รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ
วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
สมาชิก ทุกท่านครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยใช้เวลาท่านละ ประมาณ ๒ นาที วันนี้มีผู้เสนอรายชื่อมาทั้งหมด ๔๐ ท่าน ผมเรียนเชิญแจ้งชื่อท่านชุดละ ๓ ท่าน เพื่อเตรียมตัว ท่านแรก คุณอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ท่านที่ ๒ คุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ท่านที่ ๓ ท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี ขอเชิญ ๓ ท่านครับ พร้อมแล้วเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้นของอำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับแจ้งจาก ท่านกมลทิพย์ รังสิพุฒิศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสนวนว่าถนนทางหลวงท้องถิ่น หมายเลข บร.ถ.๑๖๒-๐๑๕ สายบ้านสนวนนอก หมู่ที่ ๒ ตำบลสนวน เชื่อมระหว่าง บ้านเกตุใต้ หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านตะโก ระยะทาง ๔,๔๘๐ เมตร กว้าง ๖ เมตร มีสภาพชำรุด เสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทาง ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมถนนนั้นได้รับ ผลกระทบจากฝุ่นละอองในช่วงฤดูร้อน และในช่วงฤดูฝนถนนเกิดการกัดเซาะจาก น้ำไหลผ่านเป็นประจำ นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ยังใช้เส้นทางดังกล่าวในการขนส่งผลผลิตในการเกษตร ทำให้เส้นทางดังกล่าวนั้นไม่ได้รับความสะดวก เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชน จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมทางหลวงชนบทและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้การช่วยเหลือทำการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับแจ้งจากท่านยุวพร ฐิติพิทยา นายกเทศมนตรี ตำบลอุดมธรรมว่าหนองเรือ หมู่ที่ ๓ บ้านสวนใหม่ ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัด บุรีรัมย์ เป็นแหล่งน้ำหลักของหมู่บ้าน ในปัจจุบันนี้มีขนาดกว้าง ๓๑๓ เมตร ยาว ๓๐๗ เมตร ลึกเฉลี่ย ๓ เมตร ปัจจุบันนี้มีสภาพตื้นเขินทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้และประสบปัญญา ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการขุดลอกจะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการกักเก็บให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน จึงขอนำเรียน มายังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดให้ความช่วยเหลืออนุเคราะห์จัดสรรงบประมาณเพื่อการขุดลอกและพัฒนาหนองเรือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส. ระยอง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวันจันทร์ครับ วันนี้มีเรื่องมาหารือ ท่านประธานทั้งหมด ๒ เรื่องดังนี้ครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เรื่องแรกเป็นปัญหาเรื่องโรงไฟฟ้า พลังงานขยะอุตสาหกรรมที่อำเภอปลวกแดง ก่อนหน้านี้มีการพยายามจัดเวที COP หรือเวที รับฟังความคิดเห็น แต่เวที COP ครั้งนั้นมีการกีดกันไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปให้ความ คิดเห็นอย่างทั่วถึง ชาวบ้านมีการร้องเรียนมายังกรรมาธิการของเรา แต่ปรากฏว่าทาง กกพ. ไม่ได้สนใจข้อร้องเรียนเหล่านี้ แล้วก็ยังคงเดินหน้าเร่งรัดให้ทาง อบต. ปลวกแดง รีบเซ็นเอกสารอนุมัติสักทีว่าเมื่อไรจะอนุญาตให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้ คำถามคือในเมื่อ เวที COP หรือเวทีรับฟังความคิดเห็นยังมีข้อบกพร่องกีดกันชาวบ้าน ทางชาวบ้านก็เลยมีการ ยื่นหนังสือให้ทาง อบต. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านอย่างแท้จริงเพิ่มเติมเมื่อไม่นานมานี้ ทีนี้ก็ต้องถามว่าทาง กกพ. ในเมื่อการมีส่วนร่วมยังไม่ครบถ้วนจะพิจารณาเรื่องเอกสาร การรับฟังความคิดเห็นทางจาก อบต. ปลวกแดงเพื่อเป็นการประกอบการอนุญาตก่อสร้างได้ จริงหรือไม่ เพราะว่าถ้าเกิดการก่อสร้างนี้ไม่ได้อิงกับความเห็นของประชาชนตามเจตจำนง ของเวทีก็อาจจะขัดรัฐธรรมนูญได้ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กกพ. ให้มีการพิจารณา เรื่องนี้อย่างจริงจังด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องกรณีวิน โพรเสส ปรึกษาหารือไปหลายครั้งแล้ว ล่าสุด มีงบประมาณเคลื่อนย้ายสารเคมีไปกำจัดแล้ว แต่ว่ากว่าจะใช้ก็ปีงบประมาณหน้า แต่ ๒ วันที่ผ่านมามีฝนตกหนัก บริเวณบ่อ ๒ น้ำล้นออกจากบ่อ ท่วมไปยังบ่อลุงเทียบ มีผู้ได้รับผลกระทบ จึงมีการตรวจวัดค่า pH เบื้องต้น ปรากฏน้ำที่ล้นออกมามีค่าเป็นกลาง คือเป็น pH7 แต่ถึงจะเป็นกลางก็สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ หน่วยงาน หลายหน่วยงานเข้าไปพยายามจะแก้ไขปัญหาเบื้องต้น แต่อย่างไรก็ดีตัวสารเคมีที่ยังคงอยู่ ในพื้นที่ก็ยังคงอยู่และยังไม่ได้ถูกเอาไปกำจัด จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังทางกระทรวง อุตสาหกรรม ทางกรมโรงงาน ให้เร่งรัดการขนย้ายสารเคมีออกจากพื้นที่โดยเร็ว อันนี้ขอฝาก ไว้ ๒ เรื่องครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ คุณพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องที่จะหารือท่านประธานดังนี้🔗
เรื่องแรก เนื่องจาก ๒-๓ วันที่ผ่านมามีพายุเข้า ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก จำนวนมาก ก่อความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอำเภอห้วยแถลง อำเภอพิมาย ก็เลยอยากจะขอท่านประธานประสานไปยัง ปภ. ช่วยส่งเครื่องจักรต่าง ๆ ไปช่วยพี่น้องประชาชนในการที่จะขุดลอก ในการที่จะเปิดทางน้ำให้น้ำมันได้ระบาย🔗
เรื่องที่ ๒ ภายในเดือนนี้กรมบัญชีกลางน่าจะมีการโอนเงินพิเศษให้กับ ผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ว่าเขาจะโอนเฉพาะผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น ก็เลยจะวิงวอนท่านประธานถึงรัฐบาลว่ากรุณาเถอะครับ ช่วยทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ เพราะว่าพี่น้องประชาชนบางท่านที่มีความยากจนจริง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงบัตรได้ ก็เลย อยากจะให้มีการ Reset ใหม่ แล้วก็ทำกันใหม่นะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ อยากจะวิงวอนไปที่กรมชลประทาน ช่วยขุดลอกแก้มลิง บ้านช่องโค ตำบลศรีละกอ รวมถึงปรับปรุงอ่างเก็บน้ำโกรกกระโดน ตำบลสีสุก อำเภอ จักราช เพราะว่าไม่มีความสามารถในการที่จะกักเก็บน้ำได้แล้วนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ แจ้งมาจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตำบลทองหลาง อำเภอจักราช ว่าต้องการไฟส่องแสงสว่างทางเข้าบ้านเหมต่ำ ซึ่งเป็นถนนหลัก พี่น้อง ประชาชนเวลาสัญจรในยามกลางคืนค่อนข้างที่จะอันตรายครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นถนน ๒ เส้น ที่พี่น้องประชาชนนั้นมีความลำบากในการ สัญจร ไม่ว่าจะเป็นถนนสายบ้านหัวฝาย เชื่อมบ้านสะพานทอง ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง และอีกเส้นหนึ่งก็คือบ้านหัวฝายเชื่อมบ้านหนองเต่า อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้ง ๒ เส้นทาง ต้องการการปรับปรุง แล้วก็วิงวอนท่านประธานประสานไปที่ อบจ. นครราชสีมา และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้พี่น้องประชาชนด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปอีก ๓ ท่านครับ คุณปิยชาติ รุจิพรวศิน คุณษฐา ขาวขำ คุณศิริโรจน์ ธนิกกุล เชิญคุณปิยชาติ รุจิพรวศิน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชน ท่านประธานครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาเรามีกฎหมายที่ช่วยยกระดับ อสม. เข้าสภาเรา และท่านประธานครับ ในชุมชนยังมีกลุ่มสตรีแม่บ้านที่ทำงานร่วมกันกับ อสม. โดย อสม. จะทำหน้าที่เกี่ยวกับ สุขภาพปฐมภูมิ ส่วนสตรีแม่บ้านจะเป็นทางด้านวิชาชีพ และทั้ง ๒ กลุ่มจะคอยช่วยกิจกรรม ต่าง ๆ ในชุมชนครับ ผมมีโอกาสได้รับฟังปัญหาจากกลุ่มสตรีแม่บ้านมา ๒ ข้อ ๑. ทางกลุ่ม สตรีแม่บ้านอยากทราบความเป็นไปได้ในการมีค่าป่วยการสำหรับกลุ่มสตรีแม่บ้าน เนื่องจาก ตอนนี้ไม่มี ๒. หลังจากฝึกวิชาชีพ อยากให้ช่วยหาตลาดรองรับให้กับกลุ่มสตรีแม่บ้านด้วย จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงานและ กระทรวง พม. เรื่องต่อมาขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ อยากฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมชลประทานช่วยจัดสรรงบประมาณ มาช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรและชาวบ้านในจังหวัดนครราชสีมา ๓ เรื่อง🔗
๑. ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำฝายบ้านกระทอน หมู่ที่ ๘ ตำบลมะเริง เนื่องจาก ฝายน้ำล้นเดิมที่มีทั้งพี่น้องตำบลมะเริงและตำบลพะเนาได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน ไม่สามารถ ใช้บริหารจัดการน้ำได้ ซึ่งหากมีอาคารบังคับน้ำฝายใหม่นี้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ชุมชนและเกษตรกรรมครับ🔗
๒. ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านมะเริงน้อย ตำบลพะเนา เพื่อปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำและเพื่อบรรเทาการเดินทางสัญจรครับ🔗
๓. ที่บ้านวังหิน ตำบลบ้านโพธิ์ อยากให้เพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ และระบายน้ำลำบริบูรณ์ เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ เกษตรกรรม รวมถึงทำถนนเลียบคลองชลประทานที่ตอนนี้เป็นดินโคลน ขับขี่รถลำบากครับ🔗
สุดท้ายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับกรมชลประทานเช่นกัน อยากให้ กรมชลประทานหาแนวทางจัดการปัญหาขยะที่อยู่ถนนของชลประทานที่บ้านกล้วย หมู่ที่ ๒ ตำบลจอหอ ที่ตอนนี้ขยะมากขึ้นทุกวันเลยครับ สร้างมลพิษให้กับชาวบ้านกล้วย ตำบลจอหอ อย่างมาก ๆ ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ เชิญคุณษฐา ขาวขำ นครศรีธรรมราช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย🔗
ขอปรึกษาหารือท่านประธาน เรื่องขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาระบบการผลิตน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ ท่านประธานที่เคารพ น้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญในการ ดำรงชีวิต จากการที่กระผมได้ลงพื้นที่ในพื้นที่ของอำเภอบางขัน อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคจากระบบประปาหมู่บ้านซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันทั้ง ๓ อำเภอ คือน้ำจะไม่สะอาด มีกลิ่นแรง น้ำขุ่น ไม่ได้มาตรฐานของการประปา เนื่องจากประปาหมู่บ้านได้มีการก่อสร้างมานาน อุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถังกรองน้ำชำรุดเสื่อมสภาพ ทำให้ต้องชำระค่าไฟฟ้า เพิ่มขึ้นทุกปี แล้วยังต้องใช้คนคอยดูแลตลอดเวลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ พี่น้องประชาชน ทั้งยังเป็นการประหยัดพลังงานและงบประมาณ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการติดตั้งระบบ ถังน้ำที่สามารถกรองน้ำดิบให้สะอาดตามมาตรฐานการประปา แล้วก็ให้มีระบบล้างย้อนกลับ โดยอัตโนมัติ มีการตั้งเวลาได้โดยไม่ต้องมีคนดูแล มีมอนิเตอร์ควบคุมการทำงานอัตโนมัติได้ ตลอดเวลาก็จะสามารถผลิตน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่สะอาดและเพียงพอต่อความต้องการ ของพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ อำเภอ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณศิริโรจน์ ธนิกกุล จังหวัดสมุทรสาคร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ จากพรรคประชาชน วันนี้ขอปรึกษาหารือทั้งหมด ๓ เรื่องด้วยกัน ดังนี้🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องถนนเอกชัย ไม่มี Footpath ของในช่วงตำบลนาดี อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร เป็นช่วงทางกลับรถ ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ก่อนจะขึ้นสะพานต่างระดับมหาชัยเมืองใหม่ รถเฉี่ยวชนกันบ่อย คนเดินข้างทางก็ถูกรถเฉี่ยวบ่อย เพราะถนนไม่มี Footpath จึงอยากจะประสานไปยัง กรมทางหลวงให้ช่วยจัดทำโครงการสร้าง Footbath ให้ถนนตรงช่วงนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาอุบัติเหตุถนนพระราม ๒ เมื่อไม่นานที่ผ่านมาเพิ่งเกิด อุบัติเหตุไปเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุรถเครนคว่ำช่วงจุดกลับรถปั๊ม PT ก่อนจะถึงเซ็นทรัลมหาชัย เป็นพื้นที่ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร มีผู้บาดเจ็บ ถึง ๓ ราย ผมจำไม่ได้แล้วว่าถนนพระราม ๒ เกิดเหตุกี่ครั้ง แล้วแต่จำแม่น ๆ ๒ ครั้ง ก็คือ ครั้งแล้วครั้งเล่าครับท่านประธาน จึงอยากจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมท่านใหม่ที่กำลังจะเข้ามารับตำแหน่งให้ช่วยกำชับถึงความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมไปถึงถ้าท่านจะหยิบประเด็นเรื่องของการทำสมุดพกขึ้นมาทำเพื่อเป็นสิ่ง Guarantee ให้กับผู้รับเหมาก็จะเป็นสิ่งที่ดีในระยะยาวสำหรับอุตสาหกรรมการก่อสร้างของประเทศไทยด้วย🔗
สุดท้ายประเด็นที่ ๓ คือปัญหาของพี่น้องชาว Rider ครับ ตั้งแต่เปิด สมัยประชุมครั้งแรกจนมาถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่า ๒ ปีกว่าแล้ว ผมมีโอกาสได้พูดถึง ประเด็นของพี่น้องชาว Rider มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ว่าแม้จะเปลี่ยนรัฐมนตรีหลายท่าน ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาว Rider ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจ้างงาน ที่ไม่เป็นธรรม การถูกลดค่ารอบที่ไม่เป็นธรรม หรือปัญหาอื่น ๆ ก็ยังคงมีอยู่ตลอด อยากจะ ฝากเรื่องไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านใหม่ที่กำลังจะเข้ามารับตำแหน่ง อยากให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาของพี่น้อง Rider ด้วย หรืออาจจะรับฟังข้อเรียกร้อง ของพี่น้อง Rider ที่มากยิ่งขึ้นเวลาที่เขาไปยื่นหนังสือต่อกระทรวง หรือการมองที่การแก้ กฎกระทรวงหรือแก้กฎหมายที่คุ้มครองแรงงาน Rider ให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญ ๓ ท่าน เพื่อให้เตรียมตัวนะครับ คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ คุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู คุณจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล เชิญท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ จังหวัดชลบุรี ก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องอำเภอสัตหีบอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งเป็นปัญหาความเดือดร้อนอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของปัญหาปากคลอง ชุมชนประมงนาจอมเทียนของพี่น้องอำเภอสัตหีบ ตรงนี้เป็นการแก้ปัญหาครั้งที่ ๓ หรือ ๔ แล้ว ที่เราต้องตั้งงบขุดลอกคลองที่มีทรายมาถมปากคลองนาจอมเทียน ตรงนี้เองที่ผมอยากถาม ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว ในการที่ ทำให้พี่น้องประมงของผมในอำเภอสัตหีบ ตำบลนาจอมเทียนนั้นสามารถหาเลี้ยงชีพได้โดย ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการขุดลอกคูคลองครับ🔗
เรื่องต่อไป ในเรื่องของประเด็นที่ ๒ ทุกฤดูฝนพี่น้องการเคหะเอื้ออาทร นาจอมเทียนจะต้องประสบปัญหาอย่างไร ท่านประธานดูที่ภาพ มีทั้งหมด ๙๖ ตึก ตึกหนึ่งมี ๓๐-๔๐ ห้อง มีผู้อยู่อาศัยอยู่ประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ครัวเรือน ทุกปีที่เป็นฤดูฝน การเคหะแห่งนี้ นาจอมเทียนแห่งนี้จะมีน้ำท่วมขังทุกปี ตรงนี้เองผมถึงอยากให้ท่านประธาน ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ปัญหาโดยด่วน ทั้งแม่ค้า ทั้งผู้อยู่อาศัย ทำงานหาเช้ากินค่ำ อยู่อาศัยลำบากมาหลายปีแล้วครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นปัญหาน้ำท่วมขังอีกแล้ว สัตหีบเป็นพื้นที่อีอีซี กรมทางหลวง มาสร้างถนน ที่ตรงนี้น้ำท่วมปากทางเข้าวัดหนองจับเต่าซึ่งมีผู้อยู่อาศัยอยู่หลายครัวเรือน ก่อนสร้างถนนไม่มีการท่วมมาหลายนับสิบ ๆ ปี อยู่มาชั่วลูกชั่วหลาน มีสร้างถนนเมื่อ ๔-๕ ปี ที่ผ่านมา ท่านประธานจะเห็นที่ภาพครับ น้ำท่วมทุกครั้งขณะที่ฝนตก ตรงนี้เองผมอยากฝาก ท่านประธานว่าพื้นที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบของผมนั้นเป็นพื้นที่อีอีซี เขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออกที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยว ทั้งเชิงสิ่งแวดล้อมและเชิงสุขภาพ ตรงนี้เองเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องนาจอมเทียนจริง ๆ ทำอย่างไรครับ ผมอยากให้ กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมประชุมร่วมกันเพื่อให้ตำบลนาจอมเทียน เป็นตำบลที่พัฒนาการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ อย่างยั่งยืนครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธานเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนจังหวัดแพร่ ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องขอจากท่านกำนันอดุล ดอกคำ กำนันตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ พร้อมทั้งผู้ใหญ่บ้านและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุ ทำให้น้ำป่าได้ไหลเข้าพัดกระแทกตอม่อสะพาน ทางหลวงหมายเลข ๑๑๒๐ ตอนสอง แม่เต้น ที่มีสภาพเก่าชำรุดเสียหายจนไม่สามารถใช้เป็นเส้นทางได้ เบื้องต้นทางเขต และแขวงทางหลวงจังหวัดแพร่ได้ประสานศูนย์สร้างทางและบูรณะสะพานที่ ๑ จังหวัดพิจิตรมาแก้ปัญหา โดยนำสะพานเหล็กชั่วคราวมาวางเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน เป็นเบื้องต้น แต่มีข้อจำกัดไม่ให้รถบรรทุกเกิน ๘ ตันผ่าน ทำให้รถที่มีน้ำหนักเกิน ๘ ตัน ไม่สามารถผ่านได้ ต้องอ้อมไปใช้เส้นทางสอง งาว พะเยา เชียงม่วน ซึ่งมีระยะทางไกลไปอีก ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูงมาก ดิฉันขอให้ท่านประธานแจ้ง กรมทางหลวงให้รีบมาสร้างสะพานทางหลวงหมายเลข ๑๑๒๐ ตอนสอง แม่เต้น ที่ชำรุด เสียหายอยู่ในขณะนี้โดยเร่งด่วน เนื่องจากเป็นถนนสายหลักเชื่อมระหว่างจังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย ที่พี่น้องประชาชนได้นำสินค้าพืชผลทางการเกษตร ข้าว ข้าวโพด และสินค้า OTOP โดยเฉพาะสุรากลั่นพื้นบ้าน มีการบรรทุกเกิน ๘ ตัน ซึ่งตำบล สะเอียบ จังหวัดแพร่ ทั้ง ๑๐ หมู่บ้าน ๒,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรมและผลิตสุรากลั่นพื้นบ้าน มีโรงกลั่นกว่า ๑๐๐ โรง แล้วรัฐบาลก็สามารถจัดเก็บ ภาษีสรรพสามิตได้ปีละเกือบ ๕๐๐ ล้านบาท ถ้าสะพานยังไม่สามารถใช้ขนส่งสินค้าออกไป จำหน่ายค้าขายได้ ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ขอให้ท่านประธานช่วยประสาน กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ขอท่านประธานประสานกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เร่งก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ก๋อน ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เพื่อจะเป็น อ่างเก็บน้ำที่สามารถชะลอน้ำป่าที่ไหลมาท่วมอำเภอเมือง อำเภอสูงเม่น จากพายุที่ผ่านมา ทำให้น้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เกษตรกร โดยยังไม่มีการแก้ไขแบบยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชน ตำบลป่าแดง ตำบลช่อแฮ ตำบลนาจักร อำเภอเมือง และตำบลบ้านกวาง ตำบลบ้านเหล่า อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ได้เลย ถ้าเร่งสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ก๋อนโดยเร็วจะเก็บน้ำยามที่พายุน้ำป่าไหลหลากได้ และเมื่อ ฤดูแล้งก็จะสามารถใช้น้ำเป็นประโยชน์ทางด้านเกษตร ปศุสัตว์ให้กับพี่น้องประชาชน ชาวเกษตรกร ขอท่านประธานช่วยประสานงานให้กรมชลประทานรีบบรรจุให้กับเกษตรกร ในปีงบประมาณนี้ด้วยเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล จังหวัดสุโขทัยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ วันนี้หารือเกี่ยวกับโครงการถนน ๔ เลน ๒ สายครับ🔗
สายแรก คือสวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย มูลค่าถึง ๘๐๐ ล้านบาท สายที่ ๒ สวรรคโลก-ปลายราง-ศรีนคร อยู่ในตำบลในเมือง ตำบลคลองยาง ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ๒๐๐ เมตร ๓๕๐ ล้านบาท โครงการแรกนั้นเป็น สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย ช่วงท่าชัย แล้วก็บ้านป่ากล้วย บ้านหมอนสูงนั้นเป็นชุมชน ๒ ข้าง อยากให้สำนักสำรวจและออกแบบได้ออกแบบวางท่อตลอดแนว พร้อมกับทางเดินคู่ขนาน กันไป สิ่งสำคัญคือจุดนี้เป็นจุดที่ประกอบด้วยวัดอารามชั้น ๙ คือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุหรือ วัดพระปรางค์ที่เป็นวัดประจำจังหวัด และมีนักท่องเที่ยว ตลอดจนมีโรงเรียนหลาย ๆ โรงเรียนแล้วก็มีชุมชนที่แออัด อยากให้วางท่อและทางเดินเท้าให้สะดวก แล้วก็จุด U-turn นั้นให้เหมาะสมให้เกิดความสะดวกและสบาย แล้วก็ที่สำคัญคือไฟต่าง ๆ ริมถนน แล้วก็ ไฟสัญญาณเตือนตามแยกต่าง ๆ ช่วงที่ ๒ เป็นช่วงที่ต่อจากบ้านหาดเสี้ยวไปถึงบ้านป่างิ้ว หรือบ้านแม่ราก ซึ่งระยะประมาณ ๒ กิโลเมตร อยากให้ดำเนินการไปถึงปากทางเข้าบ้านทุ่งพล้อ ซึ่งเข้าตำบลบ้านตึก ตรงนั้นผมให้แขวงได้ขยายทางไว้ช่องหนึ่งเพื่อกันอุบัติเหตุ วันนี้ถ้าหาก ทำไปถึงตรงนั้นได้จะเป็นที่ดียิ่ง เส้นนี้หาดเสี้ยวไปที่ป่างิ้ว ๒ กิโลเมตรกว่า ที่สำคัญตรงนี้ น้ำท่วมทุกปี ตรงหาดเสี้ยวตรงวัดโบสถ์ต้องให้วางท่อตลอดแนวลงที่คลองครืดที่หัวสะพาน แม่รากตรงนั้นต้องลงให้ได้ ถ้าลงไม่ได้จุดนี้จะเป็นปัญหาทุกปี วันนี้เพียงแค่ฝนตกเล็กน้อย ผมเพิ่งถ่ายมาเมื่อพักเดียวเอง แต่จริง ๆ ทุกปีจะท่วมถนนหมด ต้องวางท่อ ท่านประธานครับ อีกเส้นหนึ่งเส้นสวรรคโลก-ปลายราง จะสร้างตั้งแต่ตำบลในเมืองจนถึงคลองยางระยะทาง ๗ กิโลเมตรกว่า เช่นเดียวครับมูลค่า ๓๕๐ ล้านบาท ต้องขอขอบคุณท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็แขวงการทางสุโขทัย อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรงนี้ รีบประชาคม ประชาพิจารณ์ เพื่อให้ชาวบ้านได้ชี้แจงแล้วก็ความต้องการจุดวางท่อหรือ จุด U-turn ต่าง ๆ เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางสัญจรไปมาในการก่อสร้าง ๒ โครงการนี้ครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านประธาน🔗
ต่อไป ๓ ท่านครับ คุณปรเมษฐ์ จินา คุณเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู คุณสุทธิชัย จรูญเนตร ขอเชิญ คุณปรเมษฐ์ จินา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานต่าง ๆ หน่วยงานแรกก็คงจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข สืบเนื่องจากเมื่อเดือนที่ผ่านมามีคนร้ายลอบเผาบ้านพักครู แล้วก็บ้านพักเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบางเหรียง ตำบลสินเจริญ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งในส่วนของบ้านพักครูก็มีคุณครูที่อยู่ต่างจังหวัด มาอาศัยอยู่ถึง ๖ ครอบครัว แล้วก็ที่บ้านพักของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็อาศัยอยู่ ๒ ครอบครัว ก็อยากจะให้ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ๒ กระทรวง ได้ช่วยไปดำเนินการเร่งด่วนด้วย เพราะผมลงไปดูแล้วก็ลำบากมากครับ เพราะว่านอกจากเสียทรัพย์สินแล้วก็ในส่วนของไม่มีที่อยู่แล้ว กำลังใจที่จะสอนเด็กหรือว่า กำลังใจที่จะรักษาพยาบาลผู้ป่วยก็คงจะลดน้อยลง🔗
เรื่องที่ ๒ อันนี้ก็เป็นปัญหาที่คนในพื้นที่ฝากมาเกี่ยวกับการขยายหม้อแปลง ไฟฟ้า เนื่องจากว่าไฟฟ้าดับ ไฟฟ้าตก แล้วก็ไฟฟ้ากระชาก มันก็จะมีอาจารย์พิเศษที่ท่านต้อง บรรยายอยู่ตลอดเวลา ท่านอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็คือดอกเตอร์สัมพันธ์ กิตตินาถ ท่านก็แจ้งมา หลายครั้งแล้วว่าไฟฟ้าที่ถนนสายโพธิ์น้อย ตำบลตะกุกใต้ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านมีความยุ่งยากลำบาก เพราะว่าเวลาทำข้อมูล PowerPoint แล้วไม่ทันได้ Save มันก็ หายไปนะครับ ก็ขอเรียนแจ้งทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่รับผิดชอบอำเภอวิภาวดีช่วยไป ดำเนินการให้เขาเร่งด่วนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ สุดท้ายก็คงจะเป็นเรื่องของระบบนะครับ เนื่องจากว่าคุณสุทิน แพ่งรักษ์ ผู้รับผิดชอบงานไอทีของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ถ่ายโอนไปยัง องค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็พบว่าตอนนี้โปรแกรมที่ใช้มันมีหลายโปรแกรมมาก ก็ทำให้ เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าหน้าจอมากกว่าที่จะลงไปทำงานด้านบริการเชิงรุกในพื้นที่นะครับ ก็เลยฝากผ่านไปยังหน่วยงานกลาง สปสช. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติช่วยใช้ โปรแกรมกลางที่สามารถเชื่อมโยงได้ทั้ง รพ.สต. ที่ถ่ายโอน แล้วก็ รพ.สต. ที่ยังสังกัด กระทรวงสาธารณสุขครับ เนื่องจากว่าต้องเชื่อมโยงข้อมูลไปยังโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป แล้วก็โรงพยาบาลศูนย์ครับ ตอนนี้ใช้หลายโปรแกรมก็ทำให้ต้อง Key ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งโปรแกรมของ รพ.สต. โปรแกรมของโรงพยาบาล แล้วก็โปรแกรมโรคเรื้อรัง ต่าง ๆ ก็ขอนำเรียนหน่วยงานของ สปสช. ช่วยเป็นหน่วยกลางที่จะทำโปรแกรมสำเร็จรูป ที่ใช้ได้ทุกหน่วยงานเพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู จังหวัดเชียงใหม่ เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้ง ที่ ๑ อำเภอเมือง ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง ท่าศาลา และวัดเกต วันนี้ดิฉัน มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก เมื่อวันที่ ๙ กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุรถกระบะบรรทุกน้ำ ชนเสาไฟ ทำให้เสาไฟบริเวณนั้นล้มระนาวถึง ๕๒ ต้น ที่บริเวณโค้งหนองฮ่อ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บ ก่อนอื่นก็ขอแสดง ความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและให้กำลังใจกับผู้บาดเจ็บและพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์นี้ จากสภาพเหตุการณ์ดังกล่าวมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และมีการตั้งคำถาม ในพื้นที่มากมาย ดิฉันในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรจึงขอรวบรวมปัญหามาพูดแทนและมา ถามแทนในสภาแห่งนี้ มี ๓ คำถามด้วยกัน🔗
คำถามแรก เสาไฟที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ชุมชนมีความสูงที่เหมาะสม และมีการ คำนวณการทนแรงดึงในสายไฟมากพอหรือไม่🔗
คำถามที่ ๒ เสาไฟและการติดตั้งเสาไฟมีมาตรฐานหรือไม่ และระยะห่าง และความถี่ของเสามีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะความห่างของเสามีผลต่อแรงดึงของเสาไฟ และสายไฟค่ะ🔗
คำถามที่ ๓ เรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาของผู้ประสบภัย โดยที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานของรัฐต่างรู้ดีว่าไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายช่วยเหลือเยียวยา ของพี่น้องประชาชนได้ที่ได้รับผลกระทบ เราจึงต้องหาทางออกว่าการช่วยเหลือเยียวยา จะต้องไปทิศทางไหน แล้วก็อาจจะต้องมีการถกเถียงทุกครั้งหรือเปล่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ จึงฝากประธานสภาผ่านไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตอบ คำถามด้วยค่ะ ประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ค่ะท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องการขุดลอกท่อในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่ง สท. นันท์นภัสร์ ปฐมเดชภัทรคุณ สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ทำหนังสือถึงเทศบาลนครเชียงใหม่ ถึงแผนการจัดทำขุดลอกลำเหมืองและท่อระบายน้ำ แต่ว่าสิ่งที่ได้รับมาเป็นแค่กระดาษ ตาราง Excel และมีการถมสี สีเขียวเพียงเท่านั้น ไม่มีการระบุว่าแต่ละชุมชนมีการขุดที่ไหน อย่างไร และมีรายละเอียดอย่างไรในแต่ละชุมชน เพราะว่าจากแผนดังกล่าวก็มีเสียงสะท้อน จากชุมชนต่าง ๆ มากมายว่าทุกครั้งที่ฝนตกก็มีน้ำเอ่อ น้ำไม่สามารถระบายได้ จึงฝาก ประธานสภาผ่านไปยังเทศบาลนครเชียงใหม่ช่วยชี้แจงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้อง ประชาชน ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณสุทธิชัย จรูญเนตร จังหวัดอุบลราชธานี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สุทธิชัย จรูญเนตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขออนุญาตหารือในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกร ทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร หรือที่เราเรียกย่อ ๆ ว่า ธ.ก.ส. ซึ่งถือเป็นสถาบันทางการเงินหลัก ทางภาคการเกษตร ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๗ จนถึงปัจจุบัน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง เกษตรกรเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับความล่าช้าในการขอสินเชื่อที่สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง ระบบการพิจารณาตรวจสอบหลักทรัพย์ค้ำประกันและการอนุมัติเงินกู้ที่เดิมเคยเป็นอำนาจ ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และผู้จัดการสาขา ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นการพิจารณาจากส่วนกลาง ทำให้กระบวนการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อต้องใช้เวลามากขึ้นกว่าเดิมเป็นจำนวนมาก และยังไม่พอครับ ทำให้พี่น้องเกษตรกรต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่า ปกติการกู้เงินระยะสั้นใช้เวลาแค่ ๓-๗ วัน แต่ปัจจุบันต้องรอเวลานานนับเดือน และที่สำคัญ กว่านั้นในเมื่อเกษตรกรชำระหนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ยังไม่สามารถกู้เงินได้ทันที ต้องรอการ อนุมัติจากส่วนกลางอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เงินทุนขาดสภาพคล่อง พี่น้องเกษตรกรไม่มีเงิน หมุนเวียนในการประกอบอาชีพ สุดท้ายจำเป็นต้องไปพึ่งพาแหล่งเงินทุนนอกระบบ ตามมาด้วยปัญหาหนี้สินระยะยาวทั้งต่อครอบครัวและชุมชน ด้วยปัญหาดังกล่าว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรและเพื่อเป็นการ สกัดกั้นหนี้นอกระบบที่กำลังลุกลามเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้ ผมจึงใคร่เรียนผ่าน ท่านประธานไปยังท่านผู้บริหาร ธ.ก.ส. ได้โปรดพิจารณาทบทวนปรับปรุงระบบการอนุมัติ สินเชื่อให้มีความสะดวกรวดเร็วโดยเร่งด่วน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความอนุเคราะห์ เป็นอย่างดี จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
๓ ท่าน ต่อไปนะครับ เชิญคุณนิยม วิวรรธนดิฐกุล คุณรุ่งโรจน์ ทองศรี คุณศาสตรา ศรีปาน ขอเชิญ คุณนิยม วิวรรธนดิฐกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอเป็น ตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งประเทศไทยเราก็ปลูกได้ประมาณ ๕ ล้านตัน แต่ยังขาดแคลนอีก ๔ ล้านตัน ถ้าฟังอย่างนี้แล้วราคามันน่าจะดีแล้วก็สูงนะครับ จากประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ แต่สุดท้ายราคามันไม่ได้เป็นไปตามประกาศ ก็คือในประกาศนี้ก็บอกว่า ซื้อข้าวโพดแห้งที่ ๙.๘๐ บาทต่อกิโลกรัม ที่ความชื้น ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ หน้าโรงงาน อาหารสัตว์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และซื้อข้าวโพดสด ๗.๐๕ บาท ต่อกิโลกรัม ที่ความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ประกาศอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตรและอุทัยธานี ส่วนจังหวัดอื่นก็จะมีตารางแนบท้าย เช่นที่จังหวัดแพร่ของผมนี่ก็ ๖.๘๒ บาท จังหวัดน่าน ๖.๘๐ บาท จังหวัดพะเยาของท่านธรรมนัสก็ ๖.๗๘ บาท แต่เมื่อวานนี้จากการ Check แล้ว ประชาชนขายได้ที่ ๖.๐๐ บาทถ้วน ที่ความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พอไปขายจริง ๆ แล้วก็ถูกหักความชื้นส่วนเกิน เหลืออยู่ที่ ๕.๖๐ บาท เมื่อประกาศแล้วราคามันไม่ได้เป็นไปตามประกาศ ราคานี้ ๕.๖๐ บาท มันก็ไม่ต่างจาก ปีที่แล้วที่ไม่ได้ประกาศ เพราะฉะนั้นหาแนวทางแก้ไขก็ให้ทางกระทรวงพาณิชย์ประกาศ เพิ่มเติมไปเลยว่าเป็น ๗.๐๕ บาททุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดภาคเหนือซึ่งผลิตได้ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด และจะเริ่มออกมาก ๆ ในเดือนตุลาคมนี้ อันถัดไปก็คือให้ทางพาณิชย์จังหวัดเข้าไปควบคุมดูแลในการรับซื้อ ให้บังคับใช้ตามประกาศนี้ ให้ได้🔗
สุดท้ายฝากถึงท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเป็นรัฐมนตรีของ ภาคเหนือ ลงมาดูเรื่องนี้ด้วยนะครับ แล้วมันจะเป็นคุณูปการต่อพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด วันนี้เกษตรกรไม่ได้ต้องการลดแลกแจกแถม แต่ต้องการราคา พืชผลการเกษตรที่ให้เขาพออยู่ได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณรุ่งโรจน์ ทองศรี จังหวัดบุรีรัมย์ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ สส. รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนชายแดน ผู้แทนเซราะกราว จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอแสดงความยินดีกับ ท่านนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล คนบุรีรัมย์ ที่เข้ามาแก้ปัญหาเรื่อง ชายแดนให้สำเร็จเด็ดขาด เพื่อที่พี่น้องได้อยู่แบบปกติสุข ทำมาหากินได้ไม่ต้องหวาดกลัว หวาดผวาอีกต่อไป ขอนำปัญหาของพี่น้องดังนี้ครับ🔗
๑. เรื่องเงินเยียวยาชายแดนที่มีการปะทะกันครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์มีอำเภอบ้านกรวดทั้งอำเภอ อำเภอละหานทรายทั้งอำเภอ และตำบล ยายแย้มวัฒนา ตำบลถาวรของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเยียวยาพี่น้องทั้งหมดที่เดือดร้อน และมีผลกระทบโดยมีการสำรวจและทำประชาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ครอบครัว ขอให้เร่งดำเนินการเบิกจ่ายเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและช่วยเหลือพี่น้อง ที่เดือดร้อนโดยเร่งด่วนครับ🔗
๒. เรื่องเงินคนละครึ่ง ชาวบ้านดีใจมาก ๆ และฝากขอบคุณท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกที่ถูกทาง และถึงมือชาวบ้านโดยตรง เป็นนโยบายที่ ดีมาก ๆ ถูกใจชาวบ้านครับ🔗
๓. เรื่องเงินเยียวยาช่วยเหลือ ชรบ. ที่ทำงานทุ่มเทตามแนวชายแดนที่มีการ ปะทะกัน พี่น้อง ชรบ. ได้รับเงินเยียวยาแล้ว ฝากขอบคุณมาครับ และถ้ามีค่าตอบแทน เป็นรายเดือนเหมือน อสม. จะยิ่งดีมาก ๆ ครับ🔗
๔. เรื่องถนน ฝากท่านนายกอนุทินด้วยครับ หยิบมาปัดฝุ่นทำใหม่ครับ ๑. ขยายถนนช่องตะโกสาย ๓๔๘ ๒. ถนนอำเภอละหานทรายไปอำเภอบ้านกรวด ไปปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก ๓. ขยายถนนสายแยก ๒๔ ปราสาทพนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ๔. ขยายถนนอำเภอละหานทรายไปอำเภอโนนดินแดง รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซาะกราว ผู้แทนชายแดน ขอขอบพระคุณมาก ๆ ครับ🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณศาสตรา ศรีปาน จังหวัดสงขลา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา เด็กหาดใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ก็ขอร่วมอภิปรายปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือแห่งนี้ด้วยนะครับ ก่อนอื่นเลยต้องขอชื่นชม ท่านนายกคนใหม่ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่วันนี้ได้นำนโยบายคนละครึ่งของในสมัย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงโควิดกลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าวันนี้เศรษฐกิจนั้นตกต่ำ กำลังซื้อหายไป เพราะฉะนั้นคนละครึ่งก็จะช่วยกระตุ้น การซื้อแล้วก็สร้างบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยให้กับพี่น้องประชาชน ได้เยียวยาพี่น้อง ประชาชน ผมก็เลยมีข้อเสนอแนะ แล้วก็ได้รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนคนที่เคยใช้ คนละครึ่งที่ผ่านมา เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่ได้ปรับปรุงแก้ไขให้โครงการคนละครึ่งใน Version ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล มันดีขึ้น🔗
๑. ก็บอกว่าให้ใช้ App ตัวเดิม ใช้ เป๋าตังค์ มันดีอยู่แล้ว เพราะว่าทุกครั้งเลย เวลาที่เรามีการลงทะเบียนใหม่นี่ล่มทุกที เพราะฉะนั้นใช้ตัวเดิม แล้วก็การที่ใช้ Application จะกระตุ้นการใช้จ่ายมากกว่าการใช้เงินสด เพราะว่าการใช้เงินสดก็อาจจะไม่ได้โดนจับจ่าย ใช้สอย หรือว่าควรเอาเงินสดนี้ไปเก็บนะครับ ก็จะไม่ถูกวัตถุประสงค์เท่าไรนะครับ🔗
๒. กลุ่มประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน หรือว่าผู้พิการ ตรงนี้ต้องอย่าทิ้งเขาไว้ ข้างหลัง แล้วก็พี่น้องประชาชนอยากให้ขยายช่วงอายุด้วยครับ ขยายช่วงอายุไม่ใช่แค่โฟกัส อยู่ที่กลุ่มเปราะบางอย่างเดียว อยากให้ไฟถึงนักเรียน นักศึกษาด้วย🔗
๔. ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเป็น SMEs ทีนี้เขาต้องใช้เงินหมุนทุกวันครับ การที่เขาจะได้เงินคืนมาภายใน ๓ วันนานไป อยากให้เป็นวันรุ่งขึ้นเลย🔗
๕. เรื่องภาษีของพ่อค้าแม่ค้า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก อย่าเก็บภาษีย้อนหลัง นี่คือสิ่งที่เขาฝากมา🔗
๖. ร้านค้าแอบขึ้นราคา ข้อนี้ต้องตรวจสอบให้ดีด้วยนะครับ🔗
๗. บางที่ให้แลกเป็นเงินสดก็มี บอกจะซื้อของแต่บอกว่าให้แลกเป็นเงินสดมา อันนี้ต้องตรวจให้ดีด้วยครับ🔗
๘. ขอให้จ่ายเงินในร้านค้ายอดเดียวและครั้งเดียว แล้วก็จ่ายก่อน ๘ โมง🔗
๙. ให้จ่ายเป็นค่าน้ำมันได้ด้วย🔗
๑๐. อันนี้คนขอมากที่สุดครับ ให้จำนวนเงินมากขึ้น เป็นสัก ๔๐๐-๕๐๐ บาท ได้ยิ่งดี🔗
สุดท้ายครับ ฝากประชาสัมพันธ์ให้เยอะ ๆ สื่อสารกับพี่น้องประชาชนมาก ๆ ทำความเข้าใจ คนจะได้ไปใช้อย่างถูกต้องแล้วก็ตรงตามวัตถุประสงค์ทุกประการครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ๓ ท่านต่อไป คุณล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ คุณรภัสสรณ์ นิยะโมสถ คุณศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เชิญคุณล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ จังหวัดสุรินทร์ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๖ พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมต้องนำปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องมาหารือต่อท่านประธานในวันนี้ สืบเนื่องจากเรื่องเดิมที่ผ่านมา คือเงินเยียวยาผู้ประสบปัญหาชายแดนจากกองกำลังต่างชาติ วันนี้ทางอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้ประกาศให้อำเภอสังขะเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งอำเภอ แต่ในการสำรวจเยียวยาก็ได้คัดสรรมาเหลือ ๑๘,๐๐๐ ครัวเรือน ก็ได้อนุมัติไปแล้ว ๑๒,๐๐๐ ครัวเรือน ตอนนี้ทางตำบลต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงรัศมีใต้ถนน ๒๔ ซึ่งทาง อำเภอสังขะได้ให้อพยพข้ามถนน ๒๔ ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง แต่ระลอก ๒ ก็มีลูกปืนใหญ่มาตก ข้ามถนน ๒๔ ไป ทางอำเภอสังขะได้แจ้งให้พ่อแม่พี่น้องอพยพไปอีกระลอกหนึ่ง ทำให้ได้รับ ผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นการดูแลเยียวยาในครั้งนี้ก็อยากให้ทางหน่วยงานส่วนราชการได้พิจารณาเยียวยา ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหมือนกัน เพราะว่าคนที่ไม่ได้อพยพอยู่บ้านก็ปิดบ้านอยู่ในบ้านไม่กล้า ออกไปทำมาหากินขาดรายได้ ในส่วนตลาดอำเภอสังขะซึ่งอยู่ติดถนน ๒๔ เหมือนกัน ปิดร้านค้าร้านขาย ไม่มีใครขายของในตลาดเลยครับ ปั๊มน้ำมันก็ปิดกิจการ ร้านค้าก็ปิด ทำให้พ่อแม่พี่น้องได้รับผลกระทบอย่างมากเลยเป็นระลอก ๆ ฉะนั้นในเมื่อทางราชการ ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดงทั้งอำเภอ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ก็อยากจะให้ทาง หน่วยงานส่วนราชการได้พิจารณาเยียวยาให้ได้รับการดูแลทั้งอำเภอ เพราะว่าเขตรัศมี ลูกปืนใหญ่ตกก็อยู่ใกล้เคียงกันทั้งหมด ฉะนั้นในโอกาสนี้ก็อยากจะให้ทางพ่อแม่พี่น้องที่ได้ รับฟังรับชมอยู่ในขณะนี้ ผมได้นำปัญหาทางพ่อแม่พี่น้องมาหารือต่อที่ประชุมสภา เพื่อได้รับ การเยียวยาในครั้งนี้ ก็ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ดำเนินการ ให้ด้วยนะครับ จะขอบคุณเป็นอย่างมาก ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณรภัสสรณ์ นิยะโมสถ จังหวัดลำปาง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง วันนี้มีเรื่องหารือกับ ท่านประธานดังนี้ค่ะ🔗
ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก นางนิตยา แปงงาม นายก อบต. แม่วะ อำเภอเถิน เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ หน้าแล้งน้ำแห้งขอดไม่มีน้ำพอใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค แล้วก็การเกษตรกรรม สำหรับหน้าน้ำก็น้ำท่วม เจอน้ำป่าไหลหลากเป็นประจำทุก ๆ ปี เพื่อแก้ปัญหานี้ อบต. แม่วะจึงได้ขอสนับสนุนงบอุดหนุนจากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟู แหล่งน้ำ พร้อมระบบกระจายน้ำบ้านห้วยช้างตาย ดาดลำเหมืองห้วยโป่ง ดาดลำเหมืองผาลาด ดาดลำเหมืองห้วยเป้ง และสระเก็บน้ำคลองคาย เพราะฉะนั้นขอฝากผ่านท่านประธานสภา ไปยังรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ เพื่อพิจารณาอนุมัติ งบประมาณสำหรับโครงการเหล่านี้ค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ประชาชนรอคอยการขยายถนนทุ่งเสลี่ยม-เถิน เส้น ๑๐๖ เพราะว่าถนนเส้นนี้ฝนตกทีไรเกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านใหม่พิจารณางบประมาณสำหรับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในการขยายถนน ๔ เลนด้วย ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญ คุณศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิง ศรีญาดา ปลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือฝากท่านประธานก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะแถลงนโยบาย เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบในวาระที่สาม ของ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการขนส่ง ทางราง พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ร่าง ผ่านขั้นตอนในสภาผู้แทนราษฎรอย่างสมบูรณ์ และวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๘ วุฒิสภาได้รับหลักการร่างกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับด้วยเสียงเอกฉันท์ ดิฉันกำลัง พูดถึงนโยบายรถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย นี่ไม่ใช่แค่นโยบายราคา แต่เป็นความหวังของ พี่น้องประชาชนที่ต้องขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงานทุกวัน ๒๐ บาท ไม่ได้แค่ช่วยให้คนเดินทางถูกลง แต่คือการลดรายจ่ายให้ประชาชนทันทีทุกเช้า ทุกเย็น ทุกเที่ยวรถไฟฟ้า เงินที่เหลือจาก ค่าโดยสารจะถูกนำกลับไปใช้จ่ายในครอบครัวที่ซื้อกับข้าว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอมลูก ภาระ การคลังไม่สำคัญกว่าภาระชีวิตของพี่น้องประชาชน ในประเทศที่พัฒนาแล้วรถไฟฟ้า ไม่ได้เป็นธุรกิจทำกำไร แต่เป็นสิทธิของประชาชนที่รัฐต้องลงทุนเพื่อสร้างโอกาสและ เป็นโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว สำหรับรัฐบาลที่กำลังเข้ามาใหม่นี้รถไฟฟ้า ๒๐ บาท จะเป็นเพียงตัวเลขที่ไม่อยากจ่ายหรือไม่ ดิฉันจะรอฟังจากท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ในวันแถลงนโยบาย แต่สำหรับดิฉันและพรรคเพื่อไทย รถไฟฟ้า ๒๐ บาท คือคุณภาพชีวิต และโอกาสของพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไป ๓ ท่านนะครับ คุณปกรณ์ จีนาคำ คุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ และคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ขอเชิญคุณปกรณ์ จีนาคำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคกล้าธรรม ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทางมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมถึงภาคราชการและภาคเอกชนที่ได้ร่วมกันช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยช่วงต้นเดือนที่ผ่านมานะครับ และขอชื่นชมทางหน่วยงานราชการและกลุ่มจิตอาสาที่ได้มีการวางแผนช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างเป็นระบบ แต่อย่างไรก็ตามครับ มีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการที่เกินศักยภาพและเกินอำนาจของพื้นที่และของท้องถิ่น ต้องอาศัยอำนาจจากหน่วยงานจากภาครัฐส่วนกลางในการสั่งการเพื่อเร่งแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน เช่นเรื่องของการขอใช้กำลังคนและกำลังเครื่องจักรต่างพื้นที่เข้าไปเคลียร์ พื้นที่ให้พี่น้องประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายนะครับ แล้วก็ต้องหาพื้นที่ใหม่ ที่มีความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงเรื่องของการซ่อมสร้างถนน สะพาน ที่เกิดความเสียหาย เช่น สะพานบ้านแม่โกปี่ สะพานบ้านห้วยโป่งที่เป็นสะพานเชื่อมต่อ ระหว่างถนน ๑๐๘ และ ๑๐๙๕ ที่เป็นถนนหลักในการคมนาคมจากจังหวัดเชียงใหม่นะครับ และจังหวัดตากเข้าสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและเป็นถนนที่สำคัญ ปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนนั้น ยังต้องใช้เป็นสะพานที่เสียหายอยู่แล้วก็เป็นสะพานชั่วคราวนะครับ🔗
อีกส่วนหนึ่งก็คือการหาพื้นที่ใหม่ให้กับอาคาร รพ.สต. บ้านแม่สุยะ หมู่ที่ ๒ ตำบลห้วยผา ซึ่งอาคารเดิมนั้นมีความเสี่ยงที่จะถูกดินถล่มล้มทับ ปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่ไม่กล้า พักอาศัยอยู่ แล้วก็พี่น้องประชาชนเข้าไปใช้บริการนั้นก็ยังมีความกังวลอยู่ ผมขอฝาก ท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งดำเนินการจัดหางบประมาณในการเยียวยาและแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ จังหวัดสมุทรปราการ เชิญครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ตำบลปากน้ำ ตำบลบางเมือง ตำบลบางโปรง บางด้วน พรรคประชาชนค่ะ🔗
ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๗ กันยายนที่ผ่านมา สมุทรปราการมีเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ จากปริมาณน้ำฝนตกหนัก ประกอบกับสภาวะน้ำทะเลหนุนสูงทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน มวลน้ำเอ่อล้นเข้าท่วม บ้านเรือนพี่น้องประชาชนเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เมืองชั้นใน อำเภอเมือง และอำเภอบางพลี พี่น้องประชาชนหลายท่านสะท้อนกับดิฉันว่าอยู่ที่นี่มา ๓๐-๔๐ ปี ไม่เคย เจอเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงขนาดนี้มาก่อน ดิฉันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ลงพื้นที่ ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน เห็นว่าทุกหน่วยงานร่วมมือพยายามปฏิบัติหน้าที่กันอย่าง เต็มกำลัง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่สิ่งที่ดิฉันต้องหารือกับประธานวันนี้คือ เมื่อมันเกิดขึ้นจะหาทางรับมือกับมันป้องกันได้อย่างไร🔗
ประเด็นที่ ๑ อุทกภัยครั้งนี้ไม่มีการประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นระบบ ข่าวสารไปไม่ถึงประชาชน ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำไม่เตรียมการค่ะ ข้าวของเสียหาย บางครอบครัว ต้องออกไปเช่าโรงแรมนอนกัน จราจรกลายเป็นอัมพาต รถยนต์เสียหายเป็นจำนวนมาก ทีมดิฉันเองยังต้องไปช่วยโบกรถให้พี่น้องประชาชนเปลี่ยนเส้นทางเพราะขนส่งกันไม่ได้เลย ข้อเสนอคือดิฉันอยากฝากประธานผ่านไปยัง ปภ. จังหวัดร่วมมือกับ กสทช. ทำระบบ Cell Broadcast เพื่อส่งข้อความแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบในพื้นที่เสี่ยงค่ะ เพราะข้อมูลปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำทะเล เป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้อยู่แล้ว หากแจ้ง เตือนล่วงหน้าจะสามารถลดความเสียหายได้มหาศาล🔗
ประเด็นที่ ๒ จากการติดตามพบว่าเครื่องสูบน้ำของกรมชลประทาน มีประสิทธิภาพอย่างมาก แต่มีที่รอซ่อมแซมอยู่หลายจุดทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้อย่าง เต็มที่ในช่วงน้ำทะเลหนุน ดิฉันฝากประธานผ่านไปยังอธิบดีกรมชลประทานให้เร่งซ่อมบำรุง เครื่องสูบน้ำและดูแลประตูน้ำให้พร้อมใช้งานทุกสถานการณ์ เพราะนี่คือความคุ้มค่าของ งบประมาณที่นำมาใช้ดูแลประชาชน🔗
ประเด็นที่ ๓ อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง สร้างความ เดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ฝากประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการ จังหวัดให้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติในเขตอำเภอเมือง อำเภอบางพลี เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถ ดำเนินการเยียวยาประชาชนได้อย่างเต็มที่ ทั่วถึง และเท่าเทียม🔗
ประเด็นที่ ๔ อยากจะฝากประธานผ่านไปยังว่าที่รัฐมนตรีกระกระทรวงการคลัง ทบทวนระเบียบการใช้จ่ายงบภัยพิบัติให้ครอบคลุมการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เพราะปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินส่วนบุคคลอย่างรถยนต์🔗
