อไปจะต้องถูกตราหน้า ดังที่ข่าวลือนั้น วันนี้ท่านต้อง Clear ครับ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ต้อง Clear เรื่องนี้ ผมเริ่ม จากพรรคของผมหายไป ๘ คน ไม่เอ่ยชื่อเป็นสิทธิของท่าน แต่อยู่เฉย ๆ จะไปนี่ ใคร ๆ ก็รู้ แมวก็รู้ เด็กอนุบาลก็รู้ว่าเป็นอย่างไรถึงไป อยากทราบว่าตัวเลขจริง ๆ ที่จะไปรองรับให้ท่าน เป็นนายกรัฐมนตรีใช้เท่าไรครับ รับแรกสุด ๑๐ ล้านบาท ต่อมาโหวตวันนี้ ๑๐ บวก ๑๐ เป็น ๓๐ ล้าน จริงไม่จริงอย่างไร พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่ไปหนุนท่าน ผมกล่าวว่าชัดเจนที่ไปหนุนนะครับ หนุนแล้วก็ เป็นรัฐบาลกับท่านต่อไป บางพรรคไม่เคยมีชื่อในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้เลย อยู่ ๆ ก็มา รวมตัวเป็นพรรคการเมืองแล้วก็หนุนท่าน ผมไม่อิจฉาตาร้อนครับ เป็นเถอะครับ ได้วาระเป็น ก็ต้องเป็น คุณอนุทินก็เหมาะสมที่จะเป็นถ้าภูมิหลังบริสุทธิ์ยุติธรรม สะอาดจริง ๆ ท่านครับ วันนี้ต้อง Clear เรื่องนี้ คุณสมบัตินายกรัฐมนตรีต้องเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นประจักษ์ มีจริยธรรมที่ดี ถ้านายกรัฐมนตรีมาแบบที่ผมว่าข่าวอย่างนี้โดยไม่ Clear กัน ผมคิดว่าเดินไปซอยไหนไม่สง่างามหรอกครับ โฮนายกรัฐมนตรี ๑,๕๐๐ ล้าน โฮนายกรัฐมนตรี ๒,๐๐๐ ล้าน โฮนายกรัฐมนตรี ๓๐ ล้าน มันไม่เป็นมงคลเลยครับ🔗

(นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตประท้วงครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตท่านอดิศร ท่านอดิศรครับมีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ประท้วงเรื่องอะไรครับ เชิญครับ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

เรื่องการใส่ร้ายป้ายสีครับ ผมว่า ใครพูดก็พูดได้แต่ต้องมีหลักฐาน การที่จะมากล่าวให้ร้ายป้ายสี หรือท่านมีพยานหลักฐาน อะไรก็นำมาแสดงด้วย ขนาดบางคนไปร้องสดุดีวันเกิดฮุนเซนผมยังไม่ว่าเลยนะครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจแล้ว ท่านสนองพอแล้ว ท่านสนองใช้สิทธิอภิปรายต่อจากนี้ได้นะครับ แต่ว่าผมคิดว่า ท่านอดิศรท่านกำลังอภิปรายท่านให้เหตุผลของท่าน เพราะฉะนั้นคำอภิปรายของท่านทุกคำ มันพาดพิงใคร ถ้าเกิดความเสียหายกับบุคคลอื่นซึ่งมีการถ่ายทอดท่านก็รับผิดชอบ ของท่านอยู่แล้ว ท่านก็สามารถที่จะใช้สิทธิในการโต้แย้งหลังจากทางฝั่งสนับสนุน ท่านชัยเกษมนี้จบแล้วก็ได้ เพราะว่าในฝั่งของท่านอนุทินยังมีอีกหลายท่านที่ยังไม่ลงชื่อ ผมว่าท่านอดิศรต่อเลยครับ แล้วก็ระมัดระวังนิดหนึ่ง ถ้าเกิดว่าท่านสมาชิกทักท้วงมันก็จะ เสียจังหวะในการอภิปราย🔗

(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งเดี๋ยวให้ท่านวรวัจน์ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตประท้วง ท่านผู้ประท้วงครับ ท่านอดิศรมีเอกสิทธิ์ในการอภิปราย และเรื่องนี้ได้ยินกันเยอะ เราอยาก ฟังคำตอบท่านที่อยู่ในสภาตอบครับ ขอให้ตอบอย่ามาประท้วงกลับ ตอบว่าจริงหรือไม่จริง หรืออะไรอย่างไร เพราะเรื่องนี้ได้ยินมาหลายคนมาก ผมก็ได้ยินจากเพื่อน ๆ วันนี้ก็ฟัง ท่านอดิศรพูดอยากฟัง แล้วก็อยากให้ท่านพูดให้จบ แล้วก็ผู้ที่ถูกพาดพิงกรุณาตอบด้วย ผมก็จะได้ทราบว่าจริง หรือไม่จริง แต่ว่าเดี๋ยวมาประท้วงขัดการอภิปรายของท่านอดิศร เลยครับ ขอบคุณครับ🔗

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ เดี๋ยวให้ท่านอดิศรได้พูดเพราะว่าเดี๋ยวท่านรับผิดชอบของท่านเอง🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ผมขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ด้วยความสุภาพ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับข้อ ๙ เนื่องจาก ผมเองเกรงใจเวลาที่จะไม่อยากประท้วงจริง ๆ ครับ แต่ว่าในขณะที่ฝั่งนั้นต้องกราบเรียน ท่านประธานได้โปรดพิจารณาในการควบคุมการประชุม เพราะว่าท่านผู้อภิปรายได้ใช้คำว่า แหล่งข่าวเล่าว่า แหล่งข่าวเล่าว่า จริงอยู่ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องหรือถูกพาดพิงจะเข้ามาตอบได้ แต่ในขณะเดียวกันกว่าจะตอบการถ่ายทอดออกไป ถ้าพี่น้องประชาชนไม่รับฟังให้สมบูรณ์ หรือว่าทุกประโยคทุกคำพูดว่าเหมือนเป็นเรื่องจริง ฉะนั้นแหล่งข่าวมันเป็นเรื่องที่ผมว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย ซึ่งผมได้กล่าวแล้วว่าความสำคัญไม่ใช่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่ความสำคัญอยู่ทั้งประเทศตามสถานการณ์ตามสภาวะที่กำลังย่ำแย่อยู่ในขณะนี้ ขอประท้วงท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ พอเข้าใจแล้วครับ ท่านอดิศรก็ระมัดระวังนิดหนึ่งครับ เดี๋ยวก็จะมีคนประท้วง ต่อเดี๋ยวมันจะขัดจังหวะในการอภิปรายท่าน เชิญท่านต่อครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพและขอบคุณ ท่านที่ให้ความสนใจนะครับ ผมต้องการได้นายกรัฐมนตรีที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ โอกาสของ แต่ละคนผมสนับสนุน เอาอย่างนี้ครับคนที่ถูกพาดพิงคือคุณอนุทินต้องตอบเอง ผมว่าเราไป สาบานที่วัดพระแก้วดีไหมครับว่าไม่มีการสนับสนุนเงินต่าง ๆ ผมมาโดยบริสุทธิ์ ถ้าไม่บริสุทธิ์ ให้มีอันเป็นไปภายใน ๗ วัน ๙ วัน เอากันอย่างนี้เลยครับเพราะหลักฐานพิสูจน์ไม่ได้ ท่านที่เคารพครับ นายกรัฐมนตรีไม่ใช่ของเล่น จะต้องบริหารราชการแผ่นดินนี่ผมเข้าใจ ผมเข้าใจและผมดีใจกับคุณอนุทินที่โอกาสมาถึง แต่เมื่อเทียบอัตราปอนด์ต่อปอนด์ ชื่อเสียง นิ้วต่อนิ้ว เซนต่อเซน สู่ศาสตราจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ไม่ได้ครับ ท่านครับ ฝ่ายของพวกผม เป็นศาสตราจารย์กฎหมาย เป็นอัยการสูงสุด เป็นผู้บริสุทธิ์ยุติธรรมไม่ด่างพร้อยเกี่ยวกับที่ผม ได้อภิปรายไป ผมคิดว่าพรรคที่สนับสนุนที่เป็นพรรคแนวทางอะไรก็ไม่ทราบครับ ทฤษฎี การเมืองเกิดขึ้นใหม่ ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ ท่านต้องรับผิดชอบในการที่สนับสนุนที่ผมพูดไปว่า หากมีการซื้อสิทธิขายเสียงให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านก็ถูกกล่าวหาเหมือนกันว่าท่านเป็น ผู้อยู่เบื้องหลัง ส้มเท้ง ท่านชื่อเล่นชื่อเท้งครับ ค้ำยันเขากระโดงหรือเปล่า ส้มเท้งค้ำยันหัว กระโดง ผูกโยงฮั้ว สว. ไว้ปลายเสา ขัดศรีฉวีวรรณให้มันเงา ย่องเบาอำนาจอธิปไตยครับ นี่คือเป็นการย่องเบาอำนาจอธิปไตย เราปล่อยให้คนอย่างนี้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ภายใน สถานการณ์อย่างนี้ครับ ผมจึงอภิปรายด้วยใจครับ ทั้ง ๆ ดีใจเมื่อสักครู่เดินผ่านก็จับมือ ท่านนายกรัฐมนตรี นี่คือเรื่องส่วนตัวเรา แต่ว่าเรื่องส่วนรวมท่านต้องสะอาดวันนี้ครับ ท่านต้องฟอกตัวของท่านที่ถูกกล่าวหา ๑,๕๐๐- ๒,๐๐๐ ล้าน ให้ Clear ที่สุด ถ้าไปสาบาน ที่วัดพระแก้วได้ที่เราเคารพนับถือ ผมก็จะสบายใจ หรือศาลหลักเมือง หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ท่านเคารพนับถือก็ไปกันครับ ไม่มีอะไรพิสูจน์กันแล้ว ถ้าคนไหนไปสนับสนุนไม่ได้ก็ไป สาบานด้วยกันว่าท่านมาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ที่ผ่านมามันไม่เป็นอย่างนั้น ผมเคย เห็นในปี ๒๕๑๘ เขาเอาสุนัขมาโกนขนออกแล้วเขียนชื่อแล้วปล่อยเข้าสภา ผมไม่อยากให้ เห็นอย่างนั้นครับ ผมอยากให้ประชาธิปไตยบ้านเรานี่บริสุทธิ์ยุติธรรม ผมอายุมากแล้วบางที ความจำอาจจะไม่ดีแต่ว่าความจำเรื่องบริสุทธิ์ยุติธรรม เรื่องอยากให้เลือกตั้งตรงไปตรงมา แม้กระทั่งเลือกตั้งทุกระดับ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีด้วยให้สง่างาม ผมจะได้บอกผมไป ต่างประเทศหรือไปสัมพันธ์กับต่างประเทศว่าผมมีนายกรัฐมนตรีชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล เขาไม่ได้มาด้วย ๒,๐๐๐ ล้าน เขามาด้วยศรัทธาของพี่น้องประชาชน ผมจะได้กล่าวเต็มปาก ผมอภิปรายนี่ไม่มีอารมณ์นะครับ ผมจึงอยากสนับสนุนคุณชัยเกษมดีกว่าคุณอนุทินพันเท่า ล้านเท่าครับ มี ๒ คนนี้พรรคประชาชนยังเลือกไม่ออกว่าควรจะเลือกใคร เที่ยวหน้า Bye-Bye ครับ เที่ยวหน้า Bye-Bye จริง ๆ ผมเสียใจแทนสาวกหรือว่า FC ของท่าน อุตส่าห์ สนับสนุนแทบตายเสียง ๑๔๐ เอาไปเอามาสนับสนุนหนูแห่งเขากระโดงครับ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปจะเป็นคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว หลังจากนั้นผมจะให้ท่านวิทยา แก้วภราดัย จะได้เตรียมตัว เชิญคุณหมอชลน่านครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขณะนี้เรากำลังจะให้ความเห็นชอบบุคคลที่ควรได้รับการแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรม มาตรา ๑๕๙ ภายใต้ข้อตกลง ซึ่งผมต้องขออนุญาตท่านประธานไว้ก่อนนะครับ ผมจำเป็นต้องเอ่ยชื่อพรรคการเมือง จำเป็นต้องเอ่ยชื่อบุคคล ซึ่งเป็นข้อต้องห้ามในข้อบังคับ แต่เป็นเนื้อหาการอภิปรายผมต้อง ขออนุญาตท่านประธานก่อน เป็นข้อตกลงระหว่างพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย โดย การทำข้อตกลงร่วมนะครับ Memory of Agreement ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ MOA ๕ ประการ ที่สมาชิกได้พูดไปแล้วเผยแพร่ในสื่อแล้ว การเลือกบุคคลหรือให้ความเห็นชอบ บุคคลเพื่อจะแต่งตั้งเป็นนายกภายใต้ข้อตกลงนี้ ท่านประธานครับในการพิจารณาของสภา แห่งนี้ มีประเด็นพิจารณาอยู่ ๒ เรื่องหลักครับ🔗

เรื่องที่ ๑ คุณสมบัติลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะเข้าสู่ตำแหน่ง🔗

เรื่องที่ ๒ กระบวนการซึ่งได้มาในการนำเสนอบุคคลที่เข้าสู่ตำแหน่ง ผมเน้น ประเด็นที่ ๒ ครับ เพราะมันเกี่ยวเนื่องกับสภาของเราโดยตรง ถ้ากระบวนที่ได้มา กระบวนการที่ได้มาไม่ชอบ มันมีผลมากกว่าคุณสมบัติคนที่จะได้รับการเลือกนะครับ ท่านประธาน ข้อห่วงใยของผมเองที่จะกราบเรียนท่านประธานนะครับในฐานะฝ่ายสนับสนุน ท่าน ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ให้ได้รับเลือกจากสภาแห่งนี้นะครับ ได้รับความ เห็นชอบจากสภาแห่งนี้เพื่อตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เหตุผลสำคัญนะครับที่ผมบอกว่า ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ สมควรได้รับความเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะผู้เสนอชื่ออีกคนหนึ่งคือ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นคู่แข่ง ผมจะเน้นประเด็นที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมิสมควรได้รับความเห็นชอบเป็นหลักครับ ในกระบวนการที่ได้มาซึ่งบุคคลที่จะเสนอชื่อในวันนี้เรื่องแรกสุดผมมีอยู่ ๓ ประเด็นหลัก ๆ🔗

ประเด็นที่ ๑ เรื่องขัดหลักการประชาธิปไตย🔗

ประเด็นที่ ๒ ขัดรัฐธรรมนูญ🔗

ประเด็นที่ ๓ ผิดข้อกฎหมาย🔗

ท่านประธานครับ ประการแรกที่สุดการที่มีข้อตกลงจากภาคประชาชน ไปทำข้อตกลงกับพรรคภูมิใจไทย ๕ ข้อ สำคัญที่สุดคือให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยพรรค ประชาชนจะไม่ร่วมเป็นรัฐบาล ไม่ร่วมรับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี จะดำรงตำแหน่งเป็นฝ่าย ค้าน และเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาแห่งนี้ และพรรคภูมิใจไทยเองต้องไม่ไปรวมเสียงข้างมาก มี ๑๔๖ ก็ต้อง ๑๔๖ อยู่ตลอด ข้อตกลงเยี่ยงนี้จริงอยู่ครับรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นได้ แต่หลักการสำคัญในระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลักการพื้นฐานสำคัญที่สุดครับ ปกครองด้วยเสียงข้างมาก เคารพเสียงข้างน้อย Majority Rule Minority Rights ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ แต่ขณะนี้หลักการนี้ กำลังจะถูกทำลาย ในสภาแห่งนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคล ๑ คน เพื่อจะเป็นนายกรัฐมนตรี แลกคน ๑ คนกับหลักการสำคัญของประชาธิปไตย การที่ไปรวมเสียงลักษณะนี้ทำให้เกิดการ ปกครองเสียงข้างน้อย แล้วบอกว่าจะควบคุมการปกครองเสียงข้างน้อยโดยพรรคฝ่ายค้าน ใช้สภาแห่งนี้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านยื่นได้นะครับ เพราะท่านมี ๑๔๒ เสียง ๑๔๓ เสียง ๑ ใน ๕ ยื่นได้ แต่ลงมติท่านก็ได้ ๑๔๓ เสียง ไว้วางใจ เขาได้หรือครับ เขามี ๗๐ เสียง เขามี ๑๔๖ เสียง แล้วมันคุมเขาอย่างไร คุมเขาอย่างไรครับ และที่สำคัญครับท่านประธานครับ หลักเสียงข้างมากจากไหนครับ จากพี่น้องประชาชนครับ ๑๔ ล้านเสียง มอบให้พรรคประชาชน ๑ ล้านเสียง มอบให้พรรคภูมิใจไทย ๑๔ ล้านเสียง เขาบอกว่าเขาต้องการให้ท่านเป็นรัฐบาล เมื่อท่านเป็นไม่ได้ท่านเป็นฝ่ายค้าน แต่ท่านกำลังยก ๑๔ ล้านเสียง ไปให้ ๑ ล้านเสียง แล้วบ้านเมืองนี้จะปกครองกันอย่างไร ท่านไม่เคารพ ๑๔ ล้านเสียง นี่คือการทำลายหลักการ สำคัญของหลักพื้นฐานของประชาธิปไตย แล้วที่สำคัญการเปิดช่องแบบนี้มันจะเป็นการ ทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในระบบ รัฐสภาอย่างสิ้นเชิงที่เป็นอยู่ขณะนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเศร้าที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังจาก ที่มีการลงคะแนน ถ้าประกาศชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ได้ความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ เพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว นับ ๑ ของวันสิ้นสุดของระบบรัฐสภาแห่งนี้ทันที เพราะอะไรครับ นั่นหมายความว่าเรายอมรับอำนาจนอกระบบที่เข้ามาครอบงำชี้นำทุกอย่าง ผมไม่ต้องพูดครับ มีการเผยแพร่ในสื่อสาธารณะทั่วไปเลย แม้แต่อดีตกรรมการบริหารพรรค ของพรรคประชาชนเอง พรรคก้าวไกลในอดีตเขายังเขียนออกมาอย่างนี้ เรามาแสดงละคร เอามาเป็นตัวประกอบในการทำให้อำนาจนอกระบบเข้ามาครอบงำชี้นำพวกเราได้สภาทั้ง ๔๙๖ คนหรือครับ ถ้ายอมก็ยอมไป แต่ผมเองไม่ยอมครับ จะสู้ให้ถึงที่สุด นี่คือเรื่องที่ ๑🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด ซึ่งขณะนี้สมาชิกสภาแห่งนี้ ได้เข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ มากกว่า ๕๐ คน ได้ทำเรื่องผ่านไปยังท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผมมีเลขที่รับหนังสือ เมื่อ ๑๑.๓๘ นาฬิกา วันที่ ๕ กันยายน เลขหนังสือ ๑๔๒๓๙/๒๕๖๘ เขายื่นให้ท่านประธานสภายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบ ในกระบวนการที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี หรือให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีวันนี้ สิ่งที่เป็น เหตุผลที่อ้างไปผมต้องขอหยิบยกมากราบเรียนท่านประธานสภา เพื่อให้ท่านวินิจฉัยว่า กระบวนการการเลือกในวันนี้มันควรจะเป็นอย่างไร ที่น่าห่วงใยที่สุดก็คือว่า การที่ พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยไปมีข้อตกลงร่วมกัน มาดูบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๔ ครับ มาตรา ๑๑๔ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมายหรือครอบงำใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศและความผาสุกของพี่น้องประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ท่านประธานครับ MOA นี้เพื่อประโยชน์ใครครับ เพื่อประโยชน์ของ พรรคประชาชน เพื่อประโยชน์ของอนุทิน ชาญวีรกูล หรือเปล่า ผมไม่ต้องตอบครับ สมาชิกสภาแห่งนี้ตอบได้ ทุกสำนักบอกว่าถ้ามีการยุบสภาเลือกตั้งพรรคไหนคะแนนจะเป็น อันดับ ๑ พรรคประชาชนครับ พรรคประชาชนเป็นอันดับ ๑ เพราะฉะนั้นไม่เป็นประเด็น อะไรเลย ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าทำไมพรรคประชาชนเราถึงต้องเรียกร้องให้มีการยุบสภา เพราะ ต้องการอำนาจจากประชาชนซึ่งเป็นอำนาจชอบธรรม ผมไม่ได้ว่าท่านผิดนะครับ เป็นอำนาจ อันชอบธรรมเลยเพราะอำนาจประชาชนมอบให้ แต่การกระทำโดยวิธีการอย่างนี้ เพื่อให้มี การยุบสภาแล้วได้มาซึ่งอำนาจอันชอบธรรมนั้น กระบวนการชอบไหมครับ ชอบไหม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยท่านนายกรัฐมนตรีแพรทองธาร เพียงแต่พูด ลงโทษ ถึงร้ายแรง เพียงแต่พูดยังไม่ได้กระทำเลยนะครับ อันนี้คือเจตนาเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ตรงนั้นชอบธรรมไหมครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือเมื่อครอบงำชี้นำสมาชิกนะครับ มันจะเข้าข่ายเป็นการ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามหลักการ ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะท่านไปครอบงำชี้นำให้สมาชิกมากระทำการ เพื่อให้ได้มาอำนาจซึ่งอำนาจไม่ชอบธรรม นี่คือคำร้องในหนังสือฉบับนี้ครับ ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับไม่รับผมไม่รู้ แต่มีความจำเป็นต้องทักท้วงเพราะว่าเราไม่อยากให้สภาแห่งนี้กระทำผิด บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มันเป็นหน้าที่เรา ถ้าเราทำผิดกระบวนการแล้วทุกอย่าง ในประเทศนี้ไม่ต้องมุ่งหวังพึ่งหวังอะไรครับ ประชาชนพึงหวังเขาเลือกตัวแทนเข้ามา แต่เรา กลับมอบอำนาจนี้ไปให้อำนาจอื่นมาครอบงำแล้วกระทำเยี่ยงนี้ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือ สิ่งที่เป็นหลักการสำคัญ ๒ เรื่องแรกที่ผมอยากจะกราบเรียน ขัดหลักการประชาธิปไตย รู้เห็นกันอยู่ครับ มีสมาชิกอาวุโสพูดไปแล้วด้วย และครอบงำตามมาตรา ๑๑๔🔗

ประการที่ ๓ ครับ สิ่งที่ดำเนินการขณะนี้เป็นเหตุให้ไปดูตามข้อกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา ๔๖ ครับ มาตรา ๔๖ ที่ทำเพื่อให้ได้มาซึ่ง ประโยชน์ในสิ่งอื่นใด การคาดหวังว่าจะได้รับเลือกตั้งได้รับโอกาสที่ดีขึ้น การดำเนินการ ให้บุคคลคนหนึ่งซึ่งไม่มีโอกาสเลยจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเสียงที่มีอยู่ขณะนี้ได้เป็นนายก และมีข้อตกลงกันอย่างนี้ มันเข้าข่ายไหมครับท่านประธานครับ ผิดมาตรา ๔๖ ของกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือเปล่า มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองครับท่านประธาน ครอบงำชี้นำพรรคภูมิใจไทย ไปลง MOA บอกว่าคุณต้องทำอย่างนี้ พรรคประชาชนบอกพรรคภูมิใจไทยต้องทำอย่างนี้ นี่ชัดแจ้งมากครับท่านไม่ต้องไปเอาพยานหลักฐานจากที่ไหนหรอก บุคคลที่ไม่ใช่ สมาชิกพรรคไปชี้นำครอบงำให้พรรคการเมืองดำเนินการตามที่เขาต้องการ เข้าข่ายไหมครับ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ผมมีข้อกังวล ผมมีเวลาน้อย ผมรบกวนเวลาสมาชิกมาเยอะ ๓ ประเด็นหลักนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ กระบวนการที่ไม่ชอบ ผมอยากให้ ท่านประธานพิจารณา ผมเองเลือกท่านศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม สมาชิกหลายท่าน อาจจะเลือกท่านอนุทิน แต่ถ้ามีข้อห่วงใยข้อกังวลอย่างนี้และเรื่องกำลังดำเนินการอยู่ ผมทราบว่าลงเลขรับแล้ว ท่านประธานกำลังดำเนินการตามกระบวนการที่จะยื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ามีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควร ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ควรดำเนินการอย่างไร ท่านประธานครับ ถ้าผมเป็นท่านประธานผมจะเอาเรื่องนี้มาวินิจฉัย กระบวนการการเลือกอาจจะต้องระงับ ยับยั้งไว้ก่อนให้สมาชิกอภิปรายให้ถึงที่สุดครับ แล้วรอเรื่องนี้ว่าศาลจะว่าอย่างไร ถ้าศาล ไม่รับกลับมาเลือกกันเลยครับลงมติ จบ แต่ถ้าศาลรับ มีเหตุอันเชื่อได้ว่าคำร้องนี้เป็นจริง มันก็เป็นการสมควรที่จะระงับการเลือกบุคคลหรือให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะสมควรดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ก่อนจนกว่ากระบวนการทางศาลรัฐธรรมนูญจะสิ้นสุด นี่คือสิ่งที่ สภาแห่งนี้พึงกระทำ ไม่ได้ขัดขวางครับ ผมอยากให้มีนายกรัฐมนตรีเร็วที่สุดเพื่อจะได้เข้ามา ดูแลประเทศชาติบ้านเมือง แต่กระบวนการได้มาต้องชอบ ชอบด้วยหลักประชาธิปไตย ชอบด้วยหลักของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย คุณสมบัติว่าไปครับ สมาชิกท่านอื่นยังพูด กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ โดยสรุปถ้าท่านประธานจะพิจารณานะครับ ผมเองอยากเสนอเลยครับว่าถ้ามันมีกระบวนการการยื่นจริงเราควรจะพิจารณา ซึ่งเป็น อำนาจของท่านประธานนะครับ เป็นอำนาจของท่านประธานที่จะพักประชุม เลื่อนประชุม หรือเลื่อนการลงมติได้ ไม่ต้องมาถามสมาชิกครับ ข้อบังคับให้อำนาจท่านไว้แล้ว ท่านพิจารณาเลยครับ แล้วมาแจ้งต่อที่ประชุมอย่างนี้ ผมว่าทุกฝ่ายเป็นที่ยอมรับเมื่อ ผลปรากฏชัดมาแล้วเราก็มาดำเนินการต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมเรียนตรง ๆ นะครับว่าผมไม่ได้ตั้งใจตีรวนแต่ผมตั้งใจที่จะมาฟังข้อชี้แจงกับคนที่จะเป็น รัฐบาล มันเป็นกติกาครับท่านว่าเลือกตั้งเสร็จพรรคไหนที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก ที่สุด พรรคนั้นก็จะเป็นพรรคแรกที่มีสิทธิตั้งรัฐบาล ผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่เราผ่านมา ขออนุญาตเอ่ยนะครับ พรรคที่ได้ สส. มากที่สุด คือพรรคประชาชน พรรคที่ได้มาอันดับ ๒ ก็คือพรรคเพื่อไทยก็เป็นสิทธิของพรรคแรกจะตั้งรัฐบาล ซึ่งท่านก็ได้เสนอบุคคลที่จะตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีเสนอต่อสภาในขณะนั้น ซึ่งรัฐธรรมนูญยังใช้บทเฉพาะกาลอยู่ สว. ร่วมประชุมด้วย ก็ปรากฏว่าไม่ผ่าน ถัดมาพรรคที่ ๒ คือพรรคเพื่อไทย ก็เสนอบุคคลแรกบัญชีรายชื่อ ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๑ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ตั้งรัฐบาล ในอดีตเราเคยมีครับ พรรคแค่ ๑๘ เสียงตั้งรัฐบาล เพราะพรรคที่มีลำดับต้น ๆ ตั้งกันไม่ได้ มาวันนี้ครับพรรคที่ตั้ง รัฐบาลหรือพรรคอันดับ ๒ พรรคอันดับ ๑ ก็ไปทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน และเป็นผู้นำฝ่าย ค้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อพรรคที่ ๒ นายกรัฐมมนตรีคนที่ ๑ ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วย คำพิพากษาของศาล นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒ ก็พ้นจากตำแหน่งด้วยคำพิพากษาของศาล เหลือนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓ ซึ่งขออนุญาตเอ่ยนามครับ คือท่านชัยเกษมผมก็ไม่ได้มีเหตุจะ โกรธเคืองท่านเป็นรุ่นพี่เรียนกฎหมายที่จุฬามากับผม แต่ที่ผมอ่านในประวัติทั้งหมดนี้ครับ ท่านลาออกจาก สส. ไปเมื่อเดือนตุลาคมปี ๒๕๖๖ การลาออกวันนั้นคือปัญหาสุขภาพ ผมก็ ติดตามท่านบางครั้งท่านก็ยืนยันว่าสุขภาพยังดีท่านเคยมาประชุมกับผมในคณะกรรมาธิการ ท่านก็เดินไปมาได้ แต่บางครั้งท่านก็แสดงอาการว่าท่านไม่พร้อมที่จะรับตำแหน่ง คราวนี้ผม ก็ติดตามท่านจะเรียนถามท่านก็ไม่ได้ครับ ต้องติดตามอย่างเดียวครับว่าเมื่อวานเป็นครั้งแรก ที่ผมเห็นท่านนั่งออกแถลงข่าว แล้วก็มีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน ๔-๕ คนนั่ง รายล้อม ท่านก็อ่านตามโพยทั้งหมด แต่เสนอ Option พิเศษคือเลือกท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจะยุบสภาทันที คราวนี้ผมสงสัยครับว่าปัญหาเร่งด่วนของบ้านเมืองขณะนี้ปัญหาเรื่อง อะไร ๑. ประเทศนี้ไม่มีรัฐบาล ๒. ปัญหาที่ประชาชนรู้สึกมากที่สุดครับคือปัญหาเรื่อง อธิปไตย เรื่องไทยกับเขมร เรื่องเขมรรุกรานแผ่นดินไทย ผมจะเรียนถามท่านก็ถามไม่ได้ครับ เพราะท่านไม่ได้เป็นสมาชิกในสภา เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าข้อเสนอที่ท่านมาเพื่อยุบสภา อาจจะสนองอารมณ์คนบางคนที่อยากทำ แต่ผมคิดว่าไม่ใช่การรับในการที่จะแก้ปัญหา ท่านที่ถูกเสนอเป็นอีกท่านหนึ่งครับ เป็นพรรคการเมืองอันดับ ๓ ผมก็ติดตามข่าวการเมือง อ่านหนังสือพิมพ์เหมือนท่าน ดูทีวีทุกช่อง ไม่ต้องหลับต้องนอนก็ทราบว่าเขารวบรวมเสียงได้ มากกว่า เขาก็ต้องขอเสนอตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีตามระบบไม่ได้ผิดเลยครับ แล้วผมคิดว่า สิ่งที่ผมก็ไม่ได้รังเกียจและชื่นชมว่าเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถอัธยาศัยไมตรีดี มีเพื่อน มีพ้องเยอะแยะหมด ผมก็รักใคร่ครับ แต่สิ่งที่ผมมีปัญหานิดเดียวไม่ขัดข้องที่ใครจะเป็น นายกรัฐมนตรี แต่ผมติดปัญหานิดเดียวครับว่า ผมทราบว่าไปมีการทำข้อตกลงกับพรรคที่หนุนว่าจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ติดใจตรงนี้ครับ และเมื่อสักครู่ผมก็ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ผมก็เห็นท่านอนุทินซึ่งเดินทางมาทักทาย พวกเราเกือบทุกคนในสภา ท่านอยู่ที่นี่ ผมติดใจนิดเดียวครับ ถ้าท่านอยู่ผมก็อยากได้ยิน คำตอบจากท่านว่าการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยตั้ง สสร. นี่จะมีข้อยกเว้นไหมครับ เพราะตอนผมเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยคราวที่แล้ว แก้รัฐธรรมนูญแต่มีการลง สัตยาบันกันว่าเราจะไม่แตะหมวด ๑ ก็คือประเทศไทยเป็นอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว แบ่งแยกมิได้ แล้วก็มีรายละเอียดของการปกครองประเทศไทย เราจะไม่แก้รัฐธรรมนูญโดย แตะหมวด ๒ เริ่มจากมาตรา ๖ องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพ สักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดมิได้ คราวนี้ ถ้าตั้ง สสร. มาท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะออกกติกาไหมว่าการแก้รัฐธรรมนูญแก้ได้แต่ คุณจะไปแตะหมวด ๑ หมวด ๒ และประมวลความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ไม่ได้ เพราะเป็นสัตยาบันที่ผมเข้าร่วมกับรัฐบาลตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ ๑ นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒ เพราะฉะนั้นผมไม่สามารถเรียนถามท่านชัยเกษมได้ เพราะท่านไม่ได้อยู่สภา แต่ผมได้ยิน ท่านพูดแต่นโยบายในเรื่องของการยุบสภา เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตว่าผมยังไม่ตัดสินใจ จริง ๆ ผมคิดว่าพรรคการเมืองอันดับ ๓ ชอบธรรมแล้วที่จะตั้งรัฐบาล เพราะพรรคที่เป็น อันดับ ๒ ไม่สามารถไปตั้งรัฐบาลได้แล้วตามข่าวที่ปรากฏ เพราะฉะนั้นเป็นความชอบธรรม พรรคอันดับ ๓ แต่ผมก็ติดใจนิดเดียวว่าถ้าพรรคอันดับ ๓ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีที่จะเป็น นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหลังจากสภาโหวต ยืนยันกับผมต่อหน้าสภาได้ไหมว่า แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ว่า ต้องไม่แตะหมวด ๑ หมวด ๒ ถ้าท่านยืนยันต่อสภาแห่งนี้ ผมตัดสินใจทันที ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ท่านวิทยาครับ ต่อไปเป็นท่านรังสิกร ทิมาตฤกะ เชิญครับ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เริ่มต้นจากฝั่งพี่วิทยา แก้วภราดัย เอ่ยชื่อด้วยความเคารพท่านครับ เป็นรุ่นพี่ที่ผมศรัทธาท่านหนึ่ง เรื่องการตั้งรัฐบาลพรรคลำดับที่ ๑ ลำดับที่ ๒ จนมาถึงวันนี้ ลำดับที่ ๓ ผมแทบไม่ต้องพูดซ้ำนะครับว่าสมบูรณ์แบบในการที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ และเพื่อ เป็นการประหยัดเวลา ส่วนเรื่องอื่นนั้นก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกล่าวใน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ หรือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่ฟังมาทั้งหมดทุกคน ต้องการ ประเทศเราต้องการนายกรัฐมนตรีที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความบริสุทธิ์ น้ำใจ อันงดงาม ท่านสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ สมมุติว่าที่จังหวัดเชียงรายมีคนที่เสียชีวิต และคนที่เสียชีวิตนั้นเป็นผู้ใจบุญได้บริจาคร่างกายเอาไว้ อวัยวะภายในเอาไว้ เช่น หัวใจ และอื่น ๆ แล้วก็เสียชีวิตอย่างมีคุณค่า แล้วก็เหลืออีกชีวิตหนึ่งที่อยู่จังหวัดร้อยเอ็ด ยังมีชีวิตอยู่ แต่หัวใจนั้นเขาอ่อนล้าอ่อนแรงแทบจะสิ้น คอยความหวังจากผู้ใจบุญที่จะนำ หัวใจนั้นมาปลูกถ่ายเปลี่ยนแปลงหัวใจ คน ๆ นั้นทำมาทั้งชีวิตไม่รู้ว่ากี่ ๑๐ ปีจะต้องตื่นตีสี่ ตีห้าไม่เป็นไร ไม่มีใครรู้ และไม่เคยพูด ไม่เคยโพนทะนา ไปรับหัวใจที่จังหวัดหนึ่งคือจังหวัด เชียงรายมาที่ร้อยเอ็ด ทำแล้วซ้ำเล่า ๔๐-๕๐ หัวใจ ก่อนที่เขาจะเป็นนักการเมืองหรือเล่นการเมือง คน ๆ นี้ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล เอาแค่เรื่องนี้เริ่มต้น แม้ไม่ใช่เรื่องของทางการเมืองแต่เป็นเรื่องของการ แสดงออกที่ประวัติ ในความรู้สึกในความที่ทำอะไรก็ได้ที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้อง ประชาชน แล้วกี่จังหวัดกี่รายล่ะครับ ผมเคยสัมผัสครั้งหนึ่ง โรงเรียนไฟไหม้ที่จังหวัด มหาสารคาม ผมไม่รู้ ไปด้วยกันคนไม่กี่คน เมื่อไปถึงโรงเรียนตรงนั้นตอนแรกผมไม่รู้เลย ปรากฏว่านักเรียนมีเพียง ๔๐-๕๐ คน วิ่งกอดแข้งกอดขา มีครูผู้หญิงเพียง ๔ คน ผมดูทีวี ที่เขาเอามาฉายให้ดูถึงรู้ว่าวันนั้นครู ๔ คนเป็นผู้หญิงและไม่มีภารโรง เอาถังตักน้ำสู้กับไฟ สู้ไม่ได้มอดทั้งโรงเรียนเลยครับ ลงเฟซบุ๊ก คน ๆ นั้นเห็นเฟซบุ๊กแอบสร้างโรงเรียนให้แล้วก็ ไม่บอกใคร ผมไปกับท่านเพียง ๒ คน ไปถึงโรงเรียนถึงรู้และโรงเรียนนั้นสร้างเสร็จแล้ว ครูเอากรรไกรไปให้คน ๆ นั้นตัดริบบิ้น คน ๆ นั้นบอกว่าไม่ใช่โรงเรียนของผม เป็นโรงเรียน ของลูกหลานของผมแล้วก็อุ้มเด็กถือกรรไกรมาตัดริบบิ้น คน ๆ นั้น อนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งภาคใต้ ภาคอีสาน ก่อนจะเล่นการเมือง ใช้ชีวิตอย่างนี้มาโดยตลอด นั่นคือพื้นฐานจิตใจ ที่โอบอ้อมอารี ผมเชื่อตรงนี้🔗

สิ่งหนึ่งย้อนกลับมาทางการเมือง คำว่าครอบงำนั้น วันนี้ผมได้ยินมา โดยตลอด ผมไม่บังอาจที่จะกล่าวหรอกครับว่าครอบงำนั้นในประเทศไทยนั้นใครบ้าง ที่ชัดเจนเรื่องของการครอบงำผมไม่อยากจะพูดถึงเลยครับ แต่ MOA ที่พรรคการเมืองได้มี ข้อตกลงกันนั้น อย่างพี่วิทยา แก้วภราดัย ได้กล่าวนั้นผมถือว่ามีคุณค่าครับ ผมต้องยอมรับ คำหนึ่ง ยอมรับน้ำใจเรื่องหนึ่ง ยอมรับความจริงเรื่องหนึ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวว่าขอโทษครับ ขออนุญาตเอ่ยนามพรรคด้วยความเคารพครับ พรรคประชาชน ๑๔ ล้านเสียงมอบให้พรรคที่มี ๑ ล้านเสียงเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผมต้องกล่าวด้วยความเคารพพรรคประชาชนว่าผมเคารพจริง ๆ แม้ไม่ได้คุยกันในรายละเอียดว่าผมเป็นผู้แทนราษฎร แต่ผมรู้ว่าพรรคใหญ่ พรรคประชาชน เห็นประโยชน์ของบ้านของเมืองที่ต้องขับเคลื่อนต่อไปมากกว่าการที่จะไปยึดติดกับเป็น พรรคที่ใหญ่กว่า น้ำใจครับ แล้วเรื่องนี้คนไทยทั้งประเทศรู้ดีครับ คนไทยต้องสรรเสริญ เยินยอและชื่นชมพรรคการเมืองพรรคนี้ครับ🔗

สิ่งหนึ่งที่ผมจะขอกล่าวอีกนิดหนึ่งครับ การมีนายกรัฐมนตรีในวันนี้นั้นสำคัญ ที่สุดกับสภาวะบ้านเมืองที่ผิดปกติ การเมือง กฎหมาย รัฐธรรมนูญไม่บิดเบี้ยวผิดปกติ หรอกครับ แต่ประเทศของเราผิดปกติด้วย มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งสังคมประเทศไทยนั้นรู้ดี ท่านประธานทราบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทราบ เพียงแต่ใครจะพูดความจริงเท่านั้น โดยเฉพาะปัญหาชายแดน บ้านผมอยู่บุรีรัมย์ครับ เป็นลูกข้าราชการตัวเล็ก ๆ อยู่ชายแดน ปี ๒๐๒๒ นั้นคืนเดียวเราเคยโดนถึง ๕๐ ศพ ขณะที่ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้น เป็นแม่ทัพภาคที่ ๒ ซึ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่าเราไว้ใจใครไม่ได้เลยเฉพาะเพื่อนบ้าน ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราต้องการนายกรัฐมนตรีที่มีความรู้มีความสามารถแล้วไม่ทับซ้อน มาเพื่อ บริหารบ้านเมืองในเวลาอันจำกัด ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาตแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานขออนุญาต นิดเดียวค่ะ ๑๐ วินาทีค่ะ แนนค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ คุณแนน มีอะไรครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานขออนุญาตค่ะ พอดีเมื่อสักครู่ได้เช็กเวลากันว่าขณะนี้ในกลุ่มของผู้อภิปรายในฝั่งสนับสนุนของท่านชัยเกษม ขณะนี้เหลืออยู่ ๓ ท่าน และมีเวลาเหลืออยู่ทั้งหมด ๙ นาที ขอให้ท่านประธานได้ช่วยบริหาร จัดการเวลากับท่านผู้อภิปรายทีเหลือด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แต่ละฝ่าย ก็ควบคุมเวลานะครับ เดี๋ยวก็จะมีผู้ทักท้วงมีประท้วงอีก แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมขอความ กรุณาว่าเราก็เดินมาถึงจะโหวตบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว อันไหนที่พอจะ ยืดหยุ่นได้ก็เหลืออีกไม่กี่ท่าน ลองพิจารณากันดูนะครับเพื่อให้การสำคัญของเราสามารถ เดินต่อไปได้ครับ มีคณะมาเยี่ยมชมสภานะครับ ขอต้อนรับคณะนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ปีที่ ๔ คณะครูอาจารย์จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและ การพัฒนาการศึกษา เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จำนวน ๒๔๓ ท่าน สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับ ในขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังประชุมในเรื่องสำคัญนั่นก็คือการเลือกบุคคลที่ สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ ครับ ขอบคุณนะครับที่ให้ความสนใจ เชิญนั่งลงได้ครับ ต่อไปฝั่งที่สนับสนุนท่านชัยเกษมนั้นได้ตกลงกันแล้วก็จะขอเป็นท่านสุทินท่านเดียวนะครับ ขอเชิญท่านสุทิน คลังแสง เชิญครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากมหาสารคามครับ ท่านประธานครับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีส่วนสำคัญต่อชีวิตคนไทยทุกชีวิต และมีส่วน สำคัญต่อหน้าตาความเชื่อถือของประเทศ ผมเองไม่ติดใจว่าใครจะได้เป็น ยิ่งถ้าเป็นคน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้วผมพร้อมสนับสนุน แต่สิ่งซึ่งพวกเราทุกคน ๔๐๐-๕๐๐ ชีวิต ซึ่งเป็นผู้แทนด้วยกันต้องคำนึงอย่างมากก็คือว่าแม้เราอยากให้พวกเราได้เป็น แม้เรา ไม่ขัดข้อง แต่ประการแรกเราต้องคัดเอาคนที่สง่างามที่สุดของสภาเรา เพื่อศักดิ์ศรี เพื่อเกียรติยศของสภา ไม่ให้สถาบันอื่นมาดูแคลนได้ว่าสภาแห่งนี้เลือกตัวแทนไปเป็น นายกรัฐมนตรีใช้ไม่ได้ แล้วนอกเหนือจากความสง่างามเกียรติยศของสภาแล้ว ต้องเป็น ที่ยอมรับของต่างชาติ เพราะความเชื่อถือของต่างชาติมีผลต่อชีวิตของคนไทย เพราะฉะนั้น ความสง่างามการยอมรับที่ผมว่านี่เอาอะไรมาวัด เราก็มีกฎหมายเขียนขึ้นมาเรียบร้อยก็คือ คุณสมบัติตามกฎหมาย ตามกฎหมายแล้วไม่พอช่วงหลังก็มาบัญญัติขึ้นอีกว่าเรื่องของโลก ติติงนี่สำคัญ แม้ไม่บัญญัติในข้อกฎหมายก็เลยบัญญัติจริยธรรมขึ้นมา เพราะฉะนั้นมาตรฐาน ๒ อย่างคือข้อกฎหมายต้องได้ และมาตรฐานจริยธรรมต้องถูก อันนี้คือสิ่งที่เราจะต้องคำนึง ให้มากในการเลือกใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วกระบวนการก็สำคัญ แม้จะได้บุคคลดีมี ความสง่างาม แต่กระบวนการมันเป็นการธำรงรักษาระบบรัฐสภาของเราไว้ ผมฟังท่าน จาตุรนต์ ฉายแสง พูด ฟังคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว พูด ไม่สบายใจอย่างยิ่งว่าการจะได้มาจาก นายกรัฐมนตรีครั้งนี้ต้องลงทุนด้วยการทำลายระบบรัฐสภาของเราอย่างมาก ทำให้มาตรฐาน สภาตกต่ำแล้วจะสร้างความยุ่งเหยิงต่อไปมาก ผมกลับมาที่เรื่องความชอบธรรมด้วย กฎหมายและจริยธรรม คนจะเป็นนายกรัฐมนตรีนี่คุณสมบัติตามกฎหมายเขียนไว้ชัด ผมก็ ตรวจดูทั้ง ๒ ท่าน ทั้งท่านชัยเกษม ท่านอนุทินก็ดูไม่มีปัญหามาก โดยเฉพาะท่านชัยเกษม เรียบร้อยบริสุทธิ์ แต่ท่านอนุทินต้องเรียนตามตรงผมไม่สบายใจในคุณสมบัติข้อกฎหมายว่า จะมีปัญหาตามมาแน่นอนนะครับ ข้อกฎหมายข้อใดครับ ก็เป็นที่รู้แล้วก็รู้กันทั้งเมือง เรื่องคดีฮั้ว สว. ท่านเป็นคนที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี แล้วท่านไปรับข้อกล่าวหา แล้วขณะนี้คดีอยู่ในชั้นของ กรรมการเลือกตั้ง กำลังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายกระบวนการยุติธรรม อันนี้คือข้อ ๑ แล้วก็สำคัญยิ่งก็คือเรื่องของการร่วมกันทำ MOA ขึ้นมานี่มันหมิ่นเหม่ต่อรัฐธรรมนูญ ก็คือ ท่านกำลังทำผิด ท่านประธานครับ ที่เพื่อนพูดในหลาย ๆ คนเป็นห่วงว่าตัวแทนของเรา ซึ่งจะเป็นนายกรัฐมนตรีข้อกฎหมายชอบไหม จริยธรรมชอบไหม ผมยกตัวอย่างให้ฟังอยู่ว่า ในทางศาสนานี่คนที่จะบวชและบวชแล้วนี่จะอยู่ในสมณเพศได้ไหม ต้องถูกจับสึกได้ไหม มันมีโทษอยู่ ๒ อย่าง อันหนึ่งเขาเรียกว่าโลกวัชชะ ถ้าโลกติติงแล้ว โลกติเตียนแล้วนี่ ไม่ควรบวช บวชอยู่แล้วต้องสึก อันที่ ๒ ก็คือปัณณัตติวัชชะก็คือข้อกฎหมายหรือวินัยสงฆ์ ต้องได้ ๒ คนที่เสนอชื่อวันนี้ ผมดูแล้วไม่ได้ลำเอียง ท่านชัยเกษมนี่ไม่มีทั้งโลกวัชชะ ปัณณัตติวัชชะ กฎหมายได้ จริยธรรมได้ แต่สำหรับท่านที่ ๒ คือท่านอนุทินผมมีข้อกังขา เรื่องคดีที่รัฐยังอยู่ แล้วข้อกังขานี่มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ผมจะเรียนถามท่านประธาน ท่านประธานได้ใส่ใจนิดหนึ่งด้วยความหวังดีต่อท่าน ถ้าเกิดว่าท่านอนุทินได้รับการยอมรับ จากสภานี่ แล้วประธานสภาต้องนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ท่านทราบ ไหมว่าข้อตกลงและหนังสือเวียนที่สำนักพระราชวังได้ทำกับหน่วยงานรัฐบาลต่าง ๆ แล้วเวียนให้ทราบกันทั่ว หรือแม้ไม่เวียนระดับเราต้องทราบ ความใดที่จะนำความขึ้น กราบบังคมทูล ถ้ามีปัญหาในข้อกฎหมายต้องเป็นที่ยุติในข้อกฎหมายเสียก่อน หมายความว่า ต้องยุติในทางกฎหมายถึงได้นำขึ้นทูลเกล้า ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นเรื่องมิบังควรเพราะจะทำให้ เกิดการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท คดีฮั้ว สว. นี่มันยุติหรือยัง มันอยู่ในขั้นตอน ข้อกฎหมาย และท่านประธานกรรมาธิการนำขึ้นกราบบังคมทูลไหม นั่นความรับผิดชอบของ ประธานและความรับผิดชอบของสภาก็ต้องคิด ทุกคนที่อยู่ในนี้เราจะส่งชื่อคน เราจะมีมติ วันนี้เอาคนที่มีข้อยุติทางกฎหมายหรือยัง แล้วบังเอิญข้อกฎหมายนี้เป็นคดีที่โลกวัชชะ คือ โลกกำลังติเตียนอย่างใหญ่หลวง เรื่องอะไรบ้างครับที่โลกติเตียนอยู่ตอนนี้ คือรู้กันทั้งเมือง ใส่ใจกันทั้งเมือง ติเตียนกันทั้งเมืองก็คือฮั้ว สว. เขากระโดง เหล่านี้นี่ปฏิเสธไหมว่าเป็น โลกวัชชะ ทั้งปัณณัตติวัชชะและโลกวัชชะมีอยู่ในคน ๆ นี้ แล้วสภาเรานี่จะลงมติไหม ท่านประธานกล้านำขึ้นทูลเกล้าฯ ไหม ท่านต้องคิดให้หนัก ผมเองไม่ได้ขัดข้อง ท่านอนุทิน กับผมนี่รักกัน เคารพกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในหลายโอกาส แต่ถ้าสำหรับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีแล้วนี่มันไม่ใช่เรื่องของผมกับท่านเลย มันเป็นเรื่องของประชาชน เรื่องของ ประเทศชาติ เรื่องชีวิตปากท้องของคนทุกคน แล้วกระบวนการทั้งหลายที่ว่ามาแล้วยิ่ง ไม่สบายใจมาก ถ้าคนจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนี่ มีเรื่องเหมือนท่านอดิศร เพียงเกษ พูด จริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะท่านอดิศรพูดหรอก วันนี้ก็รู้กันตามสื่อแล้ว ๑,๕๐๐ ล้าน ๒,๐๐๐ ล้าน พูดกันไป เท็จจริงยังไม่พิสูจน์แต่โลกวัชชะ ถ้าเป็นพระจับสึกนะครับ เพียงโลกติติง แล้วคน ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถ้ามีเรื่องอย่างนี้มันจะสง่างามไหม สภาเรานี่เขายิ่งดูแคลน ยิ่งเสื่อม ลงคนยิ่งด้อยค่า แล้วเราจะมาใช้โอกาสนี้ด้อยค่าพวกเราเองหรือจะทำให้พวกเราสูงส่ง อันนี้ ผมต้องเรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านก่อนจะลงคะแนน ผมคิดว่าขั้นตอนสำคัญที่สุดผมห่วงมาก ก็คือการจะนำชื่อบุคคลขึ้นทูลเกล้าฯ ยังมีข้อปัญหาทางกฎหมาย แล้วไม่ยุติด้วย แล้วยังมีอีก หลายข้อที่ผมฟังเพื่อนพูดมา แล้ววันนี้เพื่อนสมาชิกได้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้วเรื่องของการ ครอบงำ แล้วศาลรับแล้วด้วย เมื่อรับแล้วก็เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว อันนี้ก็จะต้องหาข้อยุติเหมือนกัน ถ้ายังไม่ ยุติจะเลือกไหมวันนี้ เลือก ไม่เลือกท่านประธานต้องคิดแล้ว แล้วเราจะลงให้ใครอันนี้ก็ต้อง คิด เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นห่วงก็ต้องกราบเรียน ผมเองก็คิดว่าตัวแทนในสภาพวกเรา แล้วก็มี ๒ คนให้เลือก กระผมฟังมาแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจที่ท่านอนุทิน ผมก็ต้องเลือก ท่านชัยเกษม เลือกแล้วสบายใจท่านประธานนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ พวกเราก็ไม่ต้องใจหาย ใจคว่ำ ก็เลยสรุปว่าเห็นด้วยสนับสนุนท่านชัยเกษม และไม่เห็นด้วยกับท่านอนุทิน ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ฝั่งสนับสนุนท่านชัยเกษมยังมีอีกท่านหนึ่ง แต่เนื่องจากเวลาที่คุยกันได้หมดไปแล้ว ผมขอ ทางฝ่ายสนับสนุนท่านอนุทินได้ไหมครับ ฝั่งนี้เหลืออีกท่านเดียวนะครับ คงใช้เวลาไม่มากนัก เหลือท่านทวี สอดส่อง ขออนุญาตให้ท่านทวี สอดส่อง ได้อภิปราย ไม่ขัดข้องนะครับ ท่านภราดรขัดข้องไหมครับ เหลือท่านเดียว ขอความกรุณานะครับ คุณแนนว่าอย่างไร🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธาน ขออนุญาตค่ะ เมื่อสักครู่สรุปเป็นว่าเวลาที่อภิปรายสนับสนุนท่านชัยเกษมคือหมดแล้ว ถูกต้องไหมคะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมได้รับ แจ้งว่าหมดแล้ว แต่ว่าก็ยังเหลือท่านทวี สอดส่อง ประสงค์จะอภิปรายอยู่ ผมขอความกรุณา เพราะว่าเหลือท่านเดียว🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ขออนุญาตครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไหน🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม ธนกร วังบุญคงชนะ ครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมลงชื่ออภิปรายไว้นะครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังมีเวลา คือฝั่งที่สนับสนุนท่านอนุทินนี้ยังมีเวลา ยังเหลืออีก ๒ ท่าน ก็คือ ท่านธนกร วังบุญคงชนะ แล้วก็ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังเหลืออีก ๒ ท่าน แต่ว่าฝั่งสนับสนุนท่านชัยเกษม ขอท่านทวี สอดส่อง อีกท่านหนึ่งได้ไหม คุณแนนว่าอย่างไรครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ คือเป็น ข้อตกลงที่พวกเราทั้งสภาเห็นชอบกัน แล้วก็ท่านประธานได้วินิจฉัยตั้งแต่แรกว่าจะให้ ฝั่งละชั่วโมงค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเข้าใจ ท่านทวีคงใช้เวลาไม่นานหรอก ขอนะ อีกท่านเดียว ท่านทวีเอาเวลาที่พอสมควร ไม่เกินตาม ข้อตกลงดีไหมครับท่านทวี เพราะเหลือท่านท่านเดียวครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ได้ครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กี่นาทีคะท่านประธาน คือถ้าตามข้อตกลงเมื่อสักครู่ท่านประธานก็บอกเองว่าเวลาหมดแล้ว เพราะฉะนั้นทางเรา ก็น่าจะชัดเจน เพราะว่าเมื่อสักครู่ทางฝั่งของฝ่ายสนับสนุนท่านอนุทินยังมีเวลาอยู่ เราก็จะได้บริหารจัดการด้วย เพราะว่าท่านธนกรก็ยังรออยู่ค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ของฝั่ง ท่านอนุทินเหลือ ๒ ท่าน ผมขอท่านทวี สอดส่อง คงใช้เวลาไม่นาน อย่างนี้คุณแนน เราก็ เดินกันมาจนจากนี้ไปเราก็จะลงคะแนนแล้ว ผมว่าอีกนิดเดียวเท่านั้นเอง🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

