รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๓๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนจะดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ในเรื่องความเดือดร้อนและปัญหาในเขตพื้นที่มาหารือในสภาแห่งนี้ได้ โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๔ โดยผมจะเรียกตามลำดับชื่อที่ท่านได้ยื่นมาแล้ว ท่านแรกขอเชิญคุณแนน บุณย์ธิดา เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย พรรคภูมิใจไทย อุบลราชธานี วันนี้มีเรื่องประเด็นมาปรึกษาหารือ ท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับ อกม. อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านค่ะ เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคมที่ผ่านมา ดิฉันได้พบกับตัวแทน อกม. ประจำอำเภอ ทั้ง ๒๕ อำเภอ ของจังหวัด อุบลราชธานี ซึ่งเขาก็มาฝากเรื่องราวในประเด็นหลาย ๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน แล้วก็การได้รับคำสัญญาจากที่ผ่าน ๆ มาว่าจะมีการให้ค่าตอบแทนกับ อกม. แต่จนป่านนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า แล้วก็ อกม. อยากจะทราบถึงผลว่าการทำงานของเขาเข้าตาหรือยัง ทำไมถึงยังไม่ได้ค่าตอบแทนหรือว่าในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรซึ่งเขาก็มีส่วนสำคัญ ในการทำมาตลอดค่ะ🔗
ประเด็นต่อมา ซึ่งเป็นประเด็นเรื่องที่ทาง อกม. พูดเหมือนกันค่ะ ก็คือว่าช่วงนี้ พี่น้องประชาชนในโซนภาคอีสานจะเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวแล้วค่ะ ก็เป็นห่วงแค่ราคาข้าว แล้วค่ะตอนนี้ เพราะว่าต้นฤดูปุ๊บฝนก็พรำ ๆ อีสานฝนเพิ่งจะหมดจริง ๆ ไม่กี่วันมานี้เอง ก็เป็นฝนพรำในช่วงเก็บเกี่ยวทำให้พี่น้องประชาชนหลายคนในช่วงนี้ก็ต้องบอกว่ากังวล ในเรื่องราคาการรับซื้อ ก็อยากให้ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนให้ไม่โดนเอาเปรียบจากการรับซื้อราคาข้าวในช่วงของฤดูเก็บเกี่ยว ในปีนี้นะคะ🔗
ประเด็นสุดท้ายค่ะ เป็นการฝากประชาสัมพันธ์ต่อกับโครงการคนละครึ่งพลัส เมื่อวานนี้เป็นการใช้วันแรกของพี่น้องประชาชนแต่ว่าก็อยากฝากไปถึงร้านค้าว่าร้านค้า หลาย ๆ ร้านที่ยังอยากจะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสแล้วก็ยังไม่ได้ลงทะเบียนยังจะ สามารถลงทะเบียนได้เรื่อย ๆ จนถึงวันที่ ๑๙ ธันวาคม เพราะว่าเมื่อเช้านี้ก็มีร้านค้าหลาย ๆ ร้าน ออกมาโชว์ยอดกันว่ากระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีแล้วเขาก็มียอดขายเพิ่มขึ้น บางร้านเพิ่มขึ้นเป็น ๑๐๐-๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ อยากฝากประชาสัมพันธ์โครงการเพิ่มเติมให้กับร้านค้าที่ยังไม่ได้ร่วม ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้น ของอำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับแจ้งจากท่าน ประสพ บวรรัตนกุล นายกเทศมนตรีตำบลหนองเต็งว่าถนนทางหลวงท้องถิ่น หมายเลข บร.ถ. ๔๔-๐๑๑ สายบ้านโคกขมิ้น หมู่ที่ ๔ ถึงบ้านชำแระ หมู่ที่ ๑๐ มีระยะทางประมาณ ๙๕๐ เมตร กว้าง ๖ เมตร ปัจจุบันนี้อยู่ในสภาพชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก พื้นผิวถนน เป็นหลุมเป็นบ่อกระจายทั่วทั้งเส้นทาง ส่งผลให้การสัญจรไปมาของประชาชนไม่ได้รับ ความสะดวก นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ใช้ในการขนส่งพืชผลทางการเกษตร ไม่เพียงแต่สร้างความลำบากในการเดินทาง แต่ยังส่ง ผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบอาชีพและรายได้ของประชาชนในเขตพื้นที่ด้วยครับ จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมทางหลวงชนบทและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความช่วยเหลือทำการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากท่านยุวพร ฐิติพิทยา นายกเทศมนตรีตำบลอุดมธรรม ว่าสระหนองลิง หมู่ที่ ๔ บ้านหนองลิง ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นแหล่ง น้ำหลักของหมู่บ้าน ในปัจจุบันนี้มีขนาดกว้าง ๑๘๐ เมตร ยาว ๒๒๐ เมตร ลึก ๓ เมตร ปัจจุบันนี้มีสภาพตื้นเขินทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้และประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับ อุปโภคบริโภค ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการขุดลอกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ ให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความอนุเคราะห์จัดสรร งบประมาณเพื่อการขุดลอกและพัฒนาสระหนองลิงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ พี่น้องประชาชนด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณฉัตร สุภัทรวณิชย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ขอหารือท่านประธานครับ🔗
ปัญหาแรก ในตัวเมืองโคราชมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของการรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ก็จะมีการขนส่งวัสดุก่อสร้าง แล้วก็ ปรากฏว่ารถบรรทุกเหล่านั้นอาจจะขาดความระมัดระวังก่อให้เกิดปัญหาความไม่เรียบร้อย แล้วก็ปัญหาความสะอาดในเขตพื้นที่เมือง วัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ตกหล่นบนถนนในเขตเมือง ก่อให้เกิดอันตรายแล้วก็ทำให้เทศบาลต้องตามจัดเก็บ ขอประสานไปยังผู้รับเหมาจัดการ ให้เรียบร้อยไม่ให้วัสดุต่าง ๆ ตกหล่นบนถนนในเขตเมืองครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาเรื่องถนนชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุม เป็นบ่อ ปะแล้วปะอีก ได้รับเรื่องรายงานความทุกข์ร้อนมาจากพี่น้องประชาชน ถนนเดชอุดม ซอย ๖ ถนนเดชอุดม ซอย ๑๔/๑๗ ถนนเดชอุดม ซอย ๑๔/๒๒ ซึ่งอยู่ในชุมชนหนองแก้ช้าง ชุมชนพาณิชย์เจริญ แล้วก็ชุมชนเดชอุดมพัฒนา ปะแล้วปะอีกซ้ำไปซ้ำมา แล้วพี่น้องประชาชนใช้ถนนเหล่านี้ เยอะมากครับ อยากให้เทศบาลนครนครราชสีมาพิจารณาไปซ่อมแซมอย่างจริงจัง🔗
และปัญหาที่ ๓ ล่าสุดมีการขุดซ่อมท่อประปาเมนตรงสี่แยกตัดกันระหว่าง ถนนราชดำเนินกับถนนจอมสุรางค์ยาตร์ก็ปิดถนนเก็บ Project เรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่า ยังขาดความระมัดระวังไม่ได้บดอัด แล้วยางที่ลาดข้างบนนั้นก็ปะผุไม่เรียบร้อย สี่แยกนี้ อยู่ใกล้ลานอนุสาวรีย์คุณย่าโม อยากจะให้ผู้รับเหมารับผิดชอบเก็บถนนปิดการลาดยาง ให้เรียบร้อยด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณปารมี ไวจงเจริญ ครับ🔗
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก ขอหารือท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องท่านรัฐมนตรีออกหนังสือเวียนให้งดจัดกิจกรรมในหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง กรณีนี้มี สส. พรรคประชาชน ของดิฉันอย่าง สส. แจมก็ได้หารือแล้วก็เผยแพร่แนวคิดแล้วว่าไม่เหมาะสม แล้วก็ไม่ตรงกับ พัฒนาการช่วงวัยของเด็ก ควรให้ครูและนักเรียนเขาออกแบบกิจกรรมได้ตามความเหมาะสม ของเหตุการณ์ การจัดกิจกรรมสามารถร่วมไปกับการแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้ แต่เมื่อวานซืน สช. หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชนที่ดูแลโรงเรียนเอกชนได้ออกหนังสือยกเลิก แล้วก็ให้โรงเรียนเอกชน จัดกิจกรรมทั้งในและนอกหลักสูตร และจัดกิจกรรมงานต่าง ๆ ตามประเพณีได้ตามความ เหมาะสม ตอนนี้ยังขาด สพฐ. ค่ะท่านประธาน สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน และ สอศ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่ง ๒ หน่วยงานนี้ มีสถานศึกษาเป็นจำนวนมากยังไม่ได้รับหนังสือยกเลิกค่ะ ทำให้ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครองเขาสับสน จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งออกหนังสือให้ สพฐ. และ สอศ. ยกเลิกหนังสือที่งดจัดกิจกรรมนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอหารือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเรื่อง กยศ. กยศ. ดิฉันพูดหลายครั้งแล้ว แต่ว่าตอนนี้ กยศ. อนุมัติเงินกู้ให้กับผู้กู้ ๑๖๐,๐๐๐ รายแล้ว ต้องขอขอบคุณ กยศ. ด้วย แต่ดิฉันยังกลัวว่าจะตกหล่นอยากให้ท่านรัฐมนตรีกำชับ กยศ. ตรวจสอบให้ดีอย่าให้มีการตกหล่นผู้กู้🔗
เรื่องที่ ๓ ขอหารือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กรณีเกี่ยวเนื่องกับ กยศ. คือกรณีเด็กซิ่วค่ะท่านประธาน เด็กซิ่วหรือผู้กู้ กยศ. ที่ย้ายสถานศึกษาตอนนี้มีเกือบ ๓,๐๐๐ ราย ที่คุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินกู้ กยศ. และเขาไม่มีเงินเรียนกำลังจะหลุด ออกจากระบบการศึกษา ดิฉันอยากขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ประสานไปยัง มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ จัดหาทุนการศึกษาเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาโดย เร่งด่วน เพราะว่าเขาจะไม่ได้รับเงินกู้ กยศ. เราต้องช่วยกัน มหาวิทยาลัยต้องลงมาช่วยแล้ว ช่วยเหลือหาทุนให้พวกเขา ขอฝากท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม วันนี้ มีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง ในเรื่องสถานการณ์ชายแดนประเทศเมียนมา ของประเทศไทยติดฝั่งอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม เป็นต้นมามีคนที่ไปทำงานอยู่ฝั่งประเทศเมียนมาอพยพข้ามมายังฝั่งประเทศไทย หลบหนีเข้ามา เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบในฝั่งตรงกันข้ามคือที่เคเคพาร์ก ขณะนี้คนมาเกือบ ๑,๖๐๐ คนแล้ว จนถึงเมื่อวาน ที่ผ่านมาก็มีการสู้รบกันพอสมควร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ ผ่านมาก็มีการทิ้งระเบิด ไปยังชุมชนในเคเคพาร์ก ก็ทำให้คนที่อยู่ในนั้นหนีอพยพออกมากันเต็มหมด ตอนนี้ประเทศไทย ก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ฝั่งติดชายแดนประเทศเมียนมา จากการทิ้งระเบิดอะไรต่าง ๆ ก็ยังมีลูกหลง สะเก็ดระเบิดตกมาฝั่งบ้านเรือนของคนไทย เป็นจำนวนมาก ทางจังหวัดตากโดยภายใต้การนำของท่านสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดตาก คอยสั่งการทุกหน่วย เราก็มี การเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นหน่วยกาชาด ตำรวจ ทหาร อส. ช่วยกันรักษาตรึงกำลังเต็มที่ เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนบ้านเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมขอนำเรียนไปยังท่าน นายกรัฐมนตรี เรื่องนี้มันใหญ่เกินสำหรับจังหวัดตาก ตั้งแต่เรื่องการตัดน้ำตัดไฟ Scammer ของรัฐบาลชุดที่แล้วก็เป็นเรื่องทีหนึ่งแล้ว พอตัดไปปุ๊บก็ไม่มีเรื่องอื่น ๆ ตามมาที่จะเยียวยา แก้ไขให้พวกเรา ตอนนี้มีเรื่องนี้อีกแล้วคนอพยพเข้ามาเต็มเลย อยากจะให้โฟกัสไปที่จังหวัด ตากเต็ม ๆ จังหวัดตากเป็นเมืองหน้าด่านที่อำเภอแม่สอด เมื่อก่อนมีการขนส่งสินค้าไปยัง ประเทศเอเชีย ยังไปถึงยุโรปปีหนึ่งเป็นแสนล้านบาท ตอนนี้เศรษฐกิจซบเซามาก ด่านปิดอีก เคราะห์กระหน่ำซ้ำเติมกับคนแม่สอด คนจังหวัดตากเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนชายแดน ที่ค้าขาย วัวก็ยังไม่ได้ให้เข้า อะไรต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นผมอยากให้ทางรัฐบาลไปโพกัสจุดนี้ด้วย โดยเฉพาะอยากจะนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีถ้ามีโอกาสขอไป ครม. สัญจรที่นั่นสักครั้งหนึ่ง จังหวัดตากจะได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ๓ เรื่องที่กราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้เป็นปัญหาทั้งนั้นครับ🔗
เรื่องแรก การโดยสารเครื่องบิน ทุกวันนี้สายการบินมีเที่ยวบินน้อยลง ค่าโดยสารแพงขึ้น คนที่เสียโอกาสที่สุดคือพี่น้องประชาชน รวมทั้งผู้แทนราษฎรที่เดินทาง ไป ๆ มา ๆ ด้วย อยากฝากไปที่กระทรวงคมนาคม กรมการบินพลเรือน การบินเสรีมันต้อง บินเสรีจริง ๆ บางประเทศเขามีสายการบินในประเทศเยอะมาก แต่ประเทศไทยมี ๔-๕ บริษัทเท่านั้น แถมไป ๆ มา ๆ บินวันละเที่ยวก็มี หรือบางครั้งบางจังหวัดมีสายการบิน สายการบินเดียว บินเที่ยวเดียว ทุกวันนี้เป็นอย่างนั้น เราจะอาศัยบริษัทการบินในประเทศ ๓-๔ บริษัท พัฒนาประเทศเราได้อย่างไร ผู้ร้องเรียนก็คือนายเอมโอช บุญทน ผู้รับผิดชอบ คือกรมการบินพลเรือนและกระทรวงคมนาคม🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่อง PromptPay เวลาเราโอนเงิน PromptPay กดตัวเลขผิด ตัวเดียวเงินไปเลย แต่เวลาเราไปตามธนาคารต้นสังกัดไม่รับผิดชอบ บอกว่า ๖๐ วัน ถึงมาตามเอาเงินได้ บางทีก็ต้องแจ้งความดำเนินคดี เพราะฉะนั้นผู้รับผิดชอบที่เปิด PromptPay ขึ้นมาคือธนาคารแห่งประเทศไทยต้องรับผิดชอบด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้ร้องก็คือนายพลภัทร หอมแม้น ผู้รับผิดชอบ คือธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องแรงงานเถื่อนและคนเถื่อน ทุกวันนี้มีประมาณ ๘ ล้านคน แต่แรงงานที่มาขึ้นทะเบียนจริง ๆ ก็คือ ๒ ล้านกว่าคน อยู่นอกระบบประมาณ ๕-๖ ล้านคน คนเหล่านี้ประเทศไทยต้องแบกความรับผิดชอบ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ทั้งดูแลความปลอดภัย เป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้นฝากไปที่หน่วยงานความมั่นคง อย่างเช่น แรงงานหนึ่งที่เราไม่เคยพูดถึงเลยคือแรงงานเวียดนาม อยู่ที่จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร เยอะมาก แรงงานเวียดนาม พวกนี้เข้ามาทำอะไรครับ ปลูกกัญชา ฝากไปที่ฝ่ายความมั่นคง ดูแลด้วย รัฐบาลท่านอนุทิน ผู้ร้องเรียนก็คือ สส. สุรทิน พิจารณ์ ผู้รับผิดชอบคือกระทรวง แรงงานและฝ่ายความมั่นคง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญคุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการ ร้องเรียนจากนายพิเชษฐ ก่อเกิด รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปอนว่าในช่วงเกิดฤดู พายุวิภาได้รับผลกระทบทำให้เกิดปัญหาน้ำเซาะตลิ่งของแม่น้ำน่านอย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่ บ้านปอน หมู่ที่ ๖ และบ้านป่าเป๋ย หมู่ที่ ๗ ทำให้ตลิ่งพัง กัดเซาะ ผมจึงขอให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองได้จัดงบประมาณเพื่อไปก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งกับหมู่บ้าน หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๗ ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายก อบต. จอมพระ และนายก อบต. ยม ให้ผมได้ติดตามเรื่องขออนุญาตก่อสร้างสะพานไปที่กรมเจ้าท่า ขออนุญาตไปบ้าน หมู่ที่ ๒ ตำบลยม และบ้านหมู่ที่ ๔ ตำบลจอมพระ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน อบต. ทั้ง ๒ แห่งได้ขออนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามน้ำย่างเป็นเวลานานแล้ว แต่กรมเจ้าท่ายังไม่ได้ อนุญาตให้ก่อสร้าง โดยการก่อสร้างสะพานนี้ทาง อบต. ได้ใช้งบประมาณของท้องถิ่นเอง เพียงแต่ขอให้กรมเจ้าท่าอนุญาตให้ก่อสร้างเท่านั้น ทางชาวบ้านเขารอคอยมานานแล้วครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนตำบลจอมพระและตำบลยม ขอให้กรมที่ดินได้เดินสำรวจออกโฉนด ออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนทั้ง ๒ ตำบลด้วย ประชาชนรอคอยกรมที่ดินให้ออกโฉนดทั้ง ๒ ตำบล ตำบลยมและตำบลจอมพระ อำเภอ ท่าวังผา จังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญคุณสมศักดิ์ บุญประชม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ บุญประชม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคไทยรวมพลัง สส. ช่องบก สส. ช่องอานม้า ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องข้อตกลงลงนามสันติภาพ ถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ มีภาพ ออกมาว่าถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ สิ่งสำคัญถอนอาวุธหนักออกแล้วครับ ต้องถอนทหาร ออกจากพื้นที่ด้วยครับ อย่างเช่นช่องอานม้ายังมีทหารของกัมพูชาอยู่ ช่องบกก็ยังมีอยู่ครับ และเนิน ๖๗๗ ทหารกัมพูชาอยู่เต็มภูเขา ผมเอง สส. พื้นที่เห็นทหารกัมพูชาอยู่ครับ อยากให้ทางรัฐบาลหรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงนามสันติภาพการถอนอาวุธ และถอนทหารกัมพูชาออกไปให้หมดที่รุกล้ำอธิปไตยของไทยเรา ในเขตของอำเภอน้ำยืน พื้นที่ ๑:๕๐,๐๐๐ ไม่มีพื้นที่เราจะรุกล้ำกัมพูชา มีแต่กัมพูชารุกล้ำพื้นที่เราครับ🔗
ส่วนนี้ผม สส. ในพื้นที่ก็อยากฝากไปถึงท่านนะครับ เสร็จแล้วทหารกัมพูชา ถอนออกไปหมดแล้ว ให้รัฐบาลทำถนนตามแนวชายแดนจากช่องบกจนถึงช่องอานม้าขึ้นไป ภูโคกใหญ่ที่เป็นพื้นที่สูงข่ม เป็นพื้นที่ของแผ่นดินไทยและไปตามแนวชายแดน เอาถนน เป็นแนวชายแดน และให้ทหารหาญเขาไปอยู่บนจุดต่าง ๆ และให้เขาได้ใช้เส้นทางอย่าง สะดวกสบาย มีน้ำใช้ ถนนดี นี่คือประเทศไทยครับ อยากฝากท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้อง ตามแนวชายแดนลำบากครับ บ้านเรือนเสียหาย ยิงปืนมาถูกประชาชนเสียชีวิต ใครรับผิดชอบ กัมพูชามารับผิดชอบผมไหมครับ มีแต่จะเปิดด่าน ๆ เปิดไม่ได้ครับ จนกว่าจะรู้ว่าทหารกัมพูชา ออกจากพื้นที่ไทยไปหมด สิ่งนี้ผมจึงนำเรียนท่านประธานว่ายังไม่ควรเปิดด่าน สส. พื้นที่ สส. ชายแดน ตื่นเช้ามาผมถึงชายแดน ๙ โมง ไปทำอะไร ขออนุญาตวันนี้อยากพูดในใจ ให้ฟังว่าทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง ตอนนี้หมดฤดูฝน น้ำบนภูเขาไม่มี ผมต้องเดินป่า หาแหล่งน้ำไว้ให้ทหารเราต้องใช้น้ำ คนเรามีน้ำใช้อยู่ได้ ไม่มีน้ำใช้อยู่ไม่ได้ ผมก็ไปเจอแหล่งน้ำ จริง ๆ ครับ ตอนนี้ผมบอกเลยว่าที่ช่องอานม้าทหารไม่มีน้ำใช้ ไม่มีครับ มีน้ำใช้ตลอด ว่ายเล่นเหมือนกับทะเลยังได้เลยครับ บนที่สูงเราก็เอาภูมิปัญญาของพ่อแม่เราที่สอนมา ทำเก็บกักน้ำไว้ สิ่งนี้เราเห็น แต่ก็ขออนุญาตไม่ได้เอาภาพมาเปิดในวันนี้ เพราะเป็นพื้นที่ของ ประเทศไทยเรา แล้วถนนหนทางที่ลำบากไปช่องอานม้าตอนนี้เป็นถนนคอนกรีตแล้ว แล้วช่องบกตอนนี้กำลังเริ่มทำถนนคอนกรีตแล้ว หลังจากปิดสภาผมจะได้ลงพื้นที่ แล้วก็ เปิดสภามาผมต้องเอาถนนมา ๑๐ กิโลเมตร บอกพี่น้องประชาชนคนไทยรับทราบครับ🔗
ขอบคุณครับ เกินเวลามา ๑ นาทีกว่าแล้วครับ🔗
ท่านประธานนิดหนึ่งครับ ช่วงนี้ พี่น้องประชาชนกำลังเก็บเกี่ยวข้าว อยากฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแลราคาข้าวให้กับพี่น้องประชาชน ราคาข้าว ราคามัน ราคายาง สินค้าเกษตรดี พี่น้องมีเงิน เศรษฐกิจดี ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอิทธิพล ชลธราศิริ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานดังนี้ครับ ขอสไลด์ครับ🔗
เรื่องแรกครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านโคกสีวิทยาเสริม ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น อาคารเรียนที่นักเรียนใช้อยู่ปัจจุบันมีสภาพอาคารทรุดโทรมอย่างมาก ก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ กว่า ๔๙ ปี ไม้ผุพังปลวกกินตัวอาคารหลายจุด เกรงว่าจะเกิด อันตรายต่อนักเรียนและคุณครูผู้ใช้อาคาร ทางคณะกรรมการสถานศึกษาจึงมีความประสงค์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจำหน่ายและรื้อถอนอาคารดังกล่าว พร้อมทั้งพิจารณา จัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่าง ปลอดภัย แล้วก็มีประสิทธิภาพต่อไป จึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑ ให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนบ้านท่าแก ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ร้องเรียนผ่านผมเรื่องถนนที่ใช้สัญจรไปมา ใช้ลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน น้ำกัดเซาะตลิ่งทำให้ถนนยุบตัว เหลือครึ่งเลนดังภาพที่อยู่ในสไลด์ตอนนี้ จึงเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง กรม ปภ. จังหวัดขอนแก่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซม ดำเนินการแก้ไขเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของพี่น้องประชาชน เพราะอีกไม่กี่วัน ข้างหน้าก็จะเป็นวันเก็บเกี่ยวข้าวและผลผลิตทางการเกษตร เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางในการ ลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน จึงฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เนื่องด้วยพื้นที่บริเวณถนนมะลิวัลย์ ตั้งแต่ช่วงหน้าหมู่บ้านเดชา ตำบลบ้านเป็ด ยาวเลียบถนนมะลิวัลย์ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น บ้านหนองหลุบ ตำบลแดงใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ไปจนถึงห้วยน้ำเค็ม ฝั่งขาเข้าเมืองขอนแก่น เป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังบ่อยครั้งในช่วงฤดูฝน เนื่องจากไม่มีระบบท่อระบายน้ำ ที่มีประสิทธิภาพ ปัญหานี้ส่งผลต่อการสัญจรของพี่น้องประชาชน จึงเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ ช่วยจัดสรรงบประมาณ ในการปรับปรุงระบบระบายน้ำข้างทางดังกล่าวข้างต้นเพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องตลอดเส้นทาง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณพิมพกาญจน์ พลสมัคร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพกาญจน์ พลสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๓ พรรคไทรวมพลัง ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคที่ประสบปัญหาการขาดทุนในการเลี้ยง แล้วก็ราคาตกต่ำอย่างหนักในขณะนี้ ซึ่งไม่ใช่ว่าแค่ขณะนี้ นานมาแล้ว หลายปีแล้วที่ราคาโคเนื้อตกต่ำอย่างมาก จนทำให้ผู้เลี้ยง ประสบปัญหาการขาดทุน แล้วก็อาหารสัตว์ แล้วก็ราคายาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบางรายถึงขนาดต้องเลิกเลี้ยงทั้งที่เป็นอาชีพที่เขารัก รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ประกาศโครงการซื้อวัว ๑๐๐,๐๐๐ ตัว อันนี้ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะพยุงราคาและช่วยเหลือเกษตรกร แต่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานียังไม่พบ ความชัดเจนทั้งเรื่องราคากลาง จุดรับซื้อและช่วงเวลาดำเนินการ เพราะทางอุบลราชธานี ผู้เลี้ยงโคก็อยากจะเข้าร่วมโครงการนี้เช่นกัน ดิฉันขอถามไปยังรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ผ่านท่านประธาน🔗
ข้อที่ ๑ โครงการซื้อวัว ๑๐๐,๐๐๐ ตัว ยังจะมีการดำเนินการอยู่หรือไม่ ถ้ามี จะดำเนินการเมื่อไร งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างมากน้อยแค่ไหน🔗
ข้อที่ ๒ กระทรวงมีแนวทางพยุงราคาและสร้างตลาดโคที่มั่นคงให้กับ เกษตรกรในอนาคตอย่างไรบ้าง เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคทุกคนมีความคาดหวังกับรัฐบาล ชุดนี้มาก เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครแก้ปัญหาเรื่องราคาโคเนื้อตกต่ำได้เลย ดิฉันมีโอกาส ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมตลาดนัดโค-กระบือ ที่บ้านหนองแฝก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่าประสบปัญหาการขาดทุนมาหนัก คงต้องเลิกเลี้ยงทั้งที่เป็นอาชีพที่เขารักแล้วก็ทำมานาน อยากฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล พวกเขาไม่ต้องการความสงสาร แต่ขอโอกาสแล้วก็ราคาที่ยุติธรรม ขอให้รัฐบาลมีความจริงใจ ในการแก้ปัญหาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณกิตติภณ ปานพรหมมาศ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องจะปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของ พี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องแรก เนื่องจากปัจจุบัน ทางหลวงหมายเลข ๓๒๙๖ บางเลน-ดอนตูม อยู่ในระหว่างการก่อสร้างขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจร งบประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ดีที่จะอำนวยความสะดวกให้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ผมได้ร่วมผลักดันนำเสนอ แต่ในระหว่างการดำเนินการนั้นพบว่า มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้าง จึงอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังอธิบดี กรมทางหลวงช่วยตรวจสอบและปรับปรุงเรื่องความปลอดภัย ทั้งในส่วนของการซ่อมแซม ไฟส่องสว่างในหลายช่วงที่ดับสนิท รวมถึงป้ายสัญญาณไฟเตือนในเวลากลางวันและกลางคืน และการบริหารการจราจรในช่วงระยะเวลาการก่อสร้างเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถ สัญจรได้อย่างปลอดภัยด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขอหารือในฐานะของผู้แทนเกษตรกรชาวจังหวัดนครปฐม ในพื้นที่อำเภอบางเลนและดอนตูม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวนาปรังกว่า ๑๔๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำอย่างหนัก ข้าวเปลือกขายได้เพียงตันละ ๕,๐๐๐ บาท เท่านั้น แต่ต้นทุนราคาปุ๋ย ราคายา ราคาน้ำมันและค่าแรงกลับขึ้นทุกปี ที่น่าห่วงคือรัฐบาล จนวันนี้ยังไม่แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว หรือ นบข. ทำให้มาตรการ ช่วยเหลือ ๓ มาตรการ ทั้งโครงการสินเชื่อ การชะลอการขาย โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวม สร้างมูลค่าเพิ่ม และโครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการเก็บ Stock ที่อนุมัติไว้แล้ว ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้จริง แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมหารือในเรื่องนี้ ผมอยากให้ทางรัฐบาล มองเห็นปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาเหมือนที่ผมเห็นในทุก ๆ วันนี้ว่าชาวนาขายข้าว ขาดทุน ไม่ใช่เพราะฝนฟ้าแต่เป็นเพราะนโยบายที่ล่าช้ากว่าฤดูกาล ซึ่งต้องเห็นใจพี่น้อง ชาวนาจริง ๆ ครับ ผมขอเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้เร่งตั้ง นบข. โดยด่วน เพื่อให้มาตรการพยุงราคาข้าวเดินหน้าได้ทันทีและลดต้นทุนให้กับพี่น้องชาวนา อย่างเร่งด่วน ก่อนที่ชาวนาจะหมดแรงกายและแรงใจ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญคุณวรรณวิภา ไม้สน ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายแรงงาน พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ทุกวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือนพฤศจิกายนคือวันผู้พิการแห่งชาติ ดิฉันจึงมีเรื่องปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการด้วยกัน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก คือตามที่เมื่อปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ออกมาพูดว่าจะแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ผู้พิการก็คือให้ตาบอดข้างเดียว ถือว่าเป็นผู้พิการ ถือเป็นเรื่องดีแต่ดิฉันก็อยากทราบ Timeline ว่าจะบังคับใช้ได้เมื่อไร รวมถึง ระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตาบอดสี และในเรื่องของหูหนวก ข้างเดียว เวลาไปสมัครงานที่ไหนเขาไม่รับ แต่ในระเบียบก็ไม่ถือเป็นผู้พิการ เพราะฉะนั้น ควรพิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่ไหมว่าให้เขามีสิทธิที่จะได้จ้างงานเป็นผู้พิการด้วย🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการกู้ยืมเงินของผู้พิการในกองทุนผู้พิการนั้นเอง เป็นการกู้ยืมที่ยากมาก ดิฉันลงพื้นที่ไหนคือยากในการหาคนค้ำประกันเพราะต้องมีรายได้ หลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นคนที่จะมาดูแลผู้พิการ ๑ คน ก็ต้องลาออกจากงาน และมาดูแลผู้พิการ เขาไม่มีรายได้ประจำเป็นหมื่นหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไหน ๆ ท่านแก้ ระเบียบแล้ว แก้ให้ดีไปเลยค่ะ เอาหลักเกณฑ์ให้ง่ายขึ้น ให้ลดความยุ่งยากลงและไม่ต้องมี คนค้ำเลยก็ได้ ให้ผู้พิการได้สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้อย่างเต็มที่🔗
ประเด็นสุดท้าย ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ปี ๒๕๖๗ มีมติ ออกมาว่ารับหลักเกณฑ์และหลักการในเรื่องที่จะแก้ไขเบี้ยผู้พิการปรับเป็น ๑,๐๐๐ บาท เบี้ยเด็กเล็กเป็น ๖๐๐ บาทถ้วนหน้า ตั้งแต่ตั้งครรภ์ ๔ เดือนขึ้นไปเลย และเบี้ยผู้สูงอายุ จาก ๖๐๐ บาท เป็น ๗๐๐ บาท ๗๐๐ บาท เป็น ๘๐๐ บาท ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท มีมติแล้วก็จะบังคับใช้ด้วยวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ แต่ผ่านมา ๓๐ ตุลาคมแล้ว ยังไม่มีการ บังคับใช้เลย งบประมาณปี ๒๕๖๙ ก็ไม่มีตั้งเป้าไว้ในเรื่องนี้ ท่านรับหลักเกณฑ์หลักการแล้ว เอาไปวางไว้ที่ไหนคะ เพราะฉะนั้นรับไปแล้วกรุณาทำด้วย ดิฉันต้องการความคืบหน้าเรื่องนี้ เพราะประชาชนรออยู่ รบกวนด้วยค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีข้อหารือท่านประธาน ๓ ประเด็น ดังนี้🔗
ประเด็นที่ ๑ ขอเร่งรัด การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังคาเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท ขณะนี้น้ำเริ่มลดลงแล้ว พี่น้องในเขตอำเภอบางระกำ อำเภอบางกระทุ่มของดิฉัน และรวมถึงพื้นที่น้ำท่วมบ้าน ทุกหลังคาเรือนในประเทศไทย พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนต้องการนำเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยนี้เพื่อไปใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้าน ดิฉันจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ น้ำท่วมโดยเร่งด่วน🔗
ประเด็นที่ ๒ เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำเป็นอย่างมาก ได้มีคำร้องขอจาก พี่น้องเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลกผ่านดิฉันมา ดิฉันจึงขอเสนอมาตรการเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร เรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลังดังนี้ พี่น้องของดิฉันขอให้ ๑. มีข้าวเปลือกในราคา ๘,๐๐๐ บาทต่อตัน และ ๒. ขอให้ศูนย์วิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดสรร เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี จำนวน ๒๐ ถังต่อพี่น้องเกษตรกร ๑ ราย ๓. เปิดโครงการ ปุ๋ยธงเขียวในราคาพิเศษให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ๔. พักชำระหนี้ ของพี่น้องเกษตรกรโดยพักเงินต้นและพักดอกเบี้ย ธกส. เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรของดิฉัน ได้ต่อลมหายใจ ลดความตึงเครียด เพราะว่าพี่น้องมีความหวังกับรัฐบาล รัฐบาลคือความหวัง ของพี่น้องเกษตรกร🔗
ประเด็นที่ ๓ พี่น้องชาวไร่อ้อยจำนวนมากในเขตอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัด พิษณุโลก ได้รับผลกระทบจากพายุวิภา พายุคากิจิ ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมอ้อยแช่ขังเป็น เวลานาน ดิฉันเห็นใจพี่น้องชาวไร่อ้อยของดิฉันเหลือเกิน เนื่องจากมีความคลาดเคลื่อน ในการลงทะเบียน Farmbook ไปแจ้งแก้ไขเพิ่มเติมไม่ทันเวลา ทำให้พี่น้องชาวไร่อ้อย ของดิฉันไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนผู้ปลูกอ้อยเป็นจำนวนมาก จากภาพจะเห็นว่าขณะนี้ อ้อยเหลืองกำลังจะตาย ชาวไร่อ้อยร้องไห้โอดครวญมาหาดิฉัน ขอให้บอกกล่าวไปถึงรัฐบาล ให้มีมาตรการช่วยเหลือ ดิฉันจึงขอความเห็นใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้หาแนวทาง ช่วยเหลือให้กับพี่น้องชาวไร่อ้อยของดิฉันด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ อำเภอศรีราชา วันนี้ข้าพเจ้า มีประเด็นความเดือดร้อนของคนเมืองมาหารือไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น และผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
จากที่ข้าพเจ้าได้ลงสำรวจพื้นที่ เกี่ยวกับปัญหาแปลงหอย ปรากฏว่าข้าพเจ้าได้ไปพบชายหาดที่ซ่อนตัวอยู่ และยังไม่เคย เปิดเผยสู่สาธารณะ ข้าพเจ้าจึงได้ทำการตรวจสอบชายหาด พบว่าชายหาดรวมภูเขามีพื้นที่ ๑,๑๐๐ กว่าไร่โดยประมาณ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมป่าไม้ ที่ปล่อยทิ้งไว้นานกว่า ๓๐ ปี ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีราชา หากทิ้งไว้เช่นนี้ ต่อไปจะมีผู้เข้าไปบุกรุกและครอบครองเพื่อประโยชน์ส่วนตนนะคะ ศรีราชาเป็นเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมทั่วประเทศเพราะมีท่าเรือใหญ่ที่สุดในประเทศตั้งอยู่ จึงทำให้ เป็นเมืองที่มีคนเข้ามาอยู่อาศัยจำนวนมาก เมื่อมีคนไปอยู่เป็นจำนวนมากจึงเกิดความเครียด และความแออัด ดังนั้นข้าพเจ้าจึงอยากนำเสนอให้นำพื้นที่ดังกล่าวมาทำเป็นพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถมาออกกำลังกายและทำกิจกรรมสันทนาการ และส่งเสริม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอาชีพการประมงพื้นบ้านได้ โครงการนี้เป็นการลงทุนที่สร้าง มูลค่าได้ทั้งสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสุขภาพประชาชน และเศรษฐกิจอย่างครบวงจร ดังนั้น จึงอยากจะขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและเจ้ากระทรวง ท่านสุชาติ ชมกลิ่น สนับสนุน ให้ชาวศรีราชาและราษฎรได้เข้าถึงพื้นที่สาธารณะ โดยผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการโดยไม่รอช้า และผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยพิจารณาอนุญาต ให้เข้าใช้พื้นที่ รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่การเข้าใช้พื้นที่หรือคืนให้แก่ป่าไม้ ท้ายนี้เพื่อให้ โครงการนี้บรรลุผลจึงอยากจะร้องขอให้นายอำเภอจัดตั้งกรรมการบูรณาการพื้นที่เพื่อ บริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าว เพราะพื้นที่มีความเกี่ยวข้องหลาย อบต. ทั้งนี้ข้าพเจ้าได้ทำ หนังสือรายละเอียดฝากท่านประธานไปส่งให้แก่ผู้เกี่ยวข้องด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสิริลภัส กองตระการ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากบางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานนะคะ🔗
เรื่องแรก เป็นเสาไฟ บริเวณทางเดินริมคลองแสนแสบ ซึ่งตรงนี้เป็นบริเวณสะพานที่จะข้ามไปที่เดอะมอลล์ บางกะปิ แล้วก็เป็นทางเชื่อมออกไปที่ซอยรามคำแหง ๘๕/๒ ด้วยค่ะ ตอนนี้เสาไฟฟ้าหักโค่น ลงไปในคลองแสนแสบแล้วก็มีสายไฟที่ลงไปอยู่ในน้ำด้วย เสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร แล้วก็เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอให้หน่วยงานเร่งแก้ไขโดยด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ บริเวณถนนรามคำแหง ตรงหน้าบริเวณโรงพยาบาลรามคำแหง ไปจนถึงบริษัท ไทยน้ำทิพย์ ตอนนี้ได้มีการนำสายไฟลงดิน แต่ท่านประธานสังเกตไหมว่า ฝาที่ปิดท่ออยู่ไม่เรียบเสมอกับถนน ซึ่งส่งผลให้รถยนต์ที่ขับมามีการกระแทก แล้วก็ มอเตอร์ไซค์ที่ขับมาอาจจะไม่ได้ระมัดระวังหรือว่าตอนกลางคืนมองไม่เห็นก็เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ก็อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าใจว่าตอนนี้พยายามจะจัดระเบียบให้ เรียบร้อยสวยงาม แต่ว่าขอให้เก็บงานตรงนี้ ให้ฝามันเรียบกับถนน เพื่อความปลอดภัยของ พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรค่ะ🔗
ปัญหาที่ ๓ ก็คือเรื่องทางเดินของชุมชนริมคลองหัวหมากน้อย ตอนแรก เคยปรึกษาไปเรื่องสะพานแล้วก็เรื่องทางเดิน ตอนแรกเริ่มมีการทรุดตัว แต่ว่าตอนนี้มันหัก ลงมาแล้วค่ะ เห็นภาพที่ ๓ ไหมคะว่าตอนนี้ทางเดินมันหักลงมาเสร็จปุ๊บการสัญจรของ ประชาชนที่ใช้สัญจรตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่จะต้องเดินทางไปโรงเรียน ผู้สูงวัย หรือว่าผู้ป่วย ที่จะต้องเคลื่อนย้ายเพื่อไปพบแพทย์ตามนัด ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก สำนักระบายน้ำ ท่านผู้ว่าก็เคยลงมาดูแล้ว แต่ไม่ทราบว่าติดปัญหาเรื่องงบประมาณหรือว่าอะไร อย่างไร จริง ๆ อยากขอให้ทางท่านผู้ว่า กทม. อนุมัติงบให้เป็นกรณีฉุกเฉินในการแก้ปัญหานี้โดยด่วน เพราะว่าส่งผลกระทบแล้วก็ก่อความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างมากค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอเชิญคุณสง่า พรมเมือง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม สง่า พรมเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ซึ่งเขตพื้นที่ดูแลอำเภอเชียงแสน เชียงของ ดอยหลวง เวียงแก่น แม่จัน จันจว้า และจันจว้าใต้🔗
เรื่องที่ ๑ ราคาผลผลิตทางการเกษตรของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรที่บ้านผม กำลังออกตอนนี้ก็เป็นข้าว กข. ๖ แล้วก็ข้าวหอมมะลิ อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยดูราคาสินค้า การเกษตรด้วยครับ ออกมาตรการช่วยพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรโดยด่วน และยังมีราคาข้าวโพด และมันสำปะหลังที่กำลังจะออกด้วย ๒ ตัวนี้ก็ต้องเตรียมมาตรการไว้เพื่อไม่ให้ราคามันตกต่ำ ไปมากกว่านี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาความเดือดร้อนทางอำเภอเวียงแก่น พื้นที่ส่วนใหญ่ทาง อำเภอเวียงแก่น ตำบลม่วงยาย หล่ายงาว ท่าข้าม ปอ ซึ่งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติทำให้ การจัดทำโครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและการก่อสร้างพื้นฐานของประชาชนล่าช้าครับ เกิดความเสียโอกาสในการพัฒนาและการขาดเอกสารสิทธิที่อยู่อาศัยที่ดินทำกิน ขาดหลักประกันความมั่นคงในการถือครองที่ดิน จึงขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรการ การออกเอกสารสิทธิให้พ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอเวียงแก่นได้ใช้ประโยชน์ และให้เกิด ความมั่นใจว่าไม่เกิดการรุกป่าสงวนอีกครับ จึงเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมการปกครองและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ช่วยดูแล และจัดการ อย่างเร่งด่วนครับ ส่วนทางอำเภอเวียงแก่นนั้นตอนนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ก็เชิญชวนให้พ่อแม่ พี่น้องไปเที่ยวแก่งผาได ผาตั้ง ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว เพราะว่าเข้าฤดูหนาวแล้วครับ แล้วก็เชียงราย ก็ขอเชิญชวนเข้าไปเที่ยวครับ อำเภอเชียงแสนก็จะมีสามเหลี่ยมทองคำ แล้วก็เมืองโบราณ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสุรพันธ์ ไวยากรณ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุรพันธ์ ไวยากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ สภาผู้แทนราษฎร ในอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหา และพัฒนากองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ในการประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ที่ผ่านมาตอนนี้ผมจะสรุปเป็นประเด็นให้กับทางท่านประธาน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฟัง เกี่ยวกับปัญหาในหลาย ๆ ด้านของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นข้อสำคัญ ก็คือเรื่องของเงินทุน หรือระบบเงินหมุนเวียนในกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รวมถึง งบประมาณการบริหารจัดการกองทุน ทำให้ตอนนี้นักศึกษา นักเรียนหลายท่านกว่า ๑๖๐,๐๐๐ รายประสบปัญหา ปี ๒๕๖๘ ประสบปัญหาเรื่องของการอนุมัติเงินให้กู้ยืม เป็นอย่างมาก ซึ่งจะไปกระทบในปี ๒๕๖๙ ด้วย ผมเองได้สรุปปัญหาเป็นประเด็นใน ๓ ระยะ ก็คือ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง แล้วก็ในระยะยาว ซึ่งในประเด็นต่าง ๆ ผมเองก็ได้ขอมติ จากที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อจะยื่นถึงท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง แล้วก็รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ซึ่งทางปลัดกระทรวงการคลังได้กำกับ คือเป็นประธานบอร์ด กยศ. โดยตรง รวมถึงท่านประธานด้วย ซึ่งผมเองน่าจะมีข้อเสนอแนะแล้วก็รายละเอียดต่าง ๆ แนบไปให้กับท่านประธานในวันนี้ด้วย ในระยะเรื่องของเร่งด่วน เราต้องพูดถึงเงินงบประมาณ ที่ทาง กยศ. ขาดจริง ๆ เพราะว่าตอนนี้เราต้องพูดถึงจำนวนลูกหนี้ กยศ. ที่ยังไม่ชำระหนี้ ลูกหนี้ กยศ. ทั้งหมด ๓,๕๐๐,๐๐๐ ราย ชำระหนี้ปกติประมาณ ๑,๔๐๐,๐๐๐ ราย อีกประมาณ ๒ ล้านกว่ารายถือว่าเป็นตัวเลข ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่ผิดนัดชำระครับ ทำให้กองทุน ประสบปัญหาในเรื่องของเงินในการที่จะไปบริหารจัดการ แล้วเงินงบประมาณจากทาง กระทรวงการคลังเองก็มาอุดหนุนไม่เพียงพอ อย่างไรผมจึงเรียนท่านประธานแล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิกว่าถ้าเป็นไปได้คือผมจะขอมติจากทางที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะยื่นหนังสือ ถึงท่านนายกรัฐมนตรีในช่วงบ่ายวันนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญ คุณธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดเพชรบุรี วันนี้ ดิฉันมีเรื่องจะมาเรียนต่อท่านประธานให้ท่านประธานช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และปัญหาเร่งด่วน ขออนุญาตนำเรียนดังต่อไปนี้🔗
ประเด็นที่ ๑ ดิฉันได้รับฟังปัญหาจากท่านนายกทองใบ กลิ่นอุบล นายกตำบล ไร่ส้ม และพี่น้องชาวตำบลไร่ส้ม ในเรื่องทางลอดสะพานยี่หน หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ เนื่องจาก ทางลอดมีคนสัญจรเส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก และมีน้ำท่วมขังตลอดเวลา ทำให้รถไม่สามารถ สัญจรผ่านไปได้ จึงได้มีการแก้ไขปัญหาโดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำขัง แต่ปัจจุบัน เครื่องสูบน้ำมีสภาพชำรุดและไม่สามารถใช้งานได้ ดิฉันจึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังกรมทางหลวง ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำใหม่ หรือเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเพื่อ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาด้วยนะคะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้นำชุมชนโดย นายกัญจน์ จันทร์ปลอด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดเพชรบุรี นายวิเชียร เพชรรอด ประธานสภา อบต. ท่าแร้งออก และชาวบ้านได้รับปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับปัญหาไม่มีน้ำประปาใช้ บริเวณหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๔ ตำบลท่าแร้งออก โดยผู้เดือดร้อนไม่มีน้ำประปาใช้มากกว่า ๒๐ หลังคาเรือน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยนะคะ🔗
ประเด็นสุดท้าย ได้รับเรื่องปัญหาร้องเรียนจากพี่น้องชาวเกษตรกรเกี่ยวกับ ราคาผลผลิตตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าว มะนาว มะพร้าว เกลือ และกล้วยหอมทอง ซึ่งเป็น สินค้านำส่งของจังหวัดเพชรบุรี อยากขอให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สหกรณ์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้ามาแก้ไขดูแลราคาพืชผลทางการเกษตรด้วยค่ะ ขอขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณนิตยา มีศรี ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ จากกรณีที่เอกชนรายหนึ่งดำเนินการผลิตเชื้อเพลิงอาร์ดีเอฟจากขยะ โดยอ้างว่าเป็นแค่สถานีขนถ่าย ทั้งที่ไม่มีใบอนุญาต ร.ง. ๔ จากอุตสาหกรรมจังหวัด และไม่มี ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากท้องถิ่น เป็นวิดีโอรบกวนเปิดด้วยค่ะ🔗
๒ สัปดาห์ก่อนดิฉันเคยนำเรื่องนี้มา ปรึกษาหารือไปแล้วค่ะ หลังจากนั้น อบต. บางปลาได้มีคำสั่งให้ปิดการดำเนินกิจการแล้วค่ะ แต่สั่งปิดแบบใดกันคะ เมื่อวานยังมีรถขยะของเทศบาล รถขยะของเอกชนเข้าออกอยู่เลยนะคะ แถมหน้าโรงงานยังติดป้ายว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบและทดลองใช้เครื่องจักร ๓ เดือนเต็มที่ ลักลอบเปิดกันมายังทดลองไม่เสร็จอีกหรือคะ ดิฉันขอฝากไปถึง อบต. บางปลา ให้ดำเนินการ ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่าปล่อยให้เอกชนท้าทายอำนาจของท่านแบบนี้เลย เพราะสุดท้ายแล้วท่านเองจะเสียศรัทธาจากพี่น้องประชาชนค่ะ และฝากถึงผู้บริหารเทศบาล ตำบลแพรกษา ย้ำนะคะ เทศบาลตำบลแพรกษา ท่านทราบดีใช่ไหมว่าสถานที่ที่ท่านเอาขยะ ของท่านมาทิ้งละเมิดทั้งกฎหมาย ละเมิดทั้งอำนาจรัฐ นี่ท่านเอาขยะมาทิ้งบ้านเพื่อนแถมยัง ไม่ให้เกียรติเพื่อนนายกด้วยกันอีกนะคะ และท่านจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะว่าคนใกล้ชิดของ ท่านเกี่ยวข้องโดยตรงเลยกับสถานที่ขนถ่ายขยะแห่งนี้ แต่ดิฉันก็ต้องขอชื่นชมหลาย ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เห็นถึงความไม่ถูกต้อง และปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือเอาขยะมา ทิ้งกับเอกชนรายนี้ค่ะ🔗
สุดท้ายนี้ ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ และ อบต. บางปลา ให้เร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ อย่างเร่งด่วนและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อยุติการละเมิดอำนาจรัฐในพื้นที่ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๕ อำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ ผมขอหารือท่านประธานสภา ๑ เรื่องด้วยกัน🔗
ผมได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง มาเป็นเวลา ๔ ปี แล้วได้เห็นผู้ป่วยเหล่านี้นั้นยังต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ภาคเอกชนอีกมากมาย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สาเหตุของผู้ป่วยติดเตียงนั้นมีหลายอย่าง ด้วยกันหรือหลายประเภท ประการที่ ๑ คือ เกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดรถชน บางครอบครัว พ่อแม่นั้นทำงานถึงกับต้องลาออกมาเฝ้าบุตรหลานของท่าน ประการที่ ๒ นั้นเกิดจาก กรรมพันธุ์หรือออกลูกมาแล้วก็พิการโดยกำเนิด พ่อแม่บางครอบครัวนั้นทิ้งลูกหลานไปเลย แล้วก็ต้องให้บุคคลติดเตียงนั้นไปอยู่กับปู่ย่าตายาย ประการที่ ๓ เกิดจากผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ บางบ้านมีผู้ป่วยติดเตียง ๒-๓ ท่าน จากการลงทะเบียนของประเทศไทยนั้นมีผู้ติดบ้านถึง ๑๒๖,๐๐๐ ราย มีผู้ติดเตียงถึง ๒๓๖,๐๐๐ ราย รวมในนั้นยังมีผู้ติดเตียงของอำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ ๗๖๘ ราย รวมทั้งหมด ๓๖๒,๐๐๐ ราย จะต้องมีคนที่มาดูแลอีกเท่าตัวหนึ่ง ฝากท่านประธานสภาครับ ทำอย่างไรที่จะให้บุคคลเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลือ ถ้ารวมทั้ง คนติดเตียง ทั้งคนดูแลประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย เท่ากับเราหายไป ๑ จังหวัดแล้วนะครับ โดยเฉพาะรัฐบาลได้ดูแลเดือนละ ๖๐๐-๗๐๐ บาทนั้น เราลองมาคิดดูว่า ๑ คนติดเตียง ใช้แพมเพิร์สวันละ ๓ ชิ้น ๆ ละ ๒๐ บาท ก็ ๖๐ บาท เดือนหนึ่งก็ตก ๑,๘๐๐ บาท ฝากท่านประธานทำหนังสือถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และยังมีสิทธิต่าง ๆ หรือ สปสช. ผมอยากเสนอให้เพิ่มค่าดูแลกับผู้พิการเหล่านี้หรือผู้ติดเตียง เหล่านี้ ๒. ให้จัดตั้งศูนย์ผู้ติดเตียง ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่ผมได้เอ่ยไปนั้นเข้าไปดูแลรับผิดชอบ ทำให้เขาเถอะครับ เพราะชีวิตเขาคงอยู่กับพวกเราได้อีกไม่นานแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ พรรคไทยสร้างไทย ก่อนอื่นดิฉันและพี่น้องประชาชนในเขต ๙ ขอขอบคุณ กรมทางหลวง แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ ๒ หมวดทางหลวงเดชอุดม หมวดทางหลวง บุณฑริก กรมทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบทอุบลราชธานี หมวดทางหลวงชนบท นาจะหลวย ที่เอาใจใส่แก้ไขปัญหาเรื่องถนนชำรุด ไฟฟ้าแสงสว่างหลายสายทางหลายพื้นที่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอค่ะ ดิฉันได้รับการร้องขอจากนายอานนท์ชัย พันธุ์โชติ ผู้ใหญ่บ้านบากชุม ตำบลโนนก่อ นายไพบูลย์ กล้วยภักดี ผู้ใหญ่บ้านป่าใต้ นายบุญเยี่ยม หกพันทา ผู้ใหญ่บ้าน โนนสมบูรณ์ นายทองแดง นวลภักดี ผู้ใหญ่บ้านแหลมทอง ชาวบ้านในเขตตำบลโนนก่อ อำเภอสิรินธร และชาวบ้านในเขตอำเภอบุณฑริก ได้รับความเดือดร้อนจากถนนของกรมทางหลวง หมายเลข ๒๓๙๖๑ ช่วง กม. ที่ ๐ ถึง กม. ที่ ๔๘+๘๘๖ จากบ้านเหล่าอินทร์แปลง ตำบล ช่องเม็ก อำเภอสิรินธร ถึงบ้านหนองแสง ตำบลโพนงาม อำเภอบุณฑริก ถนนนี้เป็นถนน สายยุทธศาสตร์เลียบชายแดนระหว่างไทย-ลาว มีรถยนต์สัญจรไปมาจำนวนมากค่ะ โดยเฉพาะรถบรรทุกหนักพ่วง ๑๘ ล้อ บรรทุกสินค้าการเกษตรจาก สปป. ลาว ผ่านด่านช่องเม็ก ไปอำเภอบุณฑริก ไปอำเภอนาจะหลวย ไปอำเภอน้ำยืน เข้ากรุงเทพมหานคร ผิวจราจร แคบมาก ไม่มีไหล่ทาง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งแทบทุกวัน ๒. ช่วง กม. ที่ ๓๖ ถึง กม. ที่ ๓๙ บ้านหนองกบ คำสมบูรณ์ ถึงบ้านหลักป้าย ผิวจราจรชำรุดเสียหาย ยางหมดสภาพค่ะ ๓. ช่วง กม. ที่ ๔๐ ถึง กม. ที่ ๔๓ จากบ้านหลักป้ายถึงบ้านป่าเตี้ย ผิวจราจรชำรุดเสียหาย ยางหมดสภาพค่ะ ชาวบ้านต้องการให้กรมทางหลวงซ่อมผิวจราจรเป็นช่วง ๆ เป็นการ เร่งด่วนค่ะ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจากรถยนต์และช้างป่า เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจแก่พี่น้องชาวอำเภอชายแดน ขอขอบคุณท่านประธานสภาค่ะ🔗
ขอเชิญคุณชูกัน กุลวงษา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขอปรึกษา ท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง ก็คือเรื่อง โรงพยาบาลอำเภอนาแก ซึ่งก่อตั้งมา ๔๐ กว่าปีแล้ว ขาดอาคารผู้ป่วยนอก อำเภอนาแกห่างจากจังหวัดนครพนม ๖๕ กิโลเมตร มีตำบล ๑๒ ตำบล จำนวน ๑๔๔ หมู่บ้าน มีประชากร ๗๖,๐๐๐ คน พื้นที่ให้บริการของโรงพยาบาล ผู้ป่วยนอกนั้น พื้นที่ให้บริการ ๑๒๐ ตารางเมตร ผู้มารับบริการผู้ป่วยนอกวันหนึ่ง ๔๘๐-๕๕๐ คน ก็จะมีผู้มาใช้บริการประมาณ ๑๒,๐๐๐ คนต่อเดือน ทำให้ต้องดูแลผู้ป่วย ในพื้นที่จำกัด มีความแออัดมากไม่สะดวกสบายในการใช้บริการของผู้ป่วยและญาติของ ผู้ป่วยในการให้บริการ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับโรงพยาบาลมีคุณภาพมาตรฐาน ไปตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการให้บริการผู้ป่วย เพื่อลดเวลาการรอคอยของผู้ป่วยและแออัดของผู้ป่วย จึงขอฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ของบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก ตึก ๕ ชั้น ให้กับโรงพยาบาลนาแก ซึ่งได้จัดของบประมาณส่วนนี้มาหลายครั้งแล้ว หวังว่าในรัฐบาลชุดนี้ คงจะได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกให้กับโรงพยาบาลอำเภอนาแกด้วย จะเกิดประโยชน์อย่างสูงยิ่งในการมารับบริการของประชาชนอำเภอนาแก และอำเภอ ใกล้เคียง จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่ได้มารอคอยการบริการอย่างสูงยิ่งถ้าได้ อาคารผู้ป่วยนอกหลังนี้ขึ้นมา ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี หวังว่ารัฐบาลชุดนี้คงจะได้ กรุณาให้กับอำเภอนาแกได้มีตึกผู้ป่วยนอก ๕ ชั้นกับเขา เพราะระยะทางในการเดินทาง ไปใช้บริการจังหวัดนครพนมนั้นไกลถึง ๖๕ กิโลเมตร จึงขอฝากท่านประธาน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณพิพิธ รัตนรักษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๒ พรรครวมไทยสร้างชาติ กระผมขอหารือท่านประธานสภาสัก ๑ เรื่องครับ ประเด็นมีอยู่ว่า กระผมได้ลงพื้นที่ในพื้นที่ของอำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงัน ได้รับการร้องเรียนจาก ท่านผู้บริหารปกครองส่วนท้องถิ่น คือท่านรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเกาะสมุย และท่านสมาชิกสภาท้องถิ่นของเทศบาลอำเภอเกาะพะงัน ได้รับการร้องเรียนว่ามีไฟฟ้า เกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่งไฟฟ้านั้นอยู่บนถนนสายหลักของอำเภอเกาะสมุย ประมาณ ๖-๗ สาย และทำให้มีนักท่องเที่ยวที่ใช้เดินทางสัญจรไปมาในช่วงเวลาค่ำคืน พ่อแม่พี่น้องของอำเภอ เกาะสมุยและอำเภอเกาะพะงันนั้นเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งครับ มีความจำเป็นที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปดำเนินการแก้ไข ต้องยอมรับว่าเกาะสมุย เกาะพะงันนั้นช่วงนี้ เข้าช่วงเทศกาลนะครับ นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ และช่วงนี้คือช่วงหน้าฝน ในเมื่อไฟฟ้าถนนสาย Main หลัก ไม่ว่าพื้นที่ของอำเภอเกาะสมุย หรืออำเภอเกาะพะงันนั้นเกิดการชำรุดใช้การไม่ได้ ทำให้เสียภาพลักษณ์กับการท่องเที่ยว และสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องอำเภอเกาะพะงัน ผมขอฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน หรือผู้อำนวยการทางหลวง ชนบทระดับจังหวัดหรือกรม กรุณาเข้าไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ กระผมขอขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญ คุณณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานทั้งหมด ๒ เรื่อง เดี๋ยวขอภาพด้วยนะครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของ จุดกลับรถที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ตั้งแต่ตรงจุดที่เป็นหมู่บ้านนักกีฬา ตรงข้ามกับ กาญจนาภิเษก ซอย ๒๕ ซอย ๒๗ ในส่วนนี้เป็นบริเวณที่มีการทำก่อสร้าง ทำการขยาย ในเรื่องของไหล่ทาง ซึ่งก็มีการดำเนินการมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งล่าสุดก็ยังพบว่าในส่วนของ โครงการยังไม่ได้มีการดำเนินการอย่างเรียบร้อย ก็จะเห็นว่าตลอดทางถนนก็ยังมีฝุ่นตลอดทาง ซึ่งพี่น้องประชาชนก็มีการแจ้งปัญหามาจำนวนมาก รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นขอให้ทางกรมทางหลวงได้มีการเร่งรัดในการดำเนินการให้โครงการนี้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะสัญจรได้สะดวกต่อไป อันนั้นเป็นเรื่องที่ ๑🔗
แล้วก็เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของกรมธนารักษ์ที่ได้มีการยืนยันแล้วก็รับปาก ในที่ประชุมว่าจะมีการออกสัญญาเช่าให้กับพี่น้องประชาชนของชุมชนเคหสถานหลัง สน. ประเวศ ในหลายครั้งก็มีการรับปากว่าจะมีการออกสัญญาเช่าในช่วงสิ้นเดือนตุลาคม หรือว่าต้นเดือนพฤศจิกายน ดังนั้นจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมธนารักษ์ ให้มีการ ติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่าตอนนี้ดำเนินการถึงไหนแล้ว แล้วก็พี่น้องประชาชนจะได้ สัญญาเช่าเมื่อไร จะได้เดินหน้าในการใช้ชีวิตของประชาชนต่อไปเนื่องจากประชาชนรอมา หลายสิบปีแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งนำโดย สส. ภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส. จังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ขอต้อนรับทุกท่าน ขอบคุณครับ ที่มาเยี่ยมชม ฟังการประชุมสภา เชิญนั่งได้ครับ ต่อไปขอเชิญคุณทิพานัน ศิริชนะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวทิพานัน ศิริชนะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติค่ะ วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธานในเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิของเด็ก บนโลกออนไลน์ค่ะ เนื่องจากในปัจจุบันเป็นโลกของการสื่อสารในยุคดิจิทัล มีการแชร์ภาพ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเด็กในแพลตฟอร์ม Social Media หลายแพลตฟอร์มด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น TikTok เฟซบุ๊ก YouTube หรือว่าแม้แต่กระทั่ง Chat LINE ซึ่งแพลตฟอร์ม เหล่านี้อย่างที่ทราบกันดีก็สามารถที่จะเผยแพร่ข้อมูลหรือกระจายข้อมูลไปได้อย่างรวดเร็ว การนำข้อมูลที่เกี่ยวกับเด็กมาโพสต์บนสื่อ Social Media นี้ บางครั้งเกิดจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู หรือแม้แต่กระทั่งบางครั้งสื่อมวลชนได้นำคลิปหรือภาพที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ถ่ายภาพความน่ารักของบุตรหลานของตนในเชิงตลก หรือว่าในเชิงที่อยากจะแสดงความน่ารัก ไปเผยแพร่ผ่านทางช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ แต่ว่าทั้งหมดนี้บางครั้งการเผยแพร่ข้อมูล เหล่านี้บนโลกออนไลน์อาจจะนำไปสู่การถูกล้อเลียนเมื่อเด็กเหล่านั้นเติบโตขึ้น เมื่อเวลา ผ่านไปก็ถูกล้อเลียน หรือว่านำไปสู่ปัญหาในการทำงานในอนาคต หรือแม้แต่กระทั่งการแชร์ ข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่อยู่ โรงเรียน หรือสภาพแวดล้อมรอบ ๆ บ้าน ที่อาจนำภัยจากมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ มาสู่เด็กและครอบครัว ทั้งหมดเหล่านี้เรียกว่า เป็นรอยเท้าบนโลกออนไลน์หรือที่เรียกว่า Digital Footprint ที่ยากแก่การจะลบเลือนออกไป ทั้งหมดนี้ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีแนวทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ยังขาดการเข้าใจและการ ปฏิบัติอย่างแท้จริงดิฉันจึงอยากขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เหล่านี้ ส่งเสริมการให้ความรู้เรื่องสิทธิของเด็กขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโรงเรียน พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือกลุ่มบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดเด็ก เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการใช้สื่อออนไลน์ เพื่อสร้างประเทศไทยให้เกิดวัฒนธรรมการเคารพสิทธิของเด็กอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับกลไก ที่เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังค่ะ ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นผลดีให้ประเทศไทยเกิดสังคม ที่เข้มแข็ง แข็งแรง เพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตของเราต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณค่ะ🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะสมาชิกพรรคประชาชน อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งนำโดยคุณอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส. จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ขอต้อนรับ ทุกท่านครับ ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมสภารับฟังการประชุมวันนี้ครับ ขอบคุณครับ นั่งลงได้ครับ ต่อไปขอเชิญคุณพุธิตา ชัยอนันต์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พุธิตา ชัยอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอสันทราย ตำบลดอนแก้ว ตำบลเหมืองแก้ว ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม พรรคประชาชนค่ะ🔗
เรื่องแรก เพื่อแก้ไขปัญหาตลิ่งทรุด จากกระแสน้ำในฤดูฝนที่ทำให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำปิงเดือดร้อนในทุกปี จึงขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการขุดลอกแม่น้ำปิงบริเวณทางโค้งของกระแสน้ำที่บ้านป่าป๋อและบ้านขัวมุง ตำบลแม่แฝกค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ตลิ่งทรุดที่บ้านแม่สาหลวง ดิฉันได้รับแจ้งจากอดีตรองนายก อบต. แม่สา และได้เคยนำเข้าปรึกษาหารือไปเมื่อปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย จนล่าสุดชาวบ้านต้องมาจัดการกันเองแล้ว ก็ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ประชาชนขอให้แขวงทางหลวงช่วยย้ายจุดกลับรถที่บริเวณ หน้าหมู่บ้านคุรุสภาพร้อมกับทำสัญญาณไฟจราจร เนื่องจากบริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้กรมชลประทานช่วยพิจารณาดำเนินการขยายสะพานป่าตอง บ้านป่าลาน ตำบลสันทรายหลวง เพื่อการจราจรและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุค่ะ🔗
เรื่องที่ ๕ ขอให้เร่งดำเนินการพิจารณาโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่แฝก ตำบลแม่แฝกใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งให้กับประชาชน ขอให้กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยเข้ามาดูแลด้วยค่ะ🔗
สุดท้ายค่ะ ดิฉันขอฝากเรื่องของการเยียวยาพี่น้องชาวนาจากปัญหาราคาข้าว ตกต่ำด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณนรินทร์ คลังผา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย นำเรื่อง เดือดร้อนของราษฎรหารือต่อท่านประธาน ๑ เรื่อง🔗