สุดท้ายค่ะท่านประธาน ฝากประธานผ่านไปยัง อบจ. จังหวัดสมุทรปราการ ประสานความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ วิทยาลัยสารพัดช่าง ตั้งจุดซ่อมแซม เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ให้ประชาชนในราคาประหยัด พร้อมกันนี้ต้องศึกษา แนวทางป้องกันน้ำท่วมเชิงระบบ ไม่ให้พี่น้องประชาชนสมุทรปราการต้องเผชิญกับ สถานการณ์แบบนี้ซ้ำซากอีกในอนาคต ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ จังหวัดนครพนม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผม ขออภิปรายหารือในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สทนช.🔗
ด้วยพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมและ เกษตรกรเดือดร้อนมานาน เพราะว่าฤดูฝนน้ำท่วม พอหมดฤดูฝน ๆ ไม่ตก แห้งแล้งทันที เพราะไม่มีการบริหารจัดการน้ำที่ดี จึงขอให้มีการขุดลอกหนองน้ำที่ตื้นเขินที่มีจอกแหนและ วัชพืชเต็มพื้นที่หนองน้ำมานานหลายปี ได้มีหนองน้ำเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและเป็นการ ป้องกันน้ำท่วมได้ด้วย จึงขอให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก้ปัญหา เร่งด่วนขุดลอกหนองน้ำที่อำเภอศรีสงคราม บ้านปากอูน ตำบลศรีสงคราม ขุดลอกหนองจอก บ้านหาดแพง ตำบลหาดแพง ขุดลอกห้วยบ่อ บ้านหนองผือ ตำบลบ้านเอื้อง ขุดลอก บ่อหลวงและบ้านเซียงเซา บ่อหนองคำอ้อ บ้านโพนสว่าง ตำบลโพนสว่าง ขุดลอกห้วยหินกอง และคลองประดู่ และบ้านนาโพธิ์ ขุดลอกห้วยน้ำจาง ตำบลสามผง บ้านนาหนองหวาย ขุดลอกหนองโนนพอก บ้านสามผง ขุดลอกหนองพุ่งโพด และหนองสามผง ตามภาพ จะเห็นหนองน้ำตื้นเขินมีจอกแหนและวัชพืชเต็มพื้นที่หนองทุกหมู่บ้าน ของอำเภอนาหว้า ตำบลนางัว ขอขุดลอกที่ห้วยหวาย บ้านอูนนา ตำบลบ้านเสียว ขุดลอกหนองโดน หนองโดก บ้านดอนแดง หนองผักหนอกและลำห้วยคอกช้าง บ้านเสียว บ้านดอนพะธาย หนองผักปอดใหญ่ หนองผักปอดน้อยและหนองสโน ตำบลเหล่าพัฒนา บ้านดอนปอ ขอขุดลอกที่หนองบ่อและบ้านหนองดุด หนองไชยวาน อำเภอนาทม บ้านนาทม ตำบลนาทม ขอขุดลอกที่หนองบ่อหลวง บ้านคำแม่นาง ตำบลหนองซน ขอขุดลอกหนองโป่ง หนองกลางทุ่ง หนองแสงและหนองสโน บ้านดอนเตย ตำบลดอนเตย ขอขุดลอกที่ห้วยศาลาแข้ และ หนองเลิง อำเภอบ้านแพง ตำบลบ้านแพง ขอขุดลอกที่หนองเครือเขา และหนองน้ำบุ่ง ที่บ้านแพงเหนือ บ้านแพงกลาง บ้านแพงใต้ อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม กระผมขอส่ง เป็นหนังสือกราบเรียนท่านประธานด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไปนะครับ ขอเชิญคุณสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล คุณสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส คุณเชตวัน เตือประโคน ขอเชิญคุณสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล จังหวัดนครราชสีมา เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครราชสีมา เขต ๕ กระผมมีเรื่องขอหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในเขตดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ด้วยนายจีรายุฑธ์ ปราชญ์ศรีภูมิ นายกเทศมนตรีตำบลโนนสูง อำเภอโนนสูง ได้แจ้งว่าบริเวณถนนเลียบทางรถไฟสายจิระ-ขอนแก่น ช่วงหลักกิโลเมตร ที่ ๒๙๖ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลโนนสูง เมื่อเวลามีฝนตกมาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกัน จะทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณอุโมงค์ของทางรถยนต์ซึ่งลอดใต้ทางรถไฟ ทำให้ที่พี่น้อง ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ แล้วก็ใช้ระยะเวลานานมากกว่าน้ำจะลด สาเหตุน่าจะ เกิดจากระบบสูบน้ำไม่ทำงานหรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ช่วยเร่งรัดแก้ไขให้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ถนนเลียบทางรถไฟในเขตเดียวกัน ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๒๙๕ ถนนซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลเนินสูงมีความชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก ทางเทศบาล ตำบลโนนสูงได้ยื่นเรื่องขออนุญาตใช้สิทธิเหนือพื้นดินบริเวณดังกล่าว เพื่อทำการปรับปรุง ซ่อมแซมถนนเส้นดังกล่าวให้พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรได้ จึงขอเรียนให้ทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้โปรดพิจารณาอนุญาตให้ทางเทศบาลตำบลโนนสูงดำเนินการด้วยครับ ทั้ง ๒ เรื่อง ก็ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ได้โปรดพิจารณาช่วยเหลือ ในเขตด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ในช่วงวันเสาร์ที่ ๑๓ และวันอาทิตย์ที่ ๑๔ กันยายนที่จะถึงนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกับอำเภอโนนสูง ร่วมกันจัดงาน มหกรรมโนนสูงเฟสติวัล ในเขตเทศบาลตำบลเนินสูง บริเวณตลาดชุมชนร่วมพัฒนา ในบริเวณงานจะมีการแสดงกิจกรรมมากมายและมีการจับจ่ายใช้สอยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้าในเขตเทศบาล ตอนค่ำก็จะมีดนตรีการแสดงทั้งจากราชสีห์มาเพชรดาราพันธ์ และมนตราแบรนด์ให้ความสนุกสนาน จึงขอเรียนเชิญพ่อแม่พี่น้องในเขตเทศบาลและอำเภอ ใกล้เคียงไปร่วมชมงานที่อำเภอโนนสูง ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ปัตตานี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปัตตานี อำเภอยะหริ่งและอำเภอมายอ ขออนุญาตหารือที่ประชุมสภาในวันนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ปากท้อง ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับฐานรากดังนี้ครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ส่งเสริมอาชีพแม่บ้านที่มีลูกเล็กลูกอ่อน ให้สามารถหารายได้ ในครัวเรือน แม่บ้านจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทจังหวัดปัตตานีไม่สามารถออกไป ทำงานนอกบ้านได้เนื่องจากต้องดูแลบุตรเด็ก ไม่มีคนช่วยเหลือดูส่งผลให้ครอบครัวมีรายได้ ไม่เพียงพอ รายจ่ายมากกว่ารายรับและบางกรณีต้องพึ่งพาหนี้สิน กระผมจึงขอเสนอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ร่วมกันพัฒนาโครงการส่งเสริมอาชีพแม่บ้านในลักษณะทำได้ที่บ้าน พัฒนาสังคม เช่น การตัดเย็บเสื้อผ้า การแปรรูปอาหาร งานหัตถกรรม พร้อมทั้งจัดงบประมาณสนับสนุน เครื่องมือ วัตถุดิบและช่องทางตลาดออฟไลน์และออนไลน์ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ🔗
ประเด็นที่ ๒ ขยายถนนทางหลวงชนบทหมายเลข ปน. ๒๐๒๐ ช่วงกิโลเมตร ที่ ๑๖ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี จากการลงพื้นที่ร่วมกับกำนันมะซูรี มะยี ได้รับการ ร้องเรียนจากประชาชนว่าถนนสาย ปน. ๒๐๒๐ ช่วงกิโลเมตร ๑๖ ซึ่งเป็นเส้นทาง หน้าโรงเรียนบ้านปานัน ตำบลปะโด อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี มีลักษณะคับแคบไม่ถึง ๖ เมตร และมีสภาพการจราจรที่แออัด โดยเฉพาะในช่วงเวลาเปิดหรือเลิกเรียนของนักเรียน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายต่อนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เชตะวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มีเรื่องจะปรึกษาหารือฝาก ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ฝากถึงผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครที่กำกับดูแลสำนักการระบายน้ำ เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้น้ำฝนในพื้นที่ รวมถึงน้ำเหนือที่กำลังจะลงมาในพื้นที่อาจทำให้น้ำในคลองล้นตลิ่งสร้างความเดือดร้อน ให้กับประชาชนได้ ดังนั้นโดยเฉพาะในคลองหนึ่ง คลองสอง คลองสาม คลองสี่ คลองห้า ซึ่งเป็นพื้นที่ของผม มีบ้านเรือนประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น อยากให้ทางสำนัก การระบายน้ำ กทม. ช่วยเปิดประตูระบายน้ำพร่องน้ำผ่านไปในคลองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คลองสองลาดพร้าว ประตูระบายน้ำตรงคลองลำหม้อแตก ประตูตรงคลองพระยาสุเรนทร์ เมื่อสักครู่ผมถามทนายแจมแล้วครับ ตรงเขตสายไหมยังสามารถรับน้ำได้อยู่ เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขกันไป🔗
เรื่องที่ ๒ ฝากไปถึงกรมชลประทานที่กำกับดูแลคลองต่าง ๆ ในจังหวัด ปทุมธานีด้วยเช่นกัน อยากให้ท่านช่วยพิจารณาดูใน ๒ เรื่องต่อไปนี้ กรณีแรก ปัญหา เรื่องซอยแคบหลังหมู่บ้านพฤกษา ๒๐ ที่รถต้องรอสวนกันระยะทาง ๓๐๐ กว่าเมตร ตอนนี้ ทางเทศบาลเมืองลำสามแก้วได้พิจารณาที่จะสร้างถนนเส้นใหม่เลียบคลองไป ดังนั้นอยู่ใน ความรับผิดชอบของกรมชลประทาน อยากให้ท่านอนุญาตให้กับทางเทศบาลได้ใช้ประโยชน์ เรื่องที่ ๒ สะพานข้ามคลองสอง สำหรับคนเดินเท้าหลังวัดโพสพผลเจริญ ตรงนี้จะมีพี่น้อง ประชาชนใช้สะพานข้ามคลองเยอะมาก มาจากทางซอยแอนเน็กซ์สายไหมข้ามมาเรียนที่ โรงเรียนวัดโพสพผลเจริญ ซึ่งตอนนี้สภาพของสะพานข้ามคลองนั้นผุพัง แล้วก็สูงชัน อันตรายมาก คับแคบด้วย ไม่ปลอดภัยเลย อยากให้กรมชลประทานช่วยดูแลสร้างสะพาน แห่งใหม่ หรือจะอนุญาตให้ทางเทศบาลเมืองคูคตสามารถมาจัดทำสะพานในส่วนที่อยู่ใน อำนาจการดูแลของท่านก็จะดีอย่างยิ่งครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมขอใช้เวทีปรึกษาหารือแห่งนี้ขอบคุณไปทางท่านนายกวินัย สังวาลย์เงิน นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองลาดสวายและคณะผู้บริหารกับความพยายาม ในการที่จะให้มีการจัดตั้งโรงเรียนบดินทรเดชาในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งขณะนี้มีความ คืบหน้าไปมาก ได้อนุมัติให้มีการใช้ที่ดินแล้ว ลงนามบันทึกความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว และขอบคุณท่านดอกเตอร์ธีราทัต ส่องแสง นายกเทศมนตรีเมืองลำสามแก้ว ที่ได้ประสาน ซื้อที่ดินบริเวณซอยแบนจาด ตรงสะพานข้ามคลองสามแห่งใหม่ แยกโชติเวช ที่ต่อไปท่านจะ สามารถมาให้บริการสาธารณะเรื่องไฟฟ้า เรื่องของถนนหนทางได้ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่าน ต่อไป คุณปิยรัฐ จงเทพ คุณอรอุมา บุญศิริ คุณนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล เชิญท่านปิยรัฐ จงเทพ กรุงเทพมหานคร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตพระโขนงและบางนา กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานครับ หลายท่านได้ปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่อง น้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปดังที่ท่านประธานได้รับทราบ ขณะนี้เมื่อสักสัปดาห์ ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๖ ถึงวันที่ ๙ กันยายน ฝนตกน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำ ติดแม่น้ำเจ้าพระยารับผลกระทบไปเต็ม ๆ หลายพื้นที่ อย่างที่ท่าน สส. พนิดา ขออนุญาต เอ่ยชื่อครับ ท่านได้บอกว่าไม่เคยเกิดขึ้น ๓๐ ปี ผมก็ยืนยันว่านี่ก็เป็นวิกฤติครั้งสำคัญ ที่เขตบางนาของผมนั้นได้รับผลกระทบ ตั้งแต่ถนนศรีนครินทร์ ลาซาลและแบริ่ง ต่างฝ่าย ต่างก็งงว่าน้ำจากกรุงเทพฯ ไปสมุทรปราการ หรือน้ำจากสมุทรปราการมาฝั่งบางนา เพราะว่า ๒ หน่วยงานไม่ได้คุยกัน จึงอยากจะเรียนผ่านท่านประธานสภาว่าอยากจะให้ ท่านประธานสภาผลักดันไปที่รัฐบาลว่าตกลงแล้วการแก้ปัญหาการบูรณาการระหว่างท้องถิ่น ที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานครคุยกันหรือเปล่า การแจ้งเตือนนี้แจ้งเตือนทางไหน ผมไปเห็นแจ้งเตือนจริงครับท่านประธาน แต่แจ้งเตือนผ่านเว็บไซต์ ผมถามว่าจะมีใครบ้าง เข้าไปดูในเว็บไซต์ ทุกวันนี้เขามีโทรศัพท์กันหมดแล้ว เด็ก ป. ๑ ก็มีโทรศัพท์ ผมเชื่อว่า การแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ที่ท่านพนิดาได้แนะนำไปผมคิดว่าสามารถทำได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วทางการของเราก็ใช้ระบบนี้มาสักพักหนึ่ง ฉะนั้นฝากท่านประธานเรียนไปยัง รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยรับเป็นแม่งานได้หรือไม่ ประสานงานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ท้องถิ่น หน่วยต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กระทรวงมหาดไทย ในการประสานงานบูรณาการกัน วางแผนในระยะยาวเลยว่า ๑๐ ปี ข้างหน้าเราต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งหรือไม่ หรืออีกปีหน้าเราจะเจอแบบนี้ ถ้าน้ำทะเลหนุนเราต้องมีเครื่องสูบน้ำอย่างไร เราต้องวางแผนอย่างไรต่อไปเพื่อให้เป็นการ วางแผนในระยะยาวต่อไปจะได้ไม่เกิดเหตุแบบนี้อีกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอุมา บุญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย🔗
ท่านประธานคะ จากที่ดิฉันได้ลงพื้นที่ ๓ อำเภอ เซกา บุ่งคล้า บึงโขงหลง ทำให้ทราบว่าปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการใช้ ชีวิตประจำวันของพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของถนน ไฟฟ้าและ ประปา แต่วันนี้ดิฉันอยากจะหารือท่านเกี่ยวกับเรื่องถนนค่ะ เนื่องจากว่ามีเหตุการณ์เร่งด่วน เกิดขึ้นเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ของถนนนเส้นบ้านดอนเสียด จากตำบลบ้านต้อง ไปบ้านนาคำแคน ตำบลนาแสง ซึ่งจะเป็นช่วงที่ข้ามห้วยเรียกว่าห้วยบางบาด จะเห็นว่า สะพานข้ามห้วยได้มีการชำรุดจากการที่น้ำป่าไหลหลาก ทำให้สะพานขาดแล้วก็ชำรุดลงมา ๒ อาทิตย์แล้วยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปดูแลเก็บ ทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ต้องออกกันมาช่วยเหลือตัวเองโดยการทำเป็นสะพานไม้ ซึ่งถนนเส้นนี้จะมีพี่น้องประชาชน สัญจร เฉพาะ ๒ ตำบลก็มากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน และที่สำคัญจะมีนักท่องเที่ยวที่ต้องการไป กราบไหว้พระจากวัดภูทอกผ่านถนนเส้นนี้อีกนับไม่ถ้วน ดิฉันจึงอยากนำเรียนท่านประธาน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลให้พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยนะคะ🔗
ประเด็นต่อไป เป็นเรื่องของถนนลูกรัง ซึ่งถนนลูกรังนี้จะเป็นถนนดินแดง ทั้งหมดเลยของถนนสายหมู่บ้านสายปัญญานางัว จากตำบลเซกาไปตำบลบ้านต้อง แล้วก็ จากตำบลป่งไฮ หมู่บ้านโนนตาผาไปตำบลท่าสะอาดของบ้านหัวแฮด แล้วก็ตำบล ท่ากกแดงไปตำบลหนองทุ่ม ซึ่งเราจะเห็นว่าเป็นถนนดินแดงซึ่งช่วงหน้าแล้งจะเกิด ฝุ่นละอองเป็นฝุ่นดินแดงทั่วไปหมดเลยเหมือนกับทะเลหมอกดินแดงเลยค่ะ แล้วถ้าเป็น ช่วงหน้าฝนจะเห็นว่าจากหลุมจะกลายเป็นบ่อ แน่นอนที่สุดพี่น้องก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง อีกเช่นเคย นั่นคือการที่พี่น้องช่วยกันออกเงินในการที่จะซื้อหินคลุกมาถมบ่อให้กลายเป็น ถนนเพื่อจะสามารถสัญจรได้ในช่วงเวลาหน้าฝน ซึ่งดิฉันมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ของ พี่น้องประชาชนมากเลย ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งด้วยยุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยที่เขาเรียกว่า โลกไร้พรมแดน เป็นยุคดิจิทัลที่เอไอสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ เพราะฉะนั้นก็มีความหวัง อย่างสูงว่ารัฐบาลชุดของท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินจะทำให้ถนนลูกรังทั่วประเทศไทย กลายเป็นถนนคอนกรีตทั่วประเทศค่ะท่าน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล จังหวัดนครราชสีมา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๒ อำเภอปักธงชัยและวังน้ำเขียว🔗
วันนี้ขออนุญาตหารือกับ ท่านประธานด้วยกันทั้งหมด ๔ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ อยากจะขอความอนุเคราะห์ติดตั้งไฟสัญญาณจราจรบริเวณ แยกทางหลวงชนบท หมายเลข ๓๑๑๕ บริเวณบ้านคลองเตย ของตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย เนื่องจากว่าสี่แยกบริเวณนี้มีการจราจรที่หนาแน่นแล้วก็เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง จึงอยากจะขอกราบเรียนไปยังกรมทางหลวงชนบทให้ช่วยพิจารณาติดตั้งไฟจราจร เพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ อยากจะขอความอนุเคราะห์ในการแก้ไขปัญหาการติดตั้งไฟจราจร ที่อยู่บริเวณแยกทางหลวง หมายเลข ๒๔๒๑ และทางหลวงชนบท หมายเลข ๑๐๒๑ เนื่องจากว่าเมื่อเวลารถที่ติดไฟแดงอยู่หลังเส้นจราจรจะไม่สามารถมองเห็นไฟสัญญาณ จราจรได้ จึงอยากจะขอกราบเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ติดตั้งไฟจราจรแห่งนี้ ให้ได้ช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาพื้นผิวจราจรที่ชำรุดเสียหายของถนนเลียบคลองส่งน้ำ ชลประทาน ตั้งแต่บริเวณหลังป้อมตำรวจ หมู่ที่ ๗ ตำบลบ่อปลาทอง ไปถึงโรงเรียน รักเมืองไทย สภาพเป็นหลุมเป็นบ่อยากแก่การสัญจรแล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากจะ ขอประสานไปยังกรมชลประทานให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ🔗
๓ ท่าน ต่อไปครับ คุณกาญจน์ ตั้งปอง คุณพชร จันทรรวงทอง คุณศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ขอเชิญ คุณกาญจน์ ตั้งปอง จังหวัดตรัง เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้มีเรื่องมาหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่องดังนี้ครับ🔗
สืบเนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจาก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ บ้านหัวหิน ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ท่านบุญฤทธ์ ลำพา และท่านสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล สุธรรม คนเที่ยง รวมทั้งพ่อแม่พี่น้องชาวบ้าน หัวหินทุกคนถึงปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านหัวหิน แจ้งมาว่ามีการร้องเรียนให้จัดทำ โครงการนี้ให้แล้วเสร็จเป็นเวลา ๑๕ ปีแล้วครับที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใดเลย จนมาในวันนี้พื้นที่ส่วนของหมู่บ้านเกิดความเสียหายในมุมกว้าง เช่นจากภาพครับ นี่คือลานกีฬาของหมู่บ้านที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของคนในชุมชนก็ได้พังทลายลงไปแล้ว แผ่นดินเดิมของพ่อแม่พี่น้องที่อาศัยอยู่ริมฝั่งทะเลก็สูญสิ้นไปเนื่องจากน้ำทะเลกลืนกิน แผ่นดินไปกว่า ๑๐๐ เมตร จนถึงปัจจุบันนี้น้ำทะเลกัดเซาะเข้ามาถึงริมขอบถนนที่พ่อแม่ พี่น้องใช้สัญจรหลักไปมากำลังจะถูกตัดขาดลงไป จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยจัดทำ โครงการนี้ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์โดยเร็ว เพื่อช่วยให้พี่น้องชาวบ้านหัวหินได้มีชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้นต่อไปด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณพชร จันทรรวงทอง จังหวัดนครราชสีมา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย อำเภอสีคิ้ว อำเภอปากช่อง ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีประเด็น หารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งหมด ๒ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากท่านนายกสุเทพ หลั่นจันทึก นายก องค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณาว่าถนนเส้นทางหลวงท้องถิ่น นม. ๙๖-๐๐๓ จากโรงเรียน ห้วยลึกผดุงวิทยาไปถึงบ้านซับใต้ ตำบลกฤษณา อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ว่าปัจจุบัน ถนนได้ชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก แล้วถนนเส้นดังกล่าวเป็นเส้นที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจร เป็นหลัก ทำให้เกิดอุบัติเหตบ่อยครั้ง วันนี้ผมจึงของบประมาณผ่านท่านประธานสภาไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อจะซ่อมแซมถนนดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุสลด ที่บ้านซับเจริญ หมู่ที่ ๑๔ ตำบลหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยมีเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยอาสาได้นำแผงเหล็กกั้นฝายน้ำล้นเพื่อที่จะไม่ให้ชาวบ้านถูกน้ำพัดตกฝาย แต่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยกลับพลัดตกน้ำเสียเอง ๓ คน โดยมี ๒ คนได้รอดชีวิตขึ้นมา แล้วมี ๑ คน ได้เสียชีวิต ด้วยเหตุดังกล่าวเป็นเหตุที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ผมก็ต้องขอเป็นกำลังใจ และขอแสดงความเสียใจให้กับครอบครัวผู้ที่เสียหายนะครับ โดยท่านนายกเอมอร มะโนมั่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหญ้าขาว ได้แจ้งมาว่าที่ฝายแห่งนี้ไม่ใช่เกิดเหตุครั้งแรก แต่เกิดเหตุเกือบทุกปี วันนี้ผมจึงขอท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นและกรมชลประทาน ของบประมาณก่อสร้างสะพานข้ามฝายน้ำล้นดังกล่าว แล้วขอความอนุเคราะห์ผ่านท่านประธานอีกเรื่องหนึ่ง ขอความอนุเคราะห์ไปยังกรม ปภ. กรมป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยสนับสนุนเงินเยียวยา ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องมาหารือท่านประธานทั้งหมด ๖ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรกเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการก่อสร้างบ้านมั่นคงชุมชนพัฒนา หมู่ที่ ๒ ริมคลองสอง เป็นที่ดินของกรมธนารักษ์ สร้างโดยสหกรณ์ ในการดูแลของ พอช. ปัจจุบันประสบปัญหาว่ามีบ้านบางหลังไม่ยอม รื้อถอนออกไป แล้วก็มีการก่อกระถางต้นไม้บนถนนเป็นอุปสรรคในการก่อสร้าง ผู้นำชุมชนพยายามไปเจรจาด้วยแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล ฝากท่านประธานไปถึง กรมธนารักษ์ พอช. สำนักงานเขตสายไหมให้มีการลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อหาแนวทางในการ แก้ปัญหาให้ชุมชนสามารถดำเนินการสร้างบ้านมั่นคงให้เรียบร้อยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ สวนสายไหม ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมากในหลายส่วน ด้วยงบประมาณ ๑๓ ล้านบาท แต่พอปรับปรุงเสร็จปรากฏว่าเครื่องออกกำลังกายชุดเดิม ส่วนใหญ่ที่มีสภาพชำรุดไม่สามารถใช้การได้ ขอฝากทางสำนักงานเขตช่วยปรับปรุง ซ่อมแซมด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ บริเวณพหลโยธิน ๖๒ อันนี้เขตติดกับท่านเชตวัน เป็นพื้นทีที่มี พ่อค้าแม่ค้ามาขายของบริเวณตลาดนัด มีการจัดระเบียบพื้นที่ของกรมทางหลวง มีการ นำเอาแผงกั้นต่าง ๆ มา แต่เมื่อปฏิบัติจริงกลับทำไม่ได้เพราะว่าคนไม่สามารถเดินบน Footpath ได้เนื่องจากมีรถกีดขวางทางขึ้นลง ขณะที่พื้นที่ตลาดก็แคบลงด้วย เพราะว่า มีพื้นที่จำกัด ฝากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมทางหลวง เทศกิจสายไหม ลงพื้นที่ ดูปัญหาจริงแล้วก็หาทางแก้ไขร่วมกันค่ะ🔗
เรื่องที่ ๔ ปัญหารถติดบริเวณถนนวัชรพลในชั่วโมงเร่งด่วนของทุกวัน จากการจอดรถทั้ง ๒ ฝั่ง อยากฝากท่านประธานไปยัง สจส. และ สน. สายไหม พิจารณา ออกข้อบังคับการจราจรบนถนนวัชรพลในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๕ ต่อเนื่องจากการจราจรบนถนนสุขาภิบาล เลี้ยวเข้าถนนเทพรักษ์กัน มีรถติดสะสมยาวในช่วงเช้าเนื่องจากเลี้ยวซ้ายได้แค่เลนเดียว จากการลงสำรวจพบว่า สามารถเพิ่มพื้นผิวการจราจรได้ อยากให้ทางโยธา กทม. ช่วยพิจารณาด้วย🔗
เรื่องสุดท้าย บริเวณสะพานข้ามคลองลำผักชี พหลโยธิน ๕๒ แยก ๘ คอสะพานไม่มีทางลาด แล้วก็ไหล่สะพานเป็นขั้นบันไดกีดขวางทางเข้าออกของอพาตเมนต์ ข้างเคียง มีการหารือไปแล้ว ๑ ครั้ง รวมถึงมีการแจ้ง Traffy Fondue ไปแล้วร่วม ๒ ปี ยังไม่รับการแก้ไข ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการให้ด้วย ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
๓ ท่าน ต่อไปครับ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร คุณยอดชาย พึ่งพร คุณเซีย จำปาทอง ขอเชิญคุณสุพัชรี ธรรมเพชร ชจังหวัดพัทลุง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จำนวน ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนของ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เป็นช่วงที่มีฝนตก อย่างต่อเนื่อง ดิฉันจึงอยากจะให้หน่วยงานราชการในจังหวัดพัทลุง รวมทั้งในส่วนของ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้ช่วยเตรียมการในเรื่องของการป้องกันการเกิดอุทกภัย ในจังหวัดพัทลุง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของชลประทานก็ดี กรม ปภ. ก็ดี เพื่อที่จะลดความ เสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสมพงษ์ คำนวย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑ ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง สืบเนื่องจากในช่วงเกิดอุทกภัยน้ำท่วม เมื่อปีที่แล้ว ในปี ๒๕๖๘ ได้มีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้เดินทางมาเยี่ยมพี่น้องในเขตพื้นที่ของตำบลปรางหมู่ ที่เกิดอุทกภัยน้ำท่วม พี่น้องก็ได้นำเรื่องเข้าเสนอในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็คือในเรื่องของ ถนนหนทาง ก็อยากจะให้ช่วยในเรื่องของการปรับระดับถนน สร้างคอนกรีตให้มีระดับสูงขึ้น ของถนนสายบ้านดอนแบก หมู่ที่ ๑ ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมือง ไปยังบ้านพลายทอง หมู่ที่ ๙ ตำบลพญาขัน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่าง ๒ ตำบล ก็คือตำบลปรางหมู่ แล้วก็ตำบลพญาขัน ในช่วงฤดูฝนก็จะมีน้ำท่วมขัง ไม่สามารถ ที่จะสัญจรไปมาได้ แล้วก็ท่วมขังเป็นเวลานาน ก็เลยสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนทั้ง ๒ ตำบล ก็อยากจะให้ทางกระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ได้ช่วยดูแลเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไป ขอเชิญ คุณยอดชาย พึ่งพร จังหวัดชลบุรี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเมืองพัทยา เทศบาลเมืองหนองปรือ ผู้แทน เมืองท่องเที่ยวระดับโลก พรรคประชาชน วันนี้ผมมีประเด็นปัญหาเรื่องเดียวครับ แต่เป็น เรื่องที่สำคัญมากเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเมืองพัทยา กับปัญหาคนไร้บ้านและการมั่วสุม เสพยาเสพติด เมืองพัทยาไม่ใช่เมืองธรรมดาแต่คือเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ดึงดูด นักท่องเที่ยวหลายสิบล้านคนต่อปี มีรายได้มหาศาลที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศ แต่ถามจริง ๆ เถอะครับ ภาพที่นักท่องเที่ยวเห็นทุกวันคืออะไร คนไร้บ้านที่นอนเกลื่อนตาม Footpath ตามชายหาด ตามสวนสาธารณะ มั่วสุมกันทั้งกลางวันกลางคืน บางกลุ่มเสพยา 0 ทะเลาะวิวาท ด่าทอนักท่องเที่ยว ทำร้ายชาวบ้าน ทำร้ายนักท่องเที่ยว ลักเล็กขโมยน้อย สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างหนัก นักท่องเที่ยวก็หวาดกลัว ผมถามจริง ๆ แบบนี้ คือภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวที่พวกเราภาคภูมิใจจริงแล้วหรือครับ ท่านประธานครับ ด้วยมี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตพัทยากลาง ซอยเพนียดช้าง หมู่ที่ ๙ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จุดนี้บริเวณนี้เป็นบ่อนเสือมังกรเก่าซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวของเอกชนที่ปล่อยทิ้งร้าง ไร้การดูแล ทำให้คนเร่ร่อน คนไร้บ้านไปรวมตัวและสร้างปัญหา ปัญหานี้สะท้อนความ ล้มเหลวของการบริหารจัดการอย่างชัดเจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่มีมาตรการจริงจัง มีแต่การจับกุมเชิงสัญลักษณ์เป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายคนกลุ่มเดิม ก็กลับมาอยู่ที่เดิม ทำพฤติกรรมเดิม ๆ แล้วเราจะให้ประชาชนทนกับสภาพแบบนี้ไปอีกนาน แค่ไหนครับ ผมขอตั้งคำถามตรงนี้ เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีมีงบประมาณด้านสังคมและ ความปลอดภัยมหาศาลแต่ทำไมไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ปล่อยให้มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดกลางพื้นที่สาธารณะทั้งที่ควรจะกวดขันอย่างเข้มงวด หรือว่ามีใครได้ประโยชน์จากการปล่อยปละละเลยนี้ ผมมีข้อเสนอดังนี้ ขอให้เพิ่มมาตรการ ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังในพื้นที่พัทยา เทศบาลเมืองหนองปรือ ตรวจสอบเข้มข้น ทุกจุดเสี่ยง ซึ่งทราบว่าทางฝ่ายปกครองโดยนายอำเภอบางละมุงคนปัจจุบันและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องปราบปรามยาเสพติดนี้อยู่แล้ว ๒. ต้องมีการจัดระเบียบ คนไร้บ้าน โดยร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อจัดทำ ศูนย์พักพิง บำบัดและฟื้นฟูในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ไม่ใช่ปล่อยให้นอนกระจัด กระจายสร้างปัญหาในแหล่งท่องเที่ยวแบบนี้ ๓. ต้องมีความรับผิดชอบจากผู้บริหารท้องถิ่น ที่จะต้องออกมาแสดงท่าทีชัดเจนกับปัญหานี้ ไม่ใช่เงียบหายแล้วปล่อยให้ประชาชนและ นักท่องเที่ยวต้องเผชิญปัญหาเอง ถ้าเราไม่แก้ปัญหานี้อย่างจริงจังพัทยาจะไม่ใช่ เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเมืองแห่งความเสื่อมโทรมที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากมา ผมขอเรียกร้องอย่างหนักแน่นขอให้ท่านประธานใช้กลไกสภาของเรา ช่วยชาวบ้านโดยประสานหน่วยงานดังนี้ ๑. กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ๒. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๓. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๔. เมืองพัทยาโดยนายกเมืองพัทยา เพราะถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผู้บริหารเมืองพัทยาในฐานะเจ้าภาพหลัก เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่ต้องเลิกปิดตาข้างหนึ่ง แล้วหันมาเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างกล้าหาญ เพื่อคืนความสงบสุข ความปกติสุข ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของพวกเราชาวเมืองพัทยาให้กลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก อย่างแท้จริงและยั่งยืนโดยเร็วที่สุด ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณเซีย จำปาทอง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่าย ผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานวันนี้ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมและ สส. บุญเลิศ แสงพันธุ์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกจ้างซึ่งทำงานอยู่ในซอยวัดชมนิมิตร ตำบลบางครุ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีลูกจ้างประมาณ ๑๐๐ คน ถูกนายจ้างจ้างงาน และเอาเปรียบหลายอย่าง เช่น จ่ายค่าจ้างต่ำกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่จ่ายค่าจ้าง ในวันหยุดตามประเพณี ไม่จ่ายค่าจ้างในวันที่ลาป่วย ไม่จ่ายเงินให้ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้าง ลาคลอดบุตร แล้วก็ทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปีก็ไม่จ่ายค่าจ้าง ซึ่งผมทราบข่าวว่า สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว แต่ว่าขณะนี้ลูกจ้างถูกฝ่ายผู้บริหารข่มขู่จะเอาออกจากงาน ผมฝากท่านประธานประสาน ไปยังกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แล้วก็สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ ช่วยเข้าไปตรวจสอบว่า ข้อมูลที่ลูกจ้างร้องเรียนผ่านเข้ามาและที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้าไป ตรวจสอบเป็นอย่างไร และเร่งดำเนินการออกคำสั่งเพื่อให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาการรับเงินบำนาญประกันสังคม ลูกจ้างบริษัทคริสตัล จำนวน ๑๒ คน ถูกเลิกจ้างตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ โดยที่นายจ้างไม่จ่ายเงินค่าชดเชยและเงินอื่น ๆ ที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ก่อนหน้านั้นก่อนที่จะมีการเลิกจ้าง นายจ้างได้สั่งให้ลูกจ้างหยุดงานและ จ่ายค่าจ้างเพียงวันละ ๑๗๐ บาท นายจ้างบอกว่าหยุดตามมาตรา ๗๕ ของ พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงาน แต่จ่ายค่าจ้างต่ำกว่านั้นด้วยนะครับ เมื่อจ่ายค่าจ้างต่ำ เมื่อถึงเวลาที่ลูกจ้างได้รับ สิทธิเงินบำนาญจากสำนักงานประกันสังคม ปรากฏว่าเงินที่เขาได้รับน้อยมาก น้อยกว่า เกณฑ์ที่เขาควรได้รับ ดังนั้นแล้วผมจึงขอให้ท่านประธานประสานไปยังสำนักงาน ประกันสังคมจังหวัดสมุทรปราการ สาขาพระประแดง ช่วยเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า สิทธิที่ลูกจ้างควรได้รับมันถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตุเกิดจากนายจ้างลดค่าจ้างของลูกจ้าง เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ๓ ท่าน คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ คุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน นะครับ ขอเชิญท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ จังหวัดสุโขทัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัย ในกรณีปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้ง และถนนอันตรายเสี่ยงต่อชีวิตค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับปัญหานี้ จากเสียงของประชาชนที่ต้องเผชิญ หากไม่แก้ไขอย่างจริงจังก็จะรุนแรงและเสี่ยงต่อชีวิต ยิ่งขึ้นค่ะ🔗
ในปัญหาแรก น้ำท่วม น้ำแล้ง เป็นบริเวณพื้นที่โครงการในแม่น้ำยมสายเก่า ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ โดยขอเสนอไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ให้เร่งดำเนินการ ดังนี้ ให้ก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองทราย หมู่ที่ ๙ บ้านหนองกระทุ่ม เพื่อให้สามารถระบายน้ำแล้วก็กระจายน้ำไปยังคลองซอยจนถึงตำบลไกรกลาง ไปสู่พื้นที่ เกษตรกรรมได้อย่างทั่วถึง และขอให้เสริมคันดินแม่น้ำยม จากประตูระบายน้ำคลองด่าน หมู่ที่ ๙ บ้านหนองกระทุ่ม ไปยังหมู่ที่ ๑๓ ระยะทางยาว ๓,๕๐๐ เมตร ซึ่งทุกวันนี้พี่น้อง ประชาชนต้องขนกระสอบทรายมากั้นน้ำ ปีแล้วปีเล่าประชาชนมากกว่า ๕๐๐ ครัวเรือน เดือดร้อนมาก🔗
ปัญหาที่ ๒ ถนนที่อันตรายและเสี่ยงต่อชีวิตค่ะ ขอเสนอไปยังกรมโยธาธิการ และผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ใน ๒ เส้นทาง เส้นทางแรก ถนนสายหลัก หมายเลข ๑๐๑ จากจังหวัดกำแพงเพชรไปยังจังหวัดน่าน ช่วงจังหวัดสุโขทัย บริเวณตำบลเกาะตาเลี้ยง อำเภอศรีสำโรง ระยะเพียง ๑ กิโลเมตร แต่เป็นคอขวดมรณะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พี่น้อง เสี่ยงต่อชีวิตมาก ขอขยายเส้นทางและติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างค่ะ เส้นที่ ๒ ถนนสายมรดกโลก จากเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีไปอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย บริเวณหน้าโรงพยาบาลสุโขทัย เป็นทั้งเส้นทางท่องเที่ยวและการเดินทางของผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล คับแคบมาก ๒ เส้นทาง ขอขยายเป็น ๔ ช่องทาง พร้อมไฟฟ้าส่องสว่างและสัญญาณไฟจราจรค่ะ ก็ขอเร่งรัดให้หน่วยงานได้ดำเนินการโดยด่วน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๕ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอหารือความเดือดร้อน ๒ เรื่องนะคะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง จากในช่วงที่ผ่านมาหรือปัจจุบันเราได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ จังหวัดเพชรบูรณ์เราได้รับผลกระทบจากพายุคาจิกิก็ทำความเสียหายให้กับพืชผล ทางการเกษตรและบ้านเรือน รวมทั้งทรัพย์สินของทางราชการหลายที่ ปีนี้โดนทั้งจังหวัด ๑๑ อำเภอ แม้กระทั่งอยู่บนเขา เขาค้อก็โดน หล่มสัก หล่มเก่า โดนตลอดทุกอำเภอ ๑๑ อำเภอ เราโดนผลกระทบ มีความเสียหายมากมายนะคะ ในเขตของดิฉันที่ตำบลท่าด้วง ซึ่งอยู่บนพื้นที่สูงเช่นกันก็มีคอสะพานขาด เพราะฉะนั้นทรัพย์สินพวกนี้เป็นทรัพย์สินของทาง ราชการซึ่งควรจะต้องเข้าไปซ่อมและแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนความเสียหายของ ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในส่วนของราคาพืชผลทางการเกษตรที่เสียหาย ก็อยากจะให้ดู ในส่วนของการเยียวยาว่าจะชดใช้ให้ได้อย่างไร แล้วก็ขอขอบคุณหน่วยงานเบื้องต้นก็คือ ระดับจังหวัด ทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายท้องถิ่น มูลนิธิต่าง ๆ ที่เข้าไปช่วยกันดูแลพี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป คุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตอำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรกก็คือเรื่องปัญหาที่สะสม มานานกว่า ๓ ปี ผมได้หารือในสภาแห่งนี้แล้วลงพื้นที่ไปประชุมในพื้นที่ ๑๐ ครั้ง แล้วก็หารือ ในที่นี้ ๔ ครั้ง นั่นคือเรื่องของโรงงานไทยฟู้ดส์ ซึ่งตั้งอยู่ตำบลอุโลกสี่หมื่น ในเรื่องของ น้ำเน่าเสียที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่เพียงโรงงานเพราะโรงงานเขาบอกว่าเขาแก้ไขแล้วก็ ถูกต้องแล้ว อุตสาหกรรมก็ลงไปกำกับดูแล แต่ทีนี้สิ่งแวดล้อมโรงงานมีชาวต่างชาติทำงาน เป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดปัญหาจากบ้านพัก เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ อบต. ที่กำกับดูแลด้วยว่าให้ดูแลในเรื่องของความสะอาด เรื่องของให้ถูกสุขลักษณะด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมอยากจะให้ท่านประธานดูคลิปครับ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและ ให้ทุกท่านได้ดูคลิปครับ ท่านประธานครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่ท่านอนุทินในสมัยที่เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ทำให้รอยยิ้มทุก ๆ ครอบครัวโดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็น โรคไตครับ แต่ในปีนี้ผมทราบว่าในงบประมาณปี ๒๕๖๙ บอกว่างบประมาณไม่เพียงพอและ จะให้ผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นโรคไตนั้นฟอกไตด้วยตัวเองโดยการล้างผ่านหน้าท้องครับ ผมถาม ท่านประธานว่าการที่จะให้ผู้ป่วยที่ครอบครัวไม่มีความพร้อมว่าอันนี้ผมไปด้วยตัวเอง บ้านช่องที่ความสะอาดไม่พร้อม แล้วก็บุคลากรในครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมในการดูแล ต้องทำมาหากินเขาจะมีสุขลักษณะที่ดีได้อย่างไรครับ ในเรื่องของความสะอาด ในเรื่องของ ความรู้ ในรูปที่ผมให้ท่านประธานดูเป็นบ้านช่องที่ทรุดโทรม พวกผมแล้วก็ผู้นำตำบลตะคร้ำเอน โดยฝ่ายปกครอง กำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลตะคร้ำเอน ได้ร่วมกันระดมกันช่วยในการที่จะ สร้างบ้านใหม่ให้เขาเพื่อที่จะให้ถูกสุขลักษณะ แต่อยู่ได้ไม่นานผู้ป่วยรายนี้ชื่อ ป้าจุก ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ก็ได้ติดเชื้อแล้วทำให้เสียชีวิต เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าโครงการดี ๆ ที่ท่านทำไว้ดี ๆ ถึงแม้จะมีรัฐบาลบางรัฐบาลหรือรัฐมนตรีจะล้างมันออกไปอันนี้คือสิ่งที่ไม่ดี ขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้จัดสรรงบประมาณที่รัฐบาลที่ผ่านมาบอกว่างบประมาณไม่เพียงพอ จึงจะต้องทำให้ประชาชนนั้นดูแลตัวเอง ให้จัดสรรเถอะครับงบประมาณในส่วนของคุณภาพ ชีวิตของคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องฟอกไตที่คนไทยทั้งประเทศตอนนี้กำลังเข้าสู่ภาวะ สุ่มเสี่ยงกันอยู่เยอะ ฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ทำในสิ่งที่ดี และทำต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ๔ ท่านสุดท้ายนะครับ คุณรชตะ ด่านกุล ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข และคุณวัชระพล ขาวขำ ขอเชิญ คุณรชตะ ด่านกุล จังหวัดนครราชสีมาครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รชตะ ด่านกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๕ อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ และอำเภอพระทองคำ มีเรื่องนำเรียนปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้🔗
เรื่องที่ ๑ เรียนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โครงการ ปรับปรุงสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กสายทาง อบจ. นม. ๐๘๒๐๑ บ้านแปรง บ้านหนองกราด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ผมได้ลงพื้นที่พร้อมกับผู้นำท้องที่ท้องถิ่นพบว่า สะพานอยู่ในสภาพชำรุดเสียหาย โครงสร้างแตกร้าว คอนกรีตหลุดร่อน เนื่องจากโดนน้ำเค็ม และดินเกลือ ทำให้สะพานที่มีอายุ ๓๐ ปี รอเวลาพังเสียหาย ถนนเส้นนี้พี่น้องประชาชน ใช้เป็นจำนวนมาก ในเร็ววันนี้สะพานนี้พังจะทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่สามารถ สัญจรไปมาได้ ผมคาดว่างบประมาณทั้งสิ้นจะใช้ประมาณ ๓,๓๖๐,๐๐๐ บาท จึงขอให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมากรุณาจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสะพานหลังใหม่ ให้กับพี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรียนไปยังกรมทางหลวงชนบท ถนนสาย นม. ๓๐๕๙ แยกทางหลวง ๒๐๑ บ้านห้วยบง อำเภอด่านขุนทด เชื่อมอำเภอสีคิ้ว เป็นถนนที่เชื่อมอำเภอด่านขุดทด และอำเภอสีคิ้วเข้าด้วยกัน มีพี่น้องประชาชนใช้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งเป็นเส้นทางสู่แหล่ง ท่องเที่ยวทุ่งกังหันลมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ถนนอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมเสียหาย หลายจุด จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทจัดสรรงบประมาณยกระดับผิวทางเส้นนี้ให้กับพี่น้อง ประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรียนไปยังกรมทางหลวงชนบทถนนสาย นอ. ๔๐๐๘ แยกทางหลวง ๒๑๔๘ บ้านปะคำ อำเภอพระทองคำ เชื่อมอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่าง ๒ อำเภอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงคมนาคมใช้ถนนเส้นนี้ ระบายรถในช่วงเทศกาล ฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการปรับปรุง จึงขอให้กรมทางหลวง ชนบทกรุณาจัดสรรงบประมาณบำรุงเส้นทางเส้นนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ จังหวัดภูเก็ต เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิก ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดภูเก็ต เขตที่ ๑ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๗ เรื่อง ด้วยกันครับวันนี้ ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ชุมชนกิ่งแก้ว ตำบล รัษฎา จังหวัดภูเก็ต ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ รถสัญจรไปมาลำบากมากครับ ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเทศบาลตำบลรัษฎาช่วยแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ หน้าปากซอยชุมชนก่อไผ่ ผิวจราจรพังมีน้ำขัง เพราะการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคนำสายไฟจากถนน Main มาลงดิน แล้วเก็บหน้างานไม่เรียบร้อย ขอให้การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคเร่งดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผิวจราจรถนนเทพกระษัตรี ตั้งแต่บริเวณหน้าวัดโฆษิตจนถึง สี่แยกตั่วโพ้ จากการนำสายไฟลงดินจนทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเช่นเดียวกัน ตอนนี้ ชาวบ้านเดือดร้อนมาหลายปีแล้ว ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งดำเนินการแก้ไขด้วยครับ รวมถึงเทศบาลนครภูเก็ตด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เส้นจราจรตรงสามแยกบางคูสีจางหมดแล้ว เสี่ยงที่จะก่อให้เกิด อุบัติเหตุ ขอให้กรมทางหลวงเร่งแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๕ ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งรัดขยายเขตไฟฟ้าเข้าให้บริการ แก่พี่น้องชุมชนชาวเลสะปำ และชุมชนชาวเลราไวย์เป็นการเร่งด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๖ ขอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติหรือ สคทช. รวมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ช่วยเร่งรัดจัดการกันพื้นที่ให้ ๓๒ ชุมชนในจังหวัดภูเก็ต อย่างเร่งด่วนด้วยครับ เพื่อให้การไฟฟ้าสามารถขยายเขตเข้าไปให้บริการให้กับพี่น้องในทุก ชุมชนครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องที่ ๗ ครับท่านประธาน ร่องน้ำเกราะแก้วตื้นเขินทำให้ เกิดปัญหาการสัญจร ทั้งเรือประมงพื้นบ้านและเรือท่องเที่ยวนะครับ กรมเจ้าท่าตั้งงบไว้ หลายปีแล้ว ๑๔ ล้านบาท ปรากฏว่าไม่สามารถหาผู้รับเหมาได้นะครับ ผมขอให้กรมเจ้าท่า และรวมไปถึงกรมบัญชีกลางช่วยปรับราคากลางให้สูงขึ้นได้ไหมครับ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข จังหวัดตาก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ผมมี เรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวง พาณิชย์ที่ช่วยผลักดันในเรื่องราคาข้าวโพด ถึงแม้จะไม่สูงแต่ตอนนี้ก็จากที่ผมพูดวันนั้น ๓ บาท ตอนนี้ข้าวโพดฝักที่บ้านผมไม่วัดความชื้นขายที่ ๔.๕๐ บาท ก็ยังพออยู่ได้ แต่อนาคต อยากให้มีราคาดีมากกว่านี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องการค้าชายแดนของจังหวัดตาก ตอนนี้ประเทศเมียนมา ปิดสะพาน ๒ มาประมาณเกือบ ๓ เดือนแล้ว พ่อค้าและประชาชนที่เดือดร้อนมาก ขนของ ข้ามสะพานไม่ได้ แล้วก็มีการแออัด รถบรรทุกตอนนี้ชะลออยู่ที่แม่สอดผมว่าเกือบ ๑,๐๐๐ คันแล้ว บางคันรอลงของเกือบเดือนยังไม่ได้ลง ก็อยากจะฝากกระทรวงพาณิชย์ ช่วยไปเจรจากับทางประเทศเมียนมาให้มีการเปิดด่านโดยเร็ว🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ เป็นเรื่องของการโอนเงินระหว่างประเทศ เรื่องโพยก๊วน ตอนนี้ชายแดนไม่ว่าจะเป็นพม่า เป็นเวียดนาม เป็นจังหวัดต่าง ๆ อำเภอต่าง ๆ ที่ติด ชายแดนมีการโอนเงินการค้าขายโดยสุจริตเข้ามา แต่ปรากฏว่าต้องผ่านระบบโพยก๊วน ปรากฏว่าระบบโพยก๊วนทำให้ Check ที่มาการเงินไม่ได้ทำให้มีการอายัดเงินเป็นจำนวน มากมาย แล้วก็ทางผู้ประกอบการเดือดร้อน ก็อยากจะให้หน่วยงานที่ตรวจสอบเรื่องนี้ พิจารณาอย่างรอบคอบ คิดถึงผลดีผลเสียการจะอายัดตัวนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายนะครับ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดเป็นอย่างมาก เมื่อวันที่ ๙ ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน พ่อลูก ๒ คน กลับจากโรงเรียน ขับกลับบ้าน มีเสาไฟฟ้าล้ม แล้วก็สายไฟฟ้าขาด โดนไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตกลางถนนในที่เกิดเหตุทั้งคู่ รถจักรยาน ไหม้ทั้งคัน แต่ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นไฟเส้นนี้เป็นไฟที่มาจากเขื่อนของกรมพลังงานทดแทน ที่ก่อสร้างมาเป็นเวลา ๘ ปีแล้ว แต่ใช้ไฟไม่ได้ แล้วก็ทางกรมพลังงานทดแทนก็ต้องไปจั๊ม สายไฟลากสายไฟต่อจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ลากเพื่อมาใช้ในสำนักงานตัวเอง ระหว่าง ลากก็ผ่านหมู่บ้านตลอด ปรากฏว่าหมู่บ้านก็นั่งมองตาปริบ ๆ ไม่ได้ใช้ไฟ ปรากฏว่าหน่วยงาน ของกรมพลังงานทดแทนได้ใช้ไฟ ครั้นทาง อบต. ท่านนายกชาญชัย นายก อบต. พิสูจน์ ได้ไปร้องขอทางการไฟฟ้าก็บอกว่าเสาไม่ใช่ของเขา ทางกรมพลังงานทดแทนก็บอกว่า ปล่อยไม่ได้ ชาวบ้านเจ็บใจอยู่แล้วครับ วันนี้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่เป็นพ่อลูก ลูกตัวเล็ก ด้วยนะครับ ก็อยากจะให้ทั้ง ๒ ฝ่าย มาพิจารณาโดยเร็ว ผมพูดในเรื่องการใช้ไฟฟ้าในสภา ไม่รู้กี่ครั้งแล้วก็ยังไม่เกิด วันนี้เกิดเหตุเศร้าสลดและเป็นเหตุที่ชาวบ้านเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ก็อยากฝากท่านประธานให้ทางกรมพลังงานทดแทนพูดคุยกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยเร็ว ที่สุดนะครับ และที่สำคัญการเยียวยาต้องเร่งแก้ไขให้ครอบครัวเหล่านี้โดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็น กรมพลังงานทดแทนหรือการไฟฟ้าต้องรีบเยียวยาให้เร็วที่สุด แล้วก็อยากจะให้ทาง ๒ หน่วยงานนี้รีบพูดคุยกันนะครับ แล้วสุดท้ายก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านสุดท้ายนะครับ ขอเชิญคุณวัชระพล ขาวขำ จังหวัดอุดรธานี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอ อนุญาตปรึกษาหารือปัญหาของพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานไป่ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจาก ๒ เดือน ๓ เดือน ที่ผ่านมามีพายุใหญ่ ๆ ๒ ลูก ที่เข้าสู่จังหวัดอุดรธานี ส่งผลให้น้ำในเขื่อนห้วยหลวงซึ่งเป็น เขื่อนใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี เป็นปริมาณน้ำสูงมากแล้วก็จะลดความจุเรียบร้อย ดังนั้นเขื่อน ห้วยหลวงจึงต้องระบายน้ำออก ส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดอุดรธานีน้ำท่วมครับ ก็จะมี อำเภอกุดจับ อำเภอเมือง เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาผมก็ได้ออกพื้นที่สำรวจความเสียหาย ให้ชาวบ้าน ก็ได้เห็นหลายพื้นที่ที่มีความเสียหายมาก อย่างเช่นพนังกั้นน้ำพังเสียหายบริเวณ บ้านจำปา ตำบลเชียงยืน จุดนี้ก็เสียหายค่อนข้างเยอะ แล้วก็จุดที่ ๒ เป็นถนนเชื่อมระหว่าง หมู่บ้าน บ้านหนองหลอดเชื่อมไปยังบ้านบ่อน้อย อันนี้ก็ถนนทรุดลงเลย แล้วก็ดินถูกชะล้าง ไปเกือบหมด ก็ทำให้พังเสียหายมาก ก็จะฝากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีเร่งเข้าไป ซ่อมแก้ไข แล้วก็ดำเนินการสร้างถนนใหม่ให้ชาวบ้านด้วย แล้วก็ฝากกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยให้เข้าไปสำรวจแล้วก็เข้าไปเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาระบบน้ำประปาชำรุดเสียหายของบ้านหนองแวงคำ ตำบลกุดจับ จริง ๆ ถังน้ำนี่มีปัญหามานานแล้ว มีอยู่ ๒ ถังคู่กัน ถังหนึ่งได้ชำรุดเสียหาย แล้วก็พังลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วตามภาพเลยครับ แล้วตอนนี้ถังที่ ๒ โครงสร้างกำลังจะชำรุด เสียหายอีก กำลังจะพังลงมา ดังนั้นก็จะฝากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีเข้าไปสำรวจ แล้วก็แก้ไข หรือถ้าเป็นไปได้ถ้ามีงบประมาณก็สร้างให้ชาวบ้านใหม่ด้วยครับ แล้วก็ถ้า อยากได้ความร่วมมือจากภาคส่วนอื่น เช่น การประปาส่วนภูมิภาค ก็อยากให้เข้าไป ช่วยเหลือให้คำแนะนำด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาระบบน้ำประปาชำรุดเสียหายเช่นเดียวกันครับ อันนี้เป็น บริเวณบ้านผัง ๕ ตำบลตาลเลียน อำเภอกุดจับ ก็ลักษณะเดียวกันครับ แต่ว่าที่นี่เป็นลักษณะ เป็นถังแชมเปญ ทำให้ถังแตกร้าวแล้วก็มีน้ำไหลออกมาเยอะเลยครับ ก็ขอฝากให้องค์การ บริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีเข้าไปช่วยเหลือซ่อมแซมแก้ไขให้ชาวบ้านด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เป็นการจบ หารือวันนี้ ๔๐ ท่านครับ ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องคำหารือที่ท่านสมาชิกได้หารือต่อสภา วันพุธและวันพฤหัสบดีครับ จะเร่งรัดกับเจ้าหน้าที่ให้รวบรวมคำหารือทั้งหมดของท่านสมาชิก แล้วส่งให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และติดตามคำตอบมาให้ท่านสมาชิก และจะแจ้ง หนังสือให้ท่านทราบเป็นรายบุคคลครับ ผมเร่งรัดอยู่นะครับ เพื่อให้เราหารือนี่เกิดประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น ต้องขอบคุณ ทุกท่านด้วยนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๓๑๓ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ขอเสนอญัตติเปลี่ยนระเบียบวาระ ของการประชุมครั้งที่ ๒๑ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ครับ ๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ซึ่งกรรมาธิการพิจารณาร่วมกันเสร็จแล้ว ร่างที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมและได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามข้อบังคับการประชุมเรียบร้อยแล้ว ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ โดยมีผล ให้บังคับในการประชุมครั้งถัดไป ก็คือการประชุมวันพุธที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๘ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ด้วยได้มีสมาชิกเสนอญัตติตามข้อบังคับข้อ ๕๔ (๒) ขอเลื่อนระเบียบวาระ ของการประชุม ครั้งที่ ๒๑ โดยการนำระเบียบวาระที่ ๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา เสร็จแล้ว ระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑๓ ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและได้ส่งคืนมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๓๗ นำขึ้นมาก่อนระเบียบ วาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยให้มีผลบังคับในการประชุมครั้งต่อไป คือการประชุมในวันพุธที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง ซึ่งสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบให้เปลี่ยนระเบียบวาระตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ประกอบข้อ ๘๘ ขอบคุณมากครับ เนื่องจากไม่มีสมาชิกคัดค้านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชนครับ ขอเสนอ ตั้งซ่อมกรรมาธิการสามัญของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรแทนราษฎร🔗