เข้าใจค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานเป็นคนกล่าวไว้เองตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเวลาเหลื่อมล้ำกัน เล็กน้อยก็ไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นเหลื่อมล้ำกันเล็กน้อยไม่มีปัญหา ๕-๖ นาทีก็ไม่มีปัญหาค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอความ กรุณานะครับ เชิญท่านทวี สอดส่อง ครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง พรรคประชาชาติ ก็ต้องขอบคุณ ทางพรรคภูมิใจไทยที่อนุญาตให้ผมได้พูดด้วยนะครับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ บริหารราชการแผ่นดินถือว่าเป็นงานสำคัญของชาติโดยส่วนรวมนับตั้งแต่อดีตกาล นายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายการเมือง มีรัฐธรรมนูญกำกับโดยให้ความสำคัญในการแยกส่วนตัวกับ ส่วนรวม ซึ่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีจะต้องไม่เข้าไปแทรกแซงไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ดังนั้นเขาเรียกว่าระบบคุณธรรมหรือหลักนิติธรรม คนฉลาดจะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด ในอดีต แต่คนที่จะฉลาดกว่าต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ สำหรับท่านศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ทุกท่านได้พูดอยู่แล้ว ท่านเป็นอดีตอัยการสูงสุด ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม เป็นนักนิติศาสตร์ที่ได้รับยกย่องศาสตราจารย์พิเศษจากจุฬาลงกรณ์ แล้วก็เป็น ที่ยอมรับของผู้ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม แต่สำหรับท่านอนุทิน ผมก็อยากจะขอเรียนว่า ผมคิดว่าท่านไม่มีมาตรฐานและความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ประการแรก พูดง่าย ๆ ทุกคนก็พูดอยู่แล้ว คือวันนี้การทำลายระบบ รัฐสภา ที่ทำลายดีที่สุดก็คือ ทำลายระบบกฎหมาย ซึ่งท่านที่เมื่อสักครู่ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ท่านได้อยู่ ๑ ใน ๒๒๙ คน ที่ถูกอนุ กกต. ซึ่งมีประมาณเกือบ ๒๐ คน ได้มีความเห็นว่าท่าน ได้กระทำผิดในข้อหาสมยอมหรือช่วยเหลือให้ลงคะแนนเลือก สว. หรือที่เราเรียกฮั้ว สว. ครับ ซึ่งอันนี้ท่านทราบดีอยู่แล้ว แล้วก็ทราบว่าประเด็นนี้เรื่องอยู่ใน กกต. ซึ่งผมก็เชื่อมั่นว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระ อาจจะไม่ไปแทรกแซงได้🔗

อีกประเด็นหนึ่ง ท่านยังมีเรื่องอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึงแม้ว่าผมไม่ได้ รับยุ่งตอนนั้น แต่ในระหว่างที่เข้าเป็นคดีพิเศษ ท่านก็ต้องเข้าข่ายใน ๒๒๙ คน ก็คือ ข้อหา อั้งยี่แล้วก็ข้อหาฟอกเงิน ซึ่งอยากให้ท่าน ถ้าได้รับเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ว่าใครก็ตาม อยาก เข้าไปแทรกแซงการกระทำขององค์กรนี้ เนื่องจากนี่เป็นความผิดอาญาซึ่งผมคิดว่า แต่ว่า ในทางจริยธรรม การทำลายซึ่งระบบเลือกตั้ง ซึ่งโยงมา เมื่อเช้า เมื่อสักครู่นี้ โยงมา กระทั่ง บุคคลที่ท่านเข้าไปก็ไปอยู่วุฒิสภาถึง ๑๓๘ คน อันนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่เป็นบาดแผลใหญ่ของ ระบบนิติบัญญัติและเป็นบาดแผลใหญ่ของบ้านเมือง🔗

ประการที่ ๒ วันนี้เราต้องการรักษาเอกราช แผ่นดินแม่ตารางนิ้วเดียว เราก็ไม่สามารถยกให้คนอื่น แต่ท่านอนุทิน ผมยืนยันว่าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ท่านไม่รักษาทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน โดยเฉพาะในกรณีของที่ดินเขากระโดง ซึ่งตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าในกรณีที่ดินของเขากระโดงนั้น ท่านผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ผิดจริยธรรมอย่างหนึ่งคือประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม เขาให้ต้องยึดประโยชน์ ส่วนรวม สิ่งที่เราปรากฏชัดคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล หลักฐานหนังสือมอบอำนาจ ปรากฏว่า ท่านอยู่บ้านเดียวกับนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๓๐/๒ หมู่ที่ ๔ ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วก็โฉนดเลขที่เท่าไร ที่สำคัญ ท่านเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และได้ก่อสร้างสาขาพรรคในที่ดินโฉนดที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูล🔗

(นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านทวีครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วง ประท้วงเรื่องอะไรครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธาน กราบขออภัย ท่านผู้อภิปรายจริง ๆ ครับ ต้องลุกขึ้นประท้วงจริง ๆ ครับ อยากให้ท่านประธานได้วินิจฉัย ในเรื่องของข้อบังคับ ข้อ ๖๙ ครับ การไปกล่าวถึงบุคคลอื่นโดยไม่จำเป็นและเรื่องที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายอยู่ก็อยู่ในระหว่างคดีครับ ยังไม่ได้มีผู้ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้มี เป็นผู้ต้องหาใด ๆ คดีก็อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีอยู่ แล้วก็ไปพูดถึงเรื่องของการแทรกแซง ใด ๆ ต่าง ๆ ของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่จะเข้ามา ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีท่านใหม่ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาก็คงไม่ได้ไปแทรกแซง ผมเห็นมีแต่รัฐมนตรีท่านก่อน ที่ใช้อำนาจ ไปแทรกแซง🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจครับ พอเข้าใจแล้วครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

จนถูกศาลรัฐธรรมนูญหยุดการ ปฏิบัติหน้าที่ครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธาน ได้กรุณาวินิจฉัยครับ และเวลานี่ พวกกระผมก็อดทนนั่งฟังกันมา แล้วก็เห็นด้วยกับท่านประธานว่าอยากจะให้การดำเนินการ ประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ท่านประธานได้กรุณาควบคุมครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ครับ ท่านทวีครับ ก็ขอความกรุณาระมัดระวังนิดหนึ่งครับ มิฉะนั้นแล้ว จะมีผู้ประท้วง ก็จะขัดจังหวะในการอภิปรายของท่านครับ เชิญครับท่านทวีครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ผมจะ ชี้ให้เห็นว่าการเข้ามาเป็นรัฐมนตรีอาจจะเป็นภัยร้ายแรงต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะการไม่รักษา ทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน🔗

ประการต่อมาที่ผมเห็นว่าในระหว่างที่ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็ เป็นรัฐมนตรี ในที่ดินแห่งนี้ได้ถูกศาลวินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุด ทั้งศาลยุติธรรมและศาลปกครอง ก็บอกว่าศาลปกครองได้วินิจฉัย แต่ไม่มีไปถึงศาลปกครองสูงสุด ก็วินิจฉัยว่าเป็นที่ดิน ๕,๐๐๐ กว่าไร่เป็นที่ดินของรถไฟ แล้วบอกให้ไปตั้งกรรมการ ที่เจ็บปวดแล้วเลวร้ายที่สุดคือ คณะกรรมการดังกล่าวเขาให้ไปทำการรังวัด แล้วเอาผลมาว่าที่ขอไปแล้วเท่าไร🔗

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านทวีครับ ขออภัย ก็มีผู้ประท้วงอีกเหมือนเดิมครับ เชิญท่านรังสิกรครับ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ข้อ ๙ ด้วยความเคารพครับ เพราะจริง ๆ แล้วการตีกินในสภาผู้แทนราษฎรหรือพูดความจริง ไม่ถึงครึ่ง พูดเรื่องความจริงไม่จบมันทำให้เกิดความเสียหายต่อผลกระทบต่อผู้ที่จะมาเป็น นายกรัฐมนตรี แล้วเรื่องนี้คนทางบ้านพี่น้องประชาชนเขาฟังเขาเข้าใจไม่ครบ ไม่ถ้วน ไม่สมบูรณ์ ทุกอย่างอยู่ที่กระบวนการยุติธรรมครับ ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แล้วแนะนำ ว่าที่นายกรัฐมนตรีว่าอย่าแทรกแซง ใครกันแน่ที่แทรกแซง DSI จนศาลสั่ง ผมเองไม่อยาก กล่าวกับสิ่งเหล่านี้เลยครับ ผมเคยประท้วงตั้งแต่สภาที่แล้วแล้วครับ เรื่องเดียวกันจนถึง สภานี้ ข้ามสภาแห่งนี้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ขอเถอะครับ เราก็ให้เวลา ฝ่ายของ พรรคภูมิใจไทยก็ให้เวลา แต่เราขอความโอ้โฮไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้วละครับ ให้เป็นเรื่องของ กระบวนการเถอะครับ ไม่ใช่มาตีที่นักกฎหมายแล้วมันเสียหายครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านทวีด้วยความเคารพจริง ๆ ไม่อย่างนั้นแล้วก็จะมีคนประท้วงไม่จบ แล้วก็ขัดจังหวะท่าน🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

นิดเดียวครับ อันนี้ ผมจะพูดว่าท่านอนุทินไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ แล้วก็มีความประพฤติที่ฝ่าฝืน และขัดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงนะครับ ซึ่งจริง ๆ มันมีเยอะ ที่ผมพูดยังไม่จบคือว่า เมื่อคณะกรรมการเขาไปทำแผนที่เสร็จแล้วว่าที่ดินจำนวน ๕,๐๐๐ กว่าไร่อยู่ในที่ดิน🔗

(นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านทวีครับ ก็มีผู้ประท้วงเหมือนเดิมครับ ผมขอความกรุณาท่านทวีผมก็พยายามยืดหยุ่น🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใจเย็น ๆ เดี๋ยวทีละท่านให้ผมได้อธิบายนิดหนึ่ง ผมกำลังจะอธิบายว่าเนื่องจากว่าฝั่งที่สนับสนุน ท่านชัยเกษมเวลาหมดแล้ว ผมก็ขอความกรุณาทางฝ่ายสนับสนุนท่านอนุทินขอเวลา ยืดหยุ่นท่านเขาก็เห็นชอบแล้วก็อนุญาตให้ยืดหยุ่นในการอภิปรายของ ท่านทวี สอดส่อง แต่ทีนี้ถ้าหากว่าเนื้อหาการอภิปรายมันพาดพิงกันไปพาดพิงกันมาก็มีผู้ประท้วงแล้วก็ไม่จบ สักทีนะครับ ก็ขอความกรุณาท่านทวีว่าท่านระมัดระวังนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าคดีก็อยู่ใน ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมอยู่ ผมไม่อยากให้มีการประท้วงกัน ไม่อย่างนั้นจะขัดจังหวะท่าน ท่านวรวัจน์แล้วก็ท่านพลพีร์ครับ ท่านวรวัจน์ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้เรากำลังรับฟังข้อมูลของทุกท่าน วันนี้ท่านทวีใช้เอกสิทธิ์ของ ผู้แทนราษฎรในการอภิปราย ไม่ว่าจะผิดจะถูกอย่างไรเป็นหน้าที่ของผู้ที่อยู่ในสภานี้ที่จะ เป็นคนมาตอบว่าผิดหรือถูก แต่จะมาประท้วงท่านทวีอย่างนี้เห็นว่าไม่เหมาะสม ต้องขอความกรุณาท่านประธานช่วยควบคุมการประชุมด้วย การประท้วงในกรณีนี้ทำไม่ได้ครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็ควบคุมอยู่ ก็พยายามเตือนว่าก็ให้ระมัดระวัง แล้วก็อย่าให้มีการพาดพิงกันไปไม่อย่างนั้นก็จะ ประท้วงกัน แล้วก็ท่านทวีก็จะเสียเวลาแล้วก็จะเสียจังหวะในการอภิปรายนะครับ เชิญครับ🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ท่านประธานครับ พลพีร์ครับ ขอใช้สิทธิประท้วงครับ ท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี จังหวัดนครราชสีมา พรรค ภูมิใจไทยครับ ฝั่งเราก็พยายามที่จะอะลุ่มอล่วยนะครับ แต่ว่าโดยเนื้อหาของผู้อภิปรายนั้น เราก็ได้ยินมาเราได้ยินมาสักพักแล้วครับ แต่กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าเรื่องของที่ดิน เขากระโดงนั้นยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมซึ่งอยู่ในศาลปกครอง เพราะฉะนั้นมัน ไม่ได้ตัดสินเลยใครผิดใครถูก เพราะฉะนั้นขออนุญาตเลยพอได้แล้วครับ แล้วมันวนเวียนอยู่ อย่างนี้ไม่จบเสียทีครับ เรายังมีอีกหลาย พ.ร.บ. ที่รออยู่ วันนี้พี่น้อง อสม. รอฟัง พ.ร.บ. อสม. อีกล้านกว่าคนครับ แต่วันนี้ต้องมาทนฟังคนที่หยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะว่าโดนไป แทรกแซง🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพลพีร์ พอแล้ว เข้าใจแล้ว ขอความกรุณาท่านทวีสรุปเลยครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านสมาชิก ที่โดนพาดพิงแล้วก็ประท้วงมันจะเสียอรรถรสในการอภิปราย เชิญท่านทวีสรุปได้แล้วครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ จริง ๆ มันเป็น Highlight นิดเดียวว่าท่านไปสั่งให้หยุดกรรมการขณะที่แผนที่เสร็จแล้ว ถ้าท่านไม่สั่งให้หยุดหรือกรรมการสั่งให้หยุดนั้นวันนี้ที่ดินได้ยึดไปแล้ว ดังนั้นผมจึงเห็นว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถ้าถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีถือว่าจะขึ้นสู่บัลลังก์สูงสุดฝ่ายบริหาร ผมคิดว่าเป็นความโชคร้ายของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เราเห็นไม่ว่าจะเป็น เรื่องการฮั้ว สว. ที่พูดถึง เพราะว่าในการจัดการเลือกตั้ง สว. ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ เอางบประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ไปให้กระทรวงมหาดไทยร่วมจัด จึงเป็นเหตุให้การฮั้ว สว. สำเร็จได้ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะเสนอนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และส่งเสริม ศาสตราจารย์ชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผู้ประท้วงก็ประท้วงแล้วครับ ท่านจบแล้ว ฝั่งสนับสนุนท่านอนุทินก็เหลือ ๓ ท่าน แล้วก็เหลือเวลาอยู่ประมาณ ๓๕ นาทีก็บริหารเวลานะครับ เริ่มต้นจากท่านธนกร วังบุญคงชนะ ท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ได้ถอนรายชื่อออกหมดแล้ว นะครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลือใครครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

เหลือท่านณัฐพงษ์ท่านเดียวครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาตามนี้ นะครับ ถ้าอย่างนั้นขอเชิญท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เลยครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาช่วงต้นในการตอบข้อห่วงใยที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ลุกขึ้นอภิปราย ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นท่านจาตุรนต์ฉายแสง ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ท่านอดิศักดิ์ รวมถึงท่านอื่น ๆ ขออนุญาตไม่เอ่ยนามทั้งหมดนะครับ ผมรวบรวมประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ อยู่ประมาณ ๓ ข้อด้วยกัน🔗

ข้อแรก ในเรื่องของข้อห่วงใยถึงการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยว่าจะเป็นการ ขัดต่อระบบเมืองในระบบรัฐสภาหรือไม่ ที่เรามีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยทางอ้อม วัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ หรือมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมขอย้ำอีกครั้งหลังจากที่ผมได้อภิปรายในประเด็นดังกล่าวในญัตติ ก่อนหน้านี้ที่ขอการเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา ภายหลังจากที่พรรคประชาชนได้มีการประกาศ ข้อตกลงหรือ MOA ทั้ง ๕ ข้อ ซึ่งในนั้นก็มีในเรื่องของการคงสภาพการเป็นรัฐบาล เสียงข้างน้อยอยู่ การแสดงออกของพรรคเพื่อไทยได้แสดงออกมาบอกว่า พร้อมรับ ทุกข้อเสนอและลดแลกแจกแถมหากเลือกคุณชัยเกษมเป็นนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะยุบสภา ทันที คำถามของผมครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครู่ที่บอกว่า ไม่เห็นด้วยกับการให้มีรัฐบาลเสียงข้างน้อยเพราะจะขัดต่อการเมืองในระบบรัฐสภา วันนั้น ท่านออกมาแสดงความเห็นคัดค้านต่อท่าทีของพรรคของท่านหรือเปล่าครับ หรือจริง ๆ แล้ว ท่านคิดอยู่ในใจว่าท่านไม่เคยเชื่อในการคงสภาพการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเลย หรือท่านคิดอยู่แล้วถ้าวันนี้พรรคประชาชนยกมือสนับสนุนให้กับคุณชัยเกษม เดี๋ยวท่านจะ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก จนถึงวินาทีนี้การอภิปรายของท่านยังไม่สามารถทำให้พวกผม เชื่อได้เลยครับว่าตกลงหลักการของท่านคืออะไร🔗

ประการที่ ๒ ในเรื่องของข้อห่วงใยที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าจะเชื่อได้อย่างไรว่า การทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านของพรรคประชาชนจะสามารถถ่วงดุลตรวจสอบรัฐบาลได้ อย่างตรงไปตรงมา พรรคประชาชนจะต้องคอยอุ้ม คอยแบก คอยเป็นองค์ประชุมให้กับการ พิจารณากฎหมายของรัฐบาลหรือไม่ ผมขอถามเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานไปแบบนี้ครับ ท่านไม่คิดหรือครับว่าในช่วงระยะเวลา ๔-๖ เดือนต่อจากนี้ สภาชุดนี้จะเป็นอีก ๑ ชุดใน ประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ฝ่ายค้านมีความเข้มแข็งมากที่สุด ตราบใดที่พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยยืนยันจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา ตอนนี้บวกเลขเรามีกัน ๒๘๐ กว่าเสียง ทำไมจะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยครับ เรามีกัน ๒๘๐ กว่าเสียง ทำไมจะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยครับ ทำไมเราจะเดินหน้าสู่ทางออกของ ประเทศในการยุบสภาและแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ผมเชิญชวนครับ ให้ เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพรรคเพื่อไทยที่หลาย ๆ คนจะรู้สึก ผมเองก็รู้สึกว่าเรามี อุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ทำฝ่ายค้านให้เข้มแข็งสิครับ เดินหน้าให้เป็นไปตามข้อตกลงที่พรรค ประชาชนได้เซ็นสัญญาเอาไว้ นอกจากยุบสภาเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เดินหน้า กระบวนการประชาธิปไตยในประเทศใหม่ ดีไหมครับท่านประธาน ประการสุดท้ายครับท่าน ประธาน ในเรื่องของการตัดสินใจของพรรคประชาชนในวันนี้มีเพื่อนสมาชิกบางส่วนมีข้อ ห่วงใยครับว่าพวกเรากำลังจะไปสนับสนุนฝั่งอนุรักษ์นิยม ทำลายกระบวนการทำลายระบอบ ประชาธิปไตยเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ ผมไม่ขอพูดอะไรไปมากกว่านี้ แต่ขอ ระยะเวลา ๔-๖ เดือนต่อจากนี้ที่ผมและท่านทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านร่วมกันพิสูจน์สิครับ ว่าอันนี้เราตัดสินใจและเราต้องการเดินหน้ากระบวนการประชาธิปไตยจริง ๆ ไม่ใช่วันหนึ่งที่ พรรคภูมิใจไทยแยกออกจากรัฐบาลแล้วดูสิครับกฎหมายนิรโทษกรรม กระบวนการการ เดินหน้าประชาธิปไตยอื่น ๆ ท่านผลักดันจริงหรือเปล่า วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานครับ พวกเราไม่ต้องการมาชวนทะเลาะหรือย้อนแย้งหาอดีตแต่วันนี้เราตัดสินใจเพื่อที่จะเดินหน้า สู่การเลือกตั้งและเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญพวกผม มีแค่ ๑๔๓ เสียง ทำเองไม่ได้ผม ต้องทำร่วมกับท่านครับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อพรรคก็คือพรรคเพื่อไทยที่เราต้องมาร่วมกันทำจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมขอเน้นย้ำอีก ๑ ครั้ง วันนี้สภาผู้แทนราษฎรของพวกเราต้องพิจารณา ญัตติโหวตนายกเป็นครั้งที่ ๔ ตั้งแต่โหวตคุณพิธา โหวตคุณเศรษฐา โหวตแพทองธาร และ วันนี้กำลังจะโหวตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ชุดนี้ชุดเดียวครับกำลังจะมาโหวตนายกครั้งที่ ๔ ต้นสายปลายเหตุคืออะไรครับท่านประธาน สุดท้ายผมได้ตอบเดียวก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนว่าตกลงประเทศนี้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยจริงหรือไม่ ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนของหลักการแบ่งแยกอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ท่านเองก็ ได้รับผลกระทบครับ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นของความซื่อสัตย์สุจริตและ มาตรฐานทางจริยธรรมที่ทำให้คุณเศรษฐา และคุณแพทองธารต้องพ้นออกจากตำแหน่ง ยัง มีปัญหาอีกเยอะแยะเต็มไปหมดครับที่พวกเราทุกคนในสภาแห่งนี้ล้วนได้รับผลกระทบจาก กลไกของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ใช่เวลาที่เราจะมานั่งถกเถียงกันว่าอะไรคือปัญหาของ ประเทศ วันนี้ผมยืนยันอีก ๑ ครั้งว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชนเพื่อต้องการหาทาง ออกให้กับการเมืองไทยเดินหน้าสู่การเลือกตั้งและเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาการอภิปรายต่ออีกเล็กน้อยเพื่อสร้างความชัดเจนต่อ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ความชัดเจนต่อจากนี้ด้วยความเคารพ บางอย่าง อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณอนุทินอาจจะไม่สบายใจบ้างแต่ผมยืนยันนะครับว่าพวกเราให้ความ เคารพกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมแห่งนี้เท่าเทียมกันและผมเชื่อว่ามันเป็น ข้อเท็จจริงที่ทุกคนต้องยอมรับ🔗

ความชัดเจนข้อที่ ๑ ครับท่านประธาน วันนี้เราไม่ได้เลือกคุณอนุทินมา บริหารประเทศ เราเลือกคุณอนุทิน ชาญวีรกูล มายุบสภาผู้แทนราษฎรภายใต้กรอบเวลาที่ ตกลงกันและเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความชัดเจนที่ ๒ ครับ วันนี้พรรคประชาชน ตัดสินใจที่จะเลือกคุณอนุทิน ชาญวีรกูล เพราะเราได้เซ็นข้อตกลงกัน ๕ ข้อ เปิดเผยต่อ สาธารณะ MOA ก็เปิดให้ทุกคนในประเทศนี้ได้อ่านครับ นั่นก็คือข้อแรกจะต้องมีการยุบสภา ภายใต้กรอบระยะเวลา ๔ เดือน หลังจากการมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และไม่ควรใช้ ข้ออ้างอื่นใดให้ละเมิดกรอบเวลาดังกล่าว เพราะพวกเราเชื่อครับปัญหาใหญ่ ๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทย-กัมพูชา และปัญหาอื่น ๆ ควรจะต้องให้รัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรม เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศผ่านการเลือกตั้งใหม่🔗

ข้อที่ ๒ ครับ เรามีการระบุไปในข้อตกลงในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าต้องทำการจัดทำประชามติ ๓ ครั้ง เราก็มีการระบุไปว่าให้คณะรัฐมนตรี จะต้องมีมติให้มีการจัดทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า และหากมีการทำ ประชามติ ๓ ครั้งจริงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ถึง ๔ เดือน ซึ่งเรื่องนี้ผมก็คาดหวังว่ารัฐบาลที่จะเข้ามาทำหน้าที่เพื่อเปิดประตูสู่การเลือกตั้งใหม่ ก็พิจารณาตามความเหมาะสมที่จะต้องมีการยุบสภาโดยเร็ว🔗

ข้อที่ ๓ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เกิดการทำประชามติ ๒ ครั้ง นี่ละคือโอกาสที่ดีที่สุดภายใต้ ๔ เดือนนี้ที่รัฐสภาของพวกเราจะเปิดช่องในการแก้ไขมาตรา ๒๕๖ ให้ทัน ให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วไปทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง ครั้งหน้า นี่ละครับเริ่มกระบวนการการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง ๆ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด ของประเทศนี้ในการเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านใดไม่เห็นด้วย ถ้าประชาชน ๖๐ กว่าล้านคนในประเทศนี้ไม่เห็นด้วย มีใครขึ้นมาให้คำตอบให้กับพวกเราได้หรือไม่ มีโอกาสไหนของประเทศนี้อีกที่จะดีไปกว่าตอนนี้ในการเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ต้องตอบผมชั่วโมงนี้ถ้าท่านยังคิดไม่ออก ผมให้นอนคิดไปอีก ๑ เดือน ๒ เดือน ต่อจากนี้ ท่านคิดออกท่านมาบอกผม พวกเราคิดข้อเสนอนี้ตั้งแต่ ๒ เดือนที่แล้ว และไตร่ตรองกันทุก ๆ วินาทีจนถึงวันนี้ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการเดินหน้าสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ🔗

ข้อที่ ๔ การคงสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่เราได้ระบุไปแล้วใน MOA ผมย้ำอีก ๑ ครั้ง ผมและพรรคประชาชนพรรคเดียวไม่สามารถที่จะคงสภาพฝ่ายค้าน เสียงข้างมากได้ ผมต้องร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย ถ้าพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยที่จะทำให้มีการ ปฏิบัติตาม MOA และเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พวกเรา ๒ พรรค ยืนยันกันได้อย่าง เต็มปากหรือไม่ ผมตอบแทนเพื่อนสมาชิกของผม ๑๔๓ คนได้ไม่มีใครเป็นงูเห่า ท่านตอบได้ หรือไม่ ท่านตอบได้เดินหน้าสู่ทางนี้แน่นอนไม่มีทางอื่น🔗

ประการสุดท้าย เงื่อนไขข้อที่ ๕ หลังโหวตนายกรัฐมนตรี พวกเรายืนยันการ เป็นฝ่ายค้าน ไม่ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิกบางท่านลุกขึ้นแสดงข้อห่วงใย บอกว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมชวนให้ไปอ่านมาตรา ๑๐๖ ของรัฐธรรมนูญ ผู้นำ ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคือหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุดและไม่ดำรงตำแหน่ง เป็นรัฐมนตรี ไม่เป็นประธานสภาและไม่เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมยืนยันว่าผม ทำหน้าที่ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านได้ต่อไปโดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด🔗

สิ่งที่ผมอยากทำให้เกิดความชัดเจนต่อไปในเรื่องที่ ๓ ก็คือหลักการที่พวกผม ยึดถือมาโดยตลอด นั่นก็คือหลักการที่บอกว่าพรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ผมเข้าใจดีครับเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ข้างหน้าข้างหลังผมตรงนี้หลายคนมีความอึดอัดใจมาก ที่จะลงมติโหวตกันในวันนี้ แต่เมื่อเรามีมติพรรคออกมาแล้ว มีกระบวนการในการรับฟัง สมาชิกพรรคอย่างรอบด้านแล้วคนที่เป็นเจ้าของพรรคตัวจริงอย่างรอบด้านแล้ว ไม่มีใคร ที่จะบิดพลิ้วต่อมติพรรคครั้งนี้ได้ ผมยืนยันในฐานะหัวหน้าพรรคและถ้ามี สส. ของ พรรคประชาชนคนไหนที่วันนี้ขัดต่อมติพรรค คุณขัดต่อคุณค่าพื้นฐานของพรรคที่บอกว่า พรรคใหญ่กว่าคน วันนี้เราหนักแน่นในมติของพรรคต่อการตัดสินใจของเราและเราเดินหน้า อย่างไม่ลังเลไม่วอกแวก🔗

ต่อไปครับท่านประธาน เราชัดเจนว่าวันนี้ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ผมทราบดี ๑๔ ล้านคนที่เลือกพรรคก้าวไกลมา ไม่ใช่สมาชิกพรรคประชาชนทั้งหมด เขาไม่ได้มีส่วนร่วม ในการเข้ามาโหวตหรือการตัดสินใจการเลือกคุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ ผมเชื่อครับ ๑๔ ล้านคน ที่กาพรรคก้าวไกลในวันนั้นไม่มีใครเลือกคุณอนุทินเป็น นายกรัฐมนตรี ผมเชื่อครับ ๑๔ ล้านคน ในวันนั้นไม่มีใครเลือกเพราะอยากเห็นรัฐบาลที่เข้า มาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ผมเชื่อครับ ๑๔ ล้านคนในวันนั้นไม่มีใครหวังที่อยากจะ เห็นอำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตย และผมก็เชื่อเช่นเดียวกัน ว่า ๑๔ ล้านคนในวันนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนเห็นด้วยทั้งหมดกับการตัดสินใจของพรรคในวันนี้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่าการตัดสินใจของเราในวันนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน เราตัดสินใจเพราะเราตัดสินใจเพื่อคน ๖๐ กว่าล้านคน ในการผ่าทางตันให้กับประเทศ เดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่และแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือหลักว่าประชาชนใหญ่กว่าพรรค ตัดสินใจเพื่อประเทศ ไม่ได้ตัดสินใจเพื่อคะแนนความนิยมของพรรคประชาชนเฉพาะหน้า ประการสุดท้ายครับท่านประธาน🔗

ความชัดเจนข้อสุดท้าย ถ้าเรากำลังจะมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ภายใต้กรอบ เวลา ๔-๖ เดือน ต่อจากนี้ ผมเชื่อครับ ทุกพรรคการเมืองวันนี้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งแล้วครับ ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งแล้วครับ ทุกพรรคต้องมุ่งหน้าในการสร้างคะแนนความ นิยมให้กับตัวเอง เพื่อให้ทุกพรรคมี สส. ในสภามากที่สุด ในการต่อรอง ในการได้เก้าอี้ รัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดหน้าหลังการเลือกตั้ง และมันชัดเจนครับที่วันนี้ ถ้าทุกพรรคอยากได้ คะแนนนิยมมากขึ้นคุณจะต้องรักษาสัญญา นี่คือความชัดเจนทั้ง ๕ ข้อหลัก ๆ ที่พรรค ประชาชนใช้ในการตัดสินใจการโหวตคุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะมีทางออกได้หากพวกเราเปิดประตูสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็ถือว่าการอภิปรายเสร็จแล้ว🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิพาดพิง พรรคเพื่อไทยได้ไหมครับ🔗

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง ขอใช้สิทธิพาดพิง ในนามพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มี ๒ ท่าน ขอท่านจาตุรนต์ก่อน แล้วก็ท่านวรวัจน์ครับ🔗

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิพาดพิง แล้วก็อาจจะขอใช้สิทธิ เล็กน้อยในฐานะที่จะพูดตอนท้ายก่อนจะลงมติปกตินะครับ บังเอิญว่าท่านหัวหน้าพรรค ประชาชนได้พูดพาดพิงถึงพรรคเพื่อไทย แล้วก็ได้พูดถึงความเห็นบางประการซึ่งฟังได้ชัดเจน ว่าเป็นความเห็นผม ก็จะขอชี้แจงสั้น ๆ อย่างนี้ครับ ท่านบอกว่าเวลาพรรคเพื่อไทยจะรับ ข้อเสนอของพรรคประชาชน แล้วก็เสนอด้วยว่าถ้าเลือกท่านชัยเกษมก็จะยุบสภาทันที ไม่เห็นพรรคเพื่อไทยว่าอะไร ก็ถูกแล้วครับเมื่อเรื่องมาถึงขั้นที่พรรคเพื่อไทยเสนอว่าถ้าเลือก ท่านชัยเกษมเป็นนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาทันทีนั้น พรรคเพื่อไทยเราก็เห็นพ้องต้องกัน เพราะว่าจะได้ไม่เกิดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นใน ๔ เดือน ถ้าหากว่าคุณอนุทินได้เป็น นายกรัฐมนตรี ดังที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ท่านหัวหน้าพรรคประชาชนซึ่งเดี๋ยวนี้ผมจะเรียกว่า ผู้นำพรรคฝ่ายค้านก็เรียกได้เต็มปากแล้วล่ะ ความจริงท่านไม่น่าจะอยู่ในฐานะนั้นแล้วด้วย ท่านได้บอกว่าขอเชิญชวนให้พรรคเพื่อไทยมาช่วยกันทำให้ฝ่ายค้านเข้มแข็งสิครับ ถ้าพรรค เพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านเข้มแข็งเต็มที่แน่นอน ไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีเหตุใดเลยที่จะไม่เป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง พวกผมถนัดเป็นฝ่ายค้านกัน มาก่อนด้วยซ้ำ เป็นมาก่อนที่จะมีพรรคอนาคตใหม่หลายปีด้วยซ้ำ แต่ประเด็นก็คือว่าท่าน กำลังมาชวนพรรคเพื่อไทยให้ไปช่วยกันเป็นฝ่ายค้านทำให้พรรคฝ่ายค้านเข้มแข็ง แต่พรรค ฝ่ายค้านหรือฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกำลังจะไม่เข้มแข็ง กำลังจะรวนเร กำลังจะ อิหลักอิเหลื่อทำงานกันยากที่สุด เพราะมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่เป็นพรรคใหญ่ที่สุด กำลัง จะต้องทำตัวเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาล ประคับประคองรัฐบาลนี้จนไม่รู้ว่าจะร่วมงานกันอย่างไร ถ้าจะทำให้ฝ่ายค้านเข้มแข็ง เป็นพรรคประชาชนต่างหากที่จะต้องไปวางยุทธศาสตร์กันมา ให้ดี ตกลงกันมาให้ดีว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้อย่างไร ซึ่งผมช่วยคิดให้ยังคิดไม่ออกเลยว่า ท่านจะทำได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ อีกนิดเดียวเดียวที่ท่านพาดพิงมาถึง ความเห็นที่ผมให้ไว้ ท่านบอกว่ามีการไปพูดว่าท่านหนุนอนุรักษ์นิยม และท่านต้องการที่จะ แก้รัฐธรรมนูญ ปัญหาบ้านเมืองทั้งหมดเป็นเพราะว่ารัฐธรรมนูญไม่ชัดเจนจึงจะต้องแก้ไข รัฐธรรมนูญ แล้วนี่ก็เป็นโอกาสดีที่สุด ๔ เดือนนี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ผมเอา ๓-๔ ประเด็นนี้ตอบชี้แจงใน คราวเดียวกันเลย ท่านประธานครับ สิ่งที่พรรคประชาชนทำอยู่คือจะทำให้ ๔ เดือนต่อไปนี้ ทำให้พรรคการเมืองที่เป็นแกนนำฝ่ายอนุรักษ์นิยมเข้มแข็งขึ้นมาอย่างมาก จะทำให้ฝ่าย อนุรักษ์นิยมเข้มแข็งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าไม่นับรัฐบาลนที่มาจากการรัฐประหาร โดยตรง ท่านประธานครับ ที่บอกว่าช่วงรัฐธรรมนูญไม่ชัดเจน ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราจะแก้ รัฐธรรมนูญได้ ยุทธศาสตร์ที่ท่านวาง ข้อตกลงที่ท่านทำกันไว้จะทำให้ ๔ เดือนนี้เดินไปสู่การ แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้และจะแก้รัฐธรรมไม่ได้ไปอีกยาวนาน เนื่องจากบารมีของหัวหน้ารัฐบาล จะแพร่กระจายไปจนกระทั่งทำให้ สว. ที่กำลังประสบปัญหาว่าจะเป็นกันได้หรือไม่ มีที่มา ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่นั้นจะฟื้นคืนชีพกันขึ้นมา แล้วจะมาตั้งองค์กรอิสระต่าง ๆ กัน จนครบไปหมด สว. เหล่านี้มีอำนาจล้นฟ้าอิงอยู่กับท่าน มีหรือที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้น ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชนพูดอย่างแข็งขันฉะฉานนั้นพูดได้ฉะฉานทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่ท่านพูดจะไม่เกิดขึ้น และสิ่งที่เกิดขึ้นจะตรงกันข้ามกับที่ท่านพูด ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ผมถือว่าสิ้นสุดการอภิปรายแล้วก็พาดพิงจบแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการออกเสียง ลงคะแนนนะครับ เนื่องจากว่ามีสมาชิกได้เสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีและมีผู้รับรองถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒ ท่านนะครับ ท่านแรกก็คือ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านที่ ๒ ก็คือศาสตราจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อดำเนินการลงคะแนนโดยเปิดเผยดังนี้นะครับ🔗

๑. ก็คือจะขอเชิญท่านสมาชิกจำนวน ๖ ท่าน เป็นผู้ตรวจนับคะแนนนะครับ🔗

๒. เมื่อสมาชิกครบองค์ประชุมแล้วจะให้เลขาธิการอ่านรายชื่อท่านสมาชิก เรียงตามลำดับหมายเลขประจำตัวของสมาชิก เพื่อให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน เมื่อเลขาธิการได้อ่านรายชื่อสมาชิกท่านใดขอให้สมาชิกท่านนั้นยืนขึ้นและกล่าวชื่อของ บุคคลที่ตนให้ความเห็นชอบ หรือหากประสงค์งดออกเสียงก็กล่าวคำว่า งดออกเสียง และขอให้สมาชิกงดเว้นกล่าวคำพูดอื่นนอกเหนือจากที่แจ้งนี้นะครับ สมาชิกท่านใด อันนี้สำคัญนะครับ สมาชิกท่านใดจะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขการออกเสียงลงคะแนน ของตนเอง ให้กระทำในขณะที่สมาชิกท่านนั้นกำลังออกเสียงลงคะแนนเท่านั้น ไม่สามารถ กระทำภายหลังจากนั้นได้🔗

๓. สำหรับการออกเสียงลงคะแนน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้สนับสนุนในการออกเสียงลงคะแนน ในเมื่อสมาชิกได้ ออกเสียงลงคะแนนแล้วจะมีการแสดงผลการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกแต่ละท่าน ให้ปรากฏในจอภาพด้านซ้ายของห้องประชุม คือด้านขวาของประธานนะครับ เมื่อสมาชิก ไม่คัดค้าน ระบบจะส่งผลให้ผู้ตรวจนับคะแนนทำการตรวจนับคะแนนต่อไป🔗

๔. เมื่อสมาชิกลำดับสุดท้ายได้ออกเสียงลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว สมาชิกที่ยัง ไม่ได้ออกเสียงลงคะแนนสามารถใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนได้ก่อนที่ประธานจะสั่งปิด การลงคะแนน🔗

๕. เมื่อประธานสั่งปิดการลงคะแนนแล้ว ระบบจะประมวลผลการลงคะแนน ทั้งหมดส่งให้ผู้ตรวจนับคะแนนตรวจสอบและรับรองผลการนับคะแนนดังกล่าว จากนั้น ประธานจะประกาศผลการลงคะแนนและมติต่อที่ประชุมทันที ข้อหารือดังกล่าวนี้จะมีท่าน สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญท่านอดิศรครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ ตอบคำอภิปรายของผมยังไม่มีใครตอบเรื่องทุจริต ผมขอทวงถามครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เราจะถึง ขั้นตอนการออกเสียงลงคะแนนแล้วนะครับ ท่านก็สามารถใช้สิทธิในโอกาสต่อไปได้ ถ้าไม่มี ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ ต่อไปผมขอ อนุญาตเชิญท่านสมาชิกรายชื่อต่อไปนี้ เป็นกรรมการตรวจนับคะแนน จำนวน ๖ ท่าน ๑. นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ จากพรรคประชาชน ๒. นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ จากพรรคเพื่อไทย ๓. นายธนา กิจไพบูลย์ชัย จากพรรคภูมิใจไทย ๔. นายปรเมษฐ์ จินา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ๕. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ จากพรรคกล้าธรรม ๖. นายกานต์ ตั้งปอง จากพรรคประชาธิปัตย์ ๖ ท่าน เชิญเป็นกรรมการตรวจนับคะแนนครับ ขอเชิญทั้ง ๖ ท่าน มีท่านใดขัดข้องไหมครับ ทั้ง ๖ ท่าน ถ้ามีท่านใดขัดข้องกรุณาแจ้งนะครับ จะได้เปลี่ยนเป็นท่านอื่นนะครับ🔗

(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนเข้าประจำที่)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงคะแนนนั้นผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เป็นไปตามระเบียบ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาเพื่อเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อน เชิญครับ🔗

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ส่งสัญญาณให้แล้วครับ ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรกดปุ่ม แสดงตนครับ รอท่านสมาชิกที่กำลังเดินเข้ามาครับ แสดงตนกันครบถ้วนนะครับ กำลังทยอยกัน เข้ามา🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ สุรชาติ ๔๔๐ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๔๐ แสดงตน เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยนะครับ🔗

นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ขออนุญาตค่ะ ท่านประธาน ๔๒๗ แสดงตนค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๒๗ นะครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ๐๙๑ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๙๑ ครับ ครบถ้วนหรือยังครับ เมื่อได้แสดงตนกันครบถ้วนแล้วผมขออนุญาตปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๔๓ บวก ๓ เป็น ๔๔๖🔗

ครบองค์ประชุมนะครับ ดังนั้นต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าผู้ใดเห็นชอบให้บุคคลใด ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี กรุณากล่าวชื่อบุคคลซึ่งมีอยู่ ๒ ท่าน ท่านก็ทราบแล้ว ท่านผู้ใดเห็นควรเห็นชอบท่านได้ก็กรุณาเอ่ยชื่อบุคคลนั้น ผู้ใดควรงดออกเสียงก็กล่าวคำว่า งดออกเสียง ตามนี้นะครับ ผมขออนุญาตที่จะเรียนเตือนท่านอีกครั้งหนึ่งในกรณีที่ท่านได้ เอ่ยชื่อผิดนั้นท่านจะต้องรีบแก้ไขในขณะที่ท่านออกเสียงทันที เพราะไม่สามารถที่จะกระทำ ภายหลังได้ อันนี้สำคัญนะครับ ดังนั้นถ้าพร้อมแล้วผมขอเชิญท่านเลขาธิการได้ดำเนินการ ในการขานชื่อเป็นรายบุคคลตามหมายเลขของท่านสมาชิกต่อไป เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑. นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔. นายกรวีร์ สาราคำ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕. นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์🔗

นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ หนองคาย

นายอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖. นายกรุณพล เทียนสุวรรณ🔗

นายกรุณพล เทียนสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗. นายกฤช ศิลปชัย🔗

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

แก้รัฐธรรมนูญและยุบสภา อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘. นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน🔗

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙. นายกฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์🔗

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐. นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี🔗

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑. นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์🔗

นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ อุตรดิตถ์

ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒. นายกัณตภณ ดวงอัมพร🔗

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓. นายกัณวีร์ สืบแสง🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔. นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์🔗

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

อนุทิน ชาญวีรุกูล เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕. นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์🔗

นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖. นายกาญจน์ ตั้งปอง🔗

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

งดออกเสียงครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗. นางสาวกาญจนา จังหวะ🔗

นางสาวกาญจนา จังหวะ ชัยภูมิ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘. นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์🔗

นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สุราษฎร์ธานี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙. นางสาวการณิก จันทดา🔗

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

อนุทิน🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐. นายกิตติ กิตติธรกุล🔗

นายกิตติ กิตติธรกุล กระบี่

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายก คนที่ ๓๒🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑. นายกิตติ สมทรัพย์🔗

นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี🔗

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓. นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ🔗

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖. นายเกรียง กัลป์ตินันท์🔗

นายเกรียง กัลป์ตินันท์ แบบบัญชีรายชื่อ

นายเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗. นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร🔗

นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร นครนายก

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘. นายเกรียงยศ สุดลาภา🔗

นายเกรียงยศ สุดลาภา แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐. นายเกษม อุประ🔗

นายเกษม อุประ สกลนคร

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑. นายเกียรติคุณ ต้นยาง🔗

นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒. นายโกศล ปัทมะ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

ชัยเกษมครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เกิดอะไรขึ้น🔗

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

เครื่องมันรวนครับ🔗

นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

ท่านประธานครับ ๐๓๑ เกียรติคุณ ต้นยาง ผมเอ่ยชื่อท่านอนุทินแล้วนะครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ระบบมันมี ปัญหา เราจะเริ่มต้นใหม่ดีไหมครับ ที่ผมปรึกษาเดี๋ยวก็มีคนประท้วงอีกว่าทำไมมันมีปัญหา มันไม่น่าจะมีปัญหาอย่างนี้ เดี๋ยวก็มีคนท้วงเพราะว่าเป็นวาระสำคัญ เป็นเรื่องสำคัญ มันผิดพลาดไม่ได้นะครับ เจ้าหน้าที่ว่าอย่างไร ตอนนี้ระบบมันค้างตั้งแต่รายชื่อที่ ๒๘ กรรมการตรวจนับคะแนนดูกับเจ้าหน้าที่อย่าให้ผิดพลาดนะครับ ในขณะที่รอ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการแข่งขันโต้วาทีสร้างสรรค์สังคม “สภาวาที” ครั้งที่ ๒ จัดโดยสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา จำนวน ๗๐ ท่าน ขอบคุณนะครับ เจ้าหน้าที่ตกลงอย่างไรครับ แจ้งด้วยนะครับ ผมว่าเพื่อความ ถูกต้องแล้วก็เพื่อความสบายใจทุกฝ่ายเริ่มต้นใหม่เลยได้ไหมครับ เริ่มใหม่ดีกว่า ล้างระบบ ใหม่เลย แล้วก็นับใหม่เลยดีกว่าครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ขออนุญาตครับ ผมคิดว่าลองให้กรรมการปรึกษากันไหมครับ ผมถามท่านประธาน แบบนี้ครับ ถ้าใช้บรรทัดฐานแบบนี้เกิดเครื่องไปค้างตอนเลข ๔๗๐ เราจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมว่าให้คณะกรรมการปรึกษากันก่อนดีไหมครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ขัดข้อง เพื่อให้ทุกท่านสบายใจ เอาอย่างไรก็ได้เพราะว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ทางเจ้าหน้าที่ แล้วก็ปรึกษากับคณะกรรมการ ถ้าที่ประชุมเห็นควรอย่างไรแล้วก็ตามนั้น เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัด ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม จริง ๆ แล้วปัญหานี้ผมว่ามันเป็นปัญหาที่มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ แล้วก็เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกก็ได้ลงมติไปประมาณ ๓๐ ท่านเท่านั้นเอง ดังนั้นเองเพื่อ ความสบายใจผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าผมเสนอให้เริ่ม กระบวนการใหม่ แต่ในกรณีที่มันไปถึงสัก ๔๗๙ คือเบอร์ผมนะครับ อรรถกร พรรคกล้าธรรม ถ้ามันไปค้างตอนนั้นผมว่ากรรมการเขาก็สามารถนับคะแนนต่อได้ แต่ตอนนี้ผมว่ามันไม่ได้เสียเวลามากถ้าเราจะเริ่มต้นใหม่ ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านปกรณ์วุฒิว่าอย่างไร เชิญกรรมการครับ🔗

