รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
-----------------------
เรียนท่าน สมาชิกทุกท่านครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘ ผมขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยใช้เวลาท่านละประมาณ ๒ นาที ซึ่งวันนี้มีท่านสมาชิกแจ้ง ความจำนงตามสัดส่วน จำนวน ๔๐ ท่าน เพื่อเป็นการเตรียมการแต่ละท่าน ผมจะขออนุญาต ขานชื่อทีละ ๓ ท่าน เพื่อให้พวกเราได้รู้ว่าจะช่วงเวลาใด ลำดับต่าง ๆ อยู่ลำดับที่เท่าไรนั้น ให้ตรวจสอบจากด้านหน้าบัลลังก์หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคได้ ก็จะเรียงลำดับไว้เพื่อให้ท่าน ได้ทำอย่างอื่นหรือไปประชุมคณะกรรมาธิการ แล้วกลับมาหารือได้ทันภายในกำหนดเวลา เข้าใจตรงกันนะครับ ๓ ท่านแรก ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ท่านอภิชา เลิศพชรกมล ขอเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนกระบี่ ขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหา การบุกรุกเขาพนมเบญจา ซึ่งผมได้รับคำร้องเรียนจากกำนันมโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย และคุณธนวัช ภูเก้าล้วน รวมทั้งกลุ่มอนุรักษ์เขาพนมเบญจา ตำบลกระบี่น้อย มีการบุกรุกพื้นที่ป่า บนเขาต้นน้ำ แล้วก็เป็นป่าลุ่มน้ำชั้นหนึ่ง ต้องขออนุญาตท่านประธานนำแผนที่เข้าเสนอ ที่ประชุมสภาแห่งนี้ด้วย ขออนุญาตนะครับ🔗
เนื่องจากว่าพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ที่ป่าไม้ต้องดูแล แล้วก็มีการไปแอบอ้างโครงการ คทช. การจัดทำที่ดินในชุมชน ซึ่งพื้นที่บนเขาพนมเบญจามีการบุกรุกแล้วก็มีการจับกุม ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีการบุกรุก และไม่เข้าข่ายเป็นผู้ที่จะได้รับสิทธิ คทช. ดังกล่าวอีกเยอะเลย ไม่มีคุณสมบัติ เพราะว่า เป็นคนที่มีอันจะกิน เป็นคนที่มียศ มีสี มีอิทธิพล เป็นอดีตตำรวจ ซึ่งคนจะได้ คทช. จะต้อง เป็นผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีแต่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จะเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวบุกรุก ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ แล้วก็เป็นการบุกรุกในพื้นที่ที่มีการทำอ่างเก็บน้ำ แหล่งพื้นที่ขนาดใหญ่ ของจังหวัดกระบี่ ผู้บุกรุกเป็นผู้ที่ไม่มีรายได้น้อย ไม่ใช่เป็นเกษตรกรรายย่อย และไม่ได้ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่จริง ๆ เป็นการบุกรุกเพิ่ม ต้องขอให้กรมป่าไม้เร่งใช้ การแปลแผนที่อย่างเร่งด่วน และระงับยับยั้งการบุกรุก ซึ่งเรื่องนี้กลุ่มอนุรักษ์เขาพนมเบญจา ก็จะร้องเรียน ป.ป.ช. ซึ่ง สส. นพดลก็นั่งข้าง ๆ ผมก็คงจะต้องรับเรื่องต่อไป รวมทั้ง ท่านประธานก็เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็น่าจะทราบเรื่องนี้ว่ามันเป็น เรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างไร เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนกระบี่ครับ🔗
ถัดมาเรื่องของกลุ่มรักษ์เขาจังหวัดกระบี่ เรื่องที่ ๒ ร้องเรียนปัญหา การอนุญาตสัมปทานระเบิดภูเขาไก่เขี่ย เทือกเขาวาง ที่บ้านน้ำจาน หมู่ที่ ๓ ตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำผุด เป็นพื้นที่สันปันน้ำ ต้นน้ำ ผ่านชุมชนไปยัง ประปาอำเภออ่าวลึก ผ่านอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีลงคลอง มีการตรวจสอบแล้วว่าพื้นที่ มีความสำคัญในระบบนิเวศ แต่กรมป่าไม้โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๒ ก็ไปอนุญาต ให้ผู้ขอสัมปทานผ่านอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ใช้พื้นที่ป่าชุมชน กลุ่มรักษ์เขากระบี่ จึงคัดค้าน แล้วก็ฝากเรื่องผมมาให้หารือไปยังหน่วยงาน ขอให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ทบทวนกับกรมป่าไม้ ซึ่งกรมศิลปากรก็ตรวจแล้วว่าเป็นแหล่งโบราณคดี กรมทรัพยากรธรณีก็บอกว่าเป็นแหล่งธรณีวิทยา ขอให้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งชาวบ้าน ไม่ยินยอมและเป็นเรื่องใหญ่ที่ สส. อย่างผมก็ไม่ยินยอมเช่นเดียวกัน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคประชาชน มีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธานทั้งหมด ๕ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกเป็นข้อเสนอทาง เกษตรกร ขอให้เปลี่ยนปฏิทินจัดสรรน้ำทำนาเป็นช่วงต้นเดือนเมษายนแทนเดิม เดือนพฤษภาคมเพื่อจะได้เก็บเกี่ยวทันก่อนช่วงน้ำท่วม เป็นต้นแบบจากทางบางระกำ Model แล้วก็อยากให้หน่วยงานผลักดัน สร้างเกษตรกรมืออาชีพด้วยการลดต้นทุน ทางการเกษตร ปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง เปลี่ยนฟางเป็นปุ๋ยด้วยระบบปลูกข้าวแบบตัดตอซัง เพื่อลดต้นทุน แล้วก็รวมถึงในช่วงฤดูน้ำหลากสิงหาคม กันยายนนี้จะได้ประโยชน์จาก ดินตะกอนที่พัดพาปุ๋ยอย่างดีมา🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้เร่งรัดซ่อมฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิง แห่งที่ ๑ ที่ตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทาน แล้วก็มีโครงการผลักดัน โครงการอาคารบังคับน้ำ บ้านเขาดินให้เกิดขึ้น หากอาคารบังคับน้ำนี้ทำสำเร็จจะมีเกษตรกร ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นกว่า ๑๙,๐๔๖ ไร่🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ปรับปรุงอาคารบังคับน้ำโดยลดระดับลง ๒ เมตร ที่ ปตร. วัดโบสถ์ ตำบลบางแก้ว อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากอาคารบังคับน้ำนี้สูงเกินกว่า ที่จะได้ประโยชน์จากฝายชั่วคราวหัวงานที่ ๔ กั้นแม่น้ำปิง และเนื่องจากชลประทานถ่ายโอน มาให้ท้องถิ่นแล้ว แต่ท้องถิ่นไม่มีงบประมาณ จึงอยากขอให้ อบจ. พิจารณาดำเนินการ โครงการนี้เนื่องจากเกินศักยภาพท้องถิ่นครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้มีการขุดลอกคลองขนมจีน เพิ่มอัตราการระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วม ทำคันดินแบบ Gabion กันตลิ่งพังในหมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์ และปรับปรุงอาคาร ปตร. คลองโพธิ์ วัดไทรย์เพื่อบริหารจัดการน้ำที่ดีขึ้น🔗
และเรื่องสุดท้ายประชาชนร้องเรียนมาเยอะมาก ใช้รถ ใช้ถนน ขอให้เร่งรัด ซ่อมแซมถนนเลี่ยงเมืองเส้น ๑๒๒ นครสวรรค์ ตอนนี้ชาวเน็ตเม้ากันฉ่ำเลยว่านี่ถนนหลวง หรือทางไปทุ่งนา ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณอภิชา เลิศพชรกมล จังหวัดนครราชสีมา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย🔗
ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะเรียนท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ อำเภอครบุรี คือผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกออระยา ท่านผู้ใหญ่อ้อยใจ ท่านผู้ใหญ่ ธัญรัตน์ แล้วก็สมาชิกสภาเทศบาลตำบลจระเข้หิน ตลอดจนพี่น้องประชาชนในเขตตำบล จระเข้หิน ถึงเรื่องความเดือดร้อนในเรื่องของสะพานชำรุด สะพานตัวนี้เป็นสะพาน ที่เชื่อมระหว่างตำบลจระเข้หินแล้วก็ไปสู่ตำบลครบุรีใต้ ซึ่งสะพานตัวนี้มีอายุในการใช้งาน ๓๐ กว่าปีแล้ว ดังนั้นท่านจะเห็นว่าทั้งราวสะพานก็ดี ทั้งใต้สะพาน ท้องสะพาน มีเหล็ก โผล่ออกมาซึ่งชำรุด ผมไม่ทราบว่าเมื่อไรมันจะพัง ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่รถนักเรียนหรือ รถที่สัญจรไปมาได้ผ่านสะพานนี้แล้วเกิดมันหักไป มันก็จะเกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน และชีวิตของประชาชนที่สัญจรไปมา จึงอยากจะให้ทางจังหวัดนครราชสีมาได้ช่วยส่ง ผู้ที่ชำนาญในเรื่องของการออกแบบในการก่อสร้างสะพานได้มาสำรวจสะพานให้กับพี่น้อง ชาวตำบลจระเข้หิน🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่เฉลียว หมู่ที่ ๖ บ้านหมูสี ตำบลพระพุทธ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ถึงเรื่องตลิ่งพัง ท่านประธานจะเห็นในรูป นั่นคือลำน้ำมูล ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน มีระดับของลำน้ำมูลสูงมากแล้วก็ไหลเชี่ยว ดังนั้นท่านจะเห็นนะครับ ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงตลิ่งได้ล้ม ถูกน้ำซัดตลิ่งจนกระทั่งต้นไม้ใหญ่ ทรุดลงมา ดังนั้นแล้วจึงอยากจะให้ทางกรมโยธาธิการ จังหวัดนครราชสีมา ได้ช่วยมาสำรวจ ออกแบบในการทำผนังกันดิน ตรงนี้เป็นริมถนน แล้วก็บ้านเรือนพี่น้องประชาชนอาจจะ ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงอยากจะให้ทางโยธาธิการจังหวัดนครราชสีมาได้มาช่วยออกแบบ ในการที่จะสร้างผนังกันดินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวตำบลหมูสี อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
๓ ท่านต่อไป คุณสกุณา สาระนันท์ คุณตรัยวรรธน์ อิ่มใจ คุณบุญแก้ว สมวงศ์ ท่านสกุณา สาระนันท์ จังหวัดสกลนคร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันมี เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอพังโคนมาหารือต่อท่านประธาน ๑ เรื่อง🔗
เป็นปัญหาน้ำท่วมถนนทางหลวง สาย ๒๒๒ เชื่อมระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวาริชภูมิ บริเวณแยกบ้านนาเหมือง ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นแอ่ง ประกอบกับการขยายเมืองไม่ได้รับการกำกับดูแล ที่ถูกต้อง ทำให้เกิดปัญหาต่อระบบระบายน้ำเดิม เมื่อมีฝนตกหนักทุกครั้งก็จะท่วมทุกครั้ง ในบริเวณนี้ ยิ่งปีนี้พายุเข้าถี่กว่าทุก ๆ ปีจึงเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอพังโคนเป็นอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่เกิดปัญหา ทุกภาคส่วน ท้องที่ ท้องถิ่นก็ได้ระดม สรรพกำลังเข้าช่วยเหลือ อย่างครั้งนี้ตั้งแต่นายอำเภอ นายวิชาญ ดาทุมมา นายกเทศบาล ตำบลพังโคนศรีจำปา นายวัฒนา วิชะนา รวมถึงภาคประชาชนก็ได้ระดมสรรพกำลัง ในการแก้ปัญหาค่ะ แต่ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาแบบบรรเทาเป็นครั้งคราวไป ด้วยปัญหานี้ เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ล่าสุดหน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้มีการประชุมร่วม จนกระทั่ง ได้แนวทางแก้ปัญหาร่วมกันเป็นที่เรียบร้อย ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังพี่น้อง ประชาชนชาวอำเภอพังโคนว่าทุกภาคส่วนไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วขอให้ท่านประธานย้ำไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ย้ำไปยังกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลเรื่องการไฟฟ้า การประปา รวมถึงกรมโยธาธิการที่ดูแลผังเมืองค่ะ ได้ร่วมติดตาม กำกับ อำนวย ความสะดวกให้เกิดการแก้ปัญหานี้ได้โดยเร็ว ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมุทรปราการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สมุทรปราการ เขต ๘ ผู้แทนของชาวอำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง พรรคประชาชน ผมขอนำปัญหาความเดือนร้อนในพื้นที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ถนนของกรมชลประทาน ถนนเลียบคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต บริเวณปากซอยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ ระยะทางประมาณ ๒๕๐ เมตร เป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่ มีน้ำท่วมขังหลายจุด สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนภายในซอย และผู้ใช้เส้นทาง สัญจรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฝนตกมีน้ำท่วมขังบนถนน รถจักรยานยนต์ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สาเหตุเกิดจากการประปาบางกะปงเข้ามาดำเนินการขุดเจาะถนน เพื่อวางระบบท่อน้ำประปาใหม่ แล้วหลังจากวางท่อน้ำประปาแล้วไม่ได้คืนสภาพถนน กลับมาเหมือนเดิม ใช้ได้ไม่กี่เดือนถนนก็พังเป็นหลุมเป็นบ่อ เบื้องต้นผมได้ประสานงานไปยัง นายสุทิน แก้วธนมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเปร็ง ให้มาดำเนินการซ่อมใช้งาน ชั่วคราวไปก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต้องขอขอบคุณ ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ เรียนท่านประธานผ่านไปยัง การประปาภูมิภาค สาขาบางปะกง ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหา และปรับปรุงถนนดังกล่าว คืนสภาพมาตรฐานกลับมาเหมือนเดิมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาหญ้ารกปกคลุมเต็มพื้นที่ทางเดินเท้าบริเวณสี่แยกเคหะ บางพลี ทางหลวงแผ่นดินหมายเลย ๓๒๖๘ กิโลเมตรที่ ๒๓ ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง ตั้งแต่บริเวณสะพานลอยหน้าปั๊มบางจากยาวไปถึงสะพานข้ามคลองหัวเกลือ สร้างความ เดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางเดินเท้าในการสัญจรเป็นอย่างมาก เรียนท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวงสมุทรปราการ กรมทางหลวง ช่วยดำเนินการ แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณบุญแก้ว สมวงศ์ จังหวัดยโสธร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทยครับ ขอหารือท่านประธานครับ🔗
สืบเนื่องมาจากผมได้ลงพื้นที่แล้วก็ ได้รับร้องเรียนจากผู้ใหญ่ สังเวียน อ่อนผิว และผู้ใหญ่สำราญ หัวดอน ซึ่งขอให้ กรมชลประทานช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ของจังหวัดยโสธร โดยเฉพาะ บ้านทรายงาม ท่านประธานเห็นสไลด์ไหมครับ บ้านทรายงามทุกปีจะมีน้ำท่วมขังตามไร่นา เป็นวงกว้าง แล้วจะมีบ้านหนองยางพระบาท อำเภอมหาชนะชัย แล้วก็ไหลทะลักเข้า บ้านเรือนของพี่น้องตำบลฟ้าหยาด หมู่ที่ ๓ กับหมู่ที่ ๔ ท่วมบ้านเรือนหลายครัวเรือน ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน ช่วยมาแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจาก ผอ. ชาติชาย สิงห์วงศา ซึ่งเป็น ผอ. โรงเรียน คำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ และพร้อมคณะครู นักเรียน โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ ตรงนี้ ผมหารือมา ถ้าจำได้ก็ประมาณเป็นครั้งที่ ๕ แล้ว ผมอยู่ในสภามานี้ ผมหารือเกือบทุกปี งบประมาณที่จะมาสร้างโดมคลุมหลังคาเอนกประสงค์ของลูก ๆ นักเรียนโรงเรียน คำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ งบประมาณก็ไม่เยอะครับ งบประมาณแค่ ๕,๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท อันนี้มันเป็นประโยชน์ต่อลูก ๆ นักเรียน โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์มีนักเรียนอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าคน เป็นโรงเรียนใหญ่แล้วก็สร้างลูก ๆ นักเรียน ผมก็ได้จบตรงนี้ จบโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ แล้วก็ได้มาเป็น สส. เป็นหน้าเป็นตาของอำเภอ คำเขื่อนแก้ว เป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ของเรา ของลูก ๆ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยจัดสรรงบประมาณ เพื่อจะดูแลให้กับลูก ๆ นักเรียนด้วยครับ แล้วผมจะขอยื่นเอกสารให้กับท่านประธาน ผู้ที่จะไปติดตามงบประมาณ เพื่อจะให้กับลูก ๆ โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ดีใจด้วย ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ท่านปทิดา ตันติรัตนานนท์ เชิญ ๓ ท่านต่อไปครับ เชิญท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา เชิญครับ มาทันไหมครับ ท่านพลพีร์ มาไม่ทัน ขออนุญาตข้ามไปนะครับ ท่านใดมาไม่ทันกรุณา แจ้งมาที่เพื่อน แล้วเพื่อนมาแจ้งที่หน้าเคาน์เตอร์ หน้าบัลลังก์ จะได้จัดคิวให้ลำดับท้าย ๆ ได้ ท่านต่อไปครับ คุณกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร พร้อมนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขออนุญาตนำเรื่องของพี่น้องประชาชนที่เป็นความเดือดร้อน ๒ เรื่อง เข้ามาหารือในสภานะครับ อ.เอท ตั้งชื่อว่าไฟกับฝา🔗
เรื่องแรก ก็คือไฟ เป็นสัญญาณไฟจราจร ท่านประธาน อ.เอท จะขออนุญาตให้ท่านประธานนั่งรถไปกับ อ.เอท เริ่มที่ถนนสุวินทวงศ์ ขับจากสุวินทวงศ์ขาเข้า เข้าเมืองใช้ถนนรามอินทราและ ถนนรามคำแหง เน้นที่ถนนรามคำแหงก่อนดีกว่าครับ ถ้าเป็นถนนรามคำแหง ขับมาแยกแรกจะเจอแยกที่เรียกว่ามีนพัฒนา ไฟสัญญาณจราจรเริ่มมีปัญหาแล้วครับ ติดขัดบ้าง หรือการที่จะปรับ ไม่ตรงกับสภาพหรือไม่ตรงกับความหนาแน่นของรถยนต์ ทำให้มีปัญหา ต่อมาพอเจอแยกมีนพัฒนาแล้ว ขับไปอีกไม่เกินสัก ๑ กิโลเมตร ก็จะเจอ แยกราษฎร์พัฒนาหรือแยกมิสทีน ประมาณรามคำแหง ๑๖๗ อันนี้หนักเลยครับ ประมาณ เฉลี่ย ๕-๑๕ นาทีต่อแยก และถ้าเกิดเป็นช่วง Rush hour หรือช่วงที่เป็นแบบเขาเรียกว่า ช่วงหนาแน่น วิ่งกันไม่ได้จริง ๆ ต่อมาขับมาก็จะผ่านโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ก็จะไปเจอทางด่วนที่ตัดหมายเลข ๙ จะเรียกว่าแยกศรีราม ถัดไปอีกนิดหนึ่งก็เรียกว่า แยกคลองเจ็ก ๒ แยกนี้เป็นพี่น้อง ๒ ประสานเลยครับ ทำให้รถติดอย่างต่ำครึ่งชั่วโมง การเปิด-ปิดสัญญาณไฟยังไม่สอดคล้องกับปริมาณรถยนต์ ก็ขอให้ท่านประธานช่วยเร่งไปกับ พี่น้องที่เป็น สน. ตรงนั้นก็คือ สน. บางชัน และเลยไปอีกนิด ก็จะไปเจอแยกบ้านม้า อันนี้นอกจากจะเป็น ความเดือดร้อนแล้วถนนยังเละด้วย ไฟก็เปิดไม่สอดคล้องกับปริมาณ รถยนต์ และเราจะไปจบเรื่องสัญญาณไฟกันที่แยกลำสาลี ทั้งหมดประมาณ ๖-๗ แยก ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมงในช่วงเช้า นี่ความลำบาก🔗
เรื่องสุดท้ายคือเรื่องฝา ฝานี่คือฝาท่อครับ ขออนุญาต ที่ถนนกรุงเทพกรีฑา ซอย ๒๑ ฝาท่อชำรุดแล้ว ๕ ครั้งต่อปี ๕ ครั้งต่อปีท่านประธานครับ ก็ช่วยให้ทางฝ่ายโยธา เข้าไปดูด้วยครับ นี่คือความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย🔗
ปัญหาชายแดนเราไม่มีพรรคค่ะ ท่านประธาน ชายแดนยังไม่สงบ บัวลอยเจ้าเพื่อนยากก็พาน้ำมาหาเราอีก มวลน้ำจำนวน มหาศาลจากเทือกเขาพนมดงรักไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ เช่น หนองตาบุญ บ้านไพรพยัคฆ์ ตำบลเทพรักษา พายุ ๒ ลูก ทำให้ไม่สามารถต้านทานมวลน้ำได้ ฝายในหนองตาบุญ ชำรุดเสียหายทำให้น้ำไหลบ่าท่วมในพื้นที่ตำบลเทพรักษา อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ และที่สำคัญหนองตาบุญ เป็นหนองน้ำที่เก็บน้ำไว้เพื่อทำประปาให้กับ ๔ หมู่บ้าน ในเขต ตำบลเทพรักษา ปัญหาที่จะตามมาก็คงจะขาดแคลนน้ำแน่นอน น้ำจำนวนดังกล่าวยังไหลลง สู่ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ท่วมโรงเรียนบ้านปวงตึก บ้านขนาดมอญ บ้านขนาดมอญน้อย บ้านทัพดัด แล้วก็ในแนวเดียวกันในพื้นที่อำเภอบัวเชด อีกหลายตำบล ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน ดิฉันได้หารือในสภาไปหลายครั้งในเรื่องการบริหารจัดการ พื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ที่เรามีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จำนวนมากกว่า ๓๐ อ่างเก็บน้ำ ถ้าเรามีการขุดลอกอ่างเก็บน้ำเหล่านี้เราจะแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแบบนี้ได้ แต่ในการแก้ปัญหาระยะสั้นดิฉันอยากให้กรมชลประทาน กรมปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน แต่ในการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนและถาวร สำนักงบประมาณควรจะจัดสรรงบประมาณ ในการขุดลอกอ่างเก็บน้ำตามแนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลค่ะ🔗
ปัญหาเรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง ดิฉันขอขอบคุณไปยังแขวงทางหลวงจังหวัด สุรินทร์ กรมทางหลวง ที่ได้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างจากแยกบ้านจาน ตำบลอาโพน อำเภอบัวเชด ถึงหน้าโรงเรียนอนุบาลบัวเชดเพื่อแก้ปัญหาให้กับเด็ก ซ่อมแซมไฟฟ้า ส่องสว่างบ้านคลองน้ำซับ ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง และซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่าง หน้า อบต. ตาเมียง ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรักถึงบ้านพนมดิน ตำบลตาเมียง แต่ยัง ขาดอยู่อีก ๑ เส้นทางคือสาย ๒๓๗๕ ตอนตำบลโชคนาสาม อำเภอปราสาทถึงตำบลจีกแดก อำเภอพนมดงรัก ที่ผ่าน ๔ โรงเรียน ๑๑ ชุมชน และ ๒ ตำบล เราอยากได้ไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน จึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังแขวงทางหลวงจังหวัดสุรินทร์ ได้ช่วยจัดสรรงบประมาณในการติดตั้งไฟส่องสว่าง ให้ด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไป ท่านสหัสวัต คุ้มคง ท่านสุขสมรวย วันทนียกุล ท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน ขอเชิญท่านสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ท่านประธานปัจจุบันในพื้นที่หลายแห่งผมได้รับเรื่องร้องเรียน มาจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หรืออำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองว่ามีตลาดผุดขึ้นมาเป็นตลาดที่เปลี่ยน ตัวเองเป็นสถานบันเทิง คือเป็นตลาดขายของ ขายของกิน แต่มีการเล่นดนตรีสด รวมถึง มีการเปิดคอนเสิร์ต ซึ่งตลาดเหล่านี้หลายแห่งส่งเสียงดังรบกวนพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ บางทีบางตลาดเปิดกันถึงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง ก็ยังเสียงดังแล้วเสียงดังไปไกลมาก เพราะว่าตลาดเหล่านี้ไม่มีพื้นที่ปิด เป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งผมเคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือสถานีตำรวจภูธร ในพื้นที่ไปจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ก็ไม่มีการแก้ไข ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี ให้เร่งดำเนินการแก้ไขเรื่องเหล่านี้🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนจำนวนมากที่มีลูก อยู่ในวัยเรียน รวมถึงมีลูกที่เป็นวัยรุ่น เรื่องผลกระทบจากน้ำใบกระท่อม ท่านประธาน ปัจจุบันเรายังเห็นว่าน้ำใบกระท่อม แม้ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถูกกฎหมายแค่ใบ แต่เรายังเห็นร้านที่ขายน้ำใบกระท่อมเต็มไปหมด แล้วผมคุยกับหมอ ปรากฏว่า หมอทั่วประเทศคุยแบบเดียวกันว่าพบโรคลำไส้ที่เกิดจากการกินน้ำใบกระท่อมเยอะมาก โดยเฉพาะภาวะที่เรียกว่าลำไส้อุดตันเทียม เพราะน้ำใบกระท่อมจะมีฤทธิ์ไปจับกับ Opioid Receptor ในลำไส้ ลำไส้เลยรู้สึกว่ามีสิ่งอุดตันทั้งที่มันไม่มี เรื่องนี้หมอต้องคุยกัน ทั่วประเทศว่าถ้าพบผู้ป่วยผู้ลำไส้ตอนนี้ต้องซักประวัติทันทีว่ากินน้ำใบกระท่อมเป็นประจำ หรือไม่ เรื่องนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี จะเอาอย่างไรกับ เรื่องนี้ ปัจจุบันเด็กซื้อน้ำใบกระท่อมได้ แต่ซื้อบุหรี่ไม่ได้ เป็นเรื่องผิดปกติมาก เราเจอ เด็กประถมกินน้ำใบกระท่อมทุกวันนี้ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องออกมาตรการออกมาคุ้มครองดูแล ได้แล้ว อย่างน้อยเอาเหมือนเหล้า เหมือนบุหรี่ก็ยังดี มีการจำกัดอายุ มีการจำกัดการเข้าถึง มีการจำกัดคุณภาพของร้านที่ขายน้ำใบกระท่อม ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุขสมรวย วันทนียกุล อำนาจเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสุขสมรวย วันทนียกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันนำปัญหาของพี่น้องเกษตรกรอำเภอเมืองและอำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ มาหารือท่านประธานเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและ ทำการเกษตร สำหรับพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญนั้นอาชีพหลักของพี่น้องประชาชนก็คือ อาชีพเกษตรกร พอถึงหน้าฝนก็ไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำเพื่อจะใช้ในฤดูแล้งได้ ทำให้พืชผล ทางการเกษตรเสียหาย อีกทั้งประชาชนก็จะไม่มีน้ำอุปโภคบริโภคค่ะ ดิฉันได้รับ เรื่องร้องเรียนจากผู้นำและประชาชน ๓ ตำบล จากกำนันตำบลคึมใหญ่ นายพงษ์เพชร พิมพเนตร นายอาทิตย์ ธุมาชิน กำนันตำบลคำพระ และนายประสิทธิ์ บุญรำไพร กำนันตำบลกุดปลาดุก อีกทั้งดิฉันเองก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ทั้ง ๓ ตำบลที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้ทางชลประทานจังหวัดอำนาจเจริญได้เสนอ โครงการไปแล้ว ขณะนี้รอการอนุมัติงบประมาณค่ะ โครงการดังกล่าวประกอบด้วย🔗
๑. โครงการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำห้วยละโองตอนล่าง บ้านคำสมบูรณ์ ตำบลคึมใหญ่ อำเภอเมือง งบประมาณ ๒๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท🔗
๒. โครงการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำห้วยไผ่ บ้านวังแคน ตำบลกุดปลาดุก อำเภอเมือง งบประมาณ ๑๐ ล้านบาท🔗
๓. โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำไฟฟ้า บ้านคำพระ ตำบลคำพระ อำเภอ หัวตะพาน งบประมาณ ๔๕ ล้านบาท🔗
ดิฉันขอฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งรัดงบประมาณโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปเชิญท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชน ท่านประธานครับ กองอาสารักษาดินแดนหรือ อส. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภารกิจ ได้รับใช้ประเทศชาติ มาตลอดเวลา ทั่วประเทศตอนนี้มีอยู่กว่า ๒๖,๐๐๐ นาย และที่โคราชจะมี อส. อยู่ ๔๐๑ นาย ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับประธานชมรม อส. จังหวัดนครราชสีมา และขอนำปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะเพื่อพิจารณาแก้ไข ๔ ข้อ ดังนี้🔗
๑. พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับสวัสดิการเงินค่าครองชีพรายเดือนสมาชิก อส. หลังปลดประจำการ ๖๐ ปีเป็นบำนาญ🔗
๒. พิจารณาปรับเพิ่มเสบียงสนาม จาก ๑๕ บาท เป็น ๔๕ บาท ต่อ ๑๕ วัน🔗
๓. พิจารณาปรับเพิ่มค่าเบี้ยเลี้ยงสนาม จาก ๒๐ วัน เป็น ๒๕ วัน และ จาก ๒๕ วัน เป็น ๓๐ วัน🔗
๔. การจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว โดยการปรับเพดานเงินเดือนขั้นสูง และปรับเพดานขั้นต่ำของเงินเดือนรวมกับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ซึ่งผ่านการเห็นชอบ จากมติ ครม. ชุดที่แล้ว แต่จนถึงตอนนี้พี่น้อง อส. ยังไม่ได้มีการปรับเพิ่มเลยครับ🔗
จึงอยากฝากท่านประธานไปยัง ครม. สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย กับ ๔ ข้อดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมาครับ ตอนนี้กลุ่มคนหูหนวกในประเทศไทยกำลังประสบปัญหา หลังจากที่บริการล่ามภาษามือทางไกล หรือที่เราเรียกกันว่า TTRS ถูกปิดตัวลง ซึ่งปกติแล้ว คนหูหนวกจะใช้บริการล่ามปกติต้องจองล่วงหน้า ๓ วัน แต่ว่าโครงการ TTRS เป็นโครงการ เพื่อช่วยเหลือคนหูหนวกและคนหูตึงให้สามารถสื่อสารกับบุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วไป ทั้งโทรศัพท์ไปสมัครงาน โทรศัพท์แจ้งตำรวจหรือใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างนี้ครับ โดยคนหูหนวกจะ Video Call ผ่าน Application TTRS กับล่ามภาษามือและล่ามจะแปล สิ่งที่คนหูหนวกบอกเพื่อให้ปลายสายได้ยิน ท่านประธานครับ ปกติ TTRS จะได้รับ งบประมาณสนับสนุนจาก กสทช. แต่ปัจจุบัน TTRS ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจาก กสทช. มา กว่า ๒ ปีโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงทำให้ TTRS ต้องปิดตัวลง ตอนนี้คนหูหนวกเดือดร้อนมาก ๆ และมีอุปสรรคในการติดต่อสื่อสารกับคนทั่วไปมาก ๆ ครับ ผมจึงอยากฝากท่านประธาน ไปยัง ครม. สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง พม. และกระทรวง DE โดยเฉพาะ กสทช. ช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหาและจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนบริการ TTRS ให้กลับมา เปิดบริการเพื่อกลุ่มคนหูหนวกจะได้ติดต่อสื่อสารกับคนทั่วไป และเพื่อไม่ให้พวกเขาถูกลืม ในโลกไร้เสียงด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไป เชิญท่านปรีดา บุญเพลิง ท่านนิพนธ์ ศรีธเรศ ท่านอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ เชิญท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการดังนี้ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการครูในโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ไม่มีผู้บริหารโรงเรียน ครูสายผู้สอนต้องทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการทุกกระทรวง มีผู้บริหารจากระดับบนถึงระดับล่าง มีกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้นที่ ก.พ. และ ก.พ.ร. กำหนดเกณฑ์จำนวนนักเรียนเข้าเกณฑ์ ถึงจะมีผู้บริหาร ส่งผลให้เกิดวิกฤติขาดแคลนผู้อำนวยการโรงเรียนจำนวนมาก ส่งผลกระทบ ต่อการบริหารจัดการและคุณภาพการศึกษาอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๘ คณะกรรมการข้าราชการครูหรือ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการ สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ประกาศคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการ สถานศึกษา เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ประกาศผลเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ การรับสมัครสอบจากหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวทำให้เกิดปัญหา ส่งผลให้ผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกจะมีจำนวน น้อยในจำนวน สพป. สพม. ที่สอบได้ ๒ คน ๔ คน ๕ คนบ้าง มีผู้ผ่านหลักเกณฑ์ไม่มาก ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่มีความตั้งใจ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ช่วยปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวตาม ว ๑๙ โดยเร่งด่วน เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการครูที่มีคุณสมบัติมากขึ้นจะได้เพียงพอกับตำแหน่งที่ว่าง และดำเนินการประกาศคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษาให้ครบทุกโรงเรียนโดยเร่งด่วนครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ก่อนท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษา หลักสูตร สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จำนวน ๘ ท่าน เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับทุกท่าน เชิญนั่งครับ ต่อไปขอเชิญท่านทินพล ศรีธเรศ กาฬสินธุ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ทินพล ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗
เป็นเรื่องถนนหนทางชำรุด ถนนรอบบริเวณที่ทำการนิคมสร้างตนเองกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ เทศบาลตำบลห้วยผึ้ง ตำบลห้วยผึ้ง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ ประชาชนใช้สัญจรไปมาเชื่อมหมู่บ้านกับหมู่บ้าน และเข้ามายังตัวอำเภอห้วยผึ้งเพื่อติดต่อ ราชการกับทางนิคม แล้วก็สถานที่ราชการทั่วไป เป็นถนนที่ชำรุดทรุดโทรมมาก ทางประชาชนก็เลยได้ร้องเรียนมายังท่าน ส.ท. อนันต์ บุตรโพธิ์ศรี แล้วก็ร้องเรียน ไปที่ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง อยากจะให้มีการซ่อมแซมบูรณะถนนรอบนิคมแห่งนี้ เพื่อความสะดวก ความปลอดภัยในการสัญจรไปมา จึงอยากจะเรียนท่านประธาน ไปถึงกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งดูแลนิคมสร้างตนเองช่วยอนุมัติ งบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมถนนรอบนิคมแห่งนี้เพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชน ในการสัญจรด้วยครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งเป็นถนนชำรุดทรุดโทรมเช่นเดียวกัน เป็นถนนทางเข้าหมู่บ้าน จันทร์เจริญ หมู่ที่ ๑๕ และบ้านดงสวาง หมู่ที่ ๖ ตำบลสงเปือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ มีสภาพทรุดโทรมมากไม่ไหวที่จะซ่อมแล้วดูดังภาพ ทางเทศบาลตำบลสงเปือยเอง ก็ทำเรื่องของบประมาณจากทางจังหวัดและกรมส่งเสริมการปกครองมาหลายปี แต่ก็ไม่ได้รับ งบประมาณ ชาวบ้านเดือดร้อนมากจนชาวบ้านเองต้องออกเงินกันเพื่อที่จะซื้อปูนซิเมนต์ มาทำการซ่อมถนนกันเองครับ ผมจึงขอเป็นตัวแทนชาวบ้านในการนำเรื่องนี้มาร้องเรียน กับท่านประธาน ร้องผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และสำนัก งบประมาณให้ได้เห็นใจชาวบ้านและช่วยจัดงบประมาณในการบูรณะถนนเส้นนี้ใหม่ ให้กับชาวบ้านด้วย จะขอบพระคุณอย่างสูงครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญท่านอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ อุดรธานี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๖ ลูกศรีธาตุ ลูกเขยวังสามหมอ พี่น้องไชยวาน หลานกู่แก้ว วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ พี่น้องชาวเกษตรกรขอฝากความหวังมายังท่านนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ พร้อมคณะรัฐมนตรีให้ช่วยผลักดันสินค้าการเกษตร ซึ่งวันนี้โดยส่วนมาก ภาคอีสานตอนบน แล้วก็ภาคอีสาน ได้ปลูกมันสำปะหลัง ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยผลักดันราคามันสำปะหลังให้ถึง ๓.๕๐ บาท แล้วก็ยางพารา ยางดิบให้ได้ราคา กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท แล้วก็อ้อยอย่างน้อยก็ตันละ ๑,๕๐๐ บาท แล้วก็สินค้าการเกษตร เช่นผลไม้และอีกหลายรายการ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีช่วยเห็นใจ พี่น้องเกษตรกรนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากวันที่ ๒๙ วันที่ ๓๐ ที่ผ่านมามีพายุบัวลอยได้กระหน่ำ เข้าพื้นที่ภาคอีสานตอนบน เส้นทางสัญจรไปมาได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ทั้งเส้นทาง ขนถ่ายสินค้าการเกษตร วันนี้ฝากไปยังผู้เกี่ยวข้อง ผู้ที่รับผิดชอบ แล้วก็ฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ท่านผู้ว่า ช่วยนำงบประมาณอย่างเร่งด่วน เข้าไปแก้ปัญหาให้พี่น้องอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะให้ได้ซ่อมแซมถนนหนทางที่ชำรุดเสียหายได้ อย่างรวดเร็ว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไป ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านปรเมษฐ์ จินา ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู เชิญท่านมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก หารือไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ประเด็นปัญหาก็คือว่าเอกสาร คทช. ที่กรมป่าไม้ ออกให้พี่น้องประชาชนมันต่อยอดไม่ได้ครับท่านประธาน มันเป็นเอกสารเป็นจุด ๆ ขอให้สไลด์ขึ้นด้วยจะได้เห็นภาพนะครับ🔗
แปลงของชาวบ้านอยู่ซ้ายมือครับ เวลาท่านออกเป็นเอกสาร ท่านแยกเป็นชิ้น ๆ อันนี้ชิ้นก่อน ก่อนปี ๒๕๔๕ ภาพถ่ายปี ๒๕๔๕ ชิ้นหลังจาก ๒ ภาพถ่ายปี ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๔๗ เวลาเกษตรกรจะไปติดต่อเกษตรอำเภอ จะขอขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรมันไม่ได้ครับ เพราะว่าท่านออกเอกสารแยกเป็นชิ้น ๆ ตามเนื้อหาของท่าน อย่างนี้ครับ อันนี้ที่แม่ทาครับ ทั้งแปลงมีจุดเดียวเกษตรอำเภอถามว่า รูปแปลงของคุณเป็นอย่างไร จะขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรเพื่อขอรับค่าชดเชย เวลาเกิดอุทกภัย วาตภัย ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีท่านสุชาติ ชมกลิ่น ผมเชื่อในฝีมือท่าน ท่านเรียกปลัดกระทรวง เรียกอธิบดีกรมป่าไม้ และอดีตหลาย ๆ คน ที่รู้เรื่องนี้มานั่งประชุมคุยกันว่ามันไม่ใช่แก้กฎหมาย มันเป็นเรื่องระเบียบเล็กน้อยครับ ผมจะพาผู้นำชุมชนเข้าไปหานะครับ เรื่องที่ ๒ ในเรื่องแรกนี้ เรื่องระเบียบการตัดไม้ ปลูกต้นไม้ในพื้นที่ คทช. ไม่ว่าจะเป็นไม้ไผ่ ไม้อะไร ต้องขออนุญาตจากอำเภอไปจังหวัด จากจังหวัดไปป่าไม้ จากกรมลงไปพื้นที่ สรุปแล้วต้นไม้ที่ปลูกไม่ตัดครับ แล้วเราจะสร้าง ป่าเศรษฐกิจได้อย่างไรครับ อันนี้เรื่องที่ ๒ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะหารือท่านประธานก็คือว่าถึงนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันนี้โรงเรียน ตชด. บ้านแม่กลองใหญ่ ที่ตำบลโมโกร อำเภอ อุ้มผาง จังหวัดตาก โรงเรียน ตชด. แห่งนี้มีนักเรียนอยู่ ๒๘๑ คน มีครูอยู่ ๑๗ คน ผู้สนับสนุน การสอน ๓ คน นักการภารโรง ๑ คน แม่ครัว ๒ คน ต้องการบ้านพักครับ งบประมาณ ที่เขาขาด ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าบาท จริง ๆ ท่านนายกเอาเงินไปบริจาคสนับสนุนได้เลย นะครับหรือแม้กระทั่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปสนับสนุนครับ เขาขาดแค่ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าบาท เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เพื่อสนับสนุนบุคลากร โรงเรียน ตชด. ที่เขาอยู่ ตามชายแดน ที่เขาสอนหนังสือให้นักเรียน สร้างบ้านพักให้เขา ให้เขาอยู่ดีกินดีหน่อยครับ เงินก็ไม่เยอะครับ ฝากท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีแล้วก็ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญท่านปรเมษฐ์ จินา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ มีเรื่องที่ชาวบ้านผ่านมายังผมให้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ หน่วยงานแรก ก็คงจะเป็นกรมธนารักษ์ เป็นกลุ่มชุมชนรักสันติ ซึ่งเมื่อวานเขาก็ได้มายื่นหนังสือที่หน้าสภา เพราะว่าเขาได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ดินแปลง สฎ. ๘๔๘ สุราษฎร์ธานี ซึ่งที่ดินดังกล่าว ก็เป็นที่ดินสัมปทานของบริษัท ช. เกียรติเจริญปาล์ม จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ ตำบลเคียนซา อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งชุมชนดังกล่าวเขาได้อยู่อาศัยมา ประมาณ ๑๕ ปี ซึ่งชุมชนดังกล่าวผู้ที่อยู่อาศัยประมาณ ๓๐ ครัวเรือน เขาก็ไร้ที่ทำกิน แล้วก็ไร้ที่อยู่อาศัย ก็ขอให้ทางกรมธนารักษ์ในส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วยเร่งรัดจัดสรร ให้เขาตามระเบียบด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องไฟฟ้านะครับ ด้วย นายกิตติศักดิ์ กาญจนมุสิก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพลูเถื่อน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แจ้งว่ามีราษฎร ประมาณ ๑๕๐ หลังคาเรือน อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๓ บ้านสองแพรกบน ตำบลพลูเถื่อน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนกันระหว่างพื้นที่ ของคณะกรรมการที่ดินทำกินแห่งชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานีดูแล แล้วก็ที่ดินของป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ดังกล่าวก็อยากจะให้ทางหน่วยงานทั้งสองหน่วยงานแล้วก็การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่รับผิดชอบอำเภอพนม ช่วยลงไปดำเนินการในเรื่องของการบูรณาการเพื่อให้ชาวบ้าน ได้มีสิทธิใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่ทุกบ้านจะต้องมี ซึ่งทุกบ้านจะต้องหุงข้าง ทุกบ้านก็จะต้อง Charge แบตเตอรี่ ใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในปัจจุบัน🔗
เรื่องสุดท้ายก็คงจะเป็นเรื่องน้ำ กำนันตำบลสินเจริญ อำเภอพระแสง จังหวัด สุราษฎร์ธานี ได้แจ้งว่าราษฎรในพื้นที่ หมู่ที่ ๗ ตำบลสินเจริญ อำเภอพระแสง จังหวัด สุราษฎร์ธานี ไม่มีน้ำใช้ ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค จึงขอนำเรียนผ่านไปยังองค์การ บริหารส่วนตำบลสินเจริญ แล้วก็การประปาส่วนภูมิภาคช่วยลงไปดำเนินการสำรวจแล้วก็ ขยายเขตจำหน่ายระบบประปาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู จังหวัดปัตตานี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต ๑ พรรคประชาชาติ วันนี้ขออนุญาตท่านประธานหารือเรื่องมนุษยธรรมนะครับ ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีศาสนา ไม่มีลัทธิใด ๆ หากแต่ว่าเป็นเรื่องของสากล เรื่องของมนุษยชาติ ตามที่เรา ทราบว่าการประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติเมื่อไม่นานมานี้ก็มีผู้นำประเทศหลากหลาย ประเทศ ได้พยายามที่จะบอกว่าจะตั้งกองเรือ จะตั้งกองทัพนานาชาติขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหา ที่การรุกล้ำยึดครองของอิสราเอลต่อปาเลสไตน์ วันนี้ที่เกิดขึ้นล่าสุด กองเรือซึ่งมี ๔๔ ลำ จาก ๔๔ ประเทศ เป็นตัวแทนของมนุษยชาติ ธงทุกธงบนเรือทุกผืน บนเรืออันนี้บ่งบอกถึง ความต้องการสันติภาพ ต้องการให้เป็นตัวแทนของมนุษยชาติในการที่จะให้อิสราเอลนี้ ได้ตระหนัก กองเรือดังกล่าวนี้เขาเรียกว่า Global Sumud Flotilla ซึ่งวันนี้ ตอนนี้ล่าสุดก็ได้เกิดการปฏิบัติการ โดยรัฐบาลของอิสราเอลถูกจับ ล่าสุดจริง ๆ ก็คือมาเลเซีย ๑๒ คนโดนจับ นายกมาเลเซีย ออกมาให้ปล่อยโดยเร็ว นอกจากนั้นก็มีข้อมูลที่ถูกควบคุมตัวนี้เป็นชาวสเปน ๒๕ คน ตุรกี ๙ คน บราซิล ๗ คน ฝรั่งเศส ๔ คน เยอรมัน ๓ คน อังกฤษ ๓ คน อเมริกัน ๕ คน ซึ่งนี่แสดงว่าความเป็นมนุษยธรรม ซึ่งกองเรือเหล่านี้จะเอาความช่วยเหลือจากทั่วโลกไปให้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่กรองน้ำแล้วก็นมผง เพื่อที่จะช่วยเหลือทารกที่เกิดจากความป่าเถื่อน ความโหดร้ายของอิสราเอลที่กระทำต่อประชาชน ผมขอเรียกร้องที่ตรงนี้ แม้ว่าโดยส่วนตัว รัฐบาล นายกรัฐมนตรีจะยืนอยู่ จะมีเรียกร้องให้ท่านได้มายืนอยู่ข้างมนุษยธรรมและ สันติภาพ แม้ว่าโดยส่วนตัวของท่านจะมีความใกล้ชิดสัมพันธ์กับนายกอิสราเอล จากประเทศ อิสราเอลอย่างไรก็ตาม ผมเรียกร้องท่านให้มายืนอยู่ข้างมนุษยธรรมและสันติภาพนะครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไป คุณรำพูล ตันติวณิชชานนท์ คุณรุ่งโรจน์ ทองศรี คุณภัณฑิล น่วมเจิม ขอเชิญท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ จังหวัดอุบลราชธานี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ พรรคไทยสร้างไทย ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายถอง พวงจำปี บ้านห้วยข่า อำเภอบุณฑริก นางเพ็ญศรี พวงจำปี คนป่วยโรคไตเรื้อรัง ซึ่งเดินทางไปรักษาตัว ที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดอุบลราชธานี ไปทำอะไร ไปฟอกไตค่ะ ทุกสัปดาห์ อย่างต่อเนื่อง หากไม่ไปฟอกไตก็จะทุกข์ทรมานและเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร บ้านเรา เรียกว่าตายเร็วขึ้นกว่าเดิม การไปฟอกไตทุกครั้งต้องเสียเงินครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง เป็นเงินสัปดาห์ละ ๓,๐๐๐ บาท เดือนหนึ่งต้องไป ๘ ครั้ง เป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท ต่อเดือน ฟอกไตทุกเดือน ทุกเดือน ทุกเดือนค่ะ เป็นภาระหนักมากสำหรับชาวบ้าน ที่ไม่มีรายได้หรือว่ามีรายได้น้อย โดยเฉพาะพี่น้องในเขตเลือกตั้งของดิฉัน และพี่น้องที่ป่วย เป็นโรคไตเรื้อรังทั่วประเทศไทย ชาวบ้านไม่มีรายได้ ครอบครัวยากจน ต้องรับภาระ ค่าใช้จ่ายเองค่ะท่านประธาน ขายที่ไร่ที่นาเพื่อไปรักษาตัวเองให้มีชีวิตรอด การรักษาพยาบาลเพื่อรักษาชีวิตของประชาชนถือเป็นสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญค่ะ และเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลในการดูแลชีวิตและสุขภาพของประชาชนอย่างเสมอภาค ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการฟอกไตฟรีทุกรายทั่วประเทศ โดยไม่เลือกปฏิบัติ การจัดสรรงบประมาณสนับสนุนโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ ให้สามารถฟอกไตฟรีอย่างพอเพียง เพื่อให้คนไทยทุกคนมีสิทธิในการรักษาพยาบาล ที่เท่าเทียมกันและชาวบ้านจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ รัฐบาลดูแลไต ประชาชนได้ดูแล ชีวิตตนเอง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ฟอกไตฟรีเพื่อคนไทยทุกคน ฟอกไตฟรีเพื่อคนไทยทุกคน ดิฉันขอฝากข้อหารือนี้ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ ขออนุญาต เอ่ยนามนะคะ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ และฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ คนใหม่ ขอขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สส. รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนชายแดน ผู้แทนเซาะกราว จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีอำเภอบ้านกรวด ละหานทราย เฉลิมพระเกียรติ และโนนดินแดง ท่านประธานครับ พี่น้องชายแดนที่ได้รับผลกระทบ และอพยพจากเหตุการณ์การปะทะกัน อำเภอบ้านกรวดทั้งอำเภอ อำเภอละหานทราย ทั้งอำเภอ ตำบลยายแย้ม ตำบลถาวรของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ฝากกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เพิ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันจันทร์และ วันอังคารที่ผ่านมา เป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัววันพุธ เงินเยียวยาพี่น้องชายแดนบ้านละ ๕,๐๐๐ บาท ได้โอนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปที่ธนาคารออมสินและวันนี้ ธนาคารออมสินได้ทยอยโอนเข้าบัญชี PromptPay ของพี่น้องจังหวัดบุรีรัมย์ ๓๑,๖๓๒ ครอบครัว และจะเสร็จสิ้นไม่เกินวันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม พี่น้องคอยรับได้เลยครับ ๒. นโยบาย คนละครึ่งพลัส ออกมาแล้วลงทะเบียน ๒๐-๒๖ ตุลาคมนี้ เริ่มใช้ ๒๙ ตุลาคมถึงธันวาคม ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีมาก ๆ ครับ ๓. เงิน ชรบ. หมู่บ้าน ชายแดน รอบแรกได้รับแล้ว รอบ ๒ ภายในวันสองวันนี้และทราบข่าวว่า ในปี ๒๕๖๙ มีการตั้งไว้ ถ้ามีการตั้งประจำและขยายไปทั้งประเทศจะยิ่งดีมาก ๆ ครับ เพราะ ชรบ. ทำงานจิตอาสา ดูแลชุมชน ดูแลหมู่บ้านได้ดีมาก ๆ เหมือนพี่น้อง อสม. พี่น้องฝากบอก ท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะต้องไม่มีการเปิดด่านอย่างเด็ดขาดจนกว่าเขมรจะยอมและขอให้ ทำรั้วด้วยครับ และที่อำเภอบ้านกรวด อำเภอละหานทราย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอ โนนดินแดง ขอ Bunker หลบภัยเพิ่มด้วยครับ ยังขาดอีกมากครับ และกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะไปเยี่ยมพี่น้องที่อยู่ตามชายแดนที่อำเภอ บ้านกรวด ในวันเสาร์ที่ ๔ นี้ ทำงานไม่มีวันหยุด ไม่มีวันพักจริง ๆ ครับ ๔. ขอให้ กรมชลประทานเร่งเอาผักตบชวาและจอกแหนออกจากแหล่งน้ำสายหลักลำนางรอง ลำปะเทีย ลำจังหัน และห้วยเมฆา ๕. ขอให้กรมทางหลวงขยายถนนสายอำเภอละหานทราย ไปอำเภอบ้านกรวด ปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก ขยายช่องตะโกเชื่อมภาคอีสาน กับภาคตะวันออก ขยายถนนละหานทราย-โนนดินแดง ละหานทราย-ปะคำ และทำถนน เลี่ยงเมืองสาย ๒๔ ที่อำเภอประโคนชัย เพราะรถติดมาก ๆ และที่อำเภอนางรองด้วยครับ รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนชายแดน ผู้แทนเซาะกราว เราจะสู้ไปด้วยกัน ขอกราบขอบพระคุณ มาก ๆ ครับ🔗
ต่อไป เชิญท่าน ภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตยและเขตพัฒนา พรรคประชาชนครับ🔗
เรื่องแรกครับ ซ่อมปรับปรุง ถนนดำรงลัทธพิพัฒน์ ขอให้โยธาธิการเขตคลองเตยดำเนินการด้วย การท่าเรือได้ยินยอม ให้ท่านจัดการแล้ว ๒. ซ่อมผิวจราจรซอยชุมชนอาคารพาณิชย์หลังตลาดคลองเตย การท่าเรือแห่งประเทศไทยพิจารณาดำเนินการด้วย ท่านเก็บค่าเช่าจากอาคารพาณิชย์ เหล่านั้น เรื่องที่ ๓ พิจารณาทำป้ายรถเมล์ประจำทางถาวร ถนนอาจณรงค์หน้าแฟลต ๑-๑๐ ล็อก ๔ ๕ ๖ ให้สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. พิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องถัดมาครับ ซ่อมปรับปรุงถนนริมทางรถไฟสายเก่าหน้าสำนักงาน เขตคลองเตย ให้สำนักการโยธาธิการ กทม. พิจารณาดำเนินการนะครับ🔗
เรื่องถัดมา ตรวจสอบกิจการไก่สดในประเด็นสุขอนามัย แล้วก็โรคติดต่อ เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนจากกองกักกันโรค กรมปศุสัตว์ ขอให้กระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายสิ่งแวดล้อม เขตคลองเตยดำเนินการ🔗
ถัดไปจะเป็นเรื่องของสายสื่อสารที่รกรุงรัง พูดมาหลายทีแล้วครับ กสทช. จัดระเบียบสักที ในเขตคลองเตยและเขตวัฒนาทั้งหมด ผมคงไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงไป แต่ว่ามันทุกเส้น ทุกซอยเลย รวมถึงพิจารณาในเส้นหลักนี้ให้เอาสายไฟฟ้าลงดินด้วย ในเส้นอโศก ทองหล่อ เอกมัย ปรีดีพนมยงค์ ถนนพระรามที่ ๔ สุขุมวิท ๔๒ รัชดาภิเษก ถนนพระรามที่ ๓🔗
หน้าถัดไปครับ ขอให้การทางพิเศษช่วยดูแลระบบรางระบายน้ำบนทางด่วนด้วย เวลาฝนตก ทางด่วนมันก็เก่ามากแล้ว แล้วน้ำก็ล้นลงมากระทบต่อผู้อยู่อาศัยในชุมชนด้านใต้ ทั้งตลาดปีนัง วัดคลองเตยใน ร่มเกล้า ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไป ท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ท่านธนยศ ทิมสุวรรณ ท่านพิพิธ รัตนรักษ์ เชิญท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข จังหวัดตากครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม วันนี้หารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมท่านใหม่ นอกจากการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าเพื่อการพัฒนาเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผมเคยพูดไปแล้ว อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในป่า ในมือของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีอยู่ ๒ หน่วยงานด้วยกันที่สำคัญ ก็คือกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ๒ กรมนี้ มีอาวุธทั้งคู่ กรมป่าไม้ ก็มี คทช. ที่สามารถออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในป่า ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็มี พ.ร.บ. อุทยาน ที่เกิดขึ้น สามารถจัดสรรปันส่วนให้พี่น้อง แยกระหว่างคน พื้นที่ที่ทำกินที่ทำได้ถูกกฎหมายไม่โดนไล่ที่ ซึ่งปัจจุบันมีความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างทั้งชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาโดยตลอด มีการยึดที่ กันบ้าง มีการไล่ที่ มีการจับกุม ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของพี่น้องประชาชนที่อยู่บนเขาซึ่งเป็นกลุ่ม ชาติพันธุ์เป็นหลัก ก็อยากให้เร่งรัดนะครับ ผมเข้าใจว่า คทช. หลาย ๆ แห่งได้ดำเนินการ เสร็จแล้ว แต่เป็นจำนวนมาก ผมว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ยังทำไม่เสร็จ ขอให้เร่งรัดด้วยครับ เพิ่มบุคลากร เพิ่มงบประมาณเพื่อจัดทำส่วนนี้นะครับ🔗
อีกเรื่องเป็นเรื่องการขยายถนนเส้นแม่ระมาดไปยังบ้านตาก เส้นทางหลวง หมายเลข ๑๑๗๕ ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางสำรอง ถ้าท่านมาจากกรุงเทพ ฯ ท่านจะเข้า ในตัวอำเภอแม่สอด เส้นทางหลักคือสายเอเชีย ตาก-แม่สอด ปัจจุบันมีเส้นเดียว ถนนเป็น ๔ เลนครบถ้วน แต่ถ้าเกิดปัญหาโดยเฉพาะหน้าฝน วันไหนถ้าเกิดดินถล่มทับไป ๑ เลน หรือมีอุบัติเหตุรถขวางหรือมีอะไรต่าง ๆ ที่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถ้าถนนเส้นนี้ตัดขาด ไปเลยจะทำให้มีปัญหามากสำหรับการเดินทางของคนตาก แม่สอด ซึ่งปริมาณที่ใช้รถ เยอะมากครับ แต่ถ้าหากว่ากรมทางหลวงซึ่งขยายถนนเส้น ๑๑๗๕ ได้ ซึ่งเป็น ความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงหมายเลข ๑๒ ได้ก็สามารถเป็นเส้นทางสำรองได้ เป็นอย่างดี แล้วก็ผมคิดว่าปัญหาการจราจรแออัดในช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่เป็นการขนส่ง สินค้าจะลดลงในสายเอเชียนะครับ ขอทางคมนาคมเร่งรัดด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านธนยศ ทิมสุวรรณ จังหวัดเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๔ ประเด็นครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ในช่วงนี้จังหวัดเลยได้รับอิทธิพลจากพายุบัวลอย ทำให้บางพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อน มีน้ำป่าไหลหลากแล้วก็น้ำท่วมเฉียบพลัน ต้องขอบคุณส่วนราชการ ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย ปภ. นายอำเภอ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เราไม่ได้ขุดลอกลำน้ำ โครงการนี้เคยเสนอจากท้องถิ่น ไปถึงรัฐบาลเพื่อของบกลางมาดำเนินการ แต่ว่ารัฐบาลชุดที่แล้วก็กลับตัดงบประมาณไป ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ขอให้สภาทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนปลอดภัยจากภัยครั้งนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๔ จากอำเภอท่าลี่ถึงอำเภอด่านซ้าย ถนนเส้นนี้ใช้ในการสัญจร แล้วก็ขนส่งสินค้าจาก สปป. ลาว มาสู่ประเทศไทย ผิวถนนชำรุด แล้วก็ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ หากได้รับการปรับปรุงก็คงจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก ก็รบกวนทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมเพื่อเร่งรัดดำเนินการนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ทางหลวงหมายเลข ๒๑ ระหว่างอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงแยกบ้านโคกงาม ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยชาวบ้านใช้ให้ผม มาติดตามโครงการความคืบหน้า เพราะว่าสำรวจไปนานแล้วแต่ว่ายังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในการก่อสร้างก็รบกวนท่านประธานทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามให้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้าย ถนนเชื่อมตำบลระหว่างตำบลศรีสงครามกับ ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เส้นหลังร้านก๋วยเตี๋ยวนิด ชำรุดทรุดโทรม เป็นอย่างมาก บางจุดน้ำกัดเซาะไม่สามารถใช้การได้เลย รบกวนท่านประธานทำหนังสือถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย จัดสรรงบประมาณเพื่อมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิพิธ รัตนรักษ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๒ พรรครวมไทยสร้างชาติ กระผมมีเรื่องหารือท่านประธานสภาสัก ๑ เรื่องครับ🔗
ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้บริหาร ปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเกาะเต่า และท่านผู้บริหารท้องที่ ท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน ประเด็นปัญหามีอยู่ว่ากระผมได้นำเรียนศักยภาพของพื้นที่เกาะเต่า ตำบลเกาะพะงันมาหลายครั้งต่อท่านประธานสภา วันนี้กระผมมีปัญหาเรื่องขยะล้นเกาะ ในพื้นที่ของตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยศักยภาพของ พื้นที่เกาะเต่านั้นต้องยอมรับว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่จัดเก็บรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า เกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี มีนักท่องเที่ยวเดินตามเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนไม่ต่ำกว่า เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คนต่อปี เกาะเต่าเป็นความงดงามธรรมชาติใต้ทะเล เป็นสถานที่ดำน้ำ จนได้รับการขนานนามว่าโรงงานผลิตนักดำน้ำระดับโลก โดยเฉลี่ยบางปีมีผู้ได้รับการรับรอง การดำน้ำมากกว่า ๖๐,๐๐๐ คน ถึง ๑๐๐,๐๐๐ คนต่อปี ปัจจุบันเกาะเต่าประสบปัญหา ขยะล้นพื้นที่ของตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน เนื่องจากปริมาณการนำขยะออกจากเกาะ ไม่ทันต่อจำนวนขยะที่มีอยู่ในพื้นที่ พื้นที่ไม่เพียงพอ มีปริมาณขยะที่เกิดขึ้นพื้นที่บ่อขยะ ประมาณ ๔ ไร่ ๒ งาน ความจุขยะที่รับขยะได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ตัน แต่ปัจจุบัน มีขยะที่สะสมมากกว่า ๑ เท่าตัว เนื่องจากปริมาณขยะต่อวัน ปริมาณไม่ต่ำกว่า ๒๐-๓๐ ตัน ต่อวัน นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตำบลเกาะเต่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชน คือต้องยอมรับว่าสารพิษจากขยะซึมลงสู่น้ำใต้ดิน ทำให้พี่น้องประชาชนที่ใช้บ่อ ใช้น้ำ ไม่สามารถใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคได้ รวมถึงมีกลิ่น มีสารตกค้าง รวมถึงส่งผลกระทบ ต่อการท่องเที่ยวของพื้นที่ เกาะเต่าเป็นแหล่งธรรมชาติที่งดงามทั้งทางบกและทางน้ำ การดำเนินการต้องยอมรับว่าภาคเอกชนและภาคประชาชนนั้นในพื้นที่มีความเข้มแข็ง ช่วยกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคัดแยกขยะ การแปรรูปขยะเพื่อนำกลับมาใช้หรือ การเพิ่มมูลค่าเพิ่ม แต่ที่ยังขาดแคลนคือการส่งเสริมเชื่อมโยง กระผมขอความอนุเคราะห์ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุณา ช่วยบูรณาการร่วมกัน หาแนวทางแก้ไขปัญหาขยะล้นเกาะของพื้นที่ตำบลเกาะเต่าด้วยครับ เพื่อที่จะรักษาอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน เพื่อที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติต่อไปในอนาคตครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไป ท่านศุภโชค ศรีสุขจร ท่านสรพัช ศรีปราชญ์ ท่านล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ เชิญท่านศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งเขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ผมขออนุญาตปรึกษาหารือถึงปัญหาในพื้นที่กับท่านประธานอยู่ด้วยกัน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เนื่องจากผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากท่านนายกบรรพต กันแสง ท่านเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล สระกระเทียม เกี่ยวกับปัญหาเรื่องผิวทางจราจรที่เป็นหลุม เป็นบ่อ ขรุขระ ทำให้พี่น้อง ที่สัญจรไปมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่ใช้รถจักรยานยนต์ เรียกว่าเกิดอุบัติเหตุ อยู่บ่อยครั้ง ผมจึงอยากนำเรียนท่านประธานไปทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รวมไปถึงกรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยสนับสนุนงบประมาณให้กับ องค์การบริหารส่วนตำบลสระกระเทียมได้ปรับปรุงผิวทางจราจรเพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องชาวตำบลสระกระเทียมครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้ลงพื้นที่ซอยวัดมหาสวัสดิ์นาคพุฒารามซึ่งตั้งอยู่ ในตำบลหอมเกร็ด หมู่ที่ ๒ พี่น้องในซอยร้องเรียนมาว่าบริเวณในซอยไม่มีรางระบายน้ำ ไม่มีบ่อพักน้ำ ทำให้เมื่อถึงฤดูฝนที่ผ่านมา น้ำท่วมขังบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนรวมไปถึง ผิวทางจราจร ทำให้พี่น้องที่อาศัยอยู่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ผมจึงอยากนำเรียน ท่านประธานสภาไปถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมอีกครั้ง รวมถึงกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยสนับสนุนงบประมาณให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล หอมเกร็ดได้ติดตั้งรางระบายน้ำและบ่อพักน้ำครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ผมได้เคยหารือกับท่านประธานไปในหลายเดือนก่อน เกี่ยวกับการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ บริเวณซอยวัดสะแกราย เรียกว่า ให้พี่น้องที่สัญจรไปมาได้รับความปลอดภัย แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า ผมจึงอยาก นำเรียนท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงชนบทนครปฐม รวมไปถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ช่วยติดตั้งสัญญาณไฟจราจรให้กับพี่น้องที่สัญจรไปมาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญท่านสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรีครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคประชาชน วันนี้นำความเดือดร้อน ของพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่มาปรึกษาหารือดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ทางคู่ขนานถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณหน้าวัด ปากข้าวสารใต้ไปถึงบริเวณหน้ากรมทหารม้าที่ ๔ ผิวจราจรชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก ถนนเส้นนี้มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวง สระบุรีช่วยปรับปรุงซ่อมแซมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ทางเบี่ยงถนนหมายเลข ๓๖๒ เข้าถนนหมายเลข ๑ บริเวณจุดพักรถ ผิวจราจรชำรุดทรุดโทรม นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวงสระบุรีช่วยปรับปรุง ซ่อมแซมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนพหลโยธินบริเวณสวนพฤกษศาสตร์พุแค บริเวณข้างทาง พบว่ามีเศษหินร่วงเป็นจำนวนมากแล้วก็เป็นประจำ สาเหตุเกิดจากรถบรรทุกบางราย ปล่อยทิ้งไว้ก่อนเข้าด่านชั่งหรือไม่ ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ และแก้ไขให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องเดิมที่ไม่ได้รับการแก้ไขนั่นก็คือเรื่องไฟส่องสว่างถนน หมายเลข ๓๖๒ หรือถนน Bypass สระบุรี ตั้งแต่บริเวณหน้าวิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี ยาวไปสิ้นสุดถึงถนนหมายเลขนี้ ไฟดับประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของเส้นทางนี้ ประชาชน ที่เดินทางในเวลากลางคืนก็ยังต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากแล้วเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เป็นเรื่องเดิมที่ผมเคยปรึกษาหารือไปแล้วครับท่านประธาน ขณะนี้ผ่านไป ๒ ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเหมือนเดิมเลยครับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนก็ยังต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก ต่อไปครับ🔗
นอกจากนี้ยังมีถนนพหลโยธินขาเข้า ขาออก จังหวัดสระบุรีอีกเหมือนกัน ไฟทางดับเป็นเวลานาน ปัจจุบันพบว่าได้เริ่มมีการซ่อมแซมให้แล้วฝากท่านประธาน ถึงแขวงทางหลวงสระบุรีให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบด้วยครับ แล้วก็ ฝากถึงกระทรวงคมนาคมช่วยพิจารณาการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนด้วย🔗
เรื่องสุดท้าย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าโรงพยาบาลสระบุรี ๒ เครื่องวัดความดันโลหิตสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้นัดหมายมีไม่เพียงพอต้องยืนต่อแถวรอ เป็นเวลานาน ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้พิจารณาเพิ่มเติม ให้ด้วยครับขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญท่านล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สุรินทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ พรรคภูมิใจไทย เขต ๖ จังหวัดสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม เลิศล้ำ ศิลปะมวยไทย🔗
วันนี้ขอนำปัญหาความเดือดร้อน ของพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอสังขะ อำเภอศรีณรงค์ ปัญหาเรื่องน้ำท่วมซ้ำซากทุก ๆ ปี พายุเข้าทีไรท่วมทุกที ฉะนั้นปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ทางราชการหน่วยงานต้องไปช่วยกัน แก้ไขพอน้ำท่วมหลายวันผ่านมา ทำให้เกิดปัญหาเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะบ้านเรือน พ่อแม่พี่น้องก็ประสบปัญหา พ่อแม่พี่น้องออกทำมาหากินก็ไม่ได้ พอน้ำลดปัญหาตามมา ก็เรื่องการเกษตรของพ่อแม่พี่น้องเสียหาย โดยเฉพาะอำเภอสังขะ ๗,๐๐๐ กว่าไร่ อำเภอ ศรีณรงค์ ๕,๐๐๐ กว่าไร่ รวมแล้ว ๒ อำเภอ ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ ฉะนั้นการช่วยเหลือ เยียวยาต่าง ๆ ก็เป็นปัญหาตามมาอีกเพราะว่าเขต ๖ อำเภอสังขะ สุรินทร์ตรงนี้ ก็ติดชายแดน ไม่ว่าแต่เรื่องปัญหาชายแดนก็ยังไม่จบสิ้น น้ำก็ท่วม ปัญหาเยอะแยะมากมาย ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือแก้ไข โดยเฉพาะหน่วยงานที่ต้องไปดูแล โดยเฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ในการขุดลอก แก้ไขปัญหาต่าง ๆ การแก้ไขปัญหาคือขุดลอกแก้มลิง แนวทางแก้ไขขุดลอกแก้มลิงต้นน้ำ โดยเฉพาะเขตเทือกเขาพนมดงรัก ฝนตก ๓-๔ วัน ติดต่อกันน้ำก็ทะลักมาถึงสังขะ สังขะล้นก็ไปท่วมศรีณรงค์ ทีนี้เป็นปัญหานี้ตามมามากมาย ฉะนั้นก็อยากให้หน่วยงานและส่วนราชการได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะ พืชผลทางการเกษตรไม่ว่ามันสำปะหลัง ข้าว ยางพารา น้ำท่วมก็ไม่สามารถจะไปดำเนิน สัมมาอาชีพได้ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเยียวยาด้วย ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
๓ ท่าน ต่อไป ท่านนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ท่านเซีย จำปาทอง ขอเชิญ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย เรื่องแรกที่จะขอหารือ ท่านประธานก็คือตามโครงการของโรงพยาบาลแพร่ได้รับการร้องขอจากโรงพยาบาลแพร่ อาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ ๑๔ ล้านบาท อาคารฟื้นฟูสภาพ ๗,๙๐๐,๐๐๐ บาท อาคารอเนกประสงค์ ๕,๖๐๐,๐๐๐ บาท รายการต่อไปก็เป็นของโรงพยาบาลอำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ อาคารผู้ป่วย ๕ ชั้น ๑๑๘,๘๖๐,๙๐๐ บาท🔗
เรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่องของศูนย์สุขภาพปฐม ภูมิอากาศดีของ อบจ. แพร่ จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องฝุ่นพิษ เรื่องมลพิษทางอากาศเยอะมาก ก็ทำโครงการศูนย์สุขภาพปฐมภูมิอากาศดีจังหวัดแพร่ไป ปรากฏว่าไปคีย์ข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ อันนี้คือปัญหาของระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถ คีย์เข้าไปได้ ผู้จัดการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานช่วยติดตามให้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องน้ำท่วมบ้านมณีวรรณ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลป่าแมต เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาจากการที่ห้วยผาคำน้ำเอ่อล้นทะลัก ตรงนี้ก็ต้องฝากทางชลประทาน ทางกระทรวงช่วยจัดการเรื่องการขุดลอกห้วยผาคำ หรือหามาตรการวิธีการที่จะป้องกัน ไม่ให้น้ำท่วมอีก แล้วก็ต้องขอบคุณทางเทศบาลเมืองแพร่ แล้วก็ทางรัฐบาลเมื่อ ๒-๓ วัน ที่ผ่านมาได้จ่ายเงินชดเชยผู้ที่ถูกน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองแพร่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว🔗
เรื่องที่ ๕ ก็คือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเดี๋ยวผมได้ไปดูศูนย์ฟื้นฟูเพื่อผู้สูงอายุ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์มา ได้รับการต้อนรับจากท่านคณบดี รองคณบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ก็เป็นตัวอย่างอันดี ก็อยากจะให้มีศูนย์ฟื้นฟูเพื่อผู้สูงอายุ แบบนี้บ้างที่จังหวัดอื่น ๆ และรวมทั้งจังหวัดแพร่ เพราะจังหวัดแพร่ก็เป็นหนึ่งในจังหวัด ต้น ๆ ที่มีผู้สูงอายุเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากในประเทศไทย🔗
เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องที่ชายแดนเขมร ผมไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลโดนเอาว์ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งหลุมหลบภัยเขาเป็นท่อกลมที่คับแคบมาก วันนั้น ๒๐ กว่าคนลงไปอยู่ในท่อ ๒ วัน ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยดูที่จะไปสร้างใหม่ ให้เป็นหลุมหลบภัยที่อาจจะใช้คอนกรีตท่อใหญ่ ๆ เพื่อเวลามีสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็จะได้ปลอดภัยต่อพี่น้องชาว รพ.สต. โดนเอาว์ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ จังหวัดชุมพรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอนำเรียนท่านประธานเพื่อเป็น การเตรียมการในเรื่องของมรสุมที่จะเข้าจังหวัดชุมพรและโซนภาคใต้ทั้งหมด โดยเฉพาะ ในช่วงตั้งแต่ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม เกิดซ้ำซากทุกปี แล้วก็ไม่มีหน่วยงานไหน ที่จะไปแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ ทำให้ประเทศเราเสียงบประมาณเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะ เป็นงบเยียวยาการแก้ไขปัญหา แล้วก็เป็นงบที่ต้องเอามาบรรเทาสาธารณภัยกันทุกปี ไม่ว่าถนน สะพานที่เกิดชำรุดเสียหาย ถนนขาดเป็นช่วงเป็นตอน ยอมรับว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ พี่น้องชาวไทยของพวกเราหนักใจมากที่สุดที่ผ่านมาก็คือปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วม โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม พอหลังจากนั้นก็เป็น ภัยแล้งทันที ผมเองผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ เตรียมการทั้งหมดก็คือในเรื่องของเส้นทางสัญจรไปมา โดยเฉพาะถนนเส้น ๔๑ ที่สัญจร ไปสู่ภาคใต้ พอเกิดน้ำท่วม ทุกปีเราจะติดขัดกัน ใช้เวลาประมาณ ๒๔ ชั่วโมงเต็ม ทำให้ พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน สส. ทุกคนต้องดูแลพี่น้องที่เดินทางสัญจรไปมา ลงสู่ภาคใต้ ทีนี้ปัญหาที่พวกเราได้รู้มาตลอดก็คือปัญหาความตื้นเขินของลำคลอง โดยเฉพาะ จังหวัดชุมพร ทั้งจังหวัดมีคลองหลังสวน คลองละแม คลองทุ่งตะโก คลองสวีเฒ่า คลองสวีหนุ่ม คลองท่าตะเภา คลองท่าแซะ เป็นการตื้นเขินตั้งแต่ในช่วงจังหวะที่สู่อ่าวไทย ระดับน้ำต้นคลองกับน้ำที่อยู่หน้าอ่าวและดิน สูงต่างกันประมาณ ๖-๗ เมตร เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้กระทรวงทุกกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหา แบบบูรณาการร่วมกัน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสิ่งที่สำคัญกับทางสัญจรไปมา โดยเฉพาะเส้นหลักก็คือเส้นที่ล่องใต้ เส้น ๔๑ คือกระทรวงคมนาคม เราต้องมาคิดแก้ไข และวางแผนกัน โดยเฉพาะในเรื่องของท่อลอดต่าง ๆ ที่ทำให้น้ำได้เดินสะดวกและ ลำคลองต่าง ๆ ผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งนี้เกิดมานานพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาและแก้ไขปัญหา หลายครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๐ แล้วก็ว่าได้ ที่ผมได้หารือเรื่องนี้ แต่ไม่มีหน่วยงานไหน โดยเฉพาะกรมชลประทานลงไปสำรวจกัน จริงจังหน่อยเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ทำให้การพูดคุยครั้งนี้เป็นสัมฤทธิ์ผล ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมหารือทุกครั้งตอนท่านมานั่งเป็นรองประธานสภา หนังสือถึงสำนักงานผม ทุกฉบับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน วันนี้ผมมีปัญหาของพี่น้องคนทำงานมาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ลูกจ้างบริษัท เครื่องนอนไทย เป็นบริษัทเครือเดียวกันกับบริษัท นันวูเว่น จำกัด ที่ผมเคยนำมาหารือท่านประธานก่อนหน้านี้ ผมและ สส. บุญเลิศ แสงพันธุ์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกจ้างว่าเขาลาคลอด แล้วนายจ้าง ไม่จ่ายเงินให้เขาตามกฎหมาย เขาถูกบังคับให้ลาออกจากงาน แล้วก็ให้ไปรับเงินบำนาญ แต่ยังให้ทำงานอยู่แล้วก็เมื่ออายุ ๖๐ ปีก็เลิกจ้าง ไม่จ่ายเงินค่าชดเชย เขาทำงานล่วงเวลา ก็ได้ค่าจ้างต่ำกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด บีบบังคับให้ลูกจ้างอยู่ในหอพัก ของโรงงาน ถ้าเกิดใครไม่อยู่ก็จะหักเงินของลูกจ้าง ผมจึงฝากท่านประธานไปยังกระทรวง แรงงานแล้วก็สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ ช่วยเข้าไปตรวจสอบ และดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องลูกจ้างคนพิการบริษัท แบซินี่ โปรดักชั่น จำกัด ที่ถูกเลิกจ้าง เรื่องนี้ผมก็เคยนำมาหารือท่านประธานแล้วเช่นกัน ลูกจ้างคนพิการถูกเลิกจ้าง ไม่จ่ายเงิน ค่าชดเชยตามกฎหมาย แล้วก็ได้ไปยื่นคำร้องต่อสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี แล้วก็ทางสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้ลูกจ้าง แต่นายจ้าง ก็ไม่จ่าย แล้วก็เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ ลูกจ้างเดินทางไปที่กระทรวงแรงงาน ไปยื่นคำร้องขอรับเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เวลาผ่านไปหลายเดือนแล้วครับ ลูกจ้างยังไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ลูกจ้างเลย จึงฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานช่วยดำเนินการติดตามจ่ายเงินสงเคราะห์ลูกจ้างให้กับลูกจ้างด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัจจุบันเราจะเห็นว่าแม่บ้านในรัฐสภาเปลี่ยนบริษัทผู้รับเหมา รายใหม่ เมื่อวันที่ ๓๐ ที่ผ่านมายังใส่ชุดสีเทาอยู่ แต่วันนี้ใส่ชุดสีเขียวแล้ว ทราบว่า ผู้รับเหมาครั้งนี้จะเหมาช่วงระยะเวลาแค่ ๒ เดือน เมื่อเปลี่ยนผู้รับเหมาทราบว่า มีการเลิกจ้างแม่บ้านไปประมาณ ๒๐ คน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ที่ได้ทำงานต่อ ก็มีภาระเพิ่มขึ้นคือต้องเตรียมเอกสาร ต้องซื้อชุด Uniform ใหม่ราคา ๘๕๐ บาท ชุดค่า Clear งาน เสื้อโปโลราคาประมาณ ๓๑๐ บาท จัดหารองเท้าสีขาวมาใส่เอง รวม ๆ แล้วลูกจ้างต้องจ่ายเงินในการที่จะทำงานต่อประมาณ ๒,๐๐๐ บาท ปัจจุบัน ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเพียงค่าจ้างขั้นต่ำเท่านั้น แล้วก็มีภาระที่บริษัทที่มารับเหมาใหม่ ต้องกำหนดให้หาเสื้อชุด Uniform ใหม่ ซึ่งเพิ่มรายจ่ายให้กับลูกจ้าง ลูกจ้างเดือดร้อน ดังนั้นผมจึงฝากท่านประธานช่วยดูแลแล้วก็สอบหาข้อเท็จจริงว่าจะดำเนินการแก้ปัญหา ให้กับลูกจ้างที่ทำงานในรัฐสภาของพวกเราอย่างไร ได้รับความเป็นธรรมต่อไป ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เรื่องนี้ฝากท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรรับไปดำเนินการด้วยนะครับ เป็นเรื่องบ้าน พวกเรา ๓ ท่านต่อไป ท่านกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านโกศล ปัทมะ ขอเชิญท่านกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ จังหวัดหนองคายครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม กระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ จากลุ่มแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล จังหวัดหนองคายนั้นมี ๙ อำเภอ ๖ อำเภอนั้นติดกับแม่น้ำโขง ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ๖ อำเภอนี้ จากอำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอท่าบ่อ อำเภอเมือง อำเภอโพนพิสัย อำเภอรัตนวาปี แต่ละวันนั้นจะมีการลำเลียงยาเสพติด มาสู่จังหวัดหนองคายจากประเทศเพื่อนบ้าน ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายนที่ผ่านมา มีการลำเลียงยาเสพติด ๑,๘๐๐,๐๐๐ เม็ด ขึ้นที่ตำบลหาดคำของอำเภอเมือง จังหวัด หนองคาย ซึ่งห่างจากตัวศาลากลางจังหวัดหนองคายไม่เกิน ๕ กิโลเมตร ผมใคร่ขอฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีว่ายาเสพติดนั้นช่วงที่ท่านจะอยู่ ๔ เดือนรักษาการไปอีก ๔๕ วัน ๖๐ วัน ท่านประกาศเป็นวาระแห่งชาติได้ไหมครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนลูกหลานของเรานั้น ติดยาเสพติดเป็นอย่างมาก อันนี้ผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ประเด็นที่ ๒ อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลออกพรรษา จังหวัดหนองคาย จะมีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ผมใคร่ขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดหนองคาย ในวันที่ ๗ ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ นอกจากช่วงเช้าเราไปทำบุญตักบาตรตามวัดวาอารามต่าง ๆ ในเขต จังหวัดหนองคายแล้ว ไปกราบขอพรจากหลวงพ่อพระใสที่วัดโพธิ์ชัยแล้ว ในพลบค่ำ ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องได้เดินทางไปยังที่อำเภอโพนพิสัยและอำเภอรัตนวาปี เพื่อไปชม ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ใคร่ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังพวกเราทุกท่านด้วย เชิญชวนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านโกศล ปัทมะ จังหวัดนครราชสีมาครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๖ ท่านประธานครับ ผมขอเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือให้ท่านประธานส่งให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบ🔗
เรื่องแรก ขอให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม จัดสรรงบประมาณ ไปดำเนินการซ่อมแซมถนน หมายเลข นม. ๓๐๒๖ ช่วงบ้านนานิคมถึงบ้านหนองยาว โดยเฉพาะช่วงบ้านด่านช้าง บ้านหนองไผ่งาม ตำบลห้วยยางเชื่อมบ้านคูขาด ตำบล หนองบัวสะอาด เนื่องจากมีสภาพคับแคบ ถนนชำรุด อยากฝากกรมทางหลวงชนบท จัดสรรงบประมาณไปยกระดับชั้นทางให้กับพี่น้องประชาชนได้รับความปลอดภัย🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาไฟส่องสว่างซึ่งมีกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะสายไฟ ถูกลักขโมย ถนนหมายเลข ๒๐๒ ตอนแก้งสนามนาง-ดอนตะหนิน โดยเฉพาะช่วงอำเภอ แก้งสนามนาง อำเภอบัวใหญ่ อำเภอสีดา ซึ่งไฟดับเป็นเวลานาน แล้วก็เป็นช่วง ๆ อยากจะ ฝากแขวงการทางนครราชสีมาที่ ๑ โดยเฉพาะหมวดการทางสีดาและกรมทางหลวง เข้าไปตรวจสอบและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๓ เนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากน้อง ๆ โรงเรียนบัวใหญ่ บุคลากรโรงเรียนบัวใหญ่ เนื่องจากโรงเรียนบัวใหญ่ก่อตั้งมาประมาณเกือบ ๑๑๐ ปี ๑๐๙ ปี แต่ไม่เคยมีสนามกีฬาดี ๆ ให้กับลูกหลาน ให้กับน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาโดยเฉพาะโรงเรียน ดังกล่าวมีนักเรียนประมาณ ๒,๕๐๐ คน มีบุคลากรทางการศึกษาประมาณ ๒๐๐ คน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเกินศักยภาพของ อบจ. ที่จะจัดสรร งบประมาณไปดำเนินการ ดังนั้นจึงอยากจะฝากสำนักงบประมาณ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา จัดสรรงบประมาณไปดำเนินการสร้างสนามกีฬาให้ได้มาตรฐาน มีลู่วิ่งยางสังเคราะห์ ให้กับน้อง ๆ นักเรียนโรงเรียนบัวใหญ่ แล้วให้พี่น้องประชาชนอำเภอบัวใหญ่ อำเภอใกล้เคียง มีสนามกีฬาที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขันออกกำลังกายเพื่อให้น้อง ๆ ห่างไกลยาเสพติด ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ กราบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไป คุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล คุณรชตะ ด่านกุล คุณณัฐจิรา อิ่มวิเศษ เชิญท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล จังหวัดภูเก็ตครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลาง และตำบลกะทู้ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อน มาหารือท่านประธานดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝากให้ซ่อมแซมรั้วไม้ดักทรายที่ชำรุด เนื่องจาก เหตุการณ์คลื่นลมแรงในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ารั้วควรจะปักเป็น ฟันปลา แต่ว่าปัจจุบันได้ปักเป็นแนวตรง ทำให้เวลามีคลื่นลมแรง รั้วไม้ได้ชำรุด แล้วก็หลุด สูญหายไปในทะเล ก็ฝากไปยังกรมอุทยานด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้สำคัญ ฝากไปยังกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ให้ตรวจสอบ การออก น.ส. ๓ ก เลขที่ ๒๔๐ ว่าได้นำออกโฉนดไปแล้วหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ที่ในแผนที่ ในสไลด์ถัดไป ว่าถนนคอซิมบี้ไม่ได้อยู่ในตําบลรัษฎา ซึ่งตําบลรัษฎาและในแผนที่ห่างกัน ถึงประมาณ ๖.๘ กิโลเมตร การออก น.ส. ๓ ฉบับดังกล่าวออกโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากว่า ถ้าเกิดมีเอกชนรายใดนำไปออกโฉนดแล้วไปสร้างคอนโดมิเนียมในบริเวณเขารัง ก็อาจจะ ส่งผลกระทบต่อคนที่จะมาซื้อคอนโดมิเนียมต่อไปได้ ตรวจสอบอย่างเร่งด่วนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ มีพี่น้องจากจังหวัดกาญจนบุรีฝากมาว่าให้ตรวจสอบการบุกรุก และทำลายพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในเขตป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีอาคารไปสร้างในพื้นที่ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ ไร่แล้ว เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ โดยลักษณะการบุกรุกมีการทำ ประโยชน์ในเชิงธุรกิจแล้ว มีที่อยู่อาศัยโดยมีพฤติการณ์ที่ชัดเจนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น การแผ้วถางและสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง การปรับปรุง ภูมิทัศน์ต่าง ๆ ดังนั้นฝากไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบ อย่างเร่งด่วนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณรชตะ ด่านกุล จังหวัดนครราชสีมา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม รชตะ ด่านกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๕ อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ และอำเภอพระทองคำ มีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ครับ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ผมได้รับการประสานงานจาก สจ. บัณฑิต ชูชื่น สจ. อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมาว่ามีมวลน้ำจำนวนมากกำลังจะไหลหลากท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน บริเวณบ้านกุดตาดำ ตำบลทัพรั้ง อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา ผมรีบลงพื้นที่ นำกระสอบไปบรรจุทรายร่วมกับพี่น้องประชาชนกั้นน้ำ ไม่ให้น้ำท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน บริเวณที่มีปัญหาหนักคือ ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๓๖๙ ช่วงกิโลเมตรที่ ๘ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๐ ที่มีเพียงท่อระบายน้ำ เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ เมตร ๒ แถว แต่มวลน้ำที่มามีจำนวนมาก การระบายน้ำไม่ทัน ทำให้น้ำไหลหลากข้ามถนนและท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน ปัญหานี้เกิดซ้ำซากทุกปี ผมได้เคยนำเรียนปรึกษา สภาแห่งนี้แล้ว แต่ครั้งนี้เหตุเพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่วันสด ๆ ร้อน ๆ ผมจึงเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรมทางหลวง แขวงการทางนครราชสีมาที่ ๑ กรุณาออกแบบระบบระบายน้ำ เพิ่มเติมให้กับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๖๙ โดยเพิ่มท่อลอดเหลี่ยมจำนวน หลายช่อง ที่สามารถช่วยระบายน้ำได้ดีกว่าและมากกว่าท่อกลมที่มีเดิมจะสามารถ ช่วยระบายน้ำได้เร็วหลายเท่า ให้มวลน้ำที่มาไม่ไหลหลากท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งขยายผิวจราจรที่อยู่เดิม ซึ่งแคบ ไม่มีไหล่ทางให้กว้างกว่าเดิม เพราะช่วงนี้ เป็นย่านชุมชนพี่น้องประชาชนอยู่อาศัยจำนวนหนาแน่น ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑ โปรดดำเนินการแก้ไข ให้พี่น้องประชาชนด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐจิรา อิ่มวิเศษ จังหวัดนครราชสีมา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องถนนบริเวณ บ้านหนองหลักพันสโมสร หมู่ที่ ๑๒ ถึงบ้านหนองเบน หมู่ที่ ๘ ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่นักเรียนสัญจรไปมาตอนเช้าทุกวัน แล้วก็เป็นเส้นทางที่ชาวบ้าน สัญจรไปมาผ่านตลอด อันนี้เป็นรูปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี่เอง ที่มีฝนตกแล้วก็พายุเข้า ทำให้พี่น้องสัญจรไปมาได้อย่างลำบากมาก โดยที่ อบต. มะเกลือเก่าได้เสนอความเดือดร้อนนี้ แล้วก็ส่งโครงการไปที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๕ แล้ว แต่ยังไม่ได้รับงบประมาณในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเลย ถนนเส้นนี้ ยังเป็นถนนที่ผู้ป่วย จำนวน ๘ หมู่บ้านเดินทางไปโรงพยาบาลสูงเนินด้วย ดิฉันเองก็ได้เคย นำเรียนทางสภาไปแล้ว หารือไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ยังไม่ได้รับงบประมาณในการปรับปรุงเลยค่ะ ท่านประธาน จึงวิงวอนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยจัดสรรงบประมาณแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องขอขยายเขตน้ำประปา ดิฉันได้ไปลงพื้นที่ที่ตำบลค้างพลู อำเภอโนนไทย พ่อแม่พี่น้องชาวบ้านโคกกะพี้ หมู่ที่ ๖ ต้องการขยายเขตน้ำประปา เพราะว่าบางทีน้ำไม่ไหล ไหลน้อย บางทีก็ไม่สะอาด ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในหมู่บ้าน ดังกล่าว ก็ได้บรรจุอยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่น จึงอยากขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรร งบประมาณให้ช่วยเหลือชาวบ้านโคกกะพี้ หมู่ที่ ๖ ตำบลค้างพลูด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องติดตามงบประมาณในการก่อสร้างสะพานลอยหน้าโรงเรียน โนนไทยคุรุอุปถัมภ์ อำเภอโนนไทย บริเวณดังกล่าวเป็นหน้าโรงเรียน ซึ่งที่นี่มี ๒ โรงเรียน ติดกัน นักเรียนจำนวนประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ คน แล้วก็บริเวณดังกล่าวจะเป็นทางโค้ง รถสัญจรไปมาด้วยความเร็วมาก ดังนั้นทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก จึงวิงวอนกรมทางหลวง จังหวัดนครราชสีมาจัดสรรงบประมาณในการสร้างสะพานลอยหน้าโรงเรียนโนนไทย คุรุอุปถัมภ์ ให้น้อง ๆ ได้ข้ามสะพานลอยอย่างปลอดภัยด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
อีก ๓ ท่าน ต่อไป คุณสมบัติ ยะสินธุ์ คุณพิทักษ์เดช เดชเดโช คุณทิพา ปวีณาเสถียร ขอเชิญท่านสมบัติ ยะสินธุ์ จังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบัติ ยะสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องพายุบัวลอย ในอำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอสบเมย ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเกิดอุทกภัยได้รับความเสียหาย เป็นอย่างมาก ไม่ว่าเป็นถนนหนทาง สะพาน บ้านเรือน ที่ทำกิน พื้นที่ทำการเกษตร ของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก การเสียหายครั้งนี้ท้องถิ่นเกินศักยภาพ ผมก็เลยขอให้ฝากทางท่าน ปภ. จังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ช่วยเร่งของบกลาง เพื่อเอามาช่วยเหลือเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ให้อย่างเร่งด่วน แล้วที่ผ่านมา ๒-๓ วันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ทางรัฐ และเอกชนทุกภาคส่วนที่ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดีนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมขอขอบคุณคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีมติเห็นชอบแนวทางหลักเกณฑ์วิธีการและขั้นตอนการบริหารจัดการ ในการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอนภารกิจก่อสร้างและบำรุงรักษาถนนและสะพานที่ท้องถิ่น ได้รับการถ่ายโอนจากส่วนราชการอื่น คืนให้กับกรมทางหลวงชนบท เพื่อที่จะได้รับผิดชอบ และพัฒนาต่อไป🔗
อีกส่วนหนึ่งที่ผมขอฝากก็คือมีปัญหาคล้าย ๆ กัน ฝากคณะกรรมการการ กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยหาแนวทางและแก้ไข ในการถ่ายโอนเกี่ยวกับเรื่องน้ำด้วย ที่เป็นโครงการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน ที่เกิดปัญหา เวลากรมพวกนี้ก่อสร้างเสร็จแล้ว มอบให้ท้องถิ่น พอมีปัญหาท้องถิ่นไม่มีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ ก็ขอให้ทางคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหาทางแก้ไขด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช ครับ🔗
รังนกเลื่องชื่อ ร่ำลือขนมลา โอชาไข่ปลากระบอก ส่งออกกุ้งกุลา ออกพรรษาไหว้พระลาก นิยมมากแข่งเรือเพรียว ท่านประธานที่เคารพ ผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายขวัญชัย รอดมณี นายกเทศมนตรี เมืองปากพนัง และพี่น้องประชาชน สืบเนื่องจากอำเภอปากพนังเป็นอำเภอที่ใหญ่แต่ยังไม่มี สนามกีฬาที่ได้รับมาตรฐาน ปากพนังประกอบไปด้วย ๑๗ ตำบล ๑๔๑ หมู่บ้าน ๑ เทศบาลเมือง ๓ เทศบาลตำบล และ ๑๓ องค์การบริหารส่วนตำบล ประชากรประมาณ ๙๗,๐๐๐ คน แต่ยังขาดสนามกีฬาที่มีมาตรฐานเพื่ออำนวยความสะดวกที่เหมาะสมและเพียงพอ ส่งเสริมคุณภาพและพลานามัยที่ดีของเยาวชนและพี่น้องประชาชน ส่งเสริมพัฒนาการทักษะ ทางด้านการกีฬาของเด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อเป็นศูนย์รวมในการจัดกิจกรรม ทางด้านกีฬาและนันทนาการ และเพื่อรองรับการจัดการแข่งขันในระดับต่าง ๆ ในพื้นที่ อำเภอปากพนังและจังหวัดนครศรีธรรมราช ฝากกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดำเนินการปรับปรุงสนามกีฬา เทศบาลเมืองปากพนัง ตามคำร้องขอของเทศบาลเมืองปากพนังให้ได้รับมาตรฐานด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายวิเชียร สุวรรณสุทธิ์ ผู้ใหญ่ธนากร เขียวย้อย และพี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล สืบเนื่องจากราคาปลานิลตกต่ำ เป็นอย่างมากและไม่คุ้มทุนต่อการเลี้ยงในการผลิตของเกษตรกร ซึ่งราคาต่อ ๑ ตันมีต้นทุน ในการผลิต ๕๗,๒๕๐ บาท ยังไม่ได้รวมค่าแรง แต่ในขณะนี้ราคาปลานิลหน้าบ่อที่แม่ค้า มารับซื้อ ตันละ ๕๐,๐๐๐ บาท ทำให้พี่น้องได้รับความเดือดร้อน ขาดทุน ๗,๒๕๐ บาท ต่อ ๑ ตัน ฝากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยดำเนินการจัดการวิธีการหาตลาดให้พี่น้องเกษตรกรได้คุ้มทุนและไม่ขาดทุนเป็นอย่างมาก ฝากกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการหาวิธีการเยียวยาให้กับ พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านทิพา ปวีณาเสถียร จังหวัดลำปางครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทิพา ปวีณาเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๑ พรรคประชาชน เรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ สส. ไก่ ใส่ใจทุกเรื่องค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันขอหารือประเด็น ความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากในเขตลุ่มลำน้ำแม่ตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ในเดือนกันยายนที่ผ่านมาจังหวัดลำปางโดยเฉพาะพื้นที่ ลุ่มแม่น้ำแม่ตาล อำเภอห้างฉัตร ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายระลอก ตั้งแต่วันที่ ๗ ถึงวันที่ ๑๐ กันยายน พายุดีเปรสชัน และในช่วงปลายเดือนยังมีพายุซ้ำเติม อีก ๒ ลูกคือไต้ฝุ่นรากาซาและไต้ฝุ่นบัวลอย ในช่วงวันที่ ๒๖ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ทำให้ เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ จากการที่ดิฉันลงพื้นที่ สำรวจความเสียหาย พบว่าจุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ได้แก่ ตำบลเวียงตาล ตำบลห้างฉัตร และตำบลปงยางคก รวมกว่า ๑๒ หมู่บ้าน ตำบลเวียงตาล ได้แก่ หมู่บ้านปางปง-ปางทราย บ้านแม่ตาลน้อย บ้านห้วยเรียน บ้านดอนหัววังและบ้านสันทราย ตำบลห้างฉัตร ได้แก่ บ้านปางม่วงและพื้นที่ในเขตเทศบาลห้างฉัตร ตำบลปงยางคก ได้แก่ หมู่บ้านโฮ่งทะล้า บ้านข่วง บ้านปงยางคก บ้านปงเหนือ บ้านปงใต้ และบ้านจำ น้ำได้เข้าท่วมบ้านเรือน ในระดับ ๕๐-๑๕๐ เซนติเมตร ส่งผลให้ถนนและสะพานหลายจุดพังทลาย ฝายชะลอน้ำ เสียหาย บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังและการคมนาคมในพื้นที่ หยุดชะงักชั่วคราวค่ะ ดิฉันขอฝากท่านประธานประสานงานไปยัง อบจ. ลำปาง กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน และการบูรณาการผ่านระบบ Thai Water Plan เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาลอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านโครงสร้าง การจัดการน้ำ เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปางค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็น ๓ ท่านสุดท้าย คุณพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ คุณนพพล เหลืองทองนารา และคุณแนน บุณย์ธิดา สมชัย ขอเชิญคุณพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ปัญหา ในพื้นที่ลุ่มน้ำยมของอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งรับเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ น้ำขังค่ะ ของเราเป็นน้ำขังนานถึง ๔ เดือนในโครงการบางระกำ Model และพื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวา ของอำเภอบางระกำซึ่งท่วมพร้อมกันทุกปี ขณะนี้มีประชาชนมากกว่า ๓,๐๐๐ หลังคาเรือน ต้องจมอยู่กับน้ำท่วมขังนานเป็นเวลา ๒ เดือนแล้วค่ะ ถนนที่ใช้สัญจรหลายสายขาดลง ทำให้พี่น้องประชาชนต้องใช้เรือหรือรถไถลาก Trailer ในการเดินทางเพื่อที่จะออกไปสู่ โลกภายนอก บางวันก็ต้องนอนอยู่ งูเลื้อยข้ามศีรษะ พี่น้องประชาชนของดิฉันอกสั่น ขวัญหาย แล้วก็หวาดระแวงชีวิตที่ไม่ปลอดภัย เด็กนักเรียนต้องออกไปโรงเรียน ที่ดิฉันไป เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาขณะนี้น้ำขึ้นสูงอยู่ที่ ๔๒.๖๓ รทก. ทำให้การเดินทางไม่ใช่แบบที่เห็นแล้วค่ะ น้ำสูงขึ้นทุกวันการเดินทางไปหาหมอก็ยากลำบากเหลือเกินค่ะ ปกติเดินทางโดยรถยนต์ ใช้เวลาเพียง ๑๕ นาที แต่ล่าสุดใช้เวลาเดินทางโดยรถไถแบบเมื่อสักครู่ ๒ ชั่วโมง เกือบจะ ไปไม่ทันค่ะ พี่น้องของดิฉันลำบากมากจริง ๆ ค่ะ การที่พี่น้องชาวอำเภอบางระกำเป็นผู้เสียสละ รับเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมภาคกลางและกรุงเทพมหานครแต่กลับไม่ได้รับ การพัฒนาเรื่องถนนในการใช้สัญจรให้พวกเขาออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้ พี่น้องของดิฉัน ทุกข์ใจค่ะ หดหู่ สิ้นหวัง ขาดรายได้ ไม่มีข้าวสารจะหุงกินและกำลังจะอดตายค่ะ กับระดับน้ำ ที่สูงขึ้นทุกปี พวกเราพยายามยกพื้นบ้านให้สูงเท่าไรก็ไม่พ้นน้ำ ดิฉันจึงขอฝากให้รัฐบาล ช่วยซับน้ำตาแล้วปลอบขวัญพี่น้องชาวอำเภอบางระกำและทุกพื้นที่ที่น้ำท่วม ดิฉันขอเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้เร่งจัดสรรเรื่องเครื่องอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพให้ครบ ทุกครัวเรือนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้มีมติคณะรัฐมนตรี อนุมัติแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อใช้จ่าย เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๘ โดยเร่งด่วน และขอให้เร่งดำเนินการ จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๘ สำหรับที่พักอาศัยที่อยู่ในพื้นที่ น้ำท่วมขัง เมื่อปี ๒๕๖๗ รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ได้มีการช่วยเหลือดังนี้ค่ะ ท่วมขัง ๑-๓๐ วัน จ่ายที่ ๕,๐๐๐ บาท น้ำท่วมขัง ๓๐ วัน ไม่เกิน ๖๐ วัน ๗,๐๐๐ บาท และท่วมขังติดต่อกัน ๖๐ วัน จ่ายอยู่ที่ ๙,๐๐๐ บาท ดิฉันมีข้อเสนอเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้น น้ำท่วมขัง ๑ วันข้อเสนอใหม่ขอให้จ่ายที่ ๗,๐๐๐ บาทและ ๓๐ วันไม่เกิน ๖๐ วัน จ่าย ๙,๐๐๐ บาท และเกิน ๖๐ วันขึ้นไป ขณะนี้บางระกำเข้าข่ายนี้ก็คือท่วมติดต่อกัน นานเกิน ๖๐ วัน ก็ขอให้ดูแลที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ดิฉันขอให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งสำรวจ ถนนและอนุมัติงบประมาณยกระดับถนนและสะพานให้สามารถใช้งานได้ตอนน้ำท่วม ในเขตบางระกำ Model และพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยมฝั่งขวาของอำเภอบางระกำ เพื่อแก้ไขปัญหา การสัญจรเข้าออกให้กับพี่น้องได้อย่างเร่งด่วนนะคะ🔗
ข้อสุดท้าย ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งศึกษาพื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวา ของอำเภอบางระกำ ซึ่งท่วมพร้อมกันกับโครงการบางระกำ Model ขณะนี้อยู่นอก เขตชลประทานค่ะ ให้อยู่ในเขตชลประทานเช่นเดียวกับโครงการบางระกำ Model ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ผมขออนุญาตต่อเนื่องจากท่านพิมพ์พิชชาเลยนะครับ ในโครงการบางระกำ Model ตั้งแต่เริ่มต้นที่โครงการนี้ได้ป่าวประกาศและเสมือนหนึ่งว่า มีสัญญากับพี่น้องประชาชนนั่นก็คือว่าในพื้นที่ของบางระกำ Model ในเรื่องของถนน สาธารณูปโภคทั้งหลาย โดยเฉพาะถนนจะต้องสูงกว่าระดับน้ำ แต่ ณ ปัจจุบันในโครงการ บางระกำ Model ไม่ว่าจะเป็นอยู่ในส่วนของโครงการยม-น่าน โครงการพลายชุมพล หรือโครงการนเรศวรก็ตาม มีพื้นที่ ณ ปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ เพราะฉะนั้น อยากให้ทางโครงการบางระกำ Model นั้นได้รีบเข้ามาแก้ไขให้เป็นไปตามสัญญานะครับ🔗
ลำดับต่อมาในโครงการบางระกำ Model นั้น จะมีเงินอุดหนุนจาก UN มาปีหนึ่งประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ฝนตกไม่ทั่วฟ้า บางระกำ Model มีอยู่ ๓ ส่วน ทั้ง ๑. ในโครงการยม-น่าน ๒. ในโครงการพลายชุมพล และ ๓. โครงการนเรศวร อีก ๔๐,๐๐๐ ไร่ ในโครงการนเรศวรไม่เคยได้รับเงินที่ช่วยเหลือจาก UN เลย ขอให้ มีการทบทวนครับ🔗
ลำดับต่อมานะครับ ผมอยากจะ พูดถึงพายุบัวลอยเที่ยวนี้สร้างปัญหาน้ำท่วมให้กับพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะ ในเขตผม อำเภอพรหมพิราม อำเภอเมืองเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการส่งน้ำ บำรุงรักษานเรศวร ในภาพนี้ที่เป็นจุดลูกศรรอบ ๆ นั่นคือทางน้ำเข้า เข้าเยอะมาก หลายจุดมาก ทั้งหมดจริง ๆ ๑๐ กว่าจุด แต่ว่ามีทางออกน้ำทางเดียวคือตรงจุดสีเหลือง ตอนวันที่ ท่านเศรษฐา ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมที่พรหมพิราม เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ก็ได้เสนอโครงการทั้งหมด ๕ อย่างในโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร แต่ว่าตอนนี้ ทำไปแล้ว ๓ อย่าง เพราะฉะนั้นผมเองอยากจะขอให้รัฐบาลปัจจุบันได้ดำเนินการช่วยกัน แก้ไขด้วย เพราะว่าน้ำในทุ่งสาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร พอน้ำเข้ามาแล้วออก ได้จุดเดียว เพราะฉะนั้นเราต้องการประตูน้ำเพิ่มขึ้น พร้อมกับเครื่องสูบน้ำที่จะไว้ ระบายน้ำออกตอนเวลาน้ำมันมีระดับเสมอกัน แล้วก็ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่วิกฤติตอนนี้ อยากให้ทางโยธาธิการและกรมเจ้าท่า ตลอดจนจังหวัดได้เข้าไปดู นั่นก็คือว่ามีในเรื่องของ ตลิ่งทรุดในหมู่ที่ ๒ บ้านทองหลาง ตำบลมะขามสูง ๑ จุด มีในเรื่องของการทำคันกั้นน้ำ ที่หมู่ที่ ๔ บ้านตลุกเทียม ตำบลตลุกเทียมอีก ๑ จุด แล้วก็ในตำบลวงฆ้อง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๑ มีปัญหาเรื่องตลิ่งเซาะ จนเกิดปัญหาการพังทลายไปพอสมควรแล้ว และในส่วนของตลิ่งที่เป็นเขื่อนคอนกรีตที่ยังสร้างไม่สำเร็จ ในหมู่ที่ ๒ บ้านท่าไชย แล้วก็ หมู่ที่ ๒ บ้านท่าช้าง ขอให้ดำเนินการด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ ขอเชิญคุณแนน บุณย์ธิดา สมชัย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย วันนี้น่าจะเป็น Theme ของเพื่อนสมาชิกทั้งหมดนะคะ วันนี้เราพูดแต่เรื่องน้ำอย่างเดียว ตั้งแต่เก้าโมงเช้าแล้ว ดิฉันก็คงไม่พ้นเรื่องน้ำค่ะ คนจังหวัดอุบลราชธานีต้องพูดแต่เรื่องน้ำนี้ ถูกต้องเลยค่ะ แต่ว่าประเด็นที่ดิฉันจะพูดถึงนี่คงจะไม่พูดถึงแค่เฉพาะปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งขณะนี้พี่น้องที่อยู่ริมตลิ่งฝั่งของแม่น้ำมูล ตั้งแต่ในอำเภอเมือง อำเภอวารินชำราบ อำเภอสว่างวีระวงศ์ อำเภอตาลสุม อำเภอพิบูลมังสาหาร ไล่ไปจนถึงอำเภอสิรินธร อำเภอ โขงเจียม แน่นอนค่ะ ขณะนี้ก็ต้องเตรียมตัวในการขนย้ายสิ่งของซึ่งถ้าจะบอกว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ ตรงข้างแม่น้ำ อยู่ริมตลิ่งแล้วก็ต้องเตรียมตัวทุกปี จะพูดอย่างนี้ก็น่าจะลำบากแล้วก็ เป็นการยากนะคะท่านประธาน เพราะประเด็นอย่างนี้ค่ะ ในอดีตในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอื่น ๆ ตามเส้นทางของน้ำเราเคยมีแก้มลิงตามธรรมชาติแต่เป็นแก้มลิง ตามธรรมชาติที่อยู่ในพื้นที่ของเอกชน เมื่อวันหนึ่งเขาพัฒนาพื้นที่ของเขา ทำให้แก้มลิง ธรรมชาติไม่มีอีกต่อไป เพราะฉะนั้นอยากจะฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในแต่ละจังหวัด สิ่งที่ขาดไปคือ ๑. การขุดลอกคูคลองที่ต้องบอกว่าที่มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเพียงพอ สำหรับฤดูน้ำหลาก ๒. ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือแก้มลิงที่จะกักเก็บน้ำไว้ใช้ในแต่ละจังหวัดและ เพื่อป้องกันน้ำท่วมและเพื่อเป็นทางน้ำที่จะไปในแต่ละปี ท่านประธานคะ หลังจากนี้ เราจะเจอไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือน้ำแล้ง แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตามแต่โครงการพระราชดำริ ที่ท่านได้ดำริมาตั้งแต่พ่อหลวง ร. ๙ ของเรา ในเรื่องของโครงการแก้มลิง จริง ๆ แล้ว ในหลาย ๆ จังหวัดจะต้องมีมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อเราจะมีน้ำ มากขึ้นเราก็ต้องหาที่กักเก็บ แล้วเมื่อปีใดที่เรามีน้ำแล้งเราก็ใช้ที่กักเก็บนี้เป็นพื้นที่ที่พี่น้อง ประชาชนสามารถใช้ได้ เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะวางแผนเฉพาะเป็นฤดูกาล หรือปีต่อปีคงไม่ได้ ท่านต้องวางล่วงหน้าในการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามแนวทาง เส้นแม่น้ำสายหลัก ๆ ที่เกิดมีการล้นตลิ่งหรือว่าท่วมเป็นประจำนะคะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านสมาชิกที่นำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ หน่วยงาน ราชการก็ฟังอยู่นะครับ หลังจากได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว สภาผู้แทนราษฎร ก็จะทำหนังสือแจ้งหน่วยงานที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ หาทางแก้ไข เรื่องใดที่อยู่ในแนวทางแก้ไขแล้วให้แจ้งมาที่ท่านสมาชิกได้ทราบ ผมจะทำหนังสือจากสภาผู้แทนราษฎรไปถึงหน่วยงานโดยเร็ว โดยด่วน ฝากทุกหน่วยงาน ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบการหารือของท่านสมาชิกครบถ้วน🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อประชุม จำนวน ๒๙๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิดการประชุมดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะจะดำเนินการถามและตอบในห้องประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะควบคู่ไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
วันนี้มีกระทู้ถามสดด้วยวาจา ๓ กระทู้ ทางสภาได้แจ้งให้หน่วยงานและรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องได้มาตอบกระทู้ถาม เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ฟังว่าความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ท่านสมาชิกได้สอบถามผู้รับผิดชอบโดยตรง🔗
๑. นายสังคม แดงโชติ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เดินทางมาตอบด้วยตัวเอง ท่านมีเวลาถาม-ตอบ รวมแล้ว ๓๐ นาที ถามได้ ๓ ครั้ง ขอเชิญ ท่านสังคม แดงโชติ เชิญถามรัฐมนตรีว่าการระทรวงการคลังครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผมนายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นเลยผมก็ต้องขอขอบคุณ ท่านเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ท่านมาตอบกระทู้ถามสดในวันนี้ นี่ก็เป็นครั้งแรกของผม ที่ถามกระทู้ถามสด แล้วก็เป็นครั้งแรกของท่านเอกนิติที่มาตอบกระทู้ถามสด ถ้าผมตื่นเต้น ไปบ้างก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ🔗
คำถามแรก วันนี้เราจะเห็นได้ว่าประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจ อย่างมาก เงินหมุนเวียนในระบบก็ลดน้อยลงไป ไม่ต้องยกตัวอย่างอื่นไกลเลย วันนี้พ่อค้าแม่ขาย ที่ขายของอยู่ตามตลาด ตามตลาดนัดก็ดี ก็จะเห็นเลยว่าขายได้น้อยลง กำลังซื้อก็ลดลงไป อย่างมาก แล้ววันนี้ทางรัฐบาล โดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีก็ได้ประกาศ นโยบายคนละครึ่งพลัสออกมา ซึ่งเป็นที่สนอกสนใจของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ผมเองก็อยากจะมีคำถามว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การออกคนละครึ่งพลัส ในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร พลัสแบบไหน ต่างจากคนละครึ่งเดิมอย่างไร อยากให้ท่าน ช่วยอธิบายรายละเอียดของโครงการ รวมถึงหลักเกณฑ์ผู้ได้รับสิทธิโดยละเอียดและชัดเจน🔗
และอีกหนึ่งประเด็นครับ รัฐบาลชุดก่อนก็มีการออกโครงการเงินหมื่นออกมา แต่เสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนก็มองว่าโครงการเงินหมื่นนั้นไม่มีเงินสะพัดลงไป ถึงเศรษฐกิจฐานรากเลย แล้วโครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้จะส่งผลแตกต่างกับโครงการ เงินหมื่นอย่างไร รัฐบาลประเมินว่าโครงการนี้ตอบโจทย์ต่อกำลังซื้อที่ลดลงไปของ พี่น้องประชาชนได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การใช้เงินชั่วคราวของภาครัฐ คำถามแรกครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรุณาตอบคำถามแรก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และขอบคุณท่านสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติที่กรุณาตั้งคำถามที่ดีมาก ๆ แล้วก็ให้โอกาสผมมาชี้แจงให้กับท่านสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติ เพราะว่าอันนี้จะได้ช่วยไปอธิบายให้กับประชาชนด้วย ต้องกราบเรียนว่า สภาพที่ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติอธิบายถูกต้องเลย คือวันนี้สภาพเศรษฐกิจแย่มาก ชาวบ้านต่าง ๆ ก็ได้รับความเดือดร้อน การซื้อขายต่าง ๆ มันก็ไม่คล่องตัว เพราะฉะนั้น ก็นำไปสู่ปัญหาหนี้สิน ซึ่งประเทศไทยคนก็เป็นหนี้อยู่เยอะอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าภาพรวม เศรษฐกิจที่ผมได้อธิบายไปในตอนแถลงนโยบายก็คือ มันเหมือนกับเศรษฐกิจกำลัง จะติดหล่ม รถยนต์กำลังจะติดหล่ม ถ้าเราไม่ทำอะไรมันจะไม่แค่ติดหล่ม มันจะตกเหว นี่คือการออกนโยบายที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แนะนำว่าควรจะต้อง มีอะไรที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจโดยเร็ว แล้วท่านได้มอบนโยบายว่าต้องเร็วด้วยนะ Quick แล้วก็ต้องใหญ่พอ Big แล้ว Win คือประชาชนจะได้ประโยชน์ สิ่งที่ท่านได้แนะนำ ก็คือเรื่องคนละครึ่ง อันนี้ท่านก็ได้มอบนโยบายว่าทำอย่างไรให้คิดถึงเรื่องระยะยาวด้วย เราถึงใช้คำว่าคนละครึ่งพลัส อันนี้คำถามที่ ๑ ก็คือรายละเอียดมันแตกต่างจากคนละครึ่ง ในอดีตอย่างไรและแตกต่างจากเงินหมื่นอย่างไร คนละครึ่งพลัส มันบวกด้วยอะไรบ้าง🔗
อันที่หนึ่ง คนละครึ่ง หลักการคล้าย ๆ เดิม คือเอาประชาชนที่เขามีรายได้ แล้วรัฐบาลออกให้ครึ่งหนึ่งไปซื้อของ รัฐบาลออกให้ครึ่งหนึ่ง อย่างของเดิม ๑๕๐ บาท ที่รัฐบาลในอดีตเคยทำ รัฐบาลสมทบให้อีก ๑๕๐ บาท แต่วันนี้ด้วยความที่เศรษฐกิจมันแย่มาก มันต้อง Big พอที่จะช่วยให้ฟื้นเศรษฐกิจเราก็ตัดสินใจว่าจะใช้ ๒๐๐ บาท ก็คือว่ารัฐบาลสมทบ ๒๐๐ บาท ประชาชนมี ๒๐๐ บาท ตรงนี้มันก็จะทำให้ Big พอ เร็วด้วย เพราะว่าวันนี้เราใช้ งบประมาณสิ่งที่มีอยู่แล้วงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท บวกงบกลางอีก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๔๔,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบที่มีอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ได้เพิ่มปัญหาของภาระ ทางการคลังเพราะเป็นงบประมาณที่มีอยู่ Win ก็คือประชาชนจะได้ประโยชน์ ประชาชนได้ ประโยชน์ก็คือว่าประชาชนทั้งหมด สิทธิที่เราจะใช้ ๒๐ ล้านคน ๒๐ ล้านคน ประชาชนได้ ประโยชน์คือเขาจะได้ลดค่าครองชีพ ไปซื้อของ ลดบริการสาธารณะก็ใช้ได้ ซื้ออาหารใน ตลาดทั้งหลาย เขาจะลดค่าครองชีพลง เพราะครึ่งหนึ่งรัฐสมทบให้ อันนี้คือประโยชน์อันที่ ๑🔗
ประโยชน์อันที่ ๒ คือร้านค้า ร้านค้าก็จะได้เกิดการหมุนเวียนในเศรษฐกิจ อันนี้ต้องขอย้ำเน้นว่าเราให้เฉพาะร้านขนาดเล็ก แม่ค้าขายหมูปิ้ง พ่อค้าในตลาดขายส้มตำ เราจะไม่ได้ให้ร้านใหญ่ ๆ ร้านที่เราเห็นกันอยู่ที่เป็นของบริษัทขนาดใหญ่ เพราะเราต้องการ ให้เงินไปตกอยู่กับชาวบ้านจริง ๆ ก็ได้รับฟังความเห็นประชาชนว่าแล้วนิติบุคคลเล็ก ๆ ที่เขา อยู่ในระบบภาษี เขาอยากจะขอเข้าด้วย เราก็ให้ด้วย อันนี้ก็จะเป็นอันที่เพิ่ม สิทธิประชาชน นี่ความแตกต่างจากอันเดิมก็คือ ของเดิมอายุ ๑๘ ปี วันนี้เราจะให้ลดลงมาถึง ๑๖ ปี เพราะว่าเขาก็คือเด็กที่เรียนมหาวิทยาลัยเขาก็ต้องการตรงนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น อายุจะลดลง ประชาชนจากของเดิม ๑๘ ปี อันนี้จะเป็น ๑๖ ปี ร้านค้าที่แตกต่างจากเดิม คนละครึ่งก็คือว่าให้ร้านค้าเล็ก ๆ SMEs เล็ก ๆ เข้าได้ด้วย อันนี้คือคนละครึ่ง แล้วพลัส คือพลัสอะไร มี ๒ มิตินะครับ พลัสตัวที่ ๑ คือ พลัสในเรื่องของคนในระบบภาษี วันนี้ คนละครึ่งเราจะให้สิทธิ ๒,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาทนี้ แต่ถ้าคนอยู่ในระบบภาษี ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่เอามาทำคนละครึ่ง มันมาจากระบบภาษีเขาจะได้รู้สึกว่าเขาเป็นผู้เสียภาษี เขาก็ได้ประโยชน์จากตรงนี้ เขาจะได้เป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์จากของเดิม ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเขาจะได้ ๒,๔๐๐ บาท คนธรรมดาที่ไม่อยู่ระบบภาษี ได้ ๒,๐๐๐ บาทถ้าคุณอยู่ในระบบภาษี ชาวบ้านจะได้ ๒,๔๐๐ บาท อันนี้เพื่อสะท้อนให้กับ Rating Agency นี่ได้ผลที่ ๓ ครับ นอกจากประชาชนได้ ร้านค้าได้ ได้ผลที่ ๓ Rating Agency เขาจะได้รู้ว่าเราคำนึงถึง เราจะขยายทำให้เราคำนึงถึงวินัยการคลัง คนที่อยู่ ในระบบภาษีเหมือนกับคนที่อยู่ต่างประเทศนี่เขายินดีจ่ายภาษี เพราะว่าเขาได้ประโยชน์ จากรัฐที่ให้ตรงนี้ ก็เป็นพลัสที่ ๑ พลัสที่ ๒ ซึ่งสำคัญมาก กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว ได้ผลยาวคือเราจะมีการเพิ่มทักษะ ให้พ่อค้าแม่ค้า คนตัวเล็กตัวน้อย เขาได้มีทักษะที่สำคัญคือว่าเราจะมีการสอนทักษะในการ ขายของออนไลน์ เขาเคยขายของได้แค่ในตลาดเขา วันนี้เราจะให้มีการพัฒนาที่เรียกว่า Reskill เขาจะได้มีทักษะ อีกหน่อยเขาขายของแค่ในตลาด อีกหน่อยเขาจะสามารถ ขยายตลาด เพราะว่าเขาสามารถเข้าไปอยู่ออนไลน์ได้ จะทำให้เขามีรายได้อย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นกระตุ้นสั้นได้ผลยาว อันนี้คือความแตกต่างถึงเรียกว่าคนละครึ่งพลัส อีกอันหนึ่ง คือเราจะทำระบบบัญชีแบบง่าย ๆ เช่น พ่อค้าหมูปิ้ง แม่ค้าหมูปิ้ง ถ้าเขาขายของออนไลน์ เราจะมีระบบบัญชีเหมือนบัญชีครัวเรือนครับ เขาจะรู้เลยว่าเขาซื้อหมูมาเท่าไร ซื้อไม้ปิ้งหมู เท่าไร เราทำบัญชีให้เขาใจง่าย ๆ แล้วตอนนี้กระทรวง การคลังกำลังติดต่อกับธนาคาร เพื่อให้ธนาคารไปปล่อยสินเชื่อได้โดยตรงเลย เขาบอกถ้าคุณทำบัญชีถูกต้อง เขาจะสามารถ ปล่อยสินเชื่อ เพราะฉะนั้นเป็นการได้ผลยาวที่ครบวงจร แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ในระยะยาว ต้องขอกราบเรียนตอบเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ🔗
ขอบคุณครับ คำถามที่ ๒ เชิญคุณสังคม แดงโชติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เมื่อครู่นี้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบคำถามแรกไปแล้ว แล้วก็ตอบเข้าประเด็น ในคำถามที่ ๒ ของผมด้วย คำถามนี้ผมก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าแล้วในฝั่งของร้านค้า วันนี้เขาเป็นห่วงในเรื่องของภาษีว่าเมื่อรับเงินจากโครงการคนละครึ่งพลัสมาแล้วว่าจะ มีการเก็บภาษีหรือไม่ หรือว่าฐานการเก็บภาษีเป็นอย่างไร แล้วใครจะเป็นผู้สามารถรับสิทธิ ในร้านค้าในครั้งนี้ได้บ้าง เดี๋ยวขออนุญาตรวมคำถามที่ ๓ มาเป็นประเด็นในครั้งนี้เลยนะครับ🔗
แล้วก็คำถามสุดท้าย ผมก็เชื่อว่าเป็นคำถามที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ มากที่สุด จะสามารถเริ่มได้จริงเมื่อไรครับ ลงทะเบียนอย่างไร และผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน จะเข้าถึงสิทธิคนละครึ่งพลัสได้หรือไม่ ซึ่งผมเองก็มีความเป็นห่วงเป็นใยผู้ที่ไม่มี สมาร์ตโฟนหรือแม้แต่กลุ่มผู้สูงอายุหรือคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล จะสามารถมีมาตรการอะไร ให้คนกลุ่มเหล่านี้สามารถเข้าถึงสิทธิได้ ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเหมือนที่ผ่านมา คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขอบคุณสำหรับคำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ ซึ่งเป็นคำถามที่เป็นประโยชน์มาก ๆ ที่จะต้องชี้แจง ขอตอบคำถามท้ายก่อน ว่าคนที่เขาไม่มีสิทธิ ไม่มีสมาร์ตโฟน เขาจะทำอย่างไร การออกแบบคนละครึ่งพลัสนี้ เราออกแบบโดยคำนึงถึงเรื่องนี้ เรามีระบบบัตรสวัสดิการประชาชนอยู่ในปัจจุบัน บัตรสวัสดิการประชาชนคือคนที่ระดับข้างล่างที่เขาไม่มีแม้กระทั่งจะเงินกินเงินใช้ ฉะนั้นสมาร์ตโฟนเขาจะไม่มี มีคนอยู่ตรงนี้ประมาณ ๑๓.๔ ล้านคน เพราะฉะนั้น การออกแบบคนละครึ่งพลัส เราจะทำไปคู่กับการเติมเงินในบัตรสวัสดิการ บัตรสวัสดิการ คนเหล่านี้ ๑๓.๔ ล้านคน ต้องเรียนอย่างนี้ว่าทุกวันเขาได้เดือนละ ๓๐๐ บาท ไปซื้อของกิน ของใช้ที่จำเป็น เชื่อไหมครับว่าทุกวันนี้พอรัฐบาลเติมเงินในบัตรสวัสดิการ วันรุ่งขึ้น ๒-๓ วัน เงินหมดเลย เพราะฉะนั้นเราถึงของบประมาณที่เหลือจากปีที่แล้วที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกรุณาอนุมัติให้วันสุดท้ายที่เราประชุม ครม. ทันที เอางบที่เหลือนี้ไปเติมเงิน ในบัตรสวัสดิการ จากเขาได้ซื้อของกินของใช้ที่จำเป็น ๓๐๐ บาท เราเติมไปอีก ๑,๗๐๐ บาท รวมกันก็เป็น ๒,๐๐๐ บาท เห็นภาพไหมครับว่า ๒,๐๐๐ บาท คือกลุ่มคนที่ฐานราก ซึ่งส่วนใหญ่ ไม่ใช่ส่วนใหญ่ คือคนส่วนที่ไม่มีสมาร์ตโฟนด้วย คนกลุ่มนี้เราจะเติมเงิน ในบัตรสวัสดิการไปเลย ๒,๐๐๐ บาท จะเท่ากับสิทธิคนละครึ่งพอดี คนละครึ่งก็ได้ คนละ ๒,๐๐๐ บาท คนที่ได้บัตรสวัสดิการก็ได้ ๒,๐๐๐ บาทเหมือนกัน เริ่มใช้ได้ก็คือ คนละครึ่งพลัส จะเริ่มใช้ได้ที่ประชาชนที่รอ วันที่ ๒๙ ตุลาคมถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม เริ่มใช้ได้ทันที🔗
คำถามที่ ๒ ที่ถามมาว่าแล้วร้านค้าเขาต้องทำอะไรบ้าง ประชาชนต้อง ทำอะไรบ้าง ขั้นตอนจะเป็นอย่างนี้ครับ วันที่ ๑๕ ตุลาคม เราจะเปิดลงทะเบียนให้ร้านค้า มาลงทะเบียน ซึ่งร้านเดิมเรามีอยู่แล้วในระบบคนละครึ่งพลัส ก็จะเอาระบบเดิม มาใช้ก็จะง่ายหน่อย ส่วนร้านที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบเราก็เปิดให้เข้าด้วย ตรงนี้จะเป็น ๑. ร้านอาหาร เครื่องดื่มร้านค้าทั่วไป ๒. ผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ อันนี้ก็ได้ด้วย ๓. ผู้ประกอบการที่เป็นบริการขนส่งสาธารณะ พวกแท็กซี่ทั้งหลาย รถรับจ้าง ทั้งหลายที่มีใบขับขี่รถสาธารณะ อันนี้ก็ได้ด้วย ให้รายเล็กรายย่อยตรงนี้ได้ด้วย แล้วก็ผู้ประกอบการบริการขนส่งมวลชนสาธารณะ อันนี้ก็ได้ด้วยที่มีอยู่แล้วก็จะง่ายขึ้น แต่ที่ยังไม่มีเพราะว่าในระบบก็สามารถลงทะเบียนร้านค้า ๑๕ ตุลาคม พอลงทะเบียนร้านค้า เสร็จสำหรับประชาชน ๒๐ ล้านสิทธิ อันนี้ไม่นับบัตรสวัสดิการเพราะอันนี้เขามี ๑๓.๔ รวมกัน ๓๓.๔ ล้านคน เกินครึ่งของประชากรไทย ๒๐-๒๖ ตุลาคม ประชาชนจะลงทะเบียน ผ่านระบบเป๋าตังที่มีอยู่แล้วเราต้องทำเร็ว ทำทันที เอาสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ทำทันที ใครที่ เคยลงแล้วก็จะง่ายหน่อย มายืนยันสิทธิ เพราะมีข้อมูลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นใครยังไม่มี ก็ไปยืนยันใช้สิทธิ ๒๐-๒๖ ตุลาคมครับ วันที่ ๒๙ ตุลาคมเริ่มใช้ได้ทันที จนถึงธันวาคม ก็จะได้มีเงิน ๒,๐๐๐ บาท ก็ใช้ได้และสะสมได้ไปจนถึงธันวาคม ใช้ไม่ถึง ๒๐๐ ก็สะสมไปได้ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง🔗
ขอเรียนเรื่องภาษีก็ต้องเรียนว่าอันนี้ก็อยากให้สบายใจคือบทบาทหนึ่ง ก็คือว่าภาษีนี้เป็นสิ่งสำคัญ แต่ว่าพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ ผมต้องกราบเรียนว่าเราจะให้ความรู้ แล้วก็อยากจะบอกว่าไม่ต้องกังวลว่าเรื่องภาษี เพราะว่าจริง ๆ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว แล้วก็เราอยากจะบอกว่าจริง ๆ เรื่องระบบภาษีเดินไปข้างหน้านี้ ถ้าเข้าระบบภาษี อย่างเช่น ตอนนี้คนที่เข้าระบบภาษีถ้าเป็นประชาชนเขาจะได้เงินมากขึ้น เห็นไหมครับ เขาได้ ๒,๔๐๐ บาท จากคนปกติที่ไม่อยู่ระบบภาษีได้ ๒,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นอันนี้ผมอยากจะบอกว่าไม่ต้องกลัว อันนี้เป็นนโยบายชัดเจนจาก ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นที่จะไปตามเก็บย้อนหลังตรงนี้ผมว่าชัดเจนอยู่แล้ว แล้วเราอยากให้เขาคิดถึงประเทศ ให้คิดถึงว่าภาษีจริง ๆ แล้วก็เป็นสิ่งสำคัญ แล้ววันนี้เราจะ เริ่มสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะไปตามเก็บย้อนหลัง หรืออะไร แต่อันนี้ต้องกราบเรียน แต่เราก็อยากให้เขาทำให้เป็นระบบที่ถูกต้องแบบง่าย ๆ เพื่อให้ประเทศไทยในระยะยาวเราจะได้มีความยั่งยืน ขอบพระคุณครับ🔗
ติดใจไหมครับ ท่านสังคม แดงโชติ ท่านมีเวลาอยู่ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย จริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีเองก็ตอบได้อย่างชัดเจนแล้วก็ครบถ้วนแล้ว แต่ว่าก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีเอกนิติ ถ้าท่านตอบได้ก็จะขอรบกวน ให้ท่านตอบเลย อยากจะฝากเรื่องกลุ่มสุดท้าย กลุ่มที่เขาไม่มีทั้งบัตรสวัสดิการแล้วก็ ไม่มีสมาร์ตโฟน เขาอาจจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่เยอะครับ แต่ก็อยากให้ภาครัฐเล็งเห็น ถึงความสำคัญของพวกเขาด้วย แล้วก็อยากจะสรุปส่งท้ายว่าสำหรับนักการเมืองมันอาจจะ เป็นแค่นโยบายเพียงนโยบายหนึ่ง แต่สำหรับชาวบ้าน สำหรับพี่น้องประชาชน นี่คือโครงการ คือความหวังที่เขาเฝ้ารอ เพราะฉะนั้นท่านอย่าทำให้เขาผิดหวัง แล้วผมก็หวังว่าสิ้นสุด โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ รัฐบาลจะมีแนวทางต่อเนื่องเพื่อสร้างกำลังซื้อที่ยั่งยืน ไม่ให้เศรษฐกิจไทยวูบลงเมื่อจบนโยบายนี้อีกต่อไป เวลาผมก็เหลือนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรี ตอบได้ก็รบกวนให้ท่านรัฐมนตรีใช้เวลาผมตอบได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบให้หายสงสัยครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ต้องขอบคุณสำหรับทุกคำถามครับ เป็นคำถามที่ดีมาก ๆ คนที่บอกว่าตกค้างจะทำอย่างไรที่เขาไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่อยู่ ในระบบสวัสดิการ กระทรวงการคลังเรานี่ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าปกติเราจะ มีการทบทวนอยู่เรื่อย ๆ เพราะว่าแต่ละคนอย่างเริ่มปฏิบัติสวัสดิการเราก็จะมีการทบทวน อยู่เรื่อย ๆ ส่วนที่ ๒ คือคนที่อยู่นอกระบบที่ไม่มีอะไรเลย จริง ๆ เราจะมีสวัสดิการอย่างอื่น อยู่แล้ว ซึ่งในช่วงที่เรากำลังจะทบทวนในเรื่องบัตรสวัสดิการคนมีสิทธิคงจะต้องให้สวัสดิการ ในส่วนอื่น ๆ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ ยกตัวอย่างขออนุญาตอธิบายเรื่องนโยบายรัฐบาล ที่อยู่ในเล่มสีน้ำเงินที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวไปเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้ว ต้องขอกราบเรียน ว่าจะเห็นนโยบายอันหนึ่งก็คือเรื่องการออมภาคประชาชนกับการลดหนี้สินภาคประชาชน เรื่องการลดหนี้สินภาคประชาชนซึ่งคนเหล่านี้ที่เป็นหนี้สินที่เป็นกู้เงินเราจะพยายาม ใช้งบประมาณ ไม่ได้งบประมาณแผ่นดินนะครับ เป็นงบประมาณที่สถาบันการเงินเขานำส่ง กองทุนฟื้นฟูและสถาบันการเงิน มีเงินส่วนนี้เหลืออยู่เราจะเอาเงินส่วนนี้ไปซื้อหนี้ออกมา ผ่านบริษัทบริหารสินทรัพย์ พอซื้อหนี้ออกมามันจะทำให้ชาวบ้านคนหนึ่งที่เขาเคยถูกตามหนี้ จากหลาย ๆ ที่ อันนี้ต้องหนี้ในระบบนะครับ ที่ถูกตามอาจจะมีหนี้อยู่หลายที่ หลายแบงก์ หลายบริษัท เราซื้อหนี้ออกมาจะทำให้บริหารจัดการยืดหนี้เขาง่ายขึ้น สอนให้เขาเป็นคนดี มีวินัยมากขึ้น มีสินเชื่อสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อย กระทรวงการคลังเราทำสิ่งหรือว่า เป็นสินเชื่ออารีย์สกอร์คือ ไม่ต้องกลัวเรื่อง NCB เพราะว่าเราก็จะเป็นระบบที่เราทำขึ้นมา เพื่อเขาจะได้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเหล่านี้ลดภาระดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็น ส่วนหนึ่งที่ช่วยเขาได้ด้วย เรื่องการออมก็เข้าใจวัฒนธรรมคนไทยที่ซื้อหวย ซื้อสลาก อันนี้ต้องเรียนว่าจะไม่เหมือนกับหวยเกษียณ แต่อันนี้เราจะใช้ระบบปกติต้องบอกว่ากระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว อันนี้คือซื้อหวยปกติที่เป็นระบบซื้อต่าง ๆ ถ้าซื้อหวยปุ๊บเราจะ กันเงินบางส่วนเป็นเงินออมเขา ทุกงวดที่เขาซื้อ แต่การออมเขาเชื่อไหมครับ คนไทย เป็นสังคมผู้สูงอายุนะ พอ ๕๕ ปีขึ้นมาหรือเกษียณออกมาไม่มีอะไรรองรับเลย ต้องพึ่ง ความต้องการภาครัฐอย่างเดียว เราจะเอาไปสะสมเป็นเงินออมระยะยาว เพราะฉะนั้น เขาจะถอนได้ตอนอายุ ๕๕ ปีครับ หรือถ้าเกิน ๕๕ ปี ก็ถือไว้ ๕ ปี แต่เขาจะเอาตรงนี้ สะสม แล้วก็มาขอกู้เงินแบงก์เป็นหลักประกันในการกู้เงินแบงก์ได้ถ้าเขามีความจำเป็น เร่งด่วนเป็นการเพิ่มการออมให้กับคนไทยที่ซื้อหวยด้วย อันนี้ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ สำหรับทุกคำถามครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามครบถ้วนแล้วนะครับ กระทู้ถามที่ ๑ ของคุณสังคม แดงโชติ สส. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านผู้ตอบคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ครบถ้วนนะครับ ขอบคุณรัฐมนตรีนะครับ กระทู้ถามเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนนะครับ🔗
๒. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านอามินทร์ มะยูโซ๊ะ เป็นผู้ตอบกระทู้แทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขอเชิญท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อยู่ภายในกำหนดเวลาท่านละ ๑๕ นาที คำถามแรกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พวกเรามาเป็นผู้แทนราษฎรสิ่งหนึ่งที่พวกเราต้องตระหนักว่าเราเป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน เราต้องทำงานให้กับพี่น้องประชาชน เราต้องแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ไม่เช่นนั้นไม่มีประโยชน์ในการมาเป็นผู้แทนราษฎร ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก จริง ๆ แล้วผมเรียนสอบถามไปที่ท่านได้ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เพราะสาเหตุมาจากรัฐมนตรีช่วยว่าการที่ท่านส่งเข้าไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เมื่อปี ๒๕๕๓ ออกประกาศฉบับหนึ่ง คือประกาศ ฉบับที่ ๑๐/๒๕๕๓ ซึ่งไปเปิดช่องให้มีการนำพืชจีเอ็มโอเข้ามาภายในประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทย มี พ.ร.บ. กักพืช ปี ๒๕๐๗ ๖๐ กว่าปีแล้วนะครับ แต่รัฐมนตรีท่านส่งเข้าไปไปออกประกาศ ที่เขียนอย่างชัดเจน ข้อ ๓ ข้อ ๔ เขียนว่าพืชตัดต่อพันธุกรรมเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่ให้นำเข้ามา ภายในประเทศไทย ท่านออกข้อ ๕ เพิ่มไปบอกว่าอนุญาตให้นำเข้าเพื่ออุตสาหกรรมได้ การนำเข้าเพื่ออุตสาหกรรมหรือการนำเข้าล็อตใหญ่มันต้องมีหลักกฎเกณฑ์กติกาที่เข้มงวด นำเข้าเพื่อการวิจัย เพื่อทดลองทำได้ครับ แต่จะเข้ามาแบบเป็นมโหฬารหลายล้านตันต่อปี จนกระทั่งสินค้าหลายชนิดเสียหาย ไม่เฉพาะพืชกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ข้าวโพด เราผลิตได้ ๕ ล้านตัน แต่ความต้องการจริง ๆ ๙ ล้านตัน แต่กลุ่มทุนไม่ซื้อ ในโรงสีพวกคนซื้อไม่ซื้อ เพราะเขารอจะไปเอาพืชจีเอ็มโอที่ราคาต่ำมาใช้แทน ราคาทุกอย่างดิ่งเหวหมด ข้าวโพด ถั่วเหลือง กลุ่มจีเอ็มโอ แม้กระทั่งกระทบไปถึงข้าวที่เป็นกระดูกสันหลังของเกษตรกร ทั้งหมดนี้เลยราคาตกต่ำหมด เพราะว่าไปเอาพืชจีเอ็มโอมาใช้แทน ราคาถูก แต่พืชจีเอ็มโอ คือพืชตัดต่อพันธุกรรมที่ไม่รู้ว่ามีพิษภัยร้ายหรือเปล่า สิ่งนี้ผมได้นำอภิปรายในวันแถลง นโยบายของรัฐบาล จริง ๆ อยากสอบถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพราะว่าท่านเป็นคนส่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปทำเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ว่าเอาละครับ ท่านมอบหมายให้กับท่านธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และวันนี้ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอามินทร์ ได้เป็นตัวแทนมาตอบคำถาม ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้ถ้าเราทำได้เราถึงจะเป็นผู้แทนราษฎรได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ถ้าทำไม่ได้ อย่าเป็นเลยครับผู้แทนราษฎร พี่น้องประชาชนและเกษตรกรทั้งหมดไม่มีวันเลือกพวกเรา กลับมาอีก ถ้าเราทำเรื่องนี้ไม่ได้ ขออนุญาตครับ🔗
๑. ท่านปล่อยให้ประกาศฉบับที่ ๑๐/๒๕๕๓ นำเข้าพืชตัดต่อพันธุกรรมเข้ามาซึ่งเป็นสิ่งต้องห้าม สิ่งที่ผมจะนำเรียนถามก็คือว่าในวันที่ เราอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลผมได้เรียนสอบถามท่านรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า ขึ้นมาตอบในสภาแห่งนี้ แล้วเขารับปากกลางสภาว่าจะยกเลิกเพราะยอมรับความเสียหาย ที่เกิดขึ้น แล้วก็ยอมรับว่าไม่มีผลกระทบเกษตรกร ก็ต้องเรียนถามคำถามที่ ๑ เหตุใด ประกาศ ฉบับที่ ๑๐/๒๕๕๓ ที่เป็นกฎหมายที่ขัดกฎหมายแม่บท พ.ร.บ. กักพืชปี ๒๕๐๗ เป็นกฎหมายที่ทำความเสียหายให้กับประเทศไทยและทำความเดือดร้อนกับพี่น้องเกษตรกร จนถึงทุกวันนี้ ทำไมยังไม่ถูกเดินหน้ายกเลิกครับ ผมยังไม่ได้ยินข่าวเลย เมื่อวานนี้ มีการประชุมของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา เชิญทั้งกรมวิชาการเกษตร มาตอบ ดูเหมือนกรมวิชาการเกษตรไม่เต็มใจจะยกเลิกทางกรรมาธิการสอบถามแล้ว ผมไม่มั่นใจครับ ต้องเรียนว่าไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าท่านจะยกเลิก ก็เรียนถามว่าทำไมท่าน ไม่เดินหน้ายกเลิก ทั้งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับปากในรัฐสภา วันแถลงนโยบายเป็นสัญญาประชาคมแล้ว ถ้าหากไม่ทำ นี่เกรงว่าจะเป็นการบิดเบือน คำมั่นสัญญาที่มีไว้ต่อรัฐสภาและประชาชน ก็ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบ ให้กับสภาแห่งนี้และสื่อไปยังพี่น้องประชาชนด้วยครับว่าท่านจะได้กรุณายกเลิกประกาศ ที่ทำความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกรตรงนี้ได้หรือไม่ เป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ซึ่งมาตอบ กระทู้ถามแทน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านวรวัจน์นะครับ ทราบดีแล้วก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องที่ปลูกข้าวโพด จากคำถามที่ ๑ ที่ท่านถามมาผมก็ได้มีโอกาสคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการ เรื่องการยกเลิก ประกาศ เราจะประกาศยกเลิกทันทีทันใดเหมือนกับว่าเราไม่มีอะไรมาควบคุมเลย แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการ รวมถึงอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ก็อยู่ระหว่างการเสนอปรับปรุง และแก้ไขประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวกับพืชหรือพาหะเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งจะไม่ใช่การแก้ไขเฉพาะฉบับที่ ๑๐ อย่างเดียว จะรวมไปถึงฉบับที่ ๕ ฉบับที่ ๘ ฉบับที่ ๑๐ และฉบับที่ ๑๑ ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันรวมถึงการนำเข้าข้าวโพด ทั้ง Non จีเอ็มโอและจีเอ็มโอให้มีความชัดเจนในข้อกฎหมายและวิชาการ ทั้งด้าน สุขอนามัยพืชและความปลอดภัยทางชีวภาพ เนื่องจากประกาศดังกล่าวนั้นถูกใช้ เป็นระยะนานพอสมควรแล้ว ซึ่งประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขก็จะมีประเด็น นอกเหนือจากประเด็นของพืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมด้วยครับ ขอบคุณ สำหรับคำถามที่ ๑ ครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านวรวัจน์ถามต่อครับ🔗
ท่านประธานครับ ต้องบอกว่าผิดหวังครับ ถ้าเป็นผมนี่นะครับ ทราบว่าประกาศฉบับนี้ขัดต่อ พ.ร.บ. ขัดกฎหมาย ท่านขัดจริยธรรม ทางการเมือง ท่านทำผิดกฎหมายอยู่ ท่านกำลังจะทำผิดกฎหมายต่อไป ถ้าท่านไม่แก้ไข ผมจะยื่นเรื่องนี้ต่อ ป.ป.ช. ต่อศาลปกครองให้ยกเลิก ยื่นต่อประธานสภา เพื่อยื่นไป ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อถอดถอนแล้วก็ดำเนินการ ป.ป.ช. ทุกอย่างเพื่อให้ท่านยกเลิกให้ได้ เพราะสิ่งนี้ครับ ข้าวโพดกำลังจะออก ข้าวกำลังจะออก พืชผลเกษตรกรพี่น้องกำลัง จะออกหมด ท่านยังปล่อยให้ประกาศฉบับนี้เดินอยู่นะครับ🔗
คำถามที่ ๒ เลยนะครับ ท่านทราบไหมครับว่า ๑๕ ปีที่ผ่านมา เกษตรกร พี่น้องคนไทยเสียหายไปกว่า ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเงินไหลออกไปต่างประเทศมากมาย มหาศาล ราคาสินค้าเกษตรลดลงเราต้องเอาเงินไปทำโครงการประกันราคาพืชผล จำนำข้าว ประกันราคาข้าว ตรงนั้นไม่ต่ำกว่า ๑.๒ ล้านล้านบาท ทุกรัฐบาลเดือดร้อนหมดครับ พี่น้องเกษตรกรลำบากมาก ท่านไม่เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ท่านยังไม่ยอม ยกเลิกอีก ผมเสียใจครับ ผมเรียนถามท่านต่อเลยครับ ท่านคิดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น จากประกาศฉบับนี้ ที่มากกว่า ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะรับผิดชอบต่อพี่น้องเกษตรกรไทย ซึ่งเงินตรงนี้ควรจะอยู่ในกระเป๋าของเขา ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น แต่กลับถูกบ่อนทำลายไปอยู่ที่ ทุนต่าง ๆ หมด แล้วก็ประเทศต้องใช้เงินที่ไปรับประกันราคาพืชผลมากกว่า ๑.๒ ล้านล้านบาท ความเสียหายตรงนี้มหาศาลเลยครับ ท่านจะรับผิดชอบตรงนี้อย่างไรกับพี่น้องเกษตรกร ที่เสียหายในเรื่องนี้ไป พี่น้องเกษตรกรเป็นหนี้เป็นสินอยู่ ท่านเป็นผู้แทนราษฎร ถ้าท่านไม่แก้ไขให้พี่น้องเกษตรกรท่านมาเป็นผู้แทนราษฎร ท่านไปเป็นรัฐมนตรีทำไมครับ ผมไม่เห็นด้วย อันนี้ต้องฝากเรียนท่านรัฐมนตรีไปถึงรัฐบาลด้วย เรื่องนี้เป็นชีวิตความเป็นอยู่ และเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ขออนุญาตเป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม อามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ก็มาถึงคำถามที่ ๒ ที่ท่านวรวัจน์ได้โปรดเมตตาถาม ก็ต้องบอกว่ากรมวิชาการเกษตร ภายใต้การกำกับของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรากำลังดำเนินการในการแก้ไข เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งการแก้ไขต้องใช้ระยะเวลา ไม่ว่าจะเป็น ๑ ปีเหลือ ๑ ปีครึ่ง ซึ่งมีการดำเนินการ ขั้นตอนในการดำเนินการ🔗
ขั้นตอนที่ ๑ ก็ต้องมีการดำเนินการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชในการจัดทำ ร่างประกาศ🔗
ขั้นตอนที่ ๒ ก็ต้องเสนออนุกรรมการด้านการนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อการค้า เพื่อพิจารณากิจการ และคณะกรรมการกักกันพืช🔗
ขั้นตอนที่ ๓ ก็ต้องแจ้งเวียนร่างประกาศให้ประเทศสมาชิกองค์การค้าโลก หรือ World Trade Organization WTO เพื่อทำการพิจารณานะครับ🔗
ขั้นตอนที่ ๔ ขั้นตอนสุดท้ายก็เป็นขั้นตอนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะต้องลงนามในประกาศ ซึ่งเข้าใจดีว่าพี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบ ตลอดระยะเวลา ๑๕ ปีมา ก็มีความเสียหายมากมายที่เกิดขึ้น ก็ยังคงยืนยันคำเดิม ว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตรก็กำลังดำเนินการ ในการปรับปรุงร่างนะครับ ขอบคุณมากสำหรับคำถามครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี ไม่ได้ตอบด้วยครับ ไม่ได้ตอบว่าจะดูแลพี่น้องประชาชน แล้วจะชดเชยประเด็นนี้อย่างไร ท่านก็บอกว่าท่านไม่ยกเลิก ท่านกล้ากระทำผิดกฎหมายหรือครับ ท่านทราบใช่ไหมว่า ประกาศฉบับนี้มันขัดต่อ พ.ร.บ. กฎหมายแม่ ห้ามให้วิจัยทดลองเท่านั้น ท่านเอาเข้า เพื่ออุตสาหกรรมเป็นล็อตใหญ่เข้ามา ผมสอบถามในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์แล้ว กระบวนการควบคุมอะไรอ่อนมาก ไม่เป็นไปตามขั้นตอน ไม่เป็นไปตามวิธีการเลย ตรงนี้คือ จุดอ่อนเป็นช่องโหว่ที่ท่านปล่อยไว้ วันนี้สอบถามท่านเดินหน้ายกเลิกท่านก็ไม่ครับ พูดอย่างนี้คือท่านกล้าทำผิดกฎหมายต่อนะครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมไม่มั่นใจ ผมไม่เข้าใจ แล้วท่านก็ไม่ได้ตอบผมด้วยว่าความเสียหายเหล่านี้ที่เกิดขึ้นที่รัฐบาลทำไว้จะแก้ไข ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนอย่างไร ผมถามเป็นคำถามที่ ๓ ก็ได้ครับ เพราะผมรู้ว่าท่านไม่ยอมตอบ ตอนแรกผมเข้าใจว่าท่านจะยกเลิก ผมก็จะถามคำถามเพื่อช่วยท่าน ผมตั้งคำถามไว้ว่ารัฐบาล จะยกเลิกประกาศฉบับที่ ๑๐/๒๕๕๓ ทันทีใช่หรือไม่ แต่ปรากฏว่าฟังแล้วท่านไม่ ท่านยังต้องปล่อยให้มีการนำเข้า มีการเอาพืชผลต่างประเทศเอามาทำลายเกษตรกรไทย ผมต้องเรียนว่าตกลงท่านไม่ยกเลิกใช่ไหมครับ แล้วท่านทำเช่นนี้เป็นการปกป้องทุนที่เขา เอาพืชจีเอ็มโอที่ขัดต่อกฎหมายเข้ามาภายในประเทศไทย ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ทำให้พี่น้องเกษตรเดือดร้อน เช่นนี้ท่านเห็นแก่ทุนใหญ่มากกว่าพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศใช่หรือไม่ครับ ขออนุญาตเป็นคำถามที่ ๓ ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับคำถามสุดท้าย เชิญตอบครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ อามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ก็ต้องบอกว่าการนำเข้าโดยเฉพาะเรื่องของข้าวโพดที่ท่านวรวัจน์กรุณาถาม ต้องเข้าใจว่าเนื่องจากผลผลิตในประเทศไม่เพียงพอ ซึ่ง พ.ร.บ. กักพืช พุทธศักราช ๒๕๐๗ กฎหมายที่เกี่ยวข้องยังคงบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ไม่มีการอนุญาตนำเข้าพืชดัดแปลง พันธุกรรมมาเพาะปลูกเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย แต่กำลังการผลิตในประเทศไทยไม่เพียงพอ จำเป็นต้องรักษาซึ่งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ต้องใช้ แล้วต้องนำเรียนว่าในปีหน้า อีกเดือนสองเดือนที่ผลผลิตกำลังจะออก เนื่องจากวาระการประชุมเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดสัตว์เลี้ยงหรือ นบขพ. ปี ๒๕๖๙ คณะกรรมการได้พิจารณาแนวทางการนำเข้าข้าวโพดสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศ ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียนหรือ AFTA ได้มีการกำหนดราคาขึ้น โดยการให้โรงงานต้องรับซื้อสินค้าในประเทศก่อน ข้าวโพดทุกเม็ดต้องถูกรับซื้อโดยรัฐบาล ซึ่งได้มีการกำหนดให้โรงงานอาหารสัตว์ทุกชนิดเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความชื้น ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ในราคา ๙.๘๐ บาทต่อกิโลกรัม และให้ผู้รวบรวมพื้นที่รับซื้อข้าวโพด ที่มีความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์จากเกษตรกรในราคา ๗.๕ บาทต่อกิโลกรัม กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ต้องยังคงบอกว่าให้คำมั่นสัญญาจะควบคุมและตรวจสอบทุก ๆ สหกรณ์ ให้ได้ราคาตามที่ นบขพ. ได้คุยไว้ ต้องขอบคุณสำหรับคำถามที่ท่านวรวัจน์ได้โปรดเมตตา ถามนะครับ ผมต้องบอกเลยว่าผมชื่นชมจริง ๆ ผมมีโอกาสได้ดูท่านอภิปรายนโยบาย ในวันที่ผ่านมา มีการนำใช้เทคโนโลยีเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็น Gemini และ ChatGPT ก็ชื่นชมจริง ๆ ว่าท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ แล้วก็ เมื่อสักครู่ก็ได้รับคำชมจากท่านอธิบดีกรมวิชาการเกษตรก็บอกว่าท่านก็มีความสามารถ แล้วก็เก่งในเรื่องนี้จริง ๆ ต้องขอขอบคุณทั้ง ๓ คำถาม แล้วผมให้คำมั่นสัญญาว่าจะรับลูกต่อ แล้วก็จะนำไปปรึกษาหารือกับท่านรัฐมนตรีว่าการและหารือในการออกประกาศต่อ ๆ ไป ในอนาคตครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ฟังทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วนะครับ🔗
ขออนุญาตปิดท้ายครับ ขอฝากไว้ครับ🔗
ฝากข้อ นะครับ🔗
ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ต้องเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เป็นสิ่งที่พวกเราที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราห่วงใยพี่น้องเกษตรกร เรื่องนี้เรื่องเดียวตัดวงจร อย่างข้าวโพด กลุ่มคาร์โบไฮเดรตนี่ขาดแคลนแต่เรากำลังนำจากต่างชาติเข้ามาทำลายฐานของ พี่น้องเกษตรกร จริง ๆ ตอนที่ท่านธรรมนัสคุยกับผม ผมยังเข้าใจว่าคำตอบคือบอกว่า จะเดินหน้ายกเลิก แล้วก็ทำได้ด้วย แล้วมันผิดกฎหมายไม่ควรทำต่อ แล้วมันเสียหาย เราก็จะดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร แต่วันนี้คำตอบมานี่ผิดหวัง แล้วผมไม่อยากเชื่อเลยว่า คำตอบนี้เป็นคำตอบที่ท่านเตรียมมาตอบ เพราะว่าผมว่าพี่น้องคนไทยและพี่น้องเกษตรกร ทั้งประเทศที่อาจจะรับชม รับฟังวันนี้ผิดหวังและเสียใจมาก ผมนำเรียนท่านรัฐมนตรีตอบผม ถ้าท่านไม่ดำเนินการยกเลิกทันที ท่านยังปล่อยให้นำเข้ามา ท่านบอกว่าห่วงอาหารสัตว์ ขาดแคลน จำไว้เลยจะไม่มีพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องคนไทยไว้วางใจให้ท่านเป็น สส. และเป็นรัฐบาลต่อไปอีกเลย ไม่มีทาง ถ้าท่านไม่ดำเนินการ ขอบคุณครับ🔗
เป็นข้อสังเกต พอดีท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งฟังอยู่ ขอบคุณครับ กระทู้ถามสดที่ ๒ ขอบคุณ ผู้ถามและผู้ตอบ ขอบคุณรัฐมนตรีครับ🔗
ก่อนที่เขาสู่กระทู้ถามที่ ๓ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู บุคลากร ทางการศึกษาและนักเรียนโรงเรียนบ้านดาฮง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส จำนวน ๔๙ คน มาฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับทุกท่าน ขอบคุณมาก นะครับ เชิญนั่งครับ🔗
๓. นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านมีเวลาฝ่ายละ ๑๕ นาที รวมแล้ว ๓๐ นาที ขอเชิญท่านผู้ถาม คุณปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคประชาชน ท่านประธาน วันนี้เป็นโอกาสดีที่ผมได้มาถาม ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็อยู่ด้วย ซึ่งกำกับดูแล รฟม. หวังว่าผมจะได้คำตอบอย่างตรงไปตรงมา ผมขอเข้าเรื่องเลย ผมเองได้ติดตามข่าว ที่ท่านนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ด้วยตนเองอยู่หลายครั้ง ณ จุดเกิดเหตุที่ถูกจับจ้องและ สร้างความหวาดกลัวให้กับคนไทย เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่หลุมขนาดใหญ่อย่างเดียวครับ แต่เป็น การถล่มของความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อโครงการรัฐบาล วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือหลุมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย มีความลึก กว่า ๕๐ เมตร กว้าง ๓๐ เมตร คูณ ๓๐ เมตร ที่ไม่ได้กลืนกินเพียงแค่ถนน แต่กลืนกิน ความรู้สึก ความปลอดภัยในการใช้ชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ โชคดีแค่ไหนที่เราไม่เกิด การสูญเสียในครั้งนี้ แต่ครั้งหน้าโชคอาจจะไม่ได้อยู่ข้างเรา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ครั้งนี้คือประชาชนรู้สึกหวาดผวา ไม่กล้าใช้ถนนเส้นนี้และถนนจุดอื่น ๆ โดยเฉพาะ จุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ผู้ป่วยและบุคลากรในโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเป็นหมื่นคน ได้รับผลกระทบต่อการเข้าถึงการรักษาและการเดินทาง การสัญจร ชุมชนบ้านพักอาศัย รวมถึงร้านค้าต้องสูญเสียรายได้และเกิดความกังวล เรื่องความปลอดภัยของตนเอง อยู่ตลอดเวลา น้ำประปาหยุดไหล กระทบกับประชาชนในพื้นที่เป็น ๑๐ ชุมชนเลย ท่านนายกรัฐมนตรีก็น่าจะทราบอยู่ ผมเองลงพื้นที่อยู่หลายครั้ง คนได้รับผลกระทบเป็นหมื่น ไม่มีน้ำใช้เป็นเวลา ๑-๒ วัน การจราจรใจกลางเมืองมีความปั่นป่วน เสียเวลา เศรษฐกิจเสียหาย อย่างซ้ำซ้อน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางวิศวกรรมธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนภัย ต่อโครงการของรัฐระดับใหญ่ ที่ใช้งบประมาณนับหมื่นล้านบาท ผมขอเรียนต่อท่านประธานสภา เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เอามาพูดลอย ๆ สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้เสนอความเป็นไปได้ของสาเหตุของการถล่มลงมา ความเป็นไปได้ที่ ๑ เกิดจากการที่ ดินรองรับอุโมงค์บนและอุโมงค์ล่างไหลเข้าไปในอุโมงค์ล่าง เพราะมีปัญหาเรื่องจุดเชื่อมต่อ ทำให้อุโมงค์ชั้นบนสูญเสียชั้นดินที่รองรับจึงอาจจะถล่มลงมา ความเป็นไปได้ที่ ๒ ดินรองรับอุโมงค์บนและอุโมงค์ล่างสูญเสียกำลังในการรับน้ำหนัก เกิดการกลายสภาพ เป็นของเหลวทำให้ดินอ่อนตัวจนไม่สามารถค้ำอุโมงค์ได้ ส่งผลให้อุโมงค์บนถล่มลงมา ทับอุโมงค์ล่าง ความเป็นไปได้ที่ ๓ ขอรูปด้วยครับ🔗
เชิญทุกท่านดูรูปครับ อันนี้เขาเรียกตัว Wedge มันเป็น Ring และมีองค์ประกอบ ๖ ตัว ตัวหลักที่ผมได้วงไว้ อันนั้นเขาเรียก Key Wedge ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการรองรับน้ำหนักหรือว่า มันจะเกิดจากความบกพร่องของโครงสร้างอุโมงค์ เนื่องจากอุโมงค์ถูกประกอบไปด้วย ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ผมให้ดูเขาเรียกว่า Wedge ต่อกันเป็นวงกลมหลาย ๆ ชั้น มีรอยต่อ เป็นจำนวนมาก หากเพียงแค่ชิ้นใดชิ้นหนึ่งมีการชำรุดก็อาจทำให้ทั้งโครงสร้างพังถล่มลงมา ทั้งระบบได้ ทั้งหมดทั้งมวลไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตามถ้าโครงสร้างหลักอุโมงค์สร้างเสร็จ และได้มาตรฐาน ต่อให้ฝนตกหนักเท่าไร หรือต่อให้น้ำจากท่อประปาแตก ก็ไม่ควรที่จะ มีดินถล่มลงมาขนาดนี้ครับ รัฐบาลมีหน้าที่ในการตามล่าหาความจริงนั้น มาเปิดเผย ต่อสาธารณะโดยเร็วที่สุด เพราะตราบใดที่รัฐบาลยังหาสาเหตุไม่เจอ ท่านก็จะไม่มีวัน สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เลย และท่านก็จะไม่สามารถป้องกันให้เหตุนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำได้อีก ในอนาคต แล้วประชาชนจะมีความเชื่อมั่นต่อโครงการของรัฐได้อย่างไร สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่ากรณีนี้อาจจะแย่กว่ากรณีตึกถล่มของ สตง. อีก เพราะสำหรับผมแล้วการถล่มของตึก สตง. เรายังทราบเหตุผลที่ชัดเจนว่าได้รับผลกระทบ ของแผ่นดินไหว อย่างน้อยเรารู้ที่มาครับ แต่กรณีนี้ รฟม. ก็ได้ออกมาชี้แจงในสื่อต่าง ๆ ว่าโครงสร้างหลักของอุโมงค์ได้สร้างเสร็จมาหลายเดือนแล้ว และมีการเปิดให้ใช้ถนน ในการสัญจรให้รถได้วิ่งในเส้นถนนนี้ทุกวันเป็นจำนวนมาก นั่นแปลว่าหน่วยงานที่ท่านกำกับ ดูแลเชื่อว่าอุโมงค์โครงสร้างหลักนี้มีความปลอดภัย ได้รับมาตรฐานที่ดี ผมขออนุญาต คำถามชุดแรกที่ผมจะถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ มาตรการการแก้ไข ท่านจะคืน ผิวถนนที่มีคุณภาพ ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นและท่านจะทำเสร็จเมื่อไร รวมถึงการซ่อมอุโมงค์ครับ🔗
คำถามที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องมาตรการการเยียวยา ท่านจะช่วยเหลือและเยียวยา ประชาชนอย่างไร ทั้งผู้ประกอบการที่สูญเสียรายได้ ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณ รอบข้าง ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ หมอ ที่มารับยาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร🔗
คำถามถัดไปเกี่ยวกับเรื่องมาตรการการป้องกัน รัฐบาลมีมาตรการเชิงรุก ในการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้น สำหรับการก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่ดำเนินการอยู่ไม่ว่าจะเป็นสายสีม่วงหรือสายสีส้ม รวมถึงท่านจะยกระดับมาตรฐาน การก่อสร้างที่มีความเสี่ยงลักษณะนี้อย่างไร ผมฝากคำถาม ๓ คำถามก่อนครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่าน สส. ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส. กทม. เขต ๑ ซึ่งน่าจะเป็น สส. ที่อยู่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ นำความเสียใจและผิดหวังมาให้ตัวผม ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่กำลังจะนำคณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ในเย็นวันนั้น อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุขึ้น และผมก็ได้รับรายงาน ก็ได้ลงไปในที่เกิดเหตุทันที ณ ขณะนี้ความเสียหายเกิดขึ้น ที่บริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลและสถานีตำรวจนครบาลสามเสน สิ่งที่ท่าน สส. ปารเมศได้อภิปรายมานั้น ทางผมได้รับทราบสาเหตุแล้ว และเมื่อได้เข้ามา ปฏิบัติหน้าที่หลังจากวันนั้นก็ได้เร่งสั่งการให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้ ทราบสาเหตุที่แม่นยำ และขอให้มีการรายงานผลการตรวจสอบมายังผมในทุกสัปดาห์ ซึ่งการตรวจสอบนี้ผมได้เน้นย้ำไป ต้องขอบคุณท่าน สส. ที่ได้กล่าวถึงกรณีเหตุของตึก สตง. ด้วย ในเรื่องนี้ก็คือมันมีความไม่สมบูรณ์ทางวิศวกรรมอย่างแน่นอน ซึ่งผมก็ใช้หลักเดียวกัน กับกรณีที่เป็นตึก สตง. ที่เกิดเหตุจากแผ่นดินไหว ซึ่งขณะนั้นผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยอยู่ ผมก็ได้เร่งให้จัดตั้งคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการก็จะต้องประกอบ ไปด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านวิศวกรรม พื้นฐานก็แน่นอนจะต้องมีผู้แทนจากสภาวิศวกร จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ตลอดจนผู้ที่เชี่ยวชาญ แล้วก็ตัวแทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ในกรณีนี้เหตุเกิดที่ กรุงเทพมหานครผมก็จะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เชิญผู้แทน จากกรุงเทพมหานครมาร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนี้ด้วย ซึ่งผมมั่นใจ ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องทางวิศวกรรมศาสตร์ เราจะต้องพบจุดบกพร่องแล้วก็นำมาชี้แจง ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ตลอดจนหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ในอนาคต อย่างแน่นอนนะครับ🔗
สำหรับคำถาม สส. ปารเมศ ได้กรุณาถามมา ๓ ข้อ ซ่อมถนนเสร็จเมื่อไร แล้วเสร็จแล้วจะซ่อมอุโมงค์ต่ออย่างไร ข้อที่ ๒ ก็คือจะมีการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่เสียหาย อย่างไร แล้วก็ข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องของการป้องกัน จะขออนุญาตตอบทั้ง ๓ ข้อ ในวาระเดียวกันนี้ การแก้ปัญหาในพื้นที่นั้นขณะนี้ทาง รฟม. ก็ได้เร่งรัดดำเนินการเพื่อคืนสภาพพื้นที่ในบริเวณ ที่เกิดเหตุดังกล่าวให้แก่พี่น้องประชาชนผู้สัญจรทั่วไป ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่พักอาศัย และใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณนั้น และที่สำคัญก็คือต้องให้ความดูแลอย่างเต็มที่แก่ผู้ป่วย บุคลากร ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลแล้วก็ทำงานอยู่ในบริเวณโรงพยาบาล วชิรพยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้ใช้อาคารของสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ซึ่งอยู่ ๒ ข้างถนนของที่เกิดเหตุเลย ทาง รฟม. ได้ให้ความมั่นใจมาว่าการคืนสภาพผิวจราจร บนถนนสามเสนจำนวน ๒ ช่องจราจรจะใช้ได้ในวันที่ ๙ ตุลาคม หรือวันพฤหัสบดีหน้า ที่จะถึงนี้ โดยในระหว่างการดำเนินการแก้ปัญหาและคืนสภาพพื้นที่นี้เราจะมีการติดตั้ง เครื่องมือตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคาร และจัดเจ้าหน้าที่ให้มีการเฝ้าสังเกตการณ์ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ขั้นตอนในการคืนพื้นผิวถนนตั้งแต่วันที่เกิดเหตุเป็นต้นมา หลังจากที่ เราหยุดการไหลของน้ำได้เราก็มีการถมถุงทรายลงบริเวณช่องเปิดบนหลังคาอุโมงค์ เพื่อปิดรอยรั่วของอุโมงค์ จากนั้นเราก็มีการเทคอนกรีตลงปิดตรงจุดที่อุโมงค์เขาแยกออก อุโมงค์ก็คือช่วงที่แยกก็คือช่วงที่เป็นอุโมงค์และสถานีช่วงรอยต่อ โดยทำการเทเป็นช่วง ๆ เพื่อลดน้ำหนักที่จะกระทบกับหลุมป้องกันการพังทลายของดินด้านข้างเพิ่มเติม ความหนา ของชั้นคอนกรีตก็ประมาณ ๕ เมตร และเป็นการปิดตำแหน่งที่ชำรุดของอุโมงค์เพื่อไม่ให้ มีการรั่ว ของน้ำผ่านเข้าไปได้อีกนะครับ แล้วหลังจากนั้นเราก็มีการฉีดพ่นคอนกรีต ที่เขาเรียกว่าเป็น Shotcrete เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ดินบริเวณรอบข้างพังทลายลงมาอีก และเป็นการ Clear พื้นที่ด้วย ซึ่งในส่วนนี้ก็ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว โดยมีการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางทั้งหลายซากปรักหักพังจากการถล่มยุบตัวของถนนออกไป จากบริเวณที่เกิดเหตุ ณ ขณะนี้ในการเตรียมการคืนพื้นที่ผิวการจราจรกลับคืนมานั้น ตอนนี้เราก็หยุดการเคลื่อนตัวการสไลด์ของดินเป็นที่เรียบร้อย เราก็จะต้อง Backfill ก็คือ ต้องถมทรายขึ้นมาตามจำนวนที่ท่านว่าประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคิว และหลังจากนั้นก็จะเติม ด้วยหินคลุกเพื่อให้มีความแน่นหนา และหลังจากนั้นก็จะทำการลาดยาง ปูแอสฟัลต์คืนถนน เพื่อคืนพื้นผิวการจราจรให้กับผู้สัญจรต่อไปและทาง รฟม. ก็ยังได้ประสานและได้รับความร่วมมือ ที่ดีมากจากทางกรุงเทพมหานคร ในการให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและ Scan โพรงใต้ดินที่เกิดเหตุ เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์และลดความเสี่ยงที่จะเป็นอันตราย ต่อพี่น้องประชาชน ในขณะที่คณะกรรมการกำลังตรวจสอบหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้น ผมได้รับการยืนยันจากทาง รฟม. และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมซึ่งท่านก็ได้ลงไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุทันทีที่ท่านได้รับตำแหน่งและได้ถวายสัตย์แล้ว ท่านปฏิบัติงานได้ ท่านก็ให้ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ให้ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานการก่อสร้างที่เป็นที่ยอมรับ ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม ซึ่งเราก็ได้รับการยืนยันมาว่าทุกอย่างนี้ได้ดำเนินการด้วยมาตรฐานตามหลักวิชาการ เพื่อให้ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างและเน้นในเรื่องของความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้ตอกย้ำถึงสิ่งที่เราจะต้องไปหาสาเหตุ ซึ่งผมจะติดตาม การสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุนี้ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด โดยใช้กลไกร่วมกัน เราไม่ใช่ ปล่อยให้ รฟม. เป็นคนหาสาเหตุฝ่ายเดียว เพราะตอนนี้ รฟม. ต้องถือว่าเป็นผู้ที่รับผิดชอบ ต่อโครงการ ส่วนของผมในส่วนที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยนั้นผมก็จะขอให้ทาง กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เป็นผู้ที่ประสานงานกับทางสภาวิศวกรแล้วก็หน่วยงานวิชาชีพ เพื่อจะหาสาเหตุที่เกิดขึ้น แล้วก็หาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปนะครับ🔗
เรื่องการซ่อมอุโมงค์ทำอย่างไรนั้น ก็เมื่อมีการคืนพื้นผิวจราจรขึ้นมาแล้ว ข้างบนรถก็วิ่งสัญจรไปมา ที่บอกว่าคืนมา ๒ เลนนั้นท่านก็อย่าเพิ่งไปกังวลว่ามันมีอยู่ ๓ เลน ๔ เลน ทำไมคืน ๒ เลน เพราะขณะนี้พื้นผิวตรงนั้นก็กำลังก่อสร้างในเรื่องของ การรื้อย้ายระบบสายไฟฟ้า รื้อย้ายระบบการจ่ายประปา เพราะฉะนั้นก่อนเกิดเหตุมันก็วิ่งอยู่ ๒ เลนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจะเร่งคืนพื้นผิวการจราจรโดยด่วนก่อน และขณะเดียวกัน ทางผู้รับจ้างก็จะต้องทำการซ่อมอุโมงค์ทั้ง ๒ ชั้น ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และ มีความปลอดภัยตามสัญญาต่อไป🔗
ในเรื่องของการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้อง ผมได้กำชับให้ทางกระทรวงคมนาคม แล้วก็กำชับกับทางผู้ว่าการ รฟม. ด้วยตัวเองว่าถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ระบุอยู่ในสัญญา การก่อสร้างว่าจะต้องมีการเยียวยาอย่างไร แต่ถ้ามีเหตุอันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นเหตุที่มีนัยสำคัญนะครับ ทางกระทรวงคมนาคมและ รฟม. ก็จะต้องหารือ ผมจะไม่ใช้คำว่าเจรจาด้วย จะต้องหารือและสั่งการให้ผู้รับจ้างได้ดำเนินการชดใช้ ช่วยเหลือ สนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างเต็มที่ ผมเน้นนะครับ อย่างเต็มที่นะครับ และการเยียวยานี้ก็จะต้องรวมไปถึงโอกาสของผู้ที่ทำมาหากินแล้วก็สูญเสียโอกาสในการที่จะ สร้างรายได้ในช่วงที่มันเกิดเหตุ อย่างไรก็มีผลกระทบแน่นอน ทางผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ ในเรื่องเหล่านี้อย่างเต็มที่ แล้วผมก็จะถือว่าเป็นเคพีไอ เป็นความสามารถของการรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยหรือ รฟม. ในการที่จะสั่งการให้ทางผู้รับจ้างได้ดำเนินการ เยียวยา ดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างเต็มที่🔗
ส่วนเรื่องมาตรการป้องกันก็อย่างที่เรียนครับ ณ ขณะนี้ทางกระทรวง คมนาคมก็จะได้มีการเร่งจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ แล้วจะต้องนำผลของ การสอบสวนนี้มาศึกษา มาหาทางวิเคราะห์ แล้วก็หาดูว่าความบกพร่องหรือความผิดพลาดนี้ มันอยู่ตรงไหน แล้วจะต้องพูดง่าย ๆ ก็คือจะต้องมีการออกมาตรการการดำเนินการก่อสร้างใหม่ ขึ้นมา ถ้าพบว่ามันมีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากเทคนิคก็ต้องสร้าง Methods of Construction ใหม่ขึ้นมา แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจากความสะเพร่าเลินเล่อของผู้รับจ้าง ตรงนี้ผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบอย่างเต็มที่ ไม่มีการละเว้น ผมมั่นใจว่าในเรื่องของความเสียหายหรือการกระทำที่ ผิดพลาดนั้น มันถูกระบุอยู่ในสัญญาอย่างแน่นอนว่าผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการให้ถูกต้อง ตามหลักวิศวกรรม แล้วก็ต้องดำเนินการตาม Design ตามแบบก่อสร้างอย่างเคร่งครัด🔗
ดังนั้นผมจึงอยากจะขอกราบเรียนให้มั่นใจอีกครั้งว่าผมจะติดตามเรื่องนี้ ด้วยตัวเอง เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันจากกรณีตึก สตง. ซึ่งในขณะนั้นผมดำรงตำแหน่ง มท. ๑ อยู่ และผมใช้เวลาทุกสัปดาห์จะเชิญคณะกรรมการ สืบสวนสอบสวนเหล่านี้ที่ประกอบไปด้วยบุคลากรดังกล่าวเข้ามาแล้วก็ให้ความรู้ผม ตลอดเวลา และผมมั่นใจว่าเราจะหาสาเหตุนี้ได้ ในเบื้องต้นผมขออนุญาตตอบคำถาม ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน เขต ๑ กทม. ท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ แต่เพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านปารเมศยังมีไหม เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมยังเหลืออีกพอสมควรเลยครับ ถ้าหากว่าผมมีคำถาม ผมขอความกรุณาท่านประธานครับ ได้เพิ่มเวลาให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบ เพราะผมมีอีกชุดคำตอบหนึ่งที่เป็นที่จับจ้อง โดยสังคมนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้ตอบข้อสงสัยคำถาม ชุดแรกและผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการตรวจสอบที่กระทรวงคมนาคมจะตั้งมานั้น มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ท่านต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อมาปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ ไม่ใช่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนายทุน อันนี้ต้องขออนุญาตฝากท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ🔗
ประเด็นถัดไปที่ผมกำลังจะตั้งคำถามเป็นประเด็นที่สังคมจับตาไม่แพ้กัน รัฐบาลจะตรวจสอบเหตุการณ์นี้ได้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาหรือไม่ เพราะเป็น ที่ทราบกันเชิงประจักษ์ครับว่าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในส่วนนี้ มีผู้รับจ้างคือกลุ่มกิจการ ร่วมค้า ช.การช่าง ซิโน-ไทย เป็นผู้รับจ้างงานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ สิ่งที่ทำให้ ประชาชนมีความกังขาถึงความโปร่งใสในเหตุการณ์นี้ คือความเกี่ยวพันทางการเมือง ที่ไม่อาจปฏิเสธได้และเป็นที่ทราบกันดีว่าท่านนายกรัฐมนตรีเคยเป็นอดีตผู้บริหาร บริษัท ซิโน-ไทย ผมได้ดูคลิปที่นักข่าวพยายามถามถึงประเด็นนี้ต่อท่านนายกรัฐมนตรี แต่คำตอบที่ได้คือการเดินหายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นผมคิดว่าไม่แปลก ที่ประชาชนจะตั้งคำถาม ในเรื่องของการตรวจสอบที่โปร่งใสหรือไม่ ดังนั้นผมขอถามให้ชัดเจนอีกสักครั้ง เป็นคำถาม ตัวโต ๆ เลยที่สังคมอยากฟังคำตอบจากตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง คือ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี เคยมีอดีตที่เชื่อมโยงกับบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าการสอบสวนครั้งนี้จะโปร่งใส ไม่ถูกบิดเบือน และจะไม่ให้ความรับผิดชอบหายไป กับหลุมที่ยุบไป เรามีตัวอย่างจากประเทศที่ชัดเจน เหตุการณ์ที่สะท้อนการลงโทษผู้รับเหมา ในโครงการของรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างรุนแรง คือกรณีอุโมงค์ซาซาโกะ ถล่มในปี ๒๐๑๒ การสอบสวนนำไปสู่การเรียกร้องค่าเสียหาย การดำเนินคดีอาญาและการที่บริษัท ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นถูก Blacklist ระงับสิทธิในการรับโครงการจากภาครัฐ เป็นการแสดง ความรับผิดชอบต่อความประมาทเลินเล่อที่เกิดขึ้นที่ส่งผลต่อสาธารณะ แต่ประเทศไทย ในวันนี้เรามีหลุมยักษ์อยู่ใจกลางกรุงเทพ แต่ประชาชนกลับยังไม่ได้ยินสักคำ คำยืนยัน หนักแน่นจากท่านนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลจะสอบสวนและเอาผิดผู้รับเหมา หากมีความผิด อยู่จริง เพราะฉะนั้นผมขอเน้นย้ำคำถามอีกสักครั้งหนึ่งและอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตอบอย่างชัดเจนและให้คำมั่นสัญญา🔗
คำถามของผม หากท่านนายกรัฐมนตรีตรวจสอบแล้วว่าพบความบกพร่อง ของการก่อสร้างหรือการออกแบบ จะมีการดำเนินคดีและเรียกค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างไร จะมีการพิจารณา Blacklist หรือระงับการรับงาน โครงการภาครัฐในอนาคตหรือไม่🔗
คำถามที่ ๒ สัญญารัฐจะมีค่าปรับอย่างไร ถ้าการส่งมอบช้ากว่ากำหนด หากพบว่า เป็นความผิดพลาดทางวิศวกรรมที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะอย่างร้ายแรงครั้งนี้🔗
คำถามที่ ๓ ท่านจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดข้อครหาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ครั้งนี้ ท่านจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่มีสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญจากประชาชนมากน้อย แค่ไหน เพราะนี่จะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและกระบวนการในการตรวจสอบเหตุการณ์ อุบัติเหตุครั้งใหญ่ครั้งนี้ต่อประชาชน ผมหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะสามารถตอบ ๓ คำถามนี้ให้ประชาชนที่รอฟังอยู่ ได้รับคำตอบที่กระจ่างและชัดเจน ผมขออนุญาต ถามเท่านี้ก่อนครับ🔗
ท่านนายกรัฐมนตรีมีเวลาตอบอีกเล็กน้อย แต่ว่าเนื่องจากเป็นคำถามที่สำคัญ ก็จะอนุญาต ให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านปารเมศได้ถามทั้ง ๓ ข้อ ก็ใช้เวลา ของท่านด้วย ก็ให้นายกรัฐมนตรีตอบเพื่อความชัดเจน อนุญาตให้ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบได้ครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขออนุญาต ตอบคำถามรอบที่ ๒ ของท่าน สส. กทม. ดังนี้ ที่ท่านบอกว่าผมได้รับคำถามจากผู้สื่อข่าว เกี่ยวกับเรื่องของความเกี่ยวพันกับตัวผมและผู้รับจ้างนั้น แล้วผมเดินไม่ตอบก็เพราะว่า ผมทราบดีว่าวันหนึ่งผมจะต้องมาตอบตรงนี้และผมก็ต้องการตอบทีเดียว คือ ผมอยู่ใน การเมืองมา มาเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ นับถึงวันนี้ก็ ๒๑ ปี แล้วก็ทราบดีถึงข้อจำกัดต่าง ๆ แน่นอนผมก็มาจากภาคเอกชนในอดีต ไม่ต่างจากผู้สถาปนาพรรคอนาคตใหม่ มาจาก ภาคเอกชนเหมือนกัน แต่ว่ามาถึงจุดนี้แล้วการที่เราตัดสินใจที่จะมาทำงานทางการเมือง แล้วก็ทำงานเพื่อรับใช้ประเทศชาติ เรารู้ถึงข้อจำกัดเหล่านี้ดีและเราก็ต้อง Clear ตัวเอง ให้เกลี้ยง ผมใช้เวลา ๒๑ ปีในการเมือง แล้วก็จริง ๆ แล้ว การที่ผมได้ออกจาก การเป็นผู้บริหารบริษัทภาคเอกชน ไม่ใช่เฉพาะบริษัท ซิโน-ไทย ครับ ทุกบริษัท ๒๐ กว่าปีก่อน ผมเป็นทั้งกรรมการ เป็นทั้งผู้บริหารหลายบริษัทด้วยกัน ซึ่งผมก็จำเป็นที่จะต้องละทิ้ง ตำแหน่งเหล่านั้น เพื่อมาทำงานทางด้านการเมือง แล้วก็สละเรื่องของสิทธิต่าง ๆ ตลอดจนสุดท้ายก็คือ เมื่อมีการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ และทราบมาว่าใน ณ ขณะนั้นพรรคภูมิใจไทย ที่ผมดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอยู่ก็อาจจะมีโอกาสที่จะเข้ามาทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ได้อย่างยั่งยืน เพราะว่าหลังจากการปฏิวัติแล้ว ก็คงไม่มีการปฏิวัติอะไรซ้ำซ้อนอีกบ่อย ๆ สิ่งล่าสุดที่ทำเมื่อปี ๒๕๖๒ ก็คือ ขายหุ้นในบริษัท ซิโน-ไทย ผ่านช่องทางตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยจนหมดไม่เหลือแม้แต่หุ้นเดียว แล้วก็ไม่มีส่วนการถือหุ้นใด ๆ ที่มี ความขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือต่อกฎระเบียบที่กำหนดไว้ในการที่มาทำงานทางการเมือง และเมื่อมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย ก็ต้อง Clear ในทุก ๆ เรื่องออกให้หมด🔗
ดังนั้นผมขออนุญาตเรียนว่าผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกิจการภาคเอกชน ใด ๆ เลย ตั้งแต่ลาออกมาทำงานภาคการเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ทางการเมืองไปในปี ๒๕๔๙ ผมก็ไม่ได้กลับเข้าไปทำงานบริษัทภาคเอกชนอีก ผมก็เน้น ในการทำงานการเมืองรวมกับพี่น้องสภาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ คนในที่นี้ แล้วก็พี่น้องที่ทำงานนักการเมืองร่วมกันมา ตราบจนถึงปัจจุบัน ในกรณีนี้ตัวผู้รับจ้าง ถึงแม้ว่าจะเคยเป็นบริษัทที่ผมเคยบริหารงานมาก่อน เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อนนั้น ต้องขออนุญาต เน้นว่า ๒๐ กว่าปีก่อน ป่านนี้เดินเข้าไปในบริษัทก็คงเหลือไม่กี่คนที่จะจำผมได้เท่าไร นอกจากวันนี้รู้ว่านายอนุทินหน้าตาเป็นอย่างนี้ แต่ว่าความผูกพัน ความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่มีแล้ว เพราะคนที่ทำงานร่วมกับผมตอนนี้ก็เกษียณอายุไปหมดแล้วเช่นกัน ดังนั้น ในเรื่องของการปกป้องเพื่อให้เขาได้เกิดประโยชน์ไม่มีครับ ผมกับตัวบริษัท ซิโน-ไทย ตอนนี้ก็เหมือนกับไม่รู้จักกัน รู้ว่าเป็นบริษัทก่อสร้าง รู้ว่าเขาก็ยังดำเนินธุรกิจอยู่ แต่เมื่อผมมาอยู่ ในภาครัฐท่านไป Check ไปตรวจดูได้เลยว่า ไม่มีตรงไหนเลยที่ผมได้เคยใช้ความเกี่ยวข้อง อิทธิพล หรือการโน้มน้าวใด ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือบริษัทนี้เลย ดังนั้นผมมีความสบายใจ มากที่จะตอบคำถาม ท่านบอกว่าผมในฐานะนายกรัฐมนตรี มีสิทธิสั่งการกระทรวงคมนาคม อยู่แล้ว จะให้อิสระในการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบความเสียหายเรื่องนี้หรือไม่ ผมขอให้สัตยาบันเลยว่า ผมนอกจากที่จะให้อิสระแล้ว ผมไม่มีการที่จะบอกว่าคนนี้เหมาะสม คนนี้ไม่เหมาะสม เพราะว่าการตั้งคณะกรรมการมันจบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับท่านอย่างแน่นอนนะครับ แล้วก็ขอให้ท่าน ท่านอยู่ตรงนี้ด้วยนะครับ ท่านไม่ต้องฟังผมนะครับว่าท่านจะต้องไปตั้งใคร ท่านก็เลือกคนที่ท่านอยากจะตั้งแล้วคิดว่า มีความเหมาะสม มีความเป็นกลาง แล้วการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนี้แน่นอนว่าต้องเน้น ประโยชน์ของรัฐครับ เพราะวันนี้พวกเราเป็นคณะรัฐมนตรีครับ คณะรัฐมนตรีนี้ถ้าจะต้อง รักษาประโยชน์ต้องรักษาประโยชน์ของรัฐ ของประชาชนเท่านั้น ไม่สามารถที่จะไปป้อง ประโยชน์ของนายทุนได้ แล้วก็ขอให้เกิดความมั่นใจว่าจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาประโยชน์ของ ราชการเป็นสำคัญเท่านั้น ผมตอบคำถามที่ ๓ ท่านไปแล้ว ท่านบอกว่าหากพบว่ามีการบกพร่องหรือผิดพลาด ในขั้นตอนการก่อสร้าง มันมีข้อกำหนด มีระเบียบหมดแล้วว่าถ้าทำผิดด้วยความสะเพร่า เลินเล่อใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้าทำผิดด้วยการไม่ปฏิบัติตามแบบตามขั้นตอน การก่อสร้าง ความผิดทั้งหมดส่วนใหญ่ผู้รับจ้างก็จะต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ และผมมั่นใจว่า ตรงนี้ไม่ต้องถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรอกครับ รฟม. เขามีจ้างผู้ควบคุมงาน ผู้ออกแบบ มีคณะกรรมการตรวจการจ้าง เหตุการณ์เช่นนี้ไม่มีทางที่มนุษย์หน้าไหน จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่กระทำผิด ผู้รับจ้างเหนื่อยแน่ครับงานนี้ เพราะต่อให้ Clear ตัวเองได้ ก็จะต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ทางวิศวกรรมอย่างมากมาย แล้วถ้ามีการพิสูจน์ ออกมาแล้วว่าเป็นการบกพร่องอย่างรุนแรง มันมีขั้นตอนอยู่แล้วว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย ต่าง ๆ อย่างไร สัญญานี้มีกำหนดที่ชัดเจน เท่าที่ผมทราบมาน่าจะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๗๐ ถ้าส่วนที่เสียหายตรงนี้ที่เขาต้องซ่อม แล้วเมื่อวันที่สัญญาสิ้นสุดปี ๒๕๗๐ ตรงนี้ซ่อมไม่เสร็จ ค่าปรับเดินแน่นอน เดินตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ตามระเบียบ ของกรมบัญชีกลาง ดังนั้นผมจึงขอให้ความมั่นใจกับท่าน แล้วก็ผ่านไปยังพี่น้องประชาชน ด้วยว่าเรื่องพวกนี้ผมไม่เคยเสียหาย ผมเสียเพื่อนไปหลายคนในการที่ผมไม่ได้ใช้อิทธิพล หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจใด ๆ ในการให้ความช่วยเหลือพวกเขา ท่านไปถามได้เลยครับ ทุกครั้งที่มีการขอให้ผมได้ใช้อำนาจในทางที่มีทางราชการให้ช่วยเหลือ ไม่ว่าทั้งเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่เรื่องน้อย คำตอบที่ได้ผมคือความว่างเปล่าครับ ใน LINE มีแต่คำว่ากรุณา อ่าน LINE ด้วย กรุณาอ่าน LINE ด้วย ผมไม่ต้องอ่านเพราะว่าผมก็กดแบบไม่ Read ท่านก็คง ทำเป็นพอเห็นเรื่องนี้มาปุ๊บผมก็นอกจากไม่ Read แล้วบางคนผม Block ด้วย เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ผมค่อนข้างจะมีความมั่นใจในตัวเองว่าเมื่อผมมาอยู่ตรงนี้แล้ว หน้าที่ของผม ก็คือปกป้องประโยชน์ของรัฐและประชาชนเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เชิญคุณปารเมศ คำถามครั้งสุดท้ายครับ🔗
เรียนท่านประธาน ต้องขอบคุณนะครับที่ให้ความกระจ่างกับผม และท่านก็ได้ให้คำมั่นสัญญาต่อสภา ผู้ทรงเกียรติแห่งนี้แล้ว ผมเชื่อว่าประชาชนติดตามและได้ฟังคำชี้แจงของท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมคงจะฝากอีกสัก ๒-๓ เรื่อง เนื่องจากท่านประธานไม่ได้กินเวลาผม ก็ต้องขอบคุณมาก เพราะว่าผมเองก็มีเรื่องสำคัญที่ต้องฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องคณะกรรมการการตรวจสอบ ความหมายของผมคือว่า ควรจะมีองค์กรที่เป็นอิสระที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพเข้าร่วมการตรวจสอบด้วย และเป็นจำนวนมากเพียงพอ ที่จะให้ความเห็นที่มีน้ำหนักแล้วประชาชนก็จะติดตามผลต่าง ๆ ในการตรวจสอบของคณะกรรมการด้วย ผมเรียกร้องว่าผลการตรวจสอบแต่ละขั้นตอน ขอให้ท่านเปิดเผยต่อสาธารณะในทุก ๆ ขั้นตอนครับ ผมและเพื่อน ๆ สมาชิก พรรคประชาชนเราและประชาชนอีกมากมายจะคอยตรวจสอบในการตรวจสอบครั้งนี้ครับ เหนือสิ่งอื่นใดครับ ผมขอเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้ความกล้าหาญทางการเมือง ดำเนินการเรื่องนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ท่านมีเวลา ๔ เดือน ผมจะฝากเรื่องระบบ Cell Broadcast วันที่เกิดเหตุที่ผมลงพื้นที่ประชาชนไม่รู้ว่าจะรับข่าวสารที่แม่นยำและรวดเร็วจากไหน เขา LINE มาถามผม ผมตอบไม่หมดหรอกครับ น้ำไหลกี่โมง บ้านฉันยังปลอดภัยหรือไม่ ฉันต้องลี้ภัยหรือเปล่า ฉันต้องออกไปไหนหรือเปล่า นี่คือความไม่ชัดเจนครับ มันคือ ความมืดมนท่ามกลางโศกนาฏกรรม ผมจึงต้องฝาก ท่านมีเวลา ๔ เดือน ท่านรีบทำเถอะครับ🔗
สุดท้ายครับ เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้มีส่วนร่วมในการหาทางออกอย่างรอบด้าน พรรคประชาชนจะยื่นญัตติด่วนให้เพื่อนสมาชิกได้เสนอข้อคิดเห็นและความเห็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์รวมถึงการตรวจสอบในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ต้องขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณปารเมศครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้เวลาสั้น ๆ ไหมครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ ผมยอมให้เกินเวลา เพราะว่าเป็นปัญหาที่ประชาชนกำลังสนใจ รอบสุดท้าย ท่านนายกรัฐมนตรีใช้เวลาสั้น ๆ ครับ🔗
ขออนุญาตสั้น ๆ นะครับ ขอให้ความมั่นใจกับทางท่านสมาชิก สส. ปารเมศนะครับ ว่าในเรื่องของคณะกรรมการตรวจสอบมันต้องประกอบไปด้วยองค์กรอิสระมากอยู่แล้ว อย่างที่ผมเรียน สภาวิศวกรก็ดี วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยก็ดี แล้วก็บรรดาคณบดีจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์หรือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เหล่านี้ ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เกี่ยวข้อง อันนี้ผมคิดว่าท่านถามท่านวิโรจน์ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้ ท่านเป็นวิศวกรนะครับ ทุกคน มีใบ กว. เรื่องนี้ไม่มีทางที่จะให้เขาเห็นแก่ประโยชน์หรือว่าเห็นแก่อิทธิพลใด ๆ ได้ ทุกคนต้องรักษาวิชาชีพของตัวเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้คือผมเห็นท่านนั้นเน้นหลายทีตรงนี้ ขอเรียนว่าบุคคลเหล่านี้ บุคลากรเหล่านี้อย่าว่าแต่ว่าไปสั่งอะไรเขาไม่ได้เลยครับ ก่อนที่ แม้กระทั่งผมตอนเป็น มท. ๑ ตอนกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวตึกถล่ม สตง. ผมจะโทรศัพท์หาท่าน ผมยังต้องเตรียมข้อมูลว่าจะพูดกับเขา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เหมือนที่ท่านพูดกับผม จะไม่มีการพูด เรื่องอื่น ไม่ถามว่าทานข้าวหรือยัง ว่าง ๆ ทานข้าวด้วยกันไหม อาจารย์คิดอย่างไร ผมจะตอบ ช่วยผมอย่างนี้ได้ไหม รับรองว่าไม่มี นอกจากไม่มีแล้วผมจะช่วยกระทืบด้วยครับ เพราะว่า เรื่องเหล่านี้มันก็ทำให้พวกผม ตัวผมเองในฐานะวิศวกร ผมก็รู้สึกไม่ดีนะครับ ผมก็เดินทาง ด้วยขนส่งมวลชนเหมือนกัน ด้วยการจราจรติดขัดหลายครั้ง ผมก็เดินทางด้วยขนส่งมวลชน เพราะฉะนั้นขอให้ความมั่นใจตรงนี้แล้วผมติดตามด้วยตัวเอง ท่านไปถามข้าราชการ ของกระทรวงมหาดไทยได้ ว่าเวลาผมติดตามงานแล้วมันเป็นอย่างไร🔗
เรื่องผลของการสอบสวน ผมเปิดเผยต่อสาธารณะทุกครั้งที่มีการประชุม เสร็จเรียบร้อย เพราะผมก็ต้องการฟังความเห็นตอบจากท่านเหมือนกัน แล้วเรื่อง Cell Broadcast มันมีแล้วครับ เสียดายผมไปพักร้อน ๒ เดือนกว่า ถ้าผมอยู่อย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์เหล่านี้ประชาชนจะรู้มากกว่านี้ ๔ เดือนนี้รู้มากกว่านี้แน่นอน รู้เร็วกว่านี้ ก็ถือว่าเป็นการแถมก็แล้วกัน เพราะว่าท่านหัวหน้าณัฐพงษ์บอกว่าให้ผมแก้รัฐธรรมนูญกับยุบสภา อันนี้ผมจะได้รับข้อเสนอของท่านไปดำเนินการครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีและคุณปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ จบกระทู้ถามสดแล้วครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง เพื่อบันทึกไว้ในรายงานการประชุมครับ🔗
ครับ🔗
ด้วยความเคารพท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านนายกรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ถามสด กระผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจังหวัดมหาสารคาม ขอประท้วงท่านประธาน เพื่อบันทึกไว้ในข้อ ๙ และข้อ ๑๖๐ ครับ ข้อ ๑๖๐ กระทู้ถามสดด้วยวาจาแต่ละกระทู้ ต้องถาม ผู้ถาม ถามได้ไม่เกิน ๓ ครั้ง ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ให้แล้วเสร็จภายในเวลากำหนด ๓๐ นาที ก็เกินไป ๑๐ กว่านาที ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ถ้าท่านประธานไม่มีปัญหา ผมก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าท่านนายกได้ให้เกียรติสภามาตอบในวันนี้ผมเพียงแต่ประท้วง เพื่อบันทึกไว้ในรายงานการประชุมว่ากระทู้ถามสดนั้นให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๖๐ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ที่ทักท้วง ผมก็พยายามที่จะรักษากติกาทุกครั้งแต่เห็นว่ากระทู้นี้เป็นกรณีพิเศษเหตุการณ์ ยังสด ๆ อยู่และประชาชนก็สนใจมาก สื่อก็สนใจ แล้วก็คุณปารเมศก็ถามต้องการคำตอบ ถ้าเผื่อหมดเวลาแล้วเราก็ให้ยุติ มันก็ไม่จบประเด็น ผมเข้าใจกติกาครับ ผมขออภัย🔗
ท่านประธานครับมีอีกนิดหนึ่ง เรื่องเดียวกันนี้ก็จะมีการยื่นญัตติด้วยวาจาในช่วงบ่ายนี้ ผมทราบว่าจะมีการยื่นญัตติ เรื่องหลุมยุบที่หน้าโรงพักสามเสน แล้วก็หน้าโรงพยาบาลวชิระนี่ล่ะครับ จะมีการยื่นญัตติ ถามกระทู้สดด้วยวาจาครับ🔗
ถึงเวลาเราจะพูด ได้เยอะกว่านี้ผมก็เสียดายครับ ขอบคุณมากคุณไชยวัฒนาครับ ต่อไปก็ขอให้ทั้งผู้ถามและ ผู้ตอบเราต้องรักษากติกานะครับ อันนี้ก็เป็นกระทู้สดสุดท้ายก็ขอบคุณทั้งท่านนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบและคุณปารเมศผู้ถามครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง ขอให้ดำเนินการแก้ปัญหากลุ่มเปราะบาง (ขอทานต่างด้าว คนไร้บ้านและผู้ป่วยจิตเวช) ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจชั้นใน กรุงเทพมหานคร นายภัณฑิล น่วมเจิม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่าในวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ท่านอัครา พรหมเผ่า ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนตอบกระทู้ถามนี้ ออกไปเป็นวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๒. เรื่อง การแก้ไขปัญหาอบายมุขในเด็กและเยาวชน นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านโสภณ ซารัมย์ เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรองนายกรัฐมนตรีโสภณมาแล้ว ขอเชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ ถามได้ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรครวมไทยสร้างชาติขอตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรีในการแก้ไข ปัญหาอบายมุขในเด็กและเยาวชน กระทู้นี้อยากจะกราบเรียนประธานว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าเด็ก เยาวชนนั้น มี ๒๒ ล้าน ใน ๖๙ ล้านคน นับเป็น ๓๑ เปอร์เซ็นต์ของประชากร การสร้างชาติ สร้างอนาคต คือการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านคุณภาพทุนมนุษย์ คนรุ่นใหม่ แล้วก็ทักษะชีวิต รัฐบาลนี้มีนโยบายแก้ปัญหายาเสพติด โดยเด็ดขาดครบวงจร ค้นหาผู้เสพ รักษา ฝึกอาชีพ ศึกษา ฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาเสพติด และอบายมุขทั้งหลาย ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าให้รัฐบาลนั้นได้ตระหนัก ในปัญหาว่าเราจะไม่ซุกขยะไว้ใต้พรม ปัญหาการพนัน การพนันออนไลน์ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศว่าไม่มีบ่อนการพนัน ไม่มีกาสิโนแล้ว ก็เป็นที่ชื่นชมมาก ว่าได้กำจัดความกังวลจากพี่น้องประชาชนไป แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานกรุณา ทราบว่าวันนี้ผลสำรวจคือ ๗,๕๐๐,๐๐๐ คน ได้รับผลกระทบจากการพนันเว็บออนไลน์ แล้วก็ที่มีข่าวว่ามีคนติดต่อจะติดสินบนรัฐมนตรี ท่านใหม่ ท่านก็สั่งสอบแล้ว ๔๐ ล้านบาท ประเด็นคือว่าหนี้พนันใน ๗.๕ ล้านคนนั้น ประชาชนใน ๗.๕ ล้านคน ๑ ล้านคนอย่างน้อยติดหนี้พนัน เราติดหนี้พนันเฉลี่ย คนละ ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นเรื่องหนี้ที่ไม่น้อยสำหรับคนจน ปัญหาคือว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของนักพนันกลับไปเล่นซ้ำ แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหาของครอบครัวว่าเด็กต้อง หยุดเรียน พ่อแม่ไม่มีเงิน ครอบครัวแตกแยก นี่คือเรื่องของการพนัน🔗
ส่วนเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ก็เป็นอบายมุขเหมือนกัน มีประกาศกระทรวงพาณิชย์ ข้อ ๒ วันที่ ๑๒ ธันวาคม ปี ๒๕๕๗ ว่าห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามา ในราชอาณาจักร ประเทศไทยไม่ผลิตเอง แต่ว่ามีสถิติส่งออกจากประเทศจีนว่าประเทศจีนนั้น ส่งออกบุหรี่ไฟฟ้ามาประเทศไทยปีละ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ประเทศไทยนั้น ห้ามนำเข้า ถามว่ามันเกิดได้อย่างไร แล้วอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ผมกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีว่าวันนี้น่ากังวลว่าเด็ก ๖ ขวบ สูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว และคนไทยนั้น สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีผลสำรวจแล้วว่าอย่างน้อย ๑ ล้านคนในหมู่เยาวชน แล้วการเพิ่มอัตรา การสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นเพิ่มถึง ๕ เท่า ค่ารักษาพยาบาลอะไรต่าง ๆ นี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่า นี่คือปัญหาที่อยากจะกราบเรียนให้รัฐบาลได้ทราบตระหนัก🔗
ส่วนยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง เอาเฉพาะปีเดียวปีงบประมาณดำเนินคดี ถึง ๒๑๐,๐๐๐ ราย ปีเดียวนะครับ แล้วเราก็มีนักโทษอยู่ในราชทัณฑ์นั้น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ข้อหายาเสพติด เยาวชนประเทศไทย ๒ ล้านคนใช้สารเสพติด แล้วก็ประเด็นก็คือว่าคนที่ ติดยาเสพติดนั้นทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ถามตัวเองว่าวันนี้ไปดูประเทศสิงคโปร์ ประเทศ ซาอุดิอาระเบีย เขาไม่ค่อยมีปัญหายาเสพติดเพราะอะไร ฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า นี่คือคำถามที่อยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลมีวิธีการ มีการป้องกัน มีการปราบปรามอบายมุขในเยาวชนทั้งบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ยาเสพติดอย่างไร ใช้งบประมาณเท่าไร แล้วจะแก้ไขอย่างไรครับ🔗
ขอบคุณ คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ เชิญท่านรองนายรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ของท่านผู้มีเกียรติในครั้งนี้ ก่อนอื่นต้องเรียนท่านผู้ถามกระทู้ก็คือ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับ กระทู้ถามนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าด้วยเหตุที่ไม่สามารถอยู่ต่อได้ เพราะว่าในบ่ายโมงนี้ จะมีการประชุมเรื่องสำคัญก็คือเรื่องปัญหาชายแดน ฉะนั้นก็ขอให้ทราบไว้ว่าไม่ใช่ว่า ไม่ให้ความสำคัญของเรื่องนี้ ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อที่รัฐบาลชุดนี้ และโดยเฉพาะตัวกระผม ก่อนอื่นต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านจุติ ผมเป็นเกียรติ อย่างยิ่งที่ได้มาตอบกระทู้ถามของท่าน เพราะถือว่าผมได้เห็นว่าเราเคยร่วมรัฐบาลเดียวกัน ผมถือว่าท่านเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพอีกท่านหนึ่ง จึงได้หยิบยกปัญหาเรื่องยาเสพติด ขึ้นมา ตรงประเด็นจริง ๆ ซึ่งผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านว่า ขณะนี้ ถ้าเราไม่จัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมได้ชี้แจงในการแถลงนโยบายไปแล้วว่า อีก ๑๐ ปี ประเทศเราจะเป็นประเทศที่ง่อยเปลี้ยเสียขา เพราะคนไม่มีคุณภาพ วันนี้ท่านพูดถูกครับ ก่อนที่จะตอบเรื่องนี้ ประเด็นที่ท่านถาม ผมอยากให้ท่านได้ทราบว่า เมื่อวานในพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบอยู่ก็ได้ตรวจสอบเยาวชน โดยผมไม่ทราบด้วยซ้ำว่าผมจะ ได้มาตอบกระทู้แทนนายกรัฐมนตรี ท่านรู้จริง ผมอยากฟังคลิปหนึ่งที่ผมได้ทำที่บ้านของผม จะตรงกับที่ท่านผู้ถามกระทู้เลย ขอคลิปหน่อยครับ🔗
ตรงกับที่ท่านเลยครับ เด็ก ป. ๓ สูบบุหรี่ไฟฟ้า นี่คือเป็นเรื่องที่รัฐบาลและสังคมจะต้องให้ความตระหนักในเรื่องนี้ ผมได้ทำเรื่องนี้มา ๒ ปี ผมได้ทำโครงการที่ชื่อว่ารวมพลังรักศรัทธา ต้านยาเสพติด แบบบูรณาการ ตลอด ๒ ปีผมได้แบ่งประชากรที่อยู่ในพื้นที่โดยเฉพาะชนบท ในร้อยเปอร์เซ็นต์ ประชากรที่ต่ำคุณภาพที่ต้องอาศัยยาเสพติดไม่ทำงานเลย ติดยาเสพติด ไม่ทำงาน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือต้องพึ่งตัวช่วย เหมือนที่ท่านพูดก็คือสุรา จะไปทำงานได้ต้องดื่มสุรา กลับมาต้องดื่มสุรา แม้กระทั่งยาบ้า อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ประชากรที่มีคุณภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นสิ่งที่ผมได้ทำเรื่องนี้มา ผมกราบเรียน ผมทำอย่างนี้ครับ ในพื้นที่ ๖ อำเภอของผม ผมได้สร้างความตระหนักถึงเภทภัยของ ยาเสพติดให้ผู้ปกครอง ให้ส่วนราชการได้รับทราบและเห็นปัญหาจึงได้ร่วมทำโครงการขึ้นมา โดยไม่ได้ใช้งบประมาณ เหมือนผมได้แถลงไปแล้ว แต่ผมอธิบายสั้น ๆ ว่าถ้าเราจริงจัง ให้ประชาชนเห็นว่าเราเอาจริงกับเรื่องยาเสพติด ประชาชนให้ความร่วมมือแน่นอน เพราะมันเป็นภัยสาหัสจริง ๆ แค่ผมเอากล่องให้ทีมงาน ทั้งฝ่ายปกครอง ทั้ง อสม. เขาเรียกว่าผ้าป่ายาเสพติด แล้วระดมให้ชาวบ้านมาร่วมประชุมแล้วก็เขียนชื่อผู้เกี่ยวข้อง กับยาเสพติด เราได้ข้อมูลครบครับ นี่จึงเป็นปัญหาหนึ่งที่ผมได้แก้ไขไปแล้ว ส่วนการแก้ไข ปัญหาผมจะเรียนก่อนที่จะตอบคำถามของท่านระยะยาว ซึ่งท่านจุติได้พูดไปแล้ว ขออภัยที่ต้องกล่าวนามซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่าระยะยาวเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้การศึกษาเราล้มเหลว การที่จะให้เยาวชนหรือประชาชนตระหนักถึงเภทภัยของยาเสพติดหรืออบายมุขต่าง ๆ จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางจิต วันนี้ประชากรไทยเราโดยเฉพาะเยาวชนเรามีภูมิคุ้มกันทางจิต น้อยมาก เพราะอะไร ในอดีตพ่อแม่ ผู้ปกครอง พ่อเราแม่เราในอดีตเลี้ยงลูกด้วยความรัก ทุกวันนี้เขาเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์ เพราะพ่อแม่จริง ๆ อยู่ที่กรุงเทพฯ ไปทำมาหากิน แล้วลูกจริง ๆ ก็ไปทำมาหากิน เอาเด็กกับคนแก่อยู่ด้วยกัน เลี้ยงด้วยโทรศัพท์ ฉะนั้นภูมิทางจิต ที่เรียกว่าภูมิความรักจึงไม่เกิดในเด็ก เด็กจึงไม่สามารถที่จะต้านทานอบายมุขที่เรียกว่า ความรู้ดีรู้ชั่ว ความรับผิดชอบชั่วดี เด็กจะไม่รู้ เด็กมีภูมิคุ้มกันน้อย ไม่เหมือนเราในสมัยอดีต การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า คนในอดีต โบราณต้อง ๒๐ ปีขึ้นไป ฉะนั้นประเด็นที่ท่านผู้ถาม กระทู้ได้ถามว่าใช้งบเท่าไร ผมเรียนอย่างนี้ครับ งบประมาณที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งมา ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นงบดำเนินการ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็งบ ปราบปรามยาเสพติด ผมจะตอบคำถามของท่านแบบนี้ สิ่งที่ผ่านมาในอดีตผมไม่ทราบ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตผมไปดูแล้วว่างบที่ป้องกันอบายมุขที่มีอยู่ในขณะนี้ ถ้าว่าพอไหม ก็ไม่ถึงกับขาดแคลน แต่เราเอางบเรื่องป้องกันอบายมุข เรื่องยาเสพติดไปกระจัดกระจาย ตามกระทรวงต่าง ๆ ฉะนั้นการที่จะทำอบายมุขวันนี้ให้สำเร็จได้ ต้องจัดเจ้าภาพที่ชัดเจน ต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ว่าที่ท่านถามผมว่างบเท่าไร จะดำเนินการเท่าไร งบยาเสพติดในปี ๒๕๖๙ ที่จะถึง ที่จะได้ บริหารอยู่ขณะนี้ก็คือ ๖,๖๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในระยะสั้น ๆ ๔ ปีนี้ ผมจะเข้าไปดูงบนี้ว่าจะสามารถบูรณาการกันได้อย่างไร แต่ที่สำคัญที่สุด คือการแก้ไข ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่ามีองค์กรหนึ่งที่มีงบอยู่แล้ว ก็คือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าเป็นเทศบาลหรือ อบต. สามารถใช้งบตัวนี้ได้ ถ้าเราได้ผู้นำหรือ นายกรัฐมนตรีที่สนใจเรื่องยาเสพติด หรือนโยบายของรัฐบาลที่จะปราบปรามยาเสพติด อย่างจริงจัง ฉะนั้นงบมี ๒ อย่างก็คือ งบโดยตรงและงบของท้องถิ่นซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ที่เราจะใช้ในอนาคต ฉะนั้นขอกราบเรียนเบื้องต้นว่างบที่มีอยู่เพียงพอแล้วที่จะใช้ แต่วิธีการขั้นตอนที่ผมจะดำเนินการในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย ในเรื่องบำบัดยาเสพติดผมก็จะดำเนินการอย่างที่กราบเรียน ผมไม่พูดซ้ำว่าผมได้กราบเรียน ในวันแถลงนโยบายไปแล้ว ฉะนั้นเบื้องต้นก็ขอตอบท่านผู้ถามกระทู้ประมาณนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีคำถามที่เสนอท่านว่าขออนุญาตที่เห็นต่างนะครับ ผมว่างบที่ปราบปรามอบายมุข ไม่พอเพียงครับ ไม่พอเพียงแล้วผมขอเสนอว่าวันนี้ท่านเพิ่มจิตอาสาไม่ต้องใช้งบประมาณเลย สส. ๕๐๐ คน สส. มีทีมงานอีก แล้วก็สภาเด็กเยาวชนทุกจังหวัด สามารถแจ้งเบาะแส ให้ท่านได้ สส. สงขลา ศาสตรา ศรีปาน เขาบอกว่าถ้าอนุญาตจะชี้เป้านำให้เลยว่าในจังหวัด สงขลามีที่ไหนบ้างที่ขายบุหรี่ไฟฟ้า อยากให้ท่านเริ่มตรงนี้ครับ สิ่งที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่าเด็ก เยาวชน กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านรอง นายกรัฐมนตรีว่ากองทุนส่งเสริมพัฒนาเด็ก เยาวชนที่จะมาเป็นอาสาสมัครช่วยท่าน ปราบอบายมุขมี ๒๒ ล้านคน แต่ที่ผ่านมาผมไม่โทษท่านนะครับ ได้รับจัดสรรงบประมาณ เพียงแค่ ๔๕ ล้านบาท เฉลี่ยแล้ว ๒ บาทต่อคน ถ้าท่านเพิ่มตรงนี้ท่านจะเพิ่มศักยภาพได้มาก ใช้น้อยได้ประโยชน์สูงสุด แล้วสิ่งที่กราบเรียนก็คือ วันนี้มติสมัชชาเด็ก เยาวชน มีข้อเสนอว่า เด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงบนโลกออนไลน์เยอะมาก ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า Bully ๔๓.๖ เปอร์เซ็นต์ ได้รับผลกระทบจากการพนันออนไลน์ เด็ก เยาวชน ๓๒.๓ เปอร์เซ็นต์ ติดเกม เด็ก ๕๕.๓ เปอร์เซ็นต์ถูก Bully ทางออนไลน์ ฉะนั้นเด็กบอกว่ากว่าครึ่งไม่ทราบว่า หากมีปัญหาแล้วจะไปร้องเรียนที่ไหน ท่านทำเลยได้ไหมครับว่าตั้งสายด่วน ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเลย รับแจ้งจากเด็ก ทั่วประเทศโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ สักบาทหนึ่ง ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าปัญหา สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือว่ามันขาดความต่อเนื่อง ผมสรุปให้ท่านประธานสั้น ๆ คือว่า ๑. สาเหตุที่กฎหมายไม่ครอบคลุม ล้าสมัย กฎหมายฟอกเงินต้องปรับปรุง ยึดทรัพย์คนค้าบุหรี่ไฟฟ้าให้ได้ วันนี้คดีที่โดนทั้งหลาย ไม่มีความผิดฐานฟอกเงินเลยเพราะบอกว่า ถ้าไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็ไม่สามารถ ฟอกเงินได้ ถ้าเกี่ยวข้องกับสุขภาพต้องยึดทรัพย์ให้หมดครับ ๒. การบังคับใช้กฎหมาย ผมตามมาว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รณรงค์ ๓ เดือนจาก ๑๒ เดือน ก็หมายความว่า ๓ เดือนนี่หยุดพักร้อนไม่ต้องค้าใช่ไหมครับ ๙ เดือนนี่ ค้าได้เสรีใช่ไหมครับ ไม่ได้ครับ ต้องทำให้ได้ทั้ง ๑๒ เดือนครับ Emergency Social Service แจ้งครับ ระบบมีอยู่แล้วขอให้ใช้ประโยชน์ แล้วก็ไม่ต้องใช้งบประมาณเลย แต่จริง ๆ อยากจะให้ เพิ่มงบของกองทุนส่งเสริม พัฒนาเด็ก เยาวชน ให้มากกว่านี้ ผมเชื่อว่าเด็ก เยาวชน ไม่อยากติดเกม ไม่อยากติดพนันออนไลน์ ไม่อยากสูบบุหรี่ไฟฟ้า ให้เขาช่วยเถอะครับท่าน เพิ่มเงินไม่เท่าไรหรอกครับ ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาท่านจะทราบ ว่าตึกกระทรวงคมนาคม ไม่จำเป็น ไม่เร่งด่วน ไม่คุ้มค่า ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ชะลอไป สักปีสองปี เอาเงินมาแก้ปัญหายาเสพติดจะมีประโยชน์มากกว่าครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ผมเรียนอย่างนี้ ถ้ามาตรการที่ทางรัฐมีอยู่แล้ว ประเด็นที่ผมไม่ได้ตอบท่านผู้ถามกระทู้ก็ผมบอกว่ามาตรการ อย่างเช่น ตำรวจก็มีอยู่ ๕ มาตรการ ก็มีมาตรการป้องกัน มาตรการปราบปราม มาตรการประสานความร่วมมือ มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพ มาตรการประเมินผล อันนั้นเป็นงาน Routine ครับ สิ่งที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้เรากำลังจะใช้นโยบายนอกกรอบ ไปแก้ปัญหายาเสพติด กระทรวงมหาดไทยก็มีครับ ๑. มีนโยบาย ๒. มีการป้องกัน มีการปราบปราม มีการให้ ความร่วมมือ ข้าราชการเขียนมาให้ผมอยู่ แต่ว่าผมไม่อ่าน ประเด็นที่ผมจะต้องตอบคำถาม ของท่านผู้ถามกระทู้ก็คือ เรื่องสายด่วน ยินดีครับ แล้วก็ตรงกับที่ผมทำอยู่ที่พื้นที่ผม เพราะชาวบ้านเขากลัว เขากลัวการให้ข้อมูล ผมก็เลยบอกว่าถ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ผู้ไปเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือประชาชนหรือผู้นำท้องถิ่นผู้มีอิทธิพล ถ้าไม่กล้า แจ้งตำรวจเขาทราบเบอร์ผม ผมมี LINE กลุ่ม แล้วก็ส่ง LINE มา ผมถึงสามารถนำผู้เสพ ยาเสพติดมาบำบัดได้ถึง ๓,๐๐๐ กว่าคน และอยากเรียนผ่านท่านประธานไปว่ามีกรณีหนึ่ง ที่จับยาเสพติดได้ ๒ ล้านเม็ด ที่อำเภอลำปลายมาศ ท่านรู้ไหมว่าข้อมูลนี้มาจากสายข่าว ที่ผ่านการบำบัด ผ่านการบำบัดของโครงการที่ผมทำการบำบัดอยู่ที่ศูนย์บำบัดฟื้นฟู ประเด็น ที่ท่านบอกว่าอาสาสมัคร อันนี้ใช่เลยครับ ทำแล้ว ผมมีอาสาสมัครที่อยู่ทุก ๖ อำเภอ ที่ทำอยู่ ขณะนี้ เรามีอาสาสมัครป้องกันยาเสพติด มีชุดให้ มีหน้าที่ มีการอบรม แล้วการอบรม ผู้บำบัดยาเสพติด เราเริ่มตั้งแต่อบรมทั้งสภาพจิตใจ อบรมทั้งการฝึกงานแล้วติดตามไปจนถึง ๑๒๐ วัน ประเด็นที่ท่านพูดตรงใจผมที่สุดก็คือ วันนี้นโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่จะให้ สส. ๑ ท่าน แต่ละท่านจะต้องมีเป็นเจ้าภาพที่จะส่งเสริมให้มีศูนย์บำบัดเป็นนำร่อง ผมเรียนอย่างนี้ ว่าที่ท่านบอกว่างบประมาณที่ขอเพิ่ม ปี ๒๕๖๙ เขาจัดมาให้ขนาดนี้เป็นเรื่องที่ผมต้อง ไปบูรณาการจัดงบประมาณให้ตรงกับที่ท่านเสนอมา แต่ที่สำคัญที่สุด ถ้าเราได้แนวร่วม จากประชาชนหรือส่วนราชการร่วมมือกัน ผมทำโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ปลูก หาทุน ต้านยาเสพติดได้เงิน ๑๑ ล้านบาท ที่จริงได้ ๑๔ ล้านบาท แต่ว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว ได้ ๑๑ ล้านบาท ๑๑ ล้านบาทนี้ไปทำโครงการอย่างที่ผมได้เรียนแล้ว ฉะนั้นการปราบปราม ยาเสพติดหรือการป้องกันยาเสพติดจะสำเร็จได้ ต้องเอาประชาชน ต้องให้ประชาชนเชื่อมั่น ไม่ใช่แค่นโยบาย ที่ผ่านมาในอดีตที่เราล้มเหลวก็คือเรามีแต่นโยบาย รัฐไม่ได้เป็นตัวอย่าง มอบนโยบายที่สำคัญที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านสภานี้ เพราะผมถือเป็น เรื่องสำคัญจริง ๆ รัฐบาลต้องไม่พอใจตัวเลขทิพย์ วันไหนที่รัฐบาลพอใจตัวเลขทิพย์ ปั้นตัวเลขทิพย์ขึ้นมาเลย รัฐบาลต้อง x-ray ให้รู้ตัวตนว่า ขณะนี้ผมประเมินด้วยใช้สัดส่วน ผมประเมิน ผู้เสพยาเสพติด ผู้ไม่ทำงานติดยาเสพติดในสังคมไทยไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน และที่สำคัญก็คือท่านพูดถูกเลย มันบั่นทอนเศรษฐกิจอย่างมาก บั่นทอนกิจการสาธารณสุข เราต้องเอาเงินสาธารณสุขทั่วไป ๓๐ บาทไปรักษาพวกยาเสพติด วันนี้ผมพัฒนาไปจนถึง แยกผู้ป่วยยาเสพติดออกจากผู้ป่วยทั่วไปใน ๖ โรงพยาบาลที่ผมดูแลอยู่ ฉะนั้นเรื่องนี้ ผมกราบเรียนว่าการแก้ไขระยะสั้น เราจะทำอย่างเร่งด่วนเพื่อเป็นรากฐาน แต่ระยะยาว ต้องทบทวนใหม่ แม้แต่กฎหมายการศึกษาต้องถูกทบทวน แล้วที่สำคัญก็คือกฎหมาย ยาเสพติด สาธารณสุขต้องทบทวนใหม่ ระยะยาวเราต้องมาวางแผนกันใหม่ ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกทั้งสภาแห่งนี้ได้ทราบว่าสิ่งที่ผมตระหนักที่สุด ว่าเราจะหาเงินให้ประชาชนเท่าไร แต่ประชาชนไม่มีคุณภาพ ใช้หมด แต่วันไหน ถ้าประชาชนมีคุณภาพไม่มีเงินเขาก็เลี้ยงตัวเองได้ ฉะนั้นเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องส่งเสริม การศึกษาแล้วก็ทำให้ประชาชนไม่เสพยาเสพติด ไม่ติดยาเสพติด ผมรับข้อเสนอของ ท่านผู้ถามกระทู้ ขอบพระคุณครับ🔗
จบกระทู้ถามที่ ๒ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓ ครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต ๒ หาดใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอใช้สิทธิพาดพิง ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๑ เพราะเมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปราย ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้พาดพิง ว่ามีบุหรี่ไฟฟ้าขายกันอย่างโจ่งครึ่มในเขตพื้นที่ผม อยากจะนำเรียนว่าเป็นเรื่องจริง วันนี้ ตำรวจรู้ ชาวบ้านรู้ รู้หมด แต่ไม่จับ เจ้าหน้าที่ทุกคนในพื้นที่ก็ทราบ วันนี้เป็นเรื่องจริง ว่าเด็กนักเรียนทุกคนหลาย ๆ คนมีปัญหาเรื่องนี้กันมาก เพราะฉะนั้นอยากให้ทาง ท่านรัฐมนตรีเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ก็ถ้าเกิดว่ายังมีเบอร์แล้วโทรศัพท์ไป ไม่สามารถที่จะ ทำอะไรได้ ประชาชนหมดความเชื่อมั่นเพราะว่าเขาเบื่อ ขอนำเรียนเท่านี้ครับ🔗
เอาแค่นี้ เดี๋ยวฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีไปเพราะว่าเป็นกระทู้ถาม🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธาน ผมขอนิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี บ่อน หวย อบายมุข ทั้งออนไลน์และการพนัน ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รู้เห็นเป็นใจ ทำไม่ได้หรอกครับ วันนี้ DE จะต้องทำงานอย่างหนักในเรื่องของ ออนไลน์ต่าง ๆ ผมก็เชื่อว่าเป็นนโยบายที่เราจะทำอยู่แล้ว ส่วนเรื่องบ่อนเป็นเรื่องของตำรวจ จะต้องไม่รู้เห็นเป็นใจ เพราะฉะนั้นรับเรื่องนี้ไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗
๓. เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการออกโฉนดที่ดิน โดยคลาดเคลื่อนหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
แต่เนื่องจากคุณธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้ตั้งกระทู้ถาม ได้มีหนังสือแจ้ง ความประสงค์ขอถอนกระทู้ถามดังกล่าวนี้ออกไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๓ ซึ่งกำหนดว่า ผู้ตั้งกระทู้ถามมีสิทธิที่จะถอนเมื่อใดก็ได้ เป็นอันว่าถอนเรื่องนี้ ก็จบกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
สำหรับกระทู้ถาม แยกเฉพาะกำลังดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ชั้น ๒ อยู่แล้ว ในขณะนี้นะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ขออนุญาต เปิดประชุมนะครับ วันนี้ก็เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอดำเนินการตามระเบียบวาระ นะครับ ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้น ผมขอชี้แจงให้ที่ประชุม ได้รับทราบดังนี้ การถามและการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้นั้นให้ถามและ ตอบเรื่องได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง แล้วก็ต้องตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ และข้อ ๑๗๓ ประกอบ ข้อ ๑๖๗🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมการรับฟัง ขอความกรุณาผู้ที่ได้รับอนุญาตนั้นต้องปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตนั้นต้องรักษามารยาท แล้วก็อยู่ในความสงบ ไม่แสดงอากัปกิริยาที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรือกล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือ ห้ามกระทำใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุม แล้วก็ห้ามใช้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ สื่อสารใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียงหรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอด การประชุมสู่บุคคลภายนอก ถ้าหากว่ามีการฝ่าฝืนแล้วก็ต้องขออนุญาตจะต้อง ให้ออกจากที่ประชุม จึงแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบ🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการถามและการตอบกระทู้ ของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมจะให้สลับลำดับ การถามและตอบกระทู้ ดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๐๓ ของท่านยอดชาย พึ่งพร🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๐๔ ของท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๐๕ ของท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๐๗ ของท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๐๖ ของท่านรวี เล็กอุทัย🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๐๘ ของท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง🔗
๑. เรื่อง ติดตามความก้าวหน้าและการเพิกถอนโฉนดที่ดินและ การรื้อถอนอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายยอดชาย พึ่งพร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วและมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยนั้นติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย คือ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการสนับสนุนข้อมูลในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะคือ ๑. นายสมบัติ ลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการออก หนังสือสำคัญ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ๒. นางสาวจอมใจ สวรรค์ หัวหน้า ฝ่ายคุ้มครองที่ดินสาธารณะส่วนผังเมือง เมืองพัทยา และผมได้อนุญาตให้ประชาชน ผู้ที่มีส่วนร่วมรับฟังการตอบกระทู้ครั้งนี้ คือ ๑. นายนพพล บุญชื่น ๒. นายสามชาย ไทยกุล ๓. นายพงษ์พัฒน์ เหมะทักษิณ ๔. นายคำไพร เหลาแสน ๕. นายสุทธิพงษ์ ไทยบันเทิง ๖. นายจิรายุทธ คำรงกุล ๗. นายปริญญา พอล ซิง ๘. นายสนั่น ดอกกระถิน ๙. นางสาว นิศามาส เลาหรัตนาหิรัญ ดังนั้น ขอเชิญผู้ถามกระทู้ เชิญท่านยอดชาย พึ่งพร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๙ เมืองพัทยา เทศบาลเมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถาม ของผม แล้วก็ต้องขอแสดงความยินดีกับท่านรัฐมนตรีด้วย ในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ผมในวันนี้🔗
กระทู้ของผมก็เป็นการติดตามความก้าวหน้าในการเพิกถอนโฉนดที่ดิน และการรื้อถอนอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีครับ โครงการ อาคารวอเตอร์ฟรอนท์ เป็นโครงการที่สร้างที่พักแบบ Luxury ขนาดใหญ่ เป็นอาคารสูง ๕๓ ชั้น และมีชั้นใต้ดินอีก ๓ ชั้น โดยมีการเริ่มขออนุญาตก่อสร้างในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ โดย บริษัท บาลีฮาย จำกัด🔗
โครงการนี้ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย เป็น Landmark ที่สำคัญของเมืองพัทยา เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต้องไปตรงนั้น แล้วก็เป็นจุดที่ จะต้องขึ้นเรือเพื่อไปเกาะล้าน ซึ่งเป็นเกาะสำคัญของเมืองพัทยา อาคารนี้ตั้งอยู่บนโฉนดที่ดิน ทั้งหมด ๗ แปลง คือโฉนดเลขที่ ๙๕๙๒ ๙๖๖๑ ๑๕๐๔๘ ๑๕๐๔๙ ๑๕๐๕๐ ๑๒๓๓๕๔ ๑๒๓๓๕๕ มีพื้นที่รวมกันทั้งหมด ๒ ไร่ ๑ งาน ๖๓.๔ ตารางวา โครงการนี้ผ่านอีไอเอ โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการ ผู้ชํานาญการระดับจังหวัดชลบุรีมีมติเห็นชอบและเมืองพัทยาก็ได้ออกใบอนุญาตก่อสร้าง เลขที่ใบอนุญาต ๗๐๐/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๐ เดือนเก้า ปี ๒๕๕๑🔗
โครงการนี้เต็มไปด้วยข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน คนในพื้นที่เมืองพัทยา เป็นจำนวนมาก เช่นการบดบังทัศนียภาพ สร้างไม่ตรงกับแบบที่ขอ ปัญหาฝุ่นละออง การนําเอาอาคารชุดไปทำเป็นโรงแรม การรุกล้ำไหล่เขา การสร้างถนนด้านข้างโครงการ การออกโฉนดที่ดิน การวัดระดับน้ำทะเลปานกลาง โครงการนี้เป็นที่โจษจันและตั้งคำถาม จากพี่น้องชาวพัทยาว่าสร้างได้อย่างไร มันสร้างได้อย่างไรครับ เพราะที่ดินตรงนี้ บริเวณนี้ เมื่อก่อนมีลักษณะเป็นโขดหิน มีชาวบ้านไปนั่งตกปลากันเป็นประจำ รวมถึงตัวผมด้วย ผมเป็นคนพัทยาโดยกำเนิด ผมไปวิ่งเล่นตรงนั้นเป็นโขดหินนะครับท่านประธาน คนพัทยา จะเรียกที่ตรงนี้ว่า หัวแหลม จึงเกิดความไม่พอใจของชาวบ้าน มีการเปิด Campaign ล่ารายชื่อ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ จนเป็นที่มาของตึกตอนนี้ที่ไม่ได้ไปต่อ เพื่อร้องเรียนให้ทบทวนและ หยุดการก่อสร้าง และเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖ ป.ป.ช. ภาค ๒ ได้มีเอกสารลับ ที่ ปช. ๐๐๓๙ (สปภ.๒)๐๓๐๗ ถึงเมืองพัทยา เรื่อง ขอส่งข้อมูลเพื่อประโยชน์ของทางราชการ แจ้งว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.๓ เลขที่ ๙๓ ที่มีที่มาจาก ส.ค.๑ เลขที่ ๙๓ เลขเดียวกันและเป็นที่มาของที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๓๐๙๖ ที่ผมกล่าวไปข้างต้น ซึ่งเป็นโฉนดของ ที่ดินของ บริษัท อาชาแลนด์ จำกัด ที่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาไปแล้วว่าเป็นการออกโฉนด โดยมิชอบ จึงเพิกถอนโฉนด ทีนี้เมื่อแม่มันผิดครับ ลูกมันต้องผิดไปด้วย จึงทำให้โฉนดทั้ง ๗ แปลง ของ บริษัท บาลีฮาย โครงการดังกล่าว จึงน่าจะเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบเช่นกันใช่หรือไม่🔗
ต่อมาในคราวประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ท่านประทุม วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ยื่นกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านรัฐมนตรีในขณะนั้นคือท่านอนุทินที่เป็น นายกรัฐมนตรีในวันนี้ ได้มอบหมายให้นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมที่ดินและท่านก็ได้ตอบท่านวุฒิสมาชิก ท่านประทุม วงศ์สวัสดิ์ ว่าขอเวลาอีก ๖๐ วัน ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการเพิกถอนโฉนดดังกล่าว ปัจจุบันผ่านมาแล้วเกือบ ๒๕๐ วัน ขอไว้ ๖๐ วัน วันนี้ครบ ๒๓๐ วันแล้ว ยังไม่มีคำตอบใด ๆ หรือว่าผมไม่มีข้อมูล ไม่ได้ยินข่าวก็ไม่ทราบ แต่เงียบครับ🔗
สรุปสุดท้ายโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ของ บริษัท บาลีฮาย จำกัด ซึ่งมีปัญหา มาอย่างยาวนานถึง ๑๗ ปี กลายเป็นซากตึกที่มีทัศนะอุจาดที่ประจานการทำงานการคอร์รัปชัน ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่บางคนก็ได้ชดใช้กรรมอยู่ในเรือนจำบ้าง บ้างก็เสียชีวิต แต่มีรอดอยู่คนเดียว คือนักการเมือง รอดครับนักการเมือง คดีหมดอายุความ ไปคิดดูนะครับว่ามันคืออะไร ข้าราชการที่ต้องทำตามคำสั่ง พี่น้องข้าราชการประจำที่ต้องทำตามคำสั่งของนักการเมือง ต้องมาชดใช้ ต้องติดคุก เสียชีวิตในคุกก็มี ส่วนนักการเมืองรอดครับ คืออะไรแล้วตึกอัปยศนี้ ปัจจุบันก็ยังตั้งเด่นโชว์นักท่องเที่ยวคนแล้วคนเล่า วันนี้ผมในนามของผู้แทนของพี่น้อง ชาวพัทยาและเป็นชาวพัทยาโดยกำเนิดและเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อในวันนั้นเมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ และตั้งแต่วันแรกที่เป็น สส. วันแรกที่มีโอกาสได้กดไมโครโฟนพูด ผมก็พูดเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แล้วก็ส่งเสียงประเด็นนี้มาตลอด และประเด็นนี้ก็ได้รับความสนใจ จากพี่น้องชาวพัทยา ทั้งจากภายในพื้นที่เอง รวมไปถึงคนไทยทั้งประเทศว่าจะจัดการปัญหานี้ ได้อย่างไร เพราะมีการพูดถึงใน Social แล้ว Influencer ต่างประเทศก็มาถ่ายทำกันเยอะมาก ประจานไปทั่วโลกเลย แล้วผมก็ทราบเป็นอย่างดีว่าทางกระทรวงมหาดไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งแต่มีการเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ระเบียบราชการมันมีขั้นตอนอันนี้ผมในฐานะเป็นผู้แทน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐผมเข้าใจ มีข้อกฎหมายที่ต้องมีความรอบคอบรอบด้านในประเด็นนี้และตอนนี้ ก็มีความคืบหน้าไปมากแล้วเหลืออีกนิดเดียวมาช่วยกันครับ สิ่งที่พี่น้องประชาชนรอคอย กำลังจะได้เห็นคือการรื้อสิ่งปลูกสร้างนี้ คืนพื้นที่สาธารณะให้กับประชาชน ให้กับพี่น้อง ชาวพัทยาและคนไทย ผมจึงมีคำถามมาทั้งหมด ๒ คำถามตามที่ท่านประธานได้กำหนดไว้ ดังนี้🔗
ท่านบริหาร เวลานะครับ เพราะเดี๋ยวจะต้องตอบ เดี๋ยวจะต้องมีเวลาในการถามอีกรอบหนึ่งครับ🔗
ได้ครับ คำถามที่ ๑ กรมที่ดินได้ดำเนินการพิจารณา เกี่ยวกับการเพิกถอนโฉนดที่ดินของอาคารวอเตอร์ฟรอนท์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี อยู่ใน กระบวนการและขั้นตอนใด และขณะนี้มีผลการพิจารณาเป็นประการใดขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทำหน้าที่ในการตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านยอดชาย พึ่งพร ท่านเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดชลบุรี ของพรรคประชาชน ท่านให้ความกรุณาติดตาม ถามในเรื่องความก้าวหน้าของการเพิกถอนโฉนดที่ดินแล้วก็การรื้อถอนอาคารโครงการ วอเตอร์ฟรอนท์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็เป็นเรื่องที่ตรงกัน เข้าใจตรงกันว่าเป็นเรื่องที่ได้มีการติดตามกันมาโดยตลอด แล้วก็ เป็นสิ่งปลูกสร้างที่ดูแล้วก็ไม่เป็นที่ประทับใจแล้วก็เบียดบังในสิ่งที่เป็นสิ่งสำคัญของเรา ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะที่เมืองพัทยา🔗
เรื่องนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากระทรวงมหาดไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อคราวที่แล้วก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่ามีอดีตรัฐมนตรี ท่านซาบีดาไปตอบที่วุฒิสมาชิก ก็คำถามใกล้เคียงกัน ทุกคนก็มีความห่วงใยกันว่าเรื่องดังกล่าวจะมีการดำเนินการให้มันเสร็จสิ้น ไปอย่างไร กรมที่ดินเองก็มีการตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ๖๑ ผมเรียนเบื้องต้นก่อนว่า มันเป็นเรื่องพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและเรื่องของอาคารที่สร้างบนที่ดิน ซึ่งเอกชนเขาไปสร้าง เป็นเหมือนอาคารชุดในที่ดินที่เขาเคยอ้างสิทธิว่าเป็นเจ้าของ ตั้งแต่มี ส.ค. สิทธิครอบครอง แล้วก็นําไปสู่การออกโฉนดที่ดิน แล้วก็มีเรื่องที่เกิดจากการที่ ป.ป.ช. ได้มีมติในคราวการประชุม ที่ ๑๐๒/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๑๙ กันยายน เห็นว่าจากการศึกษาสภาพพื้นที่มีการอ่านแปลพื้นที่ มีการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศบนแปลงโฉนดที่ดิน ตามที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงประมาณ ๗ แปลงด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ๙๕๙๒ ๙๖๖๑ ๑๕๐๔๘ ๑๕๐๔๙ ๑๕๐๕๐ ๑๒๓๓๕๔ แล้วก็ ๑๒๓๓๕๕ ที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี🔗
เรื่องดังกล่าวนี้ก็มีการตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ๖๑ ก็มีการสอบสวน เพราะว่าในกรณีที่จะมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งอธิบดี ก็มอบหมายรองอธิบดีทำหน้าที่ในการเป็นคณะกรรมการ ก็สอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ความจริงเราตั้งกันมาตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๖ การตั้งคณะกรรมการมา ซึ่งก็เรียน ด้วยความเคารพว่าความจริงการตั้งคณะกรรมการมันควรจะใช้เวลาเพียง ๖๐ วัน แล้วก็ ถ้ายังไม่แล้วเสร็จก็อาจจะต้องมีการเพิ่มขยายไปอีก ๖๐ วัน แต่ว่าพอถึงวันนี้ก็เห็นตรงกันว่า เวลามันน่าจะเสร็จแล้ว ทำไมไม่เสร็จสักทีหนึ่ง แต่ว่าผมเรียนเบื้องต้นว่าการสืบสวนสอบสวน สิทธิทั้งหลายมันต้องทำด้วยความรอบคอบ วันหนึ่งถ้าเกิดว่าสิ่งที่เราทำมันผิด คณะกรรมการ ทั้งหลายก็ต้องโดนตามมาตรา ๑๕๗ อันนี้ก็ต้องพิสูจน์สิทธิให้เกิดความชัดเจนว่าการที่เขา ดำเนินการมามันชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ อย่างไร แล้วเราจะเพิกถอน มันจะต้องมีความชัดเจน เพราะว่าคนที่ถือเอกสารสิทธิ เขาถือว่าเป็นโฉนด ก็เป็นเอกสาร ที่ทางราชการออกให้ ซึ่งรัฐธรรมนูญเองบอกว่าก็เป็นการคุ้มครองอยู่นะครับ สิทธิของประชาชน เพราะฉะนั้นการจะมีการเพิกถอนอะไร อย่างไร ก็ต้องมีความชัดเจน แม้แต่ถึงแม้ว่า ป.ป.ช. จะมีมติอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าการที่เราจะไปเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งสิ้น ต้องมีความชัดเจน🔗
วันนี้ก็ผมเรียนท่านประธานกับสมาชิกว่าก็ไปได้ไกลพอสมควร ก็อยู่ในระหว่างที่ ให้ผู้ถูกร้องเขาได้นําเอกสารเพิ่มเติมว่ามีกระบวนการตอนที่สอบสวนครั้งแรก มีการถ่ายโอน เจ้าของ เจ้าของมีการเอาที่ดินไปคล้าย ๆ เหมือนไปจำนองกับรายหนึ่งแล้วก็มีโอนไปอีกรายหนึ่ง แต่รายที่รับสิทธิตอนสุดท้ายยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการในการที่เข้ามาพิสูจน์ อันนี้ผมเรียน ท่านประธานว่ากระบวนการเสร็จสิ้น เราก็สามารถเพิกถอนได้ถ้ามันเป็นไปตามที่หลักฐาน ทั้งหลายที่ถูกต้อง อันนี้เราก็เรียนเบื้องต้นว่าต้องคุ้มครองสิทธิทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เห็นว่า มันเป็นเรื่องที่มิชอบ ส่วนฝ่ายที่ถือสิทธิแล้วเขาก็ต้องให้ได้สิทธิในการที่จะชี้แจง ผมคาดหมายว่า เดี๋ยวเราคงต้องเร่งต่อไป คิดว่าให้มันแล้วเสร็จ ให้มันเร็วที่สุด ในคำตอบเบื้องต้นขออนุญาต ตอบเรียนท่านประธาน เรียนท่านสมาชิกเพียงเท่านี้ก่อนครับ🔗
เชิญท่านยอดชาย พึ่งพร ถามคำถามที่ ๒ ครับ ท่านมีเวลาอยู่อีก ๑ นาที ๔๑ วินาที เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนตรงนี้ว่า รู้สึกผิดหวังกับการทำหน้าที่ของกรมที่ดิน ที่ประวิงเวลาเพื่ออะไร เพื่อไม่ยอมเพิกถอนโฉนด เพราะท่านก็รู้อยู่แล้วว่ามันผิด ในเมื่อศาลพิพากษาไปแล้วถึงศาลฎีกา ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร ต่อไป คือ ผมทำหน้าที่ให้พี่น้องชาวพัทยาซึ่งท่านไม่ใช่คนพัทยา ท่านไม่เข้าใจ🔗
คำถามที่ ๒ หากกรมที่ดินมีการเพิกถอนโฉนดในที่ดินดังกล่าว จะทำให้ที่ดิน บริเวณนั้นตกเป็นที่ดินสาธารณะ รัฐบาลมีมาตรการหรือคำสั่งให้เมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง ร่วมกันดำเนินการ ให้เจ้าของอาคารทำการรื้อถอนอาคารจากที่สาธารณะ ให้เป็นไปตาม ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครอง ป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินสำหรับพลเมืองที่ใช้ร่วมกัน พ.ศ. ๒๕๕๓ จะดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่ ดังกล่าวอย่างไรเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อที่สาธารณะรวมไปถึง การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แล้วจะเยียวยาแก่ผู้ที่เสียหาย ที่ได้ไปทำการซื้ออาคารชุดนี้ไว้ อย่างไรขอบคุณครับ🔗
เรียนเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมเข้าใจท่านครับ ท่านก็มีความมุ่งหวังที่จะ ได้เห็นว่าการดำเนินการเพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนสำเร็จลุล่วงด้วยความเรียบร้อย ที่ดินเป็นงานที่อยู่ในกำกับของกรมที่ดิน ผมเรียนเบื้องต้นว่ากรมที่ดินเองไม่ได้ไปชะลอหรือ ไปทำให้เกิดความล่าช้า แต่ผมเรียนเบื้องต้นก่อนว่าคือสิทธิมันต้องพิสูจน์กันให้เกิดความชัดเจน ว่ามันตรงไปตามที่ทุกคนกังวลหรือไม่ อย่างไร เพราะว่าการเพิกถอนสิทธิต่าง ๆ วันที่เพิกถอน เขาอาจจะต้องฟ้องมาถึงกรมที่ดิน ให้กรมที่ดิน เขาเรียกว่าชดเชย ชดใช้ในกรณีที่อาจจะละเมิด หรืออะไรประมาณอย่างนั้น แล้วก็เงินที่ไปใช้ในการชดเชยสิ่งที่เขามาโดยสุจริตก็ไม่ใช่เงินของ กรมที่ดิน มันเป็นเงินภาษีอากรพี่น้องประชาชนก็เงินพวกเรานั่นละครับ เพราะฉะนั้น การจะทำอะไรก็ต้องทำด้วยความชัดเจน ผมต้องกราบเรียนท่านประธานขอความเห็นใจว่า ตัวเลขแต่ละปีที่ดูตัวเลขที่อาจจะต้องชดเชยนี่หลายหมื่นล้านบาท ในการที่มองว่า ถ้าต้องชดใช้นะครับ แต่ว่าการที่บุคคลจะได้เอกสารสิทธิมา มันก็มีขั้นตอน มีการตรวจสอบ มีอะไรพอสมควรนะ จนออกเอกสารสิทธิออกมา อันนี้เป็นเรื่องที่เรามองว่ามันต้องเกิด ความชัดเจนก่อน🔗
ส่วนเรื่องอาคารทั้งหลายเหล่านี้ เมื่อผลคดีทั้งหลายมันยังไม่มีความเป็นข้อยุติ เราจะต้องให้กระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายมันเสร็จสิ้นไปหมด วันหนึ่งถ้าบอกว่า ศาลมีคำสั่งเพิกถอน แล้วก็มีการเพิกถอนหมดแล้ว ที่ดินเหล่านี้ก็เป็นที่ดินสาธารณะ อาคาร ทั้งหลายที่อยู่บนที่ดินสาธารณะ มันก็อยู่ไม่ได้อยู่แล้ว มันก็ต้องมีการทุบทิ้งอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในขณะนี้ที่ดินดังกล่าวยังไม่ได้กลับสู่เป็นที่ดินสาธารณะ ยังอยู่ในขั้นตอน ทางกฎหมายในการที่ได้พิสูจน์สิทธิกัน ยังไม่เสร็จสิ้น แต่ว่าเบื้องต้นทางกรมที่ดินเองก็ไม่ใช่ว่า นิ่งนอนใจอะไร ก็เร่งรัด เวลากลับเป็นที่ดินสาธารณะเองก็ต้องไปดูอีกว่าที่ดินดังกล่าว มันอยู่ในความรับผิดชอบของใคร ถ้าเป็นส่วนเขาบ้างอาจจะเป็นเรื่องของท้องถิ่น ถ้าเป็นชายทะเลก็อาจเป็นกรมเจ้าท่า ต้องดูอีกทีว่าพื้นที่ดังกล่าวแต่เดิมมันอยู่ใน ความรับผิดชอบของใคร แต่ว่าเมื่อเป็นที่สาธารณะแล้วก็ต้องสงวนหวงห้าม เพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน ส่วนอาคารที่มันอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่ถูกต้องแล้ว มันก็ต้องถูกทุบ ทำลายทิ้งไป เพื่อใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่จะไปจัดภูมิทัศน์ ดูแลเป็น แหล่งท่องเที่ยว เป็นสถานที่ที่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ แล้วก็เป็นที่ที่อาจจะสร้างรายได้ ในเรื่องการท่องเที่ยวให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปอันนี้ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการหลังจาก ที่มีข้อยุติเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
นิดหนึ่งนะครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ มีพอจะมีกรอบเวลาให้ผมได้หรือไม่ครับ จะได้ไปตอบพี่น้องชาวพัทยาได้ว่าทางท่านรัฐมนตรีใหม่ ป้ายแดงของเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำเรื่องนี้ให้กับพี่น้องชาวพัทยา ขอกรอบเวลาชัด ๆ สักครั้งครับ ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน กระบวนการการดำเนินการนะครับ ผมเป็นรัฐมนตรี ก็เพียงกำกับดูแล รัฐมนตรีแต่ละท่านเราไม่ได้เป็นกรรมการที่เข้าไปกำหนดเวลา แต่ว่า เราก็ต้องเร่งรัดไปที่กรมบอกว่าสิ่งที่มันดำเนินการ ก็ต้องดำเนินการไปให้ชอบด้วยกฎหมาย รัฐมนตรีก็จะสั่งงานอย่างนี้ เราไม่สามารถที่จะลงไปกำหนดว่าวันนี้ อย่างในประเด็นอย่างนี้ คณะกรรมการเขาก็มีกรอบเวลา แต่ผมก็ถามแล้วว่าเวลาที่มีอยู่ทั้งหมดไม่ใช่เวลาสิ้นสุดนะ เขาเรียกว่าเป็นเพียงเวลาเร่งรัด เพราะว่าเวลาสืบสวนสอบสวน มันอาจจะต้องมีพยานอะไร เพิ่มเติม มีบุคคลอะไรเพิ่มเติม อันนี้ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ว่าเหมือนเราจะบอกว่าจะใช้เวลา ๖๐ วัน ๑๒๐ วันหรือไม่ แต่ผมเรียนเบื้องต้นว่าเดี๋ยวเรื่องนี้ ผมรับท่านมาแล้วผมจะขออนุญาตที่จะต้องติดตาม เร่งรัด เมื่อคราวที่แล้วผมไม่ได้กำกับดูแล กรมที่ดิน ผมเรียนท่านด้วยความเคารพนะครับ แล้วก็อะไรที่คิดว่ามันสามารถดำเนินการ ด้วยความรวดเร็วเพื่อประโยชน์ประชาชนเรานิ่งไม่ได้ อันนี้ผมเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมเข้าใจท่านนะท่านห่วงใย ท่านอยากให้มันเรียบร้อย แต่ว่าการทำ ด้วยความเรียบร้อยมันมีข้อจำกัดหลายเรื่อง โดยเฉพาะข้อกฎหมายซึ่งเขาถือเอกสาร ที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง อันนี้ผมพูดแบบนี้นะครับ เขาถือเอกสารที่รัฐออกให้ รัฐธรรมนูญ คุ้มครองเขาว่าเขาเป็นมีสิทธิ เราไปเห็นว่ามันไม่ถูกกระบวนการที่จะไปเพิกถอนสิทธิ ที่เขามี มันต้องรอบคอบ เขาเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่เขาอยู่ในแผ่นดินไทยเรานะครับ อันนี้ก็เป็นสิทธิต้องเท่าเทียมกันด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑ เรื่อง ติดตามความก้าวหน้าการเพิกถอนโฉนดที่ดินและ การรื้อถอนอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ขอขอบคุณท่านผู้ถาม คือ ท่านยอดชาย พึ่งพร แล้วก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ขอบคุณนะครับ🔗
๒. เรื่อง การแก้ไขปัญหาที่ดินรกร้างในความดูแลของหน่วยงานรัฐและ เอกชน นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมอนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ ๑. นายจักรพันธ์ จันทรภูมิ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ๒. นายเฉลิมชัย ปุญญะประสิทธิ์ เจ้าพนักงานเทศกิจชำนาญการ สำนักงานตรวจ และบังคับการ สำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร และผมอนุญาตให้ประชาชนผู้เข้าร่วมรับฟัง การตอบกระทู้ถามในครั้งนี้ดังนี้ ๑. นางสาวยศชา คีตะโสภณ ๒. นางสาวชลทิพย์ วัชระเรืองสันติ ๓. นายภาณุวัฒน์ ศรีวงษา ๔. นายกฤษณะ พุดจีบ ๕. นายภมร พลจันทร์ ทุกท่านมาพร้อมแล้ว ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ดังนั้นขอเชิญท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ ถามกระทู้ได้เลย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงินและลาดพร้าว จรเข้บัว ประเด็นวันนี้ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็เจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยด้วย เพราะเนื่องจากว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน ซึ่งหลังจากที่จบกระทู้ผมแล้วก็ยังจะมีกระทู้ที่เกี่ยวกับที่ดิน แล้วก็เป็นพื้นที่เดียวกันด้วย เรื่องสายไหมต่อกันเลย🔗
เพราะฉะนั้นก็จะรบกวน เจ้าหน้าที่ทุกท่านในประเด็นนี้ด้วย ประเด็นของผมเป็นประเด็นเรื่องของไฟไหม้บนที่ดินรกร้าง เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของผมมานานแล้ว ตั้งแต่การได้รับเป็น สส. มีประชาชนร้องเรียน มาตลอดระยะเวลา ในขณะเดียวกันประเด็นเรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งถูกหยิบยกผ่านกลไกสภา เราปรึกษาหารือประธานสภา เราตั้งกระทู้ถามตอบในราชกิจจานุเบกษาก็ทำมาแล้ว แต่ท่านลองคิดดูครับตั้งแต่วันแรกที่เราตั้งกระทู้จนมาถึงทุกวันนี้ ที่ดินที่มันมีปัญหา บางแปลงขนาดใหญ่ที่มันมีปัญหา ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ แล้วก็มีบางที่ดินที่เราเข้าไปคุย แล้วก็มีหลายที่ดินที่เขาเริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกันมาแล้ว มันเลยทำให้ผมจำเป็นที่จะต้อง ถอดเอาที่ดินบางอันออกจากสไลด์ด้วยเป็นแบบนั้นนะครับ ถ้ามันเป็นการเผาไหม้เล็ก ๆ เราก็คงจะไม่เอามาเป็นประเด็นในการพูดวันนี้ เพราะว่าตอนที่มันเผาไหม้ เผาไหม้บนที่ดิน ขนาดใหญ่ เวลาที่มันเกิดควัน เวลาที่มันเกิดเพลิงมันค่อนข้างที่จะกระจาย แล้วก็ลุกลาม เป็นการใหญ่ อย่างไรก็ดีปัญหาเผาไหม้บนที่ดินขนาดใหญ่อาจจะเกิดเฉพาะหรือว่ามาก ในช่วงฤดูร้อน เพราะว่ามันมีการสะสมความร้อนในชั้นผืนดิน จะบอกว่าตอนนี้ไม่มีเลย มันก็ไม่ใช่ เพราะว่าทุกวันนี้ถ้าท่านลองดูในแผนภูมิ เขตของผมจะเป็น ๓ เขต ๓ แขวง ซึ่งจริง ๆ แล้วมีที่ดินขนาดใหญ่กระจายกันอยู่ตามแต่ละเขต โดยที่สาเหตุสถิติในการเผาไหม้ ก็เกิดจากการบุกรุก ทิ้งขยะจากคนขายของเก่าบ้าง คนจรจัดบ้าง คนที่เข้าไปสูบยาบ้าง ซึ่งที่ดินเหล่านี้มันเป็นที่ดินขนาดใหญ่มาก ๆ การลักลอบเข้าไปในพื้นที่นั้นมันสามารถทำได้ง่าย เพราะฉะนั้นต่อให้ไม่ใช่หน้าร้อน การเผาไหม้ เพลิงไหม้ก็เกิดขึ้นได้ แล้วเวลาที่เราลงไปดู ในที่ดินเหล่านี้ เราก็จะเห็นว่าเขาไม่มีกำแพงล้อมรั้วรอบขอบชิด มีอย่างดีก็เช่น มีรั้วลวดหนามบ้าง ซึ่งมันมีช่องให้ลอด เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้าไปสามารถเข้าไปได้แน่นอน เวลาที่มันเกิดไฟขึ้นมา แล้วเราลองไปดูครับส่วนใหญ่แล้วมีหญ้าสูง มีดอกหญ้าบ้าง ไม่ก็แห้งตายบ้างหรือบางที่ เป็นกองขยะเลยครับซึ่งล้วนติดไฟได้ง่ายมาก บางที่ไม่มีแนวคันกันไฟเวลาที่เผาไหม้ขึ้นมา มันก็เลยเกิดควันเป็นจำนวนมาก เป็นปัญหาต่อทรัพย์สินแล้วก็สุขภาพ เวลาที่เราลงไปดู รอบ ๆ ด้านจะเต็มไปด้วยหมู่บ้านในปัจจุบัน ซึ่งทุกวันนี้เวลาที่มันเผาไหม้กลางวันหรือตอนนี้ก็ดี คนส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุครับ เวลาที่เกิดปัญหานี้ผู้สูงอายุก็จะลนลาน แล้วก็แก้ไขปัญหา ไม่ได้ เด็กทารก เด็กหรือผู้ป่วยติดเตียงนี่เยอะมากครับในพื้นที่ผม เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้เวลา เกิดควันอะไรขึ้นมาจะค่อนข้างมีผลกระทบค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพก็ดี แล้วก็เรื่องของจิตใจก็ดีที่ผ่านมาไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาอะไรมากมายนัก เวลาไฟไหม้ ก็รถดับเพลิงเข้าไปก็แค่นั้นเอง แต่อย่างที่ท่านเห็นครับว่าจำนวนของบางเขนกับสายไหม ค่อนข้างที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างสูง แล้วก็เกิดซ้ำ ๆ บนที่ดินขนาดใหญ่เหล่านั้น ซึ่งเวลาผมลงไปดู แล้วก็ไปขอข้อมูลจากที่ดินเขตมาด้วย ซึ่งที่ดินขนาดใหญ่เหล่านั้นกลายเป็นของเอกชน รายใหญ่ พูดชื่อไปก็หลายท่านก็น่าจะพอที่จะรู้จัก แต่การที่เป็นที่ดินขนาดใหญ่และ เป็นเอกชนขนาดใหญ่นั้นมันนำมาซึ่งการอะลุ้มอล่วยกันหรือเปล่า การปล่อยผ่านหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาเรามีการทำงานแล้วก็คุยกับสำนักงานเขต พอเข้าไปคุยก็ไม่ได้ผลอะไร ตอบกลับมา ผู้อำนวยการเขตก็ดีครับ ทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงหรือย้ายกัน Turnover กันเร็วมาก ๒ ปีก็เปลี่ยนที เพราะฉะนั้นคนใหม่เข้ามาก็ต้องนั่งทำความเข้าใจกันใหม่เป็นแบบนี้วนไปครับ เพราะฉะนั้นในจุดนี้อาจจะขอถามคำถาม ๒ คำถามไปเลยเพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาท่าน แล้วก็ให้ท่านได้ตอบไปเลย ก็คือว่าอยากจะขอปรึกษาหารือกับท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะมีมาตรการ ในการจัดการที่ดินของเอกชนขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มีการดูแลการจัดการ บางที่ก็ถูกปล่อยทิ้งร้าง ไม่ว่าจะเป็นเจตนาหรือปล่อยปละละเลยหรือไม่ได้เจตนาอย่างไรก็แล้วแต่ หรือว่ามันเป็น ค่าใช้จ่ายที่สูงประมาณแบบนี้ ท่านมีมาตรการในการทำงานอย่างไรบ้าง ในขณะเดียวกัน พื้นที่เหล่านี้บางพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่นในซอยของชุมชนวัชระพล ๓ ด้านหลังเป็นของการรถไฟ ซึ่งจริง ๆ แล้วทางด้านนั้นค่อนข้างที่เข้ามาคุยแล้วก็ประสาน แต่ก็มีอีกหลายที่ครับ ยกตัวอย่าง เช่นใต้ทางด่วน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ตรงนี้มีการเผาไหม้บ่อยมาก ถึงมีการแจ้งไปแล้ว ก็ไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอยู่ดี เพราะฉะนั้นปัญหาที่เราจะจัดการกับเอกชนก็หนึ่งอย่าง แล้วปัญหาที่จะบูรณาการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานราชการเหล่านี้ ทางท่านรัฐมนตรี มีมาตรการหรือมีแนวนโยบายในการจัดการที่ดินขนาดใหญ่เหล่านี้อย่างไร ขอขอบคุณมากครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทำหน้าที่ในการตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน กรุงเทพมหานคร ท่านก็อยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองใหญ่ แล้วก็เป็นเมืองซึ่งเจริญแล้วก็ปัญหาที่ท่านได้พูดถึง ก็เป็นเรื่องของมลภาวะด้วย เรื่องความเดือดร้อนรำคาญ เรื่องความสะอาด เรื่องความน่ากลัว อันตรายทั้งหลาย โดยเฉพาะเรื่องของที่ดินที่อยู่ในพื้นที่เขตชุมชน ผมก็คิดเหมือนท่านครับ ที่ดินที่อยู่ในกรุงเทพฯ บางแปลง ผมเข้าใจว่าเจ้าของมีหรือเปล่าไม่รู้ หรือว่าเจ้าของ จำที่ตัวเองไม่ได้ว่าที่ตัวเองมันมีมากขนาดไหนแล้วก็ปล่อยปละละเลยจนทำให้เป็นปัญหา ตามที่ท่านได้มีสไลด์แล้วก็ได้เห็นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจตรงกันว่าเราคงจะต้องมีมาตรการอะไร สักอย่างทำให้ที่ดังกล่าวเหล่านั้นเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตเมือง มันต้องเป็นพื้นที่ที่ประกอบกับเมืองที่เป็นเมือง Civilize แล้วก็เป็นเมืองที่มีผู้คน เข้ามามากมาย เรื่องดังกล่าวที่ท่านกรุณาถามเป็น ๒ คำถาม ก็เกี่ยวกับเรื่องที่ดินในเรื่องของ มาตรการในการจัดการที่ดินรกร้างของเอกชน เรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยเองก็มีมาตรการ เป็นไปตามกฎหมาย มาตรการการให้ที่ดินตกเป็นของรัฐ อันนี้หมายความว่าที่ดิน ถ้ามันรกร้างว่าเปล่านาน ๆ ไปก็มีมาตรการในการที่จะทำให้ที่ดินดังกล่าว ใช้คำว่า อาจจะ จะว่าตกเลยเดี๋ยวจะเป็นประเด็นปัญหา อาจจะตกเป็นที่ดินของรัฐ อันนี้เป็นไปตามมาตรา ๖ ของประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งมีหลักเกณฑ์คือว่าเจ้าของที่ดินทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าติดต่อกัน ๑๐ ปี อันนี้สำหรับโฉนด มันก็เหมือนเป็น การครอบครองปรปักษ์เปรียบเทียบอย่างนั้นหรือเกินกว่า ๕ ปีสำหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ โดยจังหวัด อันนี้ต้องหมายถึงกรุงเทพมหานคร จังหวัดจะดำเนินการ แจ้งเตือนให้เจ้าของที่ดินเข้าทำประโยชน์ภายใน ๓ เดือน ต้องมีหนังสือแจ้งนะครับ หากไม่ดำเนินการจะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาว่ามีการทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ในที่ดิน เกินกำหนดเวลาจริงหรือไม่ ก็ต้องมีการตั้งกรรมการ เพราะมันมีเงื่อนไขของเวลา แล้วทำเป็นความเห็นส่งกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการทางศาล คือต้องมีการส่งศาล เมื่อศาลได้มี คำสั่งเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวแล้ว ที่ดินดังกล่าวก็ตกเป็นที่ดินของรัฐ อันนี้คือเป็นมาตรการที่ ๑ ในการบังคับใช้กฎหมาย🔗
มาตรการที่ ๒ เป็นมาตรการในการบังคับให้เจ้าของจัดการดูแล เมื่อครู่ผมก็เรียนท่านประธานว่าบางทีเจ้าของที่ดินในกรุงเทพ ที่ผมนั่งดูผมเข้าใจว่า เขาเป็นคนจนหรือเปล่า เพราะว่าบางทีไม่มีเงินไปตัดต้นไม้ไปทำให้มันเรียบร้อย เป็นความเข้าใจ นะครับ แต่ว่าเรื่องนี้เราก็ต้องมีมาตรการโดยให้ท้องถิ่น อย่างที่ท่านได้พูดถึงในเขตบางเขน หรือสายไหมแล้วแต่ในกรุงเทพมหานคร เราก็ต้องใช้ กทม. ใช้อำนาจตามกฎหมายหลายฉบับ เพื่อบังคับให้เจ้าของแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรกร้าง เช่น ปัญหาขยะ การเผา หรือ เหตุเดือดร้อนรำคาญ โดยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ โดยการออกหนังสือแจ้งและออกคำสั่งให้เจ้าของดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ เช่น มีการล้อมรั้ว การกำจัดวัชพืช การหยุดการทิ้งขยะ การเผาขยะ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีการปรับเป็นพินัย อันนี้เป็นโทษปรับตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ รวมถึง อาจจะมีการใช้มาตรการทางภาษี วันนี้คนที่มีที่ดินแล้วอาจจะใช้ที่ดินไปในทางที่อาจจะ ไม่ใช้ประโยชน์เต็มที่เราก็จะมีมาตรการทางภาษี เพื่อให้เจ้าของที่ดินเขามีความรู้สึกว่า เขาต้องใช้ประโยชน์นะ ไม่อย่างนั้นเขาต้องเสียภาษีมากยิ่งขึ้น ภาษีเหล่านี้ก็เก็บไปใช้ ในการที่จะพัฒนาพื้นที่ต่อไป อันนี้ก็เป็นแนวทางอย่างหนึ่งที่เป็นมาตรการในการที่จะเร่ง กระตุ้นให้คนที่มีที่ดินใช้ประโยชน์แล้วก็ดูแลเรื่องความสะอาด ความเรียบร้อย ความปลอดภัยในพื้นที่ของตนเองให้เป็นที่สวยงามต่อไป นั่นเป็นคำถามข้อที่ ๑🔗
ส่วนในคำถามข้อที่ ๒ ผมขออนุญาตตอบเลยได้ไหมครับท่านประธาน ก็เป็นเรื่องที่ท่านได้ถามถึงเรื่องที่ดินเป็นประเด็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ ได้มีกฎหมายที่บัญญัติเรื่องอำนาจในการดูแลและดำเนินการคุ้มครองป้องกัน ตลอดถึงการบริหารจัดการที่ดินของรัฐไว้เป็นการเฉพาะ อันนี้ก็มีกฎหมายกำหนดชัดเจน อยู่แล้ว สำหรับที่ดินที่เป็นสาธารณประโยชน์ มีนายอำเภอร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น ถ้าเป็น กทม. ก็ต้องมีผู้ว่า กทม. มีฝ่าย มีเขต เข้าไปรับผิดชอบในการดูแล รักษา คุ้มครอง ป้องกันตามมาตรา ๑๒๒ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช ๒๔๕๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และเนื่องจากการจัดทำบริการสาธารณะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การใช้ที่ดินที่เป็นสาธารณประโยชน์ในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ กระทรวงมหาดไทยเอง เขาก็มีการบูรณาการกันในการให้หน่วยงานทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กำหนดหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบ จากผู้ว่าราชการจังหวัด ในการกำหนดทิศทางในการที่จะดูแลพื้นที่สาธารณะทั้งหลายให้เป็น ประโยชน์ แล้วก็การยินยอมอะไรทั้งหลายก็ต้องขอความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในการดำเนินการใช้ที่ดินที่เป็นสาธารณประโยชน์ใช้ร่วมกัน เป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ ในการส่งเสริมกิจการทั้งหลายของกระทรวงต่อไป ของสาธารณชนต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ครบทั้ง ๒ คำถามแล้ว แต่ว่าก็ยังมีเวลา ผมอนุญาตให้ถามนิดหน่อย🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน คงจะเป็นเรื่องของการขอปรึกษาหารือแล้วก็เรื่องของการเสนอแนะดีกว่า อย่างนี้ครับ ต้องเรียนว่าเรามีกฎหมายอย่างที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมานั่นแหละ เรามีกฎหมายอยู่หลายฉบับ มาก ๆ แต่ว่าในเรื่องของการบังคับนั้นแทบจะน้อยมาก เพราะอย่างที่เรียนว่าพอเราอยู่ ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครมันก็เป็นอำนาจของการปกครองท้องถิ่น แล้วก็เป็นส่วนของ สำนักงานเขตที่ผ่านมา แต่ว่า Action ของทางสำนักงานเขตต้องขอบอกว่าค่อนข้างที่จะน้อย จริง ๆ ในส่วนของกฎหมายบางตัวก็อาจจะมีการทำรายละเอียดเพียงแค่ในระดับหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น การทำแนวคันกันไฟอาจจะมีเขียนอยู่ แต่ว่าทางปฏิบัติในปัจจุบัน เนื่องจาก สภาพของที่ดินบางทีเป็นที่ดินที่ไม่ได้มีถนน Access เข้าไปง่าย ๆ บางทีก็ติดกับโครงการ บ้านจัดสรรซึ่งเป็นของเอกชน เวลาที่จะเข้าไปดับเพลิงหรืออะไร ค่อนข้างที่จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นในรายละเอียดกฎหมายบางตัวมันสมควรที่จะต้องมีการปรับเพิ่ม ยกตัวอย่าง เช่น การทำถนนเข้าไปในพื้นที่ของที่ดินรกร้างเหล่านั้น ที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เหล่านั้น เพื่ออะไร เพื่อเวลาที่มันเกิดเพลิงไหม้มันไม่ได้เกิดเพลิงไหม้ตรงบริเวณรอบ ๆ หรือขอบ แต่บางทีมันเข้าไปอยู่ตรงกลาง ซึ่งกว่าจะดับเพลิงได้ก็ต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างจะพอสมควร เข้าไปก็ลำบาก เพราะฉะนั้นกฎหมายบางตัวสมควรที่จะมีการทำเพิ่ม แล้วก็มีการบังคับใช้ ให้ได้มากกว่านี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว อยากจะเห็นภาพในการที่ลงไปบูรณาการร่วมกัน ของกระทรวงกับการปกครองท้องถิ่นด้วย เพราะว่าที่ผ่านมาเราค่อนข้างที่จะหวังกับ ตัวของสำนักงานเขต เข้าใจว่าเขาก็มีภารกิจที่เป็นมาตรฐาน เป็นพื้นฐานของเขาอยู่แล้ว พอเป็นประเด็นเหล่านี้เข้าไป การตอบสนองค่อนข้างที่จะช้า เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะ เห็นภาพได้ดีขึ้นก็อยากจะขอให้ทางกระทรวงมี Action หรือมีการทำงานที่ค่อนข้างชัดเจน ลงไปร่วมทำงานกับทางท้องถิ่นด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้ก็อาจจะขอฝากเอาไว้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ก็เป็น ข้อเสนอแนะฝากไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ ผมก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ความกังวลห่วงใย ผมก็คงต้องกำชับ ความจริงงานของกรุงเทพมหานครก็อยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงมหาดไทย เพียงแต่ว่าการบริหารราชการของ กทม. ก็เหมือนจะเป็นอิสระ เขามีผู้ว่าราชการจังหวัด มีอะไร แต่ว่าบางเรื่องเขาก็ต้องใช้กฎหมายในการไปใช้บังคับ เพียงแต่ว่าท่านอาจจะกังวลใจเรื่องของเจ้าหน้าที่อาจจะเข้าไปบังคับใช้กฎหมายอาจจะ ยังหย่อนยานหรืออะไรประมาณนี้ อันนี้ผมจะกำชับไป ส่วนเรื่องของจะมีการก่อสร้าง อะไรก็แล้วแต่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเขาก็ต้องใช้กฎหมายควบคุมอาคาร เรื่องของ ระยะห่าง ระยะร่น พื้นที่อะไรที่ต้องป้องกัน เรื่องของภัยพิบัติอะไรทั้งหลาย กทม. เอง ก็ต้องรับหน้าที่ไปดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมก็จะรับท่านไป จะไปกำชับให้การดำเนินการของ กทม. เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้ดีที่สุด ต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ทั้งท่านผู้ถามแล้วก็ท่านผู้ตอบนะครับ ก็คือท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ และขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ครับ ขอบคุณทุกท่านนะ ครับที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ จบกระทู้ถามเฉพาะที่ ๒ ครับ ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
๓. เรื่อง ประชาชนมีความประสงค์จะอุทิศที่ดินของตนเองแบ่งหัก ให้กับรัฐเป็นสาธารณะ แต่กลับต้องเสียค่ารังวัดให้กับรัฐ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านทรงศักดิ์ ทองศรี มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ครั้งนี้ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมเพื่อสนับสนุนให้กับการตอบกระทู้ในครั้งนี้ ๑. ท่านขวัญชัย อรัญเวช ผู้อำนวยการ สำนักจัดการที่ดินของรัฐ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ๒. ท่านสรพงษ์ มานะสุขอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและส่งเสริมการรังวัด กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และ ผมอนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการประชุมในการตอบกระทู้ครั้งนี้ ๑. นายไพศาล สุทธาวรางกูล ๒. นายอาทิตย์ ชูสกุลธนะชัย ๓. นายภมร พลจันทร์ ๔. นายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ ๕. นางสาวศศิประภา มีทรัพย์มั่น ๖. นายสุธิวัส เอี่ยมศรี เมื่อพร้อมทุกฝ่ายแล้ว ผมขอเชิญท่านผู้ถามกระทู้ ท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม ยกเว้นแขวงออเงิน พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องว่าเอกชนจะมอบหรือ อุทิศที่ดินของตนเองแบ่งหักให้กับรัฐเพื่อเป็นทางสาธารณะ แต่ยังต้องมีการเสียค่ารังวัด ให้กับทางรัฐอยู่ ก็ขออนุญาตเท้าความก่อนถึงปัญหาว่า ปัญหาก็เกิดจากที่ว่าในปัจจุบัน หลายพื้นที่ในประเทศไทยก็มีเจ้าของที่ดินจำนวนมากที่ต้องการจะอุทิศที่ดินของตนเอง บางส่วนเพื่อจะเป็นทางสาธารณะประโยชน์ โดยเฉพาะในเขตสายไหมต้องบอกว่าสายไหม เป็นเขตกรุงเทพมหานครที่มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ แล้วก็เป็นพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยใหม่ มีหมู่บ้านเกิดขึ้นเยอะ มีการพัฒนาที่ค่อนข้างเยอะ แล้วก็ปัญหาที่เจอก็คือว่าทางสาธารณะ มีพื้นที่ถนนหลายแห่งมาก ๆ ยังไม่สามารถปรับปรุงหรือพัฒนาได้ เพราะว่าติดปัญหา ในเรื่องของว่ายังไม่ได้มีการยกเป็นที่สาธารณะ หรือว่ายกเป็นบางส่วน ที่เจอบางพื้นที่ เช่น จิรามกร หรือว่าในหลาย ๆ เส้นทางมีการยกบางส่วนอาจจะขาดข้างหน้า ขาดตรงกลาง แล้วก็ทำให้ไม่สามารถจะไปพัฒนาพื้นที่หรือว่าซ่อมแซมถนนได้ แล้วก็พอบางครั้งที่เราไปเจอ เราก็ไปคุยกับเจ้าของพื้นที่บางคนบางท่านที่เขาก็รู้สึกว่าอยากจะยกให้ เพราะแต่ก่อน สายไหมคนน้อย แต่ปัจจุบันสายไหมเป็นเขตที่ประชากรอันดับ ๑ หรือ ๒ ของกรุงเทพมหานคร ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน พอคนเริ่มเยอะทางสาธารณะบางทางที่อาจจะเป็นทางรกร้าง ทางที่ไม่ค่อยมีคนผ่าน คนผ่านเยอะขึ้น ถนนก็มีการชำรุดทรุดโทรม เจ้าของที่บางคนก็จะยกให้ เป็นทางสาธารณะเพื่อจะพัฒนา แต่ติดปัญหาที่ว่าการยกบางครั้งจะต้องมีการเสียค่ารังวัดที่ดิน ๗,๐๐๐ กว่าบาท บางท่านอาจจะมองว่ามันไม่ได้เยอะ แต่สำหรับบางท่านก็มองว่ามันก็เป็น ภาระเหมือนกันทำให้มีการเปลี่ยนใจที่จะไม่มีการยกให้เป็นที่สาธารณะแล้ว ซึ่งปัญหาที่เจอ ก็คือว่าทางเจ้าของที่เขารู้สึกว่า เมื่อตนเองต้องการประสงค์แย่งที่ดินให้กับทางรัฐบาลส่วนแล้ว ทำไมจึงต้องมีการเสียค่ารังวัดอยู่ ก็ได้มีการไปค้นข้อมูลเลยพบว่า จริง ๆ มันมีหนังสือที่ออกถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเกี่ยวกับการเรียกค่าธรรมเนียมจัดเก็บรังวัดแบ่งหัก เป็นหนังสือ มท ๐๕๐๕.๐๔/ว ๑๐๓๙๓ ลงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๙ ว่าถ้ามีการรังวัดแบ่งหัก ที่สาธารณประโยชน์จะต้องไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการรังวัดค่ะ แต่เมื่อตรวจสอบไป ยังเจ้าพนักงานรังวัด สำนักงานที่ดินบางเขน ซึ่งคิดว่าคงจะเป็นระเบียบของทาง กรุงเทพมหานคร เขาก็แจ้งว่ามันมีประกาศฉบับหนึ่งของกรุงเทพมหานครที่กำหนดว่า ค่าใช้จ่ายในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินจะต้องมีการชำระค่าใช้จ่ายในการรังวัด ก็เลยมีคำถามมาถามท่านรัฐมนตรีค่ะ🔗
คำถามที่ ๑ กรมที่ดินภายใต้การกำกับดูแลของท่านมีการใช้กฎหมายหรือ ระเบียบใดเป็นหลักเกณฑ์ในการกำหนดให้ประชาชนต้องเสียค่ารังวัดในการอุทิศที่ดินแบ่งหัก เป็นทางสาธารณประโยชน์ แล้วก็ถามไปถึงคำถามที่ ๒ อาจจะมีความเชื่อมโยงกันก็คือว่า การอุทิศที่ดินแบ่งหักสาธารณประโยชน์นอกจากการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินแล้ว สามารถอุทิศโดยวาจาหรือทำหนังสือให้กับเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นได้หรือไม่ แล้วก็ การรังวัดที่ดินย่อมเป็นหน้าที่ของทางเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือไม่ อย่างไร ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรก เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เหมือนเดิมครับ ได้รับการมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ทำหน้าที่เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ท่านเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน กรุงเทพมหานคร ท่านได้มีความกังวล แล้วก็ห่วงใยและถามในเรื่องว่าประชาชนมีความประสงค์จะอุทิศที่ดินของตนเองแบ่งหัก ให้กับรัฐเป็นสาธารณะ แต่กลับต้องเสียค่ารังวัดให้กับรัฐ ก็เป็นเรื่องที่ผมก็เข้าใจเดียวกับ ท่านครับ คนยอมเสียสละขนาดนี้แล้วยังต้องเป็นภาระในการที่จะต้องมาเสียค่าใช้จ่าย อะไรทั้งสิ้นในการที่จะเป็นคนดีของสังคม แต่ต้องมาเสียค่าธรรมเนียม เสียค่ารังวัดในการที่ ตนเองเป็นคนอุทิศที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เรื่องนี้มันเป็น เรื่องระเบียบ เป็นกฎหมาย ผมเข้าใจว่าที่ท่านถามนี่ อนาคตผมคงต้องให้ทางกรมที่ดิน ไปหาแนวทางแก้ แต่ว่าในเบื้องต้นเราคงต้องตอบไปตามกฎหมายก่อนว่าการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ในการรังวัด ในการอุทิศที่ดินแบ่งหักเป็นทางสาธารณโยชน์เป็นอำนาจตามกฎหมาย มาตรา ๑๐๓ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ ฉบับที่ ๔๘ ฉบับที่ ๕๐ แล้วก็ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน หรือพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๕๘ โดยแต่ละจังหวัดจะมีการประกาศกำหนด อันนี้หมายถึงทุกจังหวัด กทม. ก็เหมือนกันนะครับ กำหนดอัตราค่าใช้จ่ายไว้ชัดเจนในการรังวัด ซึ่งประกอบไปด้วย ค่าธรรมเนียมแล้วก็ค่าใช้จ่ายอื่น การรังวัดแบ่งหักทางสาธารณประโยชน์ กรมที่ดินจะยกเว้น เฉพาะค่าธรรมเนียม แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ซึ่งประกอบไปด้วยค่าจ้างคนงาน ผู้ช่วยช่างรังวัด ค่าจ้างเหมารถยนต์เดินทางไปและกลับของเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือ อันนี้ไม่ได้รับการยกเว้น เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ส่วนค่าธรรมเนียมยกเว้น ก็มีหนังสือแจ้งหารือไปทุกจังหวัด ค่าธรรมเนียม เรายกเว้น แต่ว่าค่าใช้จ่ายอื่นไม่ได้ยกเว้น เพราะว่าค่าใช้จ่ายอื่นเราไม่ได้เก็บเป็นรายได้ของรัฐ ไปได้กับเจ้าหน้าที่ที่เขาต้องออกไปในพื้นที่ไปรังวัด แต่ว่าถ้าเขาจะบริจาคที่ดินให้กับรัฐ ถ้าทั้งแปลงไม่ได้มีการรังวัด อันนี้ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม อันนี้เรียนท่านประธานเบื้องต้นก่อน ว่าอันนี้มันเป็นไปตามกฎหมาย แต่ว่าถ้าท่านสมาชิกท่านเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าจะไม่ต้องเสีย เราคงต้องไปแก้กฎหมายในส่วนตรงนี้เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสนับสนุน ในเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นในการรังวัดต่อไป ส่วนคำถามข้อที่ ๒ ผมขออนุญาตตอบเลยได้ไหมครับ🔗
คำถามที่ ๒ ท่านยังไม่ได้ถาม🔗
ถามแล้วครับ เมื่อประชาชนต้องการอุทิศที่ดินแบ่งหักสาธารณประโยชน์เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สอยร่วมกัน อันนี้เป็นเรื่องของการอุทิศกันด้วยวาจาใช่ไหมครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ทำเป็น หนังสือก็ได้ เป็นด้วยวาจาก็ได้ ก็ทำให้ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของรัฐไปเลยตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๐๔ แต่ว่าการดำเนินการที่บอกว่าจะเสียค่าธรรมเนียม เพราะตกเป็นของรัฐแล้ว ทำไมเวลาจะรังวัดทำไมต้องเสียค่าธรรมเนียม อันนี้เวลากรมที่ดิน เขาจะดำเนินการ เขาก็ต้องยึดทะเบียนของผู้ที่เป็นเจ้าของเป็นเบื้องต้นก่อน ในการที่ จะคำนวณในการใช้ค่าธรรมเนียมในการที่จะแบ่งแปลงอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นเท่าไร อะไรอย่างไร แต่ว่าเรื่องอย่างนี้บางทีถ้าอยู่ในเขตท้องถิ่น ท้องถิ่นเองก็อาจตั้งงบประมาณเป็นค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการรับโอน เรื่องการรังวัดแบ่งแปลงอย่างนี้ได้ ก็เป็นอำนาจ หน้าที่ ซึ่งผมคงต้องกำชับไปทางกรมที่ดินในกรณีที่มีการมอบแบบนี้ก็ต้องให้ประสานงาน กับท้องถิ่นทั้งหลายว่าท่านสามารถตั้งงบประมาณลงไปใช้จ่ายแทนคนที่สละอุทิศได้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วก็เป็นประโยชน์แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะ เป็นภาระของคนที่อุตส่าห์อุทิศตนขนาดนี้ แล้วก็ต้องมาเป็นภาระถึงเงินไม่ได้เยอะอะไร แต่ว่ามันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น อันนี้ผมเรียนท่านประธานเบื้องต้นว่าเดี๋ยวคงต้องหารือ กับทางกรมที่ดินว่าแนวทางนี้เราจะมีการแก้ไขต่อไปอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ก็เหมือนมีการตอบในข้อที่ ๓ ไปแล้ว🔗
คือจริง ๆ แล้ว ตามข้อบังคับถามได้ ๒ คำถาม แต่ว่าเวลาของท่านเหลือ ผมขอให้เป็นการเสนอแนะข้อหารือ ให้กับท่านรัฐมนตรีทั้งผู้ที่ถามคำถาม ไม่เป็นคำถาม แต่อาจจะเป็นข้อเสนอแนะที่ให้ ท่านรัฐมนตรีได้รับไปก็ได้ครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ จริง ๆ ท่านผู้ช่วยก็ได้มีการตอบไปครบทั้ง ๓ ข้อแล้ว ก็มีการตอบไปถึงคำถามที่ ๓ ด้วย เกี่ยวกับเรื่องแนวทางค่ะ ทีนี้ก็ขออนุญาตสโกปสั้น ๆ ก็คือว่าไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือของกรมที่ดิน เกี่ยวกับเรื่องรังวัดที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือว่าตัวประกาศกรุงเทพมหานครที่มันมีความแตกต่างกัน ก็คือมีการยกเว้นเฉพาะเฉพาะค่าธรรมเนียมถูกหรือไม่คะ แต่ที่มีการเก็บกันมันคือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไม่ได้เป็นค่ารังวัด ซึ่งจริง ๆ ชาวบ้านเขาจะเข้าใจว่าเป็นค่ารังวัดเหมือนกัน เข้าใจถูกหรือไม่คะ ก็ประมาณนี้ คือว่าจริง ๆ ก็มีชาวบ้านรอฟังอยู่เยอะเหมือนกันเพราะว่าอย่างที่บอก เขตสายไหม มีจำนวนประชากรเยอะค่ะ แล้วก็มีหลายพื้นที่มาก ๆ ที่เป็นประเด็นในเรื่องนี้ คือเขาก็พร้อม ที่จะอุทิศกันหลายคนมาก ๆ ถ้ามีแนวทางที่จะสามารถอุทิศได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพิ่มเติม คิดว่าจะช่วยแก้ปัญหาทั้งเรื่องการจราจร ทั้งเรื่องการพัฒนาเขตพื้นที่ได้อีก เยอะมาก ๆ ค่ะ ก็อยากเสนอไปทั้งเรื่องของการแก้กฎหมายต่าง ๆ ก็อยากให้ท่านสรุป อีกทีหนึ่งว่าเราต้องดำเนินการอะไรต่อบ้าง หรือว่าทางตัว สส. เขต เราสามารถทำงานร่วมกัน กับทางรัฐมนตรีหรือกับทางหน่วยงานต่อเนื่องกับเรื่องนี้เพื่อแก้ปัญหาอย่างไรบ้างค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานครับ เบื้องต้นขออนุญาต ความจริงถ้าประชาชนจะอุทิศที่ดินทั้งหมดให้กับราชการ อันนี้ไม่ต้องเสียอะไรเลยนะครับ เพราะค่าธรรมเนียมได้รับการยกเว้นแล้ว แต่ว่าถ้าเกิดไป อุทิศไม่ทั้งหมด มันก็ต้องมีบางส่วนต้องมีการไปรังวัด แบ่งแปลงออกมาเป็นแปลง ๆ แล้วจะบริจาคอุทิศให้แปลงไหนอันนี้จะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นมา เป็นค่าที่เจ้าหน้าที่ทั้งหลาย เรียกค่าใช้จ่ายอื่น ที่เขาต้องเดินทางไปกลับ อันนี้มันเหมือนเป็นค่าใช้จ่ายที่เราดูแล คนไปดำเนินการนะครับ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้เมื่อรับมาแล้ว ไม่ได้เป็นรายได้แผ่นดิน อันนี้เป็นแนวทางที่เป็นตามระเบียบเดิม ๆ กฎหมายเดิม ๆ อยู่แล้ว แต่ว่าก็เห็นใจ เข้าใจอยู่แล้วว่าถ้าประชาชนอุทิศถึงขนาดนี้ เขาเสียสละขนาดนี้ทำไมเขาต้องมีภาระ ในเรื่องของค่ารังวัด ค่าใช้จ่าย ทำไมหน่วยงานไม่ทำแทน แต่ว่าเบื้องต้นว่าในกรณีที่ อยู่ในพื้นที่ท้องถิ่น ท้องถิ่นเองก็สามารถที่จะไปตั้งงบประมาณ เพียงแต่ว่าการสื่อสารตรงนี้ ระหว่างคนที่อุทิศกับพื้นที่ไม่ได้ประสานงานกัน ทำให้เขาเป็นภาระ แต่ว่าในอนาคตต่อไป ผมว่าทางกรมเองก็ต้องสื่อสารให้กับประชาชนกับท้องถิ่นทั้งหลาย ในการที่จะให้รู้ว่าในกรณี ที่มีคนเขาอุทิศที่ดินทำถนนหนทาง หรืออะไรก็แล้วแต่ในพื้นที่ของท้องถิ่น ท้องถิ่นเอง ก็สามารถตั้งงบประมาณลงไปดูแลค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ อันนี้ทำได้ ขอบคุณครับ🔗
ก็รับ ข้อสังเกตไป ก็คงจบนะครับ ขอบคุณนะครับ ขอบคุณท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ แล้วก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี จบการตอบกระทู้ถามที่ ๓ ขอบคุณทุกท่านนะครับ🔗
๔. เรื่อง ปัญหาการขอใบส่งตัวรักษา สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง ๓๐ บาท) ในเขตจอมทองและเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลเป็นการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. นายวีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๒. นายจักรพงษ์ อยู่เย็น นักกฎหมายชำนาญการ สำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังในครั้งนี้ จำนวน ๒ ท่าน ๑. นายเสถียรพงษ์ สำแดงสุข ๒. นางสาวพิมลแข กองแก้ว ในหลักการ ของการถามกระทู้นั้นทั้งผู้ถามและผู้ตอบนั้นก็ต้องบริหารเวลา ฝั่งละ ๑๐ นาที ดังนั้น เมื่อพร้อมแล้วขอเชิญท่านผู้ถาม ท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ปูอัด ไชยามพวานครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียนครับ แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ ที่ได้มาให้ความอนุเคราะห์ในการตอบในครั้งนี้ ซึ่งเป็นกระทู้ที่ถามมาแล้วช่วงเวลาระดับหนึ่ง ก่อนที่ผมจะถามนั้น ในเรื่องของสิทธิส่งตัวนั้นก็จะมีสไลด์ที่อยากจะขออนุญาต เปิดให้ทางท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางท่านประธานได้รับชม แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อาจจะได้ฟัง หลังจากนี้ได้ดูด้วย🔗
ท่านประธานครับ หลัง ๑ มีนาคม ๒๕๖๗ สปสช. ได้เปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินเป็นแบบที่เขาเรียกกันว่า เหมาจ่ายรายหัว เหมาจ่ายรายหัวใน กทม. โดยคลินิกเขาก็จะได้รับงบประมาณที่คงที่ ต่อหัวประชากรซึ่งงบก้อนนี้จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการส่งต่อผู้ป่วยทั้งหมด ใครฟังแล้ว ก็อยากให้ทดไว้ในใจ อย่างที่ ๑ นะครับ เพราะฉะนั้น ผลลัพธ์ทุกครั้งที่คลินิกออกใบส่งตัว จะเท่ากับคลินิกขาดทุนโดยตรง หลายคนอาจจะงงว่าทำไมมันขาดทุนโดยตรง ไปอีกสไลด์หนึ่ง ผมจะมี Task มาให้ดูง่าย ๆ แบบเข้าใจง่าย ๆ เลย Task นี้เป็นแบบนี้ครับ ๑. คือ สปสช. จะจ่ายเงินด้วยงบประมาณแบบเหมาจ่ายรายหัวให้แก่คลินิก พอจ่ายรายหัว อย่างที่ ๒ คือ คลินิกก็จะบริหารงบนี้ ต้องใช้งบก้อนนี้ให้ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ว่าจะจ้างบุคลากรก็ดี เอกสารเวชระเบียนก็ควรจะคำนวณให้อยู่ในรายนี้ด้วย เหมือนกับว่าเราบริหารบริษัทหนึ่งครับ มีเงินก้อนมาบริหารแล้วเราต้องรู้แล้วว่าปลายทาง Outsource เราจะคุมอย่างไรให้ตัวบริษัท อันนี้ไปได้ต่อ ไม่ต่างกันครับวิธีการคำนวณกัน เพราะฉะนั้น มันเลยส่งผลมาถึงข้อที่ ๓ นั่นก็คือ เรื่องของการตัดสินใจส่งตัวครับ การออกใบส่งตัวของคลินิกต้องจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาลใหญ่ ก็เท่ากับว่าสิ่งนี้ก็จะไปกระทบในส่วนของค่าใช้จ่าย ผลลัพธ์ก็คือ พอคำนวณยอดแล้ว มันเลยต้องกำหนดว่า ๑ วัน ออกใบส่งตัวให้พี่น้องประชาชนได้กี่อัน เพราะฉะนั้น เสียงสะท้อนอันนี้มาจากเรื่องจริง ผมยกตัวอย่างคือการรักษาโรคเรื้อรังบางอย่างมันต้อง หยุดชะงักเพราะคลินิกไม่สามารถออกใบส่งตัวให้ตามนัดได้หรือบางที อันนี้พี่น้องประชาชนเจอ ก็คือเขาต้องลางาน แล้วก็เสียค่าเดินทางไป-กลับ สุดท้ายบางทีก็ได้ใบส่งตัว บางทีก็ไม่ได้ ใบส่งตัว เพราะฉะนั้นผมขออีกสไลด์หนึ่งครับ สไลด์นี้มาจากภาพพี่น้องประชาชนถ่ายมา ปูอัด ดูนี่ คือเท้าความก่อน คุณพ่อเขาเป็นโรคหลอดเลือดลำไส้ตีบ ต้องใช้ใบส่งตัว ลูกเขาก็พยายามไปเช้าที่สุด คิวนี้ตัวเอกสารมันก็เขียนว่า ๔๐ คิวบ่าย เต็มแล้วค่ะ คำถามคือ คิดดูว่าเขาไปกี่โมง อาจจะบอกว่าอย่างมาก ๙ โมงก็อาจจะไม่ทัน เขาไป ๘ โมงยังไม่ทัน ถามว่าประชาชนคนนี้ยอมแพ้ไหม ไม่ครับ ท่านรัฐมนตรีท่านประธานครับ เขาไปอีกวันหนึ่ง ให้กับคุณพ่อ ไปถึงหน้าประตูประมาณ ๗ โมง ก็บอกว่าคิวเต็มแล้วเหมือนกัน คือทั้งหมดทั้งมวล ถ้าย้อนไปดูในตัวสไลด์ ๑-๒ ก็จะเข้าใจถึงปัญหาว่าทำไมคลินิกถึงส่งตัวได้แค่ ๔๐ คิว แล้วพี่น้องประชาชนพยายามจะมาเพื่อปกป้องครอบครัวที่เขารักให้ได้ใบส่งตัวตัวนี้ไปให้ได้🔗
มาดูอีกสไลด์หนึ่งครับ จะเป็นวิกฤติ คือวิกฤติใบส่งตัว ตอนก่อนมีนาคม ๒๕๖๗ เราจะใช้รูปแบบการจ่ายเงินแบบ Model 5 ก็คือจะมีปัญหาด้านงบประมาณแน่นอน แต่กระบวนการส่งตัวยังไม่ถูกจำกัดเข้มงวดเท่าไร แต่พอ ๑ มีนาคม ๒๕๖๗ สปสช. เริ่มใช้รูปแบบจำลองจ่ายเงินแบบเหมาจ่าย Model 2 ใน กทม. นั่นหมายถึงที่ผมเล่าให้ฟัง คลินิกต้องรับผิดชอบทั้งหมด เพราะฉะนั้นมาดู ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘ ผู้ป่วยอายุ ๒๘ ปี เสียชีวิตระหว่างรอใบส่งตัว เดี๋ยวผมจะพูดให้ฟังว่าเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร ๗-๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เครือข่ายผู้ป่วยมายื่นข้อร้องเรียน ๖ ข้อต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขีดเส้น ๓๐ วันในการแก้ปัญหา แล้วก็มิถุนายน ๒๕๖๘ มีรายงานมาว่าคลินิก ๑๗ แห่ง ลาออกจากระบบแล้ว และอีก ๔๐ แห่ง พร้อมที่จะลาออกตาม🔗
คำถามแรกที่ผมจะถามก็คือ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุขจะมีนโยบายในการแก้ปัญหาการขอใบส่งตัวรักษาสิทธิ ๓๐ บาท จากหน่วยบริการปฐมภูมิ ผมใช้คำว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครเลยแล้วกัน ส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลรับส่งต่อ ตามสิทธิหรือไม่ อย่างไร ขอให้นำเรียนตอบ เพื่อทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ วันนี้ท่านได้มาตอบคำถามเอง เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ท่าน สส. ครับ ผม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างนี้ครับ ในส่วนของ กระทรวงสาธารณสุขได้ทราบถึงปัญหา แล้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหานี้ กระทรวง สาธารณสุขโดย สปสช. ได้ดำเนินการแก้ปัญหาการจำกัดจำนวนใบส่งตัวแล้ว โดยได้ปรับ แนวทางการส่งต่อผู้ป่วย ชี้แจง ทำความเข้าใจกับหน่วยบริการปฐมภูมิ คลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ หน่วยบริการที่มีการรับส่งต่อผู้ป่วยและโรงพยาบาลทุกสังกัดภาครัฐในพื้นที่ กทม. ทุกเขต เพื่อให้เกิดความเข้าใจให้ตรงกัน ไม่เกิดผลกระทบต่อผู้มีสิทธิ โดยกรณีที่ประชาชนมีหนังสือ ส่งต่อและหนังสือส่งต่อที่ยังไม่หมดอายุ ยืนยันว่าท่านสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องกลับไป ขอใบส่งตัวจากต้นสังกัดใหม่ แล้วก็ในส่วนของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุหรือว่ามีเหตุฉุกเฉิน ท่านสามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการได้ทุกแห่งโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว กรณีผู้มีสิทธิ ได้เข้ารับบริการในหน่วยบริการปฐมภูมิตามบัตร หากเกินศักยภาพที่จำเป็นต้องได้รับ การส่งต่อ ขอให้หน่วยบริการปฐมภูมิส่งต่อตามความจำเป็นและสอดคล้องกับศักยภาพ ทั้งนี้ใบส่งต่อครอบคลุมการรักษาต้องไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับแต่วันที่ระบุในหนังสือ กรณีมีเหตุด่วนหรือว่าถูกปฏิเสธการรักษาหรือการส่งตัว สปสช. มีหมายเลข Hot line ๑๓๓๐ ที่จะสามารถติดต่อได้🔗
ในส่วนของใบส่งตัวต้องเรียนว่าภายใต้สถานบริการของรัฐนอก กทม. เราไม่มี ปัญหาตรงนี้ เพราะว่าเรามีการส่งตัว แล้วก็ใช้ระบบที่ไม่มีการติดขัด ตอนนี้อาจจะมีข้อจำกัด สักเล็กน้อยในส่วนของ กทม. แล้วก็ในส่วนของสปสช. ในเขตกรุงเทพมหานครก็ได้ลงไป ติดตามคลินิกที่มีการร้องเรียนแล้ว แล้วก็เพิ่มเติมตรวจเยี่ยมในพื้นที่มากกว่าอีก ๒๐ แห่งแล้ว เรียบร้อย ต้องเรียนว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ร่วมพัฒนาระบบ Health Link แพลตฟอร์ม ร่วมกับ Big Data Institute หรือว่า BDI เพื่อให้ระบบการส่งตัวเข้าสู่ ระบบดิจิทัล ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขก็เช่นกัน ก็มีระบบของหมอพร้อม ปัจจุบัน ในส่วนของ BDI และ กทม. Health Link ก็ได้ดำเนินการส่วนใหญ่ใน กทม. เรียบร้อยแล้ว มี Solution อีก Solution หนึ่ง ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังพัฒนาขึ้นมา แล้วก็ กำลังจะนํามาปรับใช้ก็คือ การสร้างเครือข่ายในลักษณะของโรงพยาบาลแม่ข่ายแล้วก็ลูกข่าย ที่เป็นคลินิกปฐมภูมิ ด้วย Concept ก็จะเป็นในลักษณะว่าโรงพยาบาลแม่ข่ายจะทำหน้าที่ เป็นผู้จัดการจัดสรรเงินที่จะลงไปสู่หน่วยบริการปฐมภูมิและเป็นผู้ควบคุมมาตรฐาน ในการรักษาและเป็นผู้รองรับการส่งต่อของผู้ป่วยที่ได้รับการ Refer ด้วย ตรงนี้ทางกระทรวง และ สปสช. คิดว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาที่ผมดำรงตำแหน่ง อยู่นะครับ ตรงนี้จะช่วยแก้ปัญหาในการส่งตัว เนื่องจากที่ท่าน สส. ได้เรียนปรึกษาว่าด้วย ความที่ส่งตัวแล้วขาดทุน ถ้าเราแก้ปัญหาตรงนี้ได้ก็จะเกิดการส่งตัวตามกระบวนการ ตามความจำเป็น ตรงนี้คิดว่าเดี๋ยวรออีกสักหน่อย เราจะมีกระบวนการตรงนี้ออกมา อย่างแน่นอน🔗
ในส่วนหากท่านได้ไปขอการรักษาที่หน่วยงานใด ๆ แล้วถ้าเป็นเหตุฉุกเฉิน มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ยืนยันว่าท่านไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ท่านไปที่ไหนก็ได้ หากท่าน ถูกปฏิเสธการรักษา ก็ขอให้ใช้ Hot line ของ ๑๓๓๐ หรือว่าการแพทย์ฉุกเฉินหรือ ๑๖๖๙ ต้องเรียนว่าหากหน่วยงานผู้ทำการรักษาปฏิเสธการรักษา มีความผิดนะครับ และ หากทำการรักษาแล้วอาจเกิดเหตุข้างเคียงหรือว่า Side Effect สำหรับผู้ที่ถูกรักษา ทางกระทรวงก็มีระบบการเยียวยาตาม มาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ปี ๒๕๔๕ อันนี้ขอเรียนยืนยันกับทางท่าน สส. ท่านประธาน แล้วก็ทางประชาชน ทุกท่านว่าทางกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจสำหรับปัญหาตรงนี้ และจะเร่งดำเนินการ แก้ปัญหาตรงนี้เพื่อเป็นหลักประกันทางสุขภาพให้กับทางประชาชนโดยทั่วไป🔗
ขอเรียนเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเอง ด้วยนโยบายของผม เรามีนโยบายที่จะเน้นการใช้ดิจิทัลเข้ามารองรับการให้บริการ กับประชาชนโดยทั่วไป ในส่วนของ App หมอพร้อม เรามีฐานข้อมูลกว่า ๒๐ ล้านคน ในส่วนของ กทม. และ สปสช. ที่มีระบบการให้บริการด้านดิจิทัลเป็น Health Link แพลตฟอร์มร่วมกับ BDI นั้น ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งพูดคุยทำความเข้าใจ ในเรื่องของ Data security กับทาง Health Link และ BDI ทำอย่างไรที่จะทำให้ ทั้ง ๒ ระบบหรือมากกว่า รวมไปถึงมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ด้วย เข้ามาใช้ฐานข้อมูล อันเดียวกัน ซึ่งเราจะลด เลิก การส่งตัวด้วย Paper หรือแม้กระทั่งสามารถตรวจสอบได้ ว่าประชาชนแต่ละท่านเคยได้รับการรักษาจากคุณหมอท่านใด ที่ใด ได้รับยาเมื่อไร อย่างไร ท่านจะสามารถไปรักษาที่ใดก็ได้ในประเทศนี้ โดยคุณหมอที่รักษาท่านจะมีฐานข้อมูล ของท่านอยู่ในมือเพื่อเตรียมการรักษา ทั้งนี้ แน่นอนว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนี้ ตัวประชาชนท่านเองต้องยินยอมครับ อันนี้เป็นพันธกิจหลักอันหนึ่งที่กระทรวงสาธารณสุข ในยุคนี้จะต้องปฏิบัติ ขอบคุณครับ🔗
เชิญถาม คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ได้ยิน Health Link แพลตฟอร์ม ผมก็ชื่นใจ คนยุคใหม่แบบผมถ้า Data มันรวมเป็นหนึ่งได้ แล้วใช้เป็น Pattern เดียวกัน โอ้โฮ ผลประโยชน์เกิดกับพี่น้องประชาชนจำนวนมากครับ ได้เห็นท่านรัฐมนตรีแบบนี้ ผมก็ชื่นใจครับ อีกเรื่องหนึ่งเป็นคำถามที่ ๒ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนของครอบครัวคนฝั่งธนบุรี พูดถึงเคสหนึ่งที่เป็นในส่วนของคำถามที่ ๒ เป็นเรื่องราวเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ กับเรื่องของใบส่งตัว และผมเห็นถึงอนาคตแล้วครับว่าที่ท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางข้าราชการ ทุกท่านพยายามจะแก้ไขอยู่เป็นสิ่งที่กำลังมาถูกทางและหวังว่ามันจะสำเร็จภายใน ๔ เดือน เร็ว ๆ นี้ แต่ก่อนหน้านี้ขออนุญาตยกตัวอย่างให้ทางท่านรัฐมนตรีฟังแล้วก็ทางท่านประธานฟังครับ เมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘ มีผู้ป่วยคนหนึ่ง อายุ ๒๘ ปี เขาเสียชีวิตระหว่างรอใบส่งตัว ซึ่งเป็น หลักฐานเชิงประจักษ์ถึงผลลัพธ์อันเลวร้ายของตัว Model 2 นี้ ผมจะขออนุญาตเล่าให้ฟัง คือข้อมูลจากผู้เสียชีวิตบอกว่า ผู้เสียชีวิตคนนี้เป็นคนฝั่งธนบุรี อายุ ๒๘ ปี ใช้สิทธิบัตรทอง หน่วยบริการประจำคลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่ง โดยมีโรงพยาบาล ผมไม่เอ่ยนามนะครับ เป็นหน่วยรับบริการส่งต่อ วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาฉุกเฉิน ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ ซึ่งแพทย์นะครับให้นอนดูอาการ เป็นเวลา ๑ คืนก่อน แล้ววันถัดมา ๒๒ เมษายน แพทย์ได้อนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ และออกใบนัดให้มาติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘ พอ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘ ผู้ป่วยได้ไปติดต่อโรงพยาบาลตามที่นัดหมายเลย แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ให้กลับไปขอใบส่งตัวจากคลินิกที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิตามสิทธิก่อน เห็นไหมครับ ทดไว้ในใจนะ เพื่อใช้สิทธิบัตรทองซึ่งเมื่อถึงคลินิกผู้ป่วยได้ขอใบส่งตัวจากเจ้าหน้าที่คลินิก แต่ได้รับแจ้งมาว่ายังไม่สามารถออกเอกสารให้ได้ เนื่องจากต้องทำการเจาะเลือดและ ให้แพทย์คลินิกทำการตรวจประเมินก่อน โดยตอนนั้นให้รอฟังผลภายใน ๕ โมง ซึ่งช่วงเวลานั้น ที่รอผลการตรวจ ผู้ป่วยก็ได้เดินทางกลับบ้าน แต่ปรากฏว่าอาการได้แย่ลง จนกระทั่ง เวลาประมาณบ่ายสามถึงบ่ายสี่ก็ได้เสียชีวิตลง อายุ ๒๘ เป็นคนฝั่งธนบุรีแบบผมนี่ละ ซึ่งผมคิดว่าวันนี้มันเป็นเรื่องที่ผมจำเป็นต้องมาสื่อสารให้สังคมได้รับรู้ว่าบางทีกระบวนการ บางอย่างที่เราคิดว่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนก็ยังมี Bug บางอย่าง ผมจะไม่โทษ ข้าราชการ ผมจะไม่โทษใครทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเอาเรื่องราวเรื่องนี้มาพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อปกป้องชีวิตมนุษย์ต่อไปในอนาคตที่กำลังป่วยในระบบประกันสุขภาพอยู่ แล้วผมก็คาดหวัง ว่าเรื่องราวเรื่องนี้ เสียงนี้ ส่งถึงท่านรัฐมนตรีที่เพิ่งมาประจำตำแหน่ง แล้วผมก็ได้เห็นถึง ความก้าวหน้าทางความคิดของท่านมาก ผมก็หวังว่าเรื่องราวเรื่องนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจ ให้ท่านสร้าง Health Link แพลตฟอร์มตัวนี้ให้สำเร็จ แล้วก็ทำตัวแม่ข่ายนี้ให้สำเร็จ เพื่อขจัดปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นในอนาคตและสร้างโครงสร้างสุขภาพที่ยั่งยืนครับ ท่านประธาน ก็ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณ ท่าน สส. ที่ชี้ให้เห็นถึงจุดบกพร่องหรืออาจจะเป็น Loophole ที่ในทุก ๆ ระบบก็ย่อมมีส่วน ที่ยังสามารถพัฒนาและปรับปรุงขึ้นไปอีกได้ ในเคสนี้ต้องเรียนก่อนว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใคร อยากให้เกิดขึ้น แล้วก็ในเคสนี้ทาง สปสช. ได้ทำการเยียวยาทางญาติผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว และยกเลิกสัญญาให้บริการกับทางคลินิกและยกเลิกการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายกับคลินิก ผู้ทำการรักษาในรอบนี้แล้ว ต้องเรียนย้ำกับท่าน สส. ฝากไปยังประชาชนด้วยว่าประชาชน ท่านมีสิทธิ ยังยืนยันว่าท่านมีสิทธิในการรักษาที่ใดก็ได้ หากการเจ็บป่วยนั้นเป็นการเจ็บป่วยวิกฤติ เป็นการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ท่านไม่จำเป็นต้องมารอ ท่านสามารถไปที่หน่วยให้บริการได้เลย อันนี้ยืนยันและหากหน่วยให้บริการปฏิเสธการรักษาด้วยข้ออ้างใด ๆ ก็แล้วแต่ โดยเฉพาะ เรื่องการส่งตัว ให้ท่านโทรศัพท์ไปที่ Hot line ได้เลย ๑๓๓๐ หรือ ๑๖๖๙ อันนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ยืนยันครับ🔗
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งเช่นเดียวกันว่าจะได้รับการสนับสนุนในการเชื่อมโยง ข้อมูลให้ Seamless ไม่มีรอยต่อ ไร้รอยต่อ เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศไม่ว่าจะอยู่ที่ใด สามารถได้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีเช่นเดียวกันไปกับท่าน พร้อม ๆ กัน ผมก็ขอบพระคุณ ท่านที่ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วก็ยกเป็น Case study เพื่อให้เห็น Loophole หรือ ให้เห็นปัญหาในระบบ และกระผมเองพร้อมกับข้าราชการทุก ๆ ท่าน สปสช. พร้อมที่จะร่วม พัฒนาระบบต่าง ๆ ร่วมไปกับท่าน คนทำดีต้องได้รับการสนับสนุน คนที่ Abuse ระบบ หรือว่าทำให้ระบบมีปัญหา ก็ต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ได้ตอบกระทู้ เรื่อง ปัญหาการขอใบส่งตัวรักษา สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง ๓๐ บาท) ในเขตจอมทองและเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งถามโดย ท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ ท่านพัฒนา พร้อมพัฒน์ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ แล้วก็ขอบคุณท่านสมาชิก ที่ให้ความสนใจในการถามกระทู้ถามในครั้งนี้ครับ ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
๕. เรื่อง แนวทางการดูแลประชากรผู้สูงอายุและการส่งเสริม ด้านเศรษฐกิจผ่านกลไกทางสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ นายรวี เล็กอุทัย ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
เนื่องจากว่าเมื่อถึงระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะของผู้ตั้งกระทู้ถามแล้ว ก็คือ ท่านรวี เล็กอุทัย ผู้ตั้งกระทู้นั้นไม่อยู่ในห้องประชุมกระทู้ถามเฉพาะ ดังนั้น จึงทำให้ กระทู้ดังกล่าวนั้นเป็นอันตกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ (๑) นะครับ🔗
๖. เรื่อง ขอให้จัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อพัฒนาฟื้นฟู พื้นที่ทุ่งมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ท่านนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เป็นผู้ตอบกระทู้แทน แต่เนื่องจากว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ดังกล่าวนั้นออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ครับ🔗
ดังนั้นสำหรับวันนี้ก็สิ้นสุดการตอบและถามกระทู้ถามแยกเฉพาะแล้ว ก็จบการพิจารณา จึงขอปิดประชุมครับ ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะพิจารณาตามระเบียบวาระ ผมขอปรึกษาหารือว่าจะขอนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุมขึ้นมาพิจารณาก่อน แล้วก็จะตามด้วยระเบียบวาระที่ ๗.๒ ระเบียบวาระที่ ๗.๓ และเรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบ วาระขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะเป็นการใช้เวลาไม่มาก กรรมาธิการจะได้ไปทำงาน ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง)🔗
ครั้งที่ ๑ วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗🔗
ครั้งที่ ๒ วันพุธที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๗🔗
ครั้งที่ ๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗🔗
ซึ่งวางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจสอบอยู่หน้าห้องประชุมแล้ว ถ้าไม่มีสมาชิก เห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมนี้รับรองรายงานการประชุมทั้ง ๓ ครั้งนี้นะครับ🔗
ถือว่ารับรอง รายงานการประชุมนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการทหาร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้มีหนังสือแจ้งว่า นายสุรเกียรติ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย ได้พ้นจากตำแหน่งการเป็นกรรมาธิการ เนื่องจากลาออก ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้มีการเสนอตั้งกรรมาธิการแทน ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย ขอเสนอ นายสง่า พรมเมือง แทนตำแหน่งที่ว่างลงค่ะ🔗
ขอให้สมาชิก รับรอง ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง🔗
๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ได้มีหนังสือแจ้งว่า นายเกษม อุประ ได้พ้นจากตำแหน่งเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออก ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้มีการตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ท่านเกษม อุประ แทนตำแหน่งที่ว่างลงค่ะ🔗
ตำแหน่งที่ว่างลง คือ คุณเกษม อุประ แล้วตั้งแทน🔗
ใช่ค่ะ ก็คือยืนยันเป็นท่านเดิม กลับมาตำแหน่งเดิมค่ะ🔗
ขอตั้งท่านเดิม ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง🔗
๓. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ ได้มีหนังสือแจ้งว่า นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ พรรคกล้าธรรม ได้พ้นจากตำแหน่ง เพราะลาออก จึงขอเสนอแทนในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรมครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๘ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ แทนตำแหน่งที่ว่างเป็น นางรัชนี พลซื่อ ขอผู้รับรองครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง🔗
๔. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
คือ ๑. คุณธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ๒. ท่านภราดร ปริศนานันทกุล เชิญเสนอ แทนครับ🔗
ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอตั้งกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง คือ นายสังคม แดงโชติ และ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ🔗
๕. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการตำรวจ แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยนายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ได้พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการ เนื่องจากลาออก ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอเชิญพรรคเพื่อไทยเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายสง่า พรมเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นกรรมาธิการการตำรวจ ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง🔗
๖. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนและกองทุน ได้มีหนังสือแจ้งว่าคุณเกรียงยศ สุดลาภา ได้ลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ เชิญพรรครวมไทยสร้างชาติเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวทิพานัน ศิริชนะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน จาก นายเกรียงยศ สุดลาภา เป็น พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง🔗
๗. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สิน ทางปัญญาแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า นายสังคม แดงโชติ ได้พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการ เนื่องจากลาออกจึงขอให้มีการเสนอตั้งกรรมาธิการ ที่ว่างลงแทน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวทิพานัน ศิริชนะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติค่ะ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา จาก นายสังคม แดงโชติ เป็น นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง🔗
๘. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยประธานกรรมาธิการได้แจ้งว่า นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ได้พ้นจาก ตำแหน่งเพราะลาออก ขอให้เสนอชื่อแทน คุณกรุณพล ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรคประชาชน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แทนตำแหน่งที่ว่างลง เป็นคุณทิสรัตน์ เลาหพล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง🔗
๙. ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยนายเอกภพ สิทธิวรรณธน ได้พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากลาออก จึงขอให้เสนอกรรมาธิการแทนคุณเอกภพด้วย ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรคประชาชนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชน ขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง เป็น คุณพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ การตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงหมดแล้วนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๑. รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๖ เรื่อง🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๖ เรื่องดังนี้🔗
ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบ🔗
(๑) รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗🔗
ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมพิจารณาและรับทราบรายงานจำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
(๒) รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๖🔗
(๓) รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗🔗
(๔) รายงานประจำปี ๒๕๖๗ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทาง การศึกษา🔗
ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันอังคารที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบ🔗
(๕) รายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของกองทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๖🔗
ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งหนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบ🔗
(๖) รายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๗ และรายงาน การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๗🔗
จึงเรียนมาที่ประชุมทราบครับ🔗
๒. รับทราบผลการพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำ ของคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษา ญัตติ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำของคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จึงขอแจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรทราบ ความละเอียดได้วางไว้ให้สมาชิกได้ดูแล้วนะครับ🔗
ต่อไปครับ🔗
๓. รับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๘ รับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้เสนอรัฐสภาทราบต่อไป🔗
ตามมาตรา ๗๕ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ รายงานเอกสารได้แจกให้ท่านสมาชิกแล้ว ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงตามข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญ ผู้มีรายนามต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม🔗
อันดับแรก กรมบัญชีกลาง ๑. นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษา ด้านพัฒนาระบบบัญชี ๒. นางสาวรุ่งวิไล โคตรสาลี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบัญชี ๓. นางรดา วุฒิวงศานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานประมวลบัญชีแผ่นดิน🔗
ต่อไปเป็นสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ๑. นางสาวยอดเยาวมาลย์ สุคนธพันธุ์ ผู้อำนวยการกองจัดการหนี้ ๑ ๒. นางสุเนตรา เล็กอุทัย ผู้อำนวยการกองบริหาร การชำระหนี้🔗
ต่อไปเป็นกรมธนารักษ์ ๑. นางยุพิน จงจัดกลาง ผู้อำนวยการกองบริหาร การคลัง ๒. นางสาวสุภาพร รุ่งเรือง ผู้อำนวยการส่วนทะเบียนและหลักฐานราชพัสดุ ๒🔗
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ๑. นายปัญญ์สุธา รายา เลขานุการกรม ๒. นางสาวพลอยงาม รัศมีเฟื่อง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกำกับหลักทรัพย์ ขอเชิญผู้มาชี้แจง เชิญผู้ที่จะชี้แจงแถลงได้ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง ขอเสนอรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่กระทรวงการคลัง ได้จัดทำและส่งให้สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบและรับรองแล้ว ตามมาตรา ๗๕ แห่งพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน งบแสดงการเปลี่ยนแปลง สินทรัพย์สุทธิ งบกระแสเงินสดและรายงานการรับจ่ายประจำปีงบประมาณ สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้🔗
รัฐบาลมีสินทรัพย์ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๗ รวมทั้งสิ้น จำนวน ๘,๗๒๑,๙๖๕.๘๘ ล้านบาท หนี้สินรวมทั้งสิ้น จำนวน ๑๐,๙๑๖,๒๘๒.๖๐ ล้านบาท ทำให้รัฐบาลมีสินทรัพย์สุทธิหรือส่วนทุนต่ำกว่าหนี้สิน จำนวน ๒,๑๙๔,๓๑๖.๗๒ ล้านบาท รัฐบาลมีรายได้รวมทั้งสิ้น จำนวน ๒,๙๑๐,๙๐๒.๔๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๑๒๑,๙๕๒.๓๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔.๓๗ รัฐบาลมีค่าใช้จ่าย รวมทั้งสิ้นจำนวน ๓,๔๑๒,๔๙๖.๘๒ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๘๓,๗๐๗.๖๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๕๑ ผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๖๗ รายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ จำนวน ๕๐๑,๕๙๔.๓๙ ล้านบาท รายละเอียดปรากฏ ตามเล่มรายงานการเงินแผ่นดินและบทวิเคราะห์ที่นำเรียนที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบค่ะ🔗
เชิญท่านสมาชิก จะซักถามอะไรหรือไม่ครับ เมื่อไม่มีสมาชิกซักถามติดใจ ถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบรายงาน การตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ขอบคุณผู้ชี้แจงทุกท่านครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณารับทราบรายงานตามกฎหมายของรายงานที่ยังไม่ได้บรรจุระเบียบ วาระ สำหรับการพิจารณาในวันนี้มีหน่วยงานขอเข้าชี้แจงอีก ๑ เรื่อง🔗
๔. รับทราบรายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗🔗
แต่เนื่องจากข้อบังคับข้อ ๒๘ กำหนดให้พิจารณาตามลำดับที่จัดไว้ เว้นแต่ ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างอื่น ผมจึงขอหารือว่าจะขอนำระเบียบวาระที่ผู้จะชี้แจงในวันนี้ เข้ามาพิจารณาก่อน ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็จะพิจารณารายงานรับทราบ รายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗🔗
ด้วยประธานผู้ตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอรายงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง และตามมาตรา ๕๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการ แผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งเอกสารได้วางให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗
ในการนี้ผมจะอนุญาตให้ผู้แทนของหน่วยงานเข้ามาร่วมชี้แจงในที่ประชุม ขอเชิญ ๑. นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ๒. นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓. นางสาวคมขวัญ กาญจนกุญชร รองเลขาธิการสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ๔. นายสิริน ชาวเพ็ชรดี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เชิญท่านประธานหรือผู้แทนได้ตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะผู้บริหารสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอรายงานผล การดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐหรือการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐ มีภารกิจหลักคือการขจัดหรือระงับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม ของประชาชน อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่ และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการคุ้มครองสิทธิ ของประชาชนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ การดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ประกอบด้วย ๓ หัวข้อหลัก ดังนี้🔗
ข้อที่ ๑ ผลการดำเนินงานด้านเรื่องร้องเรียนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนผู้ตรวจราชการแผ่นดินมีเรื่องร้องเรียนที่ต้องดำเนินการทั้งสิ้น ๕,๓๑๖ เรื่อง ได้มีคำวินิจฉัยและมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ปรับปรุง แก้ไขการปฏิบัติ หรือปรับปรุงกฎหมาย กฎ คำสั่ง ขั้นตอนการปฏิบัติงานใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน จำนวน ๓,๑๙๙ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๖๐.๑๘ ของเรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการในรอบปี นอกจากการแก้ไขเรื่องร้องเรียนที่เป็นรายกรณีแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบหรือเรื่องที่ส่งผลกระทบ ต่อประชาชนในวงกว้าง อาทิ โครงการศึกษาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาล ศึกษากรณีกลุ่มเปราะบาง ที่มีความเสี่ยง สูงกว่าบุคคลทั่วไปในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ และผู้ป่วยติดเตียงในกรุงเทพมหานคร ๒. โครงการศึกษาปัญหากรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้ขยายโรงงานจำพวกที่ ๓ ที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินมาก่อนผังเมืองรวมใช้บังคับ ๓. โครงการบูรณาการเพื่อการแก้ไข ปัญหาที่ดินเชิงระบบบนพื้นที่เกาะช้าง ๔. การแก้ไขปัญหาการจ่ายค่าจัดการศพที่ตกค้าง กรณีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้🔗
ข้อที่ ๒ ผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐ ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ได้ทำการศึกษา และจัดทำข้อเสนอแนะเรื่องร้องเรียนเชิงระบบต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบถึงการที่ หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐไปแล้วจำนวน ๔ เรื่องประกอบด้วย ๑. โครงการศึกษาเรื่องปัญหาการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ๒. แนวทางในการอนุรักษ์ฟื้นฟูและส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะและวัฒนธรรม ของหน่วยงานของรัฐ ๓. การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน และเศรษฐกิจชุมชน ๔. กรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการขอใบส่งตัวเพื่อเข้า รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลตามสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ🔗
ข้อที่ ๓ ผลการดำเนินงานในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาล รัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ มีผลการดำเนินงาน ดังนี้ กรณี บทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องทั้งสิ้น ๔๙ เรื่อง ได้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลดำเนินจำนวน ๓ เรื่อง ยุติการพิจารณา จำนวน ๔๖ เรื่อง กรณีกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ได้รับเรื่องทั้งสิ้น ๒๙ เรื่อง พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่เข้าเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์หรือมีปัญหาเกี่ยวกับ ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครอง และ กรณีบุคคล ซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ยื่นคำร้องว่า การกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ได้รับเรื่องทั้งสิ้น ๑๒๓ เรื่อง ได้เสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน ๑ เรื่อง ทั้งนี้รายละเอียดทั้งหมดได้นำเสนอ ไว้ในบทที่ ๒ ของรายงานประจำปีแล้ว ผลจากความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือและแก้ไข ความเดือดร้อนให้กับประชาชนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งผลให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับความเชื่อมั่นในการทำงาน ในการปฏิบัติหน้าที่จาก พี่น้องประชาชน เป็นลำดับที่ ๑ ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยได้รับความเชื่อมั่น คิดเป็นร้อยละ ๖๐.๖ อยู่ในระดับค่อนข้างเชื่อมั่นต่อการทำงาน ซึ่งเป็นการสำรวจ โดยสถาบันพระปกเกล้าในปีล่าสุด🔗
นอกจากนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้ทำการสำรวจความพึงพอใจต่อ การดำเนินงานเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ พบว่าผู้ร้องเรียนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการดำเนินการเกี่ยวกับ เรื่องร้องเรียนในทุกด้านโดยรวมอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ ๘๓.๔🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผมขอเรียนว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินทุกท่าน เป็นไปเพื่อขจัดหรือระงับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำ และอำนวยประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงส่งเสริม สนับสนุน และให้คำแนะนำเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญและปราศจากอคติทั้งปวง ในการใช้ดุลพินิจ ท้ายนี้กระผมขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่กรุณาให้ความสนใจและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้วยดีตลอดมา กระผมและคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ยินดีรับฟัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของทุกท่าน เพื่อนำไปพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป กระผมและคณะขอจบการแถลงผลการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ เพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะอภิปรายซักถามบ้าง เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ นะครับ ถือว่าเป็นตัวแทนสภาผู้แทนราษฎรสักนิดหนึ่งครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณทางประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ความจริงท่านมาชี้แจงสภาทุกปี แล้วก็มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นจำนวนมากในเอกสารของท่าน ผมอยากจะนำเรียนประการที่ ๑ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญแล้วก็อยากจะเน้นย้ำ ท่านประธานสภาว่าในหน่วยงานอื่น ๆ นั้น ควรจะมีแนวปฏิบัติเช่นเดียวกัน ในหน้าที่ ๒๑๘ ครับ ทางประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็คณะผู้บริหารที่ได้มาชี้แจง ต่อสภาผู้แทนราษฎรได้มีการสรุปว่าในส่วนที่เพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร หรืออาจจะมีในส่วนของวุฒิสภานั้น มีการอภิปรายแล้วตั้งคำถามนั้น ท่านได้ตอบคำถาม แบบใด อย่างไร หรือนำไปเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแบบใดอย่างไรบ้าง ซึ่งผมคิดว่า เป็นนวัตกรรม แล้วก็เป็นสิ่งที่ทางผู้ตรวจการใส่มาโดยตลอด แต่เราไม่ได้เห็นแบบนี้ กับหน่วยงานอื่นมากนัก ซึ่งผมคิดว่าหากคุณูปการของการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎร จะมีต่อพี่น้องประชาชน ลักษณะการใส่มาในรายงานแบบนี้ ในรายงานของหน่วยงานอื่น ๆ น่าจะเป็นประโยชน์ครับ นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ🔗
ประการที่ ๒ ที่อยากจะนำเรียนสอบถามทางผู้ตรวจการแผ่นดินครับ เนื่องจากว่าในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ เป็นต้นมา ทางประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานภูมิภาคเอเชียของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่าง ประเทศ รวมถึงกรณีของการเข้าร่วมการประชุมในระดับระหว่างประเทศหลายครั้ง ซึ่งอันนี้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย แต่ผมอยากจะนำเรียนแบบนี้ครับ ก็ต้องยอมรับกัน อย่างตรงไปตรงมาว่าสมัยที่เราคิดถึงรูปแบบของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาหรือ Ombudsman เมื่อปี ๒๕๔๐ นั้น ต้องยอมรับว่ามีความแตกต่างกับรูปแบบของผู้ตรวจการ แผ่นดินในปัจจุบัน ผมอยากจะให้ท่านได้กรุณาเล่าหรือลงรายละเอียดให้เราฟัง สักนิดหนึ่งว่าเวลาที่เราไปใช้การพูดคุยแลกเปลี่ยนในเวทีระหว่างประเทศ มีข้อเสนอแนะ ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินหรือรูปแบบหรือลักษณะการทำงานหรือการปฏิบัติงานของ ผู้ตรวจการแผ่นดินของประเทศไทยอย่างไรบ้าง ซึ่งแน่นอนครับ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากจะมี การพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น กรณีของการดำรงอยู่ของ ผู้ตรวจการแผ่นดินควรเป็นหนึ่งในประเด็นที่จะได้มีการพูดคุยกันว่าสมควรที่จะมีผู้ตรวจการ แผ่นดินหรือปรับรูปแบบผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ให้เหมาะสมต่อประเทศไทยอย่างไร นั่นเป็น ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะนำเรียนสอบถามครับ🔗
ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะนำเรียนสอบถาม ความจริงมีเพื่อนสมาชิก หลายท่านเดินมาคุยกับผมและเห็นว่าหลายเรื่องของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น เป็นเรื่อง รายละเอียดเชิงปัจเจก แน่นอนครับด้านหนึ่งนั้นมันสะท้อนให้เห็นว่าระบบหน่วยงานที่อยู่ ในพื้นที่อาจจะยังไม่เข้มแข็งหรือมีประสิทธิภาพมากพอในแง่ของการจัดการ แต่ด้านหนึ่ง ก็สะท้อนให้เห็นว่าหากกรณีของท่านผู้ตรวจการแผ่นดินที่รับเรื่องเหล่านี้อยู่หลายพันเรื่อง ต่อปี อาจจะลงรายละเอียดในเชิงปัจเจกเป็นจำนวนมาก มันก็อาจจะทำให้เราไม่สามารถ แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานเองก็คงทราบดี เช่น กรณีของ ผู้เสียชีวิตในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในนี้มีกรณีร้องเรียนว่ามีผู้เสียชีวิตในสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่ถูกพิสูจน์ ในคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย พวกเราเองก็เห็นตัวเลขมาโดยตลอด ผมเองอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้ ก็เห็นถึงความตกหล่นดังกล่าว ในนี้บอกว่ามีทั้งหมดจำนวน ๓๐๐ กว่าราย ในนี้บอกว่า ทางผู้ตรวจการแผ่นดินแนะนำ แล้วก็ทางหน่วยงานจะได้มีกระบวนการการใช้งบกลาง เพื่อมาจ่ายชดเชยเยียวยาต่าง ๆ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเวลาเรามอบไปแบบนี้แล้วในท้ายที่สุด มีคำตอบจากหน่วยงานเหล่านั้นกลับมาหรือไม่ว่าในท้ายที่สุดได้มีการดำเนินการหรือยัง ท่านประธานเองก็คงทราบดี ผมลงไปสามจังหวัด ได้มีโอกาสพูดคุยกับกลุ่มผู้สูญเสีย ไม่น้อยเลยครับ หลายคนยังไม่ได้รับและเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อปีสองปีที่ผ่านมา แต่ว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๑๐-๒๐ ปี ฉะนั้นกับความรู้สึก กับความเสียหายของผู้สูญเสีย มันยังติดค้างและเขาเองยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ ในแง่ของการชดเชยเยียวยาต่าง ๆ เป็นต้น ผมยกตัวอย่าง กรณี กยศ. ในรายงาน ของผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อแนะนำต่อการปรับเรื่องของโครงสร้างการบริหารจัดการ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ในแง่ของการบริหารจัดการหนี้ที่จะต้องมีการประนีประนอมต่าง ๆ สภาเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคที่ท่านประธานสังกัดอยู่ก็มีเป็นพรรคที่ให้ความสำคัญ กับเรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง แต่ท่านเองก็คงทราบว่าปัจจุบัน กยศ. ก็ยังมีปัญหา นักศึกษาจาก มอ. สงขลา ปัตตานี เจอปัญหาการที่ไม่สามารถได้เข้าถึงการกู้ยืม ในปีนี้ต่าง ๆ เป็นต้น แบบนี้ที่ผมก็พยายามพูดถึงว่าบางครั้งกรณีการดำเนินการ ของผู้ตรวจการแผ่นดินในบางส่วนนั้น ท่านทำเต็มที่ครับ แต่ในระบบเชิงการแก้ปัญหา โครงสร้างมันยังไม่ได้ถูกแก้ ฉะนั้นถ้ามีรายหนึ่งที่เขาร้องมาเรื่อง กยศ. ปีนี้ ถ้าไม่ได้แก้ เชิงโครงสร้าง ไม่ได้แก้ให้มันยั่งยืน มันก็จะมีผู้ร้องเรียน กยศ. รายที่ ๒ ในปีถัดไป รายที่ ๓ ในปีถัดไป รายที่ ๔ ในปีถัดไป ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ไม่ว่าท่านจะอยากช่วยเขาอย่างไร แต่มันไม่ควรจะแบกรับการจัดการมากขนาดนั้น ในฐานะที่เราต้องมีข้อเสนอแนะ ในระดับการเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินของประเทศ นั่นคือประเด็นที่ ๓ ครับ🔗
ผมคิดว่าประเด็นสุดท้ายครับ ในท้ายที่สุดก็อย่างที่นำเรียนกับท่านประธาน ท่านประธานก็กรุณาผมมากชื่นชมเจอกันทีไรก็ทักทาย เพราะว่าท่านจะเห็นว่าผมอภิปราย เกือบทุกปีพอดีปีนี้เพื่อนสมาชิกอาจจะมีภารกิจกันเยอะครับ แล้วมีรายงานจำนวนมากเลย คงไม่ได้ลงรายละเอียด อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็ขออนุญาตที่จะให้กำลังใจต่อ หน่วยงานของท่านต่อผู้ปฏิบัติงานของท่าน แล้วก็ต่อสิ่งที่ท่านตั้งใจที่จะทำให้การแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่สามารถใช้ช่องของการดำเนินการในระดับพื้นที่แก้ไขได้ทั้งหมดครับ ซึ่งอย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนั้น น่าจะเป็นประโยชน์ที่ท่านได้นำไปพิจารณาแล้วก็ ตอบต่อสภาแห่งนี้เป็นเบื้องต้น แล้วก็ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ในอนาคตครับ กราบขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านประธาน ผู้ตรวจการแผ่นดินครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้กรุณา ให้ความสำคัญ ให้ความสนใจ แล้วก็มีข้อเสนอแนะดี ๆ ต่อการพัฒนาการปฏิบัติงานของ ผู้ตรวจการแผ่นดินและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินในการดูแลแก้ไขความเดือดร้อน ความไม่เป็นธรรมของพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เช่นเดียวกันปีนี้ ก็ได้รับความกรุณาจากท่านใน ๓ ประเด็นขออนุญาต กราบเรียนดังนี้ครับ🔗
ในประเด็นแรก ท่านอยากทราบประโยชน์ของการทำหน้าที่เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์กับต่างประเทศในบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินว่าจะมีประโยชน์มากน้อย เพียงใด ขออนุญาตกราบเรียนดังนี้ครับ องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรสากล ขณะนี้ มีประเทศต่าง ๆ มีการจัดตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินประมาณ ๑๐๐ กว่าประเทศ มีการตั้ง เป็นสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ มีสมาชิก ๑๐๐ กว่าประเทศ ๒๐๐ กว่า องค์กร ในการบริหารจัดการขององค์กรสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ จะแบ่งเป็นภูมิภาค ๙ ภูมิภาคด้วยกัน ก็เป็นที่น่ายินดีว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไทย ประธาน ผู้ตรวจการแผ่นดินของราชอาณาจักรไทยได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนสมาชิก Ombudsman ในทวีปเอเชีย ๒๐ กว่าประเทศที่เป็นสมาชิกของ IOI ได้เลือกประธานผู้ตรวจการแผ่นดินไทย ให้เป็นประธานภูมิภาคเอเชียของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ ๒ สมัย ติดต่อกัน ตำแหน่งประธานภูมิภาคเอเชียมาด้วยการเลือกตั้ง การลงคะแนนเลือกของสมาชิก ตรงนี้ก็น่าจะสะท้อนถึงการยอมรับในผลงาน ในบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในเวทีผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศต่อเนื่องกันมาหลายปี หลายรุ่น หลายคณะ ของผู้ตรวจการแผ่นดินจนมีผลงานเป็นที่ยอมรับ🔗
คราวนี้ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเป็นสมาชิกแล้วก็ไปทำกิจกรรมร่วมกับ ผู้ตรวจการแผ่นดินต่างประเทศ ประการแรก แน่นอนก็จะเป็นโอกาสที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไทย จะได้ไปนำเสนอผลงานการปฏิบัติหน้าที่ที่มันเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนให้กับ ผู้ตรวจการแผ่นดินต่างประเทศได้รับทราบ ที่สำคัญในการไปทำกิจกรรมระหว่างประเทศ ทั้งในการประชุมสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศก็ดีหรือการไปประชุม ในลักษณะของทวิภาคีคู่ความร่วมมือที่เซ็น MOU ร่วมกัน ผู้ที่จะได้ประโยชน์อย่างมากเลย ที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความสำคัญก็คือการดูแลพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ไปพำนัก ไปศึกษา ไปท่องเที่ยวหรือไปปฏิบัติงานอยู่ต่างประเทศ กรณีเราได้มีการพูดคุย ทำความร่วมมือกับผู้ตรวจการแผ่นดินประเทศต่าง ๆ ว่ากรณีที่ประชาชนคนไทยที่ไปพำนัก อาศัยอยู่เพื่อปฏิบัติภารกิจในสถานะต่าง ๆ ไปมีครอบครัว ไปทำงาน ไปเรียน ไปท่องเที่ยว แล้วประสบปัญหาได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ได้ความเป็นธรรมจากหน่วยงานของรัฐ ของประเทศนั้น ๆ ก็ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดูแล ตัวอย่างมีนักศึกษาไทยจำนวนมาก จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเรียนต่อที่ประเทศอินโดนีเซีย มีปัญหาในเรื่องการขอต่อ Visa การคิดค่าธรรมเนียม Visa ไม่ได้รับความสะดวก ก็ได้มีการประสานกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ของอินโดนีเซียช่วยประสานหน่วยเขาก็อำนวยความสะดวกแก้ปัญหาให้ เมื่อปีที่ผ่านมา มีคนไทยที่ไปทำงานที่อินโดนีเซียเช่นเดียวกันแล้วไปทำผิดกฎหมายเขา ถูกพิพากษาจำคุก อยู่ในเรือนจำ แต่ในการเจ็บป่วยต้องออกจากนอกเรือนจำไปโรงพยาบาล แต่ก็ในเรือนจำ ที่เขาสังกัดไม่อำนวยความสะดวกคือกรณีจะออกไปก็บอกว่าต้องให้สถานทูตรับรอง ว่าเหมาะสมแล้วก็จะกลับมาซึ่งมันไม่สะดวกกับสถานทูต เราก็ได้ประสานกับผู้ตรวจการแผ่นดินอินโดนีเซีย เขาก็ไปคุยกับราชทัณฑ์ทางโน้น เขาก็แก้ ระเบียบให้หรือเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว มีพุทธศาสนิกชนไทย สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่เพื่อจะไป ประดิษฐานที่วัดไทยในเมืองเมดานและประสบปัญหาเรื่องการนำเข้าพระพุทธรูป ในเรื่องการคิดค่าธรรมเนียม ค่าภาษี เราก็ได้ประสานผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดินอินโดนีเซีย ก็ได้รับการแก้ไขปัญหาไป เพราะฉะนั้นการไปร่วมทำกิจกรรมในเวทีผู้ตรวจการแผ่นดิน ระหว่างประเทศ นอกเหนือจากจะได้ประโยชน์ในส่วนของเจ้าหน้าที่มีการแลกเปลี่ยน ทางด้านวิชาการ การศึกษาอบรม การดูงาน การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice เป็นต้น แล้วที่สำคัญเราได้ขยายไปว่าทำความร่วมมือว่าให้ดูแลประชาชน ของแต่ละประเทศที่อยู่ในประเทศนั้นกรณีได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม นี่ก็คือประโยชน์ของงานในเวทีผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศที่จะขออนุญาต กราบเรียนนะครับ🔗
ประการที่ ๒ เรื่องการช่วยเหลือเยียวยา รวมถึงค่าทำศพ กรณีเสียชีวิต จากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องนี้จริง ๆ แล้วหน่วยงานก็ไม่ได้ละเลย แต่ด้วยระเบียบราชการเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานจะมีความล่าช้าติดขัด ตรงนี้ผู้ตรวจการ แผ่นดินก็ได้ไปเป็นคนกลางร่วมกับ ศอ.บต. ครับ ศอ.บต. ทราบปัญหาก็เข้ามาแก้ไข ขณะนี้ญาติของผู้ได้รับผลกระทบทุกราย ได้รับเงินค่าตอบแทนไปเรียบร้อยหมด ท่านหมดห่วงได้นะครับ🔗
สำหรับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ซึ่งในทางปฏิบัติทางสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้ถือปฏิบัติอยู่ ในการแก้ไขความเดือดร้อนของผู้ตรวจการแผ่นดิน ของพี่น้องประชาชนเราจะทำใน ๒ ลักษณะเป็นเรื่องร้องเรียนรายกรณี เป็นความเดือดร้อน รายบุคคล เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามา มีการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วก็มีข้อเสนอแนะ ส่วนใหญ่นอกเหนือจากข้อเสนอแนะไปยังผู้ที่ถูกร้องเรียนหรือจังหวัดนั้น ๆ แล้ว ถ้าเป็นกรณี ที่มันมีปัญหาคล้าย ๆ กันหลายจังหวัด เราจะมีการแจ้งแนวปฏิบัติที่แนะนำให้จังหวัด ที่ถูกร้องเรียนไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อพึงระวังในการปฏิบัติไม่ให้ถูกร้องเรียน ในโอกาสต่อไปด้วย นอกจากนั้นการร้องเรียนรายกรณีเป็นการแก้ไขในเชิงตั้งรับ ผู้ตรวจการ แผ่นดินทำอีกลักษณะหนึ่งในการแก้ไขปัญหาในเชิงรุกก็คือการศึกษาเรื่องร้องเรียน เชิงระบบ กรณีเรื่องร้องเรียนที่มีปัญหาซ้ำ ๆ กันในหลาย ๆ พื้นที่และเกิดบ่อย ๆ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องความเดือดร้อนรำคาญจากสถานบริการหรือสถานประกอบการ คล้ายสถานบริการดังนี้เป็นต้น จะมีแทบจะทุกจังหวัด หรือการเลี้ยงสุกรหรืออะไรอย่างนี้ เราก็จะมีการศึกษาเชิงระบบ แล้วก็มีข้อแนะนำ โดยการศึกษาเชิงระบบเราไม่ได้ศึกษาลำพัง ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เราเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชิญผู้ที่ได้รับผลกระทบ เชิญตัวแทนผู้ประกอบกิจการที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญมาร่วมกัน มาสรุป มาวิเคราะห์ แล้วก็เป็นกรอบ เป็นแนวทางปฏิบัติ ตรงนี้การศึกษาเชิงระบบก็จะช่วย ลดปัญหารายกรณีไม่ให้เกิดขึ้น เพราะว่ามันมีมาตรการที่จะให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เขาได้ทราบได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง แล้วก็ลดความขัดแย้งแต่เนิ่น ๆ ตรงนี้ก็สอดคล้องกับข้อเสนอ ของท่านณัฐวุฒิ ก็ด้วยความขอบพระคุณครับ ก็จะรับไป เอาความห่วงใยของท่านไปเน้นย้ำ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ทราบอีกทีว่าท่านผู้แทนราษฎรก็มีความเป็นห่วง แล้วก็มี ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ ในการที่จะลดปัญหารายกรณีด้วยมีข้อเสนอแนะ ตัดตอนปัญหา ไม่ให้เกิดตั้งแต่ต้น ก็ขออนุญาตกราบขอบพระคุณอีกครั้ง แล้วก็ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินครับ ถ้าไม่มีสมาชิกซักถามเพิ่มเติม ก็ถือว่าที่ประชุมนี้🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านอดิศรเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัด ขอนแก่น ผมดีใจที่ได้ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน อย่างน้อยก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ของผมมา ๒ สมัย เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ผมเพิ่งเข้ามานั่งแล้วก็ฟังท่านอภิปราย ผมเห็นหนังสือที่สวย ๒ เล่ม จากผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมสนใจเรื่องผลการดำเนินงาน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ในการสนับสนุนงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมขออนุญาตถามหน่อยว่าในหนังสือเล่มนี้หรืองานเกี่ยวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงลึกไปหรือเปล่าว่าสถานะของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านปัจจุบัน ที่มาของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านปัจจุบันได้เวลาที่จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ให้สอดคล้องกับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ผมเห็นใจคนที่เป็นกำนันทุกวันนี้ไม่สง่าผ่าเผย เหมือนกำนันที่ในอดีต กำนันในอดีตนั้นประชาชนในตำบลเป็นคนเลือกกำนัน แต่กำนัน ทุกวันนี้เป็นหัวหน้าผู้ใหญ่บ้านครับ เรียกกำนันไม่เต็มตัว เพราะเอาผู้ใหญ่บ้านเลือกกำนัน ผมจะนำไปสู่ว่าวาระการดำรงตำแหน่งของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงลึกหรือเปล่าว่าควรจะดำรงตำแหน่งใน ๔ ปีหรือ ๕ ปี ก็เลือกตั้ง ครั้งหนึ่ง หรือจะให้เป็นแบบข้าราชการจากอายุเริ่มต้น ๒๕ ปี ยกตัวอย่าง ไปเกษียณอายุ ราชการ ๖๐ ปี ทำดีทำชั่วท่านอาจจะตอบว่าผมก็มีกฎเกณฑ์ของผม ถ้าใครไม่ทำอันนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยก็เอาออกได้ ท่านได้ศึกษาว่าความเหมาะสมของการดำรงตำแหน่ง ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ๖๐ ปีแบบปัจจุบันหรือจะให้มีการเลือกตั้ง เหมาะสมที่จะแก้ไข กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่หรือไม่ อย่างไร ในเล่มนี้ ผมยังไม่ได้ลงรายละเอียด แต่ทราบว่าผู้ตรวจการแผ่นดินน่าจะเป็นจุดเริ่มที่ดี เป็นกลาง ในการได้ศึกษาเรื่องที่ผมกล่าวย่อ ๆ จึงขออนุญาตผ่านท่านประธานสอบถามไปถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีโอกาสได้พูดจา เป็นกลาง เพื่อไม่ให้กระทบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน และเพื่อเอาใจ วาระดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ อย่างนี้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่เสมียน ไม่ใช่ผู้รับใช้ปลัดอำเภอ นะครับ นั้นก็หน้าที่ส่วนหนึ่ง ไม่ทราบว่าผมลุกขึ้นสอบถามท่านถูกกาละโอกาสหรือเปล่า แต่ว่าเห็นหนังสือสวยก็เลยโดยสาร ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้าที่จะตอบคำถามนี้ครับ🔗
ขอบคุณ ท่านอดิศรครับ เชิญท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ท่านอดิศร เพียงเกษ เช่นเดียวกันนะครับ ทุกปีท่านได้กรุณามีข้อชี้แนะ ข้อแนะนำ เพื่อการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการ แผ่นดินในการดูแลแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ในประเด็น ที่ท่านยกขึ้นมาในปีนี้ ก็เป็นประโยชน์มาก เพราะว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านแม้ว่ายุคสมัย จะเปลี่ยนไปอย่างไรแต่ความสำคัญของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่อสังคมไทย ต่อการดูแล คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนไม่ได้ลดไป ประเด็นที่ท่านเสนอก็เป็นประโยชน์ในการที่จะ ดูเรื่องที่มา อายุ การดำรงตำแหน่ง การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อที่จะให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญสามารถเป็นที่พึ่งของ พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ใช่รับผิดชอบหรือช่วยเหลืองานเฉพาะของกระทรวงมหาดไทย ในข้อเท็จจริง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านดูแลรับผิดชอบช่วยเหลืองานของทั้ง ๒๐ กระทรวงในระดับพื้นที่ ฉะนั้น ก็จะขออนุญาตได้รับประเด็นข้อเสนอแนะของท่านอดิศรไปเป็นการศึกษาเชิงระบบร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้มีข้อเสนอแนะต่อกระทรวงมหาดไทย ท้ายที่สุด คนที่จะได้รับประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่พี่น้องประชาชนก็จะได้มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีประสิทธิภาพในการดูแลเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบัน พี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่จะอาสาเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนในอนาคต แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเอง ก็จะขออนุญาตได้รับไปแล้วก็มอบให้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินไปดำเนินการต่อ ได้ผลคืบหน้าอย่างไร คงได้มากราบเรียน ต่อที่ประชุมแห่งนี้ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ผู้ตรวจการแผ่นดินครับ ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดติดใจจะถามต่อไปก็ถือว่าที่ประชุมนี้ รับทราบรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ขอขอบคุณท่านประธานและคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินครับ🔗
ต่อไปครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๑. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพิจารณาศึกษาการปฏิรูป ระบบราชการตำรวจ ซึ่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ ในการนี้ผมจะอนุญาตให้ผู้เข้าร่วม ชี้แจงได้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมด้วย ๑. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองประธาน คณะอนุกรรมาธิการ ๒. พลตำรวจตรี เจนกมล คำนวล อนุกรรมาธิการ ๓. พันตำรวจโท ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อนุกรรมาธิการ ๔. พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ อนุกรรมาธิการ ๕. นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ อนุกรรมาธิการ ๖. นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อนุกรรมาธิการ ๗. พันตำรวจเอก วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อนุกรรมาธิการ ๘. ว่าที่ร้อยตรี อภิชาต พงษ์สวัสดิ์ อนุกรรมาธิการและเลขานุการ เชิญทุกท่านเข้าประจำที่ได้ครับ เมื่อเข้าประจำที่แล้วขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านครับ กระผม นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ขออนุญาตเป็นผู้แทนคณะกรรมาธิการได้กล่าวนำการเสนอ สรุปรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพิจารณาศึกษาการปฏิรูประบบราชการตำรวจ ของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมดังนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๙ เมื่อวันพุธที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่ประชุมได้ลงมติให้คณะกรรมาธิการ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ (๙) คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ การค้าชายแดน การค้าผ่านแดน จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่านแดนชั่วคราว จุดผ่อนปรนเพื่อการค้า ช่องทางธรรมชาติ และช่องทางตามกฎหมายศุลกากร การเดินทางข้ามแดนการจัดการและการดูแล แรงงานข้ามชาติ แรงงานข้ามแดน การส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาและการพัฒนาชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนและแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับดินแดนและความมั่นคงของประชาชน🔗
คณะกรรมาธิการได้เล็งเห็นว่าตำรวจไทยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อ ความมั่นคงและการพัฒนาของประเทศในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะในด้านการรักษา ความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นพื้นฐาน สำคัญที่ทำให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างปกติสุข นอกจากนี้ ตำรวจไทยยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ตั้งแต่อาชญากรรมพื้นฐานไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ตำรวจยังเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามนโยบาย ของรัฐบาล การอำนวยความยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นรากฐาน สำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน กำลังเผชิญกับปัญหาหลากหลายมิติที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ ในการให้บริการ และความเชื่อมั่นของประชาชน เช่น การแทรกแซงทางการเมืองในกระบวนการ แต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรตำรวจ โดยไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ โดยไม่ได้คำนึง ถึงความสามารถ โดยไม่ได้คำนึงถึงประสิทธิภาพโดยรวม แต่เป็นเรื่องของระบบอุปถัมภ์ การใช้เส้นสาย เป็นต้น นอกจากนั้นการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากร อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเรื่องก็เป็นข้อเท็จจริงว่าเราจะพบว่าตำรวจจำนวนมาก การจัดหาอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ไม่ได้เหมาะสมหรือไม่ได้สอดคล้องกับภัยคุกคาม ที่มีอยู่ ทรัพยากรส่วนใหญ่ก็มักจะกระจุกตัวอยู่ในส่วนกลางในขณะที่สถานีตำรวจ ในระดับท้องถิ่นซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนกลับได้รับการสนับสนุนที่จำกัด ส่งผลให้การบริการ ประชาชนขาดคุณภาพและไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงได้🔗
ดังนั้นจากสภาพปัญหาของตำรวจดังกล่าว ในคราวการประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ ๒๔ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ คณะกรรมาธิการได้มีการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูประบบราชการตำรวจขึ้น เพื่อศึกษาแนวทางแก้ไข ปัญหาและการปฏิรูปตำรวจ โดยเฉพาะในประเด็นของงานสอบสวน งานด้านความมั่นคง การแบ่งส่วนราชการและการกำหนดหน้าที่และอำนาจส่วนราชการภายในสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ รวมถึงหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอแนวทางในการปฏิรูป ระบบราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพันธกิจด้านความมั่นคงของประเทศ ที่ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันต่อยุคสมัยและเทียบเท่านานาอารยะประเทศ โดยได้จัดทำรายงาน เสนอต่อคณะกรรมาธิการพิจารณา และวันนี้ก็เป็นการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ ของสภาผู้แทนราษฎร🔗
ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่าในการพิจารณาศึกษารายงาน ฉบับนี้ เราต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่าเราเจอกับความท้าทายอย่างที่ผม ได้กราบเรียนต่อท่านประธานในหลากหลายประเด็น แต่เราต้องยอมรับว่าองค์กรตำรวจนั้น มีความสำคัญ ที่ผ่านมาผมคิดว่าตัวเลขของการลาออกของตำรวจที่นับวันมีมากขึ้นเรื่อย ๆ บางสถานีตำรวจ ตำรวจจำนวนมากมีความเครียด พวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับว่า แม้กระทั่งความเป็นธรรมที่ตำรวจสมควรจะได้รับเขาเองก็ยังไม่ได้รับ ส่วนหนึ่งปัญหาเหล่านี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าระบบเส้นสาย ระบบอุปถัมภ์เป็นปัญหาใหญ่ วันนี้เกิดคำถามกันไปทั่วว่าตกลงแล้วการทำผลงานปิดคดีสำคัญ ๆ จะได้รับผลตอบแทน ที่ดีกว่าหรือไม่ เมื่อเทียบกับเส้นสาย Connection ที่มี ทำให้ตำรวจจำนวนมากเลือกที่จะ หันหลังให้กับการทำผลงาน แล้วเลือกที่จะรับใช้ผู้มีอำนาจและพยายามใช้กำลังขา ในการวิ่งเต้นเพื่อให้ตัวเองสามารถได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น ปัญหาของตำรวจเหล่านี้นำไปสู่ ปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรมที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่จะทำให้ พี่น้องตำรวจมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนที่น้อยลง จำนวนคดีต่าง ๆ ไม่ได้สะท้อนถึง สภาพปัญหาความเป็นจริง หลายกรณีเราก็มักจะได้ยินว่าที่โรงพักของตำรวจจะต้องมี บันทึกประจำวัน ๒ เล่ม เล่มจริงกับเล่มที่รับเอาไว้แบบนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ เกิดปัญหาไปทั่ว แล้วทำให้พี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะได้รับความยุติธรรมได้ เราต้อง ยอมรับต่อไปว่าพี่น้องตำรวจจำนวนมาก มีความอึดอัดและไม่สามารถที่จะพูดปัญหาเหล่านี้ได้ การปฏิรูประบบราชการตำรวจในครั้งนี้ โดยที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ เราเห็นว่า เป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นเรื่องที่ควรจะได้รับการแก้ไขปัญหา เราก็หวังว่าการปฏิรูประบบ ราชการตำรวจนี้จะนำไปสู่การทลายระบบอุปถัมภ์ ทำให้ระบบตำรวจมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และทำให้ตำรวจสามารถเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะได้นำทรัพยากร เหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนต่อไป🔗
ดังนั้นคณะกรรมาธิการเราจึงได้มีการจัดตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา นำโดย ท่านปิยรัฐ จงเทพ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ โดยได้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุ กรรมาธิการ ทั้งนี้เราเองก็ได้รับเกียรติไม่ว่าจากท่านกรรมาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวร่วมเป็น คณะอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อศึกษาข้อมูลและจัดทำรายงาน ดังกล่าวต่อไป ซึ่งท่านทั้งหลายสามารถที่จะเข้าถึงและอ่านได้🔗
ท่านประธานที่เคารพ ในการทำรายงานฉบับนี้เรารู้ดีว่าเรื่องของเรามันยาก เราเองก็พยายามที่จะศึกษาในการที่จะทำให้เกิดข้อเสนอที่เป็นประโยชน์สูงสุด บางส่วน เราก็ไปศึกษาจากต่างประเทศ หนึ่งในประเทศที่เราไปและเราได้ประโยชน์ในเรื่องของข้อมูล สาระที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศญี่ปุ่น เรามีการเดินทางไป ที่ประเทศเยอรมนี รวมไปถึงประเทศโปแลนด์ เราพยายามที่จะรวมองค์ประกอบเหล่านี้ เข้ามาเพื่อทำข้อเสนอที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อไป ซึ่งต่อไปหลังจากนี้ที่ประชุมคงจะได้ แลกเปลี่ยนซักถามกันต่อ แต่ผมยืนยันว่าในการทำรายงานก็ดี ในการที่จะพิจารณา ในเรื่องราวต่าง ๆ ก็ดี เพื่อที่จะทำให้ปัญหาของพี่น้องตำรวจได้รับการแก้ไข แม้กระทั่ง การจัดสัมมนาไม่นานมานี้แม้ว่าเราจะเสนอรายงานฉบับนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของ สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว เราก็ได้มีการดำเนินการต่อเนื่อง บางส่วนอาจจะไม่ได้อยู่ในรายงาน แต่ท่านปิยรัฐก็ได้มีการจัดสัมมนาในนามของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ โดยเชื้อเชิญให้พี่น้องตำรวจจากทั่วประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยน โดยช่วงเช้าก็จะมีวิทยากร ในการที่จะแลกเปลี่ยนมุมมองต่าง ๆ ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการแลกเปลี่ยนโดยให้พี่น้องตำรวจ สามารถที่จะระดมความคิดเห็น Brainstorm เข้ามา เหล่านี้ก็เป็นความพยายามของ กรรมาธิการที่เรามองว่าเรื่องตำรวจเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมไทย ในการที่จะ แก้วิกฤติต่าง ๆ ได้ ผมเชื่อว่าปัญหาหลาย ๆ อย่างที่ผู้แทนของประชาชนได้มีโอกาสนำเสนอ ความคิดเห็นต่อที่ประชุมนี้ในก่อนหน้านี้ ปัญหาเหล่านั้นจะไม่เกิดครับ ถ้าองค์กรตำรวจ ของเรามีความเข้มแข็ง ถ้าองค์กรตำรวจของเรา บุคลากรต่าง ๆ มีความรู้สึกว่าเขาตื่นขึ้นมา แล้วมาทำหน้าที่ด้วยใจรักและเพื่อพิทักษ์กฎหมายต่อไป ถ้าทุกคนทำงานอย่างมีอุดมการณ์ ผมเชื่อว่าเราสามารถที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ แต่แน่นอนก็คงจะรวมไปถึงการแต่งตั้งโยกย้าย ต่าง ๆ ที่จะต้องมีความเป็นธรรมกับพวกเขาเหล่านี้ด้วย🔗
ในท้ายที่สุดนี้ ผมเองจะขออนุญาตท่านประธานให้ท่านปิยรัฐ จงเทพ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการที่ทำหน้าที่ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการได้นำเสนอ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป รวมทั้งขออนุญาตให้คณะอนุกรรมาธิการที่มีส่วนร่วม ในการศึกษาครั้งนี้ร่วมนำเสนอรายงานและชี้แจงในประเด็นที่ซักถามเกี่ยวข้อง เพื่อความสมบูรณ์ของรายงานฉบับนี้ต่อไป กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ขอเชิญท่านปิยรัฐ จงเทพ เลขานุการ ชี้แจงต่อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ กระผม นายปิยรัฐ จงเทพ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปฏิรูประบบราชการตำรวจ วันนี้ทาง คณะกรรมาธิการได้มีร่างหรือได้มีรายงานให้กับท่านสมาชิกหรือเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้อ่าน และศึกษาอยู่ที่ตั้งของทุกท่านแล้ว ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้มีการศึกษากันมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ ซึ่งแล้วเสร็จช่วงปลายปี ๒๕๖๗ และได้เข้าบรรจุวาระมาสักระยะหนึ่ง ซึ่งแน่นอนตลอดที่เรา มีการประชุมทั้ง ๑๓ ครั้ง ในนามของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปฏิรูประบบราชการตำรวจนั้น เราได้ข้อมูลเยอะแยะมากมาย เราได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่เราจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อเนื่องกัน อย่างเช่นกระทรวงบางกระทรวงที่จะได้ มีการโอนกำลังพลกันไปนั้น อย่างเช่นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราก็ได้เชิญมา ซึ่งการศึกษาของเรานี้ต้องเรียนตามตรงว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กล่าวภาพรวมไปแล้ว ต้องขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งในรายละเอียดนี้ ผมคิดว่าผมจะไม่รบกวนเวลาทุกท่าน ณ ที่แห่งนี้ เพื่อที่จะได้อธิบาย เพียงแต่ว่าผมจะ ยกตัวอย่างภาพรวมที่ผมได้เห็นจากห้องประชุมของผมนั้นว่าเราได้เห็นภาพความแตกต่าง ระหว่างตำรวจในเมืองและตำรวจในชนบท เราได้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้บังคับบัญชา ระดับสูงจนไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ตามหน้างานหรืออยู่ตามพื้นที่ เราได้เห็นความ แตกต่างระหว่างตึกของผู้บัญชาการและบ้านพักของข้าราชการระดับตัวเล็กตัวน้อย ที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เราเห็นอะไรอีกครับท่านประธาน เราเห็นขวัญกำลังใจของ กำลังพลตำรวจกว่า ๒๒๐,๐๐๐ นายที่หดหู่อยู่ในเวลานี้ ที่เขาเป็นประตูด่านแรก ต้อนรับ ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีและไม่ดี แทนพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ นั่นคือสถานีตำรวจ ที่อยู่กระจายตัวไปทั่วประเทศ ท่านทราบไหมครับว่าเงินเดือนตำรวจจริง ๆ แล้วไม่ได้ มากมายเลย แต่หน้าที่ของภาระของเขานั้นมากมายคณานับ บางครั้งเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่ถูกรวบรวมเสร็จสิ้นแล้ว จะทำเป็นสำนวนได้แต่ละครั้ง พวกเขาต้องควักเงินทุกบาททุกสตางค์ ในฐานะพนักงานสอบสวน เพื่อซื้อหมึก Print เครื่อง Print คอมพิวเตอร์ รวมถึงกระดาษเอ ๔ มาทำงานให้กับพวกเรา นั่นคือสิ่งที่ตำรวจชั้นผู้น้อยต้องแบกรับภาระ ซึ่งผมเชื่อว่า งบประมาณของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้น้อยเลยครับ แต่มันกระจุกอยู่ที่ไหน นี่คือสิ่งที่เราศึกษาและพบว่าส่วนใหญ่แล้ว เราพบปัญหาการรวมศูนย์อำนาจไว้ส่วนกลาง นั่นคือรวมไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วเป็นเหมือนเขื่อน เขื่อนขนาดใหญ่ มากั้นแม่น้ำไว้ แล้วก็จะมีคนคอยขีดเส้นว่าแม่น้ำสายนี้ไปทางนี้ แม่น้ำสายนี้ไปทางนี้ แล้วสายย่อยต่าง ๆ ก็ถูกขีดเส้นโดยส่วนกลาง จึงไม่ตอบโจทย์กับผู้ที่ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ นั่นคือปัญหาเชิงโครงสร้าง ยังไม่ได้พูดถึงการแต่งตั้ง โยกย้ายที่มีกระบวนการที่ ไม่ได้มีการประเมินผลงานอย่างแท้จริงให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เรามีทั้งหมด ๖ ปัญหา หรือ ๖ ด้านที่เราศึกษากัน ด้านที่ ๑ คือด้านโครงสร้างและการแบ่งส่วนราชการ ด้านที่ ๒ คือการบริหารจัดการด้านงบประมาณ ด้านที่ ๓ คือการบริหารงานบุคคล ด้านที่ ๔ คือหลักสูตรและการฝึกอบรม ด้านที่ ๕ คือสวัสดิการและขวัญกำลังใจ และสุดท้าย ก็คืองานสืบสวน สอบสวนครับ ทั้งหมดนี้ ๖ ด้าน เราศึกษาพบปัญหา ในขณะเดียวกัน เราก็มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง ๖ ด้านนั้นต้องใช้เวลา เป็นอย่างมาก เราจึงบอกว่าเราไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องตำรวจได้ภายในระยะเวลา อันสั้น ฉะนั้นเราจึงแบ่งระยะเวลาการแก้ไขปัญหาออกเป็น ๓ ระยะ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งจะใช้เวลารวมกันอย่างน้อย ๒-๓ ปี ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อว่าถ้าเกิดว่า มีการพร้อมใจกันทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และพี่น้องตำรวจ ผมเชื่อว่าการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องตำรวจจะได้รับการเยียวยาและช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ฉะนั้นผมเชื่อว่ารายงาน ฉบับนี้จะเป็นสารตั้งต้นให้นำไปสู่การแก้ไขกฎหมาย รวมถึงการผลักดันเชิงนโยบาย ให้กับฝ่ายบริหารไปดำเนินการต่อไป🔗
สุดท้ายนี้ผมจะยกตัวอย่างสั้น ๆ ให้ทุกท่านได้เห็นภาพที่ผมได้เห็น อยากให้ ทุกท่านได้เห็นภาพที่พวกเขาเหล่านั้นสะท้อนออกมาจากวงสัมมนาที่เราได้เชิญเจ้าหน้าที่ ตำรวจจากทั่วประเทศมาที่สภาของเราเป็นส่วนในการดำเนินการกิจกรรมนี้คือกิจกรรม สัมมนารับฟังความคิดเห็นของพี่น้องตำรวจ ๑๗๐ ท่านทั่วประเทศมาเป็นตัวแทน ได้สะท้อนเสียงต่าง ๆ ออกมาและเห็นชอบกับรายงานฉบับนี้เป็นเสียงส่วนใหญ่ครับ เพียงแต่ข้อกังวลของพวกเขานั้นอาจจะอยู่ที่ความไม่เชื่อมั่นว่ารายงานฉบับนี้มันจะนำไปสู่ การแก้ไขปรับปรุงได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ จะทำได้จริงหรือไม่ หรือจะติดขัดฝ่ายผู้บริหาร หรือไม่ นั่นคือข้อห่วงใยที่ ๑ ข้อห่วงใยที่ ๒ คือกังวลว่าจะมีฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง โดยเฉพาะฝ่ายที่เสียผลประโยชน์ หากมีการปฏิรูปตำรวจตามแนวทางนี้ นั่นจะตัดช่อง การเข้ามาแทรกแซงอำนาจทางการเมือง การโยกย้าย แต่งตั้ง รวมถึงการเข้าไปฉ้อราษฎร์ บังหลวงในส่วนของงบประมาณ ซึ่งเหล่านี้จะถูกตัดตอนไปทั้งหมด เขาก็กังวลว่า เมื่อมีผู้เสียประโยชน์ก็จะมีผู้ที่ไม่ยอมรับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นสิ่งนี้เองผมเอง ก็ไม่สามารถตอบแทนพวกเขาได้และไม่สามารถตอบแทนพวกเราทุกคนได้ ณ ที่นี้ แต่ผมเชื่อว่าด้วยกระบวนการที่ถูกร่างและถูกเสนอแนะนี้ จะเป็นสารตั้งต้นให้นำไปสู่ การถกเถียงและนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมต่อไป ซึ่งผมหวังว่าหลังจากนี้พวกเราจะได้ แลกเปลี่ยนกัน โดยอาศัยพื้นที่แห่งนี้ผ่านท่านประธานสภาและหากมีส่วนใดที่ตกหล่น แล้วก็อยากมีข้อซักถามทางอนุกรรมาธิการของพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี้พร้อมจะตอบ คำถามทุกท่านและพร้อมที่จะนำไปปรับปรุงต่อไปครับ สำหรับกระผมก็มีเพียงเท่านี้ครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ คุณปิยรัฐ จงเทพ ประธานคณะอนุกรรมาธิการครับ ต่อไปจะเป็นการอภิปรายของ ท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกได้มาลงชื่อเพื่อขอร่วมอภิปราย ๕ ท่าน ผมจะเรียก ตามลำดับกันไปนะครับ ท่านแรกขอเชิญ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ ในหน้า ๓๑ ข้อ ๓.๑.๕ ดิฉันจะขอ อภิปรายด้านสวัสดิการและการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องตำรวจค่ะ🔗
เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ พิทักษ์สันติราษฎร์ ดูแลสารทุกข์สุขดิบของพี่น้องประชาชน เป็นที่พึ่งพิงให้กับพี่น้อง ประชาชน แล้วก็แก้ไขปัญหาจากอาชญากรรม ตั้งแต่อาชญากรรมเล็ก ๆ ไปจนถึง อาชญากรรมระดับประเทศ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ปราศจาก ปัจจัยที่ทำให้บ้านเมืองไม่น่าอยู่ แต่คุณภาพชีวิตของพี่น้องตำรวจโดยเฉพาะชั้นผู้น้อย กลับสวนทางกับหน้าที่การงานที่ค่อนข้างหนักในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องปัจจัย ๔ หรือคือเรื่องที่อยู่อาศัยที่ดิฉันจะเน้นย้ำ หากเปรียบเทียบกับข้าราชการไทยในหน่วยงานอื่น ๆ ดันไม่ได้รับสวัสดิการที่ดีเท่ากัน ท่านเคยได้ยินคำว่า You get what you pay for ไหมคะ ที่ฝรั่งเขาชอบพูดกัน หมายความว่าท่านจ่ายเงินไปเท่าไร ท่านก็ได้สินค้าหรือบริการในคุณภาพเท่ากับ ราคาที่จ่ายไปค่ะ ท่านประธานคะ พี่น้องประชาชนทราบดีว่ามีข่าวการทุจริตคอร์รัปชัน มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือตั๋วช้างที่ท่านรังสิมันต์ โรม เคยอภิปรายไป แล้วก็เป็นข่าวดัง หรือการคอร์รัปชันรายวันที่พี่น้องประชาชนทั่วไปได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการขูดรีด ไม่ว่าจะเป็นด่านตรวจต่าง ๆ มีมากมาย ท่านต้องยอมรับ เพราะสิ่งเหล่านี้ก็ออกเป็นข่าวดังหลายต่อหลายครั้ง แต่ท่านต้องยอมรับด้วยว่ามีตำรวจดี ๆ หลายท่านที่มีมากมายเลยที่ทำงานได้อย่างมีศักยภาพ รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการ ของพี่น้องประชาชน แต่กลับไม่ได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ไม่มีสวัสดิการที่ครอบคลุม และยังขาดแคลนทรัพยากรหลัก ๆ🔗
เมื่อเราพูดถึงที่อยู่อาศัยของข้าราชการ เรามักจะเห็นความเหลื่อมล้ำ ที่สะท้อนให้สังคมตั้งคำถามอยู่เสมอ เช่นแฟลตตำรวจหลายแห่งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เสื่อมโทรมจนแทบไม่ต่างจากอาคารเก่าอายุนับร้อยปี หลังคารั่ว น้ำซึม ผนังแตกร้าว บางแห่งก็มีปัญหาไฟฟ้า น้ำประปาไม่เพียงพอ จนไม่อาจเรียกได้ว่า เป็นที่อยู่อาศัย ที่อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สำหรับผู้ที่ต้องเสี่ยงชีวิตทุกวัน ดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของดิฉันหรือเขตปทุมวัน ดิฉันได้ลงพื้นที่ สำรวจแฟลตของพี่น้องตำรวจ แล้วก็ได้พบกับความทรุดโทรมแทบจะเรียกไม่ได้เลย ว่าเป็นคุณภาพชีวิตที่ดี แล้วก็แถมยังสร้างสุขภาพจิตที่แย่ให้กับข้าราชการพี่น้องตำรวจ ชั้นผู้น้อยค่ะ ถ้าเราหันไปเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียมข้าราชการ ๙๐๔ ท่านจะเห็น ด้านขวามือที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบ้านพักของข้าราชการ ศาลตุลาการโอ่อ่า หรูหรา ราวกับ Resort โรงแรม ๕ ดาว ดิฉันอดตั้งคำสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใด ระบบสวัสดิการจึงเลือกปฏิบัติกับพี่น้องตำรวจได้อย่างชัดเจนเช่นนี้ ทำไมผู้พิทักษ์กฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมายปกป้องสันติราษฎร์ให้กับพี่น้องประชาชน จึงได้อยู่ในอาคารอาศัย ที่สภาพต่างกันราวฟ้ากับเหว ถ้ารัฐบาลอ้างว่าความมั่นคงของประเทศขึ้นอยู่กับตำรวจ ผู้บังคับใช้กฎหมายด่านหน้า เราก็คงต้องถามกลับว่าเหตุใดท่านจึงปล่อยให้แฟลตตำรวจ อยู่ในสภาพเช่นนี้ ไม่ต่างกับการผลักภาระความเสี่ยงชีวิตให้พวกเขา แต่ตอบแทนด้วยที่พัก ซึ่งไม่คู่ควรกับภาระอันหนักอึ้ง ต้องรับผิดชอบชีวิตของมนุษย์ เราไม่ได้เรียกร้องให้บ้านพัก ข้าราชการทุกฝ่ายต้องโอ่อ่า หรูหราเป็นโรงแรม ๕ ดาว แต่เราเรียกร้องความเท่าเทียม ท่ามกลางจัดสรรงบประมาณที่เท่าเทียมและมาตรฐานให้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การสร้างสวัสดิการที่ดีไม่ใช่การใช้อย่างฟุ่มเฟือย หากแต่เพื่อความมั่นคงของระบบราชการ โดยรวม แต่ต้องอย่าลืมว่าศาลจะศักดิ์สิทธิ์เพียงใด กฎหมายจะเคร่งครัดมากแค่ไหน ก็ไร้ความหมาย หากไม่มีผู้บังคับใช้ซึ่งก็คือพี่น้องตำรวจที่จะไร้ขวัญกำลังใจ กลับเข้าบ้านพัก ก็ไร้ขวัญกำลังใจแล้วค่ะ ท่านประธานคะนี่ไม่ใช่คำถามถึงตึกเก่า ๆ ที่ผุพัง แต่เป็นการตั้ง คำถามถึงความเป็นธรรมในสวัสดิการของผู้ปฏิบัติหน้าที่ และหากรัฐยังไม่ยอมเหลียวแล แฟลตตำรวจที่ทรุดโทรม ก็คงยากที่จะบอกประชาชนได้อย่างเต็มปากว่ารัฐบาลนี้ให้ ความสำคัญกับความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง🔗
ท่านประธานคะ จากข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนคู่มือสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ข้าราชการตำรวจและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายใน ส่วนราชการ ๒๕๔๗ ซึ่งพบว่าสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของข้าราชการตำรวจ มีความล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากปรับปรุงครั้งล่าสุด ปี ๒๕๕๔ ด้วยสภาวะเศรษฐกิจประกอบกับสภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงทำให้สวัสดิการ และสิทธิของพี่น้องตำรวจในปัจจุบัน โดยเฉพาะในชั้นงานปฏิบัติไม่เพียงพออย่างชัดเจน ดิฉันได้พูดคุยกับพี่น้องตำรวจหลายรายแจ้งว่าต้องออกค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อปฏิบัติหน้าที่เอง แล้วก็ไม่พอด้วย ไม่ครอบคลุมทุกมิติของการทำงาน พอพบว่ารายงานฉบับนี้มีแนวทาง จะให้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาเสริมและแก้ไขปัญหาการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ก็เป็นแนวทางที่ดิฉันเห็นด้วย ใช้การ Charge ไฟฟ้าในสถานีตำรวจเพื่อที่จะทดแทนน้ำมัน เชื้อเพลิงที่พี่น้องตำรวจต้องควักกระเป๋าจ่ายกันเอาเอง เพื่อจะไปจับผู้ร้าย รับใช้พี่น้อง ประชาชน อีกทั้งพนักงานสอบสวนก็ต้องซื้ออุปกรณ์เองทั้งหมด ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ กล้องที่จำเป็นต้องใช้ ปัจจุบันมี พ.ร.บ. ป้องกันอุ้มหาย เครื่อง Printer หมึก Print กระดาษ ด้วยตนเอง ทั้งที่อุปกรณ์เหล่านี้บริษัทเอกชนที่ไหนเขาก็เตรียมให้พนักงานเขาทั้งนั้น มีแต่รัฐของเราที่ไม่จัดหาอุปกรณ์ให้กับสำนักงานตำรวจ ไม่ว่าจะเป็น สน. ไหน ดิฉันก็ฟัง ปัญหามาคล้าย ๆ กัน ท่านประธานคะ สวัสดิการข้าราชการตำรวจถึงแม้มีหลายด้านที่ถือว่าดี และมั่นคง เช่นการมีเงินบำนาญหลังเกษียณ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร เบี้ยเลี้ยง เดินทาง เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยและการปรับเงินเดือนขึ้นปีละ ๒ ครั้ง อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มี ความเพียงพอ เนื่องจากไม่ตอบสนองต่อสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน แล้วก็มีค่าครองชีพที่สูงมาก ในเขตของดิฉัน ปทุมวัน สาทร ราชเทวี ไม่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อย ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อองค์กรตำรวจ ๑. ปัญหาการไม่เพียงพอต่อการชำระแม้กระทั่ง ค่าครองชีพพื้นฐานในสภาวะเงินเฟ้อด้วยเงินเดือนเริ่มต้นสายอำนวยการ สอบตำรวจด้วยวุฒิ ม. ๖ นะคะ ๘,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้น อีกทั้งต้องแบกรับค่าใช้จ่าย น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อปฏิบัติหน้าที่ด้วยตนเอง ไม่เพียงพอในการดำรงชีพในแฟลตตำรวจ สน. ปทุมวัน ช่วงโควิด มีคนโดนตัดไฟ ๖ ห้อง เพราะว่าเงินเดือนจ่ายค่าไฟที่ขึ้นสูงไม่พอ ท่านคิดดูนะคะ ๒. ปัญหาการขาดแคลนกำลังพล เมื่ออาชีพนี้เงินไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ อีกทั้งจำนวนคดีก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาชญากรรมก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่จูงใจให้คนมาสมัครงาน มาร่วมงานเป็นตำรวจจากที่ได้เห็นปัญหาอัตรากำลังพลที่ขาดแคลนเนื่องจากจำนวน ข้าราชการตำรวจในปัจจุบันมีอัตราว่างงานถึง ๙๗,๐๐๐ คน ๓. เมื่อเงินไม่เพียงพอ ในการใช้จ่ายก็จำเป็นต้องไปหารายได้พิเศษจากข้างนอก หลายครั้งก็นำไปสู่การลุแก่อำนาจ และการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนตนที่เราเห็นในข่าวเป็นบ่อย ๆ หรือเรียกเก็บเงิน จากธุรกิจ บุคคลเอกชนที่บางครั้งก็ไม่ได้กระทำผิด แต่ก็ยอมชำระเงินเพื่อที่จะตัดปัญหา ไม่ให้มีการรำคาญ แล้วข้อ ๔ เช่นเดียวกับข้อ ๓ รายได้ไม่เพียงพอนำไปสู่หนี้สินล้นพ้นค่ะ ท่านประธาน กู้จนเต็มระบบค่ะ และในหลายท่านก็ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ ดิฉันเห็นว่า การเพิ่มเงินเดือนให้แก่ผู้ประกอบอาชีพตำรวจโดยเฉพาะตำรวจชั้นประทวนที่รายได้น้อย ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่สมควรและเหมาะสม เพราะ You get what you pay for ค่ะ สไลด์ที่ ๔ ค่ะ ถึงแม้ดิฉันจะเห็นด้วยกับข้อมูลส่วนใหญ่ในรายงาน แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันต้องติติงไว้ในบางส่วนที่ดิฉันไม่เห็นความชัดเจน ๑. ก็คือค่าเสี่ยงภัยในการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน ๕,๐๐๐ บาท อันนี้ต้องชัดเจนว่าเสี่ยงภัยแค่ไหน ไม่ใช่ว่าตั้งกันแล้วก็เบิกกัน ตามใจชอบ ๒. ก็คือการแก้ไขปัญหาหนี้สิน บางทีต้นตอของหนี้สินล้นพ้นก็มาจากการก่อหนี้ ได้มากจนเกินไป โดยตำรวจสามารถกู้ยืมได้ ๔๐ เท่าของเงินเดือน ถ้าเงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ก็กู้ได้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ผลก็คือเงินเดือนทั้งหมดถูกนำไปชำระหนี้กู้ยืมจากที่ดิฉันได้ยินมา ก็คือตำรวจเกือบทุกคนก็กู้ยืมในรูปแบบนี้และจ่ายเงินกู้แทบไม่เหลือเงินเดือนตัวเอง ให้กินข้าว ยิ่งส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอหนักขึ้นในระยะยาว แทนที่จะช่วยให้กู้ได้เยอะขึ้น ดอกเบี้ยถูกลง อาจจะต้องจำกัดเป็นสัดส่วนต่อเงินเดือนที่สามารถผ่อนได้ โดยที่ไม่ต้อง ลำบาก ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว แค่อยากจะชวนให้คิด ถึงปัญหาที่ตามมาทีหลังหากว่ามันเกิดขึ้น ดิฉันเห็นว่าสวัสดิการและสิทธิของพี่น้องตำรวจ ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน มีค่าครองชีพสูงโดยเฉพาะในเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร อยู่เป็นโสดยังไม่พอเลยค่ะท่านประธาน ไม่ต้องพูดถึงท่านที่แต่งงานมีลูก ๒-๓ คน ตำรวจเป็นผู้ดำรงรักษาความยุติธรรมขั้นต้น ให้กับประชาชน หากต้องทำหน้าที่ดังกล่าวยังไม่สามารถแม้กระทั่งดูแลตัวเองได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องและมีศักยภาพอย่างแน่นอนค่ะ ยุติธรรม และการรักษาความยุติธรรม ดิฉันเห็นด้วยกับการเพิ่มสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของ ข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยหรือชั้นประทวน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านวิทยา แก้วภราดัย แล้วจะต่อด้วยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ต่อด้วยคุณธีระชัย แสนแก้ว ผมเรียก ทีเดียว ๓ คน จะได้เตรียมตัวนะครับ เชิญท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการความมั่นคง แห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะท่านประธานที่ได้กล่าวรายงานต่อสภาเบื้องต้น ต้องขอบคุณ เพราะว่า ท่านทำรายงานเรื่องใหญ่มากครับ เรื่องการปฏิรูประบบราชการตำรวจ ซึ่งผมคิดว่า เป็นเรื่องใหญ่ หลายคนพยายามแตะแล้วก็มีปัญหามาตลอด ผมนี่เป็นลูกค้าสำนักงานตำรวจ เหมือนกับท่านกรรมาธิการหลายท่านที่เคยเป็นลูกค้ามา ทั้งเคยเป็นผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ที่ถูกสำนักงานตำรวจฟ้อง ตั้งแต่คดีหมิ่นประมาทจนถึงคดีความมั่นคง ถูกมาแล้ว ทุกคดีครับ แต่ผมก็ต้องแสดงความเห็นใจนะครับว่าอาชีพราชการ ๓-๔ อาชีพที่เป็นอาชีพ ที่ไม่ปกติเหมือนชาวบ้าน ชาวบ้านที่เป็นข้าราชการโดยส่วนใหญ่ครับ พลเรือนก็คือทำงาน จันทร์ถึงศุกร์ ๘ โมงเช้าถึง ๔ โมงครึ่งเลิก จบ หลังจากนั้นก็ชีวิตส่วนตัว มีอาชีพทหารครับ บางครั้งว่างเหมือนเดินเล่นจนเราถามว่ามีไว้ทำไม แต่บางครั้งก็ออกไป แป๊บเดียวขาขาดกลับมา ไปทีเดียวไม่ทันได้ลาลูกเมียก็ไปตายในสนามรบและการเรียกกำลังพล ก็ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน ที่นั่งข้างผมทหารเก่าครับ แต่ท่านกลับมาเป็นผู้แทนในสภา🔗
อาชีพถัดมาอาชีพตำรวจ ตำรวจไม่มีเวลาทำงานปกติ เวรยามไม่แน่นอน เข้าเวร ควงเวร สลับเวรไป ๆ มา ๆ ไม่รู้กลางวันกลางคืน ชีวิตครอบครัวไม่สงบสุข ที่เบาลงไปหน่อย แต่หนักกว่าก็คือแพทย์ เข้าไม่เป็นเวลา กินข้าวไม่เป็นเวลา ถัดลงมาลูกน้องแพทย์คือ พยาบาล อาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่ทำงานด้วยเวลาไม่ปกติ แล้วต้องได้รับการดูแล เป็นกรณีพิเศษ ผมในช่วงหลังดูหนังฝรั่งเยอะและหนังตำรวจด้วย ติดตามการสืบสวน สอบสวนของตำรวจแล้ว ผมคิดว่าตำรวจเป็นองค์กรที่ค่อนข้างจะต้องปฏิรูปจริง ๆ ครับ ท่านศึกษามา ท่านประธานกรรมาธิการเกริ่นนำว่าท่านกังวลเรื่องระบบอุปถัมภ์และเส้นสาย การกระจุกตัวในส่วนกลาง ท่านลืมไปเรื่องหนึ่งครับ ระบบอุปถัมภ์ ระบบเส้นสาย พี่เลี้ยงน้อง น้องเลี้ยงพี่ผมไม่กังวล ระบบการซื้อขายตำแหน่ง ผมเป็นคนที่ถูกสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติแจ้งความดำเนินคดีว่าไปวิจารณ์ว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง คราวนี้รายงาน ฉบับนี้ถ้าไม่พูดถึงเรื่องการซื้อขายตำแหน่งตำรวจแล้วผมคิดว่าท่านยังไม่เข้าใจตำรวจจริง ๆ ตำรวจจริง ๆ เขากังวลเรื่องนี้ครับ🔗
ประการที่ ๒ เรื่องการซื้อขายตำแหน่งแล้วก็เรื่องการกระจายอำนาจของ ตำรวจที่ท่านประธานบอกไว้ว่ากระจุกตัว ถูกต้องครับ ท่านทราบหรือไม่ครับว่าองค์กร พนักงานสอบสวนของตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติถือกฎหมายทั้งหมดอยู่ในมือกี่ฉบับ ผมคิดว่าท่านก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่แน่ ๆ กฎหมายไทยทุกฉบับที่มีโทษทางอาญา จะมีตำรวจกำกับดูแล ผมจบกฎหมายนะครับ แต่ถามว่าผมรู้กฎหมายทุกฉบับหรือไม่ ไม่มีทางหรอกครับ แต่เราบังคับให้พนักงานสอบสวนของประเทศไทย หน่วยงานนี้ ต้องรู้กฎหมายที่มีโทษทางอาญาทุกฉบับ และชีวิตพนักงานสอบสวนที่ท่านบอกว่าน่าสงสาร ผมไม่เห็นด้วยกับท่านครับ ตราบใดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีชื่อว่ากองบัญชาการ สอบสวนกลาง แต่ไม่ได้สอบสวนอะไรเลย รับผิดชอบกองปราบ รับผิดชอบงานต่าง ๆ ทั่วประเทศทุกเรื่อง ตำรวจรถไฟก็เลิกไปแล้ว ป่าไม้ก็เลิก ไม่รู้ครับ แต่ว่าตำรวจพิเศษทั้งหมด ทางหลวงก็ขึ้นสอบสวนกลาง แต่ใช้ชื่อสอบสวนกลาง ท่านเคยเห็นพนักงานสอบสวน ที่ต๊อกแต๊กอยู่ต่างจังหวัด เคยมาเป็นผู้บัญชาการสอบสวนกลางหรือไม่ครับ รายงาน อยู่ตรงไหนว่าจะสร้างเส้นสายชีวิตให้เขาดีขึ้นมาอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้น เรื่องสำคัญ ที่ผมคิดว่าจำเป็นต้องพูดก็คือ ๖ ด้านที่ท่านเขียนมาทั้งหมด ตั้งแต่ด้านโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการ ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องกระจายอำนาจตำรวจครับ ผมเป็น สส. ในสภา ในยุคที่เริ่มกระจายอำนาจการปกครอง เริ่มสร้าง อบต. ขึ้นมา วันนั้นเรากระจายอำนาจ กระจายงานบางส่วนออกจากกระทรวงที่มากที่สุดคือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย โดนผ่ามากที่สุด สุดท้ายกระทรวงมหาดไทยที่เดิมกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรม ตำรวจก็แยกกรมตำรวจออกไป แยกอัยการออกไป แยกกรมโน้นกรมนี้ออกไป แยกท้องถิ่น ออกไป แยก อบต. แยก อบจ. ออกไปทั้งหมด วันนี้กลายเป็นหน่วยงานที่ใหญ่เทอะทะ แต่ไม่ได้กระจายเลย คือ งานสำนักตำรวจแห่งชาติ ผมคิดว่าเราไม่สามารถที่จะสร้างงาน ผู้เชี่ยวชาญทุกระดับในรายงานท่านที่เขียนไว้ถึงพนักงานสอบสวน จำเป็นหรือไม่ครับ ที่งานบางอย่างต้องให้กรม กองเขามีหน่วยงานสอบสวนเอง กรมการศาสนาก็ควรจะ มีพนักงานสอบสวนกฎหมายศาสนา กรมสรรพากรก็ควรจะมีฝ่ายกฎหมายหรือเป็น พนักงานสอบสวนสรรพากร กรมศุลกากรก็ควรมี กรมป่าไม้ก็ควรมี ทุกกรมที่มีกฎหมาย และความรับผิดชอบในทางอาญาควรมีฝ่ายสอบสวนของตัวเอง แล้วหาไม่ยากครับ ถ้าท่านกล้ารับโอนงานสอบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวนที่อยู่ อำเภอไหน จังหวัดไหน ประสงค์ที่จะไปเป็นพนักงานสอบสวน อยู่ในสำนักงานพระพุทธศาสนา หรือกรมการศาสนา หรือกรมสรรพากร หรือกรมสรรพสามิต หรือกรมศุลกากร ผมคิดว่าคนเหล่านี้เขามีความสามารถไปศึกษากฎหมายเฉพาะและ ทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนที่ดีได้และวันหนึ่งเขาอาจเติบโตเป็นอธิบดีกรมสรรพากร ดูสิครับ ป.ป.ส. DSI ใครละครับ ล้วนมาจากพันตรี พันโท ซึ่งไล่ตัวเองออกมาจากสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ คราวนี้ถ้าจะปฏิรูปตำรวจจริง ๆ ท่านก็กล้าเปิดเส้นทางในการกระจาย อำนาจของตำรวจออกไป แล้วก็สร้างเส้นทางชีวิตของตำรวจที่ไปเติบโตในหน่วยงานอื่นได้ แต่ถ้าไม่ยอมกระจายอำนาจ รายงานฉบับนี้ผมคิดว่าในความรู้สึกผม เบาหวิว ยังไม่รู้ ว่าปฏิรูปตำรวจตรงไหน ทำได้แค่สวัสดิการตำรวจ จะเพิ่มโน่น เพิ่มนี่เข้าไป แต่หลักจริง ๆ อำนาจในโลกนี้มี ๒ อย่าง ใครกำลังเหนือกว่าก็อำนาจเหนือกว่า สมัยก่อนถ้าโต โตแบบ ท่านประธาน หรือท่านประธานกรรมาธิการ ผมคิดว่าจะมีอำนาจ เพราะท่านใหญ่ ท่านสู้ใครได้ แต่โลกปัจจุบันอำนาจมาจาก ๒ สิ่งครับ ๑. อำนาจจากปากกระบอกปืน ๒. อำนาจจากเงิน ในระบบทุนนิยมนี้เรากำลังสู้กับ ๒ อำนาจนี้ครับ เราออกกฎหมายทุกอย่างไปให้พนักงาน ตำรวจที่ถือปืน เราส่งอำนาจให้เขา ขณะเดียวกันเราก็ส่งอำนาจการสอบสวนไปไว้ที่เดียวกัน ผมเริ่มคิดต่อไป ฝากท่านกรรมาธิการอย่าเพิ่งปิดสมุดเล่มนี้ เรื่องที่ท่านทำดีมากครับ ปฏิรูปตำรวจและตำรวจทั้งประเทศเขารอเรียกร้องกันอยู่ ฉะนั้นผมอยากให้กำลังใจศึกษา ต่อไปอีกนิดครับ รายงานควรจะสมบูรณ์ถึงขั้นเป็นแผนแม่บทสำหรับการปฏิรูปสำนักงาน ตำรวจจริง ๆ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นรายงานที่อ่านกันไปเล่น ๆ แล้วผมถามจริง ๆ แค่ข้อเดียว ท่านกรรมาธิการเชื่อไหมครับว่าการซื้อขายตำแหน่งตำรวจไม่มีแล้ว ถ้าไม่มี ก็จบครับ ผมจบอภิปรายแค่นี้แหละครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในรายงานเกี่ยวกับ การปฏิรูปตำรวจซึ่งจริง ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีมาอันหนึ่งแล้ว แล้วก็ได้พูดถึงเรื่องสวัสดิการ ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าสวัสดิการตำรวจมีความสำคัญอย่างมาก เพราะว่าจากการที่เป็น สส. เขต ได้สัมผัสกับสายตรวจเอยอะไรเอย ก็แน่นอนครับ เห็นปัญหาแล้วก็ได้รับข้อร้องเรียน จากประชาชนเยอะครับ แต่วันนี้เองผมก็เห็นท่านวิทยาได้อภิปรายเกี่ยวกับการกระจาย อำนาจแล้ว ผมก็ขออนุญาตอภิปรายต่อไปในเชิงนี้ เพื่อจะไปแก้ในต้นน้ำแห่งสายธาร ของความยุติธรรมของบ้านเราก็คือตำรวจ เรื่องนี้การปฏิรูปตำรวจจริง ๆ แล้วถ้าเรามอง มันก็ต้องมองไปให้สุดสาย ก็อยากฝากท่านประธานกรรมาธิการ ถ้ามีเวลาว่างสมัยหน้า ได้เข้ามาก็อาจจะต้องทำในเรื่องอื่นด้วย คือรวมไปเลยตำรวจเอย อัยการเอย รวมถึงศาลด้วย เพราะว่าสุดท้ายสายธารแห่งความยุติธรรมมันจะแก้แค่ต้นน้ำไม่ได้ เพราะว่าถ้าเรามองแค่นี้ มันก็จะเถียงกันวนไปวนมาว่าพนักงานสอบสวนต้องทำอย่างไร จริง ๆ แล้วเราอาจจะมองว่า อัยการก็ต้องมีหน้าที่เดินเผชิญสืบด้วย เหมือนเราดู Series เกาหลีหรือไม่ ซึ่งอันนี้ได้ข่าวว่า ทางพรรคของกระผมเองก็ได้ยื่น พ.ร.บ. ไปแล้ว แล้วก็มีข้อถกเถียงกันในวงกว้าง ในวงการ อัยการเช่นกัน เขาเรียกว่าเป็น ๓ ป แล้วกันครับท่านประธาน🔗
ป แรก ที่จะทำให้การปฏิรูปตำรวจเกิดขึ้นได้จริง ป แรก ก็คือการปรับทัศนคติ Mindset ของตำรวจ ต้องยอมรับ ตำรวจอยู่ใกล้ชิดประชาชนไม่ต่างจากผู้แทนราษฎรเลย เหมือนผมขี่มอเตอร์ไซค์ไปลงพื้นที่ ตำรวจก็ขี่มอเตอร์ไซค์สายตรวจไปลงพื้นที่เช่นกัน แล้วความเหมือนกันอย่างหนึ่ง ใน สน. เขตท้องที่ผมคลองสานอยู่ใกล้กันคือปากคลองสาน กับสมเด็จเจ้าพระยา เหมือนมี สส. อยู่คนเดียว ตำรวจเหมือนมีสายตรวจอยู่สายเดียว ผมก็งงว่าหายไปไหนหมดจิตวิญญาณของตำรวจที่หลาย ๆ คน ผมเคยได้ยินตำรวจผู้ใหญ่ พูดว่าเริ่มจากงานโรงพัก หายไปไหนหมด ส่วนใหญ่ก็มาตามนาย อะไรกันหมดนะครับ มาทำงานการเมือง อันนี้ไม่ได้พาดพิง พี่ ๆ ที่อยู่ด้านบนนะครับ อันนี้ Mindset ที่หายไปครับ Mindset อีกอย่างหนึ่งที่ควรจะเลิก ก็คือเขาเรียกว่าเราต้อง Demilitarization เราต้องทำให้ตำรวจไม่เป็นทหารครับ อย่างในรายงานมีบอกว่าโรงเรียนเตรียมทหารที่เป็นสายทางที่จะไปเป็นโรงเรียนนายร้อย ตำรวจผมว่าอาจจะต้องเลิกครับ คือมันไม่มีประเทศไหนที่เอามาปะปนกันอย่างนี้ครับ เป็นลักษณะที่ว่าฝึกทหารให้อยู่ในตำรวจ มันก็จะมีความคิดที่เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ไปเสียหมด จริง ๆ แล้วตำรวจต้องมีความเป็นรัฐศาสตร์อย่างนักรัฐศาสตร์มากกว่าอีก และผสมกับความเป็นนักกฎหมายที่ให้ความยุติธรรมครับ🔗
ป ที่ ๒ ปรับโครงสร้างหน่วยงาน อำนาจและกำลังพลครับ เรื่องนี้ก็เห็นด้วย อย่างท่านผู้อภิปรายก่อนหน้า ในเรื่องของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ผมเคยคุยกับตำรวจ หลายท่าน แน่นอนว่าอาชีพตำรวจหรือข้าราชการเป็นบันไดในการก้าวข้าม เขาเรียกว่า ชนชั้นทางสังคม หลายคนที่เป็นลูกชาวนาก็มาสอบตำรวจแล้วก็ได้เป็นข้าราชการ มีฐานะที่ดีขึ้น ถ้าเป็นผู้หญิงก็ไปเป็นพยาบาล อย่างที่ผมได้เคยไปลงพื้นที่ที่ร้าน ป.กุ้งเผา ก็ได้คุย กับหลายท่าน ก็คิดว่าวันหนึ่งอยากกลับบ้าน เพราะค่าใช้จ่ายเขาน้อยลง เขาอยู่ใกล้พ่อแม่ มากขึ้น ผมเคยถามเขาหลายครั้งครับว่าถ้าตำรวจย้ายไป ถ้าคุณสอบที่จังหวัดคุณได้ แล้วคุณอยู่ที่จังหวัดคุณเลยจนเกษียณนี่คุณโอเคไหม เขาก็บอกโอเคนะครับ เรื่องอำนาจครับ อำนาจหลายอย่างคือต้องยอมรับว่าตำรวจค่อนข้างหวงอำนาจ ล่าสุดผมมีการพูดคุย ในกรรมาธิการการท่องเที่ยว เรื่องเกี่ยวกับที่จอดรถในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ หรือ ของ กทม. เรามี พ.ร.บ. เกี่ยวกับการจัดการที่จอดรถของท้องถิ่น แต่ กทม. บอกใช้ไม่ได้ เพราะตำรวจบอกว่าต้องมาขอก่อนว่าตรงไหนจะให้จอดไม่จอด จะให้เก็บค่าที่จอดอย่างไร อันนี้ก็คือเป็นการหวงอำนาจทั้งที่กฎหมายก็ให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดการที่จอดรถ เหมือนต่างประเทศที่เราต้องไปหยอดเหรียญจอดรถครับ🔗
กำลังครับ เรื่องกำลังพลนี่สำคัญที่เป็นข้อถกเถียง ซื้อตำแหน่งเอยอะไรเอย ที่มาเอย อย่างดูข่าวเมื่อวาน ผู้กองแมว ไม่ใช่สุพิศาลนะครับ ผู้กองแมวที่เป็นข่าว ผมใช้นามสมมุตินะครับ อยู่ดี ๆ ย้ายไปย้ายมาอะไรก็ไม่รู้ครับ ก็งง ตำแหน่งนี่ผมว่านอกจาก เลื่อนกันโดยพลการหรือมีการซื้อขายตำแหน่งแล้ว ตำแหน่งบางตำแหน่งก็ไม่สำคัญครับ ยกตัวอย่างเขตผมด้วยความเคารพผู้กำกับในพื้นที่ครับ สน. ๒ สน. อยู่ด้วยกันเลยครับ อย่างนี้คืออย่างไรครับ คือถ้าเอา สน. หนึ่งออกแล้วเพิ่มพื้นที่การจัดการ แล้วลดตำแหน่ง ผู้กำกับอย่างนี้ได้ไหมครับ แน่นอนว่าตำรวจที่เป็นอยู่ก็คงโอดโอยว่าไม่ได้ เพราะว่าเดี๋ยวฉัน จะขึ้นต่อไปอย่างไรใช่ไหม อุตส่าห์จบโรงเรียนนายร้อยมาแล้วมันก็มีสายทางที่ขึ้น อุตส่าห์ ตามนายมาตั้งนาน เดี๋ยวจะโดดมา สน. นี้ก็ไม่ได้ และแน่นอนที่สุด การประเมิน ใครทำงาน อย่างไรได้อย่างไร เคพีไอหรืออะไร อย่างไร ต้องประเมินอย่างไร แต่ก็ต้องระวังในจุดนี้ครับ ว่าไม่ให้ประเมินว่าคุณต้องจับคนได้กี่คน ไม่อย่างนั้นจะเกิดการจับแพะชนแกะขึ้นมาทันทีครับ🔗
ป สุดท้ายอันนี้สำคัญครับ ผมว่าใช้งบประมาณไม่ได้เยอะและเพิ่มประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาได้มากที่สุด ปรับรูปแบบการทำงานครับ แน่นอนครับตอนนี้เราต้อง Goal Digital ใช่ไหมครับ ผมเองเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์ครับ แน่นอนครับ มอเตอร์ไซค์ เป็นอาหารอันโอชะของตำรวจจราจรทั่วประเทศอยู่แล้ว ต้องโดนเรียกครับ แล้วก็แน่นอน เขาเล่นกับค่าปรับและค่าเสียเวลาของเรา การจ่ายค่าปรับต้องไปจ่ายที่ สน. เป็นหลัก ใช่ไหมครับ แต่ตอนนี้ก็เห็นมีระบบ e-Ticket มาแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลาย ถ้าเกิดเราทำให้ การออกใบสั่งจากมือถือของตำรวจได้แล้วเรา Scan จ่ายได้ มันมีอะไรที่มันโปร่งใส ไม่ใช่ มาเขียน ๆ อะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้เงินเข้าหลวงหรือเปล่า ถ้าเราโอนตรงไปเลย ณ หน้างาน มันก็อำนวยความสะดวกประชาชนที่เขาอาจจะทำผิดกฎหมาย แล้วก็เพิ่มความโปร่งใสด้วย🔗
อันที่ ๒ ความโปร่งใส แน่นอนว่าหลาย ๆ อันความโปร่งใสมันน้อยมาก อย่างที่ท่านประธานพูดว่าบันทึกประจำวันมี ๒ เล่ม เล่มจริงกับเล่มหลอก ซึ่งผมก็ไม่เชื่อ อย่างท่านประธานพูดหรอกครับ ผมก็ให้เกียรติตำรวจอยู่แล้ว เพราะว่าไปทีไร สน. ปากคลองสาน ก็อำนวยความสะดวกผมอย่างเต็มที่ อย่างเรื่องแจ้งความ ทำไมเราไม่เหมือน Traffy Fondue ครับ เราอาจจะแจ้งความออนไลน์ก็ได้หรืออะไรก็ได้ แล้วก็มีระบบ Tracking ที่มาผ่านในมือถือเราให้เป็นดิจิทัลไปหมด อย่างนี้จะป้องกันในการที่ตำรวจดองคดี ไม่ยอมทำสำนวนต่อหรือใด ๆ ก็ตาม แล้วทุกคนก็จะมี Digital Copy ของสำนวน อันเดียวกันหมด ก็ง่ายต่อความโปร่งใสไม่มีการบิดพลิ้วสำนวนภายหลัง🔗
อันต่อมา เราควรจะใช้เทคโนโลยี ผมว่าการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบัน ถ้าเรามีโอกาสได้ไปต่างประเทศอย่างประเทศจีนผมไม่เคยเห็นตำรวจจีนเท่าไรนะ ไม่ได้ เดินไปเดินมาเหมือนตำรวจไทย ก็แน่นอนครับ ตำรวจมันอยู่ในกล้องหมดแล้ว แล้วตำรวจก็ อยู่ Center Command ใช่ไหมครับ ก็เป็นเอไอจับภาพของหายที่จีน คือเรา Track ได้หมด ว่ามันไปไหนมาไหน อันนี้ผมว่าก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดงานตำรวจในพื้นที่ที่เป็นงาน Physical หรือการเผชิญหน้าที่แบบไม่ได้เตรียมตัว ซึ่งอันนี้เป็นแหล่งความเครียดของตำรวจ ที่เป็นในระดับปฏิบัติงาน ดังนั้นผมก็เสนอว่า ๓ ป นี้ ก็คือเป็นทางออกในการปฏิรูปที่ผมว่า ทำได้ภายใน ๒-๓ ปีแรก ถ้าเราจะเริ่มเรื่องนี้จริง ๆ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๗ กระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะอภิปรายในรายงานผลการศึกษา เรื่องของ ปฏิรูปราชการตำรวจซึ่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูป ผมก็แปลกใจเหมือนกันว่าคณะกรรมาธิการการตำรวจไม่ศึกษา หรือแต่เอาเป็นว่าท่านศึกษามาแล้วก็ถือว่าท่านศึกษาความมั่นคงของตำรวจก็แล้วกัน ในรายงานฉบับนี้มีบทสรุปว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีเชิงโครงสร้าง เชิงโครงสร้าง ในการจัดการโดยการรวมศูนย์ตำรวจไว้ที่ส่วนกลางมากจนเกินไป ทำให้ไม่สามารถ ที่จะตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ อยากจะขอเรียนว่ามันขาด การยืดหยุ่น ขาดประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลที่ขาดความโปร่งใสและเป็นธรรม มีการแต่งตั้งโยกย้ายที่อิงกับระบบอุปถัมภ์ แล้วมีปัญหาเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ในหลาย ๆ ประเด็น กระผมเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ เพราะปัญหาที่การจัดสรร งบประมาณ ในรายงานฉบับนี้มีการศึกษาข้อมูลจากสถานีตำรวจต่าง ๆ เช่น สถานีตำรวจ นครบาลทองหล่อ อยู่ที่หน้า ๑๗ ที่เราถือว่าเป็นโรงพักเกรดเอ อยู่ในย่านธุรกิจยังบอกว่า เจอปัญหากับการจัดสรรงบประมาณ ท่านเชื่อหรือไม่ครับ ลองทายดูนะครับว่าทองหล่อนี่ ขาดแคลนงบประมาณเรื่องอะไร ท่านคิดไม่ถึงใช่ไหมครับว่าสถานีตำรวจทองหล่อได้ให้ข้อมูล จากที่ท่านได้ไปศึกษาว่าขาดงบประมาณในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง จะเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเครื่องทีหนึ่ง จะต้องไปใช้บริการฟรีจากเด็กอาชีวะ ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ บ้านนี้เมืองนี้มันเป็นอะไรไปแล้วครับ เพราะว่าขนาดสถานีตำรวจทองหล่อ ใคร ๆ ก็ว่า เป็นโรงพักเกรดเอ มันต้องเอาความจริงมาพูดกัน เมื่อก่อนใครจะขึ้นสู่ตำแหน่งโรงพัก ทองหล่ออยู่ในนครบาลจะต้องมีเงินเป็นร้อยล้าน ก็ไม่รู้มันมีอะไรนักหนา ส่วยแถว ๆ นั้น แต่ดันมีปัญหากับงบประมาณแค่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ผมก็ตลกตรงนี้ ทีนี้เรามาดูข้อมูล จากข้อเท็จจริงในโรงพักต่างจังหวัดบ้าง อันนี้น่าเห็นใจ ในรายงานฉบับนี้มีข้อมูลจากตำรวจ อยู่หน้า ๑๙ สถานีตำรวจภูธรหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท อยากจะขอเรียนว่าปัญหา เรื่องงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมหลังคาโรงพักที่มันรั่ว ไม่มีงบประมาณ ในการซื้อเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน ต้นเหตุสถานีตำรวจภูธรหนองมะโมง บอกว่า มีปัญหาเพราะว่าโรงพักอยู่ต่างจังหวัด พื้นที่เกษตรกรรม ไม่มี ก.ตร. ที่จะเข้ามาสนับสนุน งบประมาณให้ ไม่มี กตร. ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมรู้จักและคลุกคลีกับพี่น้อง ตำรวจภูธรดี ท่านประธานอยู่หนองบัวลำภู ผมอยู่อุดรธานีครับ ไป ๆ มา ๆ ก็รู้จักพวกตำรวจ บ้านนอกมากมาย รู้จักและคุ้นเคยตำรวจน้ำดีหลาย ๆ คน บางคนเป็นรองผู้กำกับมา ๑๖ ปี ยังไม่ได้เป็นผู้กำกับเลยครับ บางคนเป็นผู้กำกับ กว่าจะขึ้นเป็นรองผู้บังคับการได้นานนับ ๑๐ ปีเกษียณอยู่ตรงนั้นล่ะ อันนี้คือปัญหาที่มันเกิดขึ้น ตำรวจบ้านนอกนี่ล่ะเป็นปัญหางบประมาณมากกว่า แล้วทีนี้ แถว ๆ อุดรธานีของผม บ้านผมก็คล้าย ๆ กับตำรวจหนองมะโมงนั่นละครับ เหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอประจักษ์ศิลปาคม ๓ ตำบล อำเภอหนองแสง อำเภอเล็ก ๆ น้อย ๆ มันไม่มีหรอก อย่างดีก็ไปหาพวกชาวไร่อ้อยเขาก็เป็นหนี้เป็นสินมา โน่นนี่ออกมา บริจาคหน่อย โน่นนี่นั่นอะไรทั้งนั้นมันไม่มีอะไรที่จะต้องไปหาหรอก แล้วไม่มีผับ ไม่มีบาร์ ไม่มีร้านอาหาร ไม่มีต่างด้าว งบประมาณส่วนต่าง ๆ ก็มีปัญหาตามไปด้วย แต่ท่านประธาน สังเกตไหมครับว่าข้อมูลจากสถานีตำรวจหนองมะโมงว่าไม่มี ก.ตร. จะทำให้ไม่มีงบประมาณ ดูเหมือนว่าสาเหตุที่สำคัญ แต่กระผมคิดว่าทุกพื้นที่มองว่า ก.ตร. คือผู้ที่จะต้องหาเงินมาให้ โรงพัก เป็นคนที่อุปถัมภ์ หาเงินหาทองให้ตำรวจใช้ ผมคิดว่าบางครั้งมันก็ไม่ถูกต้อง มันต้อง เอา ก.ตร. ไม่มีมันสมองโน่นนี่นั่น ไปเอาเสี่ย บางครั้งก็ค้ายาบ้า เขาไม่บอกหรอกว่าค้ายาบ้า มันก็มีอยู่เหมือนกันกระบวนการในการที่จะตั้งของ ก.ตร. มันก็มี มันหาเงินมาจากไหนล่ะ บ้านนอก แต่หลาย ๆ คนก็ดีเขามีอุปถัมภ์โน่นนี่นั่น หากินโดยสุจริต เป็นโรงงานบ้าง อะไรต่าง ๆ บ้างที่เขาพอไปได้ก็ขอให้มาเป็นที่ปรึกษา ก.ตร. อะไรลักษณะอย่างนี้ กระผมอยากขอเรียนว่าการที่จะให้ทำงานแบบมีประสิทธิภาพ กระผมคิดว่าเรื่องที่ผ่านมา ไปเอาเงิน เอาทอง ผมว่าเป็นสิ่งที่ผิดนะครับ การทำหน้าที่ของตำรวจที่ท่านอ้างว่าจะต้อง มี ก.ตร. ในพื้นที่ถึงจะทำงานได้ดี แบบนี้ตำรวจต่างจังหวัดบ้านนอกหน่อยมันไม่มีล่ะครับ อย่างที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้น นี่ก็มีข้ออ้างว่าในการทำงานของพี่น้องประชาชนไม่ต้องดีก็ได้ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไม่ต้องมีประสิทธิภาพก็ได้ เป็นเช่นนี้ไปกันหมดแล้วนะครับ ก็เพราะขวัญกำลังใจของเขา บางคนเหล้าขาว เช้าตลอดเย็นไม่รู้อะไร แต่งชุดเครื่องแบบไป ไม่มีประสิทธิภาพแล้วแต่ก็ต้องรอเกษียณ ก็เห็นอยู่นะครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไม่ได้บอกว่า ก.ตร. จะเป็นต้นเหตุในการทุจริต จะเป็นการทุจริตโดยตรง แต่จากข้อเท็จจริง มีนายทุนพ่อค้า นักธุรกิจ เอาเงินไปตำรวจ เอาเงินช่วยเหลือโรงพัก จะมีสักกี่คนครับ ที่ไม่หวังอะไรที่เกิดขึ้นจากการตอบแทนนี้ มันขาวสะอาดมีสักกี่คน ท่านประธานครับ โครงสร้าง อำนาจและวิธีการทำงานของ ก.ตร. พี่น้องประชาชนมากมายเคลือบแคลงสงสัย ว่าเป็นช่องทางทำให้เกิดช่องทางในการทุจริตหรือไม่ โดยเฉพาะในการแต่งตั้งโยกย้าย ในการตรวจสอบภายในไม่เข้มแข็ง การเลือกปฏิบัติในการกำกับดูแลจากตำรวจไม่เท่าเทียมกัน ระหว่างประชาชน สามัญชน ที่ต้องหาเช้ากินค่ำกับบางคนที่เป็น ก.ตร. ในพื้นที่ ทุกวันนี้ สังคมก็วิพากษ์วิจารณ์นะครับว่า ก.ตร. เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การทุจริตในวงการตำรวจ มันเกิดขึ้น ในรายงานฉบับนี้มีแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับด้านงบประมาณ ตำรวจอยู่ที่หน้า ๔๐ หน้า ๔๑ ถึงหน้า ๔๕ อยู่ในเล่มนี้ ตั้งแต่การปฏิรูปการจัดสรร งบประมาณใหม่ โดยให้กองบังคับการตำรวจภูธรเป็นหน่วยงานรับงบประมาณโดยตรง ครอบคลุมไปถึงการดูแลชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องตำรวจชั้นผู้น้อย ดูแลสวัสดิการ เงินเดือน เพิ่มค่าตอบแทนให้สมกับภาระงาน ให้เกิดความเหมาะสมในหลักเกณฑ์การให้เงิน ที่ชัดเจน เรื่องนี้ผมก็เห็นด้วยทั้งหมดเลย และที่สำคัญที่สุดกระผมอยากจะให้ คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ที่เรื่องเงิน ค่าตอบแทนเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ท่านอาจจะ ต้องพิจารณาดูว่าตำรวจชั้นผู้น้อย คือเรื่องตำรวจเรียนดอกเตอร์ก็ยังไม่จบครับ มันไม่จบ มันมีรายละเอียดเยอะกว่านี้มากมาย ตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างนี้ เงินเดือนค่าตอบแทนทุกครั้งที่เข้าสภามามันก็จะมีตำรวจชั้นผู้น้อยซึ่งมีมากที่สุด คนที่ทำงาน ให้กับวงการตำรวจ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ ก็คือตำรวจชั้นผู้น้อยนี่ละครับ และเงินเดือน ค่าตอบแทนก็ไม่ได้เยอะ น่าจะมีระเบียบที่แตกต่างจากตำรวจชั้นผู้ใหญ่ คือตำรวจตัวเล็ก ๆ แยกไปมีระเบียบหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเงินเพิ่ม เงินช่วยเหลือ เงินค่าครองชีพและสวัสดิการ ที่แตกต่างไปคนละฉบับ ต้องแตกต่างไปจากตำรวจชั้นผู้ใหญ่เลยนะครับ ชั้นผู้ใหญ่ มันก็ใหญ่จริง ๆ ท่านรู้หรือเปล่า ท่านรังสิมันต์ โรม ผู้กำกับเดี๋ยวนี้มันวิ่งกัน ๕ ล้านบาท นะครับ จะขึ้นเป็นผู้กำกับวิ่ง ๕ ล้านบาท แล้วผู้บัญชาการไม่ใช่ ๑๐๐ ล้านบาทหรือครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าคนดี ๆ ก็มีเยอะ แต่คนที่ตั้งใจมาเป็นอาชีพตำรวจที่ปกป้อง ดูแลพี่น้องประชาชนก็เยอะ แต่คนเลวนี่เยอะ เวลาให้ผมพูดผมก็พูดแบบนี้ ถ้าไม่เลวแล้ว ก็ไม่ต้องมาต่อว่า สส. ธีระชัย ถ้าคุณเป็นคนดี ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านผู้ใหญ่ ท่านต้องกล้า ๆ ออกระเบียบดูแลพี่น้องตำรวจตัวเล็ก ๆ พิเศษกว่านายตำรวจ เงินเติมน้ำมัน เด็ก ๆ ของลูกน้อง มันยังไปเอาเลย ผู้กำกับมันยังไปหรอยเอาเงินเติมน้ำมันเด็กของ นายพลตำรวจมันยังไปหรอยเอาเลย มันแย่มากจริง ๆ ถ้าคนดีไม่ต้องมานั่น ที่ผมพูด ผมพูดถึงตำรวจเลว ๆ ที่ผมกล่าวเช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการก็รู้ก็เห็น ผมเชื่อว่าท่านก็รู้เหมือนกัน ช่วงเปิดเผยบัญชีนายตำรวจเกษียณแต่ละคนมีทรัพย์สิน เป็นนับ ๑๐ ล้านบาท เป็น ๑๐๐ ล้านบาทก็มี แต่ที่รวยมาตั้งแต่เกิดก็มีที่มาเป็นตำรวจ อดีตผู้บัญชาการตำรวจหลายท่าน อธิบดีกรมตำรวจก็หลายท่าน และชั้นผู้น้อยล้าน ๆ คน ลูกชาวไร่ชาวนาเงินเดือนเล็ก ๆ น้อย ๆ โอ้โฮไม่อยากจะพูด เหลือนิดเดียวครับ กระผม มีแนวคิดว่าหากเรามีระเบียบหลักเกณฑ์ที่แตกต่างไปตามยศตำรวจอาจจะมีวิธีการ ในการแก้ไขปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของตำรวจชั้นผู้น้อย อาจจะเป็นแนวทางในการแก้ไข ปัญหาที่สั่งสมมาของน้องตำรวจชั้นผู้น้อยที่มีนับหลายแสนคนให้ได้ประโยชน์มากกว่า แนวทางแก้ไขปัญหาที่เราพยายามปฏิรูปแล้วปฏิรูปอีก แม้กระทั่งเดี๋ยวนี้ก็เหมือนกับน้อง ๆ ปฏิรูปนั่นละครับ ตลอดมาหลายสิบปีมันถึงปฏิรูปไม่ได้สักที ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเด็ดขาด ท่านนำเสนอไปเลย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านมีพวกตำรวจหรือเปล่า แต่ถ้าตำรวจโจร อย่าเลี้ยงไว้ ผมฝากท่านรังสิมันต์ โรม ไปก็แล้วกัน เราศึกษาสภาของเรา เราก็ต้องพูดในสภา เพื่อบันทึกไว้ว่าผมคิดอย่างนี้ สส. ธีระชัย แสนแก้ว คิดอย่างนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ นะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์แล้วก็นักศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ที่สนใจมาร่วมรับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ ขอต้อนรับด้วยความยินดียิ่งครับ อีก ๒ ท่าน มีท่านอดิศร เพียงเกษ แล้วก็ ท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม เชิญท่านอดิศรก่อนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากนครขอนแก่น ท่านประธานครับ ปรึกษาด้วยความเคารพ ผมเห็นความอุตสาหะ วิริยะ ของคณะกรรมาธิการที่อยู่ข้างบนทำงานแล้ว เห็นความขยันหมั่นเพียร แต่วันนี้ผมขออนุญาต ถือโอกาสนี้พูดหน่อยว่าสิ่งที่ท่านกำลังศึกษาและมีรายงานฉบับนี้เข้าสู่สภา เป็นอำนาจ โดยแท้จริงของท่านหรือเปล่า ผมไม่ติดใจว่ายาพาราของท่านเกี่ยวกับความมั่นคง ศึกษาได้ทั่ว ผมไม่เถียง แต่จะให้คณะกรรมาธิการ (๑๓) คือคณะกรรมาธิการการตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจกระทำการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการตำรวจ การปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย การป้องกันและรักษา ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เขาไปอยู่ที่ไหน ผมไม่เชื่อว่ากรรมาธิการการตำรวจ จะไม่มีความสามารถในการพิจารณาศึกษาการปฏิรูประบบราชการตำรวจและผมก็ไม่ติดใจ ว่ารายงานของท่านกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ จะไม่มีประสิทธิภาพ ผมกำลังพูด ว่าเราแยกแยะกรรมาธิการต่าง ๆ ๓๕ คณะ เพื่อให้ลงลึกและรับผิดชอบในด้านนั้น ๆ จึงอภิปรายปรึกษาท่านประธานครับ มีหลายเรื่องหลายคราวที่ปัญหาอำนาจหน้าที่ คาบเกี่ยวกัน จึงฝากท่านประธานว่าไม่ให้ตัดสินหรอกครับว่าท่านถูกหรือผิด กรรมาธิการการตำรวจไม่ศึกษาก็ไม่เป็นไร คนนี้ศึกษาก่อนก็รอกันก่อน ถ้าอย่างนั้น เราจะตั้งกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะมาทำไม เอาไว้แค่นี้นะครับ กระทบกระเทือนหลายคน🔗
ท่านประธานครับ พูดถึงตำรวจมันคล้าย ๆ ว่าพูดแล้วไม่จบครับ แล้วแต่มุมมอง ตำรวจเป็นผู้ร้ายในสายตาของหลาย ๆ คน แต่เป็นคนดีของหลายล้านคนเช่นเดียวกัน ตำรวจถูกว่าถูกกล่าว บอกว่าหาดีไม่ได้เลย สิ่งดี ๆ ก็เดินไม่ได้ อุ้มลูกอยู่ อยู่หน้ากรมตำรวจครับ ผมได้ยินอย่างนี้ ผมเป็นลูกพลตำรวจ นายทองปักษ์ เพียงเกษ เป็นนักเรียนพลตำรวจ อยู่ที่โรงเรียนพลตำรวจสกลนคร สมัยโน้นครับเดี๋ยวนี้เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จบ ม. ๖ ไปเป็นตำรวจติดตามนักการเมืองชื่อนายเตียง ศิริขันธ์ เขาสั่งไปไหนก็ไป เพราะเป็นพลตำรวจ ติดตามไปติดตามมานายเตียง ศิริขันธ์ ขุนพลภูพาน บอกว่าท่าทางดี เป็นตำรวจจะมีเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียหรือ มาอยู่กับผมดีกว่า มาเป็นครูโรงเรียนราษฎร์ หลังจากนั้นก็ลาออกมาตามนายเตียง จนนายเตียงถูกฆ่าตาย ค้นได้เฉพาะหัวเข็มขัด ที่ป่าเมืองกาญจน์ครับ มีทั้งดีทั้งชั่ว แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันอยู่กับผลประโยชน์ ถ้าตำรวจ ใส่เครื่องแบบแล้วเป็นตำรวจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในสังคมนี้ สังคมจะสันติสุข แต่ส่วนมาก ใส่เครื่องแบบเขาเรียกว่าเป็นโจรในเครื่องแบบ ผมไม่อยากพูดว่ามีตำรวจ ผมดูคลิป ที่เชียงใหม่จะเกษียณอายุราชการอยู่วันสองวัน ไปเอาเงินจากนักท่องเที่ยวไม่กี่ร้อย เขาจับได้ ในที่สุดก็ต้องถูกไล่ออก ตั้งกรรมการสอบสวนแล้วก็ไม่ได้บำเหน็จบำนาญ สังคมมองเรื่องนี้ว่าให้เขาไปเถอะ เขาจะเกษียณอายุราชการแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งว่าสมน้ำหน้ามัน นี่ละครั้งสุดท้ายมันจะเกษียณอยู่แล้วมันยังเอาอีก ก่อนหน้านี้มันเอามาเท่าไร ขอโทษ ตำรวจที่ดีนะครับ ตำรวจที่ดี ตำรวจที่มีมากมายใน สน. ต่าง ๆ สน. ทองหล่อ สน. หนองมะโมงอะไรที่ท่านธีระชัยเล่าไป มีทั้งดีครับ ผู้กำกับเป็นแขกมาเยือน คนที่มีอำนาจแท้จริงคือนายดาบตำรวจแก่ ๆ ที่รู้สายสนกลใน ในสถานีตำรวจนั้น ซอยนี้ผู้กำกับมาใหม่จะกินรวบหรือกินแบ่งเป็นการประชุมลับในสถานีตำรวจนั้น จริงหรือไม่จริงครับ ปกติผู้กำกับคนก่อน ก่อนท่านมาเขาแบ่งนะครับ เขาแบ่งถึงผมด้วย แต่ท่านมาท่านจะกินรวบไหมครับ เพราะท่านตีตั๋วใช้เงินมาเยอะ มันเกิดวนเวียนอยู่อย่างนี้ ผมเป็นกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. ตำรวจ พร้อมกับท่านผู้การกองปราบ จำกันได้ไหมครับ เมื่อสมัยที่ ๒๕ ก็พยายามตั้งกรรมการอำนวยความยุติธรรมในการเลื่อนชั้นของพวกท่าน พูดกระทั่งว่าตำรวจไม่ควรมียศ ยศแบบทหารเอาออกให้เป็นตำรวจธรรมดา พัฒนาการไป ให้ไปขึ้นกับท้องถิ่นแบบต่างประเทศกัน เราก็คุยครับ จนในที่สุดก็มีกรรมการ มียศถาบรรดาศักดิ์ บางคนจ่อจะเป็น ผบ.ตร. อยู่แล้ว แต่เละเป็นโจ๊กก่อน เพราะอะไรครับ ตอนมีอำนาจโอ้โห พรึ่บ มันเป็นอย่างนี้ครับ โรงเรียนนายร้อยตำรวจก็เราคิดกันว่า แยกออกมาจากโรงเรียนเตรียมทหารดีไหม ก็เรียนสายตำรวจ ตำรวจเขาจบมา ได้รัฐประศาสนศาสตร์ เอารัฐศาสตร์กับนิติศาสตร์ประสานกัน เดี๋ยวนี้โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ แล้วมีคณะนิติศาสตร์ด้วยนะครับเดี๋ยวนี้ เรียนถูกที่ถูกทางไหม โอนจากทหารมาเป็นตำรวจใช่ไหมครับ อีกคนหนึ่งโอนจากตำรวจไปเป็นปลัดอำเภอ พอจะขอยืมตัวมาสภา เธอก็ชิงลาออก มันเรื่องคนละเรื่องเดียวกัน แต่มันเกี่ยวโยงกัน ผมพูดนี่ผมให้กำลังใจตำรวจนะครับ ท่านถูกด่าทุกยุคทุกสมัย พวกเราก็ได้ใบสั่ง เพราะลูกน้องขับรถเร็วจากตำรวจนี่ละ ก็เป็นชื่อผมเป็นเจ้าของรถ ลูกชายเอาไปขับ คนขับเอาไปขับ เวลาไปต่อทะเบียนก็ต้องไปชำระเรามาปรึกษาหารือกันครับ ตำรวจก็คือ ประชาชน อย่าไปบอกว่าเขาจะยิ่งใหญ่อย่างโน้นอย่างนี้ จะต้องเป็นอย่างนี้ ๆ ทุกสาขาอาชีพ มันมีทั้งชั่วทั้งดี รวมทั้งพวกเราที่พูดอยู่ตรงนี้ครับ บางคนสอบได้สมัยนี้ สมัยหน้าตก ไม่มีใครเขียน สส. ทุกคนไม่เคยเขียนตำราว่าวิธีการเป็น สส. ควรทำอย่างไร ไม่กล้าเขียนครับ สอบตกระเนระนาด เพราะฉะนั้นเอาทางสายกลางได้ยศเสื่อมยศ ได้ลาภเสื่อมลาภ มีทุกข์มีสุข มีสรรเสริญ มีนินทา โลกธรรม ๘ ครับ ใช้กัน ให้กำลังใจตำรวจนะครับ แล้วก็ ขอกราบประทานโทษท่านประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ที่ท่านไปช่วยงาน ตำรวจ แล้วก็ขอทวงถามประกาศหาประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจด้วยว่าในขณะที่ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐทำ ท่านไปอยู่ที่ไหนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมแล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐท่านรังสิมันต์ โรม รวมถึงท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านปิยรัฐ จงเทพ รวมถึงอนุกรรมาธิการทุกท่านในการไปทำรายงานฉบับนี้ ก็ต้องชื่นชมเนื้อหา ครบถ้วน แล้วก็มีข้อเด่นในการพูดถึงเรื่องของการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง แต่ต้องบอกว่า ถ้ารัฐบาลเอาเรื่องนี้ไปทำจนครบกระบวนความ ผมคิดว่ารัฐบาลเฉพาะกาล ๔ เดือนนี้ น่าจะทำไม่ทัน ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะทำเรื่องปฏิรูปตำรวจสำเร็จได้ Keyword Key Success ในความเห็นของผมคือเรื่องเจตจำนงทางการเมือง ถ้าไม่มีเจตจำนงทางการเมือง ในการไปทำปฏิรูปตำรวจ ไม่ง่ายและไม่สำเร็จ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตข้างหน้าเผื่อจะมีท่านอนุกรรมาธิการหรือกรรมาธิการท่านใด ไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ท่านก็อย่าลืมเจตจำนงทางการเมืองหรือความตั้งใจของท่าน ในการปฏิรูปตำรวจนำไปทำให้สำเร็จก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศ เมื่อสักครู่ จริง ๆ ผมก็ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านธีระชัย แสนแก้ว แล้วก็ทางพี่ธีระชัยเมื่อสักครู่ เราเพิ่งเจอกันที่กลุ่มมิตรภาพไทย-เวียดนาม ท่านก็ได้กรุณาอภิปรายเรื่องโครงสร้าง ต่าง ๆ ผมกำลังจะบอกว่าจริง ๆ แล้วทางกรรมาธิการการตำรวจเอง ผมก็เป็นหนึ่งใน คณะกรรมาธิการการตำรวจก็ได้มีการทำรายงานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เรื่องสวัสดิการ ถ้ามีการอ่านควบคู่กันระหว่างรายงานของกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ และกรรมาธิการ การตำรวจที่เพิ่งรายงานที่สภาไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนก็จะครบถ้วน เพราะว่าข้อเด่นของ รายงานของทางกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐจะเน้นเรื่องโครงสร้างใหม่ที่เป็นข้อเสนอ ในการแก้ไขเชิงโครงสร้างใหม่ แต่รายงานของทางอนุกรรมาธิการที่อยู่ในกรรมาธิการ การตำรวจนี่เป็นการเสนอแก้ไขให้ดีขึ้นในโครงสร้างเดิม ก็ได้มีการไปศึกษาเรื่องสวัสดิการ ตำรวจต่าง ๆ ก็ได้มีการรายงานไปแล้ว ก็ขออนุญาตแจ้งไปถึงท่านอดิศร เพียงเกษ ด้วย ขออนุญาตเอ่ยนามครับ🔗
อีกอันหนึ่งที่ทางเราแล้วก็ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอให้ทางสภาบันทึกไว้ ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้จริง ๆ ต้องยอมรับว่าทำมาได้ครบถ้วน แต่ก็มีบางมิติอย่างที่ผมบอก ถ้าเกิดอ่านควบคู่กับทางรายงานของทางกรรมาธิการการตำรวจด้วยก็จะครบถ้วน อันหนึ่ง ที่อาจจะยังไม่ครบถ้วนในบางมิติ ในการขาดรายละเอียดก็คือเรื่องของการเทียบเคียง ระหว่างหน่วยงานอื่น ๆ ผมยกตัวอย่างอันหนึ่งที่เกิดขึ้น เช่นสวัสดิการของทางกรมศุลกากร ทุกวันนี้ก็ค่อนข้างจะสามารถดึงดูดข้าราชการหรือดึงดูดคนจบใหม่ ๆ หรือแม้กระทั่งบุคลากร ที่มีศักยภาพสูงเข้าไปในกรมได้เป็นจำนวนมาก ใครจบมหาวิทยาลัยก็อยากจะเป็นข้าราชการ ก็อยากจะเข้ากรมศุลกากร เพราะว่าสวัสดิการดีมาก อันนี้เราก็คงต้องมาถกเถียงกันว่า เป็นสิ่งที่ควรจะเป็นของหน่วยงานราชการทั้งหมดหรือว่าเป็นอย่างไรก็ต้องมาคุยกัน แต่ต้องยอมรับว่าก็เป็นสวัสดิการที่ดีมากทำให้ดึงดูดทางบุคลากรไปได้มาก แต่ถ้าตำรวจเอง ทางรายงานอันนี้เองก็ไม่ได้เห็นการเทียบเคียงกับทางของหน่วยงานอื่นต่าง ๆ ถ้าเกิดว่า สามารถจะเพิ่มไปตรงนี้ได้ก็จะทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นแล้วก็จะเป็นประโยชน์ กับทางพี่น้องตำรวจมากขึ้น🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าพอถ้าเกิดจะมีการศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติม แล้วมีข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาคือเรื่องหนี้ตำรวจ ท่านประธานครับ หนี้ตำรวจเป็นปัญหาใหญ่จริง ๆ ท่านมีการเสนอในเชิงการแก้ไขให้ดีขึ้น ในการเพิ่มสวัสดิการ ต่าง ๆ แต่อันหนึ่งที่จะต้องสะสางและเป็นโจทย์ใหญ่ของทางรัฐบาลหรือแม้กระทั่งผู้บริหาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติคือเรื่องหนี้ตำรวจเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ทุกวันนี้ผลจากการที่ตำรวจ เป็นหนี้ที่ผมทราบตัวเลขมามีพี่น้องตำรวจที่เป็นหนี้แล้วก็มีการซึมเศร้า ฆ่าตัวตายก็ไม่น้อย อันนี้ก็เป็นประเด็นใหญ่จริง ๆ ถ้าเกิดว่ามีข้อเสนอในการไปทำ MOU กับธนาคารพาณิชย์ ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งแก้ไขในเชิงระบบได้มากขึ้น มันก็อาจจะแก้ไขปัญหาอันนี้ได้🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่พอจะเป็นประโยชน์คือเรื่องสุขภาพจิต เมื่อสักครู่ที่ผม พูดไปแล้ว ทางรายงานฉบับนี้ก็ได้มีการพูดถึง แล้วก็ต้องขอชื่นชมที่มีการแตะประเด็นนี้ ประเด็นสุขภาพจิตเป็นประเด็นใหญ่ที่เมื่อสักครู่ที่ผมนำเรียนว่านำไปสู่เรื่องของการฆ่าตัวตาย หรือแม้กระทั่งนำไปสู่เรื่องของเป็นซึมเศร้า ซึ่งทางตำรวจเป็นงานที่หนักจริง ๆ ก็เป็นงาน ที่ ๒๔ ชั่วโมง ๗ วันไม่มีวันหยุด ก็อาจจะเกิดความเครียดได้ อันนี้ก็เป็นประเด็นใหญ่ ที่ถ้าเกิดว่ารัฐบาลเอง หรือแม้กระทั่งทางกรรมาธิการสามารถที่จะบันทึกในที่ประชุม หรือเสนอแนะข้อหารือต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหานี้ได้ก็จะเป็นคุณูปการ ก็อนุโมทนาสาธุ จะทำให้พี่น้องข้าราชการตำรวจจะได้มีความตั้งใจดีหรือว่าไปทำหน้าที่ได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ ในการรับใช้พี่น้องประชาชน จริง ๆ ผมคิดว่าหลาย ๆ อันครบถ้วนแล้ว อาจจะมีอะไรที่เพิ่มเติม ก็ต้องขอชื่นชมในการเสนอแนะให้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาบังคับใช้ มาใช้ในการปรับปรุง ประสิทธิภาพในการทำงานของตำรวจซึ่งอันหนึ่งที่พอจะเป็นไปได้ทุกวันนี้ กรณีเอไอ ถ้าเกิดมีการเอามาปรับใช้ เพราะต้องยอมรับว่าเวลาคนน้อย งานเยอะ การเอาเทคโนโลยี มาปรับใช้กระบวนการในการทำงาน ลดระยะเวลาหรือแม้กระทั่งมาช่วยในการอำนวย ความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งมาช่วยเหลือให้กับพนักงานสอบสวน ในการทำหน้าที่ให้สะดวกรวดเร็วขึ้นก็อาจจะเป็นประโยชน์ ผมคิดว่าหลาย ๆ อันก็ต้องขอชื่นชม แล้วก็เป็นกำลังใจให้ ผมคิดว่าไม่เป็นอะไรครับ กรรมาธิการการตำรวจหรือแม้กระทั่ง กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐก็ทำงานควบคู่กัน อะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มีการศึกษา มีการทำรายงาน และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย เป็นประโยชน์ต่อตำรวจ ผมว่าเป็นเรื่องที่ดี แล้วก็จะได้นำสิ่งเหล่านี้ไปเกิดการแก้ไข แล้วก็อย่าลืมนะครับ ท่านประธานหรือแม้กระทั่งท่านคณะกรรมาธิการทุกท่านหรือทางรัฐบาลเอง การแก้ไขปัญหา เรื่องปฏิรูปตำรวจ ไม่มีวันสำเร็จถ้าเกิดขาดเจตจำนงทางการเมือง ก็ขอให้กำลังใจพี่น้องตำรวจ ทั่วประเทศในการทำหน้าที่ แล้วขอบคุณทางกรรมาธิการที่ทำรายงานฉบับนี้เสนอต่อสภา ขอบคุณครับ🔗
เหลืออีกท่านหนึ่ง ท่านสุดท้ายครับ เดี๋ยวขออีกท่านหนึ่ง ท่านวีรวุธ รักเที่ยง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีรวุธ รักเที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก คลองสามวา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ท่านได้ทำรายงานการปฏิรูปตำรวจ เป็นประเด็น ที่ใหญ่มาก ๆ แล้วผมเห็นในรายงานของท่านนั้นได้แบ่งสัดส่วนของการศึกษาวิจัย ในตัวรายงานฉบับนี้ในหลาย Part ส่วนหนึ่งที่เป็นแกนหลักสำคัญ เป็นเรื่องของ การแบ่งส่วนราชการ ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านประธานเองท่านทราบดีว่าการซื้อขายตำแหน่ง การที่เขาไม่สามารถที่จะเติบโตในหน้าที่การงานได้ด้วยศักยภาพของเขานั้น เป็นอุปสรรคมาก ในการที่เขาจะก้าวไปในการทำงานในการที่จะให้บริการพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะว่า ตัวข้าราชการตำรวจเองเขายังไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วยซ้ำ ซึ่งนี่น่าจะเป็นปัจจัยหลัก ที่ท่านได้ชี้ออกมาแล้วในรายงานฉบับนี้🔗
ส่วนที่ ๒ ผมต้องขอไปที่เรื่องของการจัดสวัสดิการ ในการจัดสวัสดิการ ของตำรวจ ผมเห็นแล้วว่าในหลาย ๆ ครั้งตำรวจเองจำเป็นจะต้องใช้งบประมาณส่วนตัว ในการที่จะเข้ามาบริหารจัดการงานในการบริการพ่อแม่พี่น้องประชาชน หลาย ๆ เรื่อง ในพื้นที่ของผมที่ผมได้รับเรื่องร้องเรียน อาทิเช่น ในการเข้าไปจับกุมผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งตำรวจเอง ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยในการเข้าไปจับกุม ต้องใช้ไม้ง่ามที่ดูทุลักทุเลอย่างมาก ตำรวจจำเป็นจะต้องเข้าไปในพื้นที่ที่เมื่อจับกุมแล้วต้องไปดูแลผู้ป่วยจิตเวช ต้องรอคิว ใช้เวลานานมาก และยิ่งไปกว่านั้นครับ เสียกำลังพลไป ไม่มีงบประมาณในการที่จะจ่าย สำหรับค่าเดินทางให้กับพ่อแม่พี่น้องตำรวจที่ต้องดูแลในเหตุการณ์นั้น ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ในการส่งผู้ป่วยจิตเวชแต่ละครั้ง เพียง ๑ วันเท่านั้นกลับมาอีกแล้ว สุดท้ายแล้วตำรวจ ยังต้องเป็นแพะที่จะต้องโดนชาวบ้านต่อว่าอีกด้วยว่าไม่สามารถที่จะจับไปได้นานหรือ เพราะว่าอะไร สุดท้ายต้องกลับมาที่เดิมอีกทีหนึ่ง ซึ่งนี่เป็นอุปสรรคมากกับข้าราชการตำรวจ ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องของแฟลตที่อยู่อาศัยของข้าราชการตำรวจ ผมมาพบว่าในบางพื้นที่ ที่นอกจากขาดแคลนแล้ว ข้าราชการตำรวจบางท่านที่เกษียณแล้วไม่สามารถออกจากแฟลตได้ เพราะเขาไม่รู้ว่าเขาเกษียณแล้วเขาจะไปไหนต่อ เขาไม่มีการวางแผนการใช้งบประมาณ การจัดการเรื่องของงบประมาณส่วนตัวในการที่จะดำเนินชีวิตหลังจากเกษียณเลย นี่ก็เป็นอีก ๑ อุปสรรคที่ผมอยากจะให้ปรากฏในรายงาน แต่ว่าก็ไม่ปรากฏในรายงาน แต่ผมเข้าใจดีครับว่ารายงานในฉบับนี้ท่านได้ทำเรื่องใหญ่แล้ว และเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ก็คือเรื่องของการแบ่งส่วนข้าราชการ แต่ว่าผมจำเป็นต้องสะท้อนเอาไว้เพื่อให้ท่านได้รับทราบ ว่ามีบางส่วนที่ยังขาดหายไปอยู่ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้พูดแล้วเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ เฉพาะเทคโนโลยีอย่างเดียว ผมเชื่อว่าท่านกรรมาธิการ ถ้าเจาะเฉพาะประเด็นนี้ ในการจัดเก็บฐานข้อมูล การประสานงาน หรือบูรณาการฐานข้อมูลแค่ประเด็นนี้เรื่องเดียว ผมว่ารายงานฉบับนี้คงจะใหญ่มาก ๆ ดังนั้นผมเข้าใจแล้วว่าที่ท่านแตะ ๆ เพียงเท่านี้ เพราะว่าเรื่องการปฏิรูประบบตำรวจนั้นเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดวันนี้ เทคโนโลยีมาไกลมากครับ แล้วก็ยังมีทักษะใหม่ ๆ ที่พี่น้องตำรวจหรือข้าราชการตำรวจ จำเป็นจะต้องรู้อีกมากในการใช้ระบบเอไอ รวมถึงวันนี้มีภัยที่มาจากหลากหลายมาก และมีความจำเป็นที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถที่เฉพาะทางมาก วันนี้มีคดีความที่มาจาก ช่องทางออนไลน์ ภัยรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งแน่นอนว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องจัดแบ่ง ส่วนข้าราชการตำรวจที่จำเป็นจะต้องใช้ทักษะเฉพาะทางจริง ๆ แล้วก็มุมกลับกัน ในพื้นที่สถานีตำรวจที่อยู่ห่างไกลก็มีความจำเป็นจะต้องใช้อีกทักษะหนึ่งในการที่จะจัดการ ปัญหาที่จะดูแลพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่สามารถที่จะแบ่ง ส่วนราชการตามฟังก์ชันและงานที่มีการเปลี่ยนตามพลวัตของยุคสมัยนี้ได้ แน่นอนการที่ จะตอบสนองให้ข้าราชการตำรวจสามารถที่จะดูแลพ่อแม่พี่น้องได้ อำนวยความสะดวก ในกระบวนการยุติธรรมได้ ย่อมเป็นปัญหาเช่นกัน ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ท่านได้แตะ ในเรื่องสำคัญแล้ว เรื่องละเอียดปลีกย่อยก็ได้พูดถึงแล้ว ก็หวังว่าท่านจะได้นำสิ่งที่ ท่านได้นำเสนอนี้สื่อสารกับข้าราชการตำรวจต่อไป เพราะในรายงานผมพบว่า ทางข้าราชการตำรวจที่มารายงานมีความกังวลเรื่องของการกระจายอำนาจไปแล้ว จะถูกแทรกแซงจากส่วนท้องถิ่น จะถูกแทรกแซงจากการเมือง ซึ่งผมไม่เชื่ออย่างนั้น ผมเชื่อว่าในการออกแบบ เขาเรียกว่าส่วนราชการที่ดี วางแผนระบบที่ดี ระบบจะสามารถ ตรวจสอบได้ และตรวจสอบได้ดีกว่านี้มากกว่าที่จะรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง วันนี้ ผมขอสะท้อนปัญหากับรายงานฉบับนี้ไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน ประธานคณะกรรมาธิการครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ผมเองต้องขอขอบคุณท่านธิษะณา ท่านวิทยา ท่านเท่าพิภพ ท่านธีระชัย แสนแก้ว ท่านอดิศร ท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ท่านวีรวุธ รักเที่ยง ที่ได้อภิปราย เมื่อสักครู่ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านได้นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แล้วก็สะท้อนถึงปัญหา ในหลาย ๆ มิติ ที่เราจะเห็นได้ว่าองค์กรตำรวจมีความท้าทายหลายอย่าง ข้อมูลหลายอย่าง ผมคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่จะทำให้ทางคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ได้ทำหน้าที่ต่อไป แต่ก่อนอื่น ที่จะไปลงรายละเอียดหลายประเด็น ซึ่งเดี๋ยวจะมีแต่ละท่านที่อยู่บนบัลลังก์จะได้นำเสนอ ข้อเท็จจริงตามที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายต่อไป เพื่อตอบในข้อคิดเห็นหรือข้อซักถาม🔗
ผมเองต้องขอเน้นย้ำว่าในการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการความมั่นคง แห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะ ในเรื่องรายงานเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจในวันนี้ ผมเองไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ระทบกระเทือน ไปต่อกรรมาธิการอื่นแต่ประการใด ผมถือว่าในส่วนของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ที่หนึ่งในภารกิจของพวกเรา คือการทำหน้าที่ในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งหนึ่งในภารกิจของการปฏิรูปประเทศ ก็จะมีในเรื่องของด้านไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าองค์กร ตำรวจในวันนี้ หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญขององค์กรตำรวจก็คือ ในเรื่องของกระบวนการ ยุติธรรมที่เป็นความท้าทายสูงมาก ซึ่งถ้าเราจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้เรามีความจำเป็น ที่จะต้องมีการปฏิรูปขนานใหญ่ นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงพยายามเสนอเป็นระยะต่าง ๆ เพื่อให้การปฏิรูปองค์กรตำรวจเกิดความครอบคลุมมากที่สุด กล่าวไปจนถึงเฉพาะเจาะจง ที่ท่านวิทยาได้อภิปราย แล้วก็รวมไปถึงในเรื่องของที่ท่านธีระชัย แสนแก้ว ได้มีการอภิปราย ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง ผมเองในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นประธาน คณะกรรมาธิการ แล้วก็ก่อนหน้านี้เองก็ได้มีการอภิปรายในหลาย ๆ วาระของปัญหาตำรวจ ในสภาแห่งนี้ หนึ่งในเรื่องที่ผมเคยได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ก็คือเรื่องของตั๋วช้าง ผมเอง ก็พยายามหยิบยกในประเด็นเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งเช่นเดียวกัน ผมเห็นว่าปัญหา ในช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง มันเป็นปัญหาที่ร้ายแรง ทำให้องค์กรตำรวจโดยเฉพาะตำรวจกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน เขารู้สึกว่าการจะเจริญเติบโต ในหน้าที่การงานอาจจะไม่ได้เกิดจากเรื่องของความสามารถ แต่อาจจะเป็นเรื่องของเงิน เรื่องของเส้นสาย ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่ร้ายแรง ผมเองเห็นด้วยกับท่านวิทยาอย่างมาก ว่าปัญหาเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งยังเป็นปัญหาที่เป็นวิกฤติอยู่ และทำลายศรัทธาของ พี่น้องประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ ผมเชื่อว่าตำรวจส่วนใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากระบบ แบบนี้ไม่ค่อยมีหรอกครับ ตำรวจส่วนใหญ่เป็นตำรวจที่ไม่มีเส้น ตำรวจส่วนใหญ่เป็นตำรวจ ที่ไม่ได้มีเงินที่จะไปซื้อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญ ๆ หรือที่เราชอบพูดกัน ถ้าเป็นระดับโรงพักขนาดโรงพักเกรดเอ เอบวก บวก บวก มันก็มีเรื่องทำนองนี้อยู่ ซึ่งมันใช้เงิน ตั้งแต่หลักล้านจนถึงหลายสิบล้าน ผมคิดว่าตำรวจส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์จากระบบแบบนี้ แต่การที่มีระบบแบบนี้และมีตำรวจบางคนได้ประโยชน์มันทำลาย Spirit หรือความรู้สึก ของพี่น้องตำรวจอย่างมาก แล้วมันทำลายศรัทธาของพี่น้องประชาชนที่มองเข้ามาในองค์กร ตำรวจ ดังนั้นเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องซื้อขายตำแหน่งจึงเป็นหนึ่งในเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญ ที่เราอยากจะแก้ แต่การแก้ไขในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง มันไม่ใช่แค่เพียงการมีข้อมูล ข้อเท็จจริงในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งเท่านั้น แต่เรากำลังพูดถึงการ Design ระบบที่ดี ขององค์กรตำรวจและพยายามที่จะให้น้ำหนักไปยังเรื่องของการที่จะทำอย่างไรให้องค์กร ตำรวจเน้นไปที่ในเรื่องของความสามารถ เน้นไปที่เรื่องของผลงาน ถ้าตำรวจไม่ว่าคุณจะ มีเงินเท่าไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเงินเหล่านั้นมันไม่สามารถที่จะนำไปสู่การซื้อขายตำแหน่งได้ การที่จะขึ้นตำแหน่งเป็นเรื่องของความสามารถ เป็นเรื่องของผลงาน ในท้ายที่สุดตำรวจ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปหาลำไพ่พิเศษในการที่จะไปหาเงินแล้วเอามาซื้อขายตำแหน่ง แทนที่ทุกคนจะต้องไปถือกระเช้าไปรอกันตั้งแต่ตีสี่ตีห้ายังบ้านของผู้มีอำนาจ สุดท้าย พวกเขาก็จะไปเร่งทำผลงานเพราะพวกเขาจะรู้ว่าผลงานนี่ละที่จะเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขา สามารถมีศักดิ์ศรี และมีตำแหน่งความเจริญเติบโตในหน้าที่การงานต่อไปด้วย แต่ถามว่า เท่านั้นเพียงพอไหม มันไม่เพียงพอ ในแง่ของสวัสดิการ ในแง่ของการที่จะทำให้ตำรวจ ๑ คน มีชีวิตดำรงอยู่ต่อไปได้เป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ที่ท่านธีระชัยพูดถึง ในเรื่องของ กต.ตร. เราต้องยอมรับว่าก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า กต.ตร. ผมไม่แน่ใจ ว่ามีมากน้อยแค่ไหน แต่เสียงวิจารณ์เรื่องนี้ก็มากพอสมควรว่ามันไม่ต่างอะไรกับเอทีเอ็ม ของตำรวจ ไม่ได้หมายความว่าเขาเอาไปทำในสิ่งที่ผิด แต่เราต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ในเรื่องของงบประมาณแผ่นดินต่าง ๆ บางครั้งมันไม่เพียงพอ เหมือนกับที่บางท่านได้สะท้อน ว่าไม่ว่าจะเป็นกระดาษ น้ำหมึก น้ำมัน หลาย ๆ ครั้งตำรวจก็ต้องไปหาเงินงบประมาณ หรือควักเนื้อ ควักเงินส่วนตัวมาใช้ในการที่จะทำภารกิจของตำรวจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่อยากเห็น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าภายใต้การนำของ ท่านปิยรัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ เราจึงพยายามที่จะศึกษาให้มันเกิดความครอบคลุมสูงสุด และพยายามที่จะกำหนดเป็นระยะต่าง ๆ แน่นอนว่า ณ วันนี้เราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ผมเองก็ยืนยันว่าในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราพยายามทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดและยืนยันว่าทีมงานตรงนี้ เป็นทีมงานที่มีความขยัน ขันแข็ง แล้วก็กระตือรือร้นแม้ว่าจะเสร็จภารกิจของอนุกรรมาธิการทุกสัปดาห์ประชุมกัน เพื่อที่จะวางแผนต่อ ๆ ไปในการที่จะทำภารกิจในเรื่องของตำรวจต่อไป แล้วก็ภายใต้ ของฝ่ายนิติบัญญัติเราก็พยายามนำเสนอในมิติต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เกิดการแก้ไขกฎหมาย ทั้งกฎหมายอย่าง พ.ร.บ. บางฉบับเพื่อที่จะทำให้แม้ว่าจะอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติวันนี้ก็สามารถ ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นผมเองก็ต้องขอบคุณอีกครั้งต่อคณะทำงาน แล้วก็ต่อทุก ๆ ความคิดเห็น ทุก ๆ ข้อแลกเปลี่ยน แล้วก็ทุก ๆ ข้อซักถามที่ได้ซักถามมา ผมเชื่อว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นหนึ่งในรายงานที่เราฝัน ใช้คำว่าฝันแล้วกันว่ามันจะเป็น หนทาง เป็นแผนที่ในการที่จะนำไปสู่การที่จะปฏิรูปตำรวจทั้งระบบต่อไป ทั้งหมดนี้ จะเป็นภาพรวมที่ผมตอบคำถามของบางท่าน แล้วก็อาจจะเป็นการตอบในภาพรวม แต่ในรายละเอียดต่าง ๆ ที่มีข้อซักถาม ผมเองก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่พวกเราจะได้ชี้แจง ในประเด็นซักถามต่าง ๆ ซึ่งจะได้ลงรายละเอียดต่อไปเพื่อให้ภาพของการปฏิรูปตำรวจ เกิดความชัดเจนมากที่สุด เดี๋ยวผมจะขอให้ทางท่านที่นั่งอยู่ในอนุกรรมาธิการ ที่ท่านประธาน อนุญาตให้มาตอบข้อซักถามได้ชี้แจงต่อไปครับ เดี๋ยวเชิญท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ได้ชี้แจงต่อไปครับ ขอบคุณครับ ขออนุญาตท่านประธานด้วยครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ในฐานะอนุกรรมาธิการ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานอนุกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งที่ได้มีโอกาสขึ้นมาตอบข้อซักถาม ของท่าน สส. ผู้มีเกียรติทุกท่านใน ณ ที่นี้ทั้ง ๗ ท่าน ที่กรุณาให้ความสนใจในรายงานฉบับนี้ รายงานฉบับนี้เป็นส่วนของการปฏิรูปที่เราจะพลิก พลิกเป็น Guideline ที่จะวาง Layout เพื่อจะพลิกสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามที่ท่านอดิศรว่าผมเคยนั่งร่วมกับท่านในกฎหมาย ที่เรียกว่า พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ ๒๕๖๕ ร่วมกัน แต่วันนั้นเราไปได้กระผีกเดียวครับ ตำรวจไม่มียศ มันก็จะมีแน่นอน รับปากว่าการทำ Guideline อันนี้ของท่านอดิศรผมยืนยัน ว่ามาแน่นอน ในรายละเอียดผมไม่ลงลึกเพราะว่ามันต้องเป็นกระบวนการของการแก้หรือยกร่าง กฎหมายใหม่ แต่ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีที่เราเห็นร่วมกัน🔗
ส่วนเรื่องของสวัสดิการผมรับมอบมาเรื่องสวัสดิการก็ต้องตอบคุณธิษะณา ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติจาก สน. ปทุมวัน พอดีผมเคยเป็นผู้กำกับที่นั่น เมื่อปี ๒๕๔๗ ครับ ๒๐ กว่าปีนิดหน่อย ถือว่าท่านได้ติดตามทุกข์สุขของข้าราชการตำรวจจริง ๆ เชื่อไหมครับ ว่าสมัยผมเป็นผู้กำกับมันก็แย่อยู่แล้วครับ นี่ ๒๐ ปีผมหลับตานึกออกเลยว่ามันทรุดโทรม ขนาดไหน แล้วผมก็ไม่ทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเขาคิดอะไรกับข้าราชการตำรวจ ถ้าตำรวจอยู่ดีกินดี อยู่ใกล้สถานี บริการดี มันจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสิ่งที่ท่าน สส. ท่านได้ให้ความสนใจ ผมว่าถึงเวลาแล้วว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรจะเลิกสร้างอาคารอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับที่พักของข้าราชการชั้นผู้น้อย ในรายงานนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ แต่ผมจะไม่พูดถึงว่ากระจายอำนาจไปเท่าไร เพราะว่าเราจะเปลี่ยนทิศทาง เราจะตัดหัวให้เล็กลง แล้วเอาคนส่วนใหญ่กลับจังหวัดให้หมด นั่นคือสิ่งที่เขาจะได้กลับไปดูแล ข้าราชการชั้นผู้น้อย จะได้อยู่กับบ้านอยู่กับพื้นที่ใกล้ชิดประชาชน สิ่งที่สำคัญคือ ๑,๔๘๔ สถานี จะได้เป็นอิสระ จากศูนย์กลางที่อันเป็นยักษ์มหึมาที่กินทั้งงบประมาณด้วยตนเอง แล้วก็ทำให้ชั้นผู้น้อย ไม่ได้อยู่เย็นเป็นสุขอย่างที่ว่า โดยเฉพาะคนในต่างจังหวัดที่เป็นข้าราชการ บ้านพักทรุดโทรม ท่านลองคิดดูว่าถ้าส่วนกลางเลิกจัดซื้อจัดจ้างสัก ๒-๓ ปี และทำโรงพักที่มีบ้านพัก ให้ชั้นผู้น้อย รอบละ ๕๐๐ สถานี ๑,๔๘๐ สถานี มันจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ นั่นคือสิ่งที่เราอยากจะเห็นว่าเขาต้องมีอำนาจในเรื่องของงบประมาณ ไม่พูดกันว่าอนาคต แต่ Guideline มันจะมีการดำเนินการในเรื่องนี้ในรายละเอียดต่อไป แต่ที่ว่าเป็นทิศทาง เดียวกันในความห่วงใยของท่านธิษะณาที่ให้เรา🔗
ส่วนในเรื่องของการดำเนินการเรื่องสวัสดิการอื่น ๆ ไม่ว่าเป็นเงินเดือน เราก็คงจะต้องไปแก้ไขปัญหากันที่สำนักงบประมาณ โดยการกระจายอำนาจเพื่อให้มี Node ของหน่วยรับงบประมาณเพิ่มขึ้น ให้มีมากขึ้น มิใช่มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพียงแห่งเดียว ที่มี ๑๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เอาไปบริหารจัดการ ซึ่งการกระจายอำนาจเหล่านี้ มันก็จะทำให้หน่วยที่ถูกกระจายออกไปในภูมิภาค มีจังหวัดที่จะดูแลให้ในอนาคต มันก็จะเป็น Backbone และเป็นหลักค้ำประกันให้กับข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยที่มี เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คนโดยประมาณนะครับ แล้วจะดีวันดีคืนด้วยการดูแลเรื่องสวัสดิการ ใกล้ชิดท้องถิ่น ในอนาคตจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ แล้วเรื่องสวัสดิการนี่ผมกำลังบอกว่า ความทันสมัยหลายท่านโดยเฉพาะท่านณัฐพงษ์กับท่านวีรวุธ ที่ให้ข้อคิดเห็นของ เรื่องสวัสดิการก็ดีเรื่องหนี้ตำรวจก็ดี เรื่องสุขภาพจิต โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิตของ ข้าราชการตำรวจจากหนี้เป็นหัวใจสำคัญ ถ้าเขาไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่จะทำให้เขาหลุด พ้นจากหนี้ ซึ่งทุกวันนี้หลาย ๆ คนก็เอามาพูดกันว่าเป็นปัญหาสำคัญคือ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ได้ออกเงินเอง ไม่ต้องหรอกครับท่านค่าโทรศัพท์ทุกวันนี้ที่ให้รายงาน กดรายงานเจ้านาย เมื่อไรครับจะจ่ายสตางค์ให้เขา ใช้ให้รายงานทุกวัน ไม่ว่าทาง LINE ทางเฟซบุ๊ก ทางอะไร ต่าง ๆ นานา ถ่ายรูป เผลอ ๆ ถ่ายรูป ท่าน สส. ด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ นี่รายงาน สตางค์ของ ชั้นผู้น้อยทั้งนั้น เมื่อไรจะจ่าย อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่เราควรจะมี Backbone ทางด้านงบประมาณ ให้กับตัวข้าราชการชั้นผู้น้อยตั้งแต่ระดับล่าง โดยเฉพาะบุคคล ข้าราชการที่มีเงินเดือน ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ บาทลงไป ส่วน ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ก็ว่าไปเรื่องของขั้นในเรื่องความดี ความชอบ ก็คงจะต้องมีการกระจายอำนาจต่าง ๆ ในเรื่องการโปร่งใส ผมก็ขอตอบเลย ว่าคงจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยเฉพาะประชาชนที่ใกล้ชิดที่สุดคือจังหวัด จังหวัดก็คงจะต้องเข้ามาดูแลแล้วก็ให้อำนวยความสะดวก มาทำงบประมาณการขาดเหลือ อะไรด้วย ก็จะทำให้เกิดประเด็นในเรื่องของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการกระจาย อำนาจที่ไหลบ่าไปสู่จังหวัดทุกจังหวัด แล้วก็ในเรื่องของการนำเทคโนโลยี ขอบคุณครับ ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยผมว่าขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีการศึกษาอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ระบบเทคโนโลยี แต่ก็ยังไม่ได้ Implement คือไม่ได้ปรากฏอยู่ในที่สาธารณะมากนัก โดยเฉพาะความรู้ที่จะต้องเข้าไปพัฒนาโดยเฉพาะขณะนี้เรื่องเอไอที่ท่านให้ข้อคิดเห็นว่า ควรจะนำมาใช้ในเรื่องการป้องกันปราบปราม เรื่องการประมวลผลต่าง ๆ ก็คิดว่าอนาคต ข้างหน้าคงจะมีการกระจายอำนาจไปให้มีระบบการสืบสวนที่เรียกว่า Digital Investigation แล้วก็ Digital Prevention เกิดขึ้นในระบบในอนาคตให้มากขึ้น เพื่อให้มีการท่องเน็ต ดูความปลอดภัย ป้องกันอาชญากรรมให้กับชาวบ้านที่ถูกหลอกลวงเยอะแยะที่จะแก้ไข ปัญหาอย่างไร หรือสืบสวนติดตามเม็ดเงินต่าง ๆ ที่ถูกคนร้ายหลอกลวง ก็คงจะต้องให้ ความรู้ด้วยเรื่องของทักษะ🔗
แล้วสุดท้ายครับ ที่ท่านอดิศรอยากหวังจริง ๆ ว่าอนาคตข้าราชการตำรวจนี่ ไม่ได้เรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ก็คงจะเลิกการมียศอย่างที่ท่านอยากหวังจริง ๆ แล้วก็ จะเห็นว่าตำรวจเป็น Size หนึ่งของภาคการบังคับใช้กฎหมายครับ ภาคการบังคับใช้ กฎหมายมันจะมีอีกหลายส่วน ที่ท่านบอกว่าให้โอนย้ายไปทรัพยากรธรรมชาติไป หน่วยงาน ต่าง ๆ กระทรวงต่าง ๆ ถูกแล้วครับ ไม่ผิดนะครับ อันนี้ถูกชอบด้วย ใครสมัครใจ ไป ใครออกไป ไป ก็คงจะเหลือเฉพาะงานบังคับใช้กฎหมายใน ป.วิอาญา แต่ที่ผมเรียนว่า อนาคตนี่เราจะเปิดมีการเรียนการสอนที่ยิ่งกว่าการเฉพาะ ป.วิอาญา เพราะระบบการไต่สวน กำลังก้าวเข้ามาสู่ในระบบงานบังคับใช้กฎหมายอีกมากมาย อีกหลายองค์กร นั่นก็คือสิ่งที่ เราจะต้องทำให้บุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคุณค่า มีคุณวุฒิเยอะเพิ่มขึ้น จาก ป. ตรี มาเข้าอบรมอาจจะได้ ป. โท แล้วก็จบลงไปเป็นเจ้าพนักงานตำรวจในอนาคต แล้วชั้นยศก็จะกลืนกลายหายไปโดยธรรมชาติของมันเองในอนาคต แล้วก็จะมีผู้ที่ มีบุคลิกภาพที่จะเสิร์ฟประชาชนในท้องถิ่นอย่างมีคุณภาพในอนาคตจริง ๆ นั่นคือ การพลิก คือการปฏิรูปที่เรากำลังวางแนวโครงสร้างของอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในยุคใหม่ มิใช่เป็นเรื่องของกิจการตำรวจเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ผมจะตอบในส่วนที่ท่านถามมา บางส่วน เพราะยังมีอนุกรรมาธิการหลายท่านจะตอบให้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ นะครับ ยังมีกรรมาธิการที่จะขอชี้แจงอีกหลายท่าน พันตำรวจเอก วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม พันตำรวจเอก วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อนุกรรมาธิการศึกษารายงาน การปฏิรูปตำรวจ ผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องและท่านสมาชิกบางท่านได้ซักถาม🔗
ประเด็นแรก เรื่องปัญหาการทำงานของพนักงานสอบสวนซึ่งมีสมาชิก ท่านหนึ่งได้บอกว่าปัญหาขาดโน้นขาดนี่อะไรก็แล้วแต่ ผมขอเรียนว่าปัญหาความขาดแคลน ของตำรวจไม่ว่าจะเป็นสายงานใดก็แล้วแต่ ซึ่งดำเนินมาเป็นนับเวลาเป็น ๔๐ ปี ๕๐ ปี ในข้อเท็จจริง ใช่ มันเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นความขาดแคลนของเขา การถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการดูแลเหมือนกับข้าราชการกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ปัญหาไม่ได้เกิดจาก การที่ตำรวจแห่งชาติไม่มีงบประมาณเพียงพอ ผมขอเรียนเลยว่างบประมาณของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติหรือแม้แต่กรมตำรวจในอดีตนั้นมีเพียงพอ เหลือเฟือด้วยซ้ำไป เพียงแต่ว่า ตำรวจไทยเราจัดโครงสร้างที่ผิดรูปไปจากการทำงานที่ควรจะเป็นเลยทำให้เกิดหน่วยบริหาร การดูดซับงบประมาณในเบื้องบน ในระดับบน ในตำแหน่งระดับสูง ฝ่ายอำนวยการมากมาย เพราะฉะนั้นงบประมาณไม่ว่าจะจัดมาเท่าไร ก็จะถูกใช้จ่ายไปในเรื่องของเงินเดือนของ ข้าราชการตำรวจระดับสูง แล้วก็การอำนวยความสะดวกจึงทำให้ผู้ปฏิบัติงานในทุกสายงาน เกิดความขาดแคลน ซึ่งผมถือว่าเป็นปัญหาเชิงปรากฏการณ์ ในข้อเท็จจริงตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ขาดแคลนงบประมาณ ผมเป็นผู้กำกับสถานีตำรวจถึง ๘ ปี ผมรู้ดีว่าตำรวจ ไม่ได้ขาดงบประมาณ ยังมากกว่าองค์กรอื่นด้วยซ้ำไป ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันนี้ตำรวจมีรถ มีอุปกรณ์โน่นนี่มากกว่าอำเภอเสียอีก หลายท่านที่อยู่ต่างจังหวัดก็คงทราบดี เพราะฉะนั้น การปฏิรูปของเราแนวทางอันนี้เป็นการเปลี่ยนโฉมองค์กรตำรวจของไทยครั้งใหญ่ในรอบ ผมว่าไม่ร้อยปีก็เกือบนะ ที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงตำรวจที่เป็นระบบทหารไปสู่ระบบพลเรือน ผมขอเรียนเลยว่าคำว่าตำรวจเราเข้าใจผิดกันมานานว่าตำรวจหมายถึงตำรวจแห่งชาติ แท้จริงไม่ใช่ครับ ตำรวจเป็นฟังก์ชัน เป็นบทบาทหน้าที่ ซึ่งตาม ป.วิอาญา จะเขียนไว้ ว่าเจ้าพนักงานทุกกระทรวง ทบวง กรมที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยถือเป็นตำรวจ ตาม ป.วิอาญาด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นศุลกากร ไม่ว่าจะเป็นกรมประมง กรมเจ้าท่า กรมป่าไม้ พวกนี้เขาก็ทำหน้าที่ในการตรวจตรารักษากฎหมายเขาถือเป็นตำรวจ เพราะฉะนั้นตำรวจไม่มียศ ในประเทศไทยเรามีอยู่แล้ว คือหน่วยงานพลเรือนเหล่านี้ เพียงแต่ว่าองค์กรที่ทำหน้าที่อย่างจริงจังอยู่ในตำรวจแห่งชาติหมด ไม่ว่าจะเป็น กรมทางหลวง ตำรวจทางหลวง ตำรวจป่าไม้ ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค ตำรวจเศรษฐกิจ ตำรวจไอซีที แม้กระทั่งตรวจคนเข้าเมือง หัวใจของการรายงานของรายงานฉบับนี้ ก็ขอเรียนว่าการกระจายอำนาจสู่ตำรวจจังหวัด โดยในข้อเท็จจริงไม่จำเป็นต้องออกกฎหมาย ด้วยซ้ำไป คือระเบียบคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติสามารถออกระเบียบได้ ให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดมีอำนาจแต่งตั้ง โยกย้าย ให้คุณให้โทษตำรวจในจังหวัดได้ เมื่อผ่านคณะกรรมการ ตำรวจจังหวัด ซึ่งอาจจะพัฒนาองค์ประกอบให้มีความสมบูรณ์เป็นที่ยอมรับของผู้คน เพราะฉะนั้น ตำรวจก็จะเติบโตในจังหวัด แต่งตั้ง โยกย้ายในจังหวัด การวิ่งเต้นย้ายจาก จังหวัดหนึ่งไปจังหวัดหนึ่ง ภูมิภาคหนึ่งไปอีกภูมิภาคหนึ่ง จะทำได้ยากมากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ตามโครงสร้างใหม่ เพราะฉะนั้นการซื้อขาย ตำแหน่ง วิ่งตำแหน่ง ซึ่งมันเกิดจากการโยกย้ายที่ Open มันหายไป เพราะฉะนั้น ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งที่บางท่านบอกว่าจะแก้อย่างไร มันต้องแก้ด้วยโครงสร้างครับ ไม่ได้แก้ด้วยการไปไล่จับ แม้กระทั่งเรื่องเงินเดือนของตำรวจที่หลายท่านบอกว่าน้อย ผมขอเรียนเลยว่าผมเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรในจังหวัด ผมขอเรียนเลยว่าตำรวจ โดยเฉพาะแค่เงินเดือนเขา เขาก็พอเลี้ยงชีพได้ ถ้าเขาเป็นคนในภูมิลำเนานั้น อยู่ใกล้ ๆ อยู่ในอำเภอหรืออยู่ในจังหวัดก็ตาม เขาจะพอกินพอใช้ แล้วก็จะเป็นกลุ่มคนที่มีฐานะที่ดี สูงกว่าประชาชนในจังหวัดนั้นด้วยซ้ำไป ฉะนั้นท่านจะเห็นว่าปัจจุบันเปิดรับตำรวจแค่ ๑๐๐ อัตรา มีคนสมัครเกือบ ๑๐,๐๐๐ คนอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นตำรวจก็ไม่ได้เป็นอาชีพที่ เงินเดือนน้อย ถ้าเราไม่คิดแบบหรูหรา คิดแบบว่าประชาชนในประเทศเรายังยากจน เพราะฉะนั้นเงินตำรวจก็เป็นไปตามคุณวุฒิ เพียงแต่ทำอย่างไรเราจะพัฒนาให้เขามีอนาคต จากตำรวจชั้นประทวนที่เราเรียกกันแบบดูแคลน แบบทหาร ในอนาคตอาจจะต้อง เปลี่ยนแปลงไปเป็นระดับปฏิบัติการ ๑ ๒ ๓ แล้วแม้กระทั่งการฝึกอบรมตำรวจที่ผิดรูป ผิดร่าง คือเรียนเตรียมทหารก็จะต้องไม่มี เพราะว่าทหารเขาฝึกอย่างหนึ่ง แต่ตำรวจ เป็นเจ้าพนักงานยุติธรรมที่จะต้องมีจิตสำนึกของความจริง ของการรักความจริงและ ความยุติธรรมมันต่างกัน เพราะฉะนั้นหลายอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปจากรายงานฉบับนี้ ที่เป็นเหมือนทิศทางนำไปสู่การออกกฎหมายฉบับต่าง ๆ ที่จะรองรับ หัวใจมันผมขอสรุปว่า มีอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือการให้ตำรวจอยู่ภายใต้อำนาจการบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด แม้กระทั่ง กทม. ก็จะมีอำนาจบังคับบัญชาผ่านกรรมการ กต.ตร. จังหวัด ซึ่งปัจจุบันผู้ว่ากทม. ก็ดี แล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เป็นประธานอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ตาม พ.ร.บ. ตำรวจให้มีหน้าที่แค่ปรึกษาหารือเท่านั้นเอง ซึ่งเหมือนกับก็ไม่ถือว่า เป็นอำนาจ ทำอย่างไรให้เขามีอำนาจตรงนี้ ตำรวจจะต้องทำงานภายใต้นโยบายของจังหวัด แล้วก็ตอบสนองผู้ว่าราชการจังหวัด ตรวจสอบควบคุมได้ แต่งตั้งโยกย้าย ลงโทษทางวินัยได้ ใครจะย้ายออกจากจังหวัดถ้าคณะกรรมการตำรวจจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เห็นชอบก็ต้องย้ายไม่ได้ ส่วนกลางก็จะย้ายไม่ได้ เช่นนี้เป็นต้น ผมขอเรียนเลยว่า แนวทางการปฏิรูปอันนี้ในฐานะที่ผมเคยเป็นผู้กำกับสถานีถือเป็นหัวหน้าสถานี ซึ่งเป็นงานพื้นฐานของตำรวจการเปลี่ยนแปลงตามนี้จะทำให้ปัญหาตำรวจต่าง ๆ ที่เราคับข้องใจโดยเฉพาะประชาชนคนยากคนจนถูกรังแก แล้วแทบไม่มีใครจัดการได้ เช่น ปัญหาการไม่รับคำร้องทุกข์ ปัญหาการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ กลั่นแกล้ง รังแกประชาชน จะหมดไป หมดไปเพราะเหตุใด ก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเขาอยู่ใกล้ชิด เขาสามารถ ที่จะลงโทษทางวินัยได้ ไม่ใช่ตำรวจส่วนกลางหรือผู้บังคับบัญชาตามสายงาน แล้วในอนาคต เมื่อเราจัดโครงสร้างตำรวจแบบนี้ตำรวจจะมีเงินเหลือในอนาคตตามที่เราเขียน ถ้าท่านเปิดดู กองบัญชาการตำรวจต่าง ๆ ในอนาคตจะต้องหมดบทบาทไปเมื่ออำนาจต่าง ๆ หรือการดูแล ตำรวจอยู่กับจังหวัด กองบัญชาการตำรวจก็ไม่ต้องมีอีกต่อไป โดยเฉพาะตำรวจภูธร แม้กระทั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล ๑-๙ ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี ก็จะต้องยุบไป แล้วจะประหยัดเงินได้ปีหนึ่งนับหมื่นล้านบาท นับหมื่นล้านบาทจากหน่วยงานที่ไม่มี ความจำเป็นเหล่านี้ แม้กระทั่งตำรวจแห่งชาติก็จะเล็กลง คณะของเราเดินทางไปญี่ปุ่น เราได้พบสิ่งที่เราประหลาดใจค่อนข้างมาก ทั้งที่เราก็ตั้งใจอยู่แล้ว เข้าใจอยู่แล้ว ว่าตำรวจแห่งชาติเขาเล็ก แต่เขาเล็กชนิดที่เราประหลาดใจว่าทำไมเขาเล็กขนาดนี้ เพราะว่าตำรวจส่วนใหญ่เขาอยู่กับจังหวัดหมด ตำรวจแห่งชาติซึ่งจริง ๆ เขาไม่เรียก ตำรวจแห่งชาติด้วยซ้ำไป เขาเรียกคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะ เขาเป็น หน่วยบริหารเล็กนิดเดียวในการที่จะกำหนดนโยบายอะไรต่าง ๆ มันจึงทำให้ตำรวจ ในประเทศญี่ปุ่นมีประสิทธิภาพ ได้รับการยอมรับจากประชาชน ขอเรียนว่าหัวใจ ของงานตำรวจก็คือการคุ้นเคยกับภูมิประเทศและผู้คน เพราะฉะนั้นการย้ายตำรวจ จากจังหวัดหนึ่งไปจังหวัดหนึ่ง ภูมิภาคหนึ่งไปอีกภูมิภาคหนึ่ง นี่คือการทำลายระบบตำรวจนะครับ แต่โครงสร้างของเราตำรวจจะอยู่ในจังหวัด เติบโตในจังหวัด ย้ายในจังหวัด เจริญก้าวหน้าเป็นหัวหน้าตำรวจจังหวัด ซึ่งในอนาคต อาจจะไม่ได้ผู้บังคับการด้วยซ้ำไป ถ้าตอนเราร่างกฎหมาย เพราะฉะนั้นความเป็นทหาร ความเป็นผู้บังคับการ ผู้บัญชาการต่าง ๆ จะลดน้อยลงหรือแม้กระทั่งหายไป เป็นหัวหน้าตำรวจ เป็นระบบตำรวจพลเรือน สอดคล้องกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เขามีอำนาจตำรวจอยู่แล้ว เราแก้ไขเพิ่มเติม ป.วิอาญา ให้เขามีอำนาจสอบสวนแบบคู่ขนานไปด้วย ก็จะทำให้ ระบบตำรวจทั้งระบบคือทั้งประเทศ ทั้งสังกัดตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ในกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอขอบคุณคณะอาจารย์และนักศึกษา สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ ๑ คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จำนวน ๗๘ ท่าน ที่เข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครับ ยินดีต้อนรับ ด้วยความยินดียิ่งครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านอภิชาติ พงษ์สวัสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี อภิชาต พงษ์สวัสดิ์ ในฐานะเลขานุการ คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ท่านเห็นถึงความสำคัญของปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ปัญหาของพี่น้อง ตำรวจทุกคน โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องของโครงสร้างของหน่วยงาน ผมบอกก่อนว่า คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ได้มีการศึกษาปัญหาในเรื่องของโครงสร้างของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ เห็นตรงกันกับทุกท่านว่าปัญหานี้มันมีการรวมศูนย์อำนาจ ก่อให้เกิดการทุจริต สร้างความไม่โปร่งใสในการบริหารงานจำนวนมาก แล้วก็ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านมีอำนาจในการควบคุม สั่งการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งปัญหาเหล่านี้เห็นตรงกัน แล้วก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดปัญหาย่อย ๆ ตามมาอีกจำนวนมากนะครับ ซึ่งในข้อเสนอ ของคณะอนุกรรมาธิการของเราก็ได้มีการเสนอให้มีการกระจายอำนาจของตำรวจ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการกระจายอำนาจของการบังคับใช้กฎหมาย ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขามีอำนาจหน้าที่แล้วก็มีภารกิจในการรับผิดชอบอยู่แล้ว ซึ่งได้มีการเสนอให้มีการถ่ายโอนภารกิจอำนาจหน้าที่ รวมถึงบุคลากร รวมถึงทรัพย์สิน ของหน่วยงานต่าง ๆ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง โดยเฉพาะ เรื่องของภารกิจในการบังคับใช้กฎหมายจราจร ซึ่งอันนี้เราได้มีการรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานครหรือ เมืองพัทยา ต่างก็มีความคิดเห็นว่ามีความพร้อมในการที่จะรับการถ่ายโอนภารกิจเรื่องของ การบังคับใช้กฎหมายจราจรไปดูแลแล้วก็รับผิดชอบ ซึ่งอันนี้เป็นข้อเสนอที่มีมานานแล้ว แล้วก็ควรที่จะได้รับการผลักดันอย่างจริงจังครับ🔗
ในส่วนที่ ๒ ความผิดเกี่ยวกับกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งภารกิจตรงนี้ได้มีการบัญญัติไว้ชัดเจนในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ปี ๒๕๖๕ ในมาตรา ๑๖๕ กำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการถ่ายโอนภารกิจเกี่ยวกับ การบังคับใช้กฎหมาย เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน ๑๘ ฉบับ ไปให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบันนี้ท่านทราบหรือไม่ ว่ากฎหมายตำรวจ ปี ๒๕๖๕ บังคับใช้มา ๓ ปีแล้ว การถ่ายโอนภารกิจเกี่ยวกับกฎหมาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังไม่เกิดขึ้น การถ่ายโอนยังไม่สำเร็จ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการของเราก็ได้มีการเสนอ อย่างจริงจังว่าให้มีการถ่ายโอนโดยเร็วที่สุดนะครับ🔗
ภารกิจต่อไปเกี่ยวกับเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยในน่านน้ำ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกองบังคับการตำรวจน้ำ ซึ่งอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรจะได้รับ การถ่ายโอนภารกิจไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม รวมไปถึงภารกิจด้านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งควรมีการถ่ายโอนไปยังกระทรวงมหาดไทย ภารกิจในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือ สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รวมไปถึงกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งอันนี้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในการที่จะป้องกัน ปราบปรามรวมถึงการสอบสวนเกี่ยวกับ มาตรฐานอุตสาหกรรม รวมไปถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นหัวใจของงานสอบสวนก็คือ งานด้านนิติเวชและงานด้านพิสูจน์หลักฐาน อนุกรรมาธิการเราเสนอให้มีการถ่ายโอนภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของสถาบันนิติเวชวิทยา ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของโรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งควรที่จะถ่ายโอนหน่วยงานนี้ ไปยังกระทรวงยุติธรรมหรือให้มีการตั้งหน่วยงานนี้ เป็นองค์กรอิสระในการทำหน้าที่ ในเรื่องของการพิสูจน์หลักฐานหรือชันสูตร พิสูจน์ศพ ซึ่งอันนี้คิดว่าเป็นหัวใจสำคัญ ในการที่จะกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นก็ดีหรือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญให้ไปรับผิดชอบ ในภารกิจต่าง ๆ และที่สำคัญก็จะได้เป็นการแบ่งเบาภาระให้กับพี่น้องตำรวจ รวมถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป พลตำรวจตรี เจนกมล คำนวล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม พลตำรวจตรี เจนกมล คำนวล รองจเรตำรวจ ในฐานะอนุกรรมาธิการ ในเบื้องต้น ก็ขอเรียนให้ท่านสมาชิกทราบว่าในชั้นที่ผมได้รับเชิญให้มาเป็นอนุกรรมาธิการก็ได้ตอบรับ ด้วยความปรารถนาดีต่อองค์กรตำรวจ ในขณะเดียวกันก็อยากเห็นตำรวจสามารถ ที่จะทำงานให้กับประชาชนในการปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหลักการใหญ่ ๆ ที่ผมได้นำเสนอไปในคณะอนุกรรมาธิการและ ได้รับการตอบสนองออกมาเป็นรายงานฉบับนี้ก็จะสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก ได้แสดงความห่วงใย ผมยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งก็ดี เรื่องของ การกระจายอำนาจก็ดี ทางคณะอนุกรรมาธิการเราได้ศึกษาแล้วก็มีผลสรุป เดี๋ยวผมจะนำเสนอให้ฟัง ในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งที่หลายท่านได้กล่าวถึง สาเหตุให้เกิดการซื้อขายตำแหน่งได้ก็เนื่องมาจากว่าเปิดโอกาสให้มีการใช้ดุลพินิจ ในการแต่งตั้งไม่ว่าจะโดยบุคคลหรือคณะบุคคลที่เรียกว่ากรรมการการแต่งตั้งก็ดี ก็ยังอยู่ในฐานะที่เป็นการใช้ดุลพินิจซึ่งค่อนข้างจะเปิดกว้างให้ใช้อิสระได้เต็มที่ เมื่อมีการใช้ดุลพินิจในระบบสังคมไทยก็จะมีการเข้าหาผู้ที่มีอำนาจในการใช้ดุลพินิจ ในการแต่งตั้ง อันนี้ต้องยอมรับว่ามีข้อครหาในเรื่องนี้จริง ๆ มีการพัฒนาไปถึงขนาด มีข้อครหาหรือมีข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ในบางกรณีว่ามีการใช้เงิน เพื่อให้ได้รับตำแหน่ง การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ก็จะต้องจำกัดการใช้ดุลพินิจซึ่งกระทำได้โดยให้มีหลักเกณฑ์ หรือตัวชี้วัดที่ชัดเจนและเป็นวิทยาศาสตร์และสมเหตุสมผลที่จะก่อให้เกิดทิศทาง ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพครับ ผมยกตัวอย่างให้เป็นรูปธรรมว่าหลักเกณฑ์หรือตัวชี้วัด จะมีอะไรบ้าง ในหลักการบริหารงานบุคคลก็จะยึดถือในเรื่องของอาวุโส ความรู้และ ความสามารถประกอบกัน อาวุโสเราสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ได้ เช่น ท่านที่ได้รับ ตำแหน่งนั้น ๆ มานานเท่าไรก็จะได้คะแนนไปตามระยะเวลา ตามจำนวนปีที่ท่านดำรง ตำแหน่ง ถ้าท่านรับราชการมานานเท่าใดตั้งแต่เริ่มต้นก็จะได้รับคะแนนในส่วนนั้น ๆ เป็นส่วนที่ ๒ อันนี้เรื่องของอาวุโส ส่วนในเรื่องของความรู้ก็จะต้องมีการสอบเป็นประจำทุกปีหรือทุก ๓ ปี เป็นต้น เพื่อให้ตำรวจมีองค์ความรู้ในการทำงานอยู่ตลอดเวลา จะต้องศึกษาหาความรู้ ในการทำงานอยู่ตลอดเวลา อันนั้นเป็นส่วนของความรู้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทักษะ ท่านจะต้องรักษาสมรรถภาพทางร่างกายหรือมีทักษะที่จำเป็นต่อตำแหน่งนั้น ๆ เช่น ท่านอยู่สายงานปราบปรามท่านก็ต้องไปฝึกซ้อมยิงปืนให้มีความแม่นยำ มีทักษะในการเข้าจับกุม คนร้ายต่าง ๆ ก็จะต้องมีการทดสอบและมีการให้คะแนนอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ในเรื่องของ ประวัติการรับราชการก็เป็นคะแนนอีกส่วนหนึ่ง ก็คงจะต้องพิจารณาจากประวัติการได้รับ การเลื่อน ๒ ขั้น ตั้งแต่เริ่มรับราชการ เป็นรองสารวัตร เป็นต้น มาจนถึงตำแหน่งในปัจจุบัน เช่น ท่านมีตำแหน่งเป็นรองผู้กำกับ ตั้งแต่รองสารวัตร ร้อยตำรวจตรีขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน ท่านได้ ๒ ขั้นกี่ครั้ง ก็ได้คะแนนตามจำนวนครั้งที่ท่านได้ก็เป็นคะแนนอีกส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของความประพฤติก็เป็นคะแนนอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณา หมายความว่าถ้าท่านรับราชการมาเคยถูกดำเนินการทางวินัยจนถูกลงโทษทางวินัย ท่านจะต้องถูกตัดแต้มออกไป อันนี้เป็นส่วนของความประพฤติ ต่าง ๆ ที่ผมพูดมาเหล่านี้ เมื่อประกอบกันแล้ว นำคะแนนทุกส่วนมารวมกัน ใครได้คะแนนสูงสุดท่านได้เลื่อนตำแหน่ง สูงขึ้นตามคะแนนที่ท่านได้ ไม่มีใครจะช่วยท่านได้ในเรื่องตำแหน่ง ไม่ว่าจะฝากฝังหรือด้วย ระบบวิ่งเต้นต่าง ๆ เพราะว่าจะถูกกำหนดไว้โดยคะแนนจากองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านั้น อันนี้ก็ขอนำเรียนให้ท่านสมาชิกทราบในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง🔗
ในส่วนเรื่องของการกระจายอำนาจ ในคณะศึกษาของเรานี้ก็ได้กำหนดไว้ว่า จะให้ตำรวจไม่ได้อยู่ในองค์กรร่มใหญ่ร่มเดียวแล้ว ก็จะแบ่งตำรวจออกเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน เพื่อให้เกิดหลักการที่เรียกว่าสนับสนุนและถ่วงดุลก็คือ ตำรวจฝ่ายปฏิบัติการพื้นที่ ตำรวจฝ่ายปฏิบัติการส่วนกลางและตำรวจฝ่ายตรวจสอบ เพราะฉะนั้น เมื่อทั้ง ๓ ส่วน แยกออกจากกันแล้วก็จะเกิดการปฏิบัติในหลักการที่สนับสนุนและถ่วงดุลอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นการทำงานของตำรวจที่ถูกถ่วงดุล ตรวจสอบอย่างเข้มข้นก็สามารถที่จะทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สามารถที่จะออกนอกลู่นอกทางได้ อันนี้ก็จะเป็นในส่วนที่เกี่ยวกับ เรื่องของโครงสร้าง🔗
ในส่วนสุดท้ายในเรื่องของความรู้ อันนี้ต้องเรียกว่าเรายกระดับข้าราชการ ตำรวจอย่างแท้จริง ต่อไปจะเป็นการรับสมัครบุคคลที่มาเป็นตำรวจที่มีอำนาจหน้าที่ ในการบังคับใช้กฎหมายจริง ๆ ด้วยวุฒิปริญญาตรีแล้วมาเป็นตำรวจในระดับปฏิบัติการ สามารถเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดสูงสุดของตำแหน่งได้เลยโดยไม่ขีดขั้น ว่าจะต้องเป็นชั้นประทวนไปอีก ๒๐ ปี ๓๐ ปีอย่างเช่นปัจจุบัน ปัจจุบันตำรวจ ๑๐๐,๐๐๐ กว่านาย เป็นตำรวจชั้นประทวน แล้วก็เป็นตำรวจชั้นประทวนตลอดชีวิต ขาดแรงจูงใจในการทำหน้าที่ เพราะอะไรครับ เพราะเขาไม่สามารถที่จะเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ไปได้เลยในตลอดชีวิตราชการ จนกว่าจะสอบได้ก็ดีหรือจนกว่าจะอายุ ๕๓ ปีก็ดี ตรงนี้ด้วยระบบโครงสร้างใหม่ ระบบการรับบุคคลเข้ามาเป็นตำรวจในแนวทางใหม่นี้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ นั้นได้ ผมก็ขอสรุปให้ท่านสมาชิกได้รับทราบแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็น พันตำรวจโท ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกทุกท่าน กระผม พันตำรวจโท ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อนุกรรมาธิการ ก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านสมาชิกหลายท่านใส่ใจ แล้วก็ให้ความคิดเห็นมา ผมในปัจจุบันก็รับราชการตำรวจแล้วก็เป็นลูกตำรวจด้วยครับ ผมโตมากับแฟลตตำรวจ ผมเข้าใจดีครับ ชีวิตความเป็นตำรวจลูกชั้นประทวนเป็นอย่างไร ผมเห็นวันที่ผู้บังคับบัญชา หลายท่าน วันที่เข้ามา รถเก่า ๆ ไม่มีอะไร แต่ออกไปได้รถคันใหม่ แต่ชีวิตครอบครัวตำรวจ ชั้นประทวน ลูกอย่างผมก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อสักครู่ที่ท่านธิษะณาพูดถึงเรื่องแฟลต ผมก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่โตจากแฟลต อยู่แฟลตมาทั้งชีวิต ถ้าไม่พยายามผลักดันถีบตัวเอง ผมก็ไม่ได้ออกจากแฟลตนั้นไป นอกจากเป็นตำรวจ เป็นลูกตำรวจ ผมเรียนโรงเรียนตำรวจ เลนส์ตาผมมีแค่ตำรวจอย่างเดียวครับ พอมีคำว่าปฏิรูป ผมดีใจมากว่าจะมีการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งหลายครั้งที่ผ่านมา คำว่าปฏิรูปตำรวจก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริงเลย ชีวิตพวกผมก็ไม่ได้ดีขึ้น สักเท่าไร หนำซ้ำเราพูดกันเล่น ๆ ในวงการข้าราชการตำรวจเพื่อน ๆ กลายเป็นว่ายิ่งจบมา ยิ่งแย่ลง เพราะฉะนั้นพอมีโอกาสได้เข้ามาทำงานในตรงนี้ ผมก็เลยเสนอตัวเอง ขออยากเข้ามาทำงานจริง ๆ เพื่อให้มาดูว่าสิ่งที่มันเป็นปัญหา มันคือตรงไหน เพราะฉะนั้น อย่างที่ท่านอนุกรรมาธิการหลายท่านนำเรียนไปว่ามันต้องแก้ที่โครงสร้างจริง ๆ ครับ🔗
คราวนี้กลับมาเรื่องที่พัก ที่พักทางตำรวจเราส่วนใหญ่เราก็สร้างมา อย่างผมเป็นลูกตำรวจลุมพินี ผมอยู่แฟลตมาทั้งชีวิต แฟลตนี้สร้างมาตั้งแต่ก่อนผมเกิด จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีการซ่อมบำรุง ซึ่งการซ่อมบำรุงส่วนใหญ่ งบประมาณก็ไม่มี เพราะฉะนั้น ถามว่าตำรวจจะหาเงินทางไหน มันก็ไม่พ้นหรอกที่จะต้องไปหา กต.ตร. บ้างหรือทาง อะไรบ้าง มันก็เป็นเรื่องน่าเศร้าอันหนึ่งที่เราค้นพบกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วตำรวจเรากลับ มีงบประมาณในการก่อสร้างหน่วยงานเพิ่มเติม เราจะเห็นมีกองบัญชาการใหม่ ซึ่งบางครั้ง ถ้าไปที่กองบัญชาการเหล่านั้นพบตึกใหญ่ แต่ไม่มีข้าราชการตำรวจอยู่เลย อันนี้ก็เป็นปัญหา ที่มีงบแต่ว่าก็ไม่ได้ใช้ตรงจุด หนำซ้ำตำรวจที่ว่ามีสิทธิในบ้านพัก คนที่มีสิทธิ ถ้าอย่างอยู่ ใจกลางเมืองมีสิทธิ แต่ไม่อยู่ ก็ปล่อยเช่า เป็นรายได้อีกซึ่งมันก็ผิด เพราะคนที่จบใหม่ก็ไม่มี ที่อยู่ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมพบเห็น หรือคนที่เกษียณอายุราชการไปแล้วก็ไม่ได้ออกมันก็พันกัน ไปหมด ซึ่งรายงานฉบับนี้เราก็ได้ร่าง ก็มีเรื่องตรงนี้มาด้วยในการแก้ไขเรื่องระเบียบ ข้อบังคับ หรือการบังคับใช้ตรงนี้ และอีกอันหนึ่งในเรื่องของที่ท่านเท่าพิภพพูดถึงเรื่องการปรับทัศนคติ ของตำรวจ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เรียนโรงเรียนเตรียมทหารมา จบโรงเรียนเตรียมทหาร เรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าผมอยากเป็นตำรวจ ทำไมผมต้อง ไปเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารด้วย ผมพูดตรง ๆ การฝึกการอบรมของโรงเรียนเตรียมทหาร แทบไม่ได้เอามาใช้เลยครับ ในรายงานฉบับนี้ทางอนุกรรมาธิการเราก็ศึกษามาว่าก็ควรจะ แยกออกจริง ๆ เพราะเลนส์ตาของตำรวจกับเลนส์ตาของทหารไม่เหมือนกัน ตำรวจเพิ่ง เข้ามาอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อรุ่น ๖ เอง ก็เป็นเรื่องของการเมืองสมัยนั้น แต่วันนี้ มันไม่ใช่แล้ว เราต้องการตำรวจมืออาชีพ เราก็ต้องแยกออกมา รวมถึงแม้กระทั่งการอบรม เมื่อสักครู่ที่เราพูดกันถึงตำรวจชั้นประทวนและตำรวจสัญญาบัตร ท่านเชื่อไหมครับ ตำรวจ ชั้นประทวน ถ้าอบรมตอนเข้า อบรมอีกทีตอนอายุ ๕๓ ในระยะเวลา ๓๐ กว่าปีที่รับราชการ ตำรวจมา ไม่ได้มีการฝึกอบรมอะไรเพิ่มอีกเลย มันจะดีกว่าไหมถ้าเรามีการฝึกอบรมตำรวจ ในทุก ๆ ปี เราไปตัดงบประมาณในส่วนอื่นประชาชนจะได้ตำรวจที่มีความเป็นมืออาชีพ มากขึ้น เพราะกฎหมายเราก็ออกมากันใหม่แทบทุกปี การทบทวนยุทธวิธีตำรวจก็ควรจะต้อง มีทุกปีเช่นกัน เราก็จะได้ตำรวจที่ดีและมีคุณภาพ สำหรับผมก็ประมาณนี้ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป เป็นกรรมาธิการท่านสุดท้าย ท่านเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าปัจจุบันนี้ ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี ประเด็นเรื่องเอไอเป็นประเด็นสำคัญที่เข้ามามีบทบาท ในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน ทางคณะอนุกรรมาธิการศึกษาของเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อการให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ เราจึงได้มีการพยายามที่จะคำนึงถึงการนำเรื่องของ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือประเด็นเรื่องเกี่ยวกับงานสอบสวน ปัจจุบันทราบหรือไม่ครับ ว่าทุกวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เมื่อเข้าไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่าง ๆ พวกเขาเหมือนกับ นำประเด็นโยนลงไปสู่หลุมดำ เพราะพวกเขาไม่มีทางทราบได้เลยว่าสิ่งที่พวกเขาแจ้งความ ไปแล้วนั้น กระบวนการอยู่ในขั้นตอนไหน ตำรวจได้ดำเนินการถึงไหนไปแล้วบ้างหรือติดขัด ในประเด็นประการใด ทางคณะอนุกรรมาธิการของเราจึงได้มีการเสนอให้มีการนำระบบ ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเข้ามา ร่วมบูรณาการในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ประชาชนสามารถทราบได้ว่า ปัจจุบันนี้หลังจากที่เขาได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว กระบวนนั้นได้ไปถึงไหนแล้วบ้าง ตำรวจติดขัดในประเด็นประการใดหรือเปล่า จะได้ไม่จำเป็นที่จะต้องมานั่งรอให้ตำรวจ โทรศัพท์มา ซึ่งเราก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อไรความหวังนั้นจะถูกโทรศัพท์มาหาเราเสียที มีคดีจำนวนมากที่ปัจจุบันนี้กระบวนการส่วนใหญ่ค้างอยู่ในระดับชั้นพนักงานสอบสวน คดีเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคดี Scammer คดีการโกงเงินต่าง ๆ ประชาชนไปแจ้งแล้ว ก็ไม่ทราบ ว่ากระบวนการไปถึงไหนแล้ว ถ้าหากเราได้มีการนำเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องระบบติดตาม ความคืบหน้าในการดำเนินคดีมาใช้ก็จะช่วยให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีประสิทธิภาพขึ้น อย่างมาก นอกจากนั้นเรายังได้มีการคำนึงถึงการบูรณาการฐานข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฐานข้อมูลทะเบียนรถยนต์ ฐานข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อมาบูรณาการกัน เพื่อให้ตำรวจสามารถที่จะมี Big Data ในการที่จะเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อถึงที่สุด วัตถุประสงค์ที่เราคำนึงคือการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ สูงสุดขององค์กรตำรวจ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านปิยรัฐ จงเทพ ประธานอนุกรรมาธิการ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ และในฐานะ ประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบราชการตำรวจ ขอเป็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการ ในการกล่าวสรุปปิดในรอบนี้ ขออนุญาตเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ก็ถือว่าวันนี้เราได้มีความเห็น ที่หลากหลาย คำเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อกรรมาธิการของเราเป็นอย่างมาก ทางกรรมาธิการเองรวมถึงอนุกรรมาธิการที่จะได้นำไปศึกษาต่อในฐานะคณะทำงานต่อไป จะได้ไปทำเรื่องต่อไปนี้ให้เป็นรูปธรรมอย่างที่หลายท่านคาดหวังนะครับ ผมเองก็ต้อง ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาร่วมชี้แจง ทุกหน่วยงานที่เข้ามาตอบคำถามพวกเรา รวมถึง ท่านอนุกรรมาธิการทุกท่านที่ได้เสียสละมา ณ ที่นี้ ก็อยากจะขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่ได้ฝากคำเสนอแนะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อไป ซึ่งผมเองก็ถือว่าวันนี้ได้ประโยชน์กลับไป ได้การบ้านกลับไปและยินดีจะไปผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างที่หลายท่านคาดหวัง สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ขอบคุณครับ🔗
ก็เป็นอันจบ การรายงานนะครับ ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพิจารณาศึกษาการปฏิรูประบบราชการตำรวจ ซึ่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศได้พิจารณาเสร็จแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวครับท่าน อย่าเพิ่งครับ เดี๋ยวมีท่านสมาชิกอีก เชิญครับ🔗
ผมขออนุญาตที่จะแลกเปลี่ยน กับคณะกรรมาธิการนิดหนึ่งครับ เพราะว่าผมนั่งฟังท่านมาพอสมควรครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ฝากท่านโฆษกกรรมาธิการซึ่งยังอยู่นะครับ ผมฝากว่าอย่าเพิ่งจบเรื่องบทสรุปเรื่องการปฏิรูปตำรวจ นี่เป็นก้าวแรกของท่าน เพราะว่า ผมฟังพี่น้องตำรวจหลายท่านที่เขาร่วมในคณะก็มีข้อคิดและแนวทางที่เตรียมสำหรับ การปฏิรูปจริง ๆ แต่เรื่องปฏิรูปตำรวจมันเรื่องใหญ่จริง ๆ ครับ ผมเข้าใจว่าท่านจะต้องเผชิญ ปัญหาทุกอย่าง หลายท่านที่เป็นกรรมาธิการเคยโดนหนัก ๆ มาแล้ว ไม่ว่าท่านวิรุตม์ ที่เคยออกมาซดกับเขาเรื่องซื้อขายตำแหน่งจนกลายเป็นตำรวจนอกแถว แล้วก็มาเป็น คนที่ทำกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อเพื่อนพี่น้องตำรวจ แล้วไม่ว่าท่านสุพิศาล ซึ่งท่านก็เป็นผู้ใหญ่ ที่มีความเมตตาแล้วก็พูดถึงตำรวจชั้นผู้น้อยหลาย ๆ ท่านครับ ท่านเจนกมล ผมคิดว่า ท่านก็ต้องทำต่อในเรื่องของการปฏิรูปตำรวจ แล้วก็เรื่องที่ผมคิดว่าท่านต้องจับให้แน่น เพื่อหาหลักให้ได้จริง ๆ ว่าเราจะยุติการซื้อขายตำแหน่งอย่างไร ผมฟังคำสะท้อน ของลูกตำรวจนะครับท่านธีรวัตร์ ผมว่าท่านเข้าใจวิญญาณของตำรวจ การเข้าขึ้นเป็นตำรวจ ผู้ใหญ่มันต้องขึ้นไปด้วยความสง่างามและศักดิ์ศรี แต่วันที่เราเห็นคนที่วิ่งซื้อตำแหน่งกัน แล้วก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ท่านก็จะรู้สึกเห็นเส้นทางชีวิตคนนั้น ตั้งแต่ก่อนมาซื้อตำแหน่ง ว่าเป็นตำรวจเลว และเมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยการเป็นตำรวจเลว อนาคตข้างหน้า ประเทศชาติประชาชนฝากความหวังไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าสวมวิญญาณตำรวจจริง ๆ ผมคิดว่าการปฏิรูปที่ท่านเจนกมลคิดไว้ ก็ต้องทำด้วยความจำเป็นครับ ในเรื่องของ การถ่ายโอนภารกิจ ภารกิจตำรวจมันมากครับ ท่านคือกองกำลังพิทักษ์ประชาชน ภายในประเทศ แต่ท่านแบกทุกอย่างที่เป็นกฎหมายในประเทศนี้ไว้ทั้งหมดบนบ่า ถ้าท่านแบกอย่างนี้ผมมีเพื่อนที่จบกฎหมายพร้อมกันไปเป็นตำรวจได้ ๓ ปี เป็นพนักงาน สอบสวนยิงตัวตายที่โรงพักเล็ก ๆ ครับ เพราะสำนวนสอบสวนมันล้นหัว แล้วมันก็เกิน ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ตัวเองเรียนมา แล้วต้องแบก กฎหมายทุกฉบับ ถ่ายโอนไปครับอย่างที่ท่านตั้งใจ ถ่ายโอนกฎหมายที่เกี่ยวกับป่าไม้ไปให้ป่า ไม้ ถ่ายโอนไปให้ประมง ถ่ายโอนไปให้กรมเจ้าท่า ถ่ายโอนไปสรรพากร ถ่ายโอนไป กรมการศาสนา ถ่ายโอนไปทั้งหมด ท่านคือกองกำลังที่ถ้าเขาจำเป็นต้องเรียกใช้ เพราะฉะนั้นการฝึกอย่างมีวินัยที่ท่านอนุกรรมาธิการเสนอเมื่อสักครู่ว่าไม่ใช่ฝึก ๒ รอบ คือเข้าโรงเรียนพลแล้วนายร้อย อายุ ๕๓ ปี ฝึกอีกรอบหนึ่ง ผมคิดว่าผมเห็นด้วยในการที่ต้อง สร้างตำรวจที่เป็นนักรบจริง ๆ ในการเผด็จการในทุกสนามและโอนงานที่เป็นปลีกย่อย ของตัวเองทั้งหมดให้คนอื่นเขาทำ ใครที่เป็นตำรวจสอบสวนเก่ง เขาอาจจะเติบโตเป็นอธิบดี กรมข้างเคียงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ เมื่อเขาก้าวไปจากพนักงานสอบสวน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นพนักงานสอบสวนกรมประมง เป็นพนักงานสอบสวน กรมเจ้าท่า เป็นพนักงานสอบสวนกรมสรรพากร เป็นพนักงานสอบสวนกรมต่าง ๆ ที่ถือกฎหมายที่มีโทษทางอาญาอยู่ในมือ วันหนึ่งท่านที่นั่งตรงนี้จะมีเพื่อนเป็นอธิบดี อยู่ทั้งแผ่นดิน เพราะผมเชื่อคนที่เป็นตำรวจผ่านงานสอบสวนตำรวจได้ก้าวไปที่อื่น เขาเติบโตได้จริง ๆ ไม่เชื่อท่านโฆษกลองไปดูครับ หลายคนที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานปัจจุบัน พันตำรวจโท พันตำรวจเอก หลาย ๆ คนนั่งอยู่ในสภาก็แค่พันตำรวจโท ก็ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี ก็เยอะแยะเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่างานอันนี้จะกดเราไว้แค่นี้ ให้กำลังใจทุกท่านที่มาเป็นอนุกรรมาธิการ ท่านสะสมประสบการณ์แล้วผมคิดว่าผมก็อยู่ในสภามานาน เผชิญหน้ากับเรื่องของตำรวจมาเยอะ เพราะฉะนั้นผมก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้กำลังใจพวกท่านทุกคน เพื่อสร้างตำรวจของ ประเทศไทยให้เป็นตำรวจที่ดี ประชาชนฝากความหวังได้ แล้วเราก็จะมีประเทศชาติที่มีความสุข กระจายตำรวจ พาตำรวจกลับคืนถิ่นครับ อย่าถ่วงเขาไว้ที่นี่ กลับคืนถิ่น กลับบ้านเขา จะมีความสุขทุกคน ก่อนเกษียณทหารระดับนายสิบ ระดับนายดาบอายุ ๕๙ ปี สิ้นกันยายนนี้ ทุกคนไม่ต้องไปทำงานแล้ว แต่งเครื่องแบบได้ แต่ก็คือกลับไปอยู่บ้านเพื่อเตรียมตัว พร้อมการเกษียณ เพราะทั้งชีวิตเขาถูกฝึกมาเพื่อทำหน้าที่ทหาร เช่นเดียวกันครับท่านตำรวจ ท่านเป็นนายสิบ นายดาบ มาถึงวันหนึ่งท่านอยู่ในจังหวัดไหนก็ตามที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนท่าน ท่านอายุ ๕๙ ปีแล้วกลับไปเตรียมความพร้อมเป็นประชาชนครับ ต้องให้เวลาเขา และเขายังเป็นตำรวจเหมือนเดิม ติดยศเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าไม่ต้องมานั่งเฝ้าโรงพัก กลับไปเตรียมความพร้อมการไปสู่ประชาชน ท่านอายุยังไม่เยอะ แต่เมื่อท่านอายุ ใกล้ ๆ ๖๐ ปี ท่านจะรู้สึกว่าท่านต้องการเวลาเตรียมความพร้อม ไม่ใช่วันที่ ๓๐ กันยายน แล้วหมดทุกอย่าง กลายเป็นตำรวจนั่งซึมเศร้า ผมเจอมาเยอะ นายพลมือปราบประเทศนี้ สุดท้ายตายด้วยการฆ่าตัวตายครับ🔗
มีอีก ท่านหนึ่งครับ ท่านขจิตร ชัยนิคม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุดรธานี ผมต้องฝากผ่านท่านประธานไปยังคณะอนุกรรมาธิการที่เสนอเรื่องนี้ ท่านทำโดยมีคนที่เป็น ลูกตำรวจ เป็นตำรวจ เป็นอดีตมาทั้งนั้น ส่วนหนึ่งหรือส่วนทั้งหมดของรายงานท่านเสนอมา ดีแล้ว ผมเห็นชอบมาแล้วก่อนที่จะเข้ามานี่ แต่ประเด็นที่ผมฟังมาทั้งหมด ไม่มีใครพูดถึง ผมจะพูดไว้เพื่อเป็นอนุสติในการปฏิรูปตำรวจ ท่านประธานครับ ผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติปฏิรูปตำรวจ ทำกันอยู่นานครับ สิ่งที่พบเห็นข้อสรุปอันที่ ๑ ต้องแก้ได้ก่อนก็คือนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใช้คำว่าผู้บังคับบัญชา ต้องปฏิรูปจิตใจคน ในกระบวนการตำรวจก่อน เพราะว่านายตำรวจใหญ่ไม่ยอมรับตำรวจชั้นประทวนซึ่งอยู่กับ พี่น้องประชาชน ผมไปร่างกฎหมาย ได้แสดงออก นายตำรวจใหญ่ที่เป็นกรรมาธิการ เป็นอะไรนี่ แสดงความรู้สึกหรือแสดงความเห็นที่ไม่ยอมรับเกียรติยศของตำรวจชั้นประทวน ผมไม่ได้กล่าวลอย ๆ ผมเสนอว่าในกฎหมายนี้ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิและให้ตำรวจทั่วประเทศเลือก ท่านทราบไหมครับ ในการอภิปรายวงใหญ่ของกรรมาธิการสามัญร่างกฎหมาย ทุกคนยอมจำนน ต่อเหตุผลของผม บอกว่าตำรวจปฏิรูป ปฏิรูปอยู่ในสังคมประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น ท่านต้องยอมรับตำรวจชั้นประทวนที่อยู่ต่อหน้าประชาชนจำนวนแสนกว่าคน ได้ยืนปฏิบัติ หน้าที่ต่อหน้าประชาชน ท่านต้องให้เกียรติเขา เขาคือผู้แทนของกรมตำรวจ ปรากฏว่า ทุกคนยอมรับ บอกว่าผู้ทรงคุณวุฒิต้องให้ตำรวจทุกคนที่เป็นข้าราชการตำรวจ มีสิทธิมาเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิ มีกรรมาธิการการตำรวจใหญ่ขัดแย้งว่าตำรวจบ้านนอก ตำรวจชนบทจะรู้อะไร ทำไมจะต้องให้มาเลือก ผมบอกว่าต่อไปนี้ในคณะกรรมาธิการนี้ผมเป็นตัวแทนตำรวจผู้น้อย แล้วอย่ามาพูดสบประมาท แล้วไม่ยอมรับบทบาทของตำรวจโดยเด็ดขาดผมเป็นครู แต่ผมต้องประกาศตัวเป็นผู้แทนตำรวจชั้นผู้น้อยในกรรมาธิการ แล้วปรากฏว่ายอมรับกันหมด แต่พอวันลงมติตัดออก ไม่ยอมให้ตำรวจทั่วประเทศเลือก นี่คือเรื่องที่ต้องปฏิวัติหรือ ปฏิรูปกันก่อน ในวงการตำรวจต้องยอมรับกันก่อน โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาระดับสูง ซึ่งอาศัยตำแหน่งแต่ว่าผลงานจากตำรวจชั้นผู้น้อยทั้งนั้นที่ทำมา ที่ทำอยู่กับประชาชน อันนี้ต้องทำก่อนครับ🔗
อันที่ ๒ การบริหารบุคคลของตำรวจมีลักษณะแตกต่างจากการบริหารบุคคล ของข้าราชการทั้งหมด กห. กลาโหมก็มีทหาร กอ. อัยการก็มีแต่อัยการกับอดีตอัยการ กค. แต่ก่อนมีข้าราชการครู หลังจากยึดอำนาจผ่านมาหมาด ๆ ตอนยึดอำนาจไม่มีตัวแทน ข้าราชการครูสักคน แต่เรียกว่า ก.ค. การบริหารบุคคล ทีนี้ ก.ตร. คือคณะกรรมาธิการ บริหารบุคคลของข้าราชการตำรวจ มันเป็นเรื่องเศร้าครับท่านประธาน เศร้าจริง ๆ ไม่มีตัวแทนตำรวจ ไม่มี มีแต่ตัวแทน มีแต่ข้าราชการผู้ใหญ่ของตำรวจ แล้วก็มีอัยการ มีอะไรก็ไม่รู้ ใส่เข้าไป เพราะฉะนั้นการบริหารบุคคลของตำรวจวันนี้ในกฎหมายปฏิรูปตำรวจ จึงไม่มีตัวแทนข้าราชการตำรวจ ผมเป็นคนเสนอให้เลือกตัวแทนข้าราชการตำรวจ ทั่วประเทศมาจำนวน ๕ คน ไม่ได้รับการยอมรับจากกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ไม่ยอมรับ บทบาทของตำรวจชั้นผู้น้อย แล้วก็ประหลาดอย่างหนึ่งครับในการปฏิรูปตำรวจ การดูแล กฎจราจรในกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครมาชี้แจงพร้อมที่จะรับภาระนี้ไป ตำรวจไม่ต้องไปทำ ปรากฏว่าเขามีความพร้อม ตำรวจไม่ให้ แต่ตำรวจรถไฟมาแถลงแล้ว แถลงอีก ไม่อยากให้ยกเลิก ปรากฏว่าคนที่เป็นกรรมาธิการเขียนกฎหมายให้ยกเลิก ตำรวจรถไฟเขาไม่อยากไป แต่ก็ให้เขาไป เขาอยากได้ ไม่ให้เขาได้ มันยังไม่มีการปฏิรูป แต่ว่าถ้าดำเนินการตามที่คณะกรรมาธิการเสนอนี้ก็จะเป็นความก้าวหน้าระดับหนึ่ง ก็ขอขอบพระคุณที่ท่านศึกษามา ขอให้ความคิดไว้เพื่อเป็นหลักฐานต่อสภาแห่งนี้ ต่อหน้าประชาชนทั่วประเทศที่กำลังรับฟังอยู่ ขอบคุณมากครับ🔗
พอแล้ว กระมังครับ คุณหมอจะเอาอีกหรือครับ เชิญคุณหมอเชิดชัยครับ🔗
เอาสักหน่อยครับ ขอบคุณท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมฟังมาตั้งนาน ครั้งแรกผมก็อ่าน ตามที่ท่านอดิศรอภิปรายว่าการรายงานการศึกษาครั้งนี้เป็นการปฏิรูประบบตำรวจ ซึ่งทำโดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ทีนี้พอไปดูในมาตรา ๑๒๙ ถ้ามีเรื่องซ้ำซ้อนกัน ก็ควรจะคุยกันให้เรียบร้อย ซึ่งผมเห็นด้วยเพราะว่าในรายงานที่ท่านคณะกรรมาธิการ อุตส่าห์ทำก็ครอบคลุมเป็นไปตามมาตรา เรื่องปฏิรูปของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ คือมาตรา ๒๕๘ ซึ่งมันก็ดี ทีนี้ผมแปลกใจอยู่อย่างหนึ่ง ผมไม่ชอบอยู่อันหนึ่งเวลารัฐประหารทีไร ผมเห็นคณะทหาร ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ผบ. สูงสุดและตำรวจไปนั่งอยู่ มันขัดตา เพราะผมเห็นว่าตำรวจมีหน้าที่รักษากฎหมาย แต่ท่านไปยึดอำนาจเสียเอง ไปร่วมสนับสนุน เขาเอง มันใช้ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ปฏิรูปตำรวจจนกระทั่งเป็นที่พึ่ง ของประชาชนอย่างจริงจัง แล้วในที่พึ่งอย่างจริงจังต้องพยายามทำตามหน้าที่ที่รักษา กฎหมาย อะไรที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องก็ให้โอนไปให้ที่อื่น อย่าไปคิดว่าคนอื่นเขาทำไม่ได้ ผมเรียนโรงเรียนอำนวยศิลป์ครับ ข้าง ๆ โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร มีตำรวจดับเพลิง ซึ่งตอนนั้นผู้บังคับบัญชาคือหม่อมราชวงศ์เจตจันทร์ ประวิตร หรืออย่างไรนี่นะครับ ท่านก็ทำดีนะครับ สุดท้ายก็มีการปฏิรูปโอน ผ่อนถ่ายไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือ กทม. เขาก็ทำได้ดี เพราะฉะนั้นอยากจะให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่เขียน ผมอ่านพยายามอ่านดูว่าท่านจะโอนไปที่ไหน มันเยอะไปหมด ให้ทำตามอย่างนั้น ผ่อนถ่ายงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจโดยตรง เพื่อให้เหลือตำรวจที่ทำงานเฉพาะการบังคับใช้ กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ตำรวจถึงจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง แน่นอนครับ ในองค์กรทุกองค์กรจะมีทั้งชั้นผู้ใหญ่และชั้นผู้น้อย ก็ต้องมีความเอื้อเฟื้อกันอันเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ทำ แต่อยากให้ไปร่วมมือกับคณะกรรมาธิการ การตำรวจ เพื่อศึกษาให้ครบถ้วนอีกทีหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
ก็รับข้อสังเกตของท่านสมาชิกไปนะครับ ไม่ต้องตอบก็ได้นะครับ เพราะท่านได้ขอบคุณไปแล้ว ขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ จบการรายงานของคณะกรรมาธิการ นะครับ เรื่องการปฏิรูประบบราชการตำรวจ ซึ่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศพิจารณาเสร็จแล้วนะครับ เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานเพื่อให้สภาพิจารณาและลงมติ ซึ่งจากการฟังอภิปรายของท่านสมาชิกมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือเห็นด้วย กับข้อสังเกต ดังนั้นผมขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมนั้นเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการซึ่งจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบและดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสาม ประกอบ ข้อ ๘๘ นะครับ🔗
ต่อไปครับ🔗
๒. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ซึ่งคณะกรรมาธิการการพลังงานพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ขอเชิญกรรมาธิการได้เข้าประจำที่ แล้วก็ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอก เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง แล้วก็ขอเชิญผู้มีรายชื่อต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ท่านแรก ท่านวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๒ ร้อยเอก อนุสรณ์ จิรพงศ์ อนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๓ ท่านประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน อนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๔ นางสาววรัชญ์จิรา พรหมมาเทพย์ อนุกรรมาธิการและผู้ช่วยเลขานุการ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลงนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยกรรมาธิการการพลังงานและคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ญัตติแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการศึกษา เรื่อง ญัตติแก้ไข ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ดังนี้🔗
ตามที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) ในวันพุธที่ ๒๔ มกราคม และวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ประชุม ได้พิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแก้ปัญหา ค่าไฟฟ้าแพง ของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ผู้เสนอ และญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ของนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ ผู้เสนออีกท่านหนึ่งและสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติส่งให้ คณะกรรมาธิการการพลังงานเป็นผู้พิจารณาศึกษา ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ โดยได้กำหนดระยะเวลาการศึกษาเป็นระยะเวลา ๙๐ วัน ซึ่งคณะกรรมาธิการการพลังงานได้ขอขยายระยะเวลาต่อสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๔ ครั้ง เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ครบถ้วน โดยการพิจารณาศึกษา คณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษาญัตติแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพงขึ้นเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบ🔗
บัดนี้คณะกรรมาธิการการพลังงานได้พิจารณาศึกษาญัตติแก้ไขปัญหา ค่าไฟฟ้าแพงเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ให้กับประชาชนผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม กระผมขอมอบหมายให้ ท่านวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาญัตติแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ได้นำเสนอรายละเอียดและผลพิจารณาศึกษาต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ญัตติแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ขอนำเสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติแก้ไขปัญหา ค่าไฟฟ้าแพงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ไฟฟ้าเป็นกิจการสาธารณูปโภคที่สำคัญในการจัดทำบริการสาธารณะของรัฐ ซึ่งเป็น สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ของประชาชน ซึ่งรัฐมีหน้าที่ในการจัดให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึง มีคุณภาพเพียงพอ และเป็นธรรม เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ให้กับประเทศ ซึ่งนอกจากรัฐจะต้องมีจัดให้มีไฟฟ้าอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพแล้ว ในส่วนของราคาไฟฟ้าก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐจะต้องดำเนินการให้ประชาชนและ ผู้ประกอบการสามารถมีไฟฟ้าใช้ด้วยราคาที่มีความเป็นธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่เป็นภาระต่อประชาชนและผู้ประกอบการ และสอดคล้องกับภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม🔗
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ด้านราคาพลังงานในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลง ผันผวนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลัก ที่นำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้ามีการปรับตัวสูงขึ้นและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลกระทบ โดยตรงต่ออัตราราคาค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจของ ภาคเอกชน ทั้งในระดับภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าในการดำรงชีวิตประจำวันและภาคเอกชน ผู้ประกอบการที่มีต้นทุนในการประกอบธุรกิจที่สูงขึ้น ดังนั้น ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการพิจารณาศึกษา เพื่อหามาตรการและแนวทางต่าง ๆ เพื่อปรับลดอัตราราคาค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับประชาชน การพิจารณาศึกษาเรื่องญัตติแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพงของคณะกรรมาธิการการพลังงาน ที่มีการรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากภาครัฐ และเอกชนอย่างรอบด้าน และได้ศึกษาหามาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหา ค่าไฟฟ้าแพง ซึ่งประกอบไปด้วย ๘ มาตรการดังต่อไปนี้🔗
๑. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท นอกจากการชำระ ค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต ดังนั้นจึงควรพิจารณา ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท จากเดิมที่จัดเก็บในอัตราร้อยละ ๗ เหลือร้อยละ ๐ โดยจากผลการพิจารณาศึกษา จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี ดังกล่าวเป็นเงินงบประมาณปีละ ๖๓,๙๖๙ ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดค่าไฟฟ้า ได้ ๐.๓๒๒๔ บาทต่อหน่วย ทั้งนี้มาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท อาจจะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐที่ลดลง อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ ราคาพลังงานมีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ก็อาจจะพิจารณาทบทวนปรับอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้สอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่ ต่อไปได้🔗
๒. การทบทวนและการปรับปรุงเงื่อนไขการสนับสนุนการรับซื้อไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Adder และ Feed in Tariff หรือ FiT ในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า รายเล็ก SPP และกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก VSPP ประเภท Non-Firm เพื่อให้การอุดหนุนการรับซื้อในรูปแบบ Adder และ Feed in Tariff สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมาการรับซื้อไฟฟ้าจากกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเหล่านี้ เมื่อครบกำหนดอายุสัญญา รับซื้อไฟฟ้า ก็ได้รับการต่อสัญญาในเงื่อนไขเดิมและได้รับการอุดหนุนและรับซื้อไฟฟ้า มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการกลุ่มนี้ผ่านจุดคุ้มทุนมาแล้ว มีความพร้อม และสามารถรับมือกับการแข่งขันได้ ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่มีต้นทุน ลดลงเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงควรพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของเงื่อนไขสัญญาการรับซื้อ ไฟฟ้าในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าหรือ Adder Feed in Tariff หรือ FiT ในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กและกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัญญาที่กำหนดให้ต่ออายุโดยอัตโนมัติทุก ๆ ๕ ปี เพื่อสะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง และไม่เป็นภาระกับประชาชน ซึ่งหากสามารถทบทวนและปรับปรุงเงื่อนไขการสนับสนุน การรับซื้อไฟฟ้าต่าง ๆ นี้ได้ ก็จะสามารถลดค่าไฟฟ้าได้ ๐.๑๗ บาทต่อหน่วย🔗
๓. การนำเงินรายได้ค่าภาคหลวงและส่วนแบ่งกำไรของรัฐในส่วนของ ค่าไฟฟ้ามาลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้แก่ประชาชน การนำเงินรายได้ ค่าภาคหลวงและส่วนแบ่งกำไรของรัฐในส่วนของค่าไฟฟ้ามาลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิต ไฟฟ้าให้แก่ประชาชน แทนการให้แก่รัฐโดยตรงด้วยวิธีการตั้งงบประมาณรายจ่ายอุดหนุน ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยระบุแหล่งที่มาของงบประมาณว่ามาจากยอดเงินค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ทั้งในระบบ สัมปทานและระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต ส่วนแบ่งกำไรของรัฐหรือที่เรียกว่า PSC ตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งในปี ๒๕๖๖ มีรายได้เฉลี่ยประมาณ ๒๔,๘๙๗ ล้านบาท โดยจากผลการพิจารณาศึกษาคาดว่าจะสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ ๐.๑๒๕๕ บาทต่อหน่วย ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ ที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ราคาพลังงานจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับภาวะ ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ก็อาจจะพิจารณาทบทวนในการนำเงิน รายได้ค่าภาคหลวงและส่วนแบ่งกำไรของรัฐในส่วนของภาคไฟฟ้ามาลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง ในการผลิตไฟฟ้าให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไปได้🔗
๔. การกำหนดให้หน่วยงานที่ใช้ไฟฟ้าสาธารณะเป็นผู้รับผิดชอบจัดหา งบประมาณมาจ่ายค่าไฟฟ้าเอง เพื่อลดภาระที่ประชาชนต้องแบกรับในปัจจุบัน เนื่องจากค่าไฟฟ้าสาธารณะจะถูกนำมาคิดรวมในค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งทำให้ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยมีอัตราสูงขึ้น ดังนั้นจึงควรกำหนดให้หน่วยงานที่ใช้ไฟฟ้าสาธารณะ เป็นผู้รับผิดชอบจัดหางบประมาณมาจ่ายค่าไฟฟ้าเอง เป็นต้นว่ากรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และองค์กรปกครองท้องถิ่น เป็นต้น เพื่อลดภาระที่ประชาชน ต้องแบกรับค่าไฟฟ้าในส่วนนี้ทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลอาจจะต้องสนับสนุนงบประมาณ ให้หน่วยงานที่มีงบประมาณไม่เพียงพอ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก เป็นต้น เนื่องจากเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง ตามมาตรา ๕๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่าค่าไฟฟ้าสาธารณะคิดเป็นเงินงบประมาณ ปีละ ๒๐,๔๘๒ ล้านบาท ดังนั้นจึงควรกำหนดนิยามให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทไฟฟ้าสาธารณะ เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าอีกประเภทหนึ่งเหมือนกรณีผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าไฟฟ้าดังกล่าวต่อไปโดยจากผลการศึกษาคาดว่าจะสามารถ ลดค่าไฟฟ้าได้ ๐.๑๐๓๒ บาทต่อหน่วย🔗
๕. การปรับลดอัตราเงินนำส่งคืนรัฐของการไฟฟ้าทั้ง ๓ แห่ง จากร้อยละ ๕๐ ลดลงเหลือร้อยละ ๒๐ เพื่อนำส่วนต่างมาปรับลดค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน ซึ่งปัจจุบัน การนำส่งเงินบำรุงสุทธิคืนรัฐของการไฟฟ้ามีสัดส่วนร้อยละ ๔๐-๕๐ ของกำไรสุทธิทั้งหมด ซึ่งหากสามารถลดสัดส่วนการนำเงินให้อยู่ในอันดับร้อยละ ๒๐ ของกำไรสุทธิทั้งหมดแล้ว ตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดให้รัฐวิสาหกิจนำส่งคืนรัฐไม่ต่ำกว่าภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยนำเงินส่วนต่างที่เกิดขึ้นดังกล่าว มาพิจารณาใช้บริหารต้นทุนเชื้อเพลิงหรือค่าซื้อไฟฟ้า เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน ดังนั้น จึงควรพิจารณาปรับลดเงินนำส่งคลัง เพียงร้อยละ ๒๐ ของกำไรสุทธิ โดยนำเงินผลกำไรสุทธิที่เหลืออีกร้อยละ ๓๐ มาลดค่าไฟฟ้า ให้กับประชาชน ซึ่งผลการพิจารณาศึกษา รัฐอาจสูญเสียรายได้ปีละประมาณ ๑๖,๘๒๐ ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ ๐.๐๘๔๘ บาทต่อหน่วย ทั้งนี้การปรับลดอัตรา เงินนำส่งคืนรัฐดังกล่าว อาจจะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐที่ลดลง ดังนั้นหากสถานการณ์ราคาพลังงานมีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับภาวะทางเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปก็อาจจะพิจารณาทบทวนปรับอัตราการนำส่งเงินคืนรัฐ ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้เช่นเดียวกัน🔗
๖. การทบทวนสัดส่วนการนำเข้า LNG แบบสัญญา Long-Term ต่อสัญญา แบบ Spot LNG ให้เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติ โดยควรปรับปรุงการบริหาร จัดการเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ โดยเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ประเภทสัญญาระยะยาว Long-Term Contract ซึ่งมีราคาถูกกว่าการนำเข้า LNG ประเภท สัญญาระยะสั้นหรือ Spot LNG ผลการพิจารณาศึกษาพบว่าหากสามารถเพิ่มสัดส่วน การนำเข้า LNG แบบสัญญาระยะยาว จากเดิมที่อยู่ในระดับประมาณร้อยละ ๔๓-๔๗ ขึ้นมา เป็นระดับประมาณร้อยละ ๘๕ ของการนำเข้า LNG ทั้งหมด ก็คาดว่าจะสามารถลดค่าไฟฟ้า ได้ ๐.๐๖๒๖ บาทต่อหน่วย🔗
๗. การปรับลดเกณฑ์อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ใช้ในการคำนวณรายได้ ที่พึงได้รับของการไฟฟ้า ให้เป็นไปตามประมวลรัษฎากรจากร้อยละ ๓๐ ลดลงเหลือ ร้อยละ ๒๐ เนื่องจากเดิมรัฐจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ ๓๐ จึงเป็นที่มา ของการกำหนดเกณฑ์อัตราภาษีสำหรับการคำนวณผลตอบแทนและรายได้ที่พึงได้รับ ของการไฟฟ้าเป็นร้อยละ ๓๐ ดังนั้นจึงควรพิจารณาปรับเกณฑ์อัตราภาษีสำหรับการคำนวณ ผลตอบแทนและรายได้ที่พึงได้รับของการไฟฟ้าจากร้อยละ ๓๐ ลงมาเหลืออยู่ร้อยละ ๒๐ ให้มีความสอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ ในอัตราร้อยละ ๒๐ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นมา ซึ่งผลการศึกษาพบว่าจะสามารถ ลดค่าไฟฟ้าได้ ๐.๐๑๗๔ บาทต่อหน่วย🔗
๘. การจัดตั้งคลังกักเก็บ LNG เป็นเขตปลอดอากร รัฐควรจะพิจารณา ปรับปรุงการบริหารจัดการเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งคลังกักเก็บ LNG เป็นเขตปลอดอากร เพื่อให้การนำเข้า LNG เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด ลดการนำเข้า ก๊าซธรรมชาติแบบเร่งด่วนหรือที่เรียกว่า Prompt Cargo ในลักษณะ Spot LNG ที่มีราคาสูง และสามารถให้สิทธิในการยืมหรือคืนระหว่าง Shipper แต่ละรายด้วยกันเองโดยไม่ต้องเสีย ภาษี ซึ่งในระยะยาวจะสามารถช่วยลดต้นทุนการนำเข้า LNG ที่เป็นเชื้อเพลิงในการผลิต ไฟฟ้าได้ และคาดว่าหากสามารถจัดตั้งคลังกักเก็บ LNG เป็นเขตปลอดอากรจะสามารถ ลดค่าไฟฟ้าได้ ๐.๐๐๔๘ บาทต่อหน่วย ดังนั้น หากรัฐบาลสามารถดำเนินการตามมาตรการ ต่าง ๆ ทั้ง ๘ มาตรการดังกล่าวมาแล้วเป็นผลสำเร็จในภาพรวม จะสามารถลดค่าไฟฟ้า ให้ถูกลงได้ประมาณ ๐.๘๙๐๗ บาทต่อหน่วย และจากกรณีศึกษาอัตราค่าไฟฟ้างวดเดือน มกราคมถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๘ อยู่ที่ระดับ ๔.๑๕ บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วจะมีอัตราค่าไฟฟ้าเท่ากับ ๔.๔๔๐๕ บาทต่อหน่วยเท่านั้น จะสามารถลดลงมาได้ไม่น้อยกว่า ๐.๘๕๘๘ บาทต่อหน่วย โดยจะทำให้อัตราค่าไฟฟ้า หลังหักตามมาตรการลดลงเหลือ ๓.๕๘๑๗ บาทต่อหน่วย ไม่คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม อันจะเป็น การช่วยลดค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม🔗
ทั้งนี้คิดโดยภาพรวมว่าหากลดค่าไฟฟ้าลง ๐.๙ บาทต่อหน่วยหรือ ๙๐ สตางค์ต่อหน่วยโดยที่รัฐไม่สูญเสียรายได้ จะมีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของ ประเทศ คิดเป็นมูลค่า ๔๘,๓๐๕ ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีลดรายจ่ายของภาครัฐ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงเท่ากับจำนวนการลดค่าไฟฟ้า ๐.๙๐ บาทต่อหน่วย หรือ ๙๐ สตางค์ต่อหน่วย โดยคงอัตราค่าไฟฟ้าไว้ที่อัตราเดิม จะส่งผลกระทบเชิงลบ ต่อเศรษฐกิจของประเทศคิดเป็นมูลค่า ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น เมื่อนำผลกระทบเชิงบวก ลบด้วยผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจแล้ว จะเห็นได้ว่ามาตรการลดค่าไฟฟ้าตามที่ คณะกรรมาธิการการพลังงานเสนอจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศ ประมาณ ๓,๓๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลควรจะมีแนวทาง อย่างเป็นรูปธรรมในการเพิ่มการจัดเก็บรายได้จากแหล่งอื่นเพื่อนำมาชดเชยรายได้ที่ ลดลงจากมาตรการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้านี้ เพื่อให้มาตรการการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านการคลังของรัฐบาล🔗
คณะกรรมาธิการการพลังงานมีข้อสังเกตดังต่อไปนี้ นอกจากมาตรการ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ผลจากการพิจารณาศึกษาคณะกรรมาธิการการพลังงานมีข้อสังเกต ให้คณะรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาและดำเนินการ เพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน ดังต่อไปนี้🔗
๑. การปรับปรุงโครงสร้างราคาไฟฟ้าให้มีความเหมาะสม นับตั้งแต่🔗
๑) ควรกำหนดให้การไฟฟ้าทั้ง ๓ แห่ง มีการบูรณาการด้านการลงทุน ระบบโครงข่ายไฟฟ้าร่วมกัน เพื่อให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่า ลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนและ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่ออัตราค่าไฟฟ้าในภาพรวม เป็นสำคัญ🔗
๒) ควรจะพิจารณาทบทวนการกำหนดอัตราผลตอบแทนการลงทุน หรือ Return on Invested Capital หรือ ROIC ของระบบส่งไฟฟ้าและระบบจำหน่ายไฟฟ้า ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อลดอัตรา ค่าไฟฟ้าให้ถูกลง🔗
๓) ควรพิจารณาทบทวนกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ให้สะท้อน ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่แท้จริงและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน🔗
๔) ควรจะพิจารณาทบทวนระยะเวลาอายุการใช้งานของสินทรัพย์ ที่นำมาใช้ในการคำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับอายุการใช้งานจริง ๆ ซึ่งหากพิจารณาทบทวนแล้วพบว่าสายส่งไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานได้นานกว่าหลักเกณฑ์ ทางบัญชี จะทำให้ค่าเสื่อมราคาในแต่ละปีปรับลดลง และส่งผลต่อการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า ที่ลดลงได้🔗
๕) ควรพิจารณานำรายได้จากการที่การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคได้รับจากการให้บริการพาดสายในระบบจำหน่ายไฟฟ้าแก่ระบบโทรคมนาคม ของภาคเอกชน เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าด้วย🔗
๖) ควรพิจารณายกเว้นอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวตสำหรับ ค่าไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ในอัตราร้อยละ ๗ รวมมูลค่าสินค้าและบริการ🔗
๗) ควรจะพิจารณาปรับลดอัตราการนำกำไรสุทธิส่งให้รัฐของทั้ง ๓ การไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ที่อัตราร้อยละ ๔๐-๕๐ ให้ลงมาอยู่ในระดับร้อยละ ๒๐ แล้วนำกำไรส่วนต่างที่ลดลงได้มาใช้ในการบริหารต้นทุนค่าเชื้อเพลิงหรือค่าซื้อไฟฟ้า🔗
๘) พิจารณายกเว้น หรือลดค่าบริการรายเดือนของการไฟฟ้า นครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยให้การไฟฟ้าทั้ง ๒ แห่งดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าไฟฟ้าในส่วนนี้🔗
๙) ควรพิจารณาปรับลดการเรียกเก็บค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า ซึ่งรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชน โดยควรขยายอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เพื่อเป็นการชดเชยขาดความพร้อมจ่ายและควรปรับลดระยะเวลาการจ่ายค่าความพร้อมจ่าย สำหรับโรงไฟฟ้าใหม่ที่รัฐบาลมีความจำเป็นต้องอนุมัติโครงการก่อสร้างเพิ่มเติม เพื่อเสริม ความมั่นคงของระบบให้เหลือเพียง ๑๐ ปี หรือ ๑๕ ปี🔗
๑๐) ควรพิจารณาทบทวนการกำหนดอัตราค่าบริการที่ครอบคลุม ถึงการกระจายภาระต้นทุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าไปยังกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขึ้นใช้เอง หรือจำหน่ายไฟฟ้าให้ลูกค้าโดยตรงที่เรียกว่า Independent Power Supply หรือ IPS โดยอาจกำหนดให้การไฟฟ้าสามารถเรียกเก็บอัตราค่าบริการเสถียรภาพและความมั่นคง ของระบบไฟฟ้ากับกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าดังกล่าวในอัตราค่าบริการที่เหมาะสม และสอดคล้อง กับสถานการณ์ต่อไป🔗
๒. ในเรื่องการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติสำหรับผลิตไฟฟ้าให้มี ประสิทธิภาพ🔗
๑) ควรบริหารจัดการการนำเข้าก๊าซธรรมชาติระหว่างการทำสัญญา Long-Term การทำสัญญาซื้อขายแบบ Spot LNG โดยเพิ่มสัดส่วนการนำเข้า LNG แบบสัญญา Long-Term ให้เหมาะสม เนื่องจากหากมีการนำเข้า Spot LNG ในสัดส่วน ที่สูงขึ้นจะมีผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้น🔗
๒) ควรพิจารณากำหนดให้คลังจัดเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG เป็นเขตปลอดอากร เพื่อให้มีระบบการบริหารจัดการที่สามารถนำ LNG ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติสามารถใช้สิทธิยืมคืน LNG ระหว่างของรายอื่นที่ยังมี LNG เหลืออยู่ใน Stock ของตนได้ โดยไม่ต้องมีการเสียภาษี แทนการที่จะต้องนำเข้า LNG แบบรายเที่ยวเรือโดยเร่งด่วนที่มีราคาแพง จึงจะช่วยลดต้นทุน การผลิตไฟฟ้าลงได้🔗
๓) การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากยิ่งขึ้น โดย ๑. ควรมี การทบทวนนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใหม่ โดยการปรับเปลี่ยนราคา รับซื้อไฟฟ้าใหม่ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากในปัจจุบันต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนมีราคาถูกลงกว่าในระยะเริ่มแรกมาก และพิจารณาทบทวน การทำสัญญาซื้อขายกับผู้ประกอบการผู้ผลิตไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า ด้วยการยกเลิกสัญญาเดิม แล้วเปลี่ยนมาเป็นสัญญาการซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff หรือ FiT ที่มีการทบทวนราคา FiT เป็นรอบ ๆ คราวละ ๕ ปี ตามสถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไป ๒. ควรส่งเสริมให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และส่งเสริม ให้มีการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา หรือ Solar Rooftop เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟฟ้าของประชาชน🔗
๔) การบริหารจัดการการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบริหารจัดการการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าให้มี ประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงต้นทุนที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นสำคัญ🔗
๕) การจัดทำแผน ได้กำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยหรือ Power Development Plan หรือพีดีพีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดย ๑. ควรพิจารณา LOLE ในร่างแผนพีดีพี ๒๐๒๑ เพื่อลดผลกระทบ ต่อค่าไฟฟ้าที่จะสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งกำหนดเกณฑ์ดัชนี LOLE อาจทำให้เกิดการลงทุน ก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่มากขึ้น เนื่องจากยิ่งมีโรงไฟฟ้าในระบบมากขึ้นก็จะช่วยลดโอกาส เกิดไฟฟ้าดับได้ แต่อาจจะทำให้เกิดค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้าสูงขึ้นเกินความจำเป็น ๓. ควร มีการเตรียมการรองรับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งตามร่างแผนพีดีพี ๒๐๒๔ ได้มีการบรรจุเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่เรียกว่า SMR หรือ Small Modular Reactor ไว้ในช่วงปลายแผน คือปี ๒๕๘๐ โดยจะต้องสร้างการยอมรับของประชาชนให้มีความรู้ การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้จะต้องเตรียมความพร้อม ด้านกฎระเบียบและข้อบังคับในการกำกับดูแลการดำเนินการทางด้านนิวเคลียร์ให้ครบถ้วน🔗
๖) ประการสุดท้าย การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีของประเทศไทยอย่าง เป็นธรรม ควรจะพิจารณาถึงผลกระทบจากการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีของประเทศไทย เช่นการ ที่ผู้ใช้ไฟฟ้ามีทางเลือกได้ออกจากระบบไปทำ Direct PPA อาจทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ในระบบลดลงและผู้ใช้ไฟฟ้าที่เหลืออยู่จะต้องรับภาระต้นทุนในระบบแทน อีกทั้งการกำหนด อัตราค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการขอใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าต้องกำหนดให้สะท้อนต้นทุน ที่เกี่ยวข้องและไม่ต่ำกว่าต้นทุนของค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับผู้ใช้ไฟฟ้าโดยรวมของประเทศ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าในระบบต้องแบกรับภาระค่าบริการดังกล่าวแทน🔗
ทั้งนี้การขับเคลื่อนมาตรการและข้อสังเกตดังกล่าวนี้ไปสู่การปฏิบัติ ให้เกิดผลสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องพิจารณา ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปรับเปลี่ยน ระบบการบริหารจัดการขึ้นมารองรับ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำมาตรการ ต่าง ๆ ที่กล่าวมาไปสู่การปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลต่อไปจึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ คณะกรรมาธิการครับ ต่อไปจะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิก ตอนนี้มีท่านสมาชิก ที่สนใจจะอภิปราย ๔ ท่าน ผมจะเรียกตามลำดับ ขอเชิญคุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภา รวมทั้งประชาชนผู้เสียภาษี และจ่ายค่าไฟฟ้าแพงทุกท่าน ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาชน คนจังหวัดปทุมธานี ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการ การพลังงานที่ทำรายงานเล่มนี้ พร้อมทั้งคณะอนุกรรมาธิการที่ศึกษาปัญหา แก้ไขปัญหา ค่าไฟแพง เพราะว่ารายงานเล่มนี้ผมอ่านแล้วครอบคลุมหลายประเด็นมาก ๆ เลย มีความละเอียดแล้วก็ได้วิเคราะห์ถึงปัญหาค่าไฟแพง พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ แล้วก็ข้อสังเกต ที่ช่วยให้ประชาชนได้เข้าใจปัญหาค่าครองชีพตอนนี้ รวมถึงค่าครองชีพที่แพงจะสะท้อน ถึงปัญหาของต้นทุนที่แพงกับผู้ประกอบการไปด้วย ปัญหานี้ก็จะบั่นทอนความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศไทย รายงานฉบับนี้ก็ได้เห็นถึงต้นตอของปัญหาแล้วว่าโครงสร้าง การผลิตของไฟยังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงพอสมควร คือมากกว่าร้อยละ ๕๐ แล้วก็ท่านมีข้อเสนอ ๘ ประการที่รวมแล้วจะสามารถลดค่าไฟได้ ๘๙ สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งผมก็จะสรุปคร่าว ๆ ไว ๆ ในประเด็นที่ผมเห็นว่าสำคัญ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือท่านจะขอให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะช่วย ประหยัดค่าไฟได้ ๓๒ สตางค์ต่อหน่วย แล้วก็เรื่องของ Adder ทบทวนเงื่อนไขการรับซื้อ ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนหรือ Adder ก็จะลดค่าไฟได้ ๑๗ สตางค์ต่อหน่วย แล้วก็มีการนำรายได้ค่าภาคหลวงปิโตรเลียมมาลดค่าเชื้อเพลิง จะช่วยลดได้อีก ๑๒ สตางค์ ต่อหน่วย แล้วก็มีการให้หน่วยงานรัฐรับผิดชอบในค่าไฟ หน่วยงานรัฐ ก็อย่างเช่น กรมทางหลวงหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจ่ายค่าไฟถนนให้ ก็จะลดไปได้ อีก ๑๐ สตางค์ต่อหน่วย แล้วก็ปรับลดอัตราเงินนำส่งคืนรัฐของไฟฟ้าทั้ง ๓ แห่ง ก็ลดไปได้ อีก ๘ สตางค์ต่อหน่วยโดยประมาณ ทั้งหมดนี้ รวมแล้วก็จะช่วยลดค่าไฟให้ประชาชนได้ ๘๙ สตางค์ต่อหน่วย แต่ผมก็มีประเด็นที่เป็นข้อห่วงใย แม้ว่ามาตรการตั้ง ๘ ข้อนี้จะช่วยบริหารและมีประโยชน์กับข้อเสนอแนะให้กับทางรัฐบาล นำไปใช้ แต่ผมก็มีข้อห่วงใยมี ๔ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าผลกระทบทางด้านการคลัง และความยั่งยืนของมาตรการเหล่านี้ ซึ่งท่านบอกว่าถ้าเกิดยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วก็การนำเงินส่งภาครัฐให้ลดลง แล้วก็การใช้เงินค่าภาคหลวงเอามา Subsidize ตรงนี้ จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐรวม ๆ แล้ว ผมประเมินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายงานนี้ก็ระบุว่ารัฐบาลควรจะหาแหล่งรายได้อื่นมาชดเชย ซึ่งข้อกังวลก็คือภาครัฐ จะหาเงินที่ไหน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เพื่อมาชดเชยตรงนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะถ้าเกิดรัฐทำได้ ก็น่าจะทำไปนานแล้วหรือถ้ารัฐทำได้จริงเขาจะเอาเงินตรงนี้มาชดเชย ค่าไฟหรือเปล่า อันนี้เป็นข้อกังวลของผม ก็เป็นข้อห่วงใย🔗
ประเด็นที่ ๒ ความท้าทายในเรื่องการแก้ไขสัญญาสัมปทานหรือว่า Adder เราก็เห็นแล้วว่า Adder มีการต่ออายุได้อัตโนมัติทุก ๕ ปี ไม่มีวันสิ้นสุด ก็จะเป็นภาระ ค่าไฟฟ้ากับประชาชนและปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการหารือกัน การหารือผมก็ไม่แน่ใจว่า ถึงขั้นตอนไหนแล้ว แล้วก็มีอุปสรรคข้อกฎหมายอย่างไรบ้างที่จะไปแก้สัญญาตรงนั้นและ กรอบระยะเวลาการหารือชัดเจนแค่ไหน จะยุติเมื่อไร แล้วถ้าหากว่าไม่สามารถแก้สัญญานี้ได้ ท่านจะมีแผนสำรองอย่างไร อันนี้ก็อาจจะช่วยอะไรไม่ได้ถ้าเกิดเราแก้สัญญาไม่ได้ถูกไหมครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือความสมดุลระหว่างความมั่นคงแล้วก็ต้นทุนของพีดีพี อันนี้ก็อยู่ในข้อสังเกตแล้ว เพราะว่าจะมีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์จากการใช้การผลิตไฟฟ้า สำรองมาเป็นการใช้ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับที่ไม่เกิน ๐.๗ วันต่อปี อันนี้ข้อสังเกต ผมก็เห็นด้วยให้ทำควบคู่กันไปดีกว่าจะเลือกอันใดอันหนึ่ง เพื่อดูความสามารถในค่าความ พร้อมจ่ายที่ไม่มากเกินไป แล้วก็มีความมั่นคงทางพลังงานที่อยู่ในเกณฑ์ที่เราต้องยอมรับได้ ให้ดูควบคู่กันไป อันนี้เห็นด้วย🔗
ประเด็นที่ ๔ เรื่องของการเปลี่ยนผ่านกระทรวงพลังงานนิวเคลียร์หรือว่า SMR ตรงนี้อยู่ในแผนพีดีพี ๒๐๒๔ ก็ได้พูดถึงเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ขนาดเล็กแบบมอดุลาร์ ขนาด ๖๐๐ เมกะวัตต์ ในช่วงปลายแผนปี ๒๕๘๐ อันนี้ถึงแม้จะเป็น แผนระยะยาว แต่เรื่องนี้เรียกว่าต้องมีการวางแผน มีการเตรียมรับมือเป็นนานนับ ๑๐ ปีอยู่ แล้วก็ความพร้อมของเรา โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ๑๙ ด้าน เรามีความพร้อมแค่ไหน โดยเฉพาะการยอมรับของภาคประชาชน การพัฒนาบุคลากร แล้วก็การจัดการกับ กากกัมมันตรังสี ซึ่งเรื่องนี้ผมเพิ่งได้รับการร้องเรียนมาจากประชาชนในจังหวัดปทุมธานี และนครนายกว่าที่คลองห้าเรามีสถานกักเก็บกากกัมมันตรังสีอยู่ แต่ว่าไม่ได้มาตรฐาน และผมก็เรียกหน่วยงานเข้ามาชี้แจงแล้ว แล้วก็ยังมีข้อห่วงใยเยอะแยะเต็มไปหมดเลย ตรงนี้เราจะจัดการอย่างไร อันนี้เป็นประเด็นข้อห่วงใย🔗
ส่วนข้อเสนอแนะมีนิดหน่อย ข้อแรก อยากจะให้เร่งการปฏิรูปโครงสร้าง กิจการไฟฟ้าอย่างจริงจัง อันนี้เห็นด้วยกับท่านทั้งคณะอนุกรรมาธิการ ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่อง ของ TOU หรือว่าหม้อแปลงที่เมื่อก่อน ช่วงใช้ไฟฟ้า Peak จะอยู่ระหว่างช่วงเช้า แล้วเราก็มี การใช้หม้อแปลง TOU ที่จะช่วยอุดหนุนให้คนมาใช้ไฟตอนกลางคืน เพื่อจะได้ Balance การใช้ไฟ แต่ปัจจุบันนี้คนใช้ไฟ Peak ไปอยู่ที่กลางคืนแล้ว มีการ Charge รถไฟฟ้ากลางคืน กันเยอะมาก แล้วก็มีอยู่ในรายงานของกระทรวงพลังงานอยู่แล้วว่าค่า Peak เหล่านี้ อยู่กลางคืน เราควรจะปรับเปลี่ยนหม้อแปลง TOU หรือเปล่าเพื่อให้สะท้อนถึงการใช้ไฟจริง ของประชาชน แล้วก็ลดความต้องการการใช้ไฟฟ้าในช่วงลดการสร้างโรงงานไฟฟ้าใหม่ โดยไม่จำเป็นในระยะยาว ข้อที่ ๓ เรื่องของพลังงานสีเขียว อันนี้ผมก็เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ การพัฒนา เศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมสีเขียว เรามีข้อห่วงใยในเรื่องของไฟฟ้าสีเขียวเป็นอย่างยิ่ง แม้จะไม่ได้อยู่ในรายงานนี้แต่ผมอยากจะฝากถึงรัฐบาลปัจจุบัน แล้วก็รัฐบาลหน้าด้วยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เราไม่สามารถผลิตไฟฟ้าสีเขียวได้เพียงพอกับความต้องการของ ทุนข้ามชาติ แล้วเขาก็ย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านของเราก็คือเวียดนาม ทุนใหม่ ก็ไปอยู่ที่เวียดนาม เพราะเราไม่สามารถตอบสนองเขาได้ เวียดนามทำได้ดีกว่าเราหลายเท่า ตอนนี้ มาถึงจุดสุดท้ายแล้ว ในขณะที่ประชาชนของเรายังนอนร้อนอบอ้าวกับพัดลม ไม่กล้า เปิดไฟใช้ ไม่กล้าเปิดใช้แอร์ ต้องดับไฟ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่รัฐกลับเปิดทางให้กับ นายทุนซึ่งทำให้ค่าไฟเราแพง อันนี้ความเป็นธรรมยังไม่เห็น ค่าไฟแพงนอกจากเป็นภาระ ต่อประชาชนแล้ว ก็ยังเป็นภาระกับต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการด้วย ทำให้ Bill ค่าไฟสูง เสียงเหล่านี้ เสียงสะท้อนของประชาชนดังมายาวนานแล้ว และผมก็เป็น สส. เขต ที่ได้รับเสียงสะท้อนเหล่านี้มาตั้งแต่วันแรกที่ผมเริ่มเป็น สส. ผมถึงนั่งอยู่กับที่ไม่ได้ วันนี้ต้อง ลุกขึ้นมาพูด แล้วก็อยากให้ภาครัฐเห็นความสำคัญกับค่าไฟอย่างจริงจัง อันนี้ฝากไปถึง ภาครัฐ ก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมพูดในวันนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ก็จะขอเชิญคุณสุรพันธ์ ไวยากรณ์ แล้วก็จะไปที่คุณวิทยา แก้วภราดัย เตรียมตัวไว้นะครับ เชิญคุณสุรพันธ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชนครับ ต่อรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องญัตติปัญหาค่าไฟแพง ของคณะกรรมาธิการการพลังงาน ผมเห็นด้วยในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการทั้ง ๖ ข้อ โดยเฉพาะในข้อที่ ๕ ซึ่งเป็นเรื่องของการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือพีดีพี ซึ่งที่ผมห่วงใย เพราะว่าตอนอภิปรายงบประมาณของกระทรวงพลังงานที่ผ่านมา ของปี ๒๕๖๙ ผมเองก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเรากำลังพูดถึงแผนพีดีพีฉบับไหนครับ เพราะแผนพีดีพีที่ท่านกำลัง Reference อยู่ ผมกำลัง Reference อยู่ มันคือแผนพีดีพี ๒๐๒๔ ซึ่งเป็นแผนที่เรียกว่าจัดทำ รองรับในเรื่องของพลังงานใหม่แล้วก็พลังงานทดแทน แต่ปัจจุบันจริง ๆ แผนพีดีพีไม่ทราบว่าหายไปไหนและอยู่ในขั้นตอนไหน เพราะว่า เท่าที่ทราบก็คือ มันมีการรื้อแผน แล้วก็การปรับปรุงโครงสร้างของกรรมการชุดใหม่ในการ พิจารณา ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องย้อนกลับไป ผมก็ยังถามเลยว่าตอนนั้นทางกระทรวงพลังงาน ที่มีเรื่องของการศึกษาแผนของกระทรวงพลังงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้า ของประเทศ ในวงเล็บของกระทรวงพลังงานยังเป็นพีดีพีเฉย ๆ ยังไม่ได้ระบุเลยด้วยซ้ำ เพราะอย่างที่บอก คือปีนี้ ปี ๒๐๒๕ แล้วนะครับ ความสำคัญของแผนตัวนี้มันสำคัญมาก เพราะว่าแผนตัวนี้มันเป็นตัวกำหนดหลักในการใช้พลังงานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ปริมาณการใช้ไฟ แล้วก็ในเรื่องของการลงทุนระบบไฟฟ้าว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าแบบไหน สัดส่วน พลังงานเป็นแบบไหน จำนวนโรงไฟฟ้ากี่โรง เน้นพลังงานแบบไหน ซึ่งแผนพีดีพีก่อน ก็คือ ปี ๒๐๑๘ จะเน้นในเรื่องของก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ แล้วก็ถ่านหิน สัดส่วนของพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาดอยู่แค่ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่แผนพีดีพี ปี ๒๐๒๔ ถือว่าจัดค่อนข้างดีมาก ๆ คือผมขอเป็น Reference จากแผนพีดีพี ปี ๒๐๒๔ แล้วกันว่าจากเดิมโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแผน ปี ๒๐๒๔ ลดลงจาก ๕๓ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็โรงไฟฟ้าถ่านหินจากเดิม ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ ๗ เปอร์เซ็นต์ โดยเพิ่มการผลิต โรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์พลังงานลม หรือถึงขั้น ถึงพลังงานไฮโดรเจนผสมกับก๊าซธรรมชาติในกระบวนการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะพลังงาน แสงอาทิตย์ มีแผนในการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็น Solar Rooftop โซลาร์ฟาร์ม หรือว่า Solar Floating รวมกว่า ๑๖ เปอร์เซ็นต์ หรือว่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนค่าไฟเฉลี่ยได้ เหลือประมาณการอยู่ที่ ๓.๘๗ บาท ต่อหน่วย แล้วทางกระทรวงพลังงานเองก็ยังเปิดให้กับผู้ผลิตพลังงานสะอาดได้ใช้ในส่วนของ Power Purchase Agreement หรือ PPA ซึ่งเป็นการส่งเสริมด้วย แต่อย่างที่บอกสุดท้ายนี้ แผนพวกนี้ไม่ทราบว่าหายไปไหน นี่ปลายปี ๒๐๒๕ แล้ว ผมอยากให้ท่านคณะอนุ กรรมาธิการและทางกรรมาธิการการพลังงานได้ตระหนักถึงความสำคัญ เพราะผมยังไม่รู้เลย ว่าแผน ปี ๒๐๒๖ นี้จะเสร็จหรือเปล่า แต่ว่าโชคดีที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คนใหม่ เมื่อวันอังคาร มีประเด็นที่ทางเพื่อนสมาชิกก็ได้สอบถาม ท่านเองก็รับปากว่าภายใน ๔ เดือน ทางรัฐมนตรีท่านรับปากว่าจะดูเรื่องของแผนตัวนี้ให้เสร็จเรียบร้อย เราเอง ก็คาดหวัง เพราะว่าจริง ๆ แล้วความมุ่งหมายเรานอกจากเรื่องหมุดหมายแรกในการทำแผน พีดีพีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความไปสู่คาร์บอนที่เราบอกกับประชาคมโลกว่าอีก ๒๕ ปีข้างหน้า หรือว่าปี ๒๐๕๐ หรือว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็น ๐ หรือว่า Net Zero ที่เรา ก็สัญญากับประชาคมโลกว่าเราจะตั้งเป้าในปี ๒๐๖๕ หรืออีก ๔๐ ปีข้างหน้าจุดมุ่งหมายก็คือ มันจะต้องเริ่มจากแผนพัฒนาพลังงานครับ แผนพีดีพีเป็นตัวสำคัญ แล้วแผนนี้ทุกอย่าง มันก็จะเป็นตัวกำหนด เพราะอย่างที่บอก มันคือต้นทุนของค่าไฟที่ประชาชนคนไทยทุกคน ต้องจ่าย🔗
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ผมขอฝากสั้น ๆ พอดีทางเพื่อน สส. ศุภโชติ ไชยสัจ ในรายงานหน้า ๑๐๗ เรื่องของการศึกษาการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าในต่างประเทศ มีคำถามว่าทำไมต้องเป็นการศึกษาที่ประเทศปากีสถาน โครงสร้างพลังงานคล้ายกับ ประเทศไทย หรือว่าต้นทุนต่าง ๆ มันคล้ายกับประเทศไทยหรืออย่างไร อันนี้ทางเพื่อน สส. ศุภโชติฝากถามมาว่าทำไมจะต้องเป็นประเทศปากีสถาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย จากพรรครวมไทยสร้างชาตินะครับ ผมคงมีข้อคิดเห็นกับรายงาน ของคณะกรรมาธิการอยู่สัก ๒-๓ ประเด็นครับ ความรู้สึกผม คือตั้งแต่สภามีญัตตินี้ ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๗ จนมาถึงวันนี้ ตั้งกรรมาธิการมาศึกษาถึงวันนี้ ก็น่ายินดีครับ เรื่องค่าไฟฟ้าแพงก็กลายเป็นเรื่องที่ได้รับการพูดถึงบ่อยขึ้น แต่ในกระแสที่ดีขึ้น เพราะผมเข้าใจว่าตั้งแต่ตั้งกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ ราคาไฟฟ้าลดมาเป็นลำดับ ๆ และเริ่มเห็นอนาคตว่าประชาชนจะมีโอกาสได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่เป็นธรรม ผมเป็นทนาย อยู่ต่างจังหวัดครับ ผมก็รับรู้เรื่องไฟฟ้าเพียงแค่ว่าแต่เดิมเราใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า ผมกับท่านประธานนี่คนใต้ เรารู้จักโรงไฟฟ้าลิกไนต์กระบี่ แล้วต่อมาก็รู้ว่าที่เขื่อนบางลาง ก็ผลิตไฟฟ้าได้ ความรู้เริ่มต้นก็คือ เราทำไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์ แล้วก็พลังน้ำ ซึ่งเป็นไฟฟ้า ที่สะอาด นอกนั้นก็เพิ่งรับรู้ว่าเราใช้แก๊สจากอ่าวไทยธรรมชาติ ตั้งแต่รุ่นโชติช่วงชัชวาล จนเอาแก๊สมาทำไฟฟ้าแล้วมาทำแก๊สใช้ในบ้านเรือน เรารู้ว่าใช้น้ำมันมาทำไฟฟ้า แล้วเรารู้ว่า สุดท้ายมนุษย์กำลังพัฒนาไปสู่การใช้นิวเคลียร์ปรมาณู ในการทำไฟฟ้า ที่ผมเอ่ยมา ๔-๕ อย่างนี้ ผมเข้าใจว่ามีอย่างเดียวที่เป็นพลังงานสะอาดก็คือไฟฟ้า จากเขื่อนซึ่งเราใช้เพื่อการเกษตร เก็บน้ำเพื่อการเกษตร แต่ผลที่เราได้รับก็คือเราผลิตไฟฟ้า ได้ด้วย แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ทั่วโลกเขากำลังพูดถึงพลังงานสะอาด เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสไปเยี่ยมญาติที่เป็นทูตอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ สิงคโปร์เขากำลัง ต้องการพลังงานสะอาดเพื่อผลิตสินค้าในการส่งออกไปตลาดต่างประเทศที่สามารถขายได้ แต่เชื่อไหมครับท่านประธาน สิงคโปร์เกาะเล็กครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เขาไม่มีปัญญา ที่จะหาพลังงานสะอาดได้ เขาคิดถึงพลังงานสะอาดที่จะได้จากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไทย ก็ไม่มีพลังงานสะอาดรองรับเพียงพอ สิ่งที่เขากำลังคิดเขาจะไปต่อไฟฟ้าจากเขื่อน ในประเทศลาวลอดใต้ทะเล เพื่อไปขึ้นที่สิงคโปร์ ผมเคยแสดงความคิดเห็นในสภานี้ว่า ทำไมที่เราแข่งขันกันเรื่องขายไฟฟ้าในประเทศไทย นายทุนพลังงานไฟฟ้าที่รวยเป็น แสน ๆ ล้านในประเทศไทย ทำไมไม่คิดบ้างครับ ในการที่จะผลิตไฟฟ้าสะอาดซึ่งก็เริ่มมีแล้ว แล้วก็ผลิตกันแล้ว การไฟฟ้าเราก็ซื้อมาแล้ว แล้วก็ซื้อภายใต้ราคาที่บวกเป็นพิเศษ ที่ผู้ผลิต ไม่มีทางขาดทุนภายใต้สัญญาที่ไม่เป็นธรรมที่เพื่อนสมาชิกพูดกันมา ทำไมไม่คิดจะเอาไฟฟ้า สะอาดอย่างนั้น ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ไฟฟ้าจากกังหันลมส่งไปขายประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้นผมก็อยากฝากคณะกรรมาธิการไปสักนิดว่าท่านคิดแผนต่อไปไหมครับ ว่าทำไมไม่เอาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตไฟฟ้าสะอาด เพื่อส่งไปขาย ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ที่ไม่มีกำลังที่จะผลิตได้🔗
ประการที่ ๒ เมื่อไฟฟ้าในระบบรัฐไปซื้อมาในต้นทุนราคาแพงภายใต้ ข้อผูกพันสัญญาที่ต่อรองอย่างไรก็ยังไม่ลง ทำไมไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เอง สมัยผมกับท่านหาเสียงใหม่ ๆ เราต้องใช้เครื่องปั่นไฟครับ เพื่อปั่นไฟแล้วก็ติดเครื่องหาเสียงกัน ตามหมู่บ้านชนบท วันนี้มันพัฒนาไปใช้แผงโซลาร์เซลล์ขึ้นได้ทุกบ้าน แล้วก็สามารถ ใช้ไฟฟ้ากลางวันได้ตลอดทั้งวันเพียงพอ เพราะคนไม่ได้ใช้ไฟฟ้ามาก ชาวบ้านชนบทก็ไม่ได้อยู่ กับห้อง Air มากนัก แต่อย่างน้อยพัดลม ทีวี ใช้ในบ้านเป็นเรื่องที่ใช้ได้ เหลืออย่างเดียวว่า ไฟฟ้าที่ผลิตได้กลางวันมันเหลือและเก็บไม่ได้ เพราะจะซื้อแบตเตอรี่มาใส่ มันแพง ถ้าเราช่วยกันคิดต่อได้ไหมว่าทำอย่างไรให้แผงโซลาร์ที่ชาวบ้านจะติดได้ทุกบ้านต่อไป สถานีอนามัยทั่วประเทศไม่ต้องเบิกค่าไฟฟ้าจากหลวงแล้ว ไปลงทุนแผงไฟฟ้าให้ทีเดียว ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ใช้สถานีอนามัยได้ทั้งวัน กลางคืนไม่ทำงานอยู่แล้ว โรงเรียนในชนบท โรงเรียนในเมืองทั้งหมดติดแผงไฟฟ้าให้หมด แล้วก็ใช้กลางวัน เลิกกลางวันก็ไม่ต้องมี แบตเตอรี่แล้ว เราก็จะต้องไม่เสียค่าไฟฟ้า ส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยซึ่งผมคิดว่า มีความสามารถในการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในราคาที่ถูกลง นอกจากนำเข้าจากต่างประเทศ นำเข้าได้ครับแต่ต้องแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในการที่จะส่งเสริมการผลิต อันที่ ๒ ท่านก็ส่งเสริม การผลิตในประเทศไทยสิครับ เขาพร้อมที่จะได้รับการส่งเสริมจากรัฐจริง ๆ ในการทำ แบตเตอรี่สำหรับเก็บไฟไว้ที่บ้านท่านประธาน บ้านผม แดดภาคอีสานมันทั้งวัน แดดภาคใต้ ในฤดูร้อนก็ทั้งวัน ถ้าเก็บแดดไว้ตั้งแต่กลางคืนใส่แบตเตอรี่ไว้ กลางคืนก็ยังใช้ Air นอนได้เครื่องหนึ่งสบาย ๆ ทั้งคืน ลงทุนบ้านละไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท สถานที่ราชการ เปลี่ยนได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่ามันมีอะไรปิดกั้นครับ ผมอ่านข่าวเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้ว เคยมีความคิดที่จะเสนอพระราชบัญญัติเรื่องโซลาร์เซลล์ ที่ให้ประชาชนทำได้อย่างเสรี แต่ปรากฏว่าตัวร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว พรรคผมก็เอาตัวร่างพระราชบัญญัติ ส่งเข้าสภา แต่มันเกี่ยวกับการเงิน ก็รอรัฐบาลเซ็นรับรอง เพิ่งทราบข่าวเมื่อวานครับ ปรากฏว่ากฤษฎีกาตีตกกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว คราวนี้ถ้าผมจะใช้ไฟในบ้านลงทุน สัก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท และใช้ไฟกลางวันได้ตลอดทั้งวัน แล้วถ้าท่านช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรให้ผมซื้อแบตเตอรี่ ราคาไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นมา ที่ใช้งานได้ ๑๐ ปี ผมเชื่อว่าไม่เกิน ๖ ปี ค่าไฟที่ผมจ่ายการไฟฟ้าทั้งหมด ผมไม่ต้องจ่าย และไม่ต้องไปแข่งขันกันเปิดโรงไฟฟ้าใหม่ ถ้าประชาชนทั้งประเทศ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้ไฟฟ้า จากการผลิตของชาวบ้านเอง ประชาชนเอง เราไม่ต้องไปแบกรับภาระที่ต้องทิ้งไว้กับสัญญา ที่ผูกมัดไว้ให้เอื้อประโยชน์กับนายทุนสูบเลือดประชาชนอยู่ทุกวัน ถ้าเราเริ่มต้นเสียแต่วันนี้ ผมคิดว่าไม่ใช่ทางจนปัญญา ชาวบ้านจะได้ใช้ของถูก แล้วก็มีโอกาสที่จะเอานายทุนที่ผลิตกับ ประเทศไทย ผลิตส่งไปขายมาเลเซียเขาอยากได้ เดี๋ยวนี้เขาวิ่งไปต่อจากลาว แต่ถ้าเราสร้าง ระบบแก้ปัญหาทุกอย่างที่ติดที่กฎหมาย เอาเข้าสภานี้ก็แก้เสีย ประชาชนจะได้ใช้ แผงโซลาร์เซลล์ ใช้ไฟฟ้าที่ลงทุนครั้งเดียวอยู่ได้ ๑๐ ปีขึ้นไป คืนทุนตั้งแต่ ๖ ปี เราใช้ไฟฟ้า ที่นายทุนผลิตมากเกินไป ส่งไปขายประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ก็จะได้ลดต้นทุน ที่ประชาชนต้องแบกแทนทั้งประเทศ ก็เลยขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครับ เพราะผมก็ไม่ใช่ นักไฟฟ้าที่รู้มาก ก็รู้จักมาตั้งแต่โรงไฟฟ้าลิกไนต์มาจนเดี๋ยวนี้เขาพัฒนาไปถึงขั้นนี้ แล้วที่บ้านผม ถ้าท่านประธานผ่านไปตั้งแต่อำเภอปากพนังจนถึงสงขลา ริมทะเลทั้งหมด ขึ้นแผงกังหันลม ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านประธานที่รายงานชุดนี้ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านแรก ที่ไปสร้างกังหันลมไฟฟ้าไว้ที่อำเภอหัวไทร ในเขตเลือกตั้งผม แล้วมันยังเป็นอนุสรณ์ จนเดี๋ยวนี้แต่วันนี้หลังจากโครงการที่ท่านนำร่อง เอกชนทำตั้งแต่นครศรีธรรมราช ไปยังสงขลา ผมเข้าใจว่าขึ้นไปเกือบ ๒๐๐ เสาไฟแล้วครับ ในการที่ผลิตไฟฟ้าสะอาดได้ ก็ขออนุญาตที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแล้วก็เผื่อท่านในฐานะผู้รู้เรื่องพลังงาน จะด้วยหาทางวิธีการทำอย่างไรให้ประชาชน ชาวบ้านทั่วไปแบบพวกผมได้ใช้ไฟถูก โดยไม่ต้องซื้อจากการไฟฟ้า ไม่ต้องเป็นคนที่คอยถูกสูบเลือดจากนายทุกอยู่ทุกวันครับ ขอบพระคุณครับท่าน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการ ที่ได้นำเสนอกรณีเรื่องของจะทำอย่างไรให้ค่าไฟฟ้าของพี่น้องที่มันแพง จะมีราคาที่ต่ำลง ผมเห็นด้วยกับข้อสังเกตทุกประการ แต่สำคัญที่สุดผมชอบคำว่า ถ้าเราเปิดเสรีการผลิตไฟฟ้า อะไรที่มันเสรี ประชาชนก็จะมีสิทธิเลือกครับ แต่ทุกวันนี้ท่านประธานก็ทราบว่า ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในหมวด ๕ มาตรา ๕๖ ไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณะ เพราะฉะนั้น คือมันเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องบริการ แต่การบริการของรัฐตอนนี้ การจัดบริการครั้งนี้ เรื่องไฟฟ้ามันทำให้ประชาชนต้องรับภาระเรื่องของค่าไฟฟ้าที่แพง สาเหตุที่มันแพงก็ ผู้ผลิตมีไม่กี่คน ผู้ผลิตมีไม่กี่คน เขาผลิตอย่างไร เขาก็ต้องเอาต้นทุนที่ได้กำไร ท่านประธาน ก็ทราบว่ามีบริษัทเอกชนบางบริษัท สามารถรวยขึ้นมาในระยะเวลา ๑๐ ปี ท่านประธาน ก็ทราบ วันนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในการผลิตอะไรมากมาย มีหน้าที่เป็น ฝ่ายดำเนินการบริหารจัดการ สิ่งที่สำคัญ ผมอยากจะบอกอย่างนี้ครับ ข้อเสนอโดยเฉพาะ การออกนโยบายเรื่องของการผลิตไฟฟ้าเสรี ศักยภาพของประเทศทำได้ ผมอภิปรายเรื่องนี้ ตั้งแต่รัฐสภาชุดที่แล้ว เอาแค่ทุกหลังคา ประเทศไทยมีอยู่ ๒๒ ล้านครัวเรือน ทุกหลังคา ถ้าเราสามารถให้แต่ละหลังคาผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ อาจจะเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็แล้วแต่ เราสามารถที่จะทำให้การผลิตไฟฟ้าแบบเสรี ประชาชน พึ่งพาตัวเองได้ และที่สำคัญคือภูมิอากาศ ระบบแสงในประเทศไทยไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลย ที่จะทำให้ประชาชน ๒๒ ล้านหลังคาเรือนผลิตไฟฟ้าได้เอง แต่ทั้งหมดนี้มันก็ไม่เกิดขึ้น เพราะมันติดอยู่ที่นโยบาย ติดอยู่ที่กระทรวงพลังงาน เช่นกันครับ เรื่องของท้องถิ่น ทำอย่างไรจะทำให้ท้องถิ่นไม่ว่า อบต. เทศบาล สามารถผลิต ไฟฟ้าใช้เองได้ เขามีวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นขยะ ไม่ว่าจะเป็นชีวมวลต่าง ๆ เหล่านี้ ตัวนี้ก็เป็นปัญหา แต่เราก็ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนหรือข้อเสนอของกรรมาธิการ ผมเห็นด้วยครับ แต่รายละเอียดไม่รู้จะทำอย่างไร อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานว่า รายงานฉบับนี้มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญคือรายงานฉบับนี้ใครจะไปดำเนินการต่อ ผมคิดว่าอันนี้เป็นจุดสำคัญมาก ๆ สิ่งที่ผมเห็นรายงานฉบับนี้จะไม่สามารถเป็นประโยชน์ อะไรเลย ถ้าหากโครงสร้างและกลไกการบริหารพลังงานของประเทศยังคงเหมือนเดิม อันที่ ๑ ก็คือกระทรวงพลังงาน อันที่ ๒ คือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ท่านประธานลองไปดูครับ คณะกรรมการนี้มีใครบ้าง มีแต่เอกชนทั้งนั้น ผมไม่แน่ใจว่า เป็นตัวแทนของเจ้าของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้าขายให้เราหรือเปล่า คือเขาขายให้กับการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต ไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ไปขายให้ พี่น้องประชาชน ที่ท่านเล่ามานั่นถูกทั้งหมดเลย ไม่ว่าค่าใช้จ่ายที่เราเรียกว่า Ft ที่ผมเคยถาม ว่าคืออะไร Ft เป็นค่าที่ไม่สามารถคำนวณได้ แต่อยู่ในค่าใช้จ่าย ไม่ว่าไฟสาธารณะ สุดท้ายก็มากขึ้นเป็นหาค่าเฉลี่ย คนไทยทุกคน ๖๐ ล้านคนก็ต้องมาจ่ายด้วยกัน ถ้าหากนโยบายการผลิตไฟฟ้าแบบเสรีที่อยู่ในรายงานฉบับนี้จะเป็นจริงได้ ผมอยากจะชี้ให้กับ กรรมาธิการ ผมอยากจะชี้ให้กับท่านประธานว่าเราต้องไปแก้ไขตรงไหนบ้าง นโยบายของ กระทรวงพลังงานมันจะต้องมีความชัดเจนในแง่ของข้อกฎหมายว่าด้วยการเปิดเสรีที่ชัดเจน ว่าส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นกำหนดเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์เลยว่าพื้นที่ท้องถิ่นที่มีศักยภาพ ในการผลิตไฟฟ้าเองได้ เราตีเป็นเปอร์เซ็นต์เลยว่าไฟ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี่ ท้องถิ่นสามารถผลิต ได้เองเท่าไร จังหวัดผลิตได้เท่าไร ดังนั้นผมคิดว่าข้อเสนอของกรรมาธิการในข้อ ๔.๒.๕ เรื่องกำลังไฟฟ้าในการผลิตแบบเสรีต่าง ๆ เหล่านี้มันจะเกิดขึ้นได้จริงครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก ผมคิดว่าวันนี้พี่น้องประชาชน รวมถึง กรรมาธิการ รวมถึงท่านประธาน เพื่อน สส. ทุกคนอยู่ในการดูแลกำกับของคนกลุ่มนี้ ก็คือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผมอภิปรายเรื่องนี้ตลอด มันไม่ใช่เรื่องยากเลย เรื่องนี้ถ้าจะทำ ก็กรรมการกับกระทรวงพลังงานก็มานั่งคุยกัน ก็เอารายงานของกรรมาธิการ ชุดนี้ แล้วผมเข้าใจว่ามีรายงานของรัฐสภาที่ออกมาลักษณะคล้าย ๆ แบบนี้เยอะมาก แต่ว่ามันก็เป็นรายงานจากสภา เพราะฉะนั้นก็คือคณะกรรมการ ๒ กลุ่ม ส่วนหนึ่งมันก็เป็น ของกระทรวง ส่วนหนึ่งก็เป็นขององค์กรอิสระออกมา เป็นคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน ถ้าจะให้เป็นจริง องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ต้องมาจากผู้ใช้ไฟด้วย ผู้ผลิตไฟด้วย ผู้ใช้ไฟในประเทศไทยมีกี่กลุ่ม ตั้งแต่ท้องถิ่น ประชาชนผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า เราควรจะเลือกตัวแทนจากกลุ่มผู้ใช้ไฟ เข้าไปเป็นคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงานด้วย ไม่ใช่มีเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการหรือผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ แต่ในความเป็นจริงแล้วท่านประธานทราบไหมครับ ผมว่าล่าสุดเราก็เห็นว่ามีข่าวออกมา ว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานนี้ไปนั่งกินอาหารร่วมโต๊ะ ไปดูงานที่ยุโรป กับกลุ่มพลังงาน แล้วเราจะเชื่อมั่นได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานไปยังกรรมาธิการ ผมอยากจะฝากข้อสังเกต ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ผมคิดว่า ข้อเสนอทั้งหมด ผมเห็นด้วยหมดเลยทุกข้อ แต่ถ้าจะทำให้เป็นได้จริงผมคิดว่า ตัวโครงสร้าง ตัวกลไกที่ไปกำกับ ตัวนี้สำคัญ ข้อเสนอตัวนี้มันไม่สามารถจะดำเนินการได้ เพราะตัวกำกับและตัวนโยบายยังเหมือนเดิม ผมเสนอเอาให้ชัดเจนอย่างที่ผมว่าเมื่อสักครู่นี้ ว่า ๒๒ ล้านครัวเรือนในประเทศไทยผลิตไฟฟ้าได้เอง ซึ่งหมายความว่ามาตรการต่อไป ว่าด้วยการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ สนับสนุนบริษัทที่มีขีดความสามารถในการผลิตโซลาร์เซลล์ สนับสนุนให้เขาดำเนินการและสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามาซื้อในราคาที่ถูกอันนี้ ต้องมีมาตรการ อันที่ ๒ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่เลือกกันมา ผมคิดว่าขอให้มาจากการเลือกตั้ง ก็แล้วกัน จากผู้ใช้ไฟ ผู้ใช้ไฟก็จะได้กำหนดตัวเองว่าไฟฟ้าของประเทศไทยตกลงกำลัง การผลิตมีเท่าไร เกินเท่าไร แล้วใครที่มีศักยภาพควรจะผลิต ข้อเสนอของผมมันสามารถ ที่จะนำไปสู่เป้าหมายของคณะกรรมาธิการที่เสนอในรายงานตามข้อสังเกตทุกข้อได้เลย ผมคิดว่าเรื่องนี้ที่ผมอภิปรายคงไม่สำเร็จภายในพรุ่งนี้วันนี้ แต่ว่าข้อเสนอนี้ถ้าเอาโครงสร้าง ถ้าเอาปัญหา จริง ๆ ติดอยู่ที่ตัวนโยบายจริง ๆ ถ้าเราไม่แก้ตัวนโยบายและโครงสร้างตัวนี้ มันไม่สามารถจะดำเนินการได้ ฝากท่านประธานและกรรมาธิการขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณวิรัช พิมพะนิตย์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เขต ๑ วันนี้ผมขอ ร่วมอภิปรายเรื่องรายงานผลพิจารณาการศึกษา เรื่อง ญัตติแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ของคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพ เรารู้จักค่า Ft จริง ๆ ชาวบ้านรู้จักแต่ FC เพราะว่าเป็นเพื่อน แบบหมอกิตติศักดิ์ที่เป็นประธานกับ นายแพทย์วรรณรัตน์ ท่านอยู่ในแวดวงพลังงานมานาน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน แล้วก็เป็นคณะกรรมการพลังงาน แล้วก็มีท่านคณะกรรมาธิการจากกระทรวง พลังงานหลาย ๆ ท่านที่มาทำ วันนี้ค่าไฟก็ยังแพงอยู่ ก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้ค่าไฟลดแต่ก็ยังลดได้ไม่เยอะ ลดมาบางส่วน เพราะค่า Ft มันเป็นต้นทุนที่ผูกมัดอยู่ ค่า Ft คิดจากโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง คิดจากเงินโบนัส คิดจากทุกสิ่งทุกอย่าง มันเป็นค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องแบกรับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ว่าถึงเวลาหรือยังที่ประชาชนชาวบ้านตาดำ ๆ เขาจะได้ใช้ไฟที่ถูกลงกว่านี้ ค่าไฟตอนนี้ การไฟฟ้าทุกอย่างที่เป็นผลผลิตทุกอย่าง มันขึ้นกับชีวิตประจำวันของชาวบ้านทุกคน เพราะว่าการทำทุกอย่างในครัวเรือนจะไปหาเตากระทะไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เดี๋ยวนี้มันขึ้นกับไฟฟ้าหมด ท่านประธานที่เคารพ ผมก็เห็นใจแต่ว่าบางครั้งคนที่ ทำกิจการพลังงานไฟฟ้านี่รวยเอา รวยเอา แต่ว่าชาวบ้าน จนเอา จนเอา ผมจึงกราบเรียนว่า วันนี้ ขอความยุติธรรมสำหรับพี่น้องให้มีราคาที่ถูกลงครับ🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็เห็นท่าน สส. หลายคนอภิปรายเรื่องโซลาร์ฟาร์ม คือพลังงานแสงอาทิตย์ ประเทศไทยเป็นประเทศที่พลังงานแสงอาทิตย์ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด พลังลมใช้ได้ไม่กี่ที่ แม้กระทั่งหนองหญ้าม้า จังหวัดนครราชสีมา ขนาดอยู่บนเขา เขายังไม่ได้ อยู่ริมทะเลก็ไม่ได้ที่พลังลม เพราะฉะนั้นพลังงานแสงอาทิตย์จำเป็นและ ควรจะมีทุกคน ผมเห็นนโยบายหลาย ๆ คนบอกว่าจะแจกแผงโซลาร์ฟาร์มให้ประชาชน เพื่อประหยัดค่าไฟลงได้ ๕๐๐ บาทต่อหลังคาเรือน เห็นด้วยนะครับ มันไม่ได้มีคนพร้อม ที่จะส่งเสริม มีคนพร้อมที่จะเอาไปแจก แต่ว่าวันนี้กลับทำไป แล้วพลังงานโซลาร์ฟาร์ม แสงอาทิตย์ทำไมไม่เปิดเสรีให้เขาทำ ทำไมต้องมาอยู่กับใบอนุญาตใบหนึ่ง ๓๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ให้แต่นายทุนทำ ผมจึงบอกว่าวันนี้มันควรจะกลับมาที่ชาวบ้าน ที่นาสมมุติว่า ปลูกข้าวแล้วไม่ได้ผล มีที่ว่างที่ใกล้เสาส่งนี่ ให้เช่า มีคนไปเช่าแล้วทำโซลาร์ฟาร์มเพื่อจะได้ ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ชาวบ้านก็ไม่ต้องปลูกข้าวที่มันขาดทุนอยู่ตลอดเวลา จะได้มีโอกาส ได้มีรายได้บ้าง ที่รัฐมนตรีบอกไปปลูกกล้วย บางทีมันปลูกยาก บางทีกล้วยก็ไม่ได้ปลูกง่าย ๆ เพราะฉะนั้นทำให้พลังงานแสงอาทิตย์มีที่ว่าง ให้เขามีโอกาสได้เช่า เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมกราบเรียนว่าพลังงานที่ไม่ต้องซื้อต้องขาย ไม่ได้เป็นมลภาวะ ทำไมไม่ทำ หวงไว้ทำไม ผมกราบเรียนคณะกรรมาธิการรายงานก็ดีอยู่หรอกครับ ผมก็อ่านอยู่ อ่านได้หน้าสองหน้าครับ ที่เหลือก็ไม่อยากอ่านแล้ว เพราะว่าอ่านแล้วก็ไม่เห็นทำได้ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนกับท่าน ว่าวันนี้มันสมควรที่จะเปิดเสรีโซลาร์ฟาร์มให้มันสามารถ แต่ก็ควบคุมหน่อยนะครับ ที่ไฟไหม้อยู่ตอนนี้หลาย ๆ หลังก็แผงจากต่างประเทศที่ไม่ได้มี มอก. ไม่มีมาตรฐาน ตอนนี้ไฟไหม้เป็นแถวเลยบ้านคน เสียบปลั๊กปุ๊บเผลอปั๊บ ไหม้ทันที ของถูกครับ ก็ขอบคุณ สำหรับท่านกรรมาธิการ ผมขอ ๗ นาที เขาตัดเหลือ ๕ นาที เลยหมดเร็วไปหน่อย ก็ไม่เป็นไรครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ ขอเวลาท่านประธานนิดหนึ่ง เรื่องพลังงานของแอลพีจี มี ๒ อย่าง แอลพีจีถูก Propane Butane ที่มันถูกกับแพง ทำไมราคาเดียวกันหมด ให้ข้อคิดนะครับ แล้ววันนี้ กบน. ก็ต่ออายุราคาแอลพีจีแค่เดือนเดียวจากที่เคยต่อ ๓ เดือนครั้ง ครั้งนี้ต่อเดือนเดียว มีอะไรที่จะเกิดขึ้น กราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ กรรมาธิการมีอะไรจะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ แล้วก็ขอขอบพระคุณครับ กระผม นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน เป็นที่ปรึกษาของกรรมาธิการ แล้วก็เป็นอนุกรรมาธิการที่ดำเนินการศึกษา ในเรื่องนี้ด้วย ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบต่อการคลัง ที่บอกว่าเราจะเสนอให้ลด อาจจะกระทบ รายได้ของรัฐบาลหรือกระทรวงการคลัง ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะมาช่วยในส่วนนี้ ซึ่งในงบประมาณหรือว่าในการตั้งรายได้ของประเทศอยู่ที่ ๒.๕๕ ล้านล้านบาท ส่วนที่ จะลดลงไป คิดเป็นประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ถ้าหากว่ามีโอกาสที่จะทำได้ แล้วก็ หลายรอบปีที่ผ่านมาก็มีโอกาสที่ว่างบประมาณที่เก็บได้จริงจะสูงกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้ แต่ว่าปีนี้เป็นปีที่เศรษฐกิจอาจจะตกไปนิดหนึ่ง ๑๑ เดือนที่ผ่านมาก็ยังเก็บได้ต่ำกว่า ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นหน้าที่ที่บอกว่าอาจจะต้องมีการดำเนินการเพื่อเก็บยอด รายได้อื่นมาชดเชยตรงนี้ แล้วก็ที่คณะดำเนินการศึกษาตรงนี้ได้เสนอในแนวทางนี้ เนื่องจากว่าการลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนสามารถทำได้โดยตรงโดยไม่ต้องไปเก็บเอาเข้ามา เป็นรายได้ของรัฐก่อน ก็คือลดไปที่ต้นทางเป็นต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าตรงนี้เลย ตรงนี้จะได้ ผลกระทบโดยตรงและกระทบอย่างแรงต่อผู้ใช้ไฟฟ้าครับ🔗
สำหรับความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องการเก็บกากกัมมันตรังสีที่คลองห้า หรืออะไรนี้นะครับ ถ้าหากเป็นโรงไฟฟ้า SMR หรืออะไร โรงไฟฟ้าที่จะมาใช้ในประเทศ ต่อไปนี้ได้มีการศึกษาไว้แล้วว่าผู้ที่เป็นผู้ผลิต SMR หรือ Small Modular Reactor เหล่านี้ จะเป็นผู้รับกากกัมมันตรังสีตัวนี้กลับไปกำจัดที่ประเทศของผู้ผลิตเครื่องนั้น🔗
สำหรับข้อห่วงใยเกี่ยวกับของท่านสุรพันธ์ ไวยากรณ์ ก็เห็นด้วยทั้งหมด เกี่ยวกับที่ทางนี้ได้เสนอโดยเฉพาะพีดีพี เดี๋ยวทางท่านรัฐมนตรีก็คงรับไปดำเนินการแล้ว แต่ว่าตัวที่ท่านศุภโชติฝากมาว่าปากีสถาน ทำไมถึงเลือกมาเป็นการศึกษาในการปรับ โครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้าในครั้งนี้ เนื่องจากว่าเราเลือกหาประเทศที่เป็น Single Buyer หรือว่าผู้ซื้อรายเดียวมันจะมีให้เลือกน้อย เนื่องจากว่าหลายประเทศในโลกนี้ได้มีการปรับ โครงสร้างอุตสาหกรรมเป็นลักษณะของที่กระจายออกไปแล้ว ไม่ใช่ลักษณะที่มีตั้งแต่ ฝ่ายผลิต ฝ่ายขนส่งไฟฟ้า แล้วก็ฝ่ายที่เอาไปจัดจำหน่าย แล้วก็แปรรูปไปเป็นการแข่งขัน เพื่อผลิตและเพื่อขายไฟฟ้ากันหมดแล้ว การเปรียบเทียบก็เลยไปเลือกปากีสถานที่มาเป็น ตัวอย่างในการศึกษานะครับ🔗
สำหรับประเด็นของท่านมานพ คีรีภูวดล เกี่ยวกับเรื่องค่า Ft คิดไม่ได้ แล้วก็มาคิดเงินหรืออะไรพวกอย่างนี้ ก็ขออนุญาตนิดหนึ่งว่าในคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงานได้มีการตรวจสอบการคำนวณของผู้ที่จะมาคิดต้นทุนเหล่านี้ ก็คือจากการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต แล้วก็มีการทวนสอบข้อมูลทุกหน้า ทุกตาราง การคำนวณนี้มีที่มาเพียงแต่ว่า บางรายการเป็นค่าใช้จ่ายที่ควบคุมไม่ได้เช่นต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่ขึ้นไปตาม Spot Price ของแอลเอ็นจีซึ่งกระทบมาในช่วง ๒-๓ ปีที่แล้ว ในช่วงนี้ก็อาจจะมีตัวคงค้างซึ่งอาจจะเป็น ค่าซื้อที่มันค้างมาตลอดของอายุสัญญา🔗
สำหรับสูตรการคำนวณ Ft นี้ขอเรียนให้ทราบว่าไม่มีการเอาโบนัสมาคิด โบนัสของพนักงานการไฟฟ้าทั้ง ๓ แห่ง หรือของหน่วยงานใด ไม่มีการนำมาคิด เพราะว่า จะมีกรอบค่าใช้จ่ายดำเนินการหรือว่า Operating Cost เป็นกรอบที่เป็น Ceiling อยู่ ถ้าหากค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่ากรอบการไฟฟ้าต้องรับภาระไป ตรงนี้ไม่สามารถส่งผ่านไป ค่าไฟฟ้าได้ อันนี้เป็นคำถามของท่านวิรัช พิมพะนิตย์ นะครับ🔗
ส่วนเกี่ยวกับเรื่องของท่านวิทยา แก้วภราดัย ว่าทำไมไม่ให้แต่ละแห่งติด เพื่อใช้เอง ในปัจจุบันไม่ได้ติดข้อกฎหมายใดนะครับ ลักษณะของการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง ในสถานประกอบการหรือในบ้านอยู่อาศัยของเรา ๕ กิโลวัตต์ หรือ ๑๐ กิโลวัตต์ ท่านสามารถ ติดได้เอง เพียงแต่ว่าจดแจ้งให้ Regulator ทราบเท่านั้นเองว่ามีการผลิตไฟฟ้าใช้เอง ไม่ต้องขออนุญาต แล้วก็ลักษณะของอนามัยตำบลหรืออะไรที่บอกว่าเอาแผงไปติด ๒๐๐,๐๐๐ บาทหรืออะไรพวกนี้ ขนาดของ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ได้ประมาณสัก ๕ หรือ ๑๐ กิโลวัตต์อย่างมาก ถ้าเกิดวันนั้น ช่วงนี้พายุเข้า ไต้ฝุ่นเข้า แล้วจะเอาไฟฟ้าจากที่ไหน จริง ๆ แล้วก็มีหลายแห่ง หลายจังหวัดที่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่ท่านกรรมาธิการ แล้วก็บอกว่าโอกาสที่ใช้ต้องใช้ร่วมกัน ก็คือมีการรับไฟจากกริดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กริดของการไฟฟ้านครหลวงเอาไปใช้ แล้วก็มี Solar Rooftop เอามาลดค่าไฟ ของสถานประกอบการหรือของส่วนราชการแห่งนั้นหรือของบ้านอยู่อาศัย ตรงนี้ก็สามารถ ดำเนินการได้เอง สำหรับในข้อประเด็นทั้งหมด ก็จะกราบขอเรียนเชิญท่านรองประธาน กรรมาธิการ คุณหมอกิตติศักดิ์ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ รองประธาน กรรมาธิการการพลังงาน คนที่หนึ่ง และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาญัตติแก้ปัญหา ค่าไฟฟ้าแพง ต้องขอขอบคุณท่าน สส. ทั้ง ๕ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ท่านสุรพันธ์ ไวยากรณ์ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ แต่ละท่านได้ให้ข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ ในฐานะของกรรมาธิการการพลังงาน เราก็เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน เราก็จะนำข้อมูลทั้งหมดนี้เสนอต่อทางรัฐบาล เพื่อการแก้ไข ญัตติค่าไฟฟ้าแพงมันเป็นญัตติที่ทิ่มแทงหัวใจของ สส. ทุกคน ก่อนการเลือกตั้ง ค่าไฟไปถึง ๕ บาทกว่าประชาชนเดือดร้อน แล้วก็เป็นญัตติแรก ๆ ที่เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ในชุดปัจจุบัน และทางสภาผู้แทนราษฎรก็ให้คณะกรรมาธิการการพลังงานไปศึกษาพิจารณา ทางคณะกรรมาธิการการพลังงานก็ได้ศึกษาพิจารณาด้วยความรอบคอบและนำข้อเสนอแนะ เป็นข้อ ๆ ทั้ง ๙ ข้อ ซึ่งก็ถือว่ามีความชัดเจน ในฐานะกรรมาธิการการพลังงาน ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านผู้เชี่ยวชาญทุกท่านที่ให้เกียรติ มาเสียสละในการทำรายงานครั้งนี้ และขอขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ และเราก็จะเสนอ รายงานนี้ไปสู่รัฐบาลเพื่อการแก้ไขต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ กรรมาธิการ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง จะขออภิปรายเพิ่มเติมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๓ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้อภิปรายเพิ่มเติมในเรื่องของ คณะอนุกรรมาธิการในญัตติแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ต้องขอขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการ ด้วยนะครับ คือผมดูในรายงานแล้ว ผมก็ชื่นชมว่ารายงานของท่านทำได้สมบูรณ์พอสมควร ได้ดีนะครับ แต่ว่าผมจะขออนุญาตให้ข้อสังเกตแนะนำ อาจจะไม่ซ้ำกับเพื่อนสมาชิก ที่ได้อภิปรายมาแล้ว คือผมดูในเอกสารรายงานของท่านในหน้า ๗๑ ในเรื่องของ การนำนิวเคลียร์และไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากว่าการไฟฟ้า จะมีระบบไฟฟ้าทั้งหมดเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง นอกนั้นก็เป็นระบบการไฟฟ้าของภาคเอกชน ผมขออนุญาต ลงรายละเอียดในเรื่องของโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าที่จังหวัดกระบี่นั้นเป็นโรงไฟฟ้าดั้งเดิมแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ ปี ๒๕๐๐ ครับ ตั้งโรงไฟฟ้าแล้วก็ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง พี่น้องใช้ถ่านหินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจนหมดถ่านหินแล้ว แล้วก็ต่อมาก็มีเครื่องจักร แล้วก็ใช้เปลี่ยนเป็นการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ตอนนี้เป็นโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้ผลิต กระแสไฟฟ้าเป็น Substation ในเรื่องของการที่จะสำรองให้กับภูมิภาคของอันดามัน แต่มีบริษัทของประเทศญี่ปุ่น ในเรื่องของบริษัทน่าจะเป็นบริษัท มิตซูบิชิ อันนี้ ที่จริงแล้วทางผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต คงจะทราบ เขามีความสนใจในเรื่องของการใช้พื้นที่ แล้วก็เครื่องจักรที่โรงไฟฟ้าจังหวัดกระบี่ซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งในกรณีระบบสายส่ง อะไรต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าถ้าเรามีการสนใจศึกษาเพื่อที่จะนำโรงไฟฟ้าเครื่องจักร บุคลากร สถานที่เพื่อที่จะมาพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังน้ำ ผมคิดว่าน่าจะเป็นโรงไฟฟ้าที่ทันสมัย แล้วก็ทำให้เป็นสถานีผลิตไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานแล้วก็ลงทุนต่ำด้วย นำมาซึ่งพื้นที่ในจังหวัด อันดามันที่มีแหล่งท่องเที่ยวมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของต้นทุนในเรื่องของค่าไฟเป็นต้นทุน ทางเศรษฐกิจไม่ว่าในเรื่องของภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว หรือภาคอื่น ๆ ก็ดี ในครัวเรือนก็ดี ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นแนวทางหนึ่งในเรื่องของ การหาพลังงานสะอาด แล้วก็เป็นพลังงานที่มีต้นทุนต่ำ ก็ขอให้คณะอนุกรรมาธิการได้ลองเป็นข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตในรายงานเพื่อที่จะ สนับสนุนให้รัฐบาลได้ทบทวนในเรื่องของโรงงานไฟฟ้าที่ทิ้งร้างที่จะเปลี่ยนแปลง เนื่องจากว่า การที่จะไปใช้ Bituminous ก็จะทำให้กลุ่มเอ็นจีโอมีการคัดค้านตลอดมา แล้วก็ไม่ประสบ ความสำเร็จ แล้วก็ในเรื่องของการเชื่อมโยงเครือข่ายโรงไฟฟ้าที่จะเป็นท่อแก๊สจากฝั่งอ่าวไทย มาก็ค่อนข้างที่จะลงทุนสูงเช่นกัน🔗
นอกเหนือจากประเด็นนี้ผมมองว่าในเรื่องของโครงสร้างสายส่ง ในทาง ภาคใต้ก็ยังมีความสุ่มเสี่ยง เมื่อก่อนในอดีตที่มีพายุแล้วก็ทำให้เสาไฟขนาดใหญ่แล้วก็ทำให้ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ไฟดับทั้งหมด ก็ต้องฝากว่าในเรื่องของโครงข่ายสายส่งขนาดใหญ่ ก็คงจะต้องมีการทบทวนเพื่อที่จะสำรองอันนี้ด้วย นอกนั้นก็จะเป็นประเด็นที่มีการฝากไว้ เช่นในเรื่องของการเปลี่ยนมิเตอร์ที่ทันสมัยเป็นมิเตอร์ดิจิทัลหรือมิเตอร์ทีโอยู อะไรอย่างนี้ ก็คงจะต้องไปทบทวนเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ประหยัดไฟ ผมคิดว่ามีหลายแนวทาง ที่ในรายงานนี้ทำแล้วก็รู้สึกว่าเป็นแนวทางที่ดี แล้วก็ในจังหวัดผมมีหลายพื้นที่ที่ยังไม่มี ไฟฟ้าใช้ เมื่อสักครู่นี้ก็สนับสนุนเพื่อนสมาชิกที่ในการพูดถึงเรื่องแผงโซลาร์เซลล์ ไฟฟ้าครัวเรือน แต่ก็ยังไม่เพียงพอครับ อย่างกรณีอำเภอเหนือคลอง ที่ตำบลเกาะศรีบอยา ก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่โซลาร์เซลล์ใช้งบประมาณไปน้อยมากคือ ๙ ล้านกว่าบาท ในขณะที่ พี่น้องประชาชนเป็นจำนวน ๑,๐๐๐ ครัวเรือน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แล้วก็เป็นแหล่งการท่องเที่ยว ด้วย ที่เกาะลันตาก็เช่นกัน พี่น้องชาวประมง พี่น้องเกาะปอ ซึ่งท่านประธานก็เคยไป ที่เกาะลันตา ก็ยังมีพี่น้องที่มีความเดือดร้อน มีเครื่องปั่นไฟใช้น้ำมันแพงมากและ ก่อให้เกิด Pollution ในเรื่องของน้ำมันดีเซลด้วยในการที่จะไหลลงไปสู่ทะเลแล้วก็ ก่อให้เกิดเสียงดัง เพราะฉะนั้นถ้าหน่วยของภาครัฐไม่ว่าจะเป็นกองทุนพลังงานซึ่งมีภาษีแล้ว ก็มีเก็บกองทุนหลายหมื่นล้านบาท ผมคิดว่าต้องไปเก็บตกในเรื่องของการที่จะสนับสนุน ในเรื่องของแผงโซลาร์เซลล์อย่างน้อย ๆ ก็ให้พี่น้องประชาชนที่อยู่กินกันในครัวเรือนที่ยากจน แล้วก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ก็จะให้เขาได้มีแสงสว่าง เพราะฉะนั้นการดูแลในเรื่องของค่าไฟ ผมคิดว่ามันมีปัจจัยหลายอย่างในการที่จะ Dump ราคาเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน ได้ใช้ไฟฟ้าถูกลง แม้กระทั่งในเรื่องของหม้อแปลงมิเตอร์ การขยายเขตไฟฟ้า การขยายเขต ไฟฟ้านี่สูงมาก แล้วก็การขยายเขตไฟฟ้านี่มันจะต้องเป็นภาระให้กับประชาชนที่จะต้องบ้าน หลังสุดท้ายนี่จะต้องมีการลงทุนก่อนในการที่จะดึงเสา ปักเสาพาดสายนะครับ พอปักเสา พาดสายเสร็จ จะต้องยกเสาแล้วก็สายไฟ มิเตอร์ต่าง ๆ ให้กับการไฟฟ้า แล้วถึงจะให้มีพี่น้อง ประชาชนในส่วนของเส้นทางระหว่างสายไฟถึงจะเชื่อมต่อได้ ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ยากจน ไม่มีโอกาสเลยในเรื่องของการที่จะลงทุนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคคงจะต้องหาวิธีการในขณะที่โรงไฟฟ้าฝ่ายผลิตพอผลิตไฟส่งให้ภูมิภาค แล้วเวลาพี่น้องประชาชนต่อรองว่าราคาไฟฟ้าแพงเขาก็โยนไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เพราะฉะนั้นการโยนไปโยนมานี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการแก้ปัญหา ก็ขอฝาก อนุกรรมาธิการไว้ด้วย ในเรื่องของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไฮไดรเจนที่จังหวัดกระบี่ในข้อสังเกต เพื่อให้รัฐบาลได้ทบทวนใหม่อีกครั้งหนึ่ง ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานนี้ด้วย เพื่อให้สภาพิจารณาและลงมติ แต่จากการที่ผมได้ฟังท่านสมาชิกอภิปรายไปแล้วก็เห็นว่าท่านก็อภิปรายเห็นด้วย ไปในทิศทางเดียวกับข้อตกลงของคณะกรรมาธิการแล้วนะครับ ผมจึงขออาศัยอำนาจตาม ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ จะถามที่ประชุมว่ามีท่านสมาชิกจะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ถือว่าท่านทั้งหลายท่านเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ ซึ่งผมก็จะได้ส่งรายงานฉบับนี้พร้อมด้วยข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบและดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสาม ประกอบกับ ข้อ ๘๘ ถือว่าจบรายงานของคณะกรรมาธิการเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานและ คณะกรรมาธิการทุกท่าน ขอบคุณท่านสมาชิกด้วยนะครับ🔗
ญัตติด่วนด้วยวาจา🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีท่านสมาชิกได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาไว้เพื่อพิจารณามี ๒ ญัตติ คือ🔗
๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรติดตามและหาผู้รับผิดชอบ กรณีถนนสามเสนยุบตัว โดยขอให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ซึ่ง นายพชร จันทรรวงทอง เป็นผู้เสนอ🔗
๒. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการศึกษาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสาเหตุเพิ่มเติมบริเวณพื้นที่งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงและศึกษา ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยใต้ดิน โดยขอให้ส่งเรื่องไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐาน ความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ซึ่ง นางสาวภัสริน รามวงศ์ เป็นผู้เสนอ🔗
เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๒๘ การดำเนินการประชุมต้องเป็นไปตาม ระเบียบวาระ เพราะฉะนั้นจะถามจากที่ประชุมว่าท่านไม่ขัดข้องที่จะให้เสนอญัตติด่วนนี้ ก่อนวาระอื่น ๆ เห็นว่าได้มีการประสานงานกันแล้ว ตกลงว่าจะให้มีการเสนอญัตติด่วน ทั้ง ๒ ญัตตินี้มาพิจารณารวมกัน ไม่มีผู้ใดขัดข้องก็ถือว่าดำเนินการตามนี้🔗
ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ขอเชิญญัตติแรกก่อนครับ ของคุณพชร จันทรรวงทอง เป็นผู้เสนอ สำหรับผู้ที่จะอภิปรายมาลงชื่อข้างหน้านี้ครับ เชิญ คุณพชร จันทรรวงทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตสอบถามท่านประธานครับ ต้องเสนอญัตติก่อนหรือให้อภิปรายได้เลยครับ🔗
ท่านเสนอญัตติ ตามญัตติแล้วก็ท่านอภิปรายต่อเลยครับ🔗
ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรติดตามและหาผู้รับผิดชอบกรณีถนนสามเสนยุบตัว โดยขอให้ ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพ อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ด้วย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ ญัตติทั้งสองนี้ได้รับอนุญาตจากที่ประชุมให้เสนอแล้ว มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญต่อเลยครับ เชิญอภิปรายได้เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ผู้แทนคนบางซื่อ ดุสิต🔗
เดี๋ยวครับ ตกลง ว่าจะให้เสนอทั้ง ๒ ท่าน แล้วก็สลับกันอภิปรายใช่หรือไม่ครับ ได้ครับ เดี๋ยวเอาญัตติที่ ๒ เสนอเลย คุณภัสรินครับ คุณพชร รอนิดหนึ่งครับ ให้เสนอญัตติและรับรองครับ🔗
ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ดิฉันขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการศึกษาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสาเหตุเพิ่มเติมบริเวณพื้นที่งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง แล้วก็ ศึกษาข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยใต้ดิน ดิฉันขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง ก็ดำเนินการตามนี้ครับ คุณพชรเชิญเสนอและอภิปรายนะครับ แล้วก็ต่อไปของคุณภัสริน เชิญคุณพชรครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรติดตามและ หาผู้รับผิดชอบกรณีถนนสามเสนยุบตัว โดยขอให้ส่งเรื่องไปยังกรรมาธิการวิสามัญยกระดับ ก่อสร้าง เยียวยา อุตสาหกรรม เนื่องจากในช่วงเช้าวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว นั่นคือถนนสามเสนที่ยุบตัวลง กว่า ๕๐ เมตรกลางเมืองกรุง แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ มหาศาล อีกทั้งยังสร้างผลกระทบความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนวงกว้างไปทั้งประเทศ และหากอุโมงค์รถไฟฟ้านี้ซ่อมเสร็จ ถามว่ารัฐบาลจะเรียกความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ให้มากล้าใช้โดยสารรถไฟฟ้าเส้นทางนี้ได้อย่างไร และในวันที่ ๒๔ วันเดียวกันนั้น นอกจาก จะเป็นวันที่ถนนยุบแล้ว ยังเป็นวันที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน เพื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งความหวังและความเชื่อมั่นของพี่น้อง ปวงชนชาวไทย แต่วันเดียวกันนั้นเองกลับเกิดเหตุการณ์ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของพี่น้อง ประชาชนอย่างรุนแรง ภาพหลุมยุบขนาดใหญ่ที่ปรากฏต่อหน้าสายตาคนทั้งประเทศและ ไปทั่วโลก ไม่ได้เป็นเพียงภัยพิบัติทางกายภาพ แต่คือหลุมดำแห่งความไว้วางใจที่กำลัง ดูดกลืนศรัทธาของพี่น้องประชาชนต่อรัฐบาลชุดนี้ ผมไม่ได้ยืนขึ้นในวันนี้เพื่อซ้ำเติมวิกฤติ หรือเพื่อหาเรื่องทางการเมือง แต่ผมยืนขึ้นในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนเพื่อทวงถาม ความรับผิดชอบที่ดูเหมือนจะยุบตัวและหายไปพร้อมกับพื้นถนนนั้น ฉะนั้นผมจึงขออภิปราย ในเรื่องนี้ทั้งหมด ๓ ประเด็น ซึ่งเป็นคำถามที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศต้องการคำตอบครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ทำไมถนนถึงยุบตัว เป็นที่แน่ชัดนะครับที่ถนนยุบตัวนั้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือสสารนั้นไม่มีทางสูญหาย เป็นที่แน่นอนว่า การทรุดตัวของดินครั้งนี้เป็นฝีมือมนุษย์อย่างแน่นอน เพราะจากคลิปวิดีโอที่พวกเราได้เห็น ดินทรุดตัวลงใต้ดิน ผมสันนิษฐานว่าต้องมีรูรั่วอยู่ข้างล่างอย่างแน่นอนและถ้าพิจารณา ดูโครงสร้างแล้วพบว่าโครงสร้างที่อ่อนแอที่สุดในโครงสร้างนี้ก็คือรอยต่อระหว่างอุโมงค์ รถไฟฟ้ากับตัวสถานีที่กำลังก่อสร้างอยู่ และหากรอยต่อนี่ไม่ได้มาตรฐานหรือเสียหาย เกิดรูรั่ว ดินเป็นหมื่น ๆ คิวก็จะไหลลงตามรูอย่างรวดเร็วอย่างที่เราเห็นตลอดสัปดาห์ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามบอกสังคมว่านี่คืออุบัติเหตุหรือขอให้รอการสอบสวนอย่างแน่ชัดก่อน แล้วมีบางคนก็พยายามบอกว่าถนนยุบตัวนี้อาจจะเกิดจากท่อประปาที่แตกทำให้น้ำซัดดิน จนยุบตัว แต่เมื่อวานในที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญก่อสร้าง ได้มีตัวแทนการประปานครหลวง มาในที่ประชุมและได้ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่ท่อประปาจะแตก แล้วทำให้ดินยุบลึกลงไป ถึง ๒๐-๓๐ เมตร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออุโมงค์รถไฟฟ้า ณ จุดเชื่อมต่อกับสถานีเกิดรอยรั่ว ดินโคลนปริมาณกว่าหมื่นคิวได้ไหลทะลักเข้าไปในอุโมงค์จนเกิดเป็นโพรงใต้ดินมหึมา แล้วโพรงนั้นเองที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างข้างบนพังทะลายลงมา แล้วในที่ประชุมกรรมาธิการ วิสามัญ แม้แต่ตัวแทนของ รฟม. ก็ได้ยอมรับว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นจากสิ่งก่อสร้าง อย่างแน่นอน แต่ในที่ประชุมก็แปลกใจ คือบริษัทที่ปรึกษาโครงการกลับยืนยันว่าทุกอย่าง ในการก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานชั้นสูง ผมนั่งฟังแล้วก็งง นอนฟังก็งงว่าถ้าทุกอย่าง มันก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานจริง แล้วทำไมอุโมงค์นั้นมันถึงถล่มลงมาอย่างที่ทุกคนเห็น ได้อย่างไร นี่คือมาตรฐานการก่อสร้างที่รัฐบาลมอบให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ใช่หรือไม่🔗
ประเด็นที่ ๒ ใครคือผู้รับผิดชอบค่าเสียหายเงินของประชาชนหรือ กำไรของผู้รับเหมา ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ถ้าประเมินด้วยสายตามีมูลค่าหลายร้อย ถึงพันล้านบาท นี่ยังไม่รวมค่าเสียหายทางโอกาสทางเศรษฐกิจที่พี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ขาย ที่ต้องหยุดกิจการไปอย่างไม่มีกำหนด คำถามที่คนกรุงเทพฯ และคนไทยทั้งประเทศ อยากถามท่านนายกรัฐมนตรีก็คือใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายนี้ รัฐบาลจะเอาเงิน ที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชนไปอุดรอยรั่วที่อาจเกิดจากความประมาทเลินเล่อ ของบริษัทรับเหมาเอกชนใช่หรือไม่ ขณะนี้รัฐบาลได้เริ่มกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อตามไล่เบี้ยค่าเสียหายจากผู้รับเหมาแล้วหรือยัง หรือทำเพียงแค่เร่งซ่อมแซม ให้เรื่องจบ ๆ ไปโดยทิ้งภาระทั้งหมดไว้กับภาษีของพี่น้องประชาชน การรีบซ่อมแซมนั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่การรีบซ่อมแซมโดยใช้งบประมาณแผ่นดินโดยที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็น ผู้รับผิดชอบที่แท้จริงถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายอย่างยิ่งและเป็นการส่ง สัญญาณว่าเอกชนจะสร้างความเสียหายอย่างไรก็ได้แล้วปล่อยให้พี่น้องประชาชนเป็น ผู้รับผิดชอบแทน นี่คือความยุติธรรมที่รัฐบาลชุดนี้มอบให้กับพี่น้องประชาชนใช่หรือไม่🔗
ในประเด็นสุดท้าย ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดเป็นข้อกังวลของพี่น้องชาวไทย เนื่องจากว่าที่ผมอธิบายไปทั้งหมดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สิ่งที่ผมและพี่น้องชาวไทยยังกังวล คือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นครับ เพราะว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้างนี้คือ กิจการร่วมค้า CKST-PL หรือ เกิดการร่วมทุนระหว่างบริษัท ช.การช่างและบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และอย่างที่ทุกคนทราบดี ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทซิโน-ไทยนั้น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับท่านนายกรัฐมนตรีและเมื่อไม่กี่วันก่อนมีนักข่าวพยายามซักถามถึง ความรับผิดชอบหรือความเกี่ยวข้อง ความใกล้ชิดกับบริษัทซิโน-ไทย ซึ่งเป็นคำถามที่ตรงไปตรงมา และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่สิ่งที่พี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนได้รับ กลับเป็นการเดินหนี เป็นความเงียบที่ดังก้องไปทั่วทั้งประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่สภาแห่งนี้ เมื่อวิปฝ่ายค้านและทางวิปพรรคเพื่อไทยได้พยายามที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา ต่อสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วอย่างเร่งด่วน เพื่อหาทางออกร่วมกัน กลับเกิดเหตุการณ์ สภาล่มอย่างน่าอัศจรรย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลหลายท่านเป็นองค์ประชุมมาทั้งวัน แต่พอใกล้ถึงวาระที่จะยื่นญัตติด่วนกลับหายตัวไปอย่างไม่แสดงองค์ประชุม จนเกิดสภาล่ม นะครับ แม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มาตอบกระทู้ในประเด็นนี้ในตอนเช้าแล้ว แต่ก็ไม่สามารถ ห้ามข้อกังวลของพี่น้องประชาชนได้เพราะพฤติการณ์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการเดินหนีสื่อ หรือการทำให้สภาล่ม ท่านอาจจะมองว่าเป็นความบังเอิญหรือการจงใจหลีกเลี่ยง การตรวจสอบกันแน่ การกระทำเช่นนี้ทำให้สังคมตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ามีอะไร ที่รัฐบาลไม่อยากให้พี่น้องประชาชนรู้หรือไม่ มีความสัมพันธ์พิเศษระหว่างท่านนายกรัฐมนตรี กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างใช่หรือไม่ นี่คือปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือ Conflict of Interest ที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องแสดงออก ไม่ใช่ต้องตอบต้องแสดงออกให้ชัดเจน ต่อคนทั้งประเทศ ไม่เช่นนั้น จากถนนยุบตัวจะลามไปถึงหลุมยุบในใจของพี่น้องประชาชน ตลอดไป ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวในครั้งนี้ไม่ใช่วิกฤติ โครงสร้างพื้นฐานธรรมดา แต่มันคือบททดสอบธรรมาภิบาล ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ของรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้น ผมในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจและ เป็นเจ้าของภาษีทุกบาททุกสตางค์ ถึงแม้ในตอนเช้าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะกรุณา มาตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิก แต่อย่างไรผมก็คิดว่าสภาผู้แทนราษฎรมีความจำเป็น ต้องย้ำและติดตามคู่ขนานไปกับรัฐบาลเพื่อตรวจสอบการทำงาน ๓ ข้อ ดังนี้ครับ🔗
๑. ขอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มีตัวแทน จากภาคประชาชน สภาวิศวกร องค์กรอิสระ เพื่อร่วมหาสาเหตุที่แท้จริงและผู้รับผิดชอบ🔗
๒. นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจงเพื่อตอบทุกข้อกังขาของสังคม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในประเด็นความสัมพันธ์กับบริษัท ซิโน-ไทย🔗
๓. รัฐบาลต้องประกาศให้มั่นว่าสัญญาที่ชัดเจนว่าจะไม่ใช้งบประมาณ แผ่นดินภาษีของพี่น้องประชาชนในการซ่อมแซมความเสียหายครั้งนี้ ดังนั้นผมขอให้ สภาผู้แทนราษฎรติดตามและหาผู้รับผิดชอบกรณีถนนสามเสนยุบตัว โดยขอส่งเรื่อง ไปยังกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐาน ความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมา ก่อสร้างอย่างเป็นระบบ🔗
และสุดท้ายครับ แม้ถนนจะยุบหรือจะอะไรก็ตาม แต่ที่พี่น้องประชาชนเห็น ก็มีสถานีตำรวจสามเสนที่ไม่ได้ยุบตัวลงไปกับถนนที่ยุบนะครับ ต้องขอบคุณฟ้าดินครับ เพราะว่าเผื่อบางทีอาจจะต้องเอามาช่วยทางท่านรัฐมนตรี DE ป้ายแดง มาจับเพื่อนสมาชิก ที่เสนอสินบนให้กับ ๔๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณภัสริน รามวงศ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ผู้แทนคนบางซื่อ ดุสิต กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ดิฉัน ก็ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องดำเนินการศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุเพิ่มเติม บริเวณพื้นที่งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง แล้วก็ศึกษาข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับ มาตรฐานความปลอดภัยใต้ดิน โดยให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐาน ความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมา ก่อสร้างอย่างเป็นระบบ เป็นผู้พิจารณาค่ะ จากเหตุการณ์ถนนยุบตัวหน้า วชิรพยาบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ เมื่อ ๘ วันที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบกับประชาชนเป็นอย่างมากทั้งทางกายทั้งทางความรู้สึกค่ะ เป็นข่าวดังไกลไปทั่วโลกต่างรับรู้ แล้วก็เรื่องนี้กระทบต่อความเชื่อมั่น ต่อความปลอดภัย ของประชาชน ใจมันตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ หลายครั้งเวลาที่จะต้องขับรถผ่านการก่อสร้างขนาดใหญ่ ของรัฐ ณ ขณะนี้นะคะ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ถนนสามเสนยุบตัวไม่กี่วันที่ผ่านมาก็พบว่า มีน้ำผุดหน้าบุญรอดที่จะมาถึงรัฐสภาเรานี่เองค่ะ คนก็กลัว ก็ระแวง กังวลว่าจะเกิดถนนยุบอีก ขณะนี้เราก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการวิเคราะห์แล้วก็ชี้แจงถึงหลักฐานแล้วก็ข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุ มีแต่จะเร่งแก้ฟื้นฟูคืนถนนพื้นผิวโดยเร็ว แต่ว่าชีวิตคนไทยก็ยังไม่มี หลักประกันว่าการก่อสร้างของรัฐจะไม่กระทบต่อชีวิตของเราอีก เราเห็นมาไม่รู้ต่อกี่เคส ไม่ว่าจะเป็นที่พระราม ๒ เมื่อวานนี้ก็ที่ถนนตก ที่ปทุมวันแล้ววันนี้ก็ที่ชลบุรีเช่นกัน เหตุการณ์ถนนสามเสนยุบที่เกิดขึ้น การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าของโครงการ เป็นพื้นที่กิจการร่วมค้า CKST-PL บริษัท ช.การช่าง ซิโน-ไทย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินเอง ก็เคยเป็นผู้บริหารด้วย ประชาชนเกิดการตั้งคำถามว่าการถล่มเกิดขึ้นเพราะอะไรและใคร ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ๘ วันผ่านมาก็ยังไม่มีรายงานรวมถึงการเปิดเผยรายละเอียดที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับอุโมงค์รถไฟฟ้า ประชาชนก็อยากได้คำตอบโดยไวว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่ เป็นเรื่องที่ต้องสืบสวน เก็บหลักฐานข้อมูลชี้จริง ด้วยกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ แล้วก็ให้คำตอบกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็งบประมาณที่ซ่อมแซมครั้งนี้ ใครจะเป็นผู้ออก แล้วก็มันไม่ควรเป็นเงินของภาษีประชาชน ที่รัฐวิสาหกิจต้องไปอุ้มแทน ผู้รับเหมา ต้องให้บริษัทที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบร่วมด้วย เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วก็การหลีกเลี่ยง Bail out เอกชนด้วยเงินของสาธารณะ ท่านประธานคะ ๑ วันหลังจาก เกิดเหตุถนนยุบตัว ท่านผู้ว่า รฟม. เองก็ออกมาแถลงชี้แจงข่าวที่เกิดขึ้นย้ำว่าเบื้องต้น เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดเหตุสุดวิสัยเนื่องจากดินอ่อนใต้อุโมงค์ ดิฉันก็ขอตั้งคำถามว่า ในเมื่อนี่เป็นเหตุเบื้องต้นแล้วก็ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนหรือว่าข้อเท็จจริงใด ๆ เหตุใด ท่านจึงสรุปเร็วเช่นนี้แล้วก็เป็นเรื่องผิดปกติวิสัยที่ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐจะออกมา สัมภาษณ์ปกป้องผู้รับเหมาค่ะ เงินลงทุนหลักแสนล้านบาทของโครงการรถไฟใต้ดิน ทั่วกรุงเทพ ฯ ท่านจะไม่ได้ออกแบบมาเผื่อดินอ่อนหรือว่าเพื่อเหตุยุบตัวเลยหรือ แล้วก็ท่านจำเป็นจะต้องหาข้อเท็จจริงเอาผิดผู้รับเหมา แล้วก็หากพบว่าทำผิดมาตรฐาน ความปลอดภัย แต่นี่ท่านก็ด่วนสรุปแล้วก็ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบเลย นี่ก็เป็นข้อกังขา ต่อมาตรฐานว่าถ้าเกิดเหตุที่ควบคุมได้ก็หมายความว่าผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบร่วมด้วย ใช่หรือไม่ ปัจจุบันกรุงเทพมหานครแล้วก็เมืองใหญ่มีการก่อสร้างใต้ดินเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าอุโมงค์ ระบบประปา ไฟฟ้า โทรคมนาคม แล้วก็เกิดความเสี่ยง เชิงโครงสร้าง แล้วก็การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ทับซ้อนกันสูงมาก ทำให้ กระบวนการสืบหาข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างซับซ้อน นี่ก็ยิ่งจำเป็นด้วยที่จะต้องยกระดับ มาตรฐานความปลอดภัยการกำกับดูแลต้องมีแผนฉุกเฉินให้ทันต่อความซับซ้อนเช่นนี้ด้วย แล้วก็เหตุที่ถนนยุบนี้สร้างความเสียหายยิ่งใหญ่มาก แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรก แล้วก็สะท้อนปัญหา ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ แต่ว่าก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเสียที จากพื้นที่บางซื่อ ดุสิต แขวงถนนนครชัยศรี ก็ยังมีพื้นที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวถนนประชาราษฎร์ สาย ๑ ยุบตัวเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ที่ผ่านมา แล้วก็เหตุการณ์ที่รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ประสบอุบัติเหตุ โช้กแตกเพราะว่า วิ่งผ่านฝาบ่อ เพราะการก่อสร้างไม่เรียบ ไม่ได้มาตรฐาน แม้มันจะไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ แต่มันก็กระทบต่อประชาชนทุกคน ประชาชนคนไทยต้องเผชิญความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน เป็นอย่างมากต่อการก่อสร้างของรัฐไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ฝุ่นพิษ ยังไม่วายจะต้องมาระแวง เปิดดวงลุ้นชะตากันว่าโช้กจะแตกหรือไม่ ถนนจะถล่มต่อหน้าต่อตาหรือเปล่า นี่จึงเป็นเหตุผลวันนี้ที่ดิฉันขอเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ใช้กลไกของสภาร่วมศึกษา ข้อเท็จจริงแล้วก็จัดทำรายงานสรุปผล ดิฉันก็มีข้อเสนอแนะ ๓ ประการ แล้วก็ ขอให้คณะกรรมาธิการนำไปปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ศึกษาเพื่อที่ชี้แจงว่าเหตุจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรกันแน่ด้วยกลไก ที่โปร่งใสแล้วก็มีส่วนร่วม ดำเนินการศึกษาข้อเท็จจริงของกรณีถนนสามเสนอย่างเป็นอิสระ เป็นกลาง แล้วก็เปิดโอกาสให้กับภาคประชาชนเครือข่ายของนักวิชาการ แล้วก็เครือข่าย วิชาชีพร่วมกันตรวจสอบด้วย แล้วก็มีการสังเกตการณ์ด้วย โดยให้มีอำนาจเข้าถึงเอกสาร ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่แบบก่อสร้าง บันทึกตรวจหน้างาน รายงานการตรวจสอบคุณภาพ กรมธรรม์ สัญญาผู้รับเหมา แล้วก็ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงงาน🔗
ข้อที่ ๒ จัดทำรายงานข้อเท็จจริงแล้วก็หลักฐานให้ครบด้าน เปิดเผย ต่อสาธารณชน แล้วก็จัดทำรายงานที่รวบรวมข้อเท็จจริง พยาน หลักฐานภาคสนามจริง แล้วก็การวิเคราะห์เชิงวิศวกรรม แล้วก็กฎหมายอย่างรอบด้าน เผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อความโปร่งใส ระบุผู้มีส่วนรับผิด รับชอบด้วย ช่องทางการเรียกค่าเสียหาย แล้วก็การทบทวนว่ากรมธรรม์มีความเสียหายเพียงพอต่อคุณภาพชีวิตหรือไม่ มีหน่วยงาน ภายนอกเข้าร่วมตรวจสอบควบคู่กับหน่วยงานรัฐเพื่อป้องกันการมีผลประโยชน์ทับซ้อน การละ การเลี่ยงข้อเท็จจริงเพื่อผลประโยชน์ของตน ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งด้วยค่ะ🔗
ข้อที่ ๓ จัดทำข้อเสนอเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของงานก่อสร้าง ใต้ถนน เสนอแนวทางเชิงระบบให้ครอบคลุมถึงมาตรฐานการออกแบบ วิธีการทำงาน การค้ำยัน การกันดิน การกันน้ำ การคืนสภาพถนน การเฝ้าระวังการทรุดแบบ Real-time ตลอดจนมีมาตรการฉุกเฉินของสาธารณูปโภค การพยาบาลพื้นที่ที่แออัด แล้วก็ ซอยที่คับแคบรวมถึงกลไกธรรมาภิบาลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วก็ระบบให้คุณ ให้โทษที่บังคับให้ใช้ได้จริง แล้วก็ผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรฐานที่ทำให้เกิดเหตุอันตรายเช่นนี้ แล้วก็ขอให้ครอบคลุมถึงทุกโครงการที่มีการก่อสร้างใต้ถนน ไม่ว่าจะเป็นการประปา ไฟฟ้า รวมไปถึงการสื่อสาร สายสื่อสารเคเบิลต่าง ๆ แล้วก็การตรวจสอบเหตุถนนยุบครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อหาคนผิดอย่างเดียวหรือว่าซ่อมถนนให้กลับคืนมาอย่างเร็วด้วย แต่ว่ามันเป็น ภาพสะท้อนต่อภาพลักษณ์ของประเทศแล้วก็ตัวชี้วัดสากลที่ทั่วโลกใช้ในการประเมิน การพัฒนาเมือง แล้วก็โครงสร้างพื้นฐานของเรา วัดว่าประชาชนมีโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพ ที่ดีใช้ชีวิตและเดินทางในเมืองได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ หากเราปล่อยให้ลักษณะเหตุการณ์ เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีการสืบสวนอย่างเป็นอิสระ ประชาชนหมดความเชื่อมั่น มั่นใจ ประเทศก็จะถูกจัดอันดับตกลงไปในเวทีโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระทบทั้งการลงทุน การท่องเที่ยว แล้วก็เป้าหมายการพัฒนาเมืองในภาพรวมด้วยค่ะ เราทุกคนสมควรที่จะ มีความเชื่อมั่น เชื่อใจแล้วก็สบายใจในการใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน เราต้องมองว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่ Act of God ค่ะ สิ่งที่มนุษย์สร้างมนุษย์ต้องแก้ไขได้ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ จากฝีมือมนุษย์ต้องไม่เกิดขึ้นอีก ดิฉันก็ขอให้สภาแห่งนี้ร่วมกันเพื่อพิจารณาญัตตินี้ เพื่อดำเนินการให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนรับรู้ข้อเท็จจริงแล้วก็เยียวยาผู้เสียหาย จากเหตุการณ์นี้ให้โดยเร็วที่สุด ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปจะมีผู้อภิปรายตอนนี้มีลงชื่อแล้ว ๔ ท่าน ท่านแรกขอเชิญคุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับประชาชนโดยทั่วไปทั่วประเทศ แล้วไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน แม้แต่ประชาชนที่อยู่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน หรือประเทศอื่น ๆ ในยุโรปก็ดี ในเอเชียก็ดี ได้มีการนำคลิปที่เกิดขึ้นไปแพร่หลาย ทาง Social Media เป็นเหตุการณ์ที่เป็น Viral อันหนึ่ง แต่เป็นเหตุการณ์ Viral ที่ไม่เป็นผลดี กับประเทศไทยครับ ถ้าหากว่าเป็นเรื่องดี ๆ มันก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ช่วยส่งเสริมให้ มีการท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่เหตุการณ์ Viral ประเภทนี้ เมื่อประกอบกับเหตุการณ์ ตึกถล่มในช่วงต้นปีที่ผ่านมาส่งผลกระทบให้กับความเชื่อมั่นในเรื่องระบบการก่อสร้างของ ประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ยังมีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะที่ ถนนพระราม ๒ หรือแม้แต่สถานีรถไฟใต้ดินที่หลานหลวง แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ อาจจะไม่ได้แพร่หลายเท่ากับเหตุการณ์ตึก สตง. กับดินถล่มที่แถววชิรพยาบาล ก็เป็นสิ่งที่ น่าเสียดายมากและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบ การก่อสร้างของประเทศไทยลดลงไปเป็นอย่างมาก สำหรับสาเหตุของการเกิดปัญหา ในฐานะที่ผมก็จบทางวิศวกรรมมาเช่นเดียวกัน คือจบที่วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ผมก็รู้สึกผิดหวังที่ทางผู้ว่า รฟม. ท่านมาบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะเกิดจากเหตุการณ์สุดวิสัย เกิดจากเหตุการณ์ที่เป็นอุบัติเหตุ ซึ่งผมก็ขออนุญาต เรียนท่านประธานว่าเหตุการณ์สุดวิสัยต้องอย่างเช่น มีพายุเข้าหรือมีแผ่นดินไหว แต่ในช่วงวันที่ ๒๔ กันยายน เราไม่มีเหตุการณ์ทำนองนั้นเกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเกิดได้ ๒ อย่างเท่านั้น ก็คือจากการออกแบบที่ไม่ละเอียดรอบคอบเพียงพอ หรือเกิดจากการก่อสร้างและการควบคุมการก่อสร้างที่ไม่มีประสิทธิภาพ มีความบกพร่อง หละหลวมหรือเกิดการทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้าง ในความเห็นของผม การออกแบบ โอกาสที่จะออกแบบไม่รอบคอบรัดกุมมีน้อย เนื่องจากปัจจุบันนี้วิธีการ ออกแบบทางวิศวกรรมมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ มีวิธีการต่าง ๆ ที่สามารถที่จะคำนวณแรง ทั้งในแนวราบ แนวดิ่ง การเคลื่อนไหวของดินมีเครื่องมอนิเตอร์ต่าง ๆ โอกาสที่จะเกิดจาก การออกแบบผิดพลาดแทบจะไม่มี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสายตาของวิศวกรก็คือการก่อสร้าง หรือการควบคุมการก่อสร้างที่ไม่รอบคอบและไม่ระมัดระวังเพียงพอเหตุการณ์จึงเกิดขึ้น เราพอจะสรุปได้ว่าเหตุการณ์มันก็คงเกิดขึ้นตรงอุโมงค์กับสถานี แล้วดินก็ไหลทะลักเข้าไป ในสถานีและในอุโมงค์ทำให้เกิดการทรุดตัว พอดินเกิดการทรุดตัวถนนในประเทศไทย จะไม่มีการสร้างอยู่บนเสาเข็ม เกิดจากการอัดดินให้อัดแน่น เมื่อดินเป็นฐานที่รับการอัดแน่น เกิดทรุดตัวลง ถนนที่เป็นถนนหลวง ย่อมไม่สามารถที่จะดำรงอยู่ได้ก็ต้องทรุดตัว แล้วก็ถล่มลงในที่สุด เพราะเหตุนั้นทำให้ผมเกิดความกังวลเพิ่มเติม ที่บอกว่าจะเปิด การจราจรอีกครั้งในวันที่ ๘ ผมก็สงสัยว่าในการสร้างถนนท่านจะต้องมีการบดอัดดิน ใช่ไหมครับ ท่านจะบดอัดดินอย่างไร ในสถานการณ์ที่การซ่อมอุโมงค์ก็ยังไม่สำเร็จเรียบร้อยดี การอัดดินที่ถ้าหากว่าอัดไม่แน่น แล้วท่านปูถนนลงไปอีก ผมก็ไม่มั่นใจว่าถนนที่ ผ่านการสร้างด้วยวิธีนี้จะสามารถอยู่ได้อีกกี่วันหรือจะเกิดปัญหาทรุดหรือเกิดปัญหาเสียหาย เพิ่มเติมหรือไม่ รวมทั้งตึก สน. สามเสนซึ่งเราเห็นจากภาพเห็นชัด ๆ เสาเข็มของตึก ผมยังไม่เห็นแบบอาคาร แต่ถ้าดูจากเสาเข็มนี้ก็ประมาณ ๒๐ กว่าเมตร แต่ว่าหลุมที่เกิดการถล่ม มันลึกกว่านั้น อาจจะอยู่ระหว่าง ๒๐-๕๐ เมตรแล้วแต่ช่วง ลักษณะอย่างนี้ทำให้เกิด ความกังวลว่าตัว สน. สามเสนจะทำอย่างไรให้สามารถดำรงอยู่ได้โดยมีความแข็งแรง เพียงพอ เพราะว่าลักษณะของดินที่มีการเคลื่อนไหว ถ้าหากว่าไม่มีการดูแลให้ดีพอ การเคลื่อนไหวของดินจะทำให้เสาเข็มเกิดปัญหาอย่างรุนแรง และจะทำให้การเกิดปัญหา ในที่สุด แต่ก็โชคดีครับ ตึกวชิรพยาบาลมีการสร้างผนังกันดิน ผมก็เชื่อว่าก็คงจะไม่มีอะไร ก็อาจจะ กระทบกระเทือนในเรื่องของผู้ป่วยที่ต้องย้ายบ้างหรือผู้ป่วยนอกที่เข้าไม่ได้บ้าง แต่ตึก สน. สามเสน เป็นตึกที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งถนนต่าง ๆ ตามแนวรถไฟฟ้า สายสีม่วง ซึ่งก็เป็นถนนทำนองเดียวกัน สร้างอยู่บนดินที่บดอัดแน่น เมื่อมีการเคลื่อนตัว ของดิน ผมก็ไม่แน่ใจว่าดินที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ถ้าหากว่าไม่ได้มีการสร้าง โดยความระมัดระวังเพียงพอจะเกิดการทรุดตัวหรือถล่มลงอีกหรือไม่ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ เป็นหน้าที่ที่ทาง รฟม. จะต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนและรอบคอบ จะคิดว่า เกิดจากเหตุสุดวิสัยไม่ได้ เพราะการคิดเช่นนั้นถือเป็นการคิดที่ไม่รับผิดชอบ มีเจตนา จะให้ผู้รับเหมาพ้นความผิดซึ่งผมไม่เห็นด้วย ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานไปยัง คณะกรรมการที่มีการตั้งอยู่แล้วให้ตรวจสอบ แล้วก็ต้องติดตามให้ทราบข้อเท็จจริงว่า มันเกิดอะไรขึ้น ไม่ยากเกินความสามารถที่จะตรวจสอบ ขอให้มีการดำเนินการให้มีวิศวกร ภายนอก Third Party เข้าไปตรวจสอบก็จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ขออนุญาตต่ออีกนิดหน่อย ไม่นานครับท่านประธาน จะได้จบครบถ้วน สาเหตุ ผมได้กล่าวถึงแล้วในเรื่องของ การแก้ไขปัญหา โชคดีที่พรรคเพื่อไทยก็มี สส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ท่านก็เป็น สส. กทม. ที่มีความขยันขันแข็ง เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นท่านก็เข้าไปทั้งกลางวันและกลางคืน ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เสียดายที่ท่านไม่ได้ดำเนินการต่อในฐานะรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เช่นนั้นเราก็คงจะแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีคนถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ท่านไม่ตอบนะครับ ท่านเดินออกไป วันนี้ก็เป็นพระคุณที่ท่านมาตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิก ซึ่งท่านก็บอกว่าสาเหตุที่ท่านไม่ตอบในวันนั้นก็เพราะว่าท่านอยากจะมาตอบในวันนี้ ก็ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี แล้วท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้มีส่วน เกี่ยวข้องกับบริษัทแล้ว เนื่องจากว่าขายหุ้นหมดแล้ว แต่อย่างไรก็ดีจากรายชื่อผู้ถือหุ้น เราก็คงเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังมีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับบริษัทดังกล่าวอยู่ ซึ่งไม่ใช่ เรื่องเสียหายครับ การที่ท่านมีความเกี่ยวพันใกล้ชิดก็หมายความว่าท่านก็สามารถที่จะเข้าถึง ข้อมูลการก่อสร้างและข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียด ซึ่งก็คงจะทำให้การตรวจสอบสามารถ ตรวจสอบได้รวดเร็วและเรียบร้อยยิ่งขึ้น ก็ขอฝากท่านประธานและคณะกรรมาธิการ ได้ติดตามเรื่องดังกล่าว ซึ่งผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีคุณภาพ ท่านก็คงจะรีบเร่งติดตามหาสาเหตุและวิธีการแก้ไข รวมทั้งถ้าหากพบ ผู้กระทำผิด ผู้กระทำผิดก็คงต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่ง ทางอาญาและทางวินัย ก็ขอฝาก เรื่องนี้ด้วย แล้วผมก็ขออนุญาตเนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความสำคัญก็อยากให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครทุกเขต ได้ร่วมกันตรวจสอบว่าการก่อสร้าง รถไฟฟ้าใต้ดินไม่ว่าจะเป็นสายใดก็ตามหรือการก่อสร้างโครงการใหญ่ ๆ โครงการใดก็ตาม ขอให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถี่ขึ้น ๆ เป็นสัญญาณเตือน ที่ไม่ดีครับ อาจจะเกิดปัญหาจากการก่อสร้างและการควบคุมการก่อสร้างที่ละเลย ประมาท เลินเล่อ มีการทุจริตจึงเกิดปัญหาขึ้น ขออนุญาตฝากความกังวลไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ตอนนี้มีผู้เสนอชื่อ จะขอร่วมอภิปราย ๖ ท่าน ก็เลยจะขออนุญาตปิดการลงชื่อ ต่อไป ขอเชิญคุณหมอศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เหตุการณ์หลุมยุบกลางกรุงเทพมหานครในย่านสามเสน และอีกหลาย ๆ แห่ง ไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุทางวิศวกรรมอย่างเดียว แต่สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึง ปัญหาเชิงโครงสร้างของการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาล ที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน เมื่อเช้าดิฉันก็เข้ามาไม่ทัน ประชุมกรรมาธิการตอนเช้า ได้ฟังตอนท้ายว่าท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาตอบกระทู้ถามสดในสภาแห่งนี้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล รับปากจะไม่ปกป้องเพื่อให้ผู้รับจ้างได้ประโยชน์ มีคำพูดหนึ่งที่ท่านได้กล่าวในสภาแห่งนี้ว่า ผมกับบริษัท ซิโน-ไทย ตอนนี้เหมือนคนไม่รู้จักกัน ขอให้สัตยาบันว่าจะให้อิสระกับกระทรวงคมนาคมในปัจจุบัน คือท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ก็เป็นคำมั่นในสภาว่าท่านจะไม่ใช้อำนาจทำให้เกิดครหา เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ดิฉันในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็จะติดตามตรวจสอบต่อไป แล้วก็ขอฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องการตั้งคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบซึ่งดิฉันคิดว่าควรจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน ฝ่ายการเงิน การคลัง ผู้แทนจากองค์กรตรวจสอบภาคประชาชนด้วยและที่สำคัญที่สุดห้ามไม่ให้ มีบุคคลใดที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการนี้แฝงเข้ามาร่วมในคณะกรรมการ ไม่ว่าจะเป็น ผู้รับเหมา เจ้าหน้าที่รัฐหรือกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้อง เพราะหากคณะกรรมการนี้ยังเต็มไปด้วย บุคคลที่ผูกพันกับโครงการอยู่แล้ว การสอบสวนก็จะเป็นเพียงพิธีกรรมการปัดฝุ่นแฟ้ม ไม่ใช่การค้นหาความจริงที่ประชาชนรอคอยและดิฉันเองขอฝากข้อเตือนใจผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าการยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบและแก้ไขความผิดพลาดอย่างจริงจัง เป็นหัวใจสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้การตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติได้เดินคู่ขนาน ดิฉันสนับสนุนเพื่อนสมาชิกในการให้ญัตติด่วนถนนสามเสนยุบ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ส่งเรื่องเข้ากรรมาธิการวิสามัญยกระดับก่อสร้างค่ะ ท่านประธานสภาที่เคารพ ความเสียหาย จากหลุมยุบไม่ใช่เพียงถนนที่ทรุด แต่คือความเชื่อมั่นที่ถล่มลงไปตามด้วย ดิฉันหวังว่ารัฐบาล จะใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาสฟื้นฟูมาตรฐานความรับผิดชอบ ไม่ใช่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของ การปล่อยให้ความจริงถูกฝังไปใต้คอนกรีตค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเอกพร รักความสุข ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เอกพร รักความสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนครไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่คนกรุงเทพฯ โชคดีมากที่ได้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่สร้างเสร็จแล้ว ประสบการณ์ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยนั้นก็ถือว่า ได้ควบคุมดูแลให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินมายาวนาน แต่ทำไมเกิดเหตุทำให้ถนนทรุด ดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายวันนี้ใน ๓ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ คือความผิดปกติ ประเด็นที่ ๒ คือ ความรับผิดชอบโดยเด็ดขาด และประเด็นสุดท้ายคือการรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ อาคารสำนักงาน สตง. ถล่ม มูลค่าความเสียหาย ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีคนเสียชีวิต ๘๙ คน ก็นับว่าเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะต่อไปนี้ใครจะใช้อาคารส่วนราชการต่าง ๆ ที่สร้างโดยบุคคลผู้รับเหมาจากโครงการเหล่านี้ก็จะรู้สึกอันตราย ในขณะนี้ก็จะมีการเปิดใช้ อาคารของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติก็เป็นผู้รับเหมาเจ้าเดียวกัน ดังนั้นความรู้สึก ของผู้ใช้บริการอาคารของส่วนราชการก็จะติดค้างอยู่ในใจ ไม่แตกต่างจากการใช้รถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนของ รฟม. ในเวลานี้ สิ่งที่ผมอยากสะท้อนความผิดปกติของเรื่องนี้ต่อที่ประชุม แห่งนี้อย่างชัดเจนก็คือว่าการทำอุโมงค์และทำรถไฟฟ้าใต้ดินครั้งนี้เป็นการทำงาน ๒๔ ชั่วโมงต่อเนื่องทุกวัน จะมีใครถามไหมครับว่าบันทึกการทำงานของผู้คุมงานในครั้งนี้เป็นบันทึกแบบไหน อย่างไร ใช้แรงงานต่างด้าวสัญชาติไหน มีการควบคุมการทำงานต่อเนื่องส่งต่อกันแต่ละชั่วโมงอย่างไร ไม่ปรากฏเรื่องนี้จากคำชี้แจงของ รฟม. เลย สิ่งที่น่าประหลาดใจมากก็คือว่าเครื่องมือที่ใช้ ในการวัดดินสไลด์ Inclinometer นั้น ไม่มีการอธิบายผลของการเกี่ยวกับดินสไลด์ ทั้งนี้ อ้างว่าการก่อสร้างอุโมงค์และสถานีเสร็จสิ้นเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่ในช่วงของการที่ทำงาน ยังมีการดูแลเรื่องสถาปัตยกรรม เอาคนเข้าไปปรับปรุงให้มีความเรียบร้อย แล้วคนเหล่านั้น หายไปไหนในช่วงเวลาเกิดเรื่อง ในช่วงตอนตี ๔ ตี ๕ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เริ่มมีน้ำในบริเวณ ถนนในเวลานั้นคนงานทั้งหมดไปอยู่ที่ไหน สิ่งที่สงสัยวันนี้ เราจะสามารถดูจาก เครื่อง Piezometer ซึ่งเครื่องนี้เองที่จะคอยเตือนระดับแรงดันน้ำใต้ดินต่ออุโมงค์ที่ท่าน ดำเนินการ รายงานดังกล่าวนี้จะต้องปรากฏเพราะมีการปักเครื่องนี้ทุก ๕๐๐ เมตร แล้วบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณสำคัญ ไม่มีการพูดเรื่องนี้ในสาธารณะ เก่งแต่การแถลงข่าว รายวันเพื่อจะบอกว่าเกิดจากปัญหาน้ำใต้ดิน ผมได้ไปเรียนถามอาจารย์ผู้เก่งในด้านนี้มาท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินของกรุงเทพมหานครนั้นอยู่ในชั้นดินเหนียว ซึ่งมีสภาพแข็งแรงที่สุด ที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่การที่น้ำทำให้ ดินเหนียวเหล่านั้นกลายเป็นขี้โคลน มันต้องมีรอยรั่วในบริเวณอุโมงค์ คำถามคือว่าเรื่องรอย รั่วเหล่านี้ไม่มีการจัดการแก้ไขหรืออย่างไร ดังนั้นคนที่คุมงานครั้งนี้จะรู้แล้วว่ามีรอยรั่ว แต่ไม่เปิดเผย แล้วก็บอกให้คนทำงานทั้งหมดออกจากอุโมงค์ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ที่สำคัญที่สุด ไม่มีการเตือนภัยใด ๆ ในการก่อสร้างครั้งนี้ ผมได้ทราบว่าผู้บริหาร รฟม. นั้น ได้รับทราบเรื่องนี้โดยผ่านการรายงานทั่ว ๆ ไป สิ่งที่จะต้องทำเรื่องแรกคือเอาบันทึก การทำงานประจำวันมาตรวจสอบ ในประเด็นที่ ๑ ผมขอยืนยันว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติ ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ ไม่ได้มีปัญหาทางธรณีวิทยาแต่มีปัญหาจากคนโดยตรง🔗
ประเด็นที่ ๒ คือความรับผิดชอบโดยเด็ดขาด ท่านประธานที่เคารพครับ โดยสัญญาของส่วนราชการทั้งหมดไม่ว่าจะสัญญาไหนก็ตาม แล้วยิ่งสัญญานี้ที่มีมูลค่า ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น จะต้องมีข้อความเหมือนกันดังต่อไปนี้ ความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากงานที่ผู้รับจ้างได้ทำขึ้น แม้จะเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ตาม ผู้รับจ้าง ต้องรับผิดชอบ ท่านประธานครับ การทำงานโครงการขนาดใหญ่ในประเทศไทยนั้น เราตกเป็นเบี้ยล่างของบริษัทต่างประเทศตลอดเวลา เราจะเห็นอย่างกรณีตึก สตง. ถล่ม มีผู้รับจ้างสัญชาติจีนพอดำเนินคดี เราก็ทำได้แต่ว่าผิดกฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าว หากผู้รับจ้างส่งต่องานให้บริษัทที่ไม่ใช่ของคนไทย เขาย่อมมองถึงเรื่องของรายได้ และกำไรเป็นหลัก ดังนั้นสัญญาของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยจะต้อง ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะว่าใครรับผิดชอบบ้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้รับจ้างหลัก ผู้รับจ้างรองหรือ คนที่เข้าไปทำงานต่อเนื่องจากบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ วันนี้มีความสงสัยอย่างยิ่งเลย ว่าบริษัทรับจ้างในเมืองไทยที่รับเหมาก่อสร้างนั้นนิยมส่งต่อผลงานให้กับบริษัทสัญชาติอื่น ๆ เข้ามารับประโยชน์ในประเทศไทย กรณีนี้จึงเป็นความบกพร่องอย่างหนึ่งและ เมื่อมีความผิดปกติในอุโมงค์นั่นหมายถึงว่าจะมีปัญหาการสื่อสารในภาษาหรือไม่ จะมีการมองเรื่องอะไรเป็นหลักหรือไม่สัญญาจึงจะต้องบอกว่าผู้รับผิดชอบ ต้องรับผิดชอบ อย่างเด็ดขาด🔗
ประเด็นสุดท้ายคือผลประโยชน์สาธารณะของประเทศไทย ท่านประธาน ที่เคารพ กรณีการจ้างแรงงานต่างด้าวก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เราปล่อยปละละเลยให้ธุรกิจ รับเหมาก่อสร้างนั้น เลือกจ้างอย่างสบายใจ ปัญหาแรงงานสัญชาติกัมพูชาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เราต้องระมัดระวังเพราะบัดนี้มันเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศมาแล้ว เราไม่เคย ตรวจสอบการทำงานของแรงงานสัญชาติกัมพูชาเลย ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราจะต้อง ติดตามจากปัญหานี้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ผิดปกติ ท่านประธานจะเห็นว่าการก่อสร้าง รถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหลายแทบจะไม่มีปัญหา เพราะเขาออกแบบมาว่าจะต้องมี Safety Factor ไม่ต่ำกว่า ๓ เท่า ฉะนั้นการที่ผู้บริหารหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยบอกว่าปัญหาเรื่องนี้เกิดจากน้ำใต้ดิน นี่ล่ะครับคือเป็นความท้าทายทางวิชาการของประเทศไทย ดังนั้นเมื่อการออกแบบก่อสร้างไม่ได้มีปัญหา เมื่อการเลือกตำแหน่งของการวางอุโมงค์ไว้ ไม่มีปัญหา เป็นความรับผิดชอบที่ประเทศไทยนั้นต้องสูญเสียจากปัญหาที่เกิดขึ้น กระผมในนามของคนที่เสียภาษีทุกคนไม่อยากเห็นภาษีของประเทศไทย ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทนี้ จะต้องถูกทำลายลงจากความไม่น่าเชื่อถือของการควบคุมงานก่อสร้างและหาผู้รับผิดชอบ ไม่ได้เหมือนอย่างกรณีตึก สตง. ถล่ม เพราะผู้รับเหมาในประเทศไทยส่วนใหญ่มีความคิดว่า ต้นทุนต่ำ กำไรสูง นี่ล่ะคือปัญหาที่เราต้องพูดกันวันนี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่ใช่วิศวะแต่ก็พยายามหาข้อมูล เพราะว่าการสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินมันเป็นเรื่องที่ใช้เงินเยอะ ความยาวรถไฟสายสีม่วง ๒๓.๖ กิโลเมตร ใช้เงินประมาณ ๘๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ที่เกิดเรื่องก็คือช่วงที่ ๑ สัญญาที่ ๑ ครับ ๔.๘ เมตร ใช้เงินประมาณ ๑๙,๔๓๐ ล้านบาท ที่ต้องพูดเพราะว่ามันใช้เงินเยอะจริง ๆ รถไฟใต้ดินมีการสร้างครั้งแรกที่ลอนดอน อันเดอร์กราวด์ ปี ๑๘๖๓ ก็ประมาณร้อย ๑๖๒ ปี ถัดมาก็อยู่ที่โตเกียว ญี่ปุ่น ๙๘ ปี ประเทศไทยไม่กล้าสร้างรถใต้ดิน เพราะว่ากลัวดินมันทรุด ดินมันอะไรต่าง ๆ ก็เลยสร้างบนดินเป็น BTS ปี ๒๕๔๒ หลังจากนั้นก็มีความกล้าหาญ ก็เกิดมี MRT สีน้ำเงินใต้ดิน ปี ๒๕๔๗ เพราะฉะนั้นแสดงว่ามาตรฐานการก่อสร้างรถใต้ดิน มันดี มีตลอด เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่มีถนนยุบลงวันที่ ๒๔ เกิดเหตุตั้งแต่ตี ๕ ถึง ๗ โมงครึ่ง เป็นการที่คนเห็นมันยุบ แล้วก็ยุบลงไป ท่านประธานคงเห็นมีรถหายไป ๑ คัน แล้วก็ มีเสาไฟฟ้า แล้วก็เห็นท่อน้ำแตกออกมาก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีแต่ไทยมุง แล้วก็ ขณะนั้นยังไม่มีใครเตือนกันเลย มาเตือนกันรถค่อย ๆ ถอยก็มี เพราะฉะนั้นการเตือนภัย ยังไม่มีการเริ่มเลย ไทยมุงเยอะ เพราะฉะนั้นน่าจะอันตราย ผมยังเกรงว่าเกิดถนนยุบไปอีก ทั้งรถทั้งคนไปเป็นแถวเลย อันนี้เป็นข้อบกพร่องการเตือนภัยของเราทีนี้พอมาถึงดูว่า พอเกิดเหตุขึ้นมาแล้วผมก็ลองดูว่าก่อสร้างอย่างไร ผู้ว่าการรถไฟ บอกว่าเกิดเหตุจาก เขาเรียกว่าสุดวิสัย เกิดจากสภาพดินและน้ำที่เปลี่ยนไป เสียเสถียรภาพ เหตุสุดวิสัย เพราะฉะนั้นไม่รู้ว่าจะเอาผิดใครอย่างนี้ แต่ผมอ่านข่าวท่านดอกเตอร์วัชรินทร์ กาสลัก นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยบอกว่ามันไม่ใช่ มันน่าจะเกิดจากการก่อสร้างมากกว่า ท่านอธิบายอย่างนี้เวลาเราสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเขาจะมีการสร้างสถานีรถไฟแข็งแรงมาก โครงเหล็กอย่างดี เสร็จแล้วก็มีการขุดอุโมงค์มารถใต้ดินแล้วมาเชื่อมต่อกัน สถานีรถไฟฟ้า สร้างเป็นเหล็กทึบปิด เวลาจะเชื่อมต่อต้องเจาะผนังเข้าไป เหมือนกระดาษอย่างนี้ เราเจาะ เข้าไปอย่างนี้นี่ก็คือรถไฟใต้ดินเข้าไปในผนังของสถานี เพราะฉะนั้นก็เกิดช่องว่างระหว่างผนัง นี้กับรถไฟใต้ดิน ท่านอธิบายว่าอันนี้ล่ะมันเป็นเหตุ เป็นจุดที่อ่อนที่สุดของการสร้าง เพราะว่า อุโมงค์จะเป็นโครงเหล็ก โครงคอนกรีตเป็นโค้ง ๆ แล้วมาเชื่อมต่อเข้าไป สอดเข้าไป ปกติการ ยึด ๒ ส่วนเข้าด้วยกันเขาจะมีวัสดุคล้าย ๆ ยางอ่อน ๆ มาปิด อย่างไร ๆ ก็ปิดไม่สนิทต้องมีการ เชื่อมให้ดี เพราะอะไร เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวของอุโมงค์ขณะมีรถไฟฟ้าวิ่ง ขณะเดียวกัน ตรงนี้เป็นจุดอ่อน แล้วก็มีการว่าเอาล่ะปลอดภัยเราจะมีเครื่องมือที่จะวัดว่ามีการยุบหรือเปล่า การเคลื่อนตัวของดินที่ท่านสมาชิกได้อธิบายไปแล้วว่ามีเครื่องมือเรียกว่า Inclinometer มีทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ รุ่นเก่าก็ต้องไปดูเอง รุ่นใหม่เดี๋ยวนี้มัน Auto รายงาน ทีนี้มันไม่รายงาน หรืออย่างไรก็ไม่ทราบที่เราเห็น ก็เลยเกิดปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น พอพูดถึงพวกนี้ขึ้นมาเสร็จ ท่านอาจารย์ดอกเตอร์วัชรินทร์ ท่านบอกว่าก็อาจจะเกิดจากแน่ ๆ เลยคือการสร้าง ออกแบบไม่มีปัญหา อยู่ที่การสร้าง การปิดไม่เรียบร้อยหรือไม่ได้ทำหรืออื่น ๆ พอเป็นอย่างนี้ เสร็จปั๊บ พอมีการยุบตัวของดินขึ้น น้ำที่ไหลเข้าไปมีท่อน้ำประปาด้วย มีท่อน้ำเสียด้วย มันก็ไหลเข้าไปในช่องที่ว่านี้ เข้าไป ในสถานีรถไฟฟ้า ก็ไม่รู้ไหลเข้าไปมากน้อยแค่ไหน แต่ปรากฏว่าพื้นที่มันยุบประมาณ ๓๐ คูณ ๓๐ เมตร บางรายงานก็ว่าลึกถึง ๕๐ เมตร ปัญหาก็คือว่าไหลเข้าไปจริง ๆ เท่าไร เกิดอย่างไร เพราะว่าจะเกี่ยวข้องกับการซ่อม การซ่อมนี่ญี่ปุ่นเขาบอกว่าเขาใช้เวลา ๗ วันคืนผิวจราจรได้ ของเราก็แสดงความกล้าหาญบอกว่าจะใช้ประมาณ ๒ อาทิตย์ ซึ่ง ๒ อาทิตย์นี้ผมไม่แน่ใจ เพราะว่าแบ่งเป็น ๒ ระยะ ท่านเอากระสอบทรายเล็ก ๆ ไปถมก่อน แล้วก็มีซีเมนต์ มีดินกลบอีกทีหนึ่ง จนกระทั่งถึงระดับปกติใช้เวลา ๑๔ วัน แล้วก็จะทำจราจรใหม่ หลังจากนั้นจะมีการไปซ่อมสถานีรถไฟฟ้าและอุโมงค์ให้ต่อกัน ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายต่อโรงพักสามเสนด้วย อาคาร แล้วก็เสาไฟฟ้าบริเวณนั้น ตกลงไปด้วย ท่านอาจารย์วัชรินทร์บอกว่ามันควรจะทำพร้อมกัน เพราะว่าถ้าทำอีกที มันต้องเสียเวลาประกอบการเจาะรถไฟใต้ดินลงไปอีก อันนี้เราจะเอาอย่างไรครับ เราต้อง เสียเงินเพิ่มขึ้นไปอีกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นปัญหาทางเทคนิคการก่อสร้างแล้ว จำเป็นต้องดูแลอย่างดี เพราะว่าวิธีซ่อมแบบที่ ๒ ค่าใช้จ่ายสูงมาก แล้วใครจะรับผิดชอบ🔗
ท่านประธานครับ การสร้างต่าง ๆ มีการบันทึกข้อมูล ผมเคยเป็นกรรมการ ตรวจการสร้างที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มันอยู่ที่วิศวกรที่ควบคุมการก่อสร้างรายงาน ตามความเป็นจริง แล้วกรรมการเราจะไปรู้อะไร เราไปดูว่าคุณสร้างเสร็จหรือยัง อย่างนั้น อย่างนี้ ผมไปดูแล้วก็เซ็นชื่อ ต้องการข้อมูล บันทึกต่าง ๆ ของการก่อสร้างว่าทำอะไร ดินที่ใช้กี่คิวที่ขุดขึ้นมาทั้งหมด แล้วมีการเทคอนกรีตเวลาเท่าไร คือสรุปว่าต้องมีข้อมูล การก่อสร้างอย่างละเอียด แล้วต้องมีความโปร่งใส อันนี้ถึงจะแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะฉะนั้นปัญหาการก่อสร้างผมมักจะพูดถึงเรื่องทางการเมืองว่าใครก่อสร้าง แต่ก็มีเกี่ยวพันกับบริษัท ซิโน-ไทย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าไม่เกี่ยวกันแล้ว ปัญหา ก็อยู่ที่ว่าฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะ สส. ที่อยู่ใน กทม. ต้องไปช่วยกันดู เพราะว่า กทม. นี่น่ากลัวมากเลยครับ มีการขุด ๆ ถม ๆ ขุด ๆ ถม ๆ อยู่เรื่อย โดยเฉพาะพอขุดใหญ่ ๆ คือรถไฟใต้ดินนี่มันน่ากลัวจริง ๆ ผมขับรถไปทางถนนลาดพร้าวเจออุโมงค์ขนาดนี้ ดีไม่ยุบลงไป แต่พอมองเข้าไปข้างในเป็นโพรงขนาดใหญ่เลยนะครับ🔗
ดังนั้นผมเห็นด้วยที่จะต้องส่งเรื่องที่มาก ๆ อย่างนี้ไปยังคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่เรามีอยู่แล้ว เพื่อให้ศึกษาหาข้อมูลอย่างจริงจัง การก่อสร้างของเราใช้เงินเยอะ ซึ่งเป็นภาษีอากรราษฎร ถ้ามีการทุจริตคอร์รัปชันก็เสียดาย เห็นไหมครับถนนพระราม ๒ สร้างแล้วมีอะไรตกลงมา อย่างนั้นน่ากลัวมาก แล้วก็เสียเงินเปล่าประโยชน์ แล้วก็เห็นด้วยว่า ควรจะให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ อย่างใช้ธรรมาภิบาลและโปร่งใส ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ จะเหลือ ๒ ท่าน เป็นท่านขัตติยา สวัสดิผล แล้วก็ท่านสุดท้ายคือคุณศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เชิญคุณขัตติยา สวัสดิผล ครับ🔗
ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเรื่องที่มีถนนยุบ บริเวณถนนสามเสน ซึ่งจะมีการส่งเรื่องนี้ ไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐาน ความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมา ก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ดิฉันก็อยากจะมีประเด็นเล็กน้อยที่จะฝากไปยังกรรมาธิการให้ช่วย หาความจริง แล้วก็สอบถามถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาให้เราได้พิจารณา แล้วก็ตอบกับประชาชนนะคะ🔗
ประเด็นแรก ดิฉันอยากสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการสอบหาผู้รับผิดชอบค่ะ เนื่องจากว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นว่าเราให้เจ้าของโครงการเป็นผู้ดำเนินการสอบสวน หาคนรับผิดชอบ นั่นทำให้เราไม่อาจจะมั่นใจได้เลยว่าเราจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน หรือไม่ เพราะว่าอาจจะมีการปิดบังข้อมูลเพื่อให้ตนเองนั้นพ้นผิด ในขณะที่เราต้องการข้อมูลจริง ที่เห็น สิ่งที่เกิดขึ้นหรือภาพทั้งหมด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำอีก ในอนาคต แล้วก็ปัจจุบันดูเหมือนว่าจะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจาก สาเหตุใดว่าเป็นอุบัติเหตุทางธรรมชาติหรือว่าเป็นฝีมือมนุษย์อันเกิดจากการก่อสร้างอุโมงค์ รถไฟฟ้าใต้ดิน ว่าเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและถึงแม้หน่วยงานต่าง ๆ จะได้มีการเร่งซ่อมแซม แต่ว่าก็ยังไม่มีใครชี้ชัดได้ว่าเป็นใคร องค์กรใด หน่วยงานไหน ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการที่จะต้องจ่ายค่าเสียหาย แล้วก็ กทม. เองจะนำงบประมาณ ภาษีของประชาชนไปจ่ายแทนผู้รับเหมาหรือไม่ ตรงนี้ก็ยังไม่ได้มีการชี้ชัดออกมา ทั้งนี้ได้มี รายงานว่าได้มีการเชิญทางกรุงเทพมหานคร การประปา รถไฟฟ้ามหานคร แล้วก็บริษัท ที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปชี้แจงกับทางกรรมาธิการ แต่ทางตัวแทนของรถไฟฟ้ามหานคร ก็ยังไม่สามารถที่จะชี้ชัดถึงสาเหตุได้ เพียงแต่รับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากสิ่งก่อสร้างของตน แล้วก็ให้สัญญาว่าจะมารายงานผลกับกรรมาธิการภายใน ๒ สัปดาห์ ดิฉันจึงอยากฝากเรื่อง ไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่จะรับเรื่องให้ช่วยหาความจริงว่าทำไมการสอบสวนถึงได้ ให้ดำเนินการโดยเจ้าของโครงการหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง แบบนี้มันจะมี กระบวนการในการพิสูจน์ความจริงหรือค้นหาความจริงที่เป็นอิสระเพียงใด ๒. มีการเก็บ หลักฐาน ณ จุดเกิดเหตุหรือไม่ เช่น ตัวอย่างดิน สภาพอุโมงค์ หรือว่าโครงสร้างใต้พื้นดิน เพราะว่าในข่าวก็มีเขียนเอาไว้ เตือนให้ระวังว่าการถมทรายหรือว่าถมปูนลงไปโดยที่ไม่มี การเก็บหลักฐาน เพราะอาจถูกมองว่ามีการปิดบังพยานหลักฐาน ณ ที่เกิดเหตุ ๓. จะมี การเปิดเผยรายงานการสอบสวนต่อสาธารณะหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นรายงานฉบับเต็ม หรือว่าเป็นรายงานสรุปก็ตาม โดยที่จะต้องมีผู้รับผิดชอบในการเขียนรายงานอย่างชัดเจน ๔. ควรจะต้องมีการให้มีผู้ตรวจสอบอิสระจากมหาวิทยาลัยหรือว่าสมาคมวิชาชีพ หรือเป็นวิศวกรอิสระมาช่วยกันสอบสวนคู่ไปกับคนที่จะเป็นคนตรวจสอบหาความจริง ในเรื่องนี้ด้วย แล้วก็ดูว่าเผื่อว่าจะไม่เป็นการตรวจสอบซ้ำแล้วก็ควรจะต้องมีกลไก ในการคุ้มครองพยานค่ะ ไม่ว่าจะเป็นจากสถานที่ตรวจสอบเพื่อไม่ให้ถูกแทรกแซง หรือว่าถูกดัดแปลงภายหลัง อันนี้ก็อยากจะแนะนำว่าควรจะต้องทำนะคะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันอยากพูดถึงกระบวนการในการลงโทษ หรือมาตรการ เยียวยา แล้วก็จะมีการป้องกันอย่างไรในอนาคต เพราะว่าจากข่าวที่รายงานมา ได้มีการรายงานความคืบหน้าของการซ่อมแซมถนนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ว่าทางรถไฟฟ้ามหานครได้มีการเทคอนกรีตเพื่อที่จะอุดหลุมแล้ว แล้วก็เตรียม Clear เศษ อุปกรณ์ต่าง ๆ ออกจากหลุม พร้อมยืนยันว่าจะคืนผิวจราจรให้สามารถใช้งานได้ในวันที่ ๙ ตุลาคม นอกจากนี้ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุโดยเก็บตัวอย่าง เพื่อที่จะนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียด แต่ว่าก็ยังไม่ได้มีรายงานอย่างชัดเจนว่า จะมีการเยียวยาและลงโทษอย่างไรซึ่งถ้าพบว่าเป็นความผิดของผู้รับเหมาจะมีมาตรการ ในการลงโทษหรือบทลงโทษตามกฎหมายอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในทางแพ่งหรือว่า ทางอาญาและหากเป็นการละเลยของหน่วยงานรัฐจะต้องมีการตั้งกรรมการสอบสวน ทางวินัยหรือไม่ อย่างไร แล้วเราจะมีระยะเวลาในการรับประกันงานหรือไม่ที่ผู้รับเหมาเอง จะต้องทำการซ่อมแซม โดยที่จะต้องไม่ใช้งบประมาณของรัฐหากเกิดความเสียหาย หลังจากที่เปิดใช้งานไปแล้วหรือไม่ ซึ่งก็ควรจะต้องมีหน่วยงานอิสระในการตรวจสอบด้วย แล้วก็ให้สามารถยื่นฟ้องทางแพ่งแทนประชาชนได้หรือไม่ จึงอยากฝากไปยังทางกรรมาธิการ ที่จะรับเรื่องนี้ไปให้ช่วยตรวจสอบ แล้วก็หาคำตอบเหล่านี้มาให้ประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องบอกว่าพรรคประชาชน เราติดตามเหตุการณ์นี้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทั้งท่าน สส. ปารเมศก็ดี ท่าน สส. กานต์ ภัสรินก็ดี ลงพื้นที่บ่อยมากครับ รวมกันแล้วเป็นสิบครั้ง ในขณะเดียวกันในฝั่งการทำหน้าที่ ของทางพรรคประชาชนเองทั้งตัวผมที่นั่งอยู่ในกรรมาธิการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ก็นัดหน่วยงานมาประชุมทันที รวมถึงกระทั่งทางกรรมาธิการติดตามงบประมาณที่ สส. พรรคประชาชนนั่งเป็นประธานก็เพิ่งจะนัดกันเรียบร้อย เพิ่งจะประชุมกันเสร็จ เมื่อสักครู่นี้เอง ต้องบอกว่าเราทำงานและติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ แล้วก็ได้ข้อมูลหลาย ๆ อย่างที่คิดว่าสังคมน่าจะอยากรับทราบ ต้องบอกเขาว่าอย่างแรก คือสัญญานี้เป็นสัญญาการก่อสร้างเป็นแบบ Design & Build หมายความว่าเป็นสัญญา ที่จ้างผู้รับเหมาทั้งออกแบบ แล้วก็จ้างก่อสร้าง มูลค่าประมาณ ๑๙,๔๐๐ ล้านบาท หมายความว่า รฟม. จ้างบริษัทเจ้าเดียวเลยคือ CKST-PL ก็คือที่เป็น JV ระหว่าง ช.การช่างกับซิโน-ไทย นั่นหมายความว่าไม่ว่าการออกแบบจะไปผิดที่การออกแบบก็ดี หรือจะไปผิดที่การก่อสร้างก็ดีบริษัทเดียวที่ทาง รฟม. จำเป็นต้องจัดการดำเนินคดีต่อ ก็คือทาง ช.การช่างและชิโน-ไทย พูดง่าย ๆ คือ ช.การช่างและซิโน-ไทย จำเป็นต้องรับจบ ๒. ต้องบอกว่าการแก้ปัญหาหน้างาน ณ เวลานี้ผู้ที่ตัดสินใจจริง ๆ ณ เวลานี้มีแค่ ๒ คน คือ รฟม. กับผู้รับเหมา โดยผู้ที่มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นเพิ่มเติมคือสภาวิศวกร แล้วก็ บศท. แล้วก็ผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ส่วนการดำเนินการก็ผู้รับเหมาเป็นคนดำเนินการทั้งหมด ซึ่งตรงนี้มันมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับท่านประธานครับ คือถ้าเราปล่อยให้การตัดสินใจทั้งหมด ในการดำเนินการหน้างานดังกล่าวอยู่ที่ รฟม. และผู้รับเหมาเท่านั้น หลักฐานบางอย่าง อาจจะได้รับผลกระทบได้และในขณะเดียวกันเรายังเห็นว่าทางรัฐบาลเองผ่านมา ๑ อาทิตย์ แล้วยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง นั่นหมายความว่ากระบวนการการเก็บ หลักฐาน ณ เวลานี้มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกอย่างมันถูก Operate และถูกตัดสินใจโดย รฟม. ก็คือ พูดง่าย ๆ คือผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างก็ตัดสินใจกันเอง ไม่มี Third Party ที่มีอิสระเข้าไป ตรวจสอบเข้าไปสังเกตการณ์มากเพียงพอหรือไม่อย่างไร อันนี้ผมตั้งเป็นข้อสังเกต🔗
เรื่องต่อมาทาง กปน. การประปานครหลวงเองก็ยืนยันแล้วว่าถนนที่ทรุด ไม่มีทางเกิดได้จากท่อประปาแตกแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้เดี๋ยวขออนุญาต สไลด์ให้นิดหนึ่งครับ🔗
ผมจะอธิบายไว ๆ ต้องบอกว่า ตัวอุโมงค์มันมี ๒ ชั้น มันมีชั้นบนกับชั้นล่าง ก็คือสีเทาข้างบนกับสีเทาข้างล่าง ซึ่งก็ลึกลงไป ถ้าเกิดเราดูง่าย ๆ คือตัวอุโมงค์อันบน ตัวอันที่เกิดเหตุลึกลงไปจากระดับผิวถนนก็ประมาณ สัก ๑๖.๕ เมตร ๑๖.๓ เมตร ตีกลม ๆ แล้วกันครับ ๑๗ เมตร ลักษณะอุโมงค์ต้องบอก อย่างนี้ว่ามันเป็นท่อนก็คือ Segment ส่วนที่มันมีปัญหาคือช่วงท่อน Segment ที่อยู่ติดใกล้ กับตัวผนัง Diaphragm Wall ของตัวสถานี ทีนี้พอตัวนี้มันเลื่อนลงมาเล็กน้อย มันก็เลย เกิดช่องเป็นช่องว่างเกิดขึ้น พอมันเกิดช่องว่างขึ้นมาดินทั้งหมดที่อยู่บริเวณตัว A มันก็ไหล ลงไปที่ B แล้วก็กระจายไปที่ C กระจายไปที่ตัว D แล้วก็ลงมาที่สถานีข้างล่างต่อก็คือ E แล้วก็ไหลเข้าไปอุโมงค์ชั้นล่างต่อ ก็คือ F อันนี้จากเรดาร์ที่ทาง รฟม. เขามีการคำนวณว่า น่าจะประมาณนี้ ข้อสังเกตมันอยู่ที่ตรงนี้ครับ ดินทั้งหมดตั้งแต่ B C D E F รวมกัน ประมาณ ๗,๘๐๐ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเมื่อไปเทียบกับปริมาณที่ A ก็คือช่องว่างที่มันหายไป ดินที่มันหายไปที่มันอยู่บนอุโมงค์ตอนแรกมันมีอัตราส่วนค่อนข้างใกล้เคียงกัน นั่นหมายความว่าดินทั้งหมดใน A มันไม่ได้ลงไปใต้อุโมงค์ มันไม่ได้ลงเหมือนธรณีสูบ มันไม่ได้ หายไปอยู่ข้างล่าง แต่ทั้งหมดที่มันหายไปจนทำให้ถนนเสียหาย มันไปอยู่ในอุโมงค์นี้ทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นผมก็เลยตั้งข้อสังเกตว่าถ้าจะไปออกว่าเหตุสุดวิสัย ธรณีมีปัญหา ธรณีวิทยา เป็นไปไม่ได้ ในขณะเดียวกันอยากให้คิดอย่างนี้ว่ากรุงเทพมหานครน้ำท่วมกี่รอบแล้ว ข้างใต้มันเป็นทั้งดิน โน่นนี่นั่น มันเป็นทั้งน้ำ ทั้งดิน มันก็การขยับของมันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว อุโมงค์อันนี้ต้อง Design และออกแบบมาเพื่อให้รองรับสถานการณ์ของกรุงเทพมหานครตามปกติ รวมถึง ผมก็ถามแล้วในห้องกรรมาธิการว่ารองรับเรื่องของแผ่นดินไหวหรือไม่ ก็มีการยืนยันแล้วว่า รองรับเรื่องของแผ่นดินไหว เพราะฉะนั้นผมต้องพูดดักคอไว้ก่อนเลยว่าเหตุการณ์นี้จะไป ออกหวยจะไปออกเหตุสุดวิสัยคงไม่ได้ และถ้าออกสุดวิสัยขึ้นมาสะเทือนทั้งวงการนะครับ นั่นหมายความว่าอยู่ดี ๆ อุโมงค์ Operate อยู่ใช้รถไฟฟ้ามีประชาชนสัญจรไปมา วันดีคืนดี จะเกิดเหตุสุดวิสัยอุโมงค์พังหรือครับ เพราะฉะนั้นเขาต้องคำนวณมาหมดแล้ว แต่สำหรับผม ผมเชื่อว่าเป็นปัญหาด้านวิศวกรรมต้องมีความผิดพลาดอะไรบางอย่างเกิดขึ้น ทีนี้ประเด็น เดียวครับที่จำเป็นต้องจับตามาก ๆ เลย คือมันมีเหตุ อาจจะมีเหตุ ผมใช้คำว่าอาจจะมีเหตุ จูงใจบางอย่างหรือมีการแทรกแซงทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากว่ามันมีเรื่องของการขยาย สัญญาและค่าปรับ กรณีนี้คือถ้าเกิดเป็นเหตุสุดวิสัย ภัยธรรมชาติ หวยจะไปออกว่าสามารถ ขยายสัญญาได้ แต่ถ้าเกิดว่าเป็นความผิดของผู้รับเหมาไม่สามารถขยายสัญญาได้ และสิ่งที่ เกิดขึ้นก็คือก่อสร้างล่าช้ากว่าสัญญาต้องโดนค่าปรับและค่าปรับของ รฟม. ในสัญญา ณ เวลานี้ คือ ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ต่อวัน นั่นหมายความว่าแค่ล่าช้ากว่าเดิมประมาณ ๕๐ วันจะปรับทันที ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๑,๙๔๐ ล้านบาท และนี่คือปัญหาว่าถ้าเกิดออกเหตุสุดวิสัย ๑,๙๔๐ ล้านบาท ซึ่งคือโอกาสที่อาจจะโดนค่าปรับได้นั้นอาจจะไม่ต้องจ่ายเลย แม้แต่บาทเดียว นี่จึงเรียกได้ว่านี่คือเดิมพันระดับพันล้านที่เกิดขึ้นครับ ท่านประธานครับ🔗
ส่วนสุดท้ายที่อยากฝากไปถึงรัฐบาลด้วย ๑. ก็คือสัญญาการก่อสร้าง ต้องมีการเปิดเผย ๒. ผมทราบมาว่าในสถานีก็ดีน่าจะมีซีซีทีวีอยู่และซีซีทีวีควรต้อง Operate อยู่ เราควรเห็นภาพที่อยู่ข้างในสถานีเพื่อบางมุมบางตอนอาจจะเห็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นและดูถึงเรื่องของเวลาได้ และถ้าเกิดเรื่องของเวลาได้เราจะได้ปิดประเด็น เรื่องที่มีการไปอ้างว่าน้ำประปามีปัญหา เพราะว่าทางการประปาเองก็สามารถวัดระดับ แรงดันน้ำในท่อของการประปาได้เช่นเดียวกัน เอาเวลาทั้ง ๒ ส่วนมาดู มาเทียบก็อาจจะ พอเห็นภาพได้ว่าเกิดจากอะไรขึ้น สุดท้ายที่ผมอยากเรียกร้องไปยังหน่วยงานคือ ณ วันนี้เหตุการณ์ ปัญหาด้านอุบัติเหตุด้านการก่อสร้างเกิดขึ้นมากมาย สิ่งที่เรา มีความจำเป็นต้องทำคือต้องออกกฎหมายบังคับให้โครงการก่อสร้างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการขนาดใหญ่ต้องมีการซีซีทีวีระหว่างการก่อสร้าง ไม่ใช่ไปติดตอนท้ายแต่ระหว่าง การก่อสร้างติดซีซีทีวี เพื่อมอนิเตอร์ไว้ ก็ฝากไว้เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ครับ เนื่องจากผู้เสนอญัตติทั้ง ๒ ท่าน คือท่านพชร จันทรรวงทอง และคุณภัสริน รามวงศ์ ไม่ขออภิปรายสรุปแล้ว เนื่องจากญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้ ผู้เสนอได้เสนอมาเพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและส่งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบและการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ซึ่งเรามีอยู่แล้ว จะส่งให้กรรมาธิการชุดนี้ได้รับไปศึกษาพิจารณาต่อ ผมก็เห็นว่าท่านผู้เสนอ และสมาชิกที่อภิปรายก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะขอถามจากที่ประชุมว่ามีท่านผู้ใด จะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าส่งไปให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ รับไปศึกษาพิจารณาต่อไป จึงถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบให้ส่งญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้ ไปให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐาน ความปลอดภัยการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมา ก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านครับ วันนี้เราได้ อภิปราย ประชุมมาพอสมควรแล้ว ขอปิดการประชุมครับ🔗