เดี๋ยวกำลัง จะดำเนินการครับ ขออนุญาตครับ ก่อนที่จะมีการประชุมตามระเบียบวาระ ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนำเรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบ วาระขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ ที่ประชุมเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เมื่อที่ประชุมไม่เห็น เป็นอย่างอื่น ขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฏร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง🔗
ด้วยคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือว่า นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของ พรรคประชาชน ขอเชิญท่านเสนอครับ มีผู้รับรองถูกต้องด้วย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ขอเสนอกรรมาธิการ แทนสัดส่วนที่ว่างในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรครับ นายวุฒินันท์ บุญชู ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
แทนตำแหน่ง ที่ว่างคือ นายวุฒินันท์ บุญชู ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการปกครอง แทนตำแหน่ง ที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยคณะด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งว่า นายวุฒินันท์ บุญชู ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของพรรคประชาชน ขอเชิญเสนอครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ขอเสนอชื่อกรรมาธิการแทนตำแหน่ง ที่ว่างของคณะกรรมาธิการการปกครอง ตั้ง นางสาวภคมน หนุนอนันต์ แทนตำแหน่งที่ว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ แทนตำแหน่งที่ว่าง มี ๒ คณะนะครับ คณะใดที่ว่างอยู่ก็ให้ทำหนังสือตาม ขั้นตอนครับ ครบถ้วนไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๒ ฉบับ ได้แก่🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
และมีร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสภาครูและระเบียบข้าราชการครู ซึ่งเป็นร่างที่เกี่ยวเนื่องกันอีก ๑๐ ฉบับ ได้แก่🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติที่ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พ.ศ. .... (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติที่ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พ.ศ. .... (นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติที่ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พ.ศ. .... (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๔. ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ พ.ศ. .... เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๕. ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ พ.ศ. .... เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๖. ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ พ.ศ. .... เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๗. ร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๘. ร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายปรีดา บุญเพลิง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๙. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๑๐. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ( นายปรีดา บุญเพลิง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งผมเห็นว่าสามารถรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาพร้อมกันได้ แต่เนื่องจากร่างของนายปรีดา บุญเพลิง กับคณะ ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ และข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุมต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ การประชุม เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเห็นเป็นอย่างอื่น ดังนั้นผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมว่า ขอให้นำร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๑๓ ฉบับ มาพิจารณาพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และข้อ ๒๘ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ผมดำเนินการตามนี้นะครับ สำหรับร่างที่ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ขอเชิญเจ้าหน้าที่แจกเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณานะครับ เจ้าหน้าที่ได้แจกแล้วนะครับ ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) โดยร่างของรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กับคณะ และร่างของคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล กับคณะ สำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว สำหรับร่างของนายเทอดชาติ ชัยพงษ์ กับคณะ และร่างของ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ และร่างของนายปรีดา บุญเพลิง กับคณะ เป็นร่างที่มี หลักการทำนองเดียวกัน สำนักงานจึงไม่ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น โดยได้นำรายงาน ของร่างที่ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นแล้วมาประกอบการพิจารณาในกระบวน ตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ต่อไปผู้ถือร่าง พร้อมนะครับ มีทั้งหมด ๕ กลุ่ม ขอเชิญแถลงหลักการและเหตุผลร่างแรกนะครับ ขอเชิญ รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นคนเกิดจังหวัดร้อยเอ็ด เช่นเดียวกับ ท่านประธานครับ แต่ว่ามาจากมหาสารคามครับ วันนี้ผมจะขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งอยู่ในวาระแล้ว ๓ วาระ ๓ ร่างพระราชบัญญัติ จึงขออนุญาตหารือท่านประธานว่าผมจะ เสนอลุกขึ้นครั้งนี้ครั้งเดียวทั้ง ๓ วาระ ท่านประธานอนุญาตไหมครับ🔗
อนุญาตครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ด้วยกระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กับคณะ สส. พรรคประชาชน ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... โดยมีหลักการดังนี้🔗
ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยมีเหตุผลดังนี้ โดยที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคล ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กำหนดมาตรการและกลไกเพื่อแก้ปัญหาในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาซึ่งใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้อง กับสภาพการณ์ในปัจจุบันที่มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่เกิดขึ้น จึงต้องมีการบริหารทรัพยากร บุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพัฒนาองค์กรและระบบทรัพยากร บุคคลให้สอดคล้องกับบริบทสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ให้องค์กรสามารถเติบโต ได้อย่างเข้มแข็งและสามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับกาล ปัจจุบัน และเพื่อให้เป็นไปตามหลักการแห่งกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบกับมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น🔗
ท่านประธานครับ สำหรับวาระที่สองก็คือกระผมเอง รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ และคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติม คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยมีหลักการต่อไปนี้ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ร่างพระราชบัญญัตินี้มีเหตุผลดังต่อไปนี้ โดยที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กำหนดหลักการเกี่ยวกับเรื่ององค์ประกอบและ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงาน คณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาได้กำหนดไว้ ดังนั้นจึงเห็นควรที่จะยกเลิกองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ เนื่องจากว่ามีความแตกต่าง ไปจากกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่กำหนดไว้ ดังนั้นจึงเห็นควรที่จะ ยกเลิกองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ในปัจจุบันนี้ให้กลับไปเป็นหลักการและเหตุผลตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากร ทางการศึกษาตามเดิม ประกอบกับมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานครับ สำหรับวาระที่ ๒ วันนี้ กระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กับคณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการ มาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พ.ศ. .... โดยมีหลักการดังนี้ ยกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐาน วิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ โดยเหตุผลว่าโดยที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความ เห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐาน วิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้จนปัจจุบัน โดยผลของมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมไปถึงสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้บริหารเป็นไปตามพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อน จึงสมควรยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ ประกอบกับมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ รวม ๓ ร่างพระบัญญัติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต อภิปรายเพื่อขอความสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกให้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ผมนำเสนอเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งมีจำนวน ๔ ฉบับ ร่างทั้ง ๓ นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับครู แต่หลายคนบอกว่าเป็นเพียงเรื่องของครูเท่านั้น แต่ผมอยากกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วมีความสำคัญต่อผู้เรียนและมีความสำคัญต่อการเตรียม พลเมืองที่ดีเพื่อไปสู่การพัฒนาประเทศ โดยปกติมีกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมวิชาชีพ แล้วก็บริหารงานบุคคลและบุคลากรที่เป็นข้าราชการ ควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพครูเป็น ๒ ฉบับ คือพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา อันนี้เป็นกฎหมายที่ใช้ควบคุม ผู้ประกอบวิชาชีพ การประกอบวิชาชีพ และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา อันนี้ใช้ในการบริหารจัดการ ออกหลักเกณฑ์ วิธีการ กฎต่าง ๆ เพื่อบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู แต่พระราชบัญญัติสภาครูนั้นใช้บังคับสำหรับครู ในทุกสังกัด ๒ พระราชบัญญัตินี้ก็จะมีสภาวิชาชีพและคณะกรรมการที่สำคัญที่ผมจะ นำเรียนในวันนี้อยู่ ๔ คณะ ก็คือคณะกรรมการคุรุสภา ซึ่งเป็นสภาวิชาชีพของครู แล้วก็ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ บุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะดูแลเรื่องของสวัสดิภาพ สวัสดิการ ซึ่งอาจจะเรียกง่าย ๆ ว่า เป็นสมาคมวิชาชีพครับ และคณะที่ ๔ คือคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ที่ย่อว่า กคศ. กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เราเริ่มมีการปฏิรูปการศึกษา ในปี ๒๕๔๒ แล้วก็ได้มีตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการ ศึกษานี้ในปี ๒๕๔๖ ส่วนพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรนั้นในปี ๒๕๔๗ ซึ่งคณะกรรมการทั้ง ๔ คณะนี้ ในยุคสมัยนั้นบัญญัติขึ้นตามหลักประชาธิปไตยในสถานการณ์ บ้านเมืองที่อยู่ในสถานการณ์ที่สงบสุข ปราศจากความขัดแย้งหรือขัดแย้งน้อยมาก แล้วก็ตราขึ้น โดยอาศัยหลักธรรมาภิบาล ซึ่งก็หมายถึงว่าตามหลักคุณธรรม นิติธรรม หลักความโปร่งใส ถ่วงดุล ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลายมีส่วนร่วม มีหลักความรับผิดชอบ คณะกรรมการต่าง ๆ คณะคุรุสภาก็ตาม ได้มีมติอะไรก็ต้อง รับผิดชอบกับมติที่ออกมา และที่สำคัญก็คืออาศัยหลักความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ในการ บริหารจัดการที่เกี่ยวกับวิชาชีพครูและข้าราชการครู ซึ่งกฎหมายทั้ง ๒ นั้น แล้วก็มี ๔ คณะกรรมการที่สำคัญนั้นก็ได้สร้างความเชื่อมั่นให้บุคคลภายนอกและประชาชนได้เชื่อมั่น ในองค์กร ในวงการการศึกษาของประเทศไทย ได้ส่งเสริมประสิทธิภาพองค์กรที่มีศักยภาพ และประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้มากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดการ พัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศเรื่อยมา ต่อมาสถานการณ์บ้านเมือง ของเราก็ตกอยู่ในความขัดแย้งทางสังคมอย่างหนักหน่วง รวมทั้งวงการการศึกษาหรือวงการครู ในระยะนั้น และขณะเดียวกันก็เกิดคณะรักษาความสงบแห่งชาติขึ้นมา หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า คสช. เมื่อปี ๒๕๕๗ แล้วก็ได้ใช้อำนาจตาม มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ นี้ ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ผมได้นำเสนอไปข้างต้นนั้นทั้ง ๔ คำสั่ง ๔ คำสั่งนี้กระทบต่อคณะกรรมการสภาวิชาชีพและคณะกรรมการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการ บริหารจัดการ การบริหารงานบุคคลกลางของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งขออนุญาตทวนอีกครั้งหนึ่งคือ คำสั่งที่ ๑๖/๒๕๖๐ คำสั่งที่ ๑๑/๒๕๖๑ คำสั่งที่ ๗/๒๕๕๘ และคำสั่งที่ ๑๗/๒๕๖๐ คำสั่งเหล่านี้อาจจะมีความเหมาะสมในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งกัน ในสังคม แต่บัดนี้สถานการณ์ก็คลี่คลายลงไป แล้วเรากลับเข้ามาสู่การเลือกตั้งและกลับ เข้ามาสู่ความเป็นประชาธิปไตยและสู่ปกติมากขึ้น โดยที่คำสั่งเหล่านี้เมื่อพิจารณาแล้ว แท้จริงแล้วถ้าจะใช้ต่อไปคำสั่งเหล่านี้จะขัดต่อหลักการประชาธิปไตย และที่สำคัญคือ หลักธรรมาภิบาลที่ผมกล่าวไป จึงจำเป็นต้องทำการยกเลิกแล้วกลับนำเอาบทบัญญัติจาก พระราชบัญญัติทั้ง ๒ ที่กล่าวมานั้นกลับมาบังคับใช้ เนื่องจากว่าขณะนี้พระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทของระบบการศึกษาของประเทศยังไม่ได้นำเข้า สภาผู้แทนราษฎรมาพิจารณาเลย ไม่ได้ปรับปรุงขึ้นใหม่แล้วก็ประกาศใช้ใหม่ รวมถึง กฎหมายลูกต่าง ๆ ทุกฉบับก็ยังไม่ได้ปรับปรุง กระผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติทั้ง ๔ ฉบับนั้น แล้วกลับไปบังคับใช้โดยพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทาง การศึกษา และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีอยู่ แต่เดิมและเกิดขึ้นในยุคสมัยที่สถานการณ์ที่สงบ แล้วก็ได้ร่างขึ้นอาศัยหลักประชาธิปไตย และธรรมาภิบาลอย่างดียิ่งครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นความแตกต่าง ของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง ๔ ฉบับนั้น ซึ่งจะเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของบทที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาว่าแตกต่างกับคำสั่ง คสช. นั้นอย่างไร ขอเริ่มต้นที่ คณะกรรมการคุรุสภานะครับ🔗
คณะกรรมการคุรุสภา ถ้าท่านดูสไลด์นี้แล้วก็ได้กรุณาพิจารณานะครับ ในคณะกรรมการมีกลุ่มกรรมการที่เป็น ประธาน และมีกรรมการที่มาโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับแต่งตั้งโดย คณะรัฐมนตรีแล้วก็คณบดี สภาวิชาชีพจะยึดโยงกับคณบดีผู้ผลิตบัณฑิต คำว่าสภาวิชาชีพ คำว่าวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญา แล้วผู้แทน ผู้ประกอบวิชาชีพ ตอนนี้องค์ประกอบจะเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ในช่องที่ ๒ สดมภ์ที่ ๒ ที่เขียนว่า พ.ร.บ. อันนี้ผมหมายถึงพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทาง การศึกษาว่าได้กำหนดคณะกรรมการไว้อย่างที่เห็นนะครับ แล้วในช่องถัดมา คสช. นั่นหมายถึงองค์ประกอบของคณะกรรมการคุรุสภาตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ผมขออนุญาตอภิปรายเพียง ๓ ช่องแรก เพราะว่าช่องที่ ๓ นั้นเป็นสัดส่วนข้อมูล ของร่างที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ ซึ่งผมไม่ขออนุญาตก้าวล่วงไป ขอให้ดู ๓ ช่องแรก เราจะเห็นว่า ในคณะกรรมการคุรุสภานี้ประธานเดิมนั้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ว่าของ คสช. เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมเรียนว่าสภาวิชาชีพที่มีในประเทศไทยประมาณ ๒๐ สาขาวิชาชีพ ไม่มีสภาวิชาชีพใดที่ให้รัฐมนตรีเป็นประธาน เขาจะให้รัฐมนตรีนั้นมีหน้าที่ ในการกำกับควบคุมและถ่วงดุลครับ เราจะสังเกตเห็นแพทยสภาที่มีการดำเนินการในช่วง ที่ผ่านมา มติของแพทยสภาเป็นอย่างไร ท่านรัฐมนตรีก็จะมีฐานะเป็นสภานายกพิเศษแล้วก็จะ ถ่วงดุลกัน ถ้าไม่เห็นด้วยกับมติก็ส่งคืนมาพิจารณาว่ายืนยันไหม ถ้ายืนยันก็ให้เป็นไปตาม คณะกรรมการ จะเห็นว่าถ่วงดุลกัน ถ้าดูคณะกรรมการชุดนี้ที่ คสช. ตั้ง ให้รัฐมนตรีมาเป็นประธานแล้วมันจะถ่วงดุลได้อย่างไร และกรรมการโดยตำแหน่งก็มากขึ้นอีก ซึ่งกรรมการโดยตำแหน่งนั้นเป็นผู้ที่อยู่ใต้บังคับ บัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นอกนั้นผู้ทรงคุณวุฒิไม่มีเลย ไม่ให้มี คณบดี ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องไม่มี ผู้ประกอบวิชาชีพที่จะยึดโยงไปสู่การประกอบวิชาชีพนั้นก็ไม่มี ก็จะเห็นว่าคณะกรรมการคุรุสภาทั้งหมด ๓๙ คน สำหรับกฎหมายเดิม แล้วก็คำสั่ง คสช. มีแค่ ๑๒ คน แล้วก็นำโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นประธาน และผู้ใต้บังคับบัญชา โดยตำแหน่ง แล้วไม่มีใครอื่นเลย ถ้าอย่างนี้แล้วมันก็คือการรวบอำนาจและรวมศูนย์อำนาจ จากผู้มีอำนาจเท่านั้น การพิจารณอะไรก็จะไม่รอบคอบ ท่านประธานครับ นี่คือ คณะกรรมการคุรุสภา ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเราก็จะเห็นว่าผลที่ออกมา การดำเนินการ ที่ออกมาก็สร้างความผิดพลาดคลาดเคลื่อน ลองผิดลองถูกอยู่เรื่อยมา เพราะฉะนั้นเราจึงขอ กลับไปใช้ ๓๙ คน ถ้ายกเลิกคำสั่ง คสช. นี้แล้วก็กลับไปใช้พระราบัญญัติ ซึ่งมีคณะกรรมการ คุรุสภารวมทั้งสิ้น ๓๙ คน ที่มีผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้แทนของผู้ประกอบวิชาชีพ ๑๙ คน เนื่องจากว่าประเทศเรามีครูหลายสังกัด หลายระดับ ใน ๑๙ คนนี้ จะมีตั้งแต่ผู้อำนวยการ เขตพื้นที่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู ครูเอกชน แล้วก็ครูอาชีวะ ประถม มัธยม ๑๙ คน การเป็นสภาวิชาชีพถ้าเราไปศึกษาสภาวิชาชีพอื่น ยกตัวอย่างสภาวิชาชีพที่มีความ เข้มแข็งมากคือแพทยสภา แพทยสภานี้มีจำนวน ๗๐ ท่าน เป็นผู้บริหารในระดับอธิบดี ทางด้านการแพทย์ ไม่ว่าอธิบดีกรมการแพทย์ เจ้ากรมแพทย์ทหารหรือนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจเหล่านี้ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและคณบดี คณบดีมีเท่าไรเป็นกรรมการทั้งสิ้น รวมกันแล้ว ๓๕ คน ที่แพทยสภา ผู้ทรงคุณวุฒิบวกคณบดีของมหาวิทยาลัยที่จัดการเรียน การสอนคณะแพทย์ศาสตร์เป็นกรรมการแพทยสภา แล้วก็มีผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ หรืออาจจะเรียกว่าผู้ประกอบโรคศิลปะ ๓๕ คน เพราะแพทยสภาก็คือสภาของแพทย์ เพราะฉะนั้นก็ต้องเหมือนกับสภาผู้แทนราษฎร พวกเรานั่งอยู่ตรงนี้ก็เป็นผู้แทนราษฎร ถ้าท่านดูคณะกรรมการคุรุสภา ของ คสช. ไม่ใช่สภาของครู เป็นสภาของรัฐมนตรีว่าการ ซึ่งอาจจะเป็นตำรวจบ้าง ทหารบ้าง เป็นหมอบ้าง แล้วก็ผู้ใต้บังคับบัญชาก็เป็นคนที่อยู่ ใต้บังคับบัญชา จะมีอิสระในการคิด ในการอภิปราย ในการแสดงความคิดเห็นและลงมติ เป็นอิสระได้อย่างไร🔗
คณะกรรมการชุดต่อไปคือคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คณะกรรมการ มาตรฐานวิชาชีพหรือ กมว. ท่านดูองค์ประกอบก็แตกต่างกัน คือของ คสช. นั้นไม่มี ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่มีคณบดีและผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งเดิมนั้น ๖ คน ก็ลดเหลือเพียง ๔ คน นั่นก็คือการเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมน้อยลง🔗
สำหรับคณะกรรมการชุดต่อไปคือคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือที่เราเรียกชื่อย่อว่า สกสค. สกสค. นี้บริหาร จัดการซึ่งเราได้ยินตัวเลขเป็นหมื่นล้าน เป็นแสนล้าน เป็นล้านล้าน แต่เงินเหล่านั้นตัวเลข เหล่านั้นไม่ใช่เงินของรัฐแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นคณะกรรมการนี้จึงควรเป็นของเขา ของครู ที่เราได้ยินบ่อย ๆ ว่าครูเป็นหนี้ ๑.๔ ล้านล้าน อันนั้นก็เป็นเรื่องของเขา ซึ่งคณะกรรมการนี้จะต้องไปพิจารณาหาทางช่วยเหลือ รวมทั้งที่เราได้ยินว่ามีกองทุนพิเศษ ของผู้กู้ตามโครงการ ชพค. กับธนาคารออมสิน มีกองทุนถึงยอด ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท นั่นก็เกิดจากดอกเบี้ยของครูผู้กู้ไม่ใช่เงินของรัฐแต่อย่างใด ขอเรียนเพิ่มนิดหนึ่งเรื่องตัวเลข งบประมาณที่รัฐให้กับ สกสค. ปีหนึ่งเพียง ๑๐๐ ล้านบาท เป็นเงินเดือนของเจ้าพนักงาน ในส่วนกลางเท่านั้น ส่วนที่อยู่รายจังหวัดนั้นก็ยังใช้กองทุนที่มาจากดอกเบี้ยเงินกู้ของ ข้าราชการครูเหล่านั้น เพราะฉะนั้นคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติก็ไปเปลี่ยน เดิมทีคือท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ซึ่งก็มีความเป็นครูอยู่ก่อนแล้ว ท่านก็มา เปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานแทน แล้วกรรมการตำแหน่ง ก็เพิ่มขึ้น ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิท่านก็ไม่ให้มี ผู้ประกอบวิชาชีพไม่ให้มี มาบริหารจัดการ เงินของเขา หนี้ของเขา แต่ไม่ให้พวกเขามามีส่วนร่วม นี่คือแนวคิดของคณะรักษาความสงบ แห่งชาติที่เป็นแนวคิดอำนาจนิยม ต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ห้ามไม่ให้ใครมีส่วนรู้เห็น ไม่ให้พูด ไม่ให้ได้ยินอะไรทั้งสิ้น สกสค. ตามพระราชบัญญัติเดิม ๒๓ คน แต่ คสช. ๙ คน แล้วก็มีรัฐมนตรีกับผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้นท่านประธานครับ🔗
คณะกรรมการชุดสุดท้าย ที่ผมจะอภิปรายที่เกิดจากการออกคำสั่งคือ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือชื่อย่อว่า ก.ค.ศ. คณะกรรมการ ชุดนี้จะมีหน้าที่คล้ายเป็นนิติบัญญัติของประเทศ เป็นนิติบัญญัติของครูที่จะออกมาตรฐาน กำหนดตำแหน่ง หลักเกณฑ์วิธีการในการเลื่อนยศ ปลด ย้าย การบรรจุแต่งตั้ง การลงโทษ ทางวินัยอะไรทั้งหลาย โดยออกหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการทั้งหลาย การได้มาซึ่งผู้บริหาร ทุกตำแหน่ง การบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วย การเลื่อนวิทยฐานะทั้งหลาย การส่งเสริมและพัฒนา ความก้าวหน้าของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า ก.ค.ศ. แต่ว่าครูที่อยู่ ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการนี้คือข้าราชการครู ซึ่งวันนี้มีอยู่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ถ้าครูทั่วไปที่ยังถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพประมาณ ๑ ล้านคน เมื่อดูองค์ประกอบ เดิมทีนั้นคณะกรรมการข้าราชการครูเราเข้าใจ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานถูกต้องแล้ว แล้วก็มีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน คำสั่ง คสช. ได้กำหนดให้ผู้บริหาร โดยตำแหน่ง กฎหมายเดิม ๘ คน คสช. ให้ ๑๐ คน ใน ๑๐ คนนั้นมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ๑ หรือ ๒ คน แล้วแต่คณะรัฐมนตรีชุดนั้นจะกำหนดให้มี แล้วผู้ทรงคุณวุฒิของเก่าเดิมมีถึง ๙ คน แต่ คสช. สั่งให้เหลือแค่ ๓ คน ส่วนผู้แทนผู้ประกอบ วิชาชีพหรือผู้แทนข้าราชการครูซึ่งมีความหลากหลาย หลายระดับ หลายสังกัดการศึกษา ทั้ง สพฐ. ที่เป็นมัธยมศึกษา ประถมศึกษา อาชีวศึกษา กศน. เหล่านั้น หรือวันนี้เป็น สกร. กรมส่งเสริมการเรียนรู้ อันนี้ก็จะมาเป็นกรรมการตรงนี้ด้วย เพื่อให้เกิดการยึดโยง พวกเขา เหล่านี้อยู่ภายใต้คณะกรรมการที่เป็นธรรมาภิบาล พวกเขาจะมีความรับผิดชอบ มีความเป็น เจ้าของ เขาจะสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่การเป็นครู เป็นข้าราชการครู ของพวกเขา เขาจะสะท้อนปัญหาอุปสรรคทั้งหลายในการทำงาน เขาจะสะท้อนผลกระทบ จากมติต่าง ๆ ของคณะกรรมการชุดเหล่านี้ เขาจะสื่อสารว่าตอนนี้ทางคณะกรรมการจะมี การเปลี่ยนแปลงอะไร เขาจะสื่อสารว่ามติ เงื่อนไข หลักเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นอย่างไร ซึ่งเป็น เรื่องที่มีประโยชน์ทั้งนั้น รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๙ คน ก็ครอบคลุมทุกด้าน เราต้องอาศัย ประสบการณ์ของท่านเหล่านั้นมาช่วยกัน ๓๑ คน ในพระราชบัญญัติ แต่คำสั่ง คสช. เหลือแค่ ๑๓ คน ในขณะที่ท่านให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ ๑-๒ คน มาเป็นกรรมการด้วย แล้วไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพ คสช. ในช่องที่ ๓ แล้วก็มีรัฐมนตรีและมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ ถ้าอย่างนี้แล้วการถ่วงดุลอำนาจเป็นไปไม่ได้ อำนาจทางการเมืองก็สามารถที่จะไปครอบงำ และไปแทรกแซงได้ รวมทั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่ผมเล่ามา ที่ผมนำเรียนมานะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอว่าจะต้องกลับไปเป็นพระราชบัญญัติเดิมนั้น🔗
ท่านประธานครับ จากที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดจะเห็นว่าคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง ๔ คำสั่งนั้นจึงควรยกเลิกไป แล้วกลับไปใช้พระราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษาและพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา จะได้มีคณะกรรมการที่เป็นไปตามหลักการของประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล กลับคืนมา ซึ่งครูเขาเรียกร้องว่านี่จะเป็นการคืนคุรุสภาซึ่งเป็นสภาวิชาชีพของพวกเขา ให้กับพวกเขา คืนองค์คณะบุคคลที่มีการบริหารจัดการข้าราชการครู นำไปสู่การที่พวกเขา มีส่วนร่วมอันจะนำไปสู่การเป็นครูที่อยู่ในสังคมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และจะส่งผลให้ผู้เรียน มีศักยภาพ สามารถสร้างชาติบ้านเมืองให้มีความสามารถในการแข่งขันกับนานาชาติได้🔗
ท่านประธานที่เคารพ ขอเรียนว่าร่างของพรรคประชาชนที่ขอยกเลิกคำสั่ง ดังกล่าวนี้ แล้วก็กลับไปใช้พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาและพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามเดิมก่อน ก็เพราะในสังคมไทยนี้ ยังไม่ตกผลึกแทบทุกประการของการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยเฉพาะโครงสร้าง ในการบริหารจัดการก็ยังไม่ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่ที่สำคัญคือพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ ผมขออนุญาตเน้นย้ำอีกทีหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บท พรรคประชาชนและ พรรคอื่น ๆ ได้ร่างเสร็จแล้วเมื่อเกือบ ๒ ปีที่แล้ว แล้วก็เสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ผ่านการขอความคิดเห็นจากประชาชนตามมาตรา ๗๗ แล้ว แล้วก็ไปอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรให้ส่งไปที่คณะรัฐมนตรีร่วมปีกว่า ๆ แล้ว แต่ว่าไม่ได้ส่ง กลับคืนมา ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นแม่บทยังไม่ได้นำเข้ามาพิจารณาในสภาเลย นั่นคือไม่ได้ แก้ไขหรือปรับปรุงอะไรเลย เพราะฉะนั้นแล้วเรายกเลิกคำสั่งแล้วกลับไปใช้พระราชบัญญัติ ซึ่งเป็นกฎหมายลูกของกฎหมายแม่บทฉบับนั้น เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วก็กลับมาแก้ มาปรับปรุงพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องพร้อมกัน ถ้าอย่างนี้แล้วทุกส่วนทุกฝ่ายประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ซึ่งวันนี้เราบอกว่าผลของการ เรียนรู้ระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นระดับใด ระบบใดจะตกต่ำ แล้วก็จากการประเมินผลนักเรียนนานาชาติหรือโครงการ PISA นั้นก็เห็นว่าที่ผ่านมาที่สอบ ล่าสุดในปี ๒๐๒๒ ก็พบว่าคุณภาพตกต่ำที่สุดในรอบ ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นเรากลับมาตั้งหลัก กันอีกทีหนึ่งนะครับ ให้ครูเขาได้ดูแล ครูได้มีส่วนร่วมเข้ามาตามที่บัญญัติไว้ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปฉบับที่ ๒ ขอเชิญท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมยื่นร่างพระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง ๓ ฉบับเช่นเดียวกันครับ ซึ่งมีอะไรบ้าง เดี๋ยวรายละเอียดจะได้เล่าต่อ ก่อนอื่นก็ขอแจ้งข่าวว่าร่างพระราชบัญญัติลำไยเมื่อวานนี้ ยังไม่ผ่านสภานะครับ ท่าน สส. รังสรรค์ มณีรัตน์ จังหวัดลำพูน เขต ๒ ก็แจ้งว่าวันพุธหน้า จะเข้าสภา ก็แจ้งข่าวไปยังพี่น้องชาวสวนลำไยด้วยครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับนี้ ผมอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดที่ทางสมาชิกท่านก่อนหน้านี้ ได้นำเสนอรายละเอียดข้อมูลฐานเดียวกันแล้วเพื่อเป็นการประหยัดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙ เกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการสำเร็จมาแล้ว แต่ว่าทั้ง ๓ ฉบับนี้จริง ๆ แล้ว ถ้าเรานำเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้าสภาได้ทันเราก็จะสามารถ แก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ทุกฉบับได้เลย เพราะขณะนี้มีอย่างน้อย ๘ ฉบับ อย่างไรก็ตาม ทั้ง ๘ ฉบับนี้เสนอแก้ไขยกเลิกในร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่สภา อย่างไรก็ตามทั้ง ๓ ฉบับนี้ จำเป็นที่จะต้องแก้ไขโดยเร่งด่วนครับ เพราะทั้ง ๓ ร่างนี้ที่เราจะต้องแก้ไขนั้นมีดังนี้ครับ🔗
ฉบับแรก เป็นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากร ทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐🔗
ฉบับที่ ๒ ที่ขอยกเลิกก็คือร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการ มาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา🔗
ฉบับที่ ๓ ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหาร องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากร ทางการศึกษา รวมถึงคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไข เพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐🔗
ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ ฉบับนี้ก่อนหน้านั้นมีกฎหมายฉบับเหล่านี้อยู่แล้วที่มี ผลบังคับใช้ ก่อนที่จะมีการปฏิวัติเมื่อปี ๒๕๕๗ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอแก้ไขอยู่ ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ คือพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๗ บังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗ ซึ่งผมจะขอ อนุญาตท่านประธานว่าทั้ง ๓ ฉบับนี้ผมขอเสนอร่างในคราวเดียวกันเลยนะครับ ฉบับที่ ๒ ที่เป็นกฎหมายฉบับเดิมก่อนที่จะมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น ก็คือ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๖ บังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๖ ทั้ง ๒ ฉบับนี้เกิดขึ้นเป็นกฎหมายลูกของพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒ ทั้ง ๒ ฉบับนี้เป็นกฎหมายลูกที่เกิดขึ้นตามการปฏิรูปการศึกษา ของชาติ ซึ่งนัยว่ามีครั้งเดียวที่มีการปฏิรูปอย่างมีเหตุผล และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตครู พัฒนา วิชาชีพครูสู่คุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาแห่งชาติ เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ ฉบับนี้ เมื่อเป็น กฎหมายลูกของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ แต่ถูกยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ จึงจำเป็นจะต้องมีการขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติทั้ง ๓ ฉบับ โดยมีเจตนารมณ์สำคัญก็คือ🔗
๑. ต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาชาติ ปัญหาการศึกษาชาติ ไม่ว่า การทดสอบระดับชาติ ระดับนานาชาติตอนนี้ก็ดี หรือเราอยู่ Ranking ระดับ ๗ ของ ASEAN ก็ดี เป็นสิ่งที่เราถือว่ามีปัญหามาโดยตลอด เพราะฉะนั้นการแจ้งยกเลิกคำสั่งตรงนี้จะเป็น การแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ🔗
๒. ต้องการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครู ให้ครูได้ทำหน้าที่ในการบริหาร องค์กรวิชาชีพของตนเองโดยไม่ต้องมีคนอื่นที่จะเข้ามาครอบงำ ควบคุมสั่งการ นี่เป็น หลักการของมาตรฐานวิชาชีพโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหนก็ตามก็เป็นลักษณะอย่างนี้🔗
๓. คืออยากให้เกิดระบบการมีส่วนร่วม เพราะคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาตินั้นเป็นการสั่งเบ็ดเสร็จที่รวบอำนาจไว้ศูนย์กลาง เอาอำนาจทั้งหมดนั้น ไปให้กับผู้บริหารระดับสูงที่จะบริหารวิชาชีพครูทั้งหมด ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง🔗
ประการที่ ๓ เรื่องของการมีส่วนร่วมในการบริหารของวิชาชีพของครู และบุคลากรทางการศึกษา🔗
ประการที่ ๔ เป็นการดึงหลักธรรมาภิบาลกลับคืนมา หลังจากที่เราประสบ ปัญหาตั้งแต่เรื่องของการสรรหาครู สรรหาผู้บริหารสถานศึกษา สรรหาผู้บริหารระดับ เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ว่าจะในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ว่า ในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ นี่คือผลพวง จากระบบของการแก้ไขคำสั่ง แล้วก็รวบอำนาจไว้ศูนย์กลางทั้งนั้น และที่สำคัญที่สุดก็คือ การส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษานั้นได้มีส่วนร่วมอันเป็นการส่งเสริมระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะฉะนั้นการกำหนดให้การบริหารงาน บุคคลเดิมนั้นในกฎหมายเดิมทั้งกฎหมายลูกของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่ากฎหมายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และพระราชบัญญัติสภาครู พ.ศ. ๒๕๔๖ ก็ตาม ทั้ง ๒ ฉบับนี้เจตนารมณ์ก็คือให้มีการบริหารโดยองค์คณะบุคคลในรูปคณะกรรมการแบบ ไตรภาคี ๓ ส่วนครับ โดยตำแหน่ง โดยแต่งตั้ง และการเลือกผู้แทนวิชาชีพเข้าไป นี่คือ หลักการของการบริหารโดยองค์คณะบุคคลและแบบมีส่วนร่วม แล้วมีเลขาธิการของ ส่วนราชการแต่ละส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็น ก.ค.ศ. คุรุสภา เป็นเลขานุการ ทั้งหมดนี้จะทำ หน้าที่ในการที่จะทำให้เกิดการ Check and Balance ในการทำงานทั้งหมด เพราะฉะนั้น เจตนารมณ์สำคัญที่เราได้พูดถึงนั้นเรื่องของการขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติครั้งนี้ก็เพื่อที่จะคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลและสร้างเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยบุคลากรในวิชาชีพมีส่วนร่วม สร้างระบบการมีส่วนร่วม ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ยกระดับคุณภาพชีวิตของครู เราว่าครูเป็นหนี้ ครูมีปัญหาเรื่อง คุณภาพชีวิตก็เหตุมาจากเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ที่ต้นเหตุ และที่สำคัญที่สุดคือ เรายกระดับคุณภาพผู้เรียนซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของประเทศชาติครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ หมวด ๑ มาตรา ๗ ที่ให้มีคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา เรียกว่าคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษา เรียกโดยย่อว่า ก.ค.ศ. ซึ่งองค์คณะนี้เป็นองค์คณะบริหารองค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลของ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน องค์คณะนี้ ก็เหมือนกับ ก.พ. เหมือน ก.ตร. ที่บริหารจัดการตัวเอง ดังนั้นเดิมนั้นตำแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะประกอบด้วยรัฐมนตรี ปลัด กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการโดยผู้ทรงคุณวุฒิและ ผู้แทนของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา มามีส่วนร่วมเป็นองค์คณะบุคคลอยู่ด้วย แต่พอมามีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติขึ้นมาก็ให้เพิ่มขึ้นมาโดยสัดส่วนของรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีรัฐมนตรีว่าการแล้วเอารัฐมนตรีช่วยว่าการมาอีกคนหนึ่ง เพื่ออะไร บริหารโดยใช้อำนาจรวบอำนาจไว้ส่วนกลางและใช้อำนาจสั่งการอย่างไรครับ นี่คือทำลายหลักธรรมาภิบาล แม้จะมีกรรมการโดยตำแหน่ง มีผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ขาดการมี ส่วนร่วมโดยผู้แทนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือตำแหน่งต่าง ๆ มาร่วม บริหารที่หายไป เพราะฉะนั้นต้องคืนมา คืนมาให้เขาได้บริหารจัดการตนเอง ให้กระจาย อำนาจ ให้เขาได้สรรหา ให้เขาได้พัฒนา ให้เขามีวิทยฐานะที่สูงขึ้น ให้ทำงานอย่างมีความสุข จะได้ส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของชาติให้สูงขึ้น เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นจะต้อง คืนอำนาจเหล่านี้ให้พี่น้องครูและบุคลากรการศึกษาได้มีส่วนร่วม เพราะผู้แทนวิชาชีพ ตามสายงานนั้นเขาจะรู้ว่างานเขาเป็นอะไร เขาจะต้องทำอย่างไร แต่ทำอย่างไรที่จะ เสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ หรือมีเป้าหมายร่วมกัน คือผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาชาตินั่นเอง ดังนั้นในฉบับที่ ๑ นี้ผมจึงขอยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมาตรา ๔ เสนอให้มาตราใดที่ถูกยกเลิกโดย คำสั่งหัวหน้า คสช. ให้นำมามีผลบังคับใช้ ส่วนมาตรา ๕ นั้น องค์คณะบุคคลเดิม คือ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ให้ทำหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะสรรหาใหม่ได้ ทั้งนี้ให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน นี่คือกฎหมายฉบับที่ ๑ ที่เสนอให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ครับ🔗
กฎหมายฉบับที่ ๒ ขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมาย ว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ในร่างกฎหมายนี้เดิมนั้นเป็นกฎหมาย ในพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา หมวด ๑ สภาครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ส่วนที่ ๓ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเหมือนเป็น องค์คณะที่มีหน้าที่ตัดสินในการที่จะให้ ออก พัก ใช้ เพิกถอน กำกับมาตรฐานและ จรรยาบรรณวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการเสนอแนะกรรมการคุรุสภา ทำหน้าที่แทนคณะกรรมการคุรุสภาในองค์คณะย่อย อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องของวิชาชีพครู โดยตรง เพราะฉะนั้นก็ยังขาดการมีส่วนร่วมโดยไม่มีผู้แทนของผู้ประกอบวิชาชีพที่มาจาก การสรรหาของพวกเขา การเลือกของพวกเขา แต่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด อันนี้ก็ต้องขอ ยกเลิกเช่นเดียวกันครับ🔗
เพราะฉะนั้นในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ กฎหมายเรื่องของมาตรฐานวิชาชีพนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่แตกต่างก็คือประธานเดิมนั้นรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ คุรุสภา แต่พอมาคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นประธานก็มาจากการแต่งตั้ง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและตำแหน่งอื่นอีกด้วย แต่ก็มีข้อดีอยู่นิดหนึ่ง เดี๋ยวจะว่าไม่ชม ก็คือเพิ่มสัดส่วนของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้และสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาเอกชนเข้ามาโดยตำแหน่ง อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องของวิชาชีพ เรื่องของการออกใบอนุญาตพักใช้และเพิกถอนต่าง ๆ นี้ก็เป็นหน้าที่ของ มาตรฐานวิชาชีพที่ควรจะต้องมีส่วนร่วมจากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในวิชาชีพนี้ด้วย ดังนั้นจึงขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้เป็นไปตาม กฎหมายพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาฉบับเดิม ให้สอดคล้องกับภารกิจ ให้มีส่วนร่วมตามหลักการประชาธิปไตยและมาตรฐานวิชาชีพครูซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูง🔗
ฉบับที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ในฉบับที่ ๓ นี้มีกรรมการอยู่ ๓ คณะ คือ คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และ คณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา ในองค์คณะทั้ง ๓ องค์คณะนี้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการคุรุสภามีหน้าที่ในการที่จะกำกับมาตรฐานวิชาชีพ เป็นองค์กรวิชาชีพครู จึงเรียกว่าคุรุสภา เพราะฉะนั้นในวิชาชีพนี้จึงจะต้องมีผู้แทนของพวก เขาอยู่ในองค์คณะบุคคลตรงนี้ด้วย ในส่วนของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น เป็นเรื่องของการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะให้ องค์คณะนี้ดูแลเรื่องสวัสดิการ สวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างเช่นเรื่องฌาปนกิจ ช.พ.ค. ช.พ.ส. เรื่องการแก้ไข ปัญหาหนี้สินโดยความร่วมมือของธนาคารออมสินต่าง ๆ เหล่านี้ก็ดี มีวงเงินที่ได้คืนมา มีวงเงินที่เกิดจากการเก็บไว้ของหน่วยงานกลาง ปรากฏว่าก็ยังเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ก็คือ ถูกเอาเงินนี้ไปใช้เหตุอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครูและบุคลากรการศึกษา จนมีการตามกัน เรียกร้องกัน ฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ ในคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. นั้น เดิมเรียกว่าองค์การค้าคุรุสภาที่เรา ติดหูกันก็เป็นหนี้สินมากมาย แล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ เหตุหลัก ๆ ก็เกิดจากการรวบอำนาจไว้ ส่วนกลาง อันนี้คือปัญหาใหญ่ คณะกรรมการเหล่านี้ทั้ง ๓ องค์คณะ ผมขอรวบเลยเพื่อไม่ให้ เสียเวลา ทั้ง ๓ คณะนี้มีหน้าที่ในการที่จะยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา มีหน้าที่ในการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์ เกื้อกูลและความมั่นคง ของวิชาชีพ รวมถึงการผดุงเกียรติมาตรฐานวิชาชีพครูทั้งหมด ทั้ง ๓ องค์คณะนี้อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาเดิม ซึ่งเขามีส่วนร่วมและเป็นตัวแทนอยู่ เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้ผมจึงเสนอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ และคำสั่งที่ ๑๗/๒๕๖๐ ด้วย เพื่อแก้ไของค์ประกอบในคณะกรรมการทั้ง ๓ คณะ ดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เขาได้มีความ สง่างามศักดิ์ศรีของตนเอง ให้บริหารองค์กรภายใต้สภาวิชาชีพของตนเอง ที่เรียกว่าคุรุสภา ให้มีสวัสดิการของตนเองเรียกว่าคณะกรรมการสวัสดิการส่งเสริมสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา ให้บริหารจัดการองค์การค้าของ สกสค. คุรุสภารเสียใหม่ เพราะเป็นปัญหา และมีหนี้สิน เพราะฉะนั้นเสริมสร้างและพัฒนายกย่องผดุงเกียรติครูและบุคลากรทางการ ศึกษาและการมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย ให้เป็นบุคลากรที่มีศักยภาพสูง พัฒนา คุณภาพของคนในชาติและยกระดับคุณภาพการศึกษาของชาติต่อไป ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ ฉบับนี้เรามีความเห็นตรงกันว่าอย่างไรก็ตาม การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เข้ามาบริหารประเทศชาติภายใต้อำนาจในมือ ภายใต้มาตรา ๔๔ ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ให้มี บทเฉพาะกาลว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาของชาติ ทั้งหมดนี้เสียของไป ไม่สามารถ ดำเนินการที่สัญญาไว้กับประชาคมได้ ไม่สามารถที่จะทำให้คุณภาพการศึกษาของชาติ ยกระดับขึ้นได้และเป็นปัญหา ผมไม่โทษครับ นั่นเป็นเรื่องอดีตที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่เรา เดินทางผ่านมาแล้ว วันนี้ปัญหาเหล่านั้นที่เราพานพบเราจำจะต้องแก้ไขโดยคนรุ่นใหม่ โดยองค์กรแห่งนี้ โดยสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราเห็นปัญหาแล้ว เห็นปัญหา คุณภาพของชาติ ซึ่งมันไม่เพียงแค่ว่าปัญหาครูนะครับ เพราะชาติเราขณะนี้เราเปรียบเทียบ Ranking ของการประเมินระดับชาติ ระดับนานาชาติ เราถือว่ายังมีคุณภาพที่ต่ำกว่าประเทศ และไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญ เพราะถ้า ถามว่าคุณภาพเกิดจากใคร เกิดจากครู จากการเรียนการสอน เกิดจากการบริหารจัดการ ก็ให้เขาบริหารตนเอง นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องคืนอำนาจเหล่านี้ให้ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสรุปว่าทั้ง ๓ ฉบับที่ขอแก้ไขนี้ ให้คืนไปยังกฎหมายหลักซึ่งเป็นกฎหมายลูกของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒ ฉบับ นั่นคือไปที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๔๗ และ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ จะได้แก้ปัญหาเหล่านี้ครับ ก็คือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นไม่สอดคล้องกับกฎหมายหลักทั้ง ๒ ฉบับ ที่เอ่ยถึง ครูและบุคลากรทางการศึกษาขาดขวัญกำลังใจ ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของชาติ มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์คณะบุคคลในรูปคณะกรรมการที่ขาดการมีส่วนร่วม และบุคลากรในวิชาชีพ ขาดการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ทำให้เกิดปัญหา การบริหารงานบุคคลในการสรรหาตำแหน่งต่าง ๆ และในการส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อที่สำคัญนั้นเป็นการรวบอำนาจไว้ส่วนกลาง นี่คือปัญหา เพราะฉะนั้นจึงขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อ ๑. สร้างประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล โดยคืนอำนาจการบริหารบุคคลให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล ๒. ยกระดับคุณภาพการศึกษาชาติ โดยยกระดับคุณภาพผู้เรียน คุณภาพการสอนและ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา ๓. ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยรูปแบบของตัวแทนในองค์คณะ บุคคลต่าง ๆ และประการสุดท้าย เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครูและบุคลากร ทางการศึกษา ผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องครูบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศคงดูอยู่ และผมเชื่อ ว่านี่คือความหวังของพวกเขาทุกคน วันนี้พวกเราจะทำให้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมรัฐสภา ๓๖๐ องศา เรียนรู้ ระบบงานรัฐสภากับประธานคณะกรรมาธิการ ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๘ ซึ่งจัดโดยสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทยนะครับ ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบนครับ ขอต้อนรับ ทุกท่าน ขอบคุณครับที่มาฟังการประชุมและมาเยี่ยมชมรัฐสภาในวันนี้ นั่งลงได้ครับ ต่อไป ขอเชิญคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ขออนุญาต นำเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จำนวน ๓ ฉบับ ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญอย่างยิ่งที่จะติดอาวุธทางสติปัญญาให้กับ ลูกหลานของเรา นั่นก็คือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งระบบการบริหาร การจัดการ การพัฒนา การยกระดับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คำสั่ง คสช. ที่จะขอยกเลิก ฉบับแรกครับ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ครับ🔗
หลักการ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐🔗
เหตุผล บทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสภาพการในปัจจุบันที่มีการ พัฒนานวัตกรรมใหม่เกิดขึ้น จึงต้องมีการบริหารทรัพยากรบุคคล ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา เพื่อพัฒนาองค์กรและระบบทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับบริบท ทางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและ สามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับการปัจจุบัน โดยให้นำ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๗ และ ที่แก้ไขเพิ่มเติมมาใช้บังคับ ประกอบกับมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ🔗
ฉบับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗
หลักการ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของ ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วย สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑🔗
เหตุผล ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๑/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ นั้น ซึ่งมีผลเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการต่าง ๆ มาจาก ข้าราชการมากกว่าผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา อาจขาดความเชื่อมโยงกับหน้าที่และ อำนาจที่มีผลต่อการดูแลปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ การส่งเสริมพัฒนาอาชีพ สู่ความเป็นเลิศ รวมทั้งการออกใบอนุญาต การพักใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต การประกอบวิชาชีพ ให้พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๖ นำกลับมาใช้ใหม่ ประกอบกับมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติ ให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวกระทำเป็นพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
ฉบับสุดท้าย ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการบริหาร องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ โดยมีหลักการให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ตามที่กระผมได้อ่านเป็นชื่อเรื่องไปเมื่อสักครู่นี้ ยาวไปครับ ขออนุญาตสรุปอย่างนั้นครับ🔗
เหตุผล ก็คือว่าประกาศ คสช. ดังกล่าว ได้ตัดตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษาและคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ให้มีเฉพาะข้าราชการโดยตำแหน่งเท่านั้น ทำให้ คณะกรรมการคุรุสภาก็ดี คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา คณะกรรมการบริหารองค์การค้า ขาดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ คณะกรรมการคุรุสภาจะมีสัดส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ที่สูงในหลาย ๆ ด้าน เพื่อจะช่วยให้ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนงานทางด้าน การศึกษา การพัฒนาให้ทันต่อสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับให้นำ กฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๖ กลับมาใช้ใหม่ ประกอบกับมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้การยกเลิกคำสั่ง ดังกล่าวให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมจะสรุป อย่างนี้ครับ ท่านผู้เสนอกฎหมายเช่นเดียวกับผมทั้ง ๒ ท่าน ที่เสนอไปเมื่อสักครู่นี้ได้นำเสนอ รายละเอียดปลีกย่อยทั้งหมดในกฎหมายต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ผมคงไม่ใช้เวลาของสภาแห่งนี้ ผมจะสรุปอย่างนี้ครับ ฝ่ายนิติบัญญัติเราเริ่มอยากจะให้มีการปฏิรูปทางการศึกษาอย่างแท้จริง เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติเริ่ม เราเริ่มเสนอโดยใครครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สุรวาทเริ่มด้วย ส ท่านประธานดูนะ เริ่มด้วย ส เราหวังอะไรครับ เราหวังไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะหยิบเรื่องนี้มาเป็นวาระแห่งชาติ พระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติค้างคามาเป็นเวลานานแล้วครับ รัฐบาลชุดที่จะมายุบสภานี้เอามาเริ่มต้น เอามาเป็นสารตั้งต้นในการที่จะปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง เอาเป็นวาระแห่งชาติเสีย อนุทินเริ่มด้วยตัวอะไรครับ อ เมื่อสักครู่ ส นะครับ อนุทิน อ สุดท้ายเราต้องนำไปสู่การปฏิบัติ การ Implement Action กระทรวงศึกษาธิการ เราก็หวังว่าศาสตราจารย์ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่จะมาเป็นรัฐมนตรี ว่าที่รัฐมนตรีขณะนี้ แล้วเป็นอยู่ขณะนี้ด้วย จะหยิบเรื่องนี้ เอาไปปฏิรูปอย่างแท้จริง นฤมล นำด้วย น เพราะฉะนั้น ส อ น สอน ก็คือเป็นครูนั่นเอง ทำเถอะครับ สอน สุรวาท อนุทินและนฤมล จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ก้าวหน้า และยั่งยืนต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดอ่างทอง ต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสในการเป็นผู้ใดเสนอกฎหมายที่สำคัญถึง ๒ ฉบับในวันนี้ ในเบื้องแรก ผมต้องขอบคุณท่านสมาชิกค ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แล้วก็คณะที่ได้เป็นผู้ริเริ่มในการจะนำเสนอกฎหมายเรื่องของการยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติขึ้นมา ทันทีที่เราทราบว่าจะมีการเสนอกฎหมายฉบับนี้ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ทางพรรคภูมิใจไทยในขณะนั้นเราก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่กำกับดูแล กระทรวงศึกษาธิการอยู่ ก็ได้ตระหนักถึงปัญหาแล้วก็เห็นด้วยในหลักการพร้อม ๆ กัน เหมือน ๆ กันกับเพื่อนสมาชิกในสภาหลายท่านที่ได้ลุกขึ้นเป็นผู้เสนอกฎหมายว่าคำสั่ง คสช.นั้น บางเรื่องในสถานการณ์หนึ่ง ในช่วงสภาวะหนึ่งก็มีความจำเป็น แต่เมื่อสภาพสังคม โครงสร้าง ต่าง ๆ สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงไป การยกเลิกคำสั่ง คสช. แล้วก็เสนอกฎหมายใหม่ เพื่อให้มันสอดคล้องกับสภาวะในปัจจุบันนั้นก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ทางพรรคภูมิใจไทย โดยท่านหัวหน้าอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นก็ได้มีการพูดคุยกันในพรรคว่าเราจะร่วมกัน ในการเสนอกฎหมายหลังจากที่ได้มีการยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติแล้วอย่างไร จึงเป็นที่มาที่เราได้ช่วยกันในการเขียนร่าง ยกร่างของตัวพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับนี้ และผมต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุระเบียบแล้วก็ให้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่เลยวันนี้เราพิจารณาพร้อม ๆ กัน รวมกันถึง ๑๓ ฉบับด้วยกัน ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยผมขออนุญาตไล่ไปทีละฉบับครับ🔗
ฉบับแรก คือ เรื่องของพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในหลักการของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษาของปี ๒๕๔๖ โดยยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติที่ ๗/๒๕๕๘ และยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งที่ ๑๗/๒๕๖๐ และยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๑/๒๕๖๑ ฉบับแรกนั้นเราคิดว่าจะยกเลิกคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวข้องด้วยกัน ๓ คำสั่ง และต้องบอกกับท่านประธานแบบนี้ครับ พวกเราเองได้พิจารณาร่างกฎหมายของเพื่อนสมาชิกที่เสนอเข้าสู่สภาในการยกเลิกคำสั่งของ คสช. เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันกับทางพรรคภูมิใจไทยคือเราตระหนักดีว่าการยกเลิกคำสั่ง ของ คสช. นั่นหมายความว่าเราจะต้องกลับไปใช้พระราชบัญญัติที่มีอยู่เดิม ก็คือเป็น พระราชบัญญัติที่มีตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ปัญหาของมันก็คือว่าถ้าหากว่าเรายกเลิกคำสั่ง คสช. อย่างเดียวและกลับไปใช้พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ นั้น ในทางปฏิบัติแล้วมันจะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาอีกมากมายกับทางกระทรวงศึกษาธิการและสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เราจึงได้ยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ครับ ในคณะกรรมการ คุรุสภา แต่เดิมใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๔๖ นั้นในคณะกรรมการคุรุสภาจะประกอบไปด้วย คณะทั้งหมดถึง ๓๙ ท่าน จะมีทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาโดยตำแหน่ง มีคณะกรรมการโดยตำแหน่ง มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ มากมาย ซึ่งในคณะทั้งหมดนี้ มีอยู่ด้วยกันถึง ๓๙ ท่าน ต่อมาคำสั่ง คสช. ได้มีคำสั่งที่เปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนจาก ๓๙ ท่าน ให้เหลือ ๑๒ ท่าน ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปครับ พี่น้องข้าราชการครู ได้สะท้อนปัญหาเข้ามาว่าการที่ปรับจาก ๓๙ เหลือแค่ ๑๒ มันไม่ได้มีการมีส่วนร่วม ที่เพียงพอ ไม่ได้มีตัวแทนของสัดส่วนต่าง ๆ ของคนที่ประกอบวิชาชีพครูได้เข้าไปทำหน้าที่ ในคณะกรรมการคุรุสภานี้อย่างพอเพียง พวกเราจึงคิดว่าแล้วจะเขียนและออกแบบรูปแบบ กฎหมายใหม่อย่างไร ไหน ๆ เราจะแก้กฎหมายแล้วก็อยากให้มันเป็นกฎหมายที่สามารถ ที่จะเอาไว้ใช้แล้วก็เหมาะสมกับสภาพในปัจจุบันครับ ในร่างของผมแล้วก็เพื่อนสมาชิก พรรคภูมิใจไทยจึงปรับโครงสร้างโดยอิงจากโครงสร้างเดิมจากปี ๒๕๔๖ นี่ละครับ แต่ปรับ ให้มีความกะทัดรัดมากขึ้น จาก ๓๙ ท่าน ก็ให้เหลือ ๒๔ ท่าน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพ แล้วก็สถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะมีคุรุสภาที่จะครอบคลุมไปถึงทั้งผู้ประกอบ วิชาชีพทางการศึกษา กรรมการซึ่งมาจากการแต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี แล้วก็มี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ เราต้องการที่จะเห็นการมีส่วนร่วมทางการศึกษา โดยเปิด โอกาสให้กับบุคลากรทางการศึกษาและคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะกระทบกับพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกฎหมาย แล้วก็ในการกำหนดอนาคต แล้วก็ชะตาชีวิต ของตัวเองเหมือนกัน ไม่ต่างไปจากร่างของเพื่อนสมาชิกท่านอื่นหรอกครับ ที่เราพูดกัน บอกว่าเราจะคืนอำนาจให้กับครู แต่การคืนอำนาจให้กับครูนั้นผมอยากจะย้ำกับ ท่านประธานฝากไปยังท่านสมาชิกว่าเราก็ต้องดูด้วยว่าสภาพโครงสร้างของกระทรวง ศึกษาธิการในปัจจุบันนี้มันไม่เหมือนกับเมื่อปี ๒๕๔๖ ดังนั้นถ้าหากว่าจะปรับไป ก็ควรที่จะ ปรับให้มันสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันจึงจะทำให้กระทรวงศึกษาธิการนั้นสามารถที่จะ ทำงาน แล้วก็สร้างขวัญกำลังใจ ยกระดับคุณภาพครูให้เป็นครูอาชีพ และสร้างความหวัง ให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง อันนั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกที่ผมเสนอต่อสภา ก็คือร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา🔗
ฉบับที่ ๒ ก็คือพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ในหลักการ ก็คือมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๗ โดยมีการยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ เหตุผลที่เราต้องยกเลิกคำสั่งดังกล่าวก็เป็นอย่างที่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายมาแล้ว เราอยากจะคืนอำนาจทางการบริหารบุคลากร ทางการศึกษาให้กับครูจริง ๆ ให้กับบุคลากรทางการศึกษาเขาได้มีส่วนร่วมในการบริหาร ในการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการบริหารงานบุคคลโดยให้ข้าราชการที่เป็นครูและ บุคลากรทางการศึกษานั้นได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ จึงได้เสนอแล้วก็คิดว่าจะร่าง พระราชบัญญัติหลังจากที่ได้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. แล้ว เราก็ทราบครับว่าถ้าหากว่ายกเลิกคำสั่ง คสช. แล้วมันจะต้องกลับไปใช้ พ.ร.บ. เดิม ก็คือ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ เราก็พิจารณาดูกันว่า มันน่าจะมีปัญหาในการปฏิบัติใช้ ในการนำไปใช้จริง เพราะโครงสร้างต่าง ๆ ในปี ๒๕๔๗ กับปี ๒๕๖๘ ณ ปัจจุบันนั้นมันมีความแตกต่างกันในหลายประเด็น จึงได้เสนอกฎหมายนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาเพื่ออยากจะเห็นเหมือนกันครับ นั่นก็คือคืนอำนาจทางการบริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านทางที่เขาเรียกว่าคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มันสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างของ กระทรวงศึกษาธิการ เปลี่ยนแปลงทั้งสภาพเศรษฐกิจ เปลี่ยนแปลงทั้งสภาพสังคมในปัจจุบัน จึงคิดว่าหากว่ามี พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมาน่าจะตอบโจทย์แล้วก็สามารถที่จะทำให้บุคลากร ทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการได้เข้ามามีส่วนร่วมในกฎหมายฉบับนี้มากยิ่งขึ้น ทั้ง ๒ ฉบับ ผมสรุปครับ ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้มาพิจารณากันในสภาแห่งนี้ หลังจากที่เรายกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแล้ว อยากจะให้เพื่อน สมาชิกได้พิจารณาครับว่าการยกเลิกแต่เพียงอย่างเดียวและกลับไปใช้ตัวกฎหมายเดิมนั้น ถ้าหากว่าการยกเลิกแล้วกลับไปใช้กฎหมายเดิม และกฎหมายเดิมนั้นมันไม่ตอบรับกับ โครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน การกลับไปใช้กฎหมายเดิมนอกจากไม่ได้เป็น การแก้ปัญหาแล้วอาจจะนำไปสู่การสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา พวกเราเองเห็นด้วยในหลักการ ที่อยากจะเห็นกฎหมายที่มันทันสมัย อยากจะเห็นกฎหมายทางด้านการศึกษาที่เปิดโอกาส ให้กับบุคลากรทางการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดชะตาชีวิต กำหนดคุณภาพ กำหนดอนาคตของการศึกษาไทยให้มากขึ้น จึงคิดว่าควรที่จะต้องรับหลักการในกฎหมาย ฉบับนี้ทั้ง ๒ ฉบับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสุดท้ายที่จะนำเสนอคือท่านปรีดา บุญเพลิง สำหรับท่านสมาชิกที่จะขออภิปรายขอให้ มาลงชื่อที่ข้างหน้านี้ด้วย เชิญท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม จากจังหวัดขอนแก่น ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุก ๆ ท่านได้ทราบว่าการบริหารราชการแผ่นดินทางด้านการศึกษาของประเทศนี้ เป็นอย่างไร เนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้มองเห็นความสำคัญ ด้านการศึกษา จึงได้มีการจัดตั้งกระทรวงศึกษาธิการเมื่อปี ๒๔๓๕ ใช้ชื่อว่ากระทรวงธรรมการ จนถึงวันนี้เป็นระยะเวลา ๑๓๓ ปี และต่อมาก็ได้มองเห็นความสำคัญในการประกอบวิชาชีพครู จึงได้มีการตั้งวิทยาทานสถานแล้วก็สามัคยาจารย์สมาคม และสมาคมสโมสรสถาน จนถึง ปี ๒๔๘๘ มีการตั้งคุรุสภาขึ้นมาดูแลงานการศึกษาของประเทศ โดยได้มีการอบรมครูบ้าง ประชุมครู และต่อมาก็มีการจัดการอบรมครู แล้วก็มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมาตลอดตั้งแต่ ปี ๒๔๘๘ ก็มีการแก้ไข พ.ร.บ. ครู ฉบับที่ ๒ ปี ๒๔๙๕ และแก้ไขฉบับที่ ๓ ปี ๒๕๐๙ และแก้ไข พ.ร.บ. ครู ฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๑๙ และแก้ไข พ.ร.บ. ครู ฉบับที่ ๕ ปี ๒๕๒๑ และแก้ไข พ.ร.บ. ครู ฉบับที่ ๖ ปี ๒๕๒๓ และต่อมาก็มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับปรุงมา ทั้งหมด ๖ ครั้ง แล้วก็มีพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาในปี ๒๕๔๖ แบ่งแยกหน่วยงานออกเป็น ๒ หน่วยงานด้วยกัน ก็คือสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเรียกว่าคุรุสภา แล้วก็มีสำนักงานดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพครู เรียกว่าสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา หรือที่เรียกชื่อย่อว่า สกสค. ใน ๒ หน่วยงานนี้ก็ได้ดำเนินการเรื่อยมา แล้วต่อมา ในปี ๒๕๒๓ งานบริหารบุคคลของคุรุสภาได้แยกออกมาจัดตั้งเป็นคณะกรรมการข้าราชการครู ซึ่งเรียกว่า ก.ค. ในปี ๒๕๒๓ และต่อมามีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ได้บริหารงานด้านบริหารงานบุคคล ดูแล สวัสดิภาพครู ดูแลสวัสดิการครูมาอย่างยาวนาน โดยยึดหลักการบริหารงานเป็นองค์คณะ บุคคล ใช้ระบบไตรภาคี นั่นก็คือมีคณะกรรมการโดยตำแหน่ง แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิและมี ผู้แทนข้าราชการครูซึ่งเป็นตัวแทนของครูเข้าไปบริหารงานบุคคลและบริหารในคณะกรรมการ ทั้ง ๓ คณะ เพราฉะนั้นเรียนท่านว่าการบริหารงานเป็นไปด้วยดีมาตลอด แล้ววันหนึ่ง ในปี ๒๕๕๗ ได้มีฟ้าผ่าลงมายัง ๓ หน่วยงานนี้ นั่นก็คือมีคำสั่ง คสช. ซึ่งท่านผู้มีเกียรติ ได้กล่าวไปแล้วทั้ง ๔ ท่าน ผมจะไม่เอ่ยเพราะมันจะเสียเวลา เพราะฉะนั้นคำสั่งเหล่านี้ กระทบต่อการประกอบวิชาชีพครู กระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก ซึ่งรายละเอียด มันลึกซึ้งมาก ซึ่งหน่วยงานหลายหน่วยงานไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ทางครูเองก็พยายามที่จะเรียกร้องเรื่องนี้มาตลอดก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ มาถึงวันนี้ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างเข้ามาทั้งหมด ๔ พรรค แล้วก็มีพรรคกล้าธรรม โดยพรรคกล้าธรรมผมเป็นผู้นำเสนอแล้วมีสมาชิกพรรคกล้าธรรมได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อที่จะ เสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดได้ร่วมกันพิจารณาในการที่จะดูแลงานด้านการศึกษา ของประเทศให้ได้พัฒนาก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาประเทศ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการ เสียเวลา ส่วนจากปี ๒๕๕๗ มาจนถึงปัจจุบันนี้ทั้ง ๔ ท่าน ก็ได้อภิปรายไปแล้ว ก็เป็นเนื้อหา อันเดียวกัน ขอขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปจะให้สมาชิกที่ร่วมอภิปรายที่ลงนามแล้วทั้งหมดขณะนี้มี ๙ ท่าน สำหรับผู้ที่ยังไม่ลงชื่อ แต่จะขออภิปรายขอให้มาลงชื่อด้วยนะครับ เดี๋ยวเวลา ๑๒.๔๐ นาฬิกา เราก็จะปิดการลงชื่อ ขอเชิญท่านแรก คุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ แล้วต่อไปเป็นคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ถัดมา ก็เป็นคุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ เรียก ๓ ท่าน ให้เตรียมตัว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธานมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ซึ่งท่านเทอดชาติและคณะ กับเพื่อนสมาชิกผู้เสนอ ท่านประธานครับ เพียงแค่กระผมได้ยิน คำว่า คำสั่งของ คสช. ก็รู้สึกดีไม่ได้เลยครับ ได้ยินแบบไม่ต้องพิจารณาเนื้อหาก็รู้เลยว่าคำสั่ง พวกนี้ชัดเจนในตัวของมันอยู่แล้วว่ากฎหมายฉบับนี้ คำสั่งฉบับนี้มันล้าหลัง มันเป็นคำสั่งของ พวกเผด็จการครับ คงต้องขออนุญาตครับมันไม่ได้เป็นประชาธิปไตย พระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของ คสช. ที่ ๑๖/๒๕๖๐ นี้ เรื่องการบริหารบุคคลหรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ นับถึงเวลานี้ก็ ๘ ปีกว่าแล้ว เราเลือกตั้งกันมา ๒ รอบ ทำไมบ้านเมืองเรายังไม่หลุดพ้น คำสั่งของพวกเผด็จการพวกนี้อีกเลยครับ บ้านเมือง ระบบการศึกษาของเรา ระบบบริหารบุคคลของครูและบุคลากรทางด้านการศึกษานั้น ยังต้องยึดมั่นถือมั่นติดหล่มกับคำสั่ง คสช. ที่เป็นพวกเผด็จการอีกหรือครับท่านประธาน ผมก็พูดย้ำแล้วย้ำอีกนี่ล่ะครับเพราะมันเป็นเผด็จการจริง ๆ โดยธรรมชาติคนส่วนใหญ่ ของคำสั่งและกฎหมายของพวกเผด็จการนี้คือละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้อง ประชาชน รวบอำนาจไว้ศูนย์กลาง รวบอำนาจไว้ที่ตัวเองไม่สนใจรัฐธรรมนูญ ไม่สนใจ กฎหมาย ไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมและของโลกเลย นี่คือธรรมชาติของคำสั่ง ของเผด็จการ ท่านประธานครับ คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๖/๒๕๖๐ ฉบับนี้ก็เหมือนกัน ประกาศ เมื่อปี ๒๕๖๐ ตอนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย ทั้ง ๆ ที่เหตุผลของคำสั่งนี้บอกว่าเป็นการ กำหนดกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคล ผมก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่ดีขึ้น การบริหารงานบุคคลพวกครูนี่รู้ดี ลำพังกลไกกฎหมายนี้ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางด้านการศึกษา ตามปกติเราก็สามารถขับเคลื่อนนโยบายทางด้านการศึกษา และมีความเหมาะสมดีอยู่แล้ว ที่สำคัญที่สุดระบบการบริหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ บริหารส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหน ๆ ก็ตามต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม และมี กระบวนการอันชอบธรรมเท่านั้นถึงจะมีความยุติธรรม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เมื่อปี ๒๕๔๗ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กระผมเห็นว่า เป็นบทบัญญัติทั้งหมด ๑๔๐ มาตรา ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ดีอยู่แล้ว เพราะมีการ กระจายอำนาจในการบริหารของข้าราชการครู เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ ต่าง ๆ มีความคล่องตัวในระดับผู้บริหารโรงเรียนและครูสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เฉพาะหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง ทำให้การดำเนินการรวดเร็ว ลดขั้นตอน ซ้ำซาก โดยเฉพาะไม่ต้องรอคำสั่งของคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งโดยพวกเผด็จการ อีกชั้นหนึ่งครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะมาตรา ๔๔ ที่กำหนดให้มีองค์กรกลาง บริหารบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น โดยให้ครูทั้งของหน่วยงาน ทางด้านการศึกษา ระดับสถานการศึกษาของรัฐ และระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นข้าราชการ ในสังกัดองค์กรกลางบริหารบุคคล ซึ่งยึดกระจายอำนาจทำให้อำนาจไม่กระจุกตัวอยู่ที่ ศูนย์กลางเพียงจุดเดียว เขาทำมาดี ๆ นะครับท่านประธาน นอกจากนี้พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา ปี ๒๕๔๗ ยังเป็นการส่งเสริมให้มีส่วนร่วม ในการพัฒนาตนเองและครู ให้ครูรู้สึกว่าเป็นเจ้าของงาน และช่วยพวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ขององค์กร และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์มากขึ้นและโอกาสให้ความรู้ความสามารถของตัวเอง เพื่อพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มประสบการณ์ของตนเองในการตัดสินใจในการที่จะ แก้ไขปัญหาซึ่งเป็นการส่งเสริมของตนเอง นี่มีการเปรียบเทียบแล้วท่านประธานครับ คสช. และบุคลากรทางด้านการศึกษาและปัจจุบันครับ ของปัจจุบันก็เป็นคำสั่งที่บอกว่า ที่ท่านรัฐมนตรีท่านก่อนที่ได้ดำเนินการไปมันก็น้อง ๆ คสช. พระราชบัญญัติที่น้อง ๆ เพื่อนฝูงเพื่อนสมาชิกได้เสนอไปแล้ว ผมไม่เห็นด้วย เพราะเป็นน้อง ๆ คสช. เมื่อครูได้รับมอบหมายและรับผิดชอบเรื่องใดแล้วจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และทำให้พวกเขามีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของในความสำเร็จของโรงเรียนได้ ในขณะเดียวกัน พอครูมีการพัฒนาตัวเองให้มีองค์ความรู้มากขึ้น ครูมีทักษะในการสอนที่ดีมากก็จะสามารถ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ ลูกศิษย์นักเรียนก็จะได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ เมื่อทั้งครูและนักเรียนสามารถสนองความต้องการของโรงเรียน สังคม และชุมชนได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่ย่อมจะเข้าใจในบริบทความต้องการของท้องถิ่นได้ดีที่สุด จะช่วยให้ โรงเรียน หน่วยงานการศึกษาระดับท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการบริบทและความ ต้องการของตนเองได้ดีขึ้น นี่คือประโยชน์ของการกระจายอำนาจให้แก่ข้าราชการครูและ บุคลากรทางด้านการศึกษา ดังนั้นผมขอสนับสนุนรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และยืนยันว่ากระผมจะรับหลักการพระราชบัญญัติที่เป็นการยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้งหมดของ พวกเผด็จการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษา และผมขอสนับสนุนในขั้นรับหลักการของเพื่อน สมาชิกที่ได้เสนอไปแล้ว ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเป็นส่วนหนึ่งในการอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ ท่านคุณครูปรีดาและคณะ ในนามของพรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ จากประสบการณ์ ที่ผมมีโอกาสได้สอนนักเรียนและนักศึกษาตลอดระยะเวลา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา อาชีพเรือจ้างนั้น มีผลกระทบในเรื่องทางเศรษฐกิจและสังคม โลกเปลี่ยน การศึกษาก็ต้องเปลี่ยนเพื่อรองรับ บุคลากรที่จะมาพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ทราบครับ นี่เป็น พ.ร.บ. ที่เราต้องการยกเลิก คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ผมถือว่าเป็นอดีตครับ แต่สิ่งที่พรรคกล้าธรรม และ พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษาของครูปรีดาและคณะนั้นจะทำให้เห็นว่า ปัจจุบันและอนาคตเราจะต้องรองรับหลักสูตรการเรียนการสอนและพัฒนาเยาวชนเพื่อให้มา พัฒนาประเทศอย่างไรในอนาคต อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่พรรคกล้าธรรมรวมถึงคณะ คุณครูปรีดาได้ร่างพระราชบัญญัตินี้ไว้ เรือจ้างทุกคนต้องให้ผู้โดยสารไปถึงฝั่งด้วยความ ปลอดภัยทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการคุรุสภาเราลดจำนวนลงก็ได้ ผมไม่กังวลเรื่องนี้ แต่ผมกังวลว่าผู้ทรงคุณวุฒิที่เราจะต้องนำมาอยู่ในคณะกรรมการคุรุสภาก็ดี เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ดี อาชีวศึกษาก็ดี รวมถึงเอกชน คณะผู้เชี่ยวชาญนั้น ต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านของการบริหารการศึกษา ทั้งอาชีวศึกษา และที่สำคัญเราต้องคำนึงถึง เยาวชนที่มีการศึกษาพิเศษด้วย เพราะปัจจุบันมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสิ่งแวดล้อมและสภาพ ภูมิอากาศและอาหาร เทคโนโลยีของผู้ที่จะต้องมาใช้ในการศึกษาเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ ต้องอยู่ในคณะกรรมการคุรุสภาด้วยเช่นกัน ที่สำคัญด้านกฎหมายและอีกอย่างหนึ่งที่ผมกำลัง จะบอกว่าในอนาคตครูสอนออนไลน์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ใน พ.ร.บ. ที่ทางคณะคุณครูปรีดาพยายาม ที่จะผลักดันให้สภาครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการคุ้มครอง รวมถึงเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิภาพและสวัสดิการของครู สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่คณะคุณครู และบุคลากรทางการศึกษาต้องการที่เราต้องให้ความคุ้มครอง บางพื้นที่ในเขตพื้นที่เมืองบ้านพัก อาศัยไม่มีเพราะอะไร ค่าเช่าแพง คุณครูบางคนจบมาจากอีสานต้องมาทำงานภาคตะวันออก ขณะนี้บ้านพักข้าราชการคุณครูตามพื้นที่โรงเรียนต่าง ๆ ทั้งจังหวัดใหญ่ จังหวัดเล็กมี ไม่เพียงพอ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมให้ประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่เรากำลังผลักดันส่งเสริมสิทธิและสวัสดิภาพของคุณครูในปัจจุบันและอนาคต ท่านประธานครับ พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี ๒๕๔๖ มันมีข้อดีครับ สิ่งสำคัญที่ผมชอบเลยก็คือยกระดับวิชาชีพครูและส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพให้สูงขึ้น สิ่งนี้เอง ที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ของท่านคุณครูปรีดาจะนำไปสู่การยกระดับวิชาชีพครูและจรรยาบรรณ ของคุณครูในอนาคต และที่สำคัญครับตัวชี้วัดการเรียนการสอนทุกระดับ อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา รวมถึงระดับอุดมศึกษา ตัวชี้วัดเคพีไอเป็นสิ่งสำคัญครับ ตัวชี้วัด สร้างจากอะไร คือผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการศึกษาที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ความสำคัญ เป็นอันดับต้น ๆ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ ข้อดีของ พ.ร.บ. ฉบับนี้คือการคุ้มครองสิทธิของคุณครู ทั้งประเทศ เราพยายามทำครับ เราพยายามยกระดับวิชาชีพครูให้เหมือนในอดีต สมัยก่อน เวลาไปไหนมาไหนพ่อแม่ถามให้ใครเป็นประธาน คุณครูนะครับ คิดอะไรไม่ออกก็ต้องถาม คุณครูนะครับ แต่ปัจจุบันท่านประธานอย่าลืมว่าโลกทุกวันนี้คุณครูมีชื่อ Google บ้าง มีชื่อ YouTube บ้าง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่คุณครูครับ เขาไม่ได้เคยมองแววตาครูว่าแววตา ความห่วงใย ความรักที่ครูมีต่อลูกศิษย์ที่ต้องอยู่เหมือนพ่อแม่คนที่ ๓ แววตาคุณครู เป็นอย่างไร Google ให้ไม่ได้ YouTube ก็ให้ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ พ.ร.บ. ของครูปรีดาจะทำให้ วิชาชีพครูนั้นยกระดับสูงขึ้น มีคุณธรรม และโปร่งใส ทีนี้มันก็มีข้อเสียครับ ทุกอย่างมีข้อดี ข้อเสียของ พ.ร.บ. เพราะ พ.ร.บ. ฉบับนี้ใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ สิ่งที่พรรคกล้าธรรมเราต้องทำ คืออะไรครับ การนำไปปฏิบัติใช้จริง ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังคุณครู ทั้งประเทศว่าไม่ต้องห่วงครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เมื่อเข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญ เราจะนำ พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ไปใช้ได้จริง และคุณครูทุกท่าน ทุกโรงเรียน รวมถึงบุคลากรทางการศึกษา จะมีกรอบหน้าที่ที่ชัดเจนครับ ตอนนี้เราขาดคุณครูภาษาไทยเป็นอันดับ ๑ ของประเทศ แต่เราต้องไปจ้างครูภาษาอังกฤษมาสอน ซึ่งอัตราค่าจ้างก็แพง เอาครูภาษาไทยก่อน ขาดแคลน แต่จะให้ครูภาษาไทยมาทำเจ้าหน้าที่ธุรการอีก อย่างนี้ไม่ได้ครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ เราอาจจะต้องมีเจ้าหน้าที่ธุรการโดยเฉพาะในแต่ละโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ ครูคนหนึ่งจะทำ ๓-๔ หน้าที่ ทำไม่ได้ครับ เป็นเรือจ้าง คัดท้ายด้วย วิดน้ำด้วย เรือจมครับ ผู้โดยสารไปไม่ถึงฝั่ง กฎหมาย พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษาฉบับนี้เพื่อที่จะให้ เกิดความยืดหยุ่นและนำไปใช้ได้จริงครับ กรอบหน้าที่ที่ชัดเจนนี่คือสิ่งที่ครูต้องการมาก🔗
สุดท้ายนี้ผมอยากนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังคุณครู ข้าราชการครู และคุณครูเอกชน รวมถึงคุณครูออนไลน์ด้วย รวมถึงบุคลากรทางการศึกษา มหาวิทยาลัย ทุกระดับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ของคณะคุณครูปรีดา พรรคกล้าธรรม พร้อมที่จะสนับสนุน ความต้องการของคุณครูให้เป็นเรือจ้าง ส่งผู้โดยสารถึงฝั่งเพื่อมาพัฒนาประเทศ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ หลังจากคุณร่มธรรมแล้ว ผมจะเรียกชื่อไว้ ๒ ท่านเลยจะได้เตรียมตัวนะครับ ต่อจาก คุณร่มธรรมเป็นคุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ต่อจากคุณจิตติพจน์ก็เป็นคุณขจิตร ชัยนิคม เชิญคุณร่มธรรมครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับที่เข้าพิจารณาพร้อมกันในวาระนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนา และการดูแลคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งสิ้นครับ โดยให้ความสำคัญ กับบทบาทของครูผู้ปฏิบัติงานจริงในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดนโยบาย ในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ซึ่งร่างกฎหมายทุกฉบับที่เข้าพิจารณาพร้อมกันนี้มีทั้ง เรื่องการยกเลิกคำสั่งในยุค คสช. และการแก้ไขกฎหมายเดิมเพื่อปรับปรุงสัดส่วน และองค์ประกอบของคณะกรรมการให้สะท้อนเสียงและเชื่อมโยงกับครูและบุคลากร ทางการศึกษามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยเราครับ ผมขอเรียนกับท่านประธานว่าแม้การยึดอำนาจรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ผ่านมาแล้วกว่า ๑๑ ปี และแม้เราจะมีการเลือกตั้งมาแล้วถึง ๒ ครั้ง แต่ผลพวงจากยุค ดังกล่าวยังคงส่งผลอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่มีปัญหาทั้งที่มา ขาดการเชื่อมโยงกับประชาชน และเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เรายังมี กฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมาในยุคดังกล่าวที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มาจากการแต่งตั้ง แล้วเราก็มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหลายร้อยฉบับที่ส่งผลกระทบต่อการ บริหารราชการแผ่นดิน มีการรวบอำนาจส่วนกลาง รวมศูนย์ จำกัดสิทธิ และลดการมี ส่วนร่วมของประชาชน วันนี้จึงถึงเวลาที่เราจะคืนความปกติสุขให้กับประเทศของเรา จึงเป็น ที่มาที่สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้เราได้เสนอยกเลิกคำสั่ง คสช. มาแล้วหลายฉบับ รวมถึงร่างที่ เกี่ยวกับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่พิจารณาอยู่ในวาระนี้เช่นเดียวกันครับ โดยในยุค ดังกล่าวได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อปรับองค์ประกอบของ คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำให้ขาดการสะท้อนจากผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง และได้ส่งผลต่อการพัฒนาครูและการศึกษาไทย ในวาระนี้จึงมี การนำเสนอยกเลิกคำสั่งดังกล่าวถึง ๓ ฉบับด้วยกันดังนี้ครับ ฉบับที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคล ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยร่างนี้เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือที่เรียกว่า กคศ. ซึ่งมีหน้าที่กำหนดนโยบาย บุคลากร เช่น อัตรากำลัง เงินเดือน และการพัฒนาครูต่าง ๆ โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าวได้ปรับองค์ประกอบและตัดส่วนผู้แทนครูออกไป เพราะฉะนั้นการยกเลิกคำสั่ง ดังกล่าวจะเป็นการคืนองค์ประกอบเดิม เปิดพื้นที่ให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหาร การศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นในการกำหนดทิศทางนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ซึ่งบุคคลเหล่านี้เขามีความรู้ มีความเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง อีกทั้งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ยังเป็นการคืนกลไกอนุกรรมการข้าราชการครูประจำเขตพื้นที่ในการสอบแข่งขันบรรจุ แต่งตั้งได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการสรรหาใกล้เคียงกับบริบทพื้นที่และทำให้นโยบาย ในภาพรวมแล้วมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อครูมากยิ่งขึ้นครับ ร่างที่ ๒ คือ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีบทบาทสำคัญในการออก พัก หรือเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพ จนถึงการกำกับมาตรฐานและจรรยาบรรณและส่งเสริม การพัฒนาวิชาชีพ อย่างไรก็ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าวได้ทำให้มีกรรมการที่มาจาก ข้าราชการโดยตำแหน่งมากกว่าผู้ประกอบวิชาชีพ แล้วส่วนใหญ่เป็นการแต่งตั้งโดย คณะกรรมการคุรุสภาซึ่งขาดการเชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้นการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวนี้ ก็คือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๑/๒๕๖๑ จะปรับให้กลับไปเป็นตามกฎหมายเดิมที่เป็นการเพิ่ม บทบาทผู้ประกอบวิชาชีพและคณาจารย์และเปิดวิธีได้มาที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสรรหา การเลือกกันเองหรือการเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลให้มาตรฐานและจรรยาบรรณครู มีความเข้มแข็งและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ร่างที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และ คณะกรรมการบริหารองค์การการค้า โดยที่คำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าวได้มีการทำให้ เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ โดยตัดผู้แทนของผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษาออกไป ซึ่งเปรียบเสมือนการตัดหัวใจสำคัญของระบบออกไปนั่นเอง และได้ กำหนดให้มีคณะกรรมการมาจากข้าราชการโดยตำแหน่งทั้งสิ้น ทำให้ขาดการมีส่วนร่วม ดังนั้นแล้วการยกเลิกคำสั่ง ที่ ๗/๒๕๕๘ จะทำให้คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูหรือ สกสค. มีสัดส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความ เชี่ยวชาญ และมีผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพอย่างสมดุลมากยิ่งขึ้น มีการสะท้อนเสียงของครู และผู้ปฏิบัติงานจริงมากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้วจะนำไปสู่นโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิต แล้วก็สวัสดิการ แล้วก็วิชาชีพของครูต่อไปครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ทั้ง ๓ ฉบับนี้ โดยรวมแล้วเป็นการคืนสิทธิคืนเสียงให้กับครูและผู้ประกอบวิชาชีพในการมีส่วนร่วมเข้ามา กำหนดนโยบายและมาตรการในคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกัน นอกจากนี้ร่าง พ.ร.บ. อื่น ๆ ยังมีอีก ๒ ฉบับ ที่เขาพิจารณาพร้อมกัน เป็นการเสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. เดิมเพื่อปรับปรุง คณะกรรมการต่าง ๆ ดังนี้🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการเสนอปรับปรุงโครงสร้าง องค์ประกอบ บทบาทและคุณสมบัติของคณะกรรมการ คุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ และคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพ ครูและบุคลากรทางการศึกษา🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการเสนอเพื่อแก้ไขปรับปรุงคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ในเรื่องทั้งโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ และยกระดับคณะกรรมการ ให้เป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งขึ้นไปอีก🔗
สำหรับประเด็นการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ผมคิดว่า เราสามารถไปถกเถียงกันได้ในเชิงรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ แต่ก็ขอให้พิจารณาว่า องค์ประกอบของกรรมการเหล่านี้ต้องมีความกระชับ โปร่งใส และมีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน และสอดคล้องกับยุคปัจจุบันให้ได้มากที่สุด🔗
อีกประการที่สำคัญก็คือขอให้พิจารณาว่าสัดส่วนของคณะกรรมการต่าง ๆ ควรจะมาจากผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารระดับพื้นที่🔗
นอกจากนี้การได้มาของคณะกรรมการต่าง ๆ ควรจะมีวิธีที่หลากหลาย โดยเฉพาะการสรรหาการเลือกตั้งเพื่อให้การตัดสินใจนั้นมีความครอบคลุมสะท้อนปัญหา หน้างานจริง และนำไปสู่การพัฒนาครูอย่างรอบด้านครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษาถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดต่อการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตามปัจจุบันประเทศ ของเรามีปัญหาในเรื่องการศึกษา ในด้านคุณภาพ ในด้านความเหลื่อมล้ำ แล้วก็ไม่สอดคล้อง กับยุคปัจจุบันและไม่สามารถตอบโจทย์ผู้เรียนได้เท่าที่ควร หนึ่งในกลไกที่สำคัญก็คือ การพัฒนาครู แล้วก็เปิดโอกาสเปิดพื้นที่ให้ครูเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๕ ฉบับนี้ ถือเป็นการคืนหลักการการมีส่วนร่วม ที่ยึดโยงกับครูและผู้ปฏิบัติด้านการศึกษาโดยตรง อาจจะเป็นการส่งผลดีต่อคุณภาพของ ห้องเรียน ทำให้ครูมีความเข้มแข็ง นักเรียนและการศึกษาของเราก็มีความเข้มแข็ง เช่นเดียวกัน🔗
สุดท้ายนี้ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับที่เข้าสู่การพิจารณา ในวาระนี้เพื่อการพัฒนาอาชีพครู พัฒนาระบบการศึกษาไทย แล้วก็สร้างโอกาสที่เท่าเทียม ให้แก่ผู้เรียนทั่วประเทศ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชม เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ท่านประธานครับ แม้คำสั่ง คสช. จะมีการบังคับใช้มาหลายฉบับ เป็นเวลานาน บางฉบับก็อาจจะมีประโยชน์ แต่บางฉบับก็สร้างปัญหาไม่น้อยให้กับประเทศ ของเรา ในเรื่องของการศึกษาก็เช่นเดียวกัน คำสั่งของ คสช. นั้นได้ก่อปัญหาให้กับองค์การ การศึกษาไม่น้อย ดังที่จะได้เห็นจากการบังคับใช้ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากจะมีปัญหาในเรื่อง ของการบังคับใช้แล้ว ปัญหาอีกส่วนหนึ่งที่เกิดจากคำสั่งของ คสช. ก็คือเป็นปัญหากับระบบ กฎหมายของประเทศไทย สำหรับประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยแล้ว กฎหมาย ควรจะมีการเรียงลำดับเป็นขั้นเป็นตอน จะต้องมีเริ่มต้นจากรัฐธรรมนูญ จากนั้นจึงเป็น พระราชบัญญัติ เป็นกฎกระทรวง เป็นระเบียบ เป็นประกาศต่าง ๆ ตามลำดับขั้นตอน แต่พอมีคำสั่ง คสช. หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า NCPO Order หรือ National Council for Peace and Order ขึ้นมา มันก็เลยทำให้เกิดปัญหาในการตีความกฎหมาย เพราะว่าเวลาไปตีความกันเราก็บอกว่าคำสั่งของคณะปฏิวัติเป็นรัฏฐาธิปัตย์สามารถ บังคับใช้ได้ มีฐานะเทียบเท่ากับพระราชบัญญัตินะครับ ซึ่งถ้าหากว่าเราบังคับใช้เฉพาะ ในประเทศไทยมันก็พอฟังได้ แต่พอเราไปดูถึงในระดับสากลเวลาต่างชาติเข้ามาไม่ว่า จะมาลงทุนในประเทศไทยหรือกระทำการใด ๆ ในประเทศไทยก็ตามที เวลาที่ต่างชาติ ดูกฎหมาย หรืออารยประเทศดูกฎหมายของประเทศเราแล้วก็บอกว่าเวลาจะทำอะไรดูแค่ พระราชบัญญัติไม่พอ ต้องดูคำสั่งของหัวหน้า คสช. ดูคำสั่งของ คสช. ดูคำสั่งของคณะปฏิวัติ มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเพราะว่ามันไม่ใช่เป็นตามระบบสากลนะครับ ในช่วงเวลาสั้น ๆ คำสั่งอาจจะมีประโยชน์แต่ในระยะยาวแล้วคำสั่งต่าง ๆ เหล่านี้กลับก่อปัญหาให้เกิดขึ้นกับ ประเทศไทยอย่างมากมาย ดังนั้นจึงเป็นนิมิตหมายอันดีที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้ร่วมกัน โดยเฉพาะของพรรคเพื่อไทย ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์เทอดชาติ ชัยพงษ์ และคณะ ก็ได้เสนอเข้ามา ซึ่งเนื้อหาก็สมควรที่จะได้รับการสนับสนุน ผมก็ขออนุญาต สนับสนุนร่างของท่านอาจารย์เทอดชาติ แล้วก็ของเพื่อนสมาชิกคนอื่นที่มีการริเริ่มที่อยากจะ ยกเลิกคำสั่งของ คสช. แล้วก็ใช้กฎหมายเป็นพระราชบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายปกติในระดับ สากลที่อารยประเทศยึดถือกันทั่วไป ซึ่งจะทำให้ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยต่อสายตา ของอารยประเทศมีมากยิ่งขึ้นนะครับ ขออนุญาตสนับสนุนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณขจิตร ชัยนิคม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุดรธานี ต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่เสนอพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. เกี่ยวกับบุคลากร ทางการศึกษา แล้วก็เกี่ยวกับองค์คณะบุคคลที่อยู่ในกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมจะไม่ลงในรายละเอียด แต่ผมจะขอเวลา ๒-๓ นาที พูดถึงเบื้องหลังว่า ในกระทรวงศึกษาธิการเขามีการบริหารแบบคณะกรรมการ เป็นแท่ง เป็นแท่ง เป็นแท่ง เขาทำมากัน ๔๐ ปีแล้ว พอดีคณะ คสช. มายึดอำนาจ เนื่องจากว่ามันเป็นองค์กรที่เป็น ประชาธิปไตย คสช. จึงใช้คำสั่งของตัวเองนั้นไปลบล้างคณะกรรมการทุกคณะ ในกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการข้าราชการครู บริหารเรื่องครูและบุคลากรทางการ ศึกษา คณะกรรมการวิชาชีพครูทำเรื่องจรรยาบรรณของครู หรือเดิมเรียกว่าคุรุสภา คุรุสภา แยกออกมาเป็นคณะกรรมการที่จัดสวัสดิการและสวัสดิภาพของครู เรียกว่าคณะกรรมการ สกสค. ทุกคณะใน ๓ คณะนี้ในระดับชาติ เดิมมันมีองค์ประกอบซึ่งครูเขาต่อสู้ในยุคที่ผม ต่อมาจนกระทั่ง ๔๐-๕๐ ปีแล้ว มันพัฒนามาเป็นกฎหมายที่มีระบบไตรภาคี มีข้าราชการ ประจำ ผู้หลักผู้ใหญ่ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงก็ว่ากันไป แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งร่างที่ท่านเสนอไปนี่มีผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ จำนวนหนึ่ง เสร็จแล้วจะมีผู้แทนข้าราชการครูทุกระดับ ไม่ว่าผู้แทนข้าราชการครูสายผู้สอน ข้าราชการ ครูสายผู้บริหาร บริหารทั้งบริหารโรงเรียนและบริหารเรื่องการศึกษา ไม่ว่าเป็นข้าราชการครู ในระดับเป็นศึกษานิเทศก์เป็นอะไร บุคลากรทางการศึกษาก็ตาม มันจะมีระบบที่มีตัวแทนครู พอ คสช. เข้ามายึดอำนาจ คำสั่งแรกก็ยึดคุรุสภาก่อน ละลาย คณะกรรมการสวัสดิการก่อน แล้วไปตั้งตัวแทนที่เป็นของตัวเองเข้าไป เสร็จแล้วก็ใช้เงิน ของครู โดยเฉพาะ สกสค. ในช่วงที่ คสช. มีคำสั่งไป ทำให้เงินครูหายไปจาก สกสค. ใช้อำนาจ ใช้เงิน ๓,๐๐๐ พันล้านบาท ไปช่วยองค์การคุรุสภา ไปยืมกันไม่รู้ใช้กันหรือยัง แล้วก็ใช้เงิน ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวนี้หายไปหมดแล้ว จะต้องตามล่ากันต่อไป คณะกรรมการ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอวันนี้ผมต้องขอขอบคุณ แล้วในวันนี้ถ้าท่านไปฟังตัวแทน กระทรวงศึกษาธิการเขาก็ยังรักษาอำนาจของเผด็จการไว้ เพราะมันเป็นประโยชน์กับเขา มันไม่ได้เป็นประโยชน์กับข้าราชการครู วันนี้ถ้าถามความเห็นกระทรวงศึกษาธิการ เขาบอกว่าให้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาเสร็จก่อนถึงจะมาแก้ไข มันไม่จำเป็นหรอกครับ แก้ไขวันนี้เดี๋ยวนี้ แก้เร็วที่สุด เป็นประโยชน์แก่ครูมากที่สุด มีอย่างที่ไหนคณะกรรมการ ประกอบวิชาชีพครู ส่งเสริมวิชาชีพครู ไม่มีข้าราชการครูแม้แต่คนเดียว แล้วเดิมเขาก็มี องค์กร มีตัวแทนครูทุกระดับ ระดับชาติ ระดับจังหวัด แล้วก็มีตัวแทนครูเข้ามามีบทบาทรับรู้ ความเห็นของครู ท่านประธานที่เคารพครับ วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ต้องใช้จิตสำนึก ในการทำงาน ไม่ได้ใช้บังคับได้ เพราะฉะนั้นจะต้องมีองค์กรที่มีความสำนึกในการรักวิชาชีพครู เพราะฉะนั้นกฎหมายที่แก้ ท่านประธานผมขอกราบเรียนท่านว่าให้กรรมาธิการไปดูให้ดี ๆ บางทีมันมีร่างทรงของเผด็จการแฝงมาอยู่ด้วย ในบางฉบับยังมารักษาเจตนาของ คสช. อยู่ แล้วมาลดจำนวนผู้แทนข้าราชการครูลง ผมไม่เห็นด้วย ไม่รับหลักการที่จะมาลดทอนจำนวน ข้าราชการครูลง ให้มีจำนวนน้อยลง ๆ ไม่เอา ระบบก็ต้องเป็นระบบไตรภาคีเหมือนเดิม ฝากคณะกรรมาธิการที่ไปเขียนรายละเอียดด้วย กฎหมาย ๔-๕ ฉบับที่เสนอวันนี้ก็จะใช้ กู้อิสรภาพขององค์คณะบุคคลที่บริหารอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการ ข้าราชการครู คณะกรรมการวิชาชีพครู หรือคณะกรรมการที่เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการของครู หรือ สกสค. แก้เสร็จแล้วจะต้องอย่างน้อยกลับไปสู่สภาพเดิมที่มีองค์ประกอบคณะบุคคล ใน ๓ กลุ่ม เป็นข้าราชการประจำ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และเป็นตัวแทนข้าราชการครู และจำนวนข้าราชการครูที่จะรู้จิตใจวิญญาณของความเป็นครูนั้นจะต้องไม่น้อยกว่าเดิม ในกฎหมายการศึกษาเดิม ฉบับใดก็ตามที่เขียนบิดเบือน ลดจำนวนข้าราชการครูลงในระดับ ต่าง ๆ ผมไม่เห็นด้วยโดยเด็ดขาด ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เดี๋ยวจะเรียกเผื่อ ๓ ท่านไว้เลย จะได้เตรียมตัวครับ ท่านแรกคือ คุณปารมี ไวจงเจริญ ท่านที่ ๒ คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านที่ ๓ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง เชิญคุณปารมีครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับ ที่อาจารย์สุรวาท ทองบุ ได้นำเสนอ ก็คือ พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๖/๒๕๖๐ คำสั่ง คสช. ที่ ๑๑/๒๕๖๑ และคำสั่ง คสช. ที่ ๗/๒๕๕๘ รวมถึงคำสั่ง คสช. ที่ ๑๗/๒๕๖๐ นะคะ ท่านประธาน พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับนี้จะยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ออกมาในยุคเผด็จการ ไม่เหมาะกับยุคสมัย ในปัจจุบันแล้ว และการออกคำสั่ง คสช. ต่าง ๆ ทั้ง ๓-๔ ฉบับ ที่ผ่านมาก็ทำให้เกิดความ เคลือบแคลงน่าสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งตั้งคณะกรรมการหรือบอร์ดต่าง ๆ ในกรรมการ ๔ ชุดสำคัญ คือบอร์ดคุรุสภา หรือคณะกรรมการคุรุสภา บอร์ดมาตรฐาน วิชาชีพคุรุสภา รวมถึงบอร์ด ก.ค.ศ. และบอร์ดของ สกสค. ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ในยุคที่ คสช. ออกคำสั่งเหล่านี้มาล้วนเอาคนของตัวเองเข้าไป ดำรงตำแหน่ง แล้วก็ไม่ให้ครูเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ในขณะที่ ประเทศไทยเรามีความมุ่งหวังให้ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง แต่บรรดาคณะกรรมการต่าง ๆ บอร์ดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับวิชาชีพครูกลับไม่มีที่นั่งให้ครูเข้าไปเป็นสมาชิก เข้าไปเป็นกรรมการ เทียบกับบอร์ดวิชาชีพอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทยสภา หรือสภาทนายความ เขาล้วนจะต้อง ให้บุคลากรในสายวิชาชีพของเขาเข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการในสัดส่วนที่เยอะมาก อย่างแพทยสภาก็ให้สมาชิกแพทยสภาซึ่งก็คือแพทย์ไปเป็นบอร์ดถึงครึ่งหนึ่ง ๓๕ ที่นั่งใน ๗๐ หรือถ้าเป็นบอร์ดของสภาทนายความก็ให้สมาชิกสภาทนายความซึ่งก็คือทนายความเข้าไป เป็นบอร์ดร่วมบริหารถึง ๒๓ คน ใน ๒๖ คน แต่มาดูวิชาชีพครูกลับไม่ให้ครูมีส่วนร่วม นี่เป็นเรื่องตลกร้ายที่ คสช. ได้ทิ้งวางไว้ จึงเห็นควรที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน และนอกจากการ ไม่ให้ครูเข้าไปมีส่วนร่วมซึ่งผิดหลักการมาก ๆ ยังมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความ เคลือบแคลงที่น่าสงสัยหลายประการ อย่างเช่นที่ท่านขจิตร ชัยนิคม ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้อภิปรายไปเมื่อครู่นี้ ดิฉันเห็นด้วยเลยว่าอย่างกรณีของบอร์ด สกสค. หรือบอร์ด คณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา พอ คสช. ตั้งคน ของตัวเองเข้าไป มีการนำเงินของ สกสค. ซึ่งเป็นดอกผล หยาดเหงื่อแรงงานของครู นำเงิน เหล่านั้นไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แล้วก็ไม่น่าจะโปร่งใส เพราะฉะนั้นจึงประกอบด้วยทุกเหตุผล เลยค่ะท่านประธานที่มันถึงเวลาแล้วที่สภาของเราจะต้องร่วมกันอภิปรายยกเลิกทุกคำสั่ง ของ คสช. ที่เกี่ยวกับครู แล้วกลับมาใช้กฎหมายที่ตราโดยสภาของเรา ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญ แล้วก็นำร่างของทุก ๆ พรรคการเมืองที่เสนอเข้ามาพิจารณาร่วมกัน แต่ในสัดส่วน ของทุกฉบับที่เข้าสภาในวันนี้ ดิฉันขอสนับสนุนฉบับของท่านอาจารย์สุรวาท ทองบุ สส. พรรคประชาชนของดิฉันที่จะให้กลับไปใช้ พ.ร.บ. เก่า อย่างเช่น ถ้าเป็น พ.ร.บ. สภาครู ก็ขอให้กลับไปใช้ พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือถ้าเป็น พ.ร.บ. ของ ก.ค.ศ. หรือ พ.ร.บ. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ดิฉันก็เห็นด้วยกับ อาจารย์สุรวาทที่เราจะกลับไปใช้ฉบับปี ๒๕๔๗ เพราะว่าดิฉันมีเหตุผลรองรับที่สนับสนุน ฉบับร่างของอาจารย์สุรวาท เพราะถ้าดูเทียบเคียงของทุกฉบับที่เสนอเข้ามาในสภาในวันนี้ ฉบับที่อาจารย์สุรวาท พรรคประชาชนเสนอ ให้กลับไปใช้ พ.ร.บ. ฉบับเก่า เพราะว่า พ.ร.บ. ฉบับเก่าจะเปิดโอกาสให้ครูเข้ามามีส่วนร่วมได้มากที่สุด มากกว่าของทุก ๆ ฉบับ ดิฉันขอ อนุญาตยกตัวอย่างสักเล็กน้อย อย่างเช่น พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครู ฉบับปี ๒๕๔๗ มีสัดส่วนให้ผู้แทนครูเข้ามาเป็นสมาชิก หรือเป็นบอร์ดถึง ๕ คน มากกว่า พ.ร.บ. ของ ทุก ๆ ฉบับ อันนี้ถือว่าเหมาะสมที่จะมาเป็น ก.ค.ศ. ซึ่งจะมีหน้าที่กำหนดกรอบอัตรากำลัง ของครูทั่วประเทศ หรืออย่าง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี ๒๕๔๖ ซึ่งจะว่าด้วยเกี่ยวกับองค์ประกอบ ที่มาและอำนาจหน้าที่ของกรรมการคุรุสภาและกรรมการ มาตรฐานวิชาชีพคุรุสภา ฉบับของปี ๒๕๔๖ ที่อาจารย์สุรวาทเสนอ ก็ให้ครูเข้าไปเป็นบอร์ด ได้มากกว่าทุกฉบับ อย่างบอร์ดคุรุสภาใหญ่ บอร์ดใหญ่หรือกรรมการคุรุสภา ก็ให้ผู้แทนครู เข้าไปเป็นบอร์ดได้ถึง ๑๙ คน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่าการที่เราจะธำรง รักษาศักดิ์ศรีรวมไปถึงรักษาผลประโยชน์ สวัสดิการ สวัสดิภาพต่าง ๆ ของครูและบุคลากร ทางการศึกษาต้องให้ครูเข้าไปมีส่วนร่วมให้มากที่สุด แล้วก็ต้องเปิดกว้างให้ครูตั้งแต่ระดับครู ที่ยังไม่มีวิทยฐานะเลยก็ได้ หรือถ้าเป็นไปตาม พ.ร.บ. สภาครู ฉบับปี ๒๕๔๖ จะเริ่มกำหนด ผู้จะสมัครเป็นบอร์ด โดยเฉพาะบอร์ดกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครูต้องเป็นครูชำนาญการ ขึ้นไป ในรายละเอียด In Detail ดิฉันว่าเราตกลงกันในกรรมาธิการวิสามัญได้ แต่ดิฉัน จริง ๆ เห็นด้วยกับการที่ควรจะต้องให้ครูตั้งแต่ระดับเป็นครูขึ้นมาเลยเข้าไปเป็นบอร์ดต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อกำหนดมาตรฐานวิชาชีพของพวกเขาเอง แล้วก็เรียกร้องเพื่อรักษามาตรฐาน รักษาสวัสดิการต่าง ๆ ให้พวกเขาเอง ดิฉันจึงสนับสนุน พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ของ อาจารย์สุรวาท ทองบุ ทุกฉบับค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนกระบี่ครับ วันนี้ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์สุรวาท ทองบุ และคณะ จากพรรคประชาชนเป็นคน เสนอยกเลิกคำสั่งทั้ง ๓ คำสั่งครับ ท่านประธานครับ ที่มาของร่างพระราชบัญญัติทุกวันนี้ กลายเป็นว่าไปเทียบเคียงเทียบเท่าคำสั่ง คสช. ที่มาจากคณะปฏิวัติ ซึ่งลงนามโดย พลเอกคนหนึ่ง กลายเป็นว่าคำสั่ง คสช. มีลักษณะเทียบเท่าพระราชบัญญัติ ซึ่งขัดหลักสากล ขัดหลักวิธีคิดโดยธรรมชาติโดยทั่วไป ถามว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมีการรับรองสถานะ คำสั่ง ก็มาจากนักกฎหมายใช่ไหม มาจากฝ่ายตุลาการใช่ไหม มาจากกลุ่มคณะบุคคลที่ฝักใฝ่ เผด็จการที่ชัดเจนใช่หรือไม่ วันนี้ผมก็ต้องมารณรงค์เรื่องนี้ด้วยเช่นกันนะครับว่าคำสั่ง คสช. ฟังแล้วเหมือนเป็นพระเอกนะครับ รักษาความสงบ แต่หลังจากปฏิวัติเป็นเผด็จการแล้วนี้ อะไรตามมาครับ มีการจับกุม มีการยัดเยียดข้อหา มีติดตาม สส. หลายคนวุ่นวายไปหมด เรื่องแบบนี้ต้องอภิปรายพาดพิงไปถึงว่าที่มาของคำสั่งนี้ยกโดยทหารไม่ได้ครับ ผมยังมี ความเชื่อว่าคำสั่งที่ออกมาทั้ง ๓ คำสั่งนี้มาจากข้าราชการในกระทรวงสมคบคิดกับบรรดา กลุ่มเผด็จการที่มาจากทหารเพื่อยึดอำนาจในกระทรวง ผมไม่เชื่อว่าทหารอย่าง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะคิดได้ที่จะยกเลิกคำสั่งของเดิม ยกเลิก พ.ร.บ. ของเดิม และใส่คนของตน ซึ่งสาระสำคัญต่าง ๆ ก็คือเรื่องของสัดส่วนการเป็นคณะกรรมการของ ข้าราชการครูในทั้ง ๓ คณะ ๔ คณะ ผมจึงมีความเชื่อว่าที่มาของคำสั่งมาจากข้าราชการ เผด็จการในกระทรวง วันนี้ต้องอภิปรายพาดถึง ผมจึงต้องมารณรงค์ว่าวิธีคิดความเป็น นักประชาธิปไตย ถ้าคนเป็นครูยังคิดไม่ได้ ผมมีตัวอย่างเทียบเคียง วันนี้ถ้ากลุ่ม สส. อย่างพวกเราไปจัดกิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน ในสถานศึกษา กลับถูกผู้บริหารครู ปิดกั้นอ้างว่าไม่เป็นกลาง ถูกต้องครับ การเป็นกลางคือให้ทุกฝ่ายเข้าไปใช้สถานที่ศึกษาเพื่อ อธิบายความเป็นประชาธิปไตย เพื่อไปสื่อสารกับกลุ่มเยาวชน กับครู่ต่าง ๆ ได้ แต่กลายเป็น ผู้บริหารครูไม่เข้าใจประชาธิปไตยต่างหาก ผมต้องมารณรงค์นี้เช่นเดียวกันครับ เรื่องของ สาระที่จะต้องไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการเราคิดว่าเราพูดจากันได้ในกรรมาธิการที่จะ แต่งตั้งขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้นสัดส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพสำคัญมากครับ ซึ่งจะต้องมี ความมากพอที่จะต้องแก้ไขปัญหา การจะมาอ้างเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านมาว่าให้สมกับสถานะ ต่าง ๆ ในปัจจุบัน อันนี้ก็เห็นด้วยครับ แต่ในความเป็นจริงในเรื่องของสัดส่วนกรรมการในวิชาชีพครูคงต้องมีสัดส่วนมากกว่า แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอธิการบดี คณบดีที่ถูกกีดกันออกไปตามคำสั่ง คสช. อัปยศจากทหาร เผด็จการต้องถูกลบออกไปครับ นี่คือกฎหมายที่ปิดปากครูจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติที่น่าอับอายซึ่งขัดหลักการประชาธิปไตย เขามาจากคณะปฏิวัติ เพราะฉะนั้น ผมก็ต้องบอกว่าคณะปฏิวัตินี้ยัดข้อหาจับคนขังคุกมากมาย เราไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้น ข้าราชการต้องมีความเข้มแข็ง ฝ่ายตุลาการ นักกฎหมาย ต้องยืนหยัดครับ โดยเฉพาะ รัฐสภาหรือแม้กระทั่งสถาบันพระปกเกล้าในอนาคตที่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ต้องไป ส่งเสริมความรู้ในทุก ๆ สถานการณ์ ในทุก ๆ โอกาส🔗
สุดท้ายครับ ผมต้องสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้เพื่อแก้ไขเพื่อให้เห็นว่า ประเทศนี้คำสั่ง คสช. ซึ่งมีที่มาไม่ถูกต้อง มีที่มาจากกลุ่มคณะปฏิวัติถือปืนมายึดอำนาจ ผิดหลักการประชาธิปไตย เราต้องล้มล้าง เพราะครูของเราเป็น Coach เป็นผู้อำนวยการ แห่งการเรียนรู้ เป็นผู้กระตุ้น สร้างสภาวะแรงบันดาลใจให้นักเรียน ผมไม่ต้องบอกว่า ครูสำคัญอย่างไรครับ เราเติบโตมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะครู ตั้งแต่พ่อแม่ ตั้งแต่ครูบาอาจารย์ ในโรงเรียน เราให้ความสำคัญแน่นอนครับ สุดท้ายครับ ความสุขของครูคือความสุขของ นักเรียนที่จะให้การศึกษาไทยเจริญรุดหน้าเทียบเคียงให้ประเทศอื่นมาดูงานประเทศเราบ้าง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะกรรมการสภานักเรียนและครูผู้ควบคุมโรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบนขณะนี้ ขอต้อนรับแล้วก็ ขอขอบคุณที่มาเยี่ยมชมสภาและมาฟังการประชุมของสภาในวันนี้ครับ เชิญนั่งครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒. ร่างพระบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครู และบุคลากรการศึกษา ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พ.ศ. .... และ ๓. ร่างพระบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพ ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่เสนอโดยท่าน สส. เทอดชาติ ชัยพงษ์ กับคณะเป็นผู้เสนอ รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการเดียวกันก็คือยกเลิกคำสั่ง คสช. และให้กลับไปใช้ กฎหมายเดิมของท่านสุรวาท ทองบุ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ เนื่องจากว่ามีหลักการเนื้อหาไปทำนองเดียวกัน และจะขออภิปรายไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน กับร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีท่านสมาชิกเพิ่งเสนอกันเข้ามาไม่นานนี้ รวม ๓ ฉบับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการยกเลิกคำสั่ง คสช. มา ๒ คณะ คณะแรกยกเลิกคำสั่ง คสช. ไป ๑ ฉบับ คณะที่ ๒ ยกเลิกไปถึง ๕๐ กว่าฉบับ ในระหว่างที่พิจารณานั้นมีประเด็นให้พิจารณาว่าจะยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เรากำลัง พิจารณากันในวันนี้หรือไม่ ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการที่ผมเป็นประธานตัดสินใจพิจารณา ยกเลิกคำสั่งเหล่านี้ก็ทำได้ แต่ไม่ได้ทำเนื่องจากได้รับคำชี้แจงว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ และมีพรรคการเมืองกำลังเตรียมที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ. ที่มีการแก้ปัญหานี้ เราก็ไม่ต้องการให้ เกิดการซ้ำซ้อนกัน ไม่ให้เกิดการลักลั่นกันก็เลยไม่ได้แก้คำสั่งเหล่านี้ ทั้ง ๆ ที่ถ้าแก้ก็แก้ ไปแล้ว อันนี้ก็เลยทำให้เสียเวลามา ที่มาเป็นอย่างนี้เพราะว่าต้องมาเสนอร่างพระราชบัญญัติ เหล่านี้กันก็เป็นเพราะว่าไม่ได้มีการออกกฎหมายอย่างเป็นระบบเพื่อมาดูแลเรื่องนี้ ก็เลย ทำได้แค่ว่ายกเลิกคำสั่งแล้วกลับไปที่กฎหมายเดิม ท่านสมาชิกได้อภิปรายกันไปค่อนข้าง ชัดเจนตรงกันหมดหรือเกือบทั้งหมดว่าคำสั่ง คสช. ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในร่างพระบัญญัติ หลัก ๆ เป็น ๓ แบบ หรือเป็น ๓ เรื่อง มีปัญหาอย่างไร การที่ คสช. ออกคำสั่งมาแล้วมีผลไป ปลดบอร์ด สกสค. และคุรุสภา ตั้งข้าราชการประจำมาเป็นเลขาธิการ ตั้งรัฐมนตรีเป็น ประธาน ผิดฝาผิดตัวอย่างไรเกิดการไปใช้จ่ายใช้งบประมาณกันในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือทำให้เกิดความเสียหายอย่างไร ก็อภิปรายกันไปชัดเจน คำสั่งที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก็เป็นปัญหา ขาดความ เชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก.ค.ศ. ไม่ มีประสิทธิภาพ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน คำสั่งที่ ๑๑/๒๕๖๑ ก็มีปัญหาเรื่อง ขาดความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบวิชาชีพ ขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ไม่มีอิสระ ในการปฏิบัติหน้าที่ หลายท่านได้พูดไปชัดเจนถึงความเสียหายที่ออกคำสั่งกันด้วยความคิด แบบอำนาจนิยม เข้ามากระทบต่อวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาและองค์กรของครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นผมก็สนับสนุน เต็มที่ที่จะให้ยกเลิกคำสั่งเหล่านี้ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น เสียดายว่าไม่ได้มีการออกเป็น กฎหมายเพื่อที่จะไปแก้กฎหมายเดิมให้มีความสมบูรณ์สอดคล้องกับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษามากยิ่งขึ้น แต่ก็จำเป็นเพราะว่าทำได้แค่นี้ แต่ว่าก็เกิดมี ร่างเข้ามาใหม่ซึ่งเพิ่งเสนอกันเดือนสิงหาคม เดือนกันยายนนี้ บางฉบับเพิ่งเดือนกันยายนนี้ ร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมดูแล้วพบว่าร่าง ทั้ง ๒ เรื่องนี้รวมแล้วก็เป็น ๓ ฉบับ มีปัญหาว่าทำกันมาอย่างรีบ ๆ แล้วถ้าไปดูเนื้อหาจริง ๆ มีปัญหามากว่ายังคงคล้าย ๆ กับเอาคำสั่ง คสช. มาทำให้เป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งเชื่อว่า ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้คนในระบบวงการการศึกษาทั้งประเทศอ่านแล้ว จะตกใจ ดูแล้วจะตกใจ ถ้าพวกผมรับหลักการร่างพระราชบัญญัตินี้ก็ยากมากที่จะไปอธิบาย กับครูและบุคลากรทางการศึกษาและวงการศึกษา ดังนั้นเราจึงไม่เห็นด้วยว่าจะให้ทำกันมารีบ ๆ และมีเนื้อหาค่อนข้างไปในทางอำนาจนิยม ไปในทางที่ไปจำกัดบทบาทของครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งดึงอำนาจไว้ที่รัฐมนตรี กันแบบนี้ ดังนั้นเราจึงไม่อาจเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... บางท่านอาจจะรู้สึกว่ามันก็เสียดายโอกาสที่จะไปแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติเหล่านี้ให้ดีให้สมบูรณ์ แต่เนื่องจากว่าเนื้อหาที่ทำมานั้นมีเนื้อหาที่เป็นไป ไม่ได้เลยที่คนในวงการการศึกษาครูและบุคลากรทางการศึกษาจะรับได้ เราจึงไม่อาจรับร่าง พระราชบัญญัติที่ทำมากกว่าการยกเลิกคำสั่ง ก็คือร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังที่กล่าวไปแล้ว แล้วก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ที่ท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ท่านสุรวาท ทองบุ และท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ซึ่งเป็น หลักการเดียวกันมีเนื้อหาไปในทำนองเดียวกัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ผู้อภิปราย หมดแล้วนะครับ ตามข้อบังคับ เมื่อผู้อภิปรายหมดแล้วผู้เสนอมีสิทธิจะสรุปได้ ๑ ครั้ง ขณะนี้ ผู้เสนอ พ.ร.บ. ทั้งหมดมีผู้ขอใช้สิทธิสรุปอภิปราย ๑ ท่าน คือท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ จากการนำเสนอสาระของการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติทั้ง ๓ ฉบับ จากผู้อภิปรายก็ดีเราจะเห็นว่าต่างก็มีความเห็นตรงกัน นั่นก็คือการที่ กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนั้นล่วงเลยผ่านกาลเวลามานานแล้ว ผ่านช่วงเวลาที่ต้องเร่งรีบอย่างนั้น มาแล้ว วันนี้จึงเป็นการคืนสถานะเข้าสู่ภาวะปกติ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการยกเลิก คำสั่งดังกล่าวเพื่อที่จะคืนอำนาจให้กับข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษา และการบริหาร จัดการศึกษา ให้เขามีความสง่างาม มีศักดิ์ศรีในมาตรฐานและระบบวิชาชีพ ซึ่งทั้งหมด ทั้งมวลนี้จะส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของชาติ โดยคืนองค์คณะบุคคลในรูปแบบ คณะกรรมการที่จะเข้ามาบริหารจัดการ ไม่ว่าจะการบริหารงานบุคคลหรือการบริหาร สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และการบริหารสภาวิชาชีพของครู ได้แก่คุรุสภานั้นก็ตาม เป็นการคืนกฎหมายฉบับเดิมให้เขาได้บริหารจัดการตนเอง ให้ยกระดับวิชาชีพตนเอง ซึ่งนั่นหมายถึงคุณภาพของคนไทย คุณภาพของการศึกษาของชาติ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ พี่น้องครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ชมอยู่ตรงนี้ท่านไม่ต้องกังวลใจว่าเมื่อเรายกเลิกคำสั่งแล้ว สถานะของบางกลุ่ม เช่นหน่วยงานที่เพิ่มขึ้น สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ และสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาเอกชนนั้นจะมีผู้แทนหายไปในสัดส่วนของตำแหน่ง แต่ทั้งหมดนี้ จะถูกเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลที่ยกเลิกคำสั่งแล้ว ให้ดำรงอยู่ในสถานะของการเป็นองค์คณะ บุคคลในการบริหารจัดการให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีองค์คณะชุดใหม่ให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน แต่ทั้งนี้เขียนไว้ให้ในสถานะที่ไม่หายไปไม่เสียไป แต่เราต้องคืนอำนาจให้กับพี่น้องครู และบุคลากรทางการศึกษาที่เขาเป็นผู้แทนที่เข้ามามีส่วนร่วมในวิชาชีพของเขา นี่คือ หลักการสำคัญ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีสถานะเป็นกฎหมายครับ ถ้าทำลักษณะนี้ เราจำเป็นต้องยกเลิก ไม่ใช่การแก้ไข พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ใน พ.ร.บ. หลักเราต้องคืนอำนาจให้ พ.ร.บ. หลัก คืนสถานะทางกฎหมายให้ พ.ร.บ. หลัก ต้องยกเลิกคำสั่งที่มีสถานะเป็น กฎหมายไปแล้ว นั่นคือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง ๓ ฉบับ และส่วนอื่น ที่เกี่ยวข้องอีกนิดหน่อยในฉบับที่ ๗ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งสำคัญที่สุด การเสนอร่างที่ขัดต่อ ระเบียบพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนั้น ผมถือว่าไม่เป็นไปตามหลักการของกฎหมายแม่บท ซึ่งกฎหมายนี้เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ จริง ๆ แล้วทั้ง ๒ ฉบับ อย่างที่ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ได้อภิปรายไปแล้ว ท่านเองนั้นถามผมว่า เราต้องแก้ไขทั้ง ๓ กฎหมาย คสช. ๘ ฉบับหรือไม่ ผมก็กราบเรียนต่อที่ประชุมกรรมาธิการ วิสามัญในขณะนั้นว่าทั้ง ๘ ฉบับนั้นถูกเขียนไว้ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่เสนอเข้าสภาแล้ว และทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าเราจะยกเลิกทั้ง ๘ ฉบับ ก็จะไม่มี ปัญหามาจนถึงขณะนี้ แต่เมื่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตินั้นไม่สามารถจะเข้าสู่ การพิจารณาและเป็นกฎหมายได้ และพี่น้องครูและบุคลากรทางการศึกษาก็มีปัญหาในการ ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐาน หรืออาชีวศึกษา หรือองค์กรอื่น ๆ ในระบบที่ทาง ก.ค.ศ. ทาง พ.ร.บ. สภาครูนั้นได้มีกฎหมายบังคับใช้อยู่มีปัญหา จึงจำเป็นจะต้องคืนอำนาจให้กับ ทางคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำเนินการให้เบ็ดเสร็จ ทั้ง ๓ ร่างที่เสนอ เข้ามา ขออภัยนะครับ ที่เราได้คุยกันแล้วมีหลักการตรงกัน นั่นคือเราต้องการยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เราไม่ต้องไปแก้ไขพระราชบัญญัติหลักฉบับเดิม ทั้ง ๓ ฉบับ ถ้าหากมีการเสนอกฎหมายลักษณะนี้ก็ถือว่าเป็นการลดทอน ลิดรอนอำนาจของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ยังถือว่าเป็นร่างทรงกฎหมาย คำสั่ง คสช. อยู่ ซึ่งมันผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานแล้ว และยังเป็นการรวบอำนาจในส่วนกลางให้ฝ่ายบริหาร อย่างเดิม อันนี้ก็ผิดหลักการของการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น การลด สัดส่วนผู้แทนครูในจำนวนองค์คณะเดิมถือว่าเป็นสิ่งที่ลดทอนอำนาจครู เพราะฉะนั้น กฎหมายลักษณะนี้ไม่สมควรได้รับการพิจารณาจากสภาแห่งนี้ครับ พี่น้องครู บุคลากร ทางการศึกษาทั่วประเทศที่ดูอยู่ผมกราบเรียนพี่น้องว่าเจตนารมณ์สำคัญก็คือเราต้องการให้ คืนกฎหมายเดิมก่อนจนกว่าจะมีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เกิดขึ้นและจะมี กฎหมายลูกประกอบ นั่นคือสิ่งสำคัญ ทั้งหมดนี้เป็นการแก้ไขปัญหาชาติ เป็นการยกระดับ คุณภาพการศึกษาชาติ เนื่องจากว่าผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดการศึกษาต้องมีขวัญกำลังใจ ต้องมีวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับ ทำให้การยกระดับฐานะวิชาชีพสูงขึ้นและพัฒนาระบบ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ก็เพื่อครูและบุคลากร ทางการศึกษา เพื่อประโยชน์คุณภาพแก่นักเรียน ครู และที่สำคัญคือคุณภาพการศึกษาชาติ เพื่อความเจริญของประเทศ เพราะการพัฒนาคน ทรัพยากรมนุษย์คือการพัฒนาประเทศ สภาแห่งนี้ควรให้ความร่วมมือกันในการที่จะยกเลิกคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ทั้ง ๓ ฉบับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา เรื่อง บทบาทผู้นำท้องที่ในการมี ส่วนร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ จัดโดยคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลัง นั่งฟังการประชุมอยู่ชั้นบนของสภาในขณะนี้ ขอต้อนรับทุกท่านแล้วก็ขอขอบคุณที่ท่าน เดินทางมาเยี่ยมชมสภาและฟังการประชุมในวันนี้ ขอบคุณครับ กรุณานั่งลงได้ครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติที่เสนอมาในญัตตินี้ มีอยู่หลายฉบับ แล้วการลงมติก็จำเป็นต้องหาทางที่จะลงมติเพื่อตั้งกรรมาธิการได้หรือไม่ อย่างไร แต่ขณะนี้วิปกำลังปรึกษากันอยู่ยังไม่จบนะครับ เพื่อความเรียบร้อยจะได้ลงมติกัน ต่อไป ผมอยากจะให้วิปทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็ผู้เสนอกฎหมายทุกฉบับได้ไปปรึกษาหารือ ผมจะ พักการประชุมไว้ ๒๐ นาทีก่อน แล้วจะมาประชุมใหม่นะครับ ขอมาประชุมใหม่เวลา บ่ายสองโมง จะได้คุยกัน ลงมติเรื่องนี้ อภิปรายกันจบแล้ว สรุปกันจบแล้ว เหลือแต่การลงมติ จะรับหลักการฉบับไหน อย่างไร หรือรับทั้งหมดอะไรอย่างไร ถ้าคุยกันไม่จบเดี๋ยวจะมีปัญหา เสียเวลาในที่ประชุม ขอพักการประชุม ๒๐ นาทีนะครับ บ่ายสองโมงมาประชุมอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
พักการประชุมเวลา ๑๓.๔๑ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๔.๐๔ นาฬิกา🔗
หลังจาก พักการประชุมแล้ว เพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกที่เป็นผู้เสนอกฎหมาย ทั้ง ๑๓ ฉบับนั้น ได้ไปปรึกษาหารือแล้วก็มีข้อตกลงกัน ก็ได้ทราบว่าได้มีการพูดคุยกันแล้วก็หาข้อยุติแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการลงมติเพื่อรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ตามข้อหารือที่ท่านสมาชิก ได้เสนอเกี่ยวกับการลงมติและการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ หลังจากที่ตกลงกันแล้วแจ้งข้อหารือ ของแต่ละฉบับให้ที่ประชุมได้รับทราบครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง เรียนกับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ได้หารือกันทั้ง ๒ ฝ่าย ได้เห็นตรงกันว่าคงจะเสนอให้กับ ท่านประธาน แล้วก็ที่ประชุมว่าคงจะแบ่งร่างกฎหมายเป็น ๒ กลุ่มหลัก ๆ🔗
กลุ่มที่ ๑ คือร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งจะมีอยู่ทั้งหมด ๘ ฉบับด้วยกัน รวมไปถึงร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ แล้วก็คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ ก็คิดว่าเป็นเนื้อหาที่ใกล้เคียงกัน อยากจะเสนอท่านประธานว่าคงจะรวมเป็นอยู่ในกลุ่มที่ ๑ แล้วก็ลงมติครั้งแรก🔗
กลุ่มที่ ๒ จะประกอบไปด้วยร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ รวมกลุ่มที่ ๒ อีกทั้งหมด ๕ ฉบับ ซึ่งทั้ง ๕ ฉบับนี้ มีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกัน ก็อยากจะเสนอท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกว่าถ้าเป็นไปได้ก็แยก ลงมติเป็น ๒ กลุ่ม แล้วก็อยากจะเสนอท่านประธานต่อไปว่าหลังจากที่ได้มีการลงมติเรียบร้อยแล้ว การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการไปพิจารณากฎหมายทั้ง ๒ กลุ่ม เนื่องจากว่าเนื้อหา ใกล้เคียงแล้วก็ไปในทิศทางเดียวกันเป็นเรื่องเดียวกัน คิดว่าเพื่อประหยัดเวลาของสภาแล้วก็ ประหยัดการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ อยากจะเสนอว่าให้เป็นคณะกรรมาธิการ ชุดเดียวกันในการพิจารณาร่างทั้ง ๒ กลุ่ม ๑๓ ฉบับครับ🔗
ขอบคุณ ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ ตามที่ข้อหารือ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน อาจารย์เทอดชาติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย จากการหารือกันเมื่อสักครู่นี้ก็ได้ข้อสรุปที่ตรงกัน เพราะหลักการแล้วหลักการเดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน เจตนารมณ์เดียวกัน ที่เราอยากคืนร่างกฎหมายฉบับเดิมแล้วก็ให้พี่น้องครู และบุคลากรทางการศึกษานั้นได้มีอำนาจในการบริหารจัดการตนเอง และมีส่วนร่วม ในหลักการของการที่จะยกระดับวิทยฐานะและวิชาชีพของตนเองได้ นั่นคือหลักการสำคัญ จากการพูดคุยกันก็เห็นพ้องตรงกันว่าเราจะร่วมมือกันในการที่จะแก้ไขยกเลิกคำสั่ง คสช. เหล่านี้ให้เอื้อต่อการทำงานของพี่น้องครูและบุคลากรทางการศึกษา และท่านกรวีร์ขออภัย ที่เอ่ยนามไม่เสียหายครับ ท่านได้รับปากว่าในสัดส่วนที่ในร่างของท่านเข้ามาที่มีลดสัดส่วนของ ครูและบุคลากรทางการศึกษาในฐานะผู้แทนลงไป ท่านไม่ติดใจที่จะคืนร่างเดิม แต่ทั้งนี้เราคง จะคุยกันในชั้นกรรมาธิการวิสามัญต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ขอรบกวนเวลา อีกนิดเดียว ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ได้มีการหารือกัน แล้วก็มีข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกในประเด็นบางประเด็น แต่อยากจะย้ำกับเพื่อนสมาชิกว่า การพิจารณาในวันนี้เป็นการพิจารณาในเรื่องของการรับหลักการ หลังจากที่เรารับหลักการไปแล้ว ในรายละเอียดของตัวกฎหมาย ในไส้ในของกฎหมายแต่ละมาตราก็สามารถที่จะมีการพูดคุยกัน ในชั้นของกรรมาธิการได้ ซึ่งผมก็เข้าใจว่าความกังวลของเพื่อนสมาชิกอาจจะบอกว่าสัดส่วน ของบุคลากรทางการศึกษา หรือว่าสัดส่วนของคุณครูทางด้านต่าง ๆ รวมไปถึงผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องที่จะกระทบกับกฎหมายฉบับนี้ ก็อยากจะให้มีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการว่า สัดส่วนตัวเลขของคณะกรรมาธิการของบอร์ดแต่ละคณะจะเป็นจำนวนเท่าไร แล้วก็สัดส่วนของ แต่ละฝ่ายจะมีจำนวนเท่าไร ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องในรายละเอียดที่สามารถที่จะไปคุยกันในชั้นของ กรรมาธิการได้ แล้วก็อยากจะฝากถึงกรรมาธิการว่าเพื่อนสมาชิกท่านใดที่ไปเป็นกรรมาธิการ ก็อยากจะเปิดโอกาสให้กับคนที่ใช้กฎหมายนี้จริง ๆ ได้มีโอกาสได้เข้ามาเสนอความคิดเห็น แล้วก็รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่จะปฏิบัติงาน แล้วก็ใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่อความรอบคอบ ในการเขียนกฎหมายในชั้นกรรมาธิการครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านอื่นอีกไหมครับ ไม่มีนะครับ ดังนั้นตามที่ข้อหารือท่านสมาชิก โดยเฉพาะท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล พร้อมทั้งท่านอาจารย์เทอดชาติ ชัยพงษ์ ได้เสนอเกี่ยวกับการลงมติ และการตั้งกรรมาธิการวิสามัญตามข้อหารือตอนที่เราพักการประชุมนั้น มีท่านสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น ดังนั้นผมจะขอดำเนินการ ต่อไป นั่นก็คือจะเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่ง ซึ่งจะแบ่งการลงมติออกเป็น ๒ กลุ่ม ดังนี้🔗
กลุ่มที่ ๑ ประกอบด้วยร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับ ที่เสนอโดยท่านกรวีร์และคณะ แล้วก็ท่านปรีดากับคณะ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ จำนวน ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยรองศาสตราจารย์สุรวาทกับคณะ ท่านเทอดชาติกับคณะ แล้วก็ ของท่านณัฐวุฒิกับคณะ แล้วก็จะเป็นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ จำนวน ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยรองศาสตราจารย์สุรวาทกับคณะ ท่านเทอดชาติกับคณะ และ ท่านณัฐวุฒิกับคณะ🔗
กลุ่มที่ ๒ ประกอบด้วยร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับ ที่เสนอโดยท่านกรวีร์ กับคณะ และของท่านปรีดากับคณะ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ จำนวน ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยรองศาสตราจารย์สุรวาท กับคณะ ท่านเทอดชาติกับคณะ และท่านณัฐวุฒิกับคณะ🔗
เป็น ๒ กลุ่มดังนี้ถูกต้องนะครับ ดังนั้นผมก็ขอดำเนินการเพื่อที่จะมีการลงมติ ในวาระที่หนึ่ง ในกลุ่มแรกก่อน นั่นก็คือกลุ่มของร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อไปจะเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่ง ว่าจะรับหลักการ หรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติในกลุ่มที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เกี่ยวข้องนะครับ ดังนั้นก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกได้เข้ามาเพื่อเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เราจะมีการลงมตินะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านที่ เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๙๓ แสดงตนครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๑๑ แสดงตนครับ🔗
๑๑๑ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กาญจน์ ตั้งปอง เขต ๔ จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตแสดงตน พร้อมทำงานครับ🔗
หมายเลข เท่าไรครับของท่าน🔗
๐๑๖ ครับ🔗
๐๑๖ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๖๙ แสดงตนครับ🔗
๔๖๙ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๓๘ แสดงตนครับ🔗
๓๓๘ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ ระหว่างที่รอเพื่อนสมาชิกเข้ามา เนื่องจากว่าการลงมติของ พ.ร.บ. มีหลายฉบับ ก็อยากจะรบกวนท่านประธานได้กรุณาสรุป ให้กับเพื่อนสมาชิกสั้น ๆ นิดหนึ่งว่าการลงมติครั้งแรกจะลงมติฉบับใดบ้าง กราบขอบคุณครับ🔗
ได้ครับ เดี๋ยวตอนแสดงตนเสร็จแล้วตอนจะลงมติผมจะแจ้งอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
๓๖๐ แสดงตนค่ะ🔗
ท่านประธานครับ ๒๙๐ แสดงตนครับ🔗
๓๖๐ ๒๙๐🔗
ท่านประธานครับ ๔๗๖ แสดงตนครับ🔗
๔๗๖ ครับ🔗
๓๒๒ แสดงตนค่ะ🔗
๓๒๒ ครับ🔗
๑๕๓ แสดงตนค่ะ🔗
๑๕๓🔗
ท่านประธานครับ มีส่วนราชการ มาเยี่ยมเราในชั้นลอยจำนวนค่อนข้างที่จะเยอะ ผมไม่ทราบว่าเป็นหน่วยงานไหนครับ ท่านประธานให้พวกเราได้รู้จักด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา เรื่อง บทบาทผู้นำท้องถิ่นในการ มีส่วนร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๕๐ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับ แล้วก็ขอขอบคุณที่ท่านผู้นำท้องถิ่นทุกท่าน ได้เข้ามาเยี่ยมชม แล้วก็มาร่วมรับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ขอต้อนรับ ด้วยความยินดียิ่งครับ ขอบคุณมากครับ เชิญนั่งลงได้ครับ แสดงตนกันครบหรือยังครับ ผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๗๐ ท่าน แล้วก็บวกอีก ๑๐ ท่าน เป็น ๒๘๐ ท่าน🔗
ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปเป็นการลงมติรับหลักการ ซึ่งจะมีการรับหลักการอยู่เป็น ๒ กลุ่มดังนี้ ผมขออนุญาตทวนอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจว่าการลงมติ ร่างพระราชบัญญัติทั้งหมด ๑๓ ฉบับ แล้วก็มีการแบ่งกลุ่มเป็น ๒ กลุ่มด้วยกัน🔗
กลุ่มแรกที่เราจะลงมตินั้นประกอบด้วยร่างพระราชบัญญัติสภาครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับ ซึ่งเสนอโดยท่านกรวีร์กับคณะ และท่านปรีดากับคณะ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ จำนวน ๓ ฉบับ ที่เสนอโดย รองศาสตราจารย์สุรวาท บคณะ และ ท่านเทิดชาติกับคณะ และของท่านณัฐวุฒิกับคณะ แล้วก็เป็นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ จำนวน ๓ ฉบับ ที่เสนอโดย รองศาสตราจารย์สุรวาทกับคณะ ท่านเทิดชาติกับคณะ และท่านณัฐวุฒิกับคณะ อันนี้คือกลุ่มที่ ๑ ที่เราจะลงมติกันนะครับ🔗
สำหรับกลุ่มที่ ๒ ประกอบด้วยร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับ ที่เสนอโดยท่านกรวีร์กับ คณะ และท่านปรีดากับคณะ กับร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความ สงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ จำนวน ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยรองศาสตราจารย์สุรวาทกับคณะ ของท่านเทอดชาติกับคณะ และของท่านณัฐวุฒิกับคณะ นี่คือกลุ่มที่ ๒ นะครับ🔗
ต่อไปจะเป็นการลงมติในกลุ่มแรกนะครับ ในกลุ่มแรกนั้นว่าท่านจะรับ หลักการร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ รวมจำนวน ๘ ฉบับหรือไม่ ท่านสมาชิกโปรดใช้สิทธิลงคะแนนครับ ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณา กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๓๘ เห็นด้วยครับ🔗
๓๓๘ ครับ🔗
ท่านประธาน ๓๖๓ เห็นด้วยครับ🔗
๓๖๓ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๙๓ เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๓ ครับ ท่านใช้สิทธิลงคะแนนหรือยังครับ ท่านใดที่มีปัญหาเรื่องเครื่องลงคะแนน แจ้งโดยวาจา ได้นะครับ อันนี้เป็นการรับหลักการในวาระที่หนึ่ง จำนวน ๘ ฉบับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนน บางครับ ถ้าเสร็จแล้วผมขอปิดการลงคะแนน แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๕ ท่าน บวก ๓ ท่าน เป็น ๒๙๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๘ ฉบับ ในกลุ่มที่ ๑ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอบันทึกไว้ ๐๖๘ เห็นด้วยครับ🔗
บันทึกไว้ ๐๖๘ เห็นด้วยนะครับ รับหลักการร่างที่ ๑ ไปแล้ว ต่อไปจะเป็นการเสนอคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสภาครู ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบห่างชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ เราจะตั้งกรรมาธิการสามัญหรือกรรมาธิการวิสามัญครับ เชิญครับ ใครจะเป็นผู้เสนอ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ปะดิธ สังขจาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญ ๓๑ ท่าน มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่า มติในที่ประชุมให้ตั้ง กรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๓๑ ท่าน สัดส่วนของคณะกรรมาธิการจะเป็นดังนี้ครับ สัดส่วนของ กรรมาธิการทั้งหมด ๓๑ ท่าน เป็นสัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๗ คน สัดส่วนของ กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ๒๔ คน ทีนี้สัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน เชิญครับ🔗
สัดส่วนของ รัฐมนตรี ๗ ท่านนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละ พรรคการเมือง สัดส่วนจะเป็นดังนี้นะครับ จากพรรคประชาชน ๗ ท่าน จากพรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน จากพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน และพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองได้เสนอรายชื่อ กรรมาธิการตามสัดส่วนและขอผู้รับรองด้วยนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ ขอเชิญ พรรคประชาชนก่อนครับ ๗ ท่านครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้ง ที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคประชาชน ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชน ๗ คนครับ ๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒. นายปารมี ไวจงเจริญ ๓. นายธีรศักดิ์ สุวรรณนับปัญญา ๔. นายอาวุธ ทองบุ ๕. นายธนชน มุทาพร ๖. นายอาทิตย์ อาจหาญ ๗. นายธีรศักดิ์ จิระตราชู ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นของพรรคเพื่อไทย ๗ ท่านครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๒. นายเอกธนัช อินทร์รอด ๓. นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ๔. นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท ๕. นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ ๖. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และ ๗. นายวีรบูล เสมาทอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ปะดิธ สังขจาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ๑. นายโสภณ ซารัมย์ ๒. นายธฤติ ประสานสอน และ ๓. นายมาหะมะพีสกี วาแม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ ดิฉัน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการ ๒ ท่าน ๑. นางสาวกาญจนา ภวัครานนท์ ๒. รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่านครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญในส่วนของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ครูปรีดา บุญเพลิง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอเสนอชื่อกรรมาธิการใน พระราชบัญญัติฉบับนี้ ๑ ท่าน คือ นายประกอบ รัตนพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จากจังหวัดปัตตานี ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมบัติ โยธาทิพย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๓ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน ดังนี้ครับ นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ๑. นายวชิรพันธ์ นาคก้อน ๒. นางสาวนันทิพัฒน์ บุญทวี ๓. นางสาวกฤตวรรณ เกิดนาวี ๔. นายวิชชากร คงมั่น ๕. นายโกวิท คูพะเนียด ๖. นายสุรพล ทิพย์เสนา ๗. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ๘. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๙. นายปารมี ไวจงเจริญ ๑๐. นายธีระศักดิ์ สุวรรณปัญญา ๑๑. นายอาวุธ ทองบุ ๑๒. นายธนชน มุทาพร ๑๓. นายอาทิตย์ อาจหาญ ๑๔. นายธีรศักดิ์ จิระตราชู ๑๕. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๑๖. นายเอกธนัช อินทร์รอด ๑๗. นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท ๑๘. นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ๑๙. นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ ๒๐. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ๒๑. นายวีรบูล เสมาทอง ๒๒. นายโสภณ ซารัมย์ ๒๓. นายธฤติ ประสานสอน ๒๔. นายมาหะมะพีสกรี วาแม ๒๕. รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ๒๖. นางสาวกาญจนา ภวัครานนท์ ๒๗. นายปรีดา บุญเพลิง ๒๘. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๙. นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ๓๐. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และ ๓๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมบัติ โยธาทิพย์🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นการกำหนดวันเวลาแปรญัตติ แล้วก็เลือกร่างที่จะใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณา ในวาระที่สองนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคหนึ่ง กำหนดให้การพิจารณาในชั้น คณะกรรมาธิการ ให้สมาชิกเสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าภายใน ๗ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ สภารับหลักการ เว้นแต่สภาจะกำหนดระยะเวลาแปรญัตติเป็นอย่างอื่นครับ ผมจะขอถาม ท่านสมาชิกว่าท่านใดจะเสนอกำหนดการแปรญัตติเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
แปรญัตติ ภายใน ๑๕ วัน ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยจำนวน ๑ ท่าน เปลี่ยนจาก สส. โสภณ ซารัมย์ เป็น สส. สฤษดิ์ บุตรเนียร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ขอเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจ ตามที่ เสนอนะครับ เป็นอันว่ากำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน เนื่องจากการรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติมีมากกว่า ๑ ฉบับ ดังนั้นผมต้องขอเชิญท่านสมาชิกเสนอว่าจะใช้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ท่านสมาชิกจะใช้ร่างใดเป็นหลักครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอเสนอ ร่างท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านอื่นเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบใช้ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล พร้อมคณะ เป็นร่างหลักในการ พิจารณาในวาระที่สองนะครับ🔗
ต่อไปก็จะเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งนะครับ ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งออก ไปไหนนะครับ จะเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่ง เพื่อรับร่างพระราชบัญญัติว่าท่านจะรับ หลักการหรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติในกลุ่มที่ ๒ ของร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช. ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ก่อนลงมติในกลุ่มที่ ๒ นี้ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามาแล้วก็ เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
ท่านสมาชิก กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๙๓ แสดงตนครับ🔗
๔๙๓ ครับ อันนี้เป็นการรับร่างในกลุ่มที่ ๒ นะครับ ท่านสมาชิกแสดงตนครบหรือยังครับ สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้บริหาร คณะครูและคณะกรรมการสภานักเรียน จากโรงเรียนหัวหินวิทยาคม อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน ๔๐ ท่าน เข้าเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎรและ ร่วมรับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ ขอยินดีต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ แสดงตนกันครบหรือยังครับ ผมขอปิดการแสดงตน แจ้งผลครับ ผู้เข้าร่วม ประชุม ๒๖๕ บวก ๑ เป็น ๒๖๖ ท่าน🔗
ครบองค์ประชุม ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ รวมจำนวน ๕ ฉบับหรือไม่ ท่านใด เห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ลงคะแนนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๙๓ เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๓ ครับ🔗
๒๙๘ เห็นชอบค่ะ🔗
๒๙๘ ครับ🔗
๒๙๙ เห็นชอบครับ🔗
๒๙๙ ครับ มีอีกไหมครับ มีท่านใดเครื่องลงคะแนนมีปัญหาไหม ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ🔗
๑๕๐ เห็นด้วยครับ🔗
๑๕๐ บันทึก ไว้นะครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๗๖ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๗๑ บวก ๓ เป็น ๒๗๔ ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ นะครับ🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติจำนวน ๕ ฉบับ ในกลุ่มที่ ๒ นะครับ ต่อไป ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับว่าจะตั้งเป็นกรรมาธิการสามัญหรือกรรมาธิการวิสามัญ เชิญครับ ท่านสมาชิกท่านใดจะเสนอครับ ท่านแนนเชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย ค่ะ ขั้นตอนนี้จะเป็นการเสนอจำนวนตัวเลขก่อนใช่ไหมคะ แล้วเราค่อย เสนอว่าเราใช้กรรมาธิการที่ตั้งเมื่อสักครู่นี้หรือว่าอย่างไรคะท่านประธาน🔗
ขออนุญาตครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ ท่านศรัณย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ผมเสนอว่าในเมื่อเป็นกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกัน ผมเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกันในการพิจารณาไปเลยครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ขอใช้กรรมาธิการชุดเดิมชุดเดียวกัน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ ให้ใช้คณะกรรมาธิการชุดเดิมที่ตั้งไปเมื่อสักครู่นี้ในการพิจารณาในกลุ่มที่ ๒ นะครับ กำหนดการแปรญัตติครับ🔗
ท่านประธานคะ ก็เป็น ๑๕ วัน ตามข้อบังคับเลยค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ๑๕ วันนะครับ ก็ให้ท่านสมาชิกกำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน เนื่องจากมีการรับร่างพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ🔗
ท่านประธานครับนิดเดียวครับ ผม อรรถกร ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
ขออนุญาตนิดเดียว เผอิญ เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิก ท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ที่ได้เสนอ แปรญัตติ ๑๕ วัน เหมือนอีกร่างหนึ่ง แต่ผมเกรงว่าเราจะขาดกระบวนการ เราต้องรับรอง ไหมครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเข้าใจว่าเรายังไม่ได้รับรอง ถ้ารับรองให้ครบถ้วนกระบวนความ ก็จะสบายใจครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ มากครับท่านอรรถกรครับ🔗
ขออนุญาตพูดใหม่ อีกครั้งหนึ่งแล้วกันให้ครบขั้นตอนนะคะ ก็ขอเสนอระยะเวลาการแปรญัตติเป็น ๑๕ วันค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ แปรญัตติภายใน ๑๕ วันนะครับ เนื่องจากว่ามีการเสนอร่างและรับหลักการ มากกว่า ๑ ฉบับ ผมจะให้ท่านสมาชิกเสนอว่าเราจะใช้ร่างของฉบับใดในการรับหลักการ วาระที่สอง ในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อบังคับข้อ ๑๑๗ วรรคสาม เชิญท่านสมาชิกเสนอครับว่าจะใช้ ร่างใดในกลุ่มที่ ๒ เป็นหลักครับ มีไหมครับ🔗
ขออภัยค่ะท่านประธาน ขออนุญาตเสนอเป็นร่างของท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เป็นร่างหลักค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ก็ใช้ร่างของท่านกรวีร์กับคณะเป็นร่างหลักในการพิจารณาในกลุ่มที่ ๒ นะครับ ก็เป็นอันว่าจบการพิจารณาในระเบียบวาระนี้นะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่เราจะประชุมและพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระ ต่อไปนั้นผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อนำเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ จะขอตั้งซ่อมก่อนนะครับ ไม่มีท่านใดขัดข้อง ดังนั้นผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ให้ดำเนินการตามนี้นะครับ การตั้งคณะกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เนื่องจากลาออกนะครับ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ได้มีหนังสือแจ้งว่า นายอัคร ทองใจสด พรรคพลังประชารัฐ ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออกจาก ตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนั้นจึงขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรองตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคหนึ่ง และขอให้พิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกิน ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ วรรคสอง ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญแทนตำแหน่งที่ว่างคือ นายไชยามพวาน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรอง ถูกต้องครับ เป็นอันว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อได้เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน แทนตำแหน่งที่ว่างครับ ก็เสร็จสิ้นการแต่งตั้งครับ🔗
๕.๑๒ ร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. …. นายซูการ์โน มะทา กับคณะ เป็นผู้เสนอ และเนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันนี้ ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ของนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งผมเห็นว่าสามารถรวมในระเบียบ วาระการประชุมเพื่อนำมาพิจารณาพร้อมกันและลงมติในวาระที่ ๑ รวมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ ด้วยสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) โดยร่างของท่านซูการ์โน มะทา กับคณะ สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากการร่างกฎหมายแล้ว สำหรับร่างของท่านเลาฟั้ง กับคณะ เป็นร่างที่มี หลักการทำนองเดียวกัน สำนักงานจึงไม่ได้จัดทำให้มีการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง โดยให้ นำร่างรายงานของร่างที่ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นไปแล้วนำมาประกอบการพิจารณา ในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศ สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่เกิดจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางไว้ให้กับท่านสมาชิก ได้รับทราบแล้ว ขอเชิญผู้เสนอร่างได้แถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับดังนี้ เนื่องจาก ร่างพระราชบัญญัตินี้มีอยู่ ๒ ฉบับ คือของท่านซูการ์โน มะทา กับคณะ และของท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ ขอเชิญร่างแรกครับคือเชิญท่านซูการ์โน มะทา เป็นผู้เสนอร่าง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความ เสียหายและได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... ที่มีนายซูการ์โน มะทา เป็นผู้เสนอ ซึ่งผมก็ได้ร่วมลงนามอยู่ในขณะนั้น ความจริงร่างดังกล่าวนี้เป็นร่างที่ทางรัฐบาลเดิม ที่ปัจจุบันได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มประชาชนขับเคลื่อนเรื่องที่ดินและป่าไม้หรือ P-move เข้ามาเสนอไปในสมัยรัฐบาลเศรษฐา เสร็จแล้วก็ต้องการจะนิรโทษกรรมให้กับบุคคลที่อยู่ มาก่อนป่า คือเรียกว่าป่าทับคน ก็ได้มีการศึกษา มีการรับฟังความเห็น แล้วก็เสนอเข้าไปอยู่ ในคณะกรรมการต่าง ๆ พร้อมกับส่วนหนึ่งทาง สส. พรรคประชาชาติท่านซูการ์โน มะทา ก็ได้เข้าเป็นคณะด้วย ก็ได้ศึกษาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้วก็เสนอคู่ขึ้นมา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวก็มีหลักการว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมและล้าง มลทินแก่ประชาชนอันเนื่องมาจากได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการ ดำเนินการตามกฎหมายและนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน🔗
เหตุผลก็คือโดยที่มี ประชาชนได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามกฎหมายและ นโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน กรณีประกาศเขตพื้นที่ของรัฐทับที่ทำกินของประชาชน ทั้งที่ประชาชนอยู่มาก่อน ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นกลายเป็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมายไป อีกทั้งการประกาศเขตที่ดินของรัฐที่มีจำนวนเนื้อที่มากไม่สอดคล้องกับจำนวนประชากร ที่เพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินและที่อาศัย จึงได้เข้าไปอยู่ในที่ดินของรัฐ อันนำไปสู่ข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับประชาชนจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนไร้ที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ไม่มีสิทธิในที่ดินในการเข้าทำประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไม่สามารถไปประกอบอาชีพอื่นได้ตามปกติธุระ จึงเป็นการสมควรจะนิรโทษกรรมแล้วล้างมลทินให้แก่ประชาชนดังกล่าวและคืนสิทธิในที่ดิน ทำกินให้แก่ผู้สุจริตที่อยู่มาก่อนประกาศที่ดินของรัฐ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ความผิดที่เราจะนิรโทษกรรมครั้งนี้ก็จะนิรโทษกรรมให้กับบุคคล ที่อาจจะถูกกล่าวหาว่าปัจจุบันเป็นผู้บุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ทำลาย หรือกระทำด้วย ประการใด ๆ อันให้เกิดความเสียหายกับสภาพป่าหรือกฎหมาย ซึ่งมีทั้งหมด ๘ กฎหมาย🔗
กฎหมายที่ ๑ คือประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ร.บ. ป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๐๔ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๖ พ.ร.บ. ป่าสงวน พ.ศ. ๒๕๐๗ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้วก็พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อม ผู้ที่จะได้รับนิรโทษกรรมจะแบ่งออกเป็น🔗
กลุ่มที่ ๑ กลุ่มผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนที่จะประกาศที่ดิน ของรัฐไปทับ อันนี้เขาเรียกว่าป่าไปทับคนที่อยู่มาก่อน🔗
กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มที่ได้รับการครอบครอง ที่เข้าไปครอบครองและทำ ประโยชน์หลังวันประกาศที่ดินของรัฐ แต่เป็นผู้ยากไร้และมีที่จำนวนไม่เกิน ๒๕ ไร่ แต่ทั้งนี้ จะไม่รวมถึงผู้ที่ครอบครองที่ดินเกินกว่าจำนวน ๒๕ ไร่ หรือผู้ที่ครอบครองที่ดินได้ร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐในการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบและถูกดำเนินคดีเรื่องบุกรุก กลไกในการ ดำเนินการก็จะแบ่งเป็นกลไกระดับ ๑ ก็คือเราจะใช้ยุติธรรมจังหวัดหรือหน่วยงานในการ กลั่นกรอง ก็คือกลุ่มที่ ๑ กลุ่มบุคคลที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนกับบุคคลอยู่ในชั้นพนักงานอัยการ ชั้นพิจารณาคดีของศาล บุคคลที่อยู่ระหว่างคุมประพฤติ และบุคคลที่อยู่ระหว่างคุมขัง กลุ่มที่ ๒ บุคคลที่พ้นโทษแล้ว คณะกรรมการนิรโทษกรรมก็มีระดับจังหวัดมีหน้าที่ในการ ตรวจสอบบุคคลผู้ได้รับนิรโทษกรรม และส่งรายชื่อต่อศาลหรืออัยการ หรือตำรวจพื้นที่ เพื่อให้ศาลและอัยการหรือตำรวจพื้นที่จะได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ คือการ นิรโทษกรรมปลายทางจะไปที่ศาลนะครับ คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดก็จะมีหน้าที่วินิจฉัย ชี้ขาดกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการนิรโทษกรรมระดับจังหวัด และมีอำนาจขยายระยะเวลาในการดำเนินการนิรโทษกรรมระดับจังหวัดพอสมควร🔗
กรอบในการดำเนินการ ข้อ ๑ เรากำหนดช่วงเวลาในการดำเนินการนิรโทษกรรม เริ่มต้นและสิ้นสุด โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗ จนถึงพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ที่ใช้ปี ๒๔๙๗ ก็คือมีประกาศประมวลกฎหมายที่ดิน ข้อ ๒ กำหนด ระยะเวลายืดนิรโทษกรรมก็ภายใน ๑ ปี นับแต่กฎหมายนี้มีผลใช้บังคับ ข้อ ๓ กำหนดการ ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ได้รับรายชื่อจากสำนักงานศาลยุติธรรมจังหวัด🔗
ผลทางกฎหมายก็คือ (๑) ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดและให้บุคคล ผู้ได้รับการกระทำนั้นพ้นจากความผิด ทั้งความผิดในทางอาญา ทางแพ่ง และทางการ ปกครองโดยสิ้นเชิง (๒) คืนสิทธิในที่ดินทำกินให้กับผู้สุจริตในการครอบครองและทำ ประโยชน์ตามที่ประกาศว่าเป็นที่ดินของรัฐตามกลุ่มที่ ๑ คือกรณีที่ป่าไปรุกคน (๓) ก็คือ จะล้างมลทินให้แก่ผู้ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กราบเรียนผมอยากจะฉายภาพให้เห็น วันนี้ที่ดินของประเทศไทยมีจำนวน ๓๒๐ ล้านไร่ ในจำนวน ๓๒๐ ล้านไร่นั้น ในสภาพความเป็นจริง ณ ปี ๒๕๖๘ เรามีพื้นที่ป่าอยู่แค่ ๑๐๒ ไร่ เรามีพื้นที่ที่ทำการเกษตรอยู่ ๑๔๙ ล้านไร่ และพื้นที่นอกการเกษตรอยู่ ๖๘ ล้านไร่ เรามีที่ ที่เขาเรียกว่าเป็นที่ดินเอกชนหรือที่เป็นโฉนดอยู่ ๑๒๗ ล้านไร่ ซึ่งปรากฏว่าที่ดินที่เป็นโฉนด มันจะเป็นการกระจุกตัว ซึ่งเราตรวจพบว่าคนที่มีพื้นที่มากที่สุดก็ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ต่อคน เนื่องจากว่าเราได้มีกฎหมายที่ดิน มองที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ คือที่ดินเป็นสินทรัพย์ ไม่ได้เป็น ที่ดินเป็นปัจจัยการผลิต การที่ทำที่ดินเป็นสินทรัพย์คือทำให้คนมีการกักตุนที่ดินและจะมีการ กระจุกตัวขึ้น ประเด็นปัญหาก็คือว่าเรายังมีคนจำนวนมากที่ไม่มีที่ดินทำกิน และที่ดินที่เป็นที่ ของรัฐจะมีหน่วยงานที่เข้าไปดูแลถึง ๘๔ หน่วยงาน จำนวน ๑๖ กระทรวง ซึ่งเราจะเห็นว่า แต่ละหน่วยงานก็จะมีกฎหมายของตัวเอง เราจึงพบว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับที่เรียกว่าป่าทับคน กับที่คนทับป่าซึ่งสภาพปัญหาค่อนข้างรุนแรง ขณะนี้มีตัวเลขที่สำรวจชัด ๆ ก็มีประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐-๑,๓๐๐,๐๐๐ คน เราจะพบว่าการแก้ปัญหาที่เรื้อรังในกรณีป่าทับคน คนทับป่า ในแต่ละปีเราต้องใช้เงินประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาททุกปี แล้วก็ใช้มาโดยตลอด แล้วปัญหาดังกล่าวก็ไม่ได้มีการแก้ไข ซึ่งขนาดของปัญหาดังกล่าวก็จะพบว่าในจำนวน ๑ ล้านคนเศษขึ้นไปก็จะอยู่ในป่าอนุรักษ์ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าราย จะอยู่ในป่าสงวน แห่งชาติประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ราย จะอยู่ในที่ราชพัสดุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วก็รวมถึงที่ดิน ส.ป.ก. บางส่วนก็ไปทำ โดยมิชอบ ซึ่งเราก็จะมีปริมาณคดีที่เรียกว่าบุกรุกป่าอนุรักษ์ ในปัจจุบันมี ๑๓,๗๑๓ คดี แล้วก็มีคดีต่าง ๆ เกิดขึ้นมาก ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งซึ่งเราเริ่มต้นคำว่าป่า นิยามคำว่าป่า อย่างเดียว เฉพาะกรมป่าไม้ก็ยังสับสน คือตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ป่าตามมาตรา ๔ ของป่าไม้ ก็หมายถึงที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน ทุกอย่างเป็นป่าหมดถ้าไม่มีกฎหมาย ตามกฎหมายที่ดิน แต่ในขณะเดียวกันเราก็ยังมี พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ เราก็นิยามว่า ป่าเหมือนกัน ป่าก็คือที่ดินรวมตลอดจนถึงภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะและชายทะเลที่ยังไม่มีบุคคลใดได้มาตามกฎหมาย นอกจากนั้นเราก็ไปมีนโยบายป่าไม้ แห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ เพื่อจะกำหนดป่าให้เป็นตามมาตรฐานสากลหรือ EUDR ที่ทำทุกวันนี้ ก็คือป่าหมายถึงพื้นที่ปกคลุมพืชพันธุ์ที่สามารถจำแนกได้โดยมีการปกคลุมอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า ๓.๑๒๕ ไร่ต่อ ๐.๕ เอเคอร์ ซึ่งอันนี้เป็นนิยามป่าอย่างเดียวก็ไม่ชัดเจน เราจึง พบว่าป่าตามความเป็นจริงที่ปรากฏในแผนที่เราก็จะมีถึง ๑๓๗ ล้านไร่ แต่พอในแต่ละปี เราได้เอาภาพถ่ายดาวเทียม คือป่าตามกฎหมาย ภาพถ่ายดาวเทียมที่เห็นขนาด ๘ เมตรนี้ว่า ป่าจริงเป็นเท่าไร ก็มีอยู่ ๑๐๐ ไร่ ซึ่งเราจะมีประมาณ ๓๕-๓๗ ล้านไร่ที่เป็นป่าทิพย์ คือไม่ใช่ป่า แต่ก็เป็นที่สำหรับประชาชนก็เหมือนเป็นอาชญากรอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้น เราจึงถึงระยะเวลาที่เราจำเป็นแล้วครับ วันนี้ถือเป็นวิกฤติต้องเป็นโอกาส พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเป็นการคืนสิทธิคืนศักดิ์ศรีให้กับคนที่อยู่มาก่อนป่า ให้กับคนที่ไปป่าทับคน ซึ่งผมคิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินที่เรามีมายาวนาน เราจะพบว่าสมัยปู่ของปู่ เป็นเจ้าของ พอมาเป็นปู่แล้วก็จะอยู่ในที่ดินของรัฐ อาจจะเป็นป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ ที่ไปประกาศทับ พอมาเป็นพ่อก็อยู่ในป่า พอมาเป็นลูกก็เป็นอาชญากรที่อยู่ในที่ดินของรัฐ แล้วพอมาเป็นลูก หลาน เหลน ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะไปอยู่ที่ไหน ก็ต้องอยู่ในที่ดินของรัฐ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะอยู่บนความเป็นจริง ผมจึงคิดว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรมนี้ ถ้าเกิดมา เราสามารถใช้เวลาใน ๑ ปี แล้วสามารถจะทำให้ป่าเป็นป่าจริง ๆ แล้วคนที่อยู่ในป่าก็มี ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ขึ้น จึงเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ส่วนรายละเอียดนั้น ผมคิดว่าพอตั้งกรรมาธิการ ผมได้เป็นประธาน เวลาเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มา ๖๐ กว่าหน่วย จะมีความสับสน เพราะที่ดินของตัวเองพอรวม ๆ กันแล้วมากกว่าประเทศไทย บางที ๕๐๐ ล้านไร่ ประเทศไทย ๓๒๐ ล้านไร่ เพราะเรามีเขตทับกันไปทับกันมา วันนี้จึงถึงเวลา ที่จะแก้ปัญหาที่เป็นรากเหง้านะครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูอาจารย์จากสถาบัน Stenden Thailand อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวน ๒๔ ท่าน ที่เข้าเยี่ยมชมแล้วก็กำลังรับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในครั้งนี้นะครับ ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงครับ แล้วก็ขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี นำโดย ท่านนพดล ทิพยชล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน จำนวน ๘๐ คน เข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจาก การดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... ขอยินดีต้อนรับนะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญนั่งลงได้ครับ🔗
ต่อไปเป็นอีกร่างหนึ่งครับ เป็นร่างของท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ขอเชิญ เสนอหลักการและเหตุผลครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์ ขออนุญาตนำเสนอหลักการและเหตุผลของ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจาก การดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... โดยมีหลักการ และเหตุผลที่สำคัญดังต่อไปนี้🔗
ท่านประธานครับ โดยที่ มีราษฎรได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ ด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยการประกาศเขตพื้นที่ป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ รวมทั้งที่อยู่อาศัยที่ทำกินของราษฎรที่ลงไปทับที่ของราษฎร ทำให้มีคนจำนวนมากอยู่ในเขต ที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะอยู่ในที่ดินในเขตป่าไป ทำให้คนเหล่านี้กลายไปเป็นอาชญากร มีสถานะที่ฝ่าฝืนกฎหมายอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมามีการใช้กฎหมายและนโยบายต่าง ๆ ในการจับกุมดำเนินคดีคนเหล่านี้จำนวนมาก โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ มีการออกคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ อันนำไปสู่การจับกุมตรวจยึดที่ดินและดำเนินคดีแก่ ประชาชนจำนวนมาก จึงเป็นการสมควรที่จะนิรโทษกรรมและล้างมลทินให้แก่ประชาชน ดังกล่าว รวมทั้งคืนสิทธิในที่ดินให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยและทำกินโดยสุจริตก่อนการประกาศ เป็นที่ดินของรัฐ หรือผู้ที่ได้รับการผ่อนผันตามนโยบายของรัฐบาล จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ขึ้นมา ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่นิรโทษกรรมให้แก่คนจน คนชายขอบที่ถูกดำเนินคดีไปอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะช่วงการดำเนินการตามนโยบาย ทวงคืนผืนป่าของ คสช. แม้ว่าตัวนโยบายจะใช้คำว่าทวงคืนผืนป่าจากนายทุนผู้มีอิทธิพล นักการเมืองท้องถิ่น แต่ในทางปฏิบัติไม่ใช่นะครับ ปัญหาป่าทับคน คนทับป่าเกิดขึ้นมาเป็น เวลานาน เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับการทยอยประกาศเขตป่าช่วงต้นทศวรรษ ๒๕๐๐ ทำให้ ประชาชนจำนวนมากที่ถูกประกาศทับไปแล้วสูญเสียสิทธิและโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิต จากตัวเลขของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่ามีชุมชนที่อยู่อาศัย ในเขตป่าทั้งหมดประมาณ ๒๓,๐๐๐ ชุมชน มีที่ดินที่ทับซ้อนกับเขตป่าอย่างน้อย ๑๖.๗ ล้านไร่ ตามที่เห็นปรากฏอยู่บนจอนี้ ท่านประธานครับ ความจริงในช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลเกือบทุกยุคทุกสมัยล้วนมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนที่อยู่ในเขตป่า ตามภาพที่เห็นอยู่นะครับ ในกรอบสีน้ำเงิน ช่วงก่อนปี ๒๕๔๐ ช่วงนี้รัฐบาลล้วนมีนโยบาย ที่จะปฏิรูปที่ดิน กระจายการถือครองที่ดิน แน่นอนครับไม่ใช่การออกเอกสารในลักษณะที่ เป็นกรรมสิทธิ์ แต่อยู่ในรูปของหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นนิคม ไม่ว่าจะเป็น ส.ป.ก. อย่างนี้นะครับ แต่ว่าพอหลังปี ๒๕๔๐ นโยบายของรัฐบาลเปลี่ยนไป จากการปฏิรูปที่ดินมาเป็นรูปแบบของ การอนุญาตให้อยู่อาศัยและทำประโยชน์ในเขตป่าโดยใช้เงื่อนไขตามกฎหมายป่าไม้ โดยเฉพาะที่สำคัญ แล้วก็ผมอยากจะให้ยึดเป็นหมุดหมายก็คือตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ นับว่าเป็นนโยบายที่สำคัญที่ผ่อนผันให้ประชาชนที่อยู่ในเขตป่าถูกประกาศ ทับที่ผ่อนผันไม่ให้ถูกจับกุมดำเนินคดี แล้วกำหนดให้สำรวจการถือครอง แล้วก็ย้ำว่า มิให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม นี่เป็นมติ ครม. ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และหลังจากนั้นมา ก็ยังมีมติ ครม. อีกหลายฉบับเช่นเดียวกันที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ก็คือพยายามที่จะ รับรองสิทธิผ่อนผันไม่ให้ถูกจับกุมดำเนินคดี แล้วก็สำรวจการถือครองเพื่อป้องกันไม่ให้คน บุกรุกเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นมติ ครม. ว่าด้วยการคุ้มครองวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ชาวเล หรือ แม้กระทั่งคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ก็เช่นเดียวกัน และล่าสุดก็คือมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ซึ่งก็ล้วนเป็นมติ ครม. ที่ผ่อนผันให้คนที่ทำกินมาก่อนได้อยู่อาศัยไปก่อน ระหว่างที่รอการพิสูจน์สิทธิหรือรอให้มีการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พอมาถึงปี ๒๕๕๗ คำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาที่เราพูดถึงตอนนี้ ก็คือทวงคืนผืนป่า แม้จะบอกว่าทวงคืนผืนป่าจากนายทุนผู้มีอิทธิพล นักการเมืองท้องถิ่น แต่ในทางปฏิบัติ ปรากฏว่ามีแต่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ แล้วเพียงระยะเวลา ๒ สัปดาห์หลังจากมีการ ออกคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ นี้ มีภาคประชาชน สื่อมวลชนได้นำเสนอว่าการทวงคืนผืนป่า ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ คสช. จึงได้ออกคำสั่งอีกฉบับหนึ่งก็คือคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ ก็คือฉบับนี้ ซึ่งผมอยากจะให้จำฉบับนี้เอาไว้ แล้วก็จะกลายเป็นเนื้อหาที่มีความสำคัญ ในการที่เราจะพิจารณานิรโทษกรรมด้วย คำสั่ง คสช. ฉบับนี้เน้นย้ำว่าการทวงคืนผืนป่า ตามนโยบายของ คสช. ต้องไม่กระทบต่อผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน ที่ได้อยู่อาศัยในที่ดินอันนั้นก่อนคำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ยกเว้นผู้บุกรุกใหม่ ความหมายก็คือว่า ในการทวงคืนให้ทวงคืนเฉพาะจากนายทุนผู้มีอิทธิพลและผู้บุกรุกใหม่เท่านั้น ยกเว้นชาวบ้าน ต้องไม่กระทบ แต่ว่าในทางปฏิบัติการดำเนินการทวงคืนผืนป่าเขาใช้วิธีการแบบนี้ครับ กอ.รมน. ทหาร ป่าไม้ ใช้วิธีการสนธิกำลังลงไปจับกุมดำเนินคดีอย่างเป็นการทั่วไปโดย ไม่มีการกลั่นกรองเลย คนที่ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่ก็เลยเป็นชาวบ้าน นอกจากนี้ก็ยังมีการ ปฏิบัติการข่าวสาร โดยทุกครั้งที่มีการจับกุมแม้จับกุมชาวบ้านจะมีการออกสื่อทุกระดับ ย้ำนะครับว่าทวงคืนผืนป่าจากนายทุนผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมืองท้องถิ่น แต่ความจริงก็คือ มีแต่ชาวบ้านที่ถูกจับกุมแล้วก็ไปพาดหัวข่าวว่าจับกุมนายทุน ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่นายทุน แล้วผล เป็นอย่างไรหรือครับ นี่คือสถิติคดีทวงคืนผืนป่าตามคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔ นี่ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ ผมย้ำว่าไม่ใช่ทั้งหมด ในช่วงปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๒ ดำเนินคดีไปทั้งหมดประมาณ ๒๙,๐๐๐ คดี ยึดที่ดินไปประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ส่วนใหญ่ก็อยู่ในเขตป่าสงวน แต่ที่สำคัญก็คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออกมาเปิดข้อมูลเองว่าในจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่ตรวจยึดไปทั้งหมดนั้น จริง ๆ แล้วมีเพียงประมาณ ๘๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่เป็นการบุกรุกใหม่ ก็หมายความว่าประมาณสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ยึดตามคำสั่ง คสช. ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ควรถูกยึดตั้งแต่ต้นนะครับ อันนี้ก็คือเฉพาะคดีที่มีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีบุกรุกป่า ผมอยากให้ดูในกล่องสีแดง จำนวน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมดำเนินคดีในช่วงปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๔ มีถึง ๔,๗๐๐ คน นี่เฉพาะที่ ปรากฏแล้วก็เป็นเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ถ้านับคดีอื่น ๆ ด้วยอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีในช่วงนี้มีไม่ต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ คน คนเหล่านี้เกินกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ล้วนเป็นชาวบ้านธรรมดา นี่ตัวอย่างที่ผมอยากจะให้ดูนะครับ เกิดขึ้นที่ จังหวัดลำปางยึดไปทั้งหมด ๘,๐๐๐ กว่าไร่ มีผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า ๕๐๐ หลังคาเรือน ที่ดินเป็นแบบนี้ครับ ที่ที่เขาทำกินกันมานานแล้ว นี่ตัดฟันสวนยาง ต้นยางนี้อายุไม่น่าจะ ต่ำกว่า ๑๐ ปีแล้ว นี่คือพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกดำเนินคดีนะครับ ปลูกข้าว นี่ก็เป็น ที่ภาคอีสานถูกดำเนินคดีไป ๑๔ คน ศาลสั่งจำคุกไป ๑๓ คน รอลงอาญา ๑ คน อันนี้ก็คือ ปฏิบัติการตัดสวนยางนะครับ ท่านเห็นภาพบนซ้ายมือไหมครับ ต้นยางต้นนี้ท่านคิดว่า มีอายุกี่ปี ไม่ใช่ผู้บุกรุกใหม่แน่ ๆ ครับ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้เราจึงมีความประสงค์ ที่จะคืนความเป็นธรรมให้แก่ราษฎรที่ได้อยู่อาศัยและทำกินมาก่อน แล้วก็ถูกดำเนินคดี อย่างไม่เป็นธรรม แล้วเขาเหล่านี้ก็ได้รับการคุ้มครองตามนโยบายเดิมอยู่แล้วครับ ในขณะเดียวกันพร้อมกันนี้ก็จะต้องล้างมลทินให้ นอกจากล้างมลทินให้แล้วในกรณีที่พิสูจน์ ได้ว่าเป็นที่ดินที่ไม่ได้บุกรุกใหม่ ไม่ใช่นายทุน ก็ปลดล็อกให้พวกเขาสามารถที่จะนำที่ดินเข้าสู่ กระบวนการรับรองคุ้มครองสิทธิปกติครับ คนที่สามารถพิสูจน์สิทธิตามประมวลกฎหมาย ที่ดินได้ก็เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนพื้นที่ที่อยู่ในเงื่อนไข ที่จะได้รับการคุ้มครอง อย่างเช่นเข้าสู่กระบวนการ คทช. ก็ให้เขาเหล่านี้มีสิทธิที่จะเข้าสู่ กระบวนการ คทช. หากไม่นิรโทษกรรมพื้นที่เหล่านี้ถือว่าถูกตรวจยึดโดยผลของกฎหมาย เมื่อตรวจยึดโดยผลของกฎหมายจะไม่สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการได้ เพราะฉะนั้นจึงมี ความจำเป็นที่จะต้องนิรโทษกรรม แล้วกลุ่มเป้าหมายมีใครบ้าง หลัก ๆ จะมีอยู่ ๓ กลุ่มนี้ กลุ่มที่ ๑ ก็คือผู้ที่ได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อนการประกาศเป็นพื้นที่ป่า กลุ่มที่ ๒ ได้ครอบครองทำกินหลังการประกาศเป็นพื้นที่ป่า แต่ได้รับผ่อนผันตามมติ ครม. กลุ่มที่ ๓ ก็คือผู้ที่ได้รับการยกเว้นตามคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ เราไม่นิรโทษกรรมเป็นการทั่วไป เจตนาเราต้องการที่จะนิรโทษกรรมเฉพาะคนที่มีความชอบธรรม คนที่มีกฎหมาย มีนโยบาย คุ้มครอง รัฐบาลไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับเขาอยู่แล้วตั้งแต่ต้น เฉพาะคนกลุ่มนี้เท่านั้น ที่จะมีสิทธิได้รับการนิรโทษกรรม สำหรับคนที่พิสูจน์แล้วปรากฏว่าอยู่หลังการประกาศ คำสั่ง คสช. เมื่อปี ๒๕๕๗ คนที่เป็นนายทุน คนที่มีอิทธิพล คนเหล่านี้ไม่มีสิทธิที่จะได้รับการ นิรโทษกรรมตามร่างกฎหมายฉบับนี้ครับ สำหรับขั้นตอนและกระบวนการในการดำเนินการ เราเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการกลั่นกรอง แล้วคณะกรรมการ เหล่านี้มีส่วนประกอบที่เป็นภาคส่วนราชการเกือบทั้งหมด คณะกรรมการนิรโทษกรรม ระดับจังหวัดจะทำหน้าที่หลักในการกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติซึ่งนำโดยผู้ว่าราชการ จังหวัด มีทั้งทหาร ตำรวจ อัยการ เรือนจำเหล่านี้มาร่วมเป็นคณะกรรมการ ส่วนคณะกรรมการ วินิจฉัยชี้ขาดหรือเรียกสั้น ๆ ว่าคณะกรรมการในระดับชาติก็จะทำหน้าที่ในการติดตาม ตรวจสอบ แล้วก็รับวินิจฉัยอุทธรณ์ในกรณีที่มีการอุทธรณ์ขึ้นมา เมื่อกฎหมายผ่านไปแล้วกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ที่จะต้องรวบรวมรายชื่อของผู้ได้รับผลกระทบ เข้ามาพิจารณา ในขณะเดียวกันหากใครที่หลุดรอดออกไปมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องได้ด้วยตัวเอง ผู้เสียหายหรือญาติมีสิทธิที่จะขอยื่นคำร้องได้ด้วยตัวเอง เราจะกำหนดให้ดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ปี เพื่อที่จะเป็นการเร่งรัดให้การดำเนินการนิรโทษกรรมเป็นไปได้อย่าง เร็วที่สุดครับ🔗
และประการสุดท้ายที่ผมอยากจะเน้นย้ำในที่นี้ก็คือว่าเราจะปิดประตูนายทุน และผู้บุกรุกใหม่ เราต้องการที่จะทำให้มีความมั่นใจได้ว่าผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมก็คือ เป็นประชาชนคนชายขอบ คนที่ไม่มีที่ดินทำกิน คนที่สุจริตจริง ๆ เท่านั้น อย่างกรณี เขากระโดงอย่างนี้ไม่มีสิทธิที่จะได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายฉบับนี้ครับ เพราะเป็น เรื่องของการออกเอกสารสิทธิที่ทับที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องของที่ดิน ตามกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้นะครับ กรณีนายทุนไทยเทา นายทุนจีนเทาที่ไปกว้านซื้อที่ดิน ไปปลูกทุเรียนแปลง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ไร่ ตามที่เป็นข่าว กลุ่มเหล่านี้ก็ไม่เข้าหลักเกณฑ์ ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมเช่นเดียวกัน เพราะว่าตามคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ได้เน้นย้ำ ไปว่าจะคุ้มครองเฉพาะคนที่เป็นผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกินเท่านั้น นี่คือสิ่งที่ ผมอยากจะเน้นย้ำแล้วก็จะทำให้เห็นว่ามันมีความจำเป็นที่เราต้องนิรโทษกรรมให้แก่ คนเหล่านี้ เพราะว่าทั้งจำนวนมันเยอะจริง ๆ ทั้งพื้นที่ที่ถูกตรวจยึดไปอย่างไม่เป็นธรรม ก็เยอะจริง ๆ นะครับ หลายคนอาจจะกังวลกรณีที่บอกว่าจะทำให้นายทุนหลุดรอดเข้าไป รับผลประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ด้วยหรือไม่ อันนี้ผมคิดว่าเราก็ต้องตระหนักเรื่องนี้ เช่นเดียวกัน แล้วก็ในการออกแบบกฎหมาย อันนี้จำเป็นที่จะต้องรัดกุมเพื่อที่จะเป็นการ สร้างหลักประกันว่าจะไม่มีนายทุน ไม่มีจีนเทาที่ไหนที่มารับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ผู้เสนอร่าง ได้แถลงหลักการและเหตุผลครบทั้ง ๒ ร่างแล้วนะครับ ต่อไปจะมีท่านสมาชิกได้ขอใช้สิทธิ ในการอภิปราย ผมจะขอดำเนินการต่อไปเลยนะครับ ขอเชิญท่านแรก ท่านเชตวัน เตือประโคน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการ ตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคุณเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ท่านประธานครับ แน่นอนว่าพื้นที่ของผม พื้นที่ที่ผมเป็น สส. นั้น ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของการที่รัฐทวงคืนที่ประชาชน แต่ทว่าเมื่อรัฐในที่นี้คือรัฐบาลทหาร คือรัฐเผด็จการที่มาจากการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เกิดผลพวงที่ตามมา นั่นก็คือเรื่องของการทวงคืนผืนป่า จึงเป็นสิ่งที่ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรที่ จะต้องติดตาม ควรที่จะต้องรู้สึกร่วม เพราะนี่คือความเป็นความตายของประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ย่อมเป็นสิ่งที่ผิดปกติแน่ ๆ ที่ระยะเวลาจากปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๒ เพียง ๕ ปีเท่านั้นมีคดีที่เกิดจากนโยบายที่เรียกว่าทวงคืนผืนป่า นับเฉพาะเรื่องของที่ดิน ที่คุณเลาฟั้งได้พูดถึงมีมากถึง ๒๙,๐๐๐ กว่าคดี มีคนติดคุกจริง มีคนสิ้นเนื้อประดาตัวจริง และมีคนเลือกที่จะจบชีวิตเพราะนโยบายของรัฐนี้จริง ๆ ขณะที่นายทุนที่รัฐเผด็จการทหาร บอกว่าเป็นเป้าหมายที่จะไปทวงคืนที่ดินเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วหาทางเล็ดลอดไปได้ ส่วนใหญ่แล้วเอาตัวรอดจากคดีความไปได้ครับ คำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ได้ให้อำนาจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือ กอ.รมน. ดำเนินการทวงคืน ผืนป่าและปราบปรามผู้บุกรุกที่ดิน เจ้าหน้าที่ดาหน้าปราบปรามอย่างหนัก อย่างเป็นที่ น่าสงสัยเหลือเกินว่าเตรียมการเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนยึดอำนาจหรือไม่ จนเกิดการต่อต้านครับ ประชาชนออกมาเคลื่อนไหว สื่อมวลชนนำเสนอปฏิบัติการจากที่เรียกว่าทวงคืนผืนป่า สื่อมวลชนใช้คำว่าเป็นการยึดที่ดินชาวบ้านโดย กอ.รมน. นำเสนอข่าวนี้ออกมาอย่าง ครึกโครม ก็เลยทำให้ คสช. ออกคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ กำหนดข้อปฏิบัติว่าการกระทำนี้ การดำเนินการนี้ต้องไม่กระทบกับผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่กระทบกับผู้ยากไร้ ไม่กระทบกับผู้ที่ ไม่มีที่ดินทำกิน แต่ทีนี้พอเราไปดูการปฏิบัติจริง ๆ แต่ทีนี้พอเราไปดูประชาชนที่ได้รับความ เดือดร้อนและโดนคดีความจากนโยบายนี้ของรัฐบาลเผด็จการนั้น จากที่ผมเคยเป็นทีมงาน ของพรรคอนาคตใหม่ มีโอกาสได้ไปในพื้นที่ต่าง ๆ หลายพื้นที่ทั่วประเทศที่เกิดกรณีแบบนี้ คนที่โดนทวงคืนที่ดิน คนที่โดนคดีส่วนใหญ่แล้วคือผู้มีรายได้น้อย คือคนยากคนจน คือตาสี ตาสา ยายมียายมา ส่วนใหญ่เลย ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ แผนแม่บทป่าไม้ที่มีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าจากครั้งนั้น ๓๑ ล้านไร่ เพิ่มให้เป็น ๔๐ ล้านไร่ ใน ๑๐ ปี ซึ่งนั่นหมายถึงการที่จะต้องยึดคืนที่ดินประชาชนนี่ล่ะครับอีกประมาณ ๒๖ ล้านไร่ แผนแม่บทป่าไม้นี้จัดทำขึ้นโดยคน ๑๗ คน ๕ คนคือที่ปรึกษา อีก ๑๒ คนคือ คณะผู้จัดทำ ใน ๑๗ คนนี้พบว่าเป็นทหารถึง ๑๑ คน ไม่มีสัดส่วนตัวแทนภาคประชาชน หรือนักวิชาการสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ไม่มี แผนแม่บทป่าไม้นี้ถูกนำเสนอในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๗ หลังการยึดอำนาจเพียง ๓ เดือน หรือหลังนโยบายทวงคืนผืนป่าไม่ถึง ๔๕ วัน โอ้แม่เจ้าอะไรมันจะเร็วขนาดนั้นครับ รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม ท่านรู้ได้อย่างไรว่าต้อง ทวงคืนที่ดินตรงไหนบ้าง ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามีชุมชนไหนที่บุกรุกต้องเอาที่ดินคืน ทั้ง ๆ ที่ ประเทศไทยก็กว้างใหญ่ไพศาล ๓๒๐ ล้านไร่ นั่นหมายความว่า กอ.รมน. หรือทหาร ซึ่งร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะผู้กำหนดยุทธศาสตร์และ ปฏิบัติการนั้นท่านมีข้อมูลเตรียมไว้ตั้งแต่แรกแล้วใช่หรือไม่ นั่นหมายความว่าหลังการสิ้นสุด ของยุคสงครามเย็นเราก็คิดว่า กอ.รมน. จะลดบทบาทลงก็จะหายไป แต่กลับกลายเป็นว่า ไม่เลยครับ เพียงแค่เปลี่ยนบทบาทเข้าไปยุ่งในเรื่องอื่น ๆ เท่านั้น ซึ่งรวมถึงการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างที่ดินและป่าไม้ใช่หรือไม่ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ โดยที่เราไม่เคย ตั้งคำถามเลยว่ามีฐานกฎหมายไหนรองรับ อำนาจความชอบธรรมที่ให้ทหารเข้าไปทำในเรื่อง เหล่านี้มาจากไหน เพียงแค่คำว่าภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่เท่านี้เองหรือครับ ภัยความมั่นคง รูปแบบใหม่ที่ กอ.รมน. เองนั่นล่ะได้เป็นผู้นิยามความมั่นคงของรัฐ โดยวัตถุประสงค์ จริง ๆ แล้วก็เพื่อต้องการที่จะคงองค์กรนี้ต่อไป ท่านนิยามเข้ากับอะไรครับ นิยามเข้ากับเรื่อง การแก้ปัญหาความยากจน เข้ากับเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เข้ากับเรื่องการจัดการ ไฟป่า เข้ากับเรื่องการแก้ปัญหาทรัพยากรป่าไม้ ที่ดิน เชื่อมโยงยิ่งกว่า GAT/PAT อีกครับ เยอะแยะมากมายเลย ท่านประธานที่เคารพ ต้นแบบหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นรุ่นพี่ของ นโยบายทวงคืนผืนป่านั่นก็คือโครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ ป่าเสื่อมโทรมหรือ คจท. ในปี ๒๕๓๓ กอ.รมน. นี่ล่ะก็เจ้าภาพ แต่ครั้งนั้นร่วมกับกรมป่าไม้ ที่บอกว่าโครงการนี้เป็นต้นแบบ ที่บอกว่าโครงการนี้เป็นรุ่นพี่ก็เพราะปฏิบัติการตามโครงการ ของ คจท. นี้มาแข็งขันมาจริงจังหลังรัฐประหารวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ ในยุคที่ปกครอง โดยเผด็จการทหารเช่นกัน มีการบังคับให้ชุมชนต่าง ๆ อพยพออกจากพื้นที่ครับ จากเดิม ที่เคยอยู่ไปอยู่ยังที่ใหม่ที่รัฐเตรียมไว้ให้โดยที่ไม่ได้ดูเรื่องของการอยู่มาก่อน ไม่มีเรื่องของ วิถีชีวิต ไม่มีเรื่องของวัฒนธรรมชุมชน ไม่รู้อะไรเลยครับ ไม่สนใจเลยว่าย้ายไปอยู่ที่ใหม่แล้ว พวกเขาจะทำมาหากินอะไร กอ.รมน. ไม่ได้มีความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ ทหารไม่ได้มีความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ แต่พอเราปล่อย ให้เขากำหนดนโยบายในห้องแอร์แล้วโยนลงมามันก็เลยทำให้พี่น้องประชาชนยากลำบาก ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ทวงคืนผืนป่าหลังการยึดอำนาจ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นี่ก็เช่นเดียวกันครับ ความชอบธรรมที่รองรับปฏิบัติการนี้ของ กอ.รมน. มีเพียงแค่ คำสั่งของหัวหน้า คสช. แค่นี้เองหรือครับ ประชาชนต้องติดคุกติดตารางตอนนี้คดีก็ยัง ไม่สิ้นสุด หลายคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว มีคนฆ่าตัวตายเพราะนโยบายนี้ของรัฐบาลเผด็จการ ผมพูดไปแล้วเยอะแยะครับ ผมคิดว่าเราปล่อยเรื่องแบบนี้ไปอีกไม่ได้ครับ ด้วยเหตุนี้ผมจึง สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ครับ และหวังว่าเพื่อนประชาชน เพื่อนสมาชิกจะให้ความเป็นธรรม กับพี่น้องประชาชนที่ถูกดำเนินคดี ขอบคุณครับ🔗
เดี๋ยวผม ขอเรียกอีก ๒ ท่าน แล้วก็จะขอสลับไปอีกฝั่งหนึ่งนะครับ จะเป็นท่านวีรนันท์ ฮวดศรี แล้วก็ ท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล นะครับ แล้วก็จะขอสลับไปฝั่งรัฐบาล ขอเชิญท่านวีรนันท์ ฮวดศรี เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนประชาชนคนจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ขออภิปราย ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจาก การดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ซึ่ง สส. ซูการ์โน มะทา และ สส. เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมต้อง อภิปรายวันนี้เพราะคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ผมขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสานหรือทั้งประเทศ อย่างภาพรวมท่านเลาฟั้งก็ได้ชี้แจง ให้ทุกท่านได้เห็นแล้ว ก่อนหน้านี้แค่การประกาศป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ และเขตอุทยาน ทับที่ทำกินของชาวบ้านท่านก็ยังแก้ปัญหาไม่ครอบคลุมไม่ครบถ้วน แต่เมื่อมีคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมประชาชนบนสมมุติฐานที่ว่าประชาชนคือ ผู้บุกรุกป่าโดยไม่ได้ตรวจสอบสิทธิเดิมหรือที่มาที่ไปให้มันชัดแจ้งให้มันชัดเจน ผลคือประชาชน ที่อยู่อาศัยมาก่อนกลายเป็นผู้บุกรุกทันทีหลังมีการประกาศคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ แม้ต่อมาจะมีการออกคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ มาแก้เกี้ยวแต่ก็ไม่ทันแล้วครับ เพราะประชาชน เขาถูกจับและถูกดำเนินคดีไปแล้วทั้งที่หลายเคสหรือว่าหลายคนอยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิ ครับท่านประธาน เฉพาะข้อมูลสถิติในภาคอีสานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติที่รายงาน ว่าช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๖๒ ถึงสิงหาคม ๒๕๖๓ มีคดีบุกรุกป่า ๓๖๑ คดี มีประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบ ๑๔๒ คน คดีที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมีการแจ้งความดำเนินคดี ๒๓๖ คดี มีประชาชน ได้รับผลกระทบ ๒๓๙ ราย รวมแล้ว ๕๙๗ คดี ๓๘๑ คน ในเวลาเพียง ๑๑ เดือนครับ นี่แค่ภาคอีสานครับ ถ้าทั้งประเทศก็ ๒๔,๕๘๖ คดี ตามที่ท่านเลาฟั้งได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ครับ ทีนี้ผมจะยกตัวอย่าง ๔ พื้นที่ในภาคอีสานที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการ ประกาศนโยบายทวงคืนผืนป่า จากการติดตามก็บข้อมูลของคณะทำงานเครือข่ายที่ดิน ภาคอีสานครับ ที่แรก อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ มีชาวบ้านได้รับผลกระทบ อย่างน้อย ๑๘๘ คน กินเนื้อที่กว่า ๖,๐๐๐ ไร่ ที่นี่ชาวบ้านอยู่มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ ก่อนประกาศอุทยานในปี ๒๕๓๕ เมื่อปี ๒๕๔๑ มีมติ ครม. ให้ประชาชนที่อยู่มาก่อนสามารถ ทำกินต่อไปได้ แล้วก็มีการสำรวจสิทธิ ๓ ครั้ง คือปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๓ แต่ว่ายังมี ชาวบ้านจำนวนมากที่ยังตกสำรวจอยู่ครับท่านประธานครับ แต่เมื่อมีนโยบายทวงคืนผืนป่า คนที่ตกสำรวจเหล่านี้กลับถูกฟ้องว่าบุกรุกทั้งที่อยู่มาก่อน และหลายคนก็ยังรอการ พิสูจน์สิทธิครับ จากที่ประชาชนหนักอยู่แล้วเจอคำสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ หนักกว่าเดิมครับ🔗
เคสที่ ๒ ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ บ้านเก้าบาตร ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ชุมชนนี้ตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี ๒๕๐๙ ปี ๒๕๑๐ ก่อนประกาศ เป็นป่าสงวนเช่นกันครับ ต่อมามีการให้เอกชนมาสัมปทานตัดไม้ แล้วก็มีประชาชนเข้ามา อยู่อาศัยด้วย ปี ๒๕๔๖ สัมปทานหมดอายุ ชาวบ้านได้มีการร้องเรียนไปยังกรรมการสิทธิ ผลสอบก็ออกมาชัดว่ากรมป่าไม้ละเมิดสิทธิประชาชนครับ แล้วมีข้อเสนอจากพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ให้โอนพื้นที่ให้ ส.ป.ก. ดูแลและจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน ผลครับ ท่านประธานครับไม่ได้มีการดำเนินการจัดสรรแต่อย่างใด อีหรอบเดิมครับ พอคำสั่ง คสช. ออกมานะครับ มีการส่งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปบุกรุกไปขับไล่และ ฟ้องชาวบ้านบุกรุกเขตป่าสงวน ต่อมาบ้านท่าเว่อ ตำบลมะไฟหวาน อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ มีการแจ้งความดำเนินคดีเช่นกันครับ ข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูแลนคา ด้านทิศเหนือครับ ชาวบ้านอยู่มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ ปี ๒๕๓๕ พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็น ป่าสงวน ชาวบ้านมีการเรียกร้องมีการร้องเรียน แล้วก็มีการผ่อนปรนมาเรื่อย ๆ ตามนโยบาย ของฝ่ายบริหารนะครับ แต่เมื่อมีการประกาศทวงคืนผืนป่า มีการดำเนินคดีกับประชาชน ข้อหาบุกรุกทั้งที่เขาอยู่มาก่อน เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ มีการเริ่มดำเนินคดีมาเรื่อย ๆ ครับ ปัจจุบันหลายคนยังอยู่ในชั้นสอบสวนครับท่านประธานครับ ชีวิตของพี่น้องประชาชน ชีวิตของชาวบ้านแขวนอยู่กับความไม่มั่นคงด้านคดีความครับ อันที่ ๔ บ้านน้ำพุ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ปี ๒๕๕๘ เจ้าหน้าที่เข้ายึดพื้นที่กว่า ๓,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานครับชาวบ้านไม่รู้ตัวเลยครับว่าถูกยึด มารู้ตัวอีกทีหนึ่งตอนผู้ใหญ่บ้านไปแจ้งว่า จะมีเจ้าหน้าที่มายึดพื้นที่ทำกินของพี่น้อง ซึ่งตรงนี้มีชาวบ้านอยู่ ๖๐ ครอบครัวครับ บางครอบครัวอยู่มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๙ มีการสืบภาพถ่ายทางอากาศก็ยืนยันว่ามีร่องรอย การทำกินมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๙ ครับ ปี ๒๕๒๘ พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ภูขี้เถ้า แล้วก็ป่าภูเรือ ซึ่งชาวบ้านก็มีเหมือนกับทุกที่ มีการร้องเรียน มีการ ร้องขอให้มีการตรวจสอบสิทธิ ตรวจสอบที่อยู่ทำกินแล้วก็อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิเช่นกัน จากที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนกลายเป็นที่ของรัฐแบบไม่ได้ให้โอกาสพี่น้องในการ พิสูจน์สิทธิ ในการแสดงตัวตน ในการแสดงความเป็นเจ้าของเลยครับท่านประธานครับ ทั้งหมดนี่คือตัวอย่างจากภาคอีสานเท่านั้น แต่ข้อจริงมันเกิดขึ้นทั้งประเทศครับ ประชาชน ที่อยู่อาศัยมาก่อนถูกนิยามว่าคือผู้บุกรุกครับท่านประธาน ถูกดำเนินคดีสูญเสียที่ดิน ขาดความมั่นคงในชีวิตนะครับ และที่สำคัญผลลัพธ์ของนโยบายไม่ได้ทวงคืนผืนป่าเลยครับ ทำไมผมถึงพูดเช่นนี้ครับท่านประธาน ปี ๒๕๕๗ พื้นที่ป่าไม้ของประเทศมีอยู่ ๓๑.๖๒ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๖ หลังจับกุมประชาชนมานับพันคดี นับหมื่นคดี ป่าไม้ก็ยังมีอยู่ ๓๑.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ป่าไม้ไม่ได้เพิ่มครับ แต่สิ่งที่มันเพิ่มคือภาระทางคดีความของ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตป่าครับท่านประธานครับ สุดท้ายครับ หากร่างกฎหมาย ฉบับนี้ผ่าน จะไม่ใช่แค่การนิรโทษกรรม แต่คือการคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่อยู่มา ก่อนการประกาศเขตป่า เป็นการปลดพันธนาการและปลดปล่อยพลังทางการผลิตของ ประเทศไทยครับท่านประธาน นี่คือโอกาสสำคัญนะครับ เรียนไปยังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร เรามาช่วยกันทำประวัติศาสตร์ด้วยการเลือกยืนเคียงข้างประชาชนครับ ขอบพระคุณ ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลาง และ ตำบลกะทู้ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายและ ขอให้สภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือ ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ที่เสนอโดย สส. เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ และร่างพระราชบัญญัติยกเว้น ความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตาม นโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... โดย นายซูการ์โน มะทา กับคณะ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ ปัญหาที่ดินและป่าไม้ในประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาอาชญากรรมรายบุคคล ที่แก้ไขได้ด้วยกระบวนการยุติธรรมปกติ แต่เป็นวิกฤติเชิงโครงสร้างที่สั่งสมมานาน หลายทศวรรษ ต้นตอของความขัดแย้งเกิดจากการที่รัฐกำหนดแนวเขตป่าทับซ้อนกับที่ดิน ทำกินที่ประชาชนได้ครอบครองมาก่อนตั้งแต่บรรพบุรุษ ทำให้ชาวบ้านที่เคยใช้ชีวิตอย่าง สงบสุขต้องกลายเป็นผู้กระทำความผิดเพียงชั่วข้ามคืน การบริหารจัดการทรัพยากร ที่บิดเบี้ยวนี้ได้ทำลายชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง ด้วยเหตุนี้การ นิรโทษกรรมจึงเป็นกลไกเดียวที่จะสามารถคลี่คลายปัญหานี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จและถาวร🔗
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจสังคมและจิตใจนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง จากภาคใต้ที่ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นภาพความเจ็บปวด ที่ประชาชนต้องเผชิญครับ เช่น ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การประกาศ เขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ได้ทับซ้อนที่ดินทำกินของประชาชนกว่า ๒๐,๐๐๐ ราย ที่ตั้งถิ่นฐานมายาวนานกว่า ๓๐๐ ปี ส่งผลให้ชาวบ้านที่มีเอกสารสิทธิ เช่น ส.ค. ๑ น.ส. ๓ และโฉนด ต้องเผชิญกับการดำเนินคดี ถูกโค่นยางพารา และถูกละเมิดสิทธิโดยชอบธรรม ตามกฎหมาย หรือจะเป็นที่บ้านไร่บน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานมากว่า ๑๐๐ ปี กลับต้องเผชิญกับปัญหาถูกดำเนินคดี เมื่อมีการประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทับพื้นที่ แม้จะมีการสำรวจและมีมติคณะรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ กลับยังคงปักป้ายตรวจยึดและกดดันให้ชาวบ้านยินยอมคืนพื้นที่ โดยมีการกล่าวอ้างว่า จะมีการผ่อนปรนให้ แต่กลับนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ บนบกเท่านั้นครับ แต่ยังขยายไปถึงทะเลด้วย กรณีของเครือข่ายประมงพื้นบ้าน เกาะมุก เกาะลิบง จังหวัดตรัง ชาวประมงต้องเผชิญกับการถูกจับกุม จากการใช้เครื่องมือประมง พื้นบ้านที่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรธรรมชาติเลย แต่กลับถูกกฎหมาย ที่ซับซ้อนและทับซ้อนกันเองในพื้นที่เดียว บีบให้กลายเป็นผู้กระทำความผิดในทุก ๆ วัน วิถีชีวิตของพวกเขาอยู่ภายใต้แรงกดดันจากกฎหมายหลายฉบับในผืนทะเลเดียวกัน ต้องปรับตัวและเผชิญความเสี่ยงกับแนวปฏิบัติที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน นอกจาก ผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้วนโยบายเหล่านี้ยังก่อให้เกิดบาดแผลทางสังคมและจิตใจ อย่างลึกซึ้ง ชาวบ้านหลายแห่งต้องเผชิญกับการถูกข่มขู่คุกคามจากเจ้าหน้าที่ จนเกิดความ หวาดกลัวและวิตกกังวล ความเครียดเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงและ ยังพบปัญหาการเซ็นเอกสารที่ไม่เป็นธรรมอีกด้วย ดังเช่นกรณีที่บ้านแม่หมี บ้านแม่ต๋ำ ในจังหวัดเชียงราย ที่ชาวบ้านถูกกดดันให้เซ็นเอกสารยอมรับสภาพ สร้างความไม่ไว้วางใจ และสร้างความแตกแยกภายในชุมชนอย่างร้ายแรง กลไกการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอครับท่านประธาน ที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาด้วยการ ตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานจำนวนมาก แต่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึง ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เช่น มีการออกคำสั่งที่ผ่อนปรนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เช่นคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ที่ระบุว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่มาก่อน และมีการสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการดำเนินการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติการดำเนินการกลับเป็นไปในทิศทางที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ในการปราบปรามและขับไล่ประชาชน อย่างรุนแรง การแก้ไขปัญหาในลักษณะนี้เปรียบเสมือนการปะผุที่แก้ปัญหาเป็นรายกรณี แต่ไม่สามารถจัดการกับต้นเหตุของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนได้ การพึ่งพานโยบาย เชิงบริหารที่ไม่มั่นคง เช่นมติคณะรัฐมนตรีหรือคำสั่ง คสช. ไม่สามารถให้หลักประกัน ที่แท้จริงให้กับประชาชนได้ เพราะคำสั่งเหล่านี้มีสถานะที่ไม่มั่นคงและสามารถถูกเพิกถอนได้ ตลอดเวลา นอกจากนี้การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาแบบรายกรณีก็ยังไร้ประสิทธิภาพ ดังตัวอย่างการดำเนินการตามข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ ขปส. ในหลายกรณีที่ยังอยู่ในสถานะอยู่ระหว่างการดำเนินงานมานานหลายปีแล้วครับ สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของกลไกการบริหารราชการที่ขาดอำนาจและเอกภาพในการแก้ไข ปัญหาที่ซับซ้อน เหตุผลที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้คือทางออกที่เหมาะสม การนิรโทษกรรม ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้จึงเป็นทางเลือกเดียวที่จะมอบหลักประกันที่แท้จริงให้กับประชาชน กลไกที่ชัดเจนและครอบคลุม ร่างกฎหมายนี้มุ่งเน้นการนิรโทษกรรมแบบบูรณาการ ที่ครอบคลุมการกระทำความผิดทั้งอาญา แพ่ง และปกครอง นอกจากนี้ยังสร้างกลไก การกลั่นกรองที่ชัดเจนและรัดกุมผ่านคณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัด เพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ได้รับสิทธินั้นคือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ไม่ใช่นายทุน การนิรโทษกรรม จึงเป็นเหมือนการกดปุ่ม Reset เพื่อลบความขัดแย้งในอดีตและเปิดโอกาสให้มีการจัดการ ทรัพยากรที่ยั่งยืนในอนาคต การบูรณาการกับแนวทางในการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืนนั้น การนิรโทษกรรมไม่ใช่การทำลายป่า แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะประชาชนจากผู้บุกรุก ให้เป็นผู้พิทักษ์ป่าไม้ที่แท้จริง เพราะเมื่อชุมชนมีสิทธิมั่นคงในที่ดินของตนเอง พวกเขา จะกลายเป็นผู้ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่เข้มแข็งที่สุด การศึกษาทางวิชาการและ แนวปฏิบัติในระดับนานาชาติก็ได้พิสูจน์แล้วว่าแนวคิดป่าปลอดคนนั้นเป็นแนวคิดที่ล้มเหลว โดยสิ้นเชิง ดังนั้นการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยืดเยื้อยาวนานและ ช่วยยุติความเดือดร้อนของทางกฎหมาย ทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนผู้ยากไร้ ที่ต้องเผชิญกับผลกระทบจากนโยบายที่ผิดพลาดมาในอดีต และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าง ความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างรัฐกับประชาชนบนพื้นฐานของความเคารพสิทธิ ความเท่าเทียม และการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ผมจึงขอเชิญชวนเพื่อน สส. ทุกคนช่วยผ่าน ร่างกฎหมายฉบับนี้ไปด้วยกัน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ บทสรุปของร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับ เป็นการยกเว้น หรือนิรโทษกรรมให้แก่บุคคล หรือราษฎรที่ได้รับผลกระทบหรือเสียหายจากการดำเนินการ ตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้ ที่ดินและทรัพยากร นี่คือบทสรุปทั้ง ๒ ร่าง ท่านประธานครับ มนุษย์เรามันเลือกเกิดไม่ได้จริง ๆ แต่ทุกอย่างมันเป็นกฎของธรรมชาติ หลักพุทธศาสนา เขาบอกว่าแล้วแต่บุญแล้วแต่กรรม เรียกว่ากฎแห่งกรรมครับท่านประธาน ศาสนาอิสลาม เขาบอกว่าทุกอย่างเป็นความประสงค์ สำหรับศาสนาคริสต์ เชื่อในพระเยซูคริสต์ วางใจใน พระองค์เพื่อชีวิตที่นิรันดร์ หลายคนอาจจะสงสัยทำไมผมพูดเรื่องนี้ ถึงการเกิดของมนุษย์ ที่เลือกเกิดไม่ได้ครับ คนไทยหลายล้านครอบครัวเขาไม่มีสิทธิเลือก ๑. ไปเกิดในพื้นที่ ป่าถาวร ๒. ไปเกิดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติ ๓. ไปเกิดในเขตห้ามล่า ๔. ไปเกิดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และสุดท้ายครับ ไปเกิดในเขตองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ ออป. แต่เกิดในพื้นที่ดังกล่าวก็ผิดกฎหมายครับท่านประธาน ท่านคลอดมาครั้งแรก ก็ผิดกฎหมาย เพราะในพื้นที่ที่ผมกล่าวถึงไม่อนุญาต ๑. อยู่อาศัยก็ผิดกฎหมายแล้วครับ ๒. ทำกินในพื้นที่ดังกล่าว สรุปแล้วเกิดมาในพื้นที่นั้นผิดกฎหมายตั้งแต่ลมหายใจแรก การขยับตัวเลี้ยงชีพในพื้นที่ของรัฐ แม้การดำรงชีพก็ผิดกฎหมายไม่ต่างกับมนุษย์ป่าคนหนึ่ง ครับท่านประธาน โดยกฎหมายฉบับนี้เป็นอาวุธลับที่ทำลายชีวิตและครอบครัวของประชาชน เหล่านี้ ที่ไม่มี ๑. ไม่มีเอกสารสิทธิ ๒. ไม่มีไฟฟ้าใช้ ๓. ไม่มีถนนดี ๆ ถนนลาดยาง ถนนคอนกรีตเหมือนพวกเราใช้ ๔. ไม่มีน้ำประปาสะอาด ๕. ไม่มีคุณหมอมาดูแล เพราะอะไรครับ เพราะอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ครับ ในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้จ่ายภาษีครับ และไม่ได้รับ งบประมาณจากแผ่นดิน เพราะหน่วยรับงบประมาณไม่สามารถเอางบไปดำเนินได้ แต่มีกฎหมายที่บังคับใช้อย่างเข้มงวดยิ่งนักครับท่านประธาน กฎหมายออกจากรัฐสภาแห่งนี้ คืออาวุธลับทำลายชีวิตครอบครัว เหมือนที่ไหนครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาขับไล่อินเดียแดง ออกจากพื้นที่ อยากจะถามว่าใครคือผู้ครอบครอง ใครคือผู้รุกราน ผมเคยอภิปรายว่าคนไทย ที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานหรือที่ดินของรัฐ สิ่งที่ไม่ผิดในพื้นที่ดังกล่าวก็คือไปยืนตรงกลาง และหายใจเข้าหายใจออก ไม่ผิดกฎหมายแน่ครับ การกระทำผิดมี ๑. บุกรุก ๒. ยึดครอง ๓. ครอบครอง ๔. ไปก่อสร้าง ๕. แผ้วถาง ๖. เผาป่า ๗. ทำลาย ๘. การกระทำให้เสื่อม แก่สภาพป่า ล้วนผิดกฎหมาย ปัญหาสำคัญอันดับ ๑ ของประเทศไทยรวมถึงสงขลาบ้านผม เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาแต่ละวันแต่ละครั้งส่วนใหญ่เรื่องอะไรครับ ที่ดินทำกิน พื้นที่ทับซ้อน ที่ดินของรัฐ พี่น้องประชาชนมีปัญหาที่ดินทำกินโดยเฉพาะดำเนินคดีมากมายครับ ยกตัวอย่างบ้านหาดทรายซึ่งเป็นรอยต่อกับจังหวัดยะลา ตำบลทานคีรี ปรากฏว่าท่านนายกดำเนินการก่อสร้างถนนเข้าไปในเขตป่า ๒๐๐ เมตร เข้าไป ๕๐ เมตร วันนี้โดน ป.ป.ช. ตัดสิทธิไม่สามารถลงเลือกตั้งได้ ลงมานิดเดียวครับตำบลเดียวกัน เขาเรียกว่าบ้านแกแดะ โต๊ะอิหม่ามที่นี่โดนดำเนินคดี นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน ไปที่อีกตำบลหนึ่งที่อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลบาโหย ปรากฏว่าบ้านคลองแวว ตั้งมาเป็น ๑๐๐ ปีครับ ไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะอะไรครับ ติดเขตป่า ผมเคยอภิปรายปรากฏว่าไม่สามารถ ไปดำเนินการได้เพราะติดเขตป่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตั้งงบประมาณไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องขออนุญาต ไปตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อยก็เช่นกันครับ ผมก็เลยบอกว่าวันนี้ ในอำเภอนาทวีบ้านผมติดพื้นที่เขาน้ำค้าง ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ไม่ว่าจะเป็น ตำบลประกอบ ตำบลทับช้าง ตำบลคลองกวาง ตำบลคลองทราย ล้วนแล้วแต่ถูกดำเนินคดีจากหน่วยงาน ของรัฐ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับ ๒ ร่าง ที่จะให้ผู้กระทำความผิดก่อนวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๗๕ จนถึงวันที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ หากกระทำผิดนั้นผิดกฎหมาย ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดและให้ผู้กระทำความผิด ฟังชัด ๆ นะครับ พ้นจากผิด ไม่ต้องรับผิด นี่คือหัวใจสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับ ก็คือนิรโทษกรรม ยกโทษพิษให้กับผู้กระทำความผิด การพ้นผิดนะครับ ๑. พ้นผิดทางอาญา ๒. พ้นผิดทางแพ่ง ๓. พ้นผิดทางการปกครองโดยสิ้นเชิง ผมฝากไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่จัดตั้งขึ้นพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ให้ท่านตระหนักถึงเพื่อมนุษยธรรม เพื่อความเป็นธรรมของคนไทย ที่เลือกเกิดไม่ได้ ได้เป็นคนไทยที่ถูกต้องกฎหมายตั้งแต่เกิด ไม่ถูกขูดรีดเอาเปรียบจากผู้บังคับ ใช้กฎหมาย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านคริษฐ์ ปานเนียม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพและเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๑ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสลุกขึ้นอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการ ตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ครับ เพื่อแก้ไขสิ่งที่ ผิดพลาดในอดีตจากมาตรการที่กฎหมายกดทับประชาชน เมื่อรัฐประกาศเขตป่าครับ ปัญหาตามมาทันที ประชาชนเหล่านี้กลายเป็นผู้บุกรุกทั้งที่ที่แห่งนี้คือบ้านของเขาครับ ถูกจับ ถูกฟ้อง ถูกดำเนินคดี ถูกยึดที่ทำกินทั้ง ๆ ที่อยู่มาก่อนการประกาศของรัฐ พวกเรา ไม่ได้บุกรุกเพื่อธุรกิจครับ ไม่ได้บุกรุกเพื่อผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ พวกเขาเพียงทำกิน เพื่อเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัวเท่านั้น ท่านประธานครับ มันจะเกิดอะไรขึ้นครับถ้าจู่ ๆ มติ ครม. หรือสภาแห่งนี้จะชี้ว่าจะเอาที่ไหนในเมืองมาทำเป็นป่าไม้ ผมยกตัวอย่างแบบนี้เพื่อสะท้อน ภาพให้เห็นชัด ๆ ว่ามันคืออำนาจรัฐที่ทำได้ครับ เราใช้กฎหมายไปบังคับถ้าอยากให้ที่ไหน สักที่เป็นป่าไม้ มันมีขั้นตอนที่สลับซับซ้อนครับโดยใช้กลไกของรัฐที่มากมายเพื่อนำมาเป็น เครื่องมือทำให้เห็นว่าเราเลือกใช้วิธีชี้พิกัดระบุพื้นที่ไปเลยว่าสั่งให้ที่ไหนกลายเป็นป่า ให้กลายเป็นเขตป่าไม้ทั้ง ๆ ที่มันเป็นบ้านคนครับท่านประธาน ตายายเก็บหน่อไม้เก็บเห็ด แผ้วถางเพื่อทำกินครับ เก็บเศษไม้ไปทำฟืนเผาถ่าน ถูกจับถูกดำเนินคดีติดคุกจริงครับ ส่วนนายทุนใช้เงินกว้านซื้อครับ ซื้อที่ดินไปทำบ้านพักตากอากาศ ไปทำ Homestay ไปทำอาณาจักร ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง แบบนี้ลอยนวลครับไม่ถูกดำเนินคดี จังหวัดตากบ้านผมมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ ๔ ของประเทศครับ มีพื้นที่ป่ากว่า ๗ ล้านไร่ ผมไม่พูดไม่ได้ครับ เพราะมีพี่น้อง ๙ ชนเผ่าชาติพันธุ์เขาอยู่ในนั้น เขาอยู่ในป่านั่นแหละครับ ก็เพราะมีพวกเขาไม่ใช่หรือครับป่ามันถึงยังเป็นป่าอยู่ พวกเราต่างหากที่แสวงหาความเจริญ จนชุมชนเมืองแทบไม่เหลือครับ ในเมืองนี้ไม่เหลือป่าไม้แล้วนะครับ ขืนรอให้คนอย่าง พวกเรานี่ไปอยู่ในป่าผมเชื่อเลยตัดเกลี้ยงหมดกลายเป็นป่าคอนกรีต คนเมืองนี่ละครับตัวดี ชอบ Action ไปบอกให้คนโน้นคนนี้เขาอนุรักษ์ทั้ง ๆ ที่เขาทำอยู่แล้ว บ้านพวกท่านเองนี่แหละ มีต้นไม้สักต้นไหม ผมเป็น สส. เขตครับ ลงพื้นที่ไปเจอแต่พี่น้องประชาชนร้องขอให้ สส. ช่วยหน่อย ช่วยพ่อเขาหน่อย ช่วยลุงเขาหน่อย ตาจะติดคุกเพราะไปเก็บของป่าบ้าง โดนยึด ที่ทำกินบ้าง โดนรีดไถบ้าง คุณยายบอกว่าปลูกบ้านอยู่ตรงนี้มานานตั้งแต่รุ่นทวด ตอนนี้ มันโดนยึดเพราะอยู่ ๆ มันกลายเป็นเขตป่าไม้เสียอย่างนั้น คนรุกป่าบ้าอะไรครับ อยู่กันมา ๓ ชั่วอายุคนแล้ว ดูบ้านเรือนได้ครับไปงัดฝาบ้านมาเอาไม้มาพิสูจน์ความเก่ายังได้เลย นี่ละครับที่ผมบอกว่ากฎหมายมันรังแกประชาชน กฎหมายทำร้ายประชาชน พื้นที่บ้านผม มีป่าพระบาทที่อำเภอบ้านตาก ถูกกฎหมายป่าไม้ประกาศทับที่คน มีผู้ร้องทุกข์กับผมตั้งแต่ ก่อนผมเป็น สส. วันนี้ผ่านมา ๒ ปีแล้ว ผู้ร้องคนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ผมไปงานศพ ผมจำ คำสั่งเสียได้ดีว่าเขาบอกว่าเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง เขาสู้เพื่อให้ลูกหลานเขามีที่อยู่ที่ทำกิน คนไทยถูกลืมคำนี้ไม่เกินจริง เรามัวแต่ไป Offer ต่างชาติ ๙๙ ปี แต่คนไทยไร้ที่ทำกิน ถูกจับ ถูกยึดเสียค่าปรับทุกครั้ง ทุกครั้งที่นักการเมืองพูดจานโยบายอะไรแบบนี้คือมันน่า สะอิดสะเอียนมาก น้ำตาคนจนมันเอ่อครับเมื่อได้ยินได้ฟังแบบนี้ จังหวัดตากบ้านผมนั้น มีพื้นที่ที่มีปัญหาหลายแห่ง สถานที่นั้นมีทั้งโรงเรียน วัด โรงพยาบาล ชุมชน มีผู้ใหญ่บ้าน มีกำนัน มีทะเบียนบ้านด้วย แม้จะเป็นทะเบียนบ้านชั่วคราวก็ตาม มันแปลว่าอะไรครับ มันแปลว่าทุกกระทรวง ทบวง กรม ยอมรับแล้วว่าหมู่บ้านชุมชนนั้นมีอยู่จริง แล้วทำไม กฎหมายป่าไม้ที่ออกมาทีหลังไปขับไล่เขา ไปบอกว่าเขามารุกที่ โรงเรียน โรงพยาบาลก็ตั้งอยู่ ทนโท่ โดยสรุปก็คือเมื่อรัฐประกาศเขตป่า จัดสรรที่ดินโดยไม่คำนึงถึงวิถีชีวิตชุมชน ไม่นึกถึง หลักฐานการมีอยู่ เรื่องราวอายุขานของหมู่บ้านชุมชน ชาวบ้านกลับถูกหาว่าบุกรุกในพื้นที่ ที่เคยเป็นที่ทำมาหากินของเขาครับ ปัจจุบันมีหลายครอบครัวได้รับผลกระทบในพื้นที่ ป่าพระบาท พื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ ป่าไม้ ป่าชุมชน พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม สารพัดกฎหมายป่าครับ กฎหมายที่ดินที่ไปกดทับเขา คนจนครับ คนชนบทครับ ที่อยู่ทุรกันดารเขาไม่มีปากมีเสียง แน่นอนครับ มีแต่เรานี่ละต้องไปพูดแทนเขาทำแทนเขา น่าเห็นใจนะ สุดท้ายครับ ผมขอเรียนต่อเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่าการผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ใช่เพื่อการลบล้างคดีความ แต่คือการสร้างความปรองดองระหว่างรัฐกับประชาชนตัวเล็กตัวน้อย เป็นการยืนยันว่า รัฐไทยพร้อมจะรับฟังเสียงของประชาชนและพร้อมจะคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกกระทำ ด้วยนโยบายที่ผิดพลาดในอดีต ดังนั้นผมขอเรียกร้องให้ที่ประชุมแห่งนี้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ ด้วยความเห็นใจ ด้วยความเข้าใจ ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ที่เขา รอความยุติธรรมมานานแสนนาน เพื่อพี่น้องคนจังหวัดตากของผม แล้วก็อีกหลายจังหวัด ที่อยู่ในประเทศนี้ครับ ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่า พื้นเมือง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ คำถามแรกที่ผมจะถามตัวเอง ถามท่านประธาน ถามเพื่อน สส. แล้วก็คนทั้งประเทศว่าวันนี้ทำไมเราต้องมาตรากฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรม ผลงานของ คสช. คณะรัฐประหารที่มีนโยบายว่าด้วยเรื่องของทวงคืนผืนป่า เวลารัฐทำผิดเราก็จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม พี่น้องประชาชนอยู่ตรงนั้นคำถามแรกคือ เขาผิดหรือไม่ผิดมีการพิสูจน์หรือยัง อันนี้ประเด็นแรกครับท่านประธาน กระบวนการทั้งหมด ที่ผมจะลงรายละเอียดมันยังไม่ได้มีการพิสูจน์ พอออกมาเป็นนโยบาย มันเป็นนโยบาย ออกมาก็คือว่าคดีทั้งหมดผมถือว่าเป็นคดีเชิงนโยบายและการเมือง คนที่ไปจับเขาก็ไม่ได้สั่ง โดยตรง เอานโยบายเพื่อจะเสนอผลงาน ท่านประธานทราบไหมครับ ผมไม่แน่ใจถ้าเป็น ตำรวจเวลาไปจับหมวกกันน็อกก็ดี ทำคดีอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะมีค่าตอบแทนและมีผลงาน อันนี้ก็เช่นเดียวกันท่านประธาน ๒๙,๐๐๐ กว่าคดี พื้นที่ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ผมถามว่าทำไป เพื่ออะไร วันนี้เราต้องมานิรโทษกรรมเสียเวลาขนาดไหนครับท่านประธาน ก่อนที่ผมจะลง รายละเอียดครับท่านประธาน ประเทศไทยมีอยู่ ๓๒๐ ล้านไร่ คนที่อยู่ในแผนที่ ๓๒๐ ล้านไร่ แผนที่ด้ามขวานท่านประธาน มันมีความชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่เราไปลงนามแผนที่ฝรั่งเศส ในฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ประเทศลาวไปถึงกัมพูชา ฝั่งตะวันตกตั้งแต่เชียงรายไปถึงระนอง เราไปลงนามกับอังกฤษ ใครก็ตามที่อยู่ในแผ่นดินนี้ถือว่าเป็นคนไทยที่ชอบด้วยกฎหมายครับ แต่วันนี้ครับมีคนจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน บอกว่าอยู่ในเขตป่า ผมถามว่าบ้านเลขที่ คุณออกให้เขาได้อย่างไร ในหมู่บ้านยังมีผู้ใหญ่บ้าน มี อสม. มีคณะกรรมการ ปภ. ปกครอง ท้องที่ท้องถิ่น อันนี้ผิดกฎหมายไหมล่ะครับ หรือเราต้องการเขาแค่ตอนที่ลงคะแนนเสียง เท่านั้น อันนี้คือปัญหาใหญ่ครับท่านประธาน ถ้าเราไม่เอาหลักคิดตรงนี้ผมคิดว่าคนไทย ประมาณครึ่งประเทศผิดกฎหมายหมดเลย เพราะฉะนั้นก็คือเรื่องนี้หัวใจหลักผมคิดว่า ต้องกลับมายึดเรื่องนี้ จะมีคนไทยจำนวนมากวันนี้จะไม่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ผมพูดอย่างนี้ผมคิดว่าหลักการใหญ่ การที่นโยบายของ คสช. ได้ประกาศออกมา คำสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ เป็นการเสนอของฝ่ายข้าราชการปกติขึ้นมา ผมถามว่าทำไปเพื่ออะไร วันนี้ความขัดแย้งของพี่น้องประชาชนกับรัฐ แล้วก็บางคนเข้าคุกเข้าตะราง ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ดูพัฒนาการของสภาผู้แทนราษฎรว่าเราสนใจเรื่องนี้ มาอย่างไร ผมเข้ามาเป็นสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ สมัยที่แล้วมีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าด้วยเรื่องของปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ มีการพูดถึงเรื่องนี้ครับ มีการศึกษาเรื่องนี้ แล้วผมก็ได้ตั้งคณะทำงานศึกษาเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีคดี ทวงคืนผืนป่า ตอนนั้นท่านทวี สอดส่อง ก็อยู่ฝ่ายค้านด้วยกัน แล้วก็มาสมัยนี้ท่านเป็น รัฐมนตรีท่านก็ได้ยกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมพร้อมกับพรรคประชาชนแล้วก็ P-move ครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่ามันมีข้อสรุปเบื้องต้นในรัฐสภา ชุดที่ ๒๕ จึงนำไปสู่การพิจารณา กฎหมายฉบับนี้🔗
ท่านประธานครับ ผลกระทบ ที่เกิดขึ้นผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเหล่านี้ กระบวนการที่ลงไปจับกุมเขา ลงไปขู่เขา ลงไปดำเนินการเขา มันไม่มีกระบวนการพิสูจน์ อะไรใด ๆ ทั้งสิ้นเลยท่านประธาน เวลาออกนโยบายบอกว่าจะทวงคืนผืนป่า จะไปยึดที่ ของคนที่เป็นนายทุน เคยออกข่าว ๒-๓ วันครับ วันนี้ผมอยากเห็นความสำเร็จว่าที่ท่านไปทำ ไม่ว่าจะเป็นภาคตะวันออก ที่เขาเขียวหรือแม้แต่ที่ภูทับเบิกตกลงเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ตามมา คนที่อยู่ด้านล่างลงไปที่จะต้องการผลงานหรือที่ต้องการแสดงออกถึงว่าข้าน้อยได้ทำผลงาน ให้เจ้านายแล้ว อันนี้คือปัญหาใหญ่มากนะครับท่านประธาน ผมอยากจะบอกให้ท่านประธาน ได้ดูตรงนี้ว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่คณะ คสช. ได้ออกมาตรากฎหมาย ที่เราเรียกว่าคำสั่ง คสช. ผมอยากให้ท่านประธานไปดูตัวอย่างครับ อันนี้คือปรากฏการณ์ ทั่วประเทศแล้วครับท่านประธาน คดีทวงคืนผืนป่าเกิดขึ้นทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นที่ภาคอีสาน ภาคใต้ อย่างพี่น้องที่แม่ฮ่องสอน อย่างที่เชียงดาวบ้าน สส. อรพรรณ แล้วก็ที่เชียงราย บ้าน สส. จุฬาลักษณ์ ก็เจอกันหมดครับท่านประธาน ปัญหาคือว่าคุณเข้าไปดำเนินการเขาคุณมีกระบวนการอย่างไร มีกระบวนการที่พิสูจน์ได้ หรือเปล่า ไม่มีครับท่านประธาน มีกรณีที่บอกว่าให้ไปลงทะเบียนขึ้นเป็นเกษตรกรผู้ปลูก สวนยางครับท่านประธาน แล้วหลังจากนั้นก็มีการสนธิกำลังแล้วก็เข้าไปตัดสวนยาง ผมถามว่า ถ้าผิดกฎหมายคุณปล่อยให้สวนยางมันโตขึ้นมาพร้อมที่จะกรีดยางแล้วทำไมคุณไม่จับตั้งแต่ ตอนปลูก อย่างนี้ต้องไปจับเจ้าหน้าที่คุณปล่อยให้มีการปลูกได้อย่างไร อันนี้คือข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นที่เราต้องมาพูดกฎหมายฉบับนี้ ผมอยากให้ท่านประธานได้เห็นครับ อันนี้กรณี คุณแสงเดือน เป็นพี่น้องชาวบ้านอยู่ที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง ที่ของคุณแสงเดือน ผมจะเล่าให้ฟัง ที่อยู่มานาน มีกฎหมายป่าไม้ที่ทับลงไป ปี ๒๔๙๗ มีป่าไม้ทับลงไป เขาอยู่มา ก่อนปี ๒๔๙๗ ท่านประธาน ปี ๒๔๙๗ ทับลงไป กฎหมายฉบับแรกคือปี ๒๔๘๔ แสดงว่า กฎหมายฉบับแรกทับลงไปว่าเขาอยู่ในเขตป่า ตอนที่ประกาศกฎหมายฉบับนี้ทั้ง ๆ รู้ว่า ชุมชนอยู่ตรงนี้ ประชาชนอยู่ตรงนี้ คุณแสงเดือนก็ต้องถูกดำเนินคดี คุณแสงเดือน ยังได้รับ สทก. ๑ ด้วยนะครับ คุณแสงเดือนได้รับการส่งเสริมให้ปลูกยางพารา แต่พอคำสั่ง ออกมาตรงนี้ไม่ดูเหนือดูใต้อะไรเลย อาจจะมีความแค้นหรืออาจจะไม่ชอบหน้า หรือด้วย เหตุผลประการใดเข้าไปดำเนินการกับคุณแสงเดือน คุณแสงเดือนก็ต้องสู้ในคดีตั้งแต่ ชั้นสอบสวน อัยการ ถึงศาล อันนี้ผมยกตัวอย่างแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ คดีทั้งหมดที่ประชาชน เรียกร้องจากผมตั้งแต่สมัยที่แล้วกับสมัยนี้มีจำนวนมากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ เรียกร้องท่านประธานว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้มันมาจากตรงนี้ครับ คำสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ นี่คือคำสั่งทวงคืนผืนป่าบอกว่าจะได้ผืนป่าอย่างนั้นอย่างนี้ ออกอย่างนี้ทำไม ท่านประธาน ลองดูนะครับ ทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร คณะรัฐประหารก็จะเอาประเด็นเรื่องทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเอาใจชนชั้นกลางว่าจะได้ป่าคืน แต่ความเป็นจริงแล้ว ทุก ๆ ครั้งที่มีการรัฐประหารจะมีการสัมปทานทรัพยากรธรรมชาติแบบพวกเราไม่ทราบ ขณะเดียวกันตอนนั้นผมจำได้อาจารย์นักวิชาการคัดค้านคำสั่งนี้ครับ อาจารย์ถูกจับอยู่ที่ เชียงใหม่ ณ วัดสวนดอก ก็เลยออกคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ บอกว่ายกเว้นคนยากไร้ แต่ในทาง ปฏิบัติไม่มีผล ปี ๒๕๖๒ พ.ร.บ. อุทยาน ปี ๒๕๖๒ ได้แก้ไข่นะครับ มีการบอกว่าให้เวลา ๑๒๐ วัน ให้เกษตรกรไปพิสูจน์และลงชื่อ ท่านประธานทราบไหมครับ มีกระบวนการที่ กลั่นแกล้งพี่น้องประชาชนโดยการไปออกเขาเรียกว่าคดีแห้งครับท่านประธาน คดีแห้ง หมายความว่าอย่างนี้ครับ ที่ดินตรงนี้เจ้าหน้าที่เขาจะไปปักชื่อไว้ว่าที่ดินแปลงนี้มีการบุกรุก ตาม พ.ร.บ. ๑ ๒ ๓ ๔ ผู้ใดไปครอบครองจะผิดกฎหมาย ประชาชนยังไม่ได้ไปแจ้งครอบครอง ตามเงื่อนไข พ.ร.บ. อุทยานปี ๒๕๖๒ เลยครับ ไปแจ้งไว้เลย เขาก็ไม่มีสิทธิ อันนี้เป็น กระบวนการที่มันไม่ชอบมาพากลด้วยคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔ ทั้งหมดครับท่านปราน🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าไม่ได้มีเฉพาะ สภาผู้แทนราษฎรและ สส. เท่านั้นที่มีพี่น้องประชาชนร้องเรียนมา กรรมการสิทธิมนุษยชน มีทุกอย่างเลย มีทั้งจับกุม มีการยึดที่ มีการทำลายทรัพย์สิน มีการข่มขู่ มีการห้ามเก็บผลผลิต ทั้งหมดเลยครับ ผมถามว่าอันนี้หรือที่คนไทยด้วยกันกระทำต่อกัน เพราะฉะนั้นโดยสรุปว่า ความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรากฎหมายนิรโทษกรรมในความผิดพลาดของคำสั่ง คสช. นโยบายทวงคืนผืนป่า ผมสนับสนุนการร่างกฎหมายทั้ง ๒ ร่างเลย ทั้งของท่านซูการ์โน มะทา กับคณะ แล้วก็ท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาเรื่องความ ขัดแย้งระหว่างรัฐกับราษฎรในพื้นที่ป่าและที่ดินป่าไม้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในรากเหง้าของความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย วันนี้ผมขอใช้เวลานี้ในการ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ในจังหวัดชัยภูมิโดยเฉพาะในพื้นที่ตำบล ท่าหินโงม ตำบลท่ามะไฟหวาน ได้มีพี่น้องหลายรายเรียกร้องสิทธิในการอยู่อาศัยและสิทธิ ในการทำกินในที่ดินของตน กรณีที่พบได้อย่างชัดเจน ได้แก่ บ้านวังโพน บ้านหนองกวาง บ้านซับสมบูรณ์ บ้านหินหนีบ และบ้านท่าเว่อ อำเภอแก้งคร้อ และอำเภอเมืองของจังหวัด ชัยภูมิ ชาวบ้านในพื้นที่เหล่านี้ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรและการอยู่อาศัยมา อย่างต่อเนื่องและยาวนาน และได้รับสิทธิตามมติ ครม. ในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ซึ่งกำหนดให้ประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในเขตป่าก่อนวันดังกล่าวสามารถอยู่อาศัยและ ทำกินต่อไปได้โดยไม่ถือว่าบุกรุก แต่เมื่อมีการประกาศของคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔ และคำสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ล่าสุดผมได้ลงพื้นที่โดยเฉพาะในตำบลท่าหินโงม ก็ทราบมาว่าพี่น้องหลายราย ขณะนี้มีหมุดของอุทยานไปปักอยู่ในที่ดินทำกินของพวกเขา โดยบางหลังคาเรือนมีหมุดปัก ผ่ากลางบ้าน ซึ่งทางอุทยานตาดโตนก็ได้นำหมุดไปปักเอาไว้ตั้งแต่มีการประกาศของคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔ และคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ โดยอ้างว่าเป็นการทวงคืนผืนป่า ทั้งที่ราษฎรเหล่านี้ มีสิทธิที่รับรองไว้แล้วและมีหลักฐานสามารถไปพิสูจน์สิทธิได้ว่าพวกเขาทำกินอยู่บนที่ดิน เหล่านี้มาอย่างยาวนาน พี่น้องหลายครอบครัวถูกดำเนินคดีสูญเสียที่ดินทำกิน สูญเสียรายได้ และต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงในชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม พี่น้องบางคนต้องติดคุกติดตาราง ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดเชิงนโยบาย แต่ยังขัด กับหลักสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้บุคคลและชุมชนมีสิทธิในการจัดการดูแลและ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. ที่กำลัง พิจารณาอยู่ในสภาในวันนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตราขึ้นมา ซึ่งจะเป็นกฎหมายแห่งความ เป็นธรรม ยกเว้นความผิดทั้งแพ่งและอาญา รวมถึงความผิดทางปกครองให้กับบุคคลที่ทำกิน และอาศัยอยู่ในพื้นที่อย่างสุจริต ไม่ว่าจะเป็นความผิดตามมาตราต่าง ๆ ของประมวล กฎหมายที่ดิน ความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ความผิดตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ความผิด ตาม พ.ร.บ. ป่าสงวน พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการ คืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ไม่เป็นธรรม มิใช่การเปิด ช่องทางให้บุกรุกป่าไม้เพิ่มเติม แต่เป็นการแก้ไขปัญหาที่รัฐได้ก่อขึ้นมาเอง ผมจึงขอ กราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่าการผ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นสัญญาณ สำคัญที่รัฐสภาแสดงออกถึงการคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องราษฎร ให้พวกเขาได้มีความ มั่นคงในชีวิตและอาชีพ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ผมขอประกาศสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ อย่างเต็มที่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านณกร ชารีพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนมุกดาหาร พรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบ จากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ คำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุก ทรัพยากรป่าไม้ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗🔗
คือนโยบายทวงคืนผืนป่า เป็นนโยบาย อัปลักษณ์ของรัฐบาลอัปยศ นโยบายที่เกิดขึ้นทำให้ปฏิบัติการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชนในทุก ๆ ด้าน ในช่วงเวลา ๖ ปีกับคำสั่ง คสช. นี้มีคดีเพิ่มขึ้นถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าคดี คำถามคือ ๔๐,๐๐๐ กว่าคดีนี้เป็นคดีของนายทุนและนักการเมืองสักกี่คดีครับ แต่ ๔๐,๐๐๐ กว่าคดีนี้เต็มไปด้วยประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยที่ต้องเสียที่ดิน ตายทั้งเป็น มีชีวิตที่ต้องล่มสลายเพราะนโยบายเผด็จการนี้ จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ป่าสูงถึง ๘.๕ แสนไร่ สูงถึง ๓๓ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด สูงที่สุดในภาคอีสาน ถามผมว่าผมเป็นผู้แทน คนมุกดาหารนี่ผมภูมิใจกับพื้นที่ป่าเยอะไหม ตอบไม่ภูมิใจสักนิดครับ เพราะพื้นที่ป่าที่มานี้ เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของพี่น้องราษฎรชาวมุกดาหาร จากการกระทำของรัฐบาลเผด็จการ ไม่เห็นหัวประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย นโยบายที่มาจากรัฐเผด็จการปฏิบัติการ ๗ รูปแบบ ดังนี้ รื้อถอนทำลายพืชผล ยึดพื้นที่ป่าปักเสา รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทรัพย์สิน ยึดแปลง ทำคดีแห้ง ยึดสิทธิ ปักป้ายประกาศข่มขู่และดำเนินคดีพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ คสช. ให้กับพี่น้องราษฎรคนไทย การทวงคืนพื้นที่ป่าของ คสช. นี้นโยบายมันย้อนแย้งครับ เพราะป่าที่ได้มาจาก คสช. ประเคนให้กับเอกชนแสวงหาผลประโยชน์โดยการฟอกเขียว ผ่านนโยบายเศรษฐกิจที่เรียกว่า BCG ผมขอยกตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารบ้านผม ผมและพรรคประชาชนเห็นด้วยอย่างยิ่งในการเปลี่ยนพลังงานสะอาด เปลี่ยนพลังงาน Fossil เป็นพลังงานสะอาด ขอสนับสนุนพลังงานสะอาดที่เป็นธรรม ไม่เอื้อแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง พลังงานสะอาดต้องไม่กดทับพี่น้องประชาชนและไม่เบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบ ต่อประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ในจังหวัดมุกดาหารมีการสร้างฟาร์มกังหันลมผลิตไฟฟ้า ในพื้นที่ป่าโดยใช้หลักการเช่าพื้นที่ป่ากับกรมป่าไม้โดยอ้างพลังงานสะอาดไปทับพื้นที่ ประชาชนอยู่หลายแห่ง ในปี ๒๕๖๕ ตำบลคำป่าหลาย บริษัทสร้างฟาร์มกังหันลมผลิตไฟฟ้า พื้นที่ ๑๒๒ ไร่ โดยทับซ้อนกับพื้นที่ทำกินของพี่น้องประชาชน ปี ๒๕๖๗ ตำบลนาโสก บริษัทสร้างฟาร์มกังหันลมผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ ๓๘๓ ไร่ ทับพื้นที่ทำกินของพี่น้องประชาชน ปี ๒๕๖๘ ตำบลนากอก อำเภอนิคมคำสร้อย บริษัทสร้างฟาร์มกังหันลมอยู่ที่ ๘๖๑ ไร่ ทับพื้นที่ทำกินของพี่น้องประชาชน ชาวบ้านเคยใช้พื้นที่ทำกิน หาหน่อไม้ อาศัยดำรงชีวิต อย่างยาวนานในพื้นที่ป่าและอยู่ด้วยกันได้ด้วยดีตลอดมา แต่นโยบายของรัฐที่เอารัด เอาเปรียบ ตอนแรกผมก็สงสัยจะเอาพื้นที่ป่าไปทำอะไรนักหนา ปรากฏเอาพื้นที่ป่า ไปประเคนให้นายทุน ตลกร้ายของประเทศนี้จริง ๆ ครับ ท่านประธานรู้ไหมครับ การเช่า พื้นที่ป่าในการทำฟาร์มกังหันลมหรือพลังงานสะอาด ปกติเราเห็นชาวบ้านเช่าพื้นที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังก็เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท แต่เชื่อไหมท่านประธาน การเช่าพื้นที่ป่าของบริษัทพลังงานสะอาดเหล่านี้ ๓๐ ปี ตกเฉลี่ย ไร่ละ ๔๐๐ บาทต่อปีเท่านั้น ผมว่ามันได้เวลาแล้วที่เราผู้แทนราษฎรจะคืนสิทธิ คืนโอกาส คืนอนาคตให้กับพี่น้องราษฎรที่ได้รับผลกระทบของนโยบายเผด็จการนี้ และขอเป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชนเร่งไปที่รัฐบาลแก้ไขปัญหาเอกสารสิทธิที่ดิน เพิ่มทั้งงบประมาณในการ พิสูจน์สิทธิ ยกระดับสิทธิที่ดินเพื่อส่งมอบโอกาสให้พี่น้องประชาชนเสียที และผมขอ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงยศ รามสูต ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ร่างครับ ไม่ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติ ยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินการ ตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบ จากการดำเนินการตามนโยบาย ของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ซึ่งทั้ง ๒ ร่างก็มีเจตนาเดียวกัน ที่จะแก้ไขปัญหาของคนที่อยู่มาก่อน กฎหมายออกมาทีหลังทำให้เกิดปัญหา โดยมี คณะกรรมการยกเว้นความผิดประจำจังหวัดมาดูแลในร่างหนึ่ง อีกอันก็เป็นคณะกรรมการ นิรโทษกรรมจังหวัดซึ่งมีหน้าที่คล้ายกัน แล้วก็มีระดับสูงก็มีคณะกรรมการชี้ขาด ระดับประเทศ ซึ่งมีรัฐมนตรีเป็นคนดูแล ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ก็เกิดมาจากปัญหา ที่คนเขาอยู่มาก่อนป่า พอป่าออกมาปุ๊บก็มีการผิดกฎหมายนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ที่เกิดปัญหา มากที่สุดก็คือจากนโยบายของ คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ โครงการทวงคืนผืนป่า ซึ่งแทนที่จะ ทวงคืนผืนป่า มันกลายเป็นทวงคืนเสรีภาพของประชาชนที่เขาได้ทำกินในพื้นที่ของเขา เพราะฉะนั้นก็มีคดีขึ้นมามาก เพราะฉะนั้นก็จึงมีการแก้ไขตรงนี้เพื่อจะหาทางแก้ไข เพราะ ปัจจุบันในเรื่องของที่ดินของทั่วประเทศมันมีปัญหาเยอะแยะ มีหลายกระทรวง หลายกรม เฉพาะกฎหมายของที่ดินเองกระทรวงมหาดไทย ปี ๒๔๙๗ ใครครอบครองมาก่อนก็ต้อง ไปแจ้งภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่ปี ๒๔๙๗ มีปัญหาไม่ได้แจ้งก็เยอะ ของกระทรวงทรัพยากร ของป่าไม้เอง ปี ๒๔๘๔ ของอุทยาน ของชายฝั่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มี ส.ป.ก. กระทรวงการคลังก็มีที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ กลาโหมก็มีที่ทหาร คมนาคมก็มีที่รถไฟ นิคมก็เป็นของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีหลายกระทรวง และในหลายพื้นที่ซ้อนกันเองของภาครัฐก็เยอะนะครับ นับประสาอะไรภาครัฐยังซ้อนกันเอง ประชาชนจะไม่ซ้อน ของประชาชนที่ซ้อนในพื้นที่ป่าก็ประมาณ ๒๓,๐๐๐ กว่าชุมชน ที่มันซ้อนในพื้นที่ป่า ซึ่งตามหลังมันจะต้องมีกฎหมายซึ่ง One Map รัฐบาลก็พยายามทำ แต่ตอนนี้จาก ๗ กลุ่มเราทำไป ๔ กลุ่ม กลุ่มที่ ๕ นี้รอ กลุ่มที่ ๖ กลุ่มที่ ๗ ยัง แต่ปัญหา ที่ตามมาก็คือกฤษฎีกาแนบท้ายยังไม่ประกาศก็เลยไม่ชี้ชัดว่าอันไหนเป็นของใคร เพราะว่า พอรู้ว่าอันไหนเป็นของใคร กฎหมายมันเยอะแยะไปหมดเลยว่าอันนี้เป็นของหน่วยงานไหน ต้องใช้กฎหมายของกระทรวงนั้น คุณครอบครองมาปีไหน ปี ๒๕๔๑ ปี ๒๕๕๗ เยอะแยะ ไปหมดนะครับ เพราะฉะนั้นควรจะมีการรวบรวมและทำให้มันเป็นระเบียบ แต่เนื่องจาก ระยะเวลาของสภานิติบัญญัติเหลืออยู่อีกไม่นาน ก็อย่างที่ได้ทราบเหลือประมาณ ๔-๕ เดือน ฉะนั้นการเสนอร่างที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอีก ๔ เดือน ซึ่งมีมาตราไม่มากแล้วก็เป็น ปัญหาหัวใจหลักซึ่งพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จากโครงการของภาครัฐที่ออกมาคนอยู่กับป่า น่าจะเป็นการพิจารณาแล้วแก้ไขได้🔗
ผมยกตัวอย่างในพื้นที่ป่าทั่วประเทศ ของภาคเหนือที่ผมอยู่มีพื้นที่ป่าไม้อายุ ๖๔.๕๗ เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือภาคตะวันตก ประมาณ ๕๙ กว่าเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อันนี้เฉพาะแผนคือแผนที่ปัจจุบัน แต่กรณีที่เกิดปัญหาน่าจะอยู่ก่อนสัดส่วนตรงนี้ เพราะว่ากฎหมายมันออกมาทีหลัง ยกตัวอย่างเช่นจังหวัดน่านบ้านผม จังหวัดน่านบ้านผมมีพื้นที่ ๗,๕๘๑,๐๓๕ ไร่ เป็นพื้นที่ป่า ๔,๖๔๐,๗๔๗ ไร่ แล้วก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่รู้ได้ว่าคนเขา ครอบครองอยู่ที่นี่ ตั้งแต่พญาขุนฟอง ตั้งแต่ปี ๑๘๒๕ ตอนนั้นมีสงครามบุเรงนองยกมาตี เชียงใหม่ พระเจ้าติโลกนาถก็เคยมาตีที่อำเภอบ่อเกลือเพราะเกลือเป็นยุทธปัจจัย นี่ก็เป็นหลักฐานชี้ชัดว่าชุมชนของเขาเกิดขึ้นก่อนเป็นร้อย ๆ ปี กฎหมายเพิ่งมาประกาศ ปี ๒๔๙๗ กฎหมายที่ดิน กฎหมายอุทยาน กฎหมายป่าไม้ มาประกาศทีหลังทับที่คนทั้งนั้น มีชาวบ้านหลายที่เป็นหมู่บ้านตั้งแต่ พ.ร.บ. ปกครองท้องที่ ปี ๒๔๕๗ มีหลายหมู่บ้านเกิดขึ้น เขามีบัตรประชาชน อย่างวันก่อนผมเจอนายกท่านหนึ่ง เขาบอกแม่เขาบัตรประชาชน ร้อยกว่าปีเขาเก็บไว้ มีหลักฐานมทางประวัติศาสตร์ เป็นที่ที่เคยเสด็จ หลักฐานต่าง ๆ เหล่านี้ ชี้ชัดว่าชุมชนเกิดอยู่ก่อน แต่พอกฎหมายป่าไม้ กฎหมายอุทยานออกมามาทับที่ของเขา มีปัญหาเยอะแยะเลย คราวก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว เข้าสู่สภาปัญหาการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ในเขตป่า ตอนนี้ก็ปัญหาในเรื่องของการไปจับกุมพี่น้องประชาชนที่เขาอยู่ในเขตป่า เพราะฉะนั้นการที่เสนอกฎหมายนี้ก็น่าจะบรรเทาเบาบางหรือน่าจะแก้ไขได้ ระยะเวลาตรงนี้ มีมาตราไม่มาก ซึ่งบางอย่างคงจะไปว่ากันในวาระที่สอง วาระที่สาม เพราะบางอย่าง ก็มีกฎหมายเขารองรับไว้อยู่แล้ว ผมยกตัวอย่างเช่นในส่วนของกฎหมายที่ดินเขาก็บอกว่า ในการเข้าไปแผ้วถางป่ามันผิด แต่ก็สามารถออกเป็นกฎกระทรวงในการแก้ไขสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการที่ตั้งขึ้นไปก็จะไปแก้ไขเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องต่าง ๆ ที่จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน แล้วบางอย่างน่าจะสอดคล้องในการแก้ไขกฎระเบียบ กฎกติกา กฎกระทรวง ให้คนเขาอยู่กับป่าได้ แล้วก็เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาศัยช่องว่างของ กฎหมายไปดำเนินคดีกับพี่น้องประชาชนนะครับ ฉะนั้นผมก็ขอสนับสนุนร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ร่างนี้เข้าสู่สภา และขอให้เพื่อนสมาชิกได้พิจารณาแล้วก็เร่งการพิจารณาเพื่อว่า ๔ เดือนนี้จะได้พิจารณาวาระที่สอง วาระที่สาม กลับมาได้ทัน อย่างน้อยก่อนที่สภาเรา จะหมดวาระ อย่างน้อยกฎหมายนี้ก็ให้ผ่านนะครับเป็นผลงานของสภานิติบัญญัติ แก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชน🔗
วันนี้ดิฉันมาอภิปราย ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการ ดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... เพื่อคืนความ เป็นธรรมแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายและการดำเนินการของรัฐในเรื่อง ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศเขตป่า การจัดสรรที่ดิน การใช้กฎหมาย ป่าไม้ หรือแม้แต่การบังคับใช้มาตรการที่ทำให้พี่น้องประชาชนต้องสูญเสียสิทธิในการครอบครอง ที่ดินซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษค่ะท่านประธาน ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าพี่น้อง ประชาชนจำนวนมากถูกดำเนินคดี ถูกจับกุม และถูกบังคับให้ออกจากพื้นที่ โดยที่พวกเขา ส่วนมากเป็นเพียงแค่เกษตรกรตัวเล็กตัวน้อย คนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นนายทุน ไม่ได้มีเจตนาจะรุกป่า แต่กลับต้องเผชิญชะตากรรมที่โหดร้าย เพราะรัฐไม่เคยออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับ วิถีชีวิตของพวกเขาค่ะท่านประธาน ดังนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้จึงมิใช่เพียงการนิรโทษกรรมเท่านั้น แต่คือการประกาศว่ารัฐยอมรับความผิดพลาดในอดีตและพร้อมที่จะคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ หลายสิบปีที่ผ่านมาประชาชนผู้ทำกินในพื้นที่ที่สืบทอดมาตั้งแต่ บรรพบุรุษกลับถูกตราหน้าว่าเป็นผู้บุกรุกเพียงเพราะรัฐประกาศว่าเขตที่พวกเขาอยู่มา ตั้งแต่เกิดนั้นเป็นเขตอุทยาน หรือโครงการพัฒนาที่ไม่ได้ถามความเห็นจากพี่น้องประชาชน ผลลัพธ์คือพี่น้องประชาชนคนธรรมดาถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ถูกขับไล่ออกจากที่ดินที่เคยเป็นบ้าน ของพวกเขา และที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่านั้นคือการที่รัฐเพิกเฉยและปล่อยให้พี่น้องประชาชนต่อสู้คดี เพียงลำพัง ไร้ทรัพยากรเพื่อที่จะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม นี่คือความอยุติธรรมที่ซ้ำเติม ความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ตัวอย่างคือพื้นที่ป่าทับซ้อนในอุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นประเด็นที่ยืดเยื้อมากว่า ๔๐ ปี มีชาวบ้านถูกฟ้องดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก ในหลาย ๆ กรณี เป็นประชาชนเข้ามาทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนที่จะมีการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งในช่วงก่อนปี ๒๕๒๔ ชาวบ้านเข้ามาก่อนมีการประกาศเป็นเขตอุทยาน ชาวบ้านจำนวนมาก ได้เข้ามาจับจองและทำไร่ทำสวนก่อนหน้านั้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาเพราะการประกาศนี้ ทำให้ที่ดินที่ชาวบ้านเคยทำกินมานานกลายเป็นอุทยานทันที แล้วก็ส่งผลให้ชาวบ้านเป็น ผู้บุกรุกโดยอัตโนมัติ แล้วก็ยังมีความกังขาในการจัดทำแผนที่และประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติในช่วงเวลานั้น ว่ามีความรอบคอบและถูกต้องจริง ๆ ไหม มีความทับซ้อนหรือไม่กับสภาพพื้นที่จริง ระหว่าง ในป่าที่ควรอนุรักษ์จริง ๆ แล้วก็ป่าที่เป็นเขตพื้นที่ชุมชนที่อาศัยอยู่ก่อนหน้านั้นนะคะ ก่อนหน้าในปี ๒๕๔๔ ในการใช้กฎหมายอุทยานแห่งชาติได้มีมาตรการทางกฎหมายเพื่อ ผลักดันและจับกุมชาวบ้านที่ยังคงอาศัยและทำกินในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านก็ได้รวมตัวกันแล้วก็ ต่อสู้กันมาตั้งแต่ ณ ตอนนั้น โดยให้เหตุผลว่าพวกเขาไม่ได้เป็นผู้บุกรุกใหม่ แต่เข้ามา ตั้งรกรากตั้งแต่ก่อนที่จะมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๔/๒๕๕๗ เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ถือเป็นนโยบายทวงคืนผืนป่า ซึ่งมีผลกระทบที่เป็นนัยสำคัญในพื้นที่ทับซ้อนอื่น ๆ อีกค่ะ และมีการเข้มข้นในการบังคับใช้ กฎหมายโดยเฉพาะกับพี่น้องเกษตรกรหรือว่าคนตัวเล็กตัวน้อย คำสั่งนี้ให้อำนาจแก่ เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้บุกรุกอย่างเด็ดขาด ทำให้เจ้าหน้าที่มีการ ลุแก่อำนาจเป็นจำนวนมาก รวมถึงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานที่ดิฉันได้กล่าวก่อนหน้านี้ แล้วก็มีผู้ประกอบการ Resort ในพื้นที่กลับได้รับการอนุมัติให้สามารถสร้างได้🔗
ประเด็นที่ ๒ คือสร้างผลกระทบต่อชาวบ้านที่อยู่อาศัยก่อนการประกาศ เขตอุทยานแห่งชาติ แม้ศาลจะมุ่งเป้าไปที่ผู้บุกรุกใหม่ แต่ในเชิงปฏิบัติแล้วส่วนมากคนที่ ถูกจับดำเนินคดีก็เป็นชาวบ้านหรือเกษตรกรที่ถูกดำเนินคดีและถูกขับไล่ ทำให้เกิดความ ขัดแย้งและข้อพิพาททางกฎหมายอย่างกว้างขวาง และการเร่งรัดทำคดีความและข้อพิพาท ทำให้คำสั่งคดีความระหว่างชาวบ้านกับอุทยานแห่งชาติมีการเร่งรัดและเข้มงวดมากเสียยิ่งกว่า กลุ่มนายทุน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมายและการตัดสินของ อำนาจศาลที่สั่งจำคุกหรือออกจากพื้นที่ นี่ยังไม่รวมพื้นที่อื่น ๆ อีกมากมายที่มีปัญหานะคะ ทั้งปัญหาที่ดินและป่าไม้ที่มีความซับซ้อนมากกว่านั้น ทั้งที่จริง ๆ แล้วกลับพบว่าสาเหตุหลัก ของการสูญเสียป่ามาจากการทำสัมปทานไม้ของรัฐที่กินเวลายาวนานเกือบ ๑ ศตวรรษ โดยกินระยะเวลายาวนานถึง ๙๒ ปี นับตั้งแต่กรมป่าไม้ในปี ๒๕๒๙ จนถึงปี ๒๕๓๑ เป็นสาเหตุหลักของการลดลงของป่าไม้ กล่าวคือท่านมาบังคับใช้กฎหมายนี้กับคน ตัวเล็กตัวน้อย แต่กลับให้นายทุนทำสัมปทาน ที่ตามสถิติแล้วเป็นการทำลายป่าไม้จริง ๆ ไม่ได้มาจากชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยหรือเกษตรกรที่ไปเก็บเห็ดในป่าแต่อย่างใด🔗
และประเด็นสำคัญที่ถูกยกขึ้นมาพิจารณาคือความชอบธรรมของแผนแม่บท ป่าไม้ที่ถูกจัดทำขึ้นอย่างเร่งด่วนโดยคณะทำงาน มีข้อจำกัดทั้งด้านในองค์กรและระยะเวลา และคณะผู้จัดที่มีเจ้าหน้าที่ทหารเป็นแกนหลักถึง ๑๑ คน จาก ๑๗ คน แล้วก็มีความเข้าใจ ต่อเรื่องนี้ไม่มากเพียงพอ ซึ่งใช้เวลาการจัดทำเพียงแค่ ๔๕ วัน แล้วไม่ได้สะท้อนถึงหลักการ การมีส่วนร่วมกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรง ต่อประสิทธิภาพและความยั่งยืนของมาตรการการทวงคืนผืนป่าที่ตามมา ยิ่งไปกว่านั้นคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ หรือนโยบายทวงคืนผืนป่าได้สร้างบาดแผลที่ลึกให้กับประชาชน มากกว่า ๒๙,๐๐๐ คดี ถูกจับกุมและได้ดำเนินคดีอย่างรุนแรง ทำให้หลายคนต้องสูญเสีย ที่ดินทำกิน ต้องมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไปตลอดชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรง ต่ออนาคตของพี่น้องประชาชนและโอกาสในการทำกินของพวกเขาในอนาคต ปัญหาเหล่านี้ ไม่ได้ส่งผลแต่ตัวบุคคล เพิ่มความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน ทำให้ความเชื่อมั่น ลดน้อยลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนค่ะ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องพิจารณา นิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายเหล่านี้ และที่สำคัญที่สุดคือ คืนสิทธิในที่ดินทำกินให้พี่น้องที่ครอบครองมาอย่างสุจริตก่อนการประกาศเขตพื้นที่ของรัฐ🔗
สาเหตุที่เราต้องมีร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ คืนศักดิ์ศรีให้พี่น้องประชาชน ประชาชน ไม่ควรถูกบันทึกเป็นนักโทษในทะเบียนประวัติเพียงเพราะทำตามนโยบายของรัฐที่บังคับใช้ โดยไม่รอบคอบในระบอบประชาธิปไตยค่ะ รัฐบาลและรัฐสภาต้องเป็นของพี่น้องประชาชน แต่เมื่อรัฐใช้นโยบายอย่างผิดพลาด ความเสียหายกลับถูกผลักให้พี่น้องประชาชนรับไว้ เพียงฝ่ายเดียว เราจะปล่อยให้ความผิดของรัฐเป็นความผิดติดตัวของพี่น้องประชาชน มิได้ค่ะท่านประธาน การผ่านร่าง พ.ร.บ. นี้ในหลักการคือการประกาศต่อสังคมว่ารัฐสภาไทย จะไม่ปิดตาข้างหนึ่ง ไม่ปฏิเสธความจริง และต้องยอมรับว่ารัฐเองก็ผิดพลาดได้และต้อง รับผิดชอบค่ะ บางท่านอาจจะบอกว่ากฎหมายนี้ทำให้กฎหมายอ่อนแอ เปิดช่องให้มีการทำผิดแล้วรอ นิรโทษกรรม ดิฉันขอย้ำชัด ๆ ว่านี่ไม่ใช่การนิรโทษกรรมให้ผู้มีอำนาจ ผู้มีอิทธิพล หรือ นายทุนแต่อย่างใด เป็นการนิรโทษกรรมให้พี่น้องประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากที่เป็นผลพวง มาจากการที่ก่อนโยบายผิดพลาดของภาครัฐหรือการประกาศนโยบายของ คสช. ที่ละเมิด สิทธิของคนตัวเล็กตัวน้อยและไม่ใช่นายทุนแต่อย่างใด ถ้าสภาชุดนี้ไม่ผ่านร่างนี้เราจะส่งสาร ไปถึงประชาชนว่าพวกเขาจะต้องต่อสู้เพียงลำพัง แล้วหากเขากล้าผ่านหลักการนี้ รัฐสภา จะเป็นที่พึ่งที่แท้จริงให้กับพี่น้องประชาชน แล้วเป็นก้าวสำคัญที่สังคมจะยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ยังเหลือผู้อภิปราย ๗ ท่าน ผมจะประกาศรายชื่อ ๓ ท่าน เพื่อให้เตรียมตัวครับ ท่านรวี เล็กอุทัย ท่านคำพอง เทพาคำ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ขอเชิญคุณรวี เล็กอุทัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องข้อพิพาทเรื่องสิทธิทำกินในที่ดินป่าไม้เป็นปัญหาคาราคาซัง ที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐไทย ซึ่งจุดเริ่มต้นของปัญหา ก็มาจากความบกพร่อง ความไม่ชัดเจนทางกฎหมายของไทยในอดีตที่มีการประกาศเขตที่ดิน ของรัฐที่ไม่สอดคล้องกับบริบทในแต่ละพื้นที่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการประกาศ เขตพื้นที่ของรัฐที่ทับซ้อนกับที่ทำกินของพี่น้องประชาชนครับ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน ที่อยู่อาศัยมาก่อนแต่กลับต้องกลายเป็นผู้ที่กระทำผิดทางกฎหมายแทน ปัญหานี้ เป็นปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากพี่น้องประชาชนจะต้องสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินของตัวเองแล้ว พวกเขายังกลายเป็นผู้กระทำผิดและเสี่ยงที่จะต้องได้รับโทษทางกฎหมายโดยไม่รู้ตัวจากการ ประกาศเขตพื้นที่ทับซ้อนอย่างไม่เป็นธรรมในครั้งที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้เป็นความอยุติธรรม ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่เพียงต้องการมีบ้าน มีที่ทำกินเลี้ยงชีพของตนและครอบครัว โดยสุจริต แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคและความยากลำบากต่าง ๆ มากมายตามมา ยกตัวอย่างเช่นในจังหวัดอุตรดิตถ์ของผมครับ พี่น้องประชาชนในอำเภอลับแล อำเภอตรอน และอำเภอพิชัย ต่างต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิบนผืนดินของตนเองที่ถูกริบไปตั้งแต่รุ่น ปู่ย่าตายาย รวมถึงพี่น้องประชาชนในอำเภอท่าปลาซึ่งเป็นผู้เสียสละอย่างมากในการยอมยก พื้นที่ของตนเองให้แก่รัฐเพื่อก่อสร้างเขื่อน แต่จนถึงปัจจุบันนี้พวกเขาเหล่านั้นก็ยังไม่ได้รับ เอกสารสิทธิในที่ดินของตนเองแต่อย่างใดเลย ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องของการสูญเสีย สิทธิในที่ทำกินแล้ว พี่น้องประชาชนเหล่านี้ยังต้องสูญเสียโอกาสต่าง ๆ มากมายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งการสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการ สิทธิประโยชน์และโครงสร้าง พื้นฐานต่าง ๆ ของภาครัฐ การสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดอาชีพ และการสูญเสียโอกาสของชีวิตจากการถูกลงโทษหรือดำเนินคดีทางกฎหมาย เป็นต้น ดังนั้น ผมจึงเห็นด้วยกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่มีความตั้งใจในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและคืน ความเป็นธรรมให้แก่พี่น้องประชาชนผู้สุจริต โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เข้าไปอาศัยอยู่ใน ผืนที่ป่าก่อนที่จะมีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ป่าของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการตั้ง คณะกรรมการจังหวัดในการพิจารณาคุณสมบัติผู้สมควรได้รับการยกเว้นโทษ และ คณะกรรมการกลางในการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. นี้ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมเป็นกังวลและขอตั้งเป็นข้อสังเกตที่อยากจะฝาก ให้กับทางกรรมาธิการพิจารณาต่อไปนั่นก็คืออำนาจหน้าที่และความเป็นกลางของ คณะกรรมการจังหวัด และคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดนี้ เนื่องจากในปัจจุบันถึงแม้เราจะมี สคทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการทำหน้าที่พิสูจน์สิทธิในที่ทำกินให้แก่พี่น้องประชาชน แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของการใช้ชุดข้อมูลและแผนที่แนบท้ายกฎหมายที่ไม่ได้เป็นมาตรฐาน เดียวกันระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการจัดทำชุดข้อมูลที่ชัดเจนอย่างเช่น นิยามของคำว่า ป่า ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ และข้อมูลจำนวนประชากรที่ควรได้รับสิทธิ ในที่ทำกิน รวมถึงแผนที่แนบท้ายกฎหมายที่ควรจะต้องเป็นรูปแบบมาตรฐานเดียวกันหรือ One Map จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ควรบรรลุผลสำเร็จให้ได้เสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาท และข้อโต้แย้งต่อการตัดสินของคณะกรรมการตามมา นอกจากนั้นอีกหนึ่งกลไกที่จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก็คือกลไกในการตรวจสอบ คุณสมบัติและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการจังหวัด และคณะกรรมการตัดสินชี้ขาดเพื่อให้ เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และไม่ก่อให้เกิดการทุจริตหรือเอื้อผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งควร ให้ความสำคัญและคืนความเป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชนที่ทำมาหากินอย่างสุจริตและเป็นผู้ ที่อยู่อาศัยมาก่อนประกาศเป็นเขตพื้นที่ป่าจริง ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ละเว้นโทษแบบเหมารวมครับ หรือกลายเป็นช่องทางให้ผู้กระทำผิดบุกรุกทำลายป่าหรือผู้หวังผลประโยชน์โดยใช้ช่องว่าง ทางกฎหมายสามารถกลายเป็นผู้ที่ไม่ต้องรับผิดทางกฎหมายไปด้วย ดังนั้นโดยสรุปผมจึง เห็นด้วยกับพระราชบัญญัติฉบับนี้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเห็นกฎหมายที่คืนความ เป็นธรรมและคืนโอกาสให้แก่พี่น้องประชาชนผู้สุจริตในอนาคตต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณคำพอง เทพาคำ ๑๐ นาที เชิญครับ🔗
เชิญท่านประธานสภาที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในสัดส่วน ภาคอีสานครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการที่ จะคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของรัฐ ท่านประธาน ที่เคารพครับ นับตั้งแต่การให้สัมปทานตัดไม้ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงทศวรรษ ที่ ๒๕๐๐ และในช่วงการเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรกปี ๒๕๐๔ ประเทศไทย มีพื้นที่ป่าประมาณ ๑๗๑ ล้านไร่ หรือร้อยละ ๕๓.๓ และจากข้อมูลของมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร พบว่าในปี ๒๕๐๙ มีการอนุญาตให้ทำโครงการสัมปทานป่าไม้ระยะยาว ๓๐ ปี และในปี ๒๕๑๖ มีพื้นที่ป่าทั่วประเทศ ๑๓๘ ล้านไร่ หรือร้อยละ ๔๓.๔ ต่อมาในปี ๒๕๒๒ ครม. มีมติปิดการให้สัมปทานป่าไม้ทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นไม้สัก ๓๖ ป่า จากทั้งหมด ๔๓ ป่า ไม้กระยาเลย ๑๗๖ ป่าจาก ๒๙๒ ป่า คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของการให้สัมปทาน ทั้งหมด ต่อมาในปี ๒๕๒๘ มีการออกมติ ครม. วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๘ กำหนดให้จะต้องมี พื้นที่ป่าทั่วประเทศร้อยละ ๔๐ โดยแบ่งเป็นป่าอนุรักษ์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และป่าเศรษฐกิจ ร้อยละ ๒๕ ในขณะที่พื้นที่ป่าทั้งประเทศในขณะนั้นมีพื้นที่ประมาณร้อยละ ๒๙ เท่านั้น โดยเป็นป่าสัมปทานร้อยละ ๒๕.๕ และป่าอนุรักษ์ร้อยละ ๓.๕ และในปี ๒๕๓๒ รัฐบาล ออกประกาศยกเลิกการให้สัมปทานป่าบกทั้งหมดหรือที่เรียกว่าปิดป่าหลังจากรัฐประหาร วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และในวันที่มีการประกาศใช้นโยบายทวงคืนผืนป่า ปี ๒๕๕๗ ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าประมาณร้อยละ ๓๑ และล่าสุดปี ๒๕๖๗ ถึงปี ๒๕๖๘ พื้นที่ป่า ของไทยก็ยังอยู่ที่ร้อยละ ๓๑ ในการบริหารจัดการพื้นที่ป่าในพื้นที่สัมปทาน ไม่ใช่เฉพาะป่า หรือมีเฉพาะผืนป่า มันยังมีที่ทำกิน ไร่นาสาโท หมู่บ้าน ตำบล อาศัยอยู่มานานนับชั่วอายุคน สมัยนั้นอีสานบ้านผมรถยนต์ที่แล่นเข้าไปในหมู่บ้านอันห่างไกลครั้งแรกไม่ใช่รถโดยสารครับ แต่มันคือรถลากซุงหรือรถไม้ เสียงรถแก่ไม้วีนไม้ขึ้นรถดังกระหึ่มไปทั่วทั้งป่า ไม้ที่ถูกโค่นลง ล้มนอนลงกับดิน สูงท่วมหัวท่วมหางของพวกเรา เราไม่รู้หรอกว่ามันเกิด อะไรขึ้นกับดงบ้านของเรานะครับ แต่พอต้นไม้ใหญ่หายไปพร้อมกับรถแก่ไม้ ป้ายเหล็ก สังกะสีที่มาติดที่บนต้นไม้ขนาดเล็ก ๆ ของเรา ต้นกุง ต้นซาด ก็คือ ป่า สง วน แห่ง ซา ติ เราอ่านออกเสียงอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ และมันก็ไปเป็นเป้าให้กับลูกหนังสติ๊กของเด็ก ๆ จากนั้นไร่นาสาโท ป่าโคกของเราก็กลายเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เป็นเขตอุทยาน เป็นเขต อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า การทำไร่ไถนาเข้าป่าหาของป่าตามธรรมชาติกลายเป็นการกระทำ ความผิดกฎหมาย ต้องติดคุกติดตาราง หนักเข้าถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ จากปฏิบัติการ ทวงคืนผืนป่า และการที่เป็นคนขยันขันแข็งทำมาหากิน การทำไร่ไถนากลายเป็นผู้ต้องหา ขุดก่นแผ้วถางทำลายบุกรุก ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเปรียบเทียบคดีที่มีการดำเนินคดี และจับกุมประชาชนตั้งแต่ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๓ ที่มีเพิ่มขึ้นถึง ๔๖,๐๐๐ คดี โดยจะขอ ยกตัวอย่างให้เห็นดังนี้นะครับ กรณี พ่อเด่น คำแร่ และแม่สุภาพ คำแร่ ซึ่งอาศัยและทำกิน ในพื้นที่บริเวณสวนป่าโคกยาว ทุ่งลุยลาย ชัยภูมิ มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ เป็นแกนนำนักต่อสู้ เพื่อสิทธิที่ทำกิน ทั้งคู่ตกเป็นจำเลยในคดีบุกรุกป่ามานานนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ทั้ง ๆ ที่มติ ครม. ในปี ๒๕๕๓ เห็นชอบแนวทางให้ชาวบ้านสามารถเข้าทำประโยชน์ในสวนป่าได้โดยไม่มี การข่มขู่คุกคาม จับกุมคุมขังและดำเนินคดี ในช่วงที่กำลังมีการแก้ไขปัญหา และเนื่องจาก พื้นที่อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชนบนพื้นที่ ๘๓๐ ไร่ แต่ทว่าในทาง ปฏิบัติกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดยชาวบ้านในพื้นที่ยังคงประสบปัญหาและถูกละเมิด สิทธิ ถูกข่มขู่คุกคาม โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐกว่า ๑๐๐ นาย บุกเข้าไปควบคุมตัวชาวบ้านช่วงเช้ามืด ของวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ และแจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม จำนวน ๑๐ คน โดยแยกสำนวนฟ้องออกเป็น ๔ คดี ท่ามกลางการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมใน กระบวนการยุติธรรม และขณะเดียวกันชาวบ้านชุมชนโคกยาว จำนวน ๓๐ ครัวเรือน ก็ต้อง เผชิญกับการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิในที่ทำกิน ภายใต้บรรยากาศการสุ่มเสี่ยงกับสถานการณ์ ทวงคืนผืนป่า หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้และฝ่ายปกครองเข้าไปใน พื้นที่หลายครั้ง เช่น วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๗ เข้าไปปิดประกาศคำสั่ง คสช. ๖๔/๒๕๕๗ ให้อพยพรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน ๑๕ วัน และวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เจ้าหน้าที่ทหารสนธิกำลังเข้ามาไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ นาย โดยมีเป้าหมายคือต้องเอาชาวบ้าน ออกจากพื้นที่ให้ได้ หลายครั้งที่พ่อเด่นกับแม่สุภาพ ต้องเดินทางไปร่วมชุมนุมเรียกร้อง ในสิทธิทำกินร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อความเป็นธรรม หรือ P-move และเครือข่าย ปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน และเข้ายื่นหนังสือเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้รัฐบาลมีมาตรการแก้ไข ปัญหาระดับนโยบายจนมีมติชะลอการไล่รื้อจนกว่าจะมีกระบวนการแก้ไขปัญหาอย่าง ถูกต้อง กระทั่งพ่อเด่นได้สูญหายไปเมื่อเช้าวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๙ หลังจากเข้าไป เก็บผักหวาน หน่อไม้ บริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จากนั้นพ่อเด่นก็ไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านเพื่อที่จะนำของที่ หาได้จากป่ามาวางขายที่ตลาดทุ่งลุยลายในช่วงเย็นตามปกติและไม่ได้กลับมาอีกเลยจากนั้น แม่สุภาพผู้เฝ้ารอคอยการกลับมาของสามีกลับคืนสู่ผืนดินที่เรียกว่าบ้าน นอกจากจะต้อง เดินทางไปชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิในที่ทำกินของตนเองและชาวบ้านอีกหลายราย ยังต้อง เดินทางไปประสานงานกับหน่วยงานเพื่อถามหาความยุติธรรมให้กับสามีที่หายไปอย่างมี ปริศนา เพื่อที่จะนำตัวพ่อเด่นกลับคืนสู่บ้านที่เรียกว่าบ้าน ไม่ว่าจะนำกลับมาในสภาพใด ก็ตาม จนเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๐ พบกางเกง รองเท้า และสิ่งของเครื่องใช้ในถุงย่าม รวม ๑๔ รายการ โดยแม่สุภาพยืนยันว่าเป็นของพ่อเด่น ถัดมาอีกวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๐ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จึงลงตรวจสอบพื้นที่และพบพยานสำคัญ วัตถุพยานสำคัญคือ หัวกะโหลกมนุษย์ ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ในขณะที่ตามหาสามี แม่สุภาพ ก็ต้องเดินทางขึ้นศาลในข้อหาบุกรุกป่าตามหมายนัดหลายครั้ง ทั้งยังต้องต่อสู้กับโรคร้าย ที่รุมเร้าและผ่าตัดเนื้องอกในมดลูก จากนั้นแม่สุภาพ คำแร่ เดินทางไปศาลเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ศาลจังหวัดภูเวียงอ่านคำพิพากษา มีคำสั่งให้จำคุกแม่สุภาพ คำแร่ ๖ เดือน โดยไม่รอลงอาญา แม่สุภาพถูกจำคุกสิ้นอิสรภาพทันทีโดยไม่ได้กลับไปยังบ้านน้อย หลังนั้นทั้ง ๆ ที่มีหมารออยู่ ๒ ตัว หลังได้รับปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๑ แม่สุภาพตั้งมั่นพร้อมสืบสานเจตนารมณ์ของสามีที่จะดูแลปกป้อง สู้เพื่อที่ทำกิน สืบทอดถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้กับสามี ขณะที่ยังยืนหยัด ต่อสู้เรียกร้องที่ทำกินและความยุติธรรมให้กับสามี แม่สุภาพก็จากไปในวัย ๖๗ ปี ในปี ๒๕๖๔ วันที่แม่สุภาพจากไป สิ่งที่สมาชิกชุมชนโคกยาวร่วมติดตามสานต่อจนกระทั่ง ได้ข้อสรุปร่วมกับหน่วยงานของรัฐว่าจะกันพื้นที่ ๘๓๐ ไร่ ให้กับชุมชน โดยจำแนกเป็น พื้นที่ป่าชุมชน ๕๐๐ ไร่ พื้นที่ทำกิน ๓๓๐ ไร่ เป็นที่ทำกินและแปลงรวม เพื่อให้กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชส่งมอบพื้นที่ให้กรมป่าไม้ดำเนินการ แต่มาถึงปัจจุบัน ความล่าช้ายังไม่มีการส่งมอบแต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ หากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน แน่นอนคงไม่อาจเอาชีวิตของพ่อเด่นและแม่สุภาพ คำแร่ กลับคืนมาสู่ที่ทำกินที่เรียกว่าบ้าน ได้อีก แต่อย่างน้อยให้ได้คืนความเป็นธรรมให้กับพ่อเด่นและแม่สุภาพจากข้อหาบุกรุกป่า และคำพิพากษาให้ตายและจำคุกทั้งที่ไม่มีความผิดมาตั้งแต่ต้น คืนความเป็นธรรมให้กับ พี่น้องประชาชนที่กำลังส่งเสียงแต่ไม่มีใครได้ยิน ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้ร่วมกันสร้าง ประวัติศาสตร์ คืนสิทธิและคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน และนำไปสู่การ พิสูจน์สิทธิและออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนในที่ทำกินต่อไปยิ่งจะขอบพระคุณมากครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันดีใจมาก ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับ ความเสียหายหรือได้รับผลกระทบ จากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและ ทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... จากคำสั่ง คสช. เลขที่ ๖๔/๒๕๕๗ อันนำมาสู่การยึด จับกุมคดี แก่พี่น้องประชาชน เกิดความขัดแย้งจากหน่วยงานของรัฐกับพี่น้องประชาชน มีการทวงคืน ผืนป่า ๒๙,๐๐๐ คดีทั่วประเทศ ครอบคลุมกว่า ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ มีผู้ถูกกล่าวหามากกว่า ๓,๘๐๐ ราย ทั้งข้อเท็จจริงอยู่แล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชาชนเหล่านี้มีที่ดินที่อยู่อาศัย ก่อนคำสั่ง คสช. แน่นอนค่ะ และกรมอุทยานยังยืนยันว่าเกือบ ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่พบการกระทำความผิด แต่ชาวบ้าน กลับต้องติดคดี สูญเสียที่ดินทำกินและใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว โดยที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า เขาจะต้องไปติดคุกวันไหน พืชทางการเกษตรที่เขาปลูกไว้เขาจะสามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวได้ วันไหนบ้าง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ดีกับพี่น้องประชาชนค่ะ เพื่อต้องการ จะแก้ไขเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เมื่อพิจารณาดูแล้ว ดิฉันเห็นว่าในหลักการและเหตุผลทั้ง ๒ ฉบับนี้ ยังอ้างถึงว่าประชาชนผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกิน และไม่มีที่อยู่อาศัยค่ะ แต่ทีนี้ดิฉันมีข้อกังวลใจก็คือการตีความแบบนี้จะทำให้สิทธิในการ นิรโทษกรรมครั้งนี้จะเฉพาะเจาะจงแค่ผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัยค่ะ หากเป็น เช่นนั้นจริง ๆ มันจะไปขัดกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๗ ที่ระบุไว้ว่าบุคคลย่อมเสมอกัน ในกฎหมายและมีสิทธิเสรีภาพที่จะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายที่เท่าเทียมกัน ท่านประธานคะยกตัวอย่างค่ะขอ Slide ค่ะ🔗
ในพื้นที่ของดิฉัน นี่แค่อำเภอเดียวค่ะ คืออำเภอเวียงแหง พื้นที่ในตัวอำเภอเวียงแหงเองอย่างแรกก็คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีจำนวน ๓๘,๐๐๐ กว่าไร่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ อุทยานผาแดง ๑๘๐,๐๐๐ ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติ ๘๖,๐๐๐ ไร่ นอกเขตมี ๒๕,๐๐๐ ไร่ คิดเป็นแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธาน ๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ไม่ได้อยู่ในเขตป่า ท่านประธานลองพิจารณาร่วมไปกับดิฉันนะคะ แล้วพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอเวียงแหง อยู่ในเขตพื้นที่ไหนค่ะ ดิฉันเห็นว่าในพื้นที่อำเภอเวียงแหง ๙๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ๙๔ เปอร์เซ็นต์ เป็นปัญหาที่มาจากคำสั่งของ คสช. แน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความลำบากใจ ความอึดอัด ความอัดอั้นตันใจ ดิฉันจะไม่ขอพูดซ้ำเพราะดิฉันเห็นว่าเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ คนได้สะท้อนปัญหาให้กับทางท่านประธานรับฟังแล้ว แต่สิ่งที่ดิฉันกังวลใจก็คือเรื่อง เกี่ยวกับพื้นที่ของดิฉัน พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งมีบ้าน บ้านที่พูดถึงก็คือที่อยู่อาศัย อาจจะ ไม่ได้มีพื้นที่เยอะค่ะ มีพื้นที่แค่ไม่กี่ตารางวาเอาไว้ปลูกผัก เอาไว้ปลูกของไว้กิน แต่พื้นที่ ที่ทำการเกษตรก็จะมีอีกพื้นที่หนึ่ง แต่ทีนี้พี่น้องประชาชนได้ประสบปัญหาในเรื่องของคำสั่ง ของ คสช. เข้าไปทำการทวงคืนผืนป่า สิ่งนี้ล่ะคะจะถูกตีว่าถึงเขาไม่ได้ร่ำรวยแต่เขามี ที่อยู่อาศัย พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งจะประสบปัญหาแล้วจะถูกตีความว่าพี่น้องประชาชนนี้ มีที่อยู่อาศัย จะไม่เข้าตามหลักการของ พ.ร.บ. นี้ ดังนั้นหากจะนิรโทษกรรมและ ไม่ครอบคลุมถึงสถานะทางเศรษฐกิจ ทางสังคม อาจจะถูกตีความว่าเป็นนายทุนได้เลยนะคะ เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลตามมาตรา ๒๗ (๓) ดังนั้นดิฉันจึงขอเสนอ ให้กับกรรมาธิการที่เรากำลังจะตั้งขึ้นว่าขอให้มีการแก้ไขมาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัตินี้ ให้มีการระบุว่าผู้มีสิทธิหมายความว่าบุคคลซึ่งได้รับความเสียหายหรือผู้ได้รับผลกระทบจาก นโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้กฎหมายนี้ควบคุมและเท่าเทียมกัน และไม่เสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญด้วย ท่านประธานคะ เจตนารมณ์ของกฎหมายนี่คือ คืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบกับคำสั่ง คสช. แต่ถ้าหากเรา ยังปล่อยให้ตีความแบบนี้ จำกัดความแบบนี้ สิ่งที่สำคัญก็คือกฎหมายจะกลับกลายเป็น สิ่งที่เลือกปฏิบัติค่ะ ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้กับสภาผู้แทนราษฎรของเรานี้เห็นชอบกับ ๒ ร่างพระราชบัญญัตินี้และพร้อมแก้ไขข้อมูลทำให้สมบูรณ์เพื่อให้กฎหมายนี้มีความยุติธรรม แก่ประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณกฤช ศิลปชัย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมในฐานะผู้แทนในพื้นที่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับพี่น้องประชาชนที่โดนคดีเกี่ยวกับการทำกิน ในเขตที่ดินของรัฐนะครับ ก็ต้องลุกขึ้นอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ทั้งในส่วนของท่านซูการ์โน มะทา แล้วท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ครับ ท่านประธานครับ การที่ภาครัฐดำเนินการไปฟ้องพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยทำกินมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น เขตป่าสงวน เขตป่าอนุรักษ์ อุทยานหรือที่ดินของรัฐประเภทอื่นนั้นย่อมเป็นการตอกย้ำว่า ประเทศไทยที่ผ่านมาเดินผิดทิศผิดทางแล้วก็ทำให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน ผู้ซึ่งครอบครองทำกินและเชื่อว่าที่ดินที่เขาอยู่อาศัยแต่เดิมนั้นเป็นที่ดินที่บรรพบุรุษเขา สร้างขึ้นมาเพื่อให้แผ้วถางแล้วก็ครอบครองทำกินเพื่อส่งต่อให้กับลูกหลานมากอย่าง ชอบธรรมครับ ท่านประธานผมยกตัวอย่างในพื้นที่ของผมครับที่เกาะเสม็ด วันนี้ผมพูดถึง เกาะเสม็ด วันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเกาะเสม็ดว่าเกาะเสม็ดคือที่ไหน คืออย่างไร มีความสวยงาม อย่างไร แต่เราลองมองย้อนกลับไปในอดีตก่อนที่จะมีการประกาศเขตอุทยาน ปี ๒๕๒๔ ตอนนั้นเกาะเสม็ดไม่ได้เป็นที่รู้จักครับ ไม่มีอะไรเลยครับ คนที่เข้าไปอยู่ที่เกาะเสม็ดนั้น เป็นพี่น้องชาวประมง ไปทำประมงพื้นบ้านครับ เข้าไปมีบ้านหลังเล็ก ๆ มีการปลูกพืชผัก พืชสวนทางการเกษตร แล้วก็ทำอาชีพประมงพื้นบ้าน วันดีคืนดีเกาะเสม็ดเริ่มได้รับ ความนิยมมากขึ้นเนื่องจากเป็นสถานที่ที่สวยงามมีหาดทรายสีขาว อุทยานก็ไปประกาศ เขตอุทยานเมื่อปี ๒๕๒๔ แล้วพอประกาศอุทยานเสร็จก็เหมือนกับตกลงกับชาวบ้านไว้ อย่างไรก็ไม่ทราบนะครับ พอปี ๒๕๓๓ ไปดำเนินคดีข้อหาบุกรุกกับชาวบ้านที่อยู่อาศัยทำกิน ในพื้นที่นั้นมาก่อนประมาณ ๔๔ ราย ต่อมาปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๑ มีนโยบายทวงคืน ผืนป่าของรัฐบาลในสมัยนั้นก็คือรัฐบาล คสช. เผด็จการ ก็ไปดำเนินคดีเพิ่มกับพี่น้องเหล่านี้อีก วันนี้พี่น้องเหล่านี้ถูกคำพิพากษาในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ พวกเขารู้สึกเจ็บปวดครับ พวกเขาไม่ได้รับสิทธิ ไม่ได้รับความเห็นชอบในกฎหมายอื่น ๆ ที่เขาควรจะได้รับสิทธิ เนื่องจากเขาเคยต้องถูกการดำเนินคดีและมีคำพิพากษาติดตัว จึงเป็นมลทินให้เขาติดตัว นี่คือเหตุผลที่ทำไมเราต้องมีการตราร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมคดีบุกรุกที่ดินป่าไม้🔗
ท่านประธานครับ อีกกรณีหนึ่งต้องฝากให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ในอนาคตได้พิจารณาอย่างรอบคอบ ผมเข้าใจว่าผู้ร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้มีการป้องกัน ที่จะไปนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มนายทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มผู้บุกรุกใหม่ เห็นด้วยครับ เห็นชอบครับ แต่ต้องขอให้พิจารณาให้รอบคอบคำว่านายทุนคืออะไร ในพื้นที่เกาะเสม็ด ของผมเดิมทีใช่ครับอย่างที่ผมอภิปราย เขาคือคนตัวเล็กตัวน้อย คือชาวประมง คือเกษตรกร เมื่อวันดีคืนดีเกาะเสม็ดใดเป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมชมชอบจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น พวกเขาก็เปลี่ยนอาชีพครับ เขาก็ไปทำอาชีพให้บริการกลายเป็น Resort กลายเป็นที่พัก และอาชีพอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวครับ ฉะนั้นพวกเขาก็มีโอกาสที่จะได้เข้าถึงเศรษฐกิจ ที่ดีขึ้น ได้มีเงินมีทองมากขึ้นจากการทำมาหากินโดยสุจริต ดังนั้นคำว่านายทุนในที่นี้ ต้องไม่ใช่คนพื้นที่เดิมที่อยู่ทำกินแล้วประสบความสำเร็จเติบโตจากการทำมาหากินเด็ดขาด อันนี้ต้องฝากทางคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ ในส่วนของผมก็ขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัตินี้ แล้วก็หวังว่าภายในระยะเวลาที่เราเหลืออยู่ของสภาผู้แทนราษฎรเรานี้ จะเร่งทำกฎหมายฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้เพื่อเป็นการคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้อง ประชาชนต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และคุณวรวงศ์ วรปัญญา เชิญคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ประกอบอำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ซึ่งเป็นเขตพื้นที่อำเภอทั้ง ๓ อำเภอ ที่มีภูเขาแล้วก็มีพี่น้องได้รับผลกระทบจากการมีที่ดินทำกินแล้วก็เคยถูกดำเนินคดี มาหลายคดี หลายราย หลายครัวเรือน เป็นที่น่ายินดีวันนี้สภาของเรามีร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับการให้ความสนใจปัญหาความเดือดร้อนของที่ดินที่มีอยู่มานมนานของประเทศไทย นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. …. ที่นำเสนอโดย ท่านซูการ์โน มะทา แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้นำเสนอญัตตินี้ก่อนหน้านี้ไปแล้วในนามของพรรคประชาชาติ และอีกร่างหนึ่ง เป็นร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบ จากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ของท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ ในส่วนของพรรคประชาชน ซึ่งทั้ง ๒ ร่างนี้ ถือว่า เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการและเหตุผลในทำนองเดียวกัน อย่างที่ผมได้เกริ่นตั้งแต่ต้น ว่าเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินที่ได้รับผลกระทบกับพี่น้องประชาชนของ ประเทศไทยมีมานมนานมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มี ภูเขา มีป่าไม้ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดชาวบ้านได้ถือครองที่ดินในบริเวณพื้นที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส หลายร้อยหลายพันครัวเรือนที่ทำมาหากิน มีที่ดินทำกินก่อนที่รัฐจะมีนโยบาย ในการประกาศและก่อนที่ประเทศไทยเราจะมีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวกับที่ดิน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ร.บ. ป่าสงวน พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติหรือแม้แต่ประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ตามแต่ นั่นหมายความว่ากฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนนี้หรือการประกาศเขตป่าไม้ เขตอุทยานที่เป็นนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงยุคของ คสช. อย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายก่อนหน้านี้ว่ามันส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชน มันไม่ใช่เฉพาะว่าไม่มีที่ทำกิน แต่มันถึงขนาดว่าต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ไม่เท่านั้นครับ ท่านประธาน ก็ทราบดีว่าชาวบ้านเมื่อถูกดำเนินคดี คนเราเวลาถูกดำเนินคดีอาญาสิทธิหลาย ๆ อย่าง ก็สูญเสียไป ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องไม่ใช่อาชญากรรมปกติหรือไม่ใช่อาชญากรรมทั่วไป แต่เป็น ความผิดพลาดการดำเนินนโยบายของรัฐ จะไปสมัครงานก็ไม่ได้ เขา Check Blacklist แล้ว ปรากฏว่าคุณมีข้อหาเป็นผู้ต้องหาการบุกรุกที่ดิน หรือถึงขนาดว่าเคยถูกฟ้องเป็นคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย ผมเคยเจอมาแล้วครับ ในเขตพื้นที่ผม อำเภอศรีสาครมีอยู่เคสหนึ่งครับ ปลูกทุเรียน ปลูกยางพารา จนใกล้จะเก็บเกี่ยวได้อยู่แล้ว ไม่มีอาชีพอื่นเลยหวังว่าจะได้มีเงิน รายได้ส่งเสียลูกหลานได้ให้มีการศึกษาในระดับสูงจากการเก็บเกี่ยวเกษตรกร ผลผลิต เกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นยางพาราหรือทุเรียนก็แล้วแต่ แต่วันดีคืนดีทางเจ้าหน้าที่รัฐ อ้างนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะประกาศของ คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ นี่ล่ะคับ แล้วก็ ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ไปถางทุเรียน ถางยางพาราของพี่น้องของผมที่อยู่ในพื้นที่จนกลายเป็น โรคซึมเศร้าครับ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หลายปีไปหาหมอไม่หาย สุดท้ายเมื่อสมัยที่แล้ว ที่ผมเข้ามาในสภาผมก็ได้นำเรื่องนี้พูดในสภา พอเขารู้ว่าผมเอาประเด็นของเขาพูดในสภา สุขภาพจิตดีขึ้น เขาบอกว่าเขาอยากให้รัฐหันมาดูแลเขา แต่เป็นที่น่าเสียดาย ตอนนี้เขาไม่ทัน ได้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนถึงที่สุด ตอนนี้เขาเสียชีวิต แต่ไม่เท่านั้นล่ะครับ ลูกหลานเขาถูกฟ้องคดีแพ่ง เอาคำฟ้องของศาลให้ผมดูปรากฏว่าถูกบังคับคดีล้านกว่าบาท ไม่เฉพาะแต่ดำเนินคดีอาญา แต่รัฐยังเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับเขาอีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะเกิดในพื้นที่ ผมอย่างเดียว เมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ผมได้ฟังข้อมูลของเพื่อนสมาชิกที่มีข้อมูลละเอียด เห็นว่า ตอนนี้มีคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ที่ฟ้องพี่น้องประชาชนเป็นหมื่นราย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่า เป็นปัญหาระดับชาติ เราฝ่ายนิติบัญญัติต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนี้อย่างจริงจัง ท่านประธาน ครับ เมื่อปีที่แล้วโครงการรัฐสภาพบประชาชน เดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ ก่อนหน้านั้น ท่านประธานสภา ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะที่ท่านอยู่พื้นที่จังหวัดยะลา ได้รับเรื่อง ร้องเรียนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ ได้รับผลกระทบจากร้องเรียนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับป่าไม้ เขตป่าไม้ ป่าสงวน ที่รัฐกำลังจะประกาศมาร้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเรา ในพื้นที่แล้วก็กับ ท่านประธานวันนอร์ ท่านจึงมีดำริให้มีการไปรับฟังประเด็นนี้ที่จังหวัดนราธิวาส ก่อนที่จะลง พื้นที่ไปรับฟังปัญหาได้เรียกอธิบดีกรมป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ หลาย ๆ หน่วยงานมาชี้แจงถึง สภาพปัญหา ท่านทราบไหมครับว่าแม้แต่ป่าสงวนกับอุทยานหรือยังตกลงกันไม่ได้ จนถึง ขณะนี้ก็ยังไม่สามารถสำรวจประกาศได้ว่าตรงไหนเป็นป่าอุทยานแห่งชาติ แต่มันเป็นเรื่อง ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่รู้ว่าในพื้นที่ของเขากำลังจะถูกประกาศ สุขภาพจิตเสียหมด ขวัญและกำลังใจเสียหมด วันนั้นท่านประธานสภาได้ลงไปพื้นที่รับฟังปัญหาเหล่านี้ ด้วยตนเอง จึงเป็นที่มาหลังจากนั้น ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จึงได้มีการรวบรวมผู้รู้แล้วก็หาทางแก้ไข ปัญหาร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็เป็นที่น่ายินดีว่าวันนี้สภาของเราได้มีการพิจารณา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในร่างฉบับนี้ ขออนุญาตเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน เป็นร่างที่ ให้ยกเว้นความผิดโดยจะมีขึ้นในรูปของคณะกรรมการ ก็จะมีอยู่ประมาณ ๑๐ มาตรา เดี๋ยวท่านซูการ์โนจะเป็นผู้สรุป ผมเชื่อว่าอย่างไรก็แล้วแต่หลังจากที่สภาของเรารับหลักการ ในวาระที่หนึ่งแล้ว เราฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องมีความภูมิใจถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้ผ่าน วาระที่สอง วาระที่สามในอนาคต เพราะนี่คือการปลดโซ่ตรวนความรู้สึกของพี่น้องประชาชน แล้วก็ปลดล็อกคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับพี่น้องประชาชน ให้เขามีที่ดินทำกินที่เขา อยู่กินก่อนหน้านี้ ก่อนที่รัฐจะมีนโยบายเสียอีก ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณวรวงศ์ วรปัญญา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย อำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง อำเภอลำสนธิ วันนี้ผมขออนุญาตเป็นอีก ๑ ตัวแทนของ พี่น้องประชาชนที่จะร่วมอภิปรายในส่วนของร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคล ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามกฎหมายของรัฐด้านป่าไม้ และที่ดิน พ.ศ. .... วันนี้ท่านประธานจะเห็นได้ว่ามีเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรค ทุกฝ่าย ที่มีความต้องการที่จะเป็นกระบอกเสียงในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องที่ทำกิน เรื่องที่ดิน และสิ่งสำคัญคือความยุติธรรมต่อพี่น้องประชาชน ในแง่การลงลึกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละ พื้นที่ในแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันออกไปครับท่านประธาน อย่างที่ท่านประธานได้เห็น เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปบางส่วนแล้ว สิ่งสำคัญคือช่วงเวลาที่ผ่านมาในเรื่องของการที่ ออกระเบียบ ออกการใช้ หรือการวัดหรือแม้แต่การตัดสิน เราไม่แน่ใจถึงความถูกต้อง เลยครับ บางพื้นที่มีการที่พี่น้องประชาชนได้ทำกินอยู่ก่อนแล้ว แต่มีการมาประกาศใช้และ ขับไล่หรือมีการประกาศว่ากลายเป็นพื้นที่ป่า ทำให้พี่น้องที่อยู่มาก่อนไม่ได้รับความยุติธรรม แต่แน่นอนเหรียญยังมี ๒ ด้าน ยังมีบางพื้นที่เช่นกันที่ก็ต้องยอมรับว่ามีการบุกรุกที่ป่าจริง แต่วันนี้การที่เราจะรักษาผืนป่าให้เหมาะสมได้🔗
ประเด็นที่ ๑ เราต้องรักษาในพื้นที่ป่าที่สมควรเป็นป่าได้รับการที่จะต้องรักษา ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ อุทยาน สิ่งนี้ต้องถูกรักษาและสนับสนุนในเชิงต่าง ๆ🔗
ประเด็นที่ ๒ คือประเด็นพื้นที่ป่าที่ไม่ได้มีสภาพความเป็นป่าไปแล้วครับ หลายพื้นที่ที่ยังถูกประกาศใช้ หลายพื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม มันผ่านมา เป็นระยะเวลาเกิน ๕ ปี ๑๐ ปีแล้ว พื้นที่เหล่านี้ล่ะครับที่จะเป็นโอกาสของพี่น้องประชาชน พื้นที่เหล่านี้ล่ะครับที่จะเป็นไม่ใช่เพียงแค่โอกาส แต่จะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน ในการทำกิน ในการวางรากฐาน ในการสร้างอนาคตให้กับลูกหลาน แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการ เปิดโอกาสหรือการวัด หรือการตรวจสอบอย่างแน่ชัด วันนี้ปัญหาคือพี่น้องก็กังวลเหมือนกันว่า จริง ๆ แล้วสิ่งที่เขาอยู่มาจริง ๆ แล้วควรจะถูกต้องกลับไม่ได้รับความถูกต้อง กับบางพื้นที่ ที่พี่น้องอยู่มาเริ่มต้นจากความไม่ถูกต้องก็เข้าใจไปแล้วว่าอยู่กันมาแบบถูกต้อง ผมเชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทำให้เราได้สร้างความชัดเจนในเรื่องของบรรทัดฐาน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทำให้เราได้ช่วยเหลือพี่น้องที่ไม่ได้รับความถูกต้อง ผมยกตัวอย่างในพื้นที่เขตของผมก็คืออำเภอชัยบาดาล อำเภอชัยบาดาลมีป่าอยู่ ๑ ป่า ชื่อว่า ป่าชัยบาดาล ซึ่งป่าผืนนี้ลากยาวไปถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ ป่าผืนนี้ลากยาวไปถึงอำเภอท่าหลวง ลากยาวไปถึงอำเภอลำสนธิ แล้วยังมีเขตอำเภอพัฒนานิคม ซึ่งผืนป่าผืนนี้เป็นผืนป่า ที่บางส่วนมีความอุดมสมบูรณ์มาก แล้วยังไม่ได้รับความชัดเจนว่าตกลงแล้วยังเป็นป่า ที่ควรจะต้องอนุรักษ์หรือเป็นป่าที่เสื่อมโทรมแล้วและควรจะพัฒนาให้กลายเป็นพื้นที่ เศรษฐกิจ แน่นอนครับเกิดความกำกวมและการเฝ้ารอของพี่น้องประชาชน เกิดความกังวล ว่าในอดีตพี่น้องประชาชนที่ถูกตัดสินอย่างอาจจะไม่เหมาะสม เกิดความกังวลว่าความหวัง ที่เขาตั้งไว้จะสามารถเป็นจริงได้หรือเปล่า ผมก็อยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะสร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนและสร้างบรรทัดฐานให้กับ ที่ทำกินของพี่น้องประชาชน และสิ่งสำคัญคือสร้างความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน ในส่วนของพี่น้องที่ไม่ได้รับการตัดสินอย่างถูกต้องครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นการจบอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอญัตติมีสิทธิอภิปรายสรุปได้ครั้งหนึ่ง ก่อนที่ จะมีการลงมติขอเชิญผู้เสนอญัตติใช้สิทธิสรุปครับ เชิญคุณซูการ์โน มะทา เชิญครับ🔗
(ยะลา) : ท่านประธานที่เคารพ ผมซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ในฐานะที่ผมและคณะ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... ซึ่งผมเอง ก็ได้รับฟังเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้อภิปราย ล้วนก็เห็น ความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นที่เป็นปัญหาที่มายาวนานในการดำเนินการตามนโยบาย ของรัฐด้านที่ดินและการจัดการปัญหาป่าไม้ ซึ่งเจตนารมณ์เพื่อต้องการอนุรักษ์รักษา ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ แต่จากการดำเนินการนโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบเกิดขึ้นกลับสร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยและชุมชนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในที่ทำกิน ในพื้นที่ก่อนการประกาศเขตป่าหรือพื้นที่อนุรักษ์ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่าหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบหลาย ๆ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่ จังหวัดยะลาของผมเองก็มีพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศนโยบายของรัฐ ด้านป่าไม้และที่ดินเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตอำเภอกาบัง อำเภอยะหา อำเภอรามัน ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ฉะนั้นประชาชนเหล่านี้จำนวนไม่น้อยก็ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกป่า ถูกดำเนินคดีหรือถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดินทั้งที่แท้จริงแล้วพวกเขาก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากนโยบายของรัฐ หาใช่ผู้ที่มีความผิดโดยเจตนาไม่ การปล่อยให้ประชาชนต้องรับผิดเช่นนี้ จึงไม่เป็นธรรมและเป็นภาระที่รัฐจะต้องรับผิดชอบ ผมขอสรุปสำหรับผู้ที่ได้รับการนิรโทษ ในครั้งนี้ก็มีอยู่ประมาณ กลุ่มที่ ๑ คือผู้ที่ได้รับการคุ้มครองและทำประโยชน์ก่อนวันประกาศ เป็นที่ดินของรัฐ กลุ่มที่ ๒ ผู้ที่ได้รับการคุ้มครองก็คือผู้ที่ทำประโยชน์หลังวันประกาศ เป็นที่ดินของรัฐแต่เป็นผู้ยากไร้ มีจำนวนที่ดินไม่เกิน ๒๕ ไร่ ส่วนผู้ที่ไม่มีสิทธิได้รับการยกเว้น ทั้งนี้ไม่รวมไปถึงผู้ที่ครอบครองที่ดินจำนวนเกิน ๒๕ ไร่ หรือผู้ที่ได้รับการครอบครองอันได้มา จากการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบและถูกดำเนินคดีบุกรุก นี่คือผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเราไปมองมาตราในร่างพระราชบัญญัติยกเว้น ความผิดให้กับบุคคลที่ได้รับความเสียหาย หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตาม นโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... ซึ่งของผมและพรรคประชาชาติเสนอนั้น ในมาตรา ๕ เรามีความชัดเจนว่าให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่าคณะกรรมการ พิจารณายกเว้นความผิดประจำจังหวัด คณะกรรมการเหล่านี้ที่ผ่านมาตามที่ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้อภิปรายสักครู่ ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ได้เป็นไปตามที่มีการทำความร่วมมือหรือ ข้อตกลงกับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้นในร่างมาตรา ๕ ฉบับของผม ที่นำเสนอนี้ประกอบด้วย ๑. ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ๒. นายกองค์การบริหารส่วน จังหวัดแห่งท้องที่เป็นรองประธาน นอกจากนั้นยังมีตัวแทนภาคประชาสังคม หรือองค์กร ภาคประชาสังคม หรือองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีประสบการณ์ด้านการแก้ปัญหาเรื่องสิทธิ ทำกินไม่น้อยกว่า ๓ คน อันนี้คือส่วนหนึ่งที่จะยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติที่ทาง พรรคประชาชาติเสนอนั้นจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในเรื่องของอำนาจ หน้าที่ เรากำหนดชัดเจนว่ามีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคล ผู้ที่ได้รับการยกเว้นและส่งรายชื่อต่อศาลเพื่อพิจารณายกเว้นหรือนิรโทษกรรม สรุปแล้ว ร่างพระราชบัญญัติความผิดฉบับนี้ก็คือการยกเว้นความผิดทางด้านกฎหมายให้กับบุคคล ที่ได้รับผลกระทบโดยสุจริตจากนโยบายด้านป่าไม้และที่ดินของรัฐ ข้อ ๒ คุ้มครองสิทธิ ขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ ข้อ ๓ สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ ชนบท และตามชายขอบของประเทศ ข้อ ๔ เป็นแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อให้เกิดการจัดการที่ดินและป่าไม้อย่างสมดุล ทั้งในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการดำรงชีวิตของประชาชน🔗
โดยสรุปท่านประธานครับ ดังนั้นท้ายที่สุดนี้ผมขอยืนยันว่าหากกฎหมายฉบับนี้ ผ่านความเห็นชอบก็จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์ระหว่างรัฐกับประชาชน ถือเป็นการสถาปนาหลักการไม่ว่าการพัฒนาและการอนุรักษ์ต้องไม้แลกมาด้วยความ เดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมต่อผู้คนประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน ผู้ยากไร้ ผมขออนุญาตนำเสนอและหลังว่าสภาแห่งนี้จะให้ความเห็นชอบร่างทั้ง ๒ ฉบับ เพื่อไปตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างกฎหมายโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปผู้สรุปนะครับ คุณเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์ ขออนุญาตสรุปสัก ๒ นาทีครับท่านประธานครับ ในการเสนอร่างกฎหมายของฉบับนี้ ผมไม่ใช่ผู้ที่ริเริ่มเป็นคนแรก จริง ๆ ก่อนหน้านี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้จัดทำรายงานศึกษาและยกร่างกฎหมาย นิรโทษกรรมในลักษณะนี้ขึ้นมาแล้วเช่นเดียวกันตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ เช่นเดียวกันก่อนหน้านี้ ภาคประชาชนก็ได้มีการยกร่างกฎหมายขึ้นมาและได้ดำเนินการล่ารายชื่อเข้าชื่อเพื่อเสนอ ร่างกฎหมายแล้วเช่นเดียวกัน แต่ว่ายังไม่สามารถรวบรวมรายชื่อได้หมดได้ทันกำหนดการ ก็เลยไม่ได้เข้ามานะครับ สภาแห่งนี้เองโดยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอัยการ องค์กรอิสระ ก็ได้มีการทำรายงานขึ้นมาแล้วเช่นเดียวกัน และมีข้อเสนอว่าเห็นสมควร ผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าเช่นเดียวกัน ในวันนี้จึงนับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้เข้าสู่สภาให้เพื่อน สส. ได้ร่วมกันโหวตรับหลักการ กฎหมายฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อคนจน คนชนบท คนชายขอบ คนชาติพันธุ์ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก นโยบายทวงคืนผืนป่าที่ดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม จะเป็นการคืนสิทธิเสรีภาพ คืนศักดิ์ศรี ให้แก่พวกเขาไปครับ ผมในฐานะผู้ที่ยกร่างก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก สส. ในพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม รวมทั้งพรรคอื่น ๆ ด้วยที่เห็นความสำคัญ ของกฎหมายฉบับนี้และร่วมกันอภิปรายสนับสนุน รายละเอียดบางอย่าง ข้อกังวลบางอย่าง ข้อสังเกตบางอย่าง เราก็ค่อยไปพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการ สำหรับในครั้งนี้ก็ขอขอบคุณ และขอวิงวอนเพื่อน สส. ทุกท่านช่วยโหวตให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านเข้าสู่การพิจารณา ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นการจบอภิปรายในวาระรับหลักการนะครับ ต่อไปเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งว่า จะรับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านสมาชิกที่ด้านหน้า ห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อใช้สิทธิแสดงตน ขอเชิญทุกท่านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ รบกวนช่วยรอนิดหนึ่ง เพื่อนสมาชิกอยู่ในห้องอาหารหลายท่าน กำลังเข้ามาอยู่ท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วใช้สิทธิ แสดงตน เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านสมาชิกที่นอกห้องประชุมครับ ขอเชิญเข้ามา ใช้สิทธิลงมติวาระที่หนึ่งนะครับ ขั้นรับหลักการ ขอเชิญครับ🔗
มีท่าน สมาชิกท่านใดยังไม่ใช้สิทธิแสดงตนครับ มีท่านใดบัตรขัดข้องไหมครับ🔗
๒๙๘ แสดงตนค่ะ🔗
๒๙๘ แสดงตน🔗
๑๘๖ แสดงตนค่ะ🔗
๑๘๖ แสดงตน เชิญครับ ท่านใดบัตรขัดข้องครับ กรุณาแสดงตนได้นะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ ร้านอาหาร เชิญครับ ที่ห้องอาหารครับ เชิญครับ สมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตน ท่านใดบัตรขัดข้องกรุณาแจ้งด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ด้วยความ เคารพ ณัฐวุฒิ นะครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตยืนยันก่อนนะครับ พวกเราถ้ามีอยู่นี่ อยู่ในห้องอาหาร ไม่ใช่ร้านอาหารนะครับ เดี๋ยวทางบ้านจะเข้าใจผิดว่าสมาชิกเราไปอยู่ ร้านอาหารข้างนอก แล้วก็ทราบมาว่ามีบางท่านศึกษาออนไลน์กับสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งทุกวันนี้ดีครับมาใช้ที่สภาแล้ว แต่ว่ากำลังทยอยลงมาอีกกลุ่มใหญ่เลยครับ ตอนนี้ขาดอยู่ ไม่เยอะ แดดร่มลมกำลังดี รออีกสักหน่อยท่านประธานครับ🔗
ครับ ที่ผมแจ้งว่าเรามีร้านอาหารอยู่ชั้น บี ๑ นะครับ ร้านอาหารสภาครับ🔗
ท่านประธาน ๒๕๙ พิมพ์พิชชา แสดงตนค่ะ🔗
๒๕๙ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานขออีกรอบครับ เดี๋ยวชวเลขจะจดผิด ทราบมาว่าร้านอาหารอยู่บี ๒ ไม่ใช่บี ๑ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขออภัยครับ แสดงว่าท่านณัฐวุฒิเคยไปทานแล้ว บี ๒ นะครับ🔗
ท่านประธาน ๓๒๓ แสดงตนครับ🔗
๓๒๓ แสดงตนครับ ท่านใดยังไม่ใช้สิทธิครับ เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนนะครับ🔗
๑๕๓ แสดงตนค่ะ🔗
๑๕๓ แสดงตนครับ🔗
๓๒๒ แสดงตนค่ะ🔗
๓๒๒ แสดงตน เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๔๒ แสดงตนครับ🔗
๐๔๒ แสดงตนครับ ท่านสมาชิกที่รับประทานอาหาร เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ๑๗๙ พรรคเพื่อไทยครับ🔗
แสดงตนครับ กรุณานั่งประจำที่ด้วยครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกเข้ามาหมดหรือยังครับ ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่บริเวณสภาหรือไม่ ถ้ามีเชิญเข้าห้องประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ คือถ้าจะรออีกเท่าไรพอจะบอก ได้ไหม ผมหิวข้าวผมออกไปทานข้าวก่อนได้ไหมครับ แล้วก็ฝากไว้นิดหนึ่งว่าวันพฤหัสบดีนี้ ข้าวมักจะเหลือเยอะมาก ขอความร่วมมือช่วยกันเอากลับบ้านหน่อย แต่ถ้าจะให้ดีก็เอา ปิ่นโตมาช่วยกันลดการใช้พลาสติกครับ อันนี้ฝากท่านประธานครับ แล้วถ้างดอาหารได้ ก็น่าจะดีคับ🔗
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวลงคะแนนก่อนนะคับ เชิญครับ ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่บริเวณสภาหรือไม่ครับ ถ้ามีแล้วเชิญเข้าประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ ช่วงที่รอเพื่อน สส. ผมอยากจะแจ้งให้ท่านประธานทราบ หลังจากที่พวกเราได้อภิปรายในการจะออก กฎหมายว่าด้วยเรื่องของการนิรโทษกรรมนี้ครับ🔗
ท่านไหน กรุณาบอกชื่อด้วยนะครับ🔗
ท่านประธาน ผมอยู่ตรงนี้ครับ ผม มานพ คีรีภูวดล ผมอยากจะแจ้งให้ท่านประธานทราบครับ ช่วงที่เราพิจารณากฎหมาย ฉบับนี้ หลังจากที่ผมพิจารณาเสร็จแล้วพี่น้องประชาชนก็โทรศัพท์หาผม เพราะเป็น เรื่องใหญ่มากว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้เจอมามันเป็นความผิดพลาดในทางนโยบายที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นประชาชนเขาก็หวังว่าสภาแห่งนี้ ซึ่งเราก็น่าจะทำหน้าที่ให้สำเร็จ ผมอยากให้ ท่านประธานใจเย็น ๆ รอพวก สส. ที่กำลังเดินทางมาสักเล็กน้อยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ มากครับ รออยู่นะครับ🔗
ท่านประธาน ณัฐวุฒิครับ ด้วยความเคารพรักครับ สมัยที่แล้วผมเคยถามท่านประธานว่าได้แสดงตนหรือยัง ก็ต้องขอ กราบถามท่านประธานอีกรอบหนึ่ง เผื่อท่านลืมไป ด้วยความเคารพอย่างยิ่งครับ🔗
ท่านณัฐวุฒิ แสดงตัวหรือยัง🔗
แสดงทั้งตัวและตนมาโดยตลอด ไม่พลาดแน่นอน ท่านประธานขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน น่าจะเข้าที่ครับ เพื่อนเราอยู่กันเยอะที่จอดรถเต็มเลยครับท่านประธาน🔗
กรุณา นั่งด้วยนะครับ นั่งก่อนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ทราบว่าเพื่อนสมาชิก กำลังเดินทางลงมาจากห้อง ขอให้รอสักนิดครับ🔗
ไม่เป็นไรครับ โทษทีครับ ผมลืมปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๓๙ ท่าน แสดงตนอีก ๘ ท่าน รวมเป็น ๒๔๗ ท่าน🔗
เป็นอันว่า ครบองค์ประชุมนะครับ ผมจะดำเนินการต่อไปนะครับ ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านใดมีบัตรขัดข้องมีไหมครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ เชิญครับ🔗
๑๗๐ เห็นชอบค่ะ🔗
๔๙๘ เห็นชอบครับ🔗
เพิ่ม ๒ ท่าน ท่านที่กำลังเข้ามาเชิญครับ กรุณาใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ทุกท่านแล้วนะครับ เมื่อครบถ้วนแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วม ประชุมลงมติ ๒๔๕ ท่าน บวกอีก ๒ ท่าน เป็น ๒๔๗ ท่าน มีผู้เห็นด้วย ๒๔๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗
ลงมติ ครบถ้วนนะครับ ถูกต้องนะครับ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อครู่นี้ ผมลงคะแนนเสียงด้วยวาจานะครับท่านประธาน🔗
ท่านแสดงตนเพิ่ม ๒ ท่าน ๒๔๕ ท่าน บวกอีก ๒ ท่าน เป็น ๒๔๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ ท่านใดจะเสนอคณะกรรมาธิการ กี่ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ข้อเสนอจำนวนคณะกรรมาธิการ ในคณะนี้ จำนวน ๓๒ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่านใด เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ ที่ประชุมกำหนดให้มีกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๒ ท่าน สัดส่วนจะเป็นดังนี้ สัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๘ ท่าน สัดส่วน กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒๔ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อ กรรมาธิการ จำนวน ๘ ท่าน เชิญครับ ตัวแทนคณะรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิด ให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของ รัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๘ ท่าน ดังนี้ ๑. พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล ๒. รองศาสตราจารย์วีระภาส คุณรัตนสิริ ๓. นายเจนกิจ เชฏฐวาณิชย์ ๔. นางชุติมา ศูนยะคณิต ๕. นายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา ๖. นายอิทธิพล ไทยกมล ๗. นายปัญญา จั่นสกุล ๘. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ต่อไปครับ สัดส่วนของพรรคการเมือง เป็นดังนี้ พรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน พรรคชาติไทย พัฒนา จำนวน ๑ ท่าน และพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญตัวแทนแต่ละพรรค เสนอครับ พรรคประชาชน ๗ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของสัดส่วนพรรคประชาชน ๗ ท่านครับ ๑. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ๒. นางสาวฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ๓. นายวีรนันท์ ฮวดศรี ๔. นายคริษฐ์ ปานเนียม ๕. นายสุมิตรชัย หัตถสาร ๖. นายไพโรจน์ พลเพชร ๗. นายพสุธา โกมลมาลย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑. นางเทียบจุฑา ขาวขำ ๒. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๓. นายทรงยศ รามสูต ๔. นายวารุจ ศิริวัฒน์ ๕. นายพนม โพธิ์แก้ว ๖. นางศรุดา เพิ่มวณิชกุล และ ๗. นายกิ่งศักดิ์ สิงห์สนอง ในสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน เชิญครับ🔗
ผม นาย ธนพัฒน์ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. ดอกเตอร์สุภาวิณี หาญชิงชัย ๒. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ๓. นายธนาวัฒน์ วารีสมานคุณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน เชิญครับ🔗
ผม วิทยา แก้วภราดัย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการ ๒ ท่านนะครับ ๑. นายพิพิธ รัตนรักษ์ ๒. นายสุธรรม สามทอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน คือ นางสาวมณีรินทร์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บัญญัติ บรรทัดฐาน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ นายสมบัติ ยะสินธุ์ เป็นคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๓ ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน คือ นายอดิศร นุชดำรงค์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือนายอภิวัชร บัวพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชาติ ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือท่านซูการ์โน มะทา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบ จากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... จำนวน ๓๒ คน ๑. พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล ๒. รองศาสตราจารย์วีระภาส คุณรัตนสิริ ๓. นายเจนกิจ เชฏฐวาณิชย์ ๔. นางชุติมา ศูนยะคณิต ๕. นายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา ๖. นายอิทธิพล ไทยกมล ๗. นายปัญญา จั่นสกุล ๘. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ๙. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ๑๐. นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ๑๑. นายวีรนันท์ ฮวดศรี ๑๒. นายคริษฐ์ ปานเนียม ๑๓. นายสุมิตรชัย หัตถสาร ๑๔. นายไพโรจน์ พลเพชร ๑๕. นายพสุธา โกมลมาลย์ ๑๖. นางเทียบจุฑา ขาวขำ ๑๗. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๑๘. นายทรงยศ รามสูต ๑๙. นายวารุจ ศิริวัฒน์ ๒๐. นายพนม โพธิ์แก้ว ๒๑. นางศรุดา เพิ่มวณิชกุล ๒๒. นายกิ่งศักดิ์ สิงห์สนอง ๒๓. นางสาวสุภาวิณี หาญชิงชัย ๒๔. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ๒๕. นายธนาวัฒน์ วารีสมานคุณ ๒๖. นายสุธรรม สามทอง ๒๗. นายพิพิธ รัตนรักษ์ ๒๘. นายสมบัติ ยะสินธุ์ ๒๙. นางสาวมณีรินทร์ ขจรพงศ์กีรติ ๓๐. นายอดิศร นุชดำรงค์ ๓๑. นายอภิวัชร บัวพันธ์ และ ๓๒. นายซูการ์โน มะทา🔗
รายชื่อ ถูกต้องนะครับ มีพรรคใดแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่ครับ ไม่มี ที่ประชุมมีมติ ตามที่ได้ขานชื่อไปนะครับ ต่อไปตามข้อบังคับข้อ ๑๒๕ วรรคหนึ่ง กำหนดระยะเวลา แปรญัตติในชั้นแปรญัตติกี่วันครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ ขอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้เสนอ แปรญัตติภายใน ๑๕ วัน มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ ที่ประชุมเสนอ กำหนดเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน นับจากวันที่สภารับหลักการ เนื่องจากมีการรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ ดังนั้นผมขอเชิญท่านสมาชิกเสนอว่าจะใช้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง ตามข้อบังคับข้อ ๑๑๗ วรรคสาม ขอเชิญท่านสมาชิกได้เสนอครับ ใช้ร่างใดเป็นหลักครับ ท่านใดเสนอครับ มี ๒ ร่าง นะครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอเสนอร่างของท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้เสนอ ร่างของคุณเลาฟั้งเป็นหลักครับ มีท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี ที่ประชุม เห็นชอบตามที่เสนอนะครับ ร่างของคุณเลาฟั้งนะครับ เป็นการจบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติในวาระที่หนึ่งนะครับ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับที่ช่วยกัน ประคับประคองสภาของเรา ร่างนี้ก็ฝากกรรมาธิการช่วยพิจารณาให้รวดเร็วนะครับ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน พี่น้องที่มีข้อพิพาทเรื่องที่ดินยังรออยู่ ถ้าเราได้ความ รวดเร็วภายในสภาชุดนี้ก็เป็นผลงานของพวกเรา วันนี้หมดระเบียบวาระนะครับ ผมขอ ปิดการประชุม เดินทางกลับบ้านโดยปลอดภัยครับ ขอบคุณครับ🔗