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

ขออนุญาตประธานที่เคารพครับ ผม กาญจน์ ตั้งปอง จากพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการครับ ตอนนี้ระบบก็เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และน่าจะเริ่มได้ที่ท่านหมายเลข ๓๑ เกียรติคุณ ต้นยาง ได้เลยครับ ตอนนี้ระบบทุกท่าน ตรงกันหมดแล้ว ผมว่าไม่ต้องเริ่มใหม่ก็ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีท่านใด ขัดข้องนะครับ แสดงว่าจะเริ่มตั้งแต่ ๓๑ นะครับ เชิญต่อครับท่านเลขาธิการ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑. นายเกียรติคุณ ต้นยาง🔗

นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒. นายโกศล ปัทมะ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

ชัยเกษมครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓. นางขวัญเรือน เทียนทอง🔗

นางขวัญเรือน เทียนทอง สระแก้ว

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

นายชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖. นายคริษฐ์ ปานเนียม🔗

นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

อนุทิน🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ชัยเกษมครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘. นายคอซีย์ มามุ🔗

นายคอซีย์ มามุ ปัตตานี

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙. นายคำพอง เทพาคำ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐. นายคุณากร มั่นนทีรัย🔗

นายคุณากร มั่นนทีรัย นนทบุรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล แก้ไขรัฐธรรมนูญ คืนอำนาจให้ประชาชนใน ๔ เดือนครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑. นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์🔗

นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ ราชบุรี

นายอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒. นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์🔗

นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ🔗

นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔. นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์🔗

นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ประจวบคีรีขันธ์

งดออกเสียงครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี🔗

นายจักรกฤษณ์ ทองศรี บุรีรัมย์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖. นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล🔗

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สุโขทัย

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗. นายจักรัตน์ พั้วช่วย🔗

นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘. นายจาตุรนต์ ฉายแสง🔗

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

นายชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙. นายจำลอง ภูนวนทา🔗

นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ์

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๐. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๑. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์🔗

นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๒. นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง🔗

นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ชลบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๓. นางสาวจิรัชยา สัพโส🔗

นางสาวจิรัชยา สัพโส สกลนคร

นายชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๔. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๕. นางสาวจิราพร สินธุไพร🔗

นางสาวจิราพร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๖. นายจีรเดช ศรีวิราช🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๗. นายจุติ ไกรฤกษ์🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๘. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แบบบัญชีรายชื่อ

งดออกเสียงครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๙. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๐. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๑. นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม🔗

นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชียงราย

อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๒. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์🔗

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๓. นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ🔗

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

นายอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๔. นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์🔗

นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ พังงา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๕. นายฉลาด ขามช่วง🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

งดออกเสียงครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๖. นายฉัตร สุภัทรวณิชย์🔗

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

คุณอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๗. ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง🔗

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง แบบบัญชีรายชื่อ

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๘. นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ🔗

นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ กรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๙. นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี🔗

นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๐. นางสาวชญาภา สินธุไพร🔗

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๑. นางสาวชนก จันทาทอง🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๒. นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว🔗

นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สงขลา

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๓. นายชยพล สท้อนดี🔗

นายชยพล สท้อนดี กรุงเทพมหานคร

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๔. นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์🔗

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๕. นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง🔗

นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๖. นายชลธานี เชื้อน้อย🔗

นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๗. นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว🔗

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๘. นายชลน่าน ศรีแก้ว🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๙. นายชวน หลีกภัย🔗

นายชวน หลีกภัย แบบบัญชีรายชื่อ

งดออกเสียง🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๐. นายชวาล พลเมืองดี🔗

นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

อนุทิน🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๑. นายชัชวาล แพทยาไทย🔗

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๒. นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง🔗

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

นายอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๓. นายชัชวาลล์ คงอุดม🔗

นายชัชวาลล์ คงอุดม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๔. นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์🔗

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๕. นายชัยชนะ เดชเดโช🔗

นายชัยชนะ เดชเดโช นครศรีธรรมราช

งดออกเสียงครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๖. นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์🔗

นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ราชบุรี

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๘. นายชัยมงคล ไชยรบ🔗

นายชัยมงคล ไชยรบ สกลนคร

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๙. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์🔗

นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๐. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร🔗

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน เพื่อยุบสภาครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๑. นายชาดา ไทยเศรษฐ์🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๒. นายชาตรี หล้าพรหม🔗

นายชาตรี หล้าพรหม สกลนคร

งดออกเสียงครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๓. นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์🔗

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

นายอนุทิน ตามมติพรรคประชาชนครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๔. นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล🔗

นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๕. นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เพื่อแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภา อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๖. นางสาวชุติมา คชพันธ์🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๗. นายชูกัน กุลวงษา🔗

นายชูกัน กุลวงษา นครพนม

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๘. นายชูชัย มุ่งเจริญพร🔗

นายชูชัย มุ่งเจริญพร สุรินทร์

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๙. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง🔗

นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง สุโขทัย

ท่านชัยเกษมครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๐. นายชูศักดิ์ แม้นทิม🔗

นายชูศักดิ์ แม้นทิม กาญจนบุรี

ท่านชัยเกษมครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๑. รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล🔗

รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล แบบบัญชีรายชื่อ

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๒. นายเชตวัน เตือประโคน🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

อนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๓. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์🔗

นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ชัยภูมิ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๔. นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๕. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์🔗

นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ชัยภูมิ

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๖. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗

นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สิงห์บุรี

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๗. นายไชยชนก ชิดชอบ🔗

นายไชยชนก ชิดชอบ บุรีรัมย์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๘. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์🔗

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๙. นายไชยา พรหมา🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

งดออกเสียงครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๐. นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๑. นายซาการียา สะอิ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๒. นายซูการ์โน มะทา🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๓. นายเซีย จำปาทอง🔗

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๔. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

อนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๕. นางญาณีนาถ เข็มนาค🔗

นางญาณีนาถ เข็มนาค อำนาจเจริญ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๖. นายฐากูร ยะแสง🔗

นายฐากูร ยะแสง เชียงราย

นายอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๗. นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล🔗

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

อนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๘. นางฐิติมา ฉายแสง🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

อาจารย์ชัยเกษมค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๙. นายณกร ชารีพันธ์🔗

นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

อนุทิน ชาญวีรกูล🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๑. นายณพล เชยคำแหง🔗

นายณพล เชยคำแหง หนองบัวลำภู

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๒. นายณรงเดช อุฬารกุล🔗

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

คุณอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๓. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๔. นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ🔗

นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ นครราชสีมา

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๕. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๖. นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์🔗

นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

อนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๗. นายณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ🔗

นายณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ อุดรธานี

นายอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๘. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๙. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์🔗

นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ น่าน

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๐. นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม🔗

นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมุทรสาคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๑ นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล🔗

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

อนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๒. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๓. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านอาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ วปอ. ๓๘๘ คนสุพรรณบุรีครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๔. นายดนุพร ปุณณกันต์🔗

นายดนุพร ปุณณกันต์ แบบบัญชีรายชื่อ

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๕. รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุลชัยรุ่งเรือง🔗

รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๖. นายเดชอิศม์ ขาวทอง🔗

นายเดชอิศม์ ขาวทอง สงขลา

งดออกเสียงครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๗. นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ🔗

นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมุทรปราการ

อนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๘. นางสาวตรีนุช เทียนทอง🔗

นางสาวตรีนุช เทียนทอง สระแก้ว

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๙. นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช🔗

นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช อุบลราชธานี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๐. นายไตรเทพ งามกมล🔗

นายไตรเทพ งามกมล บุรีรัมย์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๑. นายถนอมพงศ์ หลีกภัย🔗

นายถนอมพงศ์ หลีกภัย ตรัง

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ล้านเปอร์เซ็นต์ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๒. นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ🔗

นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ กระบี่

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๓. นายทรงยศ รามสูต🔗

นายทรงยศ รามสูต น่าน

อาจารย์ชัยเกษมครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๔. นายชลัฐ รัชกิจประการ🔗

นายชลัฐ รัชกิจประการ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๕. นายทรงศักดิ์ มุสิกอง🔗

นายทรงศักดิ์ มุสิกอง นครศรีธรรมราช

งดออกเสียงครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๖. นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย🔗

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๗. นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์🔗

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

อนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๘. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๙. นายทวี สุระบาล🔗

นายทวี สุระบาล ตรัง

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๐. นายทศพร เสรีรักษ์🔗

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

นายชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๑. นายทินพล ศรีธเรศ🔗

นายทินพล ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๒. นางทิพา ปวีณาเสถียร🔗

นางทิพา ปวีณาเสถียร ลำปาง

อนุทินค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๓. นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล🔗

นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

นายอนุทินค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๔. นายเทอดชาติ ชัยพงษ์🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๕. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

คุณอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๖. นางเทียบจุฑา ขาวขำ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๗. นายธนกร วังบุญคงชนะ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๘. เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข🔗

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๙. นายธนพัฒน์ ศรีชนะ🔗

นายธนพัฒน์ ศรีชนะ ยโสธร

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๐. นายธนยศ ทิมสุวรรณ🔗

นายธนยศ ทิมสุวรรณ เลย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๑. นายธนา กิจไพบูลย์ชัย🔗

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๒. นายธนาธร โล่ห์สุนทร🔗

นายธนาธร โล่ห์สุนทร ลำปาง

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๓. นายธเนศ เครือรัตน์🔗

นายธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๔. นายธรรมนัส พรหมเผ่า🔗

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า พะเยา

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๕. นายธัญธร ธนินวัฒนาธร🔗

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๖. นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์🔗

นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๗. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๘. นายธานินท์ นวลวัฒน์🔗

นายธานินท์ นวลวัฒน์ สุราษฎร์ธานี

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๙. นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์🔗

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๐. นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน เพื่อทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับและยุบสภาเท่านั้นค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๑. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๒. นายธีระชัย แสนแก้ว🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๓. นายธีรัจชัย พันธุมาศ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๔. นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์🔗

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ระยอง

เพื่อแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภา อนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๕. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ🔗

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๖. นายนพดล ทิพยชล🔗

นายนพดล ทิพยชล นนทบุรี

อนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๗. นายนพดล ปัทมะ🔗

นายนพดล ปัทมะ แบบบัญชีรายชื่อ

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๘. นายนพดล มาตรศรี🔗

นายนพดล มาตรศรี สุพรรณบุรี

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๙. นายนพพล เหลืองทองนารา🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๐. นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล🔗

นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๑. นายนรากร นาเมืองรักษ์🔗

นายนรากร นาเมืองรักษ์ ร้อยเอ็ด

นายอนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๒. นายนรินทร์ คลังผา🔗

นายนรินทร์ คลังผา ลพบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๓. นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ🔗

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เชียงใหม่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๔. นายนิกร โสมกลาง🔗

นายนิกร โสมกลาง นครราชสีมา

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๕. นายนิคม บุญวิเศษ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๖. นางสาวนิตยา มีศรี🔗

นางสาวนิตยา มีศรี สมุทรปราการ

อนุทินค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๗. นายนิติพล ผิวเหมาะ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๘. นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร🔗

นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร พัทลุง

งดออกเสียงครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๙. นายนิพนธ์ คนขยัน🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๐. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล🔗

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๑. นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร🔗

นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ศรีสะเกษ

นายอนุทินค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๒. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๓. นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล🔗

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๔. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน🔗

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน แบบบัญชีรายชื่อ

งดออกเสียงครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๕. นายบุญแก้ว สมวงศ์🔗

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๖. นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์🔗

นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เพชรบูรณ์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๗. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา🔗

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๘. นายบุญเลิศ แสงพันธุ์🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

อนุทินครับ🔗

นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๐. นายปกรณ์ จีนาคำ🔗

นายปกรณ์ จีนาคำ แม่ฮ่องสอน

นายอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๑. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร🔗

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สุรินทร์

ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๒. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กาญจน์ ตั้งปอง เครื่องระบบค้างอีกแล้วครับท่านครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายฉลาด ขามช่วง รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฝ่ายเลขานุการกรุณาดูจอด้วยนะครับ อ่านแล้วท่านสมาชิกขานขึ้นจอ ผ่านจอหรือยังนะครับ🔗

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

ท่านประธานครับ ผม กาญจน์ ตั้งปอง ครับ ตอนนี้ขานชื่อไปถึง ๑๙๘ ครับ ท่านประธาน🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๙๘ นะครับ ฝ่ายเลขานุการอ่านชื่อกรุณาดูจอด้วยนะครับ กรรมการเห็นพ้องต้องกันนะ ๑๙๘ ครับ ขออนุญาตที่ประชุมเริ่มขานใหม่ ๑๙๙ ถูกต้องนะครับ กรรมการยืนยันนะครับ มีปัญหา กรรมการ ๖ ท่านนี่หารือกันนะครับ เดี๋ยวมีคะแนนเกิน คะแนนขาดนี่ยุ่งอีก เชิญกรรมการสรุปครับ เชิญฝ่ายเลขานุการยืนยันครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๐. นายปกรณ์ จีนาคำ🔗

นายปกรณ์ จีนาคำ แม่ฮ่องสอน

นายอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๑. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร🔗

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สุรินทร์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๒. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

คุณอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๓. นายจเด็ศ จันทรา🔗

นายจเด็ศ จันทรา พิษณุโลก

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๔. นางปทิดา ตันติรัตนานนท์🔗

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๕. นายปรเมษฐ์ จินา🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

อนุทิน ชาญวีรกูลครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๖. นายปะดิธ สังขจาย🔗

นายปะดิธ สังขจาย พระนครศรีอยุธยา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๗. นายประภัตร โพธสุธน🔗

นายประภัตร โพธสุธน สุพรรณบุรี

อาจารย์เกษมครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๘. นางสาวประภา เฮงไพบูลย์🔗

นางสาวประภา เฮงไพบูลย์ กาฬสินธุ์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๙. นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ🔗

นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สุโขทัย

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๐. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช🔗

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

งดออกเสียงครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๑. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ชัยเกษมครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๒. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ🔗

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๓. นางประวีณ์นุช อินทปัญญา🔗

นางประวีณ์นุช อินทปัญญา แบบบัญชีรายชื่อ

ชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๔. นายประสาท ตันประเสริฐ🔗

นายประสาท ตันประเสริฐ นครสวรรค์

ท่านอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๕. นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์🔗

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๖. นางสาวละออง ติยะไพรัช🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช แบบบัญชีรายชื่อ

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๗. นายประเสริฐ บุญเรือง🔗

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๘. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทิน🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๙. นางสาวปรัชญาวรรณ ไชยสืบ🔗

นางสาวปรัชญาวรรณ ไชยสืบ จันทบุรี

อนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๐. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย🔗

นายปริญญา ฤกษ์หร่าย กำแพงเพชร

นายชัยเกษม🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๑. นายปรีดา บุญเพลิง🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๒. นายปรีติ เจริญศิลป์🔗

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เพื่อแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภา อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๓. นางสาวปวิตรา จิตตกิจ🔗

นางสาวปวิตรา จิตตกิจ กรุงเทพมหานคร

อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๔. นางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์🔗

นางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ นนทบุรี

อนุทิน🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๕. นายปารมี ไวจงเจริญ🔗

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๖. นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์🔗

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๗. นายปิยชาติ รุจิพรวศิน🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

คุณอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๘. นายปิยรัฐ จงเทพ🔗

นายปิยรัฐ จงเทพ กรุงเทพมหานคร

นายอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๙. นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข ๒๓๐. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช🔗

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เชียงราย

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๑. นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์🔗

นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สุรินทร์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๒. นายไผ่ ลิกค์🔗

นายไผ่ ลิกค์ กำแพงเพชร

ท่านอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๓. นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ🔗

นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ กรุงเทพมหานคร

๒๓๓ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๔. นายพงษ์มนู ทองหนัก🔗

นายพงษ์มนู ทองหนัก พิษณุโลก

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๕. นายพชร จันทรรวงทอง🔗

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๖. นายพนม โพธิ์แก้ว🔗

นายพนม โพธิ์แก้ว กาญจนบุรี

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๗. นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์🔗

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๘. นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน🔗

นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน บุรีรัมย์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๙. นายพรเทพ พูนศรีธนากูล🔗

นายพรเทพ พูนศรีธนากูล สุรินทร์

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๐. นายพรเทพ ศิริโรจนกุล🔗

นายพรเทพ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๑. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๒. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๓. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๔. นายพลากร พิมพะนิตย์🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๕. นายพัฒนา สัพโส🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ท่านอาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๖. นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน🔗

นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน สุราษฎร์ธานี

พันธ์ศักดิ์ สุราษฎร์ธานี เลือกอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๗. นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์🔗

นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ นครปฐม

คุณชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๘. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ🔗

นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๙. นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์🔗

นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมุทรปราการ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๐. นายพิชัย ชมภูพล🔗

นายพิชัย ชมภูพล สุราษฎร์ธานี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๒. นายพิทักษ์เดช เดชเดโช🔗

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

งดออกเสียง MOA จงบังเกิดเพี้ยง🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๔. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ🔗

นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สตูล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๕. นายพิพิธ รัตนรักษ์🔗

นายพิพิธ รัตนรักษ์ สุราษฎร์ธานี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๖. นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์🔗

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เพื่อการแก้ไข รัฐธรรมนูญและยุบสภา อนุทิน🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๗. นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร🔗

นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร อุบลราชธานี

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๘. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์🔗

นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ เพชรบูรณ์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๙. นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สรรหา

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๐. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล🔗

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๑. นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์🔗

นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๒. นายขจิตร ชัยนิคม🔗

นายขจิตร ชัยนิคม แบบบัญชีรายชื่อ

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๓. นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์🔗

นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ นครสวรรค์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๔. นายอนุชา บูรพชัยศรี🔗

นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๕. นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์🔗

นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

คุณอนุทิน ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๖. นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี🔗

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี แบบบัญชีรายชื่อ

คุณอนุทิน ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๗. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์🔗

นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ กำแพงเพชร

ท่านอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๘. นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู🔗

นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๙. นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร🔗

นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๐. นางสาวภคมน หนุนอนันต์🔗

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๑. นายภราดร ปริศนานันทกุล🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๒. นายภัณฑิล น่วมเจิม🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

อนุทิน🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๓. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์🔗

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ พิจิตร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๔. นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์🔗

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๕. นางสาวภัสริน รามวงศ์🔗

นางสาวภัสริน รามวงศ์ กรุงเทพมหานคร

อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๖. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๗. นายภาควัต ศรีสุรพล🔗

นายภาควัต ศรีสุรพล ขอนแก่น

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๘. นายภาณุ พรวัฒนา🔗

นายภาณุ พรวัฒนา อุดรธานี

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๙. นายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ🔗

นายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ ศรีสะเกษ

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๐. นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์🔗

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๑. นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ🔗

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๒. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา🔗

นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ชัยนาท

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๓. นางมนพร เจริญศรี🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๔. นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์🔗

นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ปทุมธานี

อาจายร์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๕. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๖. นายมานพ คีรีภูวดล🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๗. นายมานพ ศรีผึ้ง🔗

นายมานพ ศรีผึ้ง นครสวรรค์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๘. นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ🔗

นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ นครศรีธรรมราช

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๙. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

คนที่บินช่วยคนไม่ได้บินหนีคน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๐. นายยอดชาย พึ่งพร🔗

นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๑. ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ🔗

ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ นครศรีธรรมราช

(ไม่อยู่ในที่ประชุม)🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๒. นายยูนัยดี วาบา🔗

นายยูนัยดี วาบา ปัตตานี

งดออกเสียงครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๓. นายรชตะ ด่านกุลชัย🔗

นายรชตะ ด่านกุล นครราชสีมา

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๔. นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ🔗

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

อนุทินค่ะ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๕. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

อนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๖. นายรวี เล็กอุทัย🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

นายชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๗. นายรอมฎอน ปันจอร์🔗

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

คุณอนุทินครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๘. นางสาวรักชนก ศรีนอก🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๙. นายรังสรรค์ มณีรัตน์🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๐. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๐๑. นายรังสิมันต์ โรม🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๐๒. นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ🔗

นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ตาก

คุณอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๐๓. นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ🔗

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

อนุทินค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๐๔. นางรัชนี พลซื่อ🔗

นางรัชนี พลซื่อ ร้อยเอ็ด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๐๕. นายรัฐ คลังแสง🔗

นายรัฐ คลังแสง มหาสารคาม

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๐๖. นายราชิต สุดพุ่ม🔗

นายราชิต สุดพุ่ม นครศรีธรรมราช

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๐๗. นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์🔗

นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อุบลราชธานี

ท่านอนุทินค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๐๘. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี🔗

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล คนบุรีรัมย์ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๐๙. นายเรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์🔗

นายเรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ สุรินทร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๐. นายฤกษ์ อยู่ดี🔗

นายฤกษ์ อยู่ดี เพชรบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๑. นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร🔗

นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร มหาสารคาม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๒. นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ🔗

นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สุรินทร์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๓. นายธนพงศ์ ธนเดชากุล🔗

นายธนพงศ์ ธนเดชากุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๔. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล🔗

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

คุณอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๕. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๖. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗

นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

ท่านอนุทินค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๗. นายวรโชติ สุคนธ์ขจร🔗

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร เพชรบูรณ์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๘. นายวรท ศิริรักษ์🔗

นายวรท ศิริรักษ์ ชลบุรี

อนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๑๙. นายวรภพ วิริยะโรจน์🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๐. นายอรัญ พันธุมจินดา🔗

นายอรัญ พันธุมจินดา แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๑. นางสาววรรณวิภา ไม้สน🔗

นางสาววรรณวิภา ไม้สน แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทิน🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๒. นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์🔗

นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ ชลบุรี

คุณอนุทินค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๓. นายวรวงศ์ วรปัญญา🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๔. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๖. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๗. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์🔗

นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๘. นายวรายุทธ ทองสุข🔗

นายวรายุทธ ทองสุข จันทบุรี

นายอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๒๙. นายวราวุธ ศิลปอาชา🔗

นายวราวุธ ศิลปอาชา แบบบัญชีรายชื่อ

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๐. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ🔗

นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สระบุรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๑. นายวัชระ ยาวอหะซัน🔗

นายวัชระ ยาวอหะซัน นราธิวาส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๒. นายวัชระพล ขาวขำ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๓. นายวันนิวัติ สมบูรณ์🔗

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

แก้รัฐธรรมนูญจริง ไม่จกตา ยุบสภา ทันที ไม่ต้องรอ ๔ เดือน ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๔. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์🔗

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๕. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ

งดออกเสียงครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๖. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๗. นายวารุจ ศิริวัฒน์🔗

นายวารุจ ศิริวัฒน์ อุตรดิตถ์

นายชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๘. นายวิชัย สุดสวาสดิ์🔗

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๓๙. นายวิทยา แก้วภราดัย🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

งดออกเสียงครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๔๐. นายวิทวัส ติชะวาณิชย์🔗

นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก🔗

นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

คุณอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๔๒. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์🔗

นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ พิจิตร

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๔๓. นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์🔗

นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ ขอนแก่น

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๔๔. นายวิรัช พิมพะนิตย์🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๔๕. นายวิริยะ ทองผา🔗

นายวิริยะ ทองผา มุกดาหาร

นายอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๔๖. พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์🔗

พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๔๗. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๔๘. นางสาววิลดา อินฉัตร🔗

นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๔๙. นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์🔗

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๐. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๑. นายวีรนันท์ ฮวดศรี🔗

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

คุณ อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๒. นายวีรภัทร คันธะ🔗

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

นายอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๓. นายวีรวุธ รักเที่ยง🔗

นายวีรวุธ รักเที่ยง กรุงเทพมหานคร

อนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๔. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์🔗

นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ศรีสะเกษ

ท่าน ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๕. นายวุฒินันท์ บุญชู🔗

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๖. นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา🔗

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

อาจารย์ ชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๗. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร🔗

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

งดออกเสียงครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๘. นางสาวศนิวาร บัวบาน🔗

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทินค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๕๙. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๖๐. นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ🔗

นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เชียงใหม่

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๖๑. นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ๓๖๒. นายศักดิ์ ซารัมย์🔗

นายศักดิ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๖๓. นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ🔗

นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ฉะเชิงเทรา

อาจารย์ ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๖๔. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์🔗

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

ท่าน อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๖๕. นายศักดินัย นุ่มหนู🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๖๖. นางนันทนา สงฆ์ประชา🔗

นางนันทนา สงฆ์ประชา แบบบัญชีรายชื่อ

ท่าน อนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง🔗

นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สงขลา

งดออกเสียงครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๖๘. นายศาสตรา ศรีปาน🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ไม่แก้ ๑๑๒ หมวด ๑ หมวด ๒ ศาสตรา ศรีปาน เลือกท่าน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๖๙. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ท่าน ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๐. นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย🔗

นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๑. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๒. นายศิริโรจน์ ธนิกกุล🔗

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

นายอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๓. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์🔗

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ พิจิตร

ท่าน อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๔. นายศิวะ พงศ์ธีระดุลย์🔗

นายศิวะ พงศ์ธีระดุลย์ ชัยภูมิ

นายชัยเกษม🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๕. นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์🔗

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๖. นายศุภโชค ศรีสุขจร🔗

นายศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๗. นายศุภโชติ ไชยสัจ🔗

นายศุภโชติ ไชยสัจ แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๘. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์🔗

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

อนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๗๙. นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ🔗

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๘๐. นายษฐา ขาวขำ🔗

นายษฐา ขาวขำ นครศรีธรรมราช

นาย อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๘๑. นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ🔗

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

นายอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๓๘๒. นางสาวสกุณา สาระนันท์🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๘๓. นางสาวเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย🔗

นางสาวเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๘๔. นายสนอง เทพอักษรณรงค์🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๘๕. นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล🔗

นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล นครราชสีมา

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๘๖. นายสมเจตน์ แสงเจริญรัตน์🔗

นายสมเจตน์ แสงเจริญรัตน์ เลย

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๘๗. ว่าที่ร้อยตรีสมชาติ เตชถาวรเจริญ🔗

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

อนุทิน🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๘๘. นายสมดุลย์ อุตเจริญ🔗

นายสมดุลย์ อุตเจริญ เชียงใหม่

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๘๙. นายสมบัติ ยะสินธุ์🔗

นายสมบัติ ยะสินธุ์ แม่ฮ่องสอน

งดออกเสียงครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๐. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์🔗

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ชัยเกษมครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๑. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๒. นายสมยศ พลายด้วง🔗

นายสมยศ พลายด้วง สงขลา

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๓. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๔. นายสมศักดิ์ บุญประชม🔗

นายสมศักดิ์ บุญประชม อุบลราชธานี

พรรคไทยรวมพลัง คืนอำนาจ ให้กับประชาชนทันที เลือกอาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๕. นายสยาม เพ็งทอง🔗

นายสยาม เพ็งทอง บึงกาฬ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๖. นายสยาม หัตถสงเคราะห์🔗

นายสยาม หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลำภู

ท่านชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๗. นายสรชัด สุจิตต์🔗

นายสรชัด สุจิตต์ สุพรรณบุรี

นายชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๘. นายสรพัช ศรีปราชญ์🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

อนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๓๙๙. นายสรรพภัญญู ศิริไปล์🔗

นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ มหาสารคาม

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๐. นายสรรเพชญ บุญญามณี🔗

นายสรรเพชญ บุญญามณี สงขลา

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๑. นายสรวงศ์ เทียนทอง🔗

นายสรวงศ์ เทียนทอง สระแก้ว

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๒. นายสรวีย์ ศุภปณิตา🔗

นายสรวีย์ ศุภปณิตา ปทุมธานี

อนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๓. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร🔗

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ขอนแก่น

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๔. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๕. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๖. นางสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์🔗

นางสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ระยอง

เพื่อรัฐธรรมนูญธรรมนูญใหม่ ยุบสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๗. นายสหัสวัต คุ้มคง🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

อนุทิน🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๘. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๐๙. นายสังคม แดงโชติ🔗

นายสังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๐. นายสัญญา นิลสุพรรณ🔗

นายสัญญา นิลสุพรรณ นครสวรรค์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๑. นายสันต์ แซ่ตั้ง🔗

นายสันต์ แซ่ตั้ง ชุมพร

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๒. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ🔗

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๓. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๔. นายสาธิต ทวีผล🔗

นายสาธิต ทวีผล ลพบุรี

เพื่อแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภา ผมเลือก คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๕. นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส🔗

นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ปัตตานี

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๖. นายสิงหภณ ดีนาง🔗

นายสิงหภณ ดีนาง ขอนแก่น

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๗. นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข🔗

นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ลพบุรี

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๘. นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล🔗

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๑๙. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร🔗

พันโท สินธพ แก้วพิจิตร นครปฐม

งดออกเสียงครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๒๐. นายสิริน สงวนสิน🔗

นายสิริน สงวนสิน กรุงเทพมหานคร

คุณอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๒๑. นางสาวสิริลภัส กองตระการ🔗

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๒๒. นางสุขสมรวย วันทนียกุล🔗

นางสุขสมรวย วันทนียกุล อำนาจเจริญ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๒๓. นายสุชาติ ชมกลิ่น🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๒๔. นายเอกพร รักความสุข🔗

นายเอกพร รักความสุข แบบบัญชีรายชื่อ

ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๒๕. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ🔗

นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

งดออกเสียงค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๒๖. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๔๒๗. นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗

นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านอาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๒๘. นายก่อแก้ว พิกุลทอง🔗

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แบบบัญชีรายชื่อ

อาจารย์ชัยเกษมครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๒๙. นายสุทธิชัย จรูญเนตร🔗

นายสุทธิชัย จรูญเนตร อุบลราชธานี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๐. นายสุทิน คลังแสง🔗

นายสุทิน คลังแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๑. นายสุธรรม จริตงาม🔗

นายสุธรรม จริตงาม นครศรีธรรมราช

ท่านอนุทินคับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๒. นายสุธรรม แสงประทุม🔗

นายสุธรรม แสงประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๓. นายสุพล จุลใส🔗

นายสุพล จุลใส ชุมพร

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๔. นางสุพัชรี ธรรมเพชร🔗

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

งดออกเสียงค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๕. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทินค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๖. นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ🔗

นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ กรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๗. นางสาวสุภาพร กำเนิดผล🔗

นางสาวสุภาพร กำเนิดผล สงขลา

งดออกเสียงค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๘. นางสุภาพร สลับศรี🔗

นางสุภาพร สลับศรี ยโสธร

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๓๙. นายสุรเกียรติ เทียนทอง🔗

นายสุรเกียรติ เทียนทอง แบบบัญชีรายชื่อ

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๐. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

ท่านชัยเกษมครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๑. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๒. นายสุรทิน พิจารณ์🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

พี่น้องประชาชนให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๓. นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข🔗

นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข ขอนแก่น

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๔. พลตำรวจตรี สุรพล บุญมา🔗

พลตำรวจตรี สุรพล บุญมา นครนายก

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๕. นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์🔗

นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ นนทบุรี

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๖. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ🔗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๗. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล🔗

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล พระนครศรีอยุธยา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๘. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

งดออกเสียงครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๔๙. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย🔗

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอาจารย์เกษตรครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๐ นายสุไลมาน บือแนปีแน🔗

นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๑. นางอรอุมา บุญศิริ🔗

นางอรอุมา บุญศิริ บึงกาฬ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๒. นายเสมอกัน เที่ยงธรรม🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

นายชัยเกษมครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๓. นายมังกร ยนต์ตระกูล🔗

นายมังกร ยนต์ตระกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๔. นายโสภณ ซารัมย์🔗

นายโสภณ ซารัมย์ บุรีรัมย์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๕. นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร🔗

นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร อุดรธานี

ชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๖. นายหรั่ง ธุระพล🔗

นายหรั่ง ธุระพล อุดรธานี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๗. นายองค์การ ชัยบุตร🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๘. นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์🔗

นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ ขอนแก่น

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๕๙. นายองอาจ วงษ์ประยูร🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๐. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา🔗

นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา บุรีรัมย์

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๑. นายอดิศร เพียงเกษ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ชัยเกษม นิติสิริ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๒. นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์🔗

นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ อุดรธานี

หัวใจติดปีก ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๓. นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์🔗

นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๔. นายอนันต์ ผลอำนวย🔗

นายอนันต์ ผลอำนวย กำแพงเพชร

ท่านชัยเกษมครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๕. นายอนุชา นาคาศัย🔗

นายอนุชา นาคาศัย ชัยนาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๖. นายอนุชา สะสมทรัพย์🔗

นายอนุชา สะสมทรัพย์ นครปฐม

อาจารย์ชัยเกษมครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๗. นายอนุทิน ชาญวีรกุล🔗

นายอนุทิน ชาญวีรกูล แบบบัญชีรายชื่อ

งดออกเสียงครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๘ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ🔗

นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ร้อยเอ็ด

ชัยเกษมครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๖๙ นายอนุรัตน์ ตันบรรจง🔗

นายอนุรัตน์ ตันบรรจง พะเยา

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๗๐ นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

อนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๗๑ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๗๒ นายอภิชา เลิศพชรกมล🔗

นายอภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๗๓ จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล🔗

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

นายอนุทินงดออกเสียง แต่ผม ไม่งดครับ เลือกท่านอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๗๔ นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย🔗

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๗๖ นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล🔗

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล แบบบัญชีรายชื่อ

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๗๘ ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง ค่ะ🔗

ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชียงใหม่

อนุทินค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๗๙ นายอรรถกร สิทธิศิริลัทธยากร🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ฉะเชิงเทรา

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๘๐ นายอรรถพล ไตรศรี🔗

นายอรรถพล ไตรศรี พังงา

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๘๑ นายอรรถพล วงษ์ประยูร🔗

นายอรรถพล วงษ์ประยูร สระบุรี

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๘๒ นายอลงกต มณีกาศ🔗

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๘๓ นางอวยพรศรี เชาวลิต🔗

นางอวยพรศรี เชาวลิต นครศรีธรรมราช

งดออกเสียงค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๘๔ นายอัคร ทองใจสด🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

นายอนุทิน ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๘๕ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๘๖ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์🔗

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ กาญจนบุรี

นายชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๘๗ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ🔗

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

ท่านอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๘๘ นายอับดุลอายี สาแม็ง🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง (ยะลา)อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

๔๘๙ นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล🔗

นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล นครราชสีมา

ท่านชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๙๐ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย🔗

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

นายอนุทินครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๙๑ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ🔗

นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๙๒ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทยครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๙๓ นายอำนาจ วิลาวัลย์🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ หัวหน้า พรรคภูมิใจไทยครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๙๔ นายอิทธิพล ชลธราศิริ🔗

นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

นายอนุทิน ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๙๕ นายเอกธนัช อินทร์รอด🔗

นายเอกธนัช อินทร์รอด หนองคาย

อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๙๖ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์🔗

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๙๘ นายเอกราช อุดมอำนวย🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๔๙๙ นางสาวแอนศิริ วลัยกนก🔗

นางสาวแอนศิริ วลัยกนก กรุงเทพมหานคร

นายอนุทินค่ะ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

๕๐๐. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย🔗

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

ชัยเกษม นิติสิริ ครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ โดยผมขอความร่วมมือสมาชิกแสดงตน และออกเสียงลงคะแนนบริเวณที่จุดลงคะแนนด้านหน้าบัลลังก์ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ โดยออกเสียงลงคะแนนเริ่มจากจุดที่ ๑ ด้านซ้ายมือของผม จุดที่ ๒ ด้านขวามือของประธาน ครบทุกท่านนะครับ ขอให้สมาชิกกล่าวชื่อนามสกุลของตนเองก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ค้นหา รายชื่อในระบบเมื่อปรากฏชื่อบนหน้าจอแล้วจึงให้สมาชิกกล่าวออกเสียงลงคะแนนได้ สำหรับสมาชิกที่ได้ออกเสียงลงคะแนนไปแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข การออกเสียงลงคะแนนของตัวเองได้ ท่านใดที่ยังไม่ใช้สิทธิลงคะแนนอยู่ในห้องประชุม มีไหมครับ ถ้าอยู่ในห้องประชุมมาขานชื่อด้านหน้าที่เจ้าหน้าที่ยืนอยู่ มาด้านซ้ายมือของผม และด้านขวามือได้นะครับ ที่เจ้าหน้าที่จัดให้ เชิญครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

๓๖๑ อนุทินค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๖๑ อนุทิน มีไหมครับ ครบถ้วนนะครับ ถ้าไม่มี ออกเสียงลงคะแนนครบถ้วนแล้วนะครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน ต่อไปขอเชิญกรรมการตรวจคะแนนทั้ง ๖ ท่าน โปรดตรวจนับ คะแนนให้ถูกต้องตามจำนวนผู้มาใช้สิทธิให้คะแนนตรงกัน รอสักครู่ กรุณานั่งประจำที่ เวลาขานคะแนนท่านจะไม่ได้ยินนะครับ ใช้เวลารวบรวมคะแนนอีกไม่นาน อีกไม่นานคนไทย จะได้ทราบว่าบุคคลใดได้รับคะแนนเกินกว่ากึ่งหนึ่ง รอผลคะแนนอย่างเป็นทางการ จากกรรมการนับคะแนน ๖ ท่านนะครับ🔗

(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนได้ทำการตรวจนับคะแนนและเสนอผล ต่อประธาน)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่ประชุมครับ คะแนนอยู่ในมือผมแล้วนะครับ ผลการลงคะแนน ให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ในวันศุกร์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๘ อันดับ ๑ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้คะแนน ๓๑๑ คะแนน อันดับ ๒ นายชัยเกษม นิติสิริ ได้คะแนน ๑๕๒ คะแนน งดออกเสียง ๒๗ คะแนน มีผู้ลงคะแนนทั้งหมด ๔๙๐ ท่าน🔗

เป็นอันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ขอบคุณ กรรมการ ขอบคุณทุกท่านนะครับ ต่อไปครับ ตามที่พวกเราตกลงกันไว้ในการประชุม วาระพิเศษในวันที่ ๕ กันยายน หลังจากเลือกตั้งแต่งตั้งผู้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านปกรณ์วุฒิ เห็นยกมือ เชิญครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านครับ ข้อตกลงนะครับของทุกพรรคการเมืองจริง ๆ เป็นข้อตกลง ที่ตกลงกันมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการนัดหมายประชุมเป็นพิเศษตั้งแต่ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว แล้ววันนี้ก็ได้รับการยืนยันจากทุกพรรคการเมืองว่าเดี๋ยวเราจะมีการพิจารณาร่างกฎหมาย พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ แล้วก็ พ.ร.บ. ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ รวมถึง พ.ร.บ. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ขอให้ทุกพรรคการเมือง อยู่ร่วมกันนะครับ พวกเราพร้อมเป็นองค์ประชุมตลอดการประชุมในวันนี้เพื่อออกกฎหมาย ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใด ขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะขอประชุมตามระเบียบวาระเดิมครับ ต่อไปเป็นการพิจารณา🔗

เรื่องด่วน🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอดิศร เพียงเกษ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (นายเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และมีร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวเนื่องอยู่ ๒ ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับประกอบกิจการวิทยุและ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่น ความถี่และกำกับประกอบกิจการวิทยุและกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ซึ่งผมเห็นว่าสามารถรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาพร้อมกันได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีสมาชิกมี ความเห็นเป็นอย่างอื่น ขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบต่อไปครับ🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการ ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับ และ อนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อนที่จะประชุมจะลงมติในวาระที่หนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ นั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๗ และรับทราบข้อสังเกตและ ผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และมีมติให้ส่งคืนร่างพระราชบัญญัติพร้อมให้แจ้งข้อสังเกตและความเห็นของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังและ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ ดำเนินการทบทวนความเหมาะสมและประเมินผลสัมฤทธิ์ของร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวทั้ง ๒ ฉบับอย่างเป็นระบบ เสนอให้คณะรัฐมนตรีต่อไป รายละเอียดปรากฏตาม เอกสารที่จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗

ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) โดยร่างของนายเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็น และวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว🔗

สำหรับของนายศรัณย์ ทิมสุวรรณ กับคณะ เป็นร่างที่มีหลักการทำนอง เดียวกัน สำนักงานจึงไม่ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น โดยนำรายงานของร่างที่ได้ ดำเนินการรับฟังความเห็นแล้วประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการ การรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗

ต่อไปขอเชิญผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แถลงหลักการเหตุผล และขอเชิญผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการ กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ.... อภิปรายในประเด็นและข้อสังเกต และผลการพิจารณาที่คณะรัฐมนตรีส่งขึ้นมาในคราวเดียวกัน ขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรค ประชาชน ในฐานะผู้เสนอร่าง ขอสรุปสั้น ๆ สำหรับร่างองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เป็นการ แก้ไขให้ล้อไปกับร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ในเรื่องของวิทยุชุมชน ท่านประธานครับ เรื่องของวิทยุชุมชน พี่น้องประชาชนที่อยู่เป็น เครือข่ายทั่วประเทศเดือดร้อนมานานมากครับ แต่ว่าร่างในการแก้ไขดังกล่าวนี้มีหลักการ สำคัญอยู่เพียง ๕ ประเด็น เรื่องแรกก็คือเรื่องของการแก้ไขนิยามของการจัดสรรคลื่นความถี่ ให้สอดคล้องกัน ประเด็นที่ ๒ ก็คือเพิ่มเติมเรื่องของบทลงโทษแล้วก็กรณีของการใช้ หมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ เนื่องจากว่าป้องกันกรณีมีหมายเลขฉุกเฉินแล้วก็มีการ โทรกลั่นแกล้ง ซึ่งจะสอดคล้องกับหลักการถัดไปก็คือว่ามีการอนุญาตให้ กสทช. สามารถ ที่จะสั่งผู้รับใบอนุญาตในการใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ทั้งหมดประกาศเตือนภัยให้แก่ประชาชนกรณีเกิดเหตุสาธารณภัยระดับชาติ ซึ่งก็จะ เป็นเรื่องของการวางระบบป้องกันภัยในส่วนของภาคกิจการโทรทัศน์ กิจการวิทยุ และ กิจการโทรคมนาคม ซึ่งก็จะเกิดการสอดคล้องของกฎหมายทั้งระบบ และอีกหลักการหนึ่ง ก็คือ เรื่องของการกำหนดให้ กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการส่งเสริมวิทยุชุมชน ความพร้อม คุณสมบัติสมบัติต่าง ๆ ในการขอรับใบอนุญาต ดังนั้นผมคิดว่ากฎหมายองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่นี้จะเป็นหลักการสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับวิทยุชุมชนไปประการหนึ่ง และในขณะเดียวกันก็วางแผนรองรับเครือข่ายเรื่องของการเตือนภัยผ่านตั้งแต่กิจการ โทรคมนาคมระดับชาติที่เป็นใหญ่ลงไปถึงเครือข่ายวิทยุชุมชน ก็จะสอดคล้องต้องกัน เป็นกฎหมายเดียวกันทั้งระบบ ดังนั้นก็อยากให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันสนับสนุนร่างกฎหมาย ดังกล่าว พี่น้องวิทยุชุมชนทั่วประเทศรอฟังอยู่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนท่านดอกเตอร์อดิศร เพียงเกษ ร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยนายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร กับคณะ สืบเนื่องมาจากผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนมีรายได้ ไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการสถานี และบทกำหนดโทษทางปกครองที่กำหนดไว้มีอัตรา โทษสูง ไม่สอดคล้องและไม่เหมาะสมกับวิทยุภาคประชาชนและวิทยุบริการชุมชน หรือวิทยุ ที่มีกำลังส่งต่ำกว่า ๑ กิโลวัตต์ ที่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กมีรายได้น้อย รัศมีการส่ง กระจายเสียงไปในระยะใกล้ จึงสมควรกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชน สามารถมีรายได้จากการบริจาค การอุดหนุนสถานี หรือรายได้อื่นเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เพียงพอ ต่อการบริหารจัดการสถานี โดยไม่เน้นการแสวงหากำไร และกำหนดโทษทางปกครอง ที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนที่ส่งกระจายเสียงกำลังส่งไม่เกิน ๑ กิโลวัตต์ ให้ลงโทษปรับได้ไม่เกินวันละ ๑,๐๐๐ บาท คณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟัง ความคิดเห็นได้วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปสู่ภาคประชาชน ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นด้วยวิธีการ รับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาและประเด็นไปรับฟัง ความคิดเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง นอกจากนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นด้วยวิธีอื่น คือการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก ผู้ให้ความคิดเห็นร่างผ่าน Application Zoom Meeting โดยผลการรับฟังความคิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบ สรุปดังนี้🔗

ผลการรับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๙๙.๙๑ เปอร์เซ็นต์ กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ ชุมชนสามารถมีรายได้จากการบริจาค การอุดหนุนสถานี หรือรายได้อื่นเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เพียงพอต่อการบริหารจัดการสถานี โดยไม่เน้นการแสวงหากำไร และเห็นด้วยกับ การปรับลดบทลงโทษทางปกครอง ให้ลงโทษปรับไม่เกินวันละ ๑,๐๐๐ บาท🔗

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๐ รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าถึงวงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน การจัดให้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ ตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้เพื่อส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ด้วย ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ🔗

รัฐต้องจัดให้มีองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรับผิดชอบและกำกับการดำเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ให้เป็นไปตามวรรคสอง ในการนี้ องค์กรดังกล่าวต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันมิให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้บริโภค โดยไม่เป็นธรรมหรือสร้างภาระแก่ผู้บริโภคเกินความจำเป็น ป้องกันมิให้ใช้คลื่นความถี่ รบกวนกัน รวมตลอดทั้งป้องกันการกระทำที่มีผลต่อการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ หรือปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามความจริงของประชาชน และป้องกันมิให้ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่โดยไม่คำนึงถึงสิทธิของประชาชนทั่วไป รวมตลอดทั้งการกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำที่ผู้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่จะต้องดำเนินการ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ🔗

ประโยชน์ที่ประชาชนและสังคมจะได้รับ การแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จะทำให้ผู้รับ ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชน มีรายได้เพียงพอต่อการบริการจัดการสถานี ทำให้ ชุมชน สังคมได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นกลางและเป็นช่องทางในการสื่อสารของประชาชน ทั่วไป รวมถึงเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของชุมชน ภูมิปัญญาวิถีชีวิตและ อัตลักษณ์ของชุมชน เนื่องจากไม่มีการแสวงหากำไร อีกทั้งประชาชนอาจไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการหรือการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำให้สามารถประกอบกิจการที่ เป็นบริการสาธารณะได้🔗

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้กระผมจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้สมาชิกในสภานี้ พิจารณาแล้วเห็นชอบครับ กราบขอบคุณมากครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านศรัณย์ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และ กิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อที่จะให้การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่อง ของการหารายได้ของสถานีวิทยุขนาดเล็กสามารถมีการแก้ไข เพื่อให้วิทยุขนาดเล็กนั้น สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากในปัจจุบันนั้นปัญหาเหล่านี้ได้รับ การร้องเรียนมา แล้วก็เพื่อความสมบูรณ์ของกฎหมายที่จะแก้ จึงได้เสนอร่างกฎหมายนี้ ต่อที่ประชุมเพื่อให้เพื่อนสมาชิกให้ความเห็นชอบและพิจารณาลำดับต่อไปครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกได้อภิปรายครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองครับ จะต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานแบบนี้นะครับว่าในร่าง พระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น ไม่ว่าจะเป็นของท่านอดิศร ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านนิคม บุญวิเศษ เป็นผู้เสนอ แล้วก็ของท่านเอกราช อุดมอำนวย นั้น สภาเราเคยมีผู้อภิปรายกันหลากหลาย ให้ความเห็นถึงความสำคัญของ วิทยุชุมชนต่าง ๆ ไปแล้ว ก่อนที่ทางคณะรัฐมนตรีจะขอรับไปศึกษาก่อนที่จะรับหลักการครับ ฉะนั้นผมคิดว่าในเมื่อเรามีการอภิปรายไปแล้ว แล้วก็กรณีของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ ที่มีท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เสนอเมื่อสักครู่ แล้วก็ท่านเอกราช อุดมอำนวย เสนอไปก่อนหน้านี้นั้น ก็มีเนื้อหาที่ต้องเกี่ยวพัน สัมพันธ์กันครับฉะนั้นด้วยเหตุดังกล่าว ผมคิดว่าวันนี้เพื่อให้เราเดินหน้าเข้าสู่กฎหมายอาสาสมัครสาธารณสุขระดับหมู่บ้านหรือ อสม. ซึ่งจะต้องมีการพิจารณากันต่อเนื่อง พวกผมคิดว่าในขั้นรับหลักการ เราเห็นตรงกันครับ ก็เลยอาจจะไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม และในขณะเดียวกัน ถ้าสภาแห่งนี้รับ หลักการ ผมเองในฐานะที่เป็นว่าที่กรรมาธิการในกฎหมายฉบับนี้ก็จะรวบรวมความคิดเห็น เดิมที่เพื่อนสมาชิกได้เคยอภิปรายไปก่อนหน้านี้ในเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา เอาไป ประกอบการพิจารณาอยู่แล้วครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่าไม่มีเหตุจำเป็น เพิ่มเติมที่จะอภิปราย เพราะว่าเราตระหนักเห็นตรงกันแล้วก็น่าจะเข้าสู่กระบวนการในการ ลงมติรับหรือไม่รับหลักการ หากรับก็จะเข้าสู่ขั้นตอนกรรมาธิการต่อไป กราบขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านอื่นอีกไหมครับ ถ้าไม่มีนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมมีไปลงนามเมื่อสักครู่นี้เองครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ก่อนอื่นก็ขออนุญาตแสดงความยินดีกับ ท่านว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ครับ พรรคเพื่อไทยก็จะยังคงทำหน้าที่ต่อไปตามหน้าที่ที่เรา ได้รับมอบหมายจากประชาชนครับ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องของวิทยุชุมชน เป็นองค์กรที่ทำเพื่อ ประโยชน์ของประชาชนและชุมชน กำลังส่งไม่ได้กว้างเหมือนกับสถานีวิทยุโทรทัศน์ทั่วไป แต่ก็ดำเนินการมารับใช้ประชาชนตามชุมชนอยู่เป็นเวลานานแล้วก็ได้ผลดี แต่เป็นที่ น่าเสียดายที่กฎหมายของเราเหมือนกับเป็นการทำการคุมกำเนิด หรือทำให้วิทยุชุมชน ไม่สามารถที่จะเป็นองค์กรที่อยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร การที่มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้จะทำให้วิทยุชุมชนสามารถที่จะอยู่และแข่งขันได้ โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่ปัจจุบันนี้มีระบบอินเตอร์เน็ต มีระบบการสื่อสารไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊กก็ดี จะเป็น YouTube ก็ดี หรือจะเป็นวิธีการ TikTok ก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคู่แข่งของวิทยุชุมชนทั้งสิ้น ถ้าหากว่าเรายังจำกัดหรือคุมกำเนิดวิทยุชุมชนอยู่ อีกหน่อยวิทยุชุมชนก็คงจะไม่สามารถที่จะดำรงฐานะ และสามารถที่จะรับใช้พี่น้อง ประชาชนที่อยู่ตามชุมชนในต่างจังหวัดได้ ผมจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มีการพิจารณา ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เพื่อที่วิทยุชุมชนจะสามารถมีรายได้มาหล่อเลี้ยงการดำเนิน กิจการเพื่อรับใช้สังคมได้ต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบแล้ว ท่านสมาชิกครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่งนะครับ ก่อนที่จะลงมติ ผู้เสนออภิปรายสรุปไหมครับ ถ้าไม่มีจะได้ดำเนินการต่อไปครับ ต่อไป เป็นการลงมติรับหลักการวาระที่หนึ่ง จะนำร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการทำนองเดียวกัน มาลงมติรวมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม และเสนอคณะกรรมาธิการตามลำดับดังนี้ ๑. ร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับ ที่เสนอโดย นายอดิศร เพียงเกษ กับคณะ และนายเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ ๒. ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับ ที่เสนอโดย นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ กับคณะ และ นายเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ🔗

ต่อไปการลงมติในวาระที่หนึ่งว่าจะรับหลักการหรือไม่รับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาด้านในครับ เราตกลงกันแล้วจะมีประชุมต่ออีก ๒-๓ ฉบับ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใด ยังไม่แสดงตนครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตน เริ่มต้นใช้การลงมติตามปกติครับ เชิญครับ🔗

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

๔๑๘ แสดงตนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๑๘ แสดงตนนะครับ🔗

นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ศรีสะเกษ

๑๙๑ แสดงตนค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๙๑ แสดงตนนะครับ ท่านที่กำลังเข้ามาแวะเสียบบัตรตรงนั้นก็ได้ครับ🔗

นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๒๗ แสดงตนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๒๗ แสดงตนนะครับ แสดงตนครบถ้วนแล้วนะครับ ไม่มีท่านใดขัดข้องผมขอปิดการแสดงตน แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๔ ท่าน บวกอีก ๓ ท่าน เป็น ๓๖๗ ท่าน🔗

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่ตอนแสดงตนเรา ๓๖๐ กว่า ๆ ซึ่งจริง ๆ เพื่อนเราอยู่เยอะนะครับ ผมเชื่อมั่นว่าอีกเยอะเลยครับ เข้าใจว่าอาจจะเป็นเรื่อง การประสานงานหลายคนนั่งนาน ๆ เข้าห้องน้ำ ห้องท่าต่าง ๆ จะรบกวนท่านประธาน อย่าเพิ่งปิดการการลงมติ รอสักนิดหนึ่งนะครับ ตัวเลขของเราวันนี้ทำงานกันมาทั้งวัน ก็จะได้สูงตามจำนวนที่เพื่อน ๆ อยู่กันทั้งหมดจริง ๆ ซึ่งทุกพรรครับปากกับเรา เดินหน้าไป พร้อมกันทุกพรรคครับ ขอความกรุณาท่านประธานรออีกสักนิดหนึ่ง แต่ถ้ามากกว่านิดหนึ่ง นานหน่อยก็ยินดีนะครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ครบถ้วนแล้วนะครับ ถ้าสมาชิกออกเสียง ลงคะแนนครบถ้วนแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๘๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๙ ท่าน ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียงไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน🔗

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับนะครับ🔗

นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขอบันทึกไว้หน่อยครับ ๐๖๘ ลงว่าเห็นด้วยครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บันทึกไว้ นะครับ🔗

นางทิพา ปวีณาเสถียร ลำปาง

ท่านประธานคะ ฝากบันทึกด้วยค่ะ ๑๕๒ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ด้วยนะครับ🔗

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ ๐๒๒ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เจ้าหน้าที่บันทึกไว้นะครับ ต่อไปนะครับ เมื่อสภารับหลักการทั้ง ๒ ฉบับแล้ว ขอเชิญเสนอกรรมาธิการครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ จำนวนกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้เสนอ ๓๑ ท่านครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มี ที่ประชุมเห็นชอบให้มีกรรมาธิการ วิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน สัดส่วน กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒๔ ท่าน ขอเชิญสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นางสาวสมพร อมรชัยนพคุณ ๒. นางสาวพรพักตร์ สถิตเวโรจน์ ๓. นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ๔. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ๕. นางสาวพรพิมล อุ่นไพร ๖. นายสมคิด เชื้อคง ๗. นายจักรพรรณ พลอยพานิช ขอบคุณค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปสัดส่วนของพรรคการเมืองนะครับ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน และ พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ก่อนที่จะเสนอนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาของประเทศญี่ปุ่น จำนวน ๑๒ ท่าน เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไป เชิญพรรคประชาชนเสนอครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ขอเสนอรายชื่อสัดส่วน ของพรรคประชาชนในคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการ กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะคะ ๑. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒. นายเอกราช อุดมอำนวย ๓. นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ๔. นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ๕. นายจักรพันธ์ กมุทโยธิน ๖. นายพีระพันธุ์ ดวงประทุม ๗. นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมุกดาหาร ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการสัดส่วนพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ๒. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ๓. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๔. นายธีระชัย แสนแก้ว ๕. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา ๖. นายนครธรรม ประเสริฐศิลป์ และ ๗. นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปครับ พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านเชิญครับ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ๑. นายมัจนุดดีน อูมา ๒. นายมาปาริ อาแวกือจิ ๓. ดอกเตอร์ธีราทัต จงนภาศิริกูร ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ Welcome Member of Japan Parliament ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน ท่านแรก นางสาวพัชรนันท์ โกศลสมบัตินนท์ ท่านที่ ๒ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สิริภิญญ์ อินทรประเสริฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ🔗

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่นางสาวธนวรรณ เกษเมธีการุณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน ก็คือนายยูนัยดี วาบา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่านครับ🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน ดังนี้ ศาสตราจารย์พิเศษณัฐกฤตย์ ณ ชุมพร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อ นายไพศาล ชโนวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่านครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน โดยขอเสนอ นายสูฮัยมี ลือแบซา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ครบถ้วนนะครับ เชิญท่านเลขาธิการได้ทบทวนรายชื่อครับ อ่านรายชื่อ อีกครั้งหนึ่งครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ๑. นางสาวสมพร อมรชัยนพคุณ ๒. นางสาวพรพักตร์ สถิตเวโรจน์ ๓. นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ๔. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ๕. นางสาวพรพิมล อุ่นไพร ๖. นายสมคิด เชื้อคง ๗. นายจักรพรรณ พลอยพานิชย์ ๘. นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ๙. นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ๑๐. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๑. นายเอกราช อุดมอำนวย ๑๒. นายจักรพันธุ์ กมุทโยธิน ๑๓. นายพีระพันธุ์ ดวงประทุม ๑๔. นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ๑๕. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ๑๖.นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ๑๗. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ๑๘. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๑๙. นายธีระชัย แสนแก้ว ๒๐. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา ๒๑. นายนครธรรม ประเสริฐศิลป์ ๒๒. นายนัจมุดดีน อูมา ๒๓. นายมะปาริ อาแวกือจิ ๒๔. นายธีราทัต จงนภาศิริกูร ๒๕. นางสาวพัชรนันท์ โกศลสมบัตินนท์ ๒๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สิริภิญญ์ อินทรประเสริฐ ๒๗. นางสาวธนวรรณ เกษเมธีการุณ ๒๘. นายยูนัยดี วาบา ๒๙.ศาสตราจารย์พิเศษณัฐกฤตย์ ณ ชุมพร ๓๐. นายไพศาล ชโนวรรณ ๓๑. นายสูฮัยมี ลือแบซา🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีพรรคใดแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อหรือไม่ครับ ไม่มีเอาตามรายชื่อที่เสนอนะครับ ต่อไปครับ กำหนดการแปรญัตติครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย เสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกเสนอ ๑๕ วัน มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ที่ประชุมเห็นชอบ ให้มีการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่สภารับหลักการนะครับ เนื่องจากมีการรับ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ ดังนั้นขอเชิญท่านสมาชิกเสนอว่าจะใช้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สองตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม ขอเชิญครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคประชาชนครับ ขอเสนอร่าง พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ นายอดิศร เพียงเกษ เป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบใช้ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดย นายอดิศร เพียงเกษ เป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ🔗

ต่อไปเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งว่าจะรับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุมนะครับ ใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตน ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกขอเชิญ ขอความกรุณามาใช้สิทธิแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีไหมครับ ท่านใดที่บัตรขัดข้องใช้สิทธิแสดงตนไม่ได้ ท่านที่อยู่ด้านนอกขอความกรุณานะครับ ท่านที่เข้ามาแล้วใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

๒๔๓ แสดงตนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๔๓ แสดงตนนะครับ ท่านใดขัดข้องครับ เมื่อไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้อง แสดงตนครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๓๖๔ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๖๕ ท่าน🔗

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับ หลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญทุกท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใด ขัดข้องมีไหมครับ ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครบถ้วนแล้วนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดขัดข้อง ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๓๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่านนะครับ🔗

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับ การแต่งตั้งกรรมาธิการครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่าน แล้วก็ให้ใช้ชุดเดียวกันกับ พ.ร.บ. ฉบับเมื่อครู่นี้ที่พิจารณาไปครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่าน สมาชิกเสนอใช้กรรมาธิการชุดเดียวกันนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มี ที่ประชุมเห็นชอบให้กรรมาธิการชุดเดียวกันกับเมื่อก่อนหน้านั้นนะครับ ขอบคุณมากครับ กำหนดเวลาการแปรญัตติกี่วันครับ เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย เสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้เสนอ คำแปรญัตติ ๑๕ วัน มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ที่ประชุมเห็นชอบกำหนด ระยะเวลาการแปรญัตติ ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่สภารับหลักการนะครับ เนื่องจากมีการรับ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ ดังนั้นขอเชิญท่านสมาชิกเสนอว่าจะใช้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสอง ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอร่างของท่านเอกราช อุดมอำนวย เป็นร่างหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่ประชุม เสนอร่างของท่านเอกราช อุดมอำนวย เป็นหลักในการพิจารณานะครับ มีท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ เป็นอันจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในวาระที่หนึ่ง ขอบคุณมากครับ เรื่องด่วนที่ ๒-๔ เราได้พิจารณารวมกันในเรื่องด่วนที่ ๑ แล้วนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗

- ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕)🔗

เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๖ ฉบับ ได้แก่🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... (นายสรวงศ์ เทียนทอง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... (นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๓. ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... (นางสุพัชรี ธรรมเพชร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๔. ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... (นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๕. ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... (นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๖. ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้า สุขภาพ พ.ศ.... (นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ซึ่งเสนอมาแล้วแต่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ ซึ่งผมเห็นว่าทั้ง ๗ ร่าง สามารถพิจารณารวมกันและลงมติรวมกันได้ แต่เนื่องจากร่างของนายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ กับคณะ และนางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ กับคณะ ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระตาม ข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุมต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระ การประชุม เว้นแต่ที่ประชุมลงมติเป็นอย่างอื่น ดังนั้น ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับ มาพิจารณารวมกันแล้วลงมติในวาระที่หนึ่งรวมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ข้อ ๒๘ และข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ สำหรับร่างที่ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระจะขอเชิญเจ้าหน้าที่แจกเอกสารเพื่อประกอบ การพิจารณาต่อไปครับ🔗

ด้วย คณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๑) และ (๒) โดยร่าง ของคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตามกฎหมายตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง ส่วนร่างของนายสรวงศ์ เทียนทอง กับคณะ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงาน ผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว สำหรับร่างของนางสุพัชรี ธรรมเพชร กับคณะ และร่างของนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู กับคณะ ร่างของนายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ กับคณะ และร่างของนางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ กับคณะ เป็นร่างที่มีหลักการทำนองเดียวกัน สำนักงานจึงไม่ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นอีก โดยนำรายงานของร่างที่ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นแล้วมาประกอบการพิจารณา ในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศ สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางให้ ท่านสมาชิกแล้ว ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุมนะครับ ๑. นายอดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ๒. นายสาโรจน์ ยอดประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ๓. นายจรัส รัชกุล ผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการ สุขภาพ กลุ่มสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นผู้ร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม ต่อไปขอเชิญแถลงหลักการ และเหตุผลตามลำดับ อันดับแรกขอเชิญคณะรัฐมนตรี เชิญครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบ ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๕ กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับ บริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง ซึ่งที่ผ่านมาระบบสาธารณสุขของ ประเทศไทยมีความเข้มแข็งเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับปฐมภูมิซึ่งมีหัวใจ สำคัญคืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนถึง ๑,๐๙๐,๑๖๓ คน ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ท่านเหล่านั้นได้อุทิศตนเป็นหมอ คนที่ ๑ ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด และเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน ด้วยจิตอาสามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-๑๙ ที่ผ่านมา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นกลไก ด่านหน้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการเฝ้าระวังและการป้องกันโรค รวมถึงการต่อสู้กับ โรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs ดีได้ด้วยกลไก อสม. ซึ่งเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ปีละกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ราย ทำให้เกิดต้นทุนแก่เศรษฐกิจไทยที่มีมูลค่าสูงถึง ๑.๖ ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น ร้อยละ ๙.๗ ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดยเริ่มจากการสร้างการรับรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินด้วยการนับคาร์บมากกว่า ๔๒,๕๒๓,๕๗๑ คน และประชาชนได้รับการคัดกรองสุขภาพจำนวนกว่า ๑๕,๘๙๗,๓๘๙ ล้านคน อันทำให้ สามารถค้นหากลุ่มเสี่ยงได้มากขึ้น ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง และสามารถลดการใช้ยา อันส่งผลให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในช่วงแรกได้ถึง ๘๒๓.๓๗ ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตามสถานะการดำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน ในปัจจุบันยังคงอยู่ภายใต้ระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอาจขาดความยั่งยืนและ หลักประกันที่มั่นคง รัฐบาลจึงเห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องยกระดับกลไก ที่สำคัญนี้ให้มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นคง สร้างขวัญและกำลังใจ และพัฒนากลไกการทำงานของ อสม. ให้เป็นระบบและยั่งยืนสืบไป🔗

หลักการสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเป็นการเฉพาะ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้🔗

ประการแรก เพื่อยกระดับสถานะและสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ อสม. โดยกำหนดคุณสมบัติ บทบาทหน้าที่ รวมทั้งกำหนดประเภทของ อสม. ไว้ ๓ ประเภท ได้แก่ อสม. ระดับหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพฯ และอาสาสมัครประเภทอื่นที่จะ ประกาศเพิ่มเติมในอนาคต🔗

ประการที่ ๒ เพื่อสร้างกลไกการกำกับดูแลและสนับสนุนเป็นระบบ โดยจัด ให้มีคณะกรรมการ ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ ระดับเขตสุขภาพและระดับจังหวัด ซึ่งรวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นเอกภาพ🔗

ประการที่ ๓ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจโดยกำหนดสิทธิประโยชน์และ สวัสดิการที่จำเป็นไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน อาทิ ค่าป่วยการ สิทธิในการรักษาพยาบาล และการสนับสนุนอื่น ๆ อันเป็นการตอบแทนคุณความดีและความเสียสละของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านทุกคน🔗

และประการสุดท้าย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของ อสม. อย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้ความสามารถที่ทันสมัยสามารถรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ🔗

ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องโดยตรงกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน โดยร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นกว่า ๓๔๖,๐๐๐ คน และในจำนวนนี้มีผู้เห็นด้วย ถึงกว่า ๓๐๘,๐๐๐ คน สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมและการยอมรับในหลักการของ กฎหมายฉบับนี้อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ในประเด็นด้านการเงิน การคลัง กระทรวงการคลัง ได้เห็นชอบในหลักการให้กิจการของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านสามารถเก็บรักษา รายได้ไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานและ จัดสวัสดิการแก่ อสม. ได้อย่างเต็มที่ อาทิรายได้จากการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วย โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นต้น🔗

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการมีกฎหมายฉบับนี้คือประชาชนจะได้รับ การดูแลสุขภาพในระดับชุมชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ประเทศจะมีระบบสาธารณสุข ปฐมภูมิที่มั่นคง สามารถรับมือกับภาวะวิกฤติด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันพี่น้อง อสม. ก็จะมีสถานะทางกฎหมายที่มั่นคง มีขวัญและกำลังใจในการ ปฏิบัติหน้าที่จากหลักประกันด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจน🔗

อย่างไรก็ตาม อสม. ไม่ควรมีข้อจำกัดเรื่องอายุ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก เป็น อสม. แล้ว ท่านจะเป็น อสม. ตลอดชีวิต สำหรับท่านที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ให้งด รับค่าป่วยการแต่ยังคงได้รับสิทธิในสวัสดิการด้านอื่น ๆ ครบถ้วน ดังนั้นการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงมิใช่เป็นเพียงการสร้างกฎหมายใหม่ แต่คือ การวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับระบบความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศในระยะยาว และ เป็นการแสดงความขอบคุณอย่างเป็นรูปธรรมต่อความทุ่มเทของพี่น้อง อสม. ทุกท่าน ในนามของคณะรัฐมนตรีกระผมจึงใคร่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพได้โปรดพิจารณา ให้ความเห็นชอบรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ฉบับนี้ เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน และเพื่อความมั่นคงทางสุขภาพของ ประเทศชาติต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปเป็นร่างของท่านสมาชิกร่างที่ ๒ ท่านสรวงศ์ เทียนทอง กับคณะ ท่านได้มอบหมายนายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย เสนอแทน อยู่ไหมครับ ขอเชิญ คุณหมอโอชิษฐ์ครับ🔗

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... แทน นายสรวงศ์ เทียนทอง และคณะ🔗

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และ มีเหตุผลเนื่องจากว่าการพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มี ประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพ และต้องส่งเสริม ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุขในชุมชน🔗

ดังนั้นสมควรส่งเสริมและสนับสนุนให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นประชาชนผู้มีจิตอาสาในชุมชนเป็นกำลังสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพของประชาชน ในชุมชนตามหลักการสาธารณสุขมูลฐาน โดยยกระดับทักษะและขีดความสามารถของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ให้ดำเนินการตามหลักการดังกล่าวได้สัมฤทธิ์ผล ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายประสานงานการบริหารกิจการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน และการดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพภายในชุมชนให้เป็นไปไปอย่างมีระบบ อันสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน กระผมจึงคิดว่ามีความจำเป็นที่จำเป็น จะต้องตราพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ฉบับนี้ขึ้น และขอให้พี่น้องและเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ฉบับนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปร่างลำดับที่ ๓ ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านอนุทินได้มอบหมายให้นายแพทย์อลงกต มณีกาศ เป็นผู้เสนอแทนครับ เชิญคุณหมออลงกตครับ🔗

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับผมได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรีให้มา นำเสนอร่างพระราชบัญญัติ อสม. ของพรรคภูมิใจไทย กราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่า ผมอ่านดูแล้ว ๖-๗ ร่าง หลักการและเหตุผลก็คล้าย ๆ กันหมด อสม. ทำงานมา ๔๐ กว่าปี ก่อนที่จะมี อสม. เป็น ผสส. ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ผสส. ในอดีตหรือว่าเป็น อสม. ในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีกฎหมายรองรับ สมควรอย่างยิ่งต้องตราพระราชบัญญัติเพื่อเป็นการช่วยพี่น้อง อสม. ที่ปฏิบัติงานอยู่ ซึ่งทุกวันนี้พี่น้อง อสม. ได้ปฏิบัติงานตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข เป็นระเบียบว่าด้วย อสม. ปี ๒๕๕๔🔗

หลักการของกฎหมายฉบับของภูมิใจไทย โดยหลักการให้มีกฎหมายว่าด้วย อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ซึ่งอย่างที่กราบเรียนเมื่อสักครู่ว่าในปัจจุบันนี้ยังไม่มี แต่ว่าใช้ระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข ปี ๒๕๕๔ แทน🔗

เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อคุ้มครอง ดูแลประชาชน และเป็นการพัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพให้กับ พี่น้องประชาชนได้รับการดูแล และบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้ ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องส่งเสริมสุขภาพตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้ อสม. เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของชุมชนตามหลักการของการสาธารณสุขมูลฐานของ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ เป็นการแบ่งเบางานบุคลากร ทางการแพทย์ แล้วก็ช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าถึงบริการของงานสาธารณสุขได้ สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยใช้ระบบ Telemedicine หรือว่าการแพทย์ทางไกลเข้ามาช่วยในการ ทำงาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งโดยส่วนตัวผมเองแล้วได้มีโอกาสไป เยี่ยมพี่น้อง อสม. เกือบทุก รพ.สต. ในเขตจังหวัดนครพนม ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านนายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม ท่านสาธารณสุขอำเภอ หลาย ๆ อำเภอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอเมืองนครพนม ผมไปเกือบทุก รพ.สต. ไปที่อำเภอ เรณูนคร ไปที่อำเภอธาตุพนม ไปนำเสนอร่างพระราชบัญญัติของ อสม. ของพรรคภูมิใจไทย ให้กับพี่น้อง อสม. ซึ่ง อสม. ได้ฟังร่างของพรรคภูมิใจไทยแล้วส่วนใหญ่ก็ชื่นชมแล้วก็เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของคุณสมบัติในด้านอายุ เพราะว่า อสม. หลาย ๆ ที่ หลาย ๆ แห่ง ไปอ่านบางร่างหรือไปอ่านที่นักวิชาการให้ความเห็นว่าถ้าเกิน ๖๐ ปี เกิน ๗๐ ปีแล้วจะให้ ปลดหรือให้ออกจาก อสม. ซึ่งเป็นการทำลายขวัญของพี่น้อง อสม. เป็นอย่างยิ่ง ในร่างของ ฉบับภูมิใจไทยนั้น คุณสมบัติในด้านอายุ คุณสมบัติอายุ อสม. จะเป็นอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป โดยไม่ได้กำหนดอายุสำหรับการพ้นจากหน้าที่ เพราะฉะนั้นแล้ว อสม. ที่เป็นตั้งแต่รุ่นแรก ๆ อสส. ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ อายุ ๖๐ กว่าปี บางท่าน ๗๐ ปี แต่ยังแข็งแรง ยังสามารถปฏิบัติงานได้ พรรคภูมิใจไทยเองยินดีที่จะสนับสนุน ยินดีที่จะส่งเสริมให้กับพี่น้อง อสม. เหล่านี้ได้ทำงาน ขณะเดียวกันพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มีเครื่องแบบให้กับ อสม. มีประดับเครื่องหมาย มีสัญลักษณ์ซึ่งผมก็จะมีความภาคภูมิใจในงานที่ตัวเองทำ รวมถึง อสม. ก็จะได้ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวของตระกูลของ อสม. ขณะเดียวกันสวัสดิการของ อสม. ในร่างพระราชบัญญัตินี้ก็ให้ทั้งตัว อสม. เองและครอบครัว อสม. เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยซึ่งไม่ต้องเสียค่ารักษา แล้วก็นอนห้องพิเศษฟรีทุกอย่าง ขณะเดียวกันร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังมีกองทุน อสม. ซึ่งกองทุนนี้ก็จะเป็นการ สนับสนุนการปฏิบัติงานของ อสม. ขณะเดียวกันการเพิ่มทักษะของ อสม. กฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ สสจ. ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการที่จะส่งเสริมการทำงาน ของ อสม. เพราะฉะนั้นแล้วทุกเรื่องที่ได้นำเสนอมา อสม. ส่วนใหญ่เห็นด้วย ขณะเดียวกัน เรื่อง อสม. อีกส่วนหนึ่งก็มีความอยากคงไว้ซึ่งเงินค่าป่วยการ จริง ๆ เงินค่าป่วยการไม่ใช่ เงินเดือน อสม. เริ่มใหม่ ๆ ปี ๒๕๒๒ ๔๐ กว่าปีก่อน ไม่มีเงินค่าป่วยการ ไม่มีเงินค่าทำงาน แต่ว่าเป็นงานจิตอาสา ได้รับการอบรมจากนักวิชาการ จากโรงพยาบาล จากสาธารณสุข อำเภอ อสม. ก็ทำงานได้ด้วยดีมาตลอด จนมาปี ๒๕๕๒ ยุคของรัฐบาลอภิสิทธิ์ในยุคนั้น มีการจ่ายค่าป่วยการเป็นครั้งแรกให้กับพี่น้อง อสม. เพื่อเป็นขวัญ เป็นกำลังใจเดือนละ ๖๐๐ บาท อย่างน้อยก็เป็นค่าน้ำมันรถ เป็นค่าออกงานออกการ ค่าทำงานต่าง ๆ จนปี ๒๕๖๑ ในรัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ ก็มีการปรับค่าป่วยการของ อสม. จาก ๖๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทนะครับ ในช่วงต้นปี ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ ตอนนั้นท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงต้นปี ท่านอนุทินก็ได้เสนอ ได้มติ ครม. ในการที่จะขึ้นเงินค่าป่วยการหรือค่าตอบแทน ให้กับ อสม. เป็น ๒,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ปี ๒๕๖๖ ก็เป็นขวัญ เป็นกำลังใจให้กับ พี่น้อง อสม. สิ่งนี้ก็เลยทำให้ อสม. ในหลาย ๆ บ้านมีการปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งในการ ช่วยเหลือ ป้องกัน ในการส่งเสริมไม่ให้พี่น้องประชาชนเจ็บไข้ได้ป่วย ก็อยากกราบเรียนกับ พี่น้อง อสม. ทุกท่านว่าพรรคภูมิใจไทยยินดีที่จะสนับสนุน ส่งเสริมทุกเรื่องในด้านสวัสดิการ ของ อสม. ท้ายนี้ก็กราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้โปรดช่วย สนับสนุน ได้โปรดช่วยส่งเสริมร่าง พ.ร.บ. ทุกฉบับของ อสม. ในครั้งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นฉบับที่ ๔ ของคุณสุพัชรี ธรรมเพชร และคณะ เชิญผู้เสนอร่างครับ🔗

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเสนอ หลักการและเหตุผล ดังนี้🔗

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน🔗

เหตุผล อย่างที่ท่านนายแพทย์อลงกต มณีกาศ ท่านได้นำเรียนทุกท่านไป แล้วว่าสมัยก่อนก็จะมีในเรื่องของ ผสส. เกิดขึ้นมา หลังจากนั้นก็จะมีในส่วนของปี ๒๕๓๕ ได้ยกระดับเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือว่า อสม. เพื่อให้มี อสม. ทั่วประเทศ ทุกหมู่บ้านที่จะดูแลพี่น้องประชาชน สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ท่านก็ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๓๖ กำหนดให้มีวัน อสม. แห่งชาติ ก็คือ ในวันที่ ๒๐ มีนาคมของทุกปี เพื่อที่จะสร้างขวัญและกำลังใจในการเสียสละ แล้วก็ส่งเสริม การทำงานของ อสม. ซึ่งเป็นงานของจิตอาสา แล้วก็เพิ่มภาระหน้าที่ให้กับพี่น้อง อสม. เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการดูแลป้องกันสุขภาพของพี่น้องประชาชนในระดับ ชุมชน อย่างที่กราบเรียนค่ะว่า อสม. ของเราก็คือเป็นหมอคนที่ ๑ ที่จะดูแลพี่น้องในชุมชน แล้วก็ส่งต่อผ่านไปยังหมอคนที่ ๒ ในระดับปฐมภูมิก็คือในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ประจำตำบล แล้วก็คุณหมอ ตามลำดับต่อไป เพื่อที่จะดูแลพี่น้องในชุมชนให้มีสุขภาพ ที่เข้มแข็ง แล้วก็แข็งแรงมากขึ้น🔗

ต่อมาก็คือในปี ๒๕๕๒ อย่างที่ท่านนายแพทย์อลงกตได้กราบเรียนไว้ ก็คือ ในสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้มีมติเห็นชอบให้มีการจ่าย ค่าป่วยการ อสม. เดือนละ ๖๐๐ บาท เป็นครั้งแรกตามนโยบายที่ประกาศไว้ แล้วก็ได้มีการ ปรับค่าป่วยการก็คือ ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๒,๐๐๐ บาทเป็นลำดับขึ้นมา ในสมัยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในสมัยนั้นดิฉันก็ทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในสมัยนั้น ที่จะดูแลพี่น้อง อสม. ให้ได้รับค่าป่วยการเป็นจำนวนเงิน ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือนด้วย แล้วก็ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้ยกระดับสถานีอนามัยทั่วประเทศขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ทั่วประเทศให้ได้ครบ ๒ ปี แล้วก็ได้มีการส่งเสริมให้ อสม. เข้ามีบทบาทสำคัญในการ ขับเคลื่อนในส่วนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล รวมถึงในการดูแลเรื่อง สวัสดิการต่าง ๆ มากขึ้นที่จะต่อยอดให้กับพี่น้อง อสม.🔗

ฉะนั้นดิฉันเห็นว่าวันนี้ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ของพี่น้อง อสม. ไม่ว่า จะเป็นในเรื่องของค่าตอบแทนก็ดี ค่าป่วยการก็ดี แล้วก็ในเรื่องของสิทธิในการช่วยเหลือ ในการรักษาพยาบาล แล้วก็ค่าห้องพิเศษ ค่าอาหารพิเศษสำหรับพี่น้อง อสม. ในส่วน ร่างพระราชบัญญัติของดิฉันก็จะเพิ่มในส่วนของบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือ โดยพฤตินัยไปด้วย เพราะว่าดิฉันได้ลงพื้นที่ไปยังพี่น้อง อสม. เกือบทุกจังหวัดในตอนที่เป็น ผู้ช่วยเลขานุการ ท่านก็ได้ร้องขอดิฉันในเรื่องของสิทธิประโยชน์ในเรื่องของบิดามารดาด้วย เพราะว่าในส่วนนี้ ในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะดูแลในส่วนของให้กับพ่อแม่ของพี่น้อง อส ม. ซึ่งไม่สามารถที่จะมีเงินที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ได้ ฉะนั้นวันนี้พี่น้อง อสม. ทั้งสิ้น ๑,๐๙๑,๑๖๓ คนทั่วประเทศ เขาก็ได้เฝ้ารอ ให้มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นมาได้ ดิฉัน จึงขอเรียกร้องให้ท่านสมาชิกทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ ได้ร่วมกันลงมติ เพื่อที่จะให้ร่างฉบับนี้ผ่าน เข้ามา แล้วก็สามารถที่จะได้ให้กับพี่น้อง อสม. ได้ใช้โดยเร็วที่สุด ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายไชยา พรหมา รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ครับ ต่อไปเป็นผู้เสนอร่างฉบับที่ ๕ ครับ ท่านศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เชิญครับ🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันขอเสนอร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ค่ะ🔗

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน🔗

โดยมีเหตุผลประการแรก ประเทศ ไทยได้พัฒนาระบบสุขภาพที่เน้น การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง แต่เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม รัฐจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม. ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการทำงานด้านสุขภาพในระดับรากหญ้า🔗

ประการที่ ๒ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เป็นบุคลากรจิตอาสา ที่เสียสละช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในชุมชน ทั้งด้านความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม และป้องกันโรค การประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขและการสร้าง ความตื่นตัวด้านสุขภาพแก่ชุมชน ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงมุ่งยกระดับบทบาท อสม. ให้มีสถานะทางกฎหมายที่มั่นคง พร้อมทั้งคุ้มครองสิทธิ สวัสดิการและศักดิ์ศรีความเป็น อาสาสมัคร และครอบครัวของพวกเขาอย่างมั่นคงและเข้มแข็ง🔗

ประการที่ ๓ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังวางกลไกการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง โดยจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในทุกระดับ พร้อมกำหนดให้มีอำนาจ หน้าที่ที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินการตรวจสอบ กำกับและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงานอาสาสมัครสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ🔗

ประการที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและการสร้างระบบสุขภาพที่สมดุล ทั้งด้านกาย จิตใจ สังคมและปัญญา เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืน ดังนั้นพรรครวมไทยสร้างชาติ เห็นสมควรอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเรา ควรมีกฎหมายว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อยืนยันบทบาทของ อสม. ในฐานะ ด่านหน้าของระบบสุขภาพชุมชนและเป็นการสร้างหลักประกันว่าประชาชนทุกคน จะได้ ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง มั่นคงและมีคุณภาพ ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมา พรรครวมไทยสร้างชาติจึงขอความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ฉบับนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นฉบับที่ ๖ ท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ครับ🔗

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ วันนี้กระผม ในนาม สส. ของพรรคกล้าธรรม รวมถึงพี่น้อง สส. ของพรรคกล้าธรรมมีความรู้สึกภาคภูมิใจ ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... กฎหมาย ฉบับนี้อาจจะดูเล็กแต่หัวใจของกฎหมายฉบับนี้มันยิ่งใหญ่ เพราะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ พี่น้อง อสม. กว่า ๑.๐๔ ล้านคนทั่วประเทศ ผู้ที่เป็นหมอคนแรกของพี่น้องประชาชน กว่า ๔๐ ปีที่ผ่านมา อสม. คือผู้ที่อาสามาดูแลสุขภาพของคนในชุมชน เขาไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พยาบาล เขาคือชาวบ้านธรรมดาที่ยอมสละเวลา สละแรงกายทำงานเพื่อชุมชนในวิกฤติ โควิด-๑๙ ที่ผ่านมาเราเห็นชัดว่าถ้าไม่มี อสม. ที่ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านคอยตรวจคัดกรอง แจกหน้ากาก ส่งน้ำส่งอาหาร ส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระบบรักษาระบบสาธารณสุขไทยคงล่มสลายไปแล้ว สิ่งที่น่าเศร้าแม้พวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญแต่กลับไม่ได้มีสถานะทางกฎหมายรองรับ มีเพียง ระเบียบกระทรวงเท่านั้น เพื่อนสมาชิกครับ วันนี้ประเทศไทยมีผู้สูงอายุประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด แล้วในปี ๒๕๗๓ ตัวเลขนี้อาจจะพุ่งขึ้นถึงประมาณสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น ๑ ใน ๓ ของคนทั้งประเทศ หรือการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับ สุดยอดหรือที่เขาเรียกว่า Super Aged Society ปัญหาสำคัญคือบุคลากรทางการแพทย์ ไม่เพียงพอ ประเทศไทยมีแพทย์เฉลี่ย ๐.๖ คนต่อประชากร ๑,๐๐๐ คน หรือประมาณ หมอ ๑ คน เทียบกับประชากรประมาณ ๑,๗๐๐ คน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานองค์กรอนามัยโลก ที่แนะนำว่าอย่างน้อยต้องมีหมอ ๑ รายต่อผู้ป่วย ๑,๐๐๐ คน ถามว่าบุคลากรเพียงเท่านี้ จะดูแลผู้สูงอายุจำนวนมากที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ไหวแน่นอนครับ ดังนั้นคำตอบที่แท้จริงในการเข้าไปช่วยแก้ปัญหาระบบสาธารณสุขไทยที่ขณะนี้กำลังอยู่ใน สภาวะตึงเครียดนั่นก็คือ อสม. พี่น้อง อสม. คือคนที่ทุกบ้านรู้จัก สามารถเข้าถึงผู้สูงอายุ ตรวจดูอาการเบื้องต้น ช่วยดูแลการกินยา รายงานต่อหมอเมื่อพบปัญหา อสม. จึงเป็น กองทัพสุขภาพแนวหน้าที่ระบบสาธารณสุขไทยขาดไม่ได้ เพื่อนสมาชิกครับ หากเรา ยกระดับขีดความสามารถ และศักยภาพของพี่น้อง อสม. ได้ ให้พวกเขามีความรู้ด้านสุขภาพ ที่ทันสมัย ให้พวกเขามีเครื่องมือและระบบสนับสนุนที่ดี ให้มีสิทธิและสวัสดิการที่มั่นคง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือพี่น้อง อสม. ก็จะสามารถดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้นนะครับ แล้วนี่ละคือกุญแจ สำคัญที่จะช่วยลดความตึงเครียด แบ่งเบาภาระของแพทย์และระบบสาธารณสุข ของประเทศไทย เพราะถ้า อสม. สามารถคัดกรองและแก้ปัญหาสุขภาพเบื้องต้นได้ตั้งแต่ ระดับชุมชน โรงพยาบาลก็จะมีภาระน้อยลง หมอและพยาบาลก็จะมีเวลาและมีทรัพยากร ไปดูแลผู้ป่วยที่เป็นเคสรุนแรง ระบบสุขภาพโดยรวมก็จะมีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพ มากขึ้น ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่กระผมในฐานะ สส. พรรคกล้าธรรมร่วมกับพี่น้อง สส. พรรคกล้าธรรม ๒๐ กว่าท่านได้ลงชื่อยื่นเสนอต่อสภา มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับ อสม. ให้มีกฎหมายรองรับจัดตั้งคณะกรรมการทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ ระดับเขตสุขภาพ ระดับจังหวัด และกรุงเทพมหานครเพื่อกำหนดนโยบาย และทิศทางในการพัฒนา กำหนดคุณสมบัติหน้าที่และมาตรฐานจริยธรรมของ อสม. กำหนด บทบาทให้ให้ชัดเจนว่า อสม. มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง จัดตั้งกองทุน อสม. ใช้เพื่อสวัสดิการ ค่าป่วยการ ค้าอบรมพัฒนาและกิจกรรมชุมชน รับรองสิทธิประโยชน์ เช่น ค่าป่วยการ รายเดือน สิทธิรักษาพยาบาลและสวัสดิการ สิทธิด้านการศึกษา รวมถึงสิทธิในการพัฒนา ตัวเอง สิทธิที่จะได้รับการยกย่องเกียรติบัตร สิทธิที่จะได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นต้น ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุในชนบทจะได้รับการดูแลที่ใกล้ชิด และต่อเนื่อง ๒. บุคลากรทางการแพทย์จะมีผู้ช่วยที่เข้มแข็ง ลดภาระและทำให้ระบบ สาธารณสุขมีประสิทธิภาพมากขึ้น ๓. อสม. ก็จะมีขวัญและกำลังใจในการทำงานทำหน้าที่ และได้รับการยกย่องสมกับความเสียสละ ๔. ประเทศไทยก็จะมีระบบสุขภาพชุมชนที่ เข้มแข็งสามารถเผชิญทั้งวิกฤติโรคระบาดและปัญหาสังคมสูงวัยได้อย่างมั่นคง เพื่อนสมาชิก ที่เคารพทุกท่านครับ นี่คือกฎหมายที่สะท้อนอุดมการณ์ของพรรคกล้าธรรมอย่างแท้จริงนั่นก็ คือความกล้าในการปฏิรูป และความเป็นธรรมต่อผู้เสียสละต่อชาติบ้านเมือง ผมขอเรียกร้อง ให้ที่ประชุมแห่งนี้ว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องยกสถานะของพี่น้อง อสม. ให้สูงกว่าที่เคยเป็น ให้พวกเขามีทั้งสิทธิ มีสวัสดิการและศักดิ์ศรีสมกับที่เป็นหมอคนแรกของประชาชน🔗

สุดท้ายครับ ผมขอให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ อาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พุทธศักราช .... ฉบับนี้เพื่อเป็นกฎหมายของแผ่นดิน ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นฉบับที่ ๗ ท่านกัลยพัชร รจิตโรจน์ ครับ🔗

นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ขออภิปรายเสนอ ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ของพรรคประชาชนค่ะ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เป็นกำลังสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน ที่ผ่านมาระบบสุขภาพยังไม่มีการเพิ่มพูน ความรู้ทักษะ อสม. อย่างเพียงพอ อสม. หลายพื้นที่ยังคงขาดการสนับสนุนงบประมาณ และเครื่องมือการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพอย่างทั่วถึง สิ่งสำคัญที่ร่างของ พรรคประชาชนแตกต่างจากร่างอื่นก็คือเราส่งเสริมพัฒนาบุคลากรดูแลสุขภาพในชุมชน ยกระดับให้เป็นแนวหน้าสุขภาพโดยจัดระบบจูงใจและระบบฝึกฝนอบรม อสม. ที่มีความ เชี่ยวชาญมากขึ้น ปฏิบัติหน้าที่สร้างเสริมสุขภาพอยู่กับชุมชนและสถานพยาบาลแบบ ปฐมภูมิที่ รพ.สต. เป็นหลัก เพื่อคัดกรองฟื้นฟูและดูแลสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศ อย่างประสิทธิภาพทั่วถึงและเท่าเทียม วัตถุประสงค์ของร่างฉบับนี้ค่ะ มีความจำเป็นที่ต้อง เพิ่มส่วนแนวหน้าสุขภาพในงานอาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพราะว่าคนทำงานรุ่นใหม่ รักความเป็นธรรมควบคู่ไปกับการทำประโยชน์เพื่อชุมชน งานดูแลสุขภาพในปัจจุบัน มีความซับซ้อนขึ้นต้องการทักษะเฉพาะทางมากขึ้นการกำหนดค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับ การลงทุนพัฒนาทักษะจึงมีความจำเป็นค่ะ ระบบสุขภาพปฐมภูมิใกล้บ้านจะเกิดขึ้น อย่างมีประสิทธิภาพได้จริงก็ต่อเมื่อมีหน่วยแบบ อสม. ที่ทำงานประสานงานกับ หน่วยสุขภาพปฐมภูมิไม่ว่าจะเป็นหน่วยบริการสุขภาพ รพ.สต. ทุติยภูมิ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาลชุมชนหน่วยบริการทางสังคม องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรวิชาชีพ ขณะเดียวกันก็ต้องการมาตรฐานการสนับสนุนทางวิชาการจากส่วนกลาง จากกระทรวงสาธารณสุขด้วยเช่นกันค่ะ แนวทางการแก้ไขของเราสรุปคร่าว ๆ ดังต่อไปนี้ เราได้มีการเพิ่มเติมแนวหน้าสุขภาพคืออาสาสมัตรที่ผ่านการพัฒนาความรู้ทักษะฝีมือ ที่จำเป็นสำหรับการดูแลสุขภาพชุมชน เราจัดตั้งคณะกรรมการเป็น ๒ ระดับค่ะ ควบคุมกำกับกิจการ อสม และแนวหน้าสุขภาพ ตามหน้าที่ ประกอบด้วยที่ส่วนกลาง ๒ คณะ คือ คณะกรรมการนโยบายและคณะกรรมการ ควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน คณะที่ ๓ จะอยู่ที่จังหวัดและเขตปกครองพิเศษ เช่น กทม. เรากำหนดให้คณะกรรมการนโยบาย อสม. มีสัดส่วนใกล้เคียงกับคณะกรรมการระบบ สุขภาพปฐมภูมิ เพื่อให้การดำเนินงานของ อสม. และแนวหน้าสุขภาพ สนับสนุนส่งเสริมการ ดูแลสุขภาพในชุมชนเป็นหลัก สนับสนุนการกระจายอำนาจโดยองค์กรท้องถิ่น และเป็นครั้ง แรกที่จะมีตัวแทนของ อสม. เข้าไปร่วมในคณะกรรมการระดับประเทศเพื่อมีส่วนร่วมในการ ออกแบบนโยบาย มาตรฐานหลักสูตรการเรียนรู้ การประเมินการปฏิบัติงาน เพื่อให้พันธกิจ ของ อสม. ตอบโจทย์การสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น เพราะไม่มีใครหรอกค่ะที่จะ เข้าใจปัญหาพื้นที่ได้ดีกว่าบุคลากรหน้างาน เรามีการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานและ สมรรถนะของ อสม. ด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์คัดเลือก การสร้างหลักสูตรการเรียนรู้อีกทั้ง ยังจัดให้มีการประเมินสมรรถนะทุก ๓ ปี สำหรับแนวหน้าสุขภาพเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ ต่อเนื่อง เรากำหนดให้กระทรวงสาธารณสุขกำหนดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเป็นขวัญและ กำลังใจให้ อสม. ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ อสม. เป็นบุคลากรกว่า ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน ที่มีความสำคัญในฐานะบุคลากรเครือข่ายสาธารณสุขที่อยู่ใกล้ตัวใกล้ใจ และเข้าถึงประชาชน มากที่สุด และด้วยสถานการณ์ปัจจุบันความสำคัญของแนวหน้าสุภาพจะยิ่งมีมากขึ้น อสม. จำเป็นต้องมีทักษะเพิ่มเติมตามสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นแนวหน้าผู้สูงอายุ แนวหน้าสุขภาพจิต แนวหน้ากายภาพบำบัด แนวหน้าการดูแลแบบประคับประคอง หรือระยะยาวที่เรียกว่า Long-term care และอื่น ๆ กลไกที่จะช่วยให้ อสม. และแนวหน้า ทำงานได้ดีขึ้นก็คือกลไกการอภิบาลระบบที่ออกแบบระดับประเทศ ๒ คณะ และระดับ จังหวัด/ท้องถิ่น ๑ คณะ คณะกรรมการต่าง ๆ มีกลไกทั้งการสนับสนุนส่งเสริม ประเมิน สมรรถนะและบริหารจัดการการปฏิบัติงานให้ อสม. ได้อย่างตรงจุด งบประมาณพัฒนา ศักยภาพ อสม. และแนวหน้าสุขภาพกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องมีงบเพียงพอในการดำเนินงาน แล้วก็มีเครื่องมือที่พร้อมเพื่อมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาทักษะฝีมือค่ะ นอกจากนั้น อสม. แนวหน้าสุขภาพจะมีส่วนร่วมในการพัฒนากิจการดูแลสุขภาพชุมชนร่วมกับคณะกรรมการ ต่าง ๆ พร้อมกับผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งเลือกตั้งมาจากประชาชนค่ะ เราจะให้นายก อบจ. เป็น ประธาน Board ของจังหวัดแทนสาธารณสุขจังหวัด สำหรับเพื่อน ๆ ที่จะมาอภิปรายต่อจากนี้ บางส่วนจะอภิปรายข้อจำกัดของระบบการบริหารแบบเดิม ซึ่งไม่ใช่ว่าแบบเดิมไม่ดีนะคะ แต่ว่าเป็นโอกาสที่จะปรับปรุงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป และจุดเด่นที่ร่างของเรามีต่างจากร่างอื่น หรือนโยบายที่จะแก้ไขข้อร้องเรียนที่พี่น้องส่งเสียงมามากมายไม่ว่าจะเป็นงบดำเนินงานที่มี ให้น้อย ภาระงานที่ไม่จำเป็นและมากเกินไป Application จำนวนมากที่ต้องกรอกหรือ ข้อกังวลต่าง ๆ ที่ อสม. ส่งเสียงสะท้อนจากหน้างานมาทั่วประเทศค่ะ วันนี้ดิฉันมีความยินดี เป็นอย่างยิ่งที่เกือบทุกพรรคร่วมยื่นร่าง พ.ร.บ. นี้เข้ามา แสดงว่าเราให้ความสำคัญกับ สุขภาพประชาชนในชุมชนไม่แตกต่างกันค่ะ และเป็นโอกาสอันดีที่ดิฉันและเพื่อน สส. พรรคประชาชนจะได้นำเสนอและรับฟังความคิดเห็นจากทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้เสนอ ทั้ง ๗ ร่าง ได้เสนอหลักการและเหตุผลครบทุกท่านแล้วนะครับ ต่อไปก็จะเชิญท่านสมาชิก ที่ได้ลงชื่อเพื่อจะอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ท่านแรกขอเชิญ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เรื่องร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ทั้ง ๗ ฉบับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้ร่วมอภิปรายในส่วนของ อสม. แล้วก็สภาพปัญหาโครงสร้าง ต่าง ๆ นะครับ ประเด็นที่ ๑ กราบเรียนท่านประธานนะครับ อสม. เราทั่วประเทศ ในขณะนี้ ประมาณ ๑,๐๙๐,๐๐๐ คน ก็เท่ากับว่าประชาชนร่วม ๆ ๗๐ ล้านคน ๑ คนต่อประมาณสัก ๖๘ คน ในการดูแล ๑ อสม. ดูแลประมาณ ๑๐ ครัวเรือน หรือ ๑๕ ครัวเรือน การที่เราจะ ทำให้ อสม. มีความเข้มแข็งในตัวเองเพื่อที่จะไปดูแลครอบครัวแล้วก็พี่น้องประชาชนนั้น เราต้องมีองค์ประกอบหลายเรื่องด้วยกัน เช่น ในเรื่องของการอบรม ในเรื่องขององค์ความรู้ ในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ แล้วก็ในเรื่องของงบประมาณ อุปกรณ์ในเรื่องของการใช้ด้วย🔗

ในส่วนของสวัสดิการและความมั่นคงในส่วนของรายรับภายใต้กฎหมายที่ รองรับได้อย่างชัดเจน ก็ต้องขอขอบคุณนะครับในอดีตเป็นผลงานของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ ในการที่จะ ตั้งเงินค่าตอบแทน อสม. ๒,๐๐๐ บาท ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ผมยังมีมุมมองในส่วน ของ อสม. ที่เป็นปัญหาที่จะต้องฝากให้กับทางกระทรวงสาธารณสุขก็ดี ในรัฐบาล แล้วก็ ในส่วนของคณะกรรมการในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ เรื่องสำคัญที่สุดคือเรามี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๒๕๐ มาตรา ๒๕๐ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ และอำนาจในการจัดทำบริการสาธารณะและกิจการสาธารณะ และ พ.ร.บ. ขั้นตอน แผนกระจายอำนาจ ฉบับปี ๒๕๔๒ เพื่อที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแล แต่ในขณะนี้ อสม. ยังสังกัดอยู่กับ สสจ. สสจ. เป็นผู้ดูแล เรามี อสม. ประมาณทั่วประเทศ ๔,๓๐๐ กว่าแห่ง วันนี้ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด อปท. ประมาณสัก ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เมื่อก่อน อสม. จะทำงานร่วมกับ รพ.สต. แต่ในขณะนี้ รพ.สต. ได้ไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบริหารงานแล้วก็การประชาสัมพันธ์ระหว่าง อสม. กับ รพ.สต. กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีความขัดแย้งกันหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบางจังหวัดที่มี การโอน รพ.สต. เต็มทั้งจังหวัด ก็มีหลายจังหวัดไม่ว่าสุพรรณบุรี ไม่ว่าจะเป็นปราจีนบุรี อีกหลายจังหวัดด้วยกัน การที่จะทำงานร่วมกันกับ อสม. ก็ค่อนข้างที่จะมีปัญหาในเรื่องของ การสั่งการหรือการทำงานร่วมกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าในร่างก็ควรที่จะต้องไปแก้ไข ว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. พัทยา และ กทม. นั้นจะต้องให้ตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปเป็นคณะกรรมการ ในระดับจังหวัด ในระดับเขต และระดับส่วนกลางด้วย เพื่อที่จะให้ได้รับทราบปัญหาว่า อสม. กับในส่วนของการกำกับดูแลในเรื่องของสวัสดิการในการจ่ายเงินนั้นหน่วยไหนเป็นผู้ดูแล ก็น่าสงสารนะครับ ผมคิดว่าวันนี้การถ่ายโอน รพ.สต. ไป อบจ. หลายจังหวัดทำหน้าที่ได้ดี ดูแลในเรื่องของโครงสร้าง ดูแลในเรื่องของตัวอาคาร ดูแลในเรื่องของเครื่องมือแล้วก็ สวัสดิการ ก็เป็นที่พอใจแล้วก็ทำให้ รพ.สต. มีความเข้มแข็งมาก ผมเห็นด้วยกับในเรื่องของ การออกกฎหมายมารองรับที่จะมาดูแลสวัสดิการในส่วนของ อสม. ทั้งล้านกว่าคน ไม่ว่า จะเป็นในเรื่องของการจัดอบรม ให้เครื่องไม้เครื่องมือ พาหนะก็จำเป็น แม้กระทั่งในเรื่องของ ตู้แดงที่หลายประเทศเขาทำ เราเรียกว่าเป็นตู้จ่ายยาในหมู่บ้าน เป็นตู้จ่ายยาที่เขาเรียกว่า Telemedicine ในเรื่องของการที่ชาวเขา ชาวบ้านในชนบทที่เขาป่วยกลางคืนไม่สามารถ ที่มาโรงพยาบาลได้ เราจะมีตู้อย่างนี้เข้าไปในชนบทแล้วก็ให้ อสม. ได้ดูแล มีการตรวจ สุขภาพกับหมอผ่านตู้ มีการ Video Call กัน แล้วก็มียาในตู้ด้วย สามารถที่จะไปกดแล้วก็ บริการเรื่องยาได้ในเวลาฉุกเฉินได้ ในส่วนของพาหนะไม่ว่าจะเป็นรถจักรยาน ไม่ว่าจะเป็น รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ลำบาก ผมคิดว่าส่วนนี้ถ้าเรามีการกระจายอำนาจไปให้องค์การ บริหารส่วนจังหวัดหรือเทศบาล เพื่อที่จะให้มีพาหนะ เพื่อที่จะให้ อสม. ได้ใช้เป็นส่วนของ กองกลาง ผมคิดว่าจะเชื่อมประสานกับ รพ.สต. ได้ดี เพราะฉะนั้นผมเสียดายโครงสร้างของ ทางราชการ เมื่อก่อนเป็นโครงสร้างเดียวกัน อสม. รพ.สต. สสจ. แต่ ณ วันนี้ก็มีการถ่ายโอน เพราะฉะนั้นข้อเสนออย่างนี้จังหวัดใดก็ตามที่ รพ.สต. โอนไปสมมุติว่า ๓๐ แห่ง ใน ๓๐ แห่งนั้น อสม. ที่อยู่ภายใต้สังกัด รพ.สต. นั้นก็ควรที่จะโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย มันก็จะไม่เหลื่อมล้ำในการบริหารจัดการกันที่ค่อนข้างที่จะลำบาก แต่สำหรับในส่วนของ อื่น ๆ นั้น ในเรื่องของ อสม. ที่ยังสังกัดขึ้นต่อ สสจ. ก็ให้คงไว้เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโครงสร้างส่วนนี้ในร่างกฎหมายทั้ง ๗ ฉบับยังไม่มี เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ ด้วยว่าในการแก้ไขหรือขอสงวนในเรื่องของการเพิ่มเติมกฎหมายก็ฝากส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่คิดว่าเป็นปัญหาปัจจุบันที่ อสม. สสจ. และ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นยังมี ความห่วงใย ผมคิดว่าถ้าเราทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ มีกฎหมายรองรับ ผมคิดว่าเป็นการพัฒนา ที่จะทำให้ อสม. ซึ่งเราถือว่าเป็นหมอคนแรก แล้วก็มีผลงานในสมัยโควิด ถือว่ามีชื่อเสียงดัง ไปทั่วโลก ผมสนับสนุนในเรื่องของร่างทั้ง ๗ ฉบับ โดยเฉพาะร่างของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ เป็นผู้เสนอ ในรายละเอียดส่วนนี้ที่ยังขาดก็ขอให้เพิ่มเติมตามสภาพปัญหาที่มีอยู่ ในปัจจุบันด้วย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมขอปิดการลงชื่อที่จะอภิปรายนะครับ เนื่องจากว่ามีผู้อภิปรายจำนวนมาก เนื่องจากว่า เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ แล้วก็เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนชาว อสม. ผมจะ ปรึกษาหารืออย่างนี้ได้ไหมครับว่า ตอนนี้มีลงชื่อเกือบ ๓๐ ท่าน ก็ต้องใช้เวลากันพอสมควร ขอปรับเวลาเหลือให้คนละ ๕ นาทีได้ไหมครับ ขัดข้องไหมครับ จะได้อภิปรายกันทุกคน อย่างนั้นขอยึดตามนี้ ขอบคุณนะครับ ต่อไปอีก ๒ ท่านแล้วก็จะขออนุญาตสลับไปทาง พรรคเพื่อไทยนะครับ หลังจากท่านณัฐวุฒิ ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ แล้วก็ขอสลับไปทาง พรรคเพื่อไทยนะครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ถ้าเวลาเกิน เล็กน้อยก็ต้องขอประทานโทษท่านประธานนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งแน่นอนครับว่ามีถึง ๗ ร่างด้วยกัน แล้วก็ในร่างของ พรรคประชาชนนั้นมีคำสำคัญที่เป็นหนึ่งใน Key word ที่เพิ่มขึ้นมาก็คือคำว่า และแนวหน้า สุขภาพ ท่านประธานครับ ถ้าเราย้อนไปดูท่านสมาชิกที่ไม่เข้าใจท่านอาจจะงงว่าเอ๊ะ กฎหมายฉบับนี้เป็นการแก้ไขหรืออย่างไร จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มี ในลักษณะของความเป็นกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ เรื่องของ อสม. นั้นอยู่ในระเบียบ เป็นระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ล่าสุด ก็คือปี ๒๕๕๔ แต่ถ้าย้อนความย้อนกลับไปไกลกว่านั้นเราจะพบว่าการก่อกำเนิดของ อสม. ในประเทศไทยนั้นมีรากฐานที่ยาวนาน ว่ากันโดยทฤษฎีกล่าวกันโดยสรุปทั่วโลกเห็นตรงกันว่า ถ้าจะพิจารณาแล้วว่า อสม. นั้นควรมีบทบาทอย่างไร เพราะเขาอยู่หน้างานที่สุด เป็นระบบ สุขภาพขั้นปฐมภูมิที่สุดนั้นเขาก็บอกกันว่าจะต้องมีอย่างน้อยถึง ๔ บทบาทด้วยกัน บทบาท ประการที่ ๑ คือในการส่งเสริมสุขภาพครับ บทบาทประการที่ ๒ คือการเฝ้าระวัง การป้องกัน การควบคุมโรค บทบาทประการที่ ๓ คือสร้างระบบการรักษาพยาบาลอย่างง่าย และก็บทบาทประการที่ ๔ คือ เรื่องของการมีส่วนในการฟื้นฟูสุขภาพ หรือสภาพของผู้ป่วย ที่อยู่ในพื้นที่ของทั้งชุมชนและสังคมในระบบบริบทของพื้นที่ที่ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น เรามีการลงรายละเอียดหลักเกณฑ์ว่า อสม. ต้องมีบทบาท หน้าที่อย่างไร แต่เราพบว่าการยกระดับในรอบนี้นั้นจะเป็นการจัดระบบใหม่ ซึ่งผมคิดว่า มีอยู่ ๓ ระบบด้วยกันครับที่จำเป็นต้องนำเรียนต่อท่านประธานให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ ควรจะต้องเอาไปปรับใช้🔗

ระบบประการที่ ๑ ผมอยากเห็น อสม. ผมอยู่ในจังหวัดอ่างทองมีเพื่อน สมาชิกเป็น อสม. เยอะแยะไปหมด ท่านสกลอยู่ปทุมธานี ท่านการณิก จันทดา ผมเอง มีโอกาสไปเยี่ยมในพื้นที่ อสม. ในจังหวัดเชียงใหม่ ท่านอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น ก็มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเช่นเดียวกัน จัดระบบอย่างไรครับ ก็คือการ จัดระบบยกระดับว่างาน อสม. ปัจจุบันนั้นไม่ใช่งานสุขภาพอย่างเดียวอีกแล้ว แต่ยกระดับ จากเรื่องของสุขภาพที่เรียกว่า Good Health ขึ้นมาเป็นระบบของการดูแลสุขภาวะ หรือ Well-being ในเชิงทฤษฎีกา สุขภาวะแบ่งออกเป็น ๔ ส่วนด้วยกัน ผมเชื่อมั่นว่า พี่น้อง อสม. ทั้งประเทศวันนี้ท่านทราบดีท่านดูอยู่แล้วด้วย ด้านที่ ๑ คือการดูแลเรื่อง สุขภาพกาย Physical ด้านที่ ๒ คือการดูแลเรื่องสุขภาพจิตหรือสุขภาวะทางจิตที่เรียกว่า Mental เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกผมมาอธิบายในรายละเอียดว่าบทบาท อสม. ในการประเมิน การคัดกรอง หรือแม้กระทั่งการให้คำปรึกษาเบื้องต้นในประเด็นสุขภาพจิตนั้นสำคัญอย่างไร บทบาทประการที่ ๓ ที่เราไม่ค่อยพูดกันนักคือระบบ Social ครับ ผมลงพื้นที่กับพี่น้อง อาสาสมัครหลายจังหวัด ก่อนมาเป็น สส. ก็ทำงานองค์กร NGO ทำงานกับ UNICEF เขาเอา ระบบการคัดกรองสุขภาวะเด็กไปให้กับพี่น้อง อสม. ใช้ในพื้นที่ แล้วรู้หมดเลยครับว่า เด็กแต่ละคนมีปัญหาสุขภาพอย่างไร ๓ ขวบอยู่กับใคร ๕ ขวบ อยู่กับใคร ๗ ขวบ มีผู้ปกครองดูแลหรือไม่ เริ่มเล่นเกมใช้โทรศัพท์มือถือหรือยัง ท่านประธานอาจจะไม่ทราบว่า ในบางครั้งพี่ ๆ น้อง ๆ อสม. เราไปเจอว่าเด็กไม่มีหนังสือรับรองการเกิด ย้อนไปค้น สมุดสีชมพู ประสานงานพาเด็กไปตรวจเข้าสู่ระบบการลงรายการทะเบียนราษฎร์ ท่านเห็นไหมครับว่าเรื่อง Social สำคัญอย่างยิ่ง แล้วถ้าพูดถึง Well-Being ในระดับที่ ๔ มันยกระดับเป็น Spiritual ครับ ร่างของพรรคประชาชนถึงบอกว่าการจัดระบบของ อสม. ไม่ใช่แค่ตัว อสม. แต่พูดถึงระบบของชุมชน พูดถึงการจัดเป็นสมาคม การจัดเป็นองค์กร มูลนิธิ ที่ต้องมียกระดับการให้ความช่วยเหลือกันในระดับการฟอกไตที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาทำไปในระดับของศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยที่กายภาพบำบัด การทำเป็น Group บำบัด หรือ Group Therapy หลายครั้งสำคัญกว่า แล้วมันไปถึงระบบที่เรียกว่า Spiritual นั่นคือระบบประการที่ ๑ ครับ🔗

ระบบประการที่ ๒ ที่ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน เนื่องจากผมตั้งไว้ ๗ นาที แต่ท่านประธานตัดผมเป็นคนแรก พยายามกระชับที่สุดครับ ก็คือเรื่องของ Mapping Resource ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องเชื่อมโยงครับว่าพี่น้อง อสม. ทำงานกับผู้ป่วย ในพื้นที่อย่างเดียวไม่ได้ เพราะว่าผู้ป่วยนั้นจำเป็นต้องถูกการส่งต่อ ผู้ป่วยนั้นจำเป็นต้อง เข้าถึงหลักประกันทั้งทางสุขภาพและทางสังคมต่อ ฉะนั้นมันจำเป็นต้องเขียนเรื่องตัวเชื่อม ในระบบกฎหมายครับว่าเมื่อเคสหรือกรณีของการเข้าถึง อสม. นั้น อสม. จะทำเรื่อง Mapping Resource หรือการลงรายละเอียดรู้จักเครือข่ายของการประสานงานด้านสุขภาพ ได้อย่างไร ไม่มีใครรู้จักโรงพยาบาล รพ.สต. ไม่มีใครรู้จักโรงพยาบาลอำเภอ ไม่มีใครรู้จัก โรงพยาบาลศูนย์ แม้กระทั่งโรงพยาบาลในระบบตติยภูมิที่อยู่กระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ หรือกรุงเทพมหานครได้ดีกว่าพี่น้อง อสม. ที่ต้องเชื่อมโยงกับระบบสาธารณสุข🔗

ส่วนที่ ๓ ที่ผมขออนุญาตใช้เวลาอีกนิดเดียวครับ และจำเป็นต้องพูดถึงว่า วันนี้เรากำลังพูดถึงการยกระดับ อสม. และแนวหน้าสุขภาพในระดับผู้เชี่ยวชาญ แน่นอนครับ ผมเองตะหงิดและติดใจอย่างยิ่งเวลาที่เราพูดถึงเรื่องสวัสดิการหรือค่าตอบแทน อสม. ในคำว่าค่าป่วยการ ผมคิดว่าการทำงานเขามีคุณค่ามากกว่าการจะตอบว่าเป็นค่าป่วยการ เหมือนแค่เงินที่บอกว่าผมให้คุณนะ แต่มันต้องยกระดับว่าเขาทำงานแบบผู้เชี่ยวชาญ แนวหน้าที่มีสิทธิ มีสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นฌาปนกิจ ไม่ว่าจะเป็นการรักษา ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประสานส่งต่อต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าวันนี้ร่างพระราชบัญญัติ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นของพรรคประชาชนหรือของหลายพรรคนั้น อย่างน้อยที่สุดหลักการใกล้เคียงครับ คือหลักการให้มีกฎหมายฉบับนี้ และเมื่อเข้าสู่ระบบ เนื้อหารายละเอียดต่าง ๆ นั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการอภิปรายของผม การผลักดันของ เพื่อนสมาชิกและพรรคประชาชนนั้นเราจะยกระดับทั้งคนทำงาน เราจะยกระดับ การประสานงาน และเราจะยกระดับระบบสาธารณสุขให้เป็นระบบสาธารณสุขที่ตอบสนอง ต่อพี่น้องประชาชน นำไปสู่สุขภาวะที่ดีอย่างแท้จริงในประเทศแห่งนี้ครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ🔗

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี เขตสะพานสูง วันนี้ขอร่วมอภิปรายร่างเกี่ยวกับ อสม. ถ้าเป็นกรุงเทพฯ เราก็จะเรียกว่า อสส. ซึ่งก็มีการพัฒนาทั้งคู่ไปด้วยกันนะครับ วันนี้สิ่งที่อยากจะมาอภิปรายก็ต้องใช้เป็น Model ง่าย ๆ ให้ทุกท่านเข้าใจก็คือ อสม. วันนี้ไม่ได้มาเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ต้องขอประทานอภัย เอาเป็นภาษาไทยก็ได้ อ ตัวแรกครับท่านครับ คืออาสา แต่ อ.เอท อยากที่จะเปลี่ยนจากอาสาให้เป็นแบบมืออาชีพ จากอาสาเป็นอาชีพ วิธีการก็คือง่าย ๆ ครับ เราก็จะเพิ่มอะไรบ้าง ก็คือสิทธิประโยชน์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นค่าป่วยการ เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนผมบอกแล้วครับ จริง ๆ ด้วยความสามารถของเขา เมื่อเป็นกึ่งมืออาชีพหรือเป็น อาชีพเสริมแล้วนี้ถามว่า ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน มันคุ้มหรือเปล่า เขาต้องได้มากกว่านั้นไหม เรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ค่านอน หรือสวัสดิการต่าง ๆ รวมไปถึง ค่าอินเทอร์เน็ต เมื่อครู่นี้เพื่อน ๆ หลายท่านพูดครับ เพราะว่าเวลาเราใช้โลก Social ท่าน สส. ณัฐวุฒิเพิ่งพูดไป มันจำเป็นต้องมีค่าเหล่านี้ เป็นค่าใช้จ่าย เราควรที่จะให้เขาเป็นมืออาชีพ จะเป็นมืออาชีพติดปีกต้องให้สิทธิมากกว่า ที่มีอยู่ นี่คือสิ่งที่ อ.เอท เห็นอยู่ งบประมาณต่อปีที่เราใช้กับ อสส. อสม. ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากงบกลางเห็นว่าตรงนี้จะต้องใช้ให้คุ้มค่ากว่านี้ ใช้อย่างไรครับให้ คุ้มค่ากว่านี้ ก็ไปที่ตัวที่ ๒ ครับ ก็คือตัว ส เสือ อ.เอท ขอใช้คำว่าเสริมสร้างเรื่องของ ความสามารถให้กับเขา มี ๗ ด้าน ที่เดี๋ยวเพื่อน ๆ อ.เอท จะมาพูดมีอะไรบ้าง คำตอบครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านจินตวิทยาเมื่อสักครู่นี้ท่าน สส. ฟุต ก็คือพี่ณัฐวุฒิ อ.เอท ได้พูดไปแล้ว เรื่องของด้านที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงก็คือ Aging Society หลายท่านพูดไปแล้วนะครับ เรื่องเกี่ยวข้องกับใครครับ สุขภาวะเด็ก หลาย ๆ ท่านเห็นว่าเด็กคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ที่เรามองข้ามไม่ได้ นักกายภาพต้องมีมาแล้วนะครับ ต่อมาเป็นเรื่องของคนที่ให้คำปรึกษา อันนี้ต้องมีครับ เพราะว่าบางครั้งเราเจอผู้ป่วยที่เป็นระยะสุดท้าย อสส. อสม. ก็เข้าไป ให้คำปรึกษากับทั้งผู้ป่วยและครอบครัวให้เตรียมตัวว่าต้องทำอย่างไร รวมไปถึงโรคไตช่วงนี้ หลาย ๆ ท่านทราบดีใช่ไหมครับว่าไตเป็นสิ่งที่หลาย ๆ ที่ยังขาด เขาต้องมีความสามารถ เหล่านี้และนี่ละครับคือการเสริมสร้างความสามารถที่แท้จริงให้กับพี่น้องชาว อสส. และ อสม. ทั่วประเทศกว่าล้านคน แล้วก็มาถึงตัวสุดท้ายตามที่สัญญาท่านประธานว่าไม่ใช้เวลาให้ เปลืองครับ ตัวสุดท้ายตัว ม ม้า ครับ อ.เอทขอใช้คำว่ามั่นคง มั่นคงอย่างไรครับ มั่นคงกับ ทั้ง ๓ Stakeholder หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็คือมั่นคงกับงบประมาณที่ภาครัฐต้องจ่ายกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านั้น ต้องมั่นคงกับงบประมาณ ๒. มั่นคงกับผู้ป่วย อย่างแท้จริงเพราะผู้ป่วยก็รอพี่ ๆ อสส. อสม. เข้าไปให้บริการ เพราะฉะนั้นพี่ ๆ เหล่านี้ต้อง มีความเชี่ยวชาญในการที่จะให้บริการเป็นปฐมภูมิที่เราเรียกกันอยู่ และอีกด้านหนึ่งก็คือพี่ ๆ อสม. เอง หรือ อสส. เองก็ต้องมีความมั่นคงกับเขา วิธีการครับ เมื่อสักครู่นี้หลายท่านบอก ๖๐ ปีเลิกเลยไหม ไม่ครับ ถ้าท่านยังมีการผ่านเกณฑ์การสอบสมรรถนะ ซึ่งมันก็จะมีอะไร ที่ไม่ยากมากหรอกครับ ถ้าท่านผ่านเกณฑ์ก็จะมีใบ Permit อย่างน้อย ๆ ใบ Permit คือ ใบอนุญาตให้ท่านทำนะครับ ประมาณไม่เกิน ๓ ปี ก็มา Renew หรือมาทำอะไรกัน มาสอบหรือมาทบทวนกันทุก ๆ ๓ ปี เพื่อให้พี่น้องให้เป็นมืออาชีพ ก็เหมือนหมอครับ หรือ อาชีพวิศวกรก็ต้องมี Renew มีการทำอะไรครับ เปลี่ยน มีการสอบใหม่ของวิศวกรเขา เรียกว่ามีการสอบเพื่อที่จะเพิ่ม Lavel และนี่ละครับคือการทำให้พี่น้องของเราที่เป็น อสส. และ อสม. เขาเพิ่มขีดความสามารถอย่างแท้จริงนะครับ เพราะฉะนั้น อ.เอทก็อยากจะ สรุปว่า อสม. ของ อ.เอท โมเดลนี้ก็คือเป็นอาชีพที่สามารถที่จะอยู่ได้อย่างมั่นคง ดูแลคน ทุกคน ดูแลประเทศได้อย่างสบายใจ ก็ฝากครับว่าเราควรจะผ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ทุกคนได้มี ผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริงเพื่อประเทศไทยที่ไม่เหมือนเดิม ขอบพระคุณครับ Respect🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิยม วิวรรธนดิฐกุล ครับ🔗

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอขอบคุณ ทางคณะรัฐมนตรีและผู้เสนอร่างทั้งหมด ๗ ร่างของ พ.ร.บ. อสม. ทุกฉบับเลยนะครับ ซึ่ง อสม. ปัจจุบันก็ทราบดีมีประมาณ ๑,๐๙๐,๐๐๐ คน เป็นกำลังสำคัญของสาธารณสุข ระดับชุมชน เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนให้ครอบคลุมทั่วถึง อสม. ก็จะเชื่อมโยงระหว่าง ประชาชนกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อย่างเช่น รพ.สต. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือโรงพยาบาลอำเภอ คราวนี้ก็คงต้องขอย้อนไปในเรื่องของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในมาตรา ๒๕๐ ที่ได้บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำ บริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ ตลอดจนพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๒ และแผนปฏิบัติการ กำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ ได้กำหนดให้ มีการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี แล้วก็ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลมายังปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ซึ่งปัจจุบันก็มีการถ่ายโอนแล้วจำนวนมาก บางจังหวัดก็ได้ถ่ายโอนไปหมดจังหวัดแล้ว ก็อย่างเช่นที่จังหวัดของผมจังหวัดแพร่ที่มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท่านอนุวัธ วงศ์วรรณ ก็รับการถ่ายโอนมาครบทุกแห่งกว่า ๑๑๐ แห่ง คราวนี้ผมมีเอกสารฉบับหนึ่ง ที่ส่งมาจากสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่จะขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติม เหตุผลก็คือในการดำเนินงานของ อสม. ในพื้นที่ ในชุมชนมันต้อง เชื่อมโยงกับ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลอำเภอ รวมทั้งบางกิจกรรมก็ต้องได้รับการสนับสนุน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในปัจจุบัน รพ.สต. ส่วนหนึ่งได้ถ่ายโอนไปสู่ อบจ. แล้ว แต่ในร่าง พ.ร.บ. อสม. ทั้งของ รัฐบาล และผมก็ Check ดูทั้งหมดทั้ง ๗ ฉบับ ไม่ปรากฏความเชื่อมโยงของ อสม. กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีความเชื่อมโยงทั้ง ๗ ร่าง โดยเฉพาะร่างของรัฐบาลซึ่งน่าจะเป็น ร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สองหรือในชั้นกรรมาธิการ มันก็เสมือนกับการแยกปลา ออกจากน้ำวันนี้นะครับ อันนี้ผมจึงอยากจะขอทราบเหตุผลว่าทำไม ซึ่งมันจะนำไปสู่ปัญหา ต่าง ๆ เป็นอุปสรรคในการสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นความกังวลของ ทางสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือสมาคมองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคม อบต. แห่งประเทศไทย มันจึงควรที่จะต้องมีการบูรณาการให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อจะได้เกิดประโยชน์สูงสุดของ พี่น้องประชาชนและมีความยั่งยืน ซึ่งในรายละเอียดก็จะมีเยอะมาก ก็คงไม่ขอลง ในรายละเอียด แต่ก็คงจะขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งวันนี้เราก็คงจะต้อง รับทุกร่างอยู่แล้ว อันนี้เป็นความกังวลของทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งพี่น้อง อสม. ส่วนใหญ่ก็มีความกังวลว่าหากไม่เกิดความเชื่อมโยงอย่างนี้น่าจะเกิดปัญหา แต่ส่วนนี้ก็คิดว่า เราคงไปแก้ไขกันในชั้นกรรมาธิการ เพราะว่าร่างที่มีอยู่ทั้งหมดนี้มันเยอะถึง ๗ ร่างก็คงจะมี การปรับแก้กัน ก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ขอสนับสนุน พ.ร.บ. อสม. ทุกฉบับเพื่อรับมา พิจารณาร่วมกันในชั้นกรรมาธิการต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ผมขอร่วม สนับสนุน พ.ร.บ. อาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ทั้ง ๗ ร่าง เป็นความรู้สึกที่ดี ที่ท่าน สส. และผู้ที่เสนอร่างท่านรัฐมนตรีที่มีความห่วงใยในการเป็นสาธารณสุข อสม. ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่า อสม. เหมือนพวกเราที่เป็นนักการเมือง คนที่เราสัมผัสที่สุด นอกจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็มี อสม. ครับ อสม. ทั้งหมดทั่วประเทศ ๑,๑๑๙,๐๐๐ กว่าคน ถามว่าเขา ๑ คนดูแลชาวบ้าน ๒๐ คน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านจำเมื่อปี ๒๕๖๓ ได้ไหมครับ ที่มีโควิดเยอะที่สุด โควิดของทั่วโลก พี่น้อง อสม. เราต้องอดทน พี่น้อง อสม. ต้องดูแล ต้องมีศูนย์เฝ้าระวัง ท่านประธานที่เคารพครับ อสม. ในเขตพื้นที่เลือกตั้งผม มีประมาณ ๓,๐๐๐ คน ติดโควิดอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นวันนี้เขาเสียสละ มาพอสมควรแล้ว สิทธิต่าง ๆ ที่ร่างพระราชบัญญัติจัดขึ้น ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ เทพสุทิน แล้วก็ อดีตรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ท่านดูแลเรื่อง อสม. มาตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สิทธิสวัสดิการข้อหนึ่งคือค่ารักษาพยาบาลแล้วก็ห้องพิเศษ ผมบอกว่าวันนี้เราให้ห้อง พิเศษเขาแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไหน ๆ เขาก็เป็นคนของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว งบประมาณ สาธารณสุขก็ดูแลของประชาชนอยู่แล้ว ผมว่าให้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เถอะครับ มันจะได้ช่วย เขาได้มีกำลังใจ ได้มีโอกาสหน้าใหญ่วันนี้เข้าไปรักษา เดินเข้าไปในโรงพยาบาล ได้รักษา ได้เข้าห้องพิเศษแล้วไม่ต้องเสีย บางที ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่เขาจะต้องควักจ่ายก็เป็นเงิน พอสมควร เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรี ท่านนั่งอยู่นี่ ยิ้มอยู่ ก็ไม่เป็นไรครับ🔗

เรื่องที่ ๒ คือสวัสดิการเรื่องเงินกู้ยืม ผมบอกว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีก็ได้ทำ เต็มที่แล้วครับ จากให้ยืม ๒๐,๐๐๐ บาท ขึ้นเป็น ๕๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้ขึ้นเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยชำระเดือนละ ๖๐๐ บาท ทาง อสม. ก็ขอบคุณนะครับ แต่ถ้าให้ยืม มากกว่านี้ก็ดี วิธีแก้ก็ไม่ยากครับ🔗

เรื่องที่ ๓ คือค่าตอบแทน ตอนนี้ท่านให้ค่าตอบแทนอยู่ประมาณเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทต่อคน ท่านรัฐมนตรีเคยกล่าวกับผมบอกว่าเงินมันหักน้อย เพราะเงินเดือนน้อย เงินค่าตอบแทนน้อย ก็ไม่ยากครับ ก็เพิ่มค่าตอบแทนขึ้นเป็น ๓,๐๐๐ บาท หรือ ๔,๐๐๐ บาท ผมว่า อสม. ยิ่งจะดีใจครับ มีสวัสดิการได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น ได้เงินกู้ยืม เพิ่มขึ้น คำว่ากู้ยืมก็เงินของเขาอยู่แล้ว เพราะว่าเวลาเสียชีวิต อสม. ๑ คนได้ ๕,๔๐๐ บาท หรือคู่สมรสได้ ๕๔๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเงินตัวนี้คือเงินที่เขากู้ยืม เพราะถ้าเสียชีวิตปุ๊บ ก็หักเป็นค่ากู้ยืมอยู่แล้ว ผมก็กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าสิทธิและสวัสดิการ ส่วนพวกนี้ให้เขามีกำลังใจ พี่น้องประชาชน ๒๐ คนต่อ ๑ อสม. เขาอยู่ได้ บางคน อสม. ๑ คน ไปเจอผู้ป่วยติดเตียง ๒ คน ๓ คน เท่ากับว่าเป็นคนทำงานให้ครอบครัวนั้นอีก ๑ คน ค่าจ้าง ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน ทำงาน ๒๐ กว่าวัน ธรรมดาจริง ๆ กฎเกณฑ์ของ อสม. บอกว่าทำงาน ๔ วันต่อเดือน แต่มันไม่เคย ๔ วันครับ เพราะต้องไปออกสำรวจลูกน้ำ ออกไป สำรวจสิ่งต่าง ๆ แล้วก็ไปดูแลผู้ป่วยอยู่แล้ว เปลี่ยนแพมเพิสให้ผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านท่านรัฐมนตรี แล้วอีกอย่างหนึ่งคือหลักสูตรที่ให้ อสม. ไปเรียนหรือลูกหลาน อสม. ไปเรียน หลักสูตรพยาบาล หลักสูตรของกระทรวงสาธารณสุข ให้มีสิทธิสอบเข้าเฉย ๆ นะครับ ไม่ได้ให้สิทธิส่งค่าเล่าเรียน เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าลูกหลานเขา หรือตัวเขาที่มีเกรดสูง ๆ ที่สามารถจะเป็นทุนได้ ก็อนุญาตให้เขาเรียนฟรีบ้างครับ มันจะได้ เป็นสิทธิและสวัสดิการที่เขาจะได้มีกำลังใจ อยากจะคุยอะไรหลายอย่างแต่ว่าเวลาน้อย เพื่อนสมาชิกหลายคนก็จะอภิปราย กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีทุก ๆ ท่านที่เคยเป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีที่มานั่งฟัง ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ท่าน ไปดูแลทุกจังหวัด ไปพบปะทุกจังหวัด ก็กราบขอบคุณผ่านท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นของพรรคประชาชนอีก ๒ ท่าน คือท่านอิทธิพล ชลธราศิริ แล้วก็ท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เชิญท่านอิทธิพล ชลธราศิริ ท่านแรก เชิญครับ🔗

นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๒ พรรคประชาชน ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และแนวหน้าสุขภาพฉบับร่างของพรรคประชาชนครับ อยากจะขอยกข้อแตกต่างของร่าง ที่ชัดเจนที่สุดส่วนหนึ่งคือโครงสร้างกลไกการควบคุมกำกับดูแล โดยในร่างของ พรรคประชาชนแบ่งคณะกรรมการออกเป็น ๓ ระดับ โดยจำแนกตามภารกิจหน้าที่ ส่วนร่างอื่น ๆ ที่มีคณะกรรมการ ๒ ระดับบ้าง ๓ ระดับบ้าง จำแนกตามพื้นที่ มีระบบการบริหารจัดการจากรัฐส่วนกลางจากบนลงล่างครับ ผมจะขยายความชัดเจนตรงนี้ ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้เข้าใจว่าคณะกรรมการทั้ง ๓ ชุดในร่างของพรรค ประชาชนเป็นอย่างไร🔗

คณะกรรมการชุดที่ ๑ คณะกรรมการนโยบายส่งเสริมและสนับสนุน อสม. และแนวหน้าสุขภาพ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ มีโครงสร้างในกรรมการที่เน้นไปกำหนดนโยบายให้ อสม. มีหน้าที่เสริมการให้บริการ ระบบสาธารณสุขปฐมภูมิเป็นหลัก🔗

คณะกรรมการชุดที่ ๒ คณะกรรมการการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความ ชำนาญการในทางวิชาชีพ โดยแต่งตั้งจากผู้แทนองค์กรวิชาชีพสาธารณสุข อาทิเช่นผู้แทน แพทยสภา ผู้แทนสภาพยาบาล ผู้แทนทันตแพทยสภา ผู้แทนสภาเภสัชกรรม ผู้แทน ด้านวิทยาลัยแพทย์เฉพาะทาง สูติ-ศัลย์-Med-เด็ก แล้วอีกหลาย ๆ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ทางด้านสาธารณสุข โดยคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่เสนอมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ ของ อสม. เพื่อมาตรฐานคุณภาพในการทำงานและรวมถึงเสนอแนะเกณฑ์การประเมินโดย คณะกรรมการชุดนี้เป็นผู้ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐาน แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินนะครับ🔗

ส่วนคณะกรรมการชุดที่ ๓ คือคณะกรรมการติดตามและประเมินผล อสม. ในระดับจังหวัด แล้วก็ กทม. โดยมีนายก อบจ. เป็นประธานกรรมการ เพราะว่า รพ.สต. ก็ถ่ายโอนไปที่ อบจ. ก็เป็นส่วนใหญ่แล้ว และการมีอำนาจหน้าที่สำคัญก็คือการประเมิน อสม. และกำหนดรูปแบบการให้บริการโดยยึดฐานพื้นที่ก็คือจังหวัดแต่ละจังหวัดตามความ ต้องการของประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ การมีนายก อบจ. เป็นประธาน จะทำให้สอดรับกับ การทำงานควบคู่กับการบริหารระบบปฐมภูมิที่ถูกถ่ายโอนไป อปท. สามารถกำหนด แนวทางการบริการเฉพาะที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ได้ ซึ่งจะต่างจากร่างอื่น ๆ ทุกร่างครับ โดยร่างของพรรคประชาชนฉบับนี้จะเน้นการกระจายอำนาจ กำหนดรูปแบบการให้บริการ สาธารณสุขเฉพาะด้านในพื้นที่จังหวัดตัวเองได้ โดยทั้ง ๓ คณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้ การบังคับบัญชาของกันและกัน แต่ต่างคนต่างทำหน้าที่เอื้อเสริมซึ่งกันและกัน ผมจึง ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ อสม. และแนวหน้าสุขภาพ ฉบับร่างของพรรคประชาชน ฉบับนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ครับ🔗

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... ซึ่ง นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ และคณะ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับวันนี้เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่จะเป็นการยกระดับ พี่น้อง อสม. กว่า ๑ ล้านคนทั่วประเทศ ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะนำเสนอต่อร่างกฎหมายนี้ อยู่ที่กลไกการกำกับดูแลของคณะกรรมการครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เมื่อเปรียบเทียบโครงสร้าง คณะกรรมการระดับประเทศในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๖ ฉบับ จะเห็นได้ถึงความแตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญ แล้วผมจะชี้ให้เห็นว่าเหตุใดโครงสร้างที่เสนอโดยพรรคประชาชนจึงเป็น รูปแบบที่ก้าวหน้าและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยในอนาคตมากที่สุด เมื่อเรา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๖ ฉบับ จะพบว่าทุกฉบับเห็นพ้องต้องกันในหลักการที่ว่า จำเป็นต้องมีองค์กรกำกับดูแลในระดับชาติ แต่เมื่อวิเคราะห์ลงลึกในรายละเอียดจะพบว่า ร่างกฎหมายทั้ง ๗ ฉบับ แยกออกเป็น ๒ แนวทางในการกำกับดูแลที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือ🔗

แนวทางแรกโครงสร้างที่คณะกรรมการจากฝั่งข้าราชการกระทรวง สาธารณสุขเป็นหลัก ได้แก่ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เลขาธิการ อย. อธิบดีกรม การแพทย์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบดีกรมอนามัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานอนามัยกรุงเทพมหานครและกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. ยังมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีหน่วยงานด้านการเงิน ได้แก่ กรมบัญชีกลางและ สปสช. และตัวแทน อสม. ทั้งระดับประเทศและระดับจังหวัดหรือระดับ ภาค ซึ่งเป็นแนวทางที่ พ.ร.บ. ทั้ง ๖ ฉบับ มีร่วมกัน🔗

แนวทางที่ ๒ ก็คือแนวทางของพรรคประชาชน เป็นโครงสร้างที่ให้ผู้แทนของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. เทศบาลและหน่วยงานที่เป็น ผู้รับบริการ เช่น ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา ตัวแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ตัวแทนในแพทย์สาธารณสุขอำเภอ ตัวแทน อสม. ตัวแทน อสส. กทม. ผู้แทนผู้ดำเนินการของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วย สถานพยาบาลที่เป็นหน่วยงานปฐมภูมิได้กำหนดนโยบายตั้งแต่ระดับประเทศได้โดยตรง แล้วก็ยังคงมีหน่วยงานทางด้านการเงิน เช่น กรมบัญชีกลาง สปสช. และผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณนั่งอยู่ในคณะกรรมการนี้เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับจุดเด่นที่สุดของ โครงสร้างนี้คือองค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายที่เราออกแบบให้เสียงของหน่วยงาน หน้างานปฐมภูมิที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการหรือฝั่ง Demand-side เป็น ผู้กำหนดนโยบาย ไม่ใช่ฝั่ง Supply-side จากหน่วยงานที่เป็นผู้ให้บริการระดับทุติยภูมิขึ้นไป มากำหนดนโยบายสุขภาพปฐมภูมิเหมือนโครงสร้างตามแนวทางที่ ๑ ทำไมตัวแทนผู้บริหาร ซึ่งมาจากท้องถิ่นจึงมีความสำคัญ เพราะวันนี้บริบทของระบบสุขภาพปฐมภูมิได้เปลี่ยนแปลง ไปแล้วครับ มีการกระจายอำนาจถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การ บริหารส่วนจังหวัด นั่นหมายความว่า อบจ. และ อปท. อื่น ๆ คือเจ้าภาพตัวจริงของระบบ บริการสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่ การให้ผู้บริหารท้องถิ่นเหล่านี้เข้ามานั่งในบอร์ดนโยบาย ระดับชาติจึงไม่ใช่แค่เรื่องของประชาธิปไตย แต่เป็นเรื่องของประสิทธิภาพและ การตอบสนองต่อปัญหาจริง นโยบายที่ออกมาจะไม่ใช่นโยบายที่คิดมาจากห้องแอร์ ในกรุงเทพฯ แต่จะเป็นนโยบายที่กลั่นกรองออกมาจากปัญหาหน้างานและความต้องการ ที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ เมื่อนโยบายถูกกำหนดโดยผู้ปฏิบัติงานจริงคือท้องถิ่นและ ผู้เป็นหัวใจของงานคือพี่น้อง อสม. ที่เราให้มีตัวแทนมาจากการเลือกตั้งกันเอง นโยบาย ที่ออกมาจึงจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างมีความเข้าใจ ยั่งยืน และที่สำคัญที่สุดคือ สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งเป็นหัวใจของความสำเร็จตามเจตนารมณ์ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ส่วนโครงสร้างที่เป็นส่วนประกอบที่มีข้าราชการฝั่งกระทรวง สาธารณสุขก็จะเป็นโครงสร้างสำหรับควบคุมคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งผู้อภิปรายก่อนหน้า ได้นำเสนอไปแล้ว🔗

ด้วยเหตุผลที่ได้อภิปรายมาทั้งหมดผมจึงขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้โปรดมีมติรับร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้า สุขภาพ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยพรรคประชาชนเป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระต่อไป เพื่อที่เราจะสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนแก่ระบบสุขภาพปฐมภูมิ อันจะช่วย ส่งเสริมให้พี่น้อง อสม. ทุกคนสามารถเผชิญกับความท้าทายทางด้านสาธารณสุขได้อย่าง ตรงเป้าหมายและเต็มภาคภูมิ พร้อมด้วยทักษะการสนับสนุนและการยอมรับที่พวกเขา สมควรได้รับอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอสลับมาทางพรรคเพื่อไทยอีก ๒ ท่านนะครับ ท่านแรกก็จะเป็นท่านคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ แล้วก็ท่านคุณหมอทศพร เสรีรักษ์ ครับ เชิญท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ก่อนครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ในวันนี้เป็นวันที่ดีใจมากได้มาอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ ยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่เพราะอะไรครับ อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. เป็นหัวใจของระบบ สาธารณสุข แต่ก่อนระบบสาธารณสุขของเรานี่ไปพึ่งพากับราชการเยอะ แล้วไม่มีวันที่จะ ทำให้สุขภาพของตาสีตาสาที่อยู่ตามท้องไร่ท้องนาหรือคนทั่วประเทศจะมีสุขภาพที่ดีได้ การพัฒนาระบบสาธารณสุขจนเกิดกำเนิด อสม. ขึ้นมานี่ ผมจำได้สมัยผมเป็นนักศึกษา แพทย์ ก็มีท่านอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านนายแพทย์อมร นนทสุต ท่านก็เสนอมาเรื่องของสาธารณสุขมูลฐาน Primary Health Care คือการป้องกันดีกว่า การแก้ แล้วระบบสุขภาพไม่ใช่ของรัฐต่อไป เป็นของประชาชน แล้วการกำเนิด อสม. ก็เกิดจาก วิสัยทัศน์และแนวคิดของการที่จะสร้างระบบสุขภาพที่นำโดยประชาชน ซึ่งก็ตรงกับทาง WHO ที่ประกาศที่เมืองอัลมา-อาตา ในปี ๒๕๒๑ ซึ่งตอนนั้นเราก็พูดถึง Health For All สาธารณสุข เรียกว่าเป็นเรื่องของการที่จะทำให้สาธารณสุขมีความเจริญก้าวหน้า แล้วก็ ประชาชนเป็นศูนย์กลาง หลังจากที่ประชาชน แล้วก็เรื่อง อสม. เกิดขึ้น ตอนนั้นมี อสม. และ ผสส. ผมจำได้ อสม. อาสาสมัครสาธารณสุข ผสส. คือผู้สื่อข่าวสาธารณสุข และต่อมา ก็มีเฉพาะ อสม. อย่างเดียวนะครับ วันนี้ผมเห็นร่างจากทั้ง ๗ ร่าง จริง ๆ แล้วร่างของ ทางรัฐบาลนี่ต้องขอบคุณ แล้วก็ชื่นชมท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านได้มาให้ข้อมูล ผมก็ได้ถามท่านในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องของโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ต่าง ๆ แล้ว ทำอย่างไรถึงจะสนับสนุน อสม. เรื่องของสวัสดิการต่าง ๆ วันนี้ท่านเต็มที่มาก ท่านบอกว่า อันนี้คือร่างด้วยหัวใจที่จะทำให้ระบบสาธารณสุขที่มี อสม. ได้รับการสนับสนุน แล้วก็เป็น เครื่องมือสำคัญทำให้ระบบสาธารณสุขมูลฐานประสบความสำเร็จนะครับ🔗

ท่านประธานครับ ระบบสาธารณสุขของเราเป็นระบบสาธารณสุขที่พัฒนา มาถึงระดับหนึ่งแล้ว ผมจำได้นะครับ สมัยผมเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลยางตลาด จะทำอะไร ถ้าไม่มี อสม. ไป Motivate จะทำหมันที จะทำรณรงค์คุมกำเนิด จะรณรงค์เรื่องไข้เลือดออก อะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ก็ได้กำลัง อสม. เป็นอาสาสมัครด้วยหัวใจ สมัยก่อนไม่มีค่าตอบแทน ใด ๆ ทั้งสิ้น ตอนผมเป็นนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคามก็อาศัย อสม. นี่ละครับในการที่ จะกำหนดเรื่องของทิศทางที่จะไปดูแลคนไข้ถึงบ้าน ตอนนั้นกระทรวงสาธารณสุขยังไม่มี เรื่องของ Home Health Care เรื่องของการไปดูแลสุขภาพถึงบ้าน แต่ในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผมเป็นนายกเทศบาลเมืองมหาสารคามก็ได้ทำโครงการที่ไปดูแลคนไข้ติดเตียง ถึงบ้าน โดยอาศัย อสม. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ศูนย์อนามัยชุมชน พวกนี้ละครับทำให้ การบริการไปถึงประชาชน ถึงผู้ป่วยติดเตียง โดยที่ไม่ได้ใช้เงินสักบาทเลย ใช้งบปกติ ของราชการ นี่ละครับคือเรื่องที่ อสม. จะเป็นหัวใจในการพัฒนา พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมก็ชื่นชมว่า เป็น พ.ร.บ. ที่พัฒนามาจากระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแต่ก่อนนี้ออกตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ก็ถือว่าออกมานานแล้ว แล้วก็ยังไม่เป็นระบบ ระเบียบนะครับ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านก็อยากให้จากระเบียบขึ้นมาเป็นพระราชบัญญัติ เป็นกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อจะทำให้มี กฎเกณฑ์ มีระเบียบ โครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการระดับตำบล หมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด เขต ระดับประเทศ และกำหนดมาตรฐานการฝึกอบรมต่าง ๆ แล้วก็การสนับสนุน เครือข่ายต่าง ๆ นะครับ พอดีก็หมดเวลาแล้ว ก็ต้องบอกว่าหัวใจของ อสม. และการทำงาน ของทุกอย่างก็ฝากว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงสาธารณสุขเราร่วมกัน รวมกับ อสม. เพื่อจะยกระดับระบบสุขภาพของเราให้เกิดความยั่งยืน ผมขอสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. อสม. พ.ศ. .... แล้วก็ขอบอกว่าเป็นความหวังของ อสม. แล้วก็ของประชาชน ทั่วประเทศครับ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณหมอทศพร เสรีรักษ์ ครับ🔗

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ระบบสุขภาพของประเทศไทย ๓๐ บาทรักษาทุกโรคเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ แต่ระยะหลัง ๆ ก็เริ่มมีปัญหา งบประมาณรายหัว งบที่ สปสช. ดูแลอยู่นี่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปรากฏว่าไม่พอ ในหลาย ๆ โรงพยาบาลมีปัญหาเรื่องการเงิน ถ้าดูให้ดีเราจะเห็นว่า โรงพยาบาลต่าง ๆ จะได้เงินจาก สปสช. แปลว่าต้องมีคนป่วยเยอะ ๆ ต้องมีการทำหัตถการ มีการดูแลรักษาคนไข้ต่าง ๆ เยอะ ๆ ถึงจะได้เงินเยอะ แปลว่าเราสนับสนุนให้มีคนป่วยครับ ซึ่งมันสวนทางกับหลักการซึ่งเราต้องการให้ประชาชนมีสุขภาพดี ก็ด้วยการป้องกันโรค ด้วย การส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งตรงนี้ครับ ที่ อสม. จะมีบทบาทที่สำคัญมาก ๆ เราก็จะเห็น ตลอดเวลาที่ผ่านมา อสม. ได้ทำงานอย่างหนัก ในการดูแลป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะช่วงโควิด เราจะเห็นได้ชัดเจน เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการดูแล จัดการ เรื่อง อสม. ให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องคุณภาพ ของ อสม. และขณะเดียวกันก็ดูแล ในเรื่องสวัสดิการ ในเรื่องค่าตอบแทนของเขา ผมคงไม่ใช้เวลาอะไรมากไปกว่านี้ เพราะว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอนิยม คุณหมอกิตติศักดิ์ ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ แล้วก็หมออีก หลาย ๆ หมอในพรรคเพื่อไทย ก็พูดไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ก็ขอสรุปว่าผมขอ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อสม. แล้วก็จะคอยดูว่าพรรคเพื่อไทย เราจะเข้าไปทำ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อให้ อสม. ได้รับประโยชน์ที่สุด รวมทั้งประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอสลับมาทางพรรคประชาชนนะครับ อีก ๒ ท่าน ขอเชิญท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู แล้วก็ ต่อด้วยท่านการณิก จันทดา เชิญครับ🔗

นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส. พรรคประชาชน เชียงใหม่ เขต ๑ อำเภอเมือง ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง ท่าศาลาและวัดเกศ วันนี้ดิฉัน ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และแนวหน้าสุขภาพของพรรคประชาชนและร่างอื่น ๆ ที่มาร่วมพิจารณากันในสภาแห่งนี้ ในวันนี้ค่ะ โดยดิฉันมี ๓ ประเด็นหลัก ๆ ที่สำคัญ และอีก ๑ ข้อเสนอแนะ ที่จะร่วมอภิปราย ในวันนี้นะคะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

ประเด็นแรก นั่นคือช่วงอายุของ ผู้ที่มาเป็น อสม. หรือว่าอาสาสมัคร ซึ่งในพื้นที่ของดิฉันก็มีเสียงสะท้อนว่าการจำกัดอายุ อยู่เพียงแค่ ๑๘-๖๐ ปี อาจจะไม่ได้ตอบสนองต่อความเป็นจริงในพื้นที่มากนัก ดิฉันจึงขอ ยกตัวอย่างอย่างนี้ค่ะ ในปัจจุบันอายุ ๑๘-๖๐ ปี ก็เป็นช่วงอายุที่ต้องทำงานหาเลี้ยงตนเอง ใช่ไหม แล้วยิ่งสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันก็จะต้องบีบคั้นให้พวกเราต้องทำงาน เพื่อหาเลี้ยงชีพ หาเลี้ยงครอบครัว ในบางพื้นที่ที่มี อสม. ที่อยู่ในช่วงอายุดังกล่าวก็ถึงเวลา ที่จะปฏิบัติหน้าที่ บางคนก็ไม่สามารถที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ได้ ในส่วนของพรรคประชาชนเอง ก็ได้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้จึงมีแก้ไขข้อจำกัดในเรื่องนี้ ในหมวด ๔ ของการที่ไม่จำกัดอายุ ก็คือมีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป โดยไม่จำกัดอายุว่าจะถึง ๖๐ ปีหรือไม่ แต่ว่าซึ่งก็มีคำถามแน่ ๆ ว่าถ้าหากสูงอายุเกินไป จะปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ ทางพรรคประชาชนก็มีมาตรา ๓๓ ในร่างของพรรคประชาชนที่จะหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ คือมีการประเมินสมรรถนะ ด้านร่างกาย ความรู้ ทักษะและการปฏิบัติงาน ทดสอบให้ อสม. ทุก ๆ ๓ ปี ขอย้ำว่าสังคม สูงวัยที่ปัจจุบันเรากำลังเผชิญอยู่ การให้โอกาสในสังคมสูงวัยได้ทำงานก็เป็นการสร้างคุณค่า ให้แก่บุคคลทุกคนและเป็นการเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทุกคนนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๒ โครงสร้างคณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งเชื่อมโยงการกระจาย อำนาจสาธารณสุข ซึ่งหลาย ๆ ร่างของหลาย ๆ พรรค บ้างก็ประธานคณะกรรมการระดับ จังหวัด บ้างก็เป็นผู้ว่าบ้าง เป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบ้าง แต่ดิฉันคิดว่าการที่ มีสัดส่วนที่เป็นประธานเป็นนายก อบจ. แบบของร่างของพรรคประชาชนจะดีกว่า เพราะว่า จะตอบโจทย์ใน ๒ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก ประเด็นในเรื่องของการสนับสนุน ในเรื่องของการกระจายอำนาจเพราะว่า อบจ. หรือ นายก อบจ. มาจากพี่น้องประชาชน ยิ่งมีความใกล้ชิดพี่น้องประชาชนมาก รู้ปัญหา รู้การแก้ไขว่าจะต้องแก้ไขปัญหาอย่างไร และดำเนินการในการตามภารกิจของ อสม. อย่างไร🔗

ประเด็นที่ ๒ การบูรณาการงบประมาณ อย่างที่ดิฉันกล่าวไปแล้วว่า อปท. ก็เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในด้านของสิ่งต่าง ๆ ให้ อสม. ในพื้นที่ก็มีอำนาจในการจัดทำ งบประมาณ ทรัพยากรต่าง ๆ ด้านสาธารณสุข จึงทำให้การใช้งบประมาณของ อบจ. ก็สะดวกรวดเร็วคล่องแคล่วมากขึ้นถ้าหากนายก อบจ. เป็นประธานค่ะ แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังจะได้รับความช่วยเหลือ ความดูแลจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ซึ่งมีตำแหน่งเป็น รองประธานด้วยค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องค่าตอบแทนของ อสม. ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ ๒,๐๐๐ บาท เท่านั้น ซึ่งไม่นับรวมกับค่าตอบแทนอื่น ๆ ซึ่งเราก็รู้กันดีว่าตัวเลข ๒,๐๐๐ บาท ไม่สามารถ ที่จะเลี้ยงชีพทั้งตลอดทั้งเดือนได้อย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นการกีดกันประชาชนที่อยู่ใน วัยทำงานไม่ให้เข้ามาทำงานในการเป็น อสม. ได้ด้วย ทางร่างพรรคประชาชนก็ได้มีการ เสนอแนะให้รัฐมนตรีและคณะกรรมการระดับนโยบายในการจัดสรรงบประมาณฝึกอบรม งบประมาณอื่น ๆ ในร่างของพรรคประชาชนเช่นเดียวกันค่ะ แล้วก็อีกประเด็นหนึ่ง หนึ่งข้อเสนอแนะที่ดิฉันอยากจะเสนอแนะไปเพื่อให้คณะกรรมาธิการที่จะพิจารณา ในร่างต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของอดีตพรรคก้าวไกลที่มีนโยบายหาเสียงไว้ในการพัฒนา อสม. เฉพาะทาง หรือการให้ค่าตอบแทนเป็นการทำงานรายชิ้น ทำงานได้ดีค่าตอบแทนสูงค่ะ ก็อยากจะเสนอแนะในเรื่องของตรงนี้ไว้ด้วยนะคะ ก็อยากจะฝากประธานผ่านไปยังสมาชิก ทุกท่านในห้องแห่งนี้ค่ะ แล้วตลอดไปถึงคณะกรรมการที่จะตั้งเพื่อพิจารณาร่างทุกร่าง ที่พิจารณาในสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะนำ ๓ ประเด็นสำคัญ และหนึ่งข้อเสนอหลักของดิฉัน ไปพิจารณาค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านการณิก จันทดา ครับ🔗

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันสังเกตเห็นว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านกล่าวว่า อสม. เป็นหัวใจของระบบสาธารณสุขที่ใกล้ตัว และทุกท่านก็คงอยากเห็นภาพของ อสม. ทำงาน ร่วมกับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นวันนี้ดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพที่ดิฉันและเพื่อน ๆ จากพรรคประชาชนได้ช่วยกันเสนอเข้าสู่สภาให้เป็นร่างหลัก ด้วยเหตุผลที่เราพิจารณากัน แล้วว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะช่วยยกระดับการทำงานของพี่ ๆ แม่ ๆ อสม. ให้เป็น แนวหน้าสุขภาพที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นผู้นำด้านสุขภาพในชุมชน นอกจากนี้ยังช่วย ลดปริมาณสะสมผู้ป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลอำเภอ แล้วก็ลดภาระ ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขจากโรคเรื้อรังด้วยค่ะ เพราะว่า อสม. จะช่วยเฝ้าระวังป้องกัน การเกิดโรค จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแล้วก็ช่วยเดินหน้าให้ความรู้ด้านสาธารณสุข หรือด้านสุขภาพ ช่วยแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลค่ะ ดิฉันมีข้อเสนอว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับพรรคประชาชนเราให้ความสำคัญกับท้องถิ่น เป็นอย่างยิ่งนะคะ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปแล้ว เราเสนอให้มีการจัดทำ คณะกรรมการ ๓ ระดับ อันแรกเป็นคณะกรรมการนโยบายส่งเสริมและสนับสนุน อสม. และแนวหน้าสุขภาพ เพื่อให้เกิดนโยบายในภาพใหญ่ภาพรวมระดับประเทศค่ะ ๒. คณะกรรมการติดตามและประเมินผล อสม. และแนวหน้าสุขภาพระดับจังหวัด หรือกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดนโยบายใกล้ชิดระดับท้องถิ่นที่เปิดโอกาสรับฟัง ความต้องการของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรงตามที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมออกแบบนโยบายการทำงานของ อสม. ในพื้นที่ของตัวเองค่ะ ที่สำคัญนอกจากที่ รพ.สต. จะถูกถ่ายโอนไปยัง อบจ. ในหลาย ๆ จังหวัดแล้วบาง รพ.สต. ยังมีภารกิจถ่ายโอนไปยังเทศบาล หรือ อบต.อีกด้วย ดังนั้นการทำงานของ อสม. จะต้องสอดคล้องไปกับผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกระดับด้วยค่ะ ดังนั้นการออกแบบให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลโดยมีการ รับฟังเสียงของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับต่าง ๆ จะช่วยทำให้มีความเข้าใจ ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ก็จะทำให้แม่ ๆ อสม. สามารถที่จะทำงานร่วมกับ คนในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ๓. คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน อสม. และแนวหน้าสุขภาพ เพื่อให้เกิด มาตรฐานการทำงานของ อสม. คนในชุมชนก็จะได้รับความรู้คำแนะนำด้านสุขภาพ อย่างถูกวิธีจาก อสม. แนวหน้าสุขภาพ และที่สำคัญตรงกับความต้องการของในพื้นที่ค่ะ ดิฉันจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน และแนวหน้าสุขภาพ ฉบับพรรคประชาชนให้เป็นร่างหลัก ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ครับ ขอสลับมาทางพรรคเพื่อไทยอีก ๒ ท่านครับ ท่านแรกจะเป็นท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แล้วก็ท่านนพพล เหลืองทองนารา ครับ เชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ก่อนครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ อาสาสมัครประจำหมู่บ้านหรือที่เรียกว่า อสม. ถ้าในกรุงเทพฯ ก็จะเรียกว่า อสส. กทม. หรืออาสาสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เป็นบุคคล ที่ปิดทองหลังพระ เป็นกลุ่มบุคคลที่ทุ่มเททำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในชุมชน แต่ที่ผ่านมาได้รับการดูแลที่ไม่เพียงพอ ไม่ได้รับการให้ความสำคัญ ทำให้อาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. นั้นสามารถดำรงชีพด้วยความยากลำบาก แต่ด้วยเหตุ ที่พรรคเพื่อไทยในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และในสมัยท่านรัฐมนตรี สาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน และสมาชิกพรรคเพื่อไทย พวกเรารวมทั้งตัวผมด้วย ท่านสรวงศ์ เทียนทอง และเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยจำนวนมาก ก็ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ. อสม. ขึ้นมาเพื่อให้มีการดูแลบริหารจัดการในเรื่องอาสาสมัครสาธารณสุขอย่างครอบคลุม ถ้าจะกล่าวโดยสรุปของร่างนี้ก็คือร่างนี้ อสม. จะมีบทบาทมากขึ้นเป็นระบบมากขึ้น จะมี ระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขมาเป็นตัวกำหนดว่า อสม. จะต้องทำการอย่างไร และมี การวางระบบการให้ผลตอบแทนที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์โดยตรง หรือผลประโยชน์ทางอ้อม ผมขออนุญาตอ่านสัก ๒-๓ มาตรา เพื่อที่จะทำให้ประชาชน เกิดความสบายใจ อย่างเช่น ในเรื่องของผลตอบแทนก็จะมีสิทธิได้รับสวัสดิการ ได้รับช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล ค่าห้องพิเศษ ค่าอาหารพิเศษจากโรงพยาบาล หรือหน่วยบริการสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรือกรุงเทพมหานคร อันนี้อยู่ใน มาตรา ๓๖ ผลประโยชน์อีกส่วนหนึ่งที่จะได้ก็คือ ถ้าเป็น อสม. จะมีการคัดให้เป็น อสม. ดีเด่น และ อสม. ดีเด่นจะได้รับสิทธิพิเศษอาจได้รับคัดเลือกให้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามกฎหมายในชั้นเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็น ที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ อันนี้เป็นผลประโยชน์อีกส่วนหนึ่งที่ได้ทั้งเรื่องผลประโยชน์ ในเรื่องสวัสดิการการรักษาพยาบาล แล้วยังมีสิทธิประโยชน์ในเรื่องของกองทุนและสิทธิ ประโยชน์อื่นที่จะได้รับตามกฎหมายอื่น ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าร่างกฎหมายที่สมาชิกพรรค เพื่อไทยได้เสนอต่อสภาแห่งนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ดูแล อสม. ทั้งในกรุงเทพฯ และ อสส. กทม. ในกรุงเทพมหานครอย่างครอบคลุมและทั่วถึง จึงเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีประโยชน์ และพวกผมก็เสนอเข้ามาก็ยินดีสนับสนุนทุกร่าง ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานคะ ถ้าเกิดคุณนพพลไม่อยู่ ขอฐิติมา ฉายแสง แทนเลยได้ไหมค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญเลยครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันขออภิปรายในร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... หรือร่างพระราชบัญญัติ อสม. ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ไม่ใช่การแก้กฎหมาย ที่มากำหนดสถานะ บทบาทและสิทธิประโยชน์ของ อสม. อย่างเป็นระบบ ดิฉันเองขอใช้โอกาสนี้หยิบยกเพียง บางประเด็นเท่านั้นที่สำคัญเหมือนกันก็คือเรื่องของการกำหนดอายุของพี่น้อง อสม. ขึ้นมา อภิปราย เพราะว่าดิฉันติดใจค่ะท่านประธาน คือในร่างกฎหมายนี้กำหนดให้อายุของ อสม. นั้นมีร่างหนึ่งที่บอกว่าอายุ ๑๘-๖๐ ปี ดิฉันก็อยากจะ เรียนตรง ๆ เลยว่าการกำหนดอายุเริ่ม ตั้งแต่อายุ ๑๘ ปีนั้นในความเป็นจริงแทบจะหาคนอายุ ๑๘ ปี หรือ ๒๐-๒๕ ปีมาทำงาน อาสาสมัครนี่คงจะยากอยู่นะคะ โดยที่เราจะเห็นว่าคนอายุเหล่านี้เขาจะมีความฝัน ฝันไป ทำงาน หรือจะค้าขาย Online หรือว่าไปส่งอาหารอะไรก็แล้วแต่เลี้ยงครอบครัว แต่ว่าจะหา ยากทีเดียวที่จะมาเป็นอาสาสมัครที่จะมารับเงินเดือน ๒,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๒,๐๐๐ บาทนี้ ต้องดูแลอย่างน้อย ๑๕ หลังคาเรือน ๒๕ หลังคาเรือน เท่าที่ดิฉันเจอะเจออยู่ก็หายากที่จะมา สมัครแบบนี้ แต่ในทางกลับกันคนที่ดิฉันเจอจริง ๆ ในพื้นที่เวลาที่ดิฉันไปเยี่ยมประชาชนก็ดี ไปงานศพ ไปงานบวชอะไรก็แล้วแต่โดยเฉพาะช่วงโควิดที่หลายคนพูดอยู่ว่า เราจะเจอคน ที่มาคัดกรองนี่ดิฉันเจอคนที่สูงอายุทั้งนั้นเลยที่เป็นผู้ที่อาสาสมัครมาเป็น อสม. ทำหน้าที่ดี มากด้วย ค่อยมายอดเจลล้างมือให้เรานี่ละค่ะที่ดิฉันเจออยู่เป็นประจำ เขาทำงานกันเข้มแข็ง มากก็คือผู้ที่สูงอายุ เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้คือคนที่มีคุณค่าอย่าได้คิดว่าเขาเป็นคนที่เป็น ภาระ เพราะฉะนั้นอายุ ๖๐ ปีถือว่ายังไม่ได้สูง แต่ทีนี้มันก็ต้องมีกฎเกณฑ์ถูกไหมคะ คนที่ ดิฉันอยากจะเสนอว่าน่าจะอายุไปถึงประมาณ ๖๕ ที่ยังทำงานไหวอยู่แล้วก็เข้มแข็งมาก แต่พอเกินอายุ ๖๕ ปี อย่างเช่น ๖๕ ๗๐ อะไรก็ว่าไป เราก็ต้องมีมาตรการในการที่จะดูว่า สมรรถภาพในการทำงานของเราเป็นอย่างไร ตรวจสุขภาพของเขานี่เขายังสามารถที่จะ วัดความดันส่ง เขายังสามารถทำรายงานส่ง เขายังทำหน้าที่ของ อสม. ได้เต็มที่ไหม อันนั้น ก็ต้องไปวัดกัน แต่ดิฉันอยากจะเปรียบเทียบอย่างนี้ค่ะว่าเวลาที่เราไปหาหมอ บางทีเราเจอ หมออายุ ๗๐-๘๐ ปีเลยนะคะท่านประธาน ทำไมเราถึงยอมรับหมอที่อายุสูง ๆ ทำงานแบบ นี้ได้ แล้วพี่น้อง อสม. ที่อายุเยอะ งานไม่ได้ Serious เท่ากับหมอที่อายุเยอะแบบนั้น เรา ปล่อยหมอทำได้แต่ อสม. กลับไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันอยากจะเรียกร้องว่าเอ๊ะเรา น่าจะดูถึงคนที่เขาสูงอายุนี้ที่อายุประมาณ ๖๕ ปีขึ้นไป แล้วก็ ๖๕ ๗๐ เราก็มีมาตรการ ในการวัดกันไป ทีนี้สิ่งที่ดิฉันอยากจะถามกับท่านรัฐมนตรีว่าเวลาที่เราขยายอายุแบบนี้เราจะ มีกฎเกณฑ์มีมาตรการในการที่จะวัดสมรรถภาพเขาอย่างไร ท่านมีวิธีการอะไรไหม เพราะ ดิฉันเจอในพื้นที่ของดิฉัน เขามาช่วยพาไปหาบ้านที่เขาดูแล ขยันขันแข็งมาก แล้วมีวิธีการจะ ตัดเขาออกหรือ ไม่ให้เขาทำแล้วหรือ หรืออย่างไรนะคะ อยากจะทราบตรงนี้ ในร่าง พ.ร.บ. อสม. กฎหมายใหม่ เหตุใดถึงกำหนดแค่เพียง ๑๘-๖๐ ปี อันนี้ถามย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ อยากให้เปิดโอกาสแล้วก็รัฐบาลมีมาตรการอะไร แล้วก็ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่ที่เป็นอายุ ที่ท่านบอกว่า ๑๘ ปีเป็นต้นไปนี่เขามีแรงจูงใจอะไร แค่ ๒,๐๐๐ บาทเขาคงไม่มา ทำอย่างไร ให้เขามาเป็นอาสาสมัครช่วยงานสังคม ซึ่งดิฉันขอยกย่องพี่น้อง อสม. ทุกคนเลยนะคะที่มา ทำงานตรงนี้ให้กับสังคม ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอสลับมาทางพรรคประชาชน ๒ ท่านครับ จะเป็นคุณสิริลภัส กองตระการ แล้วก็ คุณธัญธรธ นินวัฒนาธร ครับ เชิญท่านสิริลภัส กองตระการ ก่อนครับ🔗

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร บางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... ของพรรคประชาชน ประเด็นที่ดิฉันจะ อภิปรายในวันนี้ก็คือเรื่องของแนวหน้าสุขภาพค่ะ แนวหน้าสุขภาพคืออะไร ก็คือ อสม. หรือ อสส. ที่ผ่านการอบรมแล้วประเมินสมรรถนะขั้นเชี่ยวชาญ จนได้รับการขึ้น ทะเบียนเป็นแนวหน้าสุขภาพ ประเด็นที่ดิฉันอยากจะอภิปรายในวันนี้ คือเรื่องของการ พัฒนาทักษะแนวหน้าสุขภาพให้มีความรู้ความเข้าใจ มีความสามารถที่จะกระจายองค์ ความรู้และสามารถดูแลสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบ จากที่ทราบกัน ดีว่าในปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยทางโรคจิตเวชเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคม ปัจจัยอาจจะมาจาก เศรษฐกิจ สังคม หรือว่าความสัมพันธ์จากคนรอบข้างที่ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสม จำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าตอนนี้ เด็กอายุ ๖ ขวบเริ่มเป็นแล้ว นี่เป็นข้อมูลที่น่าตกใจมาก วัย เรียน วัยรุ่นที่มีอัตราการทำร้ายตัวเอง พยายามฆ่าตัวตายสูงสุด เด็ก ๆ เหล่านี้ ป่วยเป็นโรค ทางสุขภาพจิตและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงเรื่อย ๆ คนวัยทำงานที่เป็น Sandwich Generation ที่ต้องแบกรับภาระของตนเอง ภาระของครอบครัว รวมไปถึงผู้สูงอายุที่มีอัตราการฆ่าตัวตาย สำเร็จมากกว่าวัยอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการให้ความรอบรู้ทางด้านสุขภาพจิตนั้น ยังไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่ารัฐจะพยายามเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ในประเด็นสุขภาพจิต มากเท่าไรแต่ว่านั่นคือการแก้ปัญหาที่ปลายทาง ดังนั้น แนวทางในการป้องกันไม่ให้มีการเพิ่ม จำนวนผู้ป่วยนั่นก็คือการมีแนวหน้าสุขภาพจิต สิ่งที่แนวหน้าสุขภาพจิตทำได้คืออะไร คือการสร้างการตระหนักรู้ ให้ความรอบรู้ทางด้านสุขภาพจิต การประเมินเบื้องต้นสามารถ ให้คำแนะนำและให้คำปรึกษากับผู้ที่มีความเสี่ยงได้ กลุ่มคนเหล่านี้จะพัฒนามาเป็นแนวหน้า สุขภาพจิตที่จะช่วยคัดกรองแล้วก็ช้อนผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะป่วยให้เข้ารับการรักษาหรือว่า การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่คนเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ป่วย สิ่งเหล่านี้จะเป็นการลด จำนวนผู้ป่วยจิตเวช ไม่ให้เกิดภาวะคอขวดที่ไปกระจุกตัวอยู่ที่จิตแพทย์ ซึ่งดิฉันเคยอภิปราย ไปแล้วว่าประเทศของเราตอนนี้อยู่ในภาวะคนไข้ล้นมือหมอ รอคิวนาน เข้าถึงบริการไม่ได้ เพราะฉะนั้นแนวหน้าสุขภาพจิตนี้จะเป็นตัวกรองและเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการยกระดับ ระบบสุขภาพจิต การอบรมเพิ่มพูนทักษะนั้นจะทำให้การทำงานของ อสม. มีประสิทธิภาพ มากขึ้นแล้วก็มีแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเอง ดิฉันเห็น อสม. ที่เข้มแข็งในหลายชุมชน มีการรณรงค์เรื่องสุขภาพจิตเพิ่มมากขึ้นแล้วและเป็นการรับนโยบายมาปฏิบัติงาน แต่ท่านประธาน เราต้องคิดถึงคนที่อยู่หน้างานด้วยว่า เมื่อเขาได้รับภารกิจที่เพิ่มขึ้น ภาระงานที่เพิ่มขึ้น หลายท่าน อสม. อสส. ส่งเสียงมาว่าภาระงานเยอะขึ้นแต่ว่าค่าตอบแทน เท่าเดิม ดิฉันเข้าใจว่าการมาเป็น อสม. หรือ อสส. คืออาสา แต่จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเขาทำงาน แล้วได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม การไปอบรมเพิ่มพูนทักษะควรจะตามมาด้วยค่าตอบแทน ที่จะเป็นแรงจูงใจให้กับเขาในการทำงานเหล่านั้น แนวหน้าสุขภาพจิตจะช่วยกระจายข้อมูล ข่าวสารความรู้ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ประชาชนควรจะได้รับ และข้อได้เปรียบ ของ อสม. นั่นก็คือความไว้เนื้อเชื่อใจ การเป็นเพื่อนบ้านเป็นคนในชุมชนนั้น ๆ ดูแลกัน เหมือนญาติพี่น้อง เพราะฉะนั้นเมื่อเขาทำงานที่ยากขึ้น มากขึ้น ค่าตอบแทนก็ควรจะได้รับ ในการทำงานให้เหมาะสมเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นพ่อ ๆ แม่ ๆ อสม. พี่ ๆ ทั้งหลายคน ที่ทำงานกันมามากกว่า ๒๐-๓๐ ปี เป็นอาสาตั้งแต่ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนเลยด้วยซ้ำ ประเด็นนี้ดิฉันเห็นว่า อสม. อสส. ไม่ควรจำกัดอยู่ที่อายุ แต่เราควรประเมินกันที่สมรรถภาพ ว่ายังสามารถทำหน้าที่ได้อยู่หรือไม่ เพราะดิฉันเคยเจอแล้วในชุมชนป้าหนอม ชุมชนจันทราสุข ในเขตพื้นที่ของดิฉัน อายุ ๘๐ ปีกว่าแล้วแต่ยังแข็งแรงดีอยู่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อีกทั้ง เมื่อให้ผู้สูงวัยเหล่านี้ได้มาทำกิจกรรม พบปะคนในชุมชน ได้เจอกับคน ได้ให้เขาออกมา ติดสังคม ลดความเสี่ยงที่จะลดการติดบ้าน ติดเตียง ถึงแม้ว่าตอนนี้สาธารณสุขเอง ก็จะพยายามผลิตนักสื่อสารสุขภาพจิต หรือว่า MIT ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่คนที่จะพูดคุยกับ คนในพื้นที่นั้นรู้เรื่องก็ควรจะเป็นคนที่อยู่ในชุมชนนั้น ๆ มากกว่า ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพ อสม. อสส. ที่มีอยู่แล้วให้ Up Level Up Skill ขึ้นไปมากขึ้นจะเป็นแรงผลักสำคัญเลย ในการพัฒนาระบบสุขภาพจิตให้เดินหน้าไปได้ดีและไกลมากยิ่งขึ้น ดังนั้นดิฉันจึง ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ ที่พรรคประชาชนเสนอเข้ามาเพื่อให้ อสม. และ อสส. ทุกท่านได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ระบบสุขภาพจิตของประชาชนให้ทั่วถึงและครอบคลุม ขอบคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปมาที่พรรคเพื่อไทยนะครับ คุณนพพล เหลืองทองนารา อยู่หรือไม่ครับ ท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทย ในวาระการ เสนอร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในครั้งนี้ ดิฉันมีความชื่นชม แล้วก็หวังว่าจะได้เกิดพระราชบัญญัตินี้อย่างสมบูรณ์แบบและได้มีการใช้โดยเร็ว นับตั้งแต่ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ในปี ๒๕๕๔ ก็ยังไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนให้กับ อสม. เลยค่ะ สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่าง รวมทั้งเพื่อนสมาชิกอีก ๗ ฉบับ ในการนี้ดิฉัน ขอวิพากษ์ไปที่ฉบับของคณะท่านรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้เสนอ เนื่องด้วยฉบับนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็น รวมทั้ง การพิจารณ์แล้วผ่าน Google Form และเว็บไซต์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแล้วจาก ประชาชนราว ๔๐๐,๐๐๐ คน จึงเป็นฉบับที่น่าเชื่อถือได้ค่ะ โดยในฉบับนี้นั้นประกอบไปด้วย ๕ หมวด และบทเฉพาะกาล รวมทั้งสิ้น ๖๕ มาตรา ดิฉันมีความคิดเห็นใน ๒-๓ ประเด็น ดังนี้🔗

ในประเด็นแรก เรื่องของอายุในการขึ้นทะเบียนเป็น อสม. จากหมวด ๔ ส่วนที่ ๑ การคัดเลือกและการขึ้นทะเบียน ได้ระบุในมาตรา ๒๘ (๑) ว่าบุคคลผู้มีสิทธิได้รับ การคัดเลือกและขึ้นทะเบียนนั้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี และไม่เกิน ๖๐ ปี ดังนั้นจาก เจตนารมณ์ในระยะยาวที่จะเปิดรับ อสม. ใหม่เพื่อสร้างบุคลากรในระบบสุขภาพ อย่างต่อเนื่องนับว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ โดยกำหนดกรอบอายุไว้ที่ไม่เกิน ๖๐ ปี ดิฉันขอชวนคิดว่าถ้าเพิ่มเป็น ๖๕ ปี ก็น่าจะส่งผลดีอีกหลายประการ ๖๐ ปี ถือว่าเกษียณ หลังเกษียณจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิต มีวุฒิภาวะเป็นที่เคารพนับถือในชุมชน เป็นการ เปิดโอกาสให้บุคคลกลุ่มนี้เข้าทำหน้าที่และถ่ายทอดองค์ความรู้ ยกระดับทักษะและ ขีดความสามารถได้ทางหนึ่ง และบุคคลกลุ่มนี้ที่สืบเนื่องเชื่อมโยงกับสังคมไทยที่เป็นสังคม ผู้สูงอายุคือมีผู้มีอายุมากกว่า ๖๐ ปีขึ้นไป ตอนนี้ก็มากกว่าร้อยละ ๒๐ แล้วค่ะ ประมาณ ๑๓ ล้านคน และเข้าสู่ Super Age Society คือ ๖๕ ปีขึ้นไปของคนไทยเราร้อยละ ๑๔ ราว ๙ ล้านคน ดังนั้นการเปิดกรอบให้ผู้ที่จะมาขึ้นทะเบียนเป็น อสม. อายุ ๖๕ ปี ก็น่าจะ เป็นผลดีค่ะ ส่วนการหมดสมาชิกอายุเท่าไรก็ได้ค่ะ ให้ขึ้นอยู่กับสมรรถนะแล้วก็ศักยภาพ ของ อสม. ท่านนั้น🔗

ในประเด็นที่ ๒ ดิฉันขอแสดงความเห็นในเรื่องของคุณสมบัติตามที่ระบุ ในมาตรา ๒๘ (๙) และ (๑๐) อสม. นั้นจะถูกห้ามไม่ให้เป็นข้าราชการทางการเมือง ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือเป็นกรรมการบริหาร พรรคการเมือง ดิฉันมีข้อสังเกตว่าบุคคลเหล่านี้จะเป็นผู้ที่รู้โครงสร้างเป็นอย่างดีในพื้นที่ ในท้องถิ่น การบริหารเชิงบูรณาการจะทำให้เกิดผลที่ทวีคูณต่อไปอย่างเป็นประโยชน์ เป็นอย่างยิ่ง สามารถบูรณาการได้ทั้งในระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติ ดิฉันคิดว่ามีผลดี แต่ก็มีข้อสังเกตว่าในเรื่องของการขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ การใช้ตำแหน่งหน้าที่ และการสร้างเครือข่ายเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ตรงนี้อาจจะต้องเป็นข้อที่ควรระวัง อย่างไรก็ตามดิฉันมั่นใจว่าในการเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ที่มีการคัดเลือกอย่างดีแล้วและ อีกประการหนึ่งก็คือเสนอให้มีกลไกภาคประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่ในการ ตรวจสอบ โดยเฉพาะการให้บริการสุขภาพที่ทั่วถึง แล้วก็เป็นธรรมจากคนกลุ่มนี้🔗

สำหรับประเด็นที่ ๓ เรื่องการพัฒนาสมรรถนะ ก็ขอให้เป็นการประเมินเพื่อ เป็นการพัฒนาศักยภาพของ อสม. ไม่ใช่เป็นการประเมินเพื่อจะคัดคนออกหรืออย่างใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะหน้าที่ของ อสม. ที่กล่าวไว้ว่าเป็นผู้ที่แจ้งข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข บำบัดทุกข์ประชาชน และดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี เอาแค่เรื่อง ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีดิฉันก็คิดว่าเรื่องนี้ประเมิน อสม. ถ้า อสม. เป็นผู้มีสุขภาพที่ดี เราจะได้ระบบสุขภาพที่เห็นคนต้นแบบแล้วขับเคลื่อนได้ ต้องชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่ในขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ขับเคลื่อนในเรื่องของการให้ อสม. มีสิทธิในการคัดกรองโรคอีก ๙ รายการด้วยกัน ก็ถือว่านี่คือพื้นฐานเบื้องต้นของการประเมิน เพื่อให้ อสม. มีสุขภาพที่ดี เป็นต้นแบบของประชาชนต่อไปค่ะ ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่จะมีพระราชบัญญัติแห่งนี้และขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ผลักดันอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ฉบับของกระทรวงสาธารณสุข ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีน่าจะเป็น ร่างหลักที่สำคัญยิ่งค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ แจ้งท่านสมาชิกนะครับ มีผู้อภิปรายแจ้งความจำนงมาทั้งหมดเหลืออยู่เพียง ๑๓ ท่านครับ อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ เราอยู่ด้วยกันตลอดนะครับ ต่อไปท่านนิกร โสมกลาง🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผมเกรงว่าท่านจะข้ามสมาชิกจากพรรคประชาชนนะครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานไชยา ได้ขานชื่อพรรคประชาชน ๒ ท่าน คือ คุณสิริลภัสกับคุณธัญธรครับ พอดีคุณสิริลภัส พูดจบ แล้วท่านก็เรียกทางพรรคเพื่อไทยเลยครับ ข้ามไปครับ ต้องขออภัยครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออภัยครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวค่อยต่อจากนี้ครับ ผมเรียนเชิญท่านนิกร โสมกลาง แล้วค่อยกลับมาครับ🔗

นายนิกร โสมกลาง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กว่า ๔๐ ปีที่ผ่านมา อสม. หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเป็นเสาหลักที่มองไม่เห็น แต่มีพลังมหาศาลในการดูแล สุขภาพของพี่น้องประชาชนในทุกตรอกซอกซอยของประเทศนี้ พี่น้อง อสม. เป็นกลุ่มที่ คอยเดินเคาะประตูบ้านดูแลผู้ป่วยติดเตียง เฝ้าระวังโรคระบาด หรือให้คำแนะนำ เรื่องสุขภาพพื้นฐาน เหลุผลสำคัญที่เราต้องมีกฎหมายฉบับนี้ครับท่านประธาน เพื่อสร้าง ความมั่นคง ที่ผ่านมาค่าตอบแทนของพี่น้อง อสม. ไม่สม่ำเสมอและไม่มีสวัสดิการที่ชัดเจน เทียบเท่าบุคลากรของรัฐคนอื่น ๆ การมีกฎหมายจะช่วยให้พี่น้อง อสม. ได้รับค่าตอบแทน และสวัสดิการที่เป็นธรรม ทำให้พวกเขามีขวัญและกำลังใจในการทำงานต่อไปครับ และอีกอย่างครับ เพื่อยกระดับการทำงานของ อสม. จากเดิมที่อาจทำงานอย่างไม่มีกรอบ ที่ชัดเจน การมีกฎหมายจะช่วยกำหนดบทบาทหน้าที่และการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบให้กับ พี่น้อง อสม. มีความรู้และทักษะที่ทันสมัย สามารถทำงานตอบสนองต่อปัญหาด้านสุขภาพ ที่ซับซ้อนในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้นครับ เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติ จากที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้เสนอ มีบางประเด็นที่ผมอยากจะผู้สนับสนุนครับ🔗

เรื่องที่ ๑ มีการกำหนดสถานะที่ชัดเจน โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะกำหนดให้ พี่น้อง อสม. เป็นบุคลากรสาธารณสุขในระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างเป็นทางการ เป็นบุคลากรที่ไม่ใช่แค่อาสาสมัครอีกต่อไป การมีสถานะที่ชัดเจนจะเป็นการเปิดประตูไปสู่ สิทธิและโอกาสในการพัฒนาอย่างมากมาย🔗

เรื่องที่ ๒ เพิ่มความมั่นคงในชีวิตและสวัสดิการที่เหมาะสม ร่าง พ.ร.บ. จะให้ ความสำคัญกับเรื่องปากท้องของพี่น้อง อสม. อย่างแท้จริง โดยมีการกำหนดค่าตอบแทน รายเดือนที่สม่ำเสมอและมีหลักประกันด้านสุขภาพที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้อง อสม. จำนวน ล้านกว่าคนทั่วประเทศเฝ้ารอคอยมานานครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ยกระดับศักยภาพและการทำงานที่เป็นระบบ กฎหมายฉบับนี้ จะช่วยให้พี่น้อง อสม. ได้รับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ทำให้ พวกเขาสามารถรับมือกับปัญหาด้านสุขภาพที่ซับซ้อนขึ้นในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในชุมชน การให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพจิต หรือแม้กระทั่งการเป็นแกนนำในการป้องกันโรคใหม่ต่าง ๆ ทำให้การทำงานของพี่น้อง อสม. ไม่ใช่เพียงแค่การเคาะประตูบ้าน แต่เป็นการทำงานเชิงรุกที่มีความรู้และมาตรฐานรองรับมากขึ้น🔗

เรื่องที่ ๔ เสริมสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะช่วยให้เกิด การเชื่อมโยงการทำงานของพี่น้อง อสม. กับสถานพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขอื่น ๆ ที่อย่างเป็นระบบมากขึ้น การมีกฎหมายรองรับจะทำให้การส่งต่อข้อมูลและการดูแลผู้ป่วย จากระดับหมู่บ้านไปยังโรงพยาบาลได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ผมอยากฝากข้อเสนอแนะไปยังกรรมาธิการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลังจากนี้สัก ๑ เรื่อง เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ได้มีการบังคับใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คือการกำหนดบทบาทและขอบเขตหน้าที่ให้ชัดเจนและครอบคลุมครับ เมื่อพี่น้อง อสม. ได้รับการยกระดับสถานะและสวัสดิการแล้ว บทบาทและหน้าที่ก็ควรจะได้รับการปรับปรุง ให้ชัดเจนและทันสมัยมากขึ้นด้วย เราอาจจะต้องพิจารณาขยายบทบาทของพี่น้อง อสม. จากเดิมที่เน้นการงานพื้นฐานไปสู่การทำงานเชิงรุกด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ ซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น การเป็นแกนนำด้านสุขภาพจิตในชุมชน การให้ความรู้เรื่องภัยคุกคาม ด้านสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมหรือการเป็นผู้ประสานงานหลักในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้าน สุขภาพในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณค่าและประสิทธิภาพในการทำงานของพี่น้อง อสม. ลด ภาระงานของบุคลากรในโรงพยาบาล ท้ายที่สุดนี้ผมอยากขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขและเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ร่วมกันเสนอร่างในวันนี้ โดยเฉพาะท่าน รัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ครับ เพราะการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มงบ ไม่ใช่เพียงแค่การให้ค่าตอบแทน แต่คือการให้เกียรติ ให้ศักดิ์ศรี ให้อนาคตแก่คนที่ทำงาน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าไม่มีพี่น้อง อสม. ระบบสาธารณสุขไทยคงไม่แข็งแกร่งอย่าง ทุกวันนี้ แต่ถ้าเรามีกฎหมายฉบับนี้เราจะไม่เพียงรักษาความแข็งแกร่งแต่จะยกระดับ ระบบสุขภาพไทยให้ก้าวไกลสู้กับทุกวิกฤติได้อย่างมั่นใจ ดังนั้นกระผมยืนยันชัดเจนว่า ตัวผมและพรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อย่างเต็มกำลังเพื่อตอบแทนหัวใจของคนตัวเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดในประเทศนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณธัญธร ธนินวัฒนาธร เชิญครับ🔗

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในเขตบางแคและภาษีเจริญ จากพรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับระบบสาธารณสุขพื้นฐานของไทย สร้างขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม. ครับ กว่า ๑ ล้านคนทั่วประเทศที่อุทิศตนเป็นแนวหน้าดูแลสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนมา อย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-๑๙ ที่ผ่านมา พรรคประชาชนของเรา ก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการ ของประชาชนอย่างแท้จริงมาโดยตลอด การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ยังสอดคล้องกับ นโยบายที่เราต้องการสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิให้เข้มแข็งและยั่งยืนขึ้น เป็นการวางระบบ สุขภาพของชาติให้พร้อมรับกับความท้าทายใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอุบัติใหม่การที่เราจะเข้า สู่สังคมสูงวัยหรือการมาถึงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มมากขึ้นหรือ NCDs ในร่างกฎหมาย ก็ได้กำหนดบทบาทของ อสม. ไว้อย่างครอบคลุมครับ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาลขั้นต้นและการฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วย รวมถึงบทบาทผู้นำการ เปลี่ยนแปลงสุขภาพและเป็นผู้ประสานระหว่างชุมชนกับหน่วยบริการ บริบทปัญหาสุขภาพ ของประเทศเราที่เปลี่ยนไปมากนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคมสูงวัยที่ได้กล่าวไปแล้ว หรือการ เพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ผู้ป่วยหลังการรักษาจากโรงพยาบาลก็ยังต้องการ การดูแลรักษาต่อเนื่องที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ระบบการดูแลแบบ Intermediate Care ครับ แผนระยะกลางและระยะฟื้นฟูจึงเข้ามามีบทบาทที่สำคัญนั่นก็คือการดูแลผู้ป่วยหลังจากพ้น ระยะวิกฤติโรงพยาบาลออกมาแล้ว แต่ยังต้องฟื้นฟูต่อที่บ้านหรือในชุมชน ผู้ป่วยกลุ่มนี้ครับ อาจจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหรือผู้ป่วยจากโรค หลอดเลือดสมองหัวใจเป็นต้น อสม. และ อสส. ก็จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่ช่วยเติมเต็ม ช่องว่างของการดูแลระยะกลาง หรือ IMC นี้ครับ เพราะอยู่ใกล้ชิดชุมชน คุ้นเคยกับพื้นที่ รู้จักบ้านผู้ป่วยและสามารถทำงานร่วมกับทีมแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด รวมถึง บุคลากรทางสาธารณสุขอื่น ๆ ได้ เพื่อช่วยมาติดตามการเยี่ยมบ้านของผู้ป่วยหลังจาก ออกจากโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ ทำหน้าที่คอยเป็นหูเป็นตาให้กับระบบสาธารณสุข ในการติดตามประเมินอาการผู้ป่วย คอยประสานระหว่างผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูที่เหมาะสมจนแข็งแรงขึ้น เช่น การประเมินอาการเบื้องต้น วัดความ ดันชีพจร ตรวจดูแผล ดูการทานยา และกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย หากพบความผิดปกติ ก็สามารถแจ้งได้ทันที ด้วยบทบาทนี้จึงช่วยให้ผู้ป่วยไม่หลุดจากการติดตามดูแล ลดการ กลับไปนอนโรงพยาบาลซ้ำและบรรเทาความหนักของระบบสาธารณสุขในระยะยาวครับ ในเขตเมืองอย่างกรุงเทพมหานครเรา เราก็มีอาสาสมัครกรุงเทพมหานครหรือเรียกว่า อสส. กว่า ๑๓,๐๐๐ คน ปฏิบัติงานอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ หลายชุมชนก็เป็นย่านแออัดที่อาจจะ เข้าถึงระบบสุขภาพได้ยาก อสส. เหล่านี้ก็เปรียบเปรยได้กับเป็นเส้นเลือดฝอยของระบบ สุขภาพเมืองที่เชื่อมโยงกับศูนย์บริการสาธารณสุข และโรงพยาบาลซึ่งเปรียบเสมือนกับ เส้นเลือดใหญ่ให้เข้าถึงประชาชนในทุกตรอกซอกซอย หากเส้นเลือดฝอยแข็งแรงระบบ สุขภาพโดยรวมก็จะแข็งแรงมากขึ้นตามไปด้วยครับ สิ่งที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะทำก็คือ การยกระดับ อสม. และ อสส. เหล่านี้ให้เป็นแนวหน้าสุขภาพ ให้มีความภาคภูมิใจและ สนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในระบบดูแลระยะกลางที่ประสานระหว่างบ้าน และโรงพยาบาลครับ นโยบายด้านสาธารณสุขของพรรคประชาชนเราให้ความสำคัญกับ การกระจายบริการสุขภาพที่มีคุณภาพถึงชุมชน เราเชื่อว่าระบบสุขภาพที่ดีต้องเริ่มจากฐาน รากที่เข้มแข็ง หมายถึงสถานีอนามัยหรือศูนย์บริการสาธารณสุขที่มีศักยภาพ มีทรัพยากร และมีกำลังคนเพียงพอ การทำงานประสานงานกับประชาชนในพื้นที่ก็ทำได้อย่างแนบแน่น ผมเห็นว่าการลงทุนในระบบสาธารณสุขสุขภาพเชิงป้องกันจะส่งเสริมบทบาทประชาชน ในการดูแลสุขภาพตนเองผ่านกลไกแนวหน้าสุขภาพนี้ และจะให้ผลยั่งยืนลดค่าใช้จ่ายกับ การรักษาพยาบาลในระยะยาว ช่วยสร้างเกราะป้องกันโรคให้กับประชาชน ลดจำนวนผู้ป่วย และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะจบการอภิปราย ผมขอสรุปว่าร่างพระราชบัญญัติ อสม. และแนวหน้าสุขภาพฉบับนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญ ในการยกระดับบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานของประเทศไทยเรา เรากำลังจะมอบหลักประกัน และแรงจูงใจที่เหมาะสมให้กับผู้ที่เป็นด่านหน้าสุขภาพของประชาชน การมีกฎหมายรองรับ จะทำให้การบริหารจัดการเป็นระบบและต่อเนื่อง ต่อยอดพัฒนาในระยะยาวก็ทำได้ง่ายขึ้น เราจะมีบุคลากรทางสุขภาพภาคประชาชนที่ทำงานคู่ขนานกับบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีประสิทธิภาพต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ขอเชิญคุณภูริวรรธก์ ใจสำราญ ครับ🔗

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน ลาดพร้าว จรเข้บัว พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ เดือนที่ผ่านมา ผมรู้จักครอบครัวอยู่ ๓ ครอบครัว ซึ่งคนสำคัญของพวกเขาเป็นสามีที่อยู่ร่วมกันมาทั้งชีวิต เป็นแม่คนที่มีความสำคัญเพียงคนเดียวของชีวิต เป็นลูกชายที่เป็นหัวแรงของครอบครัว คนเหล่านี้ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอยู่ในขั้นวิกฤติ แล้วก็อยู่ใน ICU ตลอดเวลา พวกเขาเหล่านี้หากส่งเสียงได้เขาก็อยากจะบอกครอบครัวเขาว่าเขาอยากจะกลับบ้าน ผมคุย กับครอบครัวเขา ครอบครัวอยากพาคนป่วยกลับบ้าน แต่ว่าหากด้วยความรักนั้นก็เกรงกลัว ว่าพากลับไปบ้านแล้วอาการของพวกเขาหนักขึ้นจะรับมืออย่างไร พอพวกเขากลับไป อยู่บ้านแล้วจะดูแลพวกเขาได้มากขนาดไหน บางคนอยู่คนเดียว บางคนมีการงานที่จะ ต้องทำ แล้วใครจะมาช่วยพวกเขา สุดท้าย ๓ ครอบครัวนั้นก็ได้สูญเสียชีวิตที่พวกเขารักไป บางคนเพิ่งเสีย อย่างเช่นลูกชายที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัวเพิ่งเสียชีวิตไป เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง หากเรามีระบบการดูแลที่บ้านที่ดีในชุมชนที่ดีพวกเขาก็จะ กลับบ้าน แล้วก็ใช้วาระสุดท้ายกับที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ผู้ป่วย พึ่งพิงระยะยาว แล้วก็ผู้ป่วยประคับประคองเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในปี ๒๕๖๘ นั้นมีผู้ป่วยอยู่ ประมาณ ๖๘๖,๐๐๐ คน แต่ว่าได้รับสิทธิในการดูแลตาม สปสช. เพียง ๕๙๗,๐๐๐ คน แน่นอนครับมีผู้ที่ตกหล่นจากระบบ ในขณะเดียวกันเมื่อเข้าสู่ระบบสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ผู้ป่วยประเภทนี้ก็จะสูงขึ้นแปรผันกับจำนวนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ดูแลในชุมชน ที่ไม่เพียงพอ หลายที่ อสส. อสม. ก็เข้ามามีบทบาทในการดูแลผู้ป่วยพึ่งพิง แล้วก็ ผู้ประคับประคอง ๑ เรื่องที่ต้องยอมรับศักยภาพโดดเด่นของ อสส. หรือ อสม. นั้นไม่ได้อยู่ที่ ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ แต่อยู่ที่เป็นคนในชุมชนซึ่งมันสามารถสร้างความได้เปรียบถึง ๓ ทาง ความใกล้ชิด ความเข้าถึงง่าย ความสัมพันธ์และความไว้วางใจ การเป็นหูเป็นตาให้กับ ทีมแพทย์ ขอสไลด์นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

กรณีผู้ป่วยพึ่งพิง แล้วก็ ประคับประคองจะดูแลยากขึ้นมานิดหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่นอาการป่วยที่ระดับรุนแรงต่าง ๆ ความถี่ในการเยี่ยม เหล่านี้เป็นเรื่องความชำนาญเฉพาะทางเพราะว่าจะต้องดูแลกัน เฉพาะด้าน แต่ว่าการช่วยเหลือแบบกิจวัตรพื้นฐาน เช่น การเช็ดตัวก็ดี การพลิกตัวไม่ให้เกิด แผลกดทับก็ดี หรือการเป็นเพื่อน การให้กำลังใจ การพาไปหาแพทย์ หรือแม้กระทั่ง การเชื่อมเรื่องศาสนาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ อสส. อสม. นั้นสามารถทำได้ แต่อย่างไรที่ผ่านมา การทำหน้าที่แทนบุคลากรวิชาชีพของ อสส. หรือ อสม. นั้นก็ยอมรับว่ามีปัญหาอยู่ ผู้ป่วย พึ่งพิงระยะยาวและผู้ป่วยดูแลแบบประคับประคองนั้นต้องใช้ความรู้ที่มากขึ้น เมื่อเจอ สถานการณ์จริงนั้น อสม. หรือ อสส. อาจจะทำงานไม่ได้ตามที่ตั้งใจเอาไว้ ทำให้ญาติผู้ป่วย อาจจะไม่ไว้วางใจ Pain Point ตรงนี้นั้นทำให้เราต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของ อสม. ตรงนี้นั้นทำให้เราต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของ อสม. แล้วก็บุคลากรที่สามารถลงไป ทำงานให้กับผู้ป่วยพึ่งพิงและผู้ป่วยประคับประคองได้อย่างจริง ร่าง พ.ร.บ. อสม. สุขภาพ ของพรรคประชาชนนั้นเรามองที่จะยกระดับใน ๓ ด้าน🔗

ด้านแรก เป็นการเข้าใจหลักการทำงานได้จริงครับ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ ของเรานั้นแยกบทบาทหน้าที่ของ อสส. อสม. และแนวหน้าสุขภาพอย่างชัดเจน กำหนดสมรรถภาพของ อสม. ขั้นพื้นฐานเอาไว้ อสม. ที่เคยทำมาแล้วนั้นก็สามารถทำงาน ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่แนวหน้าสุขภาพนั้นเป็นขั้นที่สูงกว่าแต่ก็มีคณะกรรมการ ควบคุมคุณภาพและมาตรการกำกับดูแล อะไรล่ะเป็นสิ่งที่จะต้องเพิ่มเข้ามาในทักษะเหล่านั้น จริง ๆ แล้วเรามีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่ออกแบบหลักสูตรแล้วก็ออกแบบ Course ในการที่ทำให้ลงไปปฏิบัติได้จริง ผมเอา Course เหล่านี้ลงไปถาม อสส. และ อสม. ในหมู่บ้านมานะครับ ในชุมชนหลายชุมชน อสม. นั้นอาจจะยังไม่เคยได้รับการอบรม Course เหล่านี้เลย อย่างเช่นกฎหมายอย่างนี้ครับ ก็ไม่เคยได้รับการอบรม ซึ่ง Course เหล่านี้ถามว่าเมื่อเอาลงไปแล้วมันก็จะมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ในข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ เป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งเราจำเป็นที่จะต้องเน้นก็คือเรื่องของการดูแลจิตสังคม จิตวิทยา จิตวิญญาณแล้วก็ภาวะโศกเศร้า สูญเสีย ในขณะเดียวกัน อสม. และ อสส. นั้นก็ต้องดูแล จิตใจของตัวเองด้วย รู้จักวิธีจัดการกับความเครียด ความเศร้าจากการทำงานเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะหมดไฟ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ นอกเหนือจากนั้นแล้วการทำงาน อย่างเป็นระบบ การดูแลพึ่งพิง ประคับประคองนั้นทำงานเพียง อสส. อย่างเดียวไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นจะต้องประกอบไปด้วยแนวหน้าสาธารณสุขที่มีทักษะที่แตกต่างกันไป มีสหวิชาชีพที่เข้ามาดูแล มีโรงพยาบาลท้องถิ่นที่เป็นหน่วยงานในการจัดหาอุปกรณ์ กระจาย อุปกรณ์ที่สำคัญให้กับ อสม. ทำงานได้อย่างทั่วถึง สรุปแล้วร่าง พ.ร.บ. นี้มีศักยภาพในการ เป็นจุดเปลี่ยนของระบบสาธารณสุขชุมชนครับ เพราะว่าเป็นการยอมรับคุณค่าของ อสม. อย่างเป็นทางการ ท่านประธานครับ ศูนย์อนามัยชุมชนในทุกวันนี้บางที่ปิดลง พวกเขานั่งเวร ตั้งแต่เช้าจรดเย็น บางที่เสียค่าไฟ เสียค่าน้ำ ค่าเช่าไม่เกิดอะไรขึ้น บางทีก็ไล่ปิดไปครับ แต่จริง ๆ แล้วเราต้องเปลี่ยน Mindset อนามัยชุมชนมีเอาไว้ป้องกันการเกิดโรค ในขณะเดียวกันก็ Follow กรณีที่ผู้ป่วยกลับมาที่ชุมชนและดูแลต่อเนื่องได้ แนวคิดแบบนี้ ถ้าหากเปลี่ยนแล้วเราจะทำให้การดูแลประคับประคอง การดูแลพึ่งพิงของชุมชนนั้น แข็งแรงมากขึ้น แล้วก็สามารถทำให้ระบบสาธารณสุขชุมชนมีพื้นฐานที่ดี ผมจึงขอสนับสนุน ในการใช้ร่าง พ.ร.บ. อสม. แล้วก็แนวหน้าสุขภาพของพรรคประชาชน ขอบคุณมากครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่าน รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ พ.ร.บ. นี้ พูดกันมาตั้งนานเพิ่งจะมาเสร็จในสมัยท่านนี่ละครับที่เสนอเข้าสภา ท่านประธานครับ ระบบ สาธารณสุขหรือว่า Health Care System มันจะแบ่งออกเป็นปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ คือ Primary Secondary แล้วก็ Tertiary Care ในแผนพัฒนาฉบับที่ ๔ ของประเทศไทย ปี ๒๕๒๐ WHO เขาเห็นทั่วโลกมันมีคนยากจน ความไม่เท่าเทียมกันด้านสุขภาพ เขาเลย แนะนำว่าต้องไปปรับปรุงที่ Primary Care ก่อนก็คือปฐมภูมิ อันนี้เป็นที่มาของ อสส. อสม. ซึ่งคุณหมอกิตติศักดิ์ได้พูดไปแล้วนะครับ เริ่มตั้งแต่มีอาสาสมัครแล้วก็ท่านอดีตปลัด อมร นนทสุต คือพวกคุณหมอก็อยากจะพัฒนาระบบสุขภาพให้ดี คนไม่พอ หมอไม่พอ พยาบาลไม่พอ ก็เลยจะหาอาสาสมัครก็คือให้มีส่วนร่วมของประชาชนมาดูแลด้าน สุขภาพด้วย เพื่อให้ง่าย ประหยัด ทั่วถึง อันที่ ๒ ต้องเพื่อบรรเทาการขาดแคลนบุคลากร ด้านสุขภาพในชนบท อันที่ ๓ แก้ไขปัญหาการรักษาพยาบาลหรือดูแลสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง อันนี้เป็นพื้นฐานนะครับ ต้องอาสา ไม่ใช่เป็นข้าราชการ อาสาแรก ๆ ก็ไม่มีเงินเดือน ต่อมา ก็มีค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น ในกรุงเทพฯ ก็มี อสส. ท่านประธานครับมันมาดังขึ้นก็ต่อเมื่อมันมี โรคโควิดครับ ระบบสุขภาพเราก่อน Universal Corporation ก็ได้มีการพัฒนามาคือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคในสมัยนายกรัฐมนตรีชื่อทักษิณ ชินวัตร แล้วก็มีพัฒนามาเรื่อยครับ อสส. อสม. ก็มีการพัฒนาขึ้นมา เมื่อมีโควิดเกิดขึ้นดับเบิลยูทีโอ ยกย่องครับ อันนี้มันเกิดในเมืองนะครับ คุณวิศัลย์สิริ ตันตระกูล ประธาน อสส. ใน กทม. บอกว่าต้องการยกระดับ อสส. ให้เหมือน อสม. เพราะว่าในกรุงเทพฯ ตอนมีโควิด ตายข้างถนนใครจะดูแล เพื่อนผมเป็นหมอยังไม่มีที่รักษาเลย ต้องส่งไปรักษาอยู่ที่นครปฐม เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ที่ท่านสมศักดิ์มาเสนอนี้ดีมากที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ อสม. และ อสส. มีหลักประกันด้านสุขภาพ ทีนี้ผมจะพูดนิดหนึ่งในคำว่า อาสากับอาชีพ ท่านต้องดูให้ดี อาสาก็คือได้ค่าป่วยการ อาชีพเป็นเงินเดือนหรือค่าตอบแทน การจ่ายสตางค์ของรัฐไทย ยังเพิ่งอันนี้อยู่ครับ จะเสนออย่างไรก็ยังไม่ได้ต้องไปแก้กฎหมายเกี่ยวกับการจ่ายสตางค์ ยังไม่พอครับการพัฒนาขึ้นไปอีกจากบัตรประชาชนใบเดียว จากมี อสม. ที่เข้มแข็ง อสส. ที่เข้มแข็งแล้ว ก็ยังมีการบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ อันนี้ละมีการใช้ อสม. และ อสส. อย่างดีเลย ใช้ไอที ใช้ Telemed อยู่ต่างจังหวัดจะเห็นว่า อสม. ไปส่งยาก็มี ไปแนะนำก็ดี แต่ต้องการผ่านการฝึกอบรมคือ Health Literacy ยังมีความจำเป็นอยู่ครับ แล้วก็ยังมี การพัฒนาควบคู่ไปด้วยก็คือเรามี พ.ร.บ. ระบบปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งในรัฐธรรมนูญ ก็กำหนดว่าให้มีหมอเขาเรียกว่าเวชศาสตร์ครอบครัว หรือ Falimy Doctor ไปประจำทุกที่ เพื่อจะได้ทำงานและยกระดับดีขึ้น ทีนี้ผมหันกลับมาที่เรื่อง อสม. พ.ร.บ. นี้ครับ ค่าป่วยการ ต้องยกย่องให้คุณอนุทินจริงแต่ไม่ได้อนุมัติ ต้องมาผ่าน ครม. ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน อนุมัติ ให้ค่าป่วยการ ๒,๐๐๐ บาท มันต้องเอ่ยทุกคนไม่กั๊กไม่ปิดบังความจริง ท่านรัฐมนตรีชลน่าน ก็ทำมาแล้ว ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ยิ่งแน่กว่าอีก ให้ความรู้ด้านคาร์บ นับคาร์บซึ่งท่านก็พูดไป แล้วรู้ดีกว่าหมออีก อันนี้ที่จะช่วยทำให้ Primary Care ระบบของเรามันดีขึ้น ใน พ.ร.บ. นี้ มีทั้งหมด ๖๕ มาตรา อันที่สำคัญมันอยู่ที่มาตรา ๔๘ คือเพิ่มสิทธิประโยชน์ ท่านไปอ่านเลย มาตรา ๔๐ ถึงมาตรา ๔๘ แต่มาตรา ๔๘ สำคัญก็คือจัดให้มีสวัสดิการ นี่ครับไปอ่านดี ๆ คณะกรรมาธิการวิสามัญจะได้รู้ว่าสถิติการที่จะทำให้ อสส. อสม. มีกำลังใจที่จะทำงานต่อไป เป็นอย่างไร แต่ก็ให้คำนึงด้วยเมื่อเราให้ไปแล้วอาสาสมัครด้านต่าง ๆ ที่มีชื่ออื่น ๆ นานา ก็อาจจะเรียกร้องมาตามก็ได้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านของ ครม. ซึ่งเป็นร่างที่มีการพัฒนาขึ้นมาแล้วก็ครอบคลุมทุกอย่าง เพื่อให้ระบบสาธารณสุขของเราแล้วให้ อสม. มีขวัญและกำลังใจครับ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ คุณชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ๕ นาที เชิญครับ🔗

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จากพรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือร่าง พ.ร.บ. อสม. ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

กว่า ๔๐ ปีที่ผ่านมา อสม. คือกำลัง หลักหน้าด่านของระบบสาธารณสุขไทย ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมบ้าน ให้ความรู้ประชาชน เฝ้าระวังโรคในยามวิกฤติโควิด-๑๙ อสม. กว่า ๑ ล้านคน คือผู้เคาะประตูบ้านวัดไข้ แจกหน้ากาก ดูแลผู้ป่วยกักตัวและทำงานด้วยหัวใจอาสา อสม. จึงไม่ใช่เพียงผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แต่คือกลไกความมั่นคงของระบบสุขภาพชุมชน แม้ อสม. จะทำงานเสียสละ แต่สิทธิประโยชน์และสถานะยังขึ้นอยู่กับรัฐบาลของแต่ละยุค ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายทำให้ขาดความมั่นคง ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกำหนดสิทธิและสถานะที่ชัดเจนให้กับ อสม. ไม่ต้อง กังวลว่าหากเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว สิทธิประโยชน์จะหายไป เรามาดูสาระสำคัญของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กัน ๑. กำหนด สถานะ อสม. อย่างเป็นทางการว่าเป็นอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ๒. กำหนดสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับไม่ใช่เป็นเพียงคำสัญญา ทางนโยบาย ๓. มีสิทธิด้านสวัสดิการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม ๔. มีค่าตอบแทนที่สะท้อน ภาระงานจริง ๆ ๕. มีระบบยกย่องเชิดชูเกียรติและพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ จะทำให้ อสม. เป็นอาสาสมัครที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นพลังสำคัญของ สาธารณสุขเชิงรุก ท่านประธานครับการผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การ ดูแล อสม. แต่มันจะเป็นการดูแลประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ดังนี้ ๑. ทำให้ประชาชนมั่นใจ ได้ว่ามีเครือข่ายสาธารณสุขชุมชนที่เข้มแข็ง ๒. รัฐมีเครื่องมือในการป้องกันโรคและส่งเสริม สุขภาพเชิงรุก ลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ๓. อสม. มีกำลังใจและมีความมั่นคงในการ ทำงานเพื่อสังคมต่อไปสุดท้ายนี้ อสม. ไม่ใช่เพียงแค่อาสาสมัคร แต่คือกำลังหลักที่จะค้ำยัน ระบบสุขภาพของประชาชนมาตลอด ร่าง พ.ร.บ. อสม. ฉบับนี้จึงไม่ใช่เพียงกฎหมาย เพื่อ อสม. แต่คือกฎหมายเพื่อความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ คุณชลธานี เชื้อน้อย ครับ🔗

นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๓ พรรคประชาชน ขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยพรรคประชาชน โดยร่างฉบับนี้เน้นการวางอนาคตของระบบสาธารณสุขไทย ผ่านการพัฒนาสมรรถนะของ อสม. ตามมาตรา ๓๐ ซึ่งมีความสำคัญมากในการพัฒนา อสม. ขั้นพื้นฐาน ยกระดับ อสม. เป็นขั้นเชี่ยวชาญภายใต้นิยามแนวหน้าสุขภาพ หลายท่าน อาจจะเกิดคำถามว่าเหตุใดเราจึงต้องมีการพัฒนาสมรรถนะของ อสม. แบ่งเป็น ๒ ขั้น ผมขอยกตัวอย่างสถานการณ์ เช่นในพื้นที่ของจังหวัดลำปางซึ่งผมเป็นผู้แทนราษฎร จังหวัด ลำปางเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วกว่าประมาณการถึง ๑๐ ปี โดยปัจจุบันมีผู้สูงอายุมากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน หรือ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด และในจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด มีผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงสูงถึง ๔๔.๗๕ เปอร์เซ็นต์ มีกลุ่มผู้สูงอายุที่ติดบ้านมากกว่า ๖,๕๐๐ คน ติดเตียงมากถึง ๘๐๓ คน ในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งสำหรับผู้สูงอายุ ในต่างจังหวัดนั้น อย่างพื้นที่จังหวัดลำปาง ผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงส่วนใหญ่ต้องการกลับไป รักษาต่อที่บ้านเพื่อกลับไปอยู่กับครอบครัว แล้วก็ลูกหลานของตนเอง ดังนั้นในข้อเสนอ ของพรรคประชาชน ที่ต้องการผลักดันให้มี อสม. ขั้นเชี่ยวชาญหรือในร่างกฎหมายที่หมายถึง แนวหน้าสุขภาพนั้นจึงมีความสำคัญเพราะมีความจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง ขั้นสูง เพื่อช่วยเสริมทักษะเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเฉพาะการฟื้นฟูสุขภาพ การดูแลสุขภาพเบื้องต้นของผู้สูงอายุ แล้วก็ผู้ป่วยระยะยาว ในขณะที่อีกมุมหนึ่ง ข้อเสนอ ในประเด็นนี้ยังเปิดโอกาสที่จะดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่คืนถิ่น เป็นการสร้างบรรยากาศใหม่ในการ ดึงลูกหลานที่อยากอยู่ใกล้บ้านดูแลครอบครัวหรือคนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วัยทำงานที่มีโอกาส เริ่มต้นทำงานด้านดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่เป็นการริเริ่มในส่วนนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ คนรุ่นใหม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดด้านสุขภาพเชิงสร้างสรรค์ แล้วก็พัฒนาระบบ Wellness Tourism ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับ ระบบสาธารณสุขยังสร้างรายได้ และเศรษฐกิจใหม่ให้กับท้องถิ่นไปพร้อมกัน ซึ่งบทบาทของแนวเขตสุขภาพจะตอบโจทย์ อย่างมากในประเด็นนี้ อสม. รุ่นใหม่มีความจำเป็นและสำคัญอย่างมาก ในขณะที่รัฐบาลต้องการพัฒนาศักยภาพของ อสม. รุ่นใหญ่ควบคู่กันไป จากตัวเลขสัดส่วน ของ อสม. อายุ ๑๘-๒๙ ปี มีจำนวนแค่ ๑๔,๐๐๐ กว่าคน ขณะที่ อสม. ที่อายุมากกว่า ๒๙ ปีนั้นมีมากถึงหลักล้านคน คงถึงเวลาแล้วที่เราจะมองว่าเป็นความท้าทายที่จะทำให้ การทำงานของ อสม. ต้องยกระดับมากขึ้นในการทำงาน ในการเชื่อมโยงทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ อย่างกลมกลืน และต้องมีการดูแลสวัสดิการของ อสม. อย่างคุ้มค่าและเป็นธรรม เมื่อมี การพัฒนาทักษะความสามารถเหมือนเป็นการติดปีกขีดความสามารถที่ยกระดับการทำงาน ของ อสม. และเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งปัจจุบันกระแส ด้านสุขภาพกำลังเป็นที่กล่าวถึงในทั่วทุกมุมโลก เกิดการดึงดูดการท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญที่สุด อีกอย่างหนึ่ง อสม. ยังสะท้อนแนวคิดประชาชนดูแลประชาชนซึ่งเป็นหัวใจของสุขภาพ ชุมชน ทำให้เกิดรากฐานของระบบสาธารณสุขในระดับชุมชนที่เข้มแข็ง เมื่อ อสม. ได้รับ การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้อย่างเต็มศักยภาพเป็นกำลังหลักในพื้นที่ จะสามารถ ทำให้กลายเป็นชุมชนหรือ Community Health อย่างสมบูรณ์ โดยสามารถเชื่อมโยง ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริม สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพคนในชุมชน การสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกชุมชน ที่ผ่านมา บทบาทของ อสม. อาจจะดูซับซ้อน มีคำถามถึงความคุ้มค่า ถูกตั้งคำถามถึงระบบที่เป็นอยู่ บางครั้งถูกนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองด้วยซ้ำ แต่ผมและพรรคประชาชนที่มีโอกาส ได้เสนอและสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ยืนยันถึงความสำคัญ ความจำเป็นและโอกาสที่ จะเกิดขึ้นหากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีการประกาศใช้ จะเปิดโอกาสให้ อสม. มีแนวทางสำคัญ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและเติบโตในสายงาน มีสวัสดิการตอบแทนที่เป็นธรรม และที่สำคัญ ที่สุดเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในขั้นปฐมภูมิที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดจนกลายเป็น ส่วนหนึ่งของครอบครัวของใครหลายคนในที่สุด ที่ผมกล่าวมานั้นเป็นการเชิดชูคุณค่าของ อสม. ในฐานะมนุษย์ที่มีจิตใจอาสาห่วงแหนสุขภาพของประชาชน และเป็นแนวทางที่พรรค ประชาชนนำเสนอและผลักดันมาโดยตลอดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญนางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ คุณพิมพ์พิชชาอยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ เชิญคุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ผมเองในฐานะที่ก็เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขเก่า เคยเป็นประธาน อสม. อำเภอ แล้วก็คลุกคลีอยู่กับการทำงานของ อสม. มาร่วม ๒๐ กว่าปีแล้ว วันนี้ผมดีใจมาก ที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เข้าสู่ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร แล้วที่สำคัญโดยเฉพาะ ร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล แล้วก็ของทางพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยท่านสรวงศ์ เทียนทอง ส่วนของรัฐบาล ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านเองพยายามผลักดันเหลือเกิน ท่านดันสุดชีวิต ละครับ ถ้าใช้คำบ้าน ๆ นะครับ คือผมเองผมรู้ ผมแน่ใจว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดจาก ความที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย ในอดีตท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมา ๓ รอบ ทั้งปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นด้วยจิตวิญญาณของความเป็นรัฐมนตรี ที่จะพัฒนาในเรื่องของ อสม. ซึ่งบ้านท่านก็อยู่ต่างจังหวัด ท่านเองก็คงเห็น อสม. ว่ามีภารกิจ อย่างไร แล้วก็มีความสำคัญอย่างไรบ้างกับการที่จะต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ฉบับนี้ถึงได้ออกมา ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูง ในร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้เสนอมาทั้งหมดผมเองอ่านโดยรวมแล้ว ทั้งหมดผมก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ทั้งฉบับของ ทางรัฐบาล แล้วก็ฉบับของทางท่านสรวงศ์ เพียงแต่ว่ามีอยู่นิดหนึ่งที่ผมอยากที่จะพูด ก็คือในส่วนของคณะกรรมการ ในการพัฒนาและส่งเสริมของ อสม. ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ ระดับภาค ระดับเขต แล้วก็ระดับจังหวัด ในสัดส่วนที่เป็นของตัว อสม. ของบุคลากร อสม. จริง ๆ ผมว่ายังมีน้อยไปหน่อย ในโครงสร้างทั้งหลายถ้าระดับประเทศก็มีทั้งอธิบดีกรมโน้น กรมนี้เยอะแยะมากมาย แล้วบางอย่างในความรู้สึกผมผมมีความรู้สึกว่าเป็นหน่วยงาน เพียงแค่รับคำสั่งไปปฏิบัติเท่านั้น ผมอยากที่จะให้เปลี่ยนแปลงได้ ใครเข้าไปเป็นกรรมาธิการ ผมอยากให้มีการเพิ่มสัดส่วน ในจำนวนของ อสม. ได้เข้ามาเป็นคณะกรรมการ ไม่ว่าจะในระดับชาติ ระดับเขตหรือระดับ จังหวัด เพราะอย่าลืมว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ เรามุ่งเน้นที่จะอำนวยประโยชน์ ให้สิทธิ ประโยชน์ แล้วก็สร้างแรงจูงใจให้กับทาง อสม. เขา เพราะฉะนั้น เขาเหล่านั้นควรที่จะต้อง เป็นพระเอก ไม่ใช่เป็นพระรอง ปล่อยให้คนอื่นเป็นคนกำหนด ผมว่าไม่ถูกต้องนัก แต่ว่าด้วย สิ่งที่เขียนอยู่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้งของรัฐบาลแล้วก็ของท่านสรวงศ์ มุ่งเน้นที่จะแก้ไข ปัญหา สิ่งที่ไม่ได้เป็นแรงจูงใจหรือสิ่งที่ทำให้ไม่ได้เกิดการพัฒนา เพราะอย่าลืมนะครับว่า อาสาสมัครสาธารณสุข เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ ตามแผน โดยที่กระทรวงสาธารณสุขอยาก ที่จะพัฒนาเรื่องสาธารณสุขมูลฐาน จึงนำเอาอันนี้ ไปเขียนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๒๐ หรือ ๒๕๒๔ แล้วก็โดยนำร่อง ๒๐ จังหวัด แล้วทุกอย่าง ก็เก็บ เกี่ยวประสบการณ์ขึ้นมา จนกระทั่งวันนี้ เราเห็นแล้วว่า อสม. ต้องเป็นพระเอก เป็นนางเอก ไม่ให้เป็นพระรอง จึงได้เกิด พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา แล้วตลอดจน ท่านเสนาบดีกระทรวง คือ ท่านสมศักดิ์ ท่านใกล้ชิดอยู่กับ อสม. ตลอด ผมเองก็เห็นในแนวทางการทำงานของท่าน เพราะฉะนั้นผมเลยแน่ใจในส่วนของที่เป็นผลประโยชน์ในสิ่งที่ทำให้เกิดแรงจูงใจแก่ อสม. ทั้งหลาย ผมไม่ติดใจนะครับ ก็จะมานิดเดียวก็คือในสัดส่วนของคณะกรรมการทั้งหลาย🔗

แต่ว่ามีอีกสิ่งหนึ่งครับ ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่อง อสม. แล้ว ขอฝากไป เพราะวันนี้ ก็มีในส่วนของข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุข มานั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ปัจจุบันนี้ อสม. ในทุก ๆ รพสต. ในทุก ๆ จังหวัด ทุ่มเทกายและใจในการที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด แต่ตรงที่ว่ามีบาง รพสต. ที่คุณหมอใน รพสต. เจ้าหน้าที่ รพสต. นั้น จิตใจไม่ค่อยดีเท่าไร นั่นหมายความว่าเขาไม่รู้ว่า อสม. คือเป็นส่วนคนที่ช่วยเสริม ช่วยมาผ่อนแรง ไม่ใช่เป็นทาส ต้องบอกอย่างนั้นนะครับ ผมขอใช้คำแรง ๆ เพราะว่ามีเจ้าหน้าที่บางคนที่อยู่ตาม อสม. ไม่เลย คือทุกอย่าง อสม. ไปจัดการ มันไม่ถูกนะครับอย่างนี้ แล้วเวลาที่มีปัญหากับ อสม. แล้วก็จะให้เขยิบขยับทั้งหลาย คนที่มีปัญหาออกไปก็ยากแสนยาก ผมฝากท่านด้วยนะครับ ผมสงสารพี่น้อง อสม. เขาทุ่มเททั้งกายใจ แต่ว่าเวลาอย่างนี้แล้ว ทางกระทรวงไม่ดูแลเขา ไม่ถูกต้องนะครับ🔗

สุดท้ายผมต้องกราบขอบคุณท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน แล้วก็ ท่านสรวงศ์ เทียนทอง ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาในสภา เราหวังว่าคงจะผ่านโดยเร็ว เพื่อสิ่งที่ดีให้กับพระเอก นางเอกของพวกเรา อสม. เหล่านี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป คุณพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ครับ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพดิฉันนางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือที่เราเรียกว่า อสม. ดิฉันมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ พี่น้อง อสม. ทั้งหมด ๓ ประเด็นค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๑ ประเด็นในเรื่องของอายุซึ่งตามระเบียบ ปัจจุบันได้กำหนดให้ ผู้ที่สมัครเป็น อสม. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี และอายุไม่เกิน ๖๐ ปี ท่านประธานคะ อายุเป็นเพียงตัวเลขค่ะ ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างเช่นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านยังดูหนุ่ม สุขภาพแข็งแรงด้วยวัย ๗๐ ปีค่ะและ พี่น้อง อสม. ของดิฉันที่บ้าน ๗๕ ปี ๗๓ ปี ยังทำงานในทุกหมู่บ้านค่ะ แล้วก็สามารถ ที่จะทำงานได้อย่างดีเยี่ยม แล้วก็แข็งแรงมาก เพราะว่าอายุเป็นเครื่องบ่งบอกถึงองค์ความรู้ และประสบการณ์ที่สะสมมา ช่วยรักษาระดับทักษะและขีดความสามารถของ อสม. ได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ ดิฉันจึงขอเสนอให้ไม่กำหนดอายุเกษียณของ อสม. เนื่องจากเรา มีการประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานของ อสม. ตามมาตรา ๓๙ อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง อยู่แล้วค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ อสม. จะต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือสมาชิก สภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ดิฉันได้รับคำร้องขอจากพี่น้อง อสม. บอกว่าหากบุคคลใดที่เคยเป็น อสม. มาก่อน ๆ ที่จะ ได้รับตำแหน่งทางการเมือง ดิฉันขอให้ยกเว้น อสม. ที่ได้รับตำแหน่งทางการเมืองในภาย หลังจากการเป็น อสม. ให้เป็นในส่วนของท้องที่ ก็คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตรกำนัน ผรส. และทางด้านท้องถิ่น ก็คือ สมาชิก อบต. และสมาชิก สภาเทศบาลได้ เพราะว่า อสม. จะให้เป็นการเชิดชูเกียรติค่ะ เพราะบุคคลที่จะเป็น อสม. และนักการเมืองท้องถิ่นจะมีความเข้าใจถึงปัญหา และความต้องการของชุมชนได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้วางแผนแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนได้ตรงจุดที่สุดค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๓ ดิฉันขอให้เพิ่มสวัสดิการให้กับพี่น้อง อสม. โดยฉีดวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ให้กับพี่น้อง อสม. ทั้งประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน เพื่อให้พี่น้อง อสม. มีสุขภาพ ที่แข็งแรง เพราะพี่น้อง อสม. คือด่านแรกในการดูแลสุขภาพ และประชาชนในหมู่บ้าน ดิฉันเห็นถึงความเข้มแข็ง ความสามัคคีในการทำงานของพี่น้อง อสม. ดิฉันจึงขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ คุณปิยชาติ รุจิพรวศิน🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครราชสีมา พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ เนื่องด้วยช่องทางของการคัดกรองผู้ป่วยของ อสม. ที่ตอนนี้มีทั้งการบันทึกด้วยกระดาษ การบันทึกด้วยสมุด App Smart อสม. รวมถึงเว็บ ๓ หมอรู้จักคุณ ทั้งการบันทึกผู้ป่วย ในชุมชน หรือผู้ป่วยที่ย้ายพื้นที่เข้ามาในชุมชนอย่างฉับพลัน ไม่ว่าจะเป็นอาจจะย้ายเข้ามา เพราะตามลูกหลานที่ต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือสถานที่เรียน หรืออาจจะย้าย ตามมาด้วยเหตุผลการย้ายถิ่นฐาน จึงทำให้การบันทึกคัดกรองข้อมูลผู้ป่วยเกิดความล่าช้า หรือตกหล่นระหว่างการรักษาครับ เนื่องจากการดำเนินการบันทึกค่อนข้างซับซ้อน และหลายขั้นตอน และการดูแลผู้ป่วยก็จะไม่ต่อเนื่องทั้งในแง่ของสิทธิการรักษา การรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือแม้กระทั่งการได้รับการเยี่ยมบ้านจาก อสม. ในพื้นที่ใหม่ ดังนั้นหากเรามีระบบการบันทึกข้อมูลคัดกรองที่มีการใช้งานสะดวกและครอบคลุม รวมถึง มีแนวทางปฏิบัติที่เข้าใจง่ายสำหรับ อสม. ปัญหาเหล่านี้ก็จะลดลงครับ ท่านประธานครับ ในพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... ที่ทางพรรคประชาชนเสนอนั้นในมาตรา ๖ ที่กำหนดให้มี อสม. เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ นโยบาย และสามารถสะท้อนเสียงปัญหาหน้างาน และให้คำแนะนำมาตรฐานการปฏิบัติงาน ตามมาตรา ๑๑ (๖) รวมถึงมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ (๔) ได้กำหนดให้อาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านซึ่งปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และรับรู้ปัญหาในการ ปฏิบัติงานมากที่สุดมีสิทธิในการเสนอแนวทาง และมาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อสะท้อน ปัญหาจริงจากพื้นที่เข้าสู่การกำหนดนโยบาย ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าเราจึงควรใช้ โอกาสนี้พัฒนาระบบการคัดกรองข้อมูลสุขภาพที่เป็นมิตรต่อผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน ควบคู่ไปกับการยกระดับสมรรถนะของ อสม. เพื่อให้การดูแลเด็ก ดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะ กลุ่มผู้เปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ หรือว่าผู้พิการ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นครับ ผมขอยกตัวอย่างระบบจัดเก็บข้อมูลของต่างประเทศนะครับ ฟิลิปปินส์จะมี Barangay Health Registry คือฐานข้อมูลสุขภาพครัวเรือนที่เป็นเอกภาพ ข้อมูลจากอาสาสมัครสุขภาพจะถูกเก็บในระบบเดียวเชื่อมต่อกับหน่วยบริการโดยตรงเลย ข้อดีก็คือจะลดความซ้ำซ้อน ข้อมูลครอบคลุมทุกบ้านทุกคนนะครับ ที่ประเทศกานา จะมี mHealth App ทำให้ข้อมูลผู้ป่วยส่งต่อได้ทันทีแล้วกำหนดให้ติดตามภายใน ๗ วัน ที่สหราชอาณาจักรจะมี Summary Care Record คือการเก็บข้อมูลผู้ป่วยไว้ส่วนกลาง ซึ่งจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที ที่บราซิลจะใช้ระบบ Family Health Strategy ที่ทีมสาธารณสุขจะดำเนินการเยี่ยมบ้านภายใน ๗๒ ชั่วโมงหลังจากที่มีผู้ป่วยย้ายเข้ามาใหม่ ในชุมชนครับ ท่านประธานครับผมจึงอยากขอเสนอแนะต่อกรรมาธิการหลังจากนี้ รวมถึง ต่อคณะกรรมการนโยบายในอนาคตที่มีกำหนดใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ลองหา Solution หรือลองหาช่องทางที่ทำให้การคัดกรองผู้ป่วยของ อสม. ทำได้ง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุม ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... ที่ทาง สส. กัลยพัชร รจิตโรจน์ จากพรรคประชาชน เสนอนะครับ สุดท้ายครับท่านประธานครับ เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงการให้สิทธิ หรือหน้าที่เพิ่มแก่อาสาสมัครเท่านั้น แต่เป็นการทำระบบสาธารณสุขปฐมภูมิของประเทศให้ มีประสิทธิภาพทันสมัยตอบสนองต่อความเป็นจริงในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ครับ ต่อไปขอเชิญคุณณกร ชารีพันธ์ ครับ🔗

นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ ผู้แทนคนมุกดาหาร พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือที่เรา คุ้นเคยว่า อสม. ถือเป็นด้านแรก ด้านสำคัญในระบบสาธารณสุขไทย อสม. เป็นหน่วย ที่เล็กที่สุดที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนโดยตรง ทำหน้าที่ทั้งเฝ้าระวัง ป้องกันโรค ส่งเสริม สุขภาพในทุกหมู่บ้าน ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาระบบสาธารณสุขไทยเข้มแข็งได้เพราะมี ฟันเฟืองสำคัญคือ อสม. โดยเฉพาะช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมาฟันเฟืองสำคัญที่สำคัญคือ อสม. ทั้งลงพื้นที่เคาะประตูให้ความรู้ คัดกรอง เฝ้าระวัง และรายงานสถานการณ์ทำให้ระบบ สาธารณสุขสามารถบริหารจัดการช่วงวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราผ่านวิกฤติมาได้ ร่วมกัน ท่านประธานครับหน้าที่ของ อสม. ไม่เพียงเป็นแค่อาสาทำหน้าที่สำคัญในการดูแล สุขภาพพี่น้องประชาชน ผมขอยกตัวอย่าง ดังนี้ ๑. เป็นสื่อกลางในการสื่อสาร ข่าวสาร สุขภาพเชื่อมโยงข้อมูลจากนโยบายของภาครัฐ จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสู่พี่น้องประชาชน เป็นครูด้านสุขภาพถ่ายทอดความรู้ทักษะที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชน ลงไปถึงระดับแกนนำ ในครอบครัว เป็นนักสังเกตเฝ้าระวังโรคใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนสามารถสังเกตค้นหา และรายงานปัญหาด้านสุขภาพได้ทันที เป็นผู้นำการพัฒนาร่วมในชุมชนวางแผนและแก้ไข ปัญหาสุขภาพอย่างยั่งยืน และสุดท้ายเป็นผู้ปกป้องสิทธิด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจถึงบริการและสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธุสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม ร่างพระราชบัญญัติของพรรคประชาชนเราเล็งเห็นถึงเวลาที่ อสม. ไม่ใช่เพียงอาสาสมัคร แล้วครับ แต่เราได้ยกระดับเป็นแนวหน้าสุขภาพ การเปลี่ยนชื่อไม่ใช่เพียงเปลี่ยนแค่ชื่อครับ แต่เราติดปีก อสม. ทั้งด้านศักยภาพ บทบาทหน้าที่ ค่าตอบแทน และสวัสดิการเพื่อสร้าง ความมั่นคงและส่งเสริมกำลังใจให้พี่น้อง อสม. เดินหน้าในการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน อย่างเต็มกำลัง ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติของพรรคประชาชนได้ Upgrade อสม. ๒ มิติใหญ่ ๆ ๑. คือด้านความรู้และด้านทักษะที่ลึกมากขึ้น จากความรู้สุขภาพ ขั้นพื้นฐานสู่ด้านเฉพาะทาง เช่น การดูแลผู้ป่วยจิตเวช การฟื้นฟูเบื้องต้นการดูแลผู้สูงอายุ การดูแลผู้ป่วยติดเตียง และการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย อสม. ไม่ใช่แค่ผู้สื่อสารแต่เป็น ผู้เชี่ยวชาญด่านแรกที่ประชาชนได้รับความเชื่อมั่น ๒. ด้านการทำงานส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก อีก ๑ มิติสำคัญของ อสม. คือการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรคมากกว่าการรักษา ในปัจจุบันระบบสาธารณสุขไทยเรายังคงใช้งบประมาณในการรักษาโรคเป็นสำคัญ ถ้าหาก เราลงทุนในการป้องกันโรคมากขึ้นเราสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลและครัวเรือนได้ ในระยะยาว อสม. จะเป็นแนวหน้าสำคัญในการขับเคลื่อนสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวิถีชีวิต เช่น การปรับปรุงโภชนาการอาหาร การออกกำลังกายสุขภาพจิตและสิ่งแวดล้อม เน้นการ ลดการใช้ยา และให้ความรู้การใช้ยาที่ถูกต้องและสมเหตุสมผลให้แก่พี่น้องประชาชน เปลี่ยนจากหมู่บ้านปลอดโรคสู่หมู่บ้านสร้างสุขภาพ ที่พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแล สุขภาพเวลาล้มป่วย ท่านประธานครับ การลงทุนในการป้องกันโรคคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ไม่เพียงทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้นยังประหยัดทั้งงบประมาณมหาศาลของระบบ สาธารณสุขไทย หาก อสม. ที่มีความพร้อมเปลี่ยนตัวเองมาเป็นแนวหน้าสุขภาพมาเป็น ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน จะทำให้ อสม. มีค่าตอบแทนที่เหมาะสมตาม ความสามารถของพี่น้อง อสม. ที่ให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ครับ อสม. คือ Hero ของระบบสาธารณสุขไทย วันนี้ถึงเวลาแล้วครับที่เราต้องเปลี่ยนจากคำ ขอบคุณเพียงคำเดียวนำไปสู่การสร้างระบบสนับสนุนที่มั่นคงยั่งยืน แนวหน้าสุขภาพคือการ ยกระดับ อสม. ให้มีศักยภาพมากขึ้น มีค่าตอบแทนที่เป็นธรรม มีสวัสดิการที่มั่นคง นั่นคือ การลงทุนในสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ เป็นการวางรากฐานระบบสาธารณสุขไทยให้ เข้มแข็ง ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและ แนวหน้าสุภาพ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณฉัตร สุภัทรวณิชย์ ครับ🔗

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ แม่ย่าโม พรรคประชาชน ผมขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. อสม. นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ อสม. แรกเริ่มตั้งแต่จุดเริ่มต้นนั้นก็เป็นกลุ่มคนที่เรียกได้ว่าเป็นจิตอาสาที่ไร้ ค่าตอบแทนนะครับ ผ่านการทำงานอย่างหนักหน่วง ผ่านกาลเวลามาก็มีการพยายามที่จะ ดูแล พยายามที่จะยกระดับพี่น้อง อสม. มาเป็นลำดับ แล้วก็ ณ วันนี้เราตั้งโจทย์กันว่าเราจะ ทำอย่างไรเพื่อที่จะสร้างมืออาชีพ แล้วก็เสริมรายได้ให้กับพี่น้อง อสม. ครับ ปัจจุบันอย่างที่ พวกเราทราบกัน อสม. ทั่วประเทศร่วมกันแล้วเกินล้านคนนะครับ ล้านกว่าคน ทีนี้ครั้งแรก เลยที่ผมได้รู้จักได้สัมผัสพี่น้อง อสม. ก็คือ ๒๐ กว่าปีก่อนทุก ๆ คนจะเป็นสมาชิกในชุมชน เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นพี่ ๆ พ่อ ๆ แม่ ๆ ที่ร่วมกันดูแลชุมชน แล้วก็เกิดการเป็น อสม. ขึ้นมา ผ่านกาลเวลามาพบกับวิกฤติต่าง ๆ ทางสุขภาพเราก็จะทราบดีว่ากลไกฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ดูแล ไปตามบ้านเรือนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสังคมที่เป็นสังคมเมือง มีความหนาแน่นแออัดแต่ทีมงาน เครือข่าย อสม. ก็สามารถแทรกซึมเป็นเส้นเลือดฝอยเข้าไปสู่จุดต่าง ๆ ด้วยเจตนาจะไปดูแล สุขภาพ ไปเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะเฝ้าดูแลผู้ป่วยต่าง ๆ ทีนี้ไม่ว่าจะเป็นทางสังคมต่างอำเภอ ก็เช่นกัน ทำให้การพัฒนาการของ อสม. เข้มแข็งขึ้น เป็นเครือข่ายที่กว้างไกลขึ้นครับ เวลา เจอวิกฤติต่าง ๆ เราก็รอดพ้นมาได้เพราะพี่น้อง อสม. นะครับ พรรคประชาชนวันนี้ได้ นำเสนอ พ.ร.บ. ร่วมกับอีก ๗ พรรคการเมือง เพื่อที่จะนำเสนอแนวทางที่จะยกระดับ เพื่อที่จะให้พี่น้อง อสม. มีหลักประกัน มีการสร้างแรงจูงใจ มีค่าตอบแทนที่เหมาะสม และ แน่นอนไม่ละเลยที่จะเพิ่มความชำนาญ เติมความรู้ให้กับพี่น้อง อสม. เมื่อมีการยกระดับแล้ว หลายครั้งพอมีการพูดถึงว่าจะมีการปรับปรุงกฎหมายกฎระเบียบเกี่ยวกับ อสม. พ่อ ๆ แม่ ๆ ก็มีความกังวลว่าเอ๊ะจะเปลี่ยนแปลงและจะยกเลิกจะอย่างไร พ่อ ๆ แม่ ๆ สบายใจได้นะครับ พี่น้อง อสม. ทุกท่านสบายใจได้ เราจะเพิ่มความรู้ เติมความชำนาญให้ท่านแล้วเราอยากจะ ยกระดับพัฒนาให้ไปสู่แนวหน้าสุขภาพ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญชำนาญการมากยิ่งขึ้น และ ลองนึกอีกด้านหนึ่งหลายคนได้พูดถึงอายุในการที่จะเข้ามาเป็น อสม. ไปจนถึงอายุเกษียณ ตรงนั้นก็เป็นรายละเอียดที่พวกเราพยายามที่จะใส่ใจพี่น้อง อสม. ครับ อีกด้านหนึ่งอยากให้คิดว่านอกจากคนในชุมชนพ่อ ๆ แม่ ๆ คนในชุมชนจะมาเป็น อสม. แล้ว ในอนาคตหากลูกหลานเรียนจบมาอันนี้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะมาเติมความรู้ มาเพิ่มความ ชำนาญแล้วก็สามารถทำเป็นรายได้ สร้างรายได้ในการที่จะทำงานอยู่ที่บ้านได้อีกด้วย ท่าน ประธานที่เคารพ เราอยากให้ พ.ร.บ. อสม. นี้ได้สร้างหลักประกันให้พี่น้อง อสม. พ่อ ๆ แม่ ๆ รวมถึงได้เพิ่มความรู้ ได้เติมความชำนาญ ได้สร้างแรงจูงใจ สร้างมืออาชีพแล้วก็เสริมรายได้ ให้พี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เหลือ ๓ ท่านสุดท้าย ขอเชิญคุณปทิดา ตันติรัตนานนท์ ครับ🔗

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน พ.ศ. .... ซึ่งต่อไปจะใช้ย่อ ๆ ว่า อสม. ก่อนอื่นขอชื่นชม อสม. ทั้งประเทศเลย ที่ทำงานจนเป็นที่ยอมรับของทุกหน่วยงาน ทำงานด้วยความเป็นจิตอาสาโดยแท้จริงตั้งแต่ ปี ๒๕๒๑ ทั้งที่ไม่มีค่าป่วยการใด ๆ เลย อสม. มีทั้งความมุ่งมั่นพัฒนาตนเองแล้วก็พร้อมที่จะ เรียนรู้งานใหม่ ๆ อยู่เสมอ เช่น เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-๑๙ อสม. ก็ทำให้คนทั้งโลกรู้จัก ประเทศไทยว่าเราสามารถทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยสามารถที่จะควบคุมการ ระบาดของโควิด-๑๙ ได้เป็นอย่างดีค่ะ และ ๑ ในผู้ที่ปิดทองหลังพระก็คือ อสม. ของเรา หลังจากนั้น อสม. ได้รับค่าป่วยการครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ อยู่ที่ ๖๐๐ บาท ท่านคิดดูว่า อสม. ทำงานมา ๓๑ ปี โดยไม่มีค่าตอบแทน และ ธันวาคม ๒๕๖๑ ได้รับ ค่าป่วยการเป็น ๑,๐๐๐ บาท และเมื่อครั้งที่ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการปรับเพิ่มค่าป่วยการให้ อสม. เป็น ๒,๐๐๐ บาท ได้รับ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ ๒,๐๐๐ บาท ก็อยู่จนถึงทุกวันนี้ท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ น่าจะเพียงพอเป็นการ Guarantee ว่าทำให้พวกเราได้รู้ว่า อสม. เป็นผู้ที่ทำงานด้วยความ เสียสละมากมายเพียงใด วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อสม. ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เปิดกว้างในเรื่องของอายุ อสม. ไม่ปิดกั้นให้ อสม. ทำงานได้จนถึงช่วงเวลาที่คิด ว่าทำไม่ไหวแล้ว แล้วก็อีก ๕ ร่างที่ยังมีความคิดที่คล้ายคลึงกัน แต่มี ๑ ร่างของ พ.ร.บ. อสม. ของคณะรัฐมนตรีที่มีการกำหนดอายุการสิ้นสุดของ อสม. คือ ๖๐ ปี ท่านประธานคะ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเปลี่ยนสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเรากำลัง ก้าวไปสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอดอีกด้วย หลายประเทศหลายหน่วยงานต่างเตรียมพร้อม รับมือกับสภาพสังคมเช่นนี้ คิดนโยบายล่วงหน้าเป็นหลายปี เตรียมให้ผู้สูงอายุมีงานทำ แต่การร่าง พ.ร.บ. ของ ค.ร.ม. ฉบับนี้กลับรู้สึกขัดขวางกับการเตรียมความพร้อมของ ประเทศไทย พาเราถอยหลังกลับไปยังสมัยที่มีชุดความคิดที่ว่าผู้สูงอายุไม่มีค่า ไม่มี ความสามารถ ในมาตรา ๒๘ ที่มีการกำหนด ๑๐ คุณสมบัติใหม่ของ อสม. แค่ข้อแรกก็ทำให้ ดิฉันต้องเกิดการตั้งคำถามขึ้นมาแล้วคือ อสม. มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี แต่ไม่เกิน ๖๐ ปี ผู้ที่มี อายุเกิน ๖๐ ปี ในไทยตอนนี้มีกว่า ๑๓ ล้านคน หรือร้อยละ ๒๑ ของประชากรประเทศไทย ทั้งหมด ดิฉันคิดว่าข้อจำกัดนี้สวนทางกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบันที่เราเป็นอยู่ เป็นการ กีดกั้นผู้ที่มีใจอาสา ผู้ที่มีแค่อายุเกิน ๖๐ ปี แต่ยังมีเรี่ยวแรง มีความสามารถ มีประสบการณ์ มากมาย และที่สำคัญก็มีใจเป็นสาธารณะด้วยความตั้งใจผลักพวกเขาออกไปจากสังคมนี้ ได้อย่างไรคะท่านประธาน เราจะให้พวกเขาเหล่านี้ที่ยังมีกำลังอยู่บ้านเฉย ๆ ค่อย ๆ หมดพลังไป หมดความสามารถ หรือจะให้พวกเขาได้ทำงาน ได้ทำกิจกรรมของสังคม ที่เอื้อประโยชน์ต่อครอบครัว ต่อชุมชน แล้วก็ต่อสังคมของพวกเราต่อไป ดิฉันคิดว่าข้อนี้ตอบได้ไม่ยากเลยค่ะท่านประธาน นี่ยังไม่นับรวมค่าตอบแทน ค่าป่วยการ อสม. เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ที่พวกเขาจะได้รับ หากมีการกำหนดอายุขึ้นเรากำลัง เสียทรัพยากรหนุ่มสาววัยทำงานที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว กำลังพัฒนารายได้และขับเคลื่อน ให้มาทำตำแหน่งนี้ที่ยังมีอาสาสมัครที่มีใจพร้อมอีกมาก แล้วก็ในมาตรา ๒๘ ข้อ ๘ ข้อกำหนดคุณสมบัติของ อสม. ก็คือไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้บริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ ในพรรคการเมือง ปัจจุบันนี้มี อสม. มากมายที่สวมหมวกหลายใบแล้วดิฉันก็เชื่อว่าในหมวก หลายใบเขาสามารถทำหน้าที่ได้ครบทุก ๆ กระบวนการของหมวกที่เขาสวมใส่อยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ อสม. เราสามารถที่จะทำงานได้เพราะความเป็นจิตอาสาอยู่แล้ว แล้วก็ ข้อสุดท้ายในมาตรา ๓๗ ของร่างพระราชบัญญัติ ครม. ข้อ ๕ วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ในการปฏิบัติหน้าที่ ดิฉันก็มีข้อสงสัยว่า อสม. เราได้รับค่าป่วยการ ไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่าตอบแทน เพราะฉะนั้นสิทธิในการที่เขาจะเลือกคนที่เขามองว่าสามารถดูแลพวกเขาได้ มันเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยของพวกเรา ก็ขออนุญาตฝากว่า ในร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขทั้ง ๗ ร่าง ดิฉันสนับสนุนในร่างของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนจากจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขอได้มีส่วนร่วม ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือว่า อสม. ที่หลายพรรคการเมืองได้ให้ความสนใจ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ช่วยกันในการเสนอสู่ การพิจารณาของสภาในวันนี้ ประเด็นหลักที่อยากจะขอสนับสนุนนั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แล้วก็แล้วก็เพื่อนสมาชิกของผม พรรคภูมิใจไทยที่นั่งรวมกันอยู่ตรงนี้ครับ ทุกคนคงไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ถ้าจะบอกว่า อสม. นั้นคือลมหายใจของระบบสาธารณสุขของประเทศไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน และได้พิสูจน์ จากวิกฤติต่าง ๆ ที่ผ่านมาในอดีตหลายครั้งหลายคราว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้เห็นเพื่อน สมาชิกไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลทุกคนนั้นเห็นตรงกันทั้งหมดในเรื่องของการสนับสนุน การทำหน้าที่ของพี่น้องชาว อสม. และการนำเสนอกฎหมายที่จะมาดูแลเรื่องต่าง ๆ ให้กับ พี่น้องชาว อสม. นั้นจึงได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างจะดีจากเพื่อนสมาชิกทั้งสภา ผมเองมี ๓ ประเด็นที่อยากจะเสนอผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งในชั้นการ พิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญ🔗

ประเด็นแรกครับ ประเด็นเรื่องของโครงสร้างของคณะกรรมการที่ผม เห็นด้วยที่ควรจะมีคณะกรรมการขึ้นมาในระดับประเทศ เพื่อที่จะให้คณะกรรมการ ระดับประเทศเป็นคณะกรรมการที่จะขับเคลื่อน แล้วก็กำหนดนโยบายหลักให้กับพี่น้อง ชาว อสม. กำหนดมาตรฐาน กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้กับพี่น้องชาว อสม. ทั่วทั้งประเทศ แล้วก็เห็นด้วยครับที่จะมีคณะกรรมการในระดับจังหวัดเพื่อที่จะกระจายอำนาจตรงนี้ไปให้ การมีส่วนร่วมของพี่น้อง อสม. ให้กับท้องถิ่น ให้กับคนที่อยู่ในแต่ละจังหวัดของเขาเองนั้น ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของ อสม. การทำงานของแต่ละจังหวัด ซึ่งเราต้อง ยอมรับว่าในแต่ละจังหวัดนั้นมันมีความแตกต่าง มีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่ แปลกใจครับ ผมดูจากในร่างของคณะรัฐมนตรีครับ กลับมีกำหนดโครงสร้างของ คณะกรรมการในระดับเขตขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง ระดับประเทศ ระดับเขต แล้วค่อยมาระดับ จังหวัดครับ กลายเป็นว่าระดับจังหวัดแทนที่เราจะให้อำนาจ เราจะให้อิสระของระดับจังหวัด เขาได้ไปขับเคลื่อนความแตกต่าง แล้วก็ไปสนับสนุนการทำงานในแต่ละจังหวัด เรากลับมีระบบ ของเขตเพื่อที่จะไปครอบคลุม ไปกำกับการดูแลของ อสม. ในแต่ละจังหวัดอีกชั้นหนึ่งด้วย อันนี้เป็นประการแรก🔗

ประการที่ ๒ เรื่องของคุณสมบัติและการยกระดับสมรรถนะของพี่น้อง ชาว อสม. ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกพูดกันมาและกังวลกันมาก คือเรื่องของการจำกัดอายุของ อสม. ตั้งแต่ ๑๘ ปี จนถึงไม่เกิน ๖๐ ปี คำถามที่สำคัญก็คือทำไมถึงต้องจำกัดไม่เกิน ๖๐ ปี ผมเข้าใจในเจตนาที่ดีของทางกระทรวงสาธารณสุขครับที่บอกว่าคงอยากจะเห็น อสม. ที่มีศักยภาพในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ เราเห็นตรงกันล่ะครับ แต่สิ่งที่ เราเห็นต่างกันในร่างของพรรคภูมิใจไทยกับร่างของคณะรัฐมนตรีก็คือของพรรคภูมิใจไทย เราไม่ได้กำหนดเพดานครับ แต่เราอยากจะเห็นการกำหนดคุณสมบัติของ อสม. ด้วยความสามารถของเขา ทำไมเรา ไม่กำหนดความสามารถของเขาว่าใครสมควรที่จะทำหน้าที่ อสม. ด้วยความสามารถ ด้วยความทุ่มเทของเขา แทนที่จำกัดด้วยอายุครับ ก็ไม่ใช่ อสม. คนที่อายุ ๖๐ กว่านี่ละครับ ที่พาประเทศไทยของพวกเราผ่านโควิดมาได้ ไม่ใช่ อสม. ที่เกิน ๖๐ อยู่ทุกวันหรือครับที่ดูแล สุขภาพอนามัยของคนในชุมชนให้กับพวกเรามาเป็นระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ดังนั้น คำถามก็คือว่าทำไมเราจึงต้องไปจำกัดกะเกณฑ์เพดานเอาไว้ให้กับคนที่ ๖๐ ปีด้วย แทนที่เรา จะไปกำหนดเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์นะครับ ก็คือกำหนดเรื่องของการทำงาน เรื่องของศักยภาพในการทำงานให้กับพี่น้องชาว อสม. ครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ เรื่องของสิทธิประโยชน์ที่จะให้กับพี่น้องชาว อสม. ครับ ผมอยากเห็นการยกระดับการดูแลแล้วก็ให้ค่าตอบแทนต่าง ๆ ให้กับพี่น้องชาว อสม. ซึ่งเราเห็นด้วยครับ ถ้าเราระบุเอาไว้ให้เป็นกฎหมายนั้นมันจะแตกต่างจากสิ่งที่เป็นอยู่ ในปัจจุบันอย่างมากครับ สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นเรามีเรื่องของการให้ค่าตอบแทน แต่มันเป็นเชิงนโยบายครับ อสม. ต้องลุ้นครับว่ารัฐบาลที่เข้ามาใหม่ นายกรัฐมนตรีที่ เข้ามาใหม่นั้นจะให้ค่าตอบแทน อสม. เป็นเท่าไร จากแต่เดิม ๖๐๐ บาท ขยับขึ้นมา ๑,๐๐๐ บาท ขยับขึ้นมาเป็น ๒,๐๐๐ บาท ในสมัยที่ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงของโควิด แล้วก็ต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน แต่ถ้าการเขียนกฎหมายลงไปในลักษณะแบบนี้จะให้หลักประกันกับ อสม. ได้ และนอกจากนั้นผมอยากจะเห็นการให้สวัสดิการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความภาคภูมิใจ ผ่านเครื่องแบบ บัตรแสดงตน การเชิดชูเกียรติ และเครื่องไม้เครื่องมือที่จะให้กับ อสม. เขา และท้ายที่สุดครับเรื่องของฌาปนกิจสงเคราะห์ยังไม่มีเพื่อนสมาชิกท่านใดพูดครับ ก็เป็นท่านอนุทินนี่ละครับ ท่าน สส. วัชรพงศ์ สมัยที่เป็นเลขาครับ ก็ได้ผลักดันจนสามารถที่จะ ทำให้วันนี้เรามีฌาปนกิจสงเคราะห์ของ อสม. ทั้งประเทศ อยากจะเห็นฌาปนกิจสงเคราะห์นี้ เข้มแข็งเติบโต และถ้าเป็นไปได้อยากจะให้มีเงินงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อที่จะ ช่วยเหลือเพิ่มเติมให้กับสมาชิกของ อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่แล้วก็จากไปด้วย ท้ายที่สุด ผมสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับในเรื่องของการขับเคลื่อนแล้วก็ผลักดัน พ.ร.บ. อาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านของประเทศไทย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนาแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า อสม. ครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในครั้งนี้ เนื่องจาก พ.ร.บ. นี้เป็นของพรรคภูมิใจไทย นำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งนำเสนอเป็น ๑ ใน ๗ ฉบับ ซึ่งเสนอต่อสภาในวันนี้ ในจุดลึกเบื้องต้นคือตั้งแต่ผ่านมานี้การที่เรามีนโยบายเพียงแต่ว่าสมัยที่จะให้ประโยชน์กับ อสม. นั้นมันไม่แน่นอนครับ แต่ถ้าเป็น พ.ร.บ. แล้วนี้มันจะมีความมั่นคง เป็นกรอบ เพื่อรองรับสถานภาพสิทธิประโยชน์ของ อสม. ให้มั่นคง ให้ได้รับระบบสวัสดิการและ การบริการสาธารณสุขที่มั่นคงยิ่งขึ้น ตามที่ท่านคุณหมออลงกตได้นำเสนอ พ.ร.บ. ไปเบื้องต้นแล้วนั้น จากความเป็นมาในรอบตั้งแต่ ๔๐ ปี มันได้มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ทำงานไม่ได้รับค่าตอบแทน จนกระทั่งมีการได้รับค่าตอบแทนในปี ๒๕๕๒ เป็นครั้งแรก และพัฒนามาเรื่อย ๆ จนปี ๒๕๖๑ เป็น ๑,๐๐๐ บาท และในช่วงที่ทำให้ อสม. เปล่งประกายรัศมีขึ้นมาในช่วงของวิกฤติทางด้านโควิด-๑๙ ในสมัยของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรองนายกรัฐมนตรีและเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ เห็นถึงความสามารถที่โดดเด่นในเรื่องของ อสม. ที่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ ต่อสู้กันกับ ภัยโควิดได้อย่างที่เห็นคุณค่าอย่างมากทีเดียว จนได้รับการปรับในเรื่องเบี้ยเลี้ยงพิเศษต่อภัย ๕๐๐ บาท จนเป็น ๒,๐๐๐ บาท แต่ด้วยความที่ไม่แน่นอนเนื่องจากว่าในกฎระเบียบ ของกระทรวงนี้ก็จะขึ้นอยู่กับภาระหรือวาระขอเป็นนโยบายของรัฐบาลแต่ละชุด ผมเชื่อว่า การที่จะเป็นพระราชบัญญัติในครั้งนี้จะเพิ่มความมีศักดิ์ศรี เพิ่มความมั่นคงและจะเป็น จุดแข็งรองรับให้กับ อสม. เกิดความภาคภูมิใจ ฉะนั้นในพระราชบัญญัติฉบับที่เรากำลังนำเข้าสู่ในสภานี้มีผู้อภิปรายสนับสนุนมากกว่า ๓๐ คนผมเห็นเหลือเกินว่าเป็นที่ยอมรับเลยว่าพระราชบัญญัติสาธารณสุข หรือ อสม. เป็นสิ่งที่ยอมรับกันโดยทั่วถึง เป็นการรองรับสภาพที่เป็นกฎหมายที่จะให้ความมั่นคง กับ อสม. และมีจุดเด่นตามที่เราได้พูดกันแล้ว โดยเฉพาะของพระราชบัญญัติของพรรคภูมิใจ ไทยมีจุดเด่นในเรื่องของอายุที่เราพูดกัน ในมาตรา ๑๗ เราบอกอายุที่ไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี บริบูรณ์ และมาตรา ๔๒ เราพูดอีกเพื่อสนองตอบว่าใครที่เป็น อสม. อยู่แล้วก็ยังคงเป็นต่อไป จนกระทั่งหมดสภาพหรือหมดไม่สามารถจะทำได้ แสดงให้เห็นถึงความมีวิสัยทัศน์ของ พรรคภูมิใจไทยที่ยอมรับในศักยภาพและอายุตามที่ สส. พรรคภูมิใจไทยได้มีความเห็น สอดคล้องในเรื่องของอายุ เคารพในความสามารถ และเชื่อเหลือเกินว่าในเรื่องการดูแล การบริการเรายังทำได้กันจนกระทั่งอายุ ๗๐-๘๐ ปีเป็นต้นไป ดังนั้นสิทธิประโยชน์เรื่อง ค่าป่วยการก็เช่นเดียวกัน อสม. ได้ ๒,๐๐๐ บาท ผมยังคิดว่าวันนี้เราเป็นสังคมผู้สูงอายุ อย่างสุดยอดแล้ว ดังนั้นเราเชื่อว่า อสม. วันนี้มีคนหนุ่มสาว เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมไปเปิด การอบรมของจิตอาสา ๒๐๐-๓๐๐ คน เห็นชัดเลยว่าเริ่มมีคนหนุ่มคนสาวเข้ามาแล้ว มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี วันนี้อยากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ช่วยกัน พิจารณาว่าทำอย่างไรครับ เราจะดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาดูแลผู้สูงอายุหรือผู้พิการ อย่างในเขต พื้นที่เลือกตั้งผมในปราจีนบุรีมีผู้พิการ ๑๖,๐๐๐ คน เฉพาะอำเภอกบินทร์บุรีอำเภอเดียว มีผู้พิการ ๓,๐๐๐ คน เราจะทำอย่างไรที่จะใช้ศักยภาพโดยใช้ค่าป่วยการเป็นเครื่องตอบแทน เพื่อดึงดูความสามารถของคนหนุ่มสาวที่จะเข้ามา อีกอันหนึ่งคือเรื่องของการพัฒนาบุคลากร โดยใช้ความรู้ความสามารถเทคโนโลยีในการพัฒนาคนและดึงดูดเข้ามา อีกอันหนึ่งที่ท่านกรวีร์ ได้พูดไปในเรื่องของฌาปนกิจก็เกิดขึ้นในช่วงโควิดที่ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ผลักดัน แล้วไม่ใช่แค่นี้ในช่วงโควิดเราก็เริ่มต้นด้วยการประกันชีวิตให้กับ อสม. คนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตรงนี้เป็นการจุดประกายให้ อสม. กระตือรือร้นเห็นสำคัญเหล่านี้ สิ่งต่าง ๆ ที่เรา ได้มอบหมายโดยเป็นสิทธิประโยชน์นี่ไม่ว่าจะเชิดชูเกียรติสำหรับ อสม. ที่ปฏิบัติมีคุณค่า อย่างดีเยี่ยมและพระราชทานเครื่องราชย์หรือในเรื่องของการศึกษา ดังนั้นพระราชบัญญัติ การศึกษาทั้ง ๗ ฉบับที่เข้าสู่สภาในวันนี้ ผมก็กราบขอ เชิญชวนท่าน สส. ทุกท่านในสภา ช่วยกันผ่านเอากฎหมายฉบับนี้เพื่อเข้าสู่วาระของคณะกรรมาธิการวิสามัญและนำกลับมา โดยด่วนเพื่อให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติต่อไปครับ ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผู้อภิปรายครบถ้วนแล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีก ครั้งหนึ่งก่อนที่จะลงมติ ผู้สรุป ๒ ท่านนะครับ ท่านแรกคุณโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย อภิปราย สรุปแทนท่านสรวงศ์ เทียนทอง เชิญครับ🔗

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กับร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ที่พรรคเพื่อไทยได้จัดทำขึ้นแล้วก็นำเสนอสู่สภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ก็ต้องบอกว่า ๔๐ ปี ที่ผ่านมา อสม. คนที่ ๑ จนถึงวันนี้ อสม. กว่า ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน ท่านได้เดินทาง มาถึงจุดสำคัญที่ท่านจะสร้างร่างพระราชบัญญัติตัวนี้จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับ อสม. ท่านจะมีพระราชบัญญัติในอนาคตเป็นของตัวเอง ก็คือร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัคร สาธารณสุขแห่งชาติ ก็ต้องขอบคุณทางคณะรัฐมนตรีนำโดยท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ท่านได้ ริเริ่มในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติแห่งนี้ขึ้นมา แล้วก็ผมเชื่อว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ จะทำให้เกิดขวัญและกำลังใจของพี่น้อง อสม. โดยเฉพาะเรื่องของค่าป่วยการที่จะสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้กับ อสม. และในอนาคตสวัสดิการต่าง ๆ ที่จะคอยสนับสนุนให้ อสม. เกิดความเข้มแข็งในการดูแล สุขภาพประชาชนให้เข้าถึงแล้วก็ต่อเนื่องต่อไป ส่วนเรื่องคุณสมบัติบางอย่างที่ท่านสมาชิก หลาย ๆ ท่านได้มีการพูดถึง โดยเฉพาะการเข้าสู่ตำแหน่ง อสม. ผมเชื่อว่าหาก ร่างพระราชบัญญัติ อสม. นี้ผ่านในวาระที่หนึ่งในวันนี้และเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ เมื่อฟังจาก เสียงท่านสมาชิกหลากหลายจากพรรคการเมืองทุก ๆ พรรค และพรรคเพื่อไทย ผมเชื่อว่าเรา จะทำให้คุณสมบัติที่มีข้อกังวลอยู่ ณ วันนี้โดยเฉพาะอายุ น่าจะมีการเปิดรับและทำให้ทุกคน สบายใจมากขึ้นเพื่อทำให้ อสม. ทุกท่านที่มีจิตอาสา อายุเท่าไรก็มีจิตอาสาและมีความ ภาคภูมิใจในการที่จะเข้าสู่ตำแหน่งของ อสม. ได้ แล้วก็สำคัญครับ การมีคณะกรรมการ ในการส่งเสริมเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของ อสม. ทั้งระดับประเทศ ระดับจังหวัดและระดับ เขต ผมเชื่อว่าประเด็นนี้ก็จะเป็นประเด็นหนึ่งที่ทั้งกรรมาธิการถ้าหากได้มีการพูดคุยก็จะมี การถกเถียงกันเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ แล้วก็ลดช่องว่างในการเข้าถึงของ อสม. ในการที่จะ ดูแลประชาชนให้เข้มแข็งกว่านี้ แล้วก็สุดท้ายนี้ในส่วนของการตั้งกองทุนในกรมสนับสนุน บริการสุขภาพก็เป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้มีกองทุนเพื่อสนับสนุนให้ อสม. บางท่านที่ท่าน ดำเนินการปฏิบัติงานมากกว่า ๔๐-๕๐ ปี แล้วก็อยู่ในวัยที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ แต่ได้รับการดูแลจากพี่น้องประชาชนและพี่น้อง อสม. ด้วย ให้เขามีความภาคภูมิใจว่าสิ่งที่ ท่านเสียสละมาหลาย ๆ ปีสุดท้ายพอถึงจุดหนึ่งที่เรามีสุขภาพร่างกายที่ไม่สามารถเอื้ออำนวย ต่อการดูแลผู้อื่นได้ก็ยังมีผู้อื่นกลับมาดูแล อสม. เหล่านี้ให้มีสุขภาพแข็งแรงต่อไปได้🔗

สุดท้ายนี้ผมเชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ของทั้งพรรคเพื่อไทยและหลากหลายพรรคการเมือง รวมทั้งของท่านคณะรัฐมนตรีจะเป็น สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจของ อสม. ทุกท่านว่าท่านมี พ.ร.บ. เป็นของตัวเอง สร้างความภาคภูมิใจ และผมเชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติ อสม. นี้ได้รับการสนับสนุนจาก พี่น้องสมาชิกในสภาแห่งนี้ให้ผ่านวาระที่หนึ่งและตั้งกรรมาธิการ และกลับคืนมาเป็นวาระที่ สอง และวาระที่สาม และเป็นร่าง พ.ร.บ. อสม. ในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออภัย ที่ประชุมนะครับ มีตัวแทน ครม. ชี้แจงครับ เชิญท่านสมศักดิ์ครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่กระทรวง สาธารณสุขครับ🔗

นายแพทย์อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ ผม นายแพทย์อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ก็จะขอชี้แจงในส่วนประเด็นที่มีสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายถึงเรื่องความเชื่อมโยงกับระหว่าง อสม. กับท้องถิ่น อีกประเด็นก็คือ เรื่องของอายุของ อสม. นะครับ ในส่วนของ อสม. ที่เป็นจิตอาสาที่จำเป็นจะต้องขึ้นทะเบียน กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพราะว่ากิจกรรมบางอย่าง อสม. ต้องทำงานภายใต้ พ.ร.บ. วิชาชีพ ซึ่งจำเป็นต้องทำงานภายใต้กำกับของหมอคนที่ ๒ ก็คือหมออนามัย หมอคนที่ ๓ ก็คือแพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการกำกับดูแลช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในเรื่องของการทำงานของ อสม. ว่าเราจะ สามารถให้ อสม. ดูแลสุขภาพประชาชนได้อย่างมาตรฐาน ที่สำคัญก็คือจะได้มีระบบในเรื่อง ของการส่งต่ออย่างเหมาะสม เมื่อการปฏิบัติในเชิงสุขภาพนั้นเกินศักยภาพ แต่ในส่วนของ การเชื่อมโยงกับท้องถิ่นจริง ๆ แล้วในร่าง พ.ร.บ. นี้เรามีกรรมการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกรรมการ ระดับประเทศที่มีท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มี ผอ. สำนักอนามัยของ กทม. เป็นกรรมการ ในส่วนของระดับจังหวัดก็จะมีท้องถิ่นจังหวัด มีผู้อำนวยการกองสาธารณสุขของ อบจ. เป็นกรรมการอยู่ด้วย อันนี้ก็จะเป็นกลไกในการเชื่อมโยงระหว่างตัว อสม. กับท้องถิ่น แล้วก็ ที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นกลไกก็คือไม่ว่าเราจะมี รพ.สต. ส่วนหนึ่งที่กระจายไปอยู่กับ อบจ. แล้ว ตัว อสม. ที่ทำงานกับหมออนามัยที่อยู่ใน รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปอยู่ท้องถิ่นแล้ว ก็จะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะเห็นว่ามีการทำงานระหว่าง อสม. กับท้องถิ่นมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเป็นข้อที่จะตอบว่าจริง ๆ อสม. กับการทำงานกับท้องถิ่นยังมีความเชื่อมโยงกัน ที่สำคัญก็คือ อสม. ก็ยังมีความยึดโยงทำงานภายใต้วิชาชีพที่จะทำให้เกิดการปฏิบัติงาน ที่ภายใต้วิชาชีพนี้ได้อย่างถูกต้อง🔗

ในส่วนที่ ๒ เรื่องของอายุ อสม. ทั้งประเด็นของอายุแรกเข้าและอายุเกษียณ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นข้อสังเกต ผมเรียนว่าเป็นข้อสังเกตของชั้นกฤษฎีกาที่จะขอให้กำหนดอายุ ในตอนแรกเข้าและตอนเกษียณเป็นอายุเดียวกัน ก็ได้สงวนสิทธิไว้ว่าจะขออนุญาตเข้ามาใน เรื่องของการอาจจะมีการปรับในชั้นกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของอายุแรกเข้า ๑๘-๖๐ ปีก็จะขออนุญาตขยับไปเป็น ๑๘-๖๕ ปี เพื่อที่ให้โอกาสข้าราชการที่เพิ่งจะเกษียณ มาแล้วก็มีไฟ มีความตั้งใจที่จะเป็นจิตอาสาได้เป็น อสม. เราก็จะได้มีบุคลากรที่มีคุณภาพ มีการศึกษา มีวัยวุฒิ มีคุณวุฒิที่ดี มีความสามารถที่ดีเข้ามาเป็น อสม. เพิ่มขึ้น ในส่วนของ อายุที่เกษียณ หลาย ๆ ท่านก็ได้เสนอแนะมาว่า อสม. ไม่น่าจะมีการเกษียณ แม้จะอายุเยอะ แต่มีความสามารถ มีกำลังที่จะทำงานในเรื่องจิตอาสาก็จะขอให้ทำงานต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีเกษียณก็ต้องให้ความมั่นใจว่า อสม. จะสามารถทำงานได้ก็เลยต้องมีระบบในการ ประเมินความสามารถของ อสม. ทุกปี เพราะฉะนั้น อสม. ก็จะต้องถูกเข้าไปประเมิน ความสามารถในการทำงานในการดูแลสุขภาพของประชาชน เพราะฉะนั้นระบบ การประเมินนี้จะเป็นกลไกหนึ่งที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า อสม. ที่ผ่าน การประเมินก็ยังมีความสามารถในการทำงานแล้วก็ดูแลประชาชนได้ต่อไปโดยที่เมื่อไร ก็ตามที่เขาประเมินไม่ผ่านหรือหมดความสามารถในการทำงาน จุดนี้ก็หยุดรับค่าป่วยการ แต่ยังคงสิทธิความเป็น อสม. อยู่ เนื่องจากว่าไม่มีเกษียณเพื่อให้เขาสามารถที่จะใช้สิทธิ ต่าง ๆ ในฐานะความเป็น อสม. ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ฌกส. อสม. หรือเรื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้นนะครับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เป็นสิ่งที่ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ที่ได้กรุณาให้ความเห็นแล้วก็จะนำไปพูดคุยกันต่อในชั้นต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่าน อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ขออภิปรายสรุปแทนคุณกัลยพัชร เชิญคุณอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

ขอบคุณครับ เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนนทบุรี อำเภอ บางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราพรรคการเมืองเกือบทั้งสภาที่ยื่นกฎหมายให้กับพ่อแม่ พี่น้องชาว อสม. รวมถึงท่านทางฝั่งคณะรัฐมนตรีด้วย เป็นนิมิตหมายที่ดีมากแล้วก็กฎหมาย ของพรรคการเมืองและคณะรัฐมนตรีทุกฉบับไปในทิศทางเดียวกัน ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้นะครับ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและ แนวหน้าสุขภาพของพรรคประชาชน วันนี้ผมได้ยินการอภิปรายตั้งแต่เช้าว่าเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้มีความประสงค์อยากจะฟังการอภิปรายพระราชบัญญัติ อสม. ของพวกเรา แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็น อาจจะฟังอยู่ในห้องอาหารหรือห้องส่วนตัว ถึงเวลาแล้วครับท่านลงมา เตรียมโหวตกันได้แล้ว ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ อย่างที่ผมเกริ่นไปแล้วว่าเรามีร่าง พ.ร.บ. ที่เห็นชอบร่วมกัน มีฐานมาจากระเบียบกระทรวงสาธารณสุขในปี ๒๕๕๔ ผมขออนุญาตสรุป เพื่อเป็นประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่รับชมรับฟังอยู่ทางบ้านนะครับ ในส่วนที่เรา เห็นพ้องต้องกันอันดับแรกเลยคือการรับรองสถานภาพของ อสม. ในร่างพระราชบัญญัติของ ทุกพรรคการเมืองรวมถึง ครม. เรามีการรับรองสถานภาพให้กับพ่อแม่พี่น้อง อสม. คำว่า รับรองสถานภาพอย่างนี้คืออะไรครับ การยกระดับจากระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ให้ขึ้นเป็นพระราชบัญญัติ เป็นตัว Guarantee ว่าความมั่นคงถาวรของพ่อแม่พี่น้อง ชาว อสม. ที่จะได้รับค่าป่วยการ ได้รับสวัสดิการต่าง ๆ บรรจุไว้ในกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่าย ประจำปีไม่ต้องอิงอยู่กับระเบียบสาธารณสุข ซึ่งจะต้องพิจารณาตามงบประมาณรายจ่าย ประจำปีเป็นรายปีไปนะครับ พอเรามีการยกระดับขึ้นมาเป็นพระราชบัญญัติแล้วจะสามารถ ทำให้การรับรองสถานภาพของพ่อแม่พี่น้อง อสม. มีความชัดเจนมากขึ้น นอกจากนั้นยังมี การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไว้ใกล้เคียงกันเกือบทุกร่างคือเริ่มต้นที่อายุ ๑๘ ปี บางร่างก็อาจจะมีอายุ ๖๐ ปีในส่วนท้าย แต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้กำหนดอายุนะครับ🔗

ส่วนถัดมามีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของ อสม. ทั้งในด้านการส่งเสริม สุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาเบื้องต้น การฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมในชุมชน เหล่านี้เป็นการกำหนดบทบาทหน้าที่ อสม. ให้สอดรับกันกับระเบียบ กระทรวงสาธารณสุขที่ผมกล่าวถึงไปในเบื้องต้น นอกจากนั้นยังมีการรับรองสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการต่าง ๆ บรรจุเรื่องของค่าป่วยการ เรื่องสวัสดิการ เรื่องการรักษาพยาบาล อันนี้ ทุกร่างมีเหมือนกันหมดนะครับ🔗

สุดท้ายครับ การพ้นจากตำแหน่งก็อาจจะมีบางร่างที่ผมนำเรียนไว้ว่ามีการ กำหนดอายุ ๖๐ ปี ซึ่งส่วนในของพรรคประชาชนเราไม่ได้ระบุอายุสุดท้ายของการปฏิบัติ หน้าที่ อสม. ไว้ ก่อนที่ผมจะไปในส่วนของข้อดีข้อเสีย ผมชวนท่านประธานคิดอย่างนี้ครับ ว่าพ่อแม่พี่น้อง อสม. จำนวน ๑,๐๙๐,๐๐๐ กว่าคนในประเทศเรา เป็นพ่อแม่พี่น้อง อสม. ที่อายุมากกว่า ๖๐ ปีประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ปัจจุบันนี้ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ร่างกฎหมายที่จำกัดอายุ อสม. ไว้ที่ ๖๐ ปีท่านจะทำอย่างไร ถึงแม้ท่านจะมีบทเฉพาะกาล แต่ในส่วนของ อสม. เข้าใหม่ อสม. ที่อยู่มาเดิมท่านจะจัดระบบสวัสดิการให้เขาอย่างไร เดี๋ยวผมชวนท่านประธานมาดูในคำตอบของร่างของพรรคประชาชน🔗

สุดท้ายผมขอนำข้อวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคประชาชนถึงร่างพระราชบัญญัติ ต่าง ๆ ที่นำเสนอออกไปแล้วมีข้อกังวลอยู่ ๓ ด้านครับ ด้านแรกคือ อสม. เดิมสังกัดอยู่กับ กระทรวงสาธารณสุข แต่ในส่วน รพ.สต. ที่ท่านปฏิบัติงานควบคู่กันมาถ่ายโอนไปอยู่กับ อปท. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้ว การมี สังกัดที่แตกต่างกันจะทำให้การทำงานหรือการกำหนดนโยบายด้านสาธารณสุขไปในทิศทาง เดียวกันหรือไม่ ร่างที่ผมอยากจะนำเสนอกับท่านประธานคือร่างของพรรคประชาชนครับ ผมเข้าใจว่ามีเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนอภิปรายไปหลายท่าน โดยเฉพาะท่านอิทธิพล จากพรรคประชาชน ท่านอธิบายได้ดีมากในเรื่องของบอร์ด ๓ บอร์ด บอร์ดในร่างกฎหมาย ของพรรคประชาชน บอร์ดนโยบายเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน นอกจากนั้นผมได้ยินเพื่อนสมาชิกอภิปรายว่าทำไมไม่มีตัวแทนของ อสม. เข้าไปนั่งในบอร์ด ระดับนโยบายหรือหลาย ๆ ท่านเรียกว่าบอร์ดชาติ ในร่างของพรรคประชาชนเรามีทั้ง ตัวแทน อสม. มีทั้งประธานองค์กรกลุ่มต่าง ๆ สมาคม มูลนิธิที่จับกลุ่มรวมตัวกันของ อสม. เข้าไปนั่ง เพราะฉะนั้นในส่วนของบอร์ดระดับประเทศเรามีรัฐมนตรีที่รับผิดรับผิดชอบกับ ประชาชนในการกำหนดนโยบาย🔗

บอร์ดถัดไปครับคือบอร์ดควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน อันนี้เพื่อนสมาชิก ผมอภิปรายไปแล้ว สิ่งที่ผมต้องเน้นย้ำเพราะว่าร่างของพรรคการเมืองอื่นไม่มีในส่วนนี้ครับ การกำหนดผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาชีพมากำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานให้กับ อสม. การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้ประเมินนะครับ มีการตัดแยกออจากการ ประเมิน การประเมินเป็นบอร์ดที่ ๓ ครับ เป็นบอร์ดในระดับจังหวัดหรือในระดับพื้นที่ ซึ่งเรา ให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นประธานบอร์ด สอดรับกับการบริหารจัดการในเชิง การกระจายอำนาจ แล้วก็พิจารณาในลักษณะของพื้นที่เป็นสำคัญ นอกจากนั้นในร่างของ พรรคประชาชนเหมือนที่ท่านณัฐวุฒิได้อภิปรายไปในส่วนของแนวหน้าสุขภาพ ท่านณัฐวุฒิ ได้อภิปรายเปิดได้ดีมากในร่างแนวคิดของในส่วนของร่างพรรคประชาชนเรื่องแนวหน้า สุขภาพ นอกจากนั้นท่านภูริวรรธก์ก็อภิปรายในเรื่องของผู้ป่วยแบบประคับประคอง ผู้ป่วย แบบพึ่งพิง ท่านสิริลภัสอภิปรายถึงแนวหน้าสุขภาพจิต ในส่วนของอายุ ๖๐ ปีกับ อสม. ในร่างของพรรคประชาชนเราไม่ได้จำกัดอายุไว้ มีเพื่อนสมาชิกตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงเริ่มต้นที่ อายุ ๑๘ ปี อันนี้ผมขออนุญาตนำคำอภิปรายของท่านชลธานีแห่งพรรคประชาชน ท่านอภิปรายไว้ได้ดีมากครับว่าเป็นการเริ่มต้นในการดูแลสุขภาพ ถึงแม้อายุ ๑๘ ปี อาจจะ ยังไม่ได้มีประสบการณ์ในชีวิตมาก แต่ใน ๑ ครอบครัว ผมมั่นใจว่าเรามีคนป่วย เรามีคนเจ็บ เรามีคนชราอยู่ในครอบครัวเราอยู่ แล้วการเป็น อสม. คือการได้รับการสนับสนุนในภายใต้พื้นที่ในรอบครัวเรือน ในหมู่บ้าน ของตนเอง เพราะฉะนั้นท่านอาจจะทำงานประจำ ท่านอาจจะอายุ ๑๘ ปี ท่านอาจจะมี คนป่วย คนเจ็บ คนแก่ คนชราในบ้านของท่าน ท่านก็ดูแลได้ ท่านก็สมัครเป็น อสม. ได้ เพราะฉะนั้นการที่ใช้คำว่า อสม. รุ่นใหม่กับคน ๑๘ ปี นี่คือการเปิดโอกาส และไม่ปิดโอกาส ให้กับบุคลากรที่ยังสามารถทำงานได้ด้วยเหตุแห่งอายุ🔗

สุดท้ายผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในร่างของพระราชบัญญัติ อสม. ทุกร่าง โดยเฉพาะร่างของพรรคประชาชน ผมยังมีความเห็นว่าร่างของพรรคประชาชน เปิดกว้าง แล้วก็มีบัญญัติที่ให้ในเรื่องของการกระจายอำนาจ ในเรื่องของบอร์ดต่าง ๆ ที่แตกต่างจากร่างอื่น นอกจากนั้นยังมีเรื่องของแนวหน้าสุขภาพ ผมจึงขออนุญาตสนับสนุน ร่างของพรรคประชาชนที่เสนอโดยท่านกัลยพัชร รจิตโรจน์ และเพื่อนสมาชิกพรรค ประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านรัฐมนตรีอภิปรายสรุปครับ เชิญท่านสมศักดิ์ครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตได้ อภิปรายสรุป ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองที่ได้ เสนอกฎหมายร่วมเพื่อให้พิจารณา พ.ร.บ. ของ อสม. ในครั้งนี้ ซึ่งกระผมได้พยายามอย่างยิ่ง ในการดำเนินการในเรื่องทำให้กฎหมายนี้ได้เข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องเรียนว่า ความเป็นมาของ อสม. นี้มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ผ่านบุคคลสำคัญหลาย ๆ ท่าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องให้เกียรติท่านศาสตราจารย์ เรือโท นายแพทย์ยงยุทธ สัจจวาณิชย์ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนั้นที่มีมติให้นำร่อง อสม. ใน ๒๐ จังหวัด จังหวัดละ ๑ อำเภอ อำเภอละ ๑ ตำบล แล้วก็มีพัฒนาการมาเรื่อย ๆ และผ่านท่านนายกรัฐมนตรีมาหลายท่าน ท่านชวน หลีกภัย ท่านอภิสิทธิ์ ท่านทักษิณ ชินวัตร ท่านยิ่งลักษณ์ แล้วสิ่งสำคัญที่สุดที่จุดเริ่มต้นที่รัฐมนตรีสาธารณสุข ศาสตราจารย์ เรือโท นายแพทย์ยงยุทธ สัจจวาณิชย์ นั่นก็คือท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านเป็นองคมนตรี ท่านธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ดังกล่าวตรงนั้น ก็มีส่วนถูกส่วนผิด ในส่วนที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณากล่าวถึง ต้องเรียนว่าท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่ทำให้เกิดมติคณะรัฐมนตรีเมื่อมีนาคม ๒๕๖๖ ในเรื่องค่าป่วยการ ของ อสม. แต่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดเกินเลยว่าเป็นมติคณะรัฐมนตรีหรือ การจ่ายเงิน ๒,๐๐๐ บาท ที่เป็นค่าป่วยการในตุลาคมปี ๒๕๖๗ ซึ่งผมขอเรียนว่าไม่ใช่ เงินค่าป่วยการตรงนี้ได้ดำเนินการมาสมัยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ท่านรัฐมนตรี ชลน่าน ศรีแก้ว ท่านได้ดำเนินการในการดำเนินการนำเข้า ครม. และดำเนินการ เพราะการ จ่ายค่าป่วยการนี้ไม่ได้เป็นกฎหมาย จำเป็นต้องเป็นมติคณะรัฐมนตรีแล้วมากดปุ่มจ่าย ๒,๐๐๐ บาท แล้วตกเบิก พอดีผมเข้าไปเป็นรัฐมนตรีได้ ๑ สัปดาห์ แต่การเตรียมงานนั้น ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ท่านเตรียมไว้อย่างดียิ่ง ตรงนี้ต้องขอขอบคุณ อยากจะกราบเรียนให้พี่น้องประชาชนหรือผู้คนได้เข้าใจว่าการทำงาน เกี่ยวกับ อสม. นั้นมีความเกี่ยวข้องมามากมายหลายส่วน เราเริ่มร่าง พ.ร.บ. อสม. เมื่อเรา เริ่มร่าง อสม. ก็มีเครดิต เดิมทีเดียว อสม. กู้ ธ.ก.ส. ได้ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่พอมีข้อมูลในการ ดำเนินการมาเป็นร่าง พ.ร.บ. เข้ามา แล้วพัฒนามาถึงร่าง พ.ร.บ. เข้า ครม. ก็สามารถกู้เงิน ได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท คือพัฒนาการที่ได้เห็น ได้ดำเนินการมาตรงนี้ และสิ่งสำคัญที่สุดท่าน สมาชิกหลายท่านได้พูดถึงหมอคนแรก และได้พูดถึงโควิดที่เกิดขึ้น ในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น ประเทศไทยได้ใช้บริการของ อสม. ได้ผลและดำเนินการ ในส่วนของการดำเนินการที่ผม เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมเห็นปัญหามากเลย ปัญหาที่เห็น ก็อยากจะเล่าให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบโดยทั่วกันว่าปัญหาโรคไม่ติดต่อ เรื้อรังคือโรคที่เกิดจากการบริโภค เกิดจากการกินคาร์โบไฮเดรต แป้งและน้ำตาลมากเกินไป ทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลอดเลือดเมื่อเกิดการอักเสบแล้วมีแคลเซียมเข้าไป เกาะในหลอดเลือดตีบตัน เสียชีวิต ปีหนึ่งเป็น Stroke ๒๐๐,๐๐๐ คน Stroke ก็เกิดจากการ บริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ตรงนี้เราจะใช้บริการของนายแพทย์ที่จะมาอธิบายความให้กับ ประชาชนคนป่วยในเรื่องของการบริโภคไม่สำเร็จหรอกครับ เพราะการอธิบายทำความเข้าใจ ให้กับผู้คนที่จะบริโภคอาหารให้ถูกหลักหรือถูกสูตรที่จะทำให้เกิดพลังงานในแต่ละวันนั้น ซึ่งพลังงานโดยคนปกติแล้วบริโภคคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า ถ้าคนป่วยหรือคนที่อ้วน นับตั้งแต่คนอ้วน คนเป็นเบาหวาน เป็นความดัน เป็นโรคไต เป็นมะเร็ง ปัญหาสุขภาพจิตทั้งหลายตรงนี้ถ้าหากว่าบริโภคเกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ คาร์โบไฮเดรตที่ทำให้เกิดพลังงานต่อวันแล้วมันเป็นปัญหามากมายที่สุด ผมเห็นปัญหาตรงนี้ ก็เลยแก้ปัญหาโดยการที่ให้ อสม. มานับคาร์บ คาร์บคือคาร์โบไฮเดรต จะต้องบริโภค คาร์โบไฮเดรตไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในแต่ละวันถ้าหากว่าเป็นคนป่วย ป่วยนับตั้งแต่อ้วน เบาหวาน ความดัน โรคไต แล้วโรคมะเร็ง ในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่นับโรคอ้วนและไม่นับ สุขภาพจิต ก็มีคนป่วย NCDs หรือโรคที่เกิดจากบริโภคคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปนั้น ๒๒ ล้านคน เราจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องหาคนที่เข้าใจในเรื่องของปริมาณอาหารที่กินแต่ละวันนั้น บอกกับพี่น้องประชาชน ก็ได้หลักคิดแนวทางจากนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายว่าเราใช้ บริการของ อสม. ได้ เพราะในช่วงของโควิดเราก็ใช้บริการของ อสม. และสำเร็จ และบัดนี้ เราสามารถให้คนไทยได้เรียนรู้ในการนับคาร์บ ในการบริโภคคาร์โบไฮเดตถึง ๔๒,๕๒๓,๕๗๑ คน ในการนับคาร์บนี้ถ้าเราคิดทางอ้อม ในเรื่องของการดำเนินการขณะนี้เครื่องมือในการใช้ คำนวณคาร์บหรือดูแล บริหารเกี่ยวกับเรื่องของโรค NCDs ตรงนี้ยังไม่เพียงพอ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในสภานี้ได้อภิปรายว่า NCDs เป็นนโยบายหลัก ทำไมใช้งบประมาณน้อย ผมยังจำได้นะครับเพราะว่าเราเพิ่งดำเนินการมาในระยะเวลาไม่ถึงปีในเรื่องของ NCDs แต่เราก็นับคาร์บไปแล้วได้ ๔๒ ล้านคน ผมได้ประกาศให้รางวัล อสม. ไว้ว่าถ้านับคาร์บรวมกันแล้วครบ ๔๐ ล้านคนเมื่อไรจะให้ รางวัลโดยการเพิ่มเติมในการตรวจสุขภาพ จากเดิม อสม. ได้ตรวจสุขภาพ ๕ ด้าน ความ สมบูรณ์ในเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจไวรัสตับอักเสบ B คัดกรองมะเร็งลำไส้ คัดกรอง มะเร็งปากมดลูก ได้รางวัลในการดำเนินการก่อนที่ผมมาดำรงตำแหน่งนี้ ๕๘๕ บาท หลังจาก นับคาร์บ สอนประชาชน ผู้คนที่ดูแลอยู่นั้นนับคาร์บได้ เพิ่มได้เป็น ๔๐ ล้านคน เราก็เพิ่ม ให้สิทธิในการตรวจสุขภาพร่างกายเพิ่มอีก ๕๒๐ บาท ทำอะไรบ้างครับ สิ่งที่ทำคือเอกซเรย์ ปอด ๑๗๐ บาท ตรวจปัสสาวะ ๕๐ บาท ตรวจไขมันในเลือด ๒๐๐ บาท ตรวจค่าไต ๑๐๐ บาท เพิ่มอีก ๕๒๐ บาท รวมเป็น ๑,๑๐๕ บาท ซึ่ง Kick Off ในการตรวจสุขภาพให้ หมอทุกโรงพยาบาล แล้วก็ อสม. ได้รับทราบ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เองที่ผมไปดำเนินการ Kick Off ตรงนี้เราดำเนินการเรียบร้อยไปแล้ว ในส่วนของการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของ การรักษา NCDs โดยทางตรง ในทางตรงตอนนี้เมื่อเรานับคาร์บได้แล้วเราก็สามารถลด เข้าคลินิกหรือคลินิกโรงเรียนเบาหวาน เราดำเนินการได้ในส่วนของผู้คนที่เขาเชื่อแล้วเข้าไป ในคลินิกเบาหวาน ๓๑๕,๗๕๕ คน เราลดค่าใช้จ่ายทางตรงเลยครับ คือบางท่านบางคนลด ยา บางคนก็หยุดยาได้เลย หยุดยาเบาหวานพวกนี้ ลดเงินทางตรงได้ไป ๘๒๓ ล้านบาท เห็นไหมครับ เมื่อสักครู่นี้ผมได้เรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกว่าคนเป็น NCDs ทั้งหมด ๒๒ ล้านคน ถ้าเราไม่นับอ้วน ไม่นับสุขภาพจิต ๒๒ ล้านคน ผมคิดเป็นบัญญัติไตรยางศ์แล้ว ถ้าเข้าโครงการทั้งหมดของคนที่เป็น NCDs ตรงนี้ จะลดเงินได้ถึง ๕๗,๔๐๐ ล้านบาท เห็นไหมครับ ถ้าเราลดเงินตรงนี้ได้แล้วทำอย่างไรครับ ผมเห็นใจและเข้าใจรัฐบาลดีนะครับ ว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ท่านนายกอนุทินมาเป็นรัฐบาลก็ต้องใช้จ่ายงบประมาณมาก ถ้าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องใช้เงินมาก แต่สิ่งที่ผมได้ดำเนินการไปตรงนี้ผมมั่นใจว่า ลดค่าใช้จ่ายได้และใน พ.ร.บ. ของเรา ท่านดูที่มาตรา ๔๘ ครับ สนับสนุนการทำงานให้มี บัญชีเงินนอกงบประมาณ ในส่วนต่าง ๆ ตรงนี้เมื่อสักครู่นี้ที่ผมให้ดูว่า ๒๒ ล้านคน ที่เป็น NCDs เราสามารถลดค่าใช้จ่ายงบประมาณที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ การรักษา NCDs ใช้เงินถึง ๗๙,๕๓๗ ล้านบาท งบประมาณในปี ๒๕๖๗ เพราะฉะนั้นมันลดลงมาได้ แล้วเงินที่เรามีบัญชี เงินนอกงบประมาณ มาตรา ๔๖ เราสามารถที่จะดำเนินการได้ ผมอยากบอกท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถ้าอยากช่วย อสม. จริงแล้วเงินที่ใช้จ่ายในเรื่องของ NCDs มันลดลงจากการสอนให้นับคาร์บของ อสม. เราต้องมาช่วยกันทำอย่างไร แบ่งสัดส่วน แบ่งปันผลประโยชน์ตรงนี้เข้ามาสู่บัญชีเงินของ อสม. ซึ่งดำเนินการในกฎหมายฉบับที่เรา กำลังร่วมกันพิจารณาตรงนี้ ผมมั่นใจครับ สิ่งที่เราจะทำต่อไปนั้นหากว่าเราไม่สามารถเพิ่ม ค่าบริการขึ้นไปได้โดยตรงจากเงินงบประมาณ เรามาเอาเงินทางอ้อมที่เราลดค่าใช้จ่ายได้ตรงนี้ ผมก็ขอเรียนเป็นแนวทางของการดำเนินการของการบริหารงานที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และประหยัดงบประมาณของประเทศไทย ผมขอสรุปเพียงเท่านี้ว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ที่ทำมาด้วยความตั้งใจ และเป็นแนวทางของการแก้ปัญหาในด้านอื่น ๆ ซึ่งจะเป็น รูปแบบของการบริหารราชการแผ่นดินที่ดีต่อไป ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตัวแทน ครม. เป็นการจบอภิปรายนะครับ ต่อไปเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งว่า จะรับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

๑๗๐ แสดงตนค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านที่อยู่ ด้านนอกกรุณาเข้าห้องประชุมครับ ช่วยตามกันมาด้วยครับ ท่านใดเข้ามาแล้วใช้สิทธิ แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านใดขัดข้องกรุณาแจ้งด้วยครับ🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี รบกวนท่านประธานช่วยรอแป๊บหนึ่งครับ เพราะว่าเพื่อน ๆ สมาชิกซีกนี้ ยังไม่ลงมาเลยครับ ให้เวลาเพื่อน ๆ นิดหนึ่งครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใครมีเพื่อน อยู่ที่ไหนตามมาด้วย ขอเชิญใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ มีไหมครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตน ถ้าครบถ้วนแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน ๓๐๐ ท่าน บวก ๑ เป็น ๓๐๑ ท่าน🔗

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ🔗

นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

๒๙๐ แสดงตนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บันทึกไว้นะครับ เชิญครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เมื่อสักครู่ดูผู้เข้าร่วมประชุมค่อนข้างน้อยครับ เพราะว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมาย สำคัญหลายฉบับ อยากให้ท่านประธานได้เชิญเพื่อนสมาชิกที่ห้องมาโหวต เพราะว่าเรารอกัน ทั้งวันครับ วันนี้พวกผมก็ดึกแค่ไหนก็รอเพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นความหวังของ อสม. ครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

นางสาวแอนศิริ วลัยกนก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ๔๙๙ แสดงตนค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บันทึกไว้นะครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ๓๖๘ แสดงตนครับ ช่วยบันทึกให้ด้วยครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บันทึกไว้ครับ ต่อไปผมจะถามจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ทุกท่านนะครับ ออกเสียงลงคะแนน เป็นกฎหมายสำคัญสำหรับพวกเรานะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานรอสักนิดครับ ณัฐวุฒิครับ ท่านประธานครับ เราอยู่กันเยอะครับ อย่างไรรบกวนเจ้าหน้าที่ช่วยแพนกล้อง หน่อยครับ ทางบ้านจะได้เห็นว่าผมอยู่ครับ พวกผมอยู่กันเยอะท่านประธาน เดี๋ยวทางบ้าน ไม่รู้ว่าหายไปไหน อยู่มาหลายวันนะครับ ช่วยแพนกล้องนิดหนึ่งนะครับจะได้รู้ว่า เพื่อนสมาชิกพวกเราอยู่กันเยอะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนนะครับ มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๗ ท่าน ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน🔗

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับ ต่อไปครับ ขอเชิญเสนอ คณะกรรมาธิการครับ เชิญครับท่านใดเสนอครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ขัตติยา สวัสดิผล บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเสนอกรรมาธิการจำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิก เสนอชื่อกรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน มีท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมมีมติให้มีกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของ คณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒๔ ท่าน ต่อไปขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการจำนวน ๗ ท่าน ขอเชิญท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ๒. นายอดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ ๓. นายสาโรจน์ ยอดประดิษฐ์ ๔. นายจรัส รัชกุล ๕. นายชนิสร์ คล้ายสังข์ ๖. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๗. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป สัดส่วนของกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองเป็นดังนี้นะครับ พรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน พรรคชาติไทย พัฒนา จำนวน ๑ ท่าน และพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญพรรคประชาชน เสนอครับ เชิญครับ🔗

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ พรรคประชาชน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ๒. นางสาว กัลยพัชร รจิตโรจน์ ๓. นายอิทธิพล ชลธราศิริ ๔. นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ๕. นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภูริทัต พลเสน ๗. นายประสิทธิ์ชัย มั่นจิตร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่านครับ🔗

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ในสัดส่วนของพรรค เพื่อไทย ขอเสนอจำนวน ๗ ท่าน ๑. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ๒. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๓. นางฐิติมา ฉายแสง ๔. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๕. นายทศพร เสรีรักษ์ ๖. นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ๗. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่านครับ🔗

นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย กระผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายอลงกต มณีกาศ ๒. นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ ๓. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่านครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน ๑. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่านครับ🔗

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ท่าน สส. อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่านครับ🔗

นายสรรเพชญ บุญญามณี สงขลา

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่นางสุพัชรี ธรรมเพชร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่านครับ🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน คือ ศาสตราจารย์พิเศษณัฐกฤตย์ ณ ชุมพร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ขอเสนอชื่อ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน🔗

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ เป็นอันครบจำนวนตามสัดส่วนของกรรมาธิการนะครับ ต่อไปขอเชิญท่าน เลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ เชิญท่านเลขาครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ๑. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ๒. นายอดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ ๓. นายสาโรจน์ ยอดประดิษฐ์ ๔. นายจรัส รัชกุล ๕. นายชนิสร์ คล้ายสังข์ ๖. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๗. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ๘. นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ๙. นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ ๑๐. นายอิทธิพล ชลธราศิริ ๑๑. นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ๑๒. นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ ๑๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภูริทัต พลเสน ๑๔. นายประสิทธิ์ชัย มั่งจิตร ๑๕. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ๑๖. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๑๗. นางฐิติมา ฉายแสง ๑๘. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๑๙. นายทศพร เสรีรักษ์ ๒๐. นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ๒๑. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๒๒. นายอลงกต มณีกาศ ๒๓. นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ ๒๔. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๒๕. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒๖. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ๒๗. นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ๒๘. นางสุพัชรี ธรรมเพชร ๒๙. ศาสตราจารย์พิเศษณัฐกฤต ณ ชุมพร ๓๐. นายเสมอกัน เที่ยงธรรม และ ๓๑. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รายชื่อ ครบถ้วนนะครับ ขอวันกำหนดการแปรญัตติครับ แปรญัตติภายในกี่วันครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ระยะเวลาการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้เสนอ คำแปรญัตติ ๑๕ วันนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ กำหนดเวลาแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภารับหลักการ เนื่องจาก มีการรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ ฉะนั้นขอเชิญท่านสมาชิกเสนอว่า จะใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สองตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม ขอเชิญครับ ใช้ร่างใดเป็นหลักครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง ขอเสนอ ร่างของคุณกัลยพัชร รจิตโรจน์ กับคณะ เป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้เสนอ ร่างของคุณกัลยพัชร รจิตโรจน์ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเสนอร่างของทาง คณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลักค่ะ ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานขออนุญาตครับ อยากจะให้ช่วยเช็กผู้รับรองได้หรือไม่ว่าถึงหรือเปล่า ต้องมีอย่างน้อย ๒๐ คน ผมคุ้น ๆ ว่า คราวที่แล้วนี่นับผมว่าผู้รับรองครบหรือไม่ คราวนี้อยากจะรู้เหมือนกันว่าครบหรือเปล่า กดบัตรก็ได้ครับท่านประธาน🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณขัตติยา เสนอร่างคณะรัฐมนตรีเป็นหลักหรือครับ มีผู้รับรองหรือไม่ครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ถ้าไม่ถึงผมจะได้ช่วยยกครับ ไม่ใช่อะไร🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้รับรองครับ ท่านเลขาช่วยดูด้วย ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผู้รับรองเพียง ๕ คนก็ได้นะครับ ตกลงกันได้ หรือไม่ครับ มีเสนอเป็น ๒ ร่าง ตกลงกันได้หรือไม่ครับ ขอเวลาคุยกันสักครู่หนึ่งครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอถอนนะคะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอถอนนะครับ ก็เหลืออยู่ร่างเดียว ใช้ร่างของคุณกัลยพัชร รจิตโรจน์ เป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง เป็นอันจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในวาระที่หนึ่ง ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ขอบคุณผู้เสนอร่าง ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ วันนี้วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๘ พวกเราได้ประชุมทำหน้าที่ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลา ๒๑.๑๗ นาฬิกา เราประชุมใช้เวลาพอสมควร ผมขอปิดการประชุมครับ เดินทางโดยปลอดภัยครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๒๑.๑๖ นาฬิกา