คือเรื่องการก่อสร้างหอผู้ป่วยใน ๗ ชั้น จำนวน ๑๕๖ เตียง ตามภาพประกอบครับ ของโรงพยาบาลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยท่านผู้อำนวยการ นายแพทย์นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลโคกสำโรง เข้าหารือถึงความเดือดร้อนของการเพิ่มจำนวน ผู้ป่วยในช่วงปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ จนถึงปัจจุบัน จำนวนเตียงและสถานที่ไม่เพียงพอต่อผู้มา ใช้บริการและผู้ป่วยที่ต้องนอนพักฟื้นหรือรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้มีความขาดแคลน จำนวนเตียงและสถานที่ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยตามภาพประกอบครับ ทางโรงพยาบาล ได้รับพิจารณาเห็นชอบจากสาธารณสุขจังหวัดไปยังสำนักงานสุขภาพที่ ๔ สระบุรี เพื่อเสนอ ของบประมาณในการก่อสร้างมาหลายปีแต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จึงเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านผู้เกี่ยวข้องในการจัดหา งบประมาณการก่อสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน ตึก ๗ ชั้น ๑๕๖ เตียง ตามแบบเลขที่ ๑๐๙๔๕ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทั้งของอำเภอโคกสำโรงและอำเภอข้างเคียงที่เข้ามาใช้บริการ ในอนาคต เพื่อสุขภาพและอนามัยที่ดีต่อประชาชน ผู้ใช้บริการ และผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชน ผมนำเรื่องหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อน ของประชาชนดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก เป็นของเขตคลองสาน ก็อยากให้ทางเขตคลองสานได้ไปดูแล ความสะดวกเรียบร้อยแล้วก็สะอาดในส่วนของสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานสาทรด้วย เพราะว่าตอนนี้ก็ทราบว่ามีหลายอย่างที่วางเกะกะ รวมถึงห้องน้ำก็สกปรกมากอยากให้ไป ดูแลเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนคลองสานด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คลองสานเช่นกันครับ ผมได้รับการประสานงานจากห้าง Icon Siam ว่าก็พร้อมที่จะช่วยเหลือในการช่วยติดกล้องออกเงิน เพราะเข้าใจดีว่างบประมาณ กทม. หรือรัฐบาลก็ไม่ค่อยมี อยากให้ทางผู้ว่า กทม. ประสานงานกับทางจราจรเพื่อติดกล้อง ระบบเอไอในการตรวจจับการจอดรถของแท็กซี่แล้วก็รถตุ๊กตุ๊กด้านหน้า ตอนนี้ทราบว่าทำได้ ดีอยู่แล้ว หลังจากผมร้องเรียนไปรอบก่อนครับ แต่แน่นอนว่ากำลังเจ้าหน้าที่ไม่สามารถ อยู่ตรงนั้นได้ตลอดเวลา อยากให้มีกล้องเพื่อตรวจจับทะเบียนที่จอดแช่ตรงนั้นเพื่อประสาน ขนส่งให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของสะพานลอย ตรงปากซอยสุขสวัสดิ์ ๑๙ ตรงนั้นมี โรงเรียนวัดบางปะกอกอยู่ก็มีนักเรียนใช้เยอะ ก็อยากประสานงานให้กรมทางหลวงชนบท ได้พิจารณาในการต่อเติมเป็นหลังคาคลุมแดด คลุมฝน ให้นักเรียนได้ใช้เพื่อความสวัสดิภาพ ของนักเรียนด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมหารือไปทางกระทรวงการคลังถึงกฎกระทรวงใหม่เกี่ยวกับ การผลิตสุรา ซึ่งสภาเราได้ผ่าน พ.ร.บ. สุราก้าวหน้าไปแล้ว ซึ่งในวันนั้นท่านประธานก็น่าจะ อยู่ตรงนี้แล้วก็ทราบดีว่าจุดประสงค์ของสภาแห่งนี้คืออยากเปิดโอกาสให้รายย่อยได้ทำครับ แต่กฎกระทรวงใหม่ออกมาไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่าครับ กลายเป็นว่ามีกฎระเบียบมากมาย ที่คอยกีดกันผู้เล่นรายย่อยครับ อาทิ การให้ Pasteurized ทั้งที่สุราต่างประเทศ เบียร์ต่างประเทศ ไม่ได้ Pasteurized มาครับ ซึ่งวันนี้ผมได้รับหนังสือมาแล้ว แล้วก็จะนำเข้า กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งทางพรรคประชาชนเป็นประธานในวันนี้ ก็หวังว่าท่านรัฐมนตรีจะได้มาดูเรื่องนี้ด้วยตนเอง และแก้ไขให้ตรงตามจุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ใหม่โดยไวครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย ก่อนที่ผม จะพูดอะไรออกไปเมื่อสักครู่นี้ท่านนรินทร์ คลังผา เหลือเวลา ๓๐ วินาที ใช้ไม่หมดเผื่อผม จะเกิน ท่านประธานครับ ผมมีหลายเรื่องที่จะต้องหารือกับท่านประธาน🔗
เรื่องแรกคือเรื่องปัญหาเกษตรกร จากข้อมูล ปี ๒๕๖๖ พื้นที่ทำการเกษตร ของประเทศไทยทั้งหมด ๑๔๓ ล้านไร่ ซึ่งเป็น ๔๕ เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่ทั้งประเทศ มีการ ปลูกข้าวไปแล้ว ๖๖ ล้านไร่ คิดเป็น ๔๖.๒ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ปัญหาที่ผมได้รับการร้องขอ มากที่สุดของพี่น้องประชาชนคือชาวนา เรื่องราคาข้าววันนี้ขายข้าวได้อยู่ที่ ๕,๐๐๐ กว่าบาท ผมเข้าใจว่าเป็นปัจจัยหลาย ๆ อย่างมีส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวจากประเทศ เพื่อนบ้าน ภูมิอากาศ ต้นทุนปุ๋ย ยา หรือแม้กระทั่งค่าเช่า แต่ผมว่าปัญหาใหญ่ของปัญหา เศรษฐกิจไทยคือพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเกษตรกรข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง พี่น้องเกษตรกรทั้งหลายขาดทุนจากการทำเกษตร เพราะฉะนั้นทำให้เกิดไม่มีเงินไปหมุนเวียน ในเศรษฐกิจ แล้วยังได้รับการร้องขอมาจากปศุสัตว์ว่าขอให้มีการพักชำระหนี้ แล้วผมมีอีก เรื่องหนึ่งครับ ขออนุญาตฝ่ายโสตช่วยนำวิดีโอขึ้นด้วยครับ🔗
มีปัญหาเรื่องจุดตัดทางรถไฟ ๒ จุดในอำเภอตาคลี จุดแรกที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ จริง ๆ แล้วตอนคุยกับ ท่านผู้ว่านิรุฒ ท่านผู้ว่าคนเก่า เราก็เข้าใจว่าท่านอนุญาตให้เปิดพื้นถนนเสมอระดับ แต่ปรากฏว่าวันนี้เหมือนกับมีความต้องการที่จะปิดให้ได้ หลายคนก็กระทบกับปัญหาชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือสะพาน U-Turn ๒ จุด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อำเภอตาคลีก็ดี ที่ตลาด หนองโพก็ดี อย่างที่เห็นในคลิปเมื่อสักครู่ปรากฏว่าน้ำท่วมขังตลอดฤดูฝนเลยครับ ทำให้ กระทบพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย จุดที่ผมจะพูดคือทางข้ามตำบลหนองโพ U-Turn รถอ้อย ผ่านไม่ได้ แล้วทีนี้คุยกันรถไฟก็ยืนกรานแต่ว่าเพื่อความปลอดภัยจำเป็นต้องปิด จะขอผ่าน ๔ เดือนช่วงโรงงานน้ำตาลเปิดหีบก็ต้องมีเงื่อนไขว่าต้องให้เอาเงินไปประกันเป็น ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งสมาคมชาวไร่อ้อยต้องมีส่วนในการรับผิดชอบเงินประกันตรงนี้ และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าจะเป็นจุดเสมอระดับที่ตาคลี ไม่ว่าจะเป็นจุดเสมอระดับที่หนองโพ ถ้าจะให้แก้ปัญหาให้เขา ทางการรถไฟโยนมาว่าความผิดก็คือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล หรือ อบต. ก็ดี ต้องเป็นคนออกแบบและเป็นคนกำหนดงบประมาณ ในการแก้ไขเอง ผมฝากเรื่องตรงนี้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณพชร จันทรรวงทอง🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม พชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องเพื่อมาหารือผ่านท่านประธาน ทั้งหมด ๖ เรื่องดังนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ที่ตกหล่นจาก โครงการคนละครึ่งพลัส เพราะว่าที่ผมเห็น ยกตัวอย่างบ้านผมสีคิ้ว เห็นพี่น้องประชาชน มาต่อแถวที่ธนาคารกรุงไทยหลายคนแล้วก็ไม่ได้สิทธิกันหลายท่าน และหลายท่านที่ไม่มี สมาร์ตโฟนก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง หรือรัฐบาลช่วยหามาตรการ มาช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ผู้บริหารกองทุน กยศ. หรือกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ช่วยลงมาดูสภาพความเป็นจริง เพราะว่าผมได้รับร้องทุกข์จากนักเรียน นักศึกษาว่า กยศ. ใน Timeline ที่ประกาศให้มายื่นกู้ก็เลื่อนล่าช้า ตั้งแต่เดือนสิงหาคม กันยายน แล้วก็หลายคน ที่ยื่นกู้ผ่านไปแล้วก็ยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งตอนนี้เปิดเทอมแล้วก็อาจจะต้องลาออกกันหลายคน เพราะว่าเงินไม่มีมาจ่ายค่าเทอม ก็ขอให้ผู้บริหาร กยศ. หรือกระทรวงการคลังช่วยมา ดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด โดยเฉพาะอ้อยตอนนี้ใกล้ถึงฤดูเปิดหีบแล้วขอให้รัฐบาลช่วยบอกแนวทาง ความชัดเจนว่ามาตรการต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรเรื่องราคาค่าตัดอ้อยสด แล้วก็เรื่องของ นมวัว อ.ส.ค. ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยหามาตรการ เพราะว่าวันนี้ อ.ส.ค. ก็มีปัญหาอย่างมากนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องไฟฟ้าแสงสว่างในพื้นที่ ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก อบต. คนึง กองจันทึก อบต. กุดน้อย ว่าถนนเส้นวัดสุชัยคณาราม ตำบลสีคิ้วไปถึงบ้านหัน ปัจจุบัน ไฟฟ้าตรงนี้ดับมาเป็นเวลานาน แล้วก็ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยแก้ไข ด้วยครับ แล้วก็ถนนเส้น Bypass สีคิ้วแล้วก็วงแหวน รวมถึงบริเวณขึ้นลง Motorway M6 ให้กรมทางหลวงช่วยพิจารณาเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างเพราะว่าตอนนี้เกิดอันตรายมาก🔗
เรื่องที่ ๕ เรื่อง Scammer กลับมาระบาด ก็ขอให้รัฐบาลช่วยพิจารณา แนวทางการปราบของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เพราะว่าได้รับรางวัลจากนานาชาติ🔗
เรื่องที่ ๖ เป็นปัญหาของพี่น้อง สส. ทุกคน เพราะว่าหลายต่อหลายเรื่องที่ได้ หารือผ่านสภาไปแล้ว จริง ๆ ๕-๖ เรื่องที่ผมได้หารือในวันนี้เป็นปัญหาความเดือดร้อนที่ผม ได้หารือมาก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น ก็ขอให้รัฐบาลช่วยนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง สส. ได้หารือผ่านสภาไปแก้ไขด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณสยาม เพ็งทอง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพและเพื่อน สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม สยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่จะขอหารือวันนี้เป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญคือถนนทางหลวง ทล. ๒๑๒🔗
จากจังหวัดบึงกาฬไปที่จังหวัดนครพนม เมื่อปีที่แล้วผมหารือเรื่องถนนทางหลวงบริเวณตำบลหอคำไปยังอำเภอปากคาด ซึ่งเป็น เส้นทางหลักที่จะเดินทางไปยังจังหวัดหนองคายและมีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก โดยเฉพาะ พี่น้องในพื้นที่ตำบลหอคำ ตำบลไคสี ตำบลโนนสว่าง และตำบลหนองเลิง และเป็นโครงสร้าง สำคัญเอาไว้รองรับสะพานไทย-ลาว แห่งที่ ๕ บึงกาฬ-บอลิคำไซ อีกด้วย ซึ่งตอนนี้อยู่ใน กระบวนการก่อสร้างแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณไปยังทางหลวงบึงกาฬแล้วก็กระทรวงคมนาคม เป็นอย่างสูง แต่อีกเส้นทางหนึ่งที่กำลังจะพูดถึงก็มีความสำคัญเช่นกันครับ คือเส้นทางหลวง ทล. ๒๑๒ เพราะเป็นเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางจากจังหวัดบึงกาฬไปยังจังหวัดนครพนมได้ และมีผู้ใช้รถผ่านเส้นทางนี้จำนวนมากเช่นกัน โดยเฉพาะพี่น้องตำบลบึงกาฬ ตำบลชัยพร และตำบลโคกก่อง และรวมไปถึงพี่น้องอำเภอบุ่งคล้า ทั้งตำบลบุ่งคล้า ตำบลโคกกว้าง แล้วก็ ตำบลหนองเดิ่นด้วยเช่นกัน ตรงจุดนี้บริเวณบ้านท่าไคร้ออกไปทางชัยพรประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เนื่องจากมีรถบรรทุกสัญจรจำนวนมากเพราะใช้ขนส่งสินค้าเข้าออกจังหวัดบึงกาฬ ถนนจึงเสียหายหลายจุด อีกทั้งหลายช่วงถนนยังมีความคับแคบและไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างทำให้ เป็นอุปสรรคในการสัญจรและอาจก่อให้เกิดอันตรายและอุบัติเหตุต่อผู้ใช้รถใช้ถนนได้ เป็นการรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดบึงกาฬด้วยครับ ทั้งสะพานไทย-ลาว แห่งที่ ๕ และโครงการสนามบินจังหวัดบึงกาฬที่พี่น้องประชาชนทุกคนกำลังเฝ้ารอ จึงจำเป็นที่โครงการ พื้นฐานที่สำคัญ เช่นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดจะต้องเป็นถนน ๔ เลนทั้งหมด จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงให้ช่วยแก้ไขและพัฒนา พื้นที่ดังกล่าว เพื่อความสะดวกปลอดภัยบนท้องถนนและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้อง คนบึงกาฬด้วย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มีเรื่อง ที่อยากจะขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงกรมทางหลวง แล้วก็กรมทางหลวง ชนบทด้วย ขอสไลด์ขึ้นนิดหนึ่งครับ🔗
ในพื้นที่ของรอยต่อแพร่กับอุตรดิตถ์ จะมีถนนที่เชื่อมระหว่างอำเภอลับแลของอุตรดิตถ์กับมาทางบ้านไพสินของทางจังหวัดแพร่ มีถนนที่เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ กับทางหลวงหมายเลข ๑๔๐๓ เส้นทางนี้ เป็นเส้นทางที่พี่น้องได้ใช้สัญจรแต่ว่ามีความอันตรายมาก ผมได้ขึ้นไปสำรวจเส้นทางไปดูว่า เป็นอย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ ยางรถระเบิดเกือบกลับมาไม่ได้ แน่นอนครับ พี่น้องที่ใช้ สัญจรเป็นอย่างไร มีผู้เสียชีวิตจากการใช้ถนนสายนี้ เลยขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน ไปถึงกรมทางหลวงว่าอยากให้ปรับปรุงเส้นทาง แล้วก็ทำให้ปลอดภัย แล้วก็ทำถนนใหม่ ให้ดีด้วย เพื่อเป็นการเชื่อมถนนให้ปลอดภัยต่อการสัญจร ผมได้สอบถามไปยังทางหลวง เขาบอกว่าจะทำได้ต้องนำเรียนผ่านท่านประธานไปถึงกรมทางหลวงเพื่อให้ดำเนินการ ปรับปรุง ซึ่งเขาบอกว่าใช้เวลานานมาก ก็อยากกราบเรียนว่าอยากให้กรมทางหลวงไปดู นิดหนึ่งว่าเส้นทางสัญจรที่เป็นอันตราย แล้วก็มีการเสียชีวิต ถ้าจะสามารถปรับปรุงได้ ก็จะเป็นพระคุณต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ด้วย และทางหลวงจริง ๆ มาจากเชียงใหม่ มาที่ลำปาง ไปที่ลิกลี้ ไปที่ลำปาง และเชื่อมาตรงเถิน เชื่อมต่อไปถึงวังชิ้น จากวังชิ้นไปตรง ศรีสัชนาลัย ตรงนี้จะใช้เส้นทางแค่ประมาณ ๓๓ กิโลเมตร แต่ถ้าอ้อมไปเส้นทางเดิมใช้ถึง ๙๗ กิโลเมตร เป็นเส้นทางอ้อมไปเลย แต่ถ้าเปิดเส้นทางนี้ได้โซนนี้เขาเรียกว่าโซนถนนผลไม้ ก็จะทำให้พี่น้องที่ปลูกผลไม้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ไร่ จะสามารถระบายสินค้าออกไปได้ และเส้นทางที่เชื่อมจากบ้านไพสินเชื่อมโยงไปตรงรอยต่อตรงกลางไปถึงตรงบ้านไทรย้อย อาจจะต้องฝากกรมทางหลวงชนบทไปดูนิดหนึ่งว่าเส้นทางนี้ทาง อบจ. แพร่ แล้วก็ทาง อบต. ไทรย้อยพยายามจะปรับปรุงเส้นทางเพื่อให้ปลอดภัย ถ้าหากว่าสามารถช่วยพี่น้องเกษตรกรได้ แล้วก็ทำให้เกิดเส้นทางสัญจรเชื่อมต่อเมืองได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ก็ขออนุญาต นำเรียนฝากท่านประธานไปถึงกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม พรชัย ศรีสุริยันโยธิน เขต ๗ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ชาวไร่อ้อย ฝากมาถามผ่านสภาว่าเงินตัดอ้อยสดที่รับปากจะให้พี่น้อง ครั้งแรกจ่ายไปแล้ว ๖๙ บาท ข้อตกลงก็คือ ๑๐๐ บาท แล้วจะจ่ายเพิ่มอีก ๓๑ บาท ชาวไร่อ้อยรอความหวัง ฝากผมมา ผ่านท่านประธานว่าได้ยินข่าวว่าจะมีงบประมาณประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ จะจ่าย กลางเดือนพฤศจิกายนที่จะถึง พี่น้องจะตัดอ้อยแล้ว ธันวาคมนี้ก็จะเริ่มเปิดหีบแล้ว ก็ฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยว่าชาวไร่อ้อยอยากได้จริง ๆ ตรงนี้เพื่อเป็น ต้นทุนในการตัดอ้อยครับ🔗
เรื่องต่อมา ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ ที่อนุมัติคนละครึ่ง เมื่อวานผมได้รับโทรศัพท์จากพี่น้องในเขต โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ บ้านของท่านนายกรัฐมนตรีเอง พี่น้องดีใจมากที่ได้เงินคนละครึ่ง แล้วทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ พี่น้องมีความสุขทั้งคนที่ใช้จ่ายและคนที่ขายของ ก็ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมทีมงาน โดยเฉพาะกระทรวงการคลังที่อนุมัติงบประมาณคนละครึ่งให้กับพี่น้อง ถือเป็นสิ่งที่ปลอบ ประโลมใจในยามที่พี่น้องทุกข์ทั้งประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะและอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ🔗
ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้รับการ ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทาง ทางหลวงที่ ๔๐๖๖ เป็นทางเชื่อมหรือที่ชาวบ้าน เรียกว่าภูเขายือลาแป ผมเชื่อว่าท่านประธานก็ใช้เส้นทางนี้บ่อย มีระยะทางบนภูเขาคดเคี้ยว ประมาณ ๒ กิโลเมตร ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้ในตอน กลางคืนมืดมากครับ ปรากฏว่าบนบริเวณไหล่ทางไม่มีแสงสว่าง ไม่มีเสาไฟใด ๆ เลย ผมผ่าน เส้นทางนี้เกือบตลอดปรากฏว่ามีการวางเสาไฟเส้นทางไหล่ทางเพียงแค่ครึ่งทาง ส่วนอีก ครึ่งหนึ่งยังไม่มีการติดตั้ง ผมอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึงกรมทางหลวงนราธิวาส ให้เร่งรัดจัดหางบประมาณติดตั้งเสาไฟฟ้าเพื่อสะดวกในการเดินทางสัญจรของพี่น้องประชาชน ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ เหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่เกิดขึ้นที่หาดนราทัศน์ นราธิวาสเมื่อวานนี้ เมื่อเวลาประมาณ ๐๒.๐๐ นาฬิกา ปรากฏว่ามีการพบศพ ๒ ศพเป็นชาย และหญิงถูกยิงเสียชีวิต ต้องขอบคุณทางพนักงานสืบสวนตำรวจภูธรนราธิวาส พอรุ่งเช้า ปรากฏว่าจับได้ ๓ คน เป็นเยาวชนทั้งหมด อายุ ๑๔-๑๖ ปี หนึ่งในนั้นให้การรับสารภาพว่า ที่เขายิงผู้ตาย ๒ คนที่เกิดเหตุที่หาดนราทัศน์ช่วงกลางคืนนั้น เนื่องจากเห็นรถมอเตอร์ไซค์ ของผู้ตายสวย ขอแล้วไม่ให้จึงใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต เป็นเยาวชนทั้ง ๓ คนนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการครอบครองอาวุธปืน สิ่งที่ต้องตามต่อไปว่าอาวุธปืนอยู่ในมือ ของเยาวชนได้อย่างไร ฝากทางเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของตำรวจภูธรนราธิวาสด้วยว่า ท่านต้องสืบหาต่อว่าเป็นที่มาที่ไปอย่างไรถึงได้มีอาวุธปืนในครอบครัวเยาวชนในพื้นที่ แล้วก็ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ หน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย ตำรวจ ให้เข้มงวด ในเรื่องของการครอบครองอาวุธในพื้นที่ด้วยครับ เพราะช่วงนี้เกิดเหตุการณ์บ่อยมาก ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณอรอุมา บุญศิริ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอุมา บุญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย🔗
ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาของพี่น้องเกษตรกร เพราะเป็นปัญหาเรื้อรังมีมายาวนานตั้งแต่ สมัยบรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน พี่น้องเกษตรกรก็ยังคงไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่บ้านเรามีพี่น้องเกษตรกรมากถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีพื้นที่ปลูกด้านการเกษตรถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันจีดีพีของพี่น้องเกษตรกรไม่สามารถกระเตื้องขึ้นมาได้เลย ต่ำกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีทั้งหมดของประเทศ นั่นเพราะว่าเรายังไม่ได้ให้โอกาสกับ พี่น้องเกษตรกรอย่างจริงจัง จากที่ดิฉันได้ลงพื้นที่มา ๓ อำเภอ ได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร ก็มีปัญหาหลัก ๗ ประเด็น มานำเรียนท่านประธานฝากไปถึงรัฐบาล ถึงนายกรัฐมนตรีให้ช่วย เอาปัญหาของเกษตรกรมาเป็นนโยบายหลักของชาติ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของปัญหาราคาสินค้าตกต่ำในขณะที่ต้นทุนการผลิต เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ🔗
ปัญหาที่ ๒ ก็คือเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งตอนนี้ยังมี จำนวนมากที่ไม่มีเอกสารสิทธิเป็นของตัวเอง🔗
ในขณะเดียวกันปัญหาที่ ๓ คือเรื่องของพ่อค้าคนกลาง ช่วงนี้มีพ่อค้าคนกลาง เข้ามารับซื้อสินค้ากดราคาอย่างไม่เป็นธรรมให้กับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรได้รับความลำบาก เพิ่มเติมขึ้นไปอีก🔗
นอกจากนี้แล้วปัญหาที่ ๔ ก็คงเป็นเรื่องของถนนด้านการเกษตร ซึ่งเป็นถนน ลูกรังที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ในช่วงของฝนตกนี้แทบจะไม่สามารถขนถ่ายสินค้าทางด้านการเกษตร ได้เลย ทั้ง ๆ ที่พี่น้องเราใช้แค่รถมอเตอร์ไซค์ ใช้แค่รถซาเล้งก็ยังไปไม่ได้ค่ะ🔗
นอกจากถนนแล้วตามมาติด ๆ ก็คือเรื่องของไฟฟ้าส่องทาง ทำให้พี่น้อง เกษตรกรไม่สามารถนอนเฝ้าสินค้าเกษตรได้ ถูกลักถูกขโมยไปทุกวันไม่เว้นแต่ละคืนเลยนะคะ🔗
นอกจากนี้แล้วปัญหาต่อไปก็คือปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ทั้ง ๆ ที่บ้านเรามีทั้งปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง แต่พี่น้องเกษตรกรยังคงขาดแคลนน้ำเป็นเรื่องหลัก อยู่นะคะ🔗
ที่สำคัญที่สุดก็คือประเด็นเรื่องของหนี้สินเกษตรกร ทั้งหนี้สินในระบบเอง แล้วก็หนี้สินนอกระบบ ท่านประธานคะ เรื่องของหนี้สินเป็นปัญหาใหญ่มาก ๆ เลย เพราะทำให้พี่น้องเกษตรกรต้องละทิ้งถิ่นฐานของตัวเอง ต้องแยกจากครอบครัวเข้ามาทำงาน ในเมืองหลวง มากระจุกกันอยู่ที่เมืองใหญ่ หรือแม้แต่ไปทำงานถึงต่างประเทศ นั่นสะท้อน ให้เห็นว่าบ้านเรา พี่น้องเกษตรกรยังรอคอยความหวังจากรัฐบาลเป็นอย่างมาก วันนี้ดิฉัน อยากนำเรียนท่านประธานนะคะ อยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรีช่วยให้นโยบายของ เกษตรกรเป็นนโยบายหลักของชาติ ส่วนรายละเอียดหลัก ๆ ในพื้นที่ดิฉันจะขอนำเรียน มาหารือท่านประธานในลำดับต่อไป ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องครับ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของชาวไร่อ้อยครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาส ไปประชุมร่วมกับชาวไร่อ้อยแล้วก็ตัวแทนของชาวไร่อ้อย ได้รับการประสานมาว่าในปีนี้ ก็ใกล้ที่จะเปิดหีบแล้ว อยากเห็นความชัดเจนจากกระทรวงอุตสาหกรรมว่าเงินตามและ เงินช่วยเหลือต่าง ๆ มีมาตรการอย่างไร มีปัจจัยและข้อกำหนดใดบ้าง เพื่อที่ชาวไร่อ้อย ก็จะได้เตรียมตัวในการที่จะเปิดหีบในปีนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องไฟส่องสว่างถนนครับ ซึ่งผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจาก นายบุญถม หล้าแก้ว นายก อบต. โนนป่าซาง และนายใจเพชร จันทร์เขียว สจ. ภูกระดึง เกี่ยวกับถนนหมายเลย ๒๑๔๑ บริเวณตาดข่าไปถึงบ้านภูป่าไผ่ หมายเลข ๒๔๐๐ บ้านภูป่าไผ่ไปถึงบ้านห้วยไร่ หมายเลข ๕๐๒๕ บริเวณบ้านห้วยยางและถนนหลายเลข ๒๐๑๙ หน้าโรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม ทั้งหมดเป็นในพื้นที่ชุมชนซึ่งไม่มีไฟถนน แต่ว่าบริเวณ อื่น ๆ กลับมีไฟถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากฝากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ช่วยเข้าไปดูแลแล้วก็ดำเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องสะพานชำรุดในอำเภอภูกระดึง เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ มีพายุเข้าหลายลูก แล้วก็มีน้ำหลากหลายครั้ง สะพานหลายพื้นที่หลายแห่งในพื้นที่ภูกระดึง ขาดครับ แล้วตอนนี้ทางหน่วยบริหารท้องถิ่นเอง อบต. และเทศบาลต่าง ๆ ก็ไม่สามารถ ที่จะซ่อมแซมได้ อยากจะฝากไปถึงกระทรวงมหาดไทย แล้วก็กรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ช่วยกันเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องด้วย บางหมู่บ้านมีสะพานเดียวเพื่อที่จะ เข้าไปในหมู่บ้าน เมื่อสะพานขาดไม่สามารถเดินทางได้ ต้องอาศัยพ่อแม่พี่น้องส่งของให้กัน เช่นในบริเวณบ้านนาน้อย ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากท่านชัชฎาภรณ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของ ชาวบ้าน ก็ฝากแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗
ขอเชิญ คุณอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องมาปรึกษาหารือท่านประธานเพียง เรื่องเดียวครับ แต่เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความกังวลใจของพ่อแม่พี่น้องในหลายพื้นที่ ทั้งประเทศโดยเฉพาะในจังหวัดสมุทรสงคราม มี ๒ ตำบลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คือตำบล บางจะเกร็งและตำบลแหลมใหญ่ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมได้รับ เรื่องจากคณะกรรมการชุมชนวัดศรัทธาธรรม และนายชัยสิทธิ์ นันทธนากิตติ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ ตำบลบางจะเกร็ง คือสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ คณะกรรมการ ได้ประชุมร่วมกับเครือข่ายป้องกันอุบัติภัยจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อร่วมกันหาแนวทาง ป้องกันอัคคีภัยและอันตรายที่เกิดจากคลังน้ำมัน คลังแก๊ส ท่าเรือต่าง ๆ ที่มีอยู่หลายแห่ง ในตำบลบางจะเกร็ง ลักษณะของถนนในชุมชนนี้เป็นเพียงถนน ๒ เลน ค่อนข้างแออัด มีรถบรรทุกน้ำมัน บรรทุกแก๊ส และสินค้าจากท่าเรือวิ่งเข้าออกต่อวันเป็นจำนวนมาก สร้างความกังวลใจให้กับประชาชน หากเกิดอุบัติเหตุอุบัติภัยทั้งบนท้องถนนและในสถาน ประกอบการ ในที่ประชุมมีข้อเสนอร่วมกัน ๓ ข้อดังนี้🔗
ข้อแรก ประชาชนอยากให้มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุกับสถานการณ์ที่ รถบรรทุกแก๊สหรือน้ำมันเกิดอุบัติเหตุแล้วมีการรั่วไหล กรณีเหตุเช่นนี้จะสร้างความเสียหาย เป็นอย่างมาก อย่างน้อยขอให้มีการซ้อมแผนปีละ ๑ ครั้ง โดยที่ผ่านมายังไม่เคยมีการ ซ้อมแผนเลยครับ🔗
ข้อ ๒ สถานประกอบการคลังแก๊ส คลังน้ำมัน ท่าเรือควรมีสัญญาณเตือนภัย ต่อชุมชนเมื่อเกิดเหตุ เพื่อที่จะทำให้ประชาชนรู้เท่าทัน แล้วก็เตรียมตัวอพยพได้อย่าง ทันท่วงทีครับ🔗
ข้อ ๓ คณะกรรมการชุมชนได้มีการตั้งคณะทำงานแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย เมื่อเกิดเหตุคือกลุ่มที่ ๑ กลุ่มเฝ้าระวังป้องกันภัย กลุ่มที่ ๒ กลุ่มช่วยเหลือผู้เปราะบางไปจุด รวมพล กลุ่มที่ ๓ กลุ่มที่พัก สุขา ไฟฟ้า และกลุ่มที่ ๔ กลุ่มอาหาร ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้ หากเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยข้อเสนอนี้สามารถ นำไปใช้กับชุมชนอื่นที่มีคลังแก๊ส คลังน้ำมัน ท่าเรือ มีวัตถุอันตราย เช่นที่ตำบลแหลมใหญ่ เคยเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันระเบิดเมื่อปี ๒๕๖๕ และที่อื่น ๆ อีกทั่วประเทศ ผมจึงขอให้ ท่านประธานประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดสมุทรสงคราม รวมถึงผู้ประกอบการ ให้ช่วยสนับสนุนส่งเสริมมาตรการต่าง ๆ ตามข้อเสนอนี้ จะเป็นการสร้างความมั่นใจ ลดความ วิตกกังวล ป้องกันการสูญเสียหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดลักษณะนี้ในอนาคต ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณจิราพร สินธุไพร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีประเด็น จะขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๒ ประเด็นด้วยกัน🔗
ประเด็นแรก เป็นปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลพนมไพร อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด ๓๐ เตียง แต่ว่าต้องให้บริการ ประชาชนในอำเภอพนมไพรแล้วก็พื้นที่ใกล้เคียงรวมกว่า ๖๙,๐๐๐ คน โรงพยาบาลแห่งนี้ ตั้งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลศูนย์ร้อยเอ็ดกว่า ๖๕ กิโลเมตร แต่ว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยเฉพาะทาง เพิ่มขึ้น แต่ว่าจำนวนเตียงไม่เพียงพอในการให้บริการ โดยเฉพาะผู้ป่วยวิกฤติแล้วก็ผู้ป่วย ที่ต้องส่งต่อ จึงขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อการก่อสร้างหอผู้ป่วยในขนาด ๕ ชั้น จำนวน ๑๑๔ เตียง เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นแล้วก็ลดการส่งต่อไปยังโรงพยาบาล ร้อยเอ็ด รวมถึงจะเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและการเพิ่มการเข้าถึงบริการของ พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ห่างไกล🔗
ประเด็นที่ ๒ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อการขุดลอกหนองบัว ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมทั้งพิจารณาการก่อสร้างและปรับปรุงระบบ ผลิตน้ำประปา เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ประมาณ ๑๕๔ ครัวเรือน คิดเป็นประชากรเกือบ ๕๐๐ คน🔗
ประเด็นที่ ๓ ที่เป็นประเด็นต่อเนื่องก็คือในจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอพนมไพร อำเภออาจสามารถ อำเภอหนองฮี อำเภอธวัชบุรี แล้วก็ อำเภอทุ่งเขาหลวง หลายพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในช่วง หน้าแล้งของทุกปี แล้วก็มีปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดเนื่องจากน้ำในพื้นที่นั้น ๆ มีลักษณะขุ่น บางพื้นที่ก็เป็นสนิม จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดให้มีการสำรวจพื้นที่ ในเชิงรุกแล้วก็พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็ว ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณปิยะนุช ยินดีสุข ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ดิฉันมีปัญหาในพื้นที่อยู่ทั้งสิ้น ๔ ประเด็น🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของถนน ทางเชื่อมระหว่างบ้านกระเบื้องนอก อำเภอเมืองยาง หมู่ที่ ๔ เชื่อมบ้านบุ่งเบาใหญ่ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ซึ่งถนนสายนี้เคยเป็น เส้นทางหลักในการสัญจรจากโคราชไปบุรีรัมย์ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นเส้นทางแห่งความ ยากลำบาก ดูจากรูปนะคะ ถนนทั้งขรุขระ เวลากลางคืนไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างด้วย ดิฉันเคยพูด ไปแล้วในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสิงหาคม ๒๕๖๗ ปัจจุบันยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย ก็อยากฝาก ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เร่งจัดสรรงบประมาณโดยเร็วค่ะ🔗
เรื่องต่อมา เป็นปัญหาน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค เขตอำเภอชุมพวง ในสาขาอำเภอประทายที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอ ประทาย เริ่มตั้งแต่บางส่วนของเขตเทศบาลตำบลประทาย ตำบลกระทุ่มราย แล้วก็ไปถึง ตำบลทุ่งสว่างเลย ที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายมาก ๆ มีบุคลากรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงสีข้าวที่ส่งข้าวออกไปต่างประเทศหรือแม้แต่สถานีบริการน้ำมัน หน่วยงาน ราชการระดับอำเภอ ซึ่งทางการประปาส่วนภูมิภาคเขตอำเภอชุมพรแจ้งว่าเคยขอ งบประมาณไปแล้วในการขยายกำลังการผลิตแต่ไม่ได้รับงบ พอขอดูแผนก็บอกหาไม่เจอ ดิฉันก็ขอฝากท่านประธานติดตาม แล้วก็ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขและ จัดสรรงบประมาณโดยเร็วค่ะ🔗
เรื่องต่อมา ปัญหาโครงการคนละครึ่งพลัส คุณตาคุณยายในเขตพื้นที่ดิฉัน ฝากไปบอกรัฐบาลว่าพวกเขาไม่มี Smart Phone บางคนมี Smart Phone ไม่มีอินเทอร์เน็ต พอไปเติมอินเทอร์เน็ตเขาบอกว่าโทรศัพท์ไม่รองรับ ถ้าจะให้ซื้อโทรศัพท์ใหม่ก็แพง ดิฉัน ก็ขออ้อนวอนไปยังรัฐบาลให้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาเพื่อพี่น้องในส่วนนี้ให้มีโอกาสเข้าถึง สวัสดิการของรัฐอย่างเท่าเทียมกันค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย ตอนนี้ก็เข้าสู่ฤดูเกี่ยวข้าวแล้ว แต่ราคาข้าวเปลือก ข้าวเบา ข้าวหนักก็ยังตกต่ำอยู่ ขายข้าวยังไม่พอจ่ายค่าปุ๋ยเลย ดิฉันก็ขอฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมการ นบข. ให้ออก มาตรการเพื่อพยุงราคาข้าว หรือมีจุดรับซื้อให้ราคานำตลาดหรือราคาสูงกว่าตลาดทั่วไป เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนาในฤดูกาลนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณษฐา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซมถนน สายด่านปริง-ทุ่งอินทนิน หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๙ ตำบลวังหิน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของตำบลวังหิน ขณะนี้มีสภาพชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลวังหินและตำบลใกล้เคียงได้รับ ความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่างถนนในพื้นที่หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๗ ตำบลคลองเส อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเส้นทาง เชื่อมต่อไปยังทะเลหมอกเขาศูนย์ ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ดำเนินการก่อสร้างถนนเพื่อที่จะดำเนินการให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวและเป็นแหล่งสถานที่พักผ่อนออกกำลังกายของพี่น้องประชาชน จำนวน ๒ ตำบล ซึ่งประกอบด้วยแห่งที่ ๑ สระน้ำพรุนาพลี หมู่ที่ ๔ ตำบลบางรูป อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งนี้โดยการประสานงานจากคุณพิเชษฐ์ จันทร์แดง สมาชิกสภาองค์การ บริหารส่วนตำบลบางรูป หมู่ที่ ๔ ตำบลบางรูป อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช แห่งที่ ๒ แก้มลิงห้วยภักดีทิศเกลี้ยง บ้านทับกลาง หมู่ที่ ๑๖ ตำบลบางขัน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ประมาณ ๒๐ ไร่ โดยการประสานงานจากนายไสว มะลิวัลย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๖ ตำบลบางขัน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอบคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอเชิญคุณพรเทพ ศิริโรจนกุล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พรเทพ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๖ พรรคเพื่อไทย ได้แก่ อำเภอคง อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอขามสะแกแสง และอำเภอพระทองคำ วันนี้ ขอปรึกษาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่มีทั้งสิ้น ๓ ประเด็น ดังนี้🔗
ประเด็นที่ ๑ ขอฝากไปยัง กระทรวงคมนาคมดังนี้ จุดที่ ๑ ขอขยายถนนเส้น ๒๑๕๐ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๑๘-๑๙ บริเวณหน้าวัดป่าสหมิตรวนาราม ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร จาก ๒ ช่องทางการจราจร ให้เป็น ๔ ช่องทางการจราจร พร้อมให้ติดตั้งไฟสัญญาณจราจรเนื่องจากเป็นจุดที่เกิด อุบัติเหตุบ่อยและเป็นเส้นทางหลักในการเข้าสู่ตลาดเทศบาลเมืองคง จุดที่ ๒ ขอให้ช่วยติดตั้ง ไฟสัญญาณจราจรบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข ๒๓๖๙ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๑๖-๑๗ ตัดกับถนนทางหลวงชนบทเส้น ๔๐๐๙ บริเวณสี่แยกบ้านพระงาม ตำบลหนองหอย อำเภอพระทองคำ ซึ่งผมเคยหารือไปแล้วถึง ๓ ครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งบริเวณดังกล่าว อยู่ใกล้กับโรงเรียนบ้านทำนบพัฒนาแล้วก็เป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยเช่นกัน จุดที่ ๓ ขอขยาย ถนนเส้น ๒๑๖๐ จาก ๒ ช่องทางการจราจรให้เป็น ๔ ช่องทางการจราจร พร้อมติดตั้ง ไฟส่องสว่างตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ ๐๐ จนถึง ๒+๕๐๐ บริเวณแยกโรงเรียนรักไทยจนถึงแยก ตะคร้อ ตำบลเมืองคง อำเภอคง เนื่องจากเป็นเขตชุมชนและเพื่อรองรับการขยายตัวของ ตลาดเทศบาลเมืองคงครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ขอให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำอุโมงค์ทางลอดใต้ทางรถไฟทั้งหมด ๔ จุด จุดที่ ๑ อุโมงค์บ้านโคกเพชร จุดที่ ๒ อุโมงค์วัดตะคร้อ จุดที่ ๓ อุโมงค์วัดโนน มะเกลือ จุดที่ ๔ อุโมงค์วัดดอนใหญ่ เนื่องจากเวลาฝนตกน้ำจะระบายไม่ทันแล้วก็ปั๊มน้ำ ไม่สามารถระบายน้ำได้เพียงพอ ระบบอัตโนมัติก็พังเสียหายอยู่บ่อยครั้งทำให้เกิดอันตราย ต่อผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก ฝากไปทางการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องด้วยครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ปัญหาเรื่องผังเมืองเนื่องจากในเขตชุมชนตำบลบ้านปรางค์ อำเภอคง และเขตเทศบาลตำบลบ้านเหลื่อม อำเภอบ้านเหลื่อม มีการขยายตัวของชุมชนมากขึ้น ซึ่งพื้นที่ทั้ง ๒ ส่วนนี้พี่น้องประชาชนของเราติดปัญหาเรื่องผังเมืองสีเขียว จึงไม่สามารถ ประกอบธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ถูกแช่แข็ง ติดชะงัก ไม่สามารถพัฒนาด้านต่าง ๆ ได้ ผมจึงอยากฝากไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอ ปักธงชัยและวังน้ำเขียว วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานด้วยกันทั้งหมด ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ในเขตพื้นที่ของอำเภอปักธงชัยและวังน้ำเขียวมีพี่น้องที่เป็น เกษตรกรจำนวนมากที่ปลูกข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ยางพารา พวกเขาเหล่านี้ ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย แล้วก็เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ แต่ปัจจุบัน พวกเขาเหล่านี้กำลังประสบปัญหาครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนการผลิต ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการเพาะปลูกที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น สวนทางกันกับราคาขายพืชผล ทางการเกษตรที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทุก ๆ หน่วยงาน ให้ช่วยพิจารณาออกโครงการหรือว่านโยบายที่จะสามารถ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาความทับซ้อนของแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งกระผมได้เคยมีโอกาสหารือหลายครั้งในสภาแห่งนี้มาแล้ว ซึ่งปัญหานี้ก็คือความทุกข์ยาก ของพ่อแม่พี่น้องชาววังน้ำเขียวที่มีมานานกว่า ๔๐ ปีครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีทั้งคนที่ ถูกจับกุม ถูกดำเนินคดี มีทั้งคนที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ของภาครัฐได้ เนื่องจากว่า เอกสารสิทธิในพื้นที่ที่มีความทับซ้อนและไม่ชัดเจน ผมอยากจะขอฝากท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ให้รีบเร่งดำเนินการประกาศใช้โครงการ One Map เพื่อลดข้อพิพาทระหว่าง แนวเขต แล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องชาววังน้ำเขียวด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับแรก ข้าพระพุทธเจ้า ในนามของประชาชนจังหวัดพัทลุงและประชาชนชาวไทย ขอน้อมเกล้าฯ ถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง ผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ข้าพเจ้าขอน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจและขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระองค์ท่านทรงมีต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทย โดยผมขอให้รัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เดินหน้าทุกโครงการพระราชดำริของพระองค์ ท่านประธานครับ วันนี้กระผม ขอนำปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนมาหารือดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมและเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็ได้ใช้กลไกของสภาแห่งนี้สะท้อนมาโดยตลอด แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังมีอยู่ทุกพื้นที่ และผู้เสพยา ก็ยังคงสร้างความอันตรายให้เห็นหน้าข่าวแทบทุกวัน โดยไม่กี่วันมานี้ก็มีข่าวบุคคลคลั่งยา เผาบ้านแม่ของตัวเองในจังหวัดพัทลุงครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ผมจึงขอให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เอาจริงเอาจังกับการปราบปราม ป้องกัน และตรวจบำบัดยาเสพติด ในทุกพื้นที่ เพื่อให้สังคมของเรา บ้านของเรากลับมามีความปลอดภัยอีกครั้งเสียทีครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานข้าม เกาะลันตาครับ ด้วยเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคมที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีได้พบและหารือกับ รองประธานธนาคารโลก ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในห้วงการประชุมสุดยอด อาเซียน โดยได้ขอให้ธนาคารโลกได้เร่งรัดอนุมัติโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบ สงขลา อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ถึงอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา และอีกโครงการ คือโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่พี่น้องประชาชนเฝ้ารอ และรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้ผลักดันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสภาแห่งนี้เองก็ได้ผ่าน งบประมาณมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมจึงขอข้อมูลความคืบหน้าและขอให้ได้เร่งรัดในขั้นตอน ต่อไป เพื่อให้โครงการสะพานเหล่านี้ได้สร้างความสะดวกในการเดินทาง กระตุ้นการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย เรื่อง MOU แรร์เอิร์ธ ด้วยเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีได้ร่วมลงนามกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในบันทึกความเข้าใจว่าด้วย ความร่วมมือเพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญของโลกและส่งเสริมการลงทุน ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้เกิดความตกใจในสังคมเพราะไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์มาก่อนล่วงหน้า อีกทั้งยังทำให้ เกิดความกังวลมากมายโดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดขึ้น ผมจึงขอให้รัฐบาลได้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูล และสื่อสารให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง ต้องมีการวางแผนอย่างรอบด้าน ต้องมีการรับฟังความคิดเห็น รวมถึงประเมินและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และของพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียน จากประชาชนผ่านทาง TikTok ฐิติมา ฉายแสง โดยคุณมินซียู ๘๖ ว่าพี่น้องประชาชน ในตำบลคลองหลวงแพ่ง และตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับความเดือดร้อนจากถนนพังเสียหาย เนื่องจากว่าการประปาส่วนภูมิภาคได้เข้ามา ดำเนินการวางท่อใหม่ที่ถนนหมู่ที่ ๗ ตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเชื่อมต่อกับหมู่ที่ ๑ ตำบลคลองหลวงแพ่ง ฉะเชิงเทรา คือเมื่อวางท่อเสร็จแล้วกลับไม่ทำให้ ถนนเรียบร้อยดังเดิม ถนนเส้นนี้เป็นถนนสำคัญเชื่อมต่อไปยังถนนสาย ๓๐๐๑ ฉะเชิงเทรา อ่อนนุชที่ประชาชนใช้เป็นเส้นทางหลัก ประชาชนก็ได้ร้องเรียนไปยังกรมชลประทาน เพราะว่าเป็นถนนของกรมชลประทาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นเจ้าของพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ได้รับ การแก้ไข ก็เลยขอความกรุณาท่านประธานส่งไปยังการประปาส่วนภูมิภาค แล้วก็กรมชลประทาน เพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพถนนให้เรียบร้อยโดยด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ ศาลาพักคอยชำรุดทรุดโทรมอย่างหนักเลยบนถนนสาย ๓๑๔ ฉะเชิงเทรา บางปะกง มีจำนวน ๒ จุดด้วยกัน จุดที่ ๑ คือก่อนถึงสามแยกไฟแดง หน้าร้านอาหารบ้านใหญ่เก้าอี้ชำรุดเกือบหมด บริเวณรอบ ๆ ก็สกปรกมาก จุดที่ ๒ ก็ถัดออกมาค่ะ ที่นั่งใช้งานได้แต่หลังคาเป็นรูใหญ่เลย ไม่สามารถกันแดดกันฝนได้ ก็ขอให้ แขวงการทางเร่งดำเนินการซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัยและสวัสดิการของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องสุดท้าย ดิฉันสังเกตว่าบนถนนสาย ๓๑๔ แล้วก็สาย ๓๐๐๑ รถบรรทุก ขนาดใหญ่มักจะขับแช่เลนขวาตลอดทางเลยซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แล้วก่อนหน้านี้ ก็เคยมีสายตรวจมาคอยกวดขันแต่ปัจจุบันไม่เห็นเลยค่ะ จึงเกิดการฝ่าฝืนอย่างแพร่หลาย ก็ขอให้ตำรวจทางหลวงกลับมากวดขันอย่างจริงจังเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสุดท้าย ในการหารือวันนี้ ขอเชิญคุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนประชาชนคนภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลาง และตำบลกะทู้ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวภูเก็ตมาปรึกษาหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ ขอสไลด์ขึ้นด้วยครับ🔗
เรื่องแรก ฝากท่านประธานไปถึง สำนักงาน สปสช. ว่าช่วยคืนเงินที่คงค้างอยู่ให้กับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตด้วยนะครับ อย่าให้ โรงพยาบาลถึงกับทวงเงินกันผ่านสื่อ Social แบบนี้เลยอายเขาครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากตอนนี้ได้มีโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่พัก ทั้งโรงแรม หมู่บ้านจัดสรร วิลลา คอนโดมิเนียม รวมถึง Apartment ของคนในพื้นที่อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก ในการยื่นเรื่องนั้นมีความล่าช้า ยกตัวอย่างเช่นงานขยายเขต ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าของโครงการที่เกิดขึ้นใหม่จะมีการยื่นเรื่องขอขยายเขตติดตั้ง หม้อแปลงไฟฟ้าในพื้นที่ต้องชำระค่าสำรวจออกแบบไฟฟ้าเป็นค่าบริการ ๕,๓๕๐ บาท ทุกโครงการที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเยอะ การไฟฟ้าจะเข้านัดหมายในการสำรวจพื้นที่หน้างาน เพื่อคิดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งภายนอกโครงการ ส่วนภายในพื้นที่นั้นผู้ใช้ไฟฟ้าจะมีการติดตั้ง หม้อแปลงไฟฟ้าเองภายในพื้นที่ หรือจะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคติดตั้งให้ก็ได้โดยจะคิด ค่าใช้จ่ายมายังผู้ขอใช้ไฟฟ้า ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีระยะเวลาที่ยาวนานมาก เกินระยะเวลาที่ไฟฟ้า กำหนดทุกงานทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ขึ้นโครงการนั้นไม่สามารถมีไฟฟ้าใช้ในการก่อสร้างได้ รวมถึง การจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเพื่อใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ที่อยู่อาศัยได้ ทำให้ทั้งผู้ประกอบการและ ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อน ฝากไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ มีถนนในความดูแลของทางหลวงชนบทภูเก็ตเป็นจำนวน หลายเส้นทางในเขตอำเภอถลาง เช่น ๓๐๓๓ ๓๐๓๔ ๔๐๐๗ ๔๐๓๑ เป็นต้น ไฟส่องสว่าง ดับมืดครับ บางเส้นทางยังไม่มีเสาไฟ ฝากไปยังทางหลวงชนบทสำรวจเพื่อติดตั้งไฟส่องสว่าง ทั้งระบบในจังหวัดภูเก็ต และฝากไปยังกระทรวงคมนาคมสนับสนุนเครื่องมือและบุคลากร ให้กับการทำงานของหน่วยงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ไฟ High Mast บริเวณด่านตรวจท่าฉัตรไชย ภูเก็ตดับมืด จากการ ประชุมร่วมกันล่าสุดทาง อบจ. ภูเก็ตจะเป็นผู้รับผิดชอบบริเวณดังกล่าว จึงฝากไปยัง อบจ. ภูเก็ตช่วยเร่งแก้ไขให้มีไฟส่องสว่างบริเวณดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๕ เรื่องสุดท้ายครับ ถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๒๗ บ้านเมืองใหม่-พารา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างแต่ขาดไฟฟ้าส่องสว่างและแนวกั้นขอบทางที่ทางต่างระดับสูงมาก ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยู่ ICU แล้วหลายราย ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วครับ ฝากไปยัง กระทรวงคมนาคมกำชับให้ผู้รับเหมาเพิ่มความปลอดภัยให้โดยด่วน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ จบการปรึกษาหารือนะครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเพื่อเข้าประชุม จำนวน ๓๒๒ ท่านแล้วนะครับ ครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะก็จะดำเนินการไปถาม และตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ในชั้น ๒ โซน C ซึ่งจะควบคู่กับการถามตอบ กระทู้ถามสด ด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายท่านชวน หลีกภัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรองบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ บัดนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบวรศักดิ์ได้มาพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านชวน หลีกภัย ถามได้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบพระคุณ ที่ท่านประธานอนุญาตให้กระผมได้กระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งได้พยายามมา ๓ สัปดาห์แล้วครับ แต่ด้วยวาระของประชาธิปัตย์ได้วันนี้ กระทู้ถามที่กราบเรียนท่านประธานเพื่อซักถามรัฐบาล เป็นเรื่องที่เห็นว่าอยู่ในเงื่อนไขของข้อบังคับ ข้อ ๑๕๖ คือเป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจ ของประชาชน และเป็นเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์ของประเทศชาติ กระผมจึงเห็นว่าควรจะ ได้ใช้โอกาสนี้ทำให้เกิดความกระจ่างขึ้นในหมู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง กระทู้นั้นไม่ได้มีข้อลึกลับซับซ้อน อะไรครับ เป็นเรื่องตรงไปตรงมา คือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีของสีกากอล์ฟกับ วัดพระบาทน้ำพุ อันมีผลที่ทำให้กระทบต่อความรู้สึกของชาวพุทธทั่วประเทศตอนที่เป็นข่าวนั้น คนไม่คิดหรอกครับว่าผลอันนี้จะมีผลกระทบรุนแรงขนาดไหน แต่บัดนี้สิ่งนี้ได้ปรากฏ ความจริงแล้วเมื่อเกิดขึ้นใหม่ ๆ นั้นหน่วยงานทั้งหลายก็ดูแลรับผิดชอบด้วยดีนะครับ มหาเถรสมาคมก็ดี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ดี ต่างก็ออกระเบียบเพื่อกำหนด กฎเกณฑ์ในการบริหารเงินของวัดให้มีระเบียบมากขึ้น ผมเองได้ทำหนังสือถวายสมเด็จ พระสังฆราช เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ด้วยข้อความว่าสืบเนื่องจากข่าวคราวอันเกิดแก่ พระภิกษุกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกระทบกับความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนต่อวงการสงฆ์ในช่วงนี้ แม้กระนั้นเกล้ากระหม่อมรวมทั้งชาวพุทธทั้งหลายตระหนักดีว่าพระสงฆ์ที่ปรากฏเป็นข่าว ในทางเสื่อมเสียเป็นเพียงส่วนน้อย ขณะที่พระสงฆ์ส่วนใหญ่ยังมีวัตรปฏิบัติอันน่าเลื่อมใส ศรัทธา ซึ่งเป็นสัจธรรมความจริงว่าในทุกวงการมีทั้งผู้ประพฤติดีและร้ายละคนกันไป เกล้ากระหม่อมจึงขอเป็นหนึ่งตัวแทนชาวพุทธถวายกำลังใจแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบด้วยพระธรรมวินัยในการศึกษาปฏิบัติศาสนกิจ เผยแพร่หลักธรรมคำสอนของ พระพุทธเจ้า อันนี้ก็เป็นข้อความที่กราบทูลสมเด็จพระสังฆราชไป กราบเรียนท่านประธานว่าแม้ว่าหน่วยงานรัฐจะให้ความเอาใจใส่ออกระเบียบ แต่สถานการณ์นั้น มันไม่ได้เป็นอย่างที่กำหนดไว้ กล่าวคือไม่ได้มีเงินมากที่จะบริหารดังที่คิดคือมีผู้ทำบุญน้อย พูดง่าย ๆ ก็คือมีคนเกือบจะไม่ทำบุญ เรื่องนี้ตั้งเป็นกระทู้ถามขึ้นมาด้วยสำนึก ผมเคยไปอยู่ วัดนะครับ ผมอยู่วัดยาวนานถึง ๘ ปีระหว่างเรียนหนังสือ เป็นหนี้บุญคุณพระศาสนามาก แล้วก็มีอะไรที่ปกป้องศาสนาได้ก็อยากจะปกป้อง วันหนึ่งเมื่อประมาณ ๑ เดือนที่แล้ว ผมได้รับโทรศัพท์จากเจ้าอาวาสที่วัดในกรุงเทพฯ ท่านโทรศัพท์ไปว่าวัดอาตมากำลัง เดือดร้อน เป็นหนี้น้ำประปาอยู่ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓-๔ เดือนแล้ว จะต้องจ่ายภายใน ๑๐ วัน มิฉะนั้นจะถูกตัดมาตรวัดน้ำ ท่านเป็นหนี้ค่าไฟอยู่ ๔๐,๐๐๐ บาท ขอให้ผมช่วยเหลือ ต้องกราบเรียนว่าโดยทั่วไปเนื่องจากเคยอยู่วัด ซึ่งสนิทสนมกับพระแล้วก็มีอะไรที่พระไม่กล้า พูดกับผู้ใหญ่ ก็มักจะผ่านทางกระผม กระผมก็ขอพรรคพวกช่วยกันครับ ในที่สุดก็สามารถ ชำระหนี้ค่าน้ำประปา ซึ่งประปาไม่ได้คิด ๒๐,๐๐๐ บาทครับ คิด ๒๘,๐๐๐ บาท เจ้าอาวาส เล่าให้ฟังว่าเขาเตรียมถอดมาตรวัดน้ำไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็ต้องชดเชย ส่วนค่าไฟก็จ่ายได้ ๔๐,๐๐๐ บาทครบถ้วน เดือนต่อไปก็เกิดปัญหา เมื่อปัญหานี้เกิดขึ้น กราบเรียนท่านประธานครับ เขาก็เลยลองสอบถามวัดอื่นปรากฏว่ามีปัญหาเช่นเดียวกัน ไปที่นครศรีธรรมราชร่วมกับ ท่านผู้ว่าราชิต สส. นครศรีธรรมราช วัดพระพรหม คนมาวัดวันพระ ๑๐๐ คน ก็เหลือประมาณ ๔๐ คน ผมก็สอบถามวัดที่ผมเคยอยู่ วัดอมรินทรารามว่าเดือดร้อนไหม หลวงพ่อก็บอกว่า การทำบุญที่โบสถ์น้อยลดลงเหลือประมาณร้อยละ ๔๐ แต่ไม่เดือดร้อนค่าน้ำค่าไฟเพราะเก็บ ค่าจอดรถได้ อันนี้แสดงว่าวัดบางวัดท่านก็มีเครื่องมือที่จะช่วยตัวเองได้ สอบถามวัดที่มี มาตรฐานดีที่สุดคือวัดชลประทาน รายได้วัดก็ลดลงไปแต่เป็นวัดที่บริหารได้ดีที่สุดจึงช่วย ตัวเองได้ ได้สอบถามพระคุณเจ้าที่จังหวัดชัยภูมิท่านไปทอดจุลกฐินที่จังหวัดตรัง ที่วัดภูเขาทอง ก็เดือดร้อนเช่นเดียวกัน🔗
โดยสรุปกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาเรื่องรายได้วัดลดลงนั้นมีทั่วประเทศ เมื่อคืนนี้กระผมลาสภาไปงานศพที่วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร พระก็บอกว่ารายได้ลดลง ร้อยละ ๖๐ อันนี้คือข้อเท็จจริงที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อท่านรองนายกรัฐมนตรี จะได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ละเอียดลงไปครับ มีตัวอย่างอีกมากแต่เวลาที่จำกัด ๑๕ นาที ก็ขอลำดับว่าเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ การที่วัดทั้งหลายจะมีเงินค่าน้ำประปา ไฟฟ้านั้น คงมีปัญหาเกือบทุกวัดที่ช่วยตัวเองไม่ได้ พระผู้ใหญ่บอกผมว่าวัดที่ช่วยตัวเองได้ในจำนวน ประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ วัดนั้นมีไม่เกิน ๑,๐๐๐ กว่าวัดที่ช่วยตัวเองได้ นอกนั้น ล้วนพึ่งพาอุบาสก อุบาสิกา ศาสนานี้อยู่ได้ด้วยพุทธบริษัท ถ้าขาดความค้ำจุนสนับสนุน พุทธบริษัทก็ยากจะอยู่ได้ จึงมีคำถามเบื้องต้นนะครับ🔗
ประการแรก เมื่อมีปัญหาเช่นนี้รัฐบาลจะช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน ของวัดที่รายได้ลดลงไป ไม่มีเงินสำหรับการบำรุงรักษาวัด ไม่มีเงินสำหรับค่าไฟเผาศพ หรือค่าน้ำมันเผาศพ หรือน้ำประปา วัดเล็ก ๆ นะครับ วัดใหญ่ไม่น่าห่วง แต่วัดเล็ก ๆ จะมี เป็นส่วนใหญ่ซึ่งจะเดือดร้อน นั่นเป็นคำถามที่ ๑ ว่ารัฐบาลมีมาตรการที่จะช่วยเหลืออย่างไร เพราะถ้าเป็นส่วนราชการ แน่นอนก็อาจจะมีส่วนงบประมาณแผ่นดินก็ไปช่วยอยู่🔗
ประการที่ ๒ หน่วยงานที่เป็นเจ้าหนี้ บรรดาหน่วยงานที่เป็นเจ้าหนี้วัด เช่น ไฟฟ้า ประปา และอื่น ๆ มีทางที่จะผ่อนคลายบรรเทาความเดือดร้อนได้หรือไม่ให้กับวัด ในการที่จะไม่เร่งรัดตัดน้ำตัดไฟ คือให้โอกาสที่จะผ่อนเวลาอย่างไร อันนี้ต้องเป็นภาคปฏิบัติ ที่รัฐบาลต้องสั่งหน่วยงาน🔗
คำถามที่ ๓ ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ถือเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ในข้อ ๑ ชัดเจนนะครับ รัฐบาลได้แถลงไว้ชัดเจนในการที่จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา วันนี้ศาสนามีปัญหาครับ ดังนั้นก็ขอถามในแง่นโยบายว่าจะเข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องนี้ ได้อย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านชวน หลีกภัย ครับ ต่อไปขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีบวรศักดิ์ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้มาตอบกระทู้ถาม ท่านสมาชิก ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ ครั้ง อดีตประธานรัฐสภา ๒ ครั้ง แล้วเป็นคนที่ผม ชื่นชมมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม ไปฟังท่านปราศรัยเมื่อครั้งท่านเข้าการเมืองใหม่ ๆ ที่สนามไชย ติดตามท่านผ่านสถานีวิทยุ ในการตอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อรัฐบาลท่าน หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ไม่ผ่านความไว้วางใจ ท่านเป็น Idol ส่วนตัวผมนะครับ เพราะฉะนั้นก็เป็นเกียรติอย่างสูงที่ผมได้มาตอบกระทู้ถามท่าน ผมในนามของรัฐบาลที่ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็รู้สึกปลาบปลื้ม ที่ท่านสมาชิกผู้ตั้งกระทู้เป็นพุทธบริษัท ที่ถ้าหากมีพุทธบริษัทอย่างนี้มาก ๆ พระศาสนาก็จะ รุ่งเรือง พุทธจักร พุทธบริษัทและอาณาจักรพึ่งกันอยู่ตลอด พระพุทธศาสนามีการปกครอง คณะสงฆ์เราเรียกว่าพุทธจักร ส่วนพุทธบริษัทนั้นก็มีอุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ สามเณร อาณาจักรก็มีรัฐบาล มีรัฐสภา ๓ หน่วยนี้ต้องค้ำซึ่งกันและกัน เป็นเสมือนไตรสดมภ์ ความจริงพระพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นก็ตามไม่ได้เสื่อมหรอก เป็นเสมือนพระจันทร์ที่ ส่องสว่างในวันเพ็ญเดือน ๑๕ ค่ำ แต่ว่ามันมีเมฆหมอกที่ลอยไปทำให้ดูว่าพระจันทร์มัวหมอง เรื่องนี้ก็เหมือนกันพระพุทธศาสนาและภิกษุ สามเณร ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมีอยู่เป็นอันมาก แต่ว่าก็มีภิกษุบางรูปที่อาจจะมีวัตรปฏิบัติที่ไม่ตรงตามพระวินัย ที่อาจจะตรงกันข้ามกับ พระวินัยแล้วเป็นเหตุให้พุทธบริษัทเสื่อมศรัทธา ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในเรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลจึงแถลงไว้ในนโยบาย ซึ่งมีระยะเวลาบริหารสั้น ๆ ว่าจะดำเนินการคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น โดยดำเนินการให้มีการทำให้พระศาสนามัวหมอง ไม่ว่าเป็นพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นต้อง หยุดการกระทำลง ในเรื่องนี้ขอกราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้ผมไปนำความ กราบทูลสมเด็จพระสังฆราช แล้วก็รัฐบาลได้นำความกราบทูลผ่านผม ทรงมีพระสังฆราชานุมัติ ให้อาณาจักรดำเนินการคุ้มครองพระพุทธศาสนา ก็ได้มีการมายกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา ซึ่งต่อไปก็จะมีคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการ คุ้มครองพระพุทธศาสนา คพช. มีประธานที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยสังฆราชนุมัติและด้วย ความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม แล้วก็มีกรรมการอื่นอีกโดยตำแหน่ง เช่น ปลัดกระทรวง มหาดไทย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เลขาธิการกฤษฎีกา เลขาธิการ ปปง. เลขาธิการ ป.ป.ท. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วก็มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นอกจากนั้นก็จะมีคณะอนุกรรมการ คุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดทุกจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน แล้วก็จะมีผู้บังคับการตำรวจภูธร คลังจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. โดยมีผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ตั้งกรรมการไม่พอครับ ก็ให้อำนาจหน้าที่ว่ากรรมการเหล่านี้ต้องไปดูแลให้เกิดความเรียบร้อย น่าเชื่อถือ น่าศรัทธาขึ้นในบรรดาวัดทั้งหลาย ระเบียบนี้คงจะลงนามประกาศใช้และ มีการแต่งตั้งและดำเนินการต่อไป ขออนุญาตกราบเรียนต่อไปว่า นอกจากนั้นผมได้เสนอ คณะรัฐมนตรีมีมติให้กรมบัญชีกลางวางระบบบัญชีของวัดเพื่อที่วัดจะได้นำไปใช้ แล้วอาจ จะต้องมีการดำเนินการอย่างอื่นอีกเยอะ ความจริงรัฐบาลก็ได้ทำไปแล้วเรื่อง e-Donation คือต่อไปนี้ถ้าบริจาคให้วัดแล้วจะเอาใบอนุโมทนาต้องบริจาคผ่านระบบดิจิทัลเท่านั้น จะไม่มี การไปบริจาคแล้วเขียนใบอนุโมทนาบัตรกันแบบเดิม ซึ่งก็เป็นการแยกเงินที่ประชาชนให้วัด ให้พระศาสนา กับเงินที่บริจาคให้พระสงฆ์เป็นส่วนตัวออกไป🔗
เมื่อมาถึงคำถามที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภาถามว่า ความจริงมันมีเหตุไม่ใช่จากวัดนั้นวัดเดียว ความจริงวัดพระบาทน้ำพุผมทำบุญอยู่เรื่อย เวลาไปดูของที่จตุจักร ควัก ๑,๐๐๐ บาทบ้าง ๕๐๐ บาทบ้าง ใส่ตู้บริจาค แต่พอมีข่าวขึ้นมา มันก็กระทบความศรัทธาของคน ซึ่งก็จะนำไปสู่การกระทบต่อวัดอื่นด้วย ไม่ได้เป็นเฉพาะ วัดนั้นวัดเดียว วิธีแก้ปัญหาที่ผมเห็นว่าจะถูกจุดที่สุดก็คือพุทธบริษัทและอาณาจักรต้องลงไป ช่วยกัน เหมือนกับที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทำวันนี้ อันนี้เป็นแบบอย่างที่ดีที่ว่า ไม่ถือภาษิตไทย แต่โบราณว่า ชั่วชั่งชี ดีชั่งเถร ซึ่งมันทำให้พุทธบริษัทไม่กล้าไปวิพากษ์วิจารณ์ ไม่กล้าไป ดำเนินการอะไรก็ตามเกี่ยวกับผู้ซึ่งทำให้พระศาสนามัวหมอง ท่านถามว่าเมื่อมีปัญหารัฐบาล บรรเทาอย่างไร เพราะวัดไม่มีเงินบำรุงรักษาค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งหลายแหล่ ตลอดจนไม่มีน้ำมัน ไปเผาศพจะช่วยเหลืออย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนว่าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งรับสนองงานคณะสงฆ์มีกองทุนวัดช่วยวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้การช่วยหรือพระภิกษุ สามเณร คฤหัสถ์ที่ประสบภัย รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับใคร แล้วข้อ ๕ บอกว่าให้การ ช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร ผมได้ปรึกษากับผู้อำนวยการสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้วว่าให้ไปดำเนินการให้กองทุนนี้โดยด่วน ให้ความช่วยเหลือ🔗
หน่วยที่ ๒ ก็คือกองทุนศาสนสมบัติกลาง ซึ่งวันนี้ก็มีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง ก็ได้เร่งรัดท่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้วว่าให้ไปออกระเบียบ รองรับเสีย แล้ววันนี้จะขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแจ้งไปยังพระสังฆาธิการ เจ้าอาวาสวัดทุกวัดว่าถ้าท่านเดือดร้อนเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ที่ใช้ในการฌาปนกิจ ให้ติดต่อมาโดยด่วนที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถ้าเหลือแรงกว่า ๒ กองทุนนี้ รัฐบาลจะเสนอให้มีการใช้งบกลางเพื่อแก้ปัญหา แต่อย่างที่กราบเรียนแล้วครับ การแก้ปัญหาศรัทธาของคนด้วยการเอาเงินของอาณาจักรไปช่วยวัดควรจะดำเนินการ เท่าที่จำเป็นเท่านั้น คนที่จะแก้ปัญหานี้ได้ดีที่สุดก็คือคณะสงฆ์และภิกษุ เหมือนเมื่อครั้ง พุทธกาลที่วินัยธร ธรรมธร ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องขันล้างน้ำในถาด แล้วก็ไม่ลง อุโบสถ พระพุทธองค์เสด็จไประงับ อธิกรณ์ก็ไม่ฟัง ก็เสด็จไปประทับอยู่ในป่า ชาวบ้านก็ไม่ใส่บาตร ไม่ใส่บาตรเมื่อพระอดมากเขาก็ไปกราบนิมนต์พระพุทธเจ้ากลับมา แล้วก็สำนึกผิดขอขมา ซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นมาตรการที่ผมกราบเรียนท่านสมาชิก อดีตนายกรัฐมนตรีไป คงเป็นมาตรการชั่วคราวระยะสั้น แต่ต้องอาศัยพุทธจักรที่จะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิด ความเสื่อมศรัทธาอันเกิดจากการประพฤติปฏิบัติไม่เป็นไปตามพระวินัยของภิกษุสามเณร ทั้งหลาย อันนั้นคือปัญหาหลัก🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือว่าหน่วยงานตลอดจนเจ้าหน้าที่ ไฟฟ้า ประปา จะผ่อนคลาย ให้วัดไม่ต้องทำตามระเบียบปกติหรือไม่ ผมรับคำถามข้อนี้ว่าเป็นข้อเสนอของท่าน แล้วผมจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด ให้คณะรัฐมนตรีมีมติให้ไฟฟ้า ประปา หรือหน่วยสาธารณูปโภคที่รัฐบาลเป็นเจ้าของผ่อนปรนให้กับวัดทั้งหลายโดยเร็ว🔗
คำถามที่ ๓ ก็คือเรื่องการคุ้มครองพระศาสนา อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ว่าวันนี้ได้มีการขอพระสังฆราชานุมัติและอนุมัติมติมหาเถรสมาคมให้มีระเบียบ แล้วจะมี กรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งระดับชาติ และกรรมการอีก ๗๖ ชุดทั่วประเทศ เพื่อที่จะดู เรื่องเหล่านี้ต่อไปในรายละเอียด ผมขออนุญาตยกตัวอย่างปรารภว่าอาจจะต้องมีการกำหนด คุณสมบัติลักษณะต้องห้ามของไวยาวัจกรและกรรมการวัด อาจจะต้องมีการดำเนินการ เรื่องอื่น ๆ อีกเยอะ ก็กราบเรียนว่าถ้าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีและท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ ที่มีความประสงค์ ที่จะให้ความเห็นก็ขอน้อมรับไว้ครับ แล้วก็จะนำความเห็นนั้นไปพิจารณาดำเนินการ ให้เหมาะสมต่อไป ท้ายที่สุดนี้ก็กราบเรียนท่านประธานว่าผมกราบขอบพระคุณท่านอดีต นายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็รู้สึกดีใจว่าท่านเป็นพุทธศาสนิกชน ที่ไม่ทิ้งพระศาสนา พระศาสนาจะอยู่ได้ด้วยไตรสดมภ์ คือพุทธจักร พุทธบริษัทและ อาณาจักร อาณาจักรเป็นเพียงเครื่องประกอบ แต่คนสำคัญก็คือตัวพุทธจักรเองและ พุทธบริษัท ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ครับ🔗
ขอบคุณท่าน รองนายกรัฐมนตรีบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ครับ ต่อไปขอเชิญท่านชวน หลีกภัย ถามเป็น ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริง ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้กรุณาให้คำตอบที่ผมเชื่อว่าวัดโบสถ์อินทรสารเพชญ เขตภาษีเจริญ ที่เป็นต้นเรื่องที่ร้องเรียนไปที่ผมคงจะได้อบอุ่นใจขึ้นนะครับ กล่าวคือท่านรับรองที่จะให้ หน่วยงานกองทุนช่วยวัด ถ้าไม่พอก็จะของบกลางผมคิดว่าวัดทั้งหลายที่มีปัญหาเรื่อง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องน้ำ ไฟ หรือน้ำมันสำหรับเผาศพ คือวัดเล็ก ๆ เหล่านี้ไม่ได้ใช้อะไร ฟุ่มเฟือย ผมก็กราบถามท่านตรง ๆ ว่าค่าไฟท่านใช้อะไร ท่านบอกเผาศพทั้งน้ำมันและด้วย ไฟฟ้า บางวัดไม่คิดเงินก็เลยเป็นรายจ่าย ก็ต้องขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗
ประเด็นสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่าสิ่งที่ท่านได้กล่าวมาก็ดี ที่กระผมกราบเรียน ไปก็ดีจะเกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อพุทธบริษัทมาช่วยค้ำจุนสนับสนุนพระศาสนานั้นก็ต่อเมื่อ ประชาชนนั้นมีความรู้สึกว่าพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ดังนั้นข้อนี้เป็นหนึ่งในข้อที่กำลังเป็น ปัญหาครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีคงทราบ เพราะท่านอยู่ในแวดวงที่เกี่ยวข้องอยู่พอสมควรว่าวันนี้คนส่วนหนึ่งนอกจากไม่ทำบุญแล้ว ยังคลายความเชื่อถือศรัทธาลงไปมาก พระคุณเจ้าเล่าให้ผมฟังว่าผู้สูงอายุบางท่านแอบมา ทำบุญครับ เพื่อไม่ให้ลูกหลานรู้เพราะลูกหลานไม่ยอม แล้วลูกหลานก็ปฏิบัติกับพระ ในทำนองไม่ถวายความเคารพท่านเท่าที่ควร ประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่ไม่ง่ายในการที่จะแก้ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการเรียกร้องให้ชาวพุทธหันมามีความรู้สึกมั่นคงต่อความเชื่อ เหมือนเดิม ต้องกราบเรียนว่าแม้ผลการกระทำของพระบางรูปเพียงไม่กี่รูปกระทบกับพระอีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่ารูป มันไม่อาจจะเปรียบเทียบกันได้เลยกับจำนวนของคนที่ทำไม่ถูกต้อง ละเมิดกฎเกณฑ์กติกาของสงฆ์ กับคนที่ยึดมั่นในหลักของศาสนาอย่างมั่นคง ไม่อาจเทียบ ตัวเลขกันได้เลยแต่ผลมันไปไกลกว่าที่เราคิด อันนี้ที่อยากจะกราบเรียนถามท่านประธานครับ เพื่อท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณาให้แนวทางไว้สักเล็กน้อย ด้วยเวลาที่สั้น ๆ เพราะท่าน มีเวลาอยู่ไม่เกิน ๑๕ นาที กล่าวคือจะมีวิธีการอย่างไรไหมครับ ในการที่จะรณรงค์ให้ ชาวพุทธแยกออกระหว่างพระดี พระร้าย ไม่ให้พระร้ายเพียงไม่กี่รูปที่เป็นข่าวไปทั่ว ไปทำร้ายพระดีอีกหลายแสนรูป นั่นประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ มีความคิดที่จะให้โรงเรียนช่วยชี้นำเยาวชนของเราให้เชื่อมั่น ในความเชื่อทางศาสนา ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี แต่โดยขณะนี้ศาสนาพุทธกำลังมีปัญหา ถ้าเราไม่ทำอะไรศาสนาพุทธจะมีปัญหากลายเป็นวิกฤติ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นคำถามที่ ๒ ก็กราบเรียนถามท่านประธานเพื่อท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ให้ ความมั่นใจ ท่านไม่ต้องตอบยาวมากครับ เพราะว่าเวลาจำกัดเกรงใจกระทู้ต่อไปครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านชวน หลีกภัย ครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ท่านอดีตนายกรัฐมนนตรีถาม ๒ ข้อ ความจริงเป็นคำถาม ที่ผมเองเมื่อได้ข่าวในเฟซบุ๊กผมก็บอกเลยว่าพระศาสนาเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ เป็นพระจันทร์วันเพ็ญอย่างไรก็ไม่เปลี่ยนเพียงแต่มีเมฆหมอกมาบัง เพราะฉะนั้นการรณรงค์ ที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีถามผมจะถือว่าเป็นการเสนอมากกว่า แล้วผมจะรับไปหารือกับ คนเกี่ยวข้องและ Influencer ต่อไปว่าพระไม่ดีจำนวนน้อยไม่ควรจะทำให้คนส่วนใหญ่ เสื่อมศรัทธา แล้วก็ไม่เชื่อถือพระศาสนาและพระดีส่วนใหญ่ อันนี้ผมถือว่ายังไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการเสนอแนะแล้วผมจะรับไปดำเนินการ🔗
ส่วนเรื่องโรงเรียน ความจริงวันนี้โรงเรียนก็ชี้นำในเรื่องศาสนาอยู่แล้ว ผมอยู่ โรงเรียนแสงทองวิทยาเป็นโรงเรียนคริสต์คาทอลิก เขาก็นำคุณธรรมในศาสนาคริสต์มาสอนผม แต่เขาก็สอนพระพุทธศาสนาด้วย เพราะว่าเราอยู่ในเมืองพุทธและถึงเวลามีกิจกรรมอะไร เราก็ทำ โดยเขาไม่ได้บังคับว่าเราจะต้องไปเข้านับถือศาสนาคริสต์ มีวันนักบุญดอมินิก ซึ่งเป็นเด็กเราก็ทำบอร์ดแข่งกัน สิ่งที่ท่านถามเป็นคำถามผมถือข้อนี้ว่าเป็นข้อเสนอ อีกเหมือนกันว่าผมจะต้องนำไปปรึกษากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าวิชาหน้าที่ พลเมืองและศีลธรรมที่เคยเอาออกไปบัดนี้ได้ข่าวแว่ว ๆ แล้วยังไม่ยืนยันว่าเขาเอากลับคืนมาแล้ว เหมือนกับวิชาประวัติศาสตร์ที่สมเด็จพระพันปีหลวงท่านบอกว่าชาติไหน ๆ เขาก็เรียนกัน แต่เมืองไทยทำไมไปเอาออกท่านรับสั่งอย่างนั้น วันนี้ก็ทราบว่ากระทรวงศึกษาธิการเอากลับ มาแล้ว โดยสรุปก็คือผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าขอบพระคุณท่านอดีต นายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา ผมถือว่า ๒ ข้อหลังไม่ใช่คำถาม เป็นการเสนอแนะ ให้รัฐบาลรับไปรีบดำเนินการแล้วเมื่อได้ผลประการใดผมจะกราบเรียนท่านอีกทีหนึ่ง กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านชวน หลีกภัย มีอะไรเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กรุณาให้ความมั่นใจหลายเรื่อง คำถามคงไม่มีแล้ว แต่ฝากประเด็นที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวพุทธ เราเวลาเจ็บป่วยไปโรงพยาบาล สิ่งที่เราไม่มีทางเลี่ยงได้ก็คือค่ารักษาพยาบาล โรงพยาบาลแจ้งมาเท่าไรก็ต้องจ่ายเท่านั้น คนไข้บางรายหมอดูแลหายป่วยพอเห็นใบเสร็จค่ารักษาก็ตายเลย เพราะว่าราคามันไม่ได้ ควบคุม สิ่งที่ชาวพุทธพบปัญหากระผมก็ศึกษาจากวัดชลประทานรังสฤษฏ์ที่ท่านแก้ปัญหา ขอฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าท่านมีวิธีช่วยญาติผู้ตาย เช่น เราไม่ได้กำหนดคุมราคาลง เพราะฉะนั้นเมื่อตายคนขายโลงจะคิดเท่าไรส่วนใหญ่ยอม ถ้าคนมีเงินตัดไม้ทั้งท่อน ตัดไม้ ทั้งต้นมาทำโลงอันนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ชาวบ้านทั่วไปบางทีไม่มีทางหลีกเลี่ยงราคาสัก ๕,๐๐๐ บาท กลายเป็น ๑๕,๐๐๐ บาท ราคาสัก ๑๐,๐๐๐ บาท กลายเป็น ๓๐,๐๐๐ บาท อันนี้พระท่านเล่าให้ฟัง ท่านก็แก้ปัญหาด้วยวิธีคุมราคาช่วยหรือนำศพจากโรงพยาบาลมาวัด น่าจะจ่ายสัก ๒,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๕,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐ บาท วัดอื่นทำยาก แต่วัดชลประทาน รังสฤษฏ์ท่านก็มาแก้ปัญหาลดรายจ่ายชาวบ้าน ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อท่านรอง นายกรัฐมนตรีได้รับทราบถึงแนวปฏิบัติที่ดีงามของวัดเหล่านี้ ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการ ช่วยรายจ่ายของญาติโยมของผู้ที่เสียชีวิต🔗
สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานครับ คือพระในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่วนหนึ่ง ของบ้านท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คือที่สงขลาด้วย เมื่อปีที่แล้วผมไปเวียนเทียนที่วัดเขากง นราธิวาส ปีที่แล้วเวียนเทียนบ่ายสองโมง ปีนี้ผมก็ไปกราบนมัสการท่าน ท่านก็บอก พระเหลือ ๒ รูปโยม พระก็จะลดน้อยลงไปโดยลำดับ อันนี้ก็อยากจะเรียนฝากท่าน รองนายกรัฐมนตรีว่าช่วยดูแลเรื่องนี้ เพราะว่าเวลาพระท่านเล่าให้ฟังนั้นท่านก็มีความรู้สึก ในทำนองน้อยอกน้อยใจอยู่ไม่น้อยทีเดียวว่าการให้ความเอาใจใส่ดูแลนั้นไม่มีความจริงจัง เท่าที่ควรจะเป็น อันนี้ก็คงไม่เป็นคำถาม แต่ขออนุญาตท่านประธานเพื่อกราบเรียนฝาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีไว้รับไปพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านชวนครับ ถึงแม้ว่ากระทู้นี้จะเกินเวลาไปบ้างเล็กน้อย แต่ว่าเนื่องจากวันนี้มีกระทู้ถามสด เพียง ๒ กระทู้ เพราะฉะนั้นตามข้อบังคับแล้วก็อนุญาตให้แต่ละกระทู้เกินได้บ้าง เชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะรับความกังวลของท่านไปดูแลกับสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ แล้วก็จะกราบเรียนให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
จบกระทู้ถามสด ของท่านชวน หลีกภัย ขอบพระคุณท่านชวน หลีกภัย ผู้ถามกระทู้ และท่านรอง นายกรัฐมนตรีบวรศักดิ์ที่ได้มาตอบกระทู้เรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็มีประโยชน์มากต่อ พุทธศาสนาในประเทศของเรา ขอบพระคุณครับ จบกระทู้ถามนี้นะครับ🔗
๒. นายชัชวาล แพทยาไทย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ติดภารกิจสำคัญที่ได้ นัดหมายล่วงหน้าไว้แล้ว จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ดังนั้น ผู้ถามก็พร้อมแล้ว ผู้ตอบก็มาพร้อมแล้วในที่ประชุม ขอเชิญท่านชัชวาล แพทยาไทย เป็นผู้ถามกระทู้ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอปทุมรัตน์ และอำเภอ เมืองสรวง ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้วินิจฉัยกระทู้ถามสดของกระผม ในวันนี้ ซึ่งเป็นปัญหา เป็นข้อห่วงใยที่พี่น้องเกษตรกรชาวนาทั้งประเทศตั้งตารอ แล้วก็ ต้องกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา ๒ วันที่ผ่านมาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกหารือปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร พี่น้องในพื้นที่ หนึ่งในประเด็นหารือที่สำคัญคงหนีไม่พ้น เรื่องข้าว ตั้งแต่เมื่อวานเลยนะครับ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่านประเสริฐ บุญเรือง ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ท่านสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ วันนี้ก็มี ท่านแนน บุณย์ธิดา ท่านสมศักดิ์ บุญประชม ท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ท่านสง่า พรมเมือง ท่านพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ หรือแม้กระทั่ง ท่านรองประธานสภา ท่านฉลาด ขามช่วง เมื่อช่วงเช้าที่ผมเข้าไปพบท่าน ท่านก็ฝากประเด็น เรื่องข้าวนี่ละครับ เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุม แล้วกระทู้ถามของผมก็เป็น กระทู้ถามสุดท้าย ช่วงเวลาที่เราปิดสมัยประชุมก็เป็นช่วงที่พี่น้องเกษตรกรชาวนาจะทำการ เก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปีทั่วกันทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้ก็จะไม่มีโอกาสในการที่จะ สะท้อนปัญหา ผมจึงขออนุญาตใช้เวทีแห่งนี้สอบถามไปยังรัฐบาลถึงมาตรการแนวทางที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนา ท่านประธานครับ ขออนุญาตขึ้นสไลด์เป็นสไลด์แรกครับ🔗
นี่คือบรรยากาศการซื้อขายข้าวเปลือก นาปี อยู่ที่สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัยที่บ้านผมเองครับ นี่เป็นข้าว กข ๑๕ เป็นข้าวดอ ๙๐ วัน ที่ทางสหกรณ์เปิดรับซื้อมาแล้วประมาณ ๑๐ กว่าวัน ราคาช่วงแรกอยู่ที่ ๑๒.๕๐ บาท ราคาหอมมะลิ กข ๑๕ ราคาดีครับ แต่จนถึงวันนี้ราคาค่อย ๆ ขยับลงเรื่อย ๆ อยู่ที่ ๑๒.๓๐ บาท นี่คือความหวังของพี่น้องชาวนา ไม่ใช่แค่ที่เกษตรวิสัยบ้านผมหรอกครับ ทั่วประเทศครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิ ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาว ข้าวปทุม ข้าวเหนียว จะถูก เก็บเกี่ยวพร้อม ๆ กันในช่วงเดือนหน้าที่จะถึง เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรต่างคาดหวังครับ เราก็รู้กันดีว่าพี่น้องชาวนาตอนนี้ทำนาด้วยน้ำตา ทำนาด้วยจิตวิญญาณของความเป็นชาวนา จริง ๆ เงินจากการทำนาแทบไม่เหลือแต่เขาก็ต้องทำ นี่คือความหวังของเขา ยิ่งโดยเฉพาะ พื้นที่ที่ไม่มีพืชเศรษฐกิจอย่างอื่น อย่างเช่นทุ่งกุลาบ้านผมมีอยู่แค่ ๒ อย่างเท่านั้นเอง ก็คือ ทำนาแล้วก็เลี้ยงวัว ถ้าปีใดที่ราคาข้าวดี วัวดีก็ดีไปครับ ข้าวไม่ดีวัวดีก็ยังดี แต่ถ้าปีไหน ข้าวไม่ดีวัวแย่ อย่างปีที่ผ่าน ๆ มาแทบเอาตัวไม่รอดครับ พอประทังชีวิตได้ก็อาศัยไส้เดือน เฉย ๆ นะครับ ช่วงนี้ไส้เดือนออกครับ ราคากิโลกรัมละ ๒๐-๓๐ บาท เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็น ความหวัง ผมขออนุญาตไปที่สไลด์ถัดไปก่อนที่จะนำเข้าสู่คำถาม ปัญหาของชาวนาไทย ผมเคยนำเรียนต่อท่านประธาน แล้วก็สรุปเป็นประเด็นมาตลอดว่าเกิดจากปัญหาต้นทุน การผลิตที่สูง ปุ๋ย ยา ค่าแรง พึ่งพาปัจจัยนำเข้าน้ำมันต่าง ๆ ๒. ก็คือปัจจัยการผลิต ที่ไม่พร้อม ดินไม่ดี น้ำไม่มี ระบบชลประทานไม่ทั่วถึง ปัญหาโลก ปัญหาเมล็ดพันธุ์ ปัญหา พันธุ์ข้าวเยอะแยะ ข้าวที่ทางหน่วยงานส่งเสริมการเพาะปลูก พอชาวนาจะไปปลูกก็เกิด อุปสรรคปัญหาไม่มีตลาดรองรับ ยกตัวอย่างเลยครับ พื้นที่บ้านผม ข้าวหอมสยาม หน่วยงาน ส่งเสริมวิจัยเป็นข้าวที่ดีนะครับ แต่พอลงไปในพื้นที่ทุ่งกุลาปรากฏว่าเจออะไรครับ สุ่มเสี่ยง ที่จะปลอมปนกับหอมมะลิ ๑๐ ปีย้อนหลังข้าวหอมมะลิเจอปลอมปนกับหอมปทุม ทำให้ ตอนนั้นส่งออกแทบไม่ได้ กว่าจะทำราคา กว่าจะทำคุณภาพออกมาได้แทบแย่ เรื่องนี้ ผมไม่ได้โทษชาวนานะครับ แต่อยากฝากไปถึงหน่วยงาน ท่านส่งเสริมมาท่านหาตลาดให้เขา หรือเปล่า นี่คือปัจจัยการผลิตที่ไม่พร้อมเลย🔗
และประเด็นสุดท้ายเรื่องราคา ราคาที่ตกต่ำ อย่างที่เรารู้ ๆ กันครับ ชาวนา ข้าวราคาการเกษตรเป็นสินค้าเดียวกระมังครับ ที่ผู้ขายไม่สามารถกำหนดราคาขายได้ ต้องให้ผู้ซื้อเป็นคนกำหนด พอขายเข้าไปก็ไปกองรวมกัน ๘ บาท ๑๐ บาท ๑๑ บาท กองรวมกันเหมือนเดิม เห็นแล้วมันก็ช้ำใจนะครับ แล้วยิ่งมาเจอตลาดที่มีคู่แข่ง ที่มีศักยภาพ เยอะแยะมากมาย วันนี้เราตามไม่ทันแล้วครับอินเดีย ไปไกลแล้วครับ ประเทศที่ไล่หลังมา อย่างเวียดนาม ST24 ST25 ไร่หนึ่ง ๑,๒๐๐-๑,๓๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ คุณภาพสูสีกับหอมมะลิ แล้วครับ เดชะบุญที่เรายังมีหอมมะลิที่เป็นตัวหลัก ที่เป็นตัวเชิดหน้าชูตาของประเทศไทย อยู่ได้บ้าง ขออนุญาตไปสไลด์ที่ ๒ ก่อนที่จะไปถึงคำถาม สิ่งสำคัญที่ผมอยากจะให้ท่านประธานได้เห็น นั่นก็คือต้นทุนการทำนา เพราะว่าอะไร เพราะว่าต้นทุนนี่ละครับมันจะบ่งบอก มันจะทำให้รู้ว่า ที่ชาวนาเขาเรียกร้อง เขาอยู่ไม่ได้เพราะอะไร ในสไลด์จะเห็น ๒ ส่วนครับ นั่นก็คือต้นทุน การทำนา ผมยกตัวอย่างในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้บ้านผมทำนาหอมมะลิ ถ้าเป็นนาหว่านก็จะมี ค่าไถ ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ชีวพันธุ์ ค่าแรง เบ็ดเสร็จรวมกันแล้วอยู่ที่ ๔,๑๐๐ บาทต่อไร่ มาดูที่นาดำครับ คล้าย ๆ กันเพิ่มแค่ต้องใช้แรงงานในการดำ ดำนาไม่มีแล้ว ๑๐๐-๒๐๐ บาท ๓๐๐-๔๐๐ บาททั้งนั้น ไร่หนึ่งใช้ ๔-๕ คน ตกไป ๖,๐๐๐ กว่าบาท นี่คือแผนที่ นี่คือลายแทง พอเราทราบต้นทุนของชาวนา เราจะไปสู่สไลด์ที่ ๒ ครับว่าทำไมชาวนาเขาถึงอยู่ไม่ได้ ในตารางนี้ผมจะอธิบายให้เห็นต้นทุนผลผลิตต่อไร่แล้วก็ราคารับซื้อ แล้วราคาที่มันควรจะเป็น ของข้าวแต่ละชนิด ข้าวที่พี่น้องเกษตรกรชาวนาทำอยู่ปัจจุบันมีอยู่ ๔ กลุ่ม🔗
กลุ่มแรกก็คือข้าวหอมมะลิ ผลผลิตต่อไร่อยู่ที่ ๓๕๐-๔๕๐ กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่านั้นก็ได้ครับ แต่ฝน น้ำต้องดีจริง ๆ กลุ่มที่ ๒ คือข้าวปทุมธานี ผลผลิตก็คือ ๕๐๐-๘๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ กลุ่มที่ ๓ คือข้าวเจ้าขาว พวก กข ต่าง ๆ ปลูกในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ๗๐๐-๑,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ สุดท้ายก็คือข้าวเหนียว ๕๐๐-๗๐๐ กิโลกรัม ต่อไร่ ในช่องที่ ๒ เราจะเห็นว่าราคารับซื้อจากสมาคมโรงสีไทยที่เขาเปิดรับซื้อข้าวทั้ง ๔ ชนิดอยู่ที่เท่าไร หอมมะลิรับซื้ออยู่ที่ ๑๑-๑๒.๕๐ บาท ปทุมธานีรับซื้ออยู่ที่ ๖-๗.๓๐ บาท ข้าวเจ้าขาว ๕-๕.๕๐ บาท แล้วก็ข้าวเหนียว ๗-๗.๕๐ บาท ทีนี้ราคาที่รับซื้อกับต้นทุน มันสัมพันธ์กันหรือเปล่า ผมทำให้ดูเลยนะครับ เอาผลผลิตต่อไร่ไปหารต้นทุน เอานาหว่าน ๔,๑๐๐ บาท เอา ๓๕๐ ไปหาร ปรากฏว่าต้นทุนในการทำข้าวหอมมะลิ ๑ กิโลกรัมอยู่ที่ ๑๑.๗๐ บาท ข้าวปทุมธานีต้นทุนอยู่ที่ ๖.๓๐ บาท ข้าวเจ้าขาว ๕.๑๐ บาท ข้าวเหนียว ๘.๒๐ บาท แล้วเทียบดูสิครับ ราคารับซื้อกับราคาต้นทุนบางตัวราคารับซื้อต่ำกว่าต้นทุนอีก แล้วจะให้เขาอยู่ได้อย่างไร นี่ครับเขาถึงต้องมาเรียกร้องขอไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท นั่นละครับกำไรเขา ถามว่าถ้าผลผลิตดี ราคาดี เขาไม่จำเป็นต้องมาเรียกร้องเลยครับ ๓-๔ ปี มานี้ที่เขาต้องเรียกร้องเพราะเป็นอย่างนี้ ผมเข้าใจว่ามันมีปัจจัยเยอะแยะมากมาย แต่ตัวเลขนี้ มันชี้ให้เห็นว่าเขาขาดทุน ผมขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้ต่อครับ ผมเอาตัวเลขเมื่อสักครู่ ต้นทุนมาคูณเปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ เราค้าขายเราก็ต้องบวกเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม ไม่ต้องเยอะหรอกครับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์พอ อย่างหอมมะลิ ๑๑ บาท บวก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จะได้ที่ ๑๔ บาท นี่คือราคาที่มันควรจะเป็น ผมคิดว่าราคานี้คือราคาที่ชาวนาพอใจ ขออนุญาตนำเรียนอีกนิดหนึ่งครับ ตัวเลขที่ผมนำเรียนท่านประธานนี่คือตัวเลขข้าวสด ความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เราจะไม่พูดถึงข้าวแห้งนะครับ เพราะอะไร ปัจจุบันวิถีชาวนา เปลี่ยนไปหมดแล้วครับ ข้าวแห้งน้อยส่วนใหญ่มีแต่ข้าวสด เกี่ยวเสร็จใส่รถไปขายเลยครับ ความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะเครื่องไม้เครื่องมือมันเยอะ นี่คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นต้องขออภัยที่ไม่ได้นำเรียนก่อน ตัวเลขข้าวสดหอมมะลิ🔗
เข้าสู่คำถาม เลยครับ เดี๋ยวท่านจะเหลือเวลาไม่มากครับ🔗
ต้องขอประทานอภัย ผมอยากชี้ให้เห็น ถึงรายละเอียดนิดหนึ่ง ตัวเลข ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของหอมมะลิควรอยู่ที่ ๑๔ บาท ถ้าบวก ค่ากำไรเข้าไป ปทุมธานีก็ควรจะอยู่ที่ ๘ บาท ข้าวเจ้าขาว กข ต่าง ๆ ก็ควรอยู่ที่ ๗ บาท และข้าวเหนียวก็ควรจะอยู่ที่ ๑๐ บาท ผมใช้คำว่าควรจะอยู่ แต่จริง ๆ ชาวนาเขาอยากได้ เยอะกว่านี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคำถามของผมท่านประธานครับ ผมอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาล ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรครับ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาขายข้าวเปลือกสดข้าวหอมมะลิให้ได้กิโลกรัมละ ๑๔ บาท รัฐบาลจะทำอย่างไรครับ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาขายข้าวเปลือกสด ข้าวปทุมธานีให้ได้กิโลกรัมละ ๘ บาท รัฐบาล จะทำอย่างไรครับ ให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาขายข้าวเปลือกสด ข้าวเจ้าขาวให้ได้กิโลกรัมละ ๗ บาท และสุดท้ายรัฐบาลจะทำอย่างไรครับ ถึงจะให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาขายข้าวเปลือกสด ข้าวเหนียวให้ได้กิโลกรัมละ ๑๐ บาท ท่านมีแนวทางอย่างไร ท่านมีมาตรการอย่างไร เป็นคำถามที่ ๑ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิก สภาเทศบาล พนักงานและเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลโนนชัยศรี อำเภอโพนทอง จังหวัด ร้อยเอ็ด จำนวน ๕๐ ท่าน ที่เข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้นะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ตอบคำถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบคำถามของท่านชัชวาลผ่านท่านประธานไป รัฐบาลมีแนวทางการแก้ไขปัญหาในช่วงนี้ก็คือตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ ได้อนุมัติตามความเห็นของสำนักงบประมาณ เห็นชอบในหลักการมาตรการรักษา เสถียรภาพข้าวเปลือก ปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ จำนวน ๓ โครงการ ก็คือโครงการสินเชื่อชะลอ การขายข้าวเปลือกนาปี และ ๒. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสถาบันการเกษตร แล้วก็ ๓. โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการข้าวเปลือก เก็บ Stock วงเงินทั้งสิ้น ๖๑,๖๙๔.๙๘ ล้านบาท แยกเป็นวงเงินสินเชื่อ ๕๑,๐๐๐,๒๓๒.๕๐ ล้านบาท วงเงิน จ่ายขาด ๑๐,๔๖๒.๔๘ ล้านบาท และเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการในการเก็บ Stock โดยเป้าหมายรวม ๘.๕๐ ล้านตันข้าวเปลือก โดยขอแจ้งผ่านท่านประธานไปในคำตอบก็คือ โครงการที่ ๑ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๖๘/๒๕๖๙ วงเงิน ๔๕,๓๙๖.๗๓ ล้านบาท จำแนกเป็นวงเงินสินเชื่อ ๓๖,๒๓๒.๕๐ ล้านบาท วงเงินจ่ายขาด ๙,๑๖๔.๒๓ ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. จะให้สินเชื่อกับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ ทั่วประเทศเพื่อรอการขายผลผลิตในยุ้งฉางเป้าหมาย ๓ ล้านตัน ทั้งนี้กำหนดให้ผู้เข้าร่วม การได้รับข้าวฝากเก็บรักษาคุณภาพข้าวในอัตรา ๑,๕๐๐ บาทต่อตัน โดยเกษตรกรที่เก็บ ข้าวเปลือกในยุ้งฉางของตนเองได้รับจำนวนเต็ม แต่สำหรับสถาบันเกษตรที่รับซื้อข้าวเปลือก ในโครงการได้รับในอัตรา ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน และเกษตรกรผู้ขายข้าวได้รับ ๕๐๐ บาท สำหรับโครงการที่ ๒ โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบัน การเกษตรปีการผลิต ๒๕๖๘/๒๕๖๙ วงเงิน ๑๕,๖๕๖.๒๕ ล้านบาท จำแนกเป็นวงเงินสินเชื่อ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท และวงเงินจ่ายค่าชดเชยดอกเบี้ย ๖๕๖.๒๕ ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกร ประกอบด้วยสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจำหน่ายหรือเพื่อการแปรรูปวงเงินสินเชื่อ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นข้าวเปลือก ๑.๕ ล้านตันข้าวเปลือก ต่อไปโครงการที่ ๓ เป็นมาตรการที่รัฐบาลจะเข้ามาแก้ไขเพื่อรักษาศักยภาพราคาข้าว ก็คือโครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บ Stock ปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ ดำเนินการโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์และสมาคมโรงสีข้าวเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวสามารถรับซื้อและเก็บ Stock ข้าว ๒-๖ เดือนมีเป้าหมายปริมาณ ข้าวเปลือก ๔ ล้านตัน โดยภาครัฐชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี วงเงินงบประมาณ จ่ายขาด ๖๔๒ ล้านบาท จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเกษตรกร โดยจะเริ่มรับซื้อตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๙ สิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๗๐ จะตอบว่ามาตรการนี้กับมาตรการเดิมปีนี้จะแตกต่างอย่างไร ผมขออนุญาตนำเรียน โดยอย่างยิ่งในมาตรการรักษาเสถียรภาพข้าวเปลือกที่ดำเนินการโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้สั่งการให้ผมเข้าไปดูแลในส่วนปัญหาข้าว เรามีการประชุมกัน ติดตามสถานการณ์ทุกวันพุธของสัปดาห์ในช่วงนี้ ตอนนี้ถามว่าแตกต่างจากเดิมอย่างไร ในปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ก็คือสหกรณ์ที่เข้าร่วมมาตรการรักษาศักยภาพข้าวเปลือก ปีการผลิต ๒๕๖๘ และปี ๒๕๖๙ รวม ๔๒๑ แห่ง พื้นที่ ๕๗ จังหวัด ปริมาณข้าวเปลือก ๔ ล้านตัน มูลค่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แยกเป็นโครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ จำนวน ๑๓๓ แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๗ แห่ง คิดเป็น ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ ๓๗ จังหวัด เพิ่มขึ้น ๔ จังหวัด เป็น ๑๒.๑๒ เปอร์เซ็นต์ ปริมาณข้าวเปลือก ๑ ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๐.๖๒ ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๑๖๖ เปอร์เซ็นต์ มูลค่ารวบรวม ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีก่อน ๘,๐๐๒.๖๘ ล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ โครงการสินเชื่อเพื่อ รวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันการเกษตรปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ จำนวน ๒๙๕ แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๒๔ แห่ง คิดเป็น ๘.๘๖ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ ๕๗ จังหวัด เพิ่มขึ้น ๓ จังหวัด ปริมาณข้าวเปลือก ๓ ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๘๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็มูลค่า ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๕๗๒ ล้านบาท คิดเป็น ๒.๐๙ เปอร์เซ็นต์ ทุน ธ.ก.ส. ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และทุนสหกรณ์ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดย กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็ได้เข้าไปดูรายละเอียด ผมได้มีการประชุมสหกรณ์ทั่วประเทศที่ทั้งหมด ๔๒๘ แห่ง เพื่อเข้าไปสอบถามปัญหาอุปสรรคของแต่ละสหกรณ์ ซึ่งในภาพรวมต้นทุนของ สหกรณ์จะไปเพิ่มในเรื่องของการวิเคราะห์สินเชื่อ บางสหกรณ์ค่าวิเคราะห์สินเชื่อ ๒-๓ ล้านบาท ในส่วนของสหกรณ์ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างผ่านท่านประธานไปหาท่านชัชวาล ซึ่งท่านอยู่ จังหวัดร้อยเอ็ด ก็ได้เข้าไปช่วยสหกรณ์เกษตรวิสัยในวงเงินที่ท่านมีอยู่เดิม ๕๐๐ ล้านบาท ตอนนี้เบิกเพื่อเข้าไปอันนี้แล้ว ๓๐๐ ล้านบาท พรุ่งนี้จะอีก ๒๐๐ ล้านบาท เราให้ติดตามว่า อีก ๒๐๐ ล้านบาท ทางสหกรณ์จะเข้ามาช่วยรับซื้อ ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วในส่วนของ เกษตรวิสัยที่รับซื้อ จากมาตรการทั้งหมดที่ผมกล่าวเราได้ช่วยในเรื่องของการ Wave ค่าวิเคราะห์สินเชื่อให้สหกรณ์ โดยในที่ประชุม ธ.ก.ส. ก็ได้เห็นชอบและได้อนุมัติในการที่จะ Wave ค่าวิเคราะห์สินเชื่อ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นต้นทุนในการรวบรวม ต้นทุนในการชะลอการขาย ของสถาบันการเกษตร ฉะนั้นตอนนี้อีกประเด็นหนึ่งที่เราคิดว่าปีนี้ที่ต่างจากปีก่อนก็คือ ๑. โครงการนี้เราเริ่มเร็วขึ้น จากปีก่อน ๒. เราลดต้นทุนในเรื่องของการวิเคราะห์สินเชื่อให้สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ๓. เราเพิ่มจุดรับซื้อ แล้วเรา Monitor ตลอดว่าพื้นที่ไหนที่มีปัญหา ท่านธรรมนัสก็ได้สั่งการขอความร่วมมือโรงสีซึ่งได้มีการประชุม แล้วก็ได้ขอความร่วมมือ ให้ท่านช่วยข้ามไปซื้อในเขตที่กำลังมีปัญหาอยู่ ด้วยมาตรการที่ท่านชัชวาลได้นำเรียนมาว่า แนวทาง ซึ่งตรงนี้เป็นแนวทางที่เรากำลังจะเริ่มปฏิบัติ โดยจะ Kick off วันที่ ๑ แต่จริง ๆ แล้ว บางสหกรณ์ได้เริ่มมาก่อนแล้ว ก็คิดว่ามาตรการทั้ง ๓ มาตรการจะทำให้ศักยภาพข้าวน่าจะ ดีขึ้นจากที่ผ่านมา เบื้องต้นขอตอบคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผ่านท่านประธาน เท่านี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน ชัชวาล แพทยาไทย ถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานสักนิดหนึ่ง ผมมองเห็นว่าเวลาผม เหลืออยู่ไม่มากนัก แต่ผมขออนุญาตท่านประธานหน่อยนะครับ ขอขยายเวลาสักนิดหนึ่ง ด้วยความเคารพครับ ต้องกราบขอบพระคุณในประเด็นคำตอบที่ผมได้ถามไปในคำถามแรก ผมก็อยากให้ท่านแสดงออกถึงความมั่นใจว่าราคาข้าวมันจะดีจริง ๆ ตามที่ท่านได้คาดการณ์ไว้ คือราคาที่ชาวนาเขาอยู่รอดได้จริง ๆ ถ้าท่านพอจะตอบได้ในคำถามที่ ๒ ก็รวบยอดไปเลย ก็ได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงมาตรการต่าง ๆ ที่ทาง นบข. ที่ประกอบไปด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ทางกระทรวงพาณิชย์ได้คลอด ออกมาในการพยุงราคาข้าว ซึ่งมาตรการนี้นำเรียนอย่างนี้ว่าไม่ใช่มาตรการใหม่หรอกครับ เป็นมาตรการที่เคยใช้มาแล้วใน ๒-๕ ปีย้อนหลัง แต่ผมยอมรับครับว่ามาตรการนี้มีส่วน ในการช่วยในเรื่องของราคาเป็นบางส่วน แต่ถ้าจะเปรียบเทียบเรื่องปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ เปรียบได้กับโรคมะเร็ง แต่มาตรการที่ท่านออกมาเป็นแค่มอร์ฟีนช่วยระงับอาการเจ็บปวดเฉย ๆ แล้วผมมีข้อสังเกตที่จะฝากสักนิดหนึ่งนะครับ มาตรการ ๓ มาตรการที่อยู่ในมาตรการ พยุงราคา ตัวแรก ก็คือสินเชื่อชะลอการขายหรือจำนำยุ้งฉาง เห็นด้วยครับ ภาษาอีสาน มีผญาอยู่กลอนหนึ่งว่า กินอย่าให้บก จกอย่าให้ขาด อย่าให้เกินเป็นหาด อย่าให้ขาดเป็นวัง ข้าวเต็มเล้า ให้มีตุนเอาไว้หลาย ๆ ในภาคอีสานมียุ้งฉาง ยุ้งข้าวเยอะอยู่แล้วครับ แต่บาง พื้นที่มันไม่มี ยกตัวอย่าง ภาคกลาง ภาคเหนือ อย่างนี้ครับ ไม่มี มีก็มีน้อย แล้วประเด็น สำคัญก็คือพฤติกรรมชาวนาที่เปลี่ยนไป ที่ผมนำเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ แล้วมีอีกปัญหาหนึ่ง ที่สำคัญ นั่นก็คือปัญหาราคาจำนำที่แตกต่างกันมากกับราคาข้าวในตลาดปัจจุบัน ปีนี้ราคา จำนำยุ้งฉางข้าว ๔ ประเภท ราคาดีเฉพาะข้าวหอมมะลิครับ ๑๒ บาท ใกล้เคียงกับราคา ประกาศจำนำที่ ๑๓ บาท แต่ข้าวขาวล่ะครับ ข้าวปทุมล่ะครับ ข้าวเหนียวล่ะครับ ราคา จำนำอยู่ที่ ๘-๙ บาท ๑๐ บาท แต่ราคาจริงอยู่ที่ ๕ บาท ๖ บาท ท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมทราบมาว่านโยบายนี้ในปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ที่ผ่านมาก็ยังมีข้าวที่คงค้างอยู่ในคลัง ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ตัน นี่คือช่องโหว่ ฝากท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงด้วยสักนิดหนึ่งว่าท่านจะ ดำเนินการเพื่อจะอุดช่องโหว่นี้อย่างไร🔗
ประเด็นที่ ๒ สินเชื่อรวบรวม ดีครับ ผมเห็นด้วยที่จะสร้างศักยภาพให้กับ สถาบันเกษตรกรโดยเฉพาะสหกรณ์ ผมกล้าพูดได้เต็มปากเลยครับ สหกรณ์การเกษตร เกษตรวิสัยเป็นตัวอย่างที่ดีมาก มีความพร้อมในการรวบรวม แปรรูป หาตลาดเอง เพราะฉะนั้นเขาก็มีกำลังครับ เขาได้สินเชื่อดอกเบี้ยถูกไป ซื้อนำตลาด ซื้อก่อนหมู่เลยครับ ๑๒.๕๐ บาท ตอนนี้ข้าวจากสุรินทร์เข้าไปขายที่โรงสีสหกรณ์นกเหาะหมดเลยครับ ช่วยได้ จริง ๆ ครับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผมเจอก็คือเงื่อนไขในการอนุมัติที่ยุ่งยาก ซับซ้อน กว่าจะ อนุมัติได้ ปีที่แล้วสถาบันที่รอเงินกู้ก้อนนี้ ซื้อข้าวตุลาคม พฤศจิกายน ได้เงินเดือนกุมภาพันธ์ สหกรณ์เล็ก ๆ แทบไปไม่รอดครับ ไปรอดได้ก็เฉพาะสหกรณ์ใหญ่ ๆ นี่คือสิ่งที่ผมจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี สไลด์ถัดไปสิ่งที่ผมจะฝากก็คือการสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกร จากนโยบาย สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ที่เห็นอยู่บนสไลด์ ตรงนี้จะทำให้เห็น เลยว่าสหกรณ์ที่ใช้เป็นกลไกในการซื้อข้าวนำตลาดมีความพร้อมขนาดไหน สหกรณ์ที่เข้าร่วม โครงการ ๔๐๐ กว่าแห่งใช่ไหมครับ จริง ๆ แล้วสหกรณ์ในความดูแลของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์มีอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าแห่งด้วยซ้ำ แต่ทำธุรกิจเกี่ยวกับข้าวแค่หลักร้อย แล้วมาดูสิว่า หลักร้อยที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับข้าวได้รับประโยชน์จากสินเชื่อตัวนี้อยู่สักเท่าไร ผมแบ่งเป็น ๕ ระดับ ระดับที่ ๑ ไม่เกิน ๓ ล้านบาท มีอยู่ ๓๖ แห่ง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ระดับที่ ๒ ๓-๑๐ ล้านบาท ๔๘ แห่ง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์คือ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ของสหกรณ์ ทั้งหมด ระดับที่ ๓ ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท ได้รับเงินไป ๕๐ ล้านบาท มีทั้งหมด ๔๑ แห่ง คิดเป็น ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ระดับที่ ๔ ๕๐-๑๐๐ ล้านบาทมี ๑๑ แห่ง คิดเป็น ๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วลำดับสุดท้ายเกิน ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไปมีอยู่แค่ ๑๒ แห่ง คิดเป็น ๘ เปอร์เซ็นต์ แต่สัดส่วนเงินที่ได้รับไป ๗๔ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงอะไรครับ นั่นหมายถึงสหกรณ์ที่มี ความเข้มแข็งมันมีอยู่แค่น้อยนิดเท่านั้นเอง สไลด์ถัดไปจะเห็นเลยครับ ๑๒ แห่งกระจายตัว อยู่ที่ไหนบ้าง ภาคอีสานบ้านผมเกษตรวิสัย ๒๙๙ ล้านบาท อันนี้เราพูดถึงสินเชื่อชะลอ ไม่ใช่ รวบรวม สุรินทร์ ๑๘๕ ล้านบาท ตลาดกลาง ธ.ก.ส. ๑๓๐ ล้านบาท นครพนม ๑๓๒ ล้านบาท สุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ดบ้านผมอีก ๑๒๓ ล้านบาท ภาคเหนือ อุตรดิตถ์ ๒๔๙ ล้านบาท อันนี้ อันดับ ๒ ไล่เลียงลงมาก็คือภาคเหนือแล้วก็ภาคกลางตอนบน มีอยู่แค่ ๑๒ แห่ง ที่มีความพร้อม ที่จะรองรับกับงบประมาณกับโครงการลักษณะอย่างนี้ ผมจึงไม่แปลกใจว่าตอนที่ข้าวนาปรัง ปีที่แล้วมีปัญหารัฐบาลพยายามที่จะใช้มาตรการพยุงราคากับข้าวเปลือกนาปรัง แต่มันไปไม่รอด เพราะสถาบันเกษตรกรอย่างสหกรณ์เขาไม่มีความเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นนี่คือโจทย์ใหญ่ครับ มาตรการนี้ดีผมชื่นชม แต่ท่านต้องไปเสริมสร้างศักยภาพความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ กระทรวงท่านคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับสหกรณ์ให้มากครับ ถ้าสหกรณ์ไหนเขามีความพร้อมอัดเข้าไปเลยครับ อันไหนไม่พร้อมดึงเขาขึ้นมาแล้วเขาจะ ช่วยได้ดี🔗
แล้วประเด็นสุดท้ายมีอีก ๑ คำถาม มาตรการที่ท่านใช้อยู่เมื่อสักครู่จบไป มีมาตรการใหม่ที่ท่านเพิ่มมาที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศมาว่าจะเพิ่มมาตรการพยุงราคาข้าว ปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ นั่นก็คือให้ ๓ หน่วยงานหลักเข้ามาเป็นกลไกในการดึงข้าวออกจากตลาด เช่น องค์การคลังสินค้า อ.ต.ก. ธ.ก.ส. คิดว่าน่าจะเป็น สกต. ตรงนี้อยากทราบว่ากระบวนการ วิธีการท่านจะทำอย่างไร ผมตั้งข้อสังเกตอีกสักนิดหนึ่งว่าตอนนี้เราให้น้ำหนักไปที่เรื่องของ การดึงข้าวออกจากระบบ แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดมันคือตลาด ท่านดึงไปไว้ ถ้า อ.ต.ก. ไม่มีศักยภาพ ในการลดความชื้นในการแปรรูปข้าวก็ไปเน่าอยู่ในโกดังเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นตลาดต่างหาก ที่สำคัญ ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ท่านเตรียมการไว้อย่างไร ตลาดเดิม ตลาดใหม่ ท่านประธาน ขอสักนิดก่อนจะเข้าสู่คำถาม เราจะขายเฉพาะข้าวเปลือก ข้าวสารอย่างเดียวหรือครับ เมื่อวานผมไปห้างโมเดิร์นเทรดมาไปเดินดูข้าวสารของประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธาน นี่ข้าวญี่ปุ่นปลูกในประเทศไทย กิโลกรัมละ ๙๐ บาท ข้าวสาร แต่ข้าวสารไทย หอมมะลิ กิโลกรัมละ ๓๓ บาท นี่อีกเช่นกันความพยายามของ สกต. ธ.ก.ส. นวัตกรรมข้าวอิ่มท้อง ไม่ต้อง Wave กินได้เลย แล้วยังมีอีกเยอะแยะ พลังทางอาหารที่เราเรียกว่า Soft Power มันไปถึงไหนครับ ญี่ปุ่นเขามาบุกบ้านเราแล้ว และประเทศเราข้าวมันก็คืออาหาร เราเตรียม ไว้อย่างไร🔗
เพราะฉะนั้นผมจะนำไปสู่คำถามที่ ๒ คำถามสุดท้าย นั่นก็คือรัฐบาลมีมาตรการ ที่จะรักษาตลาดผู้ค้าข้าวในต่างประเทศที่เป็นตลาดเดิมไว้อย่างไร และท่านจะแสวงหา ตลาดใหม่ในต่างประเทศอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นตลาดข้าวอินทรีย์ ตลาดข้าว Premium ตลาดข้าวคาร์บอนต่ำหรือตลาดเดิมที่ท่านต้องมาเสริมพัฒนาคุณภาพท่านจะทำอย่างไร อันนี้อาจจะไม่ตรงกับหน้าที่ของภารกิจท่าน แต่ท่านตอบไม่ได้ท่านเอาเข้า นบข. ท่านรัฐมนตรีครับ ส่วนที่จะเกี่ยวข้องกับท่านโดยตรงก็คือปีการผลิตที่จะถึงนี้ มาตรการ ด้านการลดต้นทุนการผลิตท่านเตรียมไว้อย่างไร และท่านจะจัดหาปัจจัยการผลิตให้พี่น้อง เกษตรกรชาวนาให้เพียบพร้อมได้อย่างไร และสุดท้ายครับ ท่านมีแนวทางในการสร้าง ความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ อย่างไรบ้าง เป็นประเด็นคำถามสุดท้าย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านใช้เวลาคำถามครบแล้วนะครับ แล้วก็ได้เกินเวลามาพอสมควร ดังนั้นขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบคำถามครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ขอตอบคำถามของท่านชัชวาลผ่านท่านประธานไปนะครับ ผมเข้าใจดีแล้วก็ขอกราบขอบพระคุณท่านชัชวาลที่ให้ข้อสังเกตไว้ ซึ่งปัญหาตรงนี้ที่ผ่านมา เราได้มีการประชุมและเราได้รับทราบปัญหา แต่เนื่องจากห้วงระยะเวลาที่เราดำเนินการอยู่ ก็ต้องทราบเข้ามา ท่านธรรมนัสก็สั่งการให้ทางผมเข้ามาดูแลตรงนี้นะครับ ด้วยระยะเวลาที่สั้น ฉะนั้นมาตรการที่เป็นระยะยาวก็อาจจะยังไม่มี แต่ในส่วนของระยะสั้นเราได้เข้าไปแก้ปัญหา ให้แต่ละสหกรณ์ ไม่ว่าปัญหาที่เกิดจากการวิเคราะห์สินเชื่อ ปัญหาที่สหกรณ์ติดเงื่อนไขต่าง ๆ ตรงนี้เราก็เข้าไปช่วย อย่างผมยกตัวอย่างที่สันป่าตองก็ติดปัญหาในเรื่องของเงื่อนไข ตอนนี้ ให้สหกรณ์จังหวัดเข้าไปช่วยเจรจากับทาง ธ.ก.ส. ก็ได้รับการอนุเคราะห์ ตอนนี้ก็ได้รับวงเงิน ที่เข้ามาหมุนสภาพในการที่จะรับซื้อและชะลอการขายได้ แต่ในส่วนของมาตรการที่ท่าน ได้เรียนไว้ว่าในมาตรการต่อไปที่รัฐบาลหรือ นบข. ที่จะมีการประชุม ต้องกราบเรียนอย่างนี้ ก่อนว่า นบข. ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงนามแล้ว แต่เนื่องจากท่านติดภารกิจสำคัญ ต่างประเทศก็ยังไม่ได้ประชุม ก็เลยจะขอตอบคำถามในส่วนของที่ท่านสมาชิก ท่านชัชวาล ได้กรุณาถามมาว่าในการระบายข้าวปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ท่านนายกรัฐมนตรีกลับมา เดี๋ยวประชุม นบข. แล้วก็ดำเนินการในการระบายข้าว ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ต่อไปนะครับ เนื่องจากว่า นบข. ยังไม่ได้เริ่มประชุมก็รอท่านนายกรัฐมนตรีกลับจากภารกิจต่างประเทศ ก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ตอนนี้ท่านอยู่ต่างประเทศอยู่นะครับ เราก็ได้เร่ง ฉะนั้นมาตรการ เพิ่มเติมตามที่ท่านสมาชิก ท่านชัชวาลได้กรุณาให้ข้อสังเกตมา ไม่ว่าตอนนี้ที่เราจะมาคุยกัน ผมได้เรียนท่านศุภจี ได้คุยกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ว่าเราควรจะมีมาตรการที่จะเพิ่มเติมนอกจากที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่ ทั้ง ๓ โครงการที่ได้เรียนต่อท่านสมาชิกผ่านท่านประธานสภาไปว่าในส่วนของมาตรการ เพิ่มเติมก็จะมีเรื่องการผลักดันใช้ปลายข้าวไปเป็นวัตถุดิบของอาหาร เสนอหน่วยงานตามที่ ท่านชัชวาลได้เรียนไว้ ไม่ว่า อตก. อคส. ซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวขาวซึ่งราคาไม่ดี ตรงนี้เราจะเข้าไปดำเนินการ ซึ่งเป็นมาตรการที่เดี๋ยวจะหารือกับ กระทรวงพาณิชย์ต่อไปนะครับ เพื่อเป็น Food Security เพื่อดึงราคาข้าวเปลือกในช่วงที่ ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดปริมาณมาก ใช่ครับ เราต้องรักษาตลาดเดิม ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้ต่างคนต่างทำ ได้มีการหารือกันตลอดในการดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ได้เข้ามาหารือกับท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านธรรมนัสในการที่จะเพิ่มเติม มาตรการไปนะครับ ไม่ว่าในเรื่องของการส่งออกสำหรับข้าวแบบเจาะตลาด เช่น เม็กซิโก จีน บังกลาเทศ แล้วก็ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมการข้าว ตอนนี้ผมก็ได้ ให้เร่งในการที่จะเข้าไปคุยกับทาง อบก. คือองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ที่จะทำข้าว คาร์บอนต่ำ แล้วก็ข้าวคุณภาพ ข้าวจีเอพี และข้าวยั่งยืน ซึ่งผมเข้าใจดีครับว่าพี่น้องเกษตรกร ชาวนาจะปรับเปลี่ยนตรงนี้รัฐบาลต้องเข้าไปสนับสนุน ต้องมีมาตรการที่เข้าไปช่วยในการ สนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบื้องต้นเราได้คุยกันแล้วว่าสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง มีความยั่งยืนเราจะเข้าไปต่อยอดให้เขาอย่างไร การลดปัจจัยการผลิต ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองนายกรัฐมนตรี ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ก็มีนโยบายไปแล้ว ว่าจะส่งเสริมปัจจัยการผลิตในราคาที่ต่ำ ไม่ว่าปุ๋ยหรือสหกรณ์ที่มีความพร้อมแล้วขาดตามที่ ท่านว่า ไม่ว่าเครื่องอบลดความชื้นต่าง ๆ ตรงนี้เรากำลังจะมาหารือกันว่าจะมีมาตรการ เข้าไปเสริมตรงนี้ สำหรับสหกรณ์ที่เข้มแข็งอยู่แล้วแล้วขาดปัจจัยบางอย่าง ตรงนี้ก็จะได้ มีการหารือนะครับ หลังจากท่านศุภจีมาท่านบอกว่าเดี๋ยวท่านจะเชิญไปหารือถึงมาตรการ ตรงนี้ ระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉะนั้นผมในฐานะที่เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการแล้วได้รับการมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการนะครับ ให้ดูในเรื่องข้าวด้วย ให้ดูกรมส่งเสริมด้วยนะครับ ผมก็จะรับข้อสังเกตของท่านชัชวาล แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านมา ณ ที่นี้ด้วย ผมได้จดไว้แล้วข้อสังเกตที่ท่านได้เสนอมานะครับ เพื่อเข้าไปหารือ ในที่ประชุมแล้วก็ขอกราบเรียนท่านว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วงนี้ เราประชุมทุกวันพุธเพื่อที่จะ Monitor สถานการณ์ราคาข้าวหรือปัญหาอุปสรรคของสถาบัน การเกษตรไม่ว่าสหกรณ์ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดูแลอยู่ว่าติดขัดปัญหาอะไรที่เราจะเข้าไป ช่วยเหลือเพื่อแก้ไขในการรักษาศักยภาพในฤดูกาล ปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ ครับ เบื้องต้น ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปท่านสมาชิกเพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานผมขออีกสัก ๑ นาที ด้วยความเคารพครับ🔗
นิดเดียวนะครับ เพราะว่าท่านใช้เวลาค่อนข้างจะเยอะแล้วนะครับ🔗
ไม่ใช่คำถามครับ เป็นข้อฝากเสนอแนะ นิดหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากฝากอีกสักนิดหนึ่งในเรื่องของการทำการตลาด อีกไม่กี่วันข้างหน้าประเทศไทยเรา จะเป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ในเดือนธันวาคม ๑๐ มิตรประเทศ ๑๑ ประเทศจะมา กองทัพ นักกีฬา กองทัพนักข่าว ท่านอาจจะใช้เวทีตรงนั้นละครับ ในการ PR สินค้าข้าวไทย หรือว่า สินค้าทางด้านการเกษตรไทย ผลักดันหน่วยงานที่เป็นหน่วยงาน Cluster ของสหกรณ์เข้าไป มีส่วนร่วมให้เยอะครับ แล้วทำ PR เอาไปฝากเขาเลยครับ ธ.ก.ส. ทำมา ข้าวทานได้เลย มันยังมีนวัตกรรมอีกเยอะแยะมากมายที่เราจะต้องไปร่วมมือกันกับภาคเอกชน ผมว่าเราต้องทำ ลักษณะนี้ถึงจะช่วยให้มูลค่าแล้วก็การเข้าอกเข้าใจในเรื่องของสินค้าเกษตรไทยไปได้เร็วขึ้น ก็ฝากเป็นข้อเสนอแนะอีกสักข้อหนึ่ง ด้วยความเคารพครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี รับข้อสังเกตของท่านสมาชิกไปนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ที่ได้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิก ขอบคุณครับ จบกระทู้ ถามสดแล้วนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง ขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบาง (ขอทานต่างด้าว คนไร้บ้านและผู้ป่วยจิตเวช) ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจชั้นใน กรุงเทพมหานคร นายภัณฑิล น่วมเจิม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ท่านอัครา พรหมเผ่า ติดภารกิจสำคัญ จึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอให้เลื่อนการตอบกระทู้ถามเรื่องนี้ออกไปก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๒. เรื่อง สอบถามการดำเนินการให้กองทัพสหรัฐว้าถอนกำลังจากดินแดน ของไทย นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ แต่เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมติดภารกิจสำคัญ จึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๓. เรื่อง ปัญหาการใช้สิทธิบัตรทองของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการใช้ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) นายเอกราช อุดมอำนวย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านพัฒนา พร้อมพัฒน์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ดังนั้นผู้ถามกระทู้แล้วก็ท่านรัฐมนตรีก็มาพร้อมในที่ประชุมนี้แล้ว ขอเชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ได้ถามกระทู้ เชิญถามคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอลุกขึ้นมาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ สอบถาม ปัญหาที่จะสะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร โซนเหนือ โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิบัตรทองครับ ซึ่งมันเป็นหลักประกันสุขภาพที่รัฐบาลได้ออกแบบมา ท่านรัฐมนตรีครับ ลองนึกถึงความเดือดร้อนครับ🔗
ตอนนี้คนในเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เหนือ เดือดร้อนมากจริง ๆ ครับ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นโรคที่เป็นโรคเรื้อรัง โรคเบาหวาน ไม่มีครอบครัวดูแลจะพากันไปที่โรงพยาบาล ไปพบหมอทุกเดือน เขาก็จะมี เพียงแค่บัตรทอง แต่ว่าตอนนี้สิทธิต่าง ๆ พูดง่าย ๆ ไม่มีโรงพยาบาลหรือคลินิกที่จะรองรับ เพียงพอนะครับ ถ้าจะต้องไปบางส่วนปฐมภูมิก็ต้องไปอยู่ที่โรงพยาบาลไอเอ็มเอช สีลม แล้วก็ต้องเดินทาง ๓๐ กิโลเมตร ค่าแท็กซี่ไปกลับไม่ต่ำกว่า ๓๐๐-๕๐๐ บาท ๖๐๐ กว่าบาท ด้วยนะครับ ซึ่งมันแพงมาก แพงกว่าค่ายา ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จะต้องจ่ายอีก ดังนั้นบางคน เขาก็เลยตัดสินใจไม่ไป เขาก็เสียเงินเอกชนดีกว่าแบบนี้ครับ ผมรับสายประชาชนมากเลย ที่เขาโทรมาระบายว่าทำอย่างไรดีที่จะไม่ต้องควักเงินเดินทางไปไกลขนาดนี้ แต่เหมือนที่ผม เคยอภิปรายมาหลายครั้งผมก็พอทราบปัญหาว่าไม่มีโรงพยาบาลในเขตโซนเหนือเลย กรุงเทพฯ เหนือ ไม่มีครับ จะมีโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ก็เป็นโรงพยาบาลราชวิถี ๒ ก็อยู่ในเขตปทุมธานี ซึ่งเขาบอกว่าระบบคนละบริบทกันไม่สามารถที่จะเอาสิทธิในเขต บัตรทองของ กทม. ไปรวมกับปทุมธานีได้ เจ้าหน้าที่ไม่พอ หันมามองโรงพยาบาลภูมิพลของ กองทัพอากาศก็แบกรับจนมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย คล้าย ๆ โรงพยาบาลอื่น ๆ ด้วย คือตามเก็บจากคลินิกที่ส่งเงินมาให้ไม่ได้ แล้วก็ปริมาณของคนใช้ก็ล้นโรงพยาบาลแล้ว ดังนั้น ก็จะมีโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานครแต่ยังไม่ตอกเสาเข็มเลยครับ อยู่ตรงนาวง หรือโรงพยาบาลทหารอีกแห่งหนึ่งคือโรงพยาบาลสีกัน ก็กำลังจะขึ้นอาคารใหม่ หมอที่จะมา รักษาโรงพยาบาลทั้ง ๒ แห่งยังเรียนชั้นอนุบาลอยู่ครับ คือทำอย่างไรได้ล่ะ ประชาชน เลยเดือดร้อนมากเลย แล้วยิ่งตอนนี้ก็มีคลินิกที่ออกจากสิทธิไม่ร่วมกับ สปสช. อีกแล้ว ออกไปอีก ก็ทำให้กระจายไป แล้วโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะที่ถือจำนวนผู้ป่วยบัตรทอง อยู่จำนวนหนึ่งตอนนี้ที่เขารับปฐมภูมิเขาก็อาจจะไม่รับแล้ว ดังนั้นสิทธิก็จะยิ่งกระจาย เข้าไปใหญ่ ดังนั้นผมก็คิดว่าตอนนี้ สปสช. จะเดินทางต่อไปอย่างไร หลายคลินิกทยอยปิดตัวลง อย่างคลินิกเวชกรรม The Meridian PMC เทพารักษ์ ตอนนี้เหลือเพียง ๕ คลินิกที่เป็นที่พึ่ง ให้คนดอนเมือง สไลด์ถัดไปก็จะเห็นว่าคลินิกชุมชนอบอุ่นในกรุงเทพฯ เคยมีอยู่กว่า ๓๗๐ แห่ง ในปี ๒๕๖๖ ตอนนี้เหลือ ๒๕๐ แห่ง ท่านประธานครับ นี่คือความอัดอั้นตันใจ คนที่อยู่ในวัย ที่มีกำลังเขาเดินทางง่ายจะไปไกลอย่างไรก็ได้ แต่ ๑. ค่าใช้จ่าย ๒. ผู้ป่วย ผู้ชราที่อายุ ๕๖ ปี ๖๐ ปีขึ้นไป แล้วบริการสาธารณะในกรุงเทพฯ รถไฟฟ้าสายสีแดง รถเมล์อะไรก็ดีมันไม่ได้ เชื่อมต่อเอื้อให้เขาจะเดินทางได้ขนาดนั้น สุดท้ายพอคนป่วยเดินทางต้องใช้รถแท็กซี่ แล้วมันเสียแพงมากจากดอนเมืองไปมันไกลมากครับ ดังนั้นผมอยากจะสอบถาม ท่านรัฐมนตรีว่าถ้ามองภาพรวมของทั้งหมด ในเรื่องนี้เบื้องต้นท่านจะแก้ปัญหากรณีดังกล่าว อย่างไร ผมขอคำตอบที่ชัดเจนว่าท่านจะมีแนวทางไหมที่จะช่วยเหลือประชาชน ผมหวังว่า คำตอบของท่านจะไม่เป็นคำตอบกว้าง ๆ ว่า สปสช. กำลังเตรียมอยู่ อยู่ระหว่างดำเนินการ ขอแบบที่เป็นรูปธรรมเลยว่าจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี คำถามแรกผมขอประมาณนี้ก่อน ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ ท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านพัฒนา พร้อมพัฒน์ ให้มาตอบคำถามของท่านเอกราช อุดมอำนวย หรือว่าท่าน สส. จอจาน เขตดอนเมือง ขอบพระคุณมากเลยครับ ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน วันนี้ปัญหาเรื่องที่ท่านได้กล่าว การแก้ปัญหาของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจริง ๆ ในการเข้ามาทำงานของพวกเรา ปัญหา ที่ท่านได้ถามมาว่าประชาชนที่ถือบัตรทองมีปัญหาเกี่ยวกับโรงพยาบาล เดินทางไกล สำหรับ ระบบที่เราได้มีการจัด ระบบหลักในการดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเขตดอนเมือง หรือว่ากรุงเทพฯ เหนือของท่าน ตอนนี้ก็มีระบบอยู่ ๓ ระบบด้วยกัน มีหน่วยบริการทุติยภูมิ ใกล้บ้าน ปฐมภูมิใกล้บ้าน ซึ่งดูแล ซึ่งจริง ๆ เราจะเน้นระบบนี้มาก ปฐมภูมิ แล้วก็จะมี หน่วยบริการประจำซึ่งเป็นทุติยภูมิ แล้วก็หน่วยส่งต่อตติยภูมิ โรงพยาบาลที่ท่านบอกว่าวันนี้ ที่ไม่พอของเขตกรุงเทพฯ เหนือ หรือว่าแถบดอนดอนเมือง สายไหม ขณะนี้ก็จะมีราชวิถี จะมาช่วยรับ แล้ววชิระกำลังสร้างอย่างที่ท่านบอก แล้วก็จะมีโรงพยาบาลอีกหลายแห่ง ซึ่งทาง กระทรวงได้ประสานแล้วก็หาวิธีสถานพยาบาลไม่เพียงพอ โดยการแก้ไขจัดสรรประชากรใหม่ เน้นใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน เปิดรับสมัครหน่วยบริการปฐมภูมิเพิ่ม แล้วร่วมมือกับโรงพยาบาล ในพื้นที่ เช่น โรงพยาบาลภูมิพล โรงพยาบาลทศมินทราธิราช โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นต้น แล้วก็ให้โรงพยาบาลปริมณฑลกว่า ๒๐ แห่งเข้ามาช่วย เช่น โรงพยาบาลราชวิถี ๒ แล้วก็ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ เหนือ สำหรับประชาชนที่เข้ารับบริการในหน่วยที่ตนเองต้องการได้ เราก็จะแบ่งแนวทางแก้ไขเป็น ๒ ระบบ ก็คือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน UCEP ที่อันตรายต่อชีวิต ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ แบบผู้ป่วยในโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนใด ๆ ก็ได้ ในระยะเวลายาวนาน ๗๒ ชั่วโมงก่อนจะส่งตัวกลับไปที่โรงพยาบาลตามสังกัด🔗
อีกเรื่องหนึ่งกรณีผู้ป่วยนอก กรณีผู้ป่วยนอกรักษาที่ใดก็ได้ OPD Anywhere แล้วก็กรณีฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยผู้ป่วยก็สามารถเข้ารับบริการเจ็บป่วยเล็กน้อย ได้ที่คลินิกชุมชนอบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุข โดยทาง สปสช. ได้จัดเตรียมวิธีการเบิกจ่าย ไว้ให้หน่วยงานบริการแล้ว ในเรื่องที่ท่านเป็นห่วงเรื่องการเดินทาง วันนี้ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขเราได้พูดคุยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แล้วก็ได้มีการดำเนินการ มีการทำ เพื่อบริการให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Super App ที่เราจะทำ จะลดภาระของ พี่น้องประชาชน ลดภาระของหมอ ของสถาบัน ลดความแออัด แล้วก็สะดวกรวดเร็วมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วระบบต่าง ๆ ที่เราได้เรียนท่าน สส. เอกราชว่าเราจะพยายามทำให้เสร็จภายใน มกราคมนี้แล้วก็ Kick off พร้อมกัน Super App ของกระทรวงสาธารณสุขที่เราดำเนินการ ภายใน ๑ เดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ที่ทางกระทรวงแล้วก็รัฐบาลต้องทำให้ พี่น้องประชาชนอย่างที่ท่าน สส. เอกราชได้เป็นห่วง ก็ขอให้ท่านสบายใจนะครับ เรื่องนี้ เราพยายามจะดำเนินการเต็มที่ ขอบคุณครับ คำถามที่ ๑ ครับ🔗
เชิญท่าน เอกราช อุดมอำนวย ถามคำถามต่อไปครับ🔗
ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาผมก็ศึกษามาแล้ว ผมอยากจะบอกท่านอย่างนี้ครับ โรงพยาบาลราชวิถี ๒ ที่ท่านบอกผมว่าเขาจะเปิดรับในช่วงก่อนหน้านี้ในห้องพิจารณา งบประมาณ ซึ่งอธิบดีที่ดูแลโรงพยาบาลราชวิถี ๒ ท่านยืนยันว่าบุคลากรไม่เพียงพอ ต่อให้เปิด สุดท้ายผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีไปดูหน้างานจริง ๆ ว่าสุดท้ายที่ท่านบอกจะให้ โรงพยาบาลราชวิถี ๒ เขาเปิดทำได้จริงไหม เพราะผมไล่บี้มาเป็นปีครับ เขาบอกว่าไม่ได้ จำนวนแพทย์ไม่พอ แล้วระบบคนละระบบ แต่ถ้าท่านรับปากผมวันนี้ผมโล่งใจเลยว่า ราชวิถี ๒ จะเปิด ผมขอ Timeline เลยครับ ๒. ที่ท่านบอกว่าเรื่องของประเด็นชุมชนอบอุ่น ว่าจะช่วยรองรับปฐมภูมิ ใช่ครับ ปฐมภูมิถูกออกแบบให้รองรับ แต่คนที่เข้าไปรับบริการ กับคลินิกปฐมภูมิ เขาไม่ได้ยาตามจำนวนวันครับ สมมุติว่าเดิมที่เขาเคยได้ ๓ เดือน ๖ เดือน พอไปรับจากคลินิกชุมชนอบอุ่น แน่นอนว่าเงินที่ สปสช. จ่ายเข้าไปเขาต้องบริหารจัดการ ดังนั้นเขาจะไม่มี Cash Flow ที่เหลือมากเพียงพอที่จะมาจ่ายยาให้กับประชาชนได้ในระยะยาว เขาทำอย่างไรครับ เขาตัดจ่ายให้แค่ ๓ วัน ๗ วัน ๗ วันมารับใหม่ ๆ ไม่ต้องทำมาหากินแล้วครับ คนที่เป็นวัยทำงานก็ต้องพาผู้ปกครอง พาพ่อแม่ไปรับยาทุก ๗ วัน ลาครึ่งวันไปรับยาแบบนี้ อันนี้คือปัญหาจริง ๆ มันเป็นปัญหาที่ผมไม่แน่ใจว่าทำไม สปสช. แก้ไม่ได้ครับ ดังนั้น ท่านต้องทบทวนวิธีการจ่ายเงินให้กับคลินิกชุมชนอบอุ่น เขาจะต้องมีศักยภาพเพียงพอ ที่จะต้องจ่ายยา หรือท่านอาจจะต้องฉีกขึ้นมาสำหรับโรคเรื้อรังครับ ผมมีข้อเสนอซึ่งจะนำ ไปสู่คำถามที่ ๒ ว่าทำไมท่านไม่เอา Telemedicine มาใช้ แล้วผมก็ทราบมาว่า Telemedicine ตามโรงพยาบาลใหญ่ ๆ คุณหมอไม่ให้ความร่วมมือ อย่าพูดว่าไม่ให้ ความร่วมมือเลย คุณหมอก็งานโหลด คือลำพังแค่ตรวจโรคเรื้อรังประจำวัน เดินท่านก็ หมดเวลาแล้ว คือมันไม่มีคนที่จริงจังออกมาที่จะฉีก Telemedicine ออกมาวางระบบ ในโรงพยาบาลต่าง ๆ แล้วก็ดูแลโรคเรื้อรังแบบเป็นระบบที่รับยา ๓ วัน ๗ วัน แล้วบริหาร จัดการว่ามีข้อมูลเท่านี้อยู่ในเขต พื้นที่เดินทางเท่านี้ จ้างหรือว่าเพิ่มบุคลากรเลยว่าโรคเรื้อรัง ส่งแบบนี้ ตรวจแบบนี้ วางแผนแบบเป็นระบบเป็นขั้นเป็นตอนมันไม่มีคนทำครับ ดังนั้นแม้ว่า ท่านจะกำกับ สปสช. ด้วยหรือเปล่าหรือไม่นะครับ นอกจากเรื่อง สปสช. ที่ท่านต้องไปดู เรื่องระบบการจ่ายใหม่ ท่านต้องมาดูระดับกระทรวง กรมการแพทย์และโรงพยาบาลทั้งหมด ที่มันต้องเชื่อมโยงกันครับ โดยเฉพาะเรื่องผู้ป่วยไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ดังนั้นผมคิดว่า Telemedicine ก็จะแก้ปัญหาได้ ปัญหาคือตอนนี้ Telemedicine กระจายอยู่ต่างจังหวัดซึ่งก็ดีอยู่แล้วในพื้นที่ห่างไกล แต่ กทม. ยิ่งควรสนับสนุนให้ใช้ครับ จะได้ไม่ต้องเสียค่าเดินทาง ก็จะเห็นว่าในส่วนของ Telemedicine งบไอซีทีของกระทรวง ผมเห็นที่บุรีรัมย์เขาทำ ผมไม่ค้านผมเห็นเป็น Model ที่ดีเลยครับ ท่านลองดูว่า Telemedicine ถ้าจะใช้อย่างทั่วถึงเท่าเทียมในโรงพยาบาล สังกัดต่าง ๆ ท่านพอจะผลักดันให้นำมาใช้แบบเป็นรูปธรรมได้ไหม ล่าสุดท่านเปิด Application มาอันหนึ่งที่ร่วม ผมก็ลองให้ทีมงานลองไปใช้งานที่ป่วยปรากฏว่าใช้งานได้จริง ใช้งานได้ดีด้วย แล้วผมก็ลง Page ช่วยท่านประชาสัมพันธ์ไป แต่ผมอยากจะให้ท่านช่วยตอบ แบบเป็นรูปธรรมว่าระบบ Telemedicine จะนำมาใช้ใน กทม. สนับสนุนให้โรงพยาบาล ต่าง ๆ ทำ ผมพอจะเห็นภาพแบบนั้นไหม ท่านจะทำได้ไหม เพื่ออย่างน้อยในระหว่างที่ยัง ไม่มีโรงพยาบาลรองรับ คลินิกปฐมภูมิต่าง ๆ ศักยภาพในการหมุนจ่ายยาให้กับชาวบ้าน ไม่เพียงพอ ท่านเอามาทดแทน เอาตรงนี้มาใช้เป็นไปได้ไหม แล้วท่านตั้งงบประมาณ ไว้สำหรับเรื่องนี้เท่าไร มีโครงการนำร่องตรงไหน อย่างไรบ้าง ผมขอทราบรายละเอียดตรงนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนรัฐมนตรีจะตอบ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตร นิติศาสตร์มหาบัณฑิต และเจ้าหน้าที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ที่เข้าเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็เข้ารับฟังการประชุมสภาในครั้งนี้ ยินดีต้อนรับ ขอบคุณมาก เชิญนั่งครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับปัญหาข้อที่ ๒ เรื่อง Telemedicine ที่ท่าน สส. เอกราชได้กังวล วันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขโดยท่านรัฐมนตรีว่าการได้พูดถึง เรื่องระบบ Telemedicine เยอะมาก ซึ่งอยากจะเอามาบริการพี่น้องประชาชน วันนี้ Telemedicine ที่พวกเราได้พูดถึงก็ขยายบริการแพทย์ทางไกลให้ครอบคลุมทุกกลุ่มไม่ว่า จะเป็นกลุ่มทำงาน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง ครอบคลุม ๔๒ โรค ของกลุ่มโรค พัฒนา ระบบการทำให้ App หรือเว็บไซต์ใช้งานง่าย แล้วก็ระบบ Telemedicine ทางไกล ตอนนี้เรามีบริการ ยกตัวอย่างเช่น สถานีรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ หรือว่าชุมชนแออัดบางแห่ง ประมาณ ๑๐ แห่ง ต่างจังหวัดตอนนี้ก็มี แล้วระบบ Telemedicine มันเป็นระบบที่พวกเรา อยากทำมากอย่างที่ท่าน สส. เอกราชได้กล่าวว่า ๑. มันจะลดการบริการของแพทย์ในการ Workload ได้เยอะ จะมีการใช้ตู้ Telemedicine ในการสั่งยาตรวจสุขภาพทุกอย่าง วันนี้ เราจะมีการเก็บอัตลักษณ์ของพี่น้องประชาชนด้วยบัตรประชาชนใบเดียวแล้วก็จะให้บริการ ผ่านตู้ Telemedicine ซึ่งอย่างที่ผมได้เรียนท่าน สส. เอกราชไปแล้วว่ามกราคมนี้เราจะทำ ให้ได้ระบบ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านบอกตอนนี้เราได้มีการพูดคุยกับทาง กทม. สปสช. ได้ร่วมกัน เป็นระบบข้อมูลที่ปลอดภัย ไม่ใช่นำข้อมูลมารวมกันแล้วแชร์ข้อมูลแล้ว เป็นข้อมูลที่ไม่ปลอดภัย ทุกข้อมูลที่ทางกระทรวงได้ทำจะต้องเป็นข้อมูลที่ปลอดภัย การเชื่อมต่อข้อมูลต่าง ๆ คนที่จะเห็น ก็คือหมอที่รักษาเท่านั้น เพราะฉะนั้นให้ท่านสบายใจว่าระบบ Telemedicine เกิดแน่นอน ในยุคนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญท่าน เอกราชครับ🔗
คือสุดท้ายครับ ทีมงาน ช่วยขึ้นหน่อยครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากจะฝากเสียงของพี่น้องประชาชนในเขตดอนเมืองที่ส่งข้อความมาหาผมเกี่ยวกับ ความเดือดร้อน ผมขออนุญาตอ่านสั้น ๆ ครับ บอกว่าพอจะช่วยชาวบ้านแถบดอนเมือง ได้ไหมคะ สปสช. จัดคลินิกปฐมภูมิและโรงพยาบาลส่งต่อใหม่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๘ เดิมปฐมภูมิ อยู่วิภาวดี ๓๗ ย้ายไปแถวไผ่เขียวห่างจากจุดเดิม ๑๕ กิโลเมตร โรงพยาบาลเดิมคือภูมิพล ย้ายไปราชวิถี ๒ เรา ๒ คน อายุเกือบ ๗๐ ปีแล้ว จะไปคลินิกใหม่รถเมล์ก็ไม่มีครับ ถามดู ต้องนั่งรถเมล์จากบ้านลงเจ้เล้งและข้ามถนนต่อวินอีก ๓๐ บาท จะไปรักษาทำไมใบส่งตัว ค่าใช้จ่ายแล้วก็การเดินทางลำบากสุด ๆ สส. พอจะช่วยได้ไหม เป็นเสียงหนึ่งจากหลาย ๆ พันคนที่เจอแบบนี้ แล้วก็อีกความเห็นหนึ่งบอกว่าอยู่ธนินทร วิภาวดี ๓๕ ๓๗ นึกไม่ออกเลยว่า จะทำอย่างไร เพราะว่าต้องไปเริ่มใหม่ แพทย์ใหม่ ไม่มีเครื่องมือเหมือนโรงพยาบาลเดิม จากโรงพยาบาลภูมิพลเปลี่ยนที่นะครับ ต้องใส่เครื่องมือเป็นโรคหัวใจ ผ่าแล้วใส่เครื่องมือ อยู่น้ำท่วมปอด ตับอักเสบเรื้อรัง แล้วก็ใช้เครื่องมือพิเศษแบบในโครงการอัลฟ่าเพื่อนับไวรัส นี่คือเสียงสะท้อนครับท่านรัฐมนตรี คือผมไม่อยากให้ท่านใช้คำพูดสวย ๆ ว่าเดี๋ยวทำได้จริง ทำได้แน่ ผมอยากให้ท่านลงรายละเอียดเพราะผมไปเกาะติดเรื่องนี้มา ผมรู้เลยว่า มันค่อนข้างยาก ดังนั้นผมก็ให้กำลังใจท่าน แต่สุดท้าย Telemedicine มันไม่ใช่แค่ฝั่งเดียว มันต้อง ๒ ฝั่ง ฝั่งแรกคือท่านต้องไปให้โรงพยาบาลทำอย่างไรก็ได้ที่จะต้องรวมศูนย์กัน และต้องทำแบบจริง ๆ จัง ๆ ที่ท่านเปิด App มาผมดีใจด้วยแต่ผมกลัวไม่พอ แล้วโรงพยาบาล ตติยภูมิอีกก็ควรจะทำ เพื่อดึงผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องหาหมอใช้พวกนี้แล้วก็ใช้ศูนย์ Telemedicine ส่งยาหาเขาก็จะลดเรื่องการเดินทางกระจายไปใช่ไหมครับ ๑. ซึ่งท่านต้องไปดูเพราะ โรงพยาบาลเขาจะไม่ทำ มันไปเพิ่ม Workload เขา ท่านต้องหางบประมาณสนับสนุน หรืออย่างไรก็ว่าไป ๒. คืออีกฝั่งหนึ่ง คนที่ต้องใช้จริง ๆ คือคนแก่ คนป่วยที่ไม่มีโครงสร้าง พื้นฐานเพียงพอในครอบครัว เช่น อินเทอร์เน็ตเดือนนี้ยังไม่มีจะจ่ายเลยจะเอาเงินที่ไหนไป Telemedicine มันก็จะวนมาเรื่องนี้อีก ท่านจะทำอย่างไรว่ากรณีนี้ต้องสนับสนุนความรู้ ความเข้าใจหรือโครงข่าย อสม. ของท่านที่กระทรวงวางไว้พอจะ Support หรือท่านได้คิด แนวทางตรงนี้ไว้ไหม มันมีเครื่องมือไหมในระดับชุมชนที่ว่าเขาไม่สามารถที่จะ สมมุติระบบ หน้าบ้านเปิดแล้ว โรงพยาบาลมีรองรับแล้ว แต่ว่าในระดับชุมชนท่านได้วางแผนเผื่อหรือว่า กระจายงบประมาณไว้ในส่วนนี้ไหมครับ อันนี้เป็นคำถามสุดท้ายที่จะฝากไป ขอให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยคลี่คลายความกระจ่างให้ผมหน่อยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ🔗
เรียนท่านประธานนะครับ วันนี้ระบบที่ท่านเป็นห่วงเรื่องระบบ Telemedicine วันนี้ระบบ ทุกอย่างเราเชื่อมต่อแล้วก็ได้ประสานโรงพยาบาลแล้ว ภาระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล ราชวิถีหรือว่าภูมิพลจะเข้าไปช่วยดูแลพี่น้องประชาชน แล้วเรื่อง Telemedicine ที่ท่าน เป็นห่วง การพัฒนาแพลตฟอร์มให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขโดยท่าน รัฐมนตรีว่าการก็จะออกแบบหน้าจอให้ผู้ใช้งานได้เรียบง่าย ชัดเจน เราจะเอา อสม. อสส. เข้ามาช่วย การทำ App ขึ้นมาต่าง ๆ เอาง่าย ๆ เลยท่านเอกราชครับ เหมือน Remote TV เลย สามารถเรียนรู้ได้ง่าย ผู้สูงอายุจะคุ้นเคย เพราะฉะนั้นระบบนี้จะลดภาระค่าใช้จ่ายของ พี่น้องประชาชน สั่งยา ตรวจสุขภาพ ยืนยันตัวตน ท่านจะไปอยู่ตรงไหนก็ตามในประเทศนี้ สามารถ จะใช้บัตรใบเดียวแล้วก็ยืนยันตัวเองได้เลยว่าท่านป่วยอะไร พื้นเพอยู่ที่ไหน ระบบ เราทำรองรับแบบนี้ไว้นะครับท่านเอกราช เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านสบายใจว่าเราจะจัดตั้งมุมเรียนรู้เรื่องระบบ Telemedicine ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือว่า สบส. ในเขต กทม. แล้วให้ประชาชนมาทดลองใช้ ว่าระบบตรงนี้โอเคไหม ครอบคลุมไหม ถ้าวันนั้นเปิดมาอยากให้ท่านเอกราชมาช่วยกันดู วันนี้ผมต้องขอบคุณท่านจริง ๆ ท่านมีความรู้เรื่องนี้เยอะ แล้วก็ท่านได้ติดตามเรื่องระบบนี้ มาอย่างยาวนาน ผมต้องขอบคุณมาก แล้วก็คำตอบที่ผมตอบให้ท่านถ้ามันมีอะไรชัดเจน คืบหน้าผมจะเรียนท่านคนแรกเลย ขอบพระคุณมากครับ🔗
สุดท้ายจริง ๆ ไม่ได้ถามครับ ผมแค่อยากจะขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่เชิญชวนผมไป เดี๋ยวผมจะตามดูว่าวันไหน ถ้าพ้นสภา ไปแล้วผมก็ยังตามต่อ เพราะถือว่าเป็นความเดือดร้อนของคนกรุงเทพมหานครโดยรวม แล้วก็พี่น้อง กทม. เดือดร้อนหนักมาก โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เหนือ ท่านรัฐมนตรีผมฝากเรื่องนี้ อีกนิดเดียวที่จะฝากเป็นข้อสังเกตไปก็คือว่าโรงพยาบาลทศมินทราธิราชก็ดี โรงพยาบาลภูมิพลก็ดี ทั้ง ๒ แห่ง หรือโรงพยาบาลบางแห่ง ใน กทม. หลายแห่งเลยไม่ได้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านจะกำกับอย่างไร อยู่ในโรงพยาบาลทหารอากาศ ดังนั้นความร่วมมือดีที่สุดอย่างน้อย เรื่องของการจ่ายเงินจ่ายทองที่ให้โรงพยาบาลต่าง ๆ นอกสังกัดท่านต้องตรงไปตรงมา ฝากกำชับ สปสช. จ่ายเงินเขาให้ตรง ให้ถูกต้อง อย่าไปหักเยอะ แล้วก็กฎระเบียบเงื่อนไข อะไรต่าง ๆ อันไหนที่ผ่อนปรน สนับสนุนโรงพยาบาลที่เขาจะให้บริการประชาชน ผมคิดว่า เงื่อนไขต่าง ๆ ต้องลดให้มาก แล้วก็ใช้เทคโนโลยีที่มาช่วย เดี๋ยวผมจะจับตาเรื่องนี้ต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ก็รับข้อสังเกต ของท่านเอกราช เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขออนุญาต นิดเดียวครับ เรียนท่าน สส. เอกราช อุดมอำนวย นะครับ ข้อเสนอของท่านเดี๋ยวเราจะเอา เข้าไปพูดคุยกันในกระทรวง ความต้องการที่ท่านได้เสนอมาเราจะขออนุญาตเอาไปพูดคุยกัน แล้วคืบหน้าอย่างไรผมขออนุญาตเรียนให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ ท่านเอกราช อุดมอำนวย แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร นะครับ จบกระทู้ถามที่ ๕๙๑ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๕๙๑🔗
๔. เรื่องการดำเนินนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกที่ และแนวทางการแก้ไข ปัญหาระบบสาธารณสุขในกรุงเทพมหานคร นายปวิตรา จิตตกิจ ผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านพัฒนา พร้อมพัฒน์ ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามนี้แทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ บัดนี้ทั้งผู้ถามและผู้ตอบพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านปวิตรา จิตตกิจ เป็นผู้ถามกระทู้ เชิญคำถามแรกครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ลูกเกด ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ แขวงศิริราชและแขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ตอนนี้ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองหรือว่าบัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรคกำลังได้รับความเดือดร้อน อย่างยิ่งจากสถานการณ์การเบิกจ่ายงบประมาณที่มีปัญหาของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ซึ่งดิฉันขอเรียกสั้น ๆ ว่า สปสช. ประชาชนได้รับผลกระทบในการขอใบส่งตัว ที่ซับซ้อน เปลืองเวลา เปลืองใช้จ่าย แล้วก็เพิ่มภาระทั้งประชาชนแล้วก็คนปฏิบัติงาน ดิฉัน ขอยกตัวอย่างภาพนะคะ ขอภาพขึ้นที่สไลด์ด้วยว่ามันซับซ้อนเพียงใด🔗
จากภาพจะเห็นว่าผู้ป่วย ที่ใช้สิทธิบัตรทองจะต้องไปขอใบส่งตัวจากหน่วยปฐมภูมิ ซึ่งจะสามารถไปรักษาตัวต่อได้ที่ โรงพยาบาลซึ่งจะเป็นหน่วยทุติยภูมิ จะเห็นว่าเหมือนมันจะง่าย ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่ดิฉัน ขอเปรียบเทียบกับสิทธิรักษาอื่น ๆ เช่น สิทธิการเบิกจ่ายตรงของข้าราชการ สิทธิประกันสังคม ซึ่งส่วนใหญ่ก็มุ่งเป้าไปที่โรงพยาบาลโดยตรงหรือหน่วยทุติยภูมิโดยตรงเลย แทบจะไม่ต้องผ่าน หน่วยปฐมภูมิ ไม่มีกระบวนการอะไรแบบนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันนำเสนอคณิตศาสตร์ง่าย ๆ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องของใบส่งตัวที่เป็นเรื่องจริงอยู่ตอนนี้ ถ้าประชาชนป่วยอยู่สัก ๕ โรค คลินิกปฐมภูมิรักษาไม่ได้ แล้วจะต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลที่เป็นหน่วยทุติยภูมิเท่านั้น ท่านประธานรู้ไหมว่าประชาชนที่เจ็บป่วยเขาจะต้องไปคลินิกปฐมภูมิเพื่อขอใบส่งตัวทั้งหมด ๕ ใบ เพราะมี ๕ โรค ๑ โรค ๑ ครั้ง ประชาชนผู้มีสิทธิไปรักษาที่โรงพยาบาลจะต้องถือ ใบส่งตัวนี้ไปรักษาตามแต่ละรอบที่หมอนัดแต่ละโรค แล้วใบส่งตัวนี้แต่ละใบมีอายุไม่เกิน ๖๐ วัน นั่นหมายความว่าใน ๙๐ วันนั้นถ้าเกิดว่าอาการไม่หายดีหรือหมอต้องนัดรักษาเพิ่ม เช่น จำพวกโรคอัลไซเมอร์ โรคกระดูกเสื่อม โรคหัวใจหรือกลุ่มโรคเรื้อรังต่าง ๆ ซึ่งคลินิกรักษา ไม่ได้ ประชาชนก็ต้องเทียวมาเทียวไประหว่างคลินิกปฐมภูมิเพื่อขอใบส่งตัวแล้วก็ไปที่ โรงพยาบาล ซ้ำไปซ้ำมาวนเวียนแบบนี้ไม่รู้จบ น่าสงสาร ดูสิคะประชาชนตาดำ ๆ เขาไม่สามารถ ไปหาหมอได้ง่าย ๆ เหมือนสิทธิรักษาอื่น ๆ เหมือนที่ท่านประธานมีหรือว่าท่านรัฐมนตรีมี เพราะว่าท่านเจ็บป่วยท่านก็หาหมอได้เลย ดิฉันชวนตั้งคำถามเล็ก ๆ ว่ากลุ่มผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เยอะที่สุด มีผู้ใช้สิทธิประมาณ ๓,๕๐๐,๐๐๐ คน ถ้าทั่วประเทศก็ประมาณ ๔๗ ล้านคน ก็น่าแปลกใจที่สวัสดิการพื้นฐานของคนไทยทุกคน กำลังประสบปัญหา เป็นสิทธิที่สร้างความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงโรงพยาบาลได้ยากมากที่สุด มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่าลืมว่ากลุ่มสิทธิบัตรทองคือกลุ่มของประชาชนรากหญ้าจริง ๆ ค่ะ พวกเขาเหล่านี้ได้รับความเจ็บป่วย เกิดการเจ็บป่วยขึ้น เขาต้องเสียทรัพย์ เสียเงินสำหรับ การไปหาหมอ เรียกว่าถ้าล้มทั้งทีก็ล้มไปเลยบนพื้นไม่มีฟูกมารองรับ จากความซ้ำซ้อน ที่กล่าวมาดิฉันเข้าใจว่าทางกระทรวงสาธารณสุขก็พยายามแก้ไข พยายามหาทางแก้ผ่านการ ให้ประชาชนไปใช้สิทธิผ่านหน่วยนวัตกรรม ๓๐ บาทรักษาทุกที่ อาทิเช่น หน่วยบริการ เทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น ทันตกรรมชุมชนอบอุ่น แพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น คลินิก พยาบาลชุมชนอบอุ่น เวชกรรมชุมชนอบอุ่น กายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น และร้านยาคุณภาพ ซึ่งตอนนี้กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายเงินมากที่สุดก็คือกลุ่มคลินิกชุมชนอบอุ่น เป็นเรื่องหนี้ กับ สปสช. ดิฉันก็ไม่รู้ว่าคลินิกนวัตกรรมที่กล่าวมาพอเปิดไปนาน ๆ จะประสบปัญหา เหมือนกันกับคลินิกชุมชนอบอุ่นรุ่นพี่ที่เปิดไปแล้วหรือเปล่า เพราะว่า สปสช. ก็ไม่ได้มีอะไร เป็นหลักประกันว่าจะบริหารได้ดีกว่าเดิมหรือว่าจะสามารถปิดหนี้ต่าง ๆ ได้ ที่ดิฉันพูดมา ไม่ได้อยากผลักดันให้คนไปใช้โรงพยาบาลอย่างเดียวหรือว่าไปให้โรงพยาบาลมีคนไข้จำนวน เยอะ ๆ จนบุคลากรทางการแพทย์เองก็ทำงานไม่ทันแล้วก็ล้นมืออย่างมาก เจ้าหน้าที่ สาธารณสุขก็รับมือกันหนักมาก ส่วนใหญ่ทำงานนอกเวลา เกินเวลากันทั้งนั้น ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้ ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่กระทรวงสาธารณสุขผ่านไปกี่สมัยก็ไม่เคยแก้ค่ะ ประชาชนเขาก็ไม่ได้ อยากพบหมอ เขาไม่ได้อยากเจ็บป่วยค่ะ ซ้ำร้ายช่วงนี้มีข่าวว่าคลินิกชุมชนอบอุ่นใน กรุงเทพมหานครหลายแห่งกำลังจะทยอยปิดตัวค่ะ เพราะการเบิกจ่ายที่มีปัญหากับ สปสช. เรื่องนี้ดิฉันเคยตั้งกระทู้ถามสดไปแล้วกับอดีตท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านชลน่าน แต่ว่าฝ่ายบริหารของกระทรวงสาธารณสุขก็ยังทำเรื่องนี้ให้ดี ไม่ได้เลยค่ะ เปลี่ยนมากี่รัฐมนตรีแล้วก็แก้ไม่ได้สักทีค่ะ นั่นก็หมายความว่าตอนนี้ระบบ สาธารณสุขของกรุงเทพมหานครกำลังจะล่มค่ะ และศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง ๖๙ แห่ง กำลังจะต้องเตรียมรับมืออย่างหนักกับการใช้งานที่มากขึ้น ซึ่งสภาพศูนย์บริการสาธารณสุข ของ กทม. เป็นไปตามภาพที่ขึ้นในสไลด์ ไม่รู้ว่าสถานการณ์สภาพแบบนี้จะรับรองคนป่วย ได้จำนวน ๓,๕๐๐,๐๐๐ คนบวก ๆ เฉพาะใน กทม. ไหวไหม ท่านประธานดูสภาพสิคะ อาคารเล็ก ๆ มาถึงคำถามค่ะ จากปัญหาที่ประชาชนจะต้องขอใบส่งตัวจากคลินิกปฐมภูมิ ที่ยุ่งยากซับซ้อน ตลอดจนตอนนี้คลินิกชุมชนอบอุ่นกำลังทยอยปิดตัว จากปัญหาการเบิกจ่าย เงินต่าง ๆ ระหว่างคลินิกกับ สปสช. และปัญหาความไม่เพียงพอ ไม่เชื่อมโยงข้อมูลกัน ท่านในฐานะเจ้ากระทรวงสาธารณสุขจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้ให้กับประชาชนได้อย่างไร ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะ ถ้าท่านมีรายละเอียดสามารถบ่งบอกได้ว่าอย่างไร เมื่อไร ดิฉันขอทราบด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องขอบพระคุณท่านปวิตราที่ได้มีคำถามให้กับกระทรวงสาธารณสุข เรื่องปัญหาในการส่งตัว ของพี่น้องประชาชน วันนี้ปัญหาในการเจ็บป่วยฉุกเฉินของพี่น้องประชาชนในเขต กทม. ผู้ถือบัตรทองจริง ๆ ๓,๕๐๐,๐๐๐ คน ประมาณ ๑ ล้านคนไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ส่วนอีกประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คนที่มีปัญหา ซึ่งคลินิกปฐมภูมินี้อาจจะไม่ยอมส่งตัวนะครับ🔗
สำหรับกลุ่มที่เสี่ยงต่อปัญหาในการส่งตัวปัจจุบันมีการปรับแนวทางส่งตัว ผู้ป่วยนอกของบริการปฐมภูมิไปยังทุติยภูมิแล้วก็ตติยภูมิ แล้วได้ทำการชี้แจงหน่วยบริการ ระดับต่าง ๆ ให้ทราบ มีการลงตรวจหน้างานในคลินิกที่พบและเจอ ๔ แห่งด้วยกัน ใช้มาตรการการเงินช่วยกรณีที่คลินิกขาดสภาพคล่อง ซึ่งช่วยลดปัญหาการปฏิเสธการส่งตัว ได้ระดับหนึ่ง มีกลไกที่ทางคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหากรณีบริการส่งตัว ไม่ส่งต่อผู้รับบริการในเขตพื้นที่ กทม. อาจจะมีอำนาจหน้าที่ติดตามสถานการณ์ปัญหาต่าง ๆ ร้องเรียน ซึ่งกรณีหน่วยบริการหลักในประกันสุขภาพไม่ส่งต่อผู้บริการใน กทม. เพื่อไม่ให้ มีการแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น ท่านครับวันนี้อย่างที่ท่านได้กังวล กระทรวงสาธารณสุขมีการจัด ให้มีการตรวจสอบสิทธิการเข้ารักษาบริการของผู้ป่วย ๓๐ บาท จัดให้มีจุดคัดกรอง จัดให้ หน่วยบริการต้องเชื่อมต่อ เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผู้รับบริการ ตลอดจนข้อมูลการให้บริการ กับหน่วยบริการอื่น ๆ หน่วยบริการต้องจัดให้ผู้รับบริการแสดงตนยืนยันเมื่อสิ้นสุดการรับบริการ หน่วยบริการต้องประสานกับสายด่วน สปสช. ๑๓๐๐ เพื่อค้นหารายละเอียดชื่อหน่วยบริการ ตามนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกพื้นที่ มีกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาหน่วยบริการไม่ส่งต่อ วันนี้ หน่วยบริการที่ท่านบอกไม่ส่งต่อเราก็พยายามได้แก้ไขทุกเรื่อง ไม่ว่าสร้างระบบขึ้นมา ลดภาระ การส่งต่ออย่างที่เมื่อสักครู่ท่านเอกราช ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้กล่าวมาแล้ว เชื่อมต่อข้อมูล ต่าง ๆ ทุกพื้นที่ ทุกโรงพยาบาลให้มีข้อมูลที่เชื่อมต่อถึงกัน ลดภาระในการขอใบอนุญาตส่งตัว ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาซึ่งเป็นปัญหา เรื่องนี้ทางกระทรวงก็ได้รับการร้องเรียนมาเยอะครับ ท่านปวิตราครับ เราพยายามแก้ไขปัญหาตรงนี้ในการเชื่อมข้อมูลของ กทม. ของโรงพยาบาล ในสังกัดของกระทรวง แล้วก็โรงพยาบาลทุก ๆ แห่งให้มีข้อมูลที่เชื่อมกันแล้วก็ต้องเป็นข้อมูล ที่ปลอดภัยด้วย คนที่จะรับรู้ข้อมูลตรงนี้คือแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น เพราะฉะนั้นระบบต่าง ๆ ที่เราทำซึ่งเราจะเรียกว่าระบบหมอพร้อมพัฒน์หรือ Super App ที่เราคิดขึ้นมา ตรงนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนัดหมายออนไลน์ก็ดี เรื่องระบบส่งต่อก็ดี แม้กระทั่งแบบประเมิน ความพึงพอใจของกระทรวงของผู้ที่ใช้งาน ระบบต่าง ๆ เราจะออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่าย ให้ผู้ที่ขอใช้งานสามารถใช้งานได้โดยง่าย แล้วก็จะมีการ Kick Off เดือนมกราคมนี้ ระบบต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าว เพราะฉะนั้นท่าน สส. ก็จะคลายความกังวลได้นิดหนึ่งว่าต่อไประบบเชื่อมต่อ ข้อมูลหรือระบบส่งต่ออย่างไร้รอยต่อจะไม่มีปัญหาในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ🔗
คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครค่ะ ก็ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่พยายามจะชี้แจงว่าระบบการเชื่อมโยงข้อมูลได้พยายามแก้ปัญหาแล้ว และจะเริ่มในช่วง เดือนมกราคม แต่ดิฉันก็สงสัยค่ะว่าปัญหานี้มันพัวพันมานานแล้ว เดือนมกราคมจะช้าไป หรือเปล่า แล้วอยากจะให้ท่านช่วยคลายความกระจ่างว่ามันจะสำเร็จผลจริง ๆ เพราะตอนนี้ ในพื้นที่หน้างานมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ ท่านประธานคะ ตัว สปสช. เอง จริง ๆ แล้วก็มีความขัดแย้งในตัวกันเอง ดิฉันขออนุญาตขึ้นภาพ เข้าใจว่าเป็นท่านรองเลขาธิการ เมื่อวันนั้นเคยพูดว่ามีงบพร้อมจ่าย ส่วนวันนี้ยอมรับว่าติดหนี้โรงพยาบาลแล้ว ดิฉันทราบว่าตอนนี้ปัญหาของโรงพยาบาลต่าง ๆ ขาดทุนสะสม ซึ่งตัวเลขตอนนี้ทั่วประเทศก็คือขาดทุน จำนวน ๕๘ แห่ง จาก ๙๐๒ แห่ง แล้วโรงพยาบาลติดลบ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งตอนนี้โรงพยาบาลจังหวัดต่าง ๆ ก็ออกมา แขวนป้ายกันแล้ว อย่างกับพาเหรดเลยค่ะ ท่านประธานดูในภาพ เราเข้าใจว่าเป็นป้าย ให้กำลังใจจากทุกโรงพยาบาล แต่ทว่าข้อความเขียนว่ากู้วิกฤติโรงพยาบาลต้องปฏิรูป สปสช. ดังนั้นพอมีภาพนี้ขึ้น สปสช. ก็รีบลงไปหน้างาน ไปโรงพยาบาลต่าง ๆ ทันที แต่ว่าไม่ได้ไป แก้ปัญหา เขาไปขู่ผู้บริหารโรงพยาบาลบอกให้เอาป้ายลง ปลดป้ายออกเพราะว่ากลัวเสื่อมเสีย ชื่อเสียง แล้วก็ขัดต่อจรรยาบรรณแพทย์ แล้วแบบนี้จะแก้ปัญหาได้จริง ๆ หรือคะ บุคลากร ทางการแพทย์ต่างก็ชูป้ายร่อนจดหมายเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูป สปสช. กันอย่างจริงจัง โรงพยาบาลบางแห่งถึงกับต้องเปิดคลินิกพิเศษ คลินิก Premium Premium คลินิก เพื่อหารายได้ให้กับโรงพยาบาล เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้เขาก็ไม่มีเงินหมุน มุมหนึ่งสร้างรายได้ อีกมุมหนึ่งก็สร้างความเหลื่อมล้ำ คนไม่มีประกันชีวิต คนไม่มีเงินก็เข้าช่องธรรมดา ส่วนคนที่ พอจ่ายไหวจ่ายได้ก็เข้าช่อง Premium ไป มันเกิดภาพแบบนี้เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วในสังคม ขัดต่อเจตนารมณ์ของบัตรทองตอนแรกอย่างมาก ดิฉันในนามของผู้แทนกรุงเทพมหานคร จึงขอชวนทุกท่านตั้งคำถามว่า สปสช. เขาบริหารกันอย่างไร บริหารให้เจ๊งค่ะ สงสัยจะต้อง ปฏิรูปกันอย่างจริงจัง เหมือนกับที่ฝั่งประกันสังคมเขาทำกันมา อย่างที่เพื่อน สส. ของดิฉัน รักชนก ศรีนอก ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ออกมาสื่อสารกับพี่น้องประชาชนแล้วก็ชวนกัน ติดตาม ช่วยกันตรวจสอบค่ะ ย้อนกลับมาในกรุงเทพมหานครตอนนี้ได้รับรายงานจาก กรุงเทพมหานครว่าจะมีการถอนตัวทั้งหมด ๒๕ แห่ง นั่นเป็นคลินิก ๒๔ แห่ง และโรงพยาบาลอีก ๑ แห่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอนจากประชาชนที่ใช้บริการ จำนวน ๒๒๐,๐๐๐ กว่าคน จากผู้ใช้สิทธิบัตรทอง กทม. ซึ่งมีทั้งหมด ๓,๕๐๐,๐๐๐ คน ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตว่า สปสช. หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพบริหารและดำเนินการแบบใด ถึงสร้างผลกระทบให้กับประชาชนในวงกว้างขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สปสช. เขต ๑๓ ที่มีหน้าที่ดูแลกรุงเทพมหานครบริหารกันอย่างไรให้เกิดภาวะขาดทุน และส่วนใหญ่ เกิดขาดทุนในกรุงเทพมหานคร ท่านประธานคะ กรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดพิเศษที่มีการ เบิกจ่ายแบบพิเศษกับ สปสช. มีการเก็บค่ารักษาพยาบาลของประชาชนที่ใช้สิทธิบัตรทอง เป็นจังหวัดเดียวที่มีระบบพิสดารต่างจากจังหวัดอื่น แทนที่จะบริหารได้ดีกว่าเพื่อน กลับกลายเป็นว่าล้มไม่เป็นท่า ติดหนี้สร้างภาระให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง ดิฉันขอเพิ่มเติม ข้อมูลอีกนิดหนึ่งเกี่ยวกับคลินิกปฐมภูมิที่ สปสช. มีหน้าที่กำกับดูแลว่าช่วงรอยต่อระหว่าง การเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงเดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน อย่างมากว่าไปใช้คลินิกปฐมภูมิกันตามปกติ แต่พบเจอกับสิ่งที่ไม่ปกติ บางคนต้องจ่ายค่ายาเอง บางคนได้รับยาไม่เท่ากับจำนวนที่ควรจะได้รับ โดนลดจำนวนยา เดิม ๓๐ เม็ดต่อ ๑ เดือน ตอนนี้ได้รับ ๗ เม็ด ที่เหลือทำอย่างไร ไปหาเอาเองหรือว่าไปที่อื่น ให้ไปรับยาที่อื่นเพราะว่า ที่บริการนั้นไม่มียาเบิกจ่าย แล้วเรื่องใบส่งตัวที่สำคัญที่เมื่อสักครู่ดิฉันได้ตั้งข้อสังเกตใน คำถามข้อแรก ใบส่งตัวบางแห่งไม่ยอมออกให้ ใบส่งตัวเนื่องจากใน ๑ ที่ ๑ คลินิก จำกัด ออกไปส่งตัวได้แค่ ๑๐ ใบ ตอนเช้าชาวบ้านเจ็บป่วยพาร่าง พาสังขารที่เจ็บป่วยไป ไปยืนออ กันตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า เพื่อแย่งคิวเพื่อที่จะเอาใบส่งตัวแต่เช้า แต่ปรากฏว่าได้แค่ ๑๐ ใบ และคนที่ ๑๑ ทำอย่างไรคะ ต้องไปตั้งต้นใหม่วันพรุ่งนี้ นั่นหมายความว่าร่างกายเขาเจ็บป่วย เขาก็จะต้องไปตั้งแถววันพรุ่งนี้ใหม่หรือคะ เมื่อไรจะได้พบแพทย์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงค่ะ ท่านประธาน ดิฉันถึงบอกว่าต่อให้เป็นเดือนมกราคมถ้าท่านจะเชื่อมโยงข้อมูลใด ๆ มันจะ ทันการณ์ไหมคะ นี่เดือนอะไร กว่าจะมีคนเจ็บป่วยที่เขาต้องประคองร่างไปจนถึงเดือนมกราคม ที่ท่านจะคลี่คลายปัญหาได้ ที่กล่าวมาคือภาพรวมปัญหาทั้งหมด กระทรวงสาธารณสุขตอนนี้ ต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรคือปัญหา ปัญหาคือคลินิก ปัญหาคือโรงพยาบาลหรือบุคลากร หรือเงินไม่พอ หรือว่าระบบการเบิกจ่ายมีปัญหา รวมถึงความเกรงใจของผู้บริหารกันเอง สปสช. เองก็มีปัญหาหรือเปล่า ท่านต้องแยกแยะ ให้ออกว่าอะไรคือต้นตอที่แท้จริง ถ้าท่านแก้ไม่ได้ แยกไม่ได้ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาตั้งแต่ ต้นตอได้เลย จะพัลวันกันแบบนี้ แล้วผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน คนที่แบกทุกข์ทั้งหมดคือ พี่น้องประชาชน ดิฉันขอตั้งคำถามข้อที่ ๒ นะคะ ถึงแม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะออกสื่อ ช่วงที่ผ่านมาบอกว่าท่านเข้าใจสถานการณ์ สปสช. ว่าติดหนี้จริง ดิฉันก็ยังมีคำถามว่าปัญหา การบริหารงานที่ล้มเหลวของ สปสช. ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ท่านในฐานะ เจ้ากระทรวงมีมาตรการอย่างไรในการปฏิรูป สปสช. ทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม และตรวจสอบความโปร่งใสขององค์กร สปสช. ของท่าน โดยให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบความโปร่งใส และถ้าหากพบความผิดปกติ พบความผิด ทางกระทรวง มีมาตรการใดที่จะดำเนินการทางวินัยแก่คนที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดปัญหา ยิ่งเป็นปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับเงินทองและเกิดผลกระทบไปถึงชีวิตพี่น้องประชาชน ท่านมีแนวทางแก้ไข ปัญหาเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร และเมื่อไร ดิฉันขอทราบรายละเอียด ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอเชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ตอบคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณ ท่านปวิตราที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับ สปสช. มาเยอะมาก ท่าน สส. ปวิตรา ครับ ผมในนาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข วันนี้เราเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวง ๑ เดือนกว่า ๆ ปัญหาที่ท่านได้กล่าวมาทุกรัฐบาลรับรู้รับทราบมาตลอด เราไม่ได้ปฏิเสธว่าเราจะไม่ทำอะไร เพียงแต่ผมอยากจะขอเรียนกับท่านว่าเรามีการพูดคุยปัญหานี้หลายรอบแล้ว เกี่ยวกับ สปสช. เกี่ยวกับการขาดทุนของโรงพยาบาล เกี่ยวกับจิปาถะ คลินิกต่าง ๆ ที่ออกมาร้องเรียน ที่ออกมาบอกกันว่าโรงพยาบาลขาดทุน เรามีการพูดคุยแล้วก็มีความต้องการที่อยากจะ แก้ปัญหาใน สปสช. เหมือนท่านเช่นเดียวกัน แต่ว่าระบบระเบียบที่วางไว้ทุกอย่างต้องมี หลักเกณฑ์ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าทุกอย่างในการที่จะแก้ไขอะไรสักอย่างหนึ่งต้องใช้เวลา และมีหลักเกณฑ์ แต่ว่าในขณะเดียวกันเราไม่ได้ปล่อยปละละเลยพี่น้องประชาชนเลย เราพยายามจะทำทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้มีสุขภาพที่ดี ให้มีการ ได้รับบริการจากรัฐบาลแล้วก็ประเทศนี้อย่างทั่วถึง ระบบต่าง ๆ ที่เราได้บอกไป ไม่ว่าจะเป็น การเชิญลงทะเบียน Health Link การลงทะเบียนผ่าน Application เป๋าตัง หรือ ThaID การเลือกสถานพยาบาลที่เข้าถึงข้อมูลสุขภาพ ยืนยันตัวตน ทุกอย่างที่เราได้ทำผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจริง ๆ แล้วระบบ e-Refer หรือว่าแพลตฟอร์มที่เราทำกันขึ้นมาในการ เป็นหน่วยบริการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เราก็พยายามจะบริการให้พี่น้องประชาชน ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยที่จะลดการรอคอย ลดระยะเวลาในการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย เราทำตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ ทำ Telemedicine ขึ้นมาเพื่อรองรับปัญหา ของพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้สูงอายุก็ดี ผู้ป่วย ผู้พิการก็ดี ที่ไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ เราจะมี อสม. อสส. ได้ดูแลเรื่องนี้ พัฒนาระบบ พัฒนา App ขึ้นมาให้มีความง่าย เข้าถึง แล้วก็ดึงบุคลากรไม่ว่าจะเป็น อสม. หรือ อสส. เข้ามาเป็นผู้ช่วยแพทย์ ผู้ช่วยพยาบาล แล้วมาพัฒนาคุณภาพศักยภาพของเขาเพื่อเป็นการช่วยเหลือแพทย์ พยาบาลอีกทางหนึ่ง นำเรียนให้ท่านทราบ สำหรับปัญหาบริการของ สปสช. ความโปร่งใสที่ท่านถามว่าจะปฏิรูป และจะบริหารอย่างไร สปสช. เป็นหน่วยงานที่มีส่วนร่วมอยู่แล้วในคณะกรรมการ แล้วก็มี ภาคประชาชน มีประชาสังคมร่วมบริหารอยู่ด้วย อย่างที่ผมได้นำเรียนว่าสำนักงานมีการตรวจสอบภายในทุกปีอยู่แล้ว หากผิด ทุจริตก็จะ ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมายที่กำหนดไว้ แต่ว่าเรื่องที่จะปรับปรุง ปฏิรูปในอนาคตจะทำ อย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีการแก้ปัญหา แล้วก็มีการพูดคุยกันในระยะพอสมควร เหมือนกัน อย่างไรนำเรียนท่าน สส. ว่าเราไม่ได้ปล่อยปละละเลยนะครับ เราทราบปัญหา อยู่ว่าปัญหามีอะไรบ้าง แต่ว่าทุกอย่างต้องมีการแก้ไขในทางที่ดีขึ้น ขอบคุณมากครับ🔗
คำถาม สุดท้ายครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ก็ขอบพระคุณในความห่วงใย ของท่านรัฐมนตรีนะคะ ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีค่ะ ไม่ทราบว่า จะติดกฎระเบียบหรือว่าข้อปฏิบัติใด ๆ การแก้ปัญหาต้องลงมือทำเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง เพราะตอนนี้ปัญหาเกิดขึ้นจริงในพื้นที่แล้วนะคะ ในกรุงเทพมหานครตอนนี้มีผู้เจ็บป่วย แล้วก็รอกระบวนการ ระบบต่าง ๆ สิ่งที่ท่านแจ้งมาพยายามพัฒนาให้เข้าสู่ระบบออนไลน์ อย่าลืมว่าคนเจ็บป่วยพ่อแก่แม่เฒ่าเขาเข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ค่ะ ทุกวันนี้เขาต้องเดินไป ต่อคิวอยู่เหมือนเดิมค่ะ คำถามของดิฉันอาจจะไม่ตรงคำตอบ ดิฉันก็เฝ้าหวังรอว่าท่านจะ ชี้แจงกลับมาให้เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงอย่างไรได้บ้าง ดิฉันขอรอคำตอบจากท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรี รับไปนะครับ ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามที่ ๕๙๕ ครับ🔗
๕. เรื่อง ขอให้ขยายเขตการประปาส่วนภูมิภาคไปยังพื้นที่หมู่บ้านพุพรหม และหมู่บ้านเขาแหลม ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามนี้แทนนะครับ ขอเชิญท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ถามคำถามแรกครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามที่ ๕๙๖ ของกระผม ในเรื่องของการขยายเขตการประปาส่วนภูมิภาคไปยังพื้นที่บ้านพุพรหม และบ้านเขาแหลม ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งกระผมและท่านธงชัย อินทร์ประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุ่ม ได้ร่วมมือกันแก้ปัญหาเรื่องนี้มาหลายปีแล้วก็ยัง ไม่ประสบความสำเร็จสักทีนะครับ กระผมจะขออนุญาตตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ดังนี้🔗
ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติ ครม. ให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดนำร่องในการ ขอน้ำประปาเพื่อให้ประชาชนสามารถมีน้ำประปาใช้เป็นรายกรณี ซึ่งได้มีการกำหนดแนวทาง แผนงานเพื่อเข้าสู่ระบบการขอใช้น้ำประปาได้อย่างถูกต้อง และทุกหน่วยงานพยายามที่จะ เร่งรัดพัฒนาผลักดันให้ประชาชนชาวกาญจนบุรีสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคได้อย่างรวดเร็ว และเท่าเทียม แต่ก็ยังพบว่ามีข้อติดขัดทางด้านกฎหมาย ซึ่งหลายหน่วยงานก็พยายามแก้ไข เรื่องนี้อยู่ครับ แล้วก็อยากจะให้ดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งบ้านพุพรหม หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี มีประชากรทั้งหมด ๑,๑๖๘ คน แบ่งเป็น ผู้ชาย จำนวน ๕๘๙ คน แล้วก็เป็นผู้หญิง จำนวน ๕๗๙ คน ซึ่งมีจำนวนครัวเรือนอยู่ประมาณ ๔๘๓ ครัวเรือน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๓๙,๙๖๑ ไร่ หรือพื้นที่ ๖๒.๙๕ ตารางกิโลเมตร และหมู่บ้านเขาแหลม หมู่ที่ ๑๒ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี มีจำนวนประชากรทั้งหมด ๔๓๐ คน แบ่งเป็น ผู้ชาย ๒๑๔ คน แล้วก็มีผู้หญิงประมาณ ๒๑๖ คน และจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ๑๗๔ ครัวเรือน มีพื้นที่ในหมู่บ้านประมาณ ๑๐,๖๕๐ ไร่ หรือพื้นที่ประมาณ ๑๖.๗๘ ตารางกิโลเมตร ยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาด เพื่ออุปโภคบริโภคครับ เนื่องจากน้ำที่มีปริมาณไม่เพียงพอต่อการนำมาซึ่งการอุปโภคบริโภค แล้วก็ความต้องการในการใช้ตอนนี้เยอะมาก ทำให้มันส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะ ชาวตำบลหนองกุ่มแล้วก็พื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้นผมอยากจะพยายามให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันเร่งรัด ดังนั้นวันนี้สิ่งที่ผมอยากจะขอสอบถามท่านรัฐมนตรีครับ🔗
คำถามที่ ๑ กระทรวงมหาดไทยได้มีการจัดตั้งงบประมาณในการขยายเขต การประปาส่วนภูมิภาคไปยังพื้นที่หมู่บ้านพุพรหมและหมู่บ้านเขาแหลม ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรีหรือไม่ และจะดำเนินการเมื่อไร อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จะทำหน้าที่ในการ ตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรีของพรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นนั้น ผมต้องขอชื่นชมท่านที่ท่านให้ความสำคัญเรื่องของน้ำ เขาบอกน้ำคือชีวิต น้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญ ในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะน้ำเรื่องของอุปโภคบริโภค ท่านให้ความกรุณาถามในเรื่องของ การขอให้ขยายเขตการประปาส่วนภูมิภาคไปยังพื้นที่บ้านพุพรหม และหมู่บ้านเขาแหลม ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกอย่างนี้ว่าพื้นที่บ้านพุพรหมและหมู่บ้านเขาแหลม ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเลาขวัญ เป็นพื้นที่ ที่มีโรงผลิตน้ำบ่อพลอย โดยมีสถานีผลิตน้ำบ่อพลอย มีกำลังการผลิตอยู่ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง หรือถ้าคิดทั้งวันก็ประมาณ ๔,๘๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยมีแหล่งน้ำดิบจาก บึงอีหมันรับน้ำจากห้วยลำตะเพิน โดยมีผู้ใช้น้ำประมาณ ๒,๘๒๙ ครัวเรือนซึ่งปัจจุบันก็ใช้เพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตที่สามารถผลิตได้ อันนี้ผมเรียนท่านประธานว่าในขณะนี้ พื้นที่ดังกล่าวนี้ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบลช่องด่าน ตำบลบ่อพลอย ตำบลหนองกุ่ม บางส่วน และมีพื้นที่ใกล้เคียงที่มีท่อเมนสำหรับการจ่ายน้ำประปาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๕๐-๒๐๐ มิลลิเมตร แล้วก็ตลอดแนวการให้บริการตามถนนหมายเลขที่ ๓๐๘๖ และอยู่ใน ชุมชนบริเวณบ้านที่มีการเดินท่อพาดผ่านนะครับ ซึ่งปัจจุบันบ้านพุพรหม หมู่ที่ ๑๐ แล้วก็ บ้านเขาแหลม หมู่ที่ ๑๒ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี บางส่วนยังอยู่ นอกเขตการให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค ทำให้ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้น้ำในการ อุปโภคบริโภคโดยระบบประปา ยังต้องใช้การประปาของท้องถิ่น โดยเฉพาะการประปา ซึ่งเขาบอกว่าต้องเจาะจากบ่อบาดาล โดยภาพรวมก็มีประมาณสัก ๙ บ่อ แล้วก็ไม่เพียงพอ เพราะว่าแต่ละบ่อรวมกันแล้วสูบจ่ายได้ประมาณวันละ ๒๕๐ ลูกบาศก์เมตร จึงทำให้ ไม่เพียงพอต่อการให้บริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ท่านให้ความกรุณาได้ถามเป็นกระทู้ แล้วก็ดูจากพื้นที่ดังกล่าวก็ห่างจากโรงสูบน้ำที่เลาขวัญประมาณสัก ๒๐ กิโลเมตร อันนี้ก็เป็น ข้อมูลที่เราได้มีโอกาสลงไปตรวจสอบมาเรียบร้อย เพราะฉะนั้นในส่วนที่การประปาสามารถบริการได้ ผมเรียนท่านประธานกับท่านสมาชิกว่า ในพื้นที่ของบ้านเขาแหลม หมู่ที่ ๑๒ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี มีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณสัก ๙๖ ครัวเรือน แล้วก็ได้ประสานงานกับองค์การส่วนตำบล หนองกุ่ม เพื่อสำรวจออกแบบและได้รับการจัดสรรงบประมาณวางท่อขยายเขตเพื่อ จำหน่ายน้ำ ที่หมู่ที่ ๑๒ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย มีงบประมาณเรียบร้อยแล้วนะครับ เป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจในปี ๒๕๖๘ อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างคาดหมายว่า จะแล้วเสร็จในช่วงต้นเดือนมกราคม โดยโครงการมีการวางท่อจำหน่ายน้ำเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๐๐-๑๕๐ มิลลิเมตร ความยาวประมาณ ๔,๘๐๐ เมตร วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๓ ล้านบาท ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วก็จะสามารถรองรับการใช้น้ำของประชาชนทั้งปัจจุบันและอนาคตต่อไป🔗
ส่วนพื้นที่ที่ ๒ เป็นหมู่บ้านพุพรหม หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย เช่นเดียวกันนะครับ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ ๒๘๒ ครัวเรือน เรื่องนี้ได้มีการ ประสานงานไปที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุ่มเพื่อสำรวจออกแบบ เพื่อขอรับการจัดสรร งบประมาณวางท่อเขตจำหน่ายน้ำ ตรงนี้ก็วางแผนไว้ว่าจะใช้ท่อประมาณสัก ๑๐๐ มิลลิเมตร ความยาวรวมประมาณ ๑๒,๕๐๐ เมตร ก็ใช้งบประมาณ ๑๔ ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่าง การดำเนินการจัดทำแผนในปี ๒๕๗๐ ต่อไป ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน อัครนันท์ ถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗
พอดีผมได้รับคำตอบที่ชัดเจน แล้วครับ ก็ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบกระทู้ผมและได้เสียสละเวลาในการ มาให้คำตอบที่ชัดเจนกับผม แล้วก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้สั่งการ ที่มีนโยบายในการ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวตำบลหนองกุ่ม ซึ่งวันนี้ผมก็ทราบว่าได้มีงบประมาณแล้ว ทั้ง ๒ จุด ก็ดีใจแทนชาวบ้านครับ หนองกุ่มอยากฝากท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งว่าตำบลหนองกุ่ม เป็นตำบลที่มีภัยแล้งเยอะ แล้วก็มีโครงการพัฒนาเรื่องแหล่งน้ำเยอะ แต่หลาย ๆ โครงการ ก็ไม่ได้ใช้ได้จริง ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าการใช้งบประมาณ แผ่นดิน โดยเฉพาะการใช้งบประมาณในเรื่องของแม่น้ำ ในเรื่องของแหล่งน้ำ อยากให้ โครงการได้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรี แล้วก็ชาวหนองกุ่มนะครับ วันนี้ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี มีเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี ต้องขออนุญาตเพิ่มเติมนิดเดียวครับ อย่างที่ผมเรียน เบื้องต้นว่าเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ความจริงโรงสูบน้ำที่ตำบลเลาขวัญ กำลังการผลิต ก็ยังมีเหลืออยู่ ใช้เพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นพื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่ในเส้นท่อ ทั้งหมดที่มีการพาดผ่านของระบบท่อมา ก็เรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ท่านก็ประสานงานกับองค์การบริหาร ส่วนตำบลต่าง ๆ เราสามารถที่จะเชื่อมท่อกันได้ เพียงแต่ว่าการประปานั้นเป็นหน้าที่ของ ท้องถิ่นด้วย การประปาส่วนภูมิภาคเองจะลงไปดำเนินการเองโดยตรงยังไม่ได้ ต้องมีการ ตกลงร่วมกันนะครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งคือว่าในขณะนี้บางพื้นที่อาจจะยังไม่มีการเจรจากัน ถ้ามีปัญหาเรื่องน้ำผมเรียนประธานกับท่านสมาชิกว่าให้ร้องขอไปได้เลย เอารถน้ำของ ท้องถิ่นไปรับน้ำได้เลย ทุกส่วนราชการเขาไม่คิดค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่เป็นภารกิจ ที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้หน่วยงาน โดยเฉพาะการประปาส่วนภูมิภาค ไปรับผิดชอบให้กับท้องถิ่น เป็นพี่เลี้ยง นอกจากเรื่องของการบริการน้ำแล้ว ก็สามารถที่จะ ให้คำแนะนำในเรื่องของการตรวจวัดคุณภาพน้ำ การแนะนำปรับปรุงระบบประปาของ ท้องถิ่นอะไรอย่างไรอย่างนี้นะครับ เพื่อให้การบริการประชาชนมันลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อความผาสุกของประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี จบกระทู้ถาม ที่ ๕๙๖ นะครับ🔗
๖. เรื่อง การพัฒนาโครงข่ายสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานตามแนวทาง การกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ๔ ภาค นายอนุชา บูรพชัยศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ แต่เนื่องจากในวันนี้รองนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้ถามนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ดังกล่าวนี้ ออกไปก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๗. เรื่อง ปัญหาการไม่มีรถไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร นายศิริโรจน์ ธนิกกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นผู้มาตอบ กระทู้ถามนี้แทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ บัดนี้ทั้งผู้ถามแล้วก็ท่านรัฐมนตรีก็มาพร้อม ที่จะตอบกระทู้แล้ว ขอเชิญท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล ได้ถามคำถามแรก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สมุทรสาคร เขต ๒ จากพรรคประชาชน วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ในประเด็นเรื่องของปัญหาการไม่มีรถไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ท่านประธานครับ แม้ว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการจะไม่สะดวกที่จะมาด้วยตัวเองแต่ก็ต้อง ขอขอบคุณที่มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช มาตอบกระทู้ของผม🔗
ก่อนอื่นก็ต้องขอเกริ่นที่ไปที่มาสักเล็กน้อยก่อนนะครับ ก่อนที่จะเข้าคำถามแรก ในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าจังหวัดสมุทรสาครเป็นอีก ๑ จังหวัด ปริมณฑลที่มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ในหลาย ๆ เขตพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตำบลอ้อมน้อย ตำบลสวนหลวง ตำบลแคราย ก็จะมีพื้นที่ติดกับเขตหนองแขม เขตบางบอน หรือจะเป็นตำบลพันท้ายนรสิงห์ ตำบลบางน้ำจืดของอำเภอเมืองสมุทรสาคร ก็จะมีพื้นที่ติดกับเขตบางบอน เขตบางขุนเทียน เป็นต้น และเมื่อเทียบกับจังหวัดปริมณฑลอื่น ๆ ที่ติดกับกรุงเทพมหานครเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี ๓ จังหวัดนี้ล้วนแล้วแต่มีโครงการรถไฟฟ้าเข้าไปถึง คือถ้าจะพูดถึงรายได้ ของจังหวัดนะครับ ที่สมุทรสาครก็เป็นอีก ๑ จังหวัดที่ติด Top5 Top10 มาโดยตลอด เป็นอีก ๑ จังหวัดที่สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศ สร้างตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ดีมาโดยตลอด แต่ทำไมการเพิ่มขนส่งสาธารณะที่จะเป็นอีก ๑ ทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชนอย่างรถไฟฟ้า สมุทรสาครกลับไม่มีนะครับ ดังนั้นผมจึงอยากให้สมุทรสาครได้มีอีก ๑ ตัวเลือกขนส่ง สาธารณะที่ได้ให้บริการกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดบ้างครับ ถ้าการมีรถไฟฟ้าในพื้นที่ เทียบได้กับคำว่าการเข้าถึงความเจริญ สมุทรสาครก็อยากจะได้รับความเจริญเช่นเดียวกัน ในฐานะอีก ๑ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับเมืองหลวงก็คือกรุงเทพมหานคร ณ วันนี้รถไฟฟ้า สายที่ใกล้ที่สุดก็คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่วิ่งจากสถานีหัวลำโพงมาสิ้นสุดที่สถานีหลักสอง เขตบางแค ก็คือตรงบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เคยมีโครงการว่าจะมีส่วนต่อขยายเพิ่มอีก ๔ สถานี ไม่ว่าจะเป็นสถานี พุทธมณฑลสาย ๒ สถานีทวีวัฒนา สถานีพุทธมณฑลสาย ๓ แล้วก็จะสิ้นสุดที่สถานี พุทธมณฑลสาย ๔ ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร แต่ปัจจุบัน แทบจะไม่เห็นความคืบหน้าของโครงการนี้ นี่จึงเป็นคำถามแรกว่ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ตามแผนแล้วจะมีความคืบหน้าในการก่อสร้างได้เมื่อไรนะครับ เหตุผลที่ทำให้การขยาย เส้นทางของโครงการนี้ล่าช้าคืออะไร และจะใช้เวลาก่อสร้างจนถึงแล้วเสร็จเมื่อไร ที่พี่น้องประชาชนจะมีโอกาสได้ใช้งานรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินนี้ครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ตอบกระทู้ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นผู้ตอบชี้แจงของ ท่านสมาชิกนะคะ จากคำถามที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ขอสไลด์เป็นผังรถไฟเส้นทางเดินรถ🔗
อันนี้จะชี้แจงท่านสมาชิกว่าสายสีน้ำเงินที่ทำอยู่ปัจจุบันนี้ก็ได้มีการศึกษาว่าความคุ้มค่า เป็นอย่างไร จำนวนผู้โดยสารมากน้อยแค่ไหน แล้วตอนที่จังหวะว่าของเราเจอภาวะโควิด-๑๙ ก็เป็นผลกระทบที่ทำให้ผู้โดยสารน้อยลง ทีนี้ส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินที่ท่านสมาชิกถามถึง จากบางแคไปที่พุทธมณฑล สาย ๔ ช่วงนี้มันเป็นระยะทาง ๘ กิโลเมตร แล้วถ้าเกิดทำขึ้นมา มันจะมีทั้งหมด ๔ สถานี ทีนี้ก็มีการศึกษาว่าจะมีความคุ้มค่าแค่ไหน แล้วก็ส่วนตรงนี้ จะดำเนินการได้เมื่อไร ก็ต้องเรียนกับท่านสมาชิกว่าส่วนตรงนี้ถามว่าจะได้รับคำตอบเมื่อไร ต้องปี ๒๕๗๒ เราถึงจะทราบว่าเราจะดำเนินการได้เมื่อไร ดังนั้นคือตอบให้ชัด ๆ ว่าตอนนี้ ยังไม่ทำ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณคำตอบจากท่านรัฐมนตรีนะครับ จริง ๆ ต้องบอกว่าพี่น้องประชาชนในสมุทรสาครพอเห็นตัวโครงการนี้ก็รู้สึกเฝ้ารอว่าจังหวัด สมุทรสาครจะได้มีโอกาสใช้รถไฟฟ้าในพื้นที่เมื่อไร แต่พอได้รับคำตอบจากท่านรัฐมนตรี รู้สึกว่าก็คงต้องรอตามที่ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ ก็ไม่เป็นไรครับ เราก็คงต้องเฝ้ารอตามคำตอบ ของท่านรัฐมนตรี คือต้องบอกว่าการมีรถไฟฟ้าในโซนตรงนั้น นอกจากคนจังหวัดสมุทรสาคร ที่เป็นสถานีปลายทางแล้ว ตรงพื้นที่ของเขตหนองแขมเองก็ตาม ของกรุงเทพมหานคร ก็จะได้รับประโยชน์ตรงนั้นด้วย และอีกอย่างผมเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหารถติดของ เส้นเพชรเกษมในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็น🔗
คำถามต่อไปนะครับ สายสีน้ำเงินก็ยังไม่มีแนวโน้มหรือว่ามีความคืบหน้าที่จะ ก่อสร้าง มีอีกสายหนึ่งที่มีการพูดถึงว่าจะมีเส้นทางไปถึงตัวจังหวัดสมุทรสาคร จะเป็นอีก ฟากหนึ่งครับ ก็คือสายสีแดงส่วนขยายฝั่งใต้ เป็นส่วนต่อขยายจากสถานีหัวลำโพงเข้ามหาชัย อยากจะสอบถามความคืบหน้าจากท่านรัฐมนตรีว่าเส้นนี้จะมีการก่อสร้างด้วยหรือไม่ ก็อยากจะฝากเป็นคำถามครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบคำถามครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ คำถามเมื่อสักครู่ตอบสั้นไปจะเข้าใจผิด คือ ณ วันนี้ไม่ได้ทำ แต่ว่าพอปี ๒๕๗๒ ก็จะมีแผน คือปี ๒๕๗๒ จะได้รับคำตอบให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง🔗
ส่วนคำถามที่ ๒ ถามถึงรถไฟสายสีแดง ก็เรียนให้ทราบว่ากระทรวงคมนาคม ได้บรรจุโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายจากสถานีหัวลำโพง ไปยังตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ในแผนงานการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้า ภายใต้ ผลการศึกษา M-MAP2 มีโครงการที่เกี่ยวข้องจำนวน ๓ โครงการ คือ ๑. โครงการรถไฟฟ้า สายสีแดงช่วงวงเวียนใหญ่-บางบอน จัดว่าเป็นกลุ่ม A2 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความจำเป็น อันที่ ๒ เป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงหัวลำโพง-วงเวียนใหญ่ อันนี้ก็บรรจุเอาไว้ในแผนการพัฒนา โครงการรถไฟฟ้ากลุ่ม B เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ ๓. เป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วง บางบอน-มหาชัย-ปากท่อ อันนี้ก็ถูกบรรจุเอาไว้ในแผนการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้ากลุ่ม B เช่นกัน โดยที่จะพิจารณาความเหมาะสมอีกที คือในปี ๒๕๗๒ เช่นกัน ทีนี้ถามว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน รฟท. ก็อยู่ระหว่างทบทวนแบบโครงการซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๙ ซึ่งเมื่อถึงสิงหาคม ๒๕๖๙ แบบเสร็จแล้ว การศึกษาอะไรเสร็จแล้ว อันนี้ หมายถึงช่วงวงเวียนใหญ่-บางบอนนะคะท่านสมาชิก แต่ว่าพอปีหน้าเมื่อแบบเสร็จ อะไรเสร็จ เราก็ต้องมาดูอีกทีว่าเรามีงบประมาณเพียงพอไหม แล้วก็ด้วยความคุ้มค่าจากผลการศึกษาแล้ว อะไรแล้วจะสร้างเมื่อไร อันนี้นี้ก็เรียนให้ทางท่านสมาชิกได้สบายใจนะคะ🔗
ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงหัวลำโพง-วงเวียนใหญ่ อันนี้มีระยะทาง ๓.๔๕ กิโลเมตร มีสถานี ๑ สถานี แต่ว่าคือไปติดปัญหาเรื่องการออกแบบช่วงสะพานข้าม แม่น้ำเจ้าพระยา มันไม่ผ่านอีไอเอ เพราะฉะนั้นโครงการนี้ก็อาจจะดูแล้วค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ ยากหน่อย เพราะว่าอะไรที่มันติดปัญหามาก ๆ จากผลของอีไอเอแล้วส่วนใหญ่เลยเราจะ ไม่ค่อยได้งบประมาณมาทำสักเท่าไร ก็เรียนท่านประธานฝากไปถึงท่านสมาชิก🔗
ส่วนโครงการที่ ๓ เป็นช่วงบางบอน-มหาชัย-ปากท่อ ระยะทาง ๕๕.๓ กิโลเมตร ทั้งหมด ๒๘ สถานี อันนี้ก็บรรจุไว้ในแผนเช่นกัน แต่ว่าเราจะไปพิจารณา อันนี้คือจะไปพิจารณา ปี ๒๕๗๒ อีกครั้งหนึ่ง ส่วน ๒ โครงการนั้นคือสิงหาคม ๒๕๖๙ คือ ๒ โครงการที่บอกมา จะไวกว่า ส่วนโครงการที่ ๓ จะเป็นปี ๒๕๗๒ ถึงจะนำเอากลับมาพิจารณาอีกรอบหนึ่ง เพราะฉะนั้นทั้งหมดที่ท่านสมาชิกถามก็จะได้รับคำตอบแล้วก็เหตุผลประมาณนี้นะคะ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ดูจากผลของการศึกษา ความคุ้มค่าต่าง ๆ แต่กระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่วนตรงไหนที่ขาดเราก็จะมีรถขนส่งสาธารณะนี้ลงไปเป็น Feeder เพื่อที่จะรองรับทำให้ พี่น้องประชาชนนั้นได้รับความสะดวก ก็ไม่ได้ว่าทอดทิ้งไปทั้งหมด โครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในแผน ก็พยายามศึกษาหาข้อมูลอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกมีความประสงค์อยากจะ ทราบรายละเอียดอื่น ๆ ใด ๆ ก็ให้ทำหนังสือสอบถามมาได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
มีคำถาม อีกไหมครับ หรือว่าพอใจในคำตอบของท่านรัฐมนตรีแล้ว ก็ถือว่าได้ตอบคำถาม ขอเชิญ ท่านศิริโรจน์ครับ🔗
ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมนะครับ ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ก็เดี๋ยวไว้ถ้ามีคำถามหรือว่าประเด็น ที่ต้องการเพิ่มเติมก็จะทำหนังสือไปยังท่านรัฐมนตรีอีกทีหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ จบกระทู้ถามที่ ๕๙๘ นะครับ🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะได้ดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรียบร้อยแล้วนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ขั้นตอนกระทู้ถามแยกเฉพาะในการประชุม ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๓๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของ สมัยประชุม และพวกเราคงมีโอกาสได้ถามวันสุดท้าย วันนี้ปิดสมัยประชุม ประชุมอีกครั้งหนึ่ง เดือนธันวาคม ถ้าสภายังอยู่ เมื่อสักครู่ได้คุยกับท่านรัฐมนตรีว่าเรื่องหารือเรื่องสำคัญที่สุด ผมกำลังจะเพิ่มหารือเพื่อให้ท่านสมาชิกทุกท่านที่ใช้เวลา ๒ นาที ให้เป็นประโยชน์คุ้มค่า และนำปัญหาในพื้นที่ของตัวเองได้พูด ได้เล่าให้สภาฟัง ทางสภาเองหลังจากรับฟังแล้วก็จะ ทำหนังสือเร่งด่วนให้ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมาก็ถือว่าได้รับ ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับปัญหาท่านสมาชิกที่หารือในสภา ซึ่ง ๒ วัน ได้เพิ่มขึ้น อันนี้เพิ่มหลายคน เที่ยวหน้าจะเพิ่มอีก เอาสักวันละ ๕๐ คน จะได้ใช้เวลาเต็มที่🔗
การดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอชี้แจงให้ที่ประชุม ทราบดังนี้นะครับ การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ ให้ถามและตอบได้ เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามและตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ และข้อ ๑๗๓ ประกอบ ข้อ ๑๖๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะได้มีการอนุญาตให้ ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ขอความร่วมมือจากผู้ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบ สภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องรักษามารยาท ประพฤติตน ให้เหมาะสม อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุม ห้ามใช้ เครื่องมือ วัสดุหรืออุปกรณ์สิ่งสื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก หากมีการฝ่าฝืนจะเชิญให้ออกจาก ห้องประชุม ที่ประชุมรับทราบนะครับ🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการถามและตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอลำดับการถาม และการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้นะครับ🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๐๙ ของท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๑๖ ของท่านญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๑๘ ของท่านอนุชา บูรพชัยศรี🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๒๐ ของท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๑๑ ของท่านวิรัช พิมพะนิตย์🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๗๑๓ ของท่านรังสิมันต์ โรม🔗
๑. เรื่อง การพิจารณาอนุมัติงบประมาณก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก เลียบกำแพงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ท่านที่ ๑ นางสาวอนุรี เครือศรี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ท่านที่ ๒ นางสาวศุภาพิชญ์ สุขารมย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน กองยุทธศาสตร์และแผน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และได้อนุญาตให้ประชาชน เข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ต่อไปเชิญท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ท่านถามได้ ๒ ครั้ง ภายในเวลา ๑๐ นาที เชิญผู้ถามครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชน ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ที่ให้โอกาสแล้วก็ ให้เกียรติในการมาตอบกระทู้ถามด้วยตัวเอง เรื่องที่ผมตั้งกระทู้ถามไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนโยบาย ของรัฐบาลหรือของทางกระทรวงเลย ผมก็ยังติดตามท่านแล้วก็ติดตามทางกระทรวงอยู่ว่า มีนโยบาย Quick Win เกี่ยวกับเรื่องการว่างงานแล้วก็การพัฒนาทักษะของแรงงานแล้วก็ อีกหลาย ๆ นโยบายติดตามอยู่ แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของกระผม มันเกี่ยวกับ เรื่องถนนที่อยู่รอบนอกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คือถนนเลียบขอบกำแพง ด้านนอกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีที่เชื่อมต่อระหว่างประตูสุรนารีหรือ มทส. ประตู ๑ เชื่อมไปถึงประตู ๔ หรือประตูกัลยาณมิตร ปัจจุบันเป็นถนนดินแดงยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยหลุมบ่อและไม่มีไฟส่องสว่าง มีผู้ใช้ถนนเส้นนี้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เด็กนักเรียน นักศึกษา หรือประชาชนในพื้นที่ แค่นักเรียน นักศึกษา ที่ใช้ถนนเส้นนี้ก็มี หลักหมื่นแล้วนะครับ ประชาชนในพื้นที่อีกซึ่งมันเชื่อมหลายตำบล ตรงนี้ก็น่าจะหลายหมื่นคน เส้นนี้อยู่ในการดูแลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คือหลายคนเข้าใจว่ากำแพงที่ก่อสร้าง ระหว่างประตู ๑ ถึงประตู ๔ คือเขตของมหาวิทยาลัย แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ทางมหาวิทยาลัยสร้างกำแพงถัดออกไปจากเขตพื้นที่ของตัวเอง ๖ เมตร เพื่อที่จะทำให้ถนน ด้านนอกกำแพงเป็นถนนที่ประชาชนสามารถใช้สัญจรได้ ซึ่งผมว่าท่านรัฐมนตรีก็น่าจะได้ รับทราบข้อมูลนี้แล้ว ทางมหาวิทยาลัยก่อสร้างกำแพงถัดเข้าไปและสร้างถนนไว้ด้านนอก เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ ถนนเส้นนี้เชื่อมต่อระหว่างตำบลสุรนารีและตำบลโคกกรวด ผู้ใช้รถ ใช้ถนนจากหลาย ๆ ตำบลสามารถใช้เส้นนี้สัญจรไปมาในการติดต่อสื่อสาร ในการค้าขายโดยที่ ไม่ได้ต้องผ่านเข้าไปทางมหาวิทยาลัยนะครับ แต่ด้วยสภาพของถนนซึ่งเป็นทางลูกรัง เมื่อมีฝนตกหรือน้ำหลากก็จะทำให้ชะหน้าดินออกไป ปีแล้วปีเล่าถนนก็แย่ลงเรื่อย ๆ ทุกวัน จนทางมหาวิทยาลัยเล็งเห็นว่าอาจจะต้องซ่อมแซมถนนเส้นนี้แล้วจึงได้ทำโครงการของบประมาณ ในการซ่อมแซมถนนไปตั้งแต่ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ และปี ๒๕๖๙ ก็ไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณในการซ่อมแซม ยามกลางคืนถนนเส้นนี้ก็มืดแล้วก็เปลี่ยว แล้วก็เคยเกิดเหตุ อุฉกรรจ์หลายต่อหลายครั้ง จนเป็นคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยนะครับ และนักศึกษา ประชาชนที่ไม่ชินเส้นทางก็จะเกิดอุบัติเหตุในถนนเส้นนี้บ่อยครั้ง จนถึงขั้นมีผู้บาดเจ็บและมี ผู้เสียชีวิต ล่าสุดเมื่อต้นปีนี้เป็นนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ปีที่ ๒ ผมว่าอนาคตเขายังดูสดใสแล้วก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุโดยถนนเส้นนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทางมหาวิทยาลัยหรือเราสามารถดูแลถนนเส้นนี้และความปลอดภัยให้กับพวกเขาได้ ทางมหาวิทยาลัยก็ได้ทำงบประมาณขอไปหลายปีแล้วแต่ก็ไม่ได้รับการจัดสรร ผมเคยนำเรื่องนี้ เข้าหารือในสภา ๒ ครั้งด้วยกัน ตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วครั้งหนึ่ง แล้วก็ช่วงต้นปีนี้ อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววในการที่จะได้รับการแก้ไขหรือว่าได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ด้านใด ๆ เลยนะครับ ผมหวังว่าผู้บริหารหรือท่านรัฐมนตรีจะเข้าใจและเห็นใจถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแล้วก็นักศึกษา ตอนนี้ผมเห็นว่ามีเพียงทางมหาวิทยาลัย ที่ดิ้นรนพยายามหาทางแก้ หาทางออกที่จะแก้ไขปัญหานี้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือ Support ใด ๆ งบประมาณตรงนี้ที่ผมอ่านเอกสารงบประมาณหรือแปลนก่อสร้างน่าจะ ประมาณ ๒๐ ล้านบาท ที่ทาง มทส. ได้เขียนแผนก่อสร้างเอาไว้ แล้วก็ล่าสุดงบกระตุ้น เศรษฐกิจ ทาง มทส. เองก็ยื่นเข้าไปแต่ก็ไม่ได้รับการอนุมัติอีกเช่นเคย ทีนี้ผมจะขอเข้าสู่ ประเด็นคำถามเลยนะครับ🔗
คำถามข้อที่ ๑ ก็คืออยากจะทราบว่ากระทรวงการอุดมศึกษามีแนวทาง ในการพิจารณาอนุมัติงบประมาณสำหรับการก่อสร้างถนนเส้นดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร หากงบประมาณในการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่ยาวหลายกิโลเมตรไม่สามารถ จัดสรรได้ในปีงบประมาณนี้หรือปีงบประมาณหน้าแล้ว กระทรวงมีแนวทางในการสนับสนุน การปรับปรุงถนนเส้นนี้ในรูปแบบอื่นหรือไม่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความสะดวก แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขออนุญาตชี้แจงในประเด็นเรื่อง การพิจารณาที่ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคำถามในวันนี้ เมื่อสักครู่ตามดำริของท่านประธานว่ากระทู้ถามแล้วก็เรื่องหารือเป็นสิ่งที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนอยากที่จะทำเพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่ เมื่อสักครู่ตอนนำเรียน ท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานว่าผมเป็น สส. แล้วก็เป็นรัฐมนตรี นั่นหมายถึงว่าผมเข้าใจ ของท่าน สส. แม็กกี้ ขออนุญาตเรียกชื่อเล่น ที่เข้าใจถึงบริบทในการทำหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สะท้อนปัญหาในพื้นที่ นอกจากท่านจะต้องออกกฎหมายแล้ว ปัญหาในพื้นที่ท่านจะมีช่องทางในการแก้ปัญหา ทั้งหารือในสภาที่ท่านทำมาแล้ว ๒ ครั้ง และครั้งนี้เป็นการตั้งกระทู้แยกเฉพาะ ท่านพยายามอย่างสุดความสามารถในหน้าที่ สส. จะกระทำได้ในการให้ได้รับการแก้ปัญหา แน่นอนครับ ครั้งนี้ผมมั่นใจสิ่งที่ท่านต้องการจะต้อง ได้รับการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว แล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีทุกคน ที่จะต้องมาตอบกระทู้ ถึงเวลาจะไม่ค่อยมีมากแต่นั่นคือความจำเป็นที่รัฐมนตรีทุกคนจะต้อง รับผิดชอบในเรื่องนี้ครับ ขออนุญาตตอบเข้าประเด็นคำถามเลยนะครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ก็กล่าวแล้วว่าทางมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ มหาวิทยาลัยของบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ และรวมงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ในปีนี้ด้วย ซึ่งอย่างที่ทราบครับ ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ขออนุญาตจะพูดถึงแนวทาง นี้ก่อนนะครับ กระทรวงนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะผลักดันเรื่องงบประมาณในการก่อสร้าง ถนนเลียบกำแพงของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ แต่ขออนุญาต ที่จะอธิบายขั้นตอนการของบประมาณให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่าการจัดสรร งบประมาณโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นหน่วยงานรับงบประมาณตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย โดยตรง นั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงขอสำนักงบโดยตรง ก็คือผ่านมาที่กระทรวง ทำหนังสือปะหน้ารวมกัน เสร็จแล้วการจัดสรรงบประมาณพิจารณาโดยสำนักงบประมาณ แล้วก็จัดสรรไปสู่มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นหน่วยรับเงินหรือเป็นนิติบุคคลโดยตรง ก็อยากอธิบาย ให้ท่านเข้าใจแต่ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วว่ามหาวิทยาลัยขอโดยตรง แล้วก็การตัดสิน การพิจารณาก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลที่สำนักงบประมาณจะพิจารณาโดยตรงเช่นกัน ซึ่งผมเองก็เข้าใจ เรื่องนี้ เป็นคนกลางก็เข้าใจว่ามหาวิทยาลัยก็จำเป็น ในงบประมาณซึ่งเป็นการก่อสร้างถนน อยู่นอกเขตมหาวิทยาลัย ทางสำนักงบอาจจะมีข้อมูลหรือการพิจารณาที่แตกต่างในการ พิจารณา แต่แน่นอนประเด็นหลักที่ตอบมาโดยตลอดว่าไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์โดยตรงของ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยคือการจัดการเรียนการสอน แล้วก็ถนนที่อยู่นอกรั้วมันเป็นถนน ซึ่งแน่นอนครับ จริง ๆ แล้วมันคือใช้สัญจรทั้งประชาชนแล้วก็นักศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่เหตุผลอาจจะดูว่าสำนักงบพิจารณาในมุมมิติเพียงแค่ว่ามันไม่ได้เป็นโครงการซึ่งเกี่ยวข้อง กับการจัดการเรียนการสอนโดยตรง การบริการบนท้องถนนอาจจะต้องเป็นหน่วยงานอื่น ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ประสานงานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่าง ๆ ประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ แต่แน่นอนครับ มันติดด้วยปัญหาว่าพื้นที่ตรงนั้น เป็นพื้นที่ที่เช่าโดยมหาวิทยาลัยเป็นคนทำเรื่องเช่าหรือขอใช้สถานที่ มันเป็นเรื่องของ กฎหมายซึ่งจะหน่วยงานอื่นมาทำให้ก็จะทำไม่ได้ มหาวิทยาลัยเองก็เข้าใจว่างบประมาณ มีจำกัด ถ้าไม่ได้การจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางมาโดยตรง ๒๐ ล้านบาท มันก็ เยอะมากสำหรับมหาวิทยาลัย ซึ่งผมเองก็มีแนวทางอย่างนี้ครับ ที่กระทรวงนั้นจะทำใน ระยะสั้น ระยะยาว ขออนุญาตบอกถึงระยะยาว ระยะที่ต้องทำให้สำเร็จ ๒๐ ล้านบาท หมายถึงว่าปี ๒๕๗๐ แน่นอนครับ ต้องให้ทางมหาวิทยาลัยทำเรื่องแล้วก็ทางกระทรวง ก็จะผ่านเรื่องเข้าสำนักงบอีกครั้งหนึ่ง ผมเองจะเข้าไปชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็น ร่วมกับท่านอธิการบดีในสำนักงบอีกครั้งหนึ่งเพื่อฝากพิจารณา มันคือความลำบากแล้วก็ อันตรายกับนักศึกษาเองด้วยแล้วก็ประชาชนในพื้นที่ด้วย และอีกแนวทางหนึ่ง ผมเองก็ได้ทำ หนังสือจากกระทรวงเพื่อจะปรึกษาทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะมีช่องทางใด ๆ ที่จะทำให้ โครงการนี้แล้วเสร็จ แต่ระยะสั้นผมขอตอบเลยว่าระยะสั้นที่เราจะต้องทำเลย จะรบกวน ท่าน สส. แม็กกี้ไปดูอีกครั้งว่ามีความคืบหน้าประการใด คือกระทรวงได้ทำหนังสือผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคมไปหากรมทางหลวง แขวงการทางจังหวัดนครราชสีมาเพื่อขอความอนุเคราะห์ ในการปรับปรุงผิวการจราจรเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรที่ทางกรมทางหลวงมีอยู่ หรือว่า วัสดุที่เรียกว่ากากมิกซ์ หรือเศษยางมะตอยที่กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงมีอยู่ เป็นการ ปรับผิวจราจรชั่วคราวเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น แล้วเบื้องต้นก็ต้องขอบคุณ กรมทางหลวงตอบรับมาอย่างดีว่าเดี๋ยวจะรีบเข้าไปดูเลย แล้วก็จะเร่งรัดขั้นตอนเพื่อเอาทั้ง เครื่องจักรและวัสดุมาช่วยปรับผิวจราจร ถ้าปรับแล้วดีก็อาจจะอยู่ได้เป็นปีเหมือนกัน เพื่อมาช่วย แล้วก็ต้องขอบคุณทางมหาวิทยาลัยที่จะติดตั้งไฟโซลาร์เซลล์ โดยใช้งบประมาณ ของมหาวิทยาลัยที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์เลาะกำแพง ก็ใช้ระบบโซลาร์เซลล์ที่ทาง มหาวิทยาลัยจะใช้งบประมาณที่พอมีอยู่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่สัญจร ในกลางคืน อันนี้คือการแก้ไขเฉพาะหน้าที่เราจะต้องทำโดยเร่งด่วน ระยะยาวอย่างที่บอก ๑. แน่นอนครับ จะต้องขอไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องผ่านสำนักงบอีกครั้งหนึ่ง แล้วพวกผม ในฐานะที่ผู้กำกับดูแล แล้วก็ท่านอธิการบดีซึ่งเป็นผู้บริหารโดยตรงจะต้องร่วมกันชี้แจงกับ สำนักงบให้เข้าใจในงบประมาณก้อนนี้ให้มากขึ้น เผื่อมีช่องทางอื่นอีกกับท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดที่จะสามารถมีงบประมาณเร่งด่วนได้เร็วขึ้นกว่างบปี ๒๕๗๐ ก็จะต้องปรึกษาทาง จังหวัดอีกที ขออนุญาตตอบคำถามเบื้องต้น ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ ผมว่าได้คำตอบชัดเจนแล้วกระมัง🔗
ได้คำตอบชัดเจนครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีมากครับ น่าจะไม่ใช่คำถามแล้วครับ นี่น่าจะเป็นการปิดแล้ว ผมอาจจะไม่ได้ ถามคำถามที่ ๒ แล้วนะครับ เพราะว่าค่อนข้างกระจ่าง ผมรับทราบเกี่ยวกับเรื่องลำดับ ขั้นตอนในการจัดสรรงประมาณต่าง ๆ จากข้อหารือที่เคยหารือไปแล้วก็หารือถึงสำนักงบ เช่นกันว่าให้พิจารณานะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วข้อหารือของผมในวันที่หารืออาจจะ รายละเอียดน้อยไปสักหน่อย ผมว่าในวันนี้ที่ได้มีโอกาสมาพูดคุย ได้ตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีเองก็ได้เห็นถึงสภาพปัญหาและเห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความพยายาม อุปสรรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมว่าหากในระยะยาวถ้าทางมหาวิทยาลัย ทำเรื่องผ่านกระทรวงไปถึงสำนักงบอีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านรัฐมนตรีกรุณาเข้าไปเองด้วย ทางสำนักงบก็น่าจะได้รับทราบข้อมูลที่ละเอียดมากกว่านี้มากขึ้น เพราะว่าผ่านจากผม ซึ่งเป็นผู้แทนในพื้นที่ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีแล้วก็ผ่านไปยังสำนักงบ ผมเชื่อว่างบประมาณ ปี ๒๕๗๐ ทางสำนักงบก็น่าจะได้ข้อมูลที่ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น แล้วก็ในระยะสั้นเรื่องหินมิกซ์ เรื่องการปรับพื้นที่ถนนเส้นนี้ ผมเองเดี๋ยวจะติดตาม ผมลงพื้นที่ในละแวกนั้นอยู่บ่อย ๆ จะติดตามแล้วก็เดี๋ยวจะสื่อสารผ่านมายังท่านรัฐมนตรีอีกทีหนึ่งนะครับ เรื่องงบประมาณ ต่าง ๆ ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะลองปรึกษากับทางผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ อาจจะเป็นคำถาม ก็ได้นะครับ อาจจะใช่งบ Y2 ไหมครับ แค่นี้เลยครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ในเรื่องความชัดเจน เดี๋ยวผมขออนุญาตปรึกษา เพราะไม่รู้ว่าระเบียบมันจะทำงบตัวไหนได้บ้าง แต่ผมเชื่อครับ มันเป็นความยากลำบากแล้วก็เป็นความเดือดร้อนมากจริง ๆ ของประชาชน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งท่านเป็นผู้รับผิดชอบในเขตพื้นที่อยู่แล้ว ท่านต้องหาวิถีทางช่วย แต่ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็เข้าใจท่านครับ แต่รับประกันว่าเราจะต้องไม่ยอมแพ้แล้วก็ต้องหา ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้เร็วที่สุด ต้องขอบคุณท่าน สส. อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็รบกวนท่านติดตามแล้วก็ส่งข่าวให้ผมด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นคำถามที่มีประโยชน์ ช่วยติดตามด้วยนะครับ ถ้าปี ๒๕๗๐ ไม่ได้ ก็ปี ๒๕๗๑ ต่อเนื่อง และท่านกลับมาเป็น สส. อีกครั้งหนึ่งเสร็จทันแน่นอน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้ความกระจ่าง พวกเรา ขอบคุณทั้ง ๒ ท่านครับ🔗
๒. เรื่อง ขอทราบแนวทางแก้ปัญหาการอนุญาตเลี้ยงหอยนางรมในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ แม่น้ำเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมอนุญาตให้ผู้แทนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบคือ นายปิ่นศักดิ์ สุรัสวดี อธิบดี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นางดาวรุ่ง ใจจริง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากร ป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และในการนี้ผมอนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วม ในการเข้าฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้ นายอมรศีล โค้วเนื่องศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์ สันติกร ภมรปฐมกุล และนายประทีป เหิมพยัคฆ์ ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ตอนนี้ทุกฝ่าย พร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญผู้ถามกระทู้ คุณญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชนค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เสียสละเวลามาตอบกระทู้ของดิฉันในวันนี้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ กระทู้ที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีในวันนี้เป็นเรื่องความเดือดร้อนของ ชาวบ้านที่ไม่สามารถขออนุญาตเพาะเลี้ยงหอยนางรมได้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แม่น้ำเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในอำเภอขลุงว่าไม่สามารถ ขอรับในอนุญาตการเพาะเลี้ยงหอยนางรมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายจากกรมประมงได้ ซึ่งการเพาะเลี้ยงหอยนางรมถือว่าเป็นอาชีพที่สำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนในพื้นที่นั้นมาเป็น เวลานานแล้ว ครอบคลุมพื้นที่การเพาะเลี้ยงหอยกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ และมีผู้เพาะเลี้ยงหอยกว่า ๑๗๐ ราย เดิมทีในบริเวณนั้นก็มีการเพาะเลี้ยงหอยนางรมในลักษณะประมงพื้นบ้านมานานแล้ว และสามารถที่จะขอรับใบอนุญาตการเพาะเลี้ยงหอยได้อย่างปกติค่ะ จนกระทั่งได้มีประกาศ การยกเลิกพระราชบัญญัติประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ และได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ทำให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยต้องไปดำเนินการขออนุญาตใหม่ แต่ว่ากรมประมง ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากแม่น้ำเวฬุหรือว่าป่าเลนปากน้ำเวฬุ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งถูกประกาศตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕ พ.ศ. ๒๕๐๕ ออกตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ. ๒๔๘๑ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๐๕ ให้ป่าเลนปากน้ำเวฬุในพื้นที่ตำบลเกวียนหัก ตำบลวันยาว ตำบลบ่อ ตำบลบางชัน อำเภอขลุง และตำบลหนองชิ่ม อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ นอกจากนั้นก็ยังให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าป่าแห่งนี้มีไม้มีค่าเป็นจำนวนมาก เช่น ไม้โกงกาง ไม้ประสัก ไม้ฝาด เหมาะสมที่จะสงวนไว้เพื่อให้มีไว้ใช้ตลอดไป แล้วก็จะเป็น ประโยชน์มากยิ่งกว่าถ้าจะแผ้วถางให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกหรือเพื่อกิจการอย่างอื่น จึงสมควร จัดการสงวนป่าแห่งนี้ไว้เพื่อรัฐและประชาชนต่อไป ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่ให้เพาะเลี้ยงหอยทะเล ซึ่งเป็นกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ทำให้กรมประมงไม่สามารถที่จะออกใบอนุญาตให้ได้ ตามประกาศคณะกรรมการกรมประมงประจำจังหวัดจันทบุรี พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนั้น คณะกรรมการประมงจังหวัดจันทบุรีจึงไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ หากไม่ได้รับอนุญาต ให้ใช้พื้นที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก่อน ซึ่งปัญหานี้กระทบกับชาวบ้าน ผู้เพาะเลี้ยงหอยเป็นจำนวนกว่า ๑๗๐ ราย และครอบคลุมพื้นที่กว่า ๓,๐๐๐ ไร่ ดังที่ดิฉัน ได้กล่าวเรียนไปแล้วข้างต้น หลายปีที่ผ่านมาปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ดิฉันขออนุญาต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าผู้เพาะเลี้ยงหอยกว่า ๑๗๐ ราย หรือว่าครอบคลุมพื้นที่กว่า ๓,๐๐๐ ไร่นั้น ทางหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้มีการสำรวจไว้เมื่อประมาณปี ๒๕๖๕ หลายปีผ่านไปก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก เพราะจะรู้สึกถึงความไม่มั่นคงว่าจะทำอาชีพนี้ต่อไปได้หรือไม่ เวลาที่เจ้าหน้าที่ไปลงพื้นที่ ก็จะกลายเป็นปัญหาความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันว่าเจ้าหน้าที่จะมาจับ จะมารื้อแพเลี้ยงหอย ของพวกเขาหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาราคาหอยนางรมตกต่ำมาก หากว่ารัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลืออะไรต่าง ๆ ออกมา พวกเขาก็จะไม่สามารถรับสิทธิ เยียวยาอะไรได้ทั้งนั้น เพราะว่าไม่ได้รับใบอนุญาตให้เพาะเลี้ยงตั้งแต่ทีแรก และปัญหานี้ ก็อาจเป็นต้นเหตุในการสร้างความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานในพื้นที่และชาวบ้านในพื้นที่ด้วย หน่วยงานเองก็ทำงานด้วยความยากลำบากใจ จะควบคุมจะจัดการอะไรก็ทำได้ยาก ดังนั้น ดิฉันขอเข้าคำถามแรกนะคะ ดิฉันอยากจะทราบแนวทางแก้ไขปัญหานี้ว่าท่านรัฐมนตรีจะมี แนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุดค่ะ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอยู่ใกล้กันนะครับ จังหวัดชลบุรีกับจังหวัดจันทบุรีอยู่ใกล้กัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาด้วยความเคารพครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิก ท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน ซึ่งท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เป็นคน ภาคตะวันออกเหมือนกัน ลักษณะพื้นที่คล้าย ๆ กัน สิ่งที่ท่านตั้งกระทู้ถามผมมาเมื่อสักครู่ ของท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เราต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่ท่านพูดมาทั้งหมด ก่อนหน้านี้ได้รับเรื่องจากทางท่านนอกรอบก่อนแล้ว ก็ได้คุยกับทาง ท่านอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องนี้ แนวทางผมกราบเรียน ว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะว่าสิ่งที่ท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน ได้พูดว่าเนื้อที่ ๓,๑๐๐ กว่าไร่มีผลกระทบมาก แล้วก็มีผู้ที่ทำแปลงหอย เลี้ยงหอยนางรมประมาณ ๑๐๐ กว่าราย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เขาเลี้ยงมายาวนานก่อนที่จะเกิด มีประกาศ พอประกาศขึ้นมาปุ๊บก็ทำให้เขาไม่สามารถขึ้นทะเบียนกรมประมงได้ แล้วเวลา เกิดเหตุการณ์เกิดน้ำจืดลงไปหอยตายหรืออะไร ไม่สามารถชดเชยได้เลย อันนี้เป็นความ เดือดร้อนจริง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมกราบเรียนว่าจำนวนที่บอก เมื่อสักครู่นี้อาจจะคลาดเคลื่อนนิดหน่อยร้อยกว่ารายเหมือนกัน ๒๓๕ แปลงเนื้อที่ ๓,๐๐๐ กว่าไร่ ในข้อที่ ๑ มติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ให้ระงับการใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด แล้วข้อที่ ๒ คือไม่สามารถประกาศเป็นเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุมได้นั้น มันก็จะส่งให้เกิด ลูกศรชี้มาที่ผลกระทบตามที่ท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน ได้พูดถูกต้องทั้งหมด เกษตร ไม่สามารถขออนุญาตได้ เลี้ยงหอยไม่ได้ ทำการประมงไม่ได้ เรียนตรง ๆ ว่าทางกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง เราไม่ได้ลงไปตรวจมากเพราะเรารู้ว่าประชาชนเดือดร้อน พี่น้องเกษตรกร เลี้ยงหอยเดือดร้อน ถ้าเราลงไปตรวจจริง ๆ มันก็คือผิดครับ แต่เราลงไปก็ไม่ได้ไปตรวจมาก เพราะเรารู้ว่ามันกำลังแก้ปัญหาเรื่องมติ ครม. กันอยู่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่เขาพูดขึ้นมาเพื่อให้มันดูองค์ประกอบครบ ผมบอกเรื่องนี้มันก็มีทุกที่ครับ เรื่องขวดพลาสติก อันนี้เอาออกไป ผมบอกมันเป็นเรื่องขององค์ประกอบครบเฉย ๆ ที่ทำมา🔗
แนวทางที่ ๑ อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาชน กรมประมงยื่นขออนุญาต ใช้พื้นที่ต่อกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อประกาศเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ควบคุมและออกหลักเกณฑ์การควบคุมการเลี้ยง🔗
แนวทางที่ ๒ ที่เราเลือกดำเนินการ ดำเนินการตามมติ ครม. ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ แก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าชายเลนกลุ่มที่ ๕ กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งได้สำรวจรายละเอียดผู้ครอบครองในพื้นที่เป้าหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ แล้วก็จัดทำร่างประกาศของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่อง ข้อกำหนดหลักเกณฑ์มาตรการการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อให้การทำกิน เป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้องครับ🔗
อันนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานได้ดูตารางแล้วให้เพื่อน สส. ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ได้ดูว่ามติ ครม. ดูข้อ ๑ ปี ๒๕๖๗ เป็นมติ ครม. แต่พอปี ๒๕๖๗ เราเก็บรวบรวมข้อมูลได้หมดแล้ว พอปี ๒๕๖๘ เราดำเนินการ จัดทำร่างประกาศของกรม ทช. เรื่อง ข้อกำหนดหลักเกณฑ์มาตรการการใช้ที่ดินในพื้นที่ ป่าชายเลนตามมติ ครม. ๒๕๖๑ แล้วการพิจารณาเบื้องต้นเมื่อวันที่ ๘ ที่ผ่านมา อนุกรรมการ ด้านการบริการจัดการทรัพยากรป่าชายเลนและชายหาด พิจารณาร่างประกาศและเห็นชอบ ให้เสนอคณะกรรมการนโยบาย เราก็จะมองลูกศรย้อนลงมาอีกนิดหนึ่งว่าเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ นั้น เป็นเรื่องของการเห็นชอบแล้วนะครับ ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก เดี๋ยวเอกสารตัวนี้ผมจะให้ทางท่านอธิบดีเก็บรวบรวมแล้วฝากให้ท่าน สส. ได้ดูตาราง สิ่งหนึ่ง ที่ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าจริง ๆ แล้วเรื่องการประชุม เขาเรียกคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แห่งชาติ จริง ๆ แล้วคณะกรรมการชุดนี้ที่ผ่านมามีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มี รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานแทน บังเอิญผมมีความโชคดีเรื่องนี้ ได้รับ มอบหมายให้เป็นประธานในคณะนี้พอดี จริง ๆ เรื่องนี้เขาจะประชุมกันเดือนธันวาคม ผมเจอเพื่อน สส. ที่สภา ความเดือดร้อนชาวบ้านมันรอเดือนธันวาคมไม่ได้ ผมก็เลยเลื่อนมา ประชุม จริง ๆ จะประชุมปลายเดือนพฤศจิกายนอีก ผมก็ขยับมาเป็นวันที่ ๑๔ เลยเพื่อที่จะ ประชุมให้จบ เดี๋ยววันประชุมคณะ ท่านอธิบดีอาจจะทำหนังสือเชิญท่าน สส. นั่งฟังได้ เพราะเราจะประชุมกัน ท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน จะได้รู้รายละเอียดในการประชุม ถ้าเราประชุมแล้ววันที่ ๑๔ เราประชุมกันเดือนละครั้ง หรือถ้ามีปัญหาเราประชุมกันเดือนละ ๒ ครั้งก็จริง แต่ถ้าเราประชุมวันที่ ๑๔ แล้วไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ท่าน สส. รับเรื่องมา มันจะได้แก้ไขกันในวันนั้นให้จบ ก็เลยอยากจะฝากข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เชิญท่าน สส. รับฟังด้วยได้ว่าเราประชุมกันตรงประเด็นไหม พอเราประชุมเสร็จ ท่าน สส. ครับ กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าลงนาม เราต้องลงนามในประกาศ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ท่านอธิบดีจะต้องเป็นผู้ลงนามแล้วก็ได้จัดทำ กำหนดหลักเกณฑ์ ท่านได้คุยกับผมเมื่อวานแล้วว่าวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน คือขอเวลา ๑ อาทิตย์ ในการที่ท่านอธิบดีจะลงนามในประกาศของกรม แล้วหลังจากนั้นก็จะต้องตรวจเอกสาร เรื่องกำหนดหลักการต่าง ๆ ให้ถูกต้องก่อนที่เราจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประมาณ วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ พอเราประกาศเสร็จปุ๊บก็จะมีการประกาศเชิญชวนในการร่วม โครงการ จัดทำโครงการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประมาณวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ แล้วก็อนุมัติโครงการโดยท่านอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นผู้อนุมัติโครงการ แล้วเดือนมกราคม ๒๕๖๙ กรมประมงก็พิจารณาประกาศได้ตามที่เราอนุญาต ผมเลยให้ Timeline สั้น ๆ ว่าผมก็เร่งรัดในกรอบเวลาที่ผมมีระยะเวลาสั้น ๆ ๓-๔ เดือนก็ไม่รู้ว่า จะหมดเมื่อไร ก็เลยเรียนขอทางข้าราชการไปแล้วว่าให้เร่งรัด เรื่องนี้มันเป็นเรื่องติดอยู่ ติ่งเดียวแค่ประกาศราชกิจจานุเบกษาให้ได้ พอประกาศราชกิจจานุเบกษาได้ปุ๊บทุกอย่าง มันก็เข้าสู่ระบบหมดแล้ว ถูกต้องแล้ว ต้องขอบคุณทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้กับผม เพราะผมเองด้วยความเคารพ ก็ไม่ทราบจริง ๆ ว่ามันมีความซับซ้อนเยอะขนาดนี้ แล้วบังเอิญความโชคดีได้มาเป็นประธาน คณะพิจารณาพอดี แล้วท่านอธิบดีกับท่านข้าราชการทุกคนก็ไปสำรวจมาหมดแล้วพอดี ข้อมูลมันเลยจบหมด🔗
ผลลัพธ์สุดท้ายครับ เกษตรผู้เพาะเลี้ยงหอยนางรมสามารถยื่นขออนุญาต เลี้ยงหอยนางรมกับกรมประมงได้อย่างถูกต้องภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๙ ขอให้ ท่านประธานกับเพื่อนสมาชิก นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน แล้วก็ท่านผู้ฟัง ท่านอธิบดี ข้าราชการที่เกี่ยวข้องของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เห็นตรงกันนะครับ เพราะผม ยืนยันบนสภาแล้วว่าเดือนมกราคม ๒๕๖๙ จะต้องทำได้ถูกต้อง แล้วปัญหาการอยู่อาศัย และที่ทำกินในพื้นที่ป่าชายเลนได้รับการแก้ไขตามแนวทางมติ ครม. อย่างเป็นระบบถูกต้อง ตามกฎหมาย พี่น้องประชาชนจะได้ขึ้นทะเบียนได้ถูกต้อง เกิดผลกระทบเยียวยาได้ถูกต้อง ประโยชน์ร่วม ควบคุมการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนให้เป็นไปตามหลักวิชาการและระเบียบ ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ควบคุมการใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสมในการเพาะเลี้ยง ตรงนี้ อาจจะต้องทำความเข้าใจกับผู้ที่ได้รับสิทธิให้ร่วมมือแล้วก็ MOU กันหน่อยในเรื่องของการ ใช้วัสดุที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เกษตรกรสามารถรับการสนับสนุนและช่วยเหลือจาก ภาครัฐได้ทุกรูปแบบตามที่กฎหมายกำหนด นี่คือทั้งหมดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขนาดทำงานยังไม่ถึงเดือน ให้อยู่นาน ๆ ท่านอธิบดีฟังด้วยนะครับ ท่านข้าราชการประจำมาด้วย ผู้ถามพอใจหรือยัง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ คำตอบ ค่อนข้างชัดเจนนะคะ มีระยะเวลาอธิบายชัดเจน ดิฉันก็ไม่มีคำถามอะไรที่จะถามต่อไป แต่จะขออนุญาตติดตามความคืบหน้าต่อไปว่าตาม Timeline ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมา ว่าจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ เพราะว่าเรื่องนี้พี่น้องทางบ้านก็ประสบกับปัญหาความเดือดร้อน จริง ๆ แล้วถ้าทำได้ก็จะเป็นประโยชน์กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก วันนี้ดิฉันไม่ได้ถามเรื่อง ช้างป่านะคะท่านประธาน วันนี้มาถามเรื่องหอยแทน แต่ว่าพรุ่งนี้จะมีคิวไปพบกับท่าน รัฐมนตรีเพื่อคุยกันเรื่องช้างป่าด้วยค่ะ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีมาก ๆ ที่ให้ความสำคัญ กับปัญหาทั้ง ๒ เรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
รัฐบาล ตั้งถูกแล้วเอาคนบ้านใกล้กันอยู่ด้วยกันนะครับ เพิ่งทราบว่าหอยนางรมมันอยู่กลางป่า ป่าชายเลนนะครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ขอบคุณท่านผู้ถาม คงเป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน หลังจากจบแล้วจะไปถ่ายทอดต่อช่วงหลังประชุมสภา ขอบคุณครับ🔗
๓. เรื่อง แนวทางการพัฒนา Soft Power เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศไทย นายอนุชา บูรพชัยศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ผู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ยินดีครับ🔗
เพื่อประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมอนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ นางสาวศิริอร หริ่มปราณี ผู้ช่วย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นางกัณวีย์ สืบสุข นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง ยินดีต้อนรับครับ และ ผมอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมฟังการตอบกระทู้ถามวันนี้ นางสาวชุลีภรณ์ กมลรัตน์ นางสาวฐิตารีย์ วาณิชวัฒนากุล และนางสาวเพชรรัตน์ อวยพรส่ง ผู้ถามและผู้ตอบพร้อมแล้ว นะครับ ขอเชิญผู้ถาม ท่านอนุชา บูรพชัยศรี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ จากกรุงเทพมหานครครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่กรุณา บรรจุกระทู้ถามของผมในเรื่องของแนวทางการพัฒนา Soft Power เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศไทย ซึ่งเดิมทีได้ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี และวันนี้ต้องขอขอบพระคุณ ท่านนภินทร ศรีสรรพางค์ ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กรุณา มาตอบกระทู้ของผมนะครับ🔗
ก่อนที่จะเข้าถึงเรื่องของคำถามอาจจะขออนุญาตที่จะใช้เวลาสักเล็กน้อย ในการที่จะทำความเข้าใจ เพื่อความเข้าใจตรงกันของพี่น้องประชาชนด้วยในการที่จะเข้าใจ คำว่า Soft Power ที่เรากำลังพูดถึงมันเรื่องอะไรกัน ต้องเรียนว่า Soft Power เป็นทฤษฎี ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่นิยามขึ้นมาโดย ศาสตราจารย์โจเซฟ ไนย์ (Professor Joseph Nye) ซึ่งก็ได้ให้ความหมายของคำว่า Soft Power หมายถึงพลังที่โน้มนำให้ผู้อื่น หรือประเทศอื่นทำในสิ่งที่เราต้องการ โดยไม่ได้ใช้กำลังบังคับ มันจะตรงกันข้ามกับ Hard Power คือไม่ได้ใช้ในเรื่องของกองทัพ ไม่ได้ใช้ในเรื่องของยุทโธปกรณ์อะไรไปบังคับ หรือว่าไปทำอะไรในลักษณะแบบนั้น แต่ใช้ความนุ่มนวลผ่านค่านิยมและวัฒนธรรม เรื่องของ Value เรื่องของ Custom เรื่องของส่วนที่เรามีประวัติศาสตร์อะไรที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของวัฒนธรรม เพราะฉะนั้น Soft Power จะเป็นอำนาจในการที่เราจะโน้มน้าว ที่มีวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะขับเคลื่อนหลัก รวมทั้งมีสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เกิด ผลสำเร็จด้วย ที่จะสร้างให้เกิดคุณค่า Value ต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องต่อเนื่อง มีปัจจัยสำคัญ ๆ สนับสนุนในส่วนต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วเดิมตั้งแต่สมัยตอนที่ผมมีโอกาสได้ทำหน้าที่ในทำเนียบ รัฐบาล ตอนนั้นในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ดูแล รวมกระทั่งถึงเป็น ผอ. PMDU ก็คือ Prime Minister's Delivery Unit ผอ. สำนักงานนโยบายนายกรัฐมนตรี สมัยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้มีคำสั่งในเรื่องของการที่จะทำเรื่องของ Soft Power ให้เป็นรูปธรรม และตอนนั้นก็มีการพูดคุยในหลาย ๆ ส่วน ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาด้วย อย่างเช่นเรามองภาพว่าเรื่องของ Soft Power ไม่ใช่เป็นเรื่องของศิลปวัฒนธรรมอย่างเดียว เพราะฉะนั้นอาจจะไม่เหมาะหรือไม่ที่จะต้องให้ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นแม่งานอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้ว Soft Power มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของเศรษฐกิจด้วย ในภาพรวม คือพูดง่าย ๆ ว่าเราเอาวัฒนธรรม เอาค่านิยมต่าง ๆ ไปเพื่อที่จะทำให้เกิด Value มูลค่าเพิ่มขึ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นในช่วงนั้นก็มีการเสนอให้การนำเรื่องของ Soft Power เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการที่มีรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องของเศรษฐกิจ เป็นหัวเรือใหญ่ในการผลักดันนโยบาย และเช่นเดียวกันตอนนั้นก็คือว่ามีฝ่ายเลขานุการก็คือ มีเกี่ยวกับทางด้านสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าไปเป็นฝ่ายเลขานุการ แล้วในตอนนั้น ก็ต้องขออนุญาตที่จะเอ่ยไปว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลคือท่านวิษณุ เครืองาม ก็เห็นดีเห็นงามด้วยที่จะต้องพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่าอาจจะต้องมีการ ปรับเปลี่ยนแนวคิดในเรื่องของการที่จะนำ Soft Power ไปสู่การที่จะทำให้ต่างประเทศ เขาเห็นถึงความสำคัญ แล้วเราสามารถที่จะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าเมื่อเวลา ผ่านไป Soft Power ก็เป็นทฤษฎีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยปริยาย ซึ่งอาจจะ หวังผลทางการเมืองได้ จึงได้มีการนำกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาร่วมด้วยเป็นในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านฝ่ายเลขานุการ นอกเหนือจากเรื่องของเศรษฐกิจแล้วก็จะเป็นเรื่องของ การเมืองที่จะมีโอกาสที่จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้ด้วย และเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็ได้มีการปรับมาใช้ในหลาย ๆ ส่วนเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างที่ว่า ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง แล้วก็นำเรื่องของรายได้เข้ามาสู่ประเทศของเรา ดังนั้นจะเห็นว่า Soft Power ก็จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทั้งในเชิงวัฒนธรรมแล้วก็ในเรื่องของ รายได้ในเชิงเศรษฐกิจ ต้องบอกว่าในส่วนของประเทศไทยปัจจุบันมีการจัดลำดับโดยอ้างอิง จากหน่วยงานที่เรียกว่า Brand Finance ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการประเมินมูลค่า Brand ชั้นนำของโลก เขามีการจัดลำดับว่า Global Soft Power Index ปีล่าสุด ปี ๒๐๒๕ นี้ ประเทศไทยเราอยู่อันดับที่ ๓๙ ขยับขึ้นมาดีขึ้นครับ เพราะว่าปีก่อนหน้านั้น ปี ๒๐๒๔ เราอยู่อันดับที่ ๔๐ เพราะฉะนั้นเราก็มีการกระเตื้องขึ้น แต่กระเตื้องขึ้นในลำดับที่อาจจะ ยังไม่เร็วเกินไปที่เราควรจะต้องทำให้ดีกว่านี้ แล้วอันดับ ๑ อยู่ที่สหรัฐอเมริกา จีนอันดับ ๒ สหราชอาณาจักรอยู่อันดับ ๓ ญี่ปุ่นอันดับ ๔ เยอรมนีอันดับ ๕ ในอาเซียนของเราไทยอยู่ อันดับ ๓ รองจากสิงคโปร์แล้วก็มาเลเซีย เพราะฉะนั้นนโยบายการสนับสนุน Soft Power ซึ่งได้ริเริ่มในสมัยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงรัฐบาล ๒-๓ ชุด มาถึงท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน มาถึงท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร จนกระทั่งถึงปัจจุบันในเรื่องของการที่จะนำ Soft Power มาในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ต้องบอกว่าเดิมมันเริ่มต้นด้วยคำว่า 5F Soft Power F คือมาจาก ๕ ส่วนครับ อันแรกก็คือ Food อาหารไทย อันที่ ๒ ก็คือ Film ภาพยนตร์ อันดับ ๓ ก็คือ Fashion การออกแบบ Fashion ไทย อันดับ ๔ ก็คือ Fighting คือศิลปะการต่อสู้ ที่เราเรียกว่ามวยไทย และอันสุดท้ายก็คือ Festival เทศกาลประเพณีไทยต่าง ๆ ในรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องมาถึงนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ก็ได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่จาก 5F เป็น ๑๑ สาขาสร้างสรรค์ ขออนุญาตไล่ไปเร็ว ๆ นะครับ ๑. อาหาร ๒. กีฬา ๓. งานเทศกาล ๔. ท่องเที่ยว ๕. ดนตรี ๖. หนังสือ ๗. ภาพยนตร์ ๘. เกม ๙. ศิลปะ ๑๐. การออกแบบ และ ๑๑. แฟชั่น คล้าย ๆ กับ 5F เพียงแต่ว่าเพิ่มเข้าไป ให้มีรายละเอียดมากขึ้น เพราะฉะนั้นเพื่อให้ในส่วนของการส่งเสริมนโยบายผลักดันในแต่ละ ท้องถิ่นคือในส่วนของจังหวัดก็ดี หรือในเรื่องของการที่จะไปค้นหา Soft Power ในท้องถิ่น ส่งเสริมให้แต่ละท้องที่ในประเทศไทยมีการเผยแพร่ ก็ได้มีการสื่อสารกันมากมายเพื่อให้เกิด รายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ใน ๑๑ เรื่องนี้ สำหรับกระบวนการสร้าง Soft Power ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อน การส่งเสริมและการผลักดัน Soft Power ของรัฐบาลที่ผ่านมา นอกเหนือจากกระทรวงวัฒนธรรม ในเรื่องของเศรษฐกิจแล้ว กระทรวงพาณิชย์เองก็มีการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวกับ Soft Power ใน ๕ หมวดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร เรื่อง Digital Content เรื่องของสุขภาพ เรื่องของความงาม แล้วก็สินค้าอัตลักษณ์ไทย เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่ากระบวนการสร้าง Soft Power ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่าย แล้วก็มี หน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงภาคประชาชนเพื่อที่จะสร้างคุณค่าของวัฒนธรรม ผลักดันการสนับสนุน Soft Power ของไทยให้เป็นที่รู้จักในทั่วโลก🔗
จึงเป็นที่มาของคำถามแรกว่ารัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีแนววนโยบายในการพัฒนา Soft Power ของไทยอย่างไรบ้าง หรือว่า มีอะไรที่เพิ่มเติมจากในส่วนที่ผมได้กล่าวมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น 5F ก็ดี หรือว่า ๑๑ สาขา ในช่วงของรัฐบาลที่ผ่านมา ๒ ชุด แล้วก็มีแนวคิดในการที่จะนำ Soft Power มาเพิ่มรายได้ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างไรหรือไม่ เป็นคำถามแรก ขอบพระคุณครับ🔗
เรียนท่านประธาน เรียนท่านอนุชา บูรพชัยศรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรค รวมไทยสร้างชาติ ผม นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับ มอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าในส่วนของรัฐบาลนั้นเรามีนโยบายในการขับเคลื่อน Soft Power ดำเนินการโดยอาศัยกลไกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power แห่งชาติ ซึ่งต่อเนื่องมา ตั้งแต่สมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ๓-๔ ท่านที่ผ่านมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นหน่วยงาน ขับเคลื่อนหลายสาขาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมด้านกีฬา อาหาร และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ ปัจจุบันรัฐบาล ซึ่งนำโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น ได้กำหนดนโยบายที่สำคัญ หลายประการด้วยกัน🔗
ประการแรก ก็คือเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาประเทศที่กำลังเผชิญอยู่ใน ขณะนี้ ได้แก่ ภัยทางเศรษฐกิจ ภัยด้านความมั่นคง ภัยด้านสังคม ภัยด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิด จากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับความต้องการวางรากฐานของประเทศ ในการขับเคลื่อนพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ประเทศไทยของเรานั้นมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่แข็งแรง เรามีขนบธรรมเนียม ประเพณีของตนเองและเป็นที่ที่ทั่วโลกนั้นรู้จักเรา ไม่ว่าจะเป็นประเพณีสงกรานต์ก็ดี ลอยกระทงก็ดี วัฒนธรรมอาหาร วัฒนธรรมศิลปะป้องกันตัวก็ดี มวยไทยนั้นเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก นอกจากนี้เรายังมีบุคลากรที่เรียกได้ว่ามีความคิดสร้างสรรค์ เป็นทุนที่สำคัญในการสร้างมูลค่า ให้แก่อุตสาหกรรม และขยายฐานเศรษฐกิจและฐานรายได้ใหม่ ๆ ให้กับประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงให้การสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของ Soft Power นี้ ในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทั้งนี้ในประเด็นของการท่องเที่ยวก็ดี พื้นที่เมืองน่าอยู่อัจฉริยะก็ดี ผู้ประกอบการ SMEs ยุคใหม่ก็ดี เพื่อส่งเสริมวางรากฐานการพัฒนาและต่อยอดทางวัฒนธรรมที่เป็นทั้ง แบบดั้งเดิม แบบสร้างสรรค์ รวมถึงการผลักดันสินค้าทางวัฒนธรรมออกสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม 5F ที่ท่านกล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ Food อาหาร Fighting มวยไทย ผ่าน Film ก็คือภาพยนตร์ Fashion แล้วก็ Festival งานจัดกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วย สนับสนุนภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ แล้วก็สนับสนุนให้ สินค้าไทยนั้นแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น นอกจากนี้ก็คงจะบรรเทาผลกระทบจากสงคราม การค้า เพราะฉะนั้น Soft Power รัฐบาลพยายามสนับสนุน และเราเข้าใจว่า Soft Power นั้นคือพลังที่ละมุน เป็นพลังที่ทุกคนเห็นนั้นอยากมาสัมผัส อยากจะมาใช้ เมื่อมาสัมผัส มาใช้แล้วเขาเอาไปพูดต่อ เขาไปประชาสัมพันธ์ต่อ อยากมาอีกก็เชิญชวนให้คนมา นี่คือพลังของ Soft Power ซึ่งเมืองไทยนั้นพยายามที่จะผลักดันในสิ่งเหล่านี้ ผมกราบเรียนว่าในส่วนของ รัฐบาลท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น เราได้มองเห็นความสำคัญในสิ่งนี้ เราคงได้เห็น Soft Power ในประเทศต่าง ๆ สิ่งที่เขาสื่อออกไปเขาสื่อออกไปทางภาพยนตร์ สื่อออกไปทางละคร สื่อออกไปทางเพลง ซึ่งในอดีตนั้นเราวางงบประมาณไว้ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยให้หนัง ภาพยนตร์จากต่างประเทศเมื่อมาถ่ายทำในประเทศไทย แล้วก็เรื่องของสถานที่ ท่องเที่ยวเมืองไทย มี Soft Power ของเมืองไทย เราก็จะมีงบอุดหนุนกลับไปให้เขา แต่ทีนี้ เราเพิ่มเติมครับ เราเพิ่มเติมให้กระทรวงวัฒนธรรมส่งเสริมให้กับภาพยนตร์ไทย ละครไทย เพลงไทย ถ้าสามารถมาถ่ายทำในสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทย ถ่ายทำ Soft Power ของไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมอาหาร วัฒนธรรมเกี่ยวกับมวยไทยก็ดี หรือประเพณีต่าง ๆ ถ่ายทอดออกไปได้ กระทรวงวัฒนธรรมก็จะช่วยเหลือผู้สร้างภาพยนตร์ ของประเทศไทยเอง โดยมีส่วนช่วย ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของต้นทุนในการถ่ายทำ นอกจากนั้นโลกยุคใหม่ของการเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Live ขายสินค้า Influencer ต่าง ๆ YouTuber ต่าง ๆ ที่สื่อลงไปในออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น TikTok ก็ดี ไม่ว่าจะเป็น YouTube ก็ดี หรือสื่อต่าง ๆ เมื่อสื่อลงไปแล้วมีทั้ง Soft Power อยู่ในนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว สินค้า วัฒนธรรม ประเพณีต่าง ๆ มียอดกด Like กดแชร์ มีตัวเลข ที่กำหนดไว้ เราก็จะมีงบประมาณส่วนหนึ่งลงไปช่วย เช่นลงทุนไปประมาณ ๑ ล้านบาท ก็อาจจะช่วยประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรม ได้วางไว้ ซึ่งรายละเอียดก็จะมีการประชุมกลุ่มของ YouTuber ก็ดี Influencer ก็ดีว่า กำหนดหลักเกณฑ์อย่างไร และ ฯพณฯ อนุทินได้กำหนดกรอบเวลาไว้ว่าในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายนนี้จะต้องกำหนดให้แล้วเสร็จในกรอบต่าง ๆ และเริ่มดำเนินการให้เสร็จสิ้น ในเดือนธันวาคม สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่า Soft Power ของประเทศไทยจะแพร่กระจายไปให้ คนทั่วโลกได้รู้จักเยอะขึ้น เป็นการเติบโตอย่างทางลัดและเชื่อว่าจากอันดับที่ ๓๙ ถ้าหาก มีนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมลงไปเพิ่มเติม ผมเชื่อว่าอันดับของประเทศไทยในการ กระจาย Soft Power ก็จะเพิ่มขึ้น นี่คืออีกแนวทางหนึ่งของรัฐบาลท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นอกจากงบประมาณปกติที่มีอยู่ ก็ขอกราบเรียนเบื้องต้นไว้ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน อนุชาครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ อนุชา บูรพชัยศรี ก็ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนภินทรที่กรุณาได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของ นโยบายที่จะสานต่อแล้วก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับทางด้าน Soft Power ของไทยที่จะนำมา ซึ่งเศรษฐกิจในเรื่องของการที่จะนำรายได้ให้กับประเทศไทย ในส่วนของงบประมาณท่านได้ มีการเกริ่นไปบางส่วนแล้ว ผมให้ในส่วนของข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ มีคณะกรรมการ Soft Power ได้งบประมาณในส่วนที่เป็นคณะกรรมการเอง ประมาณ ๖๓๐ กว่าล้านบาทจากงบกลาง นอกจากนั้นรัฐบาลยังมีการขอเพิ่มเติมงบ Soft Power เพื่อจัดเกี่ยวกับเรื่องของเทศกาล เรื่องของ Event ต่าง ๆ อีก ๔๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ยังมีงบโครงการ Soft Power ในกระทรวงอื่น ๆ อีก ๒,๑๘๐ กว่าล้านบาท รวมแล้ว งบประมาณในปี ๒๕๖๗ เกี่ยวกับ Soft Power มีมากกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้มาดู ในปี ๒๕๖๘ ที่เพิ่งผ่านพ้นมา งบประมาณก็สูงมากพอสมควร โดยรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ในปี ๒๕๖๘ งบประมาณได้จัดสรรเงินที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power ไว้ถึง ๘,๔๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นจะเห็นว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power อาจจะกระจายไปในส่วนต่าง ๆ ที่เราเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 5F หรือว่า ๑๑ เรื่องที่เราพูดถึงทั้งหมด แต่ว่าที่หลัก ๆ ทั้งหมดก็คือว่าอยากให้มีการพูดคุยกันเพื่อที่จะได้ไม่เป็น ที่เขาเรียกง่าย ๆ นะครับ เป็นเบี้ยหัวแตกตรงนั้น มีการดำเนินการที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน คณะกรรมการ ผมเข้าใจว่าชุดที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งในแต่ละชุด เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งแล้ว คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ก็จะหมดวาระไปโดยปริยาย ก็เลยไม่ทราบว่าในส่วนของรัฐบาล ที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีการเตรียมการที่จะจัดตั้งคณะกรรมการ ชุดใดไว้บ้างหรือไม่ ที่เตรียมตัวที่จะมาทำให้เรื่องของ Soft Power เป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด ในหลาย ๆ ส่วนที่เราพูดถึงทั้งหมด คงใช้เวลาอีกไม่นานครับ ขออีกนิดเดียว เพราะฉะนั้น เรื่องของงบประมาณผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าในปี ๒๕๖๙ ซึ่งผ่านการอนุมัติของ สภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว มีงบประมาณของ Soft Power ทั้งหมดอยู่ที่เท่าไร อยู่ที่หน่วยงานใดบ้าง ถ้าเกิดสมมุติว่าแจกแจงตรงนี้ได้เป็น รายละเอียดหรือว่าเป็นเอกสารหลังจากนี้ก็จะทำให้สามารถประชาสัมพันธ์กับประชาชน ได้เต็มที่ว่างบประมาณ Soft Power ในปี ๒๕๖๙ ที่กระจายไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหมด มันมีอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วก็จะได้มีการติดตามว่ามีการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็สอดคล้อง กับนโยบายของรัฐบาลหรือไม่อย่างไร อย่างที่ท่านรัฐมนตรีนภินทรได้เกริ่นมาในส่วนที่เราจะมี เกี่ยวกับเรื่องของ Influencer เรื่องของภาพยนตร์ จะมีการ Rebate ให้ อันนั้นเป็นสิ่งที่ หลาย ๆ Producer ผมต้องบอกอย่างนี้เขาถามหากันมาว่านโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา จะต่อเนื่องหรือไม่ แล้วจะเป็นสิ่งที่จะทำให้เขามีความมั่นใจหรือไม่ เพราะว่าเรื่องของ Producer เรื่องของ Influencer เวลาเขาจะเดินทางมาประเทศไทยเขาไม่ได้ Pack กระเป๋า แล้วมาภายในสัปดาห์หรือ ๒ สัปดาห์ เขาใช้เวลาการเตรียมงานเป็นปี เพราะฉะนั้นถ้าเรามี นโยบายที่ชัดเจนว่าจะ Rebate เขาแบบไหน อะไรที่จะเข้าเงื่อนไขเขา แล้วต้องไปผ่าน กระทรวงไหน ไปกระทรวงวัฒนธรรมหรือเปล่า หรือจะไปสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือจะไปสำนักนายกรัฐมนตรี ไปหาท่านรัฐมนตรีโดยตรงก็จะได้บอกกล่าวเขาให้เข้าใจ ถึงช่องทางที่เขาสามารถที่จะหาข้อมูลตรงนั้นได้ ก็อยากที่จะถามคำถามเพิ่มเติมในเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายในอนาคต เรื่องของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เตรียมไว้หรือไม่อย่างไร เรื่องของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับทางด้านกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power มีการ กระจายงบประมาณไปอย่างไรบ้าง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอนุชา ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าในส่วนของ งบประมาณ Soft Power นั้น รัฐบาลได้ทำอย่างต่อเนื่องมาทุกปี อย่างปี ๒๕๖๗ ตามที่ท่าน กล่าวมา ทั้งงบประจำปี งบกลาง ซึ่งรวมแล้วก็ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๘ นั้น ก็มีงบกลาง ๕๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนงบปี ๒๕๖๙ นั้น ขออนุญาตขึ้น Chart ให้ดูแล้วกัน🔗
มีทั้งหมด ๙๖ โครงการ ๓,๙๒๘ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะส่งเป็นเอกสารให้ท่านว่ากระจาย อยู่ที่ไหนบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ตามในส่วนของรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับ Soft Power เราให้ กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ก็จะมาขับเคลื่อนด้าน Soft Power ต่าง ๆ รวมทั้งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็จะเป็นหนึ่งในคณะทำงานชุดนี้ด้วย เพราะฉะนั้นโครงการเกี่ยวกับ Soft Power ต่าง ๆ เสนอไปได้เลยครับที่กระทรวงวัฒนธรรม และผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้ที่ผ่านมาก็คือว่าเราเตรียมคิดแล้วว่าจะผลักดันการเผยแพร่ Soft Power ให้ต่างประเทศนั้นได้รู้จักได้อย่างไร ให้เขาเห็น ให้เขาทราบ และเขาอยากมา สัมผัส เมื่อมาสัมผัสแล้ว ชื่นชม ชอบ บอกต่อ ไปชักชวนคนมาอีก นี่คือพลัง Soft Power ที่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าในส่วนของงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ นั้น ที่เราตั้งไว้ ๓,๙๐๐ กว่าล้านบาท บวกกับกระทรวงวัฒนธรรมที่จะต้องเพิ่มขึ้นมาอีก เชื่อครับว่า ไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๙ ทั้งนี้เราแยกเป็น ๔ ประเภทด้วยกัน🔗
ประเภทแรก ก็คือการพัฒนาส่งเสริมทักษะของพี่น้องประชาชนว่าจะทำ อย่างไรให้ Soft Power นั้นมีคุณค่า ตรงกับความต้องการแล้วก็สื่อลงไปถึงวัฒนธรรมต่าง ๆ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือ Event ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับชาติ และระดับนานาชาติ เช่น ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนประเพณีไทยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลอยกระทง ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์ ตลอดจนงานแสดงสินค้า🔗
ประการที่ ๓ ก็คือ PR มุ่งประชาสัมพันธ์ นโยบายและผลการดำเนินการ เพื่อสร้างความเข้าใจของการมีส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนเรื่องของการ PR ประชาสัมพันธ์ Soft Power ให้ต่างชาติได้รับทราบตามที่ผมได้กล่าวมาแล้วในโครงการต่าง ๆ🔗
ประการที่ ๔ Eco System สร้างระบบสนับสนุนอุตสาหกรรม เป็นแพลตฟอร์ม ข้อมูลส่งเสริมมาตรฐานอุตสาหกรรมให้เห็นว่า Soft Power นั้นมีที่ไหน เมื่อไร อย่างไร มีสินค้า อะไรบ้าง แล้วก็มีเทศกาลอะไรบ้าง ซึ่งคนนั้นสามารถเข้าไปดูในแพลตฟอร์มว่าประเทศไทยนั้น มีอะไรอยู่ตรงไหน🔗
ดังนั้นในการผลักดัน Soft Power ของรัฐบาลนั้น เราจะเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศโดยยกระดับรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทั้งนี้ประเด็นทั้งในการท่องเที่ยวพื้นที่เมืองน่าอยู่อัจฉริยะ ผู้ประกอบการ SMEs ยุคใหม่ เพื่อส่งเสริมรากฐานและการพัฒนาต่อยอดสินค้าทางวัฒนธรรมที่เป็นทั้งแบบดั้งเดิม แบบสร้างสรรค์ รวมทั้งผลักดันสินค้าทางวัฒนธรรมออกสู่ตลาดโลก โดยขับเคลื่อนตาม แผนงานงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ ซึ่งตั้งไว้ ๓,๙๐๐ กว่าล้านบาท พร้อมทั้งงบของ กระทรวงวัฒนธรรม เชื่อว่าไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายและพัฒนา ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการยกระดับศักยภาพของ ผู้ประกอบการในประเทศไทย ส่งเสริมสภาพสิ่งแวดล้อมและการลงทุนที่ทันสมัยและ เอื้อประโยชน์ต่อการแข่งขันในอนาคต และเชื่อครับว่า Soft Power ของไทยจะเป็นพลัง ที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้วก็เราคงจะมีอันดับที่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านอนุชา ยังมีเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
ขออนุญาตเสริมสุดท้ายนิดเดียวครับ ก็คือว่าอยากจะขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีนภินทรในเรื่องของ Soft Power ว่าหลาย ๆ ส่วน ที่เราเห็นในช่วงอดีตที่ผ่านมา เวลาเราดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของ Soft Power เราก็จะทำ เหมือนกับว่ามันเป็น Hard Sale ซึ่งมันผิดวัตถุประสงค์เลย อย่างที่ผมเกริ่นไว้ตั้งแต่เริ่มว่า การทำ Soft Power มันคือการที่เราจะต้องไปโน้มน้าวผู้อื่นในสิ่งที่เราทำโดยไม่ได้ใช้กำลังบังคับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะไปบอก อย่างเช่น สมมุติเราจะไปเปิดงานอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วก็บอกว่า นี่คือ Soft Power ที่เราทำ บอกได้เลยว่ามันผิดวัตถุประสงค์ตั้งแต่กล่าวเปิดงานแล้ว เพราะว่า อะไรครับ เรากำลัง Hard Sale ว่าเรากำลังจะโน้มน้าวเขานะ เพราะฉะนั้นเวลาเราจะโน้มน้าวเขา เราไม่ต้องไปบอกหรอกครับว่านี่คือ Soft Power นะ เราทำให้เขามีความรู้สึกว่ามันกลมกลืนกัน กับสิ่งที่เขาจะรับโดยธรรมชาติ ถ้าทำแบบนั้น Soft Power จะได้วัตถุประสงค์ตามต้องการของ ศาสตราจารย์โจเซฟ ไนย์ (Professor Joseph Nye) ที่เขาเป็นต้นแบบ ผมเห็นในส่วนของ ข้าราชการหลาย ๆ ส่วน ไปถึงทุก ๆ งานหรือว่าเอกสาร แม้กระทั่งการแจกโบร์ชัวร์หรือว่าจะไป ต่างประเทศเพื่อที่จะไปโน้มน้าวต่างชาติ แล้วก็ไปบอกเขาเลยว่านี่คือ Soft Power ของไทย เขาบอกนี่ Hard Sale แล้ว มันก็ผิดวัตถุประสงค์ ก็เลยอยากจะฝากไว้นิดเดียวเท่านั้นว่าอย่าไป Hard Sale เขา เรารู้กันภายใน เหมือนกับพูดง่าย ๆ ว่าเป็น Back Office ว่านี่คืองบ Soft Power นะ แต่ไม่ต้องไปบอกเขาบอกว่านี่คือสิ่ง Soft Power ที่เรากำลังจะขายเขา เพราะถ้าเราพูดแบบนั้นปุ๊บเท่ากับเขารู้เลยว่าเรากำลังจะมาขายเขาในสิ่งที่เราไม่ต้องการที่จะให้ เขามีความรู้สึกว่าเราจะบังคับเขา เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ในส่วนของนโยบาย ไม่ว่าจะเป็น ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุก ๆ กระทรวง รวมไปจนกระทั่งถึงท่านนายกรัฐมนตรี เวลาพูดถึง Soft Power เราพูดกันภายในได้ ประชุม ครม. หรือว่างบประมาณ หรือว่าหน่วยงานราชการ ที่ภายใน แต่พอเราขึ้นออกสื่อขอความกรุณาเถอะครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ถึง ครม. ทุกท่าน ไม่ต้องไปบอกเขาว่านี่คือ Soft Power มันจะผิดวัตถุประสงค์ตั้งแต่แรกเลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีรับไปนะครับ🔗
สั้น ๆ นิดเดียวครับ เรียนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิก ท่านอนุชา สิ่งที่ท่านพูดถูกต้องเลย เราไปชี้ไม่ได้ว่านี่คือ Soft Power มันต้องเกิดจากพลังที่ละมุน คนที่ชอบศึกษา ยกตัวอย่าง ประเทศเกาหลีเขาสื่อ Soft Power ออกมาด้วยละคร ภาพยนตร์ แต่เขาไม่ได้บอกนี่คือ Soft Power แต่เมื่อคนดูผู้ชมแล้วเขาอยากไป เขาอยากสัมผัส แล้วเขาก็ชื่นชม ชื่นชอบ แล้วเขาก็บอกต่อผู้คนให้มาอีก นี่คือพลังที่ละมุน ผมเข้าใจท่าน แล้วก็ขอบคุณในคำแนะนำ ก็จะไปบอกกับทีมงานส่วนราชการต่าง ๆ ว่าวิธีการทำงาน Soft Power คืออะไร พลัง ที่ละมุนคืออะไร ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านผู้ถามครับ เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน อยากให้ โครงการนี้ต่อเนื่อง ไม่ใช่โครงการเฉพาะกิจ ประเทศไทยต้องเดินหน้าต่อไป ขอบคุณทั้ง ๒ ท่านครับ🔗
๔. เรื่อง ปัญหาการให้บริการรถเมล์สาธารณะในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร นายศิริโรจน์ ธนิกกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม คุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ ๑. นางคนางค์นงค์ หนูสันเทียะ ผู้อำนวยการสำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ๒. นายเกียรติศักดิ์ สุขศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ ๒ องค์การ ขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม มีทั้งหมด ๗ ท่านนะครับ ๑. นายอรรถพล บุรภักดิ์ ๒. นางสาวลักขณา ศรีชาติไทย ๓. นางสาวสุเนตตา แซ่โก๊ะ ๔. นายชร วิเชียรศิลป์ ๕. นางสาวรงรอง พวงสายใจ ๖. นายวุฒิเวชญ์ สุนทรประสาท ๗. นายมงคล เรืองศรี ท่านทราบข้อบังคับนะครับว่า ห้ามส่งเสียงเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ห้ามตอบ เป็นหน้าที่ผู้ถามผู้ตอบ ท่านมีหน้าที่รับฟัง ขอบคุณครับ เชิญคุณศิริโรจน์ ธนิกกุล ถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ จากพรรคประชาชน วันนี้ขอใช้สิทธิในการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในประเด็นเรื่องของปัญหาในการให้บริการรถเมล์สาธารณะ ในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ท่านประธานครับ เนื่องด้วยปัจจุบันหลังจากที่มีแผนการปฏิรูป สายรถเมล์จากกระทรวงคมนาคม เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๗ หรือเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้รถเมล์หลายสายเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อสายรถเมล์ เปลี่ยนระยะการวิ่ง เปลี่ยนเส้นทางการวิ่ง ยกเลิกการวิ่งหรือให้เอกชนเข้ามาวิ่งแทนในบางสาย ซึ่งในปัจจุบัน พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ที่เป็นผู้ใช้รถเมล์สาธารณะ ในการเดินทางเข้าแล้วก็ออกกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นประเด็น ที่สร้างความสับสนจากการเปลี่ยนชื่อสายรถเมล์ ประเด็นปริมาณรถเมล์ที่วิ่งน้อยลง แล้วก็ ปัญหาใหญ่ที่พี่น้องประชาชนพูดถึงก็คงจะเป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่ารถเมล์ที่แพงขึ้นจากการ เปลี่ยนให้เอกชนเข้ามาวิ่งแทนในสายเดิม ซึ่งส่งผลต่อพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยครับ ยกตัวอย่างเช่น สาย ๘๑ ที่เดิมเป็นรถพัดลม วิ่งเส้นอ้อมน้อย-ปิ่นเกล้า ก็มีการเปลี่ยนเป็นรถแอร์ ให้เอกชนเข้ามาวิ่งแทน เปลี่ยนเส้นทางการเดินรถ ค่ารถเมล์ก็แพงขึ้น จากปกติเริ่มต้น ถ้าเป็นรถพัดลมจะอยู่ที่ ๘ บาท แต่พอเป็นรถแอร์ เป็นรถเอกชน ขั้นต่ำก็จะอยู่ที่ ๑๕ บาท เท่ากับว่าค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง ๒ เท่า ยิ่งถ้าเป็นผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่มีรายได้เป็นรายวัน เหมือนเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากเลย หรือสาย ๑๒๓ วิ่งฟาร์มจรเข้สามพราน-สนามหลวง ก็เป็นอีกสายหนึ่งที่ผ่านอำเภอกระทุ่มแบน บริเวณ ตำบลอ้อมน้อย แยกอ้อมน้อย สาย ๘๐ก หมู่บ้าน วปอ. ๑๑ พิเศษ ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน ไปบางกอกใหญ่ ก็เปลี่ยนเป็น ๘๐เอ เป็นของเอกชนมาวิ่งแทน จึงอยากจะถามเป็นครั้งแรกว่าหลังจากดำเนินการตามแผนโครงการปฏิรูปรถเมล์แล้ว ในปัจจุบัน ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการติดตามแล้วก็ประเมินผลของแผนการปฏิรูป บ้างหรือไม่ และปัญหาที่ตามมาหลังจากแผนการปฏิรูปแล้วมีแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้น อย่างไร โดยเฉพาะรถเมล์ที่วิ่งผ่านโซนอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครครับ นี่คือคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาว มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม หรือท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๗๒๐ ที่ท่านสมาชิกได้ถามเมื่อสักครู่ ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่ากระทรวงคมนาคม ภายใต้การนำของท่านรัฐมนตรีว่าการ เราก็พยายามเน้นแล้วก็มีนโยบายที่สำคัญในการที่จะ พัฒนาแล้วก็ยกระดับการคมนาคมเพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับ ประชาชนทุกท่านโดยทั่วถึงกัน ซึ่งก็เป็นเจตนาดีที่เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้ห่วงใยถึง ค่าโดยสารว่าจาก ๘ บาท เป็น ๑๕ บาท แต่ทางแนวคิดของกระทรวงก็เป็นแนวคิดที่ดี คืออยากพัฒนาความสะดวกสบายให้ จากพัดลมก็เปลี่ยนเป็นแอร์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคือคำท้วงติง ของท่านสมาชิกก็จะนำไปดูแลแล้วก็ศึกษาอีกทีหนึ่ง ถ้าเกิดสมมุติว่าแพงไปเราก็อาจจะต้อง มีเงื่อนไขในลักษณะที่ต้องไปทำการศึกษาก่อน จาก ๘ บาทถ้าเกิดว่านั่งรถแอร์แล้วเป็น ๑๕ บาท เราก็อาจจะต้องมีเงื่อนไขของระยะทาง ถ้าสมมุติว่า ๘ บาท เราขึ้นเป็นสัก ๑๐ บาท ๑๒ บาท ผู้โดยสารจะรับได้ไหม คือรถชุดเดิมต้องยอมรับว่ามันสร้างมลพิษ เราก็เลยถึงต้องปรับเพื่อที่จะให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ ซึ่งเรามีปัญหาเรื่อง PM2.5 กันค่อนข้างเยอะ ซึ่งอันนี้เมื่อเราได้ลงไปดูจากเดิมรถเมล์ที่ชุดเดิมจะเป็น ๑๘๙ ปัจจุบันนี้ ก็เปลี่ยน จาก ๑๘๙ เป็นสนามหลวงไปที่กระทุ่มแบน ทีนี้พอปรับใหม่ก็จะเป็น ๔-๕๙ สถานีชุมทางตลิ่งชันแล้วก็ไปกระทุ่มแบน ซึ่งทางท่านสมาชิกอาจจะมองว่าเส้นทางเปลี่ยน จากสีเขียวไปเป็นสีแดงมันจะขาดช่วงไป คือสีแดงเราจะไปสุดที่สถานีรถไฟที่ตลิ่งชัน เพื่อที่จะให้เป็น Feeder แต่ทีนี้ถ้าเกิดสมมุติว่าประชาชนที่อยากจะไปสนามหลวงเราก็มี สายเพิ่มให้ เราจะมี ๔-๔๓ ไปที่วัดศรีนวลธรรมวิมล ไปที่สนามหลวง ก็เป็นการชดเชยหรือ จะเป็นสาย ๔-๔๕ พุทธมณฑลสาย ๕ ไปที่ท่าราชวรดิษฐ์ หรือสาย ๔-๖๐ หมู่บ้านเศรษฐกิจ ไปที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ-จตุจักร ขสมก. ซึ่งทางกระทรวง ทาง ขสมก. เอง ก็พยายามที่จะเติมช่องว่างตรงไหนที่ขาดเหลือไป เพราะว่าตรงสีแดงที่ปรับก็อาจจะทำให้ พี่น้องประชาชนไม่คุ้นเคยในระยะต้น ๆ เหมือนกับหมายเลขที่แก้จาก ๑๘๕ แล้วมาเป็น ๔-๕๙ แต่ด้วยระยะเวลาเชื่อว่าเดี๋ยวสักครู่ สักพักใหญ่ ๆ พี่น้องประชาชนก็ไม่น่าจะมีปัญหา ตรงของตัวเลข ก็ย้ำว่ากระทรวงคมนาคมก็ฝากบอกท่านประธานถึงท่านสมาชิกว่าเรามี ความตั้งใจแล้วก็มีเจตนาที่ดีที่อยากจะทำให้ทุก ๆ อย่างนั้นมันราบรื่นแล้วก็ปรับสภาพ ไปตามสภาพสังคม ก็ขอตอบคำถามข้อที่ ๑ ตามนี้ค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสำหรับคำตอบ ในครั้งแรก จากที่ผมได้เกริ่นนำแล้วก็ถามไปในครั้งแรก ก็อยากจะ Scope เฉพาะเจาะจง เข้ามาในพื้นที่ของผมมากยิ่งขึ้นก็คือตัวอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ต้องบอกว่า ด้วยความเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองค่อนข้างสูง มีผู้คนหนาแน่น มีโรงงานเยอะ มีหมู่บ้าน จัดสรรเยอะ ดังนั้นการที่จะมีบริการสาธารณะที่เข้าถึงอย่างรถเมล์โดยสารก็ถือว่าเป็น ความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางภายในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเองก็ดี หรือว่าเป็นการเดินทางเข้าสู่ กรุงเทพมหานคร แต่ในปัจจุบันก็ยังมีบางโซน ถนนบางเส้นที่ยังไม่มีรถเมล์วิ่งผ่าน อย่างเช่น ถนนสายใยรักที่ระยะทางน่าจะประมาณ ๕ กิโลเมตรได้ แล้วก็วิ่งผ่านน่าจะสัก ๒-๓ ตำบล จึงเป็นคำถามไปยังคำถามที่ ๒ เนื่องจากในบางเส้นทางในอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เช่น ถนนเศรษฐกิจ ถนนสายใยรัก ถนนพุทธสาคร เดิมทีมีรถประจำทางที่วิ่งน้อยหรือไม่มีเลย อย่างที่ได้ยกตัวอย่างไป มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะขอให้ทาง ขสมก. เพิ่มเส้นทาง เข้ามาในถนนดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาปริมาณรถที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการที่อยากจะใช้ ขนส่งสาธารณะของพี่น้องประชาชนครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะคะ ขอชี้แจงที่ท่านสมาชิกได้สอบถามว่ารถเมล์น้อย อยากจะบอกว่าปัจจุบันนี้เส้นรถโดยสารประจำทางที่เดินรถให้บริการอยู่ในพื้นที่ของอำเภอ กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร มีจำนวนทั้งหมด ๑๔ เส้นทาง มีรถให้บริการทั้งสิ้น ๒๖๖ คัน ถ้าแบ่งตามถนน ๑. ถนนพุทธสาคร มีจำนวน ๖ เส้นทาง ได้แก่หมวด ๔ จังหวัด สมุทรสาคร สายที่ ๖๐๓๕ สายที่ ๘๒๗๕ สายที่ ๘๓๗๕ สายที่ ๖๐๓๓ สายที่ ๘๒๘๗ และหมวด ๑ กทม. สายที่ ๔-๕๙ ถนนเศรษฐศิริ มีจำนวนทั้งหมด ๑๓ เส้นทาง ถนนเพชรเกษม-อ้อมน้อย มีจำนวน ๕ เส้นทาง คือประเด็นที่ท่านสมาชิกอยากจะให้เพิ่ม ที่ถนนสายใยรัก ถูกต้องนะคะ ทีนี้ถนนสายใยรักถ้าดูตามแผนที่มันจะเป็นเส้นที่อยู่ข้างล่าง เส้นสีแดงที่เป็นคู่ขนาน จากเดิมที่วิ่งอยู่ปัจจุบันมันจะเป็นมาจากธง จากที่สถานีรถไฟชุมทาง ตลิ่งชัน พอวิ่งมาถึงตรงแยกเพชรเกษมเลี้ยวขวาไป ซึ่งจะไม่ได้ผ่านสายใยรัก สายใยรัก เป็นเส้นคู่ขนาน ทีนี้ทางหน่วยงานได้ลงไปสำรวจ ได้ไปดูพื้นที่แล้ว ก็ดูแล้วว่าแก้ปัญหาไม่ยาก ก็อาจจะเพิ่มรถเมล์ให้ อาจจะเป็น ก ข อะไรอย่างนี้ ซึ่งเดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่เขาก็จะไป ดำเนินการต่อ อาจจะวิ่งเส้นนี้ จากเดิมวิ่งเส้นสีแดงอยู่ ทีนี้ถ้าเกิดเพิ่มไปพอตรงจุดแยก เพชรเกษมเราอาจจะเพิ่มเส้นทาง เพิ่มรถด้วยวิ่งไปที่สายใยรัก เพราะว่ามีระยะทางอยู่ ประมาณแค่ ๕ กิโลเมตร คือเมื่อก่อนคนน้อย ทีนี้ปัจจุบันก็เป็นชุมชนที่มากขึ้น การเดินรถ ก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้ความห่วงใย พี่น้องประชาชน แล้วก็ได้เห็นถึงความลำบากของพี่น้องประชาชนในการใช้รถสาธารณะ ทั้งนี้ทั้งนั้นทางกระทรวงคมนาคมก็จะมอบหมายให้ทาง ขบ. ขนส่งทางบกไปดำเนินการ เพื่อที่จะเพิ่มเส้นทาง แล้วก็อาจจะเชิญท่านสมาชิกลงไปดูพื้นที่ด้วยกัน ขอบคุณค่ะ🔗
ช่วงปิดประชุม ก็ไปดูเส้นทางด้วย ท่านรัฐมนตรีรับปากแล้วนะครับ🔗
ได้ค่ะ พร้อมค่ะ🔗
พอใจ แล้วนะครับ ขอบคุณท่านผู้ถามผู้ตอบครับ ท่านรัฐมนตรีรับปากแล้ว เป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนที่จะได้ใช้เส้นทางสัญจรมาครอบคลุมทั่วประเทศ ฝากข้าราชการด้วยนะครับ มีเวลาจำกัด ขอบคุณมากครับ🔗
๕. เรื่อง ปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมติดภารกิจ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามออกไปก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมประธานสภาจะรวบรวมแจ้งรัฐมนตรี ดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ วรรคสอง🔗
๖. เรื่อง ขอทราบรายละเอียดการถอนอายัดทรัพย์ของนายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสมาชิกวุฒิสภา นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุม ประธานสภาจะรวบรวมแจ้งรัฐมนตรีดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ วรรคสอง🔗
บัดนี้มีการถามตอบครบถ้วนแล้วนะครับ พบกันใหม่สมัยประชุมต่อไป วันนี้ขอปิดประชุมครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะประชุมและพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระนั้น ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำ ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ระเบียบวาระที่ ๗.๓ เรื่องที่ยังไม่ได้บรรจุ ในระเบียบวาระ คณะกรรมาธิการขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษา การตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง คณะกรรมาธิการขอถอนรายงานขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ ที่ประชุม จะมีเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีแล้วก็ถือว่าที่ประชุมนั้นเห็นชอบ ให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
- รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง)🔗
ครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘🔗
ครั้งที่ ๑๐ วันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘🔗
ครั้งที่ ๑๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘🔗
ครั้งที่ ๑๒ วันพุธที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘🔗
ซึ่งรายงานการประชุมนั้นได้วางให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอ ให้สภารับรอง ดังนั้นเมื่อไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมให้การรับรอง รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ ครั้งดังกล่าวนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติการปฏิรูประบบค่าปรับของกฎหมายไทย และการเปลี่ยนความผิดทางอาญาที่มีโทษไม่ร้ายแรงเพื่อปรับเป็นความผิดทางพินัยออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘🔗
ด้วยท่านประธานกรรมาธิการ คือท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากคณะกรรมาธิการต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์และเรียบเรียงข้อมูลด้วยความละเอียด รอบคอบเพื่อจัดทำรายงาน ดังนั้นกรรมาธิการจึงขอขยายระยะเวลาเพื่อพิจารณาออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นการขอขยายในครั้งที่ ๓ เพื่อประโยชน์ ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ ท่านประธานจะมีอะไรชี้แจงเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส. นครราชสีมา เขต ๑ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ปฏิบัติตามแนวทาง ของท่านประธานสภา เมื่อมีการขยายเวลา คณะอนุกรรมาธิการก็จะต้องมาชี้แจงเหตุผล แล้วก็ Update สถานการณ์ล่าสุดของอนุกรรมาธิการให้กับสภาได้รับทราบ คณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาการปฏิรูประบบค่าปรับได้มีการขอขยายเวลา ครั้งนี้ขอขยาย ๓๐ วันครับ ขออนุญาต Update ท่านว่าการประชุมและการสรุปข้อมูลทุกอย่างจัดทำเล่มเบื้องต้น ได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว วันนี้ตามวาระที่ได้บรรจุเข้าประชุมกรรมาธิการก็นำเล่มรายงานนั้น เข้ามาพิจารณา เพราะฉะนั้น ๓๐ วันที่เหลือนี้เป็นการพิจารณาแล้วก็จัดทำรูปเล่มตาม ระเบียบของรัฐสภาแล้วก็จะดำเนินการในขั้นต่อไป จึงมานำเรียนครับ แล้วก็ขออนุญาต ปิดท้ายประชาสัมพันธ์สั้น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เมื่อ ๑๙๘ ปีที่แล้ว เป็นวันที่ สถาปนาคุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารี วันนี้ชาวโคราชร่วมระลึกถึงย่าโม ท่านท้าวสุรนารี ไชยะ ไชโย ย่าโมออกศึก ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมจะถามว่าท่านสมาชิกจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ตามที่ท่านประธานกรรมาธิการ ได้ร้องขอในการขยายเวลา ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้กรรมาธิการ ขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗
๒. คณะกรรมาธิการขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษา ซึ่งยังไม่ได้บรรจุ ในระเบียบวาระนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐาน การก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพ อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาดังกล่าว ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือท่านปลอดประสพ สุรัสวดี มีหนังสือแจ้งว่า เพื่อให้การพิจารณาการศึกษาของคณะกรรมาธิการมีความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ สามารถนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมทั้งข้อข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ต่อประชาชนและประเทศชาติ ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษา ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นการขอขยายครั้งที่ ๒ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณา ออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖🔗
๓. การตั้งคณะกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ เป็นการตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกีฬาแทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง คือท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือท่านปริญญา ฤกษ์หร่าย ได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากสมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๘) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยครับ ขอเชิญได้เสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้ง ขอผู้รับรองตามข้อบังคับ ขอเชิญพรรคเพื่อไทย เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมาธิการกีฬาในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยครับ คือท่านวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ก็ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างตามที่ท่านสมาชิก ได้เสนอในที่ประชุมนะครับ🔗
๔. ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ MOU ๒๕๔๓ และ MOU ๒๕๔๔ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านไชยชนก ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรองตามข้อบังคับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ MOU ๒๕๔๓ และ MOU ๒๕๔๔ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาในสัดส่วนของ พรรคภูมิใจไทย คือนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ก็ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างตามที่ท่านสมาชิก ได้เสนอในที่ประชุม🔗
๕. คณะกรรมาธิการขอถอนรายงาน🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทาง การส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ได้มีหนังสือขอถอนรายงานของคณะกรรมาธิการออกจากระเบียบวาระ การประชุม เนื่องจากรายงานดังกล่าวยังขาดความละเอียดในบางประเด็นที่เชื่อมโยงกับปัญหา สาเหตุและข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการถอนญัตติที่ประธานสั่งบรรจุระเบียบวาระการประชุม จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ และเนื่องจาก ระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการได้ครบกำหนดแล้ว เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ดังนั้นหากสภายินยอมให้คณะกรรมาธิการถอนรายงานเพื่อนำกลับไปปรับปรุงให้ สมบูรณ์นั้น จะต้องกำหนดระยะเวลาให้กรรมาธิการปรับปรุงรายงานด้วย ดังนั้นจึงขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการได้ชี้แจงครับ ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทาง การส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอเรียนต่อท่านประธานว่าดังหนังสือที่ผมได้ทำกราบเรียนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยย่อก็คือคณะกรรมาธิการได้ทำรายงานเสร็จแล้ว และได้นำเรียนต่อท่านประธานและ ได้มีการบรรจุระเบียบวาระในวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ นี้ คณะกรรมาธิการพบว่า มีเนื้อหาสาระสำคัญบางประการที่เชื่อมโยงกับการแก้ปัญหา สาเหตุและข้อเสนอแนวทาง การส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอนำกลับมาพิจารณาทบทวนเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเพิ่มเติม ข้อมูลให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์และเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๖๑ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมว่าคณะกรรมาธิการเราได้เร่ง ทำงานนี้ให้เสร็จเพื่อหวังจะให้ทันในการพิจารณา ในอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ แต่มาบังเอิญพบว่าขาดเนื้อหาสำคัญบางตอนซึ่งก็เป็นความรับผิดชอบของประธาน รองประธานเป็นสำคัญที่เราเพิ่งมาเห็นปัญหานี้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นทั้งขอถอนจาก ระเบียบวาระและขอนำกลับไปพิจารณาทบทวน เมื่อคำนึงถึงการแก้ไขปรับปรุงซึ่งไม่น่าจะใช้ เวลามาก แต่ว่าเนื่องจากเมื่อมีการแก้ไขปรับปรุงแล้วจะต้องมีการทั้งเปลี่ยนหน้า มีการทั้ง พิมพ์ใหม่ จัดพิมพ์ใหม่ซึ่งจะใช้เวลาอยู่พอสมควร จึงขอใช้เวลาเพิ่มเติมในการแก้ไขปรับปรุงนี้ เป็นเวลา ๓๐ วันครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ จะขอถามในที่ประชุม เนื่องจากว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ขอถอนรายงานออกจาก ระเบียบวาระการประชุม เพื่อนำกลับไปปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ ท่านสมาชิกจะมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ ไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมนั้นมีมติยินยอมให้ถอนรายงานฉบับนี้ ออกจากวาระการประชุมตามบังคับ ข้อ ๖๑ ประกอบ ข้อ ๘๘ จะถามท่านสมาชิก เนื่องจากว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการนั้นได้ขอเวลา เนื่องจากว่าการกำหนดระยะเวลา ของคณะกรรมาธิการนั้น แล้วก็ในการพิจารณาได้สิ้นสุดตั้งแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ไปแล้ว ดังนั้นเมื่อนำกลับไปคณะกรรมาธิการก็จะต้องมีระยะเวลาในการที่จะต้องไปปรับปรุง ให้สมบูรณ์ ซึ่งท่านประธานได้ขอขยายเวลาในการจัดทำใหม่ให้สมบูรณ์นี้เป็นเวลา ๓๐ วัน จะขอถามท่านสมาชิกว่ามีท่านสมาชิกท่านใดจะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ตามที่ ท่านประธานได้ร้องขอ ไม่มีนะครับ ไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมนั้นเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการ ปรับปรุงรายงานให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน ตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เสนอ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๑. เนื่องจากว่าท่าน พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเพื่อไทยนั้นได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๒) ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เพื่อเป็นการ ไว้อาลัยแด่ พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ที่ถึงแก่อนิจกรรมในระหว่างการเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมจึงขอเชิญชวนท่านสมาชิกนั้นได้โปรดยืนขึ้นเพื่อเป็นการไว้อาลัย เป็นเวลา ๑ นาที ขอเชิญทุกท่านครับ🔗
เชิญนั่งครับ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันทั้งหมดที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๙๒ คน องค์ประชุมก็ต้องไม่น้อยกว่า ๒๔๖ คน🔗
๒. รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภาตามระเบียบวาระที่ ๒.๑ และไม่ปรากฏ ในระเบียบรายงานการประชุม จำนวน ๗ เรื่อง🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภามีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมของวุฒิสภา ได้พิจารณาเรื่องดังต่อไปนี้🔗
๑. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงานจำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานเงินกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิก รัฐสภาสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ ถึงสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕🔗
เรื่องที่ ๒ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗🔗
เรื่องที่ ๓ รายงานประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับปี ๒๕๖๖🔗
๒. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่องดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ในการปราบปราม ยาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๗🔗
เรื่องที่ ๒ รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการภายใต้นโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ ๒๕๖๗🔗
๓. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล งบบัญชีกำไรขาดทุน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๗🔗
๔. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ🔗
การพิจารณารับทราบรายงานตามกฎหมายของหน่วยงานที่ได้บรรจุ ในระเบียบวาระนั้น สำหรับการพิจารณาในวันนี้มีหน่วยงานซึ่งพร้อมเข้าชี้แจงจำนวน ๔ เรื่อง ได้แก่ ระเบียบวาระที่ ๒.๒ ๒.๔ ๒.๘ และ ๒.๙ แต่เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ต้องดำเนินการพิจารณาตามลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุม จะลงมติเป็นอย่างอื่น ดังนั้นผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอเปลี่ยนระเบียบวาระดังกล่าวขึ้นมา ให้ที่ประชุมได้พิจารณาก่อน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ขอเสนอตามนี้ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมนั้นได้ให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้🔗
รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ของคณะกรรมาธิการ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน ปกรณ์วุฒิครับ🔗
พอดีว่ามีเพื่อนสมาชิก ได้ประสงค์เอาไว้ว่าจะตั้งญัตติด่วนด้วยวาจาวันนี้ถึง ๓ ท่าน อาจจะขออนุญาตนิดหนึ่งครับ🔗
เชิญท่านสมาชิก เสนอได้เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตท่านประธาน ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) เพื่อที่จะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา โดยญัตติด่วนด้วยวาจาที่จะเสนอ ในวันนี้ เป็นเรื่องแนวทางการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์และการฟอกเงิน เพื่อส่งให้นายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนในฐานะวาระแห่งชาติ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ผมขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อขอให้ สภาแห่งนี้พิจารณาผลกระทบจากการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปเซ็นสัญญาจำนวน ๓ ฉบับ ที่มาเลเซีย ในวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ในประเด็นที่เกี่ยวกับแร่ธาตุหายาก ในประเด็น ที่เกี่ยวกับภาษีนำเข้าสหรัฐแล้วก็ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสันติภาพ เพื่อที่จะได้ ส่งให้กับทางรัฐบาลเพื่อพิจารณา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญญัตติต่อไปครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบจากการลงนาม บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วย ความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญทั่วโลก และส่งเสริมการลงทุนเพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณา ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ รับเป็นญัตติทั้ง ๓ ญัตติ เพื่อดำเนินการตามข้อบังคับต่อไป เชิญท่าน ปกรณ์วุฒิครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน จริง ๆ มีการหารือกันเบื้องต้นแล้วนะครับ ฟังจาก ชื่อญัตติของทั้ง ๓ ท่าน อาจจะฟังดูว่าเป็นคนละเรื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Scammer เรื่องแรร์เอิร์ธ เรื่องภาษีตอบโต้สหรัฐอะไรก็ตามนะครับ แต่ว่าทั้งหมดนี้ผมก็อยากจะให้ สภาแห่งนี้พิจารณาไปร่วมกัน เนื่องจากว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปร่วมประชุม ASEAN Summit ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ถือว่าทั้ง ๓ ญัตติมีความเกี่ยวเนื่องกันตรงที่เป็นการติดตามผลการประชุม ASEAN Summit เพื่อส่งให้ ครม. ได้พิจารณาถึงความเห็นของสภาผู้แทนราษฎรที่มีต่อเรื่องต่าง ๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ไปดำเนินการในการประชุมครั้งนั้นต่อไปครับ ขอให้ท่านประธานพิจารณา ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากมีสมาชิกเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) จำนวน ๓ ญัตติ และสมาชิกมีเสนอให้รวมการพิจารณาลงมติพร้อมกันทั้ง ๓ ญัตติ เพื่อไม่ใช้เวลาของพวกเรา จำนวนมาก ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๔) มีท่านใดขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีท่านใดขัดข้องถือว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยตามข้อเสนอของท่านสมาชิกนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านผู้เสนอญัตติแรก ท่านรังสิมันต์ โรม หลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตามที่ได้มีการเสนอญัตติในเรื่อง ของแนวทางการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทาง ไซเบอร์ การค้ามนุษย์และการฟอกเงิน เพื่อส่งให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนในฐานะวาระแห่งชาติ สำหรับหลักการและเหตุผลก็ต้องเรียน ต่อท่านประธานด้วยความเคารพว่าปัญหาในเรื่องของ Scammer เป็นปัญหาที่มีความร้ายแรง เป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายทั่วโลก ถ้าคิดเป็นเงิน U.S. Dollar เป็นเงิน U.S. สหรัฐอเมริกา ความเสียหายทั่วโลกมันจะอยู่ที่ประมาณ ๖๔-๖๕ แล้วอาจจะไปสูงถึง ๗๕ Billion U.S. Dollar หรือถ้าคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำไปกว่า ๒ ล้านล้านบาท ซึ่งรายงานบางฉบับได้มีการระบุว่ารายได้ ของแก๊ง Scammer ที่ตั้งอยู่ในประเทศต่าง ๆ สำหรับบางประเทศ ยกตัวอย่างเช่นประเทศ กัมพูชา รายได้ของ Scammer มีมากสูงถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีรวมทั้งประเทศของ กัมพูชา นี่แสดงให้เห็นว่าความร้ายแรงของ Scammer วันนี้เป็นความร้ายแรงระดับโลก ที่ผ่านมาถ้าเราไปดูในข้อมูลของรายงานหลาย ๆ ฉบับเราจะพบว่าฐานที่ตั้งของ Scammer ประกอบไปหลายที่ หลายประเทศ หลัก ๆ ก็จะอยู่ในภูมิภาคของเรา นั่นก็คือภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศอย่างเมียนมาที่ก็มีการตั้งฐาน Scammer โดยเฉพาะบริเวณริมชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ประเทศกัมพูชาก็มีการตั้งฐาน Scammer ซึ่งกระจายตัวไปทั่วทั้งประเทศ ไม่เฉพาะเจาะจงแค่เฉพาะตามแนวชายแดน ระหว่างไทย-กัมพูชาเท่านั้น แต่ว่าแม้กระทั่งชายแดนเวียดนาม-กัมพูชา หรือแม้กระทั่ง ในเมืองหลวงอย่างพนมเปญก็ปรากฏว่ามีฐาน Scammer จำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยข้อมูล ที่เราได้มาอย่าง Amnesty International ระบุว่าฐานปฏิบัติการของ Scammer ที่สามารถ ยืนยันได้ ณ วันนี้ในประเทศกัมพูชามีมากถึง ๕๓ ฐาน แล้วก็มีข้อมูลที่อาจจะยืนยันไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นสถานที่ที่ต้องสงสัยอีก ๔๐ กว่าฐาน เกือบ ๆ ๕๐ ฐาน นั่นหมายความว่า เรากำลังพูดถึงอุตสาหกรรม Scammer เรากำลังพูดถึงเครือข่าย Scammer ที่มีความร้ายแรง มีขนาดใหญ่ มีความเกี่ยวพันกับคนจำนวนมาก มากไปกว่านั้นสามารถสร้างความเสียหาย ให้กับคนทั่วโลกได้อย่างมากมายมหาศาล เรียนท่านประธานที่เคารพครับ เราพูดเรื่องนี้ เราต้องยอมรับว่าเรื่อง Scammer ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องใกล้ตัว ถ้าเราดูจากข้อมูลของ ประเทศไทย หน่วยงานอย่างกาซาซึ่งเป็นรายงานที่เขาทำร่วมกันกับ Whoscall ข้อมูลล่าสุด จนถึงเดือนมีนาคมของปีนี้ย้อนหลังไป ๑๒ เดือน พบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จาก Scammer ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้รัก หลอกให้ลงทุน โทรศัพท์หลอกลวง มีการ Click Link อะไรต่าง ๆ รูปแบบต่าง ๆ ที่มีการหลอกลวงเอาเงินของคนไทย เราพบว่าวันนี้ ตัวเลขมันไปไกลถึง ๑.๑๕ แสนล้านบาทแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าความเสียหายวันนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้คนไทยจนลง เป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาบ้านเมือง เป็นปัญหาสังคม เป็นปัญหา ความแตกร้าวที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ครอบครัว เป็นปัญหาที่เป็นวิกฤติที่หน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะหาคำตอบหรือวิธีการในการที่จะแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน นี่คือเรื่องใหญ่ นี่คือเรื่องสำคัญ ถ้าเราพูดให้เห็นภาพที่ชัดเจนผมดีใจอยู่อย่างหนึ่งว่าวันนี้รัฐบาลนี้ได้มีการ ประกาศว่าเรื่อง Scammer ได้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญ แต่คำถามก็คือการพูดว่ามันเป็นวาระแห่งชาติ การพูดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเข้าไป ดำเนินการ แต่การพูดเหล่านั้นจะไม่มีทางมีความหมายเลยถ้าสุดท้ายมันดีแต่พูด ไม่ได้นำไปสู่ การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ย้อนหลังไปตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วครับ รัฐบาลที่แล้วได้มีการเริ่ม ปฏิบัติการในการทลายแก๊ง Call Center หรือแก๊ง Scammer ที่พื้นที่บริเวณเมืองเมียวดี ซึ่งติดอยู่กับจังหวัดตากของประเทศไทย พื้นที่ดังกล่าวประกอบไปด้วยแก๊ง Scammer ที่นับได้อยู่ที่ประมาณ ๓๕ แห่ง แหล่งใหญ่สุด อย่างชเวโก๊กโก่มีผู้ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากภาคประชาสังคมยืนยันว่ามีประชาชนที่ถูกหลอก ไปเป็น Scammer ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็แล้วแต่ รวม ๆ กันอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน เคเคพาร์กซึ่งวันนี้เป็นข่าวใหญ่ที่มีการใช้ระเบิดเพื่อทำลาย Scammer โดยกองกำลังของรัฐบาลทหารเมียนมาก็สามารถรองรับเครือข่ายแก๊ง Scammer ได้นับแสนคน เช่นเดียวกัน ในตอนนั้นที่มีการทลายเป็นสัญญาณที่ดี เป็นสัญญาณที่ดีที่นำไปสู่การตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ตแล้วก็หยุดยั้งในเรื่องของการส่งน้ำมัน มากไปกว่านั้นเป็นสัญญาณที่ดีในการ ที่จะควบคุมการเข้าออกชายแดนให้เกิดผลอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความน่าเสียดายในเหตุการณ์ วันนั้นปราการที่มันเกิดขึ้นเลยก็คือเราทำอยู่แค่นั้นแล้วเราก็หยุดลง วันนั้นที่เราพูดกันว่า มันคือการนับหนึ่งในการทลายเครือข่าย Scammer แต่สุดท้ายเราก็นับอายุแค่หนึ่งแล้วก็ ไม่ได้มีการจัดการ ไม่ได้มีการดำเนินการต่อ ทั่วโลกรู้ว่าแก๊ง Scammer มันไม่ได้อยู่แค่เฉพาะ ในเมียนมา แต่มันอยู่อีกหลาย ๆ ที่ อยู่ในฝั่งลาวก็มี ในฝั่งกัมพูชาก็มี โดยเฉพาะกัมพูชา ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่แต่น่าเสียดายว่าการขยายผลเพื่อนำไปสู่การทลายเครือข่ายมันไม่เกิดขึ้น นั่นคือความผิดพลาดประการที่ ๑ ที่เกิดขึ้น🔗
ความผิดพลาดประการที่ ๒ ในยุคเวลานั้น เราต้องยอมรับว่าแก๊ง Scammer ที่เขามีการเดินทางไปยังพวก Scam Center ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน เขาใช้ประเทศไทย เป็นทางผ่าน สิ่งที่เราเรียกร้องมาโดยตลอดในสภาแห่งนี้ก็คือจะมีวิธีการที่เป็นรูปธรรม อย่างไรในการจัดการกับไทยเทา สิ่งที่เราเห็นก็คือมีการย้ายผู้กำกับบ้าง มีการย้ายตำรวจบ้าง แต่เราทำแค่นั้น ไม่ได้นำไปสู่การขยาย นำไปสู่การดำเนินคดีกับบรรดาไทยเทาอย่าง จริงจังเลย ถามว่าภาครัฐไม่รู้ข้อมูลหรือ ถามว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่รู้หรือว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง ผมยืนยันกับท่านประธานว่าเจ้าหน้าที่รู้อย่างแน่นอน แต่ถามว่าสุดท้ายทำไมถึงไม่มีการ ดำเนินการอะไร ทำไมถึงไม่มีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง ไม่แม้แต่จะดำเนินคดีกับคนที่ชื่อ หม่อง ชิต ตู่ ซึ่งวันนี้ถูกทางการสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรไปแล้ว ไม่มีครับ DSI ส่งเรื่องไปที่ อัยการสูงสุดแล้วก็ค้างอยู่ตรงนั้น ไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม การขยายผลเพื่อนำไปสู่การปราบปราม โดยเฉพาะพวกไทยเทาหรือการออกหมายจับบรรดา อาชญากรรายสำคัญ ๆ มันถึงหยุดอยู่แค่นั้นเอง ถ้าเรื่องนี้ใหญ่จริง ถ้าเรื่องนี้สำคัญจริง ทำไม ถึงไม่มีการดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจัง เราบอกว่านับหนึ่ง แต่การนับหนึ่งก็อาจจะถูกสงสัยว่า เป็นการนับหนึ่งแค่เพียงเพื่อเอาใจบางประเทศเท่านั้น แต่ไม่ได้ใส่ใจถึงการที่จะแก้ปัญหา หรือระงับยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แล้วจากการนับหนึ่งวันนั้น วันเวลาผ่านมาจนถึง ตอนนี้ก็อย่างที่เราเห็น ความเสียหายมันก็เกิดขึ้นเหมือนเดิม และเผลอ ๆ ร้ายแรงกว่าเดิม ด้วยซ้ำ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสถานการณ์มันไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง สิ่งที่เราเห็นก็คือบรรดาแก๊ง Scammer จำนวนไม่น้อยก็ย้ายจากเมียวดีมาอยู่ที่ฝั่งกัมพูชา ฝั่งกัมพูชาที่มีอยู่แล้วมันก็เติบโตขึ้นไปอีก นี่ถ้าเราไม่มีความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ผมสงสัยจริง ๆ ว่าเราจะมีการเอาจริงเอาจังในเรื่องของแก๊ง Scammer หรือเปล่า ผมเองในฐานะ ที่อีกหมวกหนึ่งคือผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ผมเองติดตามเรื่องนี้ มาโดยตลอด แล้วผมก็ติดตามจนมารู้ว่าแม้กระทั่งในช่วงเวลาไม่นานมานี้ การตัดไฟฟ้า การตัดอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การระงับยับยั้งไม่ให้น้ำมันทั้งระบบของเราไปที่ Scammer มันก็ไม่เกิดขึ้นจริง สุดท้ายคนที่ตัดกลายเป็นกัมพูชาเอง แล้ววันหนึ่งถ้าเกิดเขากลับมาต่อใหม่มันก็กลับไปสู่ สภาพเดิม แล้วถามว่าอาชญากรตัวหลัก ๆ ตัวสำคัญวันนี้เรารู้ไหม เรารู้ แต่ถามว่าเราได้มีการ ดำเนินการเพื่อเอาจริงแค่ไหน เหมือนเดิมครับ ไม่มี วันนี้เราต้องยอมรับว่าเรื่อง Scammer ไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก ไม่ใช่เป็นเรื่องแค่ระหว่างกัมพูชากับประเทศไทย ไม่ได้เป็นแค่เรื่องระหว่าง ไทยกับภูมิภาค Southeast Asia หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีความร้ายแรง มีความสลับซับซ้อน แล้วไม่ได้มีความร้ายแรงแค่เฉพาะการหลอกลวง เอาเงินของคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนสหรัฐอเมริกา หรือคนจีน เพื่อเข้าไปสู่แก๊ง Scammer เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงมีการฟอกเงินเพื่อเอาเงินเหล่านี้ เปลี่ยนเงินดำเป็นเงินขาว แล้วเอาเงินขาว สามารถไปซื้อธุรกิจ ไปดำเนินการต่าง ๆ เพื่อแข่งขันกับคนไทย แข่งขันกับคนทั่วโลกได้ นี่คือสิ่งที่เรากำลังเจอ แล้วประเทศไทยในวันนี้กำลังเป็น Hub แบบนี้ ท่านประธานครับ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ณ เวลาที่ผมได้มีโอกาสติดตามท่านประธานเพื่อไปประชุมที่มาเลเซีย ในเวทีประชุม AIPA ผมเองมีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อน สส. จากประเทศอื่น ไม่ขอเอ่ยชื่อ แล้วกันว่าเป็นประเทศไหน บางประเทศเขายืนยันกับผมว่าเขามีคนของเขาที่ถูกหลอก ไปทำงานเป็น Scammer มากสูงถึง ๑๒๐,๐๐๐-๑๖๐,๐๐๐ คน เอาว่าเกินแสน แล้วถามว่า การเดินทางแบบนี้เป็นการเดินทางบินตรงไปกัมพูชาเท่าไร หรือเขาถูกหลอกมาว่าเดี๋ยวจะได้ มาเป็นครูสอนที่โรงเรียนในประเทศไทย เดี๋ยวได้มาทำงานในประเทศไทย แต่สุดท้ายเพราะมี ขบวนการค้ามนุษย์ เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยว เพราะมีผู้มีอำนาจเข้าไปเกี่ยว สุดท้าย เลยนำไปสู่การพาคนเหล่านี้ไปหลอกเป็น Scammer ที่กัมพูชา ถามว่าชื่อเสียงของประเทศ จะร้ายแรงขนาดไหน ถ้าเรายังปล่อยให้เรื่องแบบนี้ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่แค่นั้น พอมาดูในเวทีที่ใหญ่ขึ้นอย่างเวที IPU หรือสหภาพรัฐสภาซึ่งมีประเทศต่าง ๆ เขาส่ง สส. ประธานสภาของประเทศต่าง ๆ มาร่วมประชุม ทันทีที่ประเทศไทยเสนอเรื่องนี้ แค่เสนอนะ เราเองก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากหลายประเทศและนำไปสู่การพูดคุยยกระดับ ไม่ว่าจะเป็น ฝั่งละตินอเมริกา ฝั่งยุโรป จนได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมาสหภาพ รัฐสภาเขาไม่สามารถที่จะผ่านสิ่งที่เรียกว่าวาระเร่งด่วนได้ ครั้งนี้คือครั้งแรกในรอบ ๕ ปี ที่ประเทศไทยเป็นผู้เสนอแล้วได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากสหภาพรัฐสภา ประเทศ ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้เห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่ของมนุษยชาติ คำถามก็คือ แล้วเราทำอะไรครับ เราทำอะไรเพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้ ผมเห็นบทบาท ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไปประชุมที่มาเลเซีย ท่านไปประชุมหลาย ๆ ที่ ท่านก็ให้สัมภาษณ์ ให้ข่าวตลอดเวลาว่าตัวท่านพร้อมที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต่อการกวาดล้างแก๊ง Scammer ประเทศไทยจะขออาสาในเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดแบบนั้น แต่ความจริง ที่โหดร้ายคืออะไร ทางการสหรัฐอเมริการ่วมปฏิบัติการกับทางการอังกฤษ ยึดอายัด Crypto เหรียญ Crypto มูลค่า ๑๕ Billion U.S. Dollar หรืออยู่ที่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ไหน อยู่คนละฟากโลกกับเรา อังกฤษอยู่ที่ไหน อยู่คนละทวีป ประเทศไทย อยู่ตรงนี้ติดกับกัมพูชาเรากลับทำอะไรไม่ได้ ต้องรอให้ประเทศอื่นมาจัดการให้เรา สำหรับผมนี่คือความน่าอับอายของเกียรติภูมิของชาติของเราที่เราไม่สามารถที่จะเป็นผู้นำ ในการจัดการเรื่องนี้ได้ มากไปกว่านั้นแม้ว่าเราจะเห็นตัวอย่างถึงความร้ายแรงว่าแค่อายัด บริษัทเดียว ยึดอายัดกัน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วประเทศไทยทำอะไรครับ บริษัทที่ถูกยึด อายัดชื่อ Prince Group เป็นชื่อตามข่าวเอ่ยได้ ไม่มีอะไรจะเสียหายไปมากกว่าสิ่งที่ปรากฏ ในข่าวอยู่แล้ว เกาหลีใต้เริ่มดำเนินการ เท่าที่ผมทราบทางการสิงคโปร์ก็เริ่มดำเนินการ วันนี้ ผมประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ผมถามหน่วยงานอย่าง ปปง. ว่าตกลงแล้ว เรื่อง Prince Group ได้มีการขยับอะไรบ้าง คำตอบที่ผมได้รับคือไม่มี ยังไม่มีหน่วยงานไหน ส่งมาเพื่อให้ ปปง. ทำ ขอโทษท่านประธาน นี่คือความจริงอันโหดร้าย ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กับประเทศเรา ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เอารัฐมนตรีหลายคน หลายกระทรวงไปดำเนินการ แบ่งเป็นอนุกรรมการต่าง ๆ แต่ความจริงอันโหดร้ายก็คือ เราไม่สามารถที่แม้แต่จะจัดการกับเคสที่ใหญ่ระดับโลกอย่าง Prince Group ได้เลยด้วยซ้ำ พูดอยู่ได้ว่าต้องรอให้เป็นคดีมูลฐานถึงจะดำเนินการได้ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงกฎหมาย แค่เขียนเอาไว้ว่าแค่เพียงคุณสงสัยคุณก็ดำเนินการได้แล้ว แต่ไม่ทำ ผมนึกไม่ออกเลยว่า ประเทศของเราถ้าไม่ได้ประโยชน์อะไรจากแก๊ง Scammer ทำไมเราถึงไม่ดำเนินการอะไร ส่วนตัวผมผมคิดว่าสิ่งที่เป็นเขื่อนกั้นไม่ให้กลไกของรัฐสามารถดำเนินการได้ ผมถึงสงสัยว่า จะต้องมีนักการเมืองเทา จะต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐเทาที่ทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แล้วอย่างที่ท่านประธานเห็นข่าวครับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทคือบริษัทเดียว มากไปกว่านั้น ผมเคยอภิปรายไปแล้วตั้งแต่ช่วงแถลงนโยบายว่าอย่าง Huione Group ข้อมูลของทางการ ก็มีว่า Huione Group มีความสำคัญอย่างไร ถูกเฝ้าจับตามองจากสหรัฐอเมริกาอย่างไร หน่วยงานอย่าง FinCEN เขาดำเนินการอย่างไรกับบริษัทนี้ แต่แม้ว่าเราจะมีข้อมูล แต่ ปปง. ทำอะไรครับ ไม่ต้องตอบให้ยืดยาว เหมือนเดิมครับ ไม่ทำอะไร วันนี้เราพยายามถามฝ่าย เลขานุการของคณะกรรมการที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมา ท่านบอกว่าจะต้องเป็นวาระ ระดับชาติ เราพยายามถามว่าตกลงมีความคืบหน้าอะไร เราไม่ได้อะไรสักอย่างครับ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยากที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ อยากที่จะ เป็นเจ้าภาพ อยากที่จะดึงสหรัฐอเมริกาเข้ามาร่วมปฏิบัติการ อยากที่จะดึงอังกฤษ สหราชอาณาจักร ดึงออสเตรเลีย ดึงญี่ปุ่น ดึงเกาหลีเข้ามาร่วมปฏิบัติการ มันไม่ใช่แค่เดินไปคุย แล้วบอกว่า You มาร่วมกับ I แต่ต้องมีรูปธรรมของการทำงานที่มากกว่านี้ ซึ่งในโอกาสนี้ ผมก็อยากจะเสนอเป็นแนวทางอยู่ ๔-๕ ข้อ🔗
อย่างแรก เอาในเรื่องของระดับนโยบายก่อน ในเรื่องของระดับนโยบาย แน่นอนว่าเราต้องการรูปธรรมที่มีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลง อาจจะเป็นปฏิญญาร่วม อาจจะเป็น MOU กับประเทศต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ต้องทำครับ แล้วท่านต้องกำหนดประกาศ ให้สาธารณชนได้ทราบว่าท่านจะใช้เวลาเท่าไรในการที่จะร่วมมือกับทุกประเทศในระดับ นโยบาย ออกมาให้ชัดเจนเลยครับ ๙๐ วันจะมีประเทศไหนมาร่วมกับเราบ้าง🔗
ประการที่ ๒ ท่านต้องมีแผนปฏิบัติการออกมา แผนปฏิบัติการจะมีอะไรบ้าง ประชาชนชาวไทยจะได้เห็นความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นี่คือสิ่งที่ระดับนโยบาย ในประเด็น ระดับนโยบายที่ผมอยากเห็น🔗
ประการที่ ๓ คือในเรื่องของระดับปฏิบัติการ ผมคิดว่าเราต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ศูนย์ยุทธการบูรณาการ ซึ่งศูนย์ยุทธการนี้อาจจะต้องมีการ Monitor ๒๔ ชั่วโมงตลอด ๗ วัน ร่วมมือแชร์ข้อมูลไม่ว่ากับหน่วยงานอย่าง Interpol ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เขาทำเรื่องนี้ อย่างสิงคโปร์ แลกเปลี่ยนข้อมูลตลอดเวลา กำหนด Target เป้าหมายให้มีความชัดเจน มากไปกว่านั้นผมเสนอเป็น ๓ แกน แกนที่ ๑ คือปิดแหล่ง ปิดแหล่งคืออะไร วันนี้เรารู้อยู่แล้วว่า แก๊ง Scammer มันอยู่ที่ไหนบ้าง เรามีละติจูด มีลองจิจูด เรามีครบ กำหนดให้ชัดเจนว่า ตรงไหนต้องปิด ปิดภายในเวลาเท่าไร คุยกันให้ชัด กัมพูชาไม่ทำแปลว่าอะไร กลไก ICC เพื่อลากกัมพูชาขึ้นไปสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศก็ต้องดำเนินการ ขอโทษครับ แก้เป็น ศาลอาญาระหว่างประเทศ มากไปกว่านั้นเรื่องปิดสัญญาณ วันนี้แก๊ง Scammer ใช้ในเรื่องของ Starlink ซึ่ง Starlink เป็นเครื่องมือที่ขึ้นกับบริษัทของสัญชาติอเมริกัน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี มีการประสานงานไปที่บริษัทอย่าง SpaceX บอกเขาไปเลยว่าละติจูดนี้ ลองจิจูดนี้เป็นละติจูด ลองจิจูดที่เป็นแก๊ง Scammer ใช้อยู่มันปิดได้ทันที ไม่มีเน็ตพวก Scammer จะเดินต่อไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำในการปิดสัญญาณ มากไปกว่านั้นคือเรื่องของการปิดเงิน การปิดเงินก็คือ จะต้องมีการยึดอายัด ปปง. จะต้องทำงานเชิงรุกร่วมมือกันกับบริษัทเอกชน วันนี้ผมได้ทราบว่า มีความพยายามแล้วคือศูนย์ IAC ที่มีการดึงธนาคารต่าง ๆ เข้ามา อันนี้เป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นมันต้องรวมเอกชนให้มากขึ้นแล้วออกเป็นปฏิบัติการเชิงรุกเลยครับ วันนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือทุก ๆ มาตรการจะต้องนำไปสู่การทำลายโครงสร้างอาชญากรรม ถ้าไม่มี โครงสร้างอาชญากรรมเราสามารถแก้ปัญหาได้🔗
ประการที่ ๔ ระดับกฎหมาย การเงิน และการกำกับดูแล Travel Rule คือหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่จะทำให้เราสามารถมั่นใจว่าบรรดา Cryptocurrency ต่าง ๆ เราจะสามารถพิสูจน์และรู้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของ และถูกโอนย้ายถ่ายเทไปตรงไหน การควบคุม Cryptocurrency ก็จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เรามีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ของ ปปง. ผมเข้าใจว่ามีการเสริมเข้าไปในเรื่องนี้แล้ว แต่ประเด็นก็คือเราต้อง ยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองของเรามันไม่ปกติ เราจะไปพึ่งหวังว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ จะเสร็จทันในสภาชุดนี้ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ และในความเป็นจริงไม่มีความจำเป็นต้องรอ ผมคิดว่ากระทรวงดีอีสามารถแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อให้รองรับเรื่องนี้ได้เลย ทำได้ทันที นี่คือ หนึ่งในมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ มากไปกว่านั้นเวลาที่เราพูดถึงการดำเนินการ ทางกฎหมาย วันนี้เรามีตัวละครอยู่แล้ว ประเทศของเราเริ่มยึดอายัดทรัพย์สินอย่าง ลี ยงพัต (Ly Yong Phat) อย่าง ก๊ก อาน (Kok An) แต่คนเหล่านี้ยังมีบทบาท มีอำนาจอยู่ในประเทศ กัมพูชา ประกาศให้ชัดเอาให้ชัดว่าเราจะจับกุมคนเหล่านี้ ประสานงานเลยครับ ผมคิดว่า สามารถทำได้เพื่อให้มีการดำเนินคดีกับบุคคลที่เป็นอาชญากรข้ามชาติ🔗
ประการที่ ๕ เรื่องโครงสร้างและการทำงาน วันนี้ผมถามว่าในรัฐบาลปัจจุบัน ใครคือแม่ทัพของการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ใครคือผู้ที่จะเอานโยบายของรัฐไปดำเนินการให้เป็นจริง ถ้าท่านบอกว่าเป็นตำรวจ ผมถามว่าจากปัญหาที่เราเจอตำรวจอย่างเดียวพอหรือครับ ท่านจะมีกลไกอย่างไร วันนี้เราต้องการมือปราบที่จะไปปราบเรื่องนี้ ใครคือเบอร์หนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีคนเดียวเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ ท่านมีอีกไม่รู้กี่เรื่องที่จะต้องดำเนินการ แต่วันนี้เราต้องการ Chief of Staff เราต้องการคนที่จะเป็นหัวหน้าในการที่จะนำไปสู่การ รับผิดรับชอบแล้วแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม รวมไปถึงงบประมาณ เรื่องนี้ต้องใช้ เงินงบประมาณ เอาแค่เครื่องมือ Software ในการติดตาม Cryptocurrency ก็ต้องซื้อแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เรามีอยู่ในวันนี้มันไม่เพียงพอ🔗
ประการสุดท้าย ที่ผมคิดว่ามีความจำเป็นคือในเรื่องของกรอบเวลา แล้วก็ เรื่องของเคพีไอ ท่านต้องแถลงต่อประชาชนให้ชัดครับ เดือนนี้เราจะเห็นอะไร เดือนหน้า เราจะเห็นอะไร จะยึดทรัพย์เท่าไร กี่พันล้าน กี่หมื่นล้าน อาชญากรตัวเอ้จะถูกจับไหม บางคนไปเอาเงินมาจากไหน อยู่ ๆ มีเงินเป็นหมื่นล้าน และอยู่ ๆ สามารถไปซื้อธุรกิจได้ นี่คือสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น🔗
และผมก็ต้องเสริมเป็นข้ออีกข้อหนึ่งเมื่อสักครู่เกือบลืมพูดไป ทั้งหมดที่ผมพูดมา ข้อนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยครับ มันคือข้อในเรื่องของความเชื่อมั่น ด้วยความเคารพ ผมเข้าใจดีว่าการตั้งรัฐบาลนี้เป็นการตั้งมาด้วยวิธีการที่เราต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่วิธีการที่เรา เคยเห็นมาก่อน เรามีรัฐบาลเสียงข้างน้อย และผมเข้าใจว่าเมื่อท่านอนุทินได้รับเลือกเป็น นายกรัฐมนตรี ท่านก็ต้องพยายามไปรวบรวมเสียงให้มากที่สุด ผมเข้าใจครับ แต่วันนี้ เมื่อข้อมูล หลักฐานมันชี้ชัดว่ามีนักการเมือง มีคนระดับรองนายกรัฐมนตรี พูดได้ครับ ร้อยเอก ธรรมนัส ถูกเชื่อมโยงไปกับแก๊ง Scammer และทุกวันนี้ในฐานะเป็นรองนายกรัฐมนตรี เราเห็นรองนายกรัฐมนตรีหนีสื่อ หนีการตอบคำถามของกรรมาธิการ ไม่ออกมาพูด ไม่ออกมาชี้แจง ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับฝ่ายค้านเพื่อที่จะ Clear ความจริงว่าท่านไปเกี่ยวข้อง กับคนอย่างเบน สมิธ (Ben Smith) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซนได้อย่างไร ท่านไม่กล้าที่จะ เผชิญหน้ากับความจริงเรื่องนี้ นั่นหมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าความเชื่อมั่นที่ประชาชน เขามองอยู่ เขาก็ตั้งคำถามครับ แล้วรัฐบาลนี้มันจะแก้ปัญหาเรื่อง Scammer ได้อย่างไร ต่างชาติเผลอ ๆ เขารู้จักคุณธรรมนัสดีกว่าพวกเราอีกครับ ถามว่าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ในการปราบปราม Scammer มององค์ประกอบแบบนี้มันจะเอาความเชื่อมั่นตรงไหน ผมต้องให้เครดิตท่านประธานวิปรัฐบาลที่มองออกว่าใครเป็นโจรบ้าง เรื่องนี้ต้องขอบคุณ เป็นเครดิตควรสร้างอนุสาวรีย์ให้เลย แต่คำถามก็คือว่าประธานวิปรัฐบาลรู้ว่าใครคือโจร แต่นายกรัฐมนตรีไม่รู้หรือครับ มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศของเรา ถ้าเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถ Clear ให้จบได้ ท่านไม่มีทางที่จะถูกเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชนในการแก้ปัญหา และทั้งหมดมันจะนำไปสู่อะไร ถ้าปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกแก้ไขสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจ คือทุนเทายึดประเทศครับ ท่านประธานครับ ผมกำลังพูดถึงตัวเลขเงินมหาศาล หลายแสนล้าน เงินเหล่านี้ถูกฟอกที่ประเทศไทยผ่านธุรกิจต่าง ๆ บางธุรกิจอาจจะขนาดเล็ก อาจจะเป็น ร้านอาหาร แม้กระทั่งมูลนิธิ สมาคม ไปจนถึงบริษัทใหญ่ ๆ เงินเหล่านี้บางส่วนก็อาจจะถูกใช้ ผสมปนเปไปกับเงินสีขาว บางส่วนก็คือนำไปสู่การขยายกิจการเพื่อให้มีพื้นที่ของการฟอกเงิน มากยิ่งขึ้น แล้วด้วยความที่ประเทศไทยเราไม่ได้อยู่ในประเทศที่เป็น Garrett เราไม่ได้ถูก เฝ้ามองว่าเป็นประเทศที่อันตรายขนาดนั้น และมีความน่าเชื่อถือทางการเงินในระดับหนึ่ง การที่ประเทศไทยกลายเป็นสวรรค์แห่งการฟอกเงิน ในท้ายที่สุดมันจะสร้างปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ของประเทศ ความเชื่อมั่นเวลาที่เขามองมาที่ประเทศไทย ท่านประธานลองนึกสภาพ วันนี้ธุรกิจห้างร้านที่ไปลงทุนโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเงินอยู่ใน กัมพูชา เวลาเราพูดถึงปุ๊บเราจะมีต่อมหรือมีความรู้สึกน่าสงสัยไว้ก่อน ท่านประธานลองนึกดู ถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้ ภาพลักษณ์ของประเทศเราอาจจะไม่แตกต่างจากกัมพูชาก็ได้ มากไปกว่านั้นครับ สิ่งที่เราต้องยอมรับกันตรงไปตรงมา เมื่อมันเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ภาคธุรกิจ ของประเทศไทยก็จะเจอกับการแข่งขัน แต่การแข่งขันนี้เป็นการแข่งขันที่ไม่ธรรมดา เพราะเราต้องแข่งขันกับธุรกิจที่มีเงินไม่จำกัด เป็นเงินสีเทา แล้วส่วนหนึ่งเวลาเขาเอาไปซื้อ ห้องชุด ไปซื้อคอนโด ไปซื้ออะไรต่าง ๆ มันก็ทำให้ค่าครองชีพโดยรวมของประเทศสูงขึ้นด้วย ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น มากไปกว่านั้นกิจการของคนไทยก็จะค่อย ๆ ถูกซื้อโดยบรรดากลุ่มทุนเหล่านี้ แล้วคนไทยเหลืออะไร วันนี้ประเทศไทยเรากำลังถูกทุนเทา ยึดประเทศ แล้วคนพวกนี้ก็ต้องการการปกป้องจากอำนาจรัฐ เขาจะซื้ออะไรอีกครับ เขาจะซื้อ ข้าราชการไทย เราต้องยอมรับกันตรงไปตรงมาว่าข้าราชการของเราจำนวนไม่น้อยก็ไปเกี่ยวข้อง กับการทุจริตคอร์รัปชันอยู่แล้ว เจอทุนเทาที่มีเงินไม่จำกัดหวานหมูครับ ข้าราชการก็ถูกซื้อ ไปด้วย จนสุดท้ายก็คือซื้อนักการเมืองไทย เผลอ ๆ เลือกตั้งรอบนี้พรรคการเมืองที่แข่งขัน อาจจะมีอยู่ ๔ พรรค มีสีส้ม มีสีแดง มีสีน้ำเงิน และมีสีดำ เผลอ ๆ เงินเหล่านี้ก็ลงสู่การเลือกตั้ง ทั้งระบบแล้วทำลายประเทศ ยึดอำนาจรัฐของประเทศไป หน่วยตรวจสอบทั้งหมดก็จะ ทำอะไรไม่ได้ พวกผมก็ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เจอนิติสงครามทุกรูปแบบอยู่แล้ว แล้วเดี๋ยว เผลอ ๆ เจอทุนเทาใช้นิติสงครามด้วย ไปกันใหญ่ครับ วันนี้เราต้องยอมรับกันตรงไปตรงมาว่า พวกแก๊ง Scammer กำลังจะซื้อประเทศไทยของเราแล้วครับ นั่นคือความจริงอันโหดร้าย ท่านประธานครับ ผมอยากจะเน้นย้ำว่าวันนี้สิ่งที่ทางรัฐบาลทำ ท่านกำลังซื้อเวลาโดยที่ท่าน ไม่คิดจะทำอะไร เท่าที่ผมทำหน้าที่เช้าวันนี้ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าเราไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย กรณีเบน สมิธ (Ben Smith) เราพูดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด มีร่างกฎหมายของสภาคองเกรส ที่มีการเสนอ ระบุชื่อของ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) เอาไว้อย่างชัดเจน ระบุชื่อ ยิม เลียก (Yim Leak) ระบุชื่อ B.I.C. ซึ่งเป็นธนาคารที่เราเชื่อว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน สิ่งที่เราเห็นเหล่านี้มันคือสิ่งที่มีความร้ายแรงแล้วชาติ หลาย ๆ ชาติเขาก็กำลังเฝ้าดู แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือแค่ตั้งคณะกรรมการ แล้วก็ไม่ได้มี Action Plan ไม่ได้มีความพยายามในการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ผมก็อยากจะถาม คำถามว่าตกลงแล้วรัฐบาลอยากจะปราบ Scammer จริง ๆ หรือเปล่า ถ้าท่านอยากปราบ ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ ขั้นตอนแรกที่สุดคือการร้อยเรียงทุกหน่วยงาน กำหนดเคพีไอให้ชัด กำหนดโครงสร้างให้ชัด กำหนดมือปราบให้ชัด เงินงบประมาณต้องใส่ลงไป แล้วยิ่งไปกว่านั้น ผมเข้าใจว่ามันมีกฎหมายบางฉบับที่ค้างอยู่ในกระทรวงการคลัง กฎหมายฉบับนี้จะทำให้ อำนาจของ ก.ล.ต. ในการเข้าถึงผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัทต่าง ๆ ซึ่งบางครั้ง ใช้บริษัทบังหน้า ผมอยากให้กระทรวงการคลังเสนอครับ เราอาจจะประกาศใช้เป็น พ.ร.ก. ในช่วงปิดสมัยประชุมนี้ก็ได้ แล้วผมยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การปราบปรามแก๊ง Scammer อย่างแท้จริง มีพี่น้องประชาชนคาดหวังครับ คาดหวังจริง ๆ ว่ามันจะนำไปสู่ การแก้ไขปัญหา แล้วผมก็คาดหวังกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะทำหน้าที่ให้สมกับ ความคาดหวังของพี่น้องประชาชน อย่าให้พี่น้องประชาชนต้องสูญเสียความคาดหวัง ซ้ำแล้วซ้ำอีก มิฉะนั้นประเทศไทยของเราก็คงจะตกอยู่ภายใต้อาณาจักรสีเทา อาณาจักร แห่งเงามืดที่ยึดประเทศของเรา ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรังสิมันต์ โรม ได้ฉายภาพให้พวกเราได้เห็น คิดว่าผู้ที่รับผิดชอบคงฟังอยู่นะครับ ขอฝากทุกท่าน เรามีสีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน สีฟ้า พวกเราต้องช่วยกันสกัดสีดำด้วยนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์ นักศึกษาโครงการทวิปริญญาโท ทางรัฐประศาสนศาสตร์ และบริหารธุรกิจ รุ่นที่ ๒๑ และรุ่นที่ ๒๒ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร จำนวน ๕๗ ท่าน เข้าฟังการประชุม ยินดีต้อนรับนะครับ คณะที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะคณาจารย์ นิสิตและเจ้าหน้าที่ภาควิชาดุริยางค์ศาสตร์สากล คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จำนวน ๔๐ คน เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับทั้ง ๒ คณะ เชิญนั่งครับ ขณะนี้ สภากำลังพิจารณาเรื่องญัตติด้วยวาจา ซึ่งสมาชิกได้เสนอทั้งหมด ๓ ญัตตินะครับ ญัตติแรก ผ่านไปแล้ว ต่อไปญัตติที่ ๒ ขอเชิญคุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ พรรคเพื่อไทย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ในวันที่ ๒๖ ตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินได้บินไปลงนามในหนังสือสัญญาสำคัญกับต่างประเทศ ๓ ฉบับ ก็มีประเด็นเรื่องของแร่ธาตุหายาก มีประเด็นเรื่องของภาษีนำเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็มีประเด็นเรื่องสัญญาสันติภาพ ซึ่งหนังสือทั้ง ๓ ฉบับ เป็นหนังสือที่มีผลกระทบ กับประเทศไทยอย่างร้ายแรง แล้วจะก่อปัญหามากมายมหาศาลให้กับประเทศไทย จึงมี ความจำเป็นที่กระผมจะต้องขออนุญาตเสนอญัตติ ขอให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยกันอภิปรายถึงปัญหา และทางออกจากปัญหาที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไปที่ประเด็นแรกก่อน🔗
ประเด็นแรก เป็นเรื่องของแร่ธาตุหายาก รัฐบาลไปเซ็น MOU กับทาง สหรัฐอเมริกาที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งก่อนที่รัฐบาลจะไปเซ็น พวกเราไม่เคยทราบ มาก่อน ประชาชนไม่เคยทราบ สส. ในสภาแห่งนี้ผมก็เชื่อว่าไม่มีผู้ใดทราบ ผมได้ข่าวเรื่องนี้ ตอนแรกจากข่าวที่ทางการสหรัฐอเมริกาประกาศผ่านทางสื่อสารมวลชนว่านอกจากจะมา เซ็นเรื่องอื่นแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ยังได้มีการเซ็นสัญญาในเรื่องเกี่ยวกับแร่ธาตุ หายากกับประเทศไทยด้วย ซึ่งผมก็ค่อนข้างตกใจครับ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น แล้วเกิดขึ้นไม่ได้ครับ แต่ก่อนอื่นเพื่อให้เกิดความเข้าใจผมจะขออนุญาตกล่าวถึงแร่ธาตุหายาก สักเล็กน้อยว่าเป็นอะไร แร่ธาตุหายากจะเป็นแร่ธาตุประมาณ ๑๗ ชนิด ถ้าพูดตามภาษา นักวิทยาศาสตร์ก็พวกที่มี Atomic Number ๕๗-๗๑ แล้วก็มี ๒๑ กับ ๓๙ ซึ่งเป็นแร่ธาตุ ที่แม้จะมีอยู่จำนวนมากในโลกนี้ แต่การสกัดออกมาค่อนข้างยากและบางครั้งไม่คุ้มค่า แร่ธาตุต่าง ๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทางเทคโนโลยีของโลกนี้ได้พัฒนาก้าวหน้าไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ EV รถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกังหันลม แม้แต่มือถือที่พวกเราใช้กันอยู่ ก็มีการใช้แร่ธาตุหายากด้วยโดยใช้อยู่ประมาณ ๐.๑ กรัม แล้วก็ใช้อยู่ในลำโพง ใช้อยู่ในตัว ที่ทำให้มือถือสั่นได้ อุปกรณ์ต่าง ๆ อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าไม่มีแร่ธาตุหายากก็จะมีปัญหาว่าอาจจะเป็นชิ้นส่วนที่ใหญ่เกินไป หรือความแม่นยำไม่ได้ หรือทำความร้อนได้ไม่ดีพอแม้แต่ในอาวุธสงครามต่าง ๆ ขีปนาวุธ หรืออุปกรณ์ High tech ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเอไอ หรือ Quantum Computing ต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้แรร์เอิร์ธทั้งสิ้น แรร์เอิร์ธมีหลายชนิด ชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันมากก็คือ ตัวที่มีการย่อว่า Nd นีโอดิเมียม ซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรชนิดหนึ่ง ตัวนี้ก็มีราคาประมาณ กิโลกรัมละ ๓,๕๐๐ บาท หรือ ๑ ตันก็ประมาณ ๓.๕ ล้านบาท และอีกตัวหนึ่งครับ ดิสโพรเซียม ตัวนี้ตันหนึ่งก็ประมาณ ๑๐ ล้านบาท ซึ่งมีราคาแพง และถ้าพูดถึงปริมาณสำรอง ของแร่ธาตุหายากที่มีอยู่ในโลก ประเทศจีนมีเป็นอันดับหนึ่งครับ มีถึง ๔๔ ล้านตัน อันดับ ๒ ไม่น่าเชื่อครับ ประเทศคู่แข่งของเราคือเวียดนาม ๒๒ ล้านตัน ส่วนสหรัฐอเมริกาและ ประเทศอื่น ๆ ก็มีจำนวนน้อยกว่านั้น ของพม่าไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน เนื่องจากไม่ได้มีการสำรวจ จริงจัง ของประเทศไทยก็เช่นเดียวกันครับ ยังไม่มีการสำรวจจริงจัง แต่ถ้าดูจากปริมาณแร่ธาตุ ที่กระจัดกระจายอยู่ในทุกภูมิภาค ผมเชื่อมั่นว่าตัวเลขแร่ธาตุหายากที่มีอยู่ในประเทศไทย ก็คงอยู่ในระดับหลายแสนตันจนถึงล้านตันอย่างแน่นอน นั่นก็คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ สหรัฐอเมริกาต้องมาพยายามเซ็นสัญญากับเรา แต่การที่เราไปเซ็นสัญญากับสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดปัญหา เพราะว่าในเรื่องของแร่ธาตุหายากหรือแรร์เอิร์ธนั้น ประเทศที่เป็นเจ้าตลาด ครองตลาดอยู่ในเรื่องของการทำเหมืองคือประเทศจีน โดยครองตลาดอยู่ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากไปพูดถึงเรื่องของการ Process การสกัด การทำให้บริสุทธิ์ ประเทศจีนครองตลาด อยู่ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ การที่รัฐบาลของเราไปเซ็นสัญญากับสหรัฐอเมริกาโดยบอกว่าให้ สหรัฐอเมริกาได้รับสิทธิพิเศษเป็น Preferential Treatment ให้ Frist Opportunity ความหมายก็คือถ้าหากว่าจะมีการสำรวจ จะมีการลงทุนอะไรต่าง ๆ การประมูลอะไรก็แล้วแต่ สหรัฐอเมริกาจะได้รับการปฏิบัติที่เหนือกว่าประเทศอื่น และเราต้องให้สิทธิอเมริกาก่อนเป็น ประเทศแรก ถ้าหากว่าอเมริกาไม่เอาเราจึงจะไปติดต่อประเทศอื่นได้ ซึ่งส่วนนี้ทำให้เรา เสียเปรียบสหรัฐอเมริกาอย่างรุนแรง แล้วก็กระทบกระเทือนกับจีนครับ เพราะว่าปัจจุบันนี้ แม้เราจะผลิตแร่ธาตุหายากในช่วงขั้นต้นของการผลิต Upstream ประมาณ ๑๓,๐๐๐ ตัน และกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ปีที่แล้วโต ๒๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าผลผลิตที่เราผลิตได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เราส่งไปที่ประเทศจีน พอเราเซ็นสัญญากับสหรัฐอเมริกาบอกว่าต่อไปให้ สหรัฐอเมริกาได้รับการปฏิบัติที่เหนือกว่า กฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ต้อง Favor สหรัฐอเมริกา มันก็เกิดปัญหากับประเทศจีนครับ เพราะว่าเราไปกระทบกระเทือนถึงธุรกิจของจีน ถึงการค้าของจีนที่มีอยู่ในประเทศไทย แล้วเราก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามของมหาอำนาจ ทางเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็นครับ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าการที่เราไปเซ็นสัญญาเช่นนี้สุดท้ายเราจะ ได้รับผลกระทบอย่างไร แม้ว่าทางประเทศจีนในทางเปิดเผยจะไม่ได้แสดงอะไรออกมา เด่นชัดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งผมเข้าใจก็คงเป็นเพราะว่าวันนี้ประธานาธิบดีจีนและประธานาธิบดีสหรัฐจะต้อง มีการพบกัน ก็คงจะต้องการให้มีการคุยกันให้จบก่อนจึงค่อยมาดูว่าประเด็นที่ประเทศไทย เราไปลงนามกับทางสหรัฐอเมริกานั้นประเทศจีนจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็คงจะมีการตอบโต้ ทั้งทางด้านของการเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้แต่ทางทหารโดยทางอ้อมเราก็จะได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกัน จึงอาจกล่าวได้ว่าการที่เราไปเซ็นสัญญากับสหรัฐอเมริกาในเรื่องของแร่ธาตุ หายากนั้นเราแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่จะมีผลเสียในเรื่องที่เรามีปัญหากับมหามิตร อีกประเภทหนึ่งก็คือประเทศจีน นอกจากนี้จากประสบการณ์ของประเทศเพื่อนบ้านของเรา ที่มีปัญหาในเรื่องของแร่ธาตุหายากก็คือประเทศพม่า การทำเหมือง การ Process แร่ธาตุหายาก ในพม่าแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อมมีมาก ทั้งสารที่เป็นพิษ แล้วก็ กัมมันตรังสี ทำให้สิ่งแวดล้อมที่อยู่ในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองเสียหายอย่างรุนแรง เสี่ยงสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นถ้าหากเราจะมีการทำแร่ธาตุหายากในประเทศไทยก็คงจะได้รับ ผลกระทบในเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอนเช่นเดียวกัน จึงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างยิ่ง และอีกส่วนหนึ่งครับ ประเทศของเรารายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวกับการทำเหมือง การท่องเที่ยวกับมลภาวะเป็นสิ่งซึ่งไปด้วยกันไม่ได้ สมมุตินะครับ เราอาจจะมีแร่ธาตุหายากสัก ๑ ล้านตัน แล้วก็เป็นแร่ธาตุหายากที่มีมูลค่าสัก ๒ ล้านบาทต่อตัน ก็จะเป็นเงินประมาณ ๒ ล้านล้านบาท แต่กว่าเราจะทำเหมืองแล้วก็มาพัฒนาแปรรูปจนได้เงินตัวนี้ต้องใช้เวลา หลายปี แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่แต่ละปีก็เป็นหลายล้านบาท ผลกระทบมันสูงมาก ผมไม่แน่ใจว่าการกระทำถ้าหากเราดำเนินการตาม MOU ที่เราเซ็นกับ สหรัฐอเมริกา ผลกระทบที่เกิดขึ้นพวกเราจะรับไหวหรือไม่ หลังจากที่มีผู้ทักท้วงกันมาก ในสังคม ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกมาชี้แจงว่าเรื่องนี้ MOU ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แล้วก็แร่ธาตุหายากในประเทศไทยมีน้อย ซึ่งผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อมูลดังกล่าวยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่ เนื่องจากปริมาณแร่ธาตุหายากที่ยังไม่มี ตัวเลขที่ชัดเจนก็เนื่องจากยังไม่มีการสำรวจ และดูจากประเทศข้างเคียงของเรา อย่างที่ผม กราบเรียนท่านประธานครับ เราต้องมีไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ตันถึงล้านตันอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการกล่าวว่าแร่ธาตุหายากของเรามีเล็กน้อยเพียงแค่ ๔,๕๐๐ ตัน จึงเป็นการกล่าว ที่ไม่ตรงกับความจริงครับ และข้อกล่าวที่บอกว่า MOU ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในเรื่องของบันทึกความเข้าใจนั้น ในทางการค้า ระหว่างประเทศ ในทางการทูตนั้นอาจจะเป็นสัญญาที่ผูกพันหรืออาจจะไม่เป็นสัญญา ที่ผูกพันก็ได้ ทั้งนี้จะต้องดูที่เนื้อหาใน MOU ครับ ถ้าใน MOU นั้น มีข้อความ มีเงื่อนไข ที่ครบถ้วนสามารถผูกพันได้ตามสัญญาและมีรายละเอียดครบถ้วน MOU นั้นก็สามารถบังคับ ใช้ได้เช่นเดียวกับสนธิสัญญาหรือ Treaty เช่นเดียวกัน อันนี้เป็นหลักการสากล ไม่ใช่ดูแค่ว่าชื่อ MOU ก็ไม่มีผลผูกพัน อันนี้ไม่เป็นความจริงครับ🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่งครับ ในฐานะที่สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจ ใครก็ตาม ประเทศเล็ก ๆ อย่างเราไปเซ็นสัญญากับสหรัฐอเมริกาเราบอกว่าถ้าเราเสียเปรียบ เราจะยกเลิก ผมไม่คิดว่าเราจะสามารถทำได้ ดังนั้นตัวนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งหาทางแก้ไข ซึ่งผมก็ขออนุญาตยกตัวอย่างประเทศมาเลเซีย มาเลเซียมีการเซ็นสัญญาในทำนองเดียวกัน กับสหรัฐอเมริกา แต่ว่ามาเลเซียไม่ได้เซ็นสัญญาบอกว่าให้ First Opportunity กับสหรัฐอเมริกา กล่าวคือไม่ได้บอกว่าให้อเมริกาก่อน แต่บอกว่าจะ Prioritize ก็คือให้ความสำคัญ ซึ่งแตกต่าง กันมากในทางการทูต ในทางกฎหมาย แต่เรากลับใช้คำว่า First Opportunity ซึ่งจะทำให้ สหรัฐอเมริกาควบคุมหรือครอบครองทำนองเสมือนหนึ่งได้สัมปทานแร่ธาตุหายากใน ประเทศไทยไปโดยปริยาย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เรื่องดีนะครับ นอกจากนี้ในเรื่องของข้อมูลที่เกี่ยวกับ แร่ธาตุหายากในประเทศไทย ใน MOU ฉบับนี้ก็บอกว่าเราต้องให้ข้อมูล เราต้องแชร์ข้อมูล กับทางสหรัฐอเมริกาโดยไม่มีเงื่อนไข ของมาเลเซียบอกว่าแค่ Relevant Information ก็คือ ข้อมูลเท่าที่จำเป็น เพราะฉะนั้นจึงเทียบจากสัญญาที่สหรัฐอเมริกาเซ็นกับมาเลเซียก็คงจะเห็นว่า ที่ประเทศไทยไปเซ็นกับสหรัฐอเมริกานั้นเราเสียเปรียบมากจริง ๆ และจะต้องรีบหาทางแก้ไข ก่อนที่จะเกิดปัญหาบานปลายไปมากกว่านี้ครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ในเรื่องของภาษีนำเข้าหรือ Reciprocal Tariff ที่มีการไปเซ็น Joint Statement ยังไม่เป็น Agreement เป็น Joint Statement ก็กำลังจะมีปัญหาเช่นเดียวกัน ความจริงแล้วเมื่อเราเซ็นสัญญาในเรื่องของแร่ธาตุหายากกับสหรัฐอเมริกา ความจริงแล้ว เราให้ประโยชน์กับอเมริกาจำนวนมาก สมควรที่เราจะเจรจาเพื่อขอแก้ไขเงื่อนไขในเรื่อง ของภาษีนำเข้าให้เป็นประโยชน์กับไทยมากขึ้น แต่เป็นที่น่าเสียดายครับ ไม่ว่าจะเป็นท่าน นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตลอดจนทีมงานที่ไปเจรจากับทาง สหรัฐอเมริกาก็มิได้มีการเจรจาในเรื่องของรายละเอียดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย แต่อย่างไร ปรากฏว่าเงื่อนไขก็ออกมาค่อนข้างที่จะหนักหน่วงพอสมควร เราต้องเปิดตลาดถึง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ให้กับสินค้าอเมริกาโดยไม่เก็บภาษีนำเข้า ซึ่งมันจะมีผลกระทบมาก ผมคง ไม่สามารถลงรายละเอียดไปในทุกตัวสินค้าได้ แต่จะขออนุญาตยกตัวอย่างบางตัวอย่าง สินค้าตัวแรกที่ผมขออนุญาตยกตัวอย่างก็คงจะเป็นเรื่องของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เราปลูกได้ในประเทศประมาณ ๕ ล้านตัน ปริมาณการใช้ประมาณ ๘-๑๐ ล้านตัน ต้องนำเข้า ๓-๕ ล้านตันทุกปีครับ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สัญญาที่เราไปเซ็นกับสหรัฐอเมริการะบุว่า เราต้องซื้อข้าวโพดและกากถั่วเหลืองเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์รวมทั้งสิ้น ๘๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดเป็นจำนวนข้าวโพดก็คงประมาณ ๑๒ ล้านตัน คร่าว ๆ ก็คงประมาณ ๑๒ ล้านตัน ซึ่งมันเป็นปริมาณที่เกินกว่าความต้องการในประเทศ แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมาราคาถูกกว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทยมาก ตัวเลขคร่าว ๆ ถ้าโดยเฉลี่ยก็คงจะถูกกว่าประเทศไทยสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของอเมริกา ถูกกว่าเรา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ความหมายคือว่าถ้าข้าวโพดของเราราคา ๗ บาทอะไรอย่างนี้ ของอเมริกาก็คงประมาณ ๔-๕ บาท มันก็จะถูกกว่าเราค่อนข้างเยอะ ถ้าสินค้าถูกเข้ามาขาย ในประเทศสิ่งที่จะเกิดขึ้นและหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก็จะตกลง ซึ่งปัจจุบันนี้เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด ชาวไร่ที่ปลูกข้าวโพด ก็ทำมาหากินด้วยความยากลำบาก อยู่แล้ว บางปีขาดทุน น้อยปีที่จะมีกำไร แล้วยังเจอปัญหาที่นำเข้าข้าวโพดมาจำนวนมาก ทำให้ข้าวโพดราคาถูก ผมไม่แน่ใจว่าพี่น้องเกษตรกรจะยังสามารถประกอบอาชีพปลูกข้าวโพด ต่อไปได้หรือไม่ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ทางรัฐบาลต้องหาทางเยียวยาและป้องกันมิให้ เกษตรกร ไม่ให้ชาวไร่ข้าวโพดต้องได้รับความยากลำบากจนเกินสมควร อย่างน้อยที่สุดในปีนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลต้องพิจารณาในปีแรกที่มีการบังคับใช้ภาษีนำเข้าที่เซ็นกับทรัมป์ (Trump) อย่างน้อยในปีแรกนี้ต้องมีการชดเชยในส่วนที่เกษตรกรขาดทุนและอาจจะต้องมีมาตรการ เยียวยาหรือสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกสินค้าเกษตรชนิดอื่นที่ราคาดีกว่า ที่ผลตอบแทนดีกว่า สินค้าเกษตรอีกตัวหนึ่งครับ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิมีตลาดใหญ่ที่สุด อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ข้าวหอมมะลิที่ส่งออกจากประเทศไทยทั้งหมดประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา แต่เดิมเราเสียภาษี ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ให้กับสหรัฐอเมริกาในการส่งออก ไปสหรัฐอเมริกา แต่ปัจจุบันนี้ภาษีนำเข้ากลายเป็น ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ผลของการที่ภาษีนำเข้า สหรัฐสูงขึ้นเป็น ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ก็หมายความว่าผู้บริโภคที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาเวลาจะซื้อ ข้าวหอมมะลิจากประเทศไทยราคามันจะต้องแพงขึ้นไม่ต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน จะราคาแพงขึ้นไม่ต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้บริโภคเมื่อสินค้าแพงขึ้นก็จะบริโภคน้อยลง ดังนั้นการขายข้าวหอมมะลิจากไทยไปสหรัฐอเมริกาก็คงจะได้รับผลกระทบ เราก็คงจะขาย ในปริมาณที่น้อยลง เมื่อปริมาณขายน้อยลงสุดท้ายราคาข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ก็คงจะราคาตกต่ำลงกว่าเดิมกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งก็ทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาเราเสียหาย เช่นเดียวกัน รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมวางมาตรการคุ้มครองชาวไร่ชาวนา ที่ขายข้าว ที่ปลูกข้าว มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้เกิดแค่ข้าว ข้าวโพดเท่านั้น แต่จะเกิดขึ้น กับสินค้าเกษตรแทบทุกชนิด ดังนั้นภาระของรัฐบาลต่อจากนี้ไปต้องดูแลพี่น้องเกษตรกร อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น แม้แต่ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ของไทยก็จะต้องเผชิญปัญหา เช่นเดียวกันครับ เพราะว่าสินค้าหลาย ๆ ชนิดจากสหรัฐอเมริกาจะราคาถูกลง แล้วเรายังเจอ ปัญหาสินค้าจากประเทศจีนหรือประเทศอื่นที่แต่เดิมเคยส่งไปอเมริกาแต่ตอนนี้เจอกำแพงภาษี ก็คงจะหาวิธีการขาย ไปหาตลาดใหม่ ๆ ซึ่งประเทศไทยเราก็มีชายแดนติดกับเพื่อนบ้าน จำนวนมาก ก็เป็นช่องโหว่หนึ่งที่จะทำให้มีสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสู่ประเทศไทย ไม่ว่าจะโดยถูกกฎหมายหรือโดยไม่ถูกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลังก็ดี หรือสิ่งต่าง ๆ ก็ดี ต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะทำให้สินค้าเกษตรของเราราคาตกต่ำลง โรงงานของเรา โรงงานของคนไทย ก็คงจะมีงานน้อยลง คนงานก็ทำงานน้อยลง การตกงานมากขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ ที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่โดยความเป็นไปของสัญญาที่เราเซ็นกันกับสหรัฐอเมริกามันก็คงจะ หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะทางสหรัฐอเมริกานั้นเขามีนโยบายว่า America First ส่วน Thai Farmer ไม่ได้อยู่ในสมการ ก็คงจะเป็น Thai Farmer Last ซึ่งมันไม่น่าจะถูกต้อง เพราะไม่ว่าจะเป็น ชาวนาก็ดีหรือผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ของไทยก็ดีควรที่จะได้รับการดูแลเป็นระดับต้น ๆ ของประเทศ ไม่ใช่ถูกวางไว้ด้านท้าย ๆ เพราะคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เป็นกระดูกสันหลังของประเทศ เป็นกลุ่มที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งถ้าหากว่าพวกเขาอยู่ไม่ได้ประเทศเราก็อยู่ไม่ได้ เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการดูแลโดยเร่งด่วน มาตรการเยียวยาและมาตรการที่จะหาทางแก้ไขปัญหา ในส่วนนี้ ความจริงแล้วผมใคร่ขอเสนอแนะว่าจริง ๆ ตอนนี้ที่เราไปเซ็นกับทางสหรัฐอเมริกา เป็น Joint Statement ยังไม่ใช่ Agreement เรายังมีโอกาสที่จะเจรจากับสหรัฐอเมริกาได้อีก ยังเจรจาได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เรายอมให้สหรัฐอเมริกาได้ประโยชน์จากแร่ธาตุหายาก ไปแล้ว เราน่าจะใช้ข้อต่อรองส่วนนี้ไปเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อขอเงื่อนไขที่ดีกว่าในเรื่องของ ภาษีนำเข้า เพราะไม่เช่นนั้นเราก็คงจะเสียประโยชน์โดยที่ไม่ได้อะไรคืนมาเลย🔗
ส่วนประเด็นที่ ๓ ก็คงเป็นเรื่องของสัญญาสันติภาพ Peace Accord ที่เราเซ็น กับกัมพูชา ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นการเซ็นสัญญาที่มีลักษณะพิเศษ คือเราเซ็นสัญญาและเราก็มี ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีประธานอาเซียน ท่านนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) ของมาเลเซียเป็นสักขีพยานด้วย และที่ประหลาดก็คือในสัญญาสันติภาพมีการ พูดถึงเรื่องของ Scammer เรื่องของ Call Center เรื่องของทุนเทาด้วย ซึ่งไม่น่าเชื่อเรา คุยกันเรื่องของสันติภาพ แต่ทำไมเงื่อนไขในสัญญาสงบศึก สัญญาสันติภาพทำไมถึงมีเรื่อง Scammer แสดงว่าเรื่อง Scammer เป็นเรื่องที่สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญจริง ๆ ซึ่งก็คง เข้าใจได้ครับ ที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้มีการจับเครือข่าย Scammer ใหญ่เป็นเงินถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในสหรัฐอเมริกา นี่เป็นแค่เพียง Scammer รายเดียวเท่านั้น Scammer ไม่ได้มีรายเดียว ไม่ได้มีเครือข่ายเดียว ถ้าหากจะพูดจริง ๆ มันก็คงจะมีหลายเครือข่าย และเครือข่ายใหญ่ ๆ ส่วนหนึ่งก็อยู่รอบ ๆ ประเทศเรานี่ละครับ ไม่ว่าจะเป็นในกัมพูชาก็ดี หรือในประเทศอื่นก็ดี ซึ่งผมเชื่อว่าปริมาณเงินที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายในส่วนนี้ หรือทุนเทาในส่วนนี้ก็คงอยู่ในระดับหลายแสนล้านล้านบาท หรืออาจจะถึงล้านล้านบาท ก็เป็นไปได้ อาจจะถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีก็ได้ แล้วก็เป็นตัวเลขที่น่าตกใจครับ แล้วไทย ก็คงจะมีส่วนหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ที่ผมกล่าวเช่นนั้นก็เพราะว่าผมเห็นสิ่งผิดปกติ ในเรื่องของการส่งออกทองคำจากประเทศไทยไปยังกัมพูชา ๓ ปีที่แล้วยังอยู่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ปีที่แล้วยอดเพิ่มเป็นหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ยอดน่าจะ เพิ่มขึ้นไปถึง ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในเรื่องของเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้ว่าแหล่ง Scammer หลักจะอยู่ในกัมพูชา แต่ว่าบุคคลต่าง ๆ เหล่านี้จะหาวิธีที่จะฟอกเงิน แล้วก็จะไม่เก็บเงินไว้ในที่เดียวเนื่องจากว่ามีความเสี่ยง ก็จะต้องหาทางที่จะฟอกเงิน แล้วก็ นำเงินมาเก็บไว้ในประเทศอื่น ซึ่งวิธีหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ ก็คงจะเป็นเรื่องของการส่งออก ทองคำที่อาจจะไม่ใช่ทองคำบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ส่งออกไปเพื่อที่จะให้มีการโอนเงิน จากกัมพูชาเข้ามาไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฟอกเงินวิธีหนึ่ง ซึ่งถ้าดูจากตัวเลข ที่เกิดขึ้นผมก็เดาว่าวิธีการฟอกเงินส่วนนี้ก็คงจะเป็นระดับหลายหมื่นล้านบาทเช่นเดียวกัน ก็เป็นส่วนที่รัฐบาลจะต้องหาทางแก้ไขในส่วนนี้ เพราะมิเช่นนั้น Scammer ที่มีเงินจำนวน มากมายมหาศาล แล้วก็พยายามแทรกซึมเข้าสู่อำนาจรัฐในกัมพูชา เราก็คงเห็นว่ามีบุคคล ระดับสูงในกัมพูชาที่ถูกจับหรือถูกประกาศจับจำนวนมาก ในประเทศไทยของเราแม้จะยังไม่มี หลักฐานชัดเจน แต่ก็มีปัญหาที่มีรัฐมนตรีบางท่านต้องลาออกจากตำแหน่ง แล้วก็เชื่อว่า น่าจะมีบุคคลระดับสูงในรัฐบาลที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม อีกจำนวนหนึ่ง ปัญหา Scammer จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ถ้าหากพวกเราไม่จัดการก็คงจะเป็น ปัญหาใหญ่ของประเทศ เราก็อาจจะเป็นประเทศที่เดินตามกัมพูชาไปในแง่ของการเป็น ศูนย์กลางของ Scammer โลก ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีครับ นอกจากนี้ในเรื่องของสัญญาสงบศึก ผมก็มีเรื่องที่กังวลอยู่ ๒-๓ ประเด็น เพราะว่าในเรื่องของ สัญญาสงบศึกนั้นที่เราเซ็นไปบอกว่าให้มีการถอนทหาร มีการลดกำลัง ซึ่งการที่เราเซ็นสัญญา สงบศึกกับกัมพูชาโดยไม่มีเงื่อนไขเช่นนี้ มันจะทำให้ความพยายามที่ทหารไทย ทำให้ การเสียสละของทหารที่ได้ต่อสู้จากการรุกรานของกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาอาจจะเสียเปล่า เพราะว่าเราถูกรุกราน ทหารของเราบาดเจ็บล้มตาย ประชาชนล้มตายหลายคน แค่อำเภอ กันทราลักษ์ในจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดที่ผมเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา เคยเป็นผู้แทน เคยเป็น สส. ก็มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๑๐ คน มีเด็กและผู้หญิงด้วย แต่ส่วนนี้เราทำสัญญาสงบศึกกับ กัมพูชาโดยประชาชนที่เสียหายยังไม่ได้รับการเยียวยา ทางผู้กระทำการรุกรานเรายังไม่ได้ ชดเชยค่าเสียหายเลย ที่ผมกล่าวไม่ได้ต้องการจะทะเลาะกับกัมพูชาเพิ่ม แต่ทางกัมพูชา จะต้องมีการชดเชยความเสียหายที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องที่เป็นประชาชนของเราเสียชีวิต ต้องชดเชยค่าเสียหายที่ทำให้ประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนนับล้านคนที่จะต้องออกจาก บ้านเรือน อพยพมาอยู่ศูนย์ลี้ภัย เสียหายทั้งในเรื่องของรายได้แล้วก็เสียหายในเรื่องของขวัญ และกำลังใจ และทรัพย์สิน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเราจะมีสัญญาสงบศึกกับกัมพูชา กัมพูชา ควรที่จะมีการแสดงท่าทีและมีการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยด้วย และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมกังวลนะครับ ก็คือเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปให้สัมภาษณ์ที่ประเทศ มาเลเซีย ผมจะขออนุญาตอ่านแล้วกันเพราะว่าจะได้ไม่คลาดเคลื่อนนะครับ คือท่าน นายกรัฐมนตรีไปสัมภาษณ์อย่างนี้ที่กัวลาลัมเปอร์ ท่านบอกว่าส่วนที่กัมพูชารุกล้ำเราก็มี และต้องยอมรับว่าส่วนที่ประเทศไทยไปรุกล้ำเขาก็มี ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ของโลกที่มีผู้นำประเทศระดับนายกรัฐมนตรีเวลามีปัญหาเรื่องชายแดน ไปประกาศว่าประเทศของตนเองไปรุกล้ำที่ดินของคนอื่น ซึ่งผมไม่เคยได้ยินนะครับ ผมก็ เชื่อว่าท่านประธานก็คงไม่เคยได้ยิน ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้กันมาก ในที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกมาชี้แจงว่าที่ท่านพูดหมายถึงพื้นที่ทับซ้อน แต่อย่างที่ผมเรียน ท่านประธานว่าเรื่องนี้ถึงจะเป็นพื้นที่ทับซ้อน มันก็ไม่ใช่พื้นที่ที่เราไปรุกล้ำดินแดนของ กัมพูชาครับ ถ้าจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายขึ้นก็เหมือนกับเวลาที่ประชาชนบ้านใกล้ เรือนเคียงกันมีประเด็นพิพาทในเรื่องเขตแดนของที่ดิน ต่างฝ่ายต่างก็ชี้ นาย ก ก็จะชี้ว่า เขาคิดว่าที่ดินของเขาอยู่ถึงไหน นาย ข ก็ชี้เช่นเดียวกัน สิ่งที่ นาย ค ชี้ก็คือที่ดินที่นาย ก คิดว่าเป็นของนาย ก นาย ข ก็เช่นเดียวกัน ในทำนองเดียวกันครับ เขตพื้นที่เขตแดน ที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ชี้ไว้ก็คือสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า ที่ต่าง ๆ ส่วนนั้นเป็นที่ของประเทศไทยโดยแท้ ดังนั้นเราจึงไม่ได้รุกล้ำที่ของกัมพูชาแต่อย่างใด ส่วนที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนคือพื้นที่ของเรา ดังนั้นการไปประกาศว่าพื้นที่ทับซ้อนบางส่วนเป็นที่ ของกัมพูชาเป็นคำกล่าวที่จะทำให้ประเทศไทยเสียหายในอนาคต ถ้าหากว่ามีประเด็นจะต้อง ขึ้นสู่ศาลหรือสู่อนุญาโตตุลาการใด ๆ คำกล่าวนี้จะผูกมัดประเทศไทยและอาจจะทำให้เรา ต้องสูญเสียที่ดิน ท่านนายกรัฐมนตรีก่อนที่ท่านจะเข้ามารับตำแหน่ง ท่านเคยประกาศว่า จะไม่ยอมให้เสียพื้นที่แม้แต่เป็นตารางนิ้ว ตารางมิลลิเมตรนะครับ แต่ในวันนี้การที่ท่านได้ไปหลุดคำพูดว่าเราไปรุกล้ำที่ของกัมพูชา แม้จะไปแก้ตัวในภายหลังว่า หมายถึงพื้นที่ทับซ้อนก็ดี แต่คำพูดนี้สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เราสูญเสียพื้นที่เป็น ตารางกิโลเมตร ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งหาทางแก้ไขเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็คงจะไม่แพ้ความเสียหายที่เกิดขึ้นในสมัยที่เราสูญเสียเขาพระวิหาร ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะส่งผ่านรัฐบาลเพื่อที่จะหาทางแก้ไข โดยด่วนนะครับ🔗
สรุปแล้วก็มีอยู่ ๓ เรื่องนะครับ ไม่น่าเชื่อว่า ๓ เรื่องที่เซ็นมาล้วนแล้วแต่ มีปัญหาทั้งสิ้น ผมก็เลยมีความรู้สึกชื่นชมท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่ได้เสียหายนะครับ ก็เอ่ยถึงท่านได้ ท่านณัฐพงษ์เคยกล่าวไว้ว่าในการเลือกนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ท่านมิได้เลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อมาบริหารประเทศ แต่เลือกเพื่อมายุบสภา ก็นับว่า ท่านมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลครับ เพราะว่าการไปเซ็นสัญญาทั้ง ๓ ฉบับที่ว่าถึงนี้ก่อให้เกิดปัญหา ให้กับประเทศไทยมากจริง ๆ ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่าเพียงแค่วันเดียวจะก่อปัญหาได้มากถึงขนาดนี้ ก็ขออนุญาตฝากเป็นความกังวลเป็นอย่างยิ่ง และเพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทยก็คงจะได้ อภิปรายทั้ง ๓ ประเด็นนี้ต่อไปในรายละเอียดครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์ผู้ควบคุมและนิสิต สาขาวิชาภาคภาษาอังกฤษ ภาควิชาภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน ๕๕ ท่าน เข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครับ เชิญนั่งครับ คณะที่ ๒ คณะอาจารย์ และนิสิตภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑๐ คน เข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับทุกท่าน เชิญนั่งครับ ขณะนี้สภากำลังพิจารณาเรื่องญัตติด่วน ด้วยวาจาของท่านสมาชิก เราผ่านไป ๒ ญัตติแล้วนะครับ ต่อไปญัตติที่ ๓ ขอเชิญคุณภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. จังหวัดเชียงใหม่ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง วันนี้ผมขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในประเด็นที่ รัฐบาลได้ไปลงนาม MOU กับสหรัฐอเมริกาด้านความร่วมมือในการกระจายและการส่งเสริม ห่วงโซ่อุปทานของแร่ที่สำคัญ หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่า MOU แรร์เอิร์ธ ในวันที่ ๒๖ ตุลาคมที่ผ่านมา MOU ฉบับนี้โดยหลักการนะครับ ความจริงมันจะไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้ารัฐบาลมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องที่ตัวเองกำลังจะทำ แต่ด้วยความที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้เลย ทำให้เนื้อหาที่ควรที่จะปรากฏอยู่ใน MOU ฉบับนี้มันไม่ปรากฏ แล้วเนื้อหาที่ไม่ควรจะปรากฏมันดันมาปรากฏใน MOU ฉบับนี้ครับ🔗
เริ่มกันที่ข้อแรกเลยของ MOU ฉบับนี้ครับ ส่วนแรกเป็นสิ่งที่ดูดีที่รัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีพูดกันหลายต่อหลายรอบมากเลยว่าประโยชน์ของ MOU ฉบับนี้คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูล แลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญของสหรัฐอเมริกาที่มี ในเรื่องของแร่ที่สำคัญต่าง ๆ เหล่านี้ แต่สิ่งที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีท่านไหนเลยพูด นั่นก็คือข้อที่มันพ่วงท้ายมาด้วย นั่นก็คือว่าการช่วยประเทศไทยในการวิเคราะห์ การขยายพื้นที่ และพิกัดแหล่งแร่ที่สำคัญต่าง ๆ ภายในประเทศไทย นี่คือสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องเขียนใน MOU ฉบับนี้เลย เรามีโอกาสที่จะเสียเปรียบในอนาคตเป็นอย่างสูงเลยกับถ้อยคำตรงนี้ แล้วหาก เราต้องการให้สหรัฐอเมริกามาช่วยในการวิเคราะห์พื้นที่จริง ๆ เราก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ตามข้อความในวรรคหนึ่งที่เขียนว่าแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้และความเชี่ยวชาญของสหรัฐ ตรงนั้นเราก็สามารถใช้ในการวิเคราะห์พื้นที่ตรงนี้ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นนี่เป็นการเขียนใน MOU ที่ไม่จำเป็น และเป็นการเพิ่มโอกาสที่ทำให้เราเสียเปรียบในอนาคตได้อย่างมากเลย🔗
ประเด็นต่อมา มาที่วรรคหก ของข้อ ๑ ยังอยู่ที่ข้อแรกอยู่ครับ นั่นก็คือสหรัฐ ระบุไว้เลยว่า สหรัฐ Expect to Have ก็คือสหรัฐต้องการที่จะเป็นคนได้รับโอกาสแรกในการ ที่จะลงทุนในเรื่องของแร่สำคัญที่มีการค้าขายในประเทศไทย หรือค้าขายโดยบริษัทที่มี Headquarter อยู่ภายในประเทศไทย มาถึงตรงนี้รัฐมนตรีหลายคนพูดออกมาว่าแร่หายาก ในประเทศไทยไม่มีอยู่แล้ว ไม่มีการทำเหมืองแร่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นไม่ได้มีผล อะไรเลยกับประเทศไทย แต่ทีนี้ข้อนี้เราต้องเน้นย้ำให้ชัดเจนว่ามันรวมถึงแร่จากเหมือง ต่างประเทศที่นำเข้ามายังประเทศไทยด้วย เริ่มเห็นภาพกันหรือยังครับ อเมริกาไม่ใช่แค่จะ มาหาในเรื่องของการทำแรร์เอิร์ธในประเทศไทย แต่เขายังต้องการที่จะเข้ามาเพิ่มโอกาส ในการที่จะมาจัดการ Supply Chain ของแรร์เอิร์ธและแร่สำคัญต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาใน ประเทศไทยด้วย ถ้าเราเปรียบเทียบ MOU ฉบับนี้เป็นเหมือนมวยครับ ตอนนี้เราก็เหมือน เป็นยกแรกแต่เป็นยกแรกที่เราเพลี่ยงพล้ำไปเยอะมาก เราปล่อยให้โดนหมัดแย็บเข้าเต็ม ๆ แล้วก็โดนหมัดฮุกขวาเข้าเต็ม ๆ โดยที่เราไม่ได้ตั้ง Guard แล้วก็ไม่ได้หลบเลย และถ้าอยาก จะเห็นภาพให้ชัดเจนอีกครับ เรามาเปรียบเทียบกันดีกว่ากับ MOU ที่สหรัฐอเมริกาเซ็นกับ ประเทศมาเลเซียในวันเดียวกันนั้นเลย ในหัวข้อเดียวกันนั้นเลยด้วย ของมาเลเซียเราจะเห็น ชัดเจนเลย เริ่มมาที่ข้อแรกครับ ลักษณะคล้ายกัน แชร์ข้อมูล ความรู้ แล้วก็ความเชี่ยวชาญ ในเรื่องนี้ระหว่าง ๒ ประเทศ แต่สิ่งที่มาเลเซียไม่มีคือเขาไม่ยอมให้มีการระบุในเรื่องของการ เข้ามาวิเคราะห์พื้นที่แหล่งแร่ต่าง ๆ ในประเทศมาเลเซีย นี่คือส่วนที่ไม่มี แล้วส่วนที่ ๒ ของไทย MOU ที่เขียนไว้ว่าสหรัฐต้องได้รับโอกาสแรกในการที่จะลงทุน แต่ของมาเลเซีย เขาปรับนิดเดียว เขาเขียนแค่ว่า ๒ ประเทศ มาเลเซียและอเมริกาต้องทำงานร่วมกัน ด้วยความศรัทธาที่ดี ด้วยความบริสุทธิ์ใจนั่นละครับ ที่จะลำดับความสำคัญในการลงทุนของ สหรัฐอเมริกา ปรับคำแค่นิดเดียว แต่การตีความต่างกันเยอะมากเลย ตรงนี้สำคัญมาก ที่ประเทศไทยเราพลาดท่าไป และประเด็นสุดท้ายที่ไม่ควรจะปรากฏแต่ก็ดันปรากฏ นั่นก็คือ ข้อที่ ๔ ของ MOU ของไทยกับอเมริกา ตรงนี้เขียนไว้ชัดเจนเลยว่าไทยต้องส่งข้อมูลให้กับ อเมริกา ใช้คำว่าให้เร็วที่สุดในทางปฏิบัติ หากพบเจอโครงการที่มีศักยภาพแล้วเกี่ยวเนื่อง กับการทำแร่ที่สำคัญหรือว่าแรร์เอิร์ธด้วย ในส่วนนี้ยิ่งไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยที่ต้องเขียน ลงไป แล้วใน MOU ของมาเลเซียไม่มีข้อนี้ออกนะครับ หากเราเปรียบเทียบ MOU ที่เซ็นกัน ระหว่างไทยกับสหรัฐ และมาเลเซียกับสหรัฐ เราเห็นชัดเจนว่าโครงมันตั้งโครงมาคล้าย ๆ กันเลย ผมเชื่อว่า Draft ที่ทางอเมริกาส่งมาให้ ๒ ประเทศ Draft เดียวกันแน่นอน แต่ของไทย เราไม่มีการ Screen ตรงนี้เลย แล้วปล่อยให้ถ้อยคำที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับประเทศ สหรัฐอเมริกา แล้วก็ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสจะเสียโอกาสเพิ่มขึ้นเข้ามาได้อย่างไร ตรงนี้ เป็นสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ รัฐบาลยอมเสียเปรียบขณะนี้ตั้งแต่ยกแรก ประเทศอื่นเขาคิดกันได้หมด ทำไมประเทศเราถึงคิดไม่ได้ กับเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้มันทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่ารัฐบาล มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงหรือเปล่า หรือว่าที่ทำลงไปเป็นแค่เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รู้เท่าไม่ทันโลกของรัฐบาลชุดนี้เพียงเท่านั้น เพราะสิ่งที่มันควรที่จะปรากฏ ไม่ใช่ควรครับ มันต้องปรากฏเลย มันกลับไม่ได้ปรากฏ นั่นก็คือ การเพิ่มเนื้อหาในส่วนของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมือง ถ้ารัฐบาลทำงาน สักนิดหนึ่ง พอเห็น Draft MOU ฉบับนี้ต้องคิดได้แล้วว่ามันเกี่ยวข้องกับการทำเหมือง โดยเฉพาะแรร์เอิร์ธด้วย แล้วตอนนี้ภาคเหนือของประเทศไทย เชียงใหม่ เชียงราย กำลังเจอกับ ปัญหาน้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองในเมียนมาแล้วไหลเข้ามาทางน้ำกก น้ำสาย เข้ามาเชียงใหม่ และเชียงราย และประชาชนก็กำลังเจอปัญหานี้กันอยู่ ถ้ารัฐบาลใส่ใจและตระหนักสักนิดหนึ่ง เราจะรู้เลยว่านี่คือสิ่งที่เราต้องเพิ่มเข้าไปในส่วนของ MOU ที่เรากำลังจะทำกับสหรัฐอเมริกา เพื่อจะใช้ประโยชน์จาก MOU ฉบับนี้มาใช้ในการต่อรองเจรจาแก้ไขปัญหาที่ต้นตอกับเมียนมา และกับจีนในการทำเหมืองในฝั่งเมียนมาด้วย ในส่วนนี้ผมเพิ่งทราบมาจากทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักปลัด ข้าราชการระดับสูงทุกคนไม่มีใครเห็นร่าง MOU ฉบับนี้เลย ไม่มีการส่งให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นในเรื่องนี้ด้วย ทั้งที่เรื่องนี้ประจักษ์ ชัดเจนว่าส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมเต็ม ๆ สิ่งที่ควรจะปรากฏไม่มี แต่สิ่งที่ไม่ควรมีมันดัน ปรากฏ แล้วกับคำพูดของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้งหลายที่ดาหน้าออกมาตามสื่อเลย บอกว่า MOU ฉบับนี้จะยกเลิกเมื่อไรก็ได้ นี่คือคำพูดของนายกรัฐมนตรีหรือบุคคลที่เป็น รัฐมนตรีหรือครับท่านประธาน พอเราประชุมเรื่องของการที่จะลงนาม MOU สักฉบับหนึ่ง กับต่างประเทศ ลงนามในนามของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศแล้ว เราต้องมั่นใจใน MOU ต้องมั่นใจในลายเซ็นที่เราเซ็นลงไปแทนพี่น้องประชาชนหรือเปล่า แต่รัฐบาลกลับบอกว่า ยกเลิกเมื่อไรก็ได้ แล้วหนักไปกว่านั้นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น สัมภาษณ์กับสื่อพูดว่าอย่างไร รู้ไหมครับ ขออนุญาตอ่านเลย พูดจริง เราก็ไม่ได้อยากเซ็นแต่เป็นอะไรที่เราทำเผื่อไว้เฉย ๆ นี่คือคำพูดของรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่ดูแลในเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือครับ แล้วมาดูกันต่อว่า รัฐบาลไทยมีความพร้อมในการจัดการแรร์เอิร์ธ หรือว่าแร่สำคัญมากน้อยขนาดไหน ตรงนี้ ผมบอกก่อนเลยว่าสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่มี สิ่งแรกที่รัฐบาลต้องรู้ก่อนที่จะเซ็น MOU ฉบับนี้คืออะไร คือเราต้องรู้ก่อนว่า Supply Chain ของแรร์เอิร์ธและแร่สำคัญต่าง ๆ ในประเทศของเรา มันเป็นอย่างไร มีการนำเข้าแร่เหล่านี้จากประเทศไหน เท่าไร และมีการนำเข้ามาจากแร่ที่ทำ ในเหมืองที่พิกัดอยู่ตรงจุดไหน เราจะได้ไปดูได้ว่าเขาบำบัดมลพิษจัดการเรื่องของสิ่งแวดล้อม อย่างไร แล้วก็ต้อง Link มาเลยว่าส่งเข้ามาทางด่านอะไร โดยบริษัทอะไร แปรรูปและส่งออก ไปที่ประเทศไหน ในรูปแบบอะไร นี่คือสิ่งพื้นฐานที่เราควรที่จะมีแต่เรากลับไม่มีครับ เพราะปัจจุบันข้อมูลที่รัฐไทยมี มีเพียงแค่ว่าเรานำเข้าแร่กลุ่มแรร์เอิร์ธ ย้ำนะครับ เป็นกลุ่ม แรร์เอิร์ธ เพราะพิกัดของศุลกากรเป็นกลุ่ม ไม่ได้แยกชนิดของแรร์เอิร์ธด้วยซ้ำ เรานำเข้ากลุ่ม แรร์เอิร์ธจากประเทศไหน ผ่านด่านอะไร โดยบริษัทอะไร อันนี้คือข้อมูลชุดที่ ๑ ข้อมูลชุดที่ ๒ มันไม่ได้ต่อเนื่องกันนะครับ ข้อมูลชุดที่ ๒ คือมีบริษัทอะไรส่งออกแร่กลุ่มแรร์เอิร์ธเหล่านี้ ไปยังประเทศอะไร ผ่านด่านอะไร ปริมาณเท่าไร เรามีข้อมูลแค่นี้ มันไม่ได้ Link กับ Supply Chain ทำให้เกิดปัญหาอะไรครับ ผมยกตัวอย่างข้อมูลจากศุลกากร ปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยมีการ นำเข้าแร่กลุ่มแรร์เอิร์ธ ตามพิกัดของกรมศุลกากร ๓๓๘ ตัน โดยหลัก ๆ เป็นการนำเข้าจากทาง มาเลเซีย แล้วก็มีเวียดนามกับจีนบ้างเป็นประปราย การนำเข้าจะเป็นการนำเข้าโดยบริษัท ที่อยู่ที่โคราชเป็นหลัก ส่วนการส่งออกตัวเลขต่างกันชัดเจนเลยครับ การส่งออกตัวเลขอยู่ที่ ๘๕๓ ตัน ส่งออกโดยบริษัทที่อยู่ในฝั่งของภาคตะวันออกก็คือจังหวัดระยอง เห็นชัดเจน เลยไหมครับ พอข้อมูลเราไม่มี กฎหมายเราไม่ได้ครอบคลุมไปถึง เราขาดอะไรครับ เราตรวจทั้ง Supply Chain ไม่ได้ นำเข้ามา ๓๐๐ ตัน ส่งออกไป ๘๐๐ ตัน แล้วเพิ่มมาจากไหน ๕๐๐ ตัน ผมไม่ได้อยากจะพูดว่ามันมีการลักลอบนำเข้ามาหรือเปล่า ผมไม่ได้พูดตรงนั้น แต่ตอนนี้ปัญหาของเราคือกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ไม่มีเพียงพอที่เราสามารถมาตรวจ Supply Chain ตรงนี้ได้ นี่คือปัญหาที่เรายังแก้ไม่ได้ในประเทศ แล้วเราดันไปเซ็น MOU เพิ่มขึ้นมาอีก มันชัดเจนว่า MOU ฉบับนี้รัฐบาลไม่ได้ทำการบ้านมาเลย เราเสียเปรียบทุกทาง เพราะความไม่รู้ ไม่ใส่ใจของรัฐบาลเอง แล้วเอามาเปรียบเทียบกับประเทศที่ทำการบ้านมาครับ นั่นก็คือสหรัฐอเมริกา การเจรจาเรื่องแรร์เอิร์ธครั้งนี้เขาเซ็นกับประเทศอะไรบ้าง มาเลเซีย ไทย แล้วก็ญี่ปุ่น ประเทศอะไรที่นำเข้าแรร์เอิร์ธมาที่ประเทศไทยมากที่สุด มาเลเซียถูกไหมครับ แล้วประเทศอะไรที่ไทยส่งออกแรร์เอิร์ธไปมากที่สุดครับ นั่นก็คือญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นมาเจรจา รอบนี้สหรัฐเก็บหมด ๓ ประเทศเลย แต่ประเทศไทยเราไม่ได้ใช้ความได้เปรียบ หรือข้อตกลง หรือความรู้พื้นฐานตรงนี้ในการเจรจาที่ได้มาซึ่งความได้เปรียบใด ๆ กับประเทศไทยเลย นี่คือปัญหาที่รัฐบาลเราเป็นในปัจจุบัน นอกจากรัฐบาลจะทำให้เราเสียเปรียบในการเซ็น MOU ครั้งนี้ รัฐบาลยังทำให้ไทยเราเสียอีก ๑ โอกาสในการที่จะแก้ปัญหาที่ต้นตอของมลพิษ ทางน้ำข้ามแดนจากการทำเหมืองในประเทศเมียนมา มีแร่แรร์เอิร์ธแล้วก็แร่ทองคำ แล้วก็ ส่งผลกระทบทำให้น้ำเป็นพิษ น้ำที่ประชาชนในพื้นที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค ใช้ในการทำ เกษตรกรรม น้ำที่เขาใช้ในการประกอบกิจการธุรกิจท่องเที่ยว น้ำที่เขาใช้ในการหาปลาที่มา บริโภค น้ำต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นพิษหมดเลย เราเสียโอกาสที่จะใช้ MOU ฉบับนี้มาใช้เป็นกลไก ของการแก้ปัญหาที่ต้นตอไปเลยนะครับ🔗
ข้อเสนอของผมไปยังรัฐบาลในวันนี้ครับ คือรัฐบาลต้องเร่งจัดการกับกฎหมาย ภายในประเทศให้พร้อม ออกกฎหมายลูก กฎกระทรวง ตามพระราชบัญญัติแร่ ให้ผู้นำเข้า ต้องระบุพิกัดของเหมืองที่ทำแร่นั้น ๆ และมาตรฐานรับรองด้านสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะนำเข้าได้ เราต้องรู้ได้ เราต้องตรวจสอบได้ว่าใครนำเข้าแร่ชนิดไหนเข้ามาเท่าไร แล้วแร่ชนิดนั้นเอามา จากเหมืองที่อยู่ในพิกัดละติจูด ลองจิจูดอะไร ที่เราจะสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ นี่คือสิ่งที่ สำคัญมาก ๆ แล้วเราก็ต้องออกกลไกในการตรวจสอบทั้งห่วงโซ่อุปทานครับ เรานำเข้ามาแล้ว เราส่งไปที่บริษัทไหนต่อ บริษัทไหนเอาไปสกัด เอาไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นอย่างไร แล้วส่งออกไปที่ประเทศไหน ในรูปแบบอะไร การออกกฎกระทรวงตรงนี้จะสามารถทำให้เรา ตรวจสอบทั้ง Supply Chain ของแร่แรร์เอิร์ธและแร่สำคัญอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน แล้วเราสามารถ เข้ามาดูได้ด้วยว่ามันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง แล้วก็ทำควบคู่ไปด้วยครับ ก็คือการปรับแก้เรื่องของตัวเลขพิกัดศุลกากรที่ปัจจุบันมันเป็นตัวเลขเป็นกลุ่มแร่แรร์เอิร์ธ แรร์เอิร์ธมันมีหลายชนิดมากครับ ไม่ควรที่จะไปจำแนกเป็นกลุ่มทั้งหมดแบบนี้ ต้องเอามา แยกชนิดของมัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ มันจะมีแรร์เอิร์ธที่เป็นชนิดหนักแล้วก็ชนิดเบา ชนิดหนักมีราคาแพงกว่าชนิดเบาหลายเท่ามาก ถ้าเรารวมกันแบบนี้เราไม่มีทางมองเห็นเลย เราต้องจำแนกมันออกมา แล้วโดยเฉพาะแร่ชนิดหนักในฝั่งอเมริกาเขาหาไม่ได้นะครับ เพราะโซนที่มีแร่ชนิดหนักในฝั่งอเมริกาจะมีแค่กรีนแลนด์กับแคนาดา แล้วทั้ง ๒ ประเทศนั้น ในชั้นดินจะเป็น Alkaline Rock ก็คือเป็นหินแข็งเลย การที่จะทำเหมืองตรงนั้นต้นทุนสูงมาก เขาเลยต้องมาทำเหมืองในฝั่งของเอเชียที่ลักษณะเป็นดิน พอลักษณะเป็นดินปุ๊บการทำแรร์เอิร์ธ มันง่ายกว่ามากเลยครับ ต้นทุนต่ำมาก เขาแค่เจาะรู เจาะรูประมาณฝ่ามือ ลึกประมาณ ๒-๓ เมตร แล้วเจาะระยะทุก ๆ ๓ เมตร ฉีดสารเคมีเข้าไปแล้วก็เจาะอุโมงค์ด้านใต้ ตัวแร่ กับของเหลวก็จะลงไปสะสมอยู่ที่อุโมงค์ด้านใต้แล้วก็สูบขึ้นมา เอามาพักที่บ่อพักแล้วก็ผสม กับสารเคมีในการสกัดแร่อีก ต้นทุนมันถูกมากกว่าการทำแร่ในโซนของอเมริกามาก ๆ นี่คือ ข้อได้เปรียบที่ว่าทำไมในฝั่งของเอเชียครองตลาดมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของแรร์เอิร์ธทั้งโลก นี่ยังไม่ได้พูดถึงแค่ชนิดหนักนะครับ เพราะชนิดหนักมีความต้องการในการตลาดแล้วก็ราคา สูงมาก อันนี้คือการแข่งขันของจริง นั่นก็คือ Heavy แรร์เอิร์ธ🔗
ในส่วนนี้เราก็ต้องวางแผนการใช้ MOU ฉบับนี้ให้เกิดประโยชน์กับการเจรจา ในการแก้ปัญหาที่ทำเหมืองในต่างประเทศแล้วส่งผลกระทบให้น้ำเป็นพิษในประเทศไทย ปัญหานี้หนักมากขึ้น ปัจจุบันไม่ใช่แค่น้ำกก น้ำสาย น้ำรวก ที่เชียงใหม่ เชียงรายนะครับ ลุ่มน้ำโขงอย่างเดียวไม่ใช่แล้วนะครับ ตอนนี้มาทางน้ำสาละวินที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้ว ที่ล่าสุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีการไปตรวจคุณภาพน้ำพบค่าสารหนูเกินมาตรฐานมากกว่า ๕ เท่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนในโซนน้ำสาละวินแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเห็นชัดเจนว่าปัญหานี้มันจะลุกลามแล้วใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่เร่งจัดการ ปัญหานี้ทวีคูณขึ้นแน่นอน แล้ว MOU ฉบับนี้ก็จะมาเป็นหนึ่งในกลไกที่จะสามารถมาช่วยในการ ต่อรองเจรจาต่าง ๆ ได้ ปัญหานี้คาบเกี่ยวกันหลายกระทรวงมาก ๆ รัฐบาลทำงานผ่านมา ๑ เดือนแล้วหลังจากที่ผมอภิปรายแถลงนโยบายไปเมื่อสิ้นเดือนกันยายน ผมอภิปรายชัดเจนว่า ในวันที่ ๑๕ ตุลาคม จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีในเวที ASEAN ในเรื่องของภัยพิบัติและ ภาวะฉุกเฉิน ตรงกับเรื่องนี้เลย แล้วก็ในวันที่ ๒๑ ตุลาคมจะมีการประชุมจีน ASEAN ในกรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระดับรัฐมนตรีเช่นกันก็เกี่ยวกับเรื่องนี้ตรง ๆ อภิปราย เสนอแนะต่อรัฐมนตรีไปตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนกันยายน แต่ว่า ๑๕ ตุลาคมที่ผ่านมาในการประชุม ระดับรัฐมนตรี ต่างประเทศส่งรัฐมนตรีไป ประเทศไทยส่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยไป วันที่ ๒๑ ตุลาคม ต่างประเทศส่งรัฐมนตรีเหมือนกัน เมียนมาส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเลย แต่ประเทศไทยส่งรองปลัดอีกเช่นเคย แล้วก็ไม่ได้ พูดถึงเรื่องมลพิษทางน้ำข้ามแดนด้วย ทั้ง ๆ ที่เวทีนั้นมีทั้งจีน เมียนมา ลาว ไทย ตรงจุดกับ เรื่องนี้เลย ไม่มีการทำงานในเรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้นกับปัญหานี้ผมอยากให้รัฐบาลพิจารณา รับข้อเสนอแนะที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอในวันนี้ แล้วไปทำงานอย่างจริงจัง สักทีครับ ผมไม่อยากจะเห็นชื่อของรัฐมนตรีทั้งหลายถูกจารึกไว้ว่าเป็นรัฐมนตรีที่ทำงาน ได้แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ที่ส่งรองปลัดไปอาจจะเก่งกว่ารัฐมนตรีก็ได้นะครับ ญัตติ ๓ ญัตติผู้เสนอได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ต่อไปนี้จะเป็นท่านสมาชิกที่สนใจอภิปรายรวมทั้ง ๓ ญัตติ ที่แจ้งความจำนงมาไม่มากครับ ๒๒ ท่าน อีกสัก ๑๐ นาทีจะปิดการลงชื่อนะครับ ตอนนี้มี ๒๒ ท่าน ให้เวลาอีก ๑๐ นาที ที่ให้ลงชื่ออภิปรายต่อนะครับ เรากำหนดไว้ท่านละประมาณ ๗ นาที เข้าใจตรงกันนะครับ เพื่อนสมาชิกอย่าเพิ่งกลับไปไหน วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติทั้ง ๓ ญัตตินั้นจะส่งให้รัฐบาลที่เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ ถึงแม้ว่าท่านไม่อยู่ในห้องประชุม คิดว่าข้าราชการที่ฟังอยู่ก็กลับไปรายงานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศ ท่านแรกที่จะอภิปราย เชิญท่านธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในการที่จะอภิปรายร่วมกับเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในเรื่อง การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอาชญากรรม ทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน ตลอดจน MOU มาเลเซียซึ่งได้มีการพิจารณา ร่วมกันในวันนี้ โดยท่านรังสิมันต์ โรม ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ท่านภัทรพงษ์ ซึ่งเพิ่งอภิปรายเสร็จเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่อง Call Center เรื่องไซเบอร์ เรื่องการหลอกลวงพี่น้องประชาชน ถ้าจำได้ตอนที่เราเข้ามาใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นหารือ ยื่นญัตติ อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตั้งกระทู้ถามมีมาโดยตลอด วันนี้ก็ยังมีการยื่นญัตติอีก นับวันที่จะเลวร้ายลงทุกครั้ง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่า สิ่งที่พวกเราได้ยื่นญัตติในวันนี้มันมีความสำคัญต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แล้วมันเป็น อาชีพใหม่ที่มันมีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ คืออาชีพการหลอกลวงอย่างนี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างนี้มันก็ไม่พ้นรัฐบาลที่จะต้องมีการแก้ไข โดยเฉพาะเรื่อง Scammer ที่มีฐานใหญ่อยู่ที่กัมพูชา เมื่อก่อนนั้น Call Center ก็มีฐานอยู่ที่พม่า แต่ในยุคที่ พม่านั้นก็ได้มีการดำเนินการในรัฐบาลยุคเก่า ๆ ผมจำได้ว่าท่านแพทองธารได้มีบัญชาการ ในการสั่งตัดน้ำตัดไฟ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบันนี้ก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กว่าจะตัดได้ก็บอกแล้วบอกอีกครับ ท่านจำได้ไหมข่าวก็ยังลง พม่าก็เหลือร่อยหรออยู่ เรื่องอย่างนี้ปัญหาซึ่งมันเป็นภัยคุกคามทั่วโลกเลยนะครับ ในขณะนี้จากที่รัฐบาลจีนได้ส่งคน ผ่านเข้ามาในประเทศไทย แล้วก็ไปจัดการพม่า แล้วก็ข้ามมากัมพูชา เพื่อที่จะไปนำพวก ขบวนการของเขากลับไปประเทศจีนและไปยิงเป้าครับ พวกสีเทาข้ามมาจากประเทศจีน รัฐบาลประเทศจีนเขาก็จัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ในเมื่อหลายประเทศเขาจัดการได้อย่าง เด็ดขาด เมื่อประมาณสักเดือนก่อนนั้นท่านจำได้ไหม ประเทศเกาหลีซึ่งคนของประเทศเขา ได้มาเสียชีวิตที่กัมพูชาซึ่งเป็นผู้หญิง นักศึกษาผู้หญิงที่ถูกล่อลวงมา ระดับผู้นำของประเทศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางมาเลยครับ เดินทางมากัมพูชาเลย แล้วเขาก็เอาคนของเขากลับไปทั้งหมด ทราบว่าไปประมาณสัก ๖๕ คนจากประเทศเกาหลี ที่ถูกล่อลวงมาแล้วก็กลับไปประเทศของเขาแล้ว และนอกจากนั้นในทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา อเมริกาจริง ๆ แล้วก็มีการพูดถึงตลอดว่าประเทศกัมพูชาเป็นประเทศ อาชญากรรมของโลก ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าประเทศไทยเราควรที่จะมีจุดยืนอย่างชัดเจน ว่าเรามีความเด็ดขาดไหมในการที่จะจัดการกับพี่น้องประชาชนที่ถูกล่อลวงไปทำธุรกิจซึ่งมัน กำลังก้าวหน้าอยู่ทุกวันนี้ เมื่อก่อนมันกำลังร่อยหรอแล้วมันกลัว มันกลัวรัฐบาลแพทองธาร จะเอาจริงเอาจัง พอรัฐบาลมีปัญหาแล้ว รัฐบาลใหม่เข้ามาผมก็คิดว่าจะเอาจริงเอาจัง แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรในก่อไผ่ครับท่านประธานที่เคารพ ผมได้เคยหารืออยู่ตรงจุดนี้ว่าในการ ปราบปรามเรื่อง Scammer เรื่อง Call Center เราจะต้องทำอย่างเด็ดขาด อย่าไปกลัว อิทธิพลของใคร ผมจะพูดในวันนี้ก็เนื่องจากว่าผู้ที่ประสบภัยส่วนใหญ่ก็เป็นภาคอีสานของเรา จังหวัดอุดรธานีผมได้ข้อมูลมานะครับ ถูกแก๊งล่อลวงโดยมีการให้รับสมัครงานทางออนไลน์ เขาอยากได้งานก็มีการสมัครทางออนไลน์ไป แล้วก็ได้เดินทางจากจังหวัดอุดรธานีไปลงรถที่ ตลาดหมอชิต แล้วก็จะมีรถไปรับที่หมอชิต เสร็จเรียบร้อยก็เดินทางไปที่อรัญประเทศบอกว่า จะไปทำงาน พอไปทำงานไม่รู้มาจากตรงไหนบ้าง ประมาณสักรถตู้หนึ่ง ประมาณสัก ๘ คน คนสุรินทร์ก็มี คนภาคอีสาน ส่วนใหญ่คนบ้านเราครับท่านประธาน ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ มันก็มีชื่ออยู่ในนั้นอยู่แล้วครับ ความหมายมันต้องเอาความจริงมาพูดกัน และข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้พอไปแล้ว ไม่ใช่ว่าถูกหลอกลวง พอไปแล้วขึ้นรถตู้มีปืน ปืนเอ็ม ๑๖ ปืนอาก้า ปืนอะไรก็แล้วแต่ เอาปืนจี้ขึ้นรถข้ามไปในช่องทางธรรมชาติ ข้ามไปปอยเปต พอข้ามไป ปอยเปตแล้วเขาก็จะเอาไปขังไว้ เอาไปขังไว้ที่ตึก มีตัวอย่างด้วย Location เอาขึ้นให้ดูเลยครับ🔗
Location ซึ่งห่างจากปอยเปตไม่เยอะครับ มันจะมีตึกต่าง ๆ เหล่านั้น และจะมีคนที่อยู่ในตึกนั้น ในแต่ละตึก แต่ละตึก แต่ละตึก อยู่ตรงนี้นะครับ ถ้าเอฟ ๑๖ ไปเจอตอนนั้นถล่มตายห่าไปหมดแล้ว นี่อยู่ตรงนี้ไม่สามารถ ทำอะไรได้ คนไทยอยู่ในนั้นเขาก็แยกแยะไปบอกว่าตึกนี้ ๑,๐๐๐ กว่าคน เขาอยู่กินอย่างนี้ เขาถ่ายรูปมาก่อนที่เขามา ผมได้หารือในสภาผู้แทนราษฎร นายบัญชา ภักดีพันดอน หรือไอ้แซก บ้านอยู่อำเภอกุมภวาปี ตำบลเสอเพลอ จังหวัดอุดรธานี ให้ข้อมูลผมมาว่ากระบวนการมันเป็นอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ ผมขออนุญาตครับ เพราะมันยังไม่ได้ถึงครึ่งเลยครับ ผมจะเล่าให้ฟังเพื่อที่จะเป็น การประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องและให้รัฐบาลไปช่วยแก้ไขด้วย ในกรณีอย่างนี้น่าสงสารว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีข่าวออกตลอด ข่าวใหญ่นะครับ คนงานตกตึกตายอยู่ในตึกของ Call Center นั่นละ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ อายุ ๒๕ ปี เป็นผู้ชาย ต่อมาปี ๒๕๖๘ ก็ตกตึกชั้น ๑๘ อีก อายุ ๓๑ ปี เป็นชาย และเมื่อ ๒ วันก่อนน้องใบเฟิร์นคนขอนแก่น ท่านดูช่อง ๘ อ่านข่าวไหม ตกตึกชั้น ๓ ลงมา ผมดูข่าวเมื่อเช้านี้ ข่าวยังมีอยู่นะครับ น้องใบเฟิร์นตกจากตึกชั้น ๓ ไปอยู่พนมเปญทำไมมันตกแต่ตึกตาย ท่านประธานที่เคารพ แล้วศูนย์ช่วยเหลือคนต่างชาติ เขาสันนิษฐานว่าไม่ใช่กระโดดตึกตายหรือตกตึกตาย คนอยู่เฉย ๆ มันจะไปตกตึกตาย ได้อย่างไรครับ แล้วเขาสันนิษฐานว่ามีการทำร้ายร่างกายก่อนที่จะโยนลง ข่าวต่าง ๆ ยังไม่จบ ก็ติดตามดู อันนี้น่าสงสาร รัฐบาลต้องดูแลและรับผิดชอบ ใครจะไปถูก ไปผิด ไปอะไรเขาก็คือ คนไทย แล้วมีรัฐบาลกระทรวงต่างประเทศหรือมีใครอะไรก็แล้วแต่ ณ เวลานี้ได้ทำอะไรบ้างไหม ต้องเอาศพกลับคืนมา เขมรใกล้ ๆ เราไม่มีปัญญา เกาหลีเขาอยู่ไกล ๆ เขาบินมาเลยครับ แล้วจะอยู่ได้อย่างไรรัฐบาลอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความคิดว่าเราคนอีสาน ส่วนใหญ่เราก็อยากร่ำอยากรวยมาใช้แรงงานทั้งนั้นก็ถูกหลอกบ่อย ๆ ในเมื่อถูกหลอก ไปอย่างนี้มันก็จะมีปัญหาอย่างนี้ ผมก็อยากจะให้รัฐบาล เพราะเราส่งรัฐบาลอยู่แล้วเอาใจใส่ เรื่องนี้ กระผมอยากจะขอกราบเรียนอีกว่าปัญหาชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นปัญหา ของประเทศไทย แล้วทหารไทยเขาสูญเสียไป ตายไปประมาณ ๒๐ คน บาดเจ็บอีกเท่าไร ขาขาดเท่าไร แล้วเราจะคืนแผ่นดินให้เขาอย่างไร เขายึดมาแล้ว แล้วใครบอกว่าจะคืน แผ่นดินให้ว่าเราไปเอาแผ่นดินเขา ผมต้องเอ่ยชื่อนะครับ คนบ้านผม พลโท บุญสิน พาดกลาง ซึ่งเดี๋ยวนี้ยังทำงานอยู่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นแม่ทัพภาค ๒ แต่ก็ต้องชื่นชมว่า ณ เวลานี้ ผืนแผ่นดินไทยก็ต้องฝากไว้กับทหารแล้ว ผมบอกเลยนะครับ คนตายที่เป็นคนจังหวัดขอนแก่น คนอุดรธานีบ้านผมที่ถูกหลอกไปยังติดคุกอยู่ที่ศรีโสภณก็มีครับ ถ้าจะพูดไปมันเยอะเหลือเกิน ภาคอีสานเราเป็นภาคใหญ่ คนเยอะ ต้องไปหางานทำ ไม่ได้ทำงานที่นี่ก็ไปต่างประเทศ เยอะแยะไปหมด แม้กระทั่งไปตาย รบอยู่แถว ๆ กาซา อยู่แถว ๆ อิสราเอลก็มีเยอะแยะไปหมด แต่ ณ วันนี้รัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่ในการจัดการเรื่องนี้ แล้วทีนี้ผมอยากจะขอกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าประชาชนไม่สบายใจเลยนะครับ ณ เวลานี้ พร้อมกองทัพด้วย ผมรู้ใจนะครับ พร้อมทั้งเหล่าทหารหาญด้วยว่าเป็นแค่ MOU ผมขออนุญาตสักครู่หนึ่งครับ🔗
ขออนุญาต ช่วยสรุปด้วยครับ🔗
ผมจะสรุปเดี๋ยวนี้ละครับ ถ้าท่านไม่เบรก ผมก็จะสรุปแล้ว ให้ยกเลิก MOU ๒๕๔๓ ท่านก็ไม่ยกเลิก กลับไปเซ็น MOU อะไรอีกก็ไม่รู้ หรือจะต้องให้พี่น้องประชาชนโวยวาย MOU ๒๕๔๓-๒๕๔๔ นั้นจะยกเลิกได้ไหม ความจริง เรื่องนี้มันก็เห็น ๆ กันอยู่แล้ว เรื่องรัฐมนตรี นักการเมือง ครม. ที่ต่างประเทศเขาบอกว่า มีนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา Scammer ก็พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง จนมีคำพูด ต้องขออนุญาตท่านชาดานะครับ เพื่อนกัน เป็นนายกสมาคมอ้อยเช่นเดียวกัน ที่บอกว่า จะต้องเอาโจรไปปราบโจร ท่านครับ ถ้าโจรปราบโจรแล้วจะเอาตำรวจไปไว้ที่ไหนละครับ หรือตำรวจเป็นลูกน้องโจรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะต้องแสดงให้พี่น้องประชาชนได้เห็นเลยว่าถ้าท่านจริงใจ จัดการในเรื่องนี้ต้องฟังวันนี้ ในฐานะที่พวกผมซึ่งเจอกับพี่น้องประชาชนโดยตรง มันจะต้อง ได้ใจพี่น้องประชาชน ท่านจะต้องจัดการเรื่องสีเทานี้อย่างเด็ดขาดครับ แต่ถ้าหากว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่ชื่อแพทองธาร ชินวัตร เขาบอกว่าขายชาติ แต่ ณ วันนี้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี เฉย ผมบอกสื่อมวลชนด้วย ให้ความเป็นกลางเป็นธรรมด้วย ศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าหรอกครับ ตัดสินไปแล้วก็ต้องยอมรับกัน ๓ ประเด็นที่ผมกล่าวมาเบื้องต้นนี้ ไม่ว่าจะเป็น Call Center ไม่ว่าจะกัมพูชา ไม่ว่าจะ MOU ทั้งหลายทั้งปวงนี้ท่านจะต้องไปจัดการและมีการประชุม ที่มาเลเซีย มีข้อตกลงใหม่กับเรื่องแร่หายาก แล้วมันไปเซ็นทำไมแร่หายาก ในเมื่อหายากแล้ว แล้วมันจะไปเอาที่ไหนครับ เอาแค่นี้ละครับท่านประธาน ท่านก็จะเบรกผมอีก ถ้าหากว่า MOU ตรงนี้ไม่สำเร็จ อยากให้ท่านยกเลิก MOU ๒๕๔๓ เลยได้ไหมครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ความจริงไม่อยากเบรกครับ ฟังอยู่ แต่ว่าเนื่องจากเรามี ๒๒ ท่าน ต้องขออภัยที่ประชุม ด้วยนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณรักชนก ศรีนอก เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันจะขอ อภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติของท่านรังสิมันต์ โรม ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ว่าที่ประเทศไทย เราไม่สามารถที่จะจัดการปัญหา Scammer ให้สิ้นซากได้ เป็นเพราะว่าอะไร เป็นเพราะว่า เราเสียหายน้อยกว่าประเทศอื่นหรือ ดิฉันก็คิดว่าไม่ใช่ถ้าเทียบกับขนาดเศรษฐกิจหรือจีดีพี ประเทศเราเสียหายเป็นอันดับต้น ๆ หรือเรามีศักยภาพน้อยกว่าสหรัฐอเมริกา อังกฤษหรือ เกาหลีใต้หรือคะ ดิฉันคิดว่านั่นไม่น่าจะใช้ปัจจัยสำคัญ หรือเราไม่รู้วิธีในการที่จะจัดการ ปัญหา Scammer หรือเปล่าคะ ดิฉันก็คิดว่าไม่น่าจะใช่เช่นนั้น มันก็เลยเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าที่เราไม่สามารถที่จะจัดการปัญหา Scammer Call Center เว็บพนัน ยาเสพติด รวมถึงการฟอกเงินได้ มันเป็นเพราะว่ามีตัวการใหญ่อยู่ในรัฐบาลหรือไม่ ท่านประธานคะ ก่อนที่จะมาตอบคำถามนี้ดิฉันอยากจะอธิบายให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน ได้ทราบว่ากระบวนการพวกนี้เขาทำงานกันอย่างไร🔗
เริ่มจากการที่หลอกเงินพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยการทำเว็บพนันค่ะ หรือหลอกเป็นแก๊ง Call Center หรือหลอกลงทุน หลังจากได้เงินจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน มาแล้วนั้น เงินพวกนี้มันก็ยังเอาไปใช้การต่อไม่ได้เพราะว่ามันยังเป็นเงินสีดำอยู่ กระบวนการ ที่จะทำให้เงินสีดำออกมาเป็นเงินสีขาวสะอาดได้อย่างแรกเลยคือกาสิโนค่ะ เอาเงินเข้าไปเล่น ในกาสิโนแล้วก็บอกว่าได้บ้างเสียบ้าง ไม่รู้ว่าบวกลบเท่าไร แต่สุดท้ายเงินที่ได้ออกมาก็จะมีที่มา หรือต่อมาการเอาเงินสีดำหรือสีเทาไปฟอกในลอตเตอรี่ ฟอกในลอตเตอรี่ที่นี้คือไม่ได้ซื้อ กันที่แผงนะคะ แต่เขาไปซื้อเอาจากคนที่ถูกรางวัลค่ะ คนที่ถูกรางวัลที่ ๑ ๑๐ ใบ ๒๐ ใบ ๓๐ ใบ ตามหาตัวกันมาค่ะ แล้วก็ขอซื้อต่อด้วยราคาที่สูงกว่า นั่นจะทำให้เงินสีดำสามารถ ที่จะกลายเป็นเงินสีขาวได้ และมันเลยเป็นสาเหตุที่ต้องตามหาโควตาหลายหมื่นหลายแสนใบ มาเป็นของตัวเอง แล้วหลังจากนั้นก็เปิดเว็บในการขายลอตเตอรี่ มันจะได้เข้าถึงตัวคนที่ ถูกรางวัลได้ง่ายยิ่งขึ้น และนี่ก็คือวิธีการฟอกเงินผ่านโควตาล็อตเตอรี่🔗
ต่อมาค่ะ ฟอกเงินผ่านการตั้งร้านขายของในแพลตฟอร์มต่าง ๆ พวกร้าน ที่ขายกันถูกมาก ๆ จนคนที่เป็นผู้ผลิตเองยังงงว่าสามารถขายได้อย่างไร มันก็เกิดจาก เหตุการณ์แบบนี้ละค่ะ เอาของถูก ๆ มาขายตัดราคาทำให้คนที่ค้าขายอย่างตรงไปตรงมา สู้ราคาไม่ได้ ขายได้หลายแสนหลายหมื่น Order เงินที่ขาดทุนไป เขาไม่เสียดายนะคะ เพราะว่ามันก็คือต้นทุนในการฟอกเงินสีดำให้กลายเป็นเงินสีขาว พอเงินที่ถูกฟอกจาก กระบวนการเหล่านี้ขาวสะอาดแล้วเขาเอาไปทำอะไรต่อ เอาไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ค่ะ จะซื้อราคาแพงเท่าไรก็ได้ เพราะว่าสามารถที่จะสู้ราคาได้ไม่อั้น เพราะว่าเงินเหล่านี้แทบจะ ได้มาฟรี ๆ ย่านห้วยขวาง ย่านเยาวราช ที่ทุกวันนี้ผู้ประกอบการคนไทยแทบจะสู้ราคา กันไม่ไหวแล้ว และในหลาย ๆ โซนที่กำลังมีปัญหาอยู่ตอนนี้คนที่ทำธุรกิจจริง ๆ สู้ราคา อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกฟอกพวกนี้ไม่ไหว และบางส่วนก็ถูกเอาไปปั่นในหุ้น ที่ท่านวิโรจน์กับ ท่านรังสิมันต์ โรม ได้เคยอภิปรายไปเรื่องหุ้นบางจาก อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่ถูกตั้งขึ้นมาว่า มีความพยายามที่จะฮุบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยผ่านเงินที่ฟอกด้วยการเป็นเงิน ที่หลอกมาจากแก๊ง Scammer เมื่อเหล่านี้หรือไม่ แต่บางคนก็ฉลาดกว่านั้น เงินมันมีเยอะ เอาไปทำอะไรก็ได้ ดังนั้นก็เอามาลงทุนทำงานการเมืองมันไปเลยค่ะ เข้าสู่อำนาจรัฐจะได้คุมเกม ได้ด้วยตัวเอง เงินสีเทาที่ฟอกจนสะอาดก็คือเงินที่เอามาซื้อเสียงในช่วงเลือกตั้งนั่นละ และนอกจากจะซื้อเสียงในช่วงเลือกตั้งแบบจ่ายกันไม่อั้น ก็ยังนำบางส่วนมาสร้างเครือข่าย Influencer เงินที่ฟอกมาเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเอาไปตั้งมูลนิธิ หรือเอาไปสร้าง Influencer ก็ได้เพราะว่าสามารถที่จะจับจ่ายใช้สอยได้ไม่อั้น เอาเงินเหล่านี้ไปช่วยเหลือชาวบ้าน ไปซื้อ ของแจก ไปติดไฟ ไปทำถนน จนสุดท้าย Influencer เหล่านี้มีคะแนนนิยมค่ะ พอมีคะแนนนิยม เสร็จแล้วก็เอาคะแนนนิยมเหล่านั้นกลับมา Support พรรคการเมืองที่ให้ต้นทุนทางสังคม กับตัวเองเอาไว้ และนี่ละค่ะ คือกระบวนการที่ทำให้คนเหล่านี้สามารถที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐได้ สำหรับดิฉันมันน่าเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะว่าเงินที่เขาเอามาซื้อเสียง หรือเงินที่เขาเอามา ช่วยชาวบ้าน สิ่งของที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้รับแล้วซึ้งใจเสียเหลือเกินว่าคนเหล่านี้ เป็นคนดี มันอาจจะเป็นเงินก้อนเดียวกับที่ญาติของเขา คนในชุมชนของเขาถูกหลอกจากแก๊ง Scammer ไปก็ได้ มีหลายคนในรัฐบาลค่ะ ดิฉันอธิบายทั้งหมดมานี้ตอบคำถามที่ว่าทำไม เราถึงไม่สามารถที่จะจัดการปัญหาแก๊ง Scammer ได้ เพราะว่าเราอาจจะไม่รู้ตัวว่าแก๊ง Scammer ตัวเอ้ก ๆ ตัวใหญ่ ๆ เหล่านี้วันนี้อาจจะเข้ามามีอำนาจรัฐแล้วค่ะ แล้วมันก็มี หลาย ๆ คนที่อยู่ในรัฐบาลทุกวันนี้ ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าพอมีคำถามแล้วว่าใสจริง ไม่ใสจริง ว่าเทาหรือไม่เทา มันไม่มีการดำเนินการอะไรให้มันชัดเจน ดิฉันยกตัวอย่างนะคะ ไม่ได้กล่าวหา คนเหล่านี้คือคนที่ถูกสังคมตั้งข้อสังเกตอย่างหนักมาก ๆ ยกตัวอย่างเช่น คุณวรภัค ล่าสุด ลาออกไปแล้วค่ะ ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับมหากาพย์ขบวนการของการฟอกเงินหรือไม่ ลาออกแล้วมันไม่ควรจะจบแค่นั้นนะคะ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือต้องสืบว่าสิ่งที่ถูกกล่าวหา สรุปมันเป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริงกันแน่ เงินที่ได้รับมามันเป็นเงินสีขาวหรือเป็นเงินสีเทา สืบเส้นเงินแล้วมันไปถึงไหน🔗
แล้วต่อมาค่ะ คุณธรรมนัส ซึ่งปรากฏว่ามีความสนิทสนมกับคนที่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นตัวเอ้กของแก๊ง Scammer และการฟอกเงินตัวพ่อ ซึ่งดิฉันก็ตั้งข้อสังเกตนะคะ คุณธรรมนัสไม่เคยเข้ามาตอบในสภาหรือไม่เคยเข้ามาชี้แจงในกรรมาธิการ ได้แต่ตอบสื่อ ถามคำก็ตอบ ๒ คำ แต่ไม่มีการดำเนินการอะไรต่อจากนั้นเลย แล้วมันก็น่าสงสัยค่ะ เพราะว่าคนรอบตัวของคุณธรรมนัสก็มีแต่คนดี ๆ ทั้งนั้นเลย ไม่ได้มีแต่คุณเบน (Ben) นะคะ ดิฉันจะให้ดูสไลด์นี้ค่ะ🔗
ช ช้าง ที่พ่อแม่พี่น้องประชาชน สงสัยกันว่ามัน ช ไหน อาจจะเป็น ช นี้หรือเปล่า ชนนพัฒฐ์เปิดใจขอโทษแทน สจ. กอล์ฟ ไม่มีมีเอี่ยวเว็บพนัน ท่านประธานคะ นี่อาจจะเป็น ช ช้าง ที่หลาย ๆ คนตามหา ดิฉันก็อยาก จะให้ท่านใช้สิทธิสมาชิกรัฐสภาในที่นี้สามารถที่จะลุกขึ้นมาแล้วก็ชี้แจงต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ได้เลย เพราะว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ สส. ท่านนี้ก็คือ สจ. กอล์ฟค่ะ โดนข้อหาที่เส้นเงิน เกี่ยวข้องกับเว็บพนันแล้วสุดท้ายถูกดำเนินคดีไปแล้วด้วย ดิฉันอยากจะถามว่าที่ท่านเคย โพสต์เอาไว้ ท่านโพสต์ว่าขอโทษพี่น้องชาวคาบสมุทรสทิงพระด้วยนะครับ ผม Care ความรู้สึกของคนพื้นที่ ท่าน Care จริง ๆ หรือเปล่าคะ ดิฉันอยากจะถามฝากเอาไว้ตรงนี้ คนคาบสมุทรสทิงพระดิฉันเชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องภาคใต้ ท่านที่เป็นผู้ปกครองมีลูกมีหลาน ท่านคงไม่อยากจะให้เยาวชนทั้งหลายเหล่านี้ ท่านคงไม่ต้องการเพียงแค่ สส. ที่มีสระน้ำฟรี ให้ลูกหลานท่านเข้าไปเล่นในบ้าน แต่ดิฉันเชื่อว่าท่านต้องการตัวแทนที่มาเป็นผู้แทนราษฎร ที่จะมาสร้างสังคมที่ดี มาสร้างสังคมแห่งความหวังที่ทำให้ลูกหลานของท่านสามารถที่จะมี อนาคตที่ดีได้ ดังนั้นท่านอย่ามักน้อยเกินไปค่ะ และคนเหล่านี้อย่าดูถูกทำเหมือนว่าคนใต้ไม่รู้สง ดิฉันเชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องภาคใต้ พ่อแม่พี่น้องชาวสงขลารู้ดีกว่าดิฉันว่าอะไรเป็นอะไร ท่านอยู่ ในพื้นที่ ท่านเห็นด้วยตัวเอง คนพื้นที่รู้ดีกว่าดิฉันที่อยู่ที่กรุงเทพมหานครที่ได้แต่ตามอ่านข่าว แน่นอน ท่านสามารถตัดสินใจเองได้ว่าคนที่ถูกครหาเช่นนี้สมควรที่จะได้รับการสนับสนุน ให้มีอำนาจต่อไปหรือไม่ แน่นอนว่ากระบวนการอย่างไม่สิ้นสุด และท่านสามารถใช้สิทธิ ในการชี้แจงในสภาแห่งนี้ได้ แต่ก็น่าเสียดายที่ตอนนี้สมาชิกพรรคกล้าธรรมไม่อยู่ในสภา เลยสักคน ดิฉันเลยอภิปรายได้สบายไม่มีใครประท้วงค่ะ สุดท้ายมันกลับมาสู่ข้อสงสัยที่ว่า ทำไมประเทศไทยของเราถึงไม่สามารถที่จะจัดการกับปัญหา Scammer ได้ มันเป็นเพราะว่าอะไร มันเป็นเพราะว่าเรามีโจรอยู่ในรัฐบาลหรือไม่ แล้วโจรก็ไม่จับโจร แต่มันป้องกัน มันปกป้องกันเอง และแน่นอนว่าไม่มีโจรที่ไหนเช่นเดียวกันที่จะยอมรับว่าตัวเองเป็นโจร ยกเว้นว่าท่านชาดาจะมา Guarantee ให้นะคะ🔗
สุดท้ายนี้ ข้อสังเกตทั้งหมดทั้งมวลที่ดิฉันตั้งไป ดิฉันเป็นฝ่ายค้านค่ะ วันนี้ยังไม่มี อำนาจรัฐในการที่จะไปบริหารจัดการเหล่านี้ด้วยตัวเอง ข้อมูลในมือที่ดิฉันมีทั้งหมดดิฉันยินดี จะมอบให้กับรัฐบาล ถ้าท่านรับปากแล้วท่านเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ สิ่งที่ คุณชนนพัฒฐ์หรือคุณธรรมนัสทำมันไม่ใช่แค่การไปออกสื่อฟอกขาวตัวเองค่ะ แต่สิ่งที่รัฐบาล ควรทำคือต้องเอาคนเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการ เพราะมันเป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับ คนเหล่านี้ด้วย ถ้าสะอาดจริง ถ้าใสจริง ไม่ได้แป้งจริง ไม่ได้เทาจริง พ่อแม่พี่น้องประชาชน หรือสภาแห่งนี้หรือรัฐบาล หรือกระบวนการยุติธรรมควรจะให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย แต่ถ้าไม่ใสจริง ถ้าเทา ก็ควรที่จะต้องมีใครติดคุกได้แล้ว สุดท้ายนี้พรรคประชาชน ดิฉันยืนยัน พวกเราเอาจริง ถ้าวันไหนที่เรามีอำนาจรัฐ มีเราไม่มีเทา ไม่มีไทยเทามากัดกินเป็นเห็บหมัด กัดกินประเทศไทยแน่นอน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านคงฟังกันทั่วประเทศนะครับ ท่านที่มีสิทธิชี้แจงตอบโต้ได้ก็เชิญครับ ผลเสียดายวันนี้ วันสุดท้ายของการประชุมแล้ว เหลือเวลาอีกไม่นาน ท่านต่อไปขอเชิญคุณรุ่งเรือง พิทยศิริ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รุ่งเรือง พิทยสิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ผมขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนท่านผู้เสนอญัตติทั้ง ๓ ท่าน เกี่ยวกับเรื่อง MOU ทั้ง ๓ ฉบับ คือผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมอยากจะเริ่มต้นในเรื่องของแร่หายากก่อนคือคำว่า แร่หายากหรือคำว่าแรร์เอิร์ธสมัยก่อนนานมาแล้วเราคงแทบไม่รู้จักคำนี้เพราะว่าไม่ได้เป็นที่ กล่าวถึงทั้งในสื่อมวลชน ทั้งในวิชาการพื้นฐานทั่วไป แต่ว่านับตั้งแต่มีปัญหาเรื่องการค้า ระหว่างประเทศ เรื่องสงครามการค้าขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างสหรัฐกับจีน เรื่องแร่หายาก ก็เลยเป็นประเด็นที่คนหยิบมาพูดกันแล้วก็เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งท่านสมาชิก หลายท่านก็ได้พูดไปแล้วว่าแร่หายากคืออะไร ผมขอสไลด์ครับ🔗
คือแร่หายาก สรรพคุณกับประโยชน์มันมหาศาล เพราะว่าในห่วงโซ่อุปทานแล้วก็ในเรื่องของการนำไปพัฒนา เศรษฐกิจมันมีมากมายเหลือเกิน ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อแปลง แม้กระทั่งเรื่องของอุปกรณ์ยานยนต์ต่าง ๆ เรื่องของการผลิตอาวุธ ยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์โทรคมนาคม ถ้าดูในเรื่องของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลมากเลย มูลค่าน่าจะเรียกว่าเป็นระดับหลาย ๆ ล้าน ๆ บาท หาตัวเลขไม่เจอหรอกครับ แต่ผมคิดว่า ที่ทางรัฐบาลได้ทำ MOU เรื่องแร่หายากผมว่ารัฐบาลท่านเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนมากเลย อาจจะแทบเข้าใจน้อยมาก ด้วยเหตุผลที่ผมจะกราบเรียนดังต่อไปนี้ ผมได้ไปตามต้นเรื่อง ของคนที่ทำ MOU ฉบับนี้ว่าที่มาที่ไปมันมาจากไหน ผมก็ถึงเข้าใจว่ารัฐบาลถึงไม่เข้าใจ เรื่องพวกนี้เลย เพราะอะไรครับท่านประธาน การเกิด MOU ฉบับนี้มันเป็นความต้องการ ของทางสหรัฐ แล้วทางสหรัฐได้ติดต่อเข้ามาที่รัฐบาลผ่านไปยังทางกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ เพราะฉะนั้นที่ท่านสมาชิกบางท่านได้พูดไปว่า ทำไมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ทราบเรื่องเลย เพราะว่าคนที่ช่วยร่าง และตรวจร่างฉบับนี้อยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ ซึ่งผมก็ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาแล้ว ก็ทราบว่าเขาก็งงเหมือนกันว่าจะทำ MOU ฉบับนี้ไปเพื่ออะไร เพราะอะไรครับ พอเราเข้าไปศึกษาดูแหล่งที่มีแร่หายากในประเทศไทย เราจะพบว่าแร่หายากที่มีในประเทศไทย ส่วนที่พอที่จะหยิบจับทำอะไรได้จะเป็นส่วนที่อยู่ ในพื้นที่ตามมาตรา ๑๗ ของ พ.ร.บ. แร่ซึ่งก็คือเป็นพื้นที่อนุรักษ์และต้องห้ามที่จะไปพัฒนา ทำเหมืองแร่ได้นั่นก็คือป่าสงวนหรืออุทยาน แร่หายากที่พอที่จะมีระดับความเข้มข้นพอจะ ใช้งานได้ คือถ้าดูตามระดับความเข้มข้นแล้วก็คืออยู่ประมาณ G1 G2 อาจจะสันนิษฐาน จะอยู่ในพื้นที่อุทยานหรือป่าสงวน ไม่สามารถที่จะไปสำรวจหรือพัฒนาได้ ถ้าอยู่นอกป่าสงวน ระดับความเข้มข้นต่ำมากครับ อยู่ในระดับประมาณตั้งแต่ G3 หรือมากกว่า ซึ่งก็คือเป็นพื้นที่ ที่กระจัดกระจาย สไลด์อันนี้ผมไปขอมาจากหน่วยงานที่เก็บข้อมูลเรื่องนี้โดยละเอียด และเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมากก็คือเป็นข้อมูล ณ ประมาณเดือนกรกฎาคมปีนี้เองครับ สิ่งที่ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นก็คือว่าพื้นที่สีเขียวก็คือพื้นที่ต้องห้าม พัฒนาไม่ได้ พื้นที่สีน้ำเงิน คือพื้นที่ที่พัฒนาได้ มีพื้นที่แค่หยิบมือเดียวและมีความเข้มข้นของแร่น้อยมาก ถ้าคิดเป็น ขนาดพื้นที่แล้วก็ไม่รู้จะศูนย์จุดเท่าไรเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ สิ่งที่เป็นมาในบ้านเราตลอดก็คือว่าเราแทบไม่เคยมีการแปรรูปหรือถลุงแร่หายากใน แผ่นดินไทยเลย ก็เป็นเหมือนกับที่ท่านสมาชิกผู้เสนอญัตติบอกไปแล้วว่ากิจกรรมในเรื่อง แร่หายากในประเทศไทยก็เป็นเรื่องของการซื้อมาขายไป เราซื้อมาจากประเทศรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ออสเตรเลีย แล้วไปขายจีน ขายใคร ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่รับมาเท่าไร ส่งออกไปเท่านั้น การแปรรูปในประเทศแทบไม่มีเลย การที่เรารับเขามาแล้วขายไปก็เป็น เพียงแค่การไปขึ้นรูป การไปแต่งแร่เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมเองผมก็ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลไปทำ MOU ฉบับนี้ไปทำไม เพราะว่าโอกาสที่จะแปรรูปแร่หายากในประเทศไทยจริง ๆ แล้ว ณ ชั้นนี้ มีโอกาสน้อยมาก ถ้ามีโอกาสผมเชื่อว่าบริษัทที่ทำเหมืองแร่ชั้นนำในประเทศไทยหรือที่อยู่ สิงคโปร์เขาคงขออนุญาตสำรวจและขอสัมปทาน ขอประทานบัตรไปนานแล้ว คงไม่มาถึง ปี ๒๕๖๘ นี้หรอกครับ🔗
ด้วยเหตุนี้ผมจึงมีความเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลท่านไม่ทราบเลยว่าท่านทำ MOU ฉบับนี้ไปเพื่ออะไร ไม่เหมือนกับทางสหรัฐอเมริกาซึ่งต้องการทำ MOU ฉบับนี้เพื่อที่จะ รวบประเทศในภูมิภาค Southeast Asia ขึ้นมาให้หมดว่าทุกประเทศในภูมิภาคนี้ซึ่งมี Supply Chain ในเรื่องของแร่หายากได้ทำ MOU ร่วมกับทางสหรัฐหมดแล้ว เป็นการนำไป ต่อรองทางการเมืองกับประเทศจีนเพียงแค่เท่านั้น ผมถึงมีความเข้าใจว่าการทำ MOU ฉบับนี้ มันเป็นเรื่องของการตอบสนองเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ เป็นเรื่องของการทำเพื่อเอาใจ สหรัฐอเมริกา ดังนั้นผมถึงไม่เห็นด้วยเลยกับการทำ MOU ฉบับนี้ และด้วยเหตุผลอื่น ๆ ไม่ว่าจะเหตุผลในเรื่องของสิ่งแวดล้อม แน่นอนครับว่าการที่จะแต่งแร่แล้วแปรรูปแร่หายาก จะต้องใช้สารเคมีเพื่อที่จะชะล้างหรือทำความสะอาดแร่พวกนี้ในหลาย ๆ ชั้นก็จะมี สารปนเปื้อนลงได้แหล่งน้ำธรรมชาติหรือพื้นที่ธรรมชาติอีกมากมาย🔗
ท่านประธานครับ ผมอยากจะใช้เวลาของสภาแห่งนี้ชี้แจงในอีกญัตติหนึ่ง ซึ่งผมเองผมมีความกังวลมากกว่าในเรื่องของ MOU แร่หายากอีกด้วยซ้ำ อันนี้เป็นเรื่องของ MOU ข้อตกลงทางการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ ที่มีการลงนามวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๘ MOU ฉบับนี้มีข้อความที่ผมคิดว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการเสียสภาพในอาณาเขตของประเทศไทย ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นไปยัง เพื่อนสมาชิกทีละประเด็นนะครับ🔗
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นคือ ๑. MOU ฉบับนี้ซึ่งเป็นเรื่องของการ เจรจาภาษีการค้าต่างตอบแทนที่ปัจจุบันนี้เราได้รับตัวเลขอยู่ที่ร้อยละ ๑๙ ข้อ ๑ รัฐบาล ไปยอมให้มีการขจัดในเรื่องของการปกป้องการแข่งขันทางการค้าของสินค้าไทยให้หมดถึง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะไปดำเนินการขจัดมาตรการอะไรก็แล้วแต่ที่มี การออกไปแล้วเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิทางการค้าของผู้ประกอบการไทยทั้งหมดร้อยละ ๙๙ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะในเรื่องของอาหารและสินค้าเกษตร รวมถึงสินค้า อุตสาหกรรม รัฐบาลจะไปขจัดออกให้หมดตามการเรียกร้องของสหรัฐอเมริกาถึงร้อยละ ๙๙ อันนี้คือข้อ ๑ ที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าผมไม่เคยเห็นเลยว่ารัฐบาลไหนจะไปยอมรัฐบาล ต่างชาติมากขนาดนี้🔗
ข้อ ๒ ก็คือที่ผม Highlight เป็นสีส้ม รัฐบาลไทยจะรับมาตรฐานยานยนต์ อาหารและยา รวมถึงเอทานอลของสหรัฐให้เปรียบเสมือนกับเป็นข้อกำหนดของไทยในการ นำเข้าสินค้าพวกนี้หมดเลย นั่นหมายความว่าไม่ว่าสินค้าของสหรัฐจะเป็นยานยนต์ จะเป็นอาหาร จะเป็นยา เป็นเอทานอล มาตรฐานอะไรก็แล้วแต่ เราต้องยอมรับมาตรฐานของเขา เราไม่มีสิทธิ ที่จะไปควบคุมคุณภาพหรือควบคุมสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นการทำลายหรือมีผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมหรือสุขอนามัยของคนไทยได้ อันนี้ก็เหมือนกับการเสียสภาพในอาณาเขตของ ประเทศไทยเหมือนกัน ในข้อนี้สีส้มมีการบอกไว้ชัดเช่นเดียวกันว่าจะไม่บังคับใช้บทลงโทษ ทางด้านศุลกากรของประเทศไทยกับสินค้าสหรัฐด้วย นั่นหมายความว่าเราก็ไปปรับลด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของเราซึ่งมีใช้เพื่อป้องกันในการนำเข้าสินค้า ไม่ว่าจะเรื่องผิดกฎหมาย หรือว่าในเรื่องของการฝ่าฝืนมาตรการต่าง ๆ ทางด้านศุลกากร เราจะไปยกเลิกหรือไม่บังคับใช้ บทลงโทษทางด้านศุลกากรกับสินค้าสหรัฐอเมริกาด้วย รัฐบาลทำอย่างนี้ได้อย่างไรครับ เราไปยอมเขาขนาดนี้เลยหรือครับ🔗
ผมอยากเรียนท่าใช่นประธานอย่างนี้ครับ ในส่วนสุดท้ายผมจะชี้ให้เห็นว่า นอกจากในเรื่องที่ผมกราบเรียนท่านไปแล้ว มีเรื่องของข้อมูลทางด้านดิจิทัลด้วย รัฐบาล ยึดมั่นว่าจะไม่ดำเนินการเก็บภาษี การบริการดิจิทัลหรือกีดกันสินค้าดิจิทัลใด ๆ ของสหรัฐอเมริกาที่จะเข้ามาในแผ่นดินไทย รวมถึงรัฐบาลจะให้ความร่วมมือส่งข้อมูล ที่เกี่ยวกับดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันนี้มันมีกฎหมายต้องห้ามอยู่ มีหน่วยงานที่ดูแลอยู่ที่เรียกว่า PDPC เขาควบคุมสิทธิในเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลทางด้านดิจิทัล MOU ฉบับนี้ก็ไประบุไว้ ชัดเจนว่าต่อไปนี้จะไม่ไปดำเนินการเก็บภาษีการให้บริการด้านดิจิทัล กับบริการหรือ แพลตฟอร์มของสหรัฐอเมริกาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก กูเกิล อะเมซอน หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งปัจจุบันนี้แทนที่จะเก็บภาษีปีหนึ่งได้เป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่กลับเก็บได้ปีหนึ่ง เพียงแค่ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท และเป็นเพียงแค่ภาษีแวตเท่านั้นด้วย ผมถึงอยากจะฟ้อง ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกและสื่อมวลชนด้วยว่ากรุณาไปดู MOU ในเรื่องของ ข้อตกลงการค้าในรายละเอียด อันนี้ครับ มีอยู่ประมาณ ๔-๕ หน้ากระดาษ แต่ผมเรียกว่า เป็นการเสียสิทธิสภาพทั้งในอาณาเขตและนอกอาณาเขตให้กับสหรัฐอเมริกา ผมฝาก ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขออนุญาตเชิญ ๓ ท่าน จะได้เตรียมตัวนะครับ คุณจุลพงศ์ อยู่เกษ คุณรวี เล็กอุทัย และคุณภัณฑิล น่วมเจิม ขอเชิญท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขออนุญาต ท่านประธานร่วมอภิปรายในญัตติของท่านรังสิมันต์ โรม เรื่องเดียวนะครับ เพราะผมเป็นห่วงว่า เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกำลังคืบคลานเข้าซื้ออำนาจรัฐ ท่านประธานตามการอภิปราย ของผมไปนะครับ ผมคงไม่ต้องอธิบายว่าอาชญากรรมข้ามชาติก่อให้เกิดความเสียหาย ทางเศรษฐกิจทั่วโลกและคนไทยมากมายมหาศาลเพียงใด เพราะเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ได้อภิปรายไปแล้ว ที่น่าห่วงครับ และผมขออนุญาตอภิปรายในญัตติที่ผมเห็นว่าอาชญากรรม ข้ามชาติเป็นภัยร้ายแรงที่หนักหน่วงของประเทศเราใน พ.ศ. นี้ ที่แก๊งผู้กระทำผิดกำลัง ฮึกเหิมถึงขั้นใช้เงินสกปรกซื้ออำนาจรัฐไทยได้ในอีกปี ๒ ปีข้างหน้า หรือแม้กระทั่ง การเลือกตั้งในครั้งหน้า ถ้าภาครัฐในปัจจุบันยังลูบหน้าปะจมูก ไม่ลงมือกำจัดและป้องกัน อย่างจริงจัง อาชญากรรมข้ามชาติเป็นอาชญากรรมที่ซับซ้อน ทำเป็นกระบวนการในดินแดน ของหลายประเทศ ความแตกต่างของกฎหมายแต่ละประเทศจึงเป็นอุปสรรคหนึ่งในการจับกุม และปราบปราม คนร้ายจึงใช้ช่องว่างนี้ ท่านประธานครับ ผมดูสภาพทั่วไปแล้วประเทศไทย เป็นที่สนใจของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติในช่วง ๓-๔ ปีมานี้ ปัญหาคือทำไมประเทศไทย จึงเป็นที่น่าสนใจในเอเชียของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ เรามาดูสภาพที่ตั้งของประเทศไทย กันครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เมื่อสัก ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มี การเผยแพร่ผลการสำรวจดัชนีการมีหลักนิติธรรมหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Rule of Law Index ปี ๒๐๒๔ ถึงปี ๒๐๒๕ ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกราว ๑๗๐ ประเทศ วัตถุประสงค์ ของการสำรวจก็เพื่อดูว่าแต่ละประเทศมีความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมายแค่ไหน การทุจริตคอร์รัปชันรุนแรงแค่ไหน ในส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามสไลด์นี้นะครับ จากการสำรวจดัชนีหลักนิติธรรม ท่านประธานจะเห็นว่าสภาพการมีอยู่ของหลักนิติธรรมของไทยอยู่ในท่ามกลางประเทศที่มี ความอ่อนแอในการใช้หลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างยิ่ง ตามสไลด์ข้างต้นนะครับ ฉายเฉพาะแสดงภาพความอ่อนแอของประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สีเหลือง ตรงกลางคาบเส้นข้างล่าง จนมาทางซ้ายสีแดงแสดงถึงการมีหลักนิติธรรมที่สอบตก ถ้าท่านประธานลองไปดูแผนที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท่านจะเห็นว่ามีทั้งสีเหลืองและ สีแดง จากสไลด์นี้เองจะเห็นว่าทำไมประเทศไทยจึงเป็นที่สนใจของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นทางผ่านของคนร้ายพวกนี้ เพราะประเทศไทยมีหลักนิติธรรมที่อ่อนแอและอยู่ท่ามกลาง ประเทศที่หลักนิติธรรมอ่อนแอถึงขั้นเลวร้าย ในขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติเช่นพวกเรากำลัง ทำงานในขณะนี้คือยกญัตตินี้ขึ้นมาพูดคุยในสภา ท่านประธานครับ อีกอำนาจหนึ่งคืออำนาจ ตุลาการ ได้เข้ามาช่วยสังคมในการตัดสินคดีเกี่ยวกับแก๊ง Call Center หลอกลวงที่เป็น อาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีคำวินิจฉัยของศาลในที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาคดีหนึ่ง คำพิพากษาศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ในคดีนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับแก๊ง Call Center ที่จำเลย ๓ คนที่มีทั้งคนไทยและคนต่างประเทศที่เป็นหัวโจกของแก๊ง ศาลตัดสินหนึ่งในความผิดว่าจำเลยทั้ง ๓ ร่วมกันกระทำผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายที่สำคัญไว้ว่า ความผิดของจำเลยทั้ง ๓ เป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่มีการสมคบคิดวางแผน แม้จะยังไม่มี การลงมือทำก็จริง อันนี้เป็นการวางหลักกฎหมายที่สำคัญในกฎหมายอาญา นั่นเป็นการใช้ กฎหมายของศาลในเชิงป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ โดยยังไม่ต้องมีการลงมือหลอกลวงจริง เรื่องนี้น่าชื่นชมครับ ภัยอาชญากรรมข้ามชาติกำลังกัดกร่อนประเทศไทยจนได้สร้างกังวล ไปหลายวงการ ผมขออนุญาตยกความวิตกกังวลของภาคประชาชนคือของท่านประธาน คณะกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ที่ท่านเป็นอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ได้แสดงไว้ถึงความร้ายแรงของอาชญากรรมข้ามชาติเมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านประธานคณะกรรมการ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยได้เตือนสังคมไทยว่าอาชญากรรมข้ามชาติและ ทุนสีเทากำลังซื้ออำนาจรัฐ ดูพฤติกรรมของผู้มีอำนาจรัฐที่เหมือนจะปล่อยปละละเลยแล้ว ผมอดที่จะคล้อยตามไม่ได้ กลุ่มทุนสีเทาพวกนี้เลวร้ายมากครับ เพราะเข้าไปบิดเบือน เข้าไป ควบคุม เข้าไปกำหนดกติกากฎหมาย เข้าไปกำหนดนโยบายของสถาบันเพื่อเป็นประโยชน์ ฝ่ายตนเหนือประโยชน์ของรัฐ มี ๔ ช่องทางครับ ท่านประธานมาดูกับผมว่า ๔ ช่องทางนี้ ใช่หรือไม่ที่ทุนอาชญากรรมข้ามชาติกำลังคุกคามครับ🔗
ช่องทางแรกคือแปลงทุนผิดกฎหมายให้กลายเป็นอิทธิพลที่ดูมีความชอบธรรม เงินที่ฟอกแล้วถูกนำไปลงทุนในธุรกิจ มูลนิธิหรือกิจการสาธารณะเพื่อสร้างภาพของ ผู้ทำประโยชน์ให้สังคมทำให้ตรวจสอบยากขึ้น🔗
ช่องทางที่ ๒ ซื้อความคุ้มครองเชิงสถาบันผ่านกฎหมาย ผ่านการเมืองและ วงการวิชาชีพที่เกี่ยวข้องจนเกิดเกราะคุ้มกันทางกฎหมายให้ทุนสีเทาเติบโตโดยไม่ถูกแตะต้อง🔗
ช่องทางที่ ๓ ที่ทุนสีเทานี้ใช้คือดัดแปลงกติกาและการบังคับใช้กฎหมาย ให้เอื้อประโยชน์พวกตนเท่านั้น🔗
ช่องทางที่ ๔ คือสร้างพื้นที่สีเทาให้เป็นเขตปลอดภัยของทุนผิดกฎหมาย และเมื่อระบบตรวจสอบอ่อนแอพื้นที่บางส่วนของสถาบันของรัฐจะกลายเป็นฐานปฏิบัติการ ของทุนสีเทา🔗
กระบวนการเหล่านี้จะเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หลายประเทศกว่าจะ รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อระบบรัฐถูกซื้อไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายนี้ผมจึงอยาก กระตุ้นให้รัฐบาลครับ ท่านต้องลงมือกวาดล้างแก๊ง Scammer หรืออาชญากรรมข้ามชาติ อย่างจริงจัง ผมไม่รู้ว่ารัฐบาลจะพังหรือเปล่าครับ แต่ประเทศไทยจะไม่พังแบบที่กำลังจะพัง เพราะคนเลว ๆ แบบนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณรวี เล็กอุทัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคมที่ผ่านมา สิ่งที่คนไทยทั้งประเทศ เฝ้ารอและคาดหวังจากการเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๔๗ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ของผู้นำประเทศไทยของเรา ท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล นั่นก็คือการเจรจาตกลงในประเด็นข้อพิพาทความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดน ระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งประเด็นสำคัญของการเจรจาในครั้งนี้นั่นก็คือการที่ท่าน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พยายามเน้นย้ำถึงท่าที ของไทยในการให้ความสำคัญกับการก้าวข้ามความขัดแย้งของกัมพูชาผ่านกลไกทวิภาคี โดยรวมถึงการยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิงที่นำไปสู่คำแถลงร่วมหรือ Joint Declaration ซึ่งมี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของอเมริกาเป็นพยานในการลงนามในครั้งนี้ด้วย แต่ผมก็ยังมีข้อสงสัยว่าคำแถลงร่วมในครั้งนี้จะสามารถนำไปสู่ความปลอดภัย ความสงบสุข ของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ประเทศได้หรือไม่ เพราะถ้าฟังแบบผิวเผินก็เหมือนจะดูดี แต่สิ่งที่ สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ นั่นก็คือคำพูดของท่าน นายกรัฐมนตรีที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อสาธารณะโดยบอกว่าประเทศไทยมีการรุกล้ำเข้าไป ในดินแดนของกัมพูชา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์หรือการพิสูจน์ยืนยันที่เป็น ที่ยอมรับของสังคมโลกใด ๆ เลย จึงทำให้น่ากังวลใจเป็นอย่างยิ่งว่าการไปตกลงเจรจาของ ท่านนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ท่านได้ยึดหลักการรักษาผลประโยชน์ของราชอาณาจักรไทย จริง ๆ หรือไม่ รวมไปถึงสิ่งที่มันงอกเพิ่มขึ้นมาจากการไปเจรจาในครั้งนี้และกลายเป็น ประเด็น Talk of the town สร้างความฉงน งุนงงและเป็นคำถามตัวโต ๆ กับพี่น้องประชาชน คนไทย นั่นก็คือการเจรจา MOU ความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญ แรร์เอิร์ธหรือแร่หายาก กับประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะอะไรครับ เนื่องจากแร่แรร์เอิร์ธนี้ไม่เคยปรากฏอยู่ในถ้อยแถลง หรือคำชี้แจงใด ๆ ของรัฐบาลต่อพี่น้องประชาชนคนไทย เพื่อที่จะนำมาเป็นข้อเจรจาต่อรอง กับประเทศสหรัฐอเมริกามาก่อนเลย รวมไปถึงรัฐบาลก่อนหน้านี้ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่ได้มีการนำเอาประเด็นแร่แร์เอิร์ธมาเป็นหนึ่งในข้อตกลงการเจรจา การค้ากับสหรัฐอเมริกาและยังสามารถปิด Deal ที่อัตราภาษี ๑๙ เปอร์เซ็นต์ เท่า ๆ กับ ประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงเป็นคำถามต่อมาว่าทำไมจู่ ๆ รัฐบาลปัจจุบัน จึงนำเอาเรื่องแรร์เอิร์ธมาเป็นตัวแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ รวมถึงการให้สิทธิพิเศษแก่อเมริกา ในการเป็นเจ้าแรกหรือ First Life ในการเข้าถึงทรัพยากรแร่ของไทย มันมีความเหมาะสม แล้วจริง ๆ หรือครับ ทั้ง ๆ ที่เราต่างก็รู้ดีว่าแร่หายากเหล่านี้นั้นมีความสำคัญอย่างมาก ต่อการเติบโตและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต เพราะแร่เหล่านี้ล้วนเป็น วัตถุดิบชั้นดี ชั้นยอดในการตั้งต้นในการผลิตสินค้าหรือ Product สำคัญหลายอย่างที่เป็น ที่ต้องการของโลกยุคใหม่ อย่างเช่น ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน การใช้งานทางทหาร และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงหรือเอไอ ในขณะเดียวกันการลงทุนกับแร่แรร์เอิร์ธก็มี ต้นทุนราคาแพงที่ต้องจ่ายตามมาอีกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมจากการขุด และแปรรูปที่ต้องใช้สารเคมีรุนแรง ปัญหาการกำจัดกากกัมมันตรังสีและน้ำเสียซึ่งจะเป็น ปัญหาใหญ่และส่งผลกระทบร้ายแรงตามมา ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของพี่น้องประชาชน หากไม่มีการควบคุมอย่างเข้าใจและมีประสิทธิภาพที่ดีพอ ซึ่งรัฐบาลได้คำนึงถึงผลกระทบ เหล่านี้ดีพอขนาดไหน หากจะมีการปล่อยให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุนและสูบทรัพยากร เหล่านี้ไปจากแผ่นดินไทย และถึงแม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาแก้ข่าวทีหลังว่าเรื่องแรร์เอิร์ธ เป็นเพียงแค่ข้อตกลง MOU ไม่ได้มีผลผูกพันสามารถยกเลิกเมื่อไรก็ได้ แต่ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และสิ่งแวดล้อม ท่านจำเป็นต้องชี้แจงต่อสังคมว่าท่านได้มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างดีพอแล้วแค่ไหน ประเทศไทยจะได้รับผลดีหรือผลเสียอย่างไร ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็มามัดมือชกแบบนี้ แล้วโยน ความรับผิดชอบและผลของการกระทำที่ตามมาตกให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทย หรือว่า ท่านมีผลประโยชน์แอบแฝงอะไรจาก Deal ในครั้งนี้ที่ยังไม่ได้บอกคนไทย รวมไปถึงในมุม กลับกันครับ หากเราลองสลับบทบาทเป็นฝั่งอเมริกาบ้าง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งลงนามความร่วมมือ กันไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า แต่คู่เจรจาของตัวเองกลับมาบอกว่าเซ็นไปอย่างนั้น ไม่ทำจริง ๆ หรอก ผมขอถามว่าต่อไปในอนาคตท่านจะยังอยากตกลงอะไรกับผู้นำประเทศแบบนี้อีกไหมครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งครับ หากเราศึกษาประวัติศาสตร์เราจะทราบกันดีว่าประเทศจีน กับอเมริกานั้นเขาก่อสงครามกัน แย่งชิงแรร์เอิร์ธกันมาโดยตลอด เพื่อที่จะก้าวไปสู่การเป็น ผู้นำของโลกในอนาคต โดยจุดมุ่งหมายสำคัญของทั้ง ๒ ประเทศก็หนีไม่พ้นกลุ่มประเทศ อาเซียน รวมถึงประเทศเล็ก ๆ อย่างไทยที่เรามีความจำเป็นต้องพึ่งพาประเทศมหาอำนาจ อย่างจีนและอเมริกามาโดยตลอดเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเกี่ยวข้องกับทางด้าน Geopolitics และ Geoeconomics อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเดินเกมเรื่องแร่แรร์เอิร์ธ รัฐบาล ควรจะต้องคำนึงถึงการเป็นศูนย์กลางและสร้างสมดุลทางอำนาจ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตัวหมาก ในเกมกระดานของมหาอำนาจแต่เพียงเท่านั้น เพราะไม่อย่างนั้นแล้วสุดท้ายไทยเราจะไม่เหลือ อะไรเลย โดยสรุปผมขอเสนอให้ทางรัฐบาลต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการเจรจาอย่างโปร่งใส ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ วางยุทธศาสตร์โดยคำนึงถึง การรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยสร้างสมดุลทางอำนาจที่ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างหรือ ตัวหมากของใคร ท่านประธานครับ การเจรจาและการทูตในสภาวการณ์ปัจจุบันล้วนมี ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องประเด็นพิพาททางชายแดนหรือเรื่อง การเจรจาต่อรองทางการค้า คำพูด การสื่อสารของรัฐบาลหรือผู้นำประเทศล้วนมีความสำคัญ ในทุก ๆ ถ้อยคำ แต่สิ่งที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ความโปร่งใส รวมถึงการรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี เป็นสิ่งที่ผมหาไม่เจอเลยจากการไปเจรจาในครั้งนี้ มิหนำซ้ำกลับกลายเป็นการพยายามปัด ความรับผิดชอบออกจากตัว โยนบาปให้สังคมและลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ถ้านี่เป็นวิธีการ แก้ไขปัญหาของท่าน ผมก็คิดว่าคงถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องยุบสภาจริง ๆ เสียที ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสถาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน จาก Scam Economy สู่ทุนสีเทาในสุขุมวิท คลองเตย วงจรฟอกเงินที่รัฐไทยมองไม่เห็น หรือไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไม่อยากเห็นหรือเปล่า มันเป็นเศรษฐกิจเทาที่อยู่ใกล้ในชีวิตประจำวัน มากกว่าที่เราคิด ประเทศไทยในวันนี้กำลังเผชิญกับเศรษฐกิจที่ไม่ใช่มีเพียงอาชญากรรม ออนไลน์ แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจใต้ดินนอกระบบที่กินเงินจากกระเป๋าประชาชน และแทรกซึมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริงอย่างเป็นระบบ สิ่งที่เราเรียกว่า Scam Economy ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ในรอบปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาคนไทย ถูกหลอกให้โอนเงินมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี มูลค่าความเสียหายมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และยังไม่มีแนวโน้มที่จะหยุดลง การหลอกลวงไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ รายวัน ด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ข้อมูลส่วนบุคคลประกอบกับ มีช่องว่างทางกฎหมาย อย่างยกตัวอย่างเคสที่ผมเคยปรึกษาหารือไปล่าสุด Scan ม่านตา รับเหรียญ Crypto ไปจูงใจคนด้วยเงิน Consent แบบมีเงื่อนไข รัฐจะคุ้มครองประชาชนอย่างไร บริษัทหรือนิติบุคคลใดจะรับผิดก็ยังตอบไม่ได้ ก็แค่ไปป้องปราม มีช่องว่างทางกฎหมาย ช่องโหว่ทางกฎหมาย ปัญหานี้ส่งผลกระทบวงกว้างทั่วประเทศจากข่าวหลอกลวงรายวัน ถึงคดีเงินหลายล้านบัญชี ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในเมืองใหญ่มันแทรกซึมไปทุกที่เลย ที่น่ากลัว กว่านั้นครับ เงินที่ถูกหลอกไม่ได้หยุดอยู่ที่เหยื่อมันไหลต่อไปในระบบ ผ่านบัญชีม้า บริษัท Nominee การค้าปลอม อสังหาริมทรัพย์หรู ก่อนจะกลายเป็นทุนสะอาดในสายตา กฎหมาย ต้นทางอาจจะเป็นแค่อาชญากรรมไซเบอร์ แต่ปลายทางมันมาออกดอกออกผล เศรษฐกิจในเมืองที่ฟอกตัวอย่างเนียนมากในย่านสุขุมวิท คลองเตย ดูหรู ดูสะอาด ดูดี แต่จริง ๆ แล้วมันเถื่อน ต้นน้ำครับ Scam Economy มันคือความล้มเหลวของรัฐในการ คุ้มครองผู้บริโภค ผมเป็นกรรมาธิการคุ้มครองบริโภคก็มีเรื่องร้องเรียนเยอะแยะมากมายครับ อันนี้เป็นเหมือนปลายเหตุครับ เป็นต้นน้ำ การเกิดขึ้นของ Scam Economy สะท้อน ความล้มเหลวเชิงระบบของการคุ้มครองผู้บริโภค ผมเป็นกรรมาธิการมา ๒ ปีกว่า หน่วยงานหลัก ๆ ต่างทำงานแบบแยกส่วน ล่าช้า ไม่สามารถหยุดยั้งขบวนการที่เคลื่อนไหวได้เร็วระดับวินาที ด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้เป้าหมายหลักของการหลอกลวงก็คือกลุ่มคนที่อยากได้ โลภ แต่กลัวที่จะสูญเสียทรัพย์สิน หากไม่ทำตามคำสั่งหรือคำขู่ของมิจฉาชีพก็จะเดือดร้อน หน่วยงานแรก กสทช. ล้มเหลวในการจัดการซิมผี ซิมนี่เปิดกันเยอะแยะมากมาย เปิดง่ายมากนะครับเมื่อก่อน ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักของแก๊ง Call Center คนไทยบางราย ถือครองซิมเป็นร้อย ๆ ใบนะครับ บริษัทที่จดทะเบียนนิติบุคคลก็เช่นกัน ผมก็เคยเรียกร้อง ไปทาง กสทช. ว่าถ้าเผื่อไม่ Active เกินกี่เดือน ๓ เดือน ๖ เดือนต้องปิดให้หมด คุณจะมี ซิมไปเยอะขนาดนั้นทำไมครับ เรามี ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ก็แทบไม่หวาดไม่ไหวแล้ว ต้องตรวจสอบ มาตรการจำกัดจำนวนซิมที่เพิ่งมาเริ่มช่วงหลังสายเกินไปแล้ว แก๊งมิจฉาชีพเขาได้เบอร์ กันไปหมดแล้วนะครับ🔗
อีกหน่วยงานหนึ่งครับ ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่สามารถป้องกันความเสี่ยง ระบบโอนเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เงินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของยอดถูกหลอกย้ายออกไปใน ๓ วินาทีแรกเท่านั้นเองนะครับ ขณะที่เหยื่อใช้เวลานานเฉลี่ยถึง ๑๘ ชั่วโมงกว่าจะรู้ตัว ธนาคารแห่งประเทศไทยมีระบบอายัดข้ามบัญชีแบบ Real time หรือยังครับ และยังปล่อย ช่องว่างให้มีการเปิดบัญชีใหม่โดยเอกสารปลอมจนมีบัญชีม้าจำนวนมหาศาล มีทั้งม้าดำ ม้าเทา เทาเข้ม น้ำตาล KYC อ่อนมากครับประเทศไทย ปปง. ซึ่งควรจะเป็นหัวใจในการ อายัดทรัพย์กลับทำงานแบบปลายเหตุมากกว่าเชิงรุก ตรวจสอบเส้นทางการเงินล่าช้า หลายวัน เมื่อเทียบกับขบวนการที่เคลื่อนย้ายเงินไม่กี่นาที ปปง. ก็ไม่มีระบบจะมี Detect วิเคราะห์ธุรกรรมที่มันผิดปกติแบบ Real time มันไม่มีศูนย์บัญชาการรวม ETDA ถูกเรียก มาทุก Match เลยนะครับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็ทำอะไรไม่ได้ครับ บอกว่าแพลตฟอร์มไม่มี เราไม่มีกฎหมายที่จะบังคับใช้ ทั้งเฟซบุ๊ก กูเกิล TikTok พวกอวตาร พวกบัญชีปลอมที่ไปหลอกลงทุนทำอะไรไม่ได้ครับทั้ง ๆ ที่ผิด โฆษณาหลอกลวง อันนี้ เป็นช่องทางแรกเลย ตำรวจไซเบอร์แม้ถึงมีความพยายามแต่ทรัพยากรจำกัดต้องไปไล่จับ ปลายเหตุ ปัจจุบันมีการแจ้งความออนไลน์มากกว่า ๑ ล้านคดี แต่มีเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่แจ้งความจริง เพราะสุดท้ายประชาชนก็บอกว่ามันก็เท่านั้นละครับ แจ้งไปก็ไม่มีประโยชน์ เขาจะไปคาดหวังอะไร ทั้งหมดนี้เป็นช่องว่างทำให้เงินผิดกฎหมายเข้ามาอย่างไม่หยุดไม่หย่อน ไม่มีจุดที่จะไปหยุดมันได้ แล้วกลางน้ำละครับ พอเงินสกปรกเข้ามาแล้วไปสู่เมืองได้อย่างไร จำนวนมหาศาล เข้าไปเป็นระบบด้วยในศูนย์กลางของกรุงเทพมหานคร ๑. ร้านกัญชา เชิงพาณิชย์ ผมก็สงสัยว่าทำไมร้านมันเปิด มันขายได้สักกี่บาท วัน ๆ ไปดูก็ไม่เห็นมีลูกค้า หลังจากเปิดกัญชาเสรี ร้านกัญชาในสุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย มันเยอะมากเลยครับ เป็นดอกเห็ด มันง่ายมากเลยสำหรับการฟอกเงิน รายได้เงินสดสูง ตรวจ Stock ก็ยาก สินค้ามูลค่าประเมิน ยืดหยุ่น ผู้ประกอบการผสมเงินผิดกฎหมายเข้ามากับยอดขายจริงแล้วก็ทยอยฝากธนาคาร แบบแบ่งฝากยอดเล็ก ๆ เพื่อหลบรายงานธุรกรรมต้องสงสัย อันนี้ผมก็เรียกร้องให้ไป ตรวจสอบคนที่มีใบอนุญาตแพทย์แผนไทยทางเลือก ไปตรวจสอบเลยครับ ยอดขาย เป็นอย่างไร คุ้มกับค่าเช่าไหม ค่าเช่า ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาทต่อคูหาหนึ่ง ขายได้เท่าไร คนธรรมดาเห็นก็รู้แล้วมันฟอกเงินครับ สถานบันเทิงกลางคืน เงินสด เงินต่อเงิน บาร์ Night Club เครื่องรีดเงินสดชั้นดีเลยครับ เงินสดหมุนเวียนหลังเที่ยงคืนถูกฝากเข้าบัญชี บางทีเราก็สงสัยนะ ผับดัง ๆ แต่งเสียหรูหรา ไม่มีคนครับ แล้วคนที่มีก็ไม่ใช่นักท่องเที่ยวจีน แบบธรรมดาด้วยนะครับ เพราะโต๊ะหนึ่งไปเปิดเหล้า เปิด Member เป็นแสน ๆ นะครับ ผมก็สงสัยเขาใช้เงิน เรียกเด็กมาทีมันใช้เงินเยอะมากแล้วก็เป็นหน้าเดิม ๆ มันจะอยู่ได้อย่างไร ยอดขายมันจะอยู่ได้อย่างไร ชัดเจนครับ เขาก็เอาเงินสกปรกเข้ามาแล้วก็มาใช้จ่าย หน้าเดิม ๆ แล้วก็ฟอกออกไปขาวสะอาด อันนี้ก็อีกอันหนึ่งคนเห็นก็ต้องรู้ว่ามันไม่ได้ Benefit หรือไม่ได้ให้ประโยชน์กับคนไทย อะไรเลย มันเป็นเหมือนคนต่างชาติทำแล้วคนต่างชาติก็ไปเที่ยว อสังหาริมทรัพย์นี่ก็อีก หมวดหนึ่ง บ้านหรู คอนโดมิเนียมระดับ High end ในสุขุมวิทกลายเป็นเครื่องมือทำให้ มันสะอาด มีบริษัทคนไทยมาเป็น Nominee ถือหุ้นแทน เคยทราบไหมคอนโดมิเนียม หลังหนึ่งในสุขุมวิทมันแพงมาก ที่ดินตารางวาละเป็นล้าน คอนโดมิเนียมตารางเมตรละ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท คนธรรมดาอย่างพวกเราไม่มีทางเลยที่จะไปซื้อได้ ผมก็สงสัย ทำไมมันขายดิบขายดีสร้างกันเอา ๆ นี่ละฟอกเงินชั้นดีเลยครับ ขนเงินเข้ามาแล้วก็ผ่าน Nominee แล้วก็ปล่อยเช่าเป็นตึก ๆ ที่เคยเห็นข่าวไหมครับ พาต่างชาติเข้าไปอยู่ อันนี้ รู้มาจากไหนรู้ไหมครับ รู้จากพนักงานนวด เขาเข้าไปนวดเอาคอนโดมิเนียมหรูมาทำเป็น Call Center เป็น Operation ของคนจีน สบายเลยครับ ครบวงจรเลย ทั้งค้ามนุษย์ ทั้งอะไรแต่ละอย่าง ปลายน้ำเมื่อสักครู่พูดไปแล้ว ท่าเรือคลองเตยก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ฟอกผ่านสินค้าที่ถูกกฎหมาย ล้างออกมาแล้วก็ออกนอกประเทศเป็น Trade Based Money Laundering ออกเอกสารเท็จบ้าง เราจะเห็นข่าวประปรายมีสินค้าผิดกฎหมายออกไป เพื่อสร้างมูลค่าปลอม ยอดขายที่ไม่มีจริง แล้วก็ผ่านศุลกากรเงินผิดกฎหมายก็ถูกโอนไป เป็นรายได้ระหว่างประเทศ ปลายน้ำครับ ทุนสีเทา ความเหลื่อมล้ำในเมือง เมื่อสักครู่พูดไปแล้ว ราคาที่อยู่อาศัยทำไมประชาชนถึงต้องเดือดร้อนกับเรื่องนี้ บางทีเราก็คิดเขาก็อยู่กันได้ แต่สุดท้ายแล้วมันกระทบประชาชน ราคาที่อยู่อาศัยมันสูงผิดธรรมชาติ มีทุนต่างชาติเข้ามาซื้อ ธุรกิจท่องเที่ยวคนทำมาหากินรายเล็กรายน้อยตายหมดครับ มีแต่ทุนพวกใหญ่ ๆ เข้ามา มาฟอกเงิน แล้วก็สูญเสียรายได้ในเชิงภาษีเพราะมันไม่มีกำไรจริงแล้วก็ถูกโยกออกไปหมด รัฐไทยฟอกเงินเก่งกว่าฟอกภาพลักษณ์ประเทศอีก หัวใจปัญหาไม่ได้อยู่ที่กระบวนการ อาชญากรรมด้วย แต่รัฐไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ ก็เป็นข้อเสนอแนะ ปปง. ธปท. ธนาคาร แห่งประเทศไทย ตำรวจ กสทช. ไปนั่งห้องเดียวกันเลยครับ ข้อมูลชุดเดียวกัน กรมพัฒนา ธุรกิจการค้าด้วย ให้มันมีข้อมูลกลางแล้วเวลาอายัดมันจะได้ทำทีเดียวมีเป็น War Room เลย ไม่ต้องส่งกันไปส่งกันมา ระบบราชการไทยมันยังขาด War Room ขาดศูนย์ข้อมูลที่จะ สามารถเชื่อมโยงทั้งธุรกรรม นิติบุคคล ที่ดิน ศุลกากร สินทรัพย์ดิจิทัล บูรณาการพร้อมกัน ทีเดียวเลย รัฐไทยบางทีก็สร้างภาพปรากฏว่าฟอกเงินเป็นสวรรค์ชั้นดี มันฟอกง่ายมากครับ ข้อเสนอทางออกเชิงระบบเพื่อปิดท่อทุนสีเทาจากบัญชีม้าซื้อคอนโดมิเนียมหรู One-click Freeze กดทีเดียวอายัดแบบ Real time ให้เหยื่อสามารถสั่งกดเงินได้ภายในวินาทีให้เร็วพอ ๆ กับ Scam ศูนย์ข้อมูลหลอกลวงแห่งชาติ รวบรวมข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ปปง. กสทช. ตำรวจไซเบอร์ แพลตฟอร์มไว้ที่เดียวกัน บังคับใช้ Travel Rule เงินมาจากไหน สอบเส้นทางเงินได้ แล้วก็ KYC เปิดบัญชีต้องยาก ต้องเข้มงวด ให้ข้อมูลผู้โอนและผู้รับติดตาม ไปกับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลตามมาตรฐาน FATF ให้ธนาคารมือถือทุกแห่งใช้การยืนยัน ตัวตนด้วยชีวะมิติ ความรับผิดชอบร่วมของทุกภาคส่วน ธนาคาร แพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการ โทรคมนาคมต้องร่วมกันรับผิดเมื่อเกิดความเสียหาย ผมก็ทำหนังสือถามไปบริษัทที่ Scan ม่านตารับ Crypto ชื่อบริษัท เอ็ม วิชัน จำกัด (มหาชน) พอไปเช็กผู้ถือหุ้นเป็นบริษัท แคปปิตอล เอเชีย ซึ่งก็ไปมีความเชื่อมโยงกับ ยิม เลียก (Yim Leak) รัฐมนตรีช่วยวรภัค BIC เบน สมิธ (Ben Smith) มันพวกเดียวกันหมดเลย ผมก็ทำหนังสือถามกรรมาธิการ ปปง. ว่าทำไมไม่สืบเส้นทางการเงิน BIC มาเปิดในเมืองไทย Correspondent Bank กสิกรนะครับ ก่อนที่เขาจะปิดเว็บไป จริง ๆ ไปสืบเส้นทางการเงินได้หมดเลยมันก็ไม่ได้ยาก ผูกเรื่องราวต่าง ๆ หลายท่านก็อภิปรายมาแล้ว ไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะทำได้ ตรวจสอบนิติบุคคลและผู้ถือหุ้น ต่างชาติทั้งหมด บังคับให้บริษัทที่ถือหุ้นเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ต้องเปิดเผย Ultimate Beneficial Owner คือ UBO ว่าใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์สุดท้าย พวกคนที่มาบังหน้า เราไม่สนใจ เศรษฐกิจมันต้องเลิกเถื่อนได้แล้วครับ ประชาชนทั่วไปเขาจะได้รู้สึกปลอดภัยกับ ความไม่แน่นอนรายวัน ทุนสีเทา ใต้ดิน นอกระบบ ที่ถูกเอาเงินมาจากการหลอกลวง ผ่านโทรศัพท์ App ปลอม กลายเป็นคอนโดมิเนียมหรู เป็นร้านกัญชา เป็นอะไรก็แล้วแต่ ยิ่งทำให้คนเหลื่อมล้ำ คนจนยิ่งจนลงหนัก ผู้มีรายได้น้อยถูกหลอก คนรวยก็รวยเอา ๆ ก็ต้องฝากทางรัฐบาลให้รื้อระบบทั้งหมด แล้วก็ตราบใดถ้าเผื่อยังมองเรื่อง Scam เป็นปัญหา ปัจเจกแก้ไม่ได้นะครับ เพราะมันต้องแก้ในเชิงระบบทั้งหมด ก็ฝากด้วยนะครับ ความล้มเหลว ของรัฐบาลในการปกป้องประชาชนตนเองทำอะไรอยู่ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ที่ให้พูดต่อเพราะว่าเป็นประโยชน์ ๓ ท่านต่อไปนะครับ เพื่อที่จะได้เตรียมตัว คุณศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ คุณเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล คุณละออง ติยะไพรัช เชิญท่านศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม ข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ การฟอกเงินและการทำข้อตกลง เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากแร่ธาตุหายาก ภาษีตอบโต้ และสัญญาสันติภาพเพื่อเสนอ ข้อกังวล คำถาม และคำแนะนำต่อรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ดิฉันจะอภิปราย ในประเด็นเดียวค่ะ คือ MOU แรร์เอิร์ธ ไทย-สหรัฐอเมริกา Memorandum of Understanding ฉบับที่ประชาชนตกอกตกใจ เพราะไม่เคยได้ยินข้อมูลมาก่อน ทำให้เราต้องตั้งคำถามไปถึง การบริหารประเทศของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินว่าเป็นการปิดบังข้อมูลที่สำคัญกับ พี่น้องประชาชน โดยยอมจำนนต่อความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีนั้นว่าขาดธรรมาภิบาล หรือไม่ ดิฉันย้อนไปดูนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ ขอภาพค่ะ🔗
ไม่มีการกล่าวถึงนโยบาย หรือยุทธศาสตร์ด้านการใช้ทรัพยากรแร่หายากเลยสักข้อ ในขณะที่ MOU ฉบับนี้ มีรายละเอียดวัตถุประสงค์มากมายทุกขั้นตอน ตั้งแต่เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้เข้าร่วม ทั้งนี้คือสหรัฐอเมริกาในการพัฒนาและขยายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ เพื่อส่งเสริมการค้า และการลงทุนระหว่างผู้เข้าร่วมซึ่งในนี้คือสหรัฐอเมริกา ในการสำรวจ สกัด แปรรูป และกลั่น ทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ การ Recycle การกู้คืนทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ มีความร่วมมือตั้งแต่ การสำรวจ การส่งเสริมการลงทุนไปถึงสาขาความร่วมมือ แชร์ความรู้เทคนิคการได้รับโอกาสแรก ในการลงทุนตามกฎหมายภายในประเทศ การทำงานร่วมกันด้านธรณีวิทยากับภาคเอกชนไทย ไปจนถึงมหาวิทยาลัย ท่านประธานคะ มากไปกว่านั้นการปรับปรุงกระบวนการขออนุญาต ไปถึงการทบทวนยับยั้งการขายสินทรัพย์แร่ธาตุสำคัญและแร่หายากบางชนิดโดยคำนึงถึง ความมั่นคง ฟังมาถึงต้นตรงนี้แล้วท่านประธานคะ คำถามของดิฉันคือในเมื่ออเมริกา มีส่วนร่วมกับเรา ความมั่นคงนี้จะยังเป็นการตัดสินใจบนความมั่นคงของประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินเปิดเผย MOU ฉบับนี้อย่างเป็น ทางการ พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ซักถามอย่างละเอียด ท่านนายกรัฐมนตรีต้องให้คำมั่นว่าการดำเนินการในขั้นตอนสำรวจจะต้องปรึกษาความมั่นคง โดยเฉพาะกองทัพอากาศ กองทัพเรือ กองทัพบก เพราะเราทราบดีถึงการสำรวจที่ต้องใช้ เทคโนโลยีอวกาศ เครื่องบินระดับ Sky High เป็นหลัก ซึ่งสามารถเกิดเป็นภัยคุกคาม ต่อความมั่นคงทางทรัพยากรจากการพึ่งพาเทคโนโลยีได้ ท่านประธานคะ ประเด็นที่ต้องกังวล ท่านนายกรัฐมนตรีเชื่อว่าสหรัฐมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า แต่การให้เข้ามาในพื้นที่สำรวจโดยที่ คนไทยยังไม่เคยเห็นยุทธศาสตร์แผนที่แรร์เอิร์ธ แผนพัฒนาแร่ธาตุหายากตัวไหนของ ประเทศไทยมาก่อนเลย ประกอบกับประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีที่ทัดเทียม ซึ่งจะทำให้เรา ตกอยู่ในสถานะที่ถูกครอบงำทางข้อมูลหรือไม่ สหรัฐจะมองเห็นและรู้มูลค่าที่แท้จริงของ แร่ธาตุใต้ดินของไทยทั้งหมดก่อนที่เราจะรู้หรือไม่ นี่คือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี ขั้นร้ายแรง มีคำถามต่อมาอีกว่าเรากำลังแลกเปลี่ยนโอกาสในการรับเทคโนโลยีเพียงน้อยนิดกับเสี่ยง ที่จะสูญเสียกรรมสิทธิ์ทางปัญญาในข้อมูลธรณีวิทยาของชาติ ซึ่งภาษาอังกฤษบอกว่า Properly Geological Data ไปให้ต่างชาติหรือไม่ และเมื่อเราไม่มีเทคโนโลยีเทียบเท่า ในการสำรวจและประเมินมูลค่า นั่นจะหมายความว่าไทยจะตกเป็นเบี้ยล่างในการเจรจาทุกครั้ง ตั้งแต่ก่อนเริ่มเจรจาสัมปทาน ทั้ง ๆ ที่ใบอนุญาตสัมปทานทรัพยากรแร่หายากในอนาคต จะต้องมีความโปร่งใสและเท่าเทียม ต้องยึดผลประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง🔗
ประการสุดท้ายค่ะ ที่จะฝากไปยังรัฐบาลคือการสื่อสารที่ละเลยความจริง ดิฉันได้ยินการยืนยันจากหลายฝ่ายของรัฐบาล ทั้งจากนายกรัฐมนตรีเอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ และได้รับการยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเลขากฤษฎีกาว่า MOU ฉบับนี้สามารถยกเลิกเมื่อไรก็ได้ และไม่มีผลผูกพันใด ๆ ทางกฎหมาย ใช่ค่ะ ในทางกฎหมายอาจจะยกเลิกได้ แต่การยกเลิกข้อตกลงที่ทำกับประเทศมหาอำนาจ ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของเขา ย่อมมีต้นทุนทางการเมืองและการทูตมหาศาล ที่ต้องแลก มหาอำนาจ ๒ ประเทศ สหรัฐและประเทศจีนกำลังสร้างห่วงโซ่อุปทาน การถอนตัว ของไทยจะถูกตีความว่าอย่างไรละคะ เราไม่จริงใจหรือยอมจำนนต่อแรงกดดันซึ่งจะทำลาย ความเชื่อมั่นและโอกาสในการเจรจาการค้าหรือการได้รับเทคโนโลยีกับประเทศอื่น ๆ ในอนาคต การบอกยกเลิกได้โดยไม่มีผลเสีย คือการละเลยที่จะพูดถึงความเสียหายในทางปฏิบัติ และถูกตีความได้ว่าเป็นการบิดเบือนความจริงเพื่อให้การกระทำของรัฐบาลมีความชอบธรรม เพียงเท่านั้น ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปครับ เชิญคุณเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย ญัตติด่วยด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบจากการลงนามบันทึก ความเข้าใจระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาแร่หายากหรือ แร่แรร์เอิร์ธ ในประเด็นนี้ผมคิดว่ามันมีความสำคัญต่อพื้นที่ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ดูแผนที่นี้นะครับ เมื่อเราดูแผนที่ภาพรวมของประเทศในภูมิภาคนี้ อยากจะให้ เริ่มต้นที่ตัวจุดดาวสีแดงนะครับ ดาวสีแดงมีอยู่ ๕ จุด อันนี้ก็คือพื้นที่ที่พบว่า ณ ขณะนี้มีการ ทำแร่หายากอยู่ซึ่งอยู่ในประเทศพม่า ในพื้นที่ตรงนี้มีแม่น้ำสายหลักอยู่ ๒ สาย ด้านตะวันออก ของประเทศไทยคือแม่น้ำโขง ด้านตะวันตกคือแม่น้ำสาละวิน ณ ปัจจุบันนี้ได้ปรากฏ ข้อเท็จจริงแล้วว่าแม่น้ำสายหลักในภูมิภาค ๒ สายนี้มีการปนเปื้อนสารหนู ซึ่งเมื่อเราดูจาก ภูมิประเทศแล้วก็ปรากฏว่าบริเวณต้นน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตพม่าแล้วก็ประเทศจีน มีการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธอยู่นะครับ เร็ว ๆ นี้ในแม่น้ำสาละวินมีการตรวจแล้วก็พบว่ามีสารหนู ปนเปื้อนเกินกว่า ๕ เท่า ส่วนในแม่น้ำโขงก็พบเมื่อหลายเดือนที่แล้วนะครับ ปรากฏการณ์ เหล่านี้ทำให้เห็นว่าแม้ในประเทศไทยยังไม่มีการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ แต่ผลกระทบ ได้เกิดขึ้นแล้วนะครับ ทีนี้เรากลับมาดูที่ประเทศไทยนะครับ ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีก็พบว่าแร่แรร์เอิร์ธ ที่มีการสำรวจพบจะกระจายอยู่ในภาคเหนือแล้วก็ภาคตะวันตก อย่างเช่นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ภาคตะวันตกก็อย่างเช่นที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดอุทัยธานี ในภาพนี้ก็คือจุดสีชมพูเล็ก ๆ อาจจะมองไม่ค่อยชัดนะครับ ขอสไลด์ต่อไปครับ ภาพนี้ก็จะชัดเจน ด้านขวามือ พื้นที่ที่ Highlight เป็นสีแดงตรงนั้นก็คือพื้นที่ที่พบว่ามีแหล่งแร่หายากอยู่ ก็จะกระจายอยู่ทางภาคเหนือแล้วก็ภาคตะวันตก แล้วก็ทางภาคใต้อยู่บางส่วน ทีนี้สิ่งที่ผม อยากจะให้ท่านประธานตั้งข้อสังเกตว่าภาพที่อยู่ด้านซ้ายมือเมื่อเราซูมไปดูแล้ว พื้นที่เหล่านี้ เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าเยอะ แล้วที่สำคัญเป็นที่อยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย หรือที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดอุทัยธานี พื้นที่เหล่านี้มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่จำนวนมาก แล้วถามว่ามันมีความสำคัญ อย่างไร กลุ่มชาติพันธุ์เป็นกลุ่มคนที่เปราะบางอยู่ในสังคมนี้ อย่างเช่นเรื่องที่ดิน เขาก็อยู่อาศัย ในที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เมื่อใดก็ตามที่มีการทำเหมืองแร่ขึ้นมา สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการแย่ง ยึดที่ดิน เมื่อที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ถูกแย่งยึดที่ดินจากนโยบายหลักของภาครัฐ ท่านประธาน ลองนึกดูสิครับว่ากลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง🔗
เรื่องต่อไปนะครับ อย่างเช่นเรื่องวิถีชีวิตที่ต้องพึ่งพาสายน้ำ ลำห้วย พื้นที่ป่า เมื่อมีการทำเหมืองแร่ แน่นอนสิ่งที่จะตามมาก็คือการปนเปื้อน โดยเฉพาะแหล่งน้ำ ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่บนพื้นที่สูง โอกาสที่จะเข้าถึง โครงการดี ๆ ที่ได้รับการจัดสรรน้ำดี ๆ อย่างนี้ มันก็เป็นเรื่องที่ยาก ต้องอาศัยแหล่งน้ำ ตามธรรมชาติ แต่ถ้าแหล่งน้ำตามธรรมชาติปนเปื้อน คนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เปราะบางอยู่แล้ว ได้รับโอกาสในการพัฒนาน้อยอยู่แล้วจะทำอย่างไร🔗
ประเด็นต่อไป ก็อย่างเช่นเรื่องอำนาจต่อรอง อำนาจต่อรองของกลุ่มชาติพันธุ์ ถือว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เมื่อไรก็ตามที่มีความขัดแย้งหรือเป็นเรื่องของการต่อรองในทางการเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ก็จะสูญเสีย อย่างเช่นถ้าจะต้องมาเจรจาต่อรองกันเรื่องการชดเชย ค่าชดเชย การสูญเสียโอกาสแล้วเขาต้องได้อะไร อย่างนี้โอกาสของกลุ่มชาติพันธุ์น้อยนิดนะครับ🔗
แล้วปัญหาที่จะเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง สรุปอย่างนี้เลยนะครับ ผมขอโฟกัสไปที่ พื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ สิ่งที่จะตามมานะครับ ความพร้อมในด้านเทคโนโลยีในการสกัด ที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ณ ขณะนี้ ประเทศไทยเรายังไม่ได้มีนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของการ ป้องกันแล้วก็จัดการกับผลกระทบ ณ ขณะนี้ ตัวอย่างที่แม่น้ำกก เราได้เห็นแล้วว่าเราไม่มี เครื่องมือ แทบไม่มีวิธีการในการจัดการกับผลกระทบเลย🔗
ประการที่ ๒ ก็คือการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็ง การทำเหมืองแร่ ส่วนหนึ่งนำไปสู่การ เรียกว่าอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม กฎหมายของเราแทบไม่เคยเอาผิด กับผู้ที่กระทำความผิดได้ เมื่อมีการทำแร่แรร์เอิร์ธขึ้นมา ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็จะเป็นความ ท้าทายใหญ่อีกเรื่องหนึ่งว่าระบบกฎหมายของเราจะจัดการอย่างไร หรือว่าจะดูแลสิ่งแวดล้อม ได้อย่างไร🔗
ประการที่ ๓ ก็คือเรื่องของกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่ที่เปราะบาง อันนี้ผมได้พูด ไปแล้วผมก็จะไม่พูดซ้ำนะครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย พื้นที่มีความเปราะบาง ผมอยากจะย้ำอย่างนี้ว่า พอเรามาดู พื้นที่ สิ่งที่จะก่อให้เกิดผลกระทบมันไม่ใช่แค่กลุ่มชาติพันธุ์ที่ผมพูดถึงเมื่อครู่แล้วนะครับ อย่างเช่นในจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำปิงไหลลงเขื่อนภูมิพล แล้วก็ไหลลงมายัง พื้นที่ภาคกลาง ถ้าหากไม่มีการจัดการที่ดี แล้วมีการทำเหมืองแร่ปนเปื้อนลงมายังแม่น้ำ สายหลัก ปนเปื้อนยังแม่น้ำปิง ผลกระทบมันจะไม่ใช่แค่พื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ที่ผมพูดเมื่อครู่ แต่ว่าจะกระทบตั้งแต่เหนือสุด กระทบตั้งแต่ชายแดนที่ติดกันระหว่างไทยกับพม่าหรือ ไทยกับลาวลงมาถึงกรุงเทพมหานคร เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นเรื่อง ความท้าทาย ณ ขณะนี้เรายังไม่มีความพร้อมในทางเทคโนโลยีที่จะบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ MOU ก็ได้เซ็นไปเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจากนี้ไปข้างหน้า รัฐบาลจะทำอย่างไรในการจัดการกับปัญหาที่ผมกล่าวถึงทั้งหมดนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปเชิญคุณละออง ติยะไพรัช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดเชียงราย วันนี้ดิฉันขอเป็นตัวแทนของคนจังหวัดเชียงรายที่มีความวิตกกังวลมาก ๆ ต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจ ด้านแร่ธาตุสำคัญระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ จังหวัดเชียงรายคือวิกฤติที่สุดตอนนี้ก็คือเรื่องของแม่น้ำกกกับแม่น้ำสาย แล้วหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งสื่อมวลชน ทั้งนักวิชาการหลายคนก็บอกว่าค่ามาตรฐาน ของสารหนูในแม่น้ำสายกับแม่น้ำกกนี้เกินค่ามาตรฐาน แต่สิ่งที่นักวิจัยและพวกเราพยายาม ที่จะค้นหาก็คือว่าตอนนี้ค่าของสารหนูที่เมียนมาก็ประมาณ ๐.๐๕ มิลลิกรัมต่อลิตร แต่ในประเทศไทยเราในกรมอนามัยก็คือ ๐.๐๑ มิลลิกรัมต่อลิตร อันนี้คือสิ่งที่มีค่ามาตรฐาน ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นวันนี้การเจรจาหรือทำอะไร ตามวิชาการที่เราคุยกันมันเป็นเรื่องที่ ยุ่งยาก มันไม่สามารถทำอะไรได้ มีแต่เราที่จะต้องหา เขาเรียกว่าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือว่าการสะสมของสารหนูในแม่น้ำ ตามริมน้ำมีมากเพิ่มขึ้นทุกปีหรือเปล่า อันนี้คือสิ่งกังวล ของเราในตอนนี้ แล้วก็อยากบอกพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายแล้วก็พวกนักท่องเที่ยวทั้งหลาย ก็คือตอนนี้ค่ามาตรฐานในเรื่องของสัตว์น้ำ ค่ามาตรฐานของน้ำอุปโภคบริโภค ของประปานะคะ ไม่ใช่ในแหล่งน้ำก็ยังปลอดภัยและยังอยู่ในค่ามาตรฐาน แต่สิ่งที่เรากังวลใจที่สุดก็คือเรื่องของ การทำเหมืองแร่ที่ประเทศจีนก็คือเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ แร่หายาก มีประมาณ ๒๐ เหมือง เหมืองแร่ในพม่าที่ทราบก็คือมันเป็นดินร่วน สามารถฉีดน้ำเข้าไปแล้วก็สามารถได้แร่ออกมา แล้วก็เอาไปแปรธาตุของแร่ออกมาอีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือสิ่งที่เราได้รับทราบข้อมูล แล้วก็ใน ๒๐ เหมืองแร่ที่เกิดในประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นน้ำต้นของประเทศไทยคือแม่น้ำกก ใน ๑ เหมืองแร่ รัฐบาลไม่สามารถจัดการได้สักเหมือง อันนี้ก็คือในอนาคตการสะสมสารหนูในแม่น้ำ ไม่ใช่ว่า เฉพาะจังหวัดเชียงรายนะคะ เมื่อสารหนูมันเจอออกซิเจน หรือว่าธาตุบางธาตุมันจับตัวกัน แล้วก็เป็นตะกอนมันก็จะตกอยู่ในดินของลำน้ำแต่ละที่ ถ้าเวลาน้ำไหลผ่านมันก็พัดพาไปทาง อีสาน วันนี้อีสานไม่เกิด ปีหน้าอาจจะเกิดก็ได้ในภาคอีสานที่อยู่ตามลำแม่น้ำโขง แล้วไม่ใช่ ภาคอีสานอย่างเดียว ทั้งประเทศลาว กัมพูชามันก็จะเจอสารหนูกันหมด อันนี้มันไม่ใช่เรื่อง ของประเทศไทย มันเป็นเรื่องของภูมิภาคของเรา มันเป็นเรื่องของโลก เพราะฉะนั้นวันนี้ ที่รัฐบาลไปทำ MOU อยู่กับอเมริกาในเรื่องของเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ ดิฉันรู้สึกกังวลและตกใจ มากว่าท่านไม่ได้ฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนเลยหรือว่าประเทศไทยของเรามันมี ปัญหาอะไรอยู่ แล้วการทำ MOU ครั้งนี้ดิฉันกังวลก็คือว่าเมื่อเราอ่านเนื้อหาของความเข้าใจ ฉบับนี้ ดิฉันไม่พบแม้แต่บรรทัดเดียวที่แสดงถึงความห่วงใย ความเข้าใจ หรือความตระหนัก ต่อปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ประชาชนไทยกำลังประสบอยู่ มันเป็นข้อตกลงที่มุ่งแต่เรื่อง ของเงิน ๆ และผลประโยชน์ แต่เราไม่ดูว่าโลกนี้เป็นอย่างไร แล้วดิฉันอ่านบทความของ อาจารย์ธนพล เพ็ญรัตน์ ท่านบอกว่าในกรณีตัวอย่างประเทศผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่ที่สุด ของโลกคือประเทศจีน เมื่อปี ๒๐๑๐ คนในประเทศจีนเจอมลพิษกระทบสุขภาพของชุมชนและเด็ก จีนจึงต้อง ออกกฎหมายเข้มงวดลดการส่งออกและจำกัดการผลิต ทำให้บริษัทจำนวนมากย้ายฐานการผลิต ที่เมียนมาก็คือประเทศที่เป็นต้นน้ำของพวกเรา วันนี้ดิฉันอยากเห็น MOU ที่ท่านทำกับ สหรัฐอเมริกา เราอยากเห็น MOU เป็นข้อเสนอว่าเราควรใช้โอกาสนี้ในการต่อรองเพื่อให้ MOU ฉบับนี้ช่วยแก้ปัญหาให้กับประเทศไทยด้วย ควรกำหนดให้มีการสร้างบรรทัดฐาน การทำเหมืองแร่หายากที่มีความรับผิดชอบในภูมิภาคร่วมกัน ควรกำหนดเงื่อนไขว่า หากประเทศใดทำให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดนมายังไทย ต้องแก้ปัญหานั้นให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะสามารถทำกิจกรรมเกี่ยวกับแร่หายากในประเทศไทยได้ อันนี้คือสิ่งที่ควรทำ แล้ววันนี้ รัฐบาลก็ยังบอกว่า MOU ฉบับนี้ไม่มีผลผูกพัน จะไม่ทำให้เหมืองเกิด แต่ดิฉันถามว่าถ้าไม่มี ผลผูกพัน ไม่มีความหมายจริง ๆ แล้วทำไมประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาต้องมาลงนามด้วยตัวเอง ท่านคิดว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาจะมาลงนาม MOU เล่น ๆ กับท่านหรือค่ะ ดิฉัน ข้องใจมากและกังวลใจมากกับเรื่องนี้ อันนี้ดิฉันสะท้อนใจแล้วก็เห็นใจพี่น้องประชาชนนะคะ ข้อตกลงทางยุทธศาสตร์ที่มีนัยสำคัญและจะนำไปสู่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในอนาคต อย่างแน่นอน ดังนั้นไทยควรใช้โอกาสนี้ในการต่อรองเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและ คุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ใช่ลงนามโดยไม่มีการตระหนักถึงปัญหาที่มีอยู่แล้วเลยค่ะ สุดท้ายนี้ดิฉันอยากจะขอเน้นย้ำว่าปัญหาการปนเปื้อนจากเหมืองแร่หายากที่กระทบกับ แม่น้ำกกของเราไม่ใช่แค่ปัญหาของประเทศไทย มันเป็นปัญหาของทั้งภูมิภาค มันเป็นปัญหา ของโลกด้วยซ้ำไป วันนี้ระดับนานาชาติควรที่จะมาช่วยกันรณรงค์และช่วยกันแก้ปัญหา ในเรื่องของเหมืองแรร์เอิร์ธนี้ ไม่ใช่ท่านทำ MOU โดยที่ท่านไม่ศึกษา ถึงแม้ท่านจะบอกว่า เอาอันนั้นมา Recycle ทำอะไรก็ตาม แต่ดิฉันอ่านเนื้อหาวันนี้แล้วก็รู้สึกสะท้อนใจว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ในประเทศไทยเรา เรารักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติด้วยหรือไม่ ต้องขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไปครับ คุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ และคุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ขอเชิญท่านชุติพงศ์ ภิภพภิญโญ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ วันนี้ขออภิปรายญัตติว่าด้วยเรื่อง Scammer ของท่านรังสิมันต์ โรม ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
เรื่องปัญหา Scammer เป็นปัญหา ที่สะสมเรื้อรังมาเป็นระยะเวลายาวนาน ผมเองเป็นประธานของคณะอนุกรรมาธิการปราบ Scammer ที่ได้รับญัตติจากสภามาตั้งคณะ ผมขอเรียนว่านี่คือสถิติล่าสุด เป็นสถิติที่บันทึก จนถึงวันที่ ๒๘ ตุลาคมปีนี้ ซึ่งจำนวนคดีตอนนี้มีทั้งหมด ๑,๑๐๐,๐๐๐ กว่าคดี ความเสียหาย ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โดยคดีมีการกระจายแจ้งความไปในจุดต่าง ๆ โดยเราจะเห็นว่า คดีที่ บช.ก. รับไว้ ๑.๔๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แล้วก็คดีส่วนใหญ่อยู่ที่ สน. กว่า ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้จะสะท้อนถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเรื่อง Scammer ว่า ท่านจริงจังแค่ไหน ท่านดูสถิตินะครับ นี่เป็นตัวสถิติที่ Cap มาตอนวันที่ ๒๗ ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยมีคดีเกิดขึ้นประมาณ ๙๑๐ คดีต่อวัน อายัดบัญชีทันเพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลาม บานปลาย ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ตอนที่ผมทำการศึกษาอยู่ในอนุกรรมาธิการ ชุดที่ผมทำการศึกษา ตอนนั้นสถิติอยู่ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ตอนนี้ตกมาเหลือ ๑ เปอร์เซ็นต์ และส่วนใหญ่ก็คือเป็นคดีที่แจ้งไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและถูกต้อง ก็เลยอายัดบัญชีทัน แล้วมันเป็นปัญหาขั้นตอนว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังแค่ไหนในการเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะคดีเหล่านี้เกิดขึ้นทั่วประเทศไปหมด แต่ท่านนายกรัฐมนตรีกลับเลือกจะมาท้าบอกว่า ฝ่ายค้านเปิดชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวกับ Scammer มาเลย ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ฟังในการ อภิปรายแถลงนโยบายหรือครับ เราอภิปรายแถลงนโยบายไปวันที่ ๒๙ กันยายน พวกผม กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีมาครับ วันพฤหัสบดีนั้นเลย สัปดาห์ เดียวกัน เพื่อจะให้ฟังข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อจะให้ฟังข้อมูลว่าเรื่อง Scammer มันเป็นอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่มาครับ และสัปดาห์ถัดมาเราเชิญคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่มีชื่อว่าต้องมาชี้แจงว่าเกี่ยวข้องกับคนที่เกี่ยวข้องกับ Scammer อย่างไร เชิญคุณนฤมล เชิญคุณธรรมนัส ไม่มาครับ อันนี้คือความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหานี้แล้วใช่ไหม ทั้งที่เราต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลนี้ขึ้นมาได้ตั้งวาระปราบ Scammer ซึ่งเป็นจุดอ่อนของประเทศ กัมพูชาที่ขัดแย้งกับเราอยู่ เป็นหัวใจสำคัญของปัญหา ท่านบอกว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหา ความขัดแย้ง ซึ่งการแก้ข้อขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่ตีไปที่จุดอ่อนที่สุดคือการปราบ Scammer ผมก็ติดตามดูความจริงจังของทางนายกรัฐมนตรี แต่ผมก็ยังไม่เห็นอะไรมากไปกว่าการตั้ง Super Broad ที่ตั้งตัวเองเป็นประธานขึ้นมาแล้วก็มีข่าวว่าการตั้ง Super Board หลังจากนั้น ก็มีประธานปราบปรามเรื่องค้ามนุษย์ ปราบ Scammer คือคุณธรรมนัส คุณธรรมนัส ถูกอภิปรายว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเบน สมิธ (Ben Smith) อยู่ในสภาแห่งนี้ครับ แล้วจะให้เขา มาเป็นผู้ที่ทำการปราบปรามเรื่องนี้หรือ ถ้าจะบอกว่าโลกไม่เอาด้วยกับเรื่องนี้เราจะทำเอง อย่างไรได้บ้าง รัฐสภาไทยโดยท่านวันมูหะมัดนอร์ ท่านประธานสภาของเราพาคณะไปประชุม IPU ได้ Emergency Item ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โลกเขาเอาด้วยอยู่แล้วในการปราบ Scammer แล้วไทยเราทำอะไรครับ ไทยเราท่านนายกรัฐมนตรีตั้งคุณธรรมนัสเป็นคนจัดการ เรื่องนี้ มีการประกาศว่าจะปราบอย่างไม่หยุดยั้งอะไรก็ตามแต่ และชี้แจงอะไรได้ไม่ชัดเจนเลย แล้วขู่ว่าจะฟ้องด้วย เป็นนักการเมืองมาชี้แจงในสภาก็ได้นะครับ เป็นทั้งรัฐมนตรี เป็นถึง รองนายกรัฐมนตรี เป็น สส. ด้วย ทำไมไม่มาชี้แจงในสภาเวลาโดนตั้งข้อสงสัย แล้วพอมีคำถาม เยอะเข้าทางประธานวิปรัฐบาล ท่านชาดาก็บอกคิดเสียว่าเป็นการเอาโจรมาปราบโจร ท่านธรรมนัสแทนที่จะโกรธครับ บอกว่าเป็นพี่น้องร่วมสาบาน ตกลงท่านทั้งคู่เป็นอะไรกันครับ อันนี้ผมไม่เข้าใจจริง ๆ แทนที่จะโกรธกันเวลามีคนหาว่าเป็นโจรดันบอกว่าเป็นพี่น้องกัน เรามีการเสนอโดยท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ว่าให้ใช้วาระเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ได้เจอกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในการเสนอว่าให้อาเซียนร่วมกันปราบปราม Scammer มาเสนอในวาระอื่น ๆ ได้ครับ Any Other Business ใช้วาระนั้นเสนอเลย ประกาศว่าไทยเราควรจะเป็นศูนย์ในการต่อสู้กับ Scammer ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินไม่ได้ เอาเรื่องนี้ไปพูดหรือครับ ทั้งที่เป็นนโยบายรัฐบาลและเป็นวาระที่โลกให้การยอมรับ ท่านเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้แค่ไหนครับ เป็นเรื่องที่ผมต้องตั้งข้อสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใด จึงทำลายโอกาสที่ท่านได้ ไปอยู่ในเวทีนี้แล้วไม่ทำหน้าที่ที่ควรจะทำ แล้วผมก็สงสัยมากว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่รู้หรือว่าต้องทำอะไร ดังนั้นมาสู่ข้อเสนอครับว่าท่านจะเอาจริงเอาจัง กับการปราบ Scammer ขั้นแรกครับ เอาคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและถูกตั้งข้อสงสัยและไม่ยอม ชี้แจง และขู่ว่าจะปิดปากคนนั้นคนนี้ ใช้ทีมทนายทีมเดียวกันกับคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น Scammer ที่โลกคว่ำบาตรออกจากตำแหน่งครับ ปลดคุณธรรมนัสก่อนเลยครับ ผมเสนอปลด คุณธรรมนัสก่อนเลย เอาคนที่จะปกป้องคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น Scammer ออกจากตำแหน่ง ที่จำเป็นก่อน ปลดรองนายกรัฐมนตรีสักคนก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย อยู่แล้ว เก็บไว้เป็นสายล่อฟ้าทำไม ในพรรคก็ไม่มาโหวตกฎหมายให้เท่าไร นี่คือข้อเสนอแรก ของผมว่าจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง จะเอาจริงเริ่มจากการปลดคุณธรรมนัสออกไปก่อน และข้อเสนอถัดมาครับ ท่านต้องทำงานกับโลกใบนี้แบบที่รัฐสภาทำในการไปเวที IPU แล้วก็ มีการเสนอให้โลกทั้งใบมาร่วมกันในการปราบ Scammer เป็นวาระของโลก รัฐสภาเดินหน้า นำไปแล้วครับ รัฐบาลจะเดินตามมาเมื่อไร จะเอาจริงเอาจังเมื่อไร จะแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนเมื่อไร แล้วจะแก้ปัญหากัมพูชาที่ขัดแย้งกับเราโดยