รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ
วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
-----------------------
เรียนท่านสมาชิก ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมก็จะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือเพื่อนำปัญหา ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาปรึกษาหารือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบได้ไป ดำเนินการแก้ไขตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยใช้เวลา ท่านละ ๒ นาที ตามข้อตกลง ขอเชิญท่านแรกเลย ท่านภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก คือราคาข้าวตกต่ำ ข้าวปัจจุบันราคาเกวียนละต่ำกว่า ๕,๐๐๐ บาท ยิ่งตอนนี้เกี่ยวหนีน้ำท่วมราคาต่ำกว่า ๔,๐๐๐ บาทต่อเกวียน ปุ๋ยตอนนี้กระสอบละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท แพงมาก ชาวนาอยู่ไม่ได้ ผมจะขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเร่งรัดช่วยเหลือ ชาวนาเรื่องราคาข้าวด้วยครับ🔗
๒. ประตูน้ำตำบลบ้านบุ่ง เป็นประตูที่ระบายน้ำจากอำเภอสากเหล็กไปยัง ตำบลหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร ปัญหาของประตูน้ำคือระบายไม่ทันและมีขนาดเล็ก เวลาเปิด ต้องใช้มือ ต้องใช้แรงของชาวบ้านช่วยกันหมุนเปิดประตูน้ำ ยิ่งถ้าช่วงหน้าแล้งจะมีปัญหา ระหว่างชาวบ้านตำบลบ้านบุ่งแล้วก็ตำบลหัวดงเป็นเวลาหลาย ๑๐ ปีแล้ว ปัจจุบัน ทราบมาว่ากรมชลประทานพิจิตรได้นำเสนอแบบโครงการปรับปรุงท่อระบายน้ำบ้านบุ่ง แบบ สชป.๓-พจ.-๑๔๐๕-๐๑ ต่อสำนักงานชลประทานที่ ๓ ในส่วนวิศวกรรมรับรองแบบ ผมจะขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วย เร่งรัดประตูน้ำบ้านบุ่งเป็นการด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องรถไฟไทย โดยเฉพาะขบวนรถชั้น ๓ ปัญหาคือมีความแออัด ความสะอาด แล้วก็ความล่าช้าไม่ตรงเวลา ตัวอย่างเช่น สายกรุงเทพมหานคร-อุตรดิตถ์ ปกติใช้เวลาเดินทางไม่ถึง ๔ ชั่วโมง ปัจจุบันมีผู้โดยสารบ่นว่าใช้เวลาเดินทางเกิน ๕ ชั่วโมง แต่ถ้ารถเสียก็จะจอดซ่อมใช้เวลา ๑-๓ ชั่วโมง ทำให้เสียโอกาสด้านการแข่งขันในการขนส่ง ผมจะขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคมด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชนก จันทาทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือ ในเรื่องของโครงการก่อสร้าง ลานอเนกประสงค์ริมแม่น้ำโขงบริเวณบ้านตาลชุม หมู่ที่ ๓ ตำบลรัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากท่านผู้ใหญ่บ้านบ้านตาลชุมพร้อมผู้นำชุมชนว่า ในแต่ละปีนั้นจะมีนักท่องเที่ยวมาชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคโลกที่บ้านตานลชุมนั้น เป็นจำนวนมากและเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งบริเวณริมแม่น้ำโขงนั้นไม่สามารถที่จะอำนวย ความสะดวกแล้วก็รองรับนักท่องเที่ยวได้ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น ไปทำแผนไว้ หลายปีแล้ว แต่ยังไม่บรรจุงบประมาณการก่อสร้างให้ หากการก่อสร้างนี้สำเร็จ ก็จะสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน บ้านตาลชุมด้วย แล้วก็ขออนุญาตเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จังหวัดหนองคาย ของเรามีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคโลก ซึ่งมีแห่งเดียวในโลก ความเชื่อของเราก็คือจะมี ลูกไฟขึ้นกลางลำน้ำโขงเกิดจากพญานาค จะเกิดขึ้นทุก ๆ ปี ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ ช่วงที่ขึ้นจะเป็นช่วงพลบค่ำ พระอาทิตย์ตก ขึ้นทันทีจะขึ้นถึงฟ้ามืดสนิท แต่ว่าหากพี่น้องประชาชนสนใจจะไปชมปรากฏการณ์นี้ ต้องติดตามข้อมูลข่าวสาร เพราะตามสถิติแล้วจะขึ้นเพียงแค่ ๑๑ จุด ในริมตลิ่งบริเวณ จังหวัดหนองคายเท่านั้น สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ Fanpage ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร การท่องเที่ยวจังหวัดหนองคายได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ตลอด ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา มี Warning Signs Signal สัญญาณ เตือนภัยว่าอุทกภัยจะทวีความรุนแรงมากขึ้นจนอาจเทียบเท่าปี ๒๕๕๔🔗
สัญญาณแรก สส. ในสภาแห่งนี้นำเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่ โดยเฉพาะ สส. ภาคกลางเป็นจำนวนมากทุกสัปดาห์ สัญญาณที่ ๒ สื่อมวลชนนำเสนอข่าวต่อเนื่อง โดยเฉพาะ TV สัญญาณที่ ๓ สี่น้ำกำลัง จะเกิดขึ้นพร้อมกัน ฝนจากฟ้า น้ำมาจากเหนือ ระบายมาจากเขื่อน เขื่อนตอนนี้ ๒,๕๐๐ แล้ว แล้วก็ลงไปได้ช้าน้ำทะเลกำลังหนุนท่านประธาน สัญญาณที่ ๔ ปริมาณน้ำขณะนี้ ในเขื่อน และปริมาณฝนที่ตกมาในปี ๒๕๕๔ ต่างกันเพียง ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น สัญญาณที่ ๕ พายุร่องมรสุมยังเกิดขึ้นอยู่ โดยเฉพาะไปถึงปลายเดือนกันยายนถึง เดือนตุลาคม สัญญาณสุดท้าย เจ้าพระยาล้นตลิ่งแล้ว ท่าจีนก็ล้นตลิ่งมาหลายวันแล้ว ดินอุ้มน้ำไว้ไม่อยู่กลับกลายเป็น Side Flow ท่วมได้อย่างทันที โบราณว่าไว้ว่ากันไว้ดีกว่าแก้ แย่จะแก้ไม่ทัน หน่วยงานและรัฐบาลพร้อมหรือยัง กรมชลประทานในพื้นที่ผมยากที่จะบริหาร ให้ Win Win ได้ทุกฝ่าย ก็เพราะว่าสำนักชลประทานที่ ๑๑ สำนักชลประทานที่ ๑๒ โพธิ์พระยา ผักไห่ เจ้าเจ็ด บางยี่หน ได้ใช้บริหารหน่วงน้ำ เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่แล้ว จังหวัดและท้องถิ่นพร้อมไหม ผู้ว่าราชการจังหวัดพิริยะ ฉันทดิลก ประกาศเขตภัยพิบัติ ๔ อำเภอแล้ว อำเภอเมือง อำเภออู่ทอง อำเภอสองพี่น้องและอำเภอบางปลาม้า กำลัง ขอเครื่องผลักดันน้ำ ๒๐ เครื่องจากกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คงจะได้รับ ความอนุเคราะห์ด้วย นายก อบจ. อุดม โปร่งฟ้า ระดมเครื่องจักรกลไปช่วยด้วยตัวเอง สจ. นายก อบต. นายกเทศบาล ระดมกันลงไปช่วยในพื้นที่ นายกทรงชัย เที่ยงธรรม ตำบลเจดีย์ นายกมนัส บริสุทธิ์ ตำบลกระจัน อู่ทองของท่าน สส. นพดล มาตรศรี ก็ลงไปช่วยอยู่ใน ขณะนี้ ขอต่ออีกนิดเดียวท่านประธาน พร้อมหรือยังขณะนี้ ประชาชนพร้อม พร้อมที่จะรับ เคราะห์กรรม พร้อมที่จะรับทุกข์ทรมานอีกปีหนึ่ง แล้วถามว่ารัฐบาลพร้อมไหมเป็นอย่างนี้ รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนถ่าย เลขาธิการ สทนช. อีก ๑๒ วันเกษียณ เห็นท่านรอง ไพฑูรย์ เก่งการช่าง ลงไปดูอยู่ขณะนี้ รัฐบาล ๔ เดือนที่จะยุบสภา ท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับโปรดเกล้าฯ แล้ว ไปประชุมสภาอุตสาหกรรมแล้ว ท่านไปประชุมสิครับ เรื่องการ War Room ในการแก้ไขปัญหาน้ำในขณะนี้ แก้เรื่องอะไร อพยพกลุ่มเปราะบาง ที่ท่านรัฐมนตรีวราวุธทำไว้ โรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจต่าง ๆ ที่จะป้องกันแก้ไขอย่างไร ช่วยเหลือเยียวยาต้องรวดเร็ว ในขณะเดียวกันทรัพย์สินบ้านเรือนเสียหาย ผลผลิตการเกษตร เสียหายจะชดเชยเขาให้คุ้มค่าอย่างไร ทุ่งรับน้ำที่เขาควรได้รับเงินชดเชยเป็นรายปี รายเดือน จะช่วยเขาอย่างไร ท่าน ๔ เดือน🔗
เกินเวลา แล้วครับ🔗
ผลงานอย่างนี้ท่านจะเป็น พระเอกในดวงใจของพี่น้องประชาชน แก้เรื่องนี้เถอะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง วันนี้ผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๕ เรื่องด้วยกันครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับร้องเรียนจากนายทองพูล พลพุทธา นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหนองบัว อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องการยกสถานะองค์การบริหาร ส่วนตำบลนาบัวเป็นเทศบาลตำบล ปรากฏว่าถูกตีกลับด้วยปัญหาเรื่องแนวเขต แล้วก็พบว่า มีปัญหาในลักษณะแบบนี้ถึง ๙๕ อบต. ทั่วประเทศด้วยกัน เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อ การให้บริการต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ผมขอให้ทางกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขด้วย สไลด์ผมส่งตั้งแต่เมื่อวานนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหน่อคำ เทศบาลตำบลห้วยเม็ก อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งดูแลเด็กได้ดีมากแต่ติดขัด เรื่องการบรรจุครูศูนย์เด็กเล็ก แล้วก็ปรากฏว่าผมไปตรวจสอบพบมีครูศูนย์เด็กเล็กหลาย ๑๐,๐๐๐ คน ในเทศบาล ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของท้องถิ่นกว่า ๒๐,๐๐๐ แห่ง ที่ไม่ได้รับ การบรรจุเป็นข้าราชการเช่นเดียวกันส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจอย่างยิ่ง อีกทั้งที่ได้รับ การบรรจุก็ไม่ได้สวัสดิการที่เท่าเทียมกัน เรื่องนี้ต้องขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องถัดมา ท่านประธานสไลด์ผมส่งตั้งแต่เมื่อวานจริง ๆ นะครับ เป็นปัญหาของพี่น้องชาวอ่างทอง จุดที่ ๑ เป็นจุดบริเวณหน้าบ้าน นางสมควร เขียวหวาน หมู่ที่ ๒ ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง จุดนี้พนังกั้นน้ำขาดไปประมาณ ๘๐ เมตร ถ้าทะลุไปจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอให้กรมโยธาธิการ และผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดอ่างทองพิจารณาดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เป็นเขื่อนทรุดตัว บริเวณหน้าบ้าน ร้อยตรี เลื่อน อยู่นาน หมู่ที่ ๕ ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ถ้าทรุดแบบนี้ผนังข้างล่างเป็นโฟมทะลุไปมันจะส่งผลกระทบท่วมไปถึงอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองครับ🔗
เรื่องที่ ๕ เป็นประเด็นบริเวณหัวเกาะพื้นที่หมู่ ๒ ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง จุดนี้ท่านประธานเห็นไหมว่า ๒ วัน น้ำแตกต่างกันมากเลยไปวันแรกกับวันที่ ๒ น้ำท่วมขังเป็นบริเวณสูงมากเพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ผมขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง ตลอดจนจังหวัดอ่างทองและองค์การบริหารส่วนตำบลโผงเผง ได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
ท่านประธานเดือนนี้เดือนกันยายนเป็นฤดูกาลแห่งการเกษียณอายุและ การโยกย้าย ผมฝากให้กำลังใจพี่น้องข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องข้าราชการในพื้นที่ จังหวัดอ่างทอง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกำลังจะย้ายไป ในนามของจังหวัดอ่างทอง ขอบพระคุณท่านที่ได้กรุณากับทีมงานพรรคประชาชน จังหวัดอ่างทองตลอดมาและ ขอบพระคุณแทนพี่น้องชาวจังหวัดอ่างทองเป็นอย่างยิ่ง กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรม ท่านประธานวันนี้ผมมีเรื่องความต้องการของพี่น้องสัตหีบ ทั้งอำเภอ ทั้ง ๕ ตำบล ฝากผมมาถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปสู่หน่วยงานของรัฐ กระทรวง ทบวง ที่เกี่ยวข้องท่านประธานมีอยู่ ๔ ประเด็นครับ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องทางลอดข้ามแยก กม. ๑ ท่านประธานตรงนี้เองเป็นสิ่งที่มีความเดือดร้อนต่อผู้สูงอายุก็ดี นักเรียนก็ดี ผู้ปกครอง ก็ดี ข้ามถนนไม่ได้ท่านประธาน ตรงนี้เองทางพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบต้องการทางลอด ข้ามแยก กม. ๑🔗
เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของแยกหนวดปลาหมึก ท่านประธานตามแบบของ กรมทางหลวงตอนนั้นมันมีสะพาน แต่ตอนนี้สะพานมันโดนลมพัดไปหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ เพราะอะไร ตอนนี้แยกหนวดปลาหมึกของ กม. ๑ อำเภอสัตหีบนั้น ถนนเลนเล็กมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง สร้างความเสียหายให้กับผู้ใช้รถถนนอำเภอสัตหีบ เป็นอย่างมาก รถพังไปหลายคันแล้วท่านประธานครับ🔗
เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องอำเภอสัตหีบของผม ทั้ง ๕ ตำบล ทั้งบางเสร่ นาจอมเทียม สัตหีบ พลูตาหลวง และแสมสาร ทะเลเป็นสิ่งที่ สร้างรายได้ให้กับอำเภอสัตหีบอยู่คู่กับอำเภอสัตหีบมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต อำเภอสัตหีบต้องการบ่อบำบัดน้ำเสียก่อนลงสู่ทะเล ทั้ง ๕ ตำบล🔗
และเรื่องสุดท้ายท่านประธาน เวลาเกิดปัญหาทีไรกล้องวงจรปิดเสียตลอด ไม่รู้เป็นอาการอย่างนี้ได้อย่างไร อยากให้ท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่ม และปรับปรุงกล้องวงจรปิดตามจุดอันตราย ตามจุดกลับรถ และตามแยกต่าง ๆ โดยเฉพาะ ในการซ่อมบำรุงอันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เวลาพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบเกิดความเดือดร้อน กล้องเสียครับท่านประธาน🔗
ทั้ง ๔ ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบฝากผมมาแจ้ง ท่านประธานผ่านไปกระทรวงต่าง ๆ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา โดยด่วน เพราะการสร้าง การพัฒนาทำให้พี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบของผมเดือดร้อน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย🔗
ท่านประธาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมานั้นเป็นประตูสู่อีสาน เมืองมรดกโลก ใครก็ไปที่ปากช่อง เนื่องจากว่า เป็นประตูที่จะไปสู่ภาคอีสาน มีถนนสายทางหลวง หมายเลข ๒ ตัดผ่าน มีจุดตัด จุดแยก จุดข้ามถนนที่อันตรายหลายจุดด้วยกัน อย่างเช่น สะพานข้ามระหว่างห้างโลตัสเชื่อมต่อ ห้าง Outlet ปากช่อง ขณะนี้ได้รับงบประมาณจัดสรรไปก่อสร้างแล้วแต่ยังมีจุดตัดอันตราย อีกหลายจุด จุดตัดอันตราย เช่น สี่แยกตะเคียนทอง สี่แยกหน้าโรงโม่ศิลาสากล ทางหลวง หมายเลข ๒ เชื่อมต่อไปยังถนนธนะรัชต์ กม. ๑ อยากให้ก่อสร้างถนนและทำสะพานกลับรถ จากนั้นจะมีถนนสายทางหลวง ๒๒๓๕ แยกพุทธนิคม โรงเรียนปากช่อง ๒ เชื่อมต่อไปยัง ตำบลคลองม่วง และถนนสายเทศบาลเมืองปากช่องเชื่อมต่อไปยังบ้านท่างอย ตำบลจันทึก อยากให้มีการซ่อมบำรุง ตลอดทั้งทำสะพานข้ามให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนคนปากช่องด้วย ท่านประธานด้วยอำเภอปากช่องมีการก่อสร้าง Megaproject คือโครงการรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ตัดผ่านอำเภอปากช่องมุ่งสู่ จังหวัดนครราชสีมาไปหนองคาย เส้นทางการก่อสร้างนั้นจะเป็นรางรถไฟเลาะริมเขื่อน คลองไผ่-ลำตะคอง ทำให้เกิดวิวทิวทัศน์ในการสัญจรไปมา บรรยากาศที่สวยงาม ตามธรรมชาติ ชาวปากช่องอยากจะให้มีการก่อสร้างถนนขนานคู่กันไปกับรางรถไฟ โครงการ การรถไฟความเร็วสูงนั้นก็จะสร้างทัศนียภาพที่สวยงาม สร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ และเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมช่วยจัดสรรงบประมาณลงมาสร้างถนนจากสถานีรถไฟจันทึกไปสู่ อำเภอสีคิ้วเพื่อไปขึ้น Motorway M6 ไปหนองคายและไปต่างประเทศคือประเทศจีน ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอภิชา เลิศพชรกมล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานผมมีเรื่องที่จะเรียน คำร้องเรียน ของท่านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๕ ตำบลท่าเยี่ยมและกำนันตำบลท่าเยี่ยม อำเภอโชคชัย ถึงเรื่องปัญหาพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนได้รับความเดือดร้อน🔗
นั่นก็คือถนนหมายเลข ๒๒๔ ถนนสายโชคชัย-ครบุรี ช่วงบ้านดอนไพล ตำบลท่าเยี่ยม ซึ่งถนนดังกล่าวนี้เป็นถนนที่ ส่วนหนึ่งเป็นจุดตัดที่จะเลี้ยวไปทางท่าเยี่ยมทางด้านขวามือของท่านประธาน ส่วนทางด้าน ซ้ายมือก็จะเป็นทางแยกตัดที่จะไปตำบลทุ่งอรุณ ซึ่งทั้ง ๒ ทางแยกนี้มันไม่ได้ตรงกัน ไม่ได้เป็นสี่แยก เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมามักจะประสบอุบัติเหตุมาโดย ตลอดท่านประธานครับ🔗
เส้นที่ ๒ ก็คือถนนสาย ๒๒๔ เช่นกัน ช่วงสามแยกหนองเสือบอง ซึ่งถนน ดังกล่าวนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลอรพิมพ์ อำเภอครบุรี ถึงเรื่องจุดตัดตรงนี้ พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับอุบัติเหตุเป็นประจำเลยเพราะถนน สายดังกล่าวเส้นหนองเสือบองที่จะไปที่อำเภอปักธงชัยเป็นถนนสายของทางหลวงชนบท แต่เส้นสายหลักก็คือของกรมทางหลวง ถนนดังกล่าวนี้มีจุดตัดที่พี่น้องประชาชนสัญจร โดยเสมอมาแล้วก็คนใช้เยอะมาก จึงอยากให้กรมทางหลวงมาปรับปรุงตรงนี้ให้กับพี่น้อง ที่ใช้รถใช้ถนนดังกล่าวนะครับ🔗
จุดที่ ๓ ก็คือได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแชะ อำเภอครบุรี ถึงบริเวณทางโค้งหน้าโรงพยาบาลอำเภอครบุรี ที่มีจุดโค้งที่ไม่รองรับ ไม่มี แนวป้องกันที่จะลดอุบัติเหตุได้ ทางโค้งดังกล่าวนี้ถ้าพี่น้องประชาชนเดินทางมาจากเสิงสาง ที่จะตัดเข้าไปในโรงพยาบาลมันจะเป็นทางโค้ง พอสุดโค้งปุ๊บเลี้ยวเข้าโรงพยาบาล ตรงนี้ จะเกิดปัญหาโดยตลอด อุบัติเหตุเกิดขึ้นมาโดยตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านนายกแล้วก็ ทางสมาชิกเทศบาลตำบลแชะเป็นห่วงก็คือเรื่องพอตัดทางโค้งปั๊บจะมีเสาไฟฟ้า ที่ขวางอยู่ จึงอยากให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอครบุรี ได้ช่วยปรับปรุงตรงนี้ด้วย ซึ่งผมเชื่อว่าทางกรมทางหลวงจะต้องจัดสรรงบประมาณมาให้ทางโรงพยาบาลอยู่แล้ว ตรงบริเวณหน้าโรงพยาบาล แต่สิ่งหนึ่งก็คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะต้องนำงบประมาณ ตรงนี้มาปรับปรุงให้กับทางโรงพยาบาลด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
นี่เป็นจากสื่อสารมวลชน แล้วก็ผมได้ ขออนุญาตทางเจ้าของสื่ออันนี้ของ Page TRATTV ที่มีการสื่อสารออกไปว่ารุกไทย ๑๗ จุด กัมพูชาล้ำมานานกองทัพเรือกำลังเจรจา ตอนนี้เป็นประเด็นที่พี่น้องชาวตราดมีความกังวลใจ อย่างยิ่งท่านประธาน และยิ่งสำคัญเร็ว ๆ นี้นายกของกัมพูชาเองก็ส่งสาส์นไปยังหลาย ๆ ประเทศบอกว่าไทยมีการเตรียมการที่จะรุกเอาคืน รุกพื้นที่ใน ๑๗ จุดนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่พี่น้องชาวตราดมีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งและเราต้องการที่จะให้เกิด ความชัดเจนว่าประเทศไทยเราต้องการที่จะให้แผ่นดินไทยนั้นอยู่ครบถ้วนตรงไหนที่เป็นพื้นที่ ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นทางกัมพูชาเองได้ละเมิดข้อตกลง MOU ๔๓ การรุกล้ำเขตพื้นที่ จากสันปันน้ำ ๑๗ จุดนี้อยู่ที่อำเภอเมืองไปจนถึงอำเภอคลองใหญ่ และนี่ก็ไม่ใช่เป็นเรื่อง ธรรมดาเป็นเรื่องที่มีความยิ่งใหญ่และมีความสำคัญมาก ผมจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและ หน่วยงานความมั่นคง ขอเรียกร้องอย่างหนักแน่นว่าทำความชัดเจนปักปันเขตแดนไทย ให้เด็ดขาด พร้อมทั้งมีการเก็บกู้วัตถุระเบิดซึ่งมีอยู่เยอะมากท่านประธาน นี่คือสิ่งที่พี่น้อง ชาวตราดต้องการเห็นในขณะนี้ว่ารัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้ รัฐบาลไหนก็ตามทีก็ขอให้ ดำเนินการอย่างชัดเจนและลงมือปฏิบัติทันที เปิดการเจรจากับรัฐบาลเพื่อนบ้านของเรานี้ ปักปันเขตแดนให้ชัดเจน เก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อเป็นเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย แล้วก็ของพี่น้องชาวตราดของเราด้วย ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านปทิดา ตันติรัตนานนท์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานดิฉันขอใช้สภาผู้แทนแห่งนี้สื่อสารไปถึงพี่น้องชายแดน จังหวัดสุรินทร์ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่มีแนวความคิดที่จะเปิด ด่านชายแดน ไม่อยากให้พี่น้องของเรามีความวิตกกังวลไปมากกว่านี้ ในสภาวะที่มี ความอ่อนไหวเช่นนี้การเปิดด่านชายแดนต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน ที่สำคัญที่สุดคือองค์ประกอบด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงชายแดน ความมั่นคง ในความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนไทยที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน ความเชื่อใจต่อรัฐบาลว่า จะทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน วันนี้ถ้าไปถามพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่มีเพียงคำตอบเดียวคือไม่เปิดด่าน ถ้ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ค้างคา อยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาประสาทตาควาย ปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ ในปี ๒๕๖๘ สื่อ Social มีผลอย่างมากเป็นส่วนหนึ่งในวิถีของพี่น้องคนชายแดน ทุกคนติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อ Social Media ทุกที่ ทุกเวลา ดังนั้นการที่รัฐบาลจะดำเนินการในเรื่องที่ยังคาใจพี่น้องชายแดน ที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์มายังไม่ถึง ๒ เดือนท่านประธาน ฝุ่นควันความรู้สึกยังไม่ได้จางหาย แต่ความรักชาติทวีล้นจึงต้องทำอย่างระมัดระวังมากที่สุด ดิฉันอยู่ในคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ เรามีวาระการประชุมเรื่องถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา สภาความมั่นคงแห่งชาติได้เข้ามาชี้แจงและได้แจ้งว่ามีหลายเรื่องที่ต้อง ทบทวน ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดิฉันอยากเห็นการประชุมของผู้ว่าราชการจังหวัด ตามแนวชายแดนอย่างสม่ำเสมอ จัดช่องการสื่อสารวิกฤติลดข่าวลือ สร้างกลไกความจริง ความไว้วางใจชายแดนคู่ขนานไปกับการประชุมอื่น ๆ ดิฉันจึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีทุกท่าน ได้โปรดทบทวนการดำเนินงานของหน่วยงาน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเร่งปรับแก้แล้วก็ทำให้ประเทศไทย เรามีความแข็งแรงก่อนที่จะเดินหน้าเจรจาในเรื่องต่าง ๆ กับประเทศเพื่อนบ้านต่อไป ดิฉันไม่อยากเห็นพี่น้องตามแนวชายแดนต้องอพยพท่านประธาน ขอแค่ความยุติธรรม ความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของความเป็นพลเมืองไทย กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเฉลิมพงศ์ เเสงดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตมาหารือเพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องแก้ไขดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ถนนพระบารมีทางขึ้นเขาป่าตอง หมายเลข ๔๐๒๙ บริเวณโค้งแรงดัน มีความลาดชันสูง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะ รถจักรยานยนต์ที่มักจะลื่นล้มเสียหลัก รวมถึงรถยนต์ที่มักจะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงในช่วง ฤดูฝน ความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินแก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวแม้ว่าจะมี การร้องเรียนผ่านมาแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข อย่างเป็นรูปธรรม ปัญหาความไม่ปลอดภัยยังคงเกิดซ้ำซาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่ง ดำเนินการปรับปรุงถนนให้มีมาตรฐานความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด และเร่งการก่อสร้าง อุโมงค์ป่าตองให้เกิดเร็วเสียที เพื่อพี่น้องประชาชนได้มีชีวิตที่ปลอดภัยในการสัญจร และแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างถาวรยั่งยืน ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกะทู้🔗
เรื่องสุดท้าย เมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต กำลังเผชิญปัญหาน้ำประปาเรื้อรัง มากว่า ๓๐ ปี จากท่อส่งน้ำที่เสื่อมสภาพและชำรุดจนทำให้แรงดันน้ำต่ำและขาดแคลนน้ำ เป็นระยะ ปัญหานี้ไม่มีความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน แต่ยังส่งผลกระทบต่อ ภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ หากปล่อย ปัญหานี้ยืดเยื้อกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวและฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก จึงควรเร่งรัดให้การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ เร่งดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ท่อที่ชำรุดโดยเร็วทันที และจัดทำระบบรองรับการขยายตัวของเมืองเพื่อแก้ไขปัญหา ที่ตกค้างมานานและสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำให้กับเมืองป่าตองอย่างยั่งยืน ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสกุณา สาระนันท์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย เรื่องที่ดิฉันจะนำมา หารือต่อท่านประธานในวันนี้ก็เป็นเรื่องปัญหาความไม่ปลอดภัยในการสัญจรของพี่น้อง ประชาชนค่ะ🔗
บนถนนสาย สน. ๓๐๘๙ บริเวณสะพานลำน้ำยาม ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่างตำบลธาตุ อำเภอวานรนิวาส แล้วก็ ตำบลโคกศิลา อำเภอเจริญศิลป์ สะพานนี้สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ โดยกรมโยธาธิการและ ผังเมือง ด้วยความกว้างของสะพานแคบกว่าถนน ประกอบกับไม่มีไฟส่องสว่างจึงทำให้เกิด อุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง สังเกตได้จากร่องรอยบนราวสะพานก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนถึง ความไม่ปลอดภัยในการสัญจร ท่านประธานป้ายบนสะพานมีข้อความกรมโยธาธิการและ ผังเมือง พ.ศ. ๒๕๓๒ บริเวณ Footpath บนสะพานเป็นหมุดของกรมทางหลวงชนบท พ.ศ. ๒๕๕๘ และบริเวณหัวสะพานมีป้ายโครงการ ปี ๒๕๖๖ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงเข้าใจว่าปัจจุบันสะพานนี้ได้ถูกถ่ายโอนความรับผิดชอบมายัง อบจ. เป็นที่เรียบร้อย สะพานแห่งนี้สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ สะพานแคบอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย สะพานมีความชำรุด เสียหายและไม่ได้รับการใส่ใจดูแล เข้าใจว่าปัญหาหลัก ๆ น่าจะเกิดจากการไม่มีงบประมาณ ท่านประธานตามเกณฑ์ของกรมทางหลวงชนบทสะพานที่มีความยาวเกิน ๕๐ เมตร ทั้งนอก และในโครงข่ายของทางหลวงชนบทสามารถของบประมาณก่อสร้างสะพานชุมชนของ กรมทางหลวงชนบทได้ และสะพานแห่งนี้ก็มีความยาวเกิน ๕๐ เมตร ก็คือ ๘๕ เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ขอได้ ดิฉันจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้เร่งหารือ หาแนวทางจัดสรรงบประมาณเพื่อการสร้างสะพานขึ้นใหม่ให้มีความเหมาะสม ปลอดภัย ในการสัญจรเป็นการเร่งด่วนด้วย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคำพอง เทพาคำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนภาคอีสาน พี่น้องชาวอุบลราชธานีร้องเรียนด้วยความกังวลถึงการดูดทรายบริเวณ หาดวัดใต้ เกาะกลางน้ำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอุบลราชธานี ดูดทรายโดยได้รับอนุญาตจากเทศบาลนครอุบลราชธานีเป็นโครงการต่างตอบแทน ซึ่งนั่นหมายความว่าทรายจำนวนมหาศาลกำลังดูดออกไป ถามว่าดูดไปไหน เอาทรายไปไหน เอาไปเท่าไร เมื่อไรจะพอ อันนี้ก็จะมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมของทั้ง ๒ ฝั่งท่านประธาน ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลและตอบชาวบ้านด้วย ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำมูล กำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงสำหรับปีนี้มีการปล่อยน้ำเปิดเขื่อนตั้งแต่ต้นปีไม่รู้ว่าจะระบายทัน หรือเปล่าน้ำขยับขึ้นทุกวินาที ในช่วงของการปล่อยเขื่อน เปิดเขื่อนปากมูลในเดือนเมษายน ที่ผ่านมาทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง ๓๐๐ ล้านบาท มากกว่ามูลค่าการขายไฟฟ้า ของการไฟฟ้าเขื่อนปากมูล ซึ่งปีหนึ่งขายได้แค่ ๑๐๐ ล้านบาท แต่ว่าได้มูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่แก่งสะพือ เดือนเดียว ๓๐๐ ล้านบาท ความวิตกกังวลของพี่น้องอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุนพลังงานกำลังที่จะไปสร้างเขื่อนภูงอยที่กลางแม่น้ำโขง ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่ออุบลราชธานี มุกดาหาร อำนาจเจริญ อาจจะยันไปถึงหนองคายโน้นล่ะครับ ซึ่งไทยมีพลังงานสำรองอยู่ตั้ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลชุดไหนก็แล้วแต่ให้พิจารณาเรื่องนี้ให้ดี ๆ เรื่องของผังเมือง อุบลราชธานีฝั่งวารินชำราบ ๑๗ ตำบล น้ำท่วมวนไปวนมาแถวนั้น ห้วยตองแวก ห้วยผับ อะไร ให้มีการบูรณาการทั้งหลายหน่วยงานในการบริหารจัดการน้ำบริเวณนี้ มันท่วมทั้งพื้นที่ เศรษฐกิจ พื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่การเกษตร หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบบริเวณนี้เรื่องของ ผังเมือง เรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ฝนตกมาท่วมทุกทีไม่รู้จะปล่อยน้ำไปทางไหน บูรณาการกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องในเรื่องของน้ำท่วมซ้ำซากอย่างยั่งยืน ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรเมษฐ์ จินา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ มีเรื่องที่จะนำเสนอท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน หน่วยงานแรก ก็คงจะเป็นในส่วนของ กรมทางหลวง สืบเนื่องจากว่าท่านกำนันทวีป รัตนพันธ์ กำนันตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านก็ได้ขึ้นมาที่คณะกรรมาธิการการคมนาคม แล้วก็มีการติดตามมาตลอด ในเรื่องถนนสาย ๔๑๕ เขตอำเภอพนมไปจังหวัดกระบี่ กิโลเมตรที่ ๒๑-๓๙ ผู้รับเหมาทิ้งงาน มา ๕ ปีแล้ว ในส่วนนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมจะต้องตอบคำถามทุกครั้งที่เข้าไปในพื้นที่ ก็อยากให้ กรมทางหลวงช่วยเร่งรัดดำเนินการด่วนด้วย เพราะว่าท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลพนม ท่านก็บอกว่าท่านต้องไปตามเก็บศพ แล้วก็รักษาคนที่ประสบอุบัติเหตุถนนสายนี้อยู่ ตลอดเวลา🔗
เรื่องที่ ๒ กำนันณรินทร์ จรเอียด ท่านได้เสนอโครงการจากสำนักงาน ชลประทานที่ ๑๕ สร้างอ่างเก็บน้ำ แล้วก็ทางเจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้าน ก็ลงไปดูสถานที่ ปรากฏว่ามันมีถนนที่จะเข้าไปสถานที่จะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำยังลำบาก ช่วงนี้ฝนตกแล้วก็รถติดเป็นแถว ที่กลับรถก็ไม่มี ก็ทราบว่าเป็นของกรมทางหลวงชนบท ก็อยากจะฝากทางหลวงชนบทช่วยลงไป Survey พื้นที่ หมู่ที่ ๘ บ้านเขารักษ์ ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านกำนันจรัญ แก้วศรีมล ก็แจ้งว่ามีคนร้ายขโมยตัดสายไฟ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๗ ตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วก็ไฟส่องสว่าง กลางถนนไม่มีใช้ก็อยู่ระหว่างดำเนินคดี ในเรื่องคดีก็ว่ากันไป แต่ว่าความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชนในเรื่องของการสัญจรไปมา แล้วก็ในเรื่องของอาชญากรรมต่าง ๆ ก็คิดว่าจะต้อง ได้รับการดูแลก่อน ก็อยากจะฝากทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลงไปได้ดำเนินการโดยด่วนด้วย🔗
สุดท้าย ทางท่านผู้ใหญ่บ้านสุภักดี โยธาทัย แจ้งว่าอยากจะให้ทางองค์การ บริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปทำถนนในบริเวณบ้านทางข้าม หมู่ที่ ๓ สองแพรกเชื่อมต่อ หมู่ที่ ๒ บ้านหูเชี่ยว ตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี เพื่อจะลดการเดินทางของพี่น้อง ใน ๒ ตำบล ก็ขอขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป ท่านสิริลภัส กองตระการ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร บางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือนะคะ🔗
เรื่องแรก ปัญหา ไฟส่องสว่างบริเวณถนนหัวหมาก เริ่มตั้งแต่หัวหมาก ซอย ๑ ไปจนถึง ABAC ตอนนี้ไม่มี ไฟส่องสว่างทั้ง ๒ ฝั่ง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน สืบเนื่องจากตอนนี้ มีการปรับปรุงถนนดังกล่าว จึงขอประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตั้งไฟชั่วคราว เฉพาะหน้าก่อน เพื่อความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้องที่สัญจรตรงนั้นค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ การสร้างเขื่อนและการปรับปรุงทางเดินริมคลอง เนื่องจาก คลองหัวหมากยังไม่มีการสร้างเขื่อน เมื่อถึงช่วงฤดูฝนน้ำก็จะทะลักเข้าสู่หมู่บ้าน แล้วก็ชุมชน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเพราะว่าน้ำท่วมเข้าบ้านบ่อยครั้ง รวมไปถึงการปรับปรุงทางเดิน ริมคลองที่สภาพชำรุดทรุดโทรม คนในชุมชนต้องอาศัยเส้นทางนี้สัญจร ลำบากทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือว่าการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ซึ่งสำนักการระบายน้ำได้มีโครงการในการขอ สนับสนุนงบประมาณแล้วแต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการจัดสรร ซึ่งโครงการนี้ได้มีการทำ ประชาพิจารณ์ไปแล้ว โครงการมีเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ว่าไปหยุดชะงักช่วงโควิด ท่านผู้ว่าก็ได้มีการลงพื้นที่สำรวจปัญหาแล้วแต่ว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขหรือทำโครงการนี้ มาพิจารณาใหม่ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยประสานกับทางกรุงเทพมหานครในการจัดสรร งบประมาณ ในการปรับปรุงเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องไฟดับบริเวณ Skywalk ตอนนี้เมื่อติดแล้วก็ดับอีกติด ๆ ในช่วงกลางคืนเป็นอันตรายมากต่อประชาชนที่ต้องใช้สัญจร ไม่ทราบว่าเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ หรือว่าเกี่ยวกับการลักขโมยสายไฟ อย่างไรก็ฝากประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สำรวจ ลงดู เพราะว่าตรงนี้ก็ถือว่าเป็นจุดเสี่ยงอันตราย มีการมั่วสุมแล้วก็เป็นอันตรายต่อผู้ใช้สัญจร ของบริเวณ Skywalk ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านญาณีนาถ เข็มนาค ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางญาณีนาถ เข็มนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในเรื่องของการสัญจรไปมา🔗
สืบเนื่องจากถนนเส้นดังกล่าว จากบ้านไร่สีสุกไปบ้านศรีราชายาวไปจนถึงบ้านหนองคล้า ตำบลเสนางคนิคม มีความยาว ระยะทาง ๔.๘ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้ชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ ยิ่งช่วงนี้ฝนตกหนัก ลำบากมาก ในเวลากลางคืนไฟแสงสว่างไม่มีทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งถนนดังกล่าว อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท จึงเรียนท่านประธานฝากไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาถนนเส้นดังกล่าวอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันเองได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้ามา หารือที่สภาแห่งนี้ ต้องขอบคุณแขวงการทางอำนาจเจริญที่ได้จัดสรรงบประมาณ เส้นแรก จากปากทางนาไร่ใหญ่ไปบ้านหนองทับม้า ซึ่งงบประมาณได้รับจัดสรรไป ๒๕ ล้านบาท เส้นที่ ๒ จากทางเข้าอำเภอพนาไปบ้านดอนขวัญ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๒๐ ล้านบาท จึงขอบคุณท่านเป็นอย่างมากที่ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน งบประมาณ ดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ในปี ๒๕๖๙ ก็ขอบพระคุณทางแขวงการทางอำนาจเจริญที่ได้ มองเห็นถึงความเดือดร้อนและปัญหาของพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอรรถพล ไตรศรี ครับ🔗
สวัสดีท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอรรถพล ไตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับโรงเรียนบ้านคลองเคียน ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ได้รับความเดือดร้อน🔗
สืบเนื่องมาจากโรงเรียนบ้านคลองเคียน เป็นโรงเรียนแห่งแรกของตำบลคลองเคียน สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ จนกระทั่งเมื่อปี ๒๕๑๗ โรงเรียนบ้านคลองเคียนได้งบประมาณในการก่อสร้างอาคาร ๒ ชั้น เป็นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีห้องเรียนประมาณ ๘ ห้อง มีนักเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงประถม ๒๐๐ กว่าชีวิต ระยะเวลา ที่การก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ถึงปัจจุบัน ๕๐ กว่าปี ทำให้อาคารดังกล่าวเสื่อมทรุดโทรม ตามกาลเวลา แล้วความปลอดภัยของบุคลากร นักเรียน จะได้รับความอันตราย ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีนโยบายอนุมัติให้รื้อถอนอาคารดังกล่าว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แต่เนื่องจากงบประมาณตอนนั้นไม่มี ผมได้นำเรื่องดังกล่าวมาหารือกับท่านประธานสภา เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ขอให้มีการรื้อถอนอาคารแล้วก็ก่อสร้างอาคารหลังใหม่ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือตอบมายังสภาแห่งนี้ว่าได้งบประมาณในการก่อสร้าง ปี ๒๕๖๘ แต่พอดีปี ๒๕๖๘ งบประมาณดังกล่าวโดนตัดไป เนื่องจากต้องไปใช้ในโครงการ ดิจิทัลทำให้การก่อสร้างอาคารดังกล่าวไม่สำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้เด็กนักเรียนต้องไปเรียน ที่อื่น จำนวน ๒๐๐ กว่าชีวิต การบริหารโรงเรียนก็ลำบาก วันนี้ข้าพเจ้าได้รับการร้องเรียน จากผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครองว่าของบประมาณในการก่อสร้างเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว งบประมาณก็ยังไม่ได้ดำเนินการไปถึงไหน ตอนนี้เด็กนักเรียนที่ไปเรียนโรงเรียนอื่น คณะครู ที่บริหารโรงเรียนอื่นอยู่เกิดความลำบากล่าช้าจึงฝากท่านประธานสภาส่งไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ช่วยพิจารณางบประมาณให้กับโรงเรียนบ้านคลองเคียน ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงาด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธนพัฒน์ ศรีชนะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนพัฒน์ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องดังนี้🔗
ก่อนอื่นกระผมต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองมุที และพ่อแม่พี่น้องบ้านหนองมุที ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ด้วยที่แจ้งข่าวมาถึงกระผม เนื่องด้วยบ้านหนองมุทีได้รับงบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ำ ก่อสร้างระบบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยงบ ๒๙ ล้านบาท ทำสัญญาก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ได้มีการส่งมอบและเบิกจ่ายตามงบประมาณแล้วตั้งแต่ ปลายปี ๒๕๖๗ แต่ยังไม่สามารถส่งน้ำได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการได้เลย เป็นระยะเวลา เกือบ ๑ ปี ซึ่งชาวบ้านบ้านหนองมุทีคาดหวังว่าจะมีน้ำใช้ในการเกษตร เคยร้องเรียนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด กระผมจึงอยากฝากท่านประธาน ไปยังกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ช่วยลงมาดูพื้นที่และเร่ง ดำเนินการแก้ไขปัญหาตรงนี้ด้วย🔗
๒. ขอไฟส่องสว่างทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๖ บริเวณบ้านคอนสาย บ้านไทยเจริญ และบ้านโคกวิไล ตำบลสามัคคี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ชาวบ้าน ได้ร้องเรียนผมมาว่าไม่มีไฟส่องสว่างถนนเวลากลางคืนมืดมากทำให้รถที่สัญจรไปมาเกิด อุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ชาวบ้านจึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมและ แขวงทางหลวงมุกดาหารขอไฟส่องสว่างถนนให้กับชาวบ้านด้วย ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านพุธิตา ชัยอนันต์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พุธิตา ชัยอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองทั่วประเทศกำลังเป็นกังวลกันอย่างมากในวันนี้ ก็คือผลจากการที่ ปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเมื่อกว่า ๓ ปีก่อน🔗
โดยที่ไม่มีพระราชบัญญัติออกมา ควบคุมอย่างเป็นระบบ การตัดสินใจที่เกิดขึ้นเพื่อผลทางการเมืองในครั้งนั้นได้สร้าง ผลกระทบที่ชัดเจนต่อสังคม โดยเฉพาะต่อเด็ก ๆ และเยาวชน ท่านประธานแม้ว่าปัจจุบัน จะมีประกาศกระทรวงฉบับล่าสุดที่จะออกมาควบคุมแต่ว่าในความเป็นจริงแล้วนั้น กัญชา ยังคงถูกซื้อขายโฆษณา Promote กันเต็มไปหมดเลยบนพื้นที่โลกออนไลน์ ร้านค้า แล้วก็ โรงปลูกกัญชาก็ได้ผุดขึ้นเต็มชุมชน แม้กระทั่งใกล้กับโรงเรียนสถานศึกษาก็ยังมี การคุ้มครอง เด็ก ๆ และเยาวชนของเรายังล้มเหลว ข้อมูลทางการแพทย์ก็ได้ชี้ชัดว่ากัญชาจะส่งผลกระทบ ต่อสมอง การเรียนรู้ และพัฒนาการของเยาวชน ของเด็ก ๆ ดิฉันอยากจะขอเรียกร้อง อย่างชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องเร่งรัด แล้วก็รับผิดชอบผลของการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต โดยเฉพาะท่านนายกอนุทิน ท่านจะต้องออกมารับผิดชอบนโยบายแล้วก็การหาเสียง ในครั้งนั้น จะต้องเร่งออกพระราชบัญญัติกัญชาให้เร็วที่สุด เพื่อควบคุมการโฆษณาการจัดจำหน่าย การเข้าถึงกัญชาของเยาวชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามาตรวจสอบจับกุมการลักลอบ การจำหน่ายที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่เพียงแค่มีการประกาศออกมาแต่ว่าสุดท้ายแล้วนั้น ก็ยังคงมี การหาซื้อ หาจัดจำหน่ายกันได้บนโลกออนไลน์แล้วก็ในใต้ดิน ตอนนี้พ่อแม่ผู้ปกครอง ก็เป็นห่วงกันอย่างหนัก ก็ขอให้ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยออกมาดูแลกัน อย่างจริงจังด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านศาสตรา ศรีปาน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ทุกท่าน ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๒ เด็กหาดใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้จะมาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น ๓ เรื่องครับ🔗
ท่านประธาน วันนี้ผมฝากติดตาม ตรวจสอบ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะวันนี้ที่หาดใหญ่มีวัยรุ่น ออกมาในยามวิกาล แล้วก็ไล่ทำร้ายผู้คน สร้างความหวาดกลัว สร้างความเสียหายให้กับ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในหาดใหญ่มากโดยที่ไม่ทราบสาเหตุด้วย🔗
วันนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้ นี่คือผู้เสียหาย ที่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร ออกมาในยามวิกาลแล้วก็ทำเรื่องแบบนี้ ที่สำคัญ ยังจับคนร้ายไม่ได้แล้ววันนี้ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทางตำรวจ แต่วันนี้พี่น้องประชาชน ถ้าไม่รีบจับคนร้ายวันนี้มีเสียงมาจากพี่น้องประชาชนแล้วว่าทำไมตำรวจถึงจับคนร้ายได้ ไม่เร็วเท่ากับการจับล็อกล้อพี่น้องประชาชน ฝากไว้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ พระทำร้ายพระในวัดกันเอง มีคลิปออกมาเมื่อวานนี้ที่วัดเกาะเสือ อำเภอหาดใหญ่ เรื่องราวผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไร แต่สร้างความเสียหายกับพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอฝากให้มหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กองปราบ เข้ามาดูแลแล้วก็ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ วันนี้ที่จังหวัดสงขลาบ้านผมมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัด เป็นจำนวนมาก วันที่ ๑๒-๑๗ กันยายนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามา ๑๗,๐๐๐ คนต่อวัน ทำให้ด่านตรงชายแดน ด่านสะเดารถติดมาก ติด Marathon ๒๔ ชั่วโมงด้วยกัน เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเสนอให้ทางรัฐบาลเปิดด่าน ๒๔ ชั่วโมง ในวันสำคัญของประเทศมาเลเซีย เช่น วันฮารีรายอ วันเกิดของพระมหากษัตริย์ในประเทศมาเลเซีย หรือว่าวันปิดเทอมใหญ่ หรือวันชาติ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอสะท้อน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ฉะเชิงเทราที่ได้ร้องเรียนผ่าน Page ฐิติมา ฉายแสง แล้วก็กรอกแบบฟอร์มร้องทุกข์กับดิฉัน ๓ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก คุณเก้า แก้วบุนนาค และ เพื่อนบ้านกว่า ๓๐ ครัวเรือน ที่หมู่ที่ ๔ ตำบลวังตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับผลกระทบจากบริษัท ไดนามิครีไซเคิล จำกัด ซึ่งประกอบกิจการอัดเหล็กและคัดแยก วัสดุที่ไม่ใช่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเสียงดังสั่นสะเทือนตั้งแต่เช้าถึงสามทุ่ม บ้านบางหลัง แตกร้าว มีกลิ่นสีและทินเนอร์รุนแรงจนไม่สามารถอยู่นอกบ้านได้ อีกทั้งมีฝุ่นละออง และรถเทรลเลอร์วิ่งเข้าออกตั้งแต่ตีสี่รบกวนการพักผ่อนของประชาชน ดิฉันขอให้ สาธารณสุขจังหวัดและอุตสาหกรรมจังหวัดเข้ามาตรวจสอบโดยด่วน พร้อมทั้งให้ อบต. วังตะเคียน สำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดและกรมควบคุมมลพิษร่วมดำเนินการแก้ไข รวมถึงตำรวจท้องที่ช่วยกำกับดูแลการขนส่งในยามวิกาล เพื่อให้ประชาชนได้กลับมามี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น🔗
เรื่องที่ ๒ มีประชาชนถึง ๓ ราย ได้แก่ คุณพัชรินทร์ เก้าเจริญ คุณพันธุ์ทิพย์ วิสุทธิศักดิ์ และคุณชุมศรี ไกรวงษ์ ร้องเรียนว่าถนนหินคลุกเลียบคลองชลประทาน ตั้งแต่ปากคลองชวดบัว หมู่ที่ ๓ ผ่านหมู่ที่ ๔ ถึงปากคลองชวดชะโด หมู่ที่ ๘ ตำบลบางแก้ว ระยะทางเกือบ ๓ กิโลเมตรของอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ สัญจรลำบาก ดิฉันขอให้กรมชลประทานช่วยซ่อมแซม และในระยะยาวกรุณาพิจารณา ก่อสร้างเป็นถนนลาดยาง Asphaltic Concrete เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน🔗
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานถนนสาย ๓๒๐๐ ฉะเชิงเทรา-บางน้ำเปรี้ยว ซึ่งเป็นถนนที่ดิฉันหารืออยู่เป็นประจำปัญหาเยอะแยะเลย ช่วงเลยสามแยกไปไฟแดง บางขวัญมีหลุมขนาดใหญ่ ทั้งฝั่งขาเข้าแล้วก็ฝั่งขาออก รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วเสี่ยงต่อการ เกิดอุบัติเหตุ ดิฉันขอให้แขวงการทางฉะเชิงเทราเร่งเข้ามาแก้ไขโดยด่วน ท่านประธาน ดิฉันขอฝากเรื่องทั้ง ๓ นี้ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชนอย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านคุณากร มั่นนทีรัย ครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพ ผม ไวท์ คุณากร มั่นนทีรัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๖ อำเภอบางใหญ่ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีข้อหารือความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับการก่อสร้างเส้นทางทางด่วน ช่วงบางใหญ่-กาญจนบุรี ท่านประธานโครงการนี้ได้มีการเวนคืนที่ดินจำนวนมาก จากประชาชนเพื่อมาทำถนนหนทางให้กับรัฐบาล วันนี้มีประชาชนมาร้องเรียนเพราะเดือดร้อน ผมจึงเห็นว่าควรรับฟังและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ จากสไลด์จะเห็นได้ว่าเป็นจุด U-turn ทางด่วนข้างแม่น้ำบางไทร ด้านข้าง ๆ นี่เป็นแม่น้ำ หลังจากร้องเรียนไปหลายครั้ง แล้วเห็นว่ามีการนำเครื่องปั๊มน้ำมาติดแล้ว แต่ว่า U-turn นี้อยู่ต่ำกว่าคลองบางไทรน้ำจึงซึม และไหลเข้ามาสู่จุด U-turn ทำให้น้ำท่วมได้ตลอดเวลา จุดดังกล่าวอยู่ที่บางแม่นาง ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓🔗
ภาพที่โชว์อยู่บนสไลด์นี้เป็นเรื่องที่ ๒ จุดตัดสี่แยกตามแนวทางด่วน มีความอันตรายมากวัดใจอลวน มีรถชน รถล้มทุกวัน อยากให้ปรับสภาพถนนให้มีวิสัยทัศน์ ที่ดีขึ้นและเปิดใช้สัญญาณจราจรโดยเร็ว จุดดังกล่าวอยู่ที่บางแม่นาง ตอนที่ ๓ จนถึง เขตตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย จากภาพที่เห็นจะเป็นทางออกสู่ถนนนครอินทร์ ทางสัญจรที่ปัจจุบันกลายเป็นทางขึ้นลงทางด่วน โดยเฉพาะทางขึ้นทางด่วนจากทางด้าน ถนนรัตนาธิเบศร์และทางขึ้นทางด่วนจากถนนทางด้านกาญจนาภิเษก ประชาชนสามารถ ขับขี่ขึ้นไปบนทางด่วนในปัจจุบันเพื่อสัญจรออกไปยังถนนแก้วอินทร์ ซึ่งจะออกก่อน ด่านเก็บเงิน มีหมู่บ้านและตลาดอยู่จำนวนมากโดยไม่ต้องข้ามสี่แยกใหม่ต่าง ๆ ประชาชน ร้องเรียนมาว่าทางดังกล่าวจะมีการปิดทางเข้าออก ในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘ ตามภาพ ประชาชนก็จะเดือดร้อน ประชาชนจึงขอเปิดทางเข้าออกอย่าปิดเลยเพราะเป็นประโยชน์ ทำให้การจราจรลื่นไหลสู่หมู่บ้านต่าง ๆ ด้านใน🔗
ดังนั้นข้อร้องเรียนของประชาชนทั้ง ๓ ประการดังกล่าว ผมฝากหารือ ท่านประธานไปยังหน่วยงานกรมทางหลวงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการต่อไปด้วย ผม ไวท์ คุณากร มั่นนทีรัย พรรคประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม วันนี้วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ วันนี้ผมลุกขึ้นมาเป็นครั้งที่ ๒ เกี่ยวกับประสานและขอความเห็นใจ จากรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นก็คือจังหวัดสุรินทร์ขอเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๗๐ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์นั้นเป็น จังหวัดชายแดน แล้วก็จะได้นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว ดีไม่ดีพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัดเขาไป ก็จะได้เห็นว่าแท้จริงแล้วนั้นปัญหาชายแดนไม่มีอะไรมากมาย จะได้ไปเที่ยวปราสาท หรือไป สายมู หรือไปเที่ยวสถานที่เมืองช้างซึ่งสุรินทร์นั้นมีมากมาย ก็อยากจะฝากกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีจังหวัดอยากเข้าร่วมจัด ๒-๓ จังหวัด แล้วคนสุรินทร์นั้น เป็นคนกีฬา เรามีนักกีฬาทีมชาติ มีนักกีฬาระดับโลกเยอะแยะมากมายดังที่สังคมได้รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นนักมวย บัวขาว บัญชาเมฆ หรือปวีณา นักยกน้ำหนักเหรียญทองโอลิมปิกมาอีก หลาย ๆ ท่าน ก็ขอความเห็นใจจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้โปรดให้โอกาสกับ จังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดน แล้วก็ยังมีผลไปถึงบุรีรัมย์ มีผลไปถึงศรีสะเกษด้วย ที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๗๐🔗
เรื่องที่ ๒ ข้าวหอมมะลิกำลังจะออกรวงแล้วก็กำลังจะตั้งท้อง เพราะว่าน้ำท่า ปีนี้เทวดาเห็นใจดีมากก็อยากจะฝากกระทรวงพาณิชย์ให้เตรียมการกับเรื่องของราคาในการ รับซื้อข้าวเปลือกที่ออกใหม่ ๆ ไม่ใช่ว่าตอนนี้ราคาข้าวดีจริง กิโลกรัมละ ๑๗ บาท แต่ว่า ข้าวนั้นมันเกือบหมดยุ้งฉางของพี่น้องชาวนาแล้วก็อยากให้เตรียมการตั้งแต่ต้น ๆ🔗
เรื่องสุดท้าย ก็คือราคาวัวควาย วัวที่เขาฆ่าเป็นกิโลกรัมราคายังแพงมาก แต่วัวเป็น ๆ ยังถูกมาก ก็ฝากทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยดูแล เรื่องนี้ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี จากพรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีปัญหา ของพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่มาหารือกับท่านประธาน ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะคะ🔗
เรื่องแรก ล่าสุดเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีโอกาสได้ไปลงพื้นที่เพื่อสอบถามปัญหาเรื่องของการขาดแคลนแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งพบว่าในปัจจุบันต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่ามีงาน บางประเภทที่คนไทยไม่ทำ ไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานหนัก งานที่เสี่ยงอันตราย หรือแม้กระทั่งงานสกปรก อย่างไรก็ตามจากการที่ดิฉันได้ลงไปสอบถามปัญหากับพ่อแม่ พี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือพวกผู้ประกอบการ ทั้งส่วนของผู้ประกอบการรายใหญ่ แล้วก็ ผู้ประกอบการรายย่อยพบว่า ณ วันนี้ยังมีปัญหาในเรื่องของกระบวนการด้านเอกสาร แล้วก็ ขั้นตอนการดำเนินงานเรื่องของแรงงานต่างด้าว แรงงานข้ามชาติที่มีความซับซ้อนมาก ทำให้นายจ้างต้องเสียเวลาเรื่องของการติดตามเรื่องหลายวันมาก ๆ บางกรณีต้องรอนาน เป็นเดือนด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้ในส่วนตรงนี้มีผลกระทบต่อการประกาศจ้าง แล้วก็การดำเนิน ธุรกิจของนายจ้างซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันเองนี่ละคะท่านประธาน ดิฉันจึงขอฝากทาง ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงแรงงานให้ช่วยพิจารณาแล้วก็ปรับปรุงกระบวนการจัดการ เรื่องของแรงงานต่างด้าวให้มีความรวดเร็วแล้วก็ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ซึ่งการที่เราลด ขั้นตอนที่ไม่จำเป็น แล้วก็ทำให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ดิฉันเชื่อว่าเรื่องหนึ่งก็จะลด ปัญหาเรื่องของการเก็บส่วยแรงงานข้ามชาติได้มากขึ้น🔗
เรื่องที่ ๒ ปัจจุบันชุมชนทับทิมศรี ในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลงยังไม่มีพื้นที่ ส่วนกลางของชุมชนส่งผลกระทบต่อประชากรในพื้นที่ที่ต้องการพื้นที่สาธารณะในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกกำลังกายหรือว่าการมีส่วนร่วมจากสังคมในชุมชน ดิฉัน จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลเมืองท่าโขลงให้ช่วยเร่งพิจารณา เพื่อสร้างพื้นที่ ส่วนกลางที่ชุมชนสามารถใช้ร่วมกันได้🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันขอพูดถึงปัญหาการทำงานกับเทศบาลเมืองท่าโขลง ซึ่งพบว่า หลายกรณีมาก ๆ ที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนร้องเรียนไป แต่ไม่ได้รับการตอบสนองตอบกลับ มาจากเทศบาลเมืองท่าโขลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แล้วก็รวมไปถึง เรื่องของความปลอดภัยในพื้นที่ ก็ฝากท่านประธานย้ำไปกับทางเทศบาลเมืองท่าโขลง🔗
เรื่องสุดท้ายสั้น ๆ กระทรวงยุติธรรมปัจจุบันได้มีการร่างกฎกระทรวง กำหนดวิธีการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหรือว่าจำเลยระหว่างการสอบสวนหรือพิจารณาคดีไว้ ในสถานที่อื่น ซึ่งเรื่องนี้ก็จะเป็นตัวกฎกระทรวงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๙/๑ ปัจจุบันร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่มีการประกาศใช้แต่อย่างใด ดิฉันก็ฝาก ทางท่านประธานไปยังกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยเร่งประกาศกฎระเบียบดังกล่าวเพื่อช่วย แก้ไขปัญหาความแออัดในเรือนจำ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงยศ รามสูต ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอหารือเรื่องแรก สไลด์ขึ้นนะครับ🔗
เกี่ยวกับถนนหนทาง มันเป็นหลุมเป็นบ่อ เวลาฤดูฝนออกมายากต้องใช้โซ่จากบ้านห้วยละเบ้ายาไปบ้านห้วยเฮือ ห้วยระพี ของตำบลสะเนียน มีคนเคยเสียชีวิต ซึ่งแต่ก่อน อบต. เอางบไปดำเนินการได้ แต่ตั้งแต่ มีโครงการทวงคืนผืนป่ามันต้องมีเอกสารจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งก็ปรากฏว่าต้อง ขอบคุณท่านนายก อบต. สะเนียน ท่านนายกสว่าง เปรมประสิทธิ์ ก็ได้ดำเนินการกับพื้นที่สูง ได้ขออนุมัติมีหนังสือรับรองตามมาตรา ๑๙ ซึ่งก็ปรากฏว่าแต่ก่อนอยู่ในทางหลวงชนบท พอมีการอนุมัติให้ทำได้ปรากฏตาม พ.ร.บ. กระจายอำนาจ ตอนนี้งบถนนเส้นนี้โอนมาอยู่ที่ อบต. สะเนียนแล้ว แต่ อบต. สะเนียนก็ไม่มีงบประมาณทำได้ทีละไม่มาก ก็ฝากหน่วยงาน ที่รับผิดชอบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นช่วยดูแลนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องถนนระหว่างบ้านห้วยโป่ง ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา มาที่บ้านสบยาวของตำบลเมืองจันทร์ อำเภอภูเพียง ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ช่วงน้ำท่วม คนมาใช้เส้นทางนี้ ปรากฏว่าเดิมทางหลวงชนบทไปทำแล้วแต่ยังไม่ตลอดก็ฝากให้ดูแลด้วย เพราะช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมานี้คนมาใช้เส้นทางนี้เยอะ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบ้านห้วยโป่ง ตำบลตาลชุมก็ฝากให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการต่อไปที่ตำบลอวน อำเภอปัว ซึ่งประมาณเกือบ ๒๐ กิโลเมตร ถ้าเส้นทางนี้สำเร็จ ๓ อำเภอ อำเภอภูเพียง อำเภอท่าวังผา และอำเภอปัว ก็สามารถจะเชื่อมต่อกันได้ในช่วงน้ำท่วมจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้นะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ก็เรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วม ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท ก็ฝากให้รัฐบาลชุดใหม่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาด้วย ตอนนี้น้ำจากภาคเหนือเริ่มไหล ไปสู่สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยาแล้ว ก็ฝากให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาเงินเยียวยา อย่างน้อย ๙,๐๐๐ บาท เหมือนอย่างรัฐบาลชุดที่แล้วที่ให้ ๙,๐๐๐ บาท กับพี่น้องที่น้ำท่วม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ อำเภอนาจะหลวย อําเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร เฉพาะตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ดิฉันมีข้อหารือท่านประธานสภาดังนี้ ดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมทำบุญสังฆทาน พบปะพี่น้อง ประชาชนได้รับการร้องขอจากนายไชยา ศรีสุข ผู้ใหญ่บ้านนาโพธิ์กลาง นายเพชรบูรณ์ ดุจดา ผู้ใหญ่บ้านนาโพธิ์ใต้ นายชัยชาญ จันทศรี ผู้ใหญ่บ้านดอนตะโน นายอนุชิต สีแสด ผู้ใหญ่บ้านดอนเจริญ นายวิชาญ สาภิราช กำนันตำบลนาโพธิ์ นายวิชาพูล มหานิติพงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลนาโพธิ์ นายอุดม ไชยผา รองนายก นายสว่าง วงศ์ใหญ่ รองนายก นางรจนา ทองหล่อ เลขานุการนายก นายวินัย คุณสว่าง ประธานสภาสมาชิกสภาเทศบาล ตำบลนาโพธิ์ คณะครู นักเรียน ผู้ปกครองและชาวบ้านในเขตตำบลนาโพธิ์และตำบลบ้านแมด ได้รับความเดือดร้อน สไลด์ขึ้นเลยค่ะ🔗
เนื่องจากถนนของ กรมทางหลวงหมายเลข ๒๑๗๒🔗
เรื่องที่ ๑ ช่วงเช้าผู้ปกครองไปส่งนักเรียนที่โรงเรียน ช่วงบ่ายผู้ปกครองก็รับ นักเรียนกลับบ้าน บริเวณหน้าโรงเรียนเป็นชุมชนหนาแน่น ชุมชนใหญ่มี ๗ ชุมชน มีรถยนต์สัญจรไปมาจำนวนมาก ถนนกว้าง ๔ ช่องจราจร ทำให้เด็กนักเรียนและชาวบ้าน ข้ามถนนลำบากมาก ตามภาพถนน ๔ ช่องจราจร ชาวบ้าน ผู้นำชุมชนผู้นำท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายกเทศมนตรีตำบลนาโพธิ์ ต้องการให้กรมทางหลวงก่อสร้างสะพานลอย แบบมีหลังคา และติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย จำนวน ๒ แห่ง แห่งแรกก็คือ หน้าโรงเรียนชุมชนบ้านนาโพธิ์ แห่งที่ ๒ โรงเรียนนาโพธิ์วิทยา เกิดอุบัติเหตุ🔗
เรื่องที่ ๒ ต้องการให้กรมทางหลวงติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ช่วง กม. ที่ ๓๒ ถึง กม. ที่ ๓๓ จำนวน ๗ ต้น ซึ่งเป็นเขตชุมชนหนาแน่น กลางคืนมืดสนิท เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุให้กับพี่น้องประชาชนบนท้องถนน ดิฉัน ขอฝากข้อหารือนี้กับท่านประธานสภาถึงอธิบดีกรมทางหลวง ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมคนใหม่ ขอขอบคุณท่านประธานสภาค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านปวิตรา จิตตกิจ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ลูกเกด ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ แขวงศิริราช และแขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่อง หารือท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ขอให้ท่านประธาน ช่วยติดตามการแก้ปัญหาที่เกิดจากโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย สัญญาที่ ๓ บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ซึ่งดิฉันได้พูดในสภาแห่งนี้ไปหลายรอบแล้วท่านประธาน แต่ว่ายังไม่เกิดการแก้ปัญหาจากฝ่ายบริหารเลย และตอนนี้ในพื้นที่ก็มีความเดือดร้อนเกิดขึ้น เป็นอย่างมากตามภาพ ภาพแรกเป็นในซอยเพชรเกษม ๗ เกิดปัญหาบ้านเรือนประชาชน ทรุดตัวจากการก่อสร้าง คลองบางลำเจียก แล้วก็พื้นที่ใกล้เคียงพบผู้เร่ร่อนมาอาศัย เกิดการลักขโมย มั่วสุมเสพยาเสพติดในพื้นที่ก่อสร้าง แล้วก็อย่างหมู่บ้านอิ่มอัมพร ๑ ในซอยประชากรไทยแนวคลองวัดท่าพระ พบว่าน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างมากเลย เนื่องจากการก่อสร้างไปขวางทางระบายน้ำ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรุงเทพมหานครช่วยแก้ปัญหาจุดเสี่ยงอันตราย จุดเสี่ยง อุบัติเหตุบริเวณเชิงสะพานเนาวจำเนียร เขตบางกอกใหญ่ ในปัญหาการลักลอบกลับรถ ที่เกาะกลางถนน แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขาดป้ายสัญลักษณ์กำหนดความสูงในที่กลับรถ แล้วก็มีปัญหาของการลักลอบจอดรถริมทาง บางจุดมีการนำสีเทาไปทาในขอบถนน ก็เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยสื่อสาร ให้ชัดเจนว่าจะมีการเพิ่มเบี้ยยังชีพในเดือนตุลาคมปี ๒๕๖๘ นี้หรือไม่ อย่างไร เพราะว่า ตามมติ ครม. เดิมในรัฐบาลชุดที่แล้ว มีมติเรื่องจ่ายอัตราใหม่แบบขั้นบันไดสูงสุดอยู่ที่ ๑,๒๕๐ บาทต่อเดือน เพราะว่าตอนนี้ประชาชนสับสนกันเป็นอย่างมาก แล้วก็บางรายถูก แก๊ง Call Center อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐโทรเข้าไปสอบถามข้อมูลส่วนตัว จึงอยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยสื่อสารให้กับประชาชนให้ทราบถึงข้อเท็จจริงโดยเร็ว ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ เขตพื้นที่ อำเภอกรงปินัง อำเภอธารโต อำเภอบันนังสตา และอำเภอเบตง ผมอยากจะหารือกับ ท่านประธาน ๑ เรื่อง ก็คือผมได้รับการร้องเรียนจากสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา เรื่องของ ความเดือดร้อน ความขัดแย้งและข้อพิพาทของชาวบ้านบ้าน กม. ๓๘ กม. ๓๖ กม. ๓๒ กม. ๒๙ ของตำบลอัยเยอร์เวง🔗
เนื่องจากคนเหล่านี้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๖ มีการโยกย้ายจากตำบลฮาลาบาลา ซึ่งอยู่ในเขตตำบลอัยเยอร์เวงปัจจุบัน ได้มีการย้ายถิ่นฐาน จากหมู่บ้านตรงนั้นมาอยู่ที่ริมถนนสาย ๔๑๐ ปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ไม่มีเอกสารสิทธิของที่ดิน ที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน เนื่องจากว่าก่อนการโยกย้ายในพื้นที่เดิมที่เขาเคยอยู่อาศัยนั้น เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาด้านความมั่นคง ก็มีคอมมิวนิสต์โจรจีนมลายาได้ไปตั้งถิ่นฐานเพื่อที่จะไป ทำยุทธศาสตร์ในเรื่องของภัยด้านความมั่นคงที่พื้นที่ตรงนั้น ทางการไทยก็ไปร้องขอทางคนที่ อยู่ในหมู่บ้านนั้นโยกย้ายออกมาอยู่ในพื้นที่ข้างนอก เพื่อที่จะได้ปราบปรามโจรคอมมิวนิสต์ มลายา ก็ได้มีการตกลงว่าถ้ามีการปราบปรามโจรคอมมิวนิสต์มลายาแล้วเดี๋ยวจะให้คนที่ โยกย้ายออกมาอยู่ข้างนอกนั้นกลับไปอยู่ที่เดิม เมื่อมาอยู่ข้างนอกเสร็จเรียบร้อยก็มีการปราบ โจรจีนมลายาเสร็จเรียบร้อยเช่นกัน จะกลับไปถิ่นฐานเดิมก็ไม่สามารถจะเข้าไปอยู่ได้ เพราะทางการไทยประกาศพื้นที่ที่ป่าบาลาฮาลาปัจจุบันเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เป็นป่าของ ป่าสิริกิตติ์ ซึ่งขณะนี้คนที่มีปัญหาที่ตรงนั้นไม่มีที่ทำกิน เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่สร้างปัญหา กับตรงนี้ อย่างเช่น ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยซึ่งไม่ใช่คนไทย เป็นคนมาเลเซียที่มาก่อปัญหาที่นั่น ก็มีที่ดินที่ทำกินในเขตหมู่บ้านจุฬาภรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตอำเภอเบตง แล้วก็คนเหล่านี้ ยังลอยแพอยู่ ก็นำเรียนให้ท่านประธานช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะไปให้ ความเป็นธรรมกับคนเหล่านี้ด้วย ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา พนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้าง ลูกจ้าง ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และตัวแทนแกนนำ ชุมชนจากองค์การบริหารส่วนตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี จำนวน ๘๐ ท่าน ขอขอบคุณที่มาเยี่ยมที่สภาแล้วก็เข้าร่วมรับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อีกคณะหนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเสริมสร้าง สังคมสันติสุข รุ่นที่ ๑๕ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ขอขอบคุณ และขอต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงครับ ต่อไปเป็นท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน และลาดพร้าว จระเข้บัว พรรคประชาชน🔗
เรื่องแรกเลยท่านประธาน เราได้ลงพื้นที่ไปดูในคลองบางเขน สายไหม แล้วก็ลาดพร้าว หลายที่ระดับสูงจนน่าวิตกกังวล ไม่ว่าจะเป็นคลองออเงินน้อย บริเวณจตุโชติซอย ๑๐ แยกพูลสวัสดิ์ ๒ คลองท่าแร้งหรือ คลองบึงพระยาสุเรนทร์ เมื่อดูการไหลของน้ำหลายคลองนั้นนิ่งเลยทีเดียว ระดับน้ำก็ยังคง สูงอยู่ ไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหาในการบริหารการจัดการประตูน้ำระบายน้ำแบบไหน ผักตบชวา ก็กีดขวางเยอะมากจนไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ฝากสำนักงานเขตและ สำนักระบายน้ำบริการแก้ไขด้วยนะครับ🔗
ประเด็นต่อมา คือสายสัญญาณห้อยตัวลงมาเยอะมากในบริเวณหลายพื้นที่ ในเขตผม รามอินทรา ๓๙ รามอินทรา ๖๕ ห้าแยกวัชรพล คู้บอน ๒๗ ส่งเรื่องไปทาง การไฟฟ้า การไฟฟ้าก็ส่งต่อไปทาง กสทช. ส่งไปแบบนี้ตาม Traffy Fondue และจุดอื่น ๆ วันนี้ก็ยังไม่ได้มีการแก้ไขอะไร ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการโดยเร็วนะครับ🔗
ประเด็นถัดมา คือประเด็นของซากรถบนถนนสาธารณะ เป็นปัญหาที่หลาย ชุมชนนั้นเจอกัน โดยเฉพาะในบริเวณของลาดปลาเค้า ๒๔ ทำให้ถนนแคบกีดขวาง ทางจราจรและทางเดิน แจ้ง สน. ไป แจ้งเขตไปก็กลัวกันไปกลัวกันมา โยนกันไปแบบนี้ ไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง ทั้ง ๆ ที่มีอำนาจในการดูแล หากไม่มีที่จอดรถก็จะแนะนำให้ กรุงเทพมหานครนั้นหาที่จอดรถเป็นแบบ Car Cemetery หรือว่าเป็นสุสานรถยนต์แล้วก็ ปรับไปยังเจ้าของตามเลขทะเบียนรถหรือจะเป็นเลขตัวถังอะไรก็แล้วแต่ต้องมีการจับปรับกัน เข้าไปครับ🔗
ประเด็นถัดมา คือเสาไฟฟ้าบริเวณถนนจตุโชติ บริเวณคู่ขนานทางด่วนลง จตุโชติ ผิว Footpath แยกตัว ยกตัวขึ้นด้วย เสาไฟฟ้าโค้งโน้มลงมาอย่างที่ท่านเห็นในภาพ ซึ่งอาจจะรอวันดีคืนดีที่มันจะล่มลงมาเมื่อไรก็ได้ ไปดูฝาท่อเขียนว่า กทม. หราเลย จะฝากสำนักการโยธาแล้วก็กรุงเทพมหานครช่วยในการจัดการก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นครับ🔗
เรื่องสุดท้าย มาตรการรองรับกรณีเกิดการรั่วไหลสารเคมีในชุมชน ยกตัวอย่างเช่น แอมโมเนีย ซึ่งชุมชนควรจะได้รับการสอนวิธีปฏิบัติจากสำนักงานเขต แล้วก็ดับเพลิง รวมไปถึงตัวผู้ประกอบการเองด้วย ควรจะคุยกับชุมชนเพื่อที่จะหาทาง ในการบรรเทาอันตรายเบื้องต้น แล้วก็การอพยพคนในบริเวณรอบข้างอย่างเป็นระเบียบ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน วันนี้ขอปรึกษาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
เรื่องแรก ติดตามความคืบหน้าถนน รย. ๓๐๑๓ ท่านประธานก่อนหน้านี้ได้มีการสอบถามความคืบหน้าจากแขวงทางหลวงชนบท ระยองและได้รับข้อมูล เขาบอกผมว่าจะลงนามสัญญาก่อสร้างใหม่ภายในเดือนสิงหาคม แต่นี่ล่วงเวลามาถึงกลางเดือนกันยายนแล้วหนังสือสัญญาก็ยังไม่เห็น แล้วก็ยังไม่มี Update ใด ๆ จากกรมทางหลวงชนบทเลย ซึ่งถนนเส้นนี้ที่ยังสร้างไม่เสร็จก็ส่งผลกระทบกับ พี่น้องประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างมากเลย เวลาฝนตกจุดแยกฝายตาจุ้ยน้ำท่วมพื้นถนน รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ แล้วยังพัดเอาทรายขึ้นมากองบนถนน เวลาน้ำลด ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ฝาท่อ ตอนนั้นคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตาม งบประมาณลงพื้นที่ถนนเส้นนี้และรับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แขวงทางหลวงชนบทระยองก็บอกว่าจะแก้ไขเรื่องการนำฝาท่อมาปิดแทนแท่ง Barrier ที่วางกั้นไว้ตรงปากท่อแต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีการแก้ไขใด ๆ เรื่องไฟส่องสว่าง ไฟมีการแก้ไขแล้ว แต่เอามาติดก็เหมือนเอาไฟอะไรก็ไม่รู้เล็ก ๆ ติดเหมือนไม่ติดเลยท่านประธาน แล้วก็มีพี่น้อง ประชาชนหลายท่านเกิดอุบัติเหตุมากในเวลากลางคืน มีทั้งอุบัติเหตุเล็กน้อยไปจนถึง อุบัติเหตุที่ส่งผลถึงชีวิต อยากให้กรมทางหลวงชนบทประชาสัมพันธ์ที่ดีกว่านี้ เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนรับรู้ถึงความจริงใจในการแก้ปัญหา และขอให้มีการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน อย่างดีที่สุดเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียไม่ให้เกิดขึ้นอีก🔗
เรื่องต่อมา ติดตามการจัดการการก่อสร้างถนน ชบ. ๑๐๓๒ หรือว่าถนน รอบเครือสหพัฒน์ ตั้งแต่มีการก่อสร้างเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันก็มีการร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนเยอะมาก มีสัญญาณเตือนป้ายก่อสร้างอยู่แค่จุดเดียวทำให้พี่น้องประชาชนสับสน ในช่องทางเดินรถ และช่องทางเดินรถก็แคบเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ไม่มีสัญญาณไฟเตือน การก่อสร้าง ไฟส่องสว่างไม่มีเคยเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งมาแล้ว ทั้งในเวลากลางวันและ กลางคืน ปัญหาเรื่องการจัดการมีฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้างถนนฝุ่นฟุ้งกระจายเข้าบ้านเรือน และร้านค้า แล้วก็ไม่มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกใด ๆ ในขณะมีการก่อสร้างซึ่งเสี่ยง ต่อการเกิดอุบัติเหตุ เรื่องนี้ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลนครเจ้าพระยา สุรศักดิ์ เทศบาลนครแหลมฉบังให้เร่งแก้ไข ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อันดับแรก ขอต้อนรับพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มาเยี่ยมชมศึกษาดูงานที่สภาอยู่ด้านล่างเดี๋ยวจะขึ้นมา ห้องประชุมครับ มีเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่บริเวณริมแม่น้ำน้อย หมู่ที่ ๔ ตำบลอินทประมูล ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ผมได้ไปลงพื้นที่กับท่านนายก เทศบาลตำบลโพธิ์ทอง ท่านนายกโมฮันถึงเขื่อนที่เป็นเขื่อนเก่า แล้วก็เป็นถนนที่ทางเทศบาล ไปทำไว้น้ำขึ้น น้ำมาเขื่อนทรุด ถนนทรุด ก็ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ท่านประธานส่งเรื่อง ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองได้สำรวจออกแบบ แล้วก็เร่งแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนครับ🔗
จุดที่ ๒ หมู่ที่ ๕ ตำบลบางเจ้าฉ่า คลองตาเพ็ง อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ริมแม่น้ำน้อยเช่นเดียวกัน จุดนี้ได้รับความเสียหายตั้งแต่ช่วงหลายเดือนก่อน ผมเอง ท่านผู้ว่า ท่านนายอำเภอ แล้วก็ทางโยธาได้ไปแก้ปัญหาเบื้องต้น ท่านนายอำเภอก็ได้จัดสรรบประมาณไป แต่ว่าถนนมันลึกทรุดอีกแล้ว วันนี้ได้รับความเสียหายรถสัญจรไปมาไม่ได้ก็คงจะต้อง สร้างเขื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว ผมได้ลงพื้นที่พร้อมกับทางโยธาธิการและผังเมือง ขอให้เร่งสำรวจออกแบบและจัดสรรงบประมาณมาแก้ไขปัญหาด้วย🔗
เรื่องต่อไป หมู่ที่ ๓ ตำบลไชโย ผมลงพื้นที่พร้อมกับท่านนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลไชโย ได้ไปสำรวจเรื่องของการป้องกันน้ำท่วม มีจุดที่อยู่บริเวณเหนือวัดไชโย มีเขื่อนที่ยังเป็นฟันหลออยู่ก็ขอให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองเช่นเดียวกันได้สำรวจ ออกแบบแล้วก็จัดสรรงบประมาณมา เช่นเดียวกันกับประตูควบคุมน้ำที่คลองไชโยอันนี้อยู่ใน การดูแลของกรมชลประทาน ประตูควบคุมน้ำชำรุดเสียหายไม่สามารถที่จะควบคุมน้ำได้ ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย🔗
เรื่องที่ ๔ หมู่ที่ ๔ ตำบลเทวราช ผมได้รับคำร้องเรียนแล้วก็ไปลงพื้นที่กับ ท่านนายก ท่านปลัด ท่าน สจ. เขตอำเภอไชโย หมู่ที่ ๔ อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนทรุดลงไป เสียหายชาวบ้านสัญจรไปมาลำบาก ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณมา🔗
เรื่องสุดท้ายนิดเดียวท่านประธาน ฝากจากท่าน สส. แม็ก องอาจ น้ำท่วมอุโมงค์ ทางลอดรถไฟ อำเภอบ้านไผ่ บ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ท่าน สส. ติดตามหลายครั้งแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมด้วย กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตอำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคประชาชน วันนี้ขอหารือ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกผมได้รับเรื่องจาก ท่านวัฒนา ภัยผ่องแผ้ว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกองดิน เรื่องจุดกลับรถหน้าโรงเรียน วัดสุขไพรวัน ถนนสุขุมวิท-ระยอง-จันทบุรี หมู่ที่ ๓ ตำบลกองดิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ในช่วงเวลาโรงเรียนเลิก เด็ก ๆ และผู้ปกครองต้องขับขี่รถข้ามถนนบริเวณนี้ซึ่งมีความเสี่ยง และอันตรายจากอุบัติเหตุค่อนข้างมาก สภาพเป็นแยกที่จะเข้าซอยวัดและโรงเรียน วัดสุขไพรวัน ปัจจุบันไม่มีสัญญาณไฟจราจร ไม่มีทางเบี่ยงสำหรับกลับรถ ตอนกลับรถ ท้ายมักจะโผล่ออกมาบนถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทางผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้าน จึงขอให้มีสัญญาณไฟจราจรและเลนกลับรถ เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและพี่น้อง ประชาชน จึงขอฝากท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงระยองช่วยดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คณะกรรมการประปาหมู่บ้านและชาวบ้านผู้ใช้น้ำประปา หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวัดระยอง กว่า ๑,๐๐๐ หลังคาเรือน ฝากถึงความเดือดร้อนจากการขยายถนนเฉลิมบูรพาชลทิต รย. ๔๐๓๖ แกลง-แหลมสิงห์ ช่วงบริเวณแยกเกาะลอย บ้านพังราดถึงบ้านท่ากง สร้างถนนขุดเจาะทำประปาเสียหาย ผู้รับเหมาไม่รับผิดชอบ คณะกรรมการหมู่บ้านพูดคุยกับผู้รับเหมาแล้วก็ไม่เป็นผล แขวงทางหลวงชนบทไม่ดูแล เฟสแรกขยายถนนสร้างความเสียหายต่อประปาไปแล้ว ทำให้คณะกรรมการประปาชุมชนต้องใช้เงินในการซ่อมแซมไปกว่า ๑๖๐,๐๐๐ บาท ทางหลวงชนบทมารับผิดชอบด้วย เฟสต่อไปคือ เฟสที่ ๒ และ ๓ ที่กำลังจะดำเนินการ ชาวบ้านกังวลว่าจะกระทบอีก ดูแล้วน่าจะเสียหายอยู่ราว ๆ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งชาวบ้าน ไม่มีงบในการดูแลแล้ว ชาวบ้านเห็นด้วยกับการขยายถนน แต่อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ โครงการได้มีการพูดคุยหารือแนวทางการทำงานร่วมกับชาวบ้านและท้องถิ่น หรือออกแบบ การทำงานเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อชุมชน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มารับผิดชอบ ร่วมกันวางแผนและรับผิดชอบงบประมาณการซ่อมแซม จึงฝากถึงท่านประธานไปยัง กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ให้ช่วยดูแลความเรียบร้อยแล้วจัดสรรงบประมาณ เพื่อดูแลความเสียหายของชุมชนที่เกิดขึ้น และฝากไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ช่วยกำชับหน่วยงานท้องถิ่นให้ช่วยจัดสรรงบประมาณมาดูแลชุมชนพื้นที่ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ ศรีราชา วันนี้ นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาท่านประธานดังนี้ อำเภอศรีราชาเป็นเมือง ที่น้ำท่วมซ้ำซากหลายจุด จากการลงสำรวจพื้นที่อำเภอศรีราชามักประสบปัญหาน้ำท่วมขัง บ่อยครั้งจากปัจจัยที่ ได้แก่ ฝนตกต่อเนื่องอย่างหนัก การระบายน้ำไม่สมดุลกับ ความเจริญเติบโตของเมือง เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนจึงอยากจะขอนำเสนอให้ท่านผู้ว่า ประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำ การบริหารจัดการน้ำ อย่างยั่งยืน ออกแบบเมืองและถนนให้เหมาะสม ขณะนี้พื้นที่น้ำท่วมหลายจุดได้คลี่คลายแล้ว ต้องขอขอบคุณกรมทางหลวง เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ศรีราชา แล้วก็แหลมฉบัง แต่เราต้องไม่ละเลยที่จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือประชาชน อย่างเต็มที่ ระดมความร่วมมือทุกฝ่ายเพื่อให้อำเภอศรีราชากลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ และปลอดภัยจากอุทกภัยอย่างยั่งยืน🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจปัจจุบันเป็นยุคที่เงินฝืดเคือง เด็ก ๆ หลายคนต้องออกจากระบบ การศึกษาเพราะพ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสีย จึงอยากจะให้กระทรวงศึกษาธิการช่วยแก้ไขปัญหา อนุมัติเงินกู้ยืม กยศ. สำหรับเด็กที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้วเป็นการเร่งด่วน ขอขอบพระคุณ มากค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอ ปรึกษาหารือ ๑ เรื่อง แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องและมีความสัมพันธ์กับพวกเราทุกคนที่อาศัย ทำมาหากินรวมถึงทำงานในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ในขณะนี้ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับปัญหา ของขยะพลาสติกซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในโลก เพราะมี การตรวจพบเรื่องของ Microplastics ในอาหารทะเล หรือแม้กระทั่งในร่างกายมนุษย์มีการ ตรวจพบในระดับเซลล์สมองก็มี ซึ่งทำให้เกิดการตื่นตัวเรื่องของการจัดการขยะพลาสติก ทั่วโลก โดยที่ทั่วโลกมีการร่วมกันที่จะร่างสนธิสัญญาพลาสติกโลกร่วมกันจัดทำตั้งแต่ ๒๕๖๕ มาถึงปัจจุบันมีการประชุมครั้งหลังสุดที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๘ เพื่อที่จะหาทางยุติมลพิษที่เกิดขึ้นจากการใช้พลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึง อาจจะมีกฎหมายที่มีข้อกำหนดหรือแม้กระทั่งคุมกำเนิดการผลิตพลาสติกในทั่วโลกด้วย แต่ถึงแม้ว่าผลออกมาจะไม่ค่อยดีเท่าไรจากการประชุม แต่ทุกประเทศทั่วโลกเห็นพ้อง ต้องกันว่าเราควรจะต้องลดการเกิดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง แล้วก็ส่งเสริมให้ผู้ผลิต มีส่วนร่วมในการจัดการขยะพลาสติกของตัวเอง มาดูผลงานของรัฐสภาไทย ผมขอดู สไลด์เลยครับ🔗
หลังจากที่เราได้มีการลงนาม Green Parliament เพื่อที่ให้รัฐสภาไทยเป็นต้นแบบในการลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ในวันที่ ๔ กันยายน หลังจากการประชุมวันที่ ๑๑ กันยายน ท่านลองดูสิครับ เห็นไหมครับ มีขวดพลาสติกของเราวางอยู่อย่างกับ Pin Bowing เลย จะเห็นได้ว่าเต็มไปหมดเลย ผมเลย อยากเรียกร้องผ่านทางท่านประธานรัฐสภาให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้ตระหนักถึงการที่เรา ควรเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติก ทำเป็นตัวอย่างในการลด การเกิดเศษอาหารและลดการใช้ไฟฟ้าอย่างฟุ่มเฟือยในรัฐสภา สไลด์นี้ผมเคยนำเสนอมา ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนบัดนี้ก็ประมาณ ๘ เดือน ยังไม่ได้เห็นแนวทาง ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนจากสภาเลย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต้องขออภัย ท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เมื่อสักครู่เอยนามสกุลท่านผิดนะครับ ต่อไปเป็น จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องจากท่านนายวัน เมฆอัคคี นายกเทศมนตรีตำบล บ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยท่านรองประยุทธ สุขารมณ์ ท่านรองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านแหลมและผู้นำชุมชน ในการลงไปรับหนังสือจาก ผู้นำชุมชน ท่านนายก กำนัน ในท้องที่ให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือแขวงทางหลวง จังหวัดเพชรบุรี ในการแก้ไขถนนเส้นหน้าวัดต้นสน ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม ถึงวัดศรีษะคาม ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ระยะทางประมาณ เกือบ ๑ กิโลเมตร เส้นทางดังกล่าวมีน้ำท่วมขังมาเป็นเวลาอย่างยาวนาน สร้างความลำบาก ให้กับชาวบ้านหรือผู้ที่ใช้รถใช้ถนนในเส้นดังกล่าว ก็อยากให้แขวงทางหลวงจังหวัดเพชรบุรี ช่วยแก้ไขเพื่อให้พ่อแม่พี่น้องที่ใช้ถนนเส้นดังกล่าวได้เกิดความสะดวกสบายในช่วงสัญจร เส้นที่ ๒ เช่นกัน ผมได้รับเรื่องจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน พร้อมด้วยท่านกำนันและฝ่ายปกครองของตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน ประสานถึงแขวงทางหลวงจังหวัดเพชรบุรีเช่นกัน ช่วยประสานแก้ไข ขยายถนนหน้าวัดวังจันทร์ ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ว่าถนน เส้นหน้าวัดวังจันทร์นั้นมีทางแคบ มีเกาะกลางถนนที่ใหญ่ เกิดความลำบากเวลาชาวบ้าน กลับรถหรือเลี้ยวรถเส้นทางแคบ เนื่องจากทั้ง ๒ ไหล่ทางมีคลองเล็ก ๆ เช่นกัน ก็อยากจะให้ แขวงทางหลวงจังหวัดเพชรบุรีได้ลงไปดูและตั้งงบประมาณทั้ง ๒ โครงการเลย เพื่อช่วยเหลือ ชาวบ้านหรือผู้ที่ใช้ถนนในเส้นดังกล่าว เพราะว่าถนน ๒ เส้นที่ผมได้พูดมานี้เป็นถนนที่มี นักท่องเที่ยวใช้ผ่านในเส้นดังกล่าวเยอะมาก ก็ฝากแขวงทางหลวงจังหวัดเพชรบุรีช่วยลงไปดู ตรวจสอบและตั้งงบประมาณในโครงการอย่างที่ชาวบ้านได้ร้องเรียนมา ขอบพระคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอต้อนรับคณะครูและสภานักเรียนจากโรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร อำเภอเมือง หนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งนำโดยท่าน สส. สยาม หัตถสงเคราะห์ พร้อมทั้งคณะ ได้มาเยี่ยมชมที่สภาผู้แทนราษฎรและเข้ารับฟังการประชุมสภาในครั้งนี้ จำนวน ๔๙ ท่าน ขอต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ต่อไปเป็นท่านยูนัยดี วาบา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือปัญหาในพื้นที่ ๔ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาถนนชำรุด แคบ ซอยปิยา-บาโจ ตำบลบือเระ อำเภอสายบุรี ผมได้รับร้องเรียนจากนายมะยูโซะ มูบิง ถนนเส้นนี้ประชาชนได้ใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก อบต. ไม่มีงบประมาณ ขอให้ท่านประธานประสานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการต่อไปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาเขื่อนกันตลิ่งทรุดตัวทำให้ถนนพังโดนกัดเซาะ ได้รับ การร้องเรียนจากชาวบ้านบ้านปาตาบาระ ตำบลปะเสยะวอ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ชุมชน รถจะต้องมารับปลากะพงทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ขอท่านประธาน ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากบริเวณหน้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสายบุรี ฝนตกแป๊บเดียวก็ท่วมขังแล้ว เป็นเส้นทางเข้าเมืองสายบุรีทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ฝากท่านประธานประสานไปยังกรมทางหลวงแก้ไขโดยด่วน🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้าย ขอขยายเขตไฟฟ้าเร่งต่ำ บ้านท่าสู-บ้านน้ำบ่อ ตำบลน้ำบ่อ พื้นที่ตรงนี้ชาวบ้านปลูกแตงโมมีต้นทุนสูงเพราะซื้อน้ำมันมาใส่เครื่องปั่นไฟ เดือนละ ๑๐๐ บาทต่อไร่ ต่อเดือน ผมได้หารือท่านประธานไปแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณ การไฟฟ้ามายอที่ได้ดำเนินการไป จะมีรอยต่อระหว่างบ้านท่าสูและบ้านน้ำบ่อ เป็นเขตรับผิดชอบของการไฟฟ้าสายบุรี ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอ ทราบว่ายังขาดอีก ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ชาวบ้านจึงขอฝากท่านประธานประสานไปยังการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคดำเนินการเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกแตงโมต่อไป ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านชัชวาล แพทยาไทย🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ผมมีประเด็นหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันดังนี้ครับ🔗
ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก สจ. พิศาล ใจสาหัส และพี่น้องประชาชนชาวตำบลกู่กาสิงห์ ถึงปัญหาประตูระบายน้ำของคลองหทัยธร ที่กรมพัฒนาที่ดินเคยก่อสร้างไว้เมื่อ ๒๐ ปีก่อน แต่ปัจจุบันบานประตูถูกถอดออกไม่มีการ แก้ไขทำให้ในฤดูน้ำหลาก น้ำจากลำเสียวใหญ่ทะลักผ่านคลองหทัยธรท่วมพื้นที่เกษตร ส่วนในหน้าแล้งน้ำจากคลองหทัยธรก็ไหลลงลำเสียวใหญ่ เนื่องจากประตูระบายน้ำแห่งนี้ ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญท่านประธาน คือประตูระบายน้ำ แห่งนี้ไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกรมพัฒนาที่ดินหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่างอ้างว่าไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง ผมจึงอยากหารือผ่านท่านประธานไปยัง กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กระทรวงมหาดไทย ช่วยดำเนินการเรื่องนี้ให้เร่งด่วนด้วยครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกประภาส ศรีวงษ์กลาง นายกเทศบาลตำบลเมืองบัว และนายสมคิด วาสนาม นายกเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ ถึงปัญหา ตลิ่งลำเสียวใหญ่พังทลายในจุดที่สำคัญทำให้ลำน้ำตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ด้วยสภาพดินของลำเสียวใหญ่เป็นดินทรายทำให้การพังทลายของตลิ่งเกิดขึ้นได้ง่าย ทั้ง ๒ ท่าน ได้หารือและส่งเรื่องไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วให้มาดำเนินการก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่งและขุดลอกเพื่อแก้ปัญหาตลิ่งพังในฤดูน้ำหลาก เพิ่มประสิทธิภาพ ในฤดูน้ำแล้ง และต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนต่อไป ผมจึงขอหารือผ่านท่านประธาน ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยเร่งรัดดำเนินการทั้ง ๒ นี้ด้วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และทั้ง ๒ เรื่องนี้ จะขอฝากท่านประธานไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รัฐบาล ตู้ ปณ. ๑๑๑ ด้วย🔗
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานขอนิดเดียว วันนี้วันที่ ๑๘ กันยายน ดีใจกับ พี่น้องเกษตรกรชาวนาที่ได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เป็นรอบที่ ๒ จำนวน ๑.๙ ล้านราย แต่ยังเหลืออีก ๑.๑ ล้านราย ก็คงจะเป็นรอบที่ ๓ ที่ ๔ ต่อไป ปัญหาที่เกิดขึ้น มีอยู่ ๑ เรื่องท่านประธาน นั่นก็คือพี่น้องเกษตรกรบางรายแจ้งว่าเงินเข้าบัญชีแล้วแต่ถูก ธ.ก.ส. หักเงิน เข้าใจว่าหักหนี้บ้าง หักค่าธรรมเนียมบ้าง ผมก็เลยอยากฝากท่านประธาน ไปยัง ธ.ก.ส. จริง ๆ แล้ว ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ไม่มีนโยบายหักหนี้หรือหักเงินของพี่น้อง เกษตรกร มีหนังสือออกมาชัดเจน สั่งการชัดเจนแต่อาจจะเป็นความเข้าใจผิดของพนักงาน บางสาขา เพราะฉะนั้นอยากให้ทาง ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ช่วยกำชับเรื่องนี้ไปยังสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศอีกสักครั้งหนึ่งเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีข้อหารือท่านประธาน ๒ ประเด็นค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันอัครพล ฟักบ้านใหม่ กำนันตำบลงิ้วงาม และท่านนายกวิษณุ พุ่มนุ่ม นายก อบต. งิ้วงาม ว่าตลิ่งริมแม่น้ำน่าน ได้พังทลาย หมู่ที่ ๔ ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ระยะทาง ๘๐๐ เมตร ช่วยเปิดสไลด์ให้ด้วยค่ะ🔗
ตลิ่งนี้ได้ถูกกระแสน้ำ กัดเซาะดินริมตลิ่งเข้าไปมากกว่า ๑๐ เมตร พี่น้องประชาชนต้องย้ายบ้านหนีไปกว่า ๑๐ หลังแล้ว แล้วก็ขณะนี้ต้องขอบคุณท่านทวี เสริมภักดีกุล ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ส่งหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดพิษณุโลก เข้ามาทำคันดินชั่วคราว ที่ท่านเห็นดังภาพ อันนี้คือคันดินที่ทำชั่วคราวขึ้น ปัจจุบันนี้กระแสน้ำได้กัดเซาะแรงมาก ไม่รู้ว่าจะทนกับกระแสน้ำนี้ได้อีกนานแค่ไหน อีกทั้งจุดนี้ยังเป็นจุดที่อยู่บริเวณหลังวัดงิ้วงาม ซึ่งน้ำได้กัดเซาะริมตลิ่งไปอีกกว่า ๑๐ เมตร ก็จะถึงศาลาแล้ว ศาลานี้ ได้ถูกย้ายมาแล้วเป็นครั้งที่ ๒ ไม่มีพื้นที่จะย้ายไปไหนได้อีก เพราะพี่น้องประชาชนต้องใช้ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาว หมู่ที่ ๔ ตำบลงิ้วงาม ดิฉัน จึงขอเร่งรัดให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งดำเนินการก่อสร้าง เขื่อนริมตลิ่งแม่น้ำน่านบริเวณ หมู่ที่ ๔ ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อความ ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานปัญหาน้ำประปาไม่เพียงพอในพื้นที่ หมู่ที่ ๘ บ้านแขก ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่บริเวณหลังมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมีหอพัก Apartment มีนักศึกษาและบุคลากรทางมหาวิทยาลัยนเรศวรมีความเครียดมาก ในเรื่องของน้ำประปาไม่ไหลเดือดร้อนมากน้ำประปาไม่เพียงพอ แล้วก็ปัจจุบันนี้ประปา เดิมรองรับไว้เพียง ๓๐๐ หลังคาเรือน แต่ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้น้ำมากกว่า ๒,๐๐๐ ครัวเรือน ทำให้น้ำไม่เพียงพอในการอุปโภคบริโภค ดิฉันจึงขอเร่งรัดให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการก่อสร้างระบบประปาขนาดใหญ่ บริเวณ หมู่ที่ ๘ บ้านแขก ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นการเร่งด่วน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น วันนี้ผมขออนุญาตนำเรื่องมาปรึกษาประธาน เป็นเรื่องที่สำคัญ ที่สังคมสาธารณะ สังคมประเทศไทยให้ความสนใจเพราะมาตรฐานทางกฎหมาย กฎหมาย ต้องใช้ไม่ว่าเวลาใดต้องใช้ให้เหมือนฝัน ตีความเหมือนกัน คนไหนผิด คนไหนถูก ไม่ว่าจะ ตกน้ำ ลุยไฟอย่างไร ผิดถูกย่อมเค็มเหมือนเกลือ ผมกำลังพูดถึงกรณีเรื่องเขากระโดง สมัยแพทองธารและภูมิธรรม เวชชยชัย บอกว่าเขากระโดงนี้เป็นที่หลวง รัชกาลที่ ๕ พระราชทานให้แก่การรถไฟ กำลังดำเนินการอยู่และมีอันเป็นไป หมายความว่า สมัยแพทองธาร ภูมิธรรม เขากระโดงเป็นที่สาธารณะ พอเปลี่ยนยุค เปลี่ยนสมัยยังไม่ทันไร ยังไม่โปรดเกล้าฯ ทางกรมที่ดินบอกว่าเอาแล้ว เขากระโดง มท. ชะลออ้างรอศาลปกครอง ผมจึงอยากถาม ท่านประธานว่าสภาแห่งนี้จะเอาอย่างไร ไม่ใช่ว่าใครขึ้นมาแล้วเขากระโดงเป็นที่สาธารณะ อีกคนหนึ่งขึ้นมาเป็นที่ส่วนตัวสามารถออกโฉนดได้ ขุนพลกล้าครองเมืองจั่งเฮืองฮุ่ง ขุนขี่ย่าน แปงบ้านบ่เฮือง ผมกำลังจะให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีคุณอนุทิน คุณต้องเป็นขุนพลกล้า ต้องเป็น นายกรัฐมนตรีที่กล้าหาญ สามารถวินิจฉัยว่าเขากระโดงเป็นที่สาธารณะ ไม่ใช่ที่ส่วนตัว แม้ว่าท่านจะมีสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ก็ตาม จึงขออนุญาตพูดสั้น ๆ ก่อนที่จะจบนี้ ฝากท่านประธานทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าเขากระโดงเอาจริง ๆ แล้วเป็นที่สาธารณะหรือว่าเป็นส่วนตัวฝากดูคลิปสุดท้ายเพื่อเป็น ขวัญกำลังใจให้แก่นายกรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตอำเภอบ้านผือ น้ำโสม และนายูง ท่านประธานดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนมานำเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ ดิฉันได้รับร้องเรียน จากท่านสมควร บุญประคม และท่านเมืองแมน นายก อบต. เมืองพาน และพร้อมกับ ท่านคะนอง รองนายก อบต. ตลอดจนพี่น้องประชาชนบ้านโนนวารี หมู่ที่ ๙ และพี่น้อง บ้านอู่ทอง หมู่ที่ ๑๑ ตำบลบ้านผือ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากน้ำประปา ทั้ง ๒ หมู่บ้าน ไม่พอใช้ในการอุปโภคและบริโภค เดือดร้อนมากจริง ๆ ท่านประธาน ก็เพราะว่าน้ำประปาในหมู่บ้านนี้ได้ก่อสร้างมานาน กำลังการผลิตของน้ำประปาก็ได้น้อย มันถึงไม่เพียงพอต่อการบริโภคและอุปโภค เพราะพี่น้องประชาชนได้ขยายตัวจำนวนประชาชน แล้วก็จำนวนครัวเรือนด้วยเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนหรือการแก้ปัญหา ดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้ติดตามและ เร่งรัดในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ได้ก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาน้ำประปา โดยการก่อสร้าง ระบบประปาหมู่บ้านผิวดินที่หนองหิน บ้านภูทอง หมู่ที่ ๑๑ ซึ่งเป็นที่สาธารณะ แล้วก็มี เอกสารสิทธิด้วย และขอให้ก่อสร้างประปาหมู่บ้านผิวดินที่บ้านหนองเดิ่น บ้านโนนวารี หมู่ที่ ๙ ตำบลบ้านผือ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี🔗
เรื่องที่ ๒ นิดเดียวค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ตำบลจำปาโมง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี บอกว่าถนนสายภูดิน-บ้านม่วง ซึ่งเป็นถนน ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น รหัส ๑๐๐๔๙ ซึ่งเป็นถนนสายยาวซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่าง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ไปอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ระยะทาง ก็ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้ก่อสร้างมานมนานแล้ว ไหล่ทางก็แคบชำรุดเสียหายมาก ไฟฟ้าส่องสว่างก็ไม่มี ดิฉันจึงขอฝากท่านประธาน ถนนเส้นนี้เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน และตลอดจนพี่น้องหนองบัวลำภูที่มาเรียนหนังสืออยู่โรงเรียนเตรียมอุดรพัฒนาการ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดงบประมาณมา บำรุงรักษาซ่อมแซมขยายไหล่ทางพร้อมไฟฟ้าส่องสว่างให้กับพี่น้องประชาชนเดินทางได้ อย่างปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ จบการหารือในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ของท่านสมาชิกในแต่ละท่าน ครบถ้วนแล้วนะครับ🔗
ท่านสมาชิก ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อจำนวน ๒๘๖ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมจึงขอเปิดการประชุมและ ดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องประธานแจ้งต่อที่ประชุมทราบ ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่เราจะพิจารณากันตามระเบียบวาระต่อไปนั้น ผมขออนุญาตปรึกษาเพื่อขอนำเรื่องคณะกรรมาธิการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา และเรื่องของคณะกรรมาธิการแต่งตั้งตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ จะขอถามที่ประชุมว่าที่ประชุมจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. คณะกรรมาธิการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ ยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ โดยคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและ ยาเสพติด ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติแก้ไขปัญหาทุจริตขายตรงและตลาด แบบตรง ซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชน ออกไปอีก ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ นายดนุพร ปุณณกันต์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า การพิจารณาเนื้อหาและการจัดทำรายงานของคณะกรรมาธิการยังไม่เรียบร้อยครบถ้วนและ สมบูรณ์ ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๔ เพื่อประโยชน์ในการทำงาน ของคณะกรรมาธิการ จะสอบถามว่าจะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนั้นเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการได้ขยายระยะเวลาการพิจารณา ออกไปตามข้อบังคับข้อที่ ๑๐๖ ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ ต่อไปจะเป็นเรื่องของการแต่งตั้งกรรมาธิการในตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ จะเป็นการแต่งตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการ สวัสดิการสังคมแทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพของท่านสมาชิก ได้สิ้นสุดลงคือ ท่านธนกร วังบุญคงชนะ ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ นางสาววรรณวิภา ไม้สน ได้มีหนังสือแจ้งว่านายธนกร วังบุญคงชนะ พรรครวมไทยสร้างชาติได้พ้นจากการเป็น กรรมาธิการเนื่องจากลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) และพ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการจึงขอให้ ตั้งคณะกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ดังนั้น จึงขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรองตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคหนึ่ง และขอให้พิจารณาด้วยว่าท่านที่ถูกเสนอชื่อนั้นไม่ได้เป็นกรรมาธิการ เกิน ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ วรรคสอง ขอเชิญเสนอรายชื่อกรรมาธิการเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอชื่อ สส. ทิพานัน ศิริชนะ เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม แทนท่านธนกร วังบุญคงชนะ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เป็นอันว่าได้แต่งตั้งท่านทิพานัน ศิริชนะ เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง🔗
เรื่องที่ ๒ ตั้งกรรมาธิการในกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เนื่องจากเหตุผลเพราะลาออกคือท่านจเด็ศ จันทรา ด้วยคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือแจ้งว่านายจเด็ศ จันทรา จากพรรคเพื่อไทย ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งผู้รับรองตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคหนึ่ง และขอให้พิจารณาว่าคนที่ถูกเสนอชื่อนั้นจะต้องไม่เป็นกรรมาธิการเกิน ๒ คณะ ตามข้อบังคับข้อ ๙๐ วรรคสอง ขอเชิญเสนอชื่อในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอชื่อ นายทศพร เสรีรักษ์ เป็นกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่ง ที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องเป็นอันว่าแต่งตั้งท่านคุณหมอทศพร เสรีรักษ์ แทนตำแหน่งที่ว่าง🔗
เรื่องที่ ๓ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติ มิชอบ ขอแต่งตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เหตุผลเพราะลาออกเนื่องจาก คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบได้มีหนังสือแจ้งว่า นายกิตติ สมทรัพย์ จากพรรคเพื่อไทยได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออกจาก ตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงขอให้เสนอชื่อพร้อมทั้งผู้รับรองแล้วก็จะต้องพิจารณา ว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อนั้นจะต้องไม่เป็นกรรมาธิการเกิน ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ วรรคสอง ขอเชิญเสนอชื่อเลยครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอชื่อ นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เป็นกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบแทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ดังนั้นที่ประชุมแต่งตั้งเสนอแต่งตั้งท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย แทนตำแหน่งที่ว่าง🔗
ต่อไปเป็นเรื่องที่ ๔ แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เนื่องจากลาออก ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้มีหนังสือแจ้งว่านายเสมอกัน เที่ยงธรรม จากพรรคชาติไทยพัฒนา ได้พ้นจากการเป็น กรรมาธิการนายเสมอกัน เที่ยงธรรม จากพรรคชาติไทยพัฒนา ได้พ้นจากการเป็น กรรมาธิการ เนื่องจากลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนานะครับ ขอเชิญเสนอชื่อ ทั้งนี้ขอผู้รับรองเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคหนึ่ง เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาแทนท่านเสมอกันนะครับ ได้แก่ ท่านวิสิทธิ์ วันสีแก้ว ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
เสนอชื่อ ท่านวิสิทธิ์ วันสีแก้ว แทนตำแหน่งที่ว่างในคณะกรรมาธิการวิสามัญ อสม. นะครับ ต่อไป ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ขอเชิญท่านกมลศักดิ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๕ พรรคประชาชาติ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘ กระผมและคณะได้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้ทางประธานสภาได้กรุณาบรรจุเข้า ระเบียบวาระ แต่เนื่องจากได้ตรวจสอบข้อบกพร่องและความไม่สมบูรณ์ของพระราชบัญญัติ ดังกล่าว จึงขอนำเสนอต่อท่านประธานเพื่อขอถอนร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ไปก่อน ขอผู้รับรอง🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ผมจะขอถามที่ประชุมว่าจะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ อนุญาตให้ถอนนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดคัดค้านก็ถือว่าที่ประชุมมีมติยินยอมให้ถอน ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวออกจากระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ประกอบ ข้อ ๘๘🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันนี้ยังมีอีก ๒ ฉบับ ได้แก่🔗
- ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพัฒนา สัพโส กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
- ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
และมีร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกันอีก ๒ ฉบับ ได้แก่🔗
- ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๐/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ซึ่ง นายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระที่ ๕.๒)🔗
- ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๐/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ซึ่ง นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระที่ ๕.๓)🔗
ซึ่งผมเห็นว่าสามารถที่จะรวมระเบียบวาระการประชุม เพื่อพิจารณาพร้อม กันตามข้อข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ จะขอรวม การพิจารณาเลยนะครับ ไม่มีนะครับ ดังนั้นก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้รวมการพิจารณานะครับ🔗
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) โดยร่างของท่านวรภพ กับคณะ มี ๒ ฉบับ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานการรับฟังความคิดเห็น แล้วก็ วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว สำหรับร่างของท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กับคณะ ร่างของท่านพัฒนา สัพโส กับคณะ และร่างของท่านมัลลิกา กับคณะ เป็นร่างที่มีหลักการทำนองเดียวกัน สำนักงานจึงไม่ได้จัดทำให้มีการรับฟังความคิดเห็นอีกนะครับ โดยให้นำร่างรายงานที่ได้ ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นแล้วมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่าง พระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่วางให้ท่านสมาชิกได้รับทราบแล้วนะครับ ก่อนที่จะเสนอ ขออนุญาตนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่กลุ่มงานจริยธรรมและ บุคลากรจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร จำนวน ๒๓ ท่าน ที่ให้ความสนใจมาร่วมรับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ขอบคุณและขอต้อนรับ ด้วยความยินดียิ่ง ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงครับ ต่อไปก็ขอเชิญเจ้าของร่างผู้เสนอได้เสนอ และแถลงหลักการและเหตุผล เชิญท่านแรกก่อนครับ ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๒ ร่างเป็นเรื่องที่มีหลักการ ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบบริหารงานบุคคลแล้วก็ยกเลิก คำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกัน ก็เลยขออนุญาตท่านประธานว่าในการเสนอเหตุและผลไป พร้อม ๆ กัน ซึ่งถ้าให้ผมกล่าวโดยสรุปทั้ง ๒ ร่างนี้ จริง ๆ สาระสำคัญถ้าให้สรุปภายใน ๑ ประโยคก็คือการที่จะยกเลิกคำสั่ง คสช. เพื่อคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลให้กับท้องถิ่น และในขณะเดียวกันก็ให้ทางจังหวัดยังคงช่วยจัดสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ด้วย ซึ่งก็ต้องเกริ่นเท้าความไปอย่างนี้ว่าแต่เดิมการบริหารงานบุคคลผมคิดว่ามันมีประเด็นใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ประเด็น ก็คือเรื่องของการสอบแข่งขัน ก็คือการบรรจุข้าราชการเข้าใหม่เป็น ข้าราชการท้องถิ่นเรียกว่าสอบแข่งขัน ในขณะเดียวกันการเลื่อนขั้นก็จะเรียกว่าการคัดเลือก และสอบคัดเลือก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสอบแข่งขันคัดเลือกหรือสอบคัดเลือก อันนี้เป็นอำนาจ การบริหารงานบุคคล ซึ่งแต่เดิมโดยกำหนดไว้ภายใต้ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลว่า อำนาจนั้นอยู่ที่ท้องถิ่นที่จะสามารถดำเนินการจัดสอบแข่งขันคัดเลือกและสอบคัดเลือก ภายใต้มาตรฐานที่กำหนดโดย ก. จังหวัด แล้วก็คณะกรรมการมาตรฐานของส่วนกลาง ที่วางหลักเกณฑ์ไว้ได้นะครับ แต่ว่าแน่นอนเมื่อมีคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เพื่อยึดอำนาจ การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ๒ ก้อนนี้ที่ผมได้อธิบายไปนะครับ ยึดอำนาจจากท้องถิ่น เข้าไปสู่ส่วนกลางโดยมีการหยิบยกเหตุผลว่ามีการทุจริต เรียกรับผลประโยชน์ในการ สอบแข่งขันหรือการสอบคัดเลือกของท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากทั้งหมด ๘,๖๐๐ กว่าแห่ง ก็เลยจึงเป็นที่มาที่ออกคำสั่ง คสช. สมัยนั้น แต่กาลเวลาก็ได้พิสูจน์มาแล้วว่าเมื่อผ่านมา ๘ ปี เมื่อยึดอำนาจไปแล้วรวบเข้ามาที่ส่วนกลางนั้นก็มีปัญหา ข้อครหาต่าง ๆ ที่ไม่ได้แตกต่างกันเลย แล้วในขณะเดียวกันก็เป็นการซ้ำเติม ปัญหาหนึ่งก็คือจำนวนข้าราชการท้องถิ่นนั้นตำแหน่งว่าง มากมายเพราะว่าความล่าช้า ความไม่กระตือรือร้นในการจัดสอบแข่งขันหรือการสอบ คัดเลือก ทำให้ตำแหน่งต่าง ๆ ในท้องถิ่นก็ยังคงมีปัญหาตำแหน่งว่างจำนวนมาก ส่งผลกระทบกับการทำงานของท้องถิ่นแล้วก็การบริการสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชน ในแต่ละพื้นที่ หรือแม้กระทั่งการรวบอำนาจมาตรงนี้ปุ๊บมีอีกปัญหาหนึ่งก็คือการทำให้ ที่จะให้มีคนในพื้นที่ได้บรรจุเข้าข้าราชการนั้นก็ได้ผลกระทบตรงนี้ ทุกคนบรรจุเข้ามาแล้วก็ ต้องการจะโอนย้ายกลับภูมิลำเนา ก่อเกิดปัญหาตำแหน่งว่างต่าง ๆ อีกมากมาย จึงเป็นที่มา ที่ทางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ จริง ๆ ก็ตั้งแต่สมัยปีที่แล้วที่ได้เสนอร่างกฎหมายบริหาร งานบุคคลส่วนท้องถิ่นแล้วก็ยกเลิกคำสั่ง คสช. ตรงนี้เข้ามาในสภาผู้แทนส่วนนี้นะครับ ซึ่งอย่างที่ผมได้เกริ่นไปว่าหลักการใหญ่ ๆ ถ้าผมให้สรุปก็จะมีอีก ๒ ประเด็นว่าในเรื่องของ การสอบคัดเลือก แล้วก็การคัดเลือกบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ มันเหมือน การพิจารณาในการเลื่อนขั้นของข้าราชการท้องถิ่น เมื่อบรรจุเข้ามาแล้วก็ไต่เต้าขึ้นมา การคัดเลือกและสอบคัดเลือกขึ้นไปเป็นสายบริหาร ซึ่งแน่นอนเมื่อข้าราชการท้องถิ่นทำงานในพื้นที่นั้น แต่การสอบคัดเลือกถูกดึงอำนาจกลับมา ที่ส่วนกลาง ผลลัพธ์ทุกวันนี้ก็คือการเลื่อนขั้นขึ้นเป็นสายงานบริหารของท้องถิ่นนั้น ก็ผ่านการคัดสรรโดยข้อสอบข้อเขียนและการสัมภาษณ์สั้น ๆ ซึ่งผมคิดว่าทุกองค์กร ทั้งประเทศไทยหรือองค์กรไม่ว่าสากลแบบไหนก็ตามยืนยันว่าการจะประเมินวัดผล ความสามารถของผู้บริหารนั้น ไม่สามารถวัดผลกันได้ด้วยข้อสอบข้อเขียนและการสัมภาษณ์ สั้น ๆ ดังนั้นมันจึงเป็นที่มาที่เราต้องยืนยันว่าอำนาจในการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือก ในการเลื่อนขั้นเป็นสายงานบริหารนั้น มันจึงควรจะต้องกลับไปอยู่ที่ท้องถิ่นในพื้นที่ตรงนั้น เพราะคนตรงนั้นเขารู้ความรู้ความสามารถของผู้บริหารตรงนั้น เขารู้ความสามารถว่า ใครสมควรที่จะได้เลื่อนขั้นมาเป็นผู้บริหาร เป็น ผอ. กองต่าง ๆ เป็นปลัดท้องถิ่นต่าง ๆ ท้องถิ่นรู้ดีที่สุดและสามารถทำให้การให้ความดีความชอบ ให้คุณให้โทษกับผู้บริหารที่ทำงานดี ในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างยุติธรรมมากขึ้นและตรงกว่าการที่จะมาคัดสรรหรือ การสอบคัดเลือกผ่านข้อสอบข้อเขียน นี่คือประเด็นที่ ๑ ประเด็นใหญ่ที่ว่าทำไมถึงจะต้อง ยกเลิกคำสั่ง คสช. แล้วคืนอำนาจการคัดเลือกและสอบคัดเลือกสายงานบริหารกลับไปยัง ท้องถิ่น🔗
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการสอบแข่งขัน อย่างที่ผมได้เกริ่นไป สอบแข่งขัน คือบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเข้าไปใหม่ ซึ่งแน่นอนเรื่องนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ เราต้องการมีมาตรฐานกลางที่เชื่อถือได้มากขึ้น เพราะว่าการสอบบรรจุ สอบแข่งขัน เพื่อบรรจุเข้าใหม่แน่นอนก็คือเริ่มต้นจากประชาชนทั่วไปที่ต้องการจะสอบแข่งขันเข้ามาเป็น ข้าราชการท้องถิ่น การมีมาตรฐานกลางทำให้ความน่าเชื่อถือของข้าราชการท้องถิ่นนั้น เพิ่มขึ้นได้ และในขณะเดียวกันถ้าเราบอกว่าให้สอบแข่งขันแต่ละท้องถิ่น ๘,๐๐๐ กว่าแห่ง ต่างคนต่างจัดสอบแข่งขันกันเองปัญหามันก็เกิดขึ้น เมื่อการเปิดสอบแข่งขันจำนวนน้อย ๆ มันก็ไม่เกิดความคุ้มค่าในการจัดสอบแข่งขัน แล้วก็ไม่เกิดความคุ้มค่าที่จะทำให้การมี มาตรฐานการสอบแข่งขันที่เราอยากจะเห็นได้ มันจึงเป็นที่มาที่เราบอกว่าในสภาก็มีการ คุยกันว่าถ้าอย่างนั้นการสอบแข่งขันก็ควรจะเปิดช่องให้ทางจังหวัดหรือคณะกรรมการ จังหวัดเขาสามารถมาช่วยจัดสอบแข่งขันให้กับท้องถิ่นได้ พูดง่าย ๆ คือมีการ Pull รวม ตำแหน่งว่างต่าง ๆ ที่ต้องการจะเปิดรับข้าราชการใหม่ให้มาจัดสอบแข่งขันร่วมกันภายใน จังหวัด ผมคิดว่าอันนี้ก็จะทำให้มีการประหยัดของขนาด แล้วก็ทำให้การจัดสอบแข่งขันนั้น ใช้งบประมาณได้คุ้มค่ามากขึ้นดีกว่าการที่แต่ละท้องถิ่นนั้นแยกไปจัดสอบแข่งขัน แต่ละไม่กี่ตำแหน่งกันเอง และในขณะเดียวกันมันก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาอีกปัญหาหนึ่งว่า จากผลลัพธ์ที่มีคำสั่ง คสช. เมื่อรวบอำนาจการสอบแข่งขันเข้าไปแล้วการสอบแข่งขันต่าง ๆ มันล่าช้าเพราะมันไม่มีงบประมาณ ส่วนกลางก็ไม่มีงบประมาณ อันนี้ก็แน่นอนเป็นเรื่อง การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลส่วนกลางเองด้วย แต่ถ้าเราบอกว่าให้ ก. จังหวัด มีอำนาจ ในการจัดสอบแข่งขันตามที่ท้องถิ่นร้องขอได้อย่างที่ผมได้เสนอในร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ มันก็จะสามารถช่วยแก้ไข ปัญหาประเด็นเรื่องนี้ได้ เพราะจากเดิมอย่างที่บอกว่าถ้าให้ท้องถิ่นไปจัดสอบแข่งขัน ใช้งบประมาณตัวเองจัดสอบแข่งขันตำแหน่งน้อย ๆ มันก็ไม่คุ้มค่า ถ้าอย่างนั้นมีการ Pull รวมกันจัดสอบแข่งขันแล้วท้องถิ่นก็สามารถอุดหนุนงบประมาณเข้ามาให้ ก. จังหวัด ช่วยจัด สอบแข่งขันได้ มันก็จะสามารถแก้ไขตอบโจทย์ปัญหาทั้ง ๒ เรื่องว่าการจัดสอบแข่งขัน ที่ล่าช้าเพราะไม่มีงบประมาณก็สามารถแก้ไขได้ เพราะท้องถิ่นสามารถอุดหนุนงบประมาณ มาให้ ก. จังหวัดจัดสอบได้ ในขณะเดียวกัน ก. จังหวัดจัดสอบมันก็จะมีมาตรฐานกลางมาก ขึ้น ทำให้การบรรจุเข้าใหม่ของข้าราชการท้องถิ่นนั้นก็ได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย อันนี้ ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่เราได้เสนอในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แน่นอนมันก็จะมีอีกข้อเสนอ ที่ผมคิดว่าอยากจะให้นำไปพูดคุยในกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของให้มีมาตรฐานกลาง ก็คือข้าราชการท้องถิ่นที่สอบบรรจุแข่งขันใช้มาตรฐานภาค ก ของ ก.พ. ไปเลย อันนี้มันก็จะ ทำให้มีมาตรฐานกลางมากขึ้นได้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าตามกฎหมาย พ.ร.บ. บริหารงานส่วนบุคคล ท้องถิ่นรัฐบาลส่วนกลางหรือราชการส่วนกลาง โดยคณะกรรมการมาตรฐานกลางก็สามารถ กำหนดหลักเกณฑ์แบบนั้นได้อยู่แล้ว จึงเป็นที่มาที่เราอาจจะไม่ได้นำข้อความเฉพาะตรงนี้ เข้ามาใส่ใน พ.ร.บ. บริหารงานบุคคล แต่เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าก็ได้รับ Feedback ได้รับข้อเสนอแนะหรือข้อวิพากษ์วิจารณ์กลับมา แล้วก็ยินดีรับนำไปพูดคุยกันต่อในชั้น กรรมาธิการต่อไป จึงเป็นที่มาที่ทางผมได้เสนอทั้ง ๒ ร่างเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และจริง ๆ แล้วสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็เห็นตรงกันที่จะต้องการแก้ไขปัญหานี้ แต่ด้วยข้อติดขัดทางกฎหมายบางประการเมื่อปีที่แล้ว จึงเป็นที่มาที่ต้องให้ตกไปและทำให้ ทางสภาผู้แทนราษฎรต้องมาพิจารณากันใหม่ในวันนี้ ก็หวังว่าทางสภาผู้แทนจะรับหลักการ ของทั้ง ๒ ร่าง แล้วก็นำมาพิจารณาแก้ไขในชั้นกรรมาธิการเพื่อกลับมาแก้ไขปัญหาให้กับ ท้องถิ่นให้สามารถบริการพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ผู้เสนอร่างที่ ๒ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กับคณะ ถ้ายังไม่มาก็เอาฉบับที่ ๓ ก่อนก็ได้ คณะที่ ๓ พร้อมนะครับ คุณพัฒนา สัพโส เชิญครับ🔗
ผม พัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... โดยจะเสนอหลักการและเหตุผล ต้องขออนุญาตท่านประธานอ่าน หลักการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้ ๑. ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๒. กำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการองค์การ บริหารส่วนจังหวัด แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ (๖) ๓. กำหนดให้คณะกรรมการกลาง ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาและมีมติให้ข้าราชการองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอื่นได้ เพิ่มความเป็นวรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้าของมาตรา ๑๗ เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๔๒ เพื่อแก้ไขปัญหาการรวมศูนย์ อำนาจการบริหารบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคล ท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงควรกำหนดให้คณะกรรมการ ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการพนักงานเทศบาล คณะกรรมการ พนักงานส่วนตำบล และคณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยา มีหน้าที่และอำนาจจัด และดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาล พนักงานส่วนตำบลและพนักงานเมืองพัทยา แล้วแต่กรณีได้ โดยยังคงอยู่ภายใต้มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ส่วนการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงาน เทศบาลหรือพนักงานส่วนตำบลก็ให้คงเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั้น ๆ ตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่เดิมก่อนมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ นอกจากนี้สมควรแก้ไขปัญหาการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นกรณีที่มีเหตุผล ความจำเป็น เพื่อให้การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการปฏิบัติราชการ ของพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพหรือเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และไม่สามารถดำเนินการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นตามหลักความสมัครใจได้ ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการกลางพนักงาน เทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล พิจารณาและมีมติให้พนักงานส่วนท้องถิ่น โอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีเรื่องแล้วก็เหตุด้วยที่จะสนับสนุนทำไมจะต้องมีตราร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมย้อนไปนิดหนึ่ง พอดีเมื่อสมัยผู้แทนสมัยที่แล้วผมเอง เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการท้องถิ่นศึกษาเรื่องการจัดสอบท้องถิ่น ตอนที่ยุค คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมาธิการสามัญ โดยผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการในการศึกษาการจัดสอบ ซึ่งมีผู้ที่มาร้องเรียนกันทั่วประเทศมากมายเป็นร้อย ๆ ราย ซึ่งในการศึกษาครั้งนั้นเราไม่ได้ ถึงขั้นเป็นข้อสรุป ไม่ได้ถึงขั้นเป็นรายงาน ไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติ คำสั่งเรียกมันยังไม่เกิดผล ณ สมัยนั้น เราขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยที่จัดสอบ ก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ อาศัยเป็นครั้งคราวในการใช้คำสั่งทางปกครองให้ความร่วมมือ กับมหาวิทยาลัยที่จัดสอบ การจัดสอบจะแยกอยู่เป็น ๒ ระดับในอดีต ก็คือสอบเลื่อนระดับ จัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็เป็นคณะกรรมาธิการสามัญโดยคณะคณะอนุกรรมาธิการ ท้องถิ่นนี้ที่สามารถจับกบกระโดดได้ จากที่บอกว่าสอบตอนแรกได้ไม่ถึง ๒,๐๐๐ แต่พอเรา ศึกษาแล้วให้มาชี้แจงในกรรมาธิการกลายเป็น ๓,๐๐๐ โดยไม่มีเหตุผลอันนั้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่สอบบรรจุใหม่ ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยบูรพาแม้แต่ขอเอกสารไม่ได้รับความร่วมมือ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกแม้แต่ท่านประธานเองคงได้ยินในอดีต ๔๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผมตั้งกระทู้สดท่านเองมาตอบผมวันนั้น ท่านเองโกรธผมจนถึงทุกวันนี้อันนั้นคือที่มา เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่ารายงานศึกษาของเรา ไม่ได้สรุปเป็นเล่มเพราะว่าติดปัญหาในเรื่องการเรียกเอกสารต่าง ๆ ตามที่ผมได้กล่าวกับ ท่านประธานตั้งแต่แรกว่า พ.ร.บ. คำสั่งเรียก มันยังไม่มีความขลังเหมือนวันนี้ ถ้าเป็นวันนี้ ผมว่าจะยิ่งเห็นอะไรหลายอย่างอันนั้นคือที่มา หลังจากศึกษาแล้วเราได้ทราบปัญหาอุปสรรค ในเรื่องของท้องถิ่นหลายประเด็น🔗
ประเด็นแรก ในการจัดสอบมันเป็นปัญหาว่าถ้าส่วนกลางจัดสอบตามคำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ ที่เอาอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่นมายังส่วนกลาง ปัญหาอันแรกเลยคือคนอยู่ ภาคใต้มาสอบที่ส่วนกลางแต่ไปบรรจุที่จังหวัดเลย คนจังหวัดเลยไปบรรจุที่จังหวัดเชียงราย คนที่จังหวัดเชียงรายไปบรรจุที่จังหวัดสกลนคร เกิดปัญหาอะไร ไปทำงานได้สักพักก็ร้องขอ กลับถิ่นฐานตัวเองอันนั้นล่ะคือปัญหาใหญ่เลย อันนี้คือปัญหาอันแรก🔗
ปัญหาอันที่ ๒ ณ ปัจจุบันนี้ ซึ่งยังมีคำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ อยู่ อัตราว่าง ท่านประธานทราบหรือไม่ว่าหลาย ๑๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ผมไม่ทราบว่าเกิดปัญหาอะไรถึงเกิด ความล่าช้า อันนี้คือปัญหาอันที่ ๒ ความไม่โปร่งใส ผมยืนยันได้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้สอบ ข้อเท็จจริงแล้วก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ แต่ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกแม้แต่ตัวท่านประธานเอง ก็เห็นความไม่โปร่งใส นั่นคือสิ่งที่เป็นสาเหตุหลักที่ผมเองพร้อมคณะกับพรรคเพื่อไทย ถึงจำเป็นต้องยื่นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้เข้ามายังสภา ผมเองกราบเรียนท่านประธาน หลายคนถามผมในเมื่อทราบ เป็นผู้แทน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๖ ทำไมไม่ทำ ผมจะไปทำได้อย่างไรท่านประธาน หัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี คณะ คสช. เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล้ำกลืนฝืนทน ผมเองพร้อมคณะพรรคเพื่อไทย พอผู้แทนคณะนี้ ชุดนี้ ผมยื่นเมื่อครั้งที่แล้ว พอเปิด สมัยประชุมมาผมยื่นเรื่องแรกเลยคือเรื่องนี้ และยื่นเรื่องเดียวในสภาผู้แทน มีความเป็น ผู้แทนราษฎรมา ๑๐ กว่าปี ผมยื่นร่างพระราชบัญญัติอยู่ฉบับเดียวคือฉบับนี้ แต่ยื่นไปเมื่อ ปี ๒๕๖๖ มาตกที่วาระที่สาม ซึ่งก็ไม่ได้โทษเพื่อนสมาชิกเพราะหลายคนก็อดเป็นห่วงบอกว่า หลักการนี่ ท่านพัฒนาซึ่งเป็นประธานกับคณะกรรมาธิการท่านทำเกินหลักการ แต่วันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยว่าวันนี้มีอยู่ ๔ ร่าง ท่านรับทั้ง ๔ ร่างเข้าไป แต่มันจะต้องมี ร่างหลัก วันนี้ผมไม่ปฏิเสธเลยของท่านวรภพ ผมยินดีให้ท่านวรภพเป็นร่างหลักเลย แต่ว่า ในอีก ๓ ร่างที่เหลือถ้าเรานำไปพิจารณา สุดท้ายย้อนกลับมาในเมื่อเรารับ ๓ ร่างแล้วบอกว่า เกินหลักการอีก ถ้านอกเหนือจากของท่านวรภพแล้วถือว่าสภาไม่รับต้องพูดกันให้ชัดเจน ก่อนจะลงมติวาระที่หนึ่ง ไม่เช่นนั้นแล้ววันนี้เราคงได้ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปใช้แล้ว ผมเองเป็นประธานในวันนั้นวันนี้ยังเสียใจอยู่ว่าสิ่งที่ท้องถิ่นเขาร้องขอ ประเด็นสุดท้ายที่เราศึกษาแล้วสิ่งที่ท้องถิ่นต้องการมากที่สุดคืออะไร การทะเลาะเบาะแว้ง ฝ่ายบริหารกับข้าราชการประจำทะเลาะเบาะแว้ง ร่วมกันทำงานไม่ได้ ฝ่ายบริหารเลือกตั้ง เข้ามาโดยพี่น้องประชาชนสั่งข้าราชการบอกให้ไปทำแผน ให้ไปบรรจุแผน ทำคำขอ งบประมาณมายังส่วนกลาง ไม่ทำท่านประธาน ทำแต่ทำช้า เกิดปัญหาบริหารงานไม่ได้ ท้องถิ่นไม่สามารถมีคำของบประมาณทันตามเวลาที่สำนักงบประมาณระบุ อันนี้ล่ะคือปัญหา เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๗ ที่อยู่ในร่างฉบับนี้เราจะแก้ปัญหาตรงนั้นด้วย ไม่ใช่แก้ปัญหาเรื่อง จัดสอบอย่างเดียว จัดสอบก็อย่างที่ท่านวรภพได้อภิปรายไปแล้ว พูดภาษาง่าย ๆ ก็คือ สอบคัดเลือก เลื่อนระดับ ก็ให้อำนาจนายกไป แต่ถ้าสอบบรรจุใหม่ก็ให้ระดับจังหวัดก็คือ ก. จังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ก. เทศบาล ก. อบต. แต่ ก. อบจ. อย่างไรเสียจะต้องอยู่ที่ ก. กลาง เพราะมันเป็นระดับจังหวัด อันนั้นคือหลักการง่าย ๆ เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อว่าร่างฉบับนี้ จะเกิดประโยชน์กับคนท้องถิ่นแล้วก็แก้ปัญหาเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งร่างเดิมมีอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าวันนี้ถ้าเพื่อนสมาชิกรับหลักการในวาระที่หนึ่งนี้เข้าไป ผมเชื่อว่าประชุมกัน ไม่กี่นัดหรอก ไม่เกิน ๒ นัดจบ เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันตกผลึกแล้วกับเพื่อนสมาชิก เห็นตรงกันหมด แต่เพียงด้วยความเป็นห่วงเรื่องหลักการในครั้งที่แล้วมันถึงต้องตก ในวาระที่สาม อันนี้คือสิ่งต่าง ๆ ที่มาว่าทำไม ผมเอง พัฒนา สัพโส พร้อมคณะพรรคเพื่อไทย เราให้ความสำคัญมาตั้งแต่ ๒ ปีที่แล้ว แต่ปี ๒๕๖๖ ถึงแม้ว่าจะไปตกในวาระที่สาม แต่วันนี้ ที่จำเป็นต้องใช้เวลาของสภาแห่งนี้ในการอภิปราย เพราะว่ากลัวจะมีปัญหาในวาระที่สามอีก เพราะฉะนั้นสิ่งไหนที่เป็นห่วงขอให้พูดกันในวาระที่หนึ่งอันนี้ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ อย่างไรผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ท้ายที่สุดท่านประธาน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกท่านเองจะรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารงานบุคคลฉบับนี้ ทั้ง ๔ ร่าง ผมว่าเหตุและผลตรงกันหมด ดีทุกร่าง เพราะฉะนั้น ผมเองยินดีที่จะใช้ร่างของท่านวรภพเป็นร่างหลัก ก็กราบเรียนท่านประธานและเพื่อน สมาชิกก็ขอให้เป็นทุกเสียง ผมอยากจะเห็นว่าท่านรับหลักการในวาระที่หนึ่งของร่างฉบับนี้ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับ ดอกเตอร์อังเกลิคา ไคลน์ (Dr. Angelika Klein) หัวหน้า สำนักงานและผู้แทนมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทยและคณะผู้เข้าร่วม กิจกรรมเยี่ยมชมรัฐสภา ๓๖๐ องศา เรียนรู้ระบบงานรัฐสภากับประธานคณะกรรมาธิการ ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๘ ซึ่งกำลังฟังประชุมอยู่ชั้นบน ขอบคุณที่มาเยี่ยมชม รัฐสภาและมาฟังการประชุมวันนี้ โดยเฉพาะมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ได้ให้ความร่วมมือ กับรัฐสภาทำงานตลอดระยะเวลา ๓๐ กว่าปีมาแล้ว ขอขอบพระคุณครับ เชิญนั่งลงนะครับ ต่อไปขอฉบับที่ ๒ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เมื่อสักครู่นี้ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานด้วย พอดีผมติดเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การแรงงานอยู่ชั้น ๔ ติดในเรื่องของการพิจารณาอยู่ก็เลยลงมาช้าไปนิดหนึ่ง กราบเรียน ท่านประธานผมเป็นผู้เสนอญัตติกับคณะในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เกี่ยวกับเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูป การบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ กับคณะเพื่อนสมาชิก ผมเชื่อว่าในส่วนของร่างเพื่อนสมาชิกทุกร่าง ทั้ง ๔ ร่างนั้นถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เนื่องจากว่า ผมในฐานะเคยอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาก่อนในระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เรามองเห็นว่าหลังจากมีคำสั่ง คสช. ในฉบับที่ ๘ ปี ๒๕๖๐ แล้วนั้น กระบวนการทั้งหมด หัวใจก็คือการสรรหาในส่วนของตำแหน่งบุคลากรในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งหมดให้มาสอบที่ส่วนกลาง คือหมายความว่าในส่วนกลางของกระทรวงเป็นผู้รับเรื่องจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ ซึ่งรวมทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาด้วย หลังจากที่มีการสอบแล้วนั้น เพื่อนสมาชิก โดยตัวผมเองก็เคยเป็นคณะกรรมาธิการในส่วนของการกระจายอำนาจ เราก็จะได้รับเรื่อง ของการร้องเรียนว่ามีการจัดสอบและมีการทุจริตโดยการจ้างมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าไป จัดสอบ แล้วก็ส่งบุคลากรให้กับองค์กรท้องถิ่นทั่วประเทศ เลยกราบเรียนปัญหาที่หยิบยก เรื่องนี้มาด้วยเหตุและผลต่อท่านประธานว่าผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในวันนี้ ทุกรูปแบบได้รับความเดือดร้อนจากตำแหน่งในส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศมีแต่รักษาการ ผอ. กอง มีแต่รักษาการปลัด อบต. อบจ. เทศบาล มีแต่รักษาการ ทั้งหมดแล้ว ท่านประธานวันนี้ผมดูในเอกสารรายงานที่แจ้งว่าตำแหน่งว่างทั้งหมด ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งหมด ๒๕,๙๖๗ อัตรา เกือบ ๒๖,๐๐๐ ตำแหน่งด้วยกัน ท่านประธานคิดดูสิว่าในแต่ละตำแหน่งนั้น ย่อมหมายถึงว่ามีภารกิจหน้าที่ของแต่ละ หน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นภารกิจงานก็จะโหลดในเรื่องของ การที่ใช้บุคลากรอันมีจำกัดแล้วก็มารักษาการแทน อันนี้ก็นำไปในเรื่องของการบริการ พี่น้องประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย และตำแหน่งข้าราชการในส่วนตำแหน่ง ที่จะขึ้นมานั้นมันก็จะสร้างงานให้กับลูกหลานของเราที่เป็นข้าราชการด้วย อันนี้ผมคิดว่า ถ้าเราดำเนินการเรื่องอย่างนี้ แก้ปัญหาเรื่องอย่างนี้แล้วความสะดวกแล้วก็คล่องตัวเกิดขึ้นกับ ในภาพรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งนำมาสู่ในเรื่องของพี่น้องประชาชนได้ อย่างแน่นอน ๒๕,๐๐๐ กว่าอัตรานี้ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าประกอบด้วย สายงาน ผู้ปฏิบัติตำแหน่ง สายงานผู้ปฏิบัติว่างอยู่ทั้งหมด ๘,๔๓๙ อัตรา จำแนกออกเป็นครู ๑,๕๘๐ อัตรา ประเภทวิชาการปริญญาตรี ๓,๐๔๘ อัตรา ประเภททั่วไปต่ำกว่าปริญญาตรี ๓,๘๑๑ อัตรา สายงานผู้บริหารตำแหน่งว่าง ๑๗,๕๒๘ อัตรา ประกอบด้วยองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ๗๕๑ อัตรา เทศบาล ๘,๑๔๕ อัตรา องค์การบริหารส่วนตำบล ๘,๕๙๐ อัตรา เมืองพัทยา ๔๒ อัตรา ท่านประธานลองดูสิว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีทั้งหมด ๗,๘๔๓ แห่งด้วยกัน อบจ. ๗๖ จังหวัด มีตำแหน่งว่างเยอะแยะไปหมด แต่คราวนี้เมื่อเรา จะมาแก้ไขปลดล็อกในส่วนของคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๘/๒๕๖๐ ที่จริงแล้วยกเลิกอันนี้ก็เท่ากับว่า กลับไปใช้ในระเบียบเดิม ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จริงแล้วเขามี ก. อยู่แล้ว มีทั้ง ก. กลาง มีทั้ง ก. จังหวัด มีทั้ง ก. ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่คราวนี้ในส่วนของผม ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดผมมีความเห็นว่าเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเต็มพื้นที่ จังหวัด และที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็เคยจัดสอบในส่วนของบุคลากรมา ตั้งหลายรอบ หลายครั้งแล้ว ถ้าเราพูดในเรื่องของการทุจริตเราก็ไม่สามารถที่จะไป รับประกันหรือยืนยันว่าองค์กรไหนในการจัดสอบรูปแบบไหนจะไม่มีการทุจริต แต่ในรูปแบบ ในเรื่องของการวางระเบียบกติกาว่าเพื่อที่จะให้เกิดความโปร่งใส แล้วก็ดำเนินการแบบ ป้องกันการทุจริตนั้นสามารถทำได้ ผมขออนุญาตเล่าว่าในระดับขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดกระบี่ที่เคยทำมานั้น เราใช้ของมหาวิทยาลัยรัฐเป็นผู้เข้ามาออกข้อสอบ ตามวัตถุประสงค์ แล้วก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นคณะกรรมการชุดหนึ่งหมุนเวียนไปด้วย เรามีมาตรการ และเกณฑ์ในส่วนของผู้บริหารเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องของคณะกรรมการจัดทำข้อสอบ ซึ่งข้อสอบนี้ก็ได้มาตรฐานในส่วนของตำแหน่ง ซึ่งเหล่านี้ในเรื่องของการที่จะเอาข้อสอบมา การเปิดมีคณะกรรมการและมีการตรวจ มีการประกาศอะไรต่าง ๆ ล้วนแต่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าอยู่ที่ในการออกกฎเกณฑ์ในเรื่องของวิธีการ แล้วก็ในส่วนของ ข้าราชการในส่วนระดับมหาวิทยาลัยนั้นก็มีจรรยาบรรณ ก็มีคุณธรรมอยู่แล้ว แล้วก็ในเรื่อง ของการที่จะออกข้อสอบในแต่ละรอบปี ในแต่ละครั้งนั้น ก็มีการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไปเรื่อย เปลี่ยนรูปแบบ เปลี่ยนคณะกรรมการไป ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าตั้งแต่เราทำมานั้นไม่มีการ ร้องเรียน ไม่มีการทุจริต ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราทำแล้วเกิดประโยชน์ ๑. เราสามารถรับ ตำแหน่งพนักงานในโซนพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ตรงกับความต้องการ ที่ตรงกับความต้องการอย่างเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปก่อนหน้าผมนั้นว่าเราสามารถที่จะให้ ข้าราชการเมื่อบรรจุเป็นข้าราชการแล้วนั้น เขาไม่ได้ย้ายถิ่นเนื่องจากว่าเรารับคนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นการที่เราให้ส่วนกลางเปิดรับสมัครนั้น บางครั้งคนภาคใต้ไปสมัครในส่วนกลาง แต่ไปทำงานที่แม่ฮ่องสอนอย่างนี้ พอไปถึงก็เขียนใบย้ายแล้ว วิ่งย้ายแล้ว เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องของภาระ ในเรื่องของคนทำงานในส่วนของข้าราชการท้องถิ่นอย่างยิ่ง อย่างมากด้วย ในขณะเดียวกันการจัดสอบของส่วนกลางนั้นก็มีความล่าช้า อาจจะเป็นปัญหา ในเรื่องของงบประมาณ อาจจะเป็นปัญหาในเรื่องของบุคลากร เพราะฉะนั้นการที่เราใช้ องค์กรท้องถิ่นระดับ ก. จังหวัดประกาศ เราก็สามารถจะขึ้นบัญชีแล้วก็ให้คนที่ได้ขึ้นบัญชีไว้ สามารถที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นสำรองรายชื่อแล้วก็สามารถที่จะคัดจากการที่ สอบผ่านในบัญชีของ ก. จังหวัดนี้ก็ได้ สำหรับในส่วนของ ก. ท้องถิ่น ในระดับล่าง เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล หรือเทศบาลเมืองอย่างนี้ เราอาจจะไปรวมในเรื่อง ของการสอบเป็น ก. เดียวกัน อันนี้ผมไม่มีข้อติดขัดก็สามารถที่จะกระทำได้ แต่ทั้งหมด ทั้งสิ้นนั้น ในการที่จะมารวมศูนย์ที่ส่วนกลางนั้นมันก็ก่อให้เกิดปัญหาตามที่ผมนำเรียน ท่านประธานแล้วว่าวันนี้ตำแหน่งค้างอยู่ ๒๕,๐๐๐ กว่าตำแหน่งนั้น มันเป็นอุปสรรค ในเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณ การบริหารจัดการในเรื่องบุคลากรขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยิ่งเลย เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลอันนี้ผมไม่ติดใจในเรื่องที่จะเอา ร่างของเพื่อนสมาชิกร่างใดร่างหนึ่งเป็นร่างหลัก อาจจะไม่ใช่เป็นร่างของผมก็ไม่ติดใจ แต่เมื่อลงลึกไปในรายละเอียดแล้ว ในส่วนร่างของผมนั้นก็อาจจะต้องไปดำเนินการแก้ไข ทบทวนในเรื่องของข้าราชการ ระเบียบการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะให้ทันสมัย เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับปัญหาปัจจุบัน ในเรื่องของการโยกย้าย ข้าราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อขึ้นบัญชีระหว่าง อบต. กับ อบต. ด้วยกัน หรือระหว่าง อบต. เทศบาล หรือ อบจ. ในต่างระดับ Size ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็น่าจะทำให้ได้รับความสะดวกและง่ายขึ้น ในปัจจุบันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมันก็จะมี อัตราการตันขั้นเพดาน ไม่ว่าจะไปตันอยู่ที่ปลัด อาจจะไปตันอยู่ที่อัตราเงินเดือนอย่างนี้ แล้วก็ในเรื่องของการนั่งอยู่กับพื้นที่และการบริหารงานที่ไม่สอดคล้องกับฝ่ายผู้บริหาร อันนี้ มันก็จะเป็นอุปสรรคได้เช่นกัน ในรายละเอียดหลัก ๆ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกที่นำเสนอ พร้อมกับคณะก่อนหน้าผมมานั้น ผมดูในรายละเอียดของท่านแล้วผมก็เห็นด้วย ลักษณะใกล้เคียงกัน หัวใจสำคัญที่สุดในเรื่องของการเสนอญัตติครั้งนี้ก็คือคำสั่งประกาศ คสช. ฉบับที่ ๘/๒๕๖๐ เท่านั้น แต่ถ้าเราจะไปเขียนให้มันเกินกรอบ เกินหน้าที่ ผมเกรงว่า เวลาเข้าสู่สภาก็จะมีข้อจำกัดเดี๋ยวมันจะไม่ผ่านอีก ในลักษณะเหมือนเดิมก็คือให้กลับสู่ สภาพเดิม แล้วก็ไปควบคุมในเรื่องของการป้องกันการทุจริตในการจัดสอบ เพราะการทุจริตนั้นถ้าคน ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลาง ส่วนจังหวัด หรือส่วนท้องถิ่นนั้นก็มีทุจริตทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนท่านประธาน ฝากเพื่อนกรรมาธิการ แล้วก็เพื่อนสมาชิกได้นำเรื่องนี้ไปศึกษา เพื่อที่จะเร่งรัดให้การแก้ปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การบริหารงานบุคคล ได้แก้ปัญหาอย่างรวดเร็วที่สุด กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพยิ่งครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะบุคลากร สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งนำโดยท่าน สส. วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ขอต้อนรับทุกท่าน แล้วก็ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมสภาและ ฟังการประชุมขณะนี้ ขอบคุณครับ นั่งลงได้ครับ ฉบับสุดท้าย คุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช กับคณะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ดิฉันกับคณะสมาชิกพรรคภูมิใจไทยก็ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยที่มีหลักการและเหตุผลตามนี้ท่านประธาน🔗
หลักการคือแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้ คือ ๑. ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๒. กำหนดหน้าที่และอำนาจเพิ่มเติมของคณะกรรมการ ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ (๖)) ๓. กำหนดให้ คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาและมีมติให้ข้าราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอื่นได้ (เพิ่มความเป็น วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้าของมาตรา ๑๗)🔗
จากที่ท่านสมาชิกผู้เสนอร่างก่อนหน้านี้ได้เอ่ยถึงเหตุผลซึ่งจะคล้าย ๆ กัน ท่านประธาน และด้วยเจตนาที่ดีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนี้ทุก ๆ พรรคเลย เห็นด้วยกับการที่เราจะต้องยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ แต่การที่ว่าเราจะยกเลิกเลย มันก็ไม่ได้แก้ปัญหาให้ได้เสียทีเดียว ก็เลยต้องมีการกำหนดบางเรื่องเพราะเดิมเรารู้อยู่แล้วว่า ปัญหาที่ไปอยู่ส่วนกลางมันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดข้อครหาในการเรียกรับเงิน มันเกิดอะไร หลาย ๆ อย่าง การที่จะเลือกบุคลากรให้ถูกกับสภาพแวดล้อม อย่างที่เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก หลายท่านที่พูดไปว่าอยู่จังหวัดนี้ไปสอบอยู่ใต้ ไปติดเชียงใหม่ สุดท้ายก็ต้องขอทำเรื่องย้าย กลับมาบ้าน คือการที่ข้าราชการเราทำงานอยู่ในพื้นที่ก็ถือว่าเป็นการลดค่าใช้จ่ายท่านประธาน ส่วนใหญ่สังเกตดูไปทำงานพอครบคุณสมบัติเขาก็บอกว่าคุณต้องอยู่ได้ ๒ ปีแล้วคุณจะย้าย กลับได้ พอครบ ๒ ปี ก็ย้ายกลับบ้านกันหมดท่านประธาน เพราะฉะนั้นความไม่ต่อเนื่อง การทำงานที่บางครั้งสอดคล้องกับทางผู้บริหารแล้วรู้ใจกันแล้วว่าต้องทำอย่างนี้นะ พื้นที่นี้ จะต้องเน้นเรื่องนี้ ๆ อ้าวจะย้ายกลับบ้านอีกแล้วท่านประธาน เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้อง แก้ไขร่างฉบับนี้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น แล้วก็สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน อย่างเมื่อสักครู่ ที่ท่านสมาชิกบอกว่าตำแหน่งที่ว่าง ตำแหน่งที่ขาดเยอะมาก อันนี้เป็นจริงทุก ๆ จังหวัดรู้เลย บางที่ขาด ผอ. กองช่าง ขาด ผอ. กองคลัง มีปัญหาอย่างไร พอเวลาบอกว่าให้ส่งของบประมาณ ในแต่ละปีบางที่ทำไม่ได้ท่านประธานเพราะอะไร เพราะไม่มีช่าง ไม่มี ผอ. กองช่าง ไม่มีปลัด มีแต่รักษาการ และพอมีปัญหาข้าราชการที่มารักษาการบางทีเขาก็ไม่กล้า เขาก็กลัวที่จะต้อง มารับผิดชอบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดิฉันเห็นว่าสมควรที่เราจะต้องหาคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาแล้วก็มาพิจารณาร่วมกัน อาจจะมีบางฉบับที่เสนอบางจุด บางฉบับ ใน ๔ ฉบับนี้ ก็เสนอบางจุดขึ้นมาเพื่อมาร่วมกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเจตนาที่ดี เป็นการสนับสนุน การกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นได้ทำงาน การที่เราบอกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องให้ส่วนกลาง รับสมัคร อาจจะให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ดำเนินการแทนหรือแม้กระทั่งถ้าเกิด สมมุติว่าจังหวัดนี้อาจจะมีเปิดตำแหน่งน้อย อาจจะขอความร่วมมือจากจังหวัดข้างเคียง เอามาร่วมกัน มาช่วยกัน แล้วก็มาตกลงกันว่าจังหวัดไหนเป็นเจ้าภาพ แล้วก็ค่าใช้จ่ายจะเป็น อย่างไร เราจะมีค่าใช้จ่ายในการที่รับค่าสมัครมาแล้วมันพอไหม อันนี้ก็เป็นการเปิดช่องที่ว่า ให้งานต่าง ๆ มันทำได้แล้วก็บรรลุไปด้วยความสำเร็จ การทำงานที่ไม่ขัดแย้งกันระหว่าง พนักงาน ข้าราชการกับผู้บริหารก็สามารถที่จะคุยกันรู้เรื่อง เพราะว่าหลักการจริง ๆ มันก็มี อยู่แค่การสอบคัดเลือกกับคัดเลือกที่ว่าเราจะทำอย่างไร เพื่อที่จะให้ท้องถิ่นนั้นได้พัฒนา ตนเอง ท้องถิ่นนั้นได้สร้างความเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นก็เป็นเหตุผลที่จำเป็นจะต้องตรา พระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ผู้เสนอร่าง ทั้ง ๕ ฉบับ ได้เสนอร่างจบไปแล้ว ต่อไปจะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิก ซึ่งขณะนี้ มีท่านสมาชิกที่จะขออภิปราย ๑๒ ท่าน สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงชื่อก็มาลงชื่อด้านหน้าได้ เวลาสักเที่ยงผมก็จะปิดการเสนอชื่อ ถ้าสนใจก็มาเซ็นชื่อเพิ่มเติมได้ ผมจะเรียกสลับกันไป ท่านแรกขอเชิญคุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ ร่วมอภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ผมกราบเรียนว่า เนื้อหาหลักของทุกร่างก็คือการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยในหลักการของทุกร่าง ที่เพื่อนสมาชิกเสนอ แล้วก็เรียนด้วยว่าวัตถุประสงค์หลัก ๆ ที่ผมเองก็อยากจะให้มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงแล้วก็ยกเลิกคำสั่ง คสช. มีอยู่ ๔ ประการ🔗
ประการแรก ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นไปตามหลักของการกระจายอำนาจ เพราะที่ผ่านมาคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ คือการรวบอำนาจการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น🔗
ประการที่ ๒ เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรท้องถิ่น โดยเฉพาะ ในตำแหน่งของสายบริหาร ทั้งในส่วนของสายบริหารงานท้องถิ่น แล้วก็สายบริหารสถานศึกษา ท้องถิ่น🔗
ประการที่ ๓ เพื่อเป็นการเพิ่มความคล่องตัวแล้วก็ความรวดเร็วในการจัดสรร บุคลากรเข้าสู่ตำแหน่ง🔗
และประการที่ ๔ ให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นในแต่ละแห่ง ๔ ประการ แต่ก่อนอื่นเลยผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่ คสช. ตัดสินใจออกคำสั่ง ประกาศ คสช. ฉบับที่ ๘/๒๕๖๐ อยากให้ท่านประธานไปเห็นที่ต้นตอ ของปัญหาก่อน ในครั้งนั้นข้ออ้างของ คสช. ในการออกประกาศฉบับนี้ก็คือเรื่องของปัญหา เรื่องระบบอุปถัมภ์ แล้วก็เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ในการบรรจุข้าราชการ ทั้งข้าราชการ พนักงานท้องถิ่นใหม่ก็คือการบรรจุใหม่ แล้วก็การเลื่อนตำแหน่ง เลื่อนระดับ มีปัญหา เรื่องของระบบอุปถัมภ์ ปัญหาเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์ ก็เลยเป็นประเด็นที่ว่า คสช. ต้องการที่จะปฏิรูป โดยวิธีการก็คือการรวบอำนาจที่เดิมอยู่ที่ท้องถิ่น แล้วก็อยู่ที่ ในส่วนของคณะกรรมการในระดับจังหวัด ดึงกลับเข้าไปไว้ที่ในส่วนคณะกรรมการกลาง ๓ ระดับ คณะกรรมการกลางข้าราชการ อบจ. คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ให้อำนาจไปเลยว่ากรณีสอบบรรจุใหม่ก็เอามาไว้ที่ ส่วนกลางให้ส่วนกลางจัดสอบ กรณีเลื่อนระดับ เลื่อนตำแหน่ง โดยเฉพาะในสายบริหาร ทั้งในส่วนของข้าราชการท้องถิ่น แล้วก็สถานศึกษาท้องถิ่นก็ดึงกลับมาไว้ที่ส่วนกลางทั้งหมด นั่นคือเหตุผลแล้วก็วิธีการที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติดำเนินการในช่วงเวลานั้น เอาล่ะมีทั้งข้อดี ข้อเสีย ข้อดีคือคนที่เขามีความรู้ความสามารถได้มีการจัดสอบอย่างเป็นธรรม โดยส่วนกลางมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด บางคนเป็นปลัดเทศบาลเล็ก ๆ มีความรู้ ความสามารถก็สอบไปเป็นปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดใหญ่ ๆ ทำได้ เพราะใช้ข้อสอบ เดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน แต่ข้อเสียมันมากกว่าข้อดีท่านประธาน เรื่องปัญหาการเรียกรับ ผลประโยชน์ระบบอุปถัมภ์ไม่สามารถแก้ไขได้ โดยประกาศ คสช. ฉบับนี้ ปัญหาเรื่อง ข้อครหา เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ในการสอบยังคงมีอยู่ เหมือนเดิม การจัดสอบก็เป็นไปด้วยความล่าช้า นาน ๆ ครั้งถึงจะสอบได้สักทีหนึ่ง ปีหนึ่ง สอบครั้งเดียวก็เกิดปัญหาเรื่องของตำแหน่งว่างอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึง อยู่แล้ว ผมเลยมีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการที่จะไปพิจารณากันต่อว่า🔗
ประการแรก เรื่องการสอบบรรจุใหม่ ผมยังอยากเห็นรูปแบบที่คล้าย ๆ กับ การสอบ ก.พ. ภาค ก ภาค ข เห็นว่ายังคงไว้ที่คณะกรรมการกลางไม่มีปัญหาในกรณีของการ สอบบรรจุใหม่ให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาเคยมีแล้วในการจัดสอบในแต่ละ ท้องถิ่นเกิดปัญหาตามมาเยอะมาก🔗
ประการต่อมา ในเรื่องของการสอบเลื่อนระดับหรือการสอบเข้าสู่ตำแหน่ง สายบริหาร ทั้งในส่วนของท้องถิ่น แล้วก็ในส่วนของสถานศึกษา ผมมั่นใจว่าเรื่องนี้เราควร จะต้องมีการกระจายอำนาจให้ไปอยู่ในส่วนของคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยการร้องขอ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีการเปิดสอบ ถ้าแบบนี้ผมเชื่อมั่นว่ากระบวนการกระจาย อำนาจยังคงอยู่ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส แล้วก็การตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ระบบอุปถัมภ์และเรื่องของการทุจริตของการสอบก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็ฝากประเด็นไว้ สำหรับกรรมาธิการที่จะไปพิจารณาต่อ กระผมเห็นด้วยกับหลักการในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ของทุกร่าง กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล แล้วจะต่อด้วยคุณเพชรัตน์ ใหม่ชมภู เชิญครับ คุณกรวีร์ยังไม่พร้อมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอท่านเพชรรัตน์ก่อนนะครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ อำเภอเมือง ยกเว้น ตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง ท่าศาลาและวัดเกต พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างที่มีลักษณะ ในทำนองเดียวกัน ทุก ๆ ร่างที่ยื่นมาในสภาแห่งนี้ การอภิปรายในวันนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของ การเมือง แต่เป็นการคืนอิสระให้กับพี่น้องท้องถิ่นของเรา เรากำลังจะพูดถึงการแก้ไขปัญหา ที่กำลังกัดกินประสิทธิภาพของระบบราชการส่วนท้องถิ่นไทยที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งดิฉัน อยากจะชี้ให้ชัดอยู่ถึง ๒ ปัญหาที่ล่าช้า ที่ทำร้ายพี่น้องประชาชนและจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง ๓ ประการค่ะ🔗
ปัญหาแรก คือความล่าช้า ในการสรรหาบุคลากร ซึ่งเมื่อมีเจ้าหน้าที่เกษียณอายุ ลาออก หรือว่ามีภารกิจใหม่เพิ่มเติม ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ แทนที่จะสามารถสรรหาคนที่อยู่ในพื้นที่ มีความรู้ ความสามารถในการที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แต่เรากลับต้องรอส่วนกลางในการ จัดสอบ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสอบยาวนานเป็นปี ๆ ถึงจะจัดสอบได้ การรอคอยนี้ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ในการจัดทำบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ กับพี่น้องประชาชน บางคนอาจจะต้องรับผิดชอบ ๒-๓ งาน ทำให้ประสิทธิภาพการทำงาน ของพี่น้องของเราหรือว่าบุคลากรท้องถิ่นลดลงอย่างน่าใจหาย คำถามคือทำไมคนในพื้นที่ ที่รู้ปัญหาที่ดีที่สุดกลับไม่มีสิทธิแม้แต่ที่จะเข้ามาสมัครงาน มาช่วยงานในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นใกล้บ้าน🔗
ปัญหาที่ ๒ การโอนย้ายที่ติดขัดไร้ประสิทธิภาพ เมื่อคนทำงานไม่สามารถ ไปต่อได้ ในบางครั้งเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นเผชิญกับความขัดแย้งในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อ จิตใจและประสิทธิภาพในการทำงาน ระบบปัจจุบันกำหนดว่าการโอนย้ายต้องเป็นไปตาม หลักความสมัครใจ ในกรณีนี้ก็อยากจะเป็นร่างกฎหมายที่จะแก้ไขปัญหาการโอนย้ายด้วย เช่นเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ. ในทำนองเดียวกันที่เสนอในสภาแห่งนี้ก็จะเปิดประตูสู่ การเปลี่ยนแปลง ๓ อย่าง ก็คือในการยกเลิกคำสั่ง คสช. ซึ่งเป็นการรวบอำนาจในการ จัดสอบ🔗
ประเด็นที่ ๒ การให้อำนาจ ก. จังหวัด ในการจัดสอบเองได้ ทั้งสอบแข่งขัน และบรรจุใหม่ แล้วก็อาจจะตลอดจนการสอบคัดเลือกเพื่อเลื่อนขั้นต่าง ๆ ส่วนของข้อกังวล ต่าง ๆ ในเรื่องของมาตรฐานการจัดสอบอาจจะสามารถให้สำนักงาน ก.พ. จัดสอบ ใช้ข้อสอบกลางที่มีมาตรฐานเดียวกันก็สามารถเป็นไปได้ โดยนำผลการสอบมาใช้ในการสอบ ภาค ข ในการสอบบรรจุแข่งขันเป็นข้าราชการท้องถิ่นก็ย่อมได้ ซึ่งในส่วนรายละเอียดนี้ สามารถที่จะกำหนดไว้ในกฎหมายลูกเช่นเดียวกันนะคะ🔗
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นสุดท้าย คือการพิจารณาการโอนย้าย การที่จะให้ จังหวัดในการโอนย้ายเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแล้วก็ทำงานได้อย่างราบรื่น จากปัญหาทั้งหมดในเรื่องของความล่าช้าในการสรรหา แล้วก็การโอนย้ายต่าง ๆ สู่ ๓ ข้อเปลี่ยนแปลง ดิฉันจึงอยากจะเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกในห้องแห่งนี้ในการที่จะผ่านร่าง พ.ร.บ. ทุก ๆ ฉบับที่ยื่นมาในสภาแห่งนี้และร่างในทำนองเดียวกัน เพื่อให้ข้าราชการท้องถิ่น ได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจัดทำบริการสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชนที่มีคุณภาพ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งตั้งใจที่จะลุกขึ้นมาเพื่อที่จะสนับสนุน ในชั้นรับหลักการในการพิจารณากฎหมายนี้ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันมาหลายท่าน รวมไปถึงผู้ที่เสนอกฎหมายถึงความจำเป็น แล้วผมก็คิดว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่เราควรที่จะ คืนอำนาจตรงส่วนนี้กลับไปให้ท้องถิ่น ให้เขาได้มีสิทธิในการสอบแข่งขันเลือกคนที่เหมาะสม รวมไปถึงการคัดเลือกคนที่เหมาะสมในการเข้าไปบริหารงาน ในการเข้าไปทำงานให้กับ ท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่น แต่ละท้องที่ ซึ่งในปัญหาที่ผ่านมานั้นเราจะเห็น เมื่อก่อนนี้ย้อนกลับไป สมัยแรกเริ่ม อำนาจทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ที่คณะกรรมการ ไปอยู่ที่ระดับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ไม่ว่าจะเป็น อบต. พอมาในยุค คสช. พบว่ามันมีการทุจริต มันมี การซื้อขายตำแหน่งกันอย่างมากมาย ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ อย่างที่พวกเราได้ยินข่าว แล้วก็คงไม่ปฏิเสธว่าความจริงบางส่วนของพื้นที่ในประเทศไทยนั้นมันก็เกิดปัญหาทุจริต คอร์รัปชันในการซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้นจริง ๆ คสช. รวบอำนาจไว้ตรงกลาง แต่ที่ผ่านมา การรวบอำนาจเอาไว้ตรงกลาง เอาอำนาจในการจัดสอบคัดเลือก ในการจัดสอบแข่งขัน ข้าราชการ ในการบรรจุใหม่อะไรก็แล้วแต่มาอยู่ที่กรมนี้ มันผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่ามันแค่ เปลี่ยนจุดของการทุจริตคอร์รัปชันจากที่หนึ่งไปอยู่อีกทีหนึ่งเท่านั้น วันนี้จึงเห็นด้วยในการที่ จะคืนอำนาจในส่วนนี้ให้กับท้องถิ่นให้เข้าไปจัดการ เอาไปบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการ คัดเลือกคน สอบแข่งขันเอาคนเข้ามาบรรจุใหม่ หรือการสอบคัดเลือกที่จะสรรหาผู้บริหาร เข้ามาบริหารท้องถิ่นในแต่ละที่ ในหลักการเห็นตรงกัน ที่ต่างกันก็คือในส่วนของวิธีการ ในการที่จะกระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นแบบไหนและจะทำอย่างไร ผมมีข้อเสนอที่จะเสนอ ถึงทางคณะกรรมาธิการที่จะตั้งใหม่ ผมคิดว่าเราอยากเห็นมาตรฐานในการจัดการสอบ การแข่งขันท้องถิ่นอันนี้เป็นสิ่งที่เห็นตรงกัน ๒. ที่อยากจะเห็นตรงกันคือมาตรฐานของมัน ที่จะสามารถคัดเลือกคนที่มีความรู้มีความสามารถเข้าไปทำงานให้กับท้องถิ่นของพวกเราได้ ถ้าเราเห็นตรงกันแบบนี้เราอยากจะเห็นอะไร อยากจะเห็นการสอบแข่งขันที่มันมีมาตรฐาน เดียวกัน ผมเสนอได้ไหมว่าเราปรับรูปแบบไปเลย เราปรับรูปแบบในการสอบเพื่อที่จะหาคน ที่เข้ามาบรรจุเป็นข้าราชการหรือที่เรียกว่าสอบแข่งขันให้มันมีคล้าย ๆ บรรจุข้าราชการเลย สอบภาค ก ภาค ข ภาค ค ภาค ก สอบอย่างไร ภาค ก คือการสอบวัดพื้นฐานครั้งแรก เพื่อที่จะคัดกรองคนที่เหมาะสมผ่านทางด้านวิชาการเข้ามา ภาค ข ไปให้ท้องถิ่นไป ให้กรม ก็ได้ เขาออกข้อสอบเป็นส่วนกลางมาเพื่อที่จะวัดความรู้ความสามารถของคนที่สามารถ จะมาตอบโจทย์การทำงานให้กับท้องถิ่นได้ ซึ่งมันจะมีความแตกต่างกันกับการไปบรรจุ ข้าราชการในประเภทอื่น ๆ คนคัดเลือกแข่งขันเข้าไปทำงานของท้องถิ่นก็อยากได้คนที่มี ความรู้ความสามารถที่จะไปทำงานให้กับท้องถิ่นได้ และสุดท้ายภาค ค ก็คือให้แต่ละแห่ง ท้องถิ่นแต่ละที่เขามีโอกาสในการคัดเลือกของคนที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในตำแหน่งที่ต้องการ ตามความต้องการของท้องถิ่น ถ้าทำได้แบบนี้เราจะแก้ไขปัญหาได้ ทั้งเรื่องของการทุจริต คอร์รัปชัน ทั้งเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งที่มันเกิดขึ้นเต็มแผ่นดินไปหมด เราจะได้ข้อสอบ กลางที่มันมีมาตรฐานเดียวกันเพื่อที่จะวัดคนเหมือนกันทั้งประเทศ เราจะตอบโจทย์ ของท้องถิ่นให้เขาสามารถที่จะเลือกคนที่จะเข้าไปทำงานให้กับท้องถิ่นได้ อันนั้นเป็น ประการแรก🔗
ประการที่ ๒ ผมไปดูในมาตรา ๕ ของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอสู่สภา ก็เห็นด้วย เห็นด้วยและรู้ดีว่าที่ผ่านมามันมีปัญหาจริง ๆ ในเรื่องของการโอนย้ายข้าราชการ ระดับสูง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มันเกิดปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างข้าราชการ ส่วนท้องถิ่นกับผู้บริหารส่วนท้องถิ่นนายกทะเลาะกับปลัด นายกไม่ลง ทำงานคู่กันไม่ได้ กับหัวหน้าส่วนราชการ กับ ผอ. ต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้นเราต้องใช้หลักความสมัครใจ ปัญหา ที่ผ่านมาก็คือว่าพอสมัครใจมันไม่สมัครใจกันทั้ง ๒ ฝ่าย ปลายทางบางครั้งก็ไม่สมัครใจ มันก็เกิดปัญหาขึ้นมาว่าเราไม่สามารถที่จะโยกย้ายข้าราชการที่อยู่ในระดับท้องถิ่นได้ ความขัดแย้งนั้นมันก็ยังคงอยู่ในท้องถิ่นนั้น ๆ และที่ไหนก็ตามที่ผู้บริหารที่เป็นฝ่ายการเมือง ขัดแย้งกับผู้บริหารที่มาจากฝ่ายข้าราชการคนที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนที่สุดก็หนีไม่พ้น ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้น ดังนั้นการเขียนกฎหมายข้อนี้ขึ้นมาเห็นด้วยในหลักการเลยว่า ควรที่จะให้มีกลไกในการโอนย้ายข้าราชการตรงนี้ให้มันเกิดผลขึ้นได้ แล้วผมก็เห็นด้วยกับที่บอกว่าถ้าในกรณีที่ไม่สามารถให้โอนย้ายข้าราชการตามความสมัครใจ ได้ให้มีคณะกรรมการกลางข้าราชการขึ้นมาคณะหนึ่ง และให้คณะนี้ล่ะเป็นคนพิจารณา คุณมีเอกสารหลักฐานตรงไหน ทำงานกันไม่ได้ตรงไหน มีความขัดแย้งกันตรงไหน ให้คณะกรรมการกลางตรงนี้เป็นผู้ตัดสินและชี้ขาดไปเลยว่าเอาล่ะคนนี้คุณมีความจำเป็น ต้องย้ายไปอยู่จังหวัดปลายทาง ยกตัวอย่าง ย้ายจากจังหวัดอ่างทองไปอยู่ที่จังหวัดสิงห์บุรี จากจังหวัดอ่างทองไปอยู่ที่จังหวัดชัยนาท ไปอยู่ที่จังหวัดลพบุรี เมื่อคณะกรรมการนี้ ชี้ขาดแล้วข้าราชการมีหน้าที่ต้องไป ก็เหมือนกันกับการโอนย้ายปกติทั่วไปของข้าราชการ อธิบดีมีคำสั่ง ปลัดมีคำสั่งมา ข้าราชการเขาก็ต้องโยกย้ายไปตามคำสั่งนั้น แต่น่าเสียดาย นิดเดียว ในวรรคสี่ วรรคห้าของตัวกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๕ เขียนสร้อยท้ายไว้อีกว่า ในกรณีที่คณะกรรมการกลางข้าราชการของ อบจ. ได้มีมติมาแล้วแต่นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการกลางข้าราชการของ อบจ. ก็คือ มีมติมาแล้วแต่ผู้บริหารไม่ปฏิบัติตามมตินั้นกลับเปิดช่องเอาไว้ ถ้าเขียนแบบนี้ก็แปลว่า เขาไม่ต้องปฏิบัติตามมติก็ได้ ซึ่งถ้าไม่ปฏิบัติตามมติสิ่งที่ต้องทำก็คือต้องส่งเรื่องถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยไม่ต้องทำการสอบสวน และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการตามที่เห็นสมควร การเขียนแบบนี้หลักการ คือเราอยากจะให้มีการโอนย้ายโดยไม่ต้องทำตามความสมัครใจได้ แต่ดันไปเปิดช่องเอาไว้ บอกถ้าคุณไม่ปฏิบัติตามมตินี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งเรื่องให้ มท. ๑ และให้ มท. ๑ เป็นคน ชี้ขาดอีก คำถามก็คือถ้าเราอยากเขียนกฎหมายแล้วให้มันมีผลตามที่เราต้องการ กล่าวก็คือ มีคณะกรรมการกลางในการวินิจฉัยชี้ขาดแล้วทำไมถึงต้องไปเปิดช่องให้เขาดื้อต่อคำสั่งของ คณะกรรมการกลาง แล้วต้องไปให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นคนชี้ขาดอีก นี่เป็นข้อห่วงใยที่อยากจะฝากถึงในชั้นของคณะกรรมาธิการ ท้ายที่สุดผมสนับสนุนและ ยืนยันอีกครั้งว่าจะลงมติรับหลักการของกฎหมายฉบับนี้ แต่ในส่วนที่ยังเห็นต่างกันอยู่ใน รายละเอียดนั้นผมคิดว่าเป็นประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นควรที่จะต้องรับ ข้อเสนอจากสมาชิกไป แล้วเอาไปทำงานต่อในชั้นวิสามัญ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียน โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนำโดยคุณภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบนขณะนี้ ขอต้อนรับและขอบคุณที่มา เยี่ยมชมสภาแล้วก็มาฟังการประชุมในวันนี้ ขอบคุณครับ เชิญนั่งได้ครับ ต่อไปผมจะขอเชิญ คุณจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม แล้วตามด้วยคุณปทิดา ตันติรัตนานนท์ เชิญคุณจุฬาลักษณ์ครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเชียงราย เขตพื้นที่อำเภอแม่สาย แม่ฟ้าหลวง แล้วก็แม่จัน ๔ ตำบล ได้แก่ ตำบลแม่คำ สีคำ แม่ไร่ และจอมสวรรค์ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ ซึ่งการรวมศูนย์อำนาจจากท้องถิ่นไปไว้ที่ส่วนกลางก็ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถที่จะแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ได้ตามที่ตั้งใจไว้ ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหลายพื้นที่ หลายตำแหน่งก็ต้องควบ ๒-๓ หน้าที่ โดยส่งผลโดยตรงต่อประชาชนที่ไม่ได้รับการบริการอย่างทันท่วงที ดังนั้นการแก้ไขปัญหา เพื่อให้อำนาจกลับคืนสู่ท้องถิ่นก็ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม แล้วก็สอดคล้องกับหลักการ กระจายอำนาจ ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอจากเพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ฉบับ ดิฉันก็มีความเห็นด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๑๓ ที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองมีอำนาจจัดสอบคัดเลือกบุคลากร เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจที่แท้จริงท่านประธาน เพราะว่าเราจะได้ บุคลากรที่ตรงกับบริบทของพื้นที่ ยกตัวอย่างเขตพื้นที่ของดิฉันเป็นพื้นที่ที่ห่างไกล คืออำเภอแม่ฟ้าหลวงซึ่งอยู่พื้นที่บนที่ราบสูง ระยะทางห่างไกลจากอำเภอเมืองเชียงรายเอง ๗๐-๘๐ กิโลเมตร แล้วก็คิดว่ามีความยาก และมีข้อจำกัดหลายอย่างที่จะมีเจ้าหน้าที่ที่สอบบรรจุแล้วอยากจะไปอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ดิฉัน ก็เห็นว่าถ้าสามารถให้มีการคัดเลือกบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เองหรือบุคคลที่อยู่ไม่ห่างไกลมาก เข้ามาสอบแล้วก็ได้รับบรรจุในพื้นที่นั้น ๆ ได้ใกล้เคียงก็จะมีความเข้าใจในบริบทพื้นที่ แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ที่จะเข้าไปทำงานได้ หรือแม้กระทั่งในเขตพื้นที่ อำเภอแม่สาย ในจังหวัดเชียงรายเองที่มักจะเผชิญกับปัญหาภัยพิบัติอยู่บ่อยครั้งท่านประธาน การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถร้องขอจัดสอบบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เฉพาะทาง อย่างเช่น การกู้ชีพกู้ภัยเพื่อจะเข้ามาทำงานในพื้นที่ได้โดยตรง รู้จักบริบทพื้นที่ ซอกซอยต่าง ๆ หรือประชาชนในพื้นที่ย่อมก็เป็นประโยชน์ต่อการตอบโต้กับภัยพิบัติอย่างมี ประสิทธิภาพอย่างทันท่วงทีด้วยเช่นเดียวกัน แล้วก็ถ้าการจัดสอบในระดับจังหวัดก็ยังช่วยลด ภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้เข้าสอบด้วย ทั้งสะดวกแล้วก็รวดเร็วในการประหยัดเวลา ด้วยเหมือนกันส่งผลให้สรรหาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพเข้ามาทำงานได้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ก็จะเปิดโอกาสให้กับคนในพื้นที่ได้ทำงานในบ้านเกิดของตัวเอง ได้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด ของตัวเอง เข้าใจทั้งคน เข้าใจทั้งพื้นที่ เข้าใจทั้งปัญหาและบริบท ดิฉันจึงขอร่วมอภิปราย แล้วก็เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยเพื่อน สส. ทั้ง ๓ ท่าน แล้วก็ จะมีข้อฝากเรื่องความกังวลนิดหนึ่ง อาจจะเป็นเรื่องของความโปร่งใสท่านประธาน แล้วก็ เรื่องของการทุจริตในการสอบ อันนี้ก็อาจจะนำเสนอไปยังคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณา ต่อไปว่ากระบวนการขั้นตอนในการสอบคัดเลือกหรือการสอบเลื่อนตำแหน่ง หรือการ พิจารณาต่าง ๆ ขอให้เป็นความโปร่งใสที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณปทิดา ตันติรัตนานนท์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขอร่วมอภิปรายถึงร่างแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้ค่ะท่านประธาน🔗
ตามหลักการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ผู้บริหารองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะมีอำนาจแล้วก็มีดุลยพินิจพอสมควรในการบริหารงานบุคคล ของท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อให้สามารถคัดสรรบุคลากรที่มีความเหมาะสมกับบริบท แล้วก็ ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง การคืนอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล เรื่องบุคคลในพื้นที่จึงเป็นรูปธรรมของการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง โดยจะช่วยแก้ปัญหา การขาดแคลนบุคลากรในพื้นที่ห่างไกลหรือแม้กระทั่งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัย และทำให้ การสรรหาบุคลากรเหมาะสมกับบริบทของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ในปัจจุบันนี้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓ ได้กำหนด หน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดไว้หลายประการท่านประธาน เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์ การคัดเลือก การบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การเลื่อนขั้น เงินเดือน ตลอดจนการสอบสวนแล้วก็การร้องทุกข์ อย่างไรก็ดีหน้าที่ดังกล่าวยังไม่มีการให้ คณะกรรมการข้าราชการ อบจ. มีอำนาจในการจัดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการ เองได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายนี้ โดยเพิ่ม (๖) ในมาตรา ๑๓ ให้คณะกรรมการข้าราชการ อบจ. มีอำนาจในการจัดสอบแข่งขันแล้วก็บรรจุข้าราชการ อบจ. ตามความจำเป็นของแต่ละ อบจ. เพื่อจะให้สามารถคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถ แล้วก็มีความผูกพันกับท้องถิ่นอย่างแท้จริง นอกจากนี้ในมาตรา ๑๔ ของกฎหมายดังกล่าว ยังระบุให้คณะกรรมการข้าราชการ อบจ. กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ได้สอดคล้องกับ ความต้องการแล้วก็ความเหมาะสมของ อบจ. นั้น ๆ จึงเป็นข้อยืนยันว่าเราควรเปิดโอกาส ให้ท้องถิ่นมีดุลยพินิจในการบริหารงานบุคคลของตัวเองเพื่อผลประโยชน์สูงสุดในพื้นที่ ตามความเป็นจริงค่ะท่านประธาน🔗
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือปัญหาการรวมศูนย์อำนาจในการสอบแข่งขัน ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ ซึ่งปัจจุบันได้กำหนดให้ คณะกรรมการกลางท้องถิ่น ทั้งคณะกรรมการกลางข้าราชการ อบจ. คณะกรรมการ กสถ. เทศบาลและตำบล จัดสอบแข่งขันคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยข้อเท็จจริงตามคำสั่งนี้ ก็คือการมอบอำนาจให้ส่วนกลางเป็นผู้จัดสอบ ยกเว้นกรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียว ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันทางกฎหมาย ทั้งยังสร้างภาระแล้วก็ความล่าช้า ในการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น เนื่องจากท้องถิ่นไม่สามารถจัดการเองได้ตามที่ ควรจะเป็น ปัญหาดังกล่าวจะได้รับแก้ไขก็ต่อเมื่อร่าง พ.ร.บ. นี้นำเสนอยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ แล้วก็คืนอำนาจให้ อปท. จัดสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้เอง เช่นเดียวกับสาระสำคัญในร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งที่ระบุชัดเจนว่ายกเลิกอำนาจของ คณะกรรมการกลางในการจัดการสอบแข่งขัน แต่ตามคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ และมอบ อำนาจให้คณะกรรมการข้าราชการ อบจ. จัดและดำเนินการสอบแข่งขันข้าราชการ อบจ. ได้ ตามที่ อบจ. ร้องขอ ซึ่งจะคืนความคล่องตัวแล้วก็ความรวดเร็วในการสรรหาบุคลากรให้กับ ท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม ในขณะเดียวกันเราก็มีความจำเป็นต้องมีระบบการสร้าง ความโปร่งใสและเสริมสร้างการกำกับดูแลการสอบการแข่งขันของ อปท. ให้เป็นมาตรฐาน ไม่ให้เกิดการทุจริตหรือมีระบบอุปถัมภ์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยให้คณะกรรมการข้าราชการ อปท. ระดับจังหวัดต้องจัดให้มีการประกาศหลักเกณฑ์การสอบและผลการคัดเลือก อย่างเปิดเผยสามารถตรวจสอบได้และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้สอบแข่งขันทุกคน ทั้งนี้ สามารถเรียนรู้จากมาตรฐานทั่วไปที่คณะกรรมการกลางเคยกำหนดเอาไว้ และให้มีการ อุทธรณ์หรือสามารถร้องทุกข์ได้ตามกฎหมายส่วนท้องถิ่นเพื่อความเป็นธรรมสูงสุด ประเด็น ตัวอย่างที่ดิฉันจะขอนำเสนอในพื้นที่ของบ้านดิฉันเอง จังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ ซึ่งเป็นพื้นที่ ชายแดนที่เปราะบาง เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าภูมิศาสตร์แล้วก็สถานการณ์ท้องถิ่นส่งผลต่อ การคัดเลือกบุคลากรอย่างไร เช่น ในพื้นที่อำเภอกาบเชิง อำเภอพนมดงรัก เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ปะทะชายแดน เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นได้ชัดเจนว่าในการสอบ แข่งขันบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ชายแดนเช่นนี้จำเป็นจะต้องได้ ผู้ที่มีความสามารถทางด้านภาษากัมพูชาบ้างจะสามารถทำงานกับชุมชนได้เป็นอย่างดี หรือมี ความเข้าใจวิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนได้ ก็จะเป็นเรื่องที่คณะกรรมการกลาง ซึ่งนั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็จะไม่เคยทราบรายละเอียดเช่นนี้มาก่อนเลยท่านประธาน จริง ๆ ดิฉัน อยากจะให้มีการเพิ่มค่าเสี่ยงภัยให้กับข้าราชการองค์กรปกรองส่วนท้องถิ่นที่ไปอยู่ในพื้นที่ ห่างไกลหรือมีความเสี่ยงในพื้นที่นั้น ๆ อีกต่างหากด้วยท่านประธาน นอกจากนี้ก็ยังมี ตัวอย่างอื่นอีก เจ้าหน้าที่ด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่นที่ต้องเข้าใจสภาพ ภูมิประเทศและความเสี่ยงภัยเฉพาะท้องถิ่นเป็นอย่างดี จึงควรให้ประชาชนในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเหล่านี้ได้โดยตรงท่านประธาน ด้วยเหตุผล แล้วก็ ตัวอย่างดังกล่าวดิฉันจึงสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่ของ สส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส. มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช และคณะจากพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้เสนอ ในการพิจารณารอบนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นเรื่องสำคัญในการคืนอำนาจ แล้วก็การเสริมสร้างศักยภาพ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเป็นการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นได้อย่าง แท้จริง ขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันผ่านร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา ทุก ๆ จังหวัดให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และยกระดับ คุณภาพการบริหารงานให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณคุณากร มั่นนทีรัย และจะต่อด้วยคุณอรอุมา บุญศิริ เชิญคุณคุณากรครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไวท์ คุณากร มั่นนทีรัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติดังนี้ อย่างที่ทุกท่านทราบ กฎหมายใดจะอยู่เหนือกฎหมายสูงสุดดังเช่นกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้ ใจความสำคัญ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่เกี่ยวกับร่างพระบัญญัติดังกล่าว มาตรา ๒๔๙ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่าให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครอง ตนเอง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ตามวิถีและรูปแบบองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติ และยังมีในมาตรา ๒๕๐ ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ดูแลจัดการทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของ ประชาชนในท้องถิ่นตัวเองตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ยังมีอีก ๑ มาตรา มาตรา ๒๕๑ ยังบอกด้วยว่า การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งต้องใช้ระบบ คุณธรรม คำนึงถึงความเหมาะสมและความจำเป็นของแต่ละท้องที่ และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบให้มีมาตรฐานสอดคล้องเพื่อให้สามารถพัฒนาร่วมกันหรือ สับเปลี่ยนบุคลากรระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันได้ ถ้าเราสังเคราะห์ ทั้ง ๓ มาตรานี้ เข้าด้วยกันก็จะเห็นได้ว่าการจัดทำบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ ควรจะเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น โดยคำนึงถึงมาตรฐานและ รูปแบบการบริหารงานในแต่ละท้องถิ่นซึ่งจะสอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจ ทีนี้เมื่อมาดู คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ จะเป็นการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ในการสอบคัดเลือกข้าราชการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อสอบคัดเลือกพนักงาน ส่วนท้องถิ่นและดำเนินการสอบแข่งขันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกลาง กำหนดจะเห็นได้ว่าเป็นการรวมศูนย์อำนาจไม่ใช่การกระจายอำนาจ ผมจึงเห็นด้วยว่าการที่ จะยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ นั้นก็เป็นไปโดยชอบ ดังนั้นผมก็เห็นว่าคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เป็นการรวบอำนาจในการ คัดเลือกข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นเข้าสู่ส่วนกลาง สนับสนุนแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมขอสนับสนุนร่างของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ และคณะ ที่เป็นผู้เสนอให้มีลักษณะในการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นนั้น ๆ การคัดเลือก พนักงานของตัวเองมากขึ้น คัดเลือกพนักงานจากท้องถิ่นของตัวเองก็จะเป็นผลดีทำให้งาน ที่ออกมาสู่สาธารณะนั้น มีทั้งคุณภาพ ประสิทธิภาพ ทำให้สังคมการทำงานเป็นไปอย่าง ราบรื่นและไม่ต้องเสียเวลากับการเดินทางไปทำงาน และใช้เวลากับการขับรถติดนาน ๆ ซึ่งเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ผม คุณากร มั่นนทีรัย พรรคประชาชน ก็ขออภิปราย ไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณอรอุมา บุญศิริ และจะต่อด้วยคุณธีระชัย แสนแก้ว เชิญคุณอรอุมาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอุมา บุญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธาน ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อย่างที่ทราบว่าท้องถิ่นเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพราะท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่รับทราบปัญหาของชุมชนและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่าง ตรงจุด ท่านประธานดิฉันมองว่าส่วนของท้องถิ่นเองจะมี ๓ ส่วนที่สำคัญ อันประกอบไปด้วย ฝ่ายผู้นำบริหารโดยการนำของท่านนายกองค์การบริหารส่วนต่าง ๆ และที่สำคัญก็คือ ในส่วนของงบประมาณที่รัฐจัดสรรลงไปให้ท้องถิ่นอย่างเพียงพอและสิ่งที่สำคัญที่จะช่วย ผลักดันงานของฝ่ายบริหารได้นั้นก็คือก็ส่วนของงานบริหารบุคคล เพราะฉะนั้นเพื่อให้การ บริหารงานบุคคลของท้องถิ่นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพตรงกับความต้องการ ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ซึ่งบางท้องถิ่นขาดแคลนบุคลากร จนไม่สามารถที่จะบริหารงานได้เลย ปัจจุบันอุปสรรคอยู่ที่การสอบบรรจุของข้าราชการ ที่กระจุกอยู่ที่ส่วนกลางเวลาบรรจุต้องเรียงตามลำดับ เราควรให้ท้องถิ่นเป็นคนจัดสอบเอง เพื่อท้องถิ่นจะได้บริหารงานอย่างเต็มศักยภาพ เพราะบุคลากรในท้องถิ่นจะมีความเข้าใจ ท้องถิ่นของตนเองและมีความต้องการของชาวบ้านที่เขาอยู่อาศัย ปัจจุบันเราจะเห็นส่วนมาก เป็นคนต่างถิ่นที่สามารถจะบรรจุได้ อย่างภาคใต้บรรจุได้ไปอยู่ภาคอีสาน ภาคอีสานไปอยู่ ภาคเหนืออย่างนี้ เป็นต้น ซึ่งเมื่อทำงานได้ครบ ๒ ปี ก็จะขอโยกย้ายกลับภูมิลำเนาทันทีเลย เมื่อเจ้าหน้าที่โยกย้ายกลับบ้านก็จะทำให้ อปท. นั้น ๆ ขาดบุคลากรทันที ดิฉันจึงเห็นควรว่า ให้จังหวัดนั้น ๆ เป็นคนดำเนินการสอบของบุคลากร เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และการโยกย้ายออกนอกพื้นที่ เพราะปัญหาหลักที่ท้องถิ่นพบมากที่สุดและควรที่จะมี การจัดการก็คือการสอบแข่งขันข้าราชการตามที่ท้องถิ่นร้องขอ เพราะจะทำให้ท้องถิ่น มีความคล่องตัวในการทำงานและบริหารการจัดการ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและ ความจำเป็น เพื่อเป็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีเป็นระบบ ท่านประธานเพื่อไม่ให้ขัดกับบทบัญญัติและหลักการการกระจายอำนาจของการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ดิฉันเห็นควรตามมาตรา ๓ ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ สุดท้ายท่านประธาน ดิฉันขอเสนอแนวทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อ การทุจริตและต่อระบบอุปถัมภ์กับทางคณะกรรมาธิการ ๔ แนวทาง ๑. ควรมีการสร้างกลไก การกำกับดูแล การตรวจสอบที่เป็นอิสระและเข้มแข็ง พิจารณาให้ตัวแทนจากภาคประชาชน หรือองค์กรอิสระต่อต้านการทุจริตเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลไกเพื่อตรวจสอบได้ด้วย ๒. กำหนดมาตรฐานการสอบระดับชาติพร้อมการเสริมสร้างศักยภาพท้องถิ่นจะได้มี ศูนย์กลางพัฒนาข้อสอบและกำหนดมาตรฐานการสอบที่เป็นอิสระ เพื่อจัดทำข้อสอบกลาง ที่มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพในการจัดสอบ ให้โปร่งใสแล้วก็มีประสิทธิภาพ ๓. การปรับปรุงกลไก การโอนย้ายของบุคลากรโดยคำนึงถึง ความเป็นธรรมและสิทธิส่วนบุคคล ควรให้บุคลากรที่ถูกโยกย้ายมีสิทธิในการอุทธรณ์ ทางเลือกในการเลือก อปท. ปลายทางตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต ครอบครัวและบุคลากรเองด้วย ๔. การแก้ไขความขัดแย้งบทบัญญัติในร่างกฎหมาย เพื่อความชัดเจน ให้แก้ไขให้บังคับใช้ได้ด้วยความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ท่านประธานสุดท้ายดิฉัน ขอยืนยันสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับระเบียบบริหารงานส่วนบุคคลทุกร่าง เพื่อคืนอำนาจให้กับท้องถิ่นอย่างจริงจัง ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผมใคร่ขออนุญาตท่านประธาน เพื่ออภิปรายสนับสนุนการรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่ท่านพัฒนา สัพโส ของพรรคเพื่อไทย ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ พรรคประชาชน และท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกทั้งหมด ท่านประธานในสัปดาห์ที่แล้วกระผมได้มีการอภิปรายรับหลักการพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งกระผมได้ยืนยัน มาตลอดว่ากระผมจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ออกมาจาก คำสั่งของ คสช. จะเป็นฉบับไหนก็แล้วแต่ ผมยืนยันมาตลอดเพราะมันเกิดขึ้นจากอำนาจ ที่เขายึดอำนาจมากระผมจะรับหลักการทุกฉบับ แม้กระทั่งฉบับที่ผมกำลังอภิปรายนี้ วันนี้ ก็เช่นเดียวกันร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ นี้ การขับเคลื่อนปฏิรูปการบริหารบุคคลในท้องถิ่นเกิดจากการที่ คสช. ได้ยกเลิกเมื่อปี ๒๕๖๐ คือการทำลายระบอบประชาธิปไตย เป็นกฎหมายที่ไม่ต้องการที่จะให้ท้องถิ่นเขามีอำนาจ หรือกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญฉบับเก่า ๆ ที่เป็นประชาธิปไตย เป็นกฎเหล็ก ที่เขาเอามาควบคุมเอาไว้ท่านประธาน ความเข้มแข็งของท้องถิ่นแล้วก็มีจุดประสงค์อย่างนี้ มันจะมีความเข้มแข็งได้อย่างไร คำสั่ง คสช. ทุกฉบับ คือการรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางและ เอาอำนาจทั้งหมดของพวกเขาเองทั้งนั้นก็เป็นที่ทราบกันดี หลาย ๆ ท่านก็ได้พูด จำเป็นต้อง ย้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะได้รู้ว่าพี่น้องประชาชนส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ สส. ไม่ชอบในการที่ยึด อำนาจเอามาเป็นของตัวเองแล้วอยากสั่งอะไรก็สั่ง ท่านประธานที่เคารพคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ นั้นมันขัดแย้งหลักการกระจายอำนาจอย่างสิ้นเชิงทำให้ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. เทศบาล อ่อนแอไม่สามารถที่จะบริหารงานบุคคลได้อย่างมีอิสระได้เลย กฎหมายหลาย ๆ ฉบับที่เราพยายาม ไม่ว่าจะท่านพัฒนาเสนอคราวที่แล้วก็ได้บ่นไปแล้ว เมื่อเช้านี้ก็ไม่สามารถจะทำได้ เพราะว่ากฎหมายที่จะออกมามันเป็นกฎหมายที่พี่น้อง ประชาชนหรือนักการเมืองในส่วนท้องถิ่นที่ผู้อาสาเข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เขาต้องการไม่อย่างนั้นเขาจะกระจายอำนาจไปทำไม เพราะฉะนั้นการบริหารมันขาด ประสิทธิภาพ เฉพาะเรื่องท้องถิ่นคนที่รู้ปัญหาดีที่สุดและสัมผัสกับพี่น้องประชาชน ความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นนั้นก็คือคนในท้องถิ่นเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่คำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ จะมีการประกาศใช้อำนาจในการตัดสินใจเพื่อที่จะ ดำเนินการสอบแข่งขัน สอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการพนักงานท้องถิ่นล้วนเป็น อำนาจของท้องถิ่นทั้งสิ้น ถ้ายกเลิกมันก็จะกลับไปเป็นกฎหมายพระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติที่เขาร่างขึ้นมาผ่านสภาทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย พอยึดปุ๊บคำสั่งก็ ออกปั๊บ แล้วรวมทั้งการโอนราชการด้วย การโอนพนักงานท้องถิ่น ระหว่างการปกครอง ส่วนท้องถิ่นด้วยกันเขาก็ใช้หลักการตามความสมัครใจของเขาเอง เป็นเรื่องที่ดีต่อท้องถิ่น และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นตั้งใจในการที่จะทำงาน เพื่อท้องถิ่น ไม่ต้องพะวักพะวงครอบครัวอยู่ตรงไหน โน่นนี่นั่นอะไรต่าง ๆ สุดท้ายประโยชน์ ก็ต้องตกอยู่ที่ท้องถิ่น ประโยชน์มันก็ตกอยู่ที่พี่น้องประชาชนและผู้ที่จะไปสอบรับราชการ นั่นล่ะ บางคนได้ไปอยู่ต่างจังหวัดห่างลูกห่างเมียก็ไปติดสาวใหม่ เมียก็ไปมีชู้ก็มีเป็นบางคน ผมยกตัวอย่าง เพราะฉะนั้นเราจะต้องยกเลิก ท่านประธานที่เคารพเมื่อมีการใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ โดยอาศัยอำนาจ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวในขณะนั้น เมื่อปี ๒๕๕๗ เป็นรัฐธรรมนูญที่คลอดออกมาจากพวกใครก็แล้วแต่ยังมีชีวิตอยู่ จากพวกเผด็จการนั่นล่ะ เพราะฉะนั้นทำให้เกิดคณะกรรมการกลางขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกว่าคณะกรรมการกลาง ข้าราชการพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อเข้ามา พอตั้งออกคำสั่งก็เพื่อเข้ามา คณะกรรมการกลาง นั่นล่ะ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ควบคุมหรือใช้อำนาจในการสอบแข่งขันการสอบคัดเลือก การคัดเลือก การโอน ซึ่งมันขัดกับหลักการกระจายอำนาจของการปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างชัดเจนท่านประธาน ดังนั้นกระผมขอให้งานบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเป็นไปด้วย ความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัวและมีความสำคัญเมื่อท้องถิ่นที่ได้ ข้าราชการที่มีใจอยากจะทำงานของท้องถิ่น ดังนั้นกระผมจึงขอสนับสนุนรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ แล้วก็จะต่อด้วยคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตท่านประธานมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูป การบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งมีเพื่อน สมาชิกคือท่าน สส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และท่าน สส. มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นผู้เสนอ และเพื่อนสมาชิกอีกหลายพรรคการเมือง รวมทั้งหมด ๖ ร่าง ท่านประธาน ผมได้มีโอกาส นั่งฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายร่างกฎหมายที่มีความสำคัญกับคนท้องถิ่นมาเป็นระยะเวลา พอสมควร โดยส่วนตัวผมมีความเห็นด้วยกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่นทั้งหมดที่เสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ ผมพูดให้พี่น้องที่อยู่ทางบ้านได้ทราบ ง่าย ๆ ดังนี้ว่าในร่างพระราชบัญญัติที่เราเสนอกำลังพิจารณาอยู่นี้มีอยู่แค่ ๒ ส่วน เพื่อแก้ไข ปัญหาปัจจุบัน ส่วนแรกก็คือมอบอำนาจกลับคืนไปให้ท้องถิ่นในการจัดสอบแข่งขันและสอบ คัดเลือก เดิมทีเรามีร่างพระราชบัญญัติบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นพุทธศักราช ๒๕๔๒ ใช้อยู่ แต่ว่าเมื่อปี ๒๕๕๗ เกิดเป็นข่าวทั่วประเทศว่ามีการทุจริตจัดสอบแข่งขันที่จังหวัด แห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีการเรียกรับข้าราชการที่อยากเป็น อบต. อยากทำงานในเทศบาล หรือแม้กระทั่งทำงานที่ อบจ. หัวละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งก็ปรากฏเป็นข่าวทั่วประเทศ หลังจากนั้นเมื่อ คสช. เข้ามาบริหารบ้านเมืองเห็นปัญหา ดังกล่าวก็เลยได้ออกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ โดยยกเลิกอำนาจไม่ให้ท้องถิ่นจัดสอบแข่งขัน สอบคัดเลือกเอง แล้วโอนอำนาจตรงนี้กลับมาให้ที่คณะกรรมการกลางซึ่งอยู่ที่กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นในการเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบแข่งขันและสอบคัดเลือก เราก็คิดว่า เมื่อโอนจากท้องถิ่นมาที่ส่วนกลางแล้วปัญหาการทุจริตจะหมดไป แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น ในทางตรงกันข้ามปัญหาการทุจริตยังมีเหมือนเดิม จังหวัดของผมจังหวัดศรีสะเกษ ผมเองเป็นผู้แทนราษฎรมาผมได้รับฟังพี่น้องประชาชนร้องเรียนจำนวนมากว่าเวลา ก. กลาง จัดสอบแข่งขันทุกครั้งจะต้องมีนายหน้าทั้งจากต่างจังหวัดและในจังหวัดเองมาเรียก ถ้าอยากรับราชการซี ๑ จ่าย ๓๐๐,๐๐๐ บาท ซี ๒ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ซี ๓ ๗๐๐,๐๐๐ บาท รับประกันว่าได้ซึ่งก็เป็นอย่างนั้น ผมเองเมื่อฟังอย่างนี้มานานได้มีโอกาสมาเป็นผู้แทนราษฎร นี่คือสิ่งแรกที่ผมอยากจะแก้ไขปัญหา ผมได้นำเรื่องนี้ปรึกษาหารือกับท่านอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านก็เห็นด้วย ท่านเห็นด้วย กับการกระจายอำนาจ โดยการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ แล้วโอนกลับไปให้ท้องถิ่น ทั่วประเทศมีอำนาจในการจัดสอบแข่งขันเองและสอบคัดเลือกเอง เพื่ออย่างน้อย หากยังมีการทุจริตอยู่ในท้องถิ่น ท้องถิ่นแต่ละที่มีประชาชนที่ใกล้ชิดสามารถตรวจสอบ การทุจริตได้ และเราสามารถจับผู้ทุจริตได้ แต่วันนี้เมื่อ ก. กลาง เป็นผู้จัดสอบเอง เราไม่สามารถจับคนทุจริตได้ การเสนอร่างพระราชบัญญัติครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศ คนยากคนจนที่มีลูกหลานเขาเรียนจบมีความรู้เขาจะได้มีโอกาสเข้ามา ทำงานให้ท้องถิ่นบ้าง ไม่ต้องไปขายนาเหมือนอย่างเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต นอกจากเรื่อง จัดสอบแข่งขันแล้ววันนี้ท้องถิ่นทั่วประเทศก็มีปัญหาเช่นกันในการบรรจุผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็น ระดับปลัด ผอ. กองช่าง ผอ. สำนักต่าง ๆ ซึ่งจากข้อมูลที่ผมมีทราบว่ามีตำแหน่งว่าง รอบรรจุมากถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าตำแหน่ง แต่ไม่สามารถบรรจุได้ เพราะอะไร ก็เพราะคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ นี้ มอบอำนาจในการสอบคัดเลือกให้กับ ก. กลาง แต่ ก. กลาง อยู่ที่กรมไม่สามารถดำเนินการได้ ก็โอนไปให้คณะกรรมการระดับจังหวัดทำ คณะกรรมการระดับจังหวัดไม่ใช่นิติบุคคล เมื่อมีอำนาจที่ ก. กลาง เขามอบมาให้ก็ไม่สามารถจัดสอบได้เพราะไม่มีเงินไปจัดสอบ ก็ต้องไปขอสมาคม อบจ. สันนิบาตเทศบาล เพื่อไปขอเงินเขามา ๔ ล้านบาท ๕ ล้านบาทบ้าง เพื่อมาจัดสอบคัดเลือกปัญหาก็ค้างคาอยู่วันนี้ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบแข่งขัน แก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่นทั่วประเทศ จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้อง ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ และใช้ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอที่สภาในวันนี้เพื่อแก้ไข ปัญหาทั้ง ๒ เรื่องดังกล่าว นอกจากนั้นในมาตรา ๕ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการเพิ่ม วรรคสาม วรรคสี่และวรรคห้าของมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๔๒ โดยระบุว่าในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเพื่อให้การบริหารงานของ อบจ. และการปฏิบัติราชการของข้าราชการ อบจ. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ระหว่างข้าราชการ อบจ. กับผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้นำชุมชนและไม่สามารถดำเนินการโอนข้าราชการ อบจ. ระหว่าง อบจ. ตามหลัก ความสมัครใจได้ ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการ อบจ. พิจารณาและมีมติให้ข้าราชการ อบจ. โอนไปสังกัด อบจ. อื่นได้ โดยให้คณะกรรมการข้าราชการ อบจ. ประสานกับ อบจ. ที่เกี่ยวข้องก่อน มาตรานี้เป็นมาตราที่ดีมาก เพิ่มเติมมาดี เนื่องจากต้องการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งระหว่างข้าราชการกับผู้บริหารและผู้นำชุมชน บางครั้งข้าราชการอยากย้ายไป ทำงานที่อื่นแต่ผู้บริหารไม่ให้ก็เกิดปัญหา บางครั้งผู้บริหารอยากจะให้ข้าราชการคนนี้ ไปทำงานที่อื่นแต่เขาไม่สมัครใจก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน ดังนั้นทั้งหมดที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มา รวมทั้งยกเลิกคำสั่ง คสช. ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยที่ควรจะคืนอำนาจนี้กลับไปสู่ท้องถิ่น เราเห็นด้วยกับหลักการ กระจายอำนาจ ยืนยันกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกท่าน จะลงมติเห็นด้วยรับหลักการกับทุกร่างในวันนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว และจะต่อด้วยคุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ แล้วก็ ท่านสุดท้ายจะเป็นท่านจาตุรนต์ ฉายแสง เชิญคุณหมอชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ขอบคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้อภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยเพื่อน สมาชิกทั้งหมด ๕ ฉบับ กลุ่มแรก เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่านสมาชิกวรภพ วิริยะโรจน์ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ท่านสมาชิกสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และคณะ และท่านสมาชิกพัฒนา สัพโส และคณะ เป็นผู้เสนอ อีก ๒ ฉบับ เป็นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคล ท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ซึ่งท่านสมาชิกวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะเป็นผู้เสนอเช่นกัน อีกฉบับหนึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เช่นเดียวกัน เสนอโดยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และคณะ ท่านประธานที่ผม ยกเอาตัวร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๕ ฉบับนี้มากล่าวนำเพราะผมต้องการให้ความสำคัญ ในการอภิปรายของผม วาระนี้เป็นวาระที่หนึ่งชั้นรับหลักการ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ การพิจารณาที่จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสภา ขณะนี้สภามีมติให้นำ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับมาพิจารณารวม หมายความว่า ผู้เสนอหลักการเหตุผล เสนอผ่านไปแล้วให้สมาชิกลุกขึ้นอภิปรายได้ จะเลือกทั้งหมดหรือเลือกบางฉบับมาอภิปราย ก็แล้วแต่สมาชิกที่จะให้ความสนใจ เพราะฉะนั้นเรื่องแรกที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานในการพิจารณา เมื่อพิจารณารวมแบบนี้การลงมติสภาแห่งนี้จะลงมติอย่างไร จริงอยู่เป็นอำนาจของสภาที่จะวินิจฉัยอำนาจของท่านประธานด้วยว่าจะแยกลงมติหรือ รวมลงมติ ผมกราบเรียนท่านประธานสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ซึ่งผมจะไม่ย้อนไป เหตุการณ์เช่นเดียวกัน มีการแบ่งกฎหมายเกี่ยวกับด้านการศึกษาเป็น ๒ กลุ่ม แยกลงมติ ใช้ร่างใดร่างหนึ่งเป็นร่างหลักก็ผ่านไปแล้ว แต่วันนี้ทำนองเดียวกันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับ การบริหารงานของบุคคลส่วนท้องถิ่น กฎหมายมีลักษณะเดียวกันคือ ๑. นำกฎหมายหลัก ที่ว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นมาแก้ไขเพิ่มเติม และเป็นการยกร่างกฎหมาย ขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งเสนอโดย ๒ ท่าน เป็นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ ที่ผมเน้นตรงนี้เพราะอะไร การพิจารณารวมของเราวันนี้ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าเวลาลงมติผมอยากจะให้แยกลงมติ แยกลงมติอย่างไร ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการทำนองเดียวกันเรามารวมกันลงมติได้ อย่างในวันนี้มี ๕ ฉบับ ๕ ฉบับนี้หลักการทำนองเดียวกันมี ๓ ฉบับ นั่นคือระเบียบบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่นที่เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และอีก ๒ ฉบับ ผมถือว่าเป็นคนละหลักการกับ ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น แม้จะพูดเรื่องเดียวกันเรื่องการบริหารงานบุคคล เพราะอะไร เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. นี้หลักการคือยกเลิกคำสั่ง คสช. ตามที่เขียนมาในตัวร่าง จริงอยู่ผู้ร่างที่ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้นำเอาการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ ไปเขียนไว้ในหลักการด้วย ทั้ง ๓ ฉบับเขียนไว้ด้วย ทำให้สภาแห่งนี้มองว่ามันเป็นหลักการ เดียวกันน่าจะรวมลงมติได้ และยกร่างใดร่างหนึ่งขึ้นมาเป็นหลักในการพิจารณา ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ เสมือนว่ามันมีหลักการทำนองเดียวกันแต่กฎหมายที่เรา ใช้อยู่ขณะนี้มันมาคนละฉบับกัน คำสั่ง คสช. ๑ ฉบับ ๑ คำสั่ง มีสถานะเหมือนกฎหมาย ๑ ฉบับ คำสั่ง คสช. ที่ออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ๑ ฉบับ ๑ คำสั่ง เท่ากับกฎหมาย ๑ ฉบับ มีสถานะเป็นกฎหมาย ถ้าจะยกเลิกคำสั่งเหล่านั้นต้องใช้กฎหมายยกเลิกก็คือ ตราเป็นพระราชบัญญัติยกเลิกซึ่งเพื่อนสมาชิกก็เห็นอย่างนั้น ก็เลยตราร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ ขึ้นมา ๒ ท่าน ทำนองเดียวกันเราเคยพิจารณากฎหมาย ทำนองนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเราไปแล้วหลายฉบับเลยแต่ทำรวมเป็นฉบับเดียว เป็นร่าง ยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑ ๒ ๓ ว่าไป ขณะนี้อยู่ชั้นวุฒิสภาแล้วฉบับนั้น แต่มีอีกหลายฉบับที่ไม่สามารถเอาไปรวมกฎหมายที่เราทำไปคราวก่อนได้ เนื่องจากมันมี ความเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง ก็เลยมีความจำเป็นต้องแยกออกมาต่างหาก เช่น คำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ ที่ว่าด้วยการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคล เขาใช้คำว่า การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ผมขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวอาจจะใช้เวลาสักนิดหนึ่ง ผมจะไม่ลงรายละเอียดเนื้อหาแต่จะลงวิธีการที่จะฝาก ไปยังท่านประธาน เพื่อนสมาชิกและกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นเวลาลงมติขอให้แยกเอา กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมไปอยู่ในกลุ่มเดียวกันลงไป จะเลือกร่างไหนเป็นร่างหลักผมไม่ได้ติดใจ และอีกกลุ่มหนึ่งก็คือกฎหมายที่ว่าด้วยคำสั่งก็แยกเป็นอีกกลุ่มหนึ่งลงมติ จะใช้ร่างใดเป็น ร่างหลักไม่ได้ติดใจเพราะว่าหลักการทำนองเดียวกัน เนื้อหาใกล้เคียงกันมาก เพียงแต่ฉบับ ของท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ มีบทเฉพาะกาลมารองรับ เท่านั้นเอง ท่านประธานประเด็นที่ผมเน้นก็คือว่าการนำเอาหลักการมาใส่ในกฎหมายว่าด้วย ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หลักการยกเลิกคำสั่งคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคล ท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ อยู่ในกฎหมายหลักที่ท่านต้องการแก้ไขเพิ่มเติม เหมือนกฎหมาย การศึกษาที่เราทำผ่านไป ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมตามไปแปรญัตติยกเลิกทั้งหมดเลย แล้วผมจะไปสู้ในชั้นกรรมาธิการด้วยว่าเหตุผลคืออะไร ท่านประธานเมื่อวานเกิดเหตุการณ์นี้ ในสภาแห่งนี้ เราตรากฎหมายฉบับหนึ่งไปครอบงำหรือไปขัดหรือแย้งกับกฎหมายอื่นที่มีอยู่ กฎหมายแก้ไขเพิ่มท่านประธานครับ ท่านสามารถแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาสาระที่อยู่ใน ตัวกฎหมายนั้นได้ จะตัดออกจะเพิ่มเข้าก็อยู่ในตัวกฎหมายฉบับนั้น เราเรียกกฎหมายแก้ไข เพิ่มเติม แต่ไม่สามารถเอากฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมไปยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นได้ ผมก็ไม่เข้าใจว่าฝ่ายสภาเราคิดอย่างไร เพราะว่ากฎหมายลักษณะอย่างนี้เข้ามาหลายฉบับแล้ว เวลาสมาชิกเสนอร่างไปที่ฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาไปรับฟังความเห็นไม่มีใครทักท้วง ผมเห็นแล้วผมตกใจ รัฐธรรมนูญก็บอกชัดว่าเขาเป็นกฎหมาย ถ้าคุณจะยกเลิกเขาคุณก็ออก กฎหมายไปยกเลิกก็คือกฎหมายยกเลิกคำสั่งเป็นการเฉพาะไป ไม่สามาถเอาระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นไปยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการบริหาร งานบุคคล เข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกันแต่กฎหมายคนละฉบับกัน ผมถามว่าสภาแห่งนี้สมมุติ ผ่านร่างนี้ไป ในมาตรา ๓ เขียนว่ายกเลิกคำสั่งนี้ ถ้าใช้บังคับมันสามารถใช้บังคับได้ไหม เพราะตัวกฎหมายฉบับนั้นยังอยู่ แต่ถ้าเพื่อนสมาชิกที่คิดถูก ถูกกระบวนการ ถูกนิติวิธี ก็คือตราร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับทันที ถ้าให้มี บทเฉพาะกาล บทเฉพาะกาลก็ต้องไปบังคับใช้ต่อ และพอยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้อง คำสั่ง คสช. ทั้งหมดที่ออกมาโดยรวมมีสภาพบังคับไปยกเลิกหรือการใช้บังคับกฎหมายเดิม แต่ไม่ได้ยกเลิกกฎหมายเดิมออกไป มีสภาพไม่ให้สาระบัญญัติของกฎหมายเดิมใช้บังคับได้ ตัวกฎหมายนั้นยังอยู่ แต่ตราบใดที่มีคำสั่ง คสช. นี้คุมอยู่บทบัญญัติที่เขาไปห้ามเอาไว้ ใช้บังคับไม่ได้ เวลาเรายกเลิกคำสั่ง คสช. ไปปุ๊บตัวกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก็จะเกิดผลใช้บังคับ ทันที เพราะอันนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว คำสั่งนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว ณ วันราชกิจจานุเบกษาประกาศ กฎหมายเดิมเขามีสภาพบังคับขึ้นมาทันทีก็เอาไปใช้ตามกฎหมายนั้น นี่คือหลักการโดยทั่วไป เป็นอย่างนี้ แต่ว่าสภาแห่งนี้กำลังเอากฎหมายบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นไปยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ว่าด้วยการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กฎหมายคนละฉบับกันท่านประธาน มันไปย้อนแย้งกัน ผมเชื่อว่าวิธีการอย่างนี้ทำไม่ได้ เมื่อวานนี้มีข้อถกเถียงเยอะที่เราเอากฎหมายล้มละลาย ไปยกเลิกคุณสมบัติของคนที่จะเป็นข้าราชการหรือเป็นข้าราชการอยู่ไม่ให้ล้มละลาย เมื่อล้มละลายแล้วยังให้เป็นข้าราชการต่อหรือสมัครมาเป็นข้าราชการต่อได้ เราเขียน ในกฎหมายล้มละลายได้ แต่กฎหมายอื่นที่เขาเขียนรออยู่เป็นบทต้องห้ามว่า ห้ามบุคคล ล้มละลายเป็นข้าราชการหรือล้มละลายแล้วต้องออกจากราชการ บทบัญญัตินั้นยังอยู่ ไปยกเลิกเขาไม่ได้ เว้นแต่เขาเอาข้อเสนอของกฎหมายล้มละลายไปแก้ไขเพิ่มเติมในกฎหมายเขา ในคุณสมบัตินั้นมันถึงจะมีผลใช้บังคับ เวลาสภาเราออกกฎหมายเราจะระมัดระวังมากว่า กฎหมายเราไม่มีบทสภาพบังคับกับกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับอยู่หรือไม่ แล้วมันบังคับได้ หรือเปล่า อันนี้คือข้อห่วงใยของผม เพราะฉะนั้นโดยสรุปท่านประธานหลักการที่เขียนมา หลักการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือ ก.ถ. ที่จะเพิ่ม (๖) เข้าไป ผมไม่ติดใจเลยเห็นด้วย เพิ่มอำนาจ ก. กลางไปให้เรื่องโอนย้ายข้าราชการประจำของท้องถิ่น ผมไม่ได้ติดใจเลย เห็นด้วย แต่ผมติดใจหลักการที่ท่านเอาคำสั่ง คสช. มาเป็นหลักการยกเลิกในกฎหมาย บริหารงานบุคคลผมไม่เห็นด้วย และผมจะตามไปแปรญัตติแก้ไขในชั้นกรรมาธิการด้วย ท่านประธานเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราต้องให้ความสำคัญมากในการตรากฎหมาย ของพวกเรา โชคดีท่านทำมาเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของการบริหารบุคคล ในกฎหมายฉบับนี้ และท่านก็เข้าใจว่าเมื่อมาตรา ๓ มันมีอยู่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว มันจะเป็นผลการยกเลิกนั้นทันที ท่านบอกว่าบทบัญญัติที่แก้ไขก็จะใช้บังคับได้ทันที ผมไม่เชื่ออย่างนั้น เพราะว่าคำสั่ง คสช. มันยังอยู่ กฎหมายฉบับนี้จะไปมีผลให้ยกเลิก มันเป็นไปไม่ได้ ผมเลยกราบเรียนท่านประธานว่าในชั้นรับหลักการผมนำเรียนด้วยความเคารพ หลักการ ๒ หลักการ ผมเห็นชอบ แต่หลักการที่ไปเขียนในกฎหมายบริหารงานบุคคลที่เอา คำสั่ง คสช. ไปเป็นหลักการผมไม่เห็นด้วย และประการสุดท้ายท่านประธานฝากเป็นประเด็น ซึ่งผมเคยอภิปรายไว้ในสภาแห่งนี้แล้ว การเสนอร่างพระราชบัญญัติที่เป็นกฎหมายยกเลิก กฎหมายยกเลิกอย่างเช่นของสมาชิกที่ทำขึ้นมา ของคุณวรภพ ท่าน สส. วรภพเขาเขียน ยกเลิกแล้วไม่มีบทเฉพาะกาลรองรับ ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องมีผู้รักษาการ สภาพบังคับบังคับได้ ทันทีเลย แต่ของท่านสฤษฏ์พงษ์มีบทเฉพาะกาลท่านประธาน บทเฉพาะกาลนี้มีผลที่จะต้อง ให้นำสู่การปฏิบัติ เช่น ไปแต่งตั้งคณะกรรมการให้มาทำหน้าที่ ถ้ามีบทเฉพาะกาลอย่างนี้ มันต้องมีผู้รักษาการเพื่อจะนำกฎหมายไปสู่ปฏิบัติ อันนี้ก็ฝากท่านประธานไปยัง ท่านกรรมาธิการด้วย ท่านต้องไปเติมผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ด้วย ถ้าเป็นเรื่อง การศึกษาก็ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการ เพื่อจะนำกฎหมายไปสู่ การปฏิบัติ ด้วยความเคารพท่านประธานสิ่งที่ผมได้อภิปรายมา ผมอยากให้สภาแห่งนี้มีหลัก เราเป็นผู้ออกกฎหมาย เป็นผู้ตราบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับในการบริหารราชการ แผ่นดิน กติกาต้องเป็นกติกาที่ชอบ มีที่มาที่ชอบ เป็นไปตามหลักนิติวิธีที่พวกเราได้ยึดโยง กันมาตลอด ยึดถือกันมาตลอด ฝากทุกฝ่ายเราช่วยกัน เห็นด้วยกับหลักการบางส่วน ไม่เห็นด้วยกับหลักการบางส่วน ลงคะแนนนี้ผมตัดสินใจยากมากเพราะว่ามันต้องตัดสินใจ อย่างเดียวว่าจะเอาหรือไม่เอา รับหรือไม่รับเท่านั้นเอง ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานทั้ง ๕ ร่างผมเห็นด้วย แต่ตลอดรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีผลบังคับใช้ เรามีความหวังกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒. เราเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ ๓. ที่สำคัญงบประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ท้องถิ่น จะได้จากงบประมาณแผ่นดินแต่ละปี แต่เรามองอย่างเดียวท่านประธาน เรามองเรื่องรายได้ รายรับ รายจ่าย งบอุดหนุน จนสิ่งที่เราลืมมองไปของท้องถิ่นก็คือเรื่องของบุคลากรท้องถิ่น ในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานมรดกจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ของคณะ คสช. ออกคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติ คำสั่งที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อน ปฏิรูปการบริหารงานบุคคล ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ นี่คือต้นเรื่องที่เราจะอภิปราย ที่เราอภิปรายมาทั้งหมด นี่คือต้นเรื่องจาก คสช. เป็นการใช้อำนาจของคณะกรรมการกลาง ก็คือของ อบจ. เทศบาล และของ อบต. ให้อำนาจทำไม สอบแข่งขัน สอบคัดเลือก คัดเลือก ข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นในการโอนย้าย ท่านประธานมันก็จะส่งผลไปยังท้องถิ่นที่ได้ บุคลากรไม่ตรงกับความรู้ความสามารถที่ต้องการ ๒. ขัดกับหลักการกระจายอำนาจของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับการโอนข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในปัจจุบันขาดความคล่องตัวในการโอนย้ายข้าราชการ เนื่องจากการโอนข้าราชการปัจจุบัน ต้องได้รับความยินยอมจาก ๓ ฝ่าย ๑. ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ๒. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้นสังกัด ๓. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปลายทาง เปรียบเทียบกับสนามบินท่านประธาน ข้าราชการเป็นนักบินจะบินจากดอนเมือง ถ้าดอนเมืองไม่อนุญาต ต้นสังกัดไม่อนุญาตจะบิน ไปหาดใหญ่ปลายทางบ้านผมไม่ได้ นี่ก็คือปัญหาของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน เมื่อความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารและข้าราชการไม่สามารถจะโอนย้ายได้ เพราะอะไร ข้าราชการเขาไม่สมัครใจไป ฝ่ายบริหารก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ย้ายได้ การทุจริต เรียกรับผลประโยชน์เรื่องบุคลากรท้องถิ่นเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นเรื่องใหญ่จนให้คณะรักษา ความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือว่า คสช. มีภารกิจหลายภารกิจครับท่านประธาน แต่ ๑ ภารกิจ ที่มาดำเนินการก็คือเรื่องของท้องถิ่น เพราะฉะนั้น คสช. หมดไปแล้ว ท่านประธานแต่คำสั่งยังอยู่ อำนาจเหล่านี้มันไม่ได้หมดไปเปรียบเสมือนกฎหมายฉบับหนึ่ง สิ่งที่ฆ่าได้ผมขอย้ำ สิ่งที่จะฆ่าคำสั่ง คสช. คำสั่งคณะ คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. คือรัฐสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ กฎหมายเหล่านี้ก็กำลังจะดำเนินการในการฆ่าคำสั่ง คสช. ในปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปีแล้วท่านประธานที่ท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบต. ผมขอ ยกตัวอย่างให้พวกเราได้เข้าใจง่าย ๆ ในโครงสร้างของ อบต. มีปลัด อบต. รองปลัด อบต. หัวหน้าสำนักปลัด กองคลัง กองช่าง กองการศึกษา กองสวัสดิการ กองสาธารณสุข ผมขอยกตัวอย่าง ท่านประธานตำบลธารคีรีผมเพิ่งอภิปรายไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเป็น ตำบลเล็ก ๆ มีประชากรประมาณไม่เกิน ๖,๐๐๐ คน ติดรอยต่อระหว่างจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี ท่านประธานรู้ไหมเมื่อ ๔ ปีที่แล้วผมเดินทางไปที่ อบต. ธารคีรี ไปเจอท่าน นายก อบต. สอบถามว่าท่านของบประมาณไปหรือยัง คำตอบคืออะไรท่านประธาน ไม่มีปลัด ไม่มีรองปลัด ไม่มี ผอ. กองคลัง ไม่มี ผอ. กองช่าง ไม่มี ผอ. กองการศึกษา ไม่มี ผอ. กองสวัสดิการ ไม่มี ผอ. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานจะทำงานกันอย่างไร วันนี้ทุก อบต. ทุกเทศบาลมีปัญหาในการสอบที่กองกลาง ปรากฏว่า อบต. ทุกที่วันนี้ไม่มี ผอ. กองช่าง ไม่มีช่าง เพราะฉะนั้นการออกแบบ การขอสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลไม่สามารถ ทำได้เลย ท่านประธานรู้ไหมท่านนายกคนนี้บอกว่า สส. เป็นมา ๔ ปี เสียโอกาส ไปจ้าง ผอ. กองช่างอีกเทศบาลหนึ่งที่อำเภอจะนะท่านประธาน ห่างกันเกือบ ๑๐๐ กิโลเมตร มาออกแบบ ปรากฏว่าออกแบบไม่ทันเพราะงานล้นมือก็เลยจ้างลูกจ้างในพื้นที่เป็นคน เขียนแบบ เมื่อเขียนแบบถนนคอนกรีต ถนนลูกรัง ปรากฏว่ามันเป็นถนนในแนวภูเขา ช่างมาช่างไม่เซ็นรับรองให้ ปรากฏว่าวันนี้เหมือนที่ผมบอกว่าทุก อบต. ทุกเทศบาล ขาดบุคลากรที่จะมาบริหาร เพราะฉะนั้นมีการมอบหมายในการรักษาการมีคนอยู่คนเดียว ทำหน้าที่คือปลัด หัวหน้าสำนักงานรักษาการทุกหน่วยให้เซ็นหนังสือไม่เซ็น ให้ดำเนินการ อะไรไม่ทำ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายพื้นที่ผมขอยกตัวอย่าง เพราะฉะนั้นเมื่อมีการแก้ไข พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นที่ต้องแก้ท่านประธาน ปี ๒๕๔๒ ต้องแก้เลย และต้องแก้คำสั่งยกเลิกคณะ คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูป การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ทำให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถแต่ละท้องถิ่น ๒. การคัดเลือกบุคลากรมีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งจะต้องพึงระวังเหล่านี้ท่านประธาน สิ่งที่ต้องพึงระวังก็คือมาตรฐานในการจัดสอบ ๓. ระบบอุปถัมภ์ ปัจจุบันคณะกรรมการกลางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดสอบ ภาค ก และ ภาค ข ซึ่งมีมาตรฐานเดียวกัน ผมจึงเห็นด้วยกับท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส. พรรคภูมิใจไทย ที่เสนอร่างเข้ามา ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุดท้าย ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ท่านประธาน ความจริงเราควรจะออกกฎหมายนี้มานานแล้ว แต่ว่าครั้งก่อนได้มีการพยายามออกกฎหมาย ลักษณะเดียวกันนี้ เนื้อหาก็อาจจะเรียกว่าเกือบเหมือนกันเลย ใช้เวลาไปเกือบปี แล้วก็เวลา หลังจากถูกคว่ำไปในสภาล่วงเลยมาอีกหลายเดือนจึงจะมาพิจารณา ปัญหาที่ท้องถิ่นประสบอยู่ จึงสะสมคั่งค้างอย่างมาก ดังที่สมาชิกหลายท่าน รวมทั้งท่านที่เพิ่งอภิปรายจบไปก็ได้ พูดได้ ให้ข้อเท็จจริงแก่สภาแห่งนี้แล้ว ข้าราชการตำแหน่งต่าง ๆ บุคลากรขาดแคลน เพราะไม่สามารถสอบได้ ไม่สามารถบรรจุได้ ผู้บริหารท้องถิ่นไม่สามารถบังคับบัญชา สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาได้ เพราะว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยองค์กรเองหรือ โดยคณะกรรมการก็ตามก็ไม่มีอำนาจ อำนาจไปอยู่ที่ส่วนกลาง นอกจากนั้นก็มีปัญหาเรื่อง การทุจริต ขาดความโปร่งใสของระบบ ซึ่งก็เหมือนกับว่าตอนท้องถิ่นทำเองก็บอกว่ามีปัญหา แบบหนึ่งพอส่วนกลางทำก็มีปัญหาอีกแบบหนึ่งอยู่ดี บุคลากรท้องถิ่นไม่สามารถโยกย้าย ไปปฏิบัติงานใกล้ภูมิลำเนาอยากจะย้ายก็ยากมาก เนื่องจากว่าตอนสอบก็มาสอบส่วนกลาง แต่ต้องไปบรรจุไกล ๆ ไปทำงานไกล ๆ เขาก็อยากย้ายกัน พอจะย้ายก็ย้ายยากอีก ก็เกิดภาวะ ที่ข้าราชการท้องถิ่นหมดไฟในการทำงาน แล้วก็ไม่สามารถดึงคนรุ่นใหม่เข้ามา อันนี้เป็นปัญหาที่เจอมาหลายปีแล้ว หลายปีมากแล้ว ตั้งแต่ออกคำสั่งกันมาก็ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ทีนี้เราพยายามกันไปแล้วและไม่สำเร็จคือกฎหมาย ถูกคว่ำไป สาเหตุสำคัญก็คือสภามองว่าได้ไปแก้มาเกินกว่าหลักการที่สภาเห็นชอบไป ก็น่าเสียดายเวลาที่ทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ คราวนี้ ไม่ควรพลาดอีกแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปก็คือว่ามันต้องมีความสมดุลเหมือนกัน ตอนที่ ท้องถิ่นทำเขาก็บอกว่ามีระบบอุปถัมภ์ มีระบบเส้นสาย อยากได้ลูกหลานตัวเองเข้าไปทำ ก็ไปทำการสอบไม่ได้มาตรฐานทุจริตกันได้ เป็นต้น แล้วก็ถ้าทุกอย่างขึ้นกับท้องถิ่นไปหมด ท้องถิ่นไหนจะเลือกใคร จะรับใคร ไม่รับใครขึ้นกับท้องถิ่นนั้นแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปเลย ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเขาก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมเหมือนกัน เขาต้องการความก้าวหน้า เส้นทางความก้าวหน้า เขาต้องการย้ายบ้างก็จะไม่ได้ย้ายถ้าหากผู้บริหารท้องถิ่นไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นโดยระบบก็ต้องมีการถ่วงดุลกัน ทำอย่างไรเราจะให้มีมาตรฐาน มีความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ ผู้บังคับบัญชาก็สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาได้ แต่ไม่ใช่สั่งตามอำเภอใจ ไม่ใช่สั่งให้เขา ทำผิดกฎหมายไม่พอใจก็ย้ายเขาไปไหนก็ไม่รู้ หรือว่าคนดี ๆ ก็ไม่ยอมรับเข้ามา องค์กรที่ ในระดับเดียวกัน ต่างระดับกัน ข้าราชการท้องถิ่นเขาจะมีเส้นทางความก้าวหน้าทางอาชีพ จากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่งได้ไหม ซึ่งในความเห็นผมที่เคยทำเรื่องการกระจายอำนาจมา ความจริงต้องให้เขามีเส้นทางก้าวหน้า เช่น ทำงาน อบจ. อยู่อยากจะย้ายไป กทม. ถ้าหากว่า พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นชอบก็ควรจะย้ายได้ วันหนึ่งเราอาจจะเห็นปลัด อบจ. เติบโตขึ้นมา แล้วก็กลายไปเป็นปลัด กทม. เป็นต้น แต่ว่าเรื่องการถ่วงดุลกันนี้ในร่างที่เขียนมาก็เขียน มาแล้วเน้นเป็นว่าถ้าไม่ทำตามคณะกรรมการกลางหรือกรรมการระดับจังหวัดก็ให้เสนอผู้ว่า ไปที่กระทรวงมหาดไทย สมาชิกบางท่านก็อภิปรายไป อันนี้ยังเป็นความหลงเหลือของการที่ พยายามให้ผู้ว่าและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปตัดสิน เหมือนกับว่าถ้าแก้กันไม่ได้ ก็ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตัดสิน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ ความจริงควรจะสร้างระบบที่คณะกรรมการของท้องถิ่นจะมีจุดเชื่อมกับส่วนภูมิภาคหรือ ส่วนกลางบ้างก็ได้ แต่ว่าคณะกรรมการต้องมีองค์ประกอบหลักเป็นส่วนท้องถิ่นและให้ คณะกรรมการนี้มีอำนาจให้คุณให้โทษตัดสินไปได้เลย ไม่ต้องขึ้นมาที่ผู้ว่าหรือขึ้นมาที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอย่างที่เขียนในร่างนี้🔗
ประเด็นเรื่องบุคลากรเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ แต่ผมขอใช้โอกาสนี้ก็คือว่า จริง ๆ แล้วเรื่องบุคลากรเป็นปัญหาสำคัญหนึ่งที่ทำให้ท้องถิ่นประสบปัญหามาก แต่ท้องถิ่น ก็ยังมีปัญหาในเรื่องไม่มีอิสระในการตัดสินใจ คำสั่งต่าง ๆ ยังไปกด ไปควบคุมท้องถิ่นไว้ ไม่มีอิสระทางการเงิน งบประมาณรายได้ก็มีน้อยมาก หรือที่มีแบ่งไปให้ก็เอางานของรัฐบาล ไปให้ด้วยไม่ใช่งานที่เกิดขึ้นจากท้องถิ่นเอง ไม่ใช่งานที่ประชาชนในท้องถิ่นเรียกร้องต้องการ ยังติดปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งเราสามารถทำได้ทั้งการแก้กฎหมายและการผลักดันผ่าน คณะกรรมการการกระจายอำนาจ ซึ่งที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีประชุมกันน้อยมาก มีความคืบหน้า ในการกระจายอำนาจน้อยมาก รวมทั้งอาจจะต้องช่วยกันติดตามตรวจสอบการทำงาน ของกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของการที่ทำให้อำนาจกระจุกตัวหรือทำให้เกิด การควบคุมสั่งการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกินจำเป็น ท่านประธานมีประเด็นสุดท้าย นิดเดียว เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกบางท่านก็คือคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็ไม่ได้เสียหาย ท่านเสนอประเด็นว่าการเสนอกฎหมาย ซึ่งในวันนี้มีเสนอเป็น ๒ แบบ แบบหนึ่งคือยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้อง ก็คือเรื่องขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น และอีกแบบหนึ่งคือร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการเสนอ ๒ แบบ คำสั่ง คสช. นั้นมีผลไปกระทบต่อ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล พอไปกระทบก็เท่ากับไปแก้กฎหมายนี้ไปแล้ว ยกเลิกคำสั่งอย่างเดียวมันก็ไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงาน บุคคลได้ เขาก็ไปทำมาเป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล และในนั้นให้มีแก้ คำสั่ง คสช. ด้วย อันนี้คล้าย ๆ กับที่เพิ่งทำไปในเรื่องบุคลากรทางการศึกษาเมื่อสัปดาห์ ที่แล้ว เรื่องนี้ท่านตั้งประเด็นว่าทำได้จริงหรือไม่ที่จะเขียนเป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น แล้วข้างในมียกเลิกคำสั่ง คสช. ด้วย เรื่องนี้ความจริง ถ้าทางฝ่ายกฎหมายของสภาจะหารือกับทางกฤษฎีกาเสียให้ชัดเจนก็จะเป็นประโยชน์ต่อไป คราวที่แล้วเรารับหลักการไปทั้งร่างตัวแม่ แก้ร่างตัวแม่ข้างในยกเลิกคำสั่ง คสช. ด้วย แล้วก็ รับหลักการไปทั้งร่างอีกแบบหนึ่งคือยกเลิกคำสั่ง คสช. อย่างเดียว แล้วก็เป็นฉบับ ๆ ไปอยู่ ด้วยกัน เสร็จแล้วเขาจะไปรวมกันอย่างไร ไปปรับกันอย่างไรก็ยังไม่ทราบชัดเจน ในครั้งนี้ เวลาจะพิจารณาจะพิจารณารับหลักการแยกเป็นฉบับแล้วมีคณะกรรมาธิการไปพิจารณา ไปต่างฉบับเลยหรือจะเอาไปรวมกัน จะทำแบบไหนกันแน่ อันนี้ก็คิดว่าคงจะต้องฝาก ที่ประชุมนี้ช่วยกันพิจารณาในตอนที่จะรับหลักการว่าจะรับหลักการกันอย่างไร แต่ว่าผมก็ เข้าใจความจำเป็นของการที่เขียนมาเป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น เขาเขียนมาแบบนี้แล้วข้างในยกเลิกคำสั่งเพราะเห็นว่าคำสั่ง คสช. นั้นมีผล ไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานส่วนบุคคล เขาก็เลยถือว่ากฎหมาย มันศักดิ์เท่ากันก็ไปยกเลิก แต่เจตนาก็คือว่าการยกเลิกคำสั่ง คสช. อย่างเดียวมันไม่เพียงพอ เนื่องจากว่ามันต้องมีการออกแบบระบบระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การสอบ แข่งขันบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เขาเลยเสนอมาเป็นแบบนี้ ขณะนี้ก็เลยเป็น ๒ แบบ ไม่เหมือนกับคราวที่แล้วที่พิจารณา ในสภาแล้วก็ใช้เวลากันตั้งน่าจะเกือบปีแล้วตกไปในคราวนั้น ครั้งนี้ก็หวังว่าเราจะช่วยกัน พิจารณาอย่างรอบคอบ รวมทั้งฝากไปทางท่านกรรมาธิการด้วยว่าควรจะต้องพิจารณากัน อย่างรอบคอบ ไม่อย่างนั้นมาตกในสภาอีกก็เสียโอกาสขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เขาจะได้รับการแก้ไขปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลาหลายปี นับถึงวันนี้จากปี ๒๕๖๖ มา ก็เท่ากับเป็นปีที่ ๘ แล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
มีผู้อภิปราย ครบกันทุกท่านแล้วนะครับ ตามข้อบังคับนั้นผู้ที่เสนอก็มีสิทธิในการที่จะใช้สิทธิในการสรุป อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการลงมติ มีท่านใดจะขอสรุปไหมครับเจ้าของร่าง ทั้งหมด ๕ ฉบับ มีของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ท่านพัฒนา สัพโส ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช มีเจ้าของร่างจะใช้สิทธิในการสรุปไหมครับ🔗
เรียนท่านประธาน วรภพ วิริยะโรจน์ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกก็จะเห็นพ้องต้องกันกับร่างที่ได้นำเสนอทั้งหมด ก็คิดว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ก็เลยอยากจะขอให้ ท่านประธานได้ดำเนินการลงมติและที่คุยกันล่าสุดก็อาจจะเป็นว่าอยากจะขอให้ร่างระเบียบ บริหารงานส่วนบุคคล ๓ ฉบับ ลงมติพร้อมกัน แล้วก็ตั้งกรรมาธิการและค่อยลงมติเห็นชอบ ในร่างยกเลิกคำสั่ง คสช. ๒ ฉบับ แยกกัน แต่ว่าใช้กรรมาธิการพิจารณาร่ามกันได้ ก็เป็น ข้อเสนอล่าสุดที่อยากจะเสนอต่อท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ อย่างนั้นก็ตามที่ท่านวรภพเสนอนะครับ ท่านสมาชิกต่อไปจะเป็นการลงมติ แล้วก็เป็นการ ตั้งคณะกรรมาธิการ ก็ตามที่ท่านเจ้าของร่างคือท่านวรภพและอีกทั้งหมด ๕ ฉบับนั้น ผมคิดว่าได้มีการคุยกันแล้วใช่ไหมท่านวรภพ เป็นที่ยุติแล้วนะครับ เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ตอบคำถามของท่านประธาน ผมจะบอกว่าจริง ๆ แล้วผมไม่ได้มีปัญหา กับการลงมติรวมหรือลงมติแยก เพียงแต่ว่าผมอยากจะให้มีมาตรฐานแล้วก็ให้มีความชัดเจน เพราะครั้งนี้มีการคุยกันว่าจะขอลงมติเรื่องร่างพระราชบัญญัติบริหารงานบุคคลท้องถิ่น แยกกับร่างพระราชบัญญัติที่ยกเลิกคำสั่ง คสช. เป็น ๒ ชุด แล้วออกมาเป็น ๒ ฉบับ เพียงแต่ว่า ที่ผ่านมาในอดีตเราก็เคยมีการใช้ร่างพระราชบัญญัติกับตัวยกเลิกคำสั่ง คสช. รวมลงมติ แล้วก็กลับออกมาแค่ร่างเดียว แล้วก็เมื่อไม่นานที่ผ่านมาที่เราตั้งกรรมาธิการวิสามัญไป เราก็เคยใช้ร่างหลักเป็น พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูเป็นร่างหลักของการยกเลิกคำสั่ง คสช. อื่น ๆ อีก ๔ ฉบับ แล้วก็จะออกมาเป็น พ.ร.บ. ฉบับเดียว ดังนั้นผมอยากทราบว่าตกลงแล้ว มาตรฐานมันเป็นอย่างไร แล้วก็ทำได้หรือไม่ การทำครั้งนี้เรากำลังป้องกันปัญหา แต่ว่า กรรมาธิการที่ตั้งไปแล้วจะมีปัญหาหรือไม่ หรือว่าทำได้เหมือนเดิมเหมือนที่เคยทำมาครับ🔗
ขอเชิญ คุณหมอชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในประเด็นนี้ต้องขออนุญาต ท่านประธานลุกขึ้นมานำเรียนต่อท่านประธาน จริง ๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเองได้เสนอ คำแปรญัตติไปแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกมาตรา ๓ ของทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งร่างพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ว่าด้วยเรื่องของสภาครู คณะกรรมการ สกสค. อะไรต่าง ๆ แล้วก็ระเบียบบริหารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขียนคล้ายกันเลย ในมาตรา ๓ ยกเลิกคำสั่งที่เกี่ยวข้อง คำสั่งที่ ๗ คำสั่งที่ ๑๖ คำสั่งที่ ๑๑ ผมดูแล้วท่านประธาน สภาแห่งนี้ มติให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมเป็นร่างหลักด้วย ความหมายคืออะไร พอกรรมาธิการไปรวมพิจารณา แล้วจะกลับมาแค่ร่างเดียวก็คือร่างระเบียบบริหารงานบุคคล ร่างทางการศึกษา ๑ ร่างและ ร่างสภาครูอีก ๑ ร่าง บรรดาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่รับรวมไปจะถูก ไปยำรวมอยู่ในร่างหลักที่เรามีมติรับหลักการเป็นร่างหลัก กฎหมายจะกลับมา ๒ ฉบับ พอกลับมา ๒ ฉบับ สิ่งที่ผมเป็นห่วงไปเขียนการยกเลิกไว้ในกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม ไปยกเลิก คำสั่ง คสช. สภาพบังคับภาษาอังกฤษใช้คำว่า Overrule ไปครอบงำ ไปใช้บังคับกฎหมายอื่น กฎหมายตัวนี้ไม่มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับคำสั่ง คสช. เลย มีแต่เนื้อหา เท่านั้นเอง เนื้อหาคือคำสั่ง คสช. ไปยกเลิกการบังคับใช้บทบัญญัติบางประการในกฎหมาย หลักของเขา เช่น กฎหมายระเบียบบริหารราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ไม่มีผล บังคับใช้ ให้ไปใช้ตามคำสั่ง คสช. ตราบใดที่มีคำสั่ง คสช. อยู่กฎหมายหลักตรงนั้นยังอยู่ บทบัญญัติยังอยู่แต่ใช้บังคับไม่ได้ ถ้ายกเลิกคำสั่งได้เมื่อไรสภาพบังคับมันจะกลับคืนมา เขาเลยบอกว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟัง ถ้าเราไม่ถือ ปฏิบัติกันเราจะทำแบบคลาดเคลื่อนแล้วมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๒๗๙ บรรดาการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศหรือ คำสั่งดังกล่าวให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ การกระทำเป็นพระราชบัญญัติคือการตรา พระราชบัญญัติไปยกเลิก ไม่ได้หมายความว่าเอากฎหมายที่มีอยู่แล้วไปแก้ไขเพิ่มเติม มันคนละประเด็นกัน กระทำเป็นพระราชบัญญัติกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่ กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมก็แก้ไขเพิ่มเติมในสารบัญญัติ เนื้อหาบัญญัติที่บัญญัติไว้ในกฎหมายนั้น ได้เท่านั้น จะตัดออก จะเพิ่มเข้าไป ก็อยู่ในกฎหมายฉบับนั้น แต่ไม่สามารถไปก้าวล่วง กฎหมายฉบับอื่นได้อันนี้คือสิ่งที่ผมยังยืนยัน แล้วก็สัปดาห์ที่แล้วมีปัญหาจริง ผมตามไป แปรญัตติตัดมาตรา ๓ ออก ทั้งมาตรา ทั้ง ๒ ฉบับ กรรมาธิการก็ไปพิจารณาใหม่ ถ้ากรรมาธิการเห็นชอบตามผมการแยกพิจารณาในชั้นกรรมาธิการก็จะเกิดขึ้น ๑. พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มา ๑ ฉบับ เป็นร่างกรรมาธิการ ๒. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มาอีก ๑ ฉบับ ๓. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๑ ที่ ๗ ที่ ๑๖ ได้มาอีก ๓ ฉบับ กฎหมายจะคืนมาที่สภาทั้งหมด ๕ ฉบับ แทนที่จะเหลือ ๒ ฉบับ มันต้องเป็นอย่างนั้นท่านประธาน คราวนี้ก็เหมือนกันเราส่งขึ้นไปถ้าไปยำรวมกฎหมาย จะคืนมาแค่ ๑ ฉบับ จาก ๕ ฉบับ จะคืนมาเฉพาะระเบียบบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น เท่านั้นเองเพราะท่านเอาไปยำใส่ไว้ ตัดเอากฎหมายที่ว่าด้วยยกเลิกคำสั่งออกทั้งหมดเลย ซึ่งอันนี้ผมไม่เห็นด้วยเพราะศักดิ์ของคำสั่ง คสช. คือกฎหมาย ๑ ฉบับ ถ้าท่านจะยกเลิกมัน ท่านต้องตรากฎหมายขึ้นมาอีก ๑ ฉบับ ไปยกเลิกมัน เราเลยเรียกว่าพระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่ง ชื่อมันคือพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ../๒๕๖๘ ที่ .. /๒๕๖๐ เรื่องการปฏิรูป การศึกษา พ.ศ. .... อันนี้คือชื่อมัน และ พ.ศ. ต่อที่จะออกคือ พ.ศ. ๒๕๖๘ มันเป็นกฎหมายเฉพาะ ท่านประธาน ผมยังยืนยันว่าวันนี้ขอให้สภาลงพิจารณาแยกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกลงมติ รับหลักการระเบียบบริหารราชการท้องถิ่น ๓ ฉบับ รับรวมได้เพราะหลักการทำนองเดียวกัน เอาร่างใดเป็นหลักไม่ได้ติดใจ กลุ่มที่ ๒ มาลงมติคำสั่ง คสช. ตั้งกรรมาธิการจะใช้ชุดแรก มาพิจารณาชุดที่ ๒ ก็ได้ไม่ได้เสียหายอะไรเพราะมันเกี่ยวเนื่องกัน มันเกี่ยวเนื่องเนื้อหา แต่ตัวกฎหมายคนละอย่างกัน นำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ🔗
เมื่อสักครู่ ท่านจาตุรนต์ยกมือ เชิญท่านจาตุรนต์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในประเด็น เดียวกันผมยังคิดว่าอาจจะต้องหารือกันให้ดี คือผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณา ยกเลิกคำสั่ง คสช. มา ๓ ครั้ง แต่ว่าทั้งหมดก็จะเป็นยกเลิกคำสั่งแล้วก็เขียนบทรองรับ เขียนบทเฉพาะกาลไม่ได้ไปแก้ตัวพระราชบัญญัติตัวแม่เลย ทีนี้เวลานี้เรามีปัญหาว่า คสช. เขาออกคำสั่งมาแล้วมันกระทบต่อพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ก็คือในเรื่องการสอบ ให้สอบที่ไหน สอบที่ส่วนกลางหรือสอบที่ภูมิภาค พอเขาออกคำสั่งนั้นมา ขณะนี้เรามีสมาชิกเสนอร่างยกเลิกคำสั่ง พอยกเลิกคำสั่ง ถ้าทำสำเร็จมันก็จะมีผลกลับมา เป็นใช้กฎกติกาตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นที่มีไว้เดิม ก่อนปี ๒๕๖๐ คำสั่งเขาออกมาปี ๒๕๖๐ การยกเลิกคำสั่งอย่างนี้มันไม่สามารถไปแก้ไข ปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นให้มันดีขึ้นได้ มันก็จะกลับไป อย่างเดิม อย่างเดิมก็มีปัญหาเหมือนกันเขาก็เลยต้องการจะแก้ ทีนี้พอในการแก้เขาก็เสนอ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลขึ้นมา เขียนขึ้นมานี้ถ้าจะไปแก้ ถามว่าจะไปแก้แบบของเก่า ของเก่าก็ไม่มี เพราะของเก่าถูกคำสั่ง คสช. ยกเลิกไป เขาก็เลย เอาการยกเลิกคำสั่งเข้ามารวมอยู่ที่ว่าอยู่ในมาตรา ๓ เพราะถือว่าการยกเลิกคำสั่งแบบนี้ เนื่องจากคำสั่งแบบนี้มีศักดิ์เท่ากับกฎหมายเหมือนกัน คล้าย ๆ ก็เป็นเนื้อหาอย่างหนึ่ง ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นไปแล้ว เขาก็เลยเขียนเป็น มาตราหนึ่งคือมาตรา ๓ ว่าให้ยกเลิกคำสั่งคณะ คสช. การเขียนอย่างนี้มันก็มีปัญหา ท่านชลน่านเสนอก็มีประเด็นน่าคิด ขณะเดียวกันถ้าเราจับแยกกันเลยแล้วเราไปยกเลิก เราไปตัดมาตรา ๓ ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ถึงเวลาจะแก้ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นนี้จะแก้ของเก่าอย่างไร เพราะของเก่าไม่มีแล้ว ของเก่าถูกยกเลิกไปโดยคำสั่ง คสช. และจะเขียนขึ้นใหม่อย่างไร พอยกเลิกคำสั่ง คสช. เป็นอีกฉบับหนึ่งที่แยกกันความก็กลับมา ความเดิมมันกลับมา คณะกรรมาธิการที่กำลังแก้ ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นก็จะไม่สามารถไปแตะต้องมันได้ด้วยเพราะยังกลับมา ไม่ถึง เนื่องจากว่าจะกลับมาได้จริง ๆ ก็ต่อเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศ บังคับใช้ เพราะฉะนั้นถ้าแยกกันก็มีปัญหาแบบนี้ กับอีกแบบหนึ่งถ้ารวมกันไปเลย ก็หมายความว่ารับหลักการไปด้วยกัน ถือว่ารับหลักการทั้งการพิจารณาแก้ไขปรับปรุง ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และเนื่องจากรับหลักการในการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ก็เติมเข้าไป ในหลักการฉบับหลักนี้เลยว่าและยกเลิกคำสั่ง คสช. (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็บวกเข้าไปเลย การเพิ่มเติมหลักการในชั้นกรรมาธิการทำได้ ที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการมา เคยทำมาแล้วและสภาก็เห็นชอบมาแล้ว ก็คือถือว่ารับหลักการไปด้วยกัน ทั้งแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นและรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้อง เมื่อเป็นอย่างนี้กรรมาธิการจะเอาไปรวมกันเข้าแล้วใช้ร่างนี้ เป็นร่างหลักก็จะใช้คำว่าน่าจะทำได้ก็ใช้ได้ แต่ว่าทำมาแล้วทางกฤษฎีกาก็ชี้แจงว่าเนื่องจาก รับหลักการมา ทั้ง ๒ แบบ ทั้ง ๒ เรื่อง ซึ่งเป็นเนื้อหาต่างกันเลย เนื้อหาไม่เหมือนกันเลย แต่เมื่อรับหลักการแล้วก็เอามารวมเข้าในร่างหลัก แล้วก็ไปเขียนในข้อสังเกตไว้ว่าได้มี การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักการ แต่ไม่ใช่หมายความว่าเป็นการแก้ไขเกินหลักการที่รับไป จากสภา เพราะว่าสภารับหลักการไปทั้ง ๒ หลักการเพียงแต่เอาไปรวมกัน อันนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ถ้าจะใช้วิธีนี้ไม่ควรแยกกันลงมติแล้วไปตั้งกรรมาธิการแยกกัน มันจะไม่มาบรรจบกัน มันมาบรรจบกันไม่ได้ ถึงเวลาต้องรอให้ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. มีผลเสียก่อน คณะนี้ถึงจะพิจารณาได้ คณะที่จะพิจารณาระเบียบบริหารงานบุคคลเขาถึงจะพิจารณาได้ เพราะไม่อย่างนั้นมันไม่มีตัวเก่าอยู่ ข้อความเก่าถูกคำสั่ง คสช. ยกเลิกไปแล้ว อันนี้ก็เป็น ปัญหาซึ่งต้องตัดสินใจ ในความเห็นผมคิดว่าการแยกกลับจะเป็นผลเสีย ถ้าจับมารวมเสีย โอกาสหาทางออกน่าจะดีกว่า รับหลักการร่วมกันไปเลย ทั้งหลักการที่ต่างกัน ๒ อันนี้ แต่ว่า เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน เป็นเรื่องที่จะไปผสมผสานและร่วมกันแก้ปัญหาได้ ก็อยากเสนอว่า ให้รวมพิจารณารับหลักการไปด้วยกันแล้วใช้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
เดี๋ยวก่อนคุณหมอชลน่าน ผมขอรบกวนท่านประธานกดออดเรียกรอเลยได้ไหมครับ เดี๋ยวเพื่อน ๆ จะได้เข้ามาครับ🔗
ได้ครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกขอความกรุณาได้เข้ามาเพื่อเตรียมลงมตินะครับ เดี๋ยวผมกดออด แล้วจะอนุญาตให้ท่านคุณหมอนะครับ🔗
ท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกเชิญเข้าห้องประชุมเดี๋ยวเราก็จะมีการลงมตินะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ความเห็นต่างเป็นเรื่องที่ดี เป็นความสวยงามในระบบรัฐสภาของเรา ประเด็นที่ผมได้นำเสนอ ท่านประธานจะมีความเห็นต่างจากท่านจาตุรนต์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะการรวมตรงนั้น สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือสภาพบังคับของกฎหมาย เมื่อสภาผ่านไปแล้วถามว่าร่างพระราชบัญญัติ บริหารงานบุคคลท้องถิ่นสามารถไปยกเลิกคำสั่ง คสช. ได้หรือไม่ จะมีการตีความและมีการ ถกเถียงกันเรื่องสภาพบังคับ ซึ่งผมเองจะคล้อยตามการที่บอกเอากฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ไปยกเลิกกฎหมายอีก ๑ ฉบับ มิได้ ต้องยกเป็นกฎหมายยกเลิกเป็นการเฉพาะ อันนี้คือ ความเห็นผม ข้อกังวลที่เพื่อนสมาชิกอุตส่าห์แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาสาระเกี่ยวกับงานบริหาร บุคคลที่เป็นปัญหามาเสนอมาพร้อมกันผมไม่กังวล เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้เสนอ พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่งมาด้วย ในสภาแห่งนี้ถ้าแยกรับเราก็ตั้งกรรมาธิการ เพื่อให้เร็วขึ้นท่านก็ตั้ง กรรมาธิการพิจารณายกเลิกคำสั่งก่อน กรรมาธิการนี้ชื่อกรรมาธิการพิจารณายกเลิกคำสั่ง เลยครับ และกรรมาธิการชุดนี้สามารถไปใช้พิจารณาร่างระเบียบบริหารงานบุคคลได้ด้วย ใช้ชุดเดียวกัน ลำดับในการพิจารณากรรมาธิการไปพิจารณาร่างคำสั่งซึ่งสั้นมาก มีบางฉบับ เท่านั้นที่มีบทเฉพาะกาลซึ่งผมเห็นด้วย เพราะว่าช่วงที่คำสั่งยังไม่ออกกฎหมายที่ท่านกำลัง จะแก้อยู่มันต้องมีบทเฉพาะกาลรองรับให้บุคคลที่ทำหน้าที่นั้นทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมี กฎหมายฉบับใหม่เกิดขึ้นจังหวะมันจะสอดคล้องกันไม่ใช่ทำไม่ได้ บทบัญญัติกฎหมายที่อยู่ใน ระเบียบบริหารงานบุคคลของท้องถิ่นมันยังอยู่ บทบัญญัติยังอยู่แต่ใช้บังคับไม่ได้เท่านั้นเอง เรานำมาแก้ไขได้แล้วทำไปพร้อมกัน ถ้าคำสั่ง คสช. ประกาศใช้ปุ๊บสภาพบังคับอันเดิม กลับมา พออันเดิมกลับมาอันใหม่ที่เราแก้ไขไปมันก็ผ่านรัฐสภาประกาศใช้เป็นกฎหมาย มันก็มีสภาพบังคับต่อเนื่องทันที สำคัญอยู่ที่ต้องมีบทเฉพาะกาลรองรับหน้าที่และอำนาจเขา เท่านั้นเอง อย่างเช่นที่ผมเสนอไว้ อย่างร่างของท่าน สส. สฤษฏ์พงษ์ ก็มีบทบัญญัติรองรับเอาไว้ บรรดาการดำเนินการใด ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ลงวันที่นี้ ให้ดำเนินการต่อไปตามที่คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ให้ดำเนินการ ไปต่อจนกว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในเนื้อหาสาระอันใหม่ อันนี้มันก็รองรับกันได้ ด้วยความ เคารพท่านประธานคือแนวคิด ๒ แนวแล้วแต่เสียงข้างมากแต่ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าถ้ารวมกันมีปัญหาเรื่องสภาพบังคับแน่นอน ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ก็มีความเห็นเป็น ๒ ความเห็นในการลงมติ ซึ่งผมก็อยากจะฟังของฝั่งท่านวรภพเป็นอย่างไร บ้างครับ ตอนนี้ก็มีความเห็นว่าของท่านจาตุรนต์ก็เสนอให้รวมการพิจารณาทั้ง ๒ กลุ่มเลย กลุ่มแก้ไขร่างพระราชบัญญัติบริหารงานบุคคล แล้วก็ยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบ รวมเป็นการลงมติในครั้งเดียว รวม ๕ ฉบับ แต่คุณหมอชลน่านก็ยังยืนยัน ฟังการอภิปราย ของท่านมา ๒ ครั้ง ท่านก็ยืนยันว่ายังจะต้องแยกการลงมติ แล้วท่านก็ไม่ขัดข้องที่จะใช้ กรรมาธิการชุดเดียวกัน แต่ว่าก็จะให้การพิจารณายกเลิกคำสั่ง คสช. นั้นพิจารณาไปก่อน ท่านอื่นมีความเห็นอย่างไร ท่านณัฐวุฒิเชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าสำหรับการพิจารณาประกอบกับ กฎหมายที่มีการพิจารณาไปก่อนหน้านี้นั้นผมคงไม่ก้าวล่วงเพราะถือว่าฉบับนั้นสภาก็ลงมติ ไปแล้วก็คงขึ้นอยู่กับกรรมาธิการจะพิจารณาเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามผมยังคล้อยตาม กับท่านจาตุรนต์ ฉายแสง แล้วก็ทางพรรคประชาชนเองเห็นว่าในการพิจารณาร่างนี้สามารถ พิจารณารวมกันได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีเงื่อนไขด้วยว่าเมื่อพิจารณาหรือรับหลักการ รวมกันแล้วนั้นร่างใดจะเป็นร่างหลักในการพิจารณา เพราะว่าไม่เช่นนั้นจะมีข้อจำกัด บางประการอย่างที่คุณหมอชลน่านได้นำเรียนจริง ๆ ครับ🔗
ประการแรก ที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน จะบอกว่าจริง ๆ กฎหมาย คสช. ถ้าเราไม่ใช้กฎหมายระดับเดียวกันหรือเป็นกฎหมายยกเลิกนั้นจะไปยกเลิก โดยตัวกฎหมายหลักไม่ได้อันนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่าถ้าเราพิจารณาจากการออกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ คำสั่งนั้นถึงแม้จะถกเถียงกันในเชิงนิติปรัชญาว่าคำสั่ง คสช. ถือเป็นกฎหมาย หรือไม่ แต่คำสั่งนั้นก็เคย Overrule กฎหมายระเบียบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น มาก่อน ฉะนั้นในเมื่อวันนั้นยังใช้คำสั่ง คสช. Overrule กฎหมายฉบับนี้มาก่อน วันนี้ถ้าเรา จะใช้กฎหมายฉบับหลัก Overrule ย้อนกลับไปยกเลิกคำสั่ง คสช. มันก็ไม่ได้แปลกอะไรที่จะ ไม่สามารถทำได้ ซึ่งในร่างของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ที่เป็นประเด็นเรื่องของ พ.ร.บ. ระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็มีมาตราที่พูดถึงการยกเลิกอยู่ครับ🔗
ประการที่ ๒ ที่ท่านห่วงกังวลว่าถ้าพิจารณาไปแล้วมันจะมี Gap หรือช่องว่าง ในแง่ของการพิจารณา ผมคิดว่าถ้าเราดูร่างท่านวรภพได้อุดช่องโหว่ดังกล่าวไว้แล้ว เพราะมันก็มีบทเฉพาะกาลว่าในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่คำสั่ง คสช. ที่มีผลอยู่ แล้วมีผล ต่อการปฏิบัติงานของการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นนั้น บรรดากฎระเบียบ กฎเกณฑ์ ต่าง ๆ ที่มีการบังคับใช้อยู่นั้นก็ให้มีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าจะมีการออกมาเรียบร้อย ซึ่งเป็นข้อความที่อยู่ทั้งในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ของร่างท่านวรภพ ฉะนั้นผมคิดว่านี่ไม่ใช่ ประเด็นปัญหาแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามผมก็ต้องนำเรียนว่าถ้าจะพิจารณาโดยรวมกัน แล้วไม่เอาร่างของท่านวรภพเป็นร่างหลักก็จะมีปัญหาอยู่ส่วนหนึ่ง เพราะว่าเวลาเราพูดถึง การรวมกฎหมายแล้ว พ.ร.บ. ๒ ฉบับเป็นแง่ของการยกเลิกโดยตรงถึงแม้จะรับหลักการ ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปด้วย แต่หน้าตา ถ้าร่าง พ.ร.บ. มันออกมาเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. ยกเลิกอย่างเดียวอันนี้จะไม่สอดคล้อง ฉะนั้น ถ้าเราพิจารณารวมกันก็อาจจำเป็นที่จะต้องขอหารือแล้วก็มี Package ว่าจำเป็นที่ต้องเลือก ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านวรภพ เป็นร่างหลัก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็จะครอบคลุมถึงร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ของท่านวรภพเอง แล้วก็จะครอบคลุม พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ของเพื่อนสมาชิกจาก พรรคภูมิใจไทย ฉะนั้นผมคิดว่าการรวมพิจารณาทำได้ การห่วงว่าจะมีผลต่อการพิจารณา ในแง่ Overrule กฎหมาย คำสั่ง คสช. ก็เคย Overrule กฎหมายฉบับนี้มาก่อนไม่ใช่ปัญหา ส่วนห่วงประเด็นเรื่อง Gap ของช่องว่างการดำเนินการร่างของท่านวรภพก็ตอบโจทย์ตรงนี้ อยู่แล้ว ฉะนั้นในส่วนของพวกผมคิดว่าถ้าเป็นเช่นนี้อยากจะหารือสภา แล้วก็คงต้องขอ อำนาจท่านประธานคงไม่น่าจะมีการลงมติ แต่คิดว่าการรวมกันทำได้แล้วก็ไม่มีประเด็นขัด หรือแย้งใด ๆ เพิ่มเติมแต่ประการใด ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานในความเห็นเบื้องต้น กราบขอบคุณครับ🔗
คุณหมอชลน่าน พอรับได้ไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ประเด็นรวมมันจะมีมติสภาเสมือนเป็น สภาพบังคับว่าทั้ง ๕ ร่างจะรับร่างใดเป็นร่างหลัก แน่นอนเสียงส่วนใหญ่รับร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านใดท่านหนึ่งเป็นหลัก อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นร่างยกเลิกคำสั่ง คสช. ก็จะไปอยู่ในเนื้อหาของร่างหลัก ความเป็นห่วง ผมยืนยันมันเป็นกฎหมายคนละหลักการกันเลย จริง ๆ มันร่วมพิจารณาไม่ได้ด้วย แต่ว่ามันเกี่ยวเนื่องกันเราสามารถรวมพิจารณาได้ ผมเพียงแต่ขอให้เสนอแยกเป็น ๒ กลุ่มเท่านั้นเอง กลุ่มแรกกลุ่มบริหารท้องถิ่น ๑ หลัก ๑ ร่าง มีร่างหลัก ๑ ร่าง เวลาพิจารณาก็จะได้ร่างหลักกลับมาสู่สภา ๑ ร่าง กลุ่มที่ ๒ เป็นกฎหมายยกเลิกคำสั่งก็จะมีร่างหลักอยู่ ๑ ร่าง เวลาพิจารณากรรมาธิการส่งคืนมาก็จะมี แค่ ๒ ร่าง ร่างระเบียบบริหารงานบุคคลกับร่างยกเลิกคำสั่งซึ่งมันเกี่ยวเนื่องกัน มันคนละ หลักการกันท่านประธานครับ ท่านอย่าถือว่าเป็นหลักการเดียวกัน มันคนละหลักการ แม้เนื้อหาที่เขียนเกี่ยวเนื่องกันมันเป็นเรื่องเดียวกันก็จริง หลักการคือยกเลิกคำสั่ง จะคำสั่งอะไรก็ได้ เอาหลักการตรงนี้ก่อน อันนี้คือหลักการที่ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่เป็นหลักการ เดียวกันควรจะแยกลงมติ กรรมาธิการจะได้พิจารณาโดยสะดวก สะดวก หมายความว่า อย่างไร หมายความว่า สิ่งที่กรรมาธิการมีความง่ายในการพิจารณาคือเอาแต่ละฉบับ มาพิจารณาก็ส่งคืนกลับมา สภาพบังคับผมมั่นใจว่าทำอย่างนี้ไม่มีปัญหาสภาพบังคับด้วย และกฎหมายที่ไปยกเลิกคำสั่งก็จะมีผลใช้บังคับทันทีด้วย อันนี้คือสิ่งที่ผมยืนยัน ผมยืนยัน ของผมอย่างนี้ ผมก็จะลงมติอย่างนี้ อ้อนวอนผ่านท่านประธานไป ท่านสมาชิกลองดูว่า เราทำไปแล้วมันเกิดปัญหาในการบังคับใช้สิ่งที่จะไม่เป็นประโยชน์ก็คือความล่าช้า มันจะมี สภาพบังคับใช้ที่มันเป็นปัญหานี้มันจะบังคับใช้ไม่ได้ มันยกเลิกคำสั่งไม่ได้ คำสั่งนั้นยังอยู่ มันก็จะพัวพันมาตีความว่ากฎหมายที่ท่านแก้ไปนั้นยังแก้ไม่ได้เหมือนที่ท่านจาตุรนต์พูด อันนี้ คือสิ่งที่ผมเป็นห่วง โปรดพิจารณาเถอะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ยังไม่เป็น ข้อยุตินะครับท่านสมาชิก เอาอย่างไรครับ ผมว่าเอาอย่างนี้ได้ไหม🔗
ขออนุญาตครับท่านประธาน🔗
ท่านจาตุรนต์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือในข้อบังคับเวลาพิจารณา กฎหมายเขาใช้คำว่า ในกรณีที่สภามีมติให้พิจารณาร่างบัญญัติที่มีหลักการทำนองเดียวกัน หลายฉบับรวมกันสภาจะลงมติรับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ แต่ละฉบับหรือทั้งหมดรวมกันก็ได้ แล้วก็ว่าไปเรื่องจะใช้ฉบับใดเป็นฉบับหลัก เพราะฉะนั้น คำสำคัญมันอยู่ที่คำว่า หลักการทำนองเดียวกัน ไม่ใช่เป็นหลักการเดียวกันเป๊ะ ๆ เลย ทีนี้ทำนองเดียวกันในเรื่องที่เราพิจารณาอยู่นี้มันเป็นทำนองเดียวกัน เพราะว่ามันเป็นเรื่อง เกี่ยวกับระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่นนี้ แต่ว่า คสช. เกิดไปออกคำสั่งมาแล้วไปมีผลกระทบทำให้เท่ากับเป็นการ แก้ พ.ร.บ. นี้ไปบางส่วน การออกกฎหมายยกเลิกคำสั่งนี้กับการแก้ไข้เพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นมันก็เลยเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน เพราะฉะนั้น การเห็นชอบไปด้วยกันมันจะมีประโยชน์กว่า ก็คือว่าทำให้เราไปอาจจะแก้ไขเพิ่มเติม หลักการของร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยเพิ่มเติมข้อความว่า ให้ยกเลิกคำสั่งคณะ คสช. โดยเอาหลักการของอีกฉบับหนึ่ง กฎหมายที่เขียนอีกแบบหนึ่ง มาใส่เข้าไป คราวนี้มันก็จะสมบูรณ์ก็คือว่าทำได้ทั้ง ๒ อย่างเลย คือยกเลิกคำสั่ง คสช. ก็ได้ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นก็ได้ด้วย ทีนี้ถ้าเราไปแยก เป็น ๒ ฉบับ กรรมาธิการชุดเดียวกันก็ดีแต่แยกเป็น ๒ ฉบับ มันมีปัญหาว่าการยกเลิกคำสั่ง จะยังไม่มีผลจนกว่าจะประกาศใช้ เพราะฉะนั้นคำสั่งนั้นก็ยังคงอยู่ เราหันมาดู พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเนื้อหาเป็นอย่างไร เราก็จะพบว่ามีเนื้อหาที่มันถูกหายไป เนื่องจากคำสั่ง คสช. ทำให้หายไป และจะดูอีกทีหนึ่งว่าจะบริหารงานกันอย่างไรก็ต้อง ไปอ่านคำสั่ง คสช. แต่คณะกรรมาธิการเวลาเขาพิจารณาเขาจะไม่สามารถรู้ว่าตกลงจะไปแก้ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นอย่างไร ในเมื่อการยกเลิกคำสั่ง คสช. มันยังไม่เสร็จ ทีนี้ถ้าเรามารวมกันมันก็จะรู้เลยว่าอะไรจะเป็นอย่างไร ยกเลิกคำสั่งเราก็รู้ว่า ยกเลิกคำสั่ง ยกเลิกแล้วเนื้อหาเป็นอย่างไรเราก็รู้ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น กรรมาธิการเขาก็จะสามารถแก้ฉบับร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่นได้ มันมีประเด็นเดียวที่มองต่างกันว่าการใช้ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่นแล้วไปยกเลิกคำสั่ง คสช. ได้ไหม ท่านณัฐวุฒิก็อธิบายว่ามันก็เคยทำ ย้อนกลับมาเราก็ทำย้อนกลับไป แต่ว่าเพื่อให้มันมีหลักประกันก็คือว่าพิจารณาร่วมกันไป รับหลักการเรื่องที่มีหลักการทำนองเดียวกันไปด้วยกัน แล้วกรรมาธิการไปปรับหลักการเสีย ให้ชัดเจน โดยอ้างถึงการที่สภารับหลักการร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ แบบ ขอบคุณครับ🔗
ท่านปกรณ์วุฒิ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานผมยกตัวอย่างเดียวเพื่อแก้ไขข้อกังวลของคุณหมอชลน่าน พระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ๒) ลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๘ มาตรา ๓ ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ แล้วก็ (๒) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ อันนี้ก็เป็นหลักฐานชัดเจนว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติมันสามารถยกเลิกคำสั่ง คสช. ได้ ในตัวมันเอง แล้วก็คำสั่งหัวหน้า คสช. มีศักดิ์เท่ากับ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม เพียงแต่ว่าหัวหน้า คณะรัฐประหารไปใช้อำนาจตัวเองโดยไม่ผ่านสภาแล้วไปแก้ พ.ร.บ. บางมาตราเท่านั้นเอง ดังนั้นกฎหมายในลำดับศักดิ์เดียวกันกฎหมายใหม่ย่อมมีผลให้กฎหมายเก่าสิ้นผลไป แค่นั้นเอง อันนั้นผมยืนยันว่าทำได้ กฤษฎีกาก็เคยบอกว่าทำได้ แล้วปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าประเทศเราไม่ปล่อยให้มีการรัฐประหารและให้มีใครมาใช้อำนาจตามอำเภอใจแบบนี้ครับ ท่านประธาน ขอให้โหวตเลยครับ ขอบคุณครับ🔗
ผมฟังดูแล้ว เสียงส่วนใหญ่ก็คล้อยตามกับท่านจาตุรนต์ มีท่านหมอชลน่านก็อาจจะมีความเห็นแย้งอยู่ แต่ได้ฟังเหตุผลของท่านปกรณ์วุฒิ โดยเฉพาะกฎหมายที่ผ่านมาแล้วก็มีการประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ไปแล้วก็ให้เหตุผลว่าสามารถทำได้ ดังนั้นผมจะให้รวม การพิจารณาและลงมติทั้ง ๕ ฉบับเลย ตามนี้นะครับ ก่อนจะลงมติขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุม แล้วก็เพื่อเตรียมแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ🔗
ท่านสมาชิก เข้ามาแล้วก็กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา เรื่อง บทบาทผู้นำท้องถิ่นในการมี ส่วนร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๕๐ ท่าน เข้าเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรก็กำลังพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่าน โดยเฉพาะท่านผู้นำ ท้องถิ่นที่มาร่วมสัมมนาครั้งนี้กำลังพิจารณาในเรื่องของการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบ การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น แล้วก็ประกาศยกเลิกคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารท้องถิ่นนะครับ🔗
เรียนท่านประธาน ๐๔๙ แสดงตนครับ🔗
๐๔๙ นะครับ ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
๔๗๖ แสดงตัวครับ🔗
๔๗๖ ครับ🔗
ท่านประธาน ระหว่างที่รอผมขออนุญาตท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ ๔๙๓ แสดงตนครับ🔗
เดี๋ยวครับ คุณหมอ ๔๙๓ นะครับ มีอีกไหมครับ คุณหมอเชิญสั้น ๆ ครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผมฟังแล้วงง แต่ผมเห็นด้วยกับคุณหมอชลน่านเพราะมาตรา ๒๗๙ ที่บัญญัติว่า ประกาศคำสั่งและการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือหัวหน้า คสช. ให้ใช้บังคับอยู่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือออกใช้ตามมาตรา ๒๖๕ วรรคสอง ไม่ว่าประกาศหรือคำสั่ง หรือกระทำที่มีผลใช้บังคับใช้ในทางรัฐธรรมนูญ ทางนิติบัญญัติทางบริหารหรือตุลาการ ให้ประกาศคำสั่งและการกระทำนั้นอยู่ปฏิบัติตาม ประกาศคำสั่งหรือการกระทำนั้นเป็นประกาศคำสั่ง สั่งไปสั่งมามีผลบังคับใช้ต่อไป การยกเลิก หรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคำสั่งดังกล่าวให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ เห็นไหมครับ🔗
ก็มีการ พูดคุยประเด็นนี้ไปแล้วคุณหมอ🔗
ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีหลักการอย่างนี้ก็คงจะเป็นไปอย่างนั้น ทีนี้ผมไม่ทราบว่าคุณหมอชลน่าน เป็นอย่างนี้หรือไม่หรือของท่านจาตุรนต์เป็นอย่างไรให้รวมกันอย่างนั้น ขอบคุณครับ🔗
จบไปแล้วครับ แล้วก็เมื่อสักครู่ท่านปกรณ์วุฒิได้ยกตัวอย่างว่ามีกฎหมายในลักษณะแบบนี้ มีการรวม การพิจารณาแล้วก็มีหลักการและเหตุผลคนละฉบับ แต่ว่ารวมการพิจารณาแล้วก็ตั้ง คณะกรรมาธิการจนแก้ไขผ่านวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็เป็นลักษณะอย่างที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ก็คือการยกเลิกประกาศคำสั่งหัวหน้า คณะปฏิวัติและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผมฟังความเห็นจากหลาย ๆ ฝ่ายแล้วส่วนใหญ่ คิดว่าการรวมการพิจารณาก็สามารถทำได้แล้วก็ไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ ก็มีตัวอย่าง ให้เห็นอยู่ว่าสามารถทำได้ แสดงตนกันครบหรือยังครับ ผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๙๘ บวก ๓ เป็น ๓๐๒ ท่านนะครับ🔗
ครบองค์ ประชุมครับ ต่อไปเป็นการลงมติเพื่อรับหลักการในวาระที่หนึ่ง เป็นการพิจารณาว่า จะรับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๕ ฉบับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ผมจะถามมติในที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ รวมจำนวน ๕ ฉบับ หรือไม่ ถ้าท่านใด เห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ลงคะแนนครับ🔗
๓๔๙ เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๔๙ ครับ ทวนอีกครั้งนะครับ ท่านใดเห็นควรรับหลักการทั้ง ๕ ฉบับ ถ้าเห็นด้วยเห็นควรรับหลักการ กดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนนกันครบหรือยังครับ มีท่านใดเครื่องลงคะแนนมีปัญหาไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๗ ท่าน บวก ๑ เป็น ๓๑๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ ต่อไปจะเป็นการตั้งกรรมาธิการ ขอเชิญเสนอการตั้งกรรมาธิการแล้วก็จำนวน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการ จำนวน ๓๓ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
เป็นกรรมาธิการ วิสามัญนะครับ มีผู้รับรองถูกต้อง ที่ประชุมกำหนดให้เป็นกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๓ ท่าน ถูกไหม🔗
ยืนยัน ๓๓ ท่านครับ🔗
๓๓ ท่านนะครับ ดังนั้นสัดส่วนจะเป็นอย่างนี้ เดี๋ยวฝ่ายเลขาขอดูสัดส่วนอีกทีครับ จำนวนกรรมาธิการ วิสามัญ ๓๓ ท่าน จะเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๘ ท่าน แล้วก็สัดส่วนกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร ๒๕ ท่าน ดังนั้นก็ขอเชิญเสนอชื่อในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๘ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ขออนุญาตท่านประธานและที่ประชุมเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๑. นายธนนท์ พรรพีภาส ๒. นายสุวิชชา เพ็งไพบูลย์ ๓. พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ ๔. นายชาคริต สุรณัฐกุล ๕. นายปิยะ คังกัน ๖. นายจิรพัฒน์ น้อยเพ็ง ๗. นางสาวอัลจนา พึ่งเย็น ๘. นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปเป็น สัดส่วนกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรแต่ละพรรคการเมืองดังนี้ พรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนาและ พรรคประชาชาติ พรรคละ ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ตามสัดส่วนและขอผู้รับรองตามข้อบังคับ เชิญพรรคประชาชน ๗ ท่านก่อนครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. วรภพ วิริยะโรจน์ ๒. สมชาติ เตชถาวรเจริญ ๓. กิตติภณ ปานพรหมมาศ ๔. กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ๕. ชำนาญ จันทร์เรือง ๖. พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง ๗. เกรียงศักดิ์ จักรทอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๗ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายพัฒนา สัพโส ๒. นายทรงยศ รามสูต ๓. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ๔. นายนิกร โสมกลาง ๕. นายธนพงศ์ ธนเดชากุล ๖. นายวิเชียร ขาวขำ และ ๗. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่าน ท่านแรก ท่าน สส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ท่านที่ ๒ ท่าน สส. อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ท่านที่ ๓ ท่าน สส. ซาการียา สะอิ ท่านที่ ๔ สส. อำนาจ วิลาวัลย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคจำนวน ๒ ท่าน ท่านแรก นายสุธรรม สามทอง ท่านที่ ๒ นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ นายจีรเดช ศรีวิราช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ยูนัยดี วาบา สส. ปัตตานี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ข้อเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านคือ สส. พิทักษ์เดช เดชเดโช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่านคือ ท่านบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วรวิทย์ บารู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต ๑ พรรคประชาชาติ ขอเสนอ กรรมาธิการในส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ คน ก็คือนายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ครบนะครับ ขอเชิญท่านเลขาอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายธนนท์ พรรพีภาส ๒. นายสุวิชชา เพ็งไพบูลย์ ๓. พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ ๔. นายชาคริต สุรณัฐกุล ๕. นายปิยะ คังกัน ๖. นายจิรพัฒน์ น้อยเพ็ง ๗. นางสาวอัลจนา พึ่งเย็น ๘. นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช ๙. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๑๐. ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ๑๑. นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ ๑๒. นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ๑๓. นายชำนาญ จันทร์เรือง ๑๔. นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง ๑๕. นายเกรียงศักดิ์ จักรทอง ๑๖. นายพัฒนา สัพโส ๑๗. นายทรงยศ รามสูต ๑๘. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ๑๙. นายนิกร โสมกลาง ๒๐. นายธนพงศ์ ธนเดชากุล ๒๑. นายวิเชียร ขาวขำ ๒๒. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๒๓. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๒๔. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ๒๕. นายซาการียา สะอิ ๒๖. นายอำนาจ วิลาวัลย์ ๒๗. นายสุธรรม สามทอง ๒๘. นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ๒๙. นายจีรเดช ศรีวิราช ๓๐. นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ๓๑. นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ๓๒. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ และ ๓๓. นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส🔗
ครบ ๓๓ ท่านนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษาคณะนิติศาสตร์และ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จำนวน ๖๐ ท่าน ที่เข้าเยี่ยมชมแล้วก็รับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ขอต้อนรับ ด้วยความยินดียิ่ง ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคหนึ่ง กำหนดให้ การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนั้น ให้สมาชิกเสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าภายใน ๗ วัน นับแต่ถัดจากวันที่สภารับหลักการ เว้นแต่สภานั้นจะกำหนดเวลาในการแปรญัตติ เป็นอย่างอื่น ขอเชิญท่านสมาชิกนะครับ จะมีสมาชิกท่านใดเสนอกำหนดระยะเวลา การแปรญัตติเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ กำหนดการแปรญัตติ แล้วก็เสนอร่างใดเป็นหลัก เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอระยะเวลาพิจารณา ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
แปรญัตติ ใน ๑๕ วัน แล้วจะเสนอเอาร่างไหนเป็นร่างหลักครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของนายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอเป็นร่างหลัก ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ก็เป็นอันว่าที่ประชุมนั้นมีมติให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติโดยใช้ร่างของ ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง เป็นอันจบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติในวาระที่หนึ่ง ระเบียบวาระที่ ๕.๒ และ ๕.๓ ได้พิจารณารวมกัน ในวาระที่ ๕.๑ ไปแล้วนะครับ🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๕.๔ ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ🔗
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติในทำนองเดียวกันอีก ๒ ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ กับคณะ และมีร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลที่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกันอีก ๗ ฉบับ ได้แก่🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓ ฉบับ ซึ่งเสนอโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ พร้อมคณะ ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ พร้อมคณะ🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓ ฉบับ ซึ่งเสนอ โดย ๑. ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ๒. ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ ๓. ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ กับคณะ🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ กับคณะ ซึ่งผมเห็นว่าสามารถ ที่จะรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาไปพร้อมกันได้ แต่เนื่องจากร่างของท่านพริษฐ์ กับคณะนั้นยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ และข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุม ต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุม เว้นแต่ที่ประชุมนั้นจะมีมติ เป็นอย่างอื่น ดังนั้นผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อนำเอาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๑๐ ฉบับ มาพิจารณาพร้อมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และข้อ ๒๘ โดยจะแยกลงมติในวาระที่หนึ่ง ในขั้นตอนรับหลักการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ จะขอรวมร่าง พิจารณาทั้ง ๑๐ ฉบับ เชิญท่านกรวีร์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ต้องขอบคุณ ท่านประธาน ทางพรรคได้หารือกัน แล้วก็ดูในรายละเอียดในไส้ในของร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้มีการเสนอสู่สภาทั้งหมดก็มีเนื้อหา จริง ๆ แล้วเนื้อหาใกล้เคียงกันก็คือเปลี่ยนเรื่องของ อายุของผู้ที่มีคุณสมบัติสามารถที่จะสมัครเป็นผู้บริหารได้ กับเรื่องของการจำกัดวาระในการ ดำรงตำแหน่ง แต่บังเอิญว่ามันอยู่ในกฎหมายคนละฉบับกันเท่านั้น ก็เลยคิดว่าเพื่อจะเป็น การประหยัดเวลาของสภาอย่างที่ท่านประธานได้มีดำริ พวกกระผมก็คิดว่าเห็นด้วยที่จะนำ กฎหมายทั้งหมดได้พิจารณาในคราวเดียว แต่อย่างไรก็ตามในการลงมติคงจำเป็นที่จะต้องลง แยกรายฉบับ ซึ่งอาจจะมีการลงมติทั้งหมด ๔ ครั้งด้วยกัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ก็เป็นอันว่าเราจะรวมการพิจารณาในวาระที่หนึ่ง โดยจะแยกการลงมติตามที่ท่านกรวีร์ เสนอนะครับ🔗
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) โดยร่างของท่านอนุทินกับคณะ🔗
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานผลการรับฟัง ความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว สำหรับร่างของ ท่านณัฐวุฒิกับคณะ และร่างของท่านพริษฐ์กับคณะ เป็นร่างที่มีหลักการทำนองเดียวกัน สำนักงานจึงไม่ได้จัดทำการรับฟังความคิดเห็นอีก โดยจะนำรายงานของร่างที่ได้ดำเนินการ ไว้แล้วมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟัง ความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ ส่วนรายละเอียดนั้น ปรากฏในเอกสารที่ได้วางให้ท่านสมาชิกได้ทราบแล้ว🔗
ต่อไปนั้นก็จะเป็นการเสนอหลักการและเหตุผลของผู้เสนอร่างตามลำดับ ทั้งหมด ๑๐ ฉบับ ขอเชิญร่างแรกของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ จำนวน ๓ ฉบับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย จากพรรคภูมิใจไทย ท่านประธานวันนี้ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนของท่านอนุทินและคณะ เป็นผู้เสนอร่าง พระราชบัญญัติด้วยกัน ทั้งหมด ๓ ฉบับ ขออนุญาตอ่านไปทีละร่างนะครับ ๑. เป็นร่าง พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ส่วนร่างที่ ๒ เป็นร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหาร ส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ร่างที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ จริง ๆ แล้วทั้ง ๓ ร่าง มีหลักการและเหตุผลใกล้เคียงกัน แต่ว่าผมเองขออนุญาตอ่านหลักการ และเหตุผลในแต่ละร่างนะครับท่านประธาน🔗
ร่างแรก ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พุทธศักราช ๒๕๔๐ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมอายุบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์วาระการดำรงตำแหน่งของนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด🔗
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก่การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์การ บริหารส่วนจังหวัด พุทธศักราช ๒๕๔๐ เนื่องจากปัจจุบันองค์การบริหารส่วนจังหวัด เผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ซึ่งทำให้ต้องมี การพัฒนาทักษะในการบริหารจัดการใหม่ ๆ รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของ พี่น้องประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถได้มีโอกาสเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น จึงควรกำหนดอายุบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง อีกทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้กับประชาชนมีสิทธิและ เสรีภาพทางการเมืองในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นที่ตนเองต้องการ โดยไม่มีข้อจำกัด เกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งและเพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถวางแผนพัฒนาท้องถิ่นได้ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ อันนี้ ร่างที่ ๑ นะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่านทั้ง ๓ ร่าง แล้วก็จะขออนุญาตอภิปราย เหตุผลสรุปอีกทีหนึ่งนะครับ🔗
ร่างที่ ๒ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหาร ส่วนตำบล พุทธศักราช ๒๕๓๗ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมอายุบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบล🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์วาระการดำรงตำแหน่งของนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบล🔗
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก่การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พุทธศักราช ๒๕๓๗ เนื่องจากปัจจุบันองค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่นต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ซึ่งทำให้ต้องมีการพัฒนาทักษะในการบริหารจัดการใหม่ ๆ รวมถึงการตอบสนองต่อ ความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถได้มีโอกาสเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น จึงควรกำหนดอายุของบุคคล ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง อีกทั้งเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพทางการเมือง ในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นที่ตนต้องการเข้ามาบริหารท้องถิ่นโดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับ วาระการดำรงตำแหน่ง และเพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถวางแผนพัฒนาท้องถิ่นได้อย่าง ต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ🔗
ร่างที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๙๖ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมอายุบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วาระการดำรงตำแหน่งของนายกเทศมนตรี🔗
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก่การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๙๖ เนื่องจากปัจจุบันองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเผชิญกับความท้าทายจาก การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ต้องมีการพัฒนาทักษะในการ บริหารการจัดการใหม่ ๆ รวมถึงการตอบสนองต่อความท้าทายและความต้องการของพี่น้อง ประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถได้มีโอกาสเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น จึงควรกำหนดอายุของบุคคลผู้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง อีกทั้งเพื่อเป็นการ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น ที่ตนต้องการเข้ามาบริหารท้องถิ่น โดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งและ เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถวางแผนพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
ท่านประธานครับ จากที่ผมได้อ่านหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ฉบับ ก็สังเกตได้ว่าเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ มีความคล้ายคลึงกัน จริง ๆ แล้วสาระสำคัญของพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ มีด้วยกันแค่ ๒ ส่วนท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือว่าการปรับอายุของผู้บริหารท้องถิ่น แต่เดิมผู้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งที่จะมาเสนอตนเป็นผู้บริหารท้องถิ่นได้ต้องมีอายุ ๓๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง แต่ว่า ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับก็จะแก้ไข เพราะว่าด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปเราก็ได้เห็น ศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเสนอแล้วก็มีความรับผิดชอบในการที่จะมาบริหารท้องถิ่น ของตัวเองก็เลยเสนอ สาระสำคัญก็คือว่าการปรับอายุขั้นต่ำของผู้บริหารเหลือ ๒๕ ปี🔗
ส่วนที่ ๒ สาระสำคัญส่วนที่ ๒ คือการปรับวาระการดำรงตำแหน่ง ด้วยร่าง พระราชบัญญัติเดิม ทั้ง ๓ ร่าง มีกำหนดไว้ว่าต้องดำรงตำแหน่งเกิน ๒ วาระ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในส่วนนี้เราเห็นว่าการที่เราไปกำหนดวาระของผู้บริหารเป็นการจำกัดสิทธิ แล้วก็เป็นการขีด กรอบไว้ไม่ให้เขามีสิทธิได้พัฒนาท้องถิ่นของเขาได้ต่อเนื่อง บางอย่าง บางโครงการ มันต้อง ใช้ระยะเวลา หลังเลือกตั้งเข้ามาผู้บริหารอาจจะยังไม่ทันทำงบประมาณด้วยซ้ำ ก็ต้องผ่านไป แล้วปีหนึ่งถึงได้ทำงบประมาณ ได้เอาโครงการต่าง ๆ ที่ตัวเองต้องการแล้วก็นำเสนอต่อ พี่น้องประชาชนที่เขาเลือกมามาทำโครงการ ปีที่ ๑ ผ่านไป ปีที่ ๒ ก็ทำโครงการกว่าจะได้รับ พิจารณางบประมาณมาก็เข้าปีที่ ๓ เกือบจะปีที่ ๔ แล้ว พอปีที่ ๔ ก็ไม่ได้ทำอะไรแล้ว เพราะว่าอีก ๖ เดือนจะเลือกตั้งก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เพราะฉะนั้นวาระแรกพอเข้ามา ก็แทบจะไม่ได้มีผลงานอะไรเลย หลังจากนั้นพอวาระที่สองเข้าไปก็ได้ดำเนินโครงการอีกแค่ ๓ ปีก็หมดวาระแล้ว และถ้าท่านจะขีดให้เขาได้ดำรงตำแหน่งแค่ ๒ วาระ ผมก็คิดว่า ถ้าโครงการที่มันต้องใช้ระยะเวลา ๕ ปี ๑๐ ปี ผมก็ไม่รู้ว่าทางท้องถิ่นหรือผู้บริหารเขาจะกล้า นำเสนอโครงการเหล่านั้นมาให้พี่น้องประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งให้เขาต้องการพัฒนาท้องถิ่น เหล่านั้นได้หรือเปล่าครับท่านประธาน ก็เลยอยากจะสรุปอย่างนี้ว่า ร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ร่างนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขเรื่องของอายุผู้บริหารท้องถิ่นเท่านั้น แต่เป็นการวางฐานใหม่ ให้ประชาธิปไตยท้องถิ่นเดินหน้า ประชาชนต้องมีสิทธิเลือกคนที่มีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ หรือเป็นผู้มีประสบการณ์ที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ให้กับ ชุมชนในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมดิจิทัล การบริหารท้องถิ่นต้องการคนที่เข้าใจ เทคโนโลยี การบริหารสมัยใหม่ และแนวทางพัฒนาที่สอดคล้องกับปัจจัยพัฒนาที่ยั่งยืน การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และคนทุกช่วงวัยเข้ามามีบทบาทอย่างเท่าเทียม จึงถือว่าเป็น การลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ ก็ขอนำเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขทั้ง ๓ ฉบับ เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา เรื่อง การมีส่วนร่วมกับประชาชนในการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนำโดยท่านปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน จำนวน ๑๔๐ ท่าน ขอยินดีต้อนรับและขอขอบคุณที่ท่านให้ความสนใจ แล้วก็เข้ามารับฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงครับ ต่อไปเป็นร่างของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ขออนุญาตนำเสนอพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๓ รูปแบบด้วยกัน ก็คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล ขออนุญาตนำเสนอ🔗
ฉบับแรก เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการดังนี้ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พุทธศักราช ๒๕๔๐ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมอายุบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๕/๑ (๑))🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์วาระการดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๕/๒)🔗
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด พุทธศักราช ๒๕๔๐ เนื่องจากปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเผชิญกับ ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ต้องมี การพัฒนาทักษะในการบริหารจัดการใหม่ ๆ รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการ ของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถได้มีโอกาสเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น จึงควรกำหนดอายุของบุคคลผู้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง อีกทั้ง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองในการเลือกตั้ง ผู้บริหารท้องถิ่นของตนเองตามต้องการเข้ามาบริหารท้องถิ่น โดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับวาระ การดำรงตำแหน่ง และเพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถวางแผนพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ อันนี้เป็น ฉบับแรก องค์การบริหารส่วนจังหวัด🔗
ฉบับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พุทธศักราช ๒๕๓๗ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมอายุบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบล (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๕๘/๑๑๒ (๑))🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมวาระการดำรงตำแหน่งของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๘/๒)🔗
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภาตำบลและ องค์การบริหารส่วนตำบล พุทธศักราช ๒๕๓๗ เนื่องจากปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ ต้องมีการพัฒนาทักษะในการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ ๆ รวมถึงการตอบสนองต่อ ความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถได้มีโอกาสเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น จึงควรกำหนดอายุผู้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง อีกทั้ง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ มีเสรีภาพทางการเมือง ในการเลือกตั้ง ผู้บริหารท้องถิ่นที่ตนเองต้องการเข้ามาบริหารท้องถิ่น โดยไม่มีข้อจำกัดกับวาระการดำรง ตำแหน่ง และเพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถวางแผนพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
ฉบับสุดท้าย ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๙๖ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมอายุบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๘ เบญจ (๑))🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์วาระการดำรงตำแหน่งของนายกเทศมนตรี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๘ สัตต)🔗
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๙๖ เนื่องจากปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเผชิญกับความท้าทาย จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ต้องมีการพัฒนาทักษะ ในการบริหารรูปแบบใหม่ ๆ รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ ความสามารถได้มี โอกาสเข้ามาพัฒนาท้องถิ่นจึงควรกำหนดอายุของบุคคลที่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น นายกเทศมนตรี มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง อีกทั้งเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ ประชาชนมีสิทธิ มีเสรีภาพทางการเมืองในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นตามที่ตนเองต้องการ เข้ามาบริหารท้องถิ่น โดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง และเพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถ วางแผนพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมนิดเดียว เพราะเข้าใจว่า เพื่อนสมาชิกที่เสนอคงจะอธิบายเหตุผลมากกว่าผม ผมมี ๒ เหตุผล การที่ลดอายุลงมา ๒๕ ปี ยุคนี้เป็นยุคของคนดิจิทัล อินเทอร์เน็ต และ Social Media ที่เขาเรียก Gen Z รวมทั้ง Gen Y ด้วย🔗
อีกประการหนึ่ง ที่ลดวาระการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกเรา ถือว่าเป็นตัวแทน Representative แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ใช่ เขาเป็นผู้บริหาร ท้องถิ่นที่เลือกตั้งมาจากประชาชนโดยตรง ที่เขาเรียกว่า Self-Government Democracy มันแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นหลักการนี้ จึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการแก้ไขพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นร่างของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล ขออนุญาตนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ ทั้งหมด ๔ ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติ อบจ. อบต. เทศบาล แล้วก็ พ.ร.บ. เลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งมีเนื้อหาในทำนองที่ใกล้เคียงกัน ท่านประธานปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีบทบาทที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำประปา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถนนหนทาง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการจัดเก็บขยะก็ล้วนขึ้นอยู่กับนโยบาย แล้วก็การจัดสรรงบประมาณของท้องถิ่น ปัจจุบันกลไกที่สำคัญที่สุดที่ประชาชนสามารถใช้ได้ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนด นโยบายท้องถิ่นก็คือผ่านคูหาเลือกตั้งในการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ปัจจุบันเราจะเห็นว่า กฎหมายและกติกาเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นยังมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ไม่สามารถ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนได้มากเท่าที่ควร เราจะเห็นว่าประชาชนนั้น ออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่นในอัตราหรือสัดส่วนที่ต่ำกว่าการเลือกตั้งระดับชาติ เราจะเห็นว่าการแข่งขันกันระหว่างผู้สมัครในการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นก็ยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร และในการบริหารจัดการก็ยังมีหลายส่วนที่ยังคงถูกตั้งคำถามเรื่องของความโปร่งใสและ เรื่องของประสิทธิภาพ ทางผมแล้วก็คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ซึ่งมีตัวแทนจาก ทุกพรรคก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อประเด็นดังกล่าว เราได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา ปัญหาดังกล่าวแล้วก็จัดทำออกมาเป็นข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปการเลือกตั้งท้องถิ่นอยู่ใน เล่มฉบับนี้ ซึ่งค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุมสภามาประมาณ ๓-๔ เดือนแล้ว วันนี้ ทางผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนก็เลยหยิบเอาหลายข้อเสนอจากรายงาน ดังกล่าวมาแปลงเป็นร่างกฎหมาย เดี๋ยวให้สไลด์ขึ้นได้เลยครับ🔗
จะแปลงออกมาเป็นร่างกฎหมาย แบ่งออกเป็น ๕ หมวดหมู่ รวมกันเป็น ๑๐ ร่าง แต่ว่าวันนี้เราจะมีการพิจารณากันแค่ ๔ ร่าง ที่ Highlight เป็นสีเขียวเท่านั้น อีก ๖ ร่าง อยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความเห็นจาก พี่น้องประชาชนโดยบนเว็บไซต์ของสภา ใน ๔ ร่างที่พิจารณาในวันนี้ที่เสนอโดยผม แล้วก็ เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนจะมีอยู่ ๔ เรื่องหลักด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ คือเป็นการแก้ไขเพื่อเปิดทางให้การเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นสามารถ จัดขึ้นพร้อมกันได้ ซึ่งประเด็นนี้ความจริงเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็เป็น ประเด็นที่อาจจะมีความแตกต่างจากร่างอื่นที่ถูกนำเสนอมาก่อนหน้านี้สักเล็กน้อย คำว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นพร้อมกันนั้นความจริงแล้วในเชิงนิยามมีอยู่ ๓ ระดับด้วยกัน🔗
ระดับที่ ๑ คือการเลือกตั้งท้องถิ่นพร้อมกันระหว่างแต่ละฝ่าย พูดง่าย ๆ คือ นายก อบจ. ของจังหวัดหนึ่งเลือกพร้อมกับ สจ. ของจังหวัดนั้น🔗
ระดับที่ ๒ คือการเลือกตั้งพร้อมกันระหว่างแต่ละพื้นที่ พูดง่าย ๆ คือ อบจ. ในจังหวัด ก จะเลือกพร้อมกันกับ อบจ. ในจังหวัด ข🔗
ส่วนระดับที่ ๓ คือการเลือกตั้งพร้อมกันระหว่างแต่ละประเภท อย่างเช่น อบจ. เทศบาล และ อบต. เป็นต้น เราจะออกแบบให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันในทั้ง ๓ ระดับเลย หรือระดับใด อันนี้เป็นเรื่องที่สภาและกรรมาธิการต้องพิจารณากันต่อไป แต่ผมเห็นว่า การพยายามจะทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดพร้อมกันมากขึ้นจะเป็นประโยชน์ในหลายประการ ด้วยกัน🔗
ประการที่ ๑ จะเป็นการเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนในการออกมาใช้สิทธิ เลือกตั้ง เพราะออกมาเลือกตั้งในวันเดียวแต่สามารถเลือกได้หลายส่วน🔗
ประการที่ ๒ จะเป็นประโยชน์ในแง่ของการประหยัดงบประมาณที่ท้องถิ่น ต้องนำมาใช้ในการจัดการเลือกตั้ง ทำให้ท้องถิ่นนั้นมีงบประมาณเหลือมากขึ้นในการจัดทำ บริการสาธารณะในพื้นที่🔗
ประการที่ ๓ จะเป็นประโยชน์ในมิติของการทำให้การบริหารจัดการหลาย ๆ เรื่องนั้นง่ายขึ้น อย่างเช่น การอำนวยความสะดวกเรื่องสิทธิในการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือ การเลือกตั้งนอกเขต หรือการเลือกตั้งตามที่อยู่อาศัยจริง ซึ่งปัจจุบันนั้นยังไม่ได้เป็นสิทธิ ที่ประชาชนนั้นมีในการเลือกตั้งท้องถิ่น🔗
และประการที่ ๔ ก็จะเป็นประโยชน์ในมิติของการส่งเสริมการแข่งขัน ที่เข้มข้นและเสมอภาค เพราะจะทำให้ผู้สมัครทุกคนนั้นสามารถวางแผนล่วงหน้าได้อย่าง ทัดเทียมกันว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไร แทนที่จะไปเปิดช่องให้นายกที่อยู่ในตำแหน่งนั้น สามารถใช้อำนาจในการลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ เพื่อช่วงชิงจังหวะได้เปรียบ ทางการเมืองที่ผู้สมัครคนอื่นนั้นอาจจะยังไม่ได้เตรียมความพร้อม ดังนั้นถ้าเรามองถึง ประโยชน์ตรงนี้คำถามที่ตามมาคือเราจะแก้ไขกฎหมายกันอย่างไร เพื่อทำให้การเลือกตั้ง ท้องถิ่นนั้นสามารถจัดพร้อมกันได้มากขึ้น ก็ต้องเริ่มต้นแบบนี้ก่อนนะครับท่านประธานว่า อุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นอาจจะยังเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน คือการที่ ผู้บริหารนั้นพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการที่นายกท้องถิ่นนั้น ลาออกก่อนครบวาระเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น บ่อยมากท่านประธาน ถ้าเราไปดูสถิติรอบล่าสุด ถ้าเราเอาเฉพาะนายก อบจ. ที่มีการเลือก ใน ๗๖ จังหวัดพร้อมกัน ในปี ๒๕๖๓ เราจะค้นพบว่าผ่านไปแค่วาระเดียว มี ๒๗ คน หรือว่า ๓๖ เปอร์เซ็นต์ที่ลาออกก่อนครบวาระ มี ๒ คน หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ที่หลุดจากตำแหน่ง ก่อนครบวาระเพราะคำสั่งศาล หรือว่าคำสั่ง กกต. และมีเพียงแค่ ๔๗ คน หรือคิดเป็น ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ที่อยู่ครบวาระ ๔ ปี พอมีนายกลาออกก่อนครบวาระมันจะทำให้การเลือกตั้ง ท้องถิ่นไม่พร้อมกันได้อย่างไร ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ สมมุติเรามีการเลือกตั้งนายก อบจ. และ สจ. พร้อมกันในปี ๒๕๗๐ นั่นหมายความถ้าอยู่กันครบวาระก็จะมีการเลือกตั้ง นายก อบจ. และ สจ. อีกรอบหนึ่ง ในปี ๒๕๗๔ แต่สมมุติมีนายก อบจ. คนหนึ่ง ในจังหวัด ก เกิดผ่านไป ๒ ปีแล้วตัดสินใจลาออกก่อนครบวาระ ในปี ๒๕๗๒ นั่นหมายความว่า ตามกฎหมายปัจจุบันก็ต้องมีการเลือกตั้ง นายก อบจ. ใหม่ ในจังหวัดดังกล่าวทันที ในปี ๒๕๗๒ และหากคนใหม่อยู่ครบวาระก็จะอยู่ถึงปี ๒๕๗๖ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง นายก อบจ. ในจังหวัด ก ก็เลยจะเหลื่อมกันเป็นปี ๒๕๗๒ กับปี ๒๕๗๖ ซึ่งจะไม่ตรงกับ การเลือกตั้ง สจ. ในจังหวัด ก ที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๗๔ และไม่ตรงกับการเลือกตั้งนายก อบจ. ในจังหวัดอื่น ๆ ที่จะเลือกตั้งในปี ๒๕๗๔ เช่นกัน อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากเรา ต้องการที่จะทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นเกิดขึ้นพร้อมกันเราก็จำเป็นต้องแก้กฎหมาย เพื่อป้องกันให้เกิดการลาออกก่อนครบวาระให้ได้น้อยที่สุด รวมถึงวางกลไกรองรับให้การ เลือกตั้งท้องถิ่นนั้นสามารถเกิดพร้อมกันได้ แม้ในกรณีที่ผู้บริหารนั้นพ้นจากตำแหน่ง ก่อนครบวาระ จะทำอย่างไรก็มี ๒ ประการด้วยกันครับท่านประธาน🔗
ประการแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในร่างกฎหมายที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในวันนี้ คือการแก้กฎหมาย อบจ. อบต. เทศบาล หรือกฎหมายจัดตั้ง อปท. ก็ทำให้วาระ นายกท้องถิ่นนั้นไม่จำเป็นต้องนับ ๔ ปีใหม่ในทุกกรณี โดยเฉพาะในกรณีที่มีการพ้นจาก ตำแหน่งก่อนครบวาระ ยกตัวอย่างเช่น หากสมมุตินายก อบจ. คนหนึ่ง ถูกรับเลือกตั้งเข้ามา มีวาระ ๔ ปี ผ่านไป ๑ ปี เกิดเสียชีวิตขึ้นมาและต้องมีการเลือกตั้งใหม่ เราอาจจะอยาก กำหนดว่าให้นายกคนใหม่ที่เข้ามานั้นไม่ได้นับวาระใหม่ ๔ ปี แต่อยู่เพียงแค่ ๓ ปีที่เหลือ เพื่อให้ไปจบพร้อมกับที่ตอนแรกวางแผนไว้ แต่ถ้าเราต้องการจะออกแบบกลไกแบบนี้ กฎหมายปัจจุบันไม่เปิดให้ทำสิ่งดังกล่าวได้ เพราะถ้าเกิดว่ากฎหมายปัจจุบันไปเขียน ล็อกเอาไว้ว่าวาระผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องเป็น ๔ ปีในทุกกรณี ก็ไม่สามารถทำให้เกิด การออกแบบที่ผมอธิบายไปได้ ดังนั้นในร่าง พ.ร.บ. อบจ. อบต. เทศบาล ที่อยู่หน้าเพื่อน สมาชิกทุกคนในวันนี้จะเห็นว่าผมมีการแก้ไขเล็กน้อย ให้เขียนว่าวาระของผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ให้เป็น ๔ ปี เว้นแต่เหตุอื่นใดที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่พอไปเปิด ประตูผ่านการแก้กฎหมาย อปท. แล้ว สิ่งที่ ๒ ที่ตามมาซึ่งไม่ได้อยู่ในร่างวันนี้ อยู่ในร่าง ที่กำลังรับฟังความเห็นอยู่อีก ๑ เดือนน่าจะกลับเข้ามา ก็เป็นการถกเถียงกันว่าแล้วเราจะ ออกแบบกลไกอย่างไร หากสมมุตินายกพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระจะวางกลไกอย่างไร ที่ยังคงมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย แต่ว่าทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นยังคงเกิดพร้อมกันได้ ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ แค่ ๒ ตัวอย่าง ตัวอย่างที่ ๑ ที่สามารถทำได้ซึ่งอยู่ในร่างที่รับฟัง ความเห็นอยู่คือ การกำหนดให้นายกท้องถิ่นนั้นตอนที่รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งต้องมีการเสนอ ชื่อนายกสำรองในบัญชีไว้เลย เพื่อที่ว่าสมมุติได้รับการเลือกตั้งเข้าไปแล้วสมมุติเกิดอุบัติเหตุ ที่ทำให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระก็จะมีนายกสำรองขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน ในวาระที่เหลือ หรืออีกตัวอย่างหนึ่งอาจจะเป็นตัวอย่างที่ยกมาจากต่างประเทศเกี่ยวกับ การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีลอนดอน แล้วก็สมัชชาลอนดอนคล้าย ๆ กับผู้บริหาร แล้วสมาชิก สภาลอนดอน ก็มีการกำหนดไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งพร้อมกันแล้ววาระ ๔ ปี แต่หากสมมุติ นายกเทศมนตรีดันหลุดออกจากวาระก่อนก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ หากวาระที่เหลืออยู่ มีมากกว่า ๖ เดือน เพียงแต่ว่านายกเทศมนตรีคนใหม่ที่เข้ามาจะไม่ได้นับวาระใหม่ ๔ ปีเต็ม แต่ดำรงตำแหน่งเฉพาะในวาระที่เหลือเท่านั้น เพื่อให้การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกับสมาชิก สภาลอนดอนนั้นเกิดขึ้นพร้อมกันได้ทุก ๆ ๔ ปี อันนี้ก็คือประการที่ ๑ ที่มีการแก้ไข🔗
หลักการที่ ๒ ที่มีการแก้ไขในร่างที่ผมนำเสนอในวันนี้ คือการปรับลดอายุ ขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่น เหตุผลก็ตรงไปตรงมาสอดคล้องกับเพื่อนสมาชิก หลายคน คือการพยายามจะเพิ่มความหลากหลายของผู้สมัครเพื่อส่งเสริมการแข่งขัน ที่เข้มข้น แม้ผมเข้าใจดีว่าบ้านเมืองเรานั้นต้องถูกขับเคลื่อนโดยคนทุกรุ่นและผมก็เข้าใจ เช่นกันว่าการที่เรามีคนอายุน้อยก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่รับประกันได้เสมอไปว่าเขาจะมีแนวคิด ที่ทันสมัยกว่าคนที่อายุมาก แต่ในเมื่อโลกของเรามันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนแต่ละรุ่นก็อาจจะเติบโตมาด้วยประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน มีความคุ้นเคย มีความเชี่ยวชาญในประเด็นที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการที่เราเปิดให้มีผู้สมัคร ในการมาลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นจากหลากหลายรุ่นก็จะทำให้เรามีโอกาสได้เอาแนวคิด ของคนหลายรุ่นนั้นมารวมกัน แล้วก็ผลักดันก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน ในแต่ละพื้นที่ ถามว่าแล้วจะแก้อย่างไร ปัจจุบันกฎหมายนั้นมีการกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับ ผู้บริหารแล้วก็สมาชิกสภาท้องถิ่นไม่เท่ากัน สำหรับสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้นอยู่ที่ ๒๕ ปี เหมือนกับ สส. แต่สำหรับผู้บริหารท้องถิ่นนั้นวางไว้ที่ ๓๕ ปีเท่ากับรัฐมนตรี หลายร่าง ที่เสนอในวันนี้ผมว่าเห็นตรงกันในเชิงทิศทางว่าควรจะมีการปรับลดลงมา โดยเฉพาะ ในส่วนของผู้บริหารท้องถิ่น แต่สิ่งที่คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมาต้องไปถกกันต่อ คือจะลดลงมาเหลือเท่าไร ก็ต้องยอมรับว่าในประเด็นนี้ทางผมและเพื่อนสมาชิกในพรรคก็มี ความเห็นที่แตกต่างเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปขีดเส้นว่าอายุขั้นต่ำควรจะวางไว้ที่กี่ปี แต่ถ้าเราไปดูหลักสากลซึ่งผมใช้ในการพยายามมายกร่างที่นำเสนอต่อท่านประธานในวันนี้ หลักสากลของหลายประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกเขาวางกฎไว้เรียบง่าย คือว่าถ้าคุณมีอายุ มากพอที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือมีอายุมากพอที่จะโหวตได้ก็ถือว่าคุณมีอายุมากพอที่จะมี สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ถ้าเราไปดูอายุขั้นต่ำในส่วนของผู้บริหารท้องถิ่นในต่างประเทศ สหราชอาณาจักรวางไว้ ๑๘ ปี ออสเตรเลีย ๑๘ ปี เกาหลีใต้ ๑๘ ปี มีญี่ปุ่นที่วางไว้ที่ ๒๕ ปี ฉะนั้นการลดอายุขั้นต่ำในการรับสมัครเลือกตั้งให้เท่ากับอายุที่บรรลุนิติภาวะตามที่กำหนด ในร่างของพรรคประชาชนก็ไม่ถึงขั้นจะไปขัดกับหลักสากลที่หลายประเทศเขาทำกัน แต่มาถึงตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่าหลายคนมีความกังวลจริง ๆ ว่าถ้าเราลดอายุขั้นต่ำลงมาเท่ากับ อายุบรรลุนิติภาวะแล้วคนอายุ ๒๐ ปี ๒๑ ปีนั้น จะมีประสบการณ์ทำงานมากเพียงพอ ที่จะสามารถบริหารท้องถิ่นได้ดีหรือไม่ ผมเคารพข้อกังวลนี้ แล้วก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อกำหนดนี้เลย ผมเพียงแต่ต้องการจะย้ำว่าแม้เราลดอายุขั้นต่ำในการลงสมัครรับเลือกตั้งลงมา แต่ร่างกฎหมาย ไม่ได้บังคับว่าเราจะต้องมีคนอายุน้อยไปบริหารท้องถิ่น ท้ายสุดแล้วถ้าประชาชนคนไทย มีความกังวลว่าคนอายุน้อยนั้นอาจจะไม่สามารถบริหารท้องถิ่นได้ดีเท่าที่ควรก็ไม่ต้องเลือกเขา แล้วถ้าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศหรือส่วนใหญ่ในพื้นที่คิดแบบนั้นคนนั้นก็จะไม่ได้เข้ามา บริหารท้องถิ่นอยู่ดี ดังนั้นโดยสรุปการลดอายุขั้นต่ำไม่ได้จะทำให้คนที่อายุน้อยที่ประชาชน ไม่ไว้วางใจเข้ามาทำหน้าที่ได้ แต่การลดอายุขั้นต่ำนั้นจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับคนอายุน้อย ที่มีศักยภาพและที่ประชาชนนั้นให้ความไว้วางใจผ่านคูหาเลือกตั้ง🔗
หลักการที่ ๓ ที่อยู่ในร่างของพรรคประชาชนในวันนี้คือการทบทวนเรื่องของ เพดานวาระการดำรงตำแหน่ง กฎหมายปัจจุบันเหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไว้ กำหนดไว้ว่า ให้ผู้บริหารท้องถิ่นนั้นไม่สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้เกิน ๒ วาระ โดยเมื่อ ดำรงตำแหน่งครบ ๒ วาระแล้วก็ต้องไปเว้นวรรค ๔ ปีก่อนจะมีโอกาสกลับมาลงสมัคร รับเลือกตั้งได้อีกรอบหนึ่ง ความจริงประเด็นนี้ก็มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายภายใน พรรคเช่นกัน แล้วถ้าไปดูหลักสากลก็จะเห็นว่าหลายประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก ก็วางแนวทางที่ไม่ค่อยจะเหมือนกัน บางประเทศในส่วนของผู้บริหารท้องถิ่นก็ไม่ได้กำหนด เพดานวาระเลย อย่างเช่น สหราชอาณาจักร แล้วก็ญี่ปุ่น แต่ก็จะมีบางต่างประเทศ ที่ก็มีการกำหนดเพดานวาระเอาไว้ อย่างเช่น ที่เกาหลีใต้ แล้วก็สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ในมุมมองของผมเอง ผมคิดว่ากติกาที่วางไว้ตอนนี้มันก็มีเจตนาที่ดีในการส่งเสริมการแข่งขัน โดยการพยายามจะป้องกันการผูกขาดทางอำนาจไว้กับผู้บริหารคนใดคนหนึ่งมากเกินไป แต่ต้องยอมรับว่าแม้มีเจตนาที่ดีแต่กติกาปัจจุบันก็ไม่สามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวได้จริง เพราะแม้เราไปกำหนดว่าคนที่ดำรงตำแหน่งครบ ๒ วาระจะต้องเว้นวรรค ๔ ปีก็จริง แต่แม้ต้องเว้นวรรค ๔ ปี สิ่งที่เราเดาไว้ได้เลยว่าผู้มีอำนาจหรืออิทธิพลในพื้นที่ก็จะทำ เพื่อหลีกเลี่ยงกติกาดังกล่าวก็คือส่งคนในครอบครัวหรือในเครือข่ายตนเองมาลงสมัครแทน ในช่วง ๔ ปีที่ต้องเว้นวรรค มันก็จะกลายเป็นสมการที่ว่ามีคนจริงอยู่ ๔ ปี คนจริงอีก ๔ ปี มี Nominee อีก ๔ ปี แล้วก็กลับไปเป็นคนจริงอีก ๔ ปี ดังนั้นก็ต้องยอมรับว่าเขียนแบบนี้ ก็ไม่สามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวได้ ดังนั้นผมคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ถูกตั้งขึ้นมา หากร่างฉบับดังกล่าวผ่านวาระที่หนึ่งก็ต้องไปหารือกันว่าตกลงยังต้องการใช้กลไกนี้ เกี่ยวกับเพดานวาระเพื่อพยายามจะส่งเสริมการแข่งขันและป้องกันการผูกขาดหรือไม่ หากคณะกรรมาธิการมองว่ายังต้องการใช้อยู่ ผมคิดว่าก็ต้องมีการพูดคุยกันในรายละเอียดว่า จะออกแบบอย่างไรให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หากสมมุติกรรมาธิการมองว่ากลไก ดังกล่าวไม่จำเป็นแล้ว และสามารถใช้วิธีการอื่นในการส่งเสริมการแข่งขันระหว่างผู้สมัคร กันได้ อย่างเช่น ข้อเสนอในการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นพร้อมกันอย่างที่ผมกล่าวไว้ก็อาจจะ สามารถพิจารณาทบทวนปลดล็อกเพดานดังกล่าวได้เช่นกัน🔗
ส่วนหลักการที่ ๔ สุดท้าย ในชุดร่างกฎหมายฉบับนี้คือการพยายามจะเพิ่ม ความชัดเจนและความได้สัดส่วนของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม กติกาปัจจุบัน มีการกำหนดคุณสมบัติ แล้วก็ลักษณะต้องห้ามบางส่วนที่อาจจะสร้างความสับสน หรือว่า สร้างข้อจำกัดเกินจำเป็น ร่างในวันนี้ก็เลยมีการพิจารณาแก้ไขบางมาตราเพื่อพยายามจะทำ ให้ประเด็นดังกล่าวมีความชัดเจนมากขึ้นอย่างเช่น🔗
ประการที่ ๑ เรามีการปรับลักษณะต้องห้ามเรื่องการถือหุ้นสื่อให้มี ความชัดเจนขึ้นว่ามุ่งหมายไปที่การห้ามผู้สมัครนั้นถือหุ้นสื่อในกรณีที่จะก่อให้เกิด ความได้เปรียบ เสียเปรียบของผู้สมัครในสนามเลือกตั้ง🔗
ส่วนประการที่ ๒ เรามีการเพิ่มขั้นตอนเข้าไปว่าให้ กกต. นั้นตรวจ Check ประวัติการออกเสียงลงคะแนนของผู้สมัครทุกคนทันทีที่เขายื่นใบสมัครเข้ามา เพื่อจะป้องกัน ไม่ให้เกิดกรณีที่ผู้สมัครนั้นสมัครโดยไม่รู้ว่าตนเองขาดคุณสมบัติเพียงเพราะลืมไปว่าตนไม่ได้ ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ดังนั้นทิ้งท้ายครับท่านประธาน ก็ขอเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าอยากจะให้ทุกคนนั้นมาลงมติสนับสนุนรับหลักการ ร่างกฎหมายทั้งหมด ๔ ฉบับ ที่ผมและเพื่อนสมาชิกได้นำเสนอในวันนี้ ย้ำอีกรอบว่า ชุดดังกล่าวเป็นเพียงชุดแรกในการปฏิรูปการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยจะมีชุดอื่น ๆ ตามมา ในเร็ว ๆ นี้ หวังว่าจะทันสมัยประชุมนี้ แล้วก็อยากจะย้ำว่าชุดนี้มีหลายประเด็นที่คาบเกี่ยวกับ ร่างอื่น ๆ แต่ประเด็นที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดคือการเปิดทางไปสู่การจัดการการเลือกตั้งท้องถิ่น พร้อมกัน แล้วก็สิ่งที่เราได้ทำไว้ในชุดกฎหมายที่ผมเสนอในวันนี้นั้นคือการเขียนหลักการ ที่ค่อนข้างกว้าง เพื่อทำให้หากมีประเด็นใดที่อาจจะยังเห็นต่างกัน ไม่ว่าจะเรื่องอายุ ไม่ว่าจะเรื่องเพดานวาระนั้น ก็สามารถให้คณะกรรมาธิการไปถกเถียงรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ก่อนจะนำข้อสรุปดังกล่าวกลับมานำเสนอต่อที่ประชุมสภาในวาระที่สองและวาระที่สาม ตามมาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา เรื่อง บทบาทผู้นำท้องถิ่นในการมี ส่วนร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๕๐ ท่าน ขอบคุณนะครับที่ท่านได้ให้ความสนใจเข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในครั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณมาก เชิญนั่งลงได้ครับ ต่อไปจะเป็นผู้อภิปรายนะครับ ก็จะเรียกสลับกันไป เชิญท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ก่อนเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ปูอัด ไชยามพวาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน ท่านประธานเรื่องท้องถิ่นนั้นผมก็ต้องขออนุญาตอภิปรายด้วย เพราะว่ามี ๒ วาระที่ผมคิดว่าเรื่องนี้ประชาชนก็ควรต้องทราบ และประชาชนก็ต้องตั้ง คำถามด้วยว่าแล้วฉันได้อะไร ท่านประธานครับประเด็นหนึ่งที่กำลังจะมาถกเรื่องนี้ นั่นก็คือ เรื่องของอายุผู้สมัครนายกท้องถิ่น พี่น้องท้องถิ่นที่มาฟังเขาจะแก้จาก ๓๕ ปี เป็น ๒๕ ปี คือ กฎหมายเดิมกำหนดอายุสมัครไว้ที่ ๓๕ ปี ซึ่งถือว่าเป็นหลักประกันด้านประสบการณ์แล้วก็ วุฒิภาวะ เพราะว่าผู้บริหารท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องเล็กเป็นตำแหน่งที่ต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของงบประมาณที่มหาศาลแล้วก็ประชาชนในจังหวัด ร่างใหม่เสนอลดให้เหลือ ๒๕ ปี ซึ่งผมโน้ตไว้ตรงนี้เลยว่าผมไม่ได้มีปัญหาในส่วนของอายุเลข ๒๕ ปี เพราะผมก็เป็นคนรุ่นใหม่ เหมือนกัน เพราะว่าถ้าได้คนรุ่นใหม่แล้วก็มีความคิดสร้างสรรค์และบางประเทศก็มี นักการเมืองที่อายุน้อยแต่ก็ทำงานได้จริง แต่ที่สำคัญคือผมถามอย่างนี้ครับ🔗
อย่างแรก อะไรคือบรรทัดฐานที่ชี้ว่าสมัครในวัย ๒๕ ปี มีประสบการณ์ และวุฒิภาวะเพียงพอแล้วหรือเปล่า🔗
อย่างที่ ๒ คือเราจะแก้มา ๒๕ ปี คำถามคือเรามีเกณฑ์หรือไม่ว่าเขาต้องเคย ผ่านงานบริหาร หรือทำงานที่รับผิดชอบงบประมาณมาก่อนหรือเปล่า🔗
อย่างที่ ๓ เรามีเกณฑ์หรือไม่ว่าเขาต้องเคยทำงานการเมืองท้องถิ่นในระดับ ล่างมาก่อนหรือเปล่า หรือเราจะวัดจากอะไรนอกจากอายุที่ถูกลดลงมาเพียงอย่างเดียว คือผมจะพูดอย่างนี้ท่านประธาน เราได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชน ก็มาสะท้อนให้ฟังในระบบสารสนเทศ ผมจะอ่านให้ฟัง นี่ผมไม่ได้พูดเองประชาชนพูด เขาบอกว่าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการลดอายุ โดยให้เหตุผลว่าวัย ๒๕ ปี ยังขาดประสบการณ์ ทำงาน ขาดวุฒิภาวะทางควบคุมอารมณ์ และขาดภาวะผู้นำที่จะรับผิดชอบงานที่กดดัน และซับซ้อนในระดับจังหวัด ผมพูดตรงนี้คนที่เคยทำงานอยู่บอกก็จริงมันทับซ้อนกัน เยอะมาก ข้อเสนอประชาชนจำนวนมากเลยท่านประธาน หากปรับจริง ๆ ก็ควรกำหนดไว้ที่ ๓๐ ปีขึ้นไป ซึ่งยังเป็นวัยหนุ่มสาวแต่มีโอกาสทำงานและเรียนรู้ชีวิตมามากพอสมควร ดังนั้น การแก้ไขอายุผู้สมัครครั้งนี้ผมคิดว่าอาจจะยังไม่ได้คำตอบซึ่งต้องไปถกในกรรมาธิการก่อน เพราะว่ามันยังไม่ได้สอดคล้องกับความคาดหวังพี่น้องประชาชนที่มาสะท้อนให้ฟังในร่างนี้ อย่างที่ ๒ ท่านประธาน อันนี้เดือดเลยคือการยกเลิกเพดานวาระไม่จำกัดจำนวนสมัย พี่น้องประชาชนถามอะไรคือยกเลิกเพดาน ปัจจุบันคือกำหนดไว้ ๒ วาระครบการดำรงตำแหน่ง แต่อันนี้บอกว่าไม่จำกัดจำนวนสมัยคือ Infinity เป็นได้เรื่อย ๆ เลย ถ้าประชาชนยอมรับ ก็เป็นไปจนถึง ๓๐ ๕๐ ๗๐ ๙๐ ๑๒๐ ได้ ถ้าอายุถึงก็เป็นไปเลยไม่ต้องแบ่งให้ใครแล้ว จังหวัดนี้ของฉันไม่ต้องยกให้ใครแล้ว อย่านะ อย่าแหยมนะ ท่านประธานคิดดูสมมุติว่า ผมเป็นตั้งแต่อายุ ๓๐-๙๐ ปี ผมบอกเลยในจังหวัดนี้ผมเขี้ยวรากดินเลยนะ เหมือนกัน ท่านประธานคือร่างกฎหมายนี้พี่น้องประชาชนเขาก็มาแสดงความคิดเห็นเหมือนกัน เขาบอกว่า ๑. ถ้าทำแบบนี้จะทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจและสืบทอดเครือข่ายการเมือง ท้องถิ่นจริงหรือไม่จริง ผมคิดว่าคนในนี้ก็คงตอบได้ ๒. คือเปิดช่องให้เกิดระบบอุปถัมภ์ ฮันแน่ใครไม่รู้จักระบบอุปถัมภ์ วันนี้ผมอยู่ใน Realpolitik และเห็นต่อหน้าต่อตา ระบบอุปถัมภ์มันจะฝังรากลึกผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนานขึ้น นานขึ้น ก็จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ ญาติพี่น้องได้ จริงไม่จริงไม่รู้ไปว่ากันดู ๓. คือส่งผลให้การเมืองท้องถิ่นถูกครอบงำ โดยตระกูลการเมืองหรือกลุ่มอิทธิพลเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ๔. คือยิ่งอยู่นานยิ่งทำให้กลไก ตรวจสอบอ่อนแอแล้วก็เสี่ยงต่อการทุจริตและใช้อำนาจโดยมิชอบ พูดแล้วก็เหนื่อย ท่านประธาน บอกว่าไม่ต้องมีวาระจะเป็นเท่าไรก็เป็น ความหมายก็คือนี่ไม่ใช่การกระจาย อำนาจ แต่นี่คือการรวมศูนย์การสืบทอดอำนาจในคราบของท้องถิ่น และที่สำคัญที่สุดคือ มันจะสร้างระบบอุปถัมภ์ที่จะกีดกันคนดี คนมีความรู้ความสามารถ แต่ไม่มีเครือข่ายอำนาจ ให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองได้เลย เพราะฉะนั้นท่านประธานผมยืนยันว่า กฎหมายปัจจุบันที่กำหนดจะกำหนด ๓๕ ปี หรือกำหนด ๓๐ ปี กรรมาธิการต้องถกให้ดีว่า จะเอาอะไรมาชี้วัดและวาระไม่เกิน ๒ สมัย ผมคิดว่ามันก็เหมาะสมอยู่แล้ว จะเป็นถึง ๑๒๐ ปีเลยใช่ไหมครับผมถามหน่อย แข็งแรงกันนักหรือ และการแก้ไขครั้งนี้ไม่ใช่เพียง แก้ปัญหาแต่จะสร้างปัญหาให้มากขึ้น ทั้งเรื่องการผูกขาดอำนาจ สืบทอดอำนาจ และสร้าง ระบบอุปถัมภ์ในท้องถิ่นซ้ำเติมเข้าไปอีก แล้วมันจะทำอย่างไรท่านประธาน มันก็ขาดคนเก่ง ๆ คนรุ่นใหม่ ทุกอย่างสกัดไม่ให้เขาขึ้นมาหมด ดังนั้นผมตั้งคำถามตรงนี้ให้พี่น้องประชาชน ช่วยฟังหน่อยและตอบไปพร้อมกับผมว่าประชาชนได้อะไรจากร่างกฎหมายฉบับนี้ และคำตอบที่ปรากฏชัดเจนก็คือประชาชนไม่ได้อะไรเลย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ก็ขอร่วมอภิปรายในประเด็นเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการลงรับสมัครเลือกตั้ง และวาระของผู้บริหารท้องถิ่น ใน ๓ พ.ร.บ. ทั้ง อบจ. เทศบาล และ อบต. รบกวนขอสไลด์ ด้วยครับ🔗
ก็เป็นที่ถกเถียงกันเรื่องอายุและ วาระว่าเราจะเอาอย่างไรกันดี ซึ่งอันนี้ก็เป็นสถิติขั้นพื้นฐานว่าปัจจุบันนายก อบจ. ก็หน้าเดิม ๆ เยอะพอสมควร กระบี่นี่ ๗ สมัยเลย ขนาดที่มีกฎเว้นวรรคแล้ว ไม่แน่ใจว่าเว้นมากี่ครั้ง ก็เป็นการผูกขาดอำนาจแล้วก็อาจจะแอบแซวนะ ท่านจะเป็นสูงสุดถึงอายุเท่าไร คนรับสมัคร ส่วนใหญ่ก็จะเห็นว่า มันจะเอนไปทาง ๕๐-๖๐ ปี เราก็อยากจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในทาง การเมืองมากขึ้น สัดส่วนคนที่อายุ ๓๕-๔๐ ปี ที่ลงรับสมัครก็ยังค่อนข้างน้อย รวมถึงคนที่มา ลงรับสมัครสูงสุด อายุ ๘๑ ปี ท่านยังอยากจะเป็นนักการเมืองมืออาชีพ ท่านยังอยากจะตาย คาตำแหน่งหรือเปล่า ๘๑ ปีเยอะมาก แล้วดูคนที่เป็นรุ่น Baby Boomer คนที่เกิด ถ้าเผื่อ ดูแล้วก็อายุ ๕๐-๖๐ Up ทั้งนั้นเลย ๖๗ เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนคนที่เป็น Gen X Gen Y ยังค่อนข้างน้อยอยู่ อันนี้เป็นปัญหาเรื่องอายุ พอเราไม่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาแล้วเรา ไม่จำกัดเรื่องวาระผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้คือเป็นกันไม่รู้กี่สมัย แล้วเป็นโอ้โหเป็นจนตายเลย หรือเปล่า ต่อครับ อายุเฉลี่ยนายก อบต. ก็หมือนกัน ๕๙ ปี แก่สุด ๘๘ ปี ท่านจะเป็นจนถึง อายุเท่าไร ท่านยังไหวอยู่หรือ ๘๘ ปี ดูสัดส่วนสิครับมันไม่มีความหลากหลายเลย มันเอนไป ทางอายุที่ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นคิดว่าการลดอายุเกณฑ์การรับสมัครก็น่าจะช่วยได้ทำให้ มันมีคนใหม่ ๆ เข้ามา ลองมาเทียบดูกับต่างประเทศเกิดอะไรขึ้น ผมให้ดูอาจจะเทียบไม่ได้ ตรง ๆ หน้าถัดไปเลยเรายกตัวอย่างสหรัฐอเมริกาที่เป็นประเทศที่มีการกระจายอำนาจ แล้วก็มีการเลือกตั้งแต่ระดับโดยรวมทั้งประเทศ อันนี้เป็นระดับ Governor คือผู้ว่าการรัฐ ซึ่งอาจจะเปรียบเทียบกันโดยตรงกับนายก อบจ. ไม่ได้ แต่เราเห็นแล้วมันมีความหลากหลาย มันยังไม่มีข้อสรุป ๒ สมัยนี่ก็ปกติ ๒ สมัย เว้น ๔ ปี เว้น ๘ ปี บางรัฐให้เป็นแค่ ๑ สมัยด้วย เว้น ๔ ปี ไม่จำกัดนี่ก็ยังมีอยู่ ไม่จำกัดวาระ ๒ ปี วาระสั้นก็มี อันนี้ผมคิดว่าคงต้องไปถกเถียง กันต่อในชั้นกรรมาธิการ เพราะว่าในขนาดประเทศที่มีความหลากหลายอย่างสหรัฐอเมริกา ก็ไม่มีข้อสรุปเรื่องวาระที่ชัดเจน เปรียบเทียบนายกเทศมนตรีบ้าง Mayor อันนี้ก็ดูแบบ เมืองหลัก ๆ ในต่างประเทศก็มีหลากหลาย อย่างที่เมื่อสักครู่ท่านพริษฐ์ได้อภิปรายไป ชิคาโก โตเกียว ลอนดอน ไม่จำกัดวาระ แต่หลายที่ก็ตามมาตรฐานที่เรารู้จักกัน ๒ สมัย วาระ ๔ ปี บางที่ก็ให้เว้น อย่างโซลก็ ๓ สมัย วาระ ๔ ปี อันนี้ก็ยังหลากหลาย ผมคิดว่าตรงนี้ต้องไป ศึกษาหาข้อมูลให้รอบด้านแล้วก็เอาไปถกกันในกรรมาธิการเพิ่มเติม🔗
สุดท้ายในเรื่องของเกณฑ์อายุ เราก็จะเห็นว่ามีหลากหลาย อย่างบางรัฐ แคลิฟอร์เนีย ๑๘ ปี เป็น Governor ได้แล้ว สูงสุดของสหรัฐอเมริกาคือเท็กซัส ๓๐ ปี แต่ Range ค่อนข้างกว้าง ๒๑ ๒๕ เมืองนี้ ถ้าเผื่อไปลงระดับเมืองก็มีตั้งแต่ ๑๘ อย่างพิตส์เบิร์ก ต่ำสุด ๑๘ คุณก็ลงรับสมัครได้ คุณมีสิทธิเลือกตั้งได้ คุณก็ลงรับสมัครได้ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับ คุณ คนจะเลือกคุณหรือเปล่า อย่างฮอนนาลูลู ก็อาจจะไปถึง ๓๐ ถ้าเผื่อเป็นประเทศอื่น ๆ โตเกียว ๓๐ ลอนดอน ปารีส ๑๘ ฮ่องกง ๔๐ ก็ยังมี Range ที่ค่อนข้างกว้าง อันนี้ก็ควรจะ เก็บข้อมูลไว้แล้วก็เอาไปถกกันในชั้นกรรมาธิการ ผมก็สนับสนุน โดยรวมถึงเรื่องของการปรับ เกณฑ์อายุให้ต่ำลงมา แล้วก็เรื่องวาระจำกัดหรือไม่จำกัด หรือมีเงื่อนไขอย่างไรควรจะ เปรียบเทียบกับกรณีศึกษาในต่างประเทศเยอะ ๆ แล้วก็หาข้อตกลงให้ได้ก่อนที่จะกลับเข้า มาในวาระที่สอง วาระที่สาม อีกทีหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชลธานี เชื้อน้อย ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคประชาชน ขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ มีความเกี่ยวข้องกันในประเด็นที่แก้ไข ก็คืออายุ แล้วก็วาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหาร อปท. เหล่านี้ ซึ่งร่างทุกฉบับมีความเห็น สอดคล้องในการลดอายุผู้สมัครลง ซึ่งตัวผมเองก็เห็นด้วย แต่จะกำหนดที่เท่าไรถึงจะ เหมาะสม ซึ่งร่างของท่านอนุทินที่เป็นผู้เสนอก็กำหนดไว้ที่ ๒๕ ปี ร่างของท่านพริษฐ์ ก็กำหนดไว้ที่บรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งก็มีเหตุผลที่เป็น ตามหลักสากลและพอจะเป็นหลักคิดได้ก็ต้องไปถกกันในชั้นกรรมาธิการ การกำหนด คุณสมบัติที่ลดอายุลงจะทำให้เกิดความหลากหลายและเกิดการคืนถิ่น ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ มาเป็นพรรคก้าวไกลจนถึงพรรคประชาชน เรามักจะพูดในกลุ่มผู้สนับสนุนเสมอว่า การเปลี่ยนแปลง การพัฒนาประเทศ เริ่มที่ท้องถิ่นบ้านเรา เพราะฉะนั้นการเติมบุคลากร คุณภาพให้ท้องถิ่นจึงเป็นหลักคิดให้ พ.ร.บ. นี้ ประชาชนหลายท่านอาจจะตั้งแง่ว่า พวกนักการเมืองก็มองแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง พ่อเป็นนายก อบจ. แม่เป็น สส. ลูกเป็นนายกเทศบาล จะมองในแง่ลบทางเดียวก็ไม่ได้ครับท่านประธาน ปัจจุบัน การกำหนดอายุไว้ที่ ๓๕ ปี สำหรับผู้บริหารก็อาจจะคำนวณจากการที่ว่าเราต้องจบ ปริญญาตรี ช่วงอายุ ๒๒-๒๓ ปี ทำงานเก็บประสบการณ์สัก ๑๐ กว่าปี แต่อย่างน้อย ผู้บริหารก็ถูกล็อกด้วยคุณสมบัติการจบปริญญาตรี ซึ่ง ๒๐ ปี เป็นไปได้น้อยมากหากจะคิด ตามหลักบรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นอกจากจะเก็บหน่วยกิต ตอนเรียน ม. ปลาย การกำหนด ๓๕ ปี ก็ไม่ได้มีหลักคิดอะไรรับรองไว้ ทุกอย่างท่านประธาน เหมือนเหรียญ ๒ ด้าน ข้อดีของการกำหนดอายุที่ต่ำลงคือการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ขยายตัวกว้างขึ้น ย้อนกลับไปตัวผมที่มาทำการเมืองก็เพราะอยากจะเห็นบ้านเกิด เห็นจังหวัดลำปางของผมพัฒนาขึ้นตามที่คาดหวัง หลายคนเลือกที่จะเรียนรัฐศาสตร์ เรียนนิติศาสตร์ หรือเรียนการเมืองท้องถิ่นก็เพื่อเหตุผลเหล่านี้ไม่ใช่หรือครับ เราในฐานะ ฝ่ายนิติบัญญัติอย่าพยายามไปขีดกรอบความคิดให้ประชาชน แต่ต้องให้อิสระประชาชน ในการตัดสินใจ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่ได้บังคับใช้แค่ ๓ ปี ๕ ปี แต่เราผ่าน พ.ร.บ. นี้ เพื่ออนาคต อายุที่ลดลงจะลดการกีดกัน เพิ่มความหลากหลาย เปิดโอกาสให้คนหน้าใหม่มาทำการเมือง และสุดท้ายการได้รับเลือกตั้งหรือการดำรงตำแหน่งก็ได้มาจากความหวัง ความศรัทธา ของประชาชนนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ วาระการดำรงตำแหน่ง การกำหนด ๒ วาระ ๆ ละ ๔ ปี ถ้าไม่ครบ ๔ ปี ก็นับเป็น ๑ วาระ แล้วจะกลับมาลงรับสมัครใหม่ก็เมื่อพ้นวาระไปแล้ว ๔ ปี ผมก็ยังคงหาหลักคิดจากการกำหนดแบบนี้ว่าอ้างอิงจากหลักคิดอะไร ประเด็นนี้ก็เป็น ประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างมากว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่ หากผู้บริหารเหล่านั้น ต้องการจะสืบทอดอำนาจจริง ๆ ในช่วงที่เว้นวรรคเขาก็ส่ง Nominee ลงอยู่ดี สู้ให้ตัวจริง ลงสนามวัดกันไปเลยว่าการทำงานของใครจะเป็นที่ถูกใจของประชาชน การเปิดโอกาสให้คน หน้าใหม่เข้ามาทำการเมืองก็ต้องแข่งขันกันด้วยมาตรฐานเดียวกัน ผมยังคงยืนยันว่าวันที่ ประชาชนเข้าคูหาเลือกตั้งอำนาจอยู่ในมือของประชาชน เรากำหนดการพัฒนาท้องถิ่นได้ ด้วยมือเรา การเมืองท้องถิ่นเองก็มีพลวัตของมันเหมือนการเมืองระดับประเทศ ประชาชน สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ตรวจสอบการทำงาน หากไม่ทำตามนโยบายการได้รับเลือกกลับมา น้อยมาก เราอย่าเอาส่วนน้อยที่เสียมาตัดสินส่วนใหญ่ หากผู้บริหาร อปท. นั้น ๆ สามารถ ทำได้ดีก็ควรให้โอกาสเขากลับมาลงสมัครให้ประชาชนเลือกไปบริหาร อปท. นั้น ๆ ต่อ หากประชาชนยังวางใจ แต่หากจะกำหนดวาระจริง ๆ ก็อาจจะอ้างอิงจากการดำรงตำแหน่ง ของนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๘ ปี ซึ่งหลักคิดเหล่านี้ก็ต้องไปถกเถียงกันในชั้น กรรมาธิการ จึงเป็นเหตุผลที่ผมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ทุกฉบับที่เสนอเข้ามา และอยากให้ เพื่อนสมาชิกรับหลักการ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ไปถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย เรื่อง วาระของผู้ดำรงตำแหน่ง นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็จะมีเรื่องอายุและหลักเกณฑ์ในการดำรงตำแหน่งกี่ปี ส่วนตัวผมเห็นด้วยในการปรับอายุ ปัจจุบันจะใช้อายุในการเลือกตั้งของผู้ดำรงตำแหน่งนายก ไม่ว่าจะเป็นนายก อบจ. เทศบาล หรือ อบต. อายุ ๑๕ ปี ซึ่งเราจะปรับลดส่วนของร่าง ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ตรงนี้ก็เหลืออายุ ๒๕ ปี ซึ่งหลายท่านอาจจะวิตกกังวลว่าจาก ๓๕ ปี เหลือ ๒๕ ปี หรือ ๒๐ ปี มันไม่ใช่ประเด็นตรงนี้ เรื่องอายุ ผมเองขอยกตัวอย่างผมนะครับ ผมเองเคยเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารเทศบาล ตำบลบ้านลาด ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒-๒๕๖๖ แล้วลาออก ๒๐ กว่าปี ผมเป็นนายกเทศบาล ตำบลบ้านลาด ตั้งแต่อายุ ๒๖ ปี ในการบริหารงาน ยิ่งเป็นในส่วนของการบริหารงาน ที่มีพื้นที่เยอะ รู้พื้นที่เยอะก็จะทำให้เราเห็นถึงปัญหา ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภคถนนหนทาง คุณภาพชีวิต การส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชนหรือพ่อแม่พี่น้องในท้องถิ่นที่รับผิดชอบ อยู่นั้นเราจะเห็นภาพ ยิ่งอยู่นานยิ่งเห็นภาพ ถ้าเราลงพื้นที่ใส่ใจพ่อแม่พี่น้องเข้าถึงพื้นที่เทศกาลทุกวาระ แก้ปัญหาในท้องที่เรา ประเพณี วัฒนธรรม เชื่อผมเถอะว่าอายุไม่สำคัญ ถึงเวลาคุณเลือกตั้งชาวบ้านเขาจะเป็นตัวพิสูจน์ว่า ตอนที่คุณดำรงตำแหน่งนั้นคุณบริหารงานอย่างไรบ้าง คุณเอาใจใส่บริหารงานตำบลของคุณ อย่างไรบ้างนี่คือเรื่องอายุ ส่วนปรับลดลงเหลือจะ ๒๐ หรือ ๒๕ เดี๋ยวก็ว่ากันในชั้นต่อไป🔗
ส่วนอีกประการหนึ่ง การแก้ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ๘ ปี หรือ ๒ สมัยนั้นไม่ต้อง เว้นวรรค อันนี้ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่าอย่างที่กล่าวต่อให้ดำรงตำแหน่งนาน ขนาดไหนไม่สำคัญ มันสำคัญตรงที่ว่าคุณทำพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านเขาพึงพอใจในตัวคุณ ขนาดไหนในตอนที่ดำรงตำแหน่ง ผมขอยกตัวอย่างเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั่วประเทศ มีการเลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ ๑ เทศบาลที่ผมรู้จัก ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อท่านประธานว่า เทศบาลไหน มีผู้สมัครนายกเทศมนตรี ๒ ท่าน ขอยกตัวอย่างชื่อนามสมมุติ นายเอ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งเป็น Champ เก่า นายบีเป็นผู้ท้าชิง การแข่งขันก็เข้มข้นตามกติกา แต่พอถึงใกล้เลือกตั้งกระแสบอกว่าผู้ท้าชิงใช้เงินซื้อเสียง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทต่อหัว นี่เป็นกระแสที่ชาวบ้านพูดต่อกันมา ข้อเท็จจริงผมก็ไม่ทราบ ทำให้นายเอที่เป็น Champ เก่า ก็ได้เกิดพูดจากับชาวบ้านว่าผมคงจะสู้ไม่ไหวสงสัยจะไม่ได้ทำงานต่อในเทศบาล ผลปรากฏ การเลือกตั้งมานายเอชนะขาดลอยเพราะอะไรทราบไหมครับท่านประธาน เพราะว่าช่วงที่ เขาดำรงตำแหน่งนั้นเขาทำงานจริง ใส่ใจชาวบ้านจริง พัฒนาจริง รู้ปัญหาจริง นี่คือเหตุผล ที่ชาวบ้านเลือกเขา บางครั้งเงินอาจไม่ใช่งูนะครับท่านประธาน แต่ ณ ปัจจุบันนี้ชาวบ้าน เขาเลือกผู้นำ ผู้บริหารเขาเลือกจากผลงาน เลือกจากการกระทำ ถ้าเราย้อนกลับไป ๕๐ ปีที่แล้ว การเลือกตั้งจะสภาไหนก็ตามอาจจะใช้หัวคะแนนเป็นผู้ช่วยเหลือในการเลือกตั้ง อาจจะเกิดการข่มขู่หรือข่มเหงชาวบ้านให้เลือกบุคคลโน้น นายเอ นายบี อะไรก็ตาม นั่นคือ ๕๐ ปีที่แล้ว แต่ในปัจจุบันการเลือกตั้งถ้าผู้สมัครใช้หัวคะแนนที่มีการข่มขู่ ข่มเหงชาวบ้าน ผู้นั้นจะตกและไม่ได้รับเลือกตั้งอย่างแน่นอน ผมถึงกล่าวว่าการบริหารท้องถิ่นเป็นเรื่องของ ตำบลเขา อำเภอเขา จังหวัดเขา ผู้ที่จะรู้ดีที่สุดคือคนในท้องถิ่นว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร วัฒนธรรมประเพณีส่งเสริมคุณภาพชีวิต สาธารณูปโภคต่าง ๆ นานา เขามองเห็นได้ตลอด และสิ่งที่สำคัญเรามองประเด็นว่าถ้าเป็นนาน เป็นหลายสมัย ๆ นั้น บางคนอาจจะพูดว่า มีอิทธิพลทางการเมืองหรือเปล่า ผมว่าตรงนี้ไม่จริงเลย ในปัจจุบันการบริหารงานจะเป็น เทศบาล อบจ. หรือ อบต. ก็ดี ในยุคปัจจุบันนี้การตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็น สตง. ป.ป.ช. ป.ป.ท. เข้มข้นมาก และโดยเฉพาะข้าราชการประจำ อะไรที่ผิดระเบียบ ในยุคปัจจุบันเขาจะไม่ร่วมมือกับภาคการเมือง เขาจะไม่เอาตำแหน่งหน้าที่ของข้าราชการ มาเสี่ยงกับนักการเมือง ผมถึงบอกว่าในการที่เราปลดล็อกว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ๘ ปี ไม่ต้อง เว้นวรรคเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่สำคัญจะทำให้ประชาชนของเขาในตำบลนั้น ในอำเภอนั้น จังหวัดนั้น เขาได้เลือกคนที่ถูกใจเขา เขาได้เลือกคนที่ทำงานจริง ประชาชนในยุคปัจจุบัน ชาวบ้านในยุคปัจจุบัน มีความรู้ความคิดในการเลือกตั้ง ยุคหัวคะแนน ๕๐ ปีที่แล้ว มันหมดยุคหมดสมัยแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ตัวนี้ ร่างนี้ที่เข้าสู่สภา ส่วนจะว่า กันในขั้นตอนวาระไหนก็ว่าไป ในส่วนตัวเห็นด้วยอย่างยิ่งและขอสนับสนุน ทั้ง ๓ ร่าง ส่วนอายุก็ไปว่ากันจะ ๒๐ ปีขึ้น หรือ ๒๕ ปีขึ้น เราแก้เถอะครับ เพื่อประโยชน์ของพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อประโยชน์ของตำบลเขานี่คือสิ่งที่ดี ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ในประเด็นของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นของทาง อบจ. ทางเทศบาล หรือทาง อบต. ขออนุญาตที่เอ่ยเป็นชื่อย่อ วันนี้ที่มีทางเพื่อนสมาชิกได้เสนอเข้ามา โดยรวมกันแล้วทั้งหมดก็คือ ๑๐ ฉบับ อย่างไรก็ตามแต่ในเนื้อหาอาจจะมีความแตกต่างกัน บ้างเล็กน้อย แล้วก็ในบางประเด็นที่อาจจะมีความเห็นต่างกันบ้าง แต่สิ่งหนึ่งแน่นอนละคะ ๓ ร่างหลัก ๆ ที่ทางพรรคภูมิใจไทยเสนอโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น เรามองไกล มองยาว และเรามองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการบริหารราชการแผ่นดินของส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ดิฉันจะพูดประเด็นของเรื่องวาระเท่านั้นค่ะท่านประธาน ในประเด็นของวาระ เมื่อสักครู่ ตอนที่เสนอร่างท่าน สส. ธนยศ ได้พูดหลักการและเหตุผลไปเรียบร้อยแล้วว่าเหตุใด เพราะอะไร ทำไมทางพรรคภูมิใจไทยเรามองว่ามีการกำหนดกรอบวาระติดต่อกันเพียงแค่ ๒ วาระแล้วห้ามเป็นอีกเลย มันทำให้การบริหารงานขาดตกบกพร่องไป การบริหารที่ ไม่ต่อเนื่องกันทำให้ขาดโอกาสในหลาย ๆ อย่าง ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างในบางพื้นที่ค่ะ เราจะได้ยินข่าวว่ามีท่านนายกเทศมนตรีที่หนึ่งพื้นที่ของอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่แห่งนั้นต้องบอกว่าเจริญอย่างมากเป็นเมืองต้นแบบ แล้วก็เป็นเมืองคู่ขนานของ ประเทศญี่ปุ่นด้วย ก็มีท่านนายกที่ดูแลตรงนั้นมายาวนานมากกว่า ๒๐ ปี ทำให้เห็น การพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่ชัดเจน แน่นอนการวางแผนงาน การวางโครงการการพัฒนา อย่าลืมนะคะเรื่องการพัฒนาไม่ใช่แค่พัฒนาแล้วสร้างอย่างเดียว ทุกอย่างต้องมีคำว่าซ่อม การซ่อมและสร้างเราทำพร้อม ๆ กัน แน่นอน ๔ ปีแรก และเมื่อถ้าท่านผู้บริหารท่านนั้น สามารถได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในเขตนั้นมาต่อในสมัยที่ ๒ ก็คือ ๔ บวก ๔ ๘ ปีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในสิ่งหนึ่งดิฉันมองว่าในเรื่องประเด็นของวาระไม่ใช่ประเด็นหลัก ที่เราจะเอามาตีกรอบความสามารถและตีกรอบความพึงพอใจของพี่น้องประชาชน ในเขตนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นตำบลต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง อบจ. ที่เป็นจังหวัดต่าง ๆ เพราะอะไร หรือคะ เพราะว่า ๑. ก็คือสิทธิในการเลือกอยู่ในผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น ๆ อยู่แล้ว เขามีสิทธิเลือกคนที่เขาพึงพอใจ เขามีสิทธิเลือกผู้นำที่เขาเห็นว่าสามารถมาพัฒนาบริหาร ท้องถิ่นของเขาได้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราไปจำกัดและกำหนดว่าผู้บริหารนั้น ๆ อยู่ได้แค่ ๒ วาระไม่เกินนี้ หลังจากนั้นท่านก็ต้องหาใครคนใหม่ขึ้นมา ซึ่งใครคนใหม่แน่นอนละคะ พี่น้องประชาชนหลายท่านถ้าไม่คุ้นเคย ไม่รับทราบ แล้วก็ไม่รับปัญหาที่ตามมา หลาย ๆ อย่างก็อาจจะไม่มีความไว้วางใจเกิดขึ้น และนี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่เรามองว่าสิทธิ ในการเลือกอยู่ในมือพี่น้องประชาชน ท่านจะให้โอกาสท่านผู้บริหารท่านนั้นอยู่นานเท่าไร อยู่ในสิทธิ ในมือของท่าน เพราะอย่างไรก็ตามแต่การเสนอตัวมาเป็นผู้บริหารไม่ได้ หมายความว่าใครคนใดคนหนึ่งเสนอมาแล้วเขาได้เป็นตลอดไป เพราะทุก ๆ คน และพระราชบัญญัติที่เราเสนอมานี้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ถ้ามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แล้วนั้นแสดงว่าเขามาจากการเลือกของพี่น้องประชาชนในเขตนั้น ๆ เพราะฉะนั้น นี่คืออำนาจสิทธิขาดของพี่น้องประชาชนในเขตนั้น ๆ ที่จะระบุว่าเขาอยากได้ผู้นำของเขา คนนั้น ๆ ให้อยู่บริหารนานเท่าไร ถ้าอยู่บริหารนานเข้า ๆ มากกว่า ๒ สมัย อาจจะอยู่ ๔ สมัย ๕ สมัย ๖ สมัย ก็เป็นเพราะความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนตรงนั้น ท่านไม่มีสิทธิ ไปบอกและไปถามเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องเป็นคนนี้ ทำไมถึงต้องบอกว่าคนนี้จะเป็นเท่าไร คนเรามีความสามารถไม่ใช่เพราะอายุ ความสามารถท่านจะบอกว่าท่านจะอยู่กี่สมัย ถ้าเขาสามารถทำได้และพัฒนาเขตของเขาได้เขาสามารถทำได้หมดท่านประธาน ไม่จำเป็น จะต้องไปจำกัดในประเด็นของวาระ เพราะฉะนั้นดิฉันมองว่านี่คือสิทธิของพี่น้องประชาชน ที่สามารถจะชี้และจะเลือกว่าเขาต้องการใครมาบริหารโดยไม่มีกรอบของวาระมากำหนด ให้เขาได้บริหารงานแค่เท่านั้นเท่านี้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันก็ต้องบอกว่าขอสนับสนุน ร่างของ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง แต่ประเด็นทั้งหมดนี้ โดยหลัก ๆ คือ ๓ เรื่อง ของ อบจ. ของเทศบาล และ อบต. และที่สำคัญที่สุดคือเสนอร่างโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เราเห็นว่า สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในระบอบประชาธิปไตยก็คือเสียงของพี่น้องประชาชนท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ อบจ. เทศบาล แล้วก็ อบต. ขออนุญาตที่ใช้คำย่อนะครับท่านประธาน เกี่ยวกับอายุของพี่น้องที่จะลงรับการเลือกตั้ง ผมเห็นด้วยกับร่างของ ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่เราจะปรับอายุลงมาเหลือ ๒๕ ปี เหตุผลอย่างนี้ท่านประธาน ผมคิดว่าอายุ ๒๕ ปี จะเป็นในช่วงอายุที่เราจะมีความรู้ ความสามารถ แล้วก็มีความเป็นผู้ใหญ่เพียงพอในการที่เสนอตัวเองมาเป็นผู้บริหาร ยกตัวอย่างการเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พี่น้องเราหลายคนที่อยู่ในนี้ก็เริ่มต้น อย่างนี้ล่ะครับ อายุ ๒๕ ปี อายุ ๒๖ ปี อย่างตัวกระผมเองก็ได้เข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน ในฐานะ สส. ของจังหวัดนครราชสีมา ตอนผมอายุ ๒๕ ปี ในปี ๒๕๕๐ นั่นเป็นสมัยแรก ที่ผมได้ก้าวเข้ามาในสภาแห่งนี้ แล้วก็ในสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็น สส. อัคร ไม่ว่าเป็น สส. พิมพฤดา จากพระนครศรีอยุธยา ท่าน สส. ก็อายุประมาณ ๒๖ ปี ๒๗ ปี ในการที่จะได้เข้ามาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมันบ่งชี้ได้ชัดว่าความรู้ความสามารถของเยาวชน เรียกเยาวชนก็คงจะไม่ถูกเสียทีเดียว ความรู้ความสามารถของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเสนอตัวเอง เป็นตัวแทนให้กับพี่น้องประชาชนนั้นพร้อม วันนี้เราเห็นผลงานของ สส. หลายท่านที่ทำงาน ในสภาก็ดี ในด้านนิติบัญญัติ เราเห็นสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้แสดงความคิดเห็นในการเสนอ แก้กฎหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้องเรียนในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ เราเห็นว่าวันนี้ น้อง ๆ นั้นได้มีฝีมือ เพราะฉะนั้นเราอยากจะให้เปิดกว้างในระดับท้องที่ท้องถิ่นด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราสามารถที่จะลดอายุของผู้สมัครในการจะลง ไม่ว่าจะเป็นนายก อบจ. ไม่ว่าจะเป็นนายกเทศบาล ไม่ว่าจะเป็นนายก อบต. มันจะเปิดกว้างท่านประธาน มันจะมีความหลากหลายในแนวความคิด มันจะมีความหลากหลายในแนวของการพัฒนา และมันจะมีโอกาสให้กับน้อง ๆ รุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถได้เข้ามาช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน ส่วนในวาระนั้นผมไม่ติด เพราะการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็แล้วแต่ มันเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าคุณจะอยู่ ๑ สมัย ๒ สมัย ๓ สมัย หรือจะอยู่ถึงอายุ ๘๐ ๙๐ ก็สุดแล้วแต่ ถ้าเกิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีของพี่น้องประชาชน ถ้าเขามีความรู้ความสามารถ เขาเป็นตัวแทนให้กับพี่น้องประชาชนได้จริง ๆ อย่างตัวผมเองพูดแล้วก็น้ำตาจะไหล ผมเป็น สส. มา ๒ สมัย สอบตกก็ตกมาแล้ว กลับมาก็กลับมาแล้ว เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่เสียง ของพี่น้องประชาชน ถ้าวันนี้เราทำงานดีพี่น้องประชาชนอยากจะใช้บริการเราต่อเขาก็ เลือกเรา แต่ถ้าวันนั้นเราทำงานไม่เข้าเป้าพี่น้องประชาชนแลเห็นว่าเราไม่ได้เป็น ที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชนเขาก็ไม่เลือกเรา เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานถึง เพื่อน ๆ สมาชิกที่จะเป็นกรรมาธิการวิสามัญว่าท่านเข้าไปแล้วอยากจะให้พิจารณา ในทุก ๆ มิติ เพราะว่าอายุอย่าไป Cap เลยว่าจะต้องเท่าไร ผมว่า ๒๕ ปี ตามที่ท่านอนุทิน ได้ร่างมาผมว่าเหมาะสม ส่วนในเรื่องวาระเหมือนกัน เขาจะเป็นนานกี่สมัยอยู่ที่พี่น้อง ประชาชน เขาจะเป็นได้แค่สมัยเดียวก็อยู่ที่พี่น้องประชาชน นี่คือเสน่ห์ของประชาธิปไตย ของประเทศไทย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ อบต. เทศบาล อบจ. ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ เรากำลังจะพิจารณาเกี่ยวกับกฎหมายไม่ใช่แค่เป็นตัวกฎหมาย แต่มันเป็นการปลดล็อก ศักยภาพของท้องถิ่นไทย และเป็นการคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนในการตัดสินใจว่า จะต้องได้ใครมาเป็นผู้นำไม่ใช่แค่ตัวหนังสือในกฎหมายมาปิดกั้นในอนาคตของพวกเรา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ดิฉันขออภิปรายใน ๒ ประเด็นนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดอายุต่ำลงมา ของผู้สมัคร เป็นการยกเลิกการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหาร การลดอายุขั้นต่ำของผู้สมัคร เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ และยังไม่พอกฎหมายปัจจุบันกำหนดไว้ที่ ๓๕ ปี เป็นการกำหนด ไม่ใช่แค่ตัวผู้สมัครท่านนายกเท่านั้น ยังรวมไปจนถึงผู้บริหารท้องถิ่นด้วย คุณสมบัติทีมงาน ผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งประกอบไปด้วยท่านรองนายกด้วย พระราชบัญญัตินี้ดิฉันขอยกตัวอย่าง แค่เทศบาลอย่างเดียว พระราชบัญญัติเทศบาล ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๔๘ อัฏฐ นายกเทศมนตรีแต่งตั้งรองนายกมิใช่สมาชิกสภาเป็นผู้ช่วยเหลือในการบริหารราชการ ของท้องถิ่นตามที่นายกมอบหมาย คือเทศบาลตำบลตั้งรองนายกได้ไม่เกิน ๒ คน เทศบาลเมืองตั้งรองนายกได้ไม่เกิน ๓ คน เทศบาลนครตั้งรองนายกได้ไม่เกิน ๔ คน วันนี้ดิฉันจะไม่ได้พูดถึงเรื่องกรณีของตัวท่านนายก จะเชื่อมโยงไปจนถึงรองนายก ตามมาตรา ๔๘ นว ๔๗ รองนายกต้องมีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา ๔๘ เบญจ สรุปง่าย ๆ คือคุณสมบัติของรองนายกเทียบเท่ากับท่านนายกทุกประการ กฎหมาย ที่เขียนไว้แบบนี้ไม่ได้ปิดกั้นแค่ตัวนายกอย่างเดียว ยังปิดกั้นตัวรองนายกที่นายกจะแต่งตั้ง มาช่วยงานด้วย มันเป็นการกำหนดให้เด็กคนรุ่นใหม่หรือคนหลาย ๆ คนต้องการจะมาพัฒนา พื้นที่ของตัวเอง อยากเห็นบ้านเมืองของตัวเองเจริญก้าวหน้า อันนี้มันเป็นการปิดกั้น พอสมควร ทั้ง ๆ ที่ร่างของคุณพริษฐ์ และคณะ กำหนดไว้ว่าบรรลุนิติภาวะก็สามารถ สมัครได้ ซึ่งเรื่องนี้เราก็คงต้องใช้กรรมาธิการไปถกกันอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะเอารูปแบบนี้ อย่างไร แต่ทีนี้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ได้ให้ข้อเสนอในห้องวิปมาว่า ยังมีกฎหมายอีกหลายตัวที่ผูกพันกัน อย่างเช่น ตัวผู้บริหารจะต้องจบปริญญาตรี ซึ่งการจบ ปริญญาตรีตอนนี้ไม่ได้ผูกพันกับอายุด้วย ซึ่งหลายคน บางคนก็จบปริญญาตรีตอนที่อายุ ๒๑-๒๒ ปี น้อง ๆ หลายคนเรียนเทียบเข้ามหาวิทยาลัยได้เร็วก็จบปริญญาตรีตั้งแต่ อายุ ๑๘-๑๙ ปีด้วยซ้ำไป กรณีของต่างประเทศ เช่น ฟินแลนด์ สหรัฐอเมริกา ก็มีนายก ท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งแต่อายุ ๒๐ กว่าปี สามารถขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ ของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกการสมัครในประเทศไทยบอกไว้ในใบสมัครว่าต้องการคน ที่มีประสบการณ์ แต่ทุกครั้งกฎหมายเขียนกำหนดไว้แบบนี้แล้วจะให้คนรุ่นใหม่มีประสบการณ์ ได้อย่างไรละคะ🔗
ประเด็นที่ ๒ คือการยกเลิกการจำกัดการดำรงตำแหน่ง กฎหมายเดิม ที่เขียนไว้ปัจจุบันนี้ก็คือผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องสามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๒ วาระ ก็คือนายกเป็นได้แค่ ๒ สมัย คือ ๘ ปีแล้วต้องหยุดตามกฎหมายได้กำหนดไว้ แต่พื้นที่ ของดิฉัน ไม่ว่าจะเป็นอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ มีนายกหลายท้องถิ่น ที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจบริหารจัดการที่ดี บางครั้งพื้นที่ห่างไกลอย่างพื้นที่ ของดิฉันเป็นพื้นที่ชายแดนอาจจะได้รับงบประมาณในการจัดสรรหน่วยงานของรัฐ ค่อนข้างน้อย นายกแต่ละท้องถิ่นเขามีวิสัยทัศน์การหางบประมาณและช่วยเหลือท้องถิ่นได้ดี เป็นทางออกให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันก็เห็นด้วยว่ามันควรจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับ พี่น้องประชาชน ต้องการนายกแบบไหน ผู้นำแบบไหนให้กับหมู่บ้านเขา พื้นที่ของเขา อันนี้ มันควรจะเป็นการตัดสินใจจากพี่น้องประชาชน ให้สิทธิในการตัดสินใจ หลักการนี้วางไว้ บนพื้นฐานของประชาชนคือเจ้าของอำนาจท่านประธาน การเลือกตั้งคือกลไกที่สำคัญ หากเขาไม่ได้ผู้นำที่ตอบโจทย์เขาการเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ต้องหวังแล้วว่าพี่น้องประชาชน จะไว้วางใจอีก แม้กระทั่งการกำหนดวาระแบบนี้ไม่ได้เป็นการบอกว่าจะไม่มี Nominee เกิดขึ้น หลายครั้ง หลายพื้นที่ ก็อาจจะคิดว่าการจำกัดวาระเพื่อที่จะไม่ให้นายกเป็นต่อ แต่ทีนี้เราจะคิดได้อย่างไรว่าเขาหยุดไปแล้วเขาไม่นำคนอื่นมาเป็นต่อ ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถ บริหารจัดการที่ดี ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การจำกัดวาระ แต่เป็นการถ่วงดุล ระบบถ่วงดุลค่ะ และการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยการเลือกตั้งท่านประธาน ดิฉัน จึงเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ อบต. เทศบาล อบจ. ทุกฉบับ และการเลือกตั้ง การปลดล็อกในเรื่องของอายุและการจำกัดวาระ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระ และมีการคล่องตัวทันต่อสมัย สามารถพัฒนาบ้านเมืองของตัวเอง ในพื้นที่ของตัวเองและ เข้าใจปัญหาพื้นที่ของตัวเองได้ดีที่สุด เหมือนดังคำที่ว่าใหม่เฮาก็เอา เก่าเฮาก็บ่ละเจ้า ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิตยา มีศรีครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขออภิปรายในประเด็นการยกเลิกข้อจำกัด ๒ วาระของผู้บริหารท้องถิ่นตามที่ บัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ร่าง ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. องค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่าง พ.ร.บ. เทศบาล และร่าง พ.ร.บ. องค์การบริหารส่วนตำบล ท่านประธานที่เคารพ การที่ได้กำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นนายก อบจ. นายกเทศบาล นายก อบต. ได้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกันนั้น ฟังดูเหมือนเป็นการป้องกันการผูกขาด อำนาจ แต่ในทางปฏิบัติแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการจำกัดสิทธิของพี่น้องประชาชนโดยตรง เลยท่านประธาน เพราะอย่าลืมผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ หากประชาชนยังศรัทธา ยังไว้ใจ และยังพร้อมลงคะแนนเสียงให้กับ คนเดิมทำไมเราต้องไปกำหนดเงื่อนไขให้เขาหยุด ทั้ง ๆ ที่ประชาชนยังต้องการอยู่ อีกทั้งโครงการพัฒนาท้องถิ่นจำนวนมากเลยไม่ได้จบกันแค่ ๔ ปี หรือ ๘ ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การก่อสร้างระบบประปา โรงพยาบาล การศึกษา หรือโครงการบูรณะสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ล้วนต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน การกำหนดเพียง ๒ วาระ ทำให้หลายพื้นที่ต้องสะดุด กลางทางเพราะเพียงต้องการเปลี่ยนผู้บริหาร เสียโอกาสในการพัฒนาท้องถิ่น ท่านประธาน กลไกการตรวจสอบผู้บริหารท้องถิ่นเรามีอยู่แล้ว ทั้งสภาท้องถิ่นเองที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลกัน หน่วยงานตรวจสอบของรัฐอีก และที่สำคัญที่สุดคือการเลือกตั้งทุก ๔ ปี ถ้าผู้บริหารทำงาน ไม่โปร่งใส ไม่ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน เขาก็จะไม่ได้ถูกรับเลือกอีกครั้ง อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราเห็นจากข้อจำกัด ๒ วาระ คือการเปิดช่องให้เกิดการสืบทอดอำนาจ แบบทางอ้อม ผ่านเครือข่ายญาติหรือคนใกล้ชิด ผู้บริหารพ้นวาระแต่กลับส่งลูกหรือญาติ หรือเครือข่ายลงสมัครแทน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วประชาชนไม่ต้องการคนในเครือข่าย แต่ต้องการคนที่ทำงานได้จริง ๆ มีวิสัยทัศน์ที่ตั้งใจพัฒนาท้องถิ่นจริง ๆ ท่านประธาน และที่สำคัญหลายตำบล โดยเฉพาะตำบลเล็ก ๆ ที่ผู้บริหารทำงานได้ดีมีวิสัยทัศน์ ถ้าอย่าง สมุทรปราการก็อย่างเช่น เทศบาลเมืองแพรกษา หรือเทศบาลตำบลบางเสาธง ถ้าในเขต ของดิฉันก็อย่างเทศบาลตำบลหนองปรือ เป็นตำบลเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียง ๓,๐๐๐ ๔,๐๐๐ คนเท่านั้น มีคนสนใจสมัครผู้บริหารท้องถิ่นก็น้อยลงอยู่แล้ว หากยังกำหนดเพียง ๒ วาระ ก็ยิ่งทำให้ประชาชนขาดแคลนผู้นำที่มีคุณภาพ มีวิสัยทัศน์ คนที่ตั้งใจทำงานจริง ๆ ถูกบังคับให้หยุดทั้งที่ในพื้นที่ไม่มีใครพร้อมที่จะเข้ามาทำงาน ผลสุดท้ายประชาชนต้องจำใจ เลือกคนที่อาจไม่ได้เต็มใจหรือไม่พร้อม ทั้งความรู้ความสามารถ วิสัยทัศน์ การพัฒนา อาจเป็นเพียงเครือข่ายหรือหุ่นเชิดมาบริหารท้องถิ่น ซึ่งกระทบต่อการพัฒนาตำบลโดยตรง เมื่อมองไปยังต่างประเทศ หลายประเทศไม่มีการจำกัดวาระของผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษหรือญี่ปุ่น นายกเทศมนตรีสามารถอยู่กี่วาระก็ได้ขึ้นอยู่กับความไว้วางใจของพี่น้อง ประชาชน การตรวจสอบเกิดขึ้นจริงจากกลไกการเลือกตั้ง และการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนคนเก่งจริงอยู่ได้ยาว ส่วนคนที่ไม่ตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชนก็ต้องถูกโหวต ออกไปอยู่แล้ว ดังนั้นดิฉันขอยืนยัน การยกเลิกข้อจำกัด ๒ วาระ ไม่ใช่การเปิดทางให้การ สืบทอดอำนาจ แต่เป็นการคืนสิทธิ คืนอำนาจ ให้กับพี่น้องประชาชน และอีก ๑ เสียง สะท้อนจากผู้บริหารท้องถิ่นเองที่มีความตั้งใจและมีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาท้องถิ่นจริง ๆ เขาก็สะท้อนมาเหมือนกันว่าบางที ๒ วาระ ก็ไม่พอในการพัฒนาท้องถิ่น เพราะถ้าประชาชนไม่ต้องการเขาก็ไม่ต้องเลือก แต่ถ้าประชาชนยังศรัทธาเราไม่มีสิทธิ ไปปิดกั้นเจตจำนงของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่เคารพ วันนี้เราต้องไว้ใจ พี่น้องประชาชน เราต้องเชื่อมั่นในตัวพี่น้องประชาชน เพราะตัวพี่น้องประชาชนเองเป็นคน ในพื้นที่ รู้อยู่แล้วว่าพวกเขาต้องการผู้นำแบบไหนมาบริหารท้องถิ่นเขา ดิฉันจึงขออภิปราย สนับสนุนการยกเลิกข้อจำกัด ๒ วาระ ตามพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อให้ท้องถิ่นเดินไป ข้างหน้าด้วยความต้องการของพี่น้องประชาชนแต่ละพื้นที่ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนาชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายให้เหตุผล ต่อร่างพระราชบัญญัติเทศบาล อบต. อบจ. และร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งผู้บริหาร และสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีหลักการแล้วก็เหตุผลที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานดังนี้ ผมได้อ่านแล้วก็สรุปในหลักการร่างต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้นำเสนอต่อสภา ซึ่งผมเห็นว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกพวกเรากำลังจะพิจารณา กฎหมายที่สำคัญที่สุดกฎหมายหนึ่งที่เกี่ยวข้องแล้วก็มีความผูกพันใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน แล้วกำลังจะวางโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเป็นการ Guideline ให้สังคมไทย เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้พิจารณาด้วยเหตุด้วยผล ให้มองถึงบริบทของสังคมไทย แล้วก็ระดับเรื่องของ การศึกษา เรื่องขององค์ประกอบอื่น ๆ อย่ามองในส่วนของแต่ละประเทศ ในต่างประเทศที่เขา มีบริบทของสังคมที่แตกต่างจากเรา ผมสรุปหลักการที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนออยู่หลัก ๆ ๓ เรื่อง🔗
ประการแรก ต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลง ไปตามยุคตามสมัย ก็คืออยากให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการพัฒนาท้องถิ่น พูดง่าย ๆ ก็คือการขอแก้คุณสมบัติของผู้ที่จะมาสมัครเป็นผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนายก อบจ. เทศบาล อบต. จาก ๓๕ ปี เหลือ ๒๕ ปี หรือบรรลุนิติภาวะตามร่างที่คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ขออภัยที่เอ่ยนามเพิ่งเสนอยื่นเข้ามา🔗
ประการที่ ๒ ต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ในการเลือกผู้บริหารท้องถิ่นโดยไม่จำกัดวาระของการดำรงตำแหน่ง ต้องการให้ผู้บริหาร ท้องถิ่นได้มีการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องเพื่อให้การพัฒนาท้องถิ่นมีความต่อเนื่อง ก็คือเลิกวาระ ที่กำหนดไว้ ๒ สมัยแล้วต้องหยุด🔗
และประการที่ ๓ ที่เพิ่งยื่นญัตติเข้ามาเมื่อสักครู่นี้เองที่ผมได้อ่านก็คือ การแก้ปัญหาการลาออกของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนครบวาระ ๔ ปี เพื่อชิง ความได้เปรียบทางการเมือง ๓ เรื่องหลัก ๆ ผมมีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับหลักการ แล้วก็ ยังเห็นว่าในหลักการที่นำเสนอมามีความแตกต่างและขัดแย้งกันในตัว🔗
ประการแรก เรื่องของการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สมัครเป็นนายกผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จาก ๓๕ ปี ลดลงมา ผมเห็นด้วยควรต้องลดลงตามยุคตามสมัย แต่การจะกำหนดว่าอายุเท่าไรมีความเหมาะสมที่สุด ผมอยากให้ดูอย่างนี้ว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งถือว่าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ในพื้นที่นั้น ๆ แต่ละแห่งก็จะมีเทศบาล มี อบต. ของตัวเอง แต่ละ อบต. เทศบาล อบจ. เป็นองค์กรขนาดใหญ่ในพื้นที่นั้น มีพนักงาน จำนวนมาก มีงบประมาณหมุนเวียน ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท จนถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ การจะกำหนดให้มีผู้นำขององค์กรมาบริหารเงินระดับ ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท มาบริหารคนระดับ ๑๐๐ คน ๒๐๐ คน ๕๐๐ คน ๑,๐๐๐ คน ควรต้องมีความพร้อมพอสมควร ประสบการณ์การทำงาน วุฒิภาวะทางอารมณ์ ก็ควรจะต้อง นำมาพิจารณา ผมเห็นว่าอายุระดับ ๓๐ ปี ก็มีความเหมาะสม ส่วนผู้ที่มีอายุน้อยกว่านั้น จะ ๒๕ ปี หรือบรรลุนิติภาวะอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น อยากเป็นผู้บริหาร มาเป็นระดับรองนายก ที่ปรึกษา เลขานุการก่อนก็ย่อมที่จะทำได้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการท้องถิ่น เข้าใจกฎหมายท้องถิ่น เข้าใจพนักงานท้องถิ่น หลังจากนั้นอายุถึงเกณฑ์ที่เหมาะสมก็สมัครรับเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งนายก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ย่อมที่จะทำได้ แต่การที่จะให้บุคคลที่บรรลุนิติภาวะยังไม่เคย ผ่านประสบการณ์ ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอแล้วสมัครรับเลือกตั้งท่านอาจจะได้บุคคลที่เรียกว่า อายุน้อยร้อยล้าน อาจจะได้บุคคลที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องการพนันออนไลน์ มีเงิน มีทองแล้วใช้ทรัพยากรเหล่านั้นเพื่อประโยชน์ในการดำรงตำแหน่งก็ย่อมที่จะทำได้ แล้วจะเกิดประโยชน์หรือ เพราะฉะนั้นการวางรากฐานของคุณสมบัติของผู้ที่จะมาสมัครเป็น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะตำแหน่งนายกคือผู้นำองค์กร ควรต้อง กำหนดอายุที่เหมาะสม ส่วนในตำแหน่งฝ่ายบริหารอื่น รองนายก เลขานุการ ที่ปรึกษา ซึ่งกฎหมายมีกำหนดไว้ให้แล้วสามารถที่จะใช้บุคคลที่มีอายุบรรลุนิติภาวะแล้ว ๒๕ ปีก็ได้ สามารถมาเป็นได้ฝึกก่อนครับ🔗
ประการต่อมา เรื่องของการจำกัดวาระของการดำรงตำแหน่ง จากเดิมกำหนด ไว้ ๒ สมัย สมัยละ ๔ ปี หลังจากนั้นต้องหยุด มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมาหลายรอบแล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีการแก้จาก ๒ สมัย แล้วก็ไม่จำกัดวาระ พอมายุคของ คสช. ก็มาเปลี่ยนให้มี การจำกัดวาระเป็น ๒ สมัย วันนี้ท้องถิ่นหลายแห่งกำลังจะครบวาระ ๒ สมัย การออกกฎหมาย ฉบับนี้มันกำลังจะเป็น Conflict of Interest มันจะเอื้อ ผมกำลังคิดอย่างนี้ หลักการ มันขัดแย้งกันในตัว หลายท่านเสนอให้คนรุ่นใหม่เขามีโอกาสเข้ามาบริหารท้องถิ่น มันขัดแย้ง กับสิ่งที่เรากำลังจะแก้ เรากำลังบอกว่าให้ท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น มีการพัฒนาท้องถิ่นได้ ต่อเนื่องดำรงตำแหน่งต่อไปไม่ต้องจำกัด ๘๐-๙๐ ปี ก็เป็นนายกต่อเนื่องไปได้ เป็นมา ๔๐-๕๐ ปีก็เป็นไปเลย นั่นหมายความว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งมีทรัพยากรอยู่ในมือสามารถ วางรากฐานให้ตัวเองดำรงตำแหน่งต่อได้ กีดกันเอาเปรียบคนรุ่นใหม่ที่เขาจะเข้ามาสู่ ตำแหน่ง เข้ามาแข่งขัน นั่นหมายความว่ามันเกิดความขัดแย้งกันในหลักการของผู้เสนอ แก้ไขกฎหมาย ผมเห็นว่าอย่างนี้ ถ้าเราอยากจะให้การบริหารท้องถิ่นมีความต่อเนื่อง ๒ สมัย สมัยแรกเข้าไป ก็ต้องไปแก้ไขปัญหาสิ่งที่เป็นปัญหาสะสมมาก่อนหน้านี้ แก้ปัญหาเรื่องบุคคล วางพื้นฐาน องค์กรใหม่ พออีก ๔ ปี เริ่มพัฒนาได้ก็จะครบวาระแล้วมันจำเป็นต้องหยุด ถ้าอยากให้ มันต่อเนื่องผมเห็นอย่างนี้ อย่าไปกำหนดว่าไม่จำกัดเลย ถ้าให้มันพอดีก็วางไว้เลยว่า ๓ วาระ วาระละ ๔ ปี เป็น ๑๒ ปี ผมเห็นว่าเหมาะสม ท่านอย่าไปกำหนดแบบว่าไม่จำกัดวาระ มันจะเป็นจนวางรากฐานให้ตัวเองเป็นต่อไปเรื่อย ๆ คนรุ่นใหม่ไม่ได้เกิดหรอกแบบนั้น ดังนั้น ผมเห็นว่ากำหนดให้มันเป็น ๓ วาระ ตอบโจทย์หลักการที่ท่านเสนอขอแก้ไขกฎหมาย พอดี เหมาะสม ดังนั้นผมก็ขอนำเสนอเหตุผลที่จะอภิปรายไปแล้วต่อท่านประธาน ๒-๓ ข้อ ดังที่กล่าวไปแล้ว ก็ขอให้ท่านกรรมาธิการที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาได้พิจารณา อย่างเหมาะสม ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อประโยชน์กับการเมืองท้องถิ่นในอนาคตข้างหน้า กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๒ พรรคประชาชน ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นที่เสนอโดยท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ท่านประธานในฐานะที่ดิฉัน เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งได้ศึกษา รวบรวมข้อมูลประเด็นต่าง ๆ จากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ ตัวแทนสมาคม ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และจัดสัมมนารับฟังเสียงจากประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ท้องถิ่น แต่เป็นที่น่าเสียดายที่รายงานฉบับนี้ยังไม่ได้นำมาเสนอต่อที่ประชุม โดยในรายงาน ฉบับนี้มีสาระสำคัญที่สนับสนุนกับร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องการลดอายุขั้นต่ำสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพราะว่าเป็นการ ส่งเสริมให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเมืองท้องถิ่นได้โดยตรง เพื่อผลักดันวาระของกลุ่มที่ ตนเป็นผู้แทน เพื่อเพิ่มความสดใหม่และแนวคิดใหม่ ๆ ในเชิงนโยบายโดยเฉพาะนโยบาย ที่ส่งผลโดยตรงที่น่าสนใจของเยาวชน ช่วยกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ในสังคมหันมาสนใจการเมือง ท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น และสร้างการมีส่วนร่วมของคนหนุ่มสาวให้มาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง จึงเห็นควรปรับอายุผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นจากเดิมที่อายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปี ลดลงเหลือ ๒๐ ปี และสำหรับผู้บริหาร จากเดิมอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปี ลดลงเหลือ ๒๕ ปี แต่สำหรับผู้บริหารทั้ง ๓ สมาคม เช่น สมาคม อบจ. เทศบาล และ อบต. ยังไม่ เห็นด้วยกับการปรับลดอายุ ดิฉันเห็นว่าควรนำเรื่องนี้ไปถกเถียงในคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องการจำกัดการดำรงตำแหน่งเกิน ๒ วาระติดต่อกัน จากรายงาน และการรับฟังเสียงจาก ๓ สมาคมท้องถิ่น อาทิ อบจ. เทศบาล อบต. เห็นพ้องต้องกันว่า ควรปลดล็อก ๒ วาระ เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการส่งมอบนโยบายหรือบริหารจัดการ โครงการระยะยาวที่ประชาชนเห็นชอบและต้องการอาศัยกรอบเวลาการดำรงตำแหน่ง ๒ วาระ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนในการเลือกผู้บริหารที่มีผลงานและประชาชน พึงพอใจให้ดำรงตำแหน่งนานกว่า ๒ วาระ และเพื่อไม่เป็นการจำกัดสิทธิของพี่น้อง ประชาชน หากผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารไม่มีผลงานประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินใจเองค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้เหมาะสม ตามมาตรา ๕๐ (๓) ว่าด้วยการถือหุ้น เนื่องจากในปัจจุบันประชาชนทุกคนสามารถผลิตสื่อ Social Media ที่เข้าถึงประชาชนจำนวนมากได้อยู่แล้ว ประกอบกับการถือหุ้นเพียงเล็กน้อย ในบริษัทที่ไม่ได้ทำกิจการด้านสื่อมวลชนจึงไม่มีอำนาจครอบงำสื่อได้ ไม่สามารถนำไปสู่ ความได้เปรียบเสียเปรียบในสนามเลือกตั้ง อีกทั้งบางบริษัทที่มีการจดทะเบียนบริคณห์สนธิ โดยเป็นชุดวัตถุประสงค์กว้าง ๆ ที่รวมถึงกิจกรรมสื่อ แต่ในทางปฏิบัติกลับมิได้ดำเนินกิจการ เกี่ยวกับสื่ออย่างใดเลย ดิฉันเห็นด้วยกับการที่จะยกเลิกใน (๓) นี้🔗
ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการ แก้ไขเพื่อยกระดับการเลือกตั้งท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมยิ่งขึ้น ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชน และส่งเสริมคุณค่าประชาธิปไตย ดิฉันจึงขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัตินี้ และขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านร่วมกันพิจารณาผ่านกฎหมายฉบับนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านราชิต สุดพุ่ม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายและเสนอแนะ กฎหมาย ๓ ฉบับที่ได้เสนอมาในวันนี้ ประกอบด้วยร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ร่างพระราชบัญญัติ อบต. (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทั้ง ๓ ร่างนั้นมีประเด็นที่จะต้องมีการเสนอให้มีการแก้ไขอยู่ ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นแรก เรื่องอายุการเป็นผู้บริหาร เรื่องที่ ๒ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง ท่านประธานกฎหมายแต่ละยุคแต่ละสมัยมันก็ต้องมีการแก้ไขไปตามสถานการณ์ เหตุการณ์ ให้มันสอดคล้องกับสถานการณ์ในเวลานั้น ๆ ผมนำเรียนท่านได้ว่าการแก้กฎหมายที่ไม่มี การผูกขาด ๒ สมัย มันก็เป็นเรื่องของอาจจะมีการทุจริต หรือว่าบางครั้งไม่เปิดโอกาสให้ คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้ว่าในเรื่องของอายุผู้บริหารที่จะปรับลดจาก ๓๕ ปี เป็น ๒๕ ปีนั้น ผมไม่ได้เห็นด้วยหรืออะไรทั้งสิ้นกับการจะเอาอายุเท่าไร แต่ผมอยากเสนอไปยังกรรมาธิการว่า ในการที่จะอายุ ๒๕ ปี ๓๕ ปี ๒๐ ปีอะไรก็แล้วแต่มันยึดโยงด้วยกันหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มาเป็นผู้บริหารท้องถิ่นนั้นต้องมีการดูแลพี่น้องประชาชน ดูแลข้าราชการ เพราะฉะนั้นเขาเองจะต้องมีภาวะผู้นำมากพอสมควรที่จะนำพาองค์กรได้🔗
ประการที่ ๒ ท่านต้องพิจารณาว่าคนเหล่านั้นถึงแม้จะเป็นคนหนุ่มสาวก็ดี ที่ผมเสนอว่าเรื่องอายุ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนั้นผมนำเรียนท่านได้ไม่ใช่เป็นการปิดกั้น แต่เป็นการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อให้เหมาะสมกับผู้บริหาร ผมนำเรียนว่าไม่ใช่เป็นการปิดกั้น เป็นการเปิดโอกาสแต่ได้มีการคัดกรองเบื้องต้นให้มาเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั้น ๆ เพราะฉะนั้นที่ผมนำเรียนท่านต้องพิจารณาว่าผู้บริหารนั้นต้องมีภาวะผู้นำพอสมควร ประการที่ ๒ มีประสบการณ์ ไม่ใช่ว่าใครก็ตามเรียนหนังสือจบปริญญาตรี พูดเก่ง ใช้ Social ดี ดึงดูดคนได้ดีแล้วมาเป็นผู้บริหารได้ ไม่ใช่ครับ นอกจากที่เก่งอย่างนั้นแล้วท่านต้องมีตัวอย่าง ท่านต้องมีประสบการณ์ที่ประสบผลสำเร็จมาเป็นผู้บริหารท้องถิ่น🔗
ประการที่ ๓ ที่สำคัญ ความน่าเชื่อถือของคนคนนั้น ในสังคมมันมีคน ๓ ช่วงวัย มันมีทั้งคนหนุ่มสาว มันมีทั้งรุ่นเด็ก มันมีทั้งผู้สูงอายุ แล้วปัจจุบันนี้สังคมก็เป็น สังคมผู้สูงอายุมากแล้ว เพราะฉะนั้นการพิจารณาความเหมาะสมของผู้บริหารจะต้องมี ความเชื่อถือของคนทั้ง ๓ วัย ทั้ง ๓ Generation ที่จะนำพาสังคมนั้นได้ ผมคิดว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้นอกจากภาวะผู้นำ ประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือแล้วมันจะไปยึดโยงกับการศึกษา เขาจบอะไรมา คนที่จะมาเป็นผู้นำได้อย่างน้อยต้องจบอะไร คุณสมบัติคงไม่ใช่ข้อเดียวว่า อายุเท่านั้นอายุเท่านี้ มันต้องมีข้อที่ ๒ จบการศึกษาอะไร หรือมีผลอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้น มันต้องมองให้ดี ๆ คณะกรรมาธิการต้องเอาข้อต่าง ๆ เหล่านี้ไปร่วมกันพิจารณา🔗
ประการที่ ๔ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนั้นผมฟังมาหลาย ๆ ท่านพูดถึง ความต่อเนื่องในการพัฒนา ผมเห็นด้วย แต่ท่านอย่าลืมว่าขณะนี้วาระหนึ่ง ๔ ปี ๒ วาระ ๘ ปี ผมคิดว่าก็พอสมควรแล้ว แต่เรามามองว่าสิ่งที่ท่านจะนำมาในการพัฒนาท้องถิ่น ของท่านนั้นมันเป็นโครงการขนาดไหน ผมยอมรับว่าขณะนี้สิ่งที่ทำบางครั้งมันต้องเป็น โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลามากกว่า ๘ ปี อาจจะเป็น ๑๒ ปีก็ได้ถึงจะประสบผลสำเร็จ เพราะฉะนั้นท่านต้องเอาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้ในการพิจารณาว่าท่านจะให้ดำรงตำแหน่ง กี่ปีกันแน่ ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังว่าในเขตเลือกตั้งผมเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ดอกเตอร์กณพ เกตุชาติ ท่านนายกเทศมนนตรีได้ทำ AI Metaverse Innovation Center ขณะนี้ท่านเป็นนายกสมัยที่ ๒ สมัยแรกกว่าจะเสนองบประมาณรัฐบาลได้ในปาเข้าไป ๔ ปี ปีนี้เริ่มทำแล้วก็เปิดไปแล้วเมื่อไม่กี่วัน พอสมัยที่ ๒ ท่านเดินเครื่อง เพราะฉะนั้นถ้าโครงการนี้ ประสบความสำเร็จมันก็อาจจะเป็นอีกสมัยหนึ่ง อย่างนี้ต้องเอามาพิจารณาว่าท่านจะใช้ ๑ สมัย ๒ สมัย ๓ สมัย แต่ผมคิดว่าเพื่อความเหมาะสมมันไม่ควรผูกขาด มันควรจะมีการ กำหนดว่ากี่สมัยกันแน่ถึงจะดี ท่านอย่าลืมผู้บริหารนั้นเมื่อท่านมาบริหารท้องถิ่นท่านสร้าง อิทธิพลได้ ท่านใช้ทรัพยากรของชาติ ทรัพยากรสาธารณะ ทรัพยากรของท้องถิ่นใช้ในการ บริหาร ท่านจะเห็นว่าบางท้องถิ่นพอเข้าไปเป็นนายกอะไรก็แล้วแต่ลูกจ้างนามสกุล หัวคะแนนทั้งนั้นเลยอย่างนี้ก็เป็นไปได้และมันก็มี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ท่านต้องเอาไป พิจารณาด้วย🔗
แล้วก็อีกประการหนึ่ง การเลือกตั้งสมัยนี้มันต้องใช้ทรัพยากรในการเลือกตั้ง ถ้าท่านอยู่นาน ๆ ถึงแม้ปัจจุบันจะมีหน่วยงานตรวจสอบอะไรเยอะแยะมากมาย แต่อย่าลืมว่า ท่านใช้ทรัพยากรของชาติ ทรัพยากรสาธารณะ ในการบริหาร ในการจัดการ🔗
อีกประการหนึ่ง ประการสุดท้าย ผมคิดว่าที่สำคัญถ้าเป็นนาน ๆ กลัวท่านจะ เป็นเจ้าของ แล้วก็ที่สำคัญต้องเปิดให้คนรุ่นใหม่ ๆ เปิดให้คนใหม่ที่เขาเก่ง เขามี ความสามารถเข้ามาในการบริหารท้องถิ่นบ้าง เพราะฉะนั้นผมเสนอไปยังคณะกรรมาธิการว่า สิ่งที่ผมเสนอมันไม่จำกัดกี่ปีก็ได้ กี่วาระก็ได้ แต่เหตุผลต่าง ๆ นี้ขอให้คณะกรรมาธิการ ได้เอาไปช่วยคิดช่วยพิจารณาด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล และร่างพระราชบัญญัติเทศบาลที่เสนอโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้า พรรคภูมิใจไทยและคณะในวันนี้ ร่างกฎหมายเหล่านี้มีสาระสำคัญ ๒ ส่วน🔗
ส่วนที่ ๑ ก็คือเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีอายุ ๒๕ ปีขึ้นไปได้มีสิทธิ ในการสมัครเป็นผู้บริหารท้องถิ่น🔗
และความสำคัญส่วนที่ ๒ ก็คือเป็นการยกเลิกข้อจำกัดจำนวนวาระการดำรง ตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น หลักการนี้เป็นการเสริมสร้างประชาธิปไตยในระดับฐานราก และตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่ทุกอย่างขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติทั้งหมดที่เสนอในสภาในวันนี้โดยมีเหตุผล ๒ ประการ🔗
ประการที่ ๑ ก็คือสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบันกำหนดให้ผู้ที่มีอายุ ๒๕ ปีขึ้นไป สามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรได้ ดังนั้นยอมสมควรเป็นอย่างยิ่งที่เราควรจะเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีอายุ ๒๕ ปี ขึ้นไป มีโอกาสและสามารถสมัครเป็นผู้บริหารท้องถิ่น เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ล่ะครับ ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างไม่ได้ว่าไกลเอาที่สภาแห่งนี้ เราเปิดโอกาสให้บุคคลที่อายุ ๒๕ ปี ขึ้นไป สามารถมาเป็น สส. ได้ วันนี้เราจึงเห็นตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือท่าน สส. ไอซ์ รักชนก ศรีนอก เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านทำหน้าที่อย่างแข็งขันตลอด ๒ ปีที่ผ่านมา ตรวจสอบทุกเรื่อง หากไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากไม่ได้จำกัดว่า ๒๕ ปี สมัคร สส. ได้วันนี้ เราอาจจะเห็นผู้แทนราษฎรต้องอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป แล้วเราก็คงไม่มีโอกาสเห็น สส. ไอซ์ รักชนก มาทำหน้าที่ในเวทีแห่งนี้ ดังนั้นด้วยหลักการเดียวกันเมื่ออายุ ๒๕ ปีขึ้นไป สามารถ มาเป็นผู้แทนราษฎรได้แล้วเราก็ควรจะเปิดโอกาสให้คนหนุ่ม คนสาว คนรุ่นใหม่ ที่มีอายุ ๒๕ ปีขึ้นไปเช่นเดียวกัน ให้เขามีโอกาสมาบริหารท้องถิ่นบ้าง อายุ ๒๕ ปีขึ้นไป บางท่าน เขามีความฝัน เขาอาจจะอยากทำเอไอในชุมชนของเขา บางคนอยากจะมาทำเรื่องอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมในตำบลของเขา ก็ถือว่าเป็นทางเลือกของประชาชนในท้องถิ่นมากขึ้น ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ๑ ที่ผมเห็นด้วยที่บุคคลอายุ ๒๕ ปีขึ้นไป ควรมีโอกาสในการลงสมัคร รับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น🔗
เหตุผลที่ ๒ การยกเลิกการจำกัดวาระคือการคืนอำนาจให้ประชาชน เดิมที เราจำกัดว่าผู้บริหารท้องถิ่นสามารถอยู่ในวาระได้เพียงแค่ ๒ สมัย ซึ่งเป็นการปิดกั้นสิทธิ ของประชาชนโดยแท้จริง ผู้บริหารท้องถิ่นท่านไหนที่ท่านบริหารงานดี มีความรู้ มีความ ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ประชาชนในท้องถิ่นนั้นย่อมรู้อยู่แก่ใจก็ควรจะให้โอกาสเขา เมื่อประชาชนเลือกแล้วมาบริหารท้องถิ่นต่อ เมื่อใดก็ตามที่ประชาชนเขาอยากเปลี่ยน ถึงเวลาเขาก็จะเปลี่ยนเอง การไม่จำกัดจำนวนวาระคือการยืนยันว่าประชาชนคือผู้มีอำนาจ ตัดสินใจสูงสุด นี่คือเหตุผล ๒ ข้อ ที่ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยสรุปผมขอขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มีโอกาสเข้ามาบริหารบ้านเมือง สะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางและสร้าง ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งจากฐานราก ผมขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านร่วมกันลงมติ เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อความก้าวหน้าและความเข้มแข็ง ของการปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ หมดผู้อภิปรายแล้ว ต่อไปตามข้อบังคับนั้นเราก็จะให้สิทธิผู้เสนอร่างเป็นผู้สรุป อยากจะถามว่า ทั้งหมดนี้มีจะใช้สิทธิในการสรุปสักกี่ท่านครับ ตอนนี้แจ้งมามีท่านเดียวคือท่านธนยศ ทิมสุวรรณ เชิญท่านธนยศครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย จากพรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านที่ร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติทุก ๆ ร่างที่เราได้เสนอมา ของทางพรรคภูมิใจไทยเองก็ได้เสนอมา ทั้งหมด ๓ ร่าง ไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. หรือว่าเทศบาล โดยหลักใหญ่ใจความ ทั้ง ๓ ร่าง มี ๒ ประเด็นเท่านั้นท่านประธานที่เราต้องการที่จะแก้กฎหมายส่วนนี้ ๑. คือเรื่องของอายุ ผู้มีสิทธิรับสมัครเป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือนายก ไม่ว่าจะอบจ. อบต. หรือเทศบาล ให้น้อยลง ไม่ว่าจะจาก ๓๕ ปี แต่เดิมที่กฎหมายระบุไว้ว่า ๓๕ ปี จริง ๆ เราต้องการให้เหลือ ๒๕ ปี เลข ๒๕ ปี อายุ ๒๕ ปี มาจากไหน เราใช้หลักการเดียวกันว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก อบต. สมาชิก อบจ. หรือสมาชิกเทศบาล ก็ให้ผู้ที่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งอายุ ๒๕ ปี ขึ้นไป ได้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เราเองก็เห็นว่ายุคสมัยนี้โลกได้เปลี่ยนไปแล้วคนที่อายุ ๒๕ ปีแล้วมีความรู้ความสามารถ มีความรับผิดชอบที่จะสามารถบริหารองค์กรเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการเอง หรือว่านักการเมืองเอง หรือแม้กระทั่งภาคเอกชน สมัยนี้มีคนที่ ประสบความสำเร็จ มีรวยระดับร้อยล้านพันล้านไม่ใช่แค่เมืองไทย ระดับโลกก็อายุ ๒๕-๓๐ ปี ก็มีให้เห็นท่านประธาน อันนี้คือข้อแรกในส่วนที่ ๑🔗
ส่วนที่ ๒ ก็คือวาระการดำรงตำแหน่ง ผมได้อภิปรายไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า เหตุใดเราถึงต้องการยกเลิกที่มีกำหนดไว้ว่าให้ดำรงตำแหน่งได้แค่ ๒ วาระ เป็นไม่มีกำหนด แต่ว่าก็มีสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงว่าหลักการและเหตุผลตัวนี้มันขัดแย้งกับตัวมันเอง ผมต้องเรียนท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกอย่างนี้ว่า จริง ๆ แล้วร่างทั้ง ๓ ฉบับ แล้วก็ ของเพื่อนสมาชิกที่เสนอมาด้วยอีกหลายท่าน จริง ๆ แล้วหลักการเหตุผลมันใต้สิ่งที่สำคัญ อยู่อย่างเดียวคือประชาชนเป็นผู้เลือก เราเองควรจะต้องมีกฎหมายที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ สามารถที่จะเสนอตัวมาเป็นผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ ไม่ใช่เราบอกว่า ๒๕ ปี คุณได้เป็น นายกไม่ใช่อย่างนั้น แต่ว่าคุณมีสิทธิที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ จะได้ หรือไม่ได้มันอยู่ที่พี่น้องประชาชนเขาต้องการหรือไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย หรือว่า ความรู้ความสามารถของคุณ ส่วนที่ ๒ เรื่องวาระ คือเราเองต้องการให้พี่น้องประชาชน มีสิทธิในการที่จะเลือกผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ๆ ไม่ใช่จะไปจำกัดว่าถ้าสมมุติคุณเป็นมา ๒ วาระแล้ว ๓ วาระแล้วคุณเป็นอีกไม่ได้ อย่างนั้นไม่ใช่ อย่างนั้นจะเป็นประชาธิปไตย ได้อย่างไร ถ้าเขาทำดีประชาชนต้องการให้เขาทำต่อสิครับ ไม่ใช่ขีดเส้นว่าคุณทำดีแต่คุณ ไม่สามารถไปต่อได้ อย่างนี้มันคือประชาธิปไตยที่คุณต้องการแล้วหรือ โดยสรุปท่านประธาน วันนี้ผมเองก็อยากจะขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ร่วมกันอภิปรายร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ ที่เสนอโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ หลังจากที่ได้อภิปรายและสรุปกันแล้วก็อยากให้ เพื่อนสมาชิกพิจารณารับหลักการในวาระที่หนึ่ง เพื่อที่เราจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการ ไปพิจารณากันต่อ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ไม่มีท่านอื่น แล้วนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกได้เข้ามาเพื่อเตรียมตัวในการลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง เชิญท่านสมาชิก เข้ามานะครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมตัวแสดงตนช่วงที่รอท่านสมาชิกเข้ามา ผมขออนุญาต ขอพักการประชุมสัก ๓ นาทีนะครับ🔗
พักประชุมเวลา ๑๖.๐๔ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๐๗ นาฬิกา🔗
ท่านสมาชิก เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ๐๕๙ แสดงตนครับ🔗
๐๕๙ ครับ🔗
ท่านประธาน ๓๕๑ แสดงตนครับ🔗
เท่าไรนะครับ อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
๓๕๑ ครับ🔗
๓๕๑ ครับ🔗
๔๗๖ แสดงตนครับ🔗
๔๗๖ ครับ🔗
ท่านประธาน ๓๗๙ แสดงตนครับ🔗
๓๗๙ ครับ ไม่ต้องรีบรอครับ กฎหมายนี้มีความสำคัญช่วยกันนะครับ เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ ระหว่างรอองค์ประชุมก็อยากจะให้ท่านประธานแจ้งเพื่อนสมาชิกด้วยว่า เดี๋ยวการลงมติมันจะมีการลงมติทั้งสิ้น ๔ ครั้ง ดังนั้นถ้าครบแล้วก็เรารอกันสักครู่หนึ่ง โหวตครั้งแรกตั้งคณะกรรมาธิการจนเสร็จสิ้นแล้วเราจะมีอีก ๓ โหวต โดยที่ทั้ง ๔ ร่าง จะใช้คณะกรรมาธิการชุดเดียวกันใช้เวลาไม่นานมากขอให้รอกันสักนิดหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
เราจะมี การโหวตกัน ๔ ครั้ง ตามที่ท่านปกรณ์วุฒิได้เรียนในที่ประชุมเราจะทำให้เสร็จอีกแป๊บเดียวครับ🔗
ท่านประธาน พริษฐ์ ครับ เพื่อประหยัดเวลาท่านประธานเข้าใจว่าเรากำลังรอเพื่อนสมาชิกเดินทางจากห้องประชุม คณะกรรมาธิการเลยมีเรื่องอยากจะหารือท่านประธานเพื่อประหยัดเวลา เผอิญก่อนหน้านี้ ก็ประชุมอยู่กับคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ก็มีตัวแทนหลายพรรคมาหารือเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตอนนี้ สิ่งหนึ่งที่มันสร้างความไม่ชัดเจนให้กับแนวทางที่รัฐสภาจะเดินต่อได้คือเรายังไม่เห็น คำวินิจฉัยเต็มของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างสัปดาห์ที่แล้วที่เราเห็นจะเป็นแค่ตัว Press Release หรือว่าบทสรุปที่ส่งให้กับสื่อ ตรงนี้ก็เลยอยากจะร้องขอทางท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานรัฐสภา เพราะในฐานะที่ประธานรัฐสภาโดยตำแหน่งเป็นผู้ร้อง สำหรับคำร้อง ดังกล่าวอยากจะให้ทำหนังสือไปหาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่าอยากจะให้ส่งคำวินิจฉัย ฉบับเต็มกลับมาที่รัฐสภาและเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยเร็ว เพื่อทำให้เราสามารถมีแนวทาง ที่ชัดเจนในการเดินหน้าต่อเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครับ🔗
รับทราบครับ เดี๋ยวทางเลขาธิการสภาก็รับเรื่องนี้ประสานกับทางท่านประธาน เพื่อที่จะขอคำวินิจฉัย ฉบับเต็มตามที่ท่านพริษฐ์ได้ร้องขอมา ท่านสมาชิกรอครับ🔗
๔๙๘ แสดงตนครับ🔗
๔๙๘ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ แจ้งท่านประธาน ได้รับข้อมูลมาว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายกำลัง พักการประชุมแล้วกำลังลงมารอสักครู่นะครับ🔗
ได้ครับ รอ พร้อมหรือยัง ที่มาเมื่อสักครู่นี้เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๕๕ คน บวก ๕ เป็น ๒๖๐ คน🔗
ครบองค์ประชุม ต่อไปก็จะเป็นการถามมติเพื่อรับหรือไม่รับร่างในวาระที่หนึ่ง การลงมติในวาระที่หนึ่งนั้น จะนำร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการทำนองเดียวกันมาลงมติรวมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม และเสนอคณะกรรมาธิการตามลำดับดังนี้🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ท่านณัฐวุฒิ กับคณะ ท่านพริษฐ์ กับคณะ🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... จำนวน ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยท่านอนุทิน กับคณะ ท่านณัฐวุฒิ กับคณะ และท่านพริษฐ์ กับคณะ🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยท่านอนุทิน กับคณะ ท่านณัฐวุฒิ กับคณะ และท่านพริษฐ์ กับคณะ🔗
๔. ร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดยท่านพริษฐ์ กับคณะ มีทั้งหมด ๔ กลุ่ม🔗
ต่อไปจะเป็นการลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ผมจะขอถามมติในที่ประชุม ฉบับแรกว่าท่านจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ ถ้าท่านเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ ท่านใดเห็นควรรับหลักการกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ มีท่านใดที่เครื่องลงคะแนนมีปัญหาไหมครับ🔗
เรียบร้อยนะครับ ไม่มีเพิ่มเติมผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๖๗ คน เห็นด้วย ๒๕๙ คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๗ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ คน🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมนั้นมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับ ต่อไปขอเสนอกรรมาธิการจะตั้งกรรมาธิการสามัญหรือวิสามัญครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด ๓๓ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง กรรมาธิการวิสามัญ ๓๓ ท่าน มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ ไม่มีก็จะถือว่าที่ประชุมนั้นให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๓ ท่าน สัดส่วนของ กรรมาธิการ ๓๓ ท่าน ก็จะเป็นอย่างนี้นะครับ เป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๘ ท่าน สัดส่วน กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ๒๕ ท่าน ขอเชิญสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๘ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๘ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี ๒. นายสุวิชชา เพ็งไพบูลย์ ๓. นายชาคริต สุรณัฐกุล ๔. นายพีรพงษ์ ทองคำ ๕. นางสาวกิตติยา กมลเวช ๖. นายสุวัฒน์ ชัยรักษา ๗. นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง ๘. นายนภนันทน์ จันทราชโลธร ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรแต่ละพรรคการเมืองดังนี้ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิไทย ๔ ท่าน พรรครวมไทย สร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทย พัฒนาและพรรคประชาชาติ สัดส่วนพรรคละ ๑ ท่านตามนี้ จำนวน ๒๕ ท่าน ดังนั้นขอเชิญ แต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วน และขอผู้รับรองตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ ด้วย เชิญพรรคประชาชน ๗ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี จากพรรคประชาชน เขต ๗ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญสัดส่วนพรรคประชาชนดังนี้ครับ ๑. คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ๒. คุณเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ๓. คุณวีรนันท์ ฮวดศรี ๔. คุณนิตยา มีศรี ๕. คุณณัฐกร วิทิตานนท์ ๖. คุณพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ๗. คุณอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นพรรคเพื่อไทย ๗ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๑๐ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๒. นายนพพล เหลืองทองนารา ๓. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๔. นายกฤช เอื้อวงศ์ ๕. นายสมชาย นันทิเกียรติกุล ๖. นายพลช มีสัตย์ ๗. นางสาวชมพูนุช สมบูรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่านดังนี้ ๑. คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ๒. คุณธนยศ ทิมสุวรรณ ๓. คุณพิมพฤดา ตันจรารักษ์ และ ๔. คุณพลพีร์ สุวรรณฉวี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิพานัน ศิริชนะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน ท่านแรก นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ท่านที่ ๒ นายถนอมพงศ์ หลีกภัย ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ นายฉัตรกุล ชื่นสุวรรณกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอชื่อท่าน สส. ยูนัยดี วาบา ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน คือนายคอซีย์ มามุ ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อนุรักษ์ จุรีมาศ พรรคชาติไทยพัฒนา จากร้อยเอ็ด ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการ ของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ ปัตตานี ขอเสนอกรรมาธิการในส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ คนคือ นายมะหะมะ วาแมดีซา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ครบทุกพรรคการเมืองแล้วเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๓ คน ๑. นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี ๒. นายสุวิชชา เพ็งไพบูลย์ ๓. นายชาคริต สุรณัฐกุล ๔. นายพีรพงศ์ ทองคำ ๕. นางสาวกิตติยา กมลเวช ๖. นายสุวัฒน์ ชัยรักษา ๗. นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง ๘. นายนภนันทน์ จันทราชโลธร ๙. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ๑๐. นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ๑๑. นายวีรนันท์ ฮวดศรี ๑๒. นางสาวนิตยา มีศรี ๑๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐกร วิทิตานนท์ ๑๔. นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ๑๕. นายอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ๑๖. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๑๗. นายนพพล เหลืองทองนารา ๑๘. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๑๙. นายกฤช เอื้อวงศ์ ๒๐. นายสมชาย นันทิเกียรติกุล ๒๑. นายพลช มีสัตย์ ๒๒. นางสาวชมพูนุช สมบูรณ์ ๒๓. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ๒๔. นายธนยศ ทิมสุวรรณ ๒๕. นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ ๒๖. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ๒๗. นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ๒๘. นายถนอมพงศ์ หลีกภัย ๒๙. นายฉัตรกุล ชื่นสุวรรณกุล ๓๐. นายยูนัยดี วาบา ๓๑. นายคอซีย์ มามุ ๓๒. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และ ๓๓. นายมะหะมะ วาแมดีซา🔗
ครบ ๓๓ ท่านนะครับ ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งไปไหนเดี๋ยวเราจะโหวตอีก ๓ ครั้ง ต่อไปกำหนด ระยะเวลาแปรญัตติ เชิญเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอระยะเวลาการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้เสนอ เป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มี ก็เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดเวลาการแปรญัตติ ๑๕ วันนับถัดจากวันที่สภารับหลักการ ต่อไปเราจะเอาร่างไหนเป็นร่างหลักใน ๓ ฉบับนี้ เชิญเสนอครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ สส. พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปจะเป็นการลงมติรับหลักการ ในวาระที่หนึ่งของร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนั้นก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านสมาชิกกดบัตรแสดงตน🔗
เชิญท่าน สมาชิกแสดงตนครับ🔗
ลงมติ อีก ๓ ครั้ง อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ ท่านใดเครื่องมีปัญหาไหมครับ มีเพิ่มเติมไหมครับ ขอเรียนแจ้งคำถามที่ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ถามว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มนั้น ได้รับแจ้งจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งว่าทางสำนักงานได้ยื่นคำขอคัดวินิจฉัย จากศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มไปแล้ว และได้รับแจ้งว่าจะต้องใช้เวลาในการจัดทำอย่างน้อย ๒ สัปดาห์ จะเร่งให้นะครับ ผมขอปิดการแสดงตน แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๔๘ คน🔗
ครบองค์ ประชุมนะครับ ต่อไปจะถามมติว่าที่ประชุมจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นควร รับหลักการกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗
มีท่านใด เครื่องลงคะแนนมีปัญหาไหมครับ ไม่มีเพิ่มเติมผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๕๑ คน เห็นด้วย ๒๔๙ คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ คน🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมนั้นมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง ๓ ฉบับ ต่อไปจะถามมติว่าจะใช้กรรมาธิการอย่างไร จะตั้งกรรมาธิการหรือจะใช้ กรรมาธิการชุดเดิม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกันกับพระราชบัญญัติ อบจ. ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ใช้กรรมาธิการวิสามัญ ชุดเดิมในการพิจารณา กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอระยะเวลาการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีก็แปรญัตติภายใน ๑๕ วัน เนื่องจากว่าการรับ หลักการนั้นมีพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ จะถามที่ประชุมว่าเราจะใช้ร่างฉบับไหน เป็นร่างหลักครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ขอเสนอร่าง พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ไม่มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปเป็นการลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนจะลงมตินั้นผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง เชิญท่านสมาชิกกดบัตรแสดงตนครับ เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
อย่าเพิ่ง ไปไหนอยู่ด้วยกันให้จบนะครับเหลืออยู่อีกครั้งหนึ่ง มีท่านใดเครื่องมีปัญหาไหมครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ ไม่มีเพิ่มเติมผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๒๔๖ ท่าน🔗
ครบองค์ ประชุมนะครับ ต่อไปผมจะถามมติว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ จะถามท่านสมาชิกว่าท่านใดเห็นควรรับหลักการ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควร งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗
ท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ ก็อยากให้ท่านประธานย้ำว่าเรายังมีอีก ๑ โหวตหลังจากโหวตนี้นะครับ🔗
ใช่ครับ🔗
ลุกไปไหนไม่ได้ แล้วก็ ใครที่เพิ่งเดินออกไปเดินกลับเข้ามาด้วยนะครับ หลายท่านอาจจะเข้าใจว่ามีโหวตเดียวขอให้ กลับเข้าห้องประชุมด้วย ขอบคุณครับ🔗
เหลืออีก ครั้งเดียวช่วยกันครับ เชิญลงมติครับ ท่านใดเห็นควรรับหลักการกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่ควรรับหลักการ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ มีเพิ่มเติมอีกไหมครับ ท่านใดยังไม่ลงคะแนนหรือเครื่องขัดข้องมีไหมครับ ไม่มีเพิ่มเติม ผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๕๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับ ขอเชิญเสนอกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกันกับทาง อบจ. ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีถือว่าที่ประชุมมีมติให้ใช้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดเดิม ในการพิจารณาในวาระที่สอง กำหนดเวลาแปรญัตติเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอระยะเวลาการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ไม่มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นนะครับ ไม่มีก็ถือว่าเราแปรญัตติ ๑๕ วัน จะใช้ร่างท่านใด เป็นหลักครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ขอใช้ร่างพระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ไม่มีเสนอเป็นอย่างอื่นนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง🔗
ต่อไปจะเป็นลงมติฉบับสุดท้ายเป็นการลงมติวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนั้นก่อนที่จะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านใช้สิทธิเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
เราจะลงมติ ในวาระที่หนึ่งว่าจะรับหลักการหรือไม่รับหลักการ ฉบับสุดท้ายแล้วช่วยกันหน่อยครับ มีเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มีก็ขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๔๘ ท่าน🔗
ครบองค์ ประชุมครับ ต่อไปผมจะถามมติในที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใด เห็นควรรับหลักการกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นควรรับหลักการ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗
ขออนุญาต ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ จะแจ้งท่านประธานว่าเดี๋ยวจบจากระเบียบวาระนี้เราจะมีญัตติเปลี่ยน ระเบียบวาระของสัปดาห์หน้า เพื่อที่จะวางระเบียบวาระการประชุมสัปดาห์หน้าไว้ก่อน ล่วงหน้า ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ครับ มีท่านใด ยังไม่ลงคะแนนไหมครับ คงไม่มีแล้วอย่างนั้นผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๕๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหาร ท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างเดียวมีของท่านพริษฐ์ ขอเสนอกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอให้ใช้รายชื่อกรรมาธิการชุดเดียวกันกับพระราชบัญญัติ อบจ. ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมมีมติส่งให้กับคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดนะครับ เชิญท่านศรัณย์ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแก้ไขชื่อ กรรมาธิการ ขออภัยท่านประธานแปรญัตติก่อนใช่ไหมครับ🔗
กำหนด การแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอระยะเวลาการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
แปรญัตติ ๑๕ วัน ร่างนี้มีร่างเดียวของท่านพริษฐ์ ดังนั้นก็ถือว่าเป็นการจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ในวาระที่หนึ่ง เชิญท่านศรัณย์ครับ🔗
ขออภัยท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแก้ไข รายชื่อในส่วนของคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ ๗ นางสาวชมพูนุช สมบูรณ์วงศ์ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง แก้ไขให้ถูกต้องนะครับ ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอญัตติเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) โดยขอนำระเบียบ วาระการประชุม ครั้งที่ ๒๔ เป็นพิเศษ ได้แก่ ระเบียบวาระที่ ๕.๗ ร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายจรัส คุ้มไข่น้ำ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ต่อมา ระเบียบวาระที่ ๕.๘ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางสาววรรณวิภา ไม้สน กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ระเบียบถัดมาระเบียบวาระที่ ๕.๙ ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ระเบียบถัดมาระเบียบวาระที่ ๕.๑๐ ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ระเบียบถัดมาระเบียบวาระที่ ๕.๑๑ ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และระเบียบวาระ ของการประชุม ครั้งที่ ๒๓ ได้แก่ ระเบียบวาระที่ ๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติโคนมและ ผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ขึ้นมาพิจารณาก่อน ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยให้มี ผลบังคับในการประชุมวันพุธที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่าน สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็เป็นไปตามที่ท่านสมาชิกได้ขอเสนอ เลื่อนระเบียบวาระตามนี้นะครับ ท่านสมาชิกวันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ ความร่วมมือจนเราพิจารณากฎหมายที่สำคัญจนเสร็จสิ้น วันนี้เราก็ได้ใช้เวลากันพอสมควรแล้ว ผมขอปิดการประชุมครับ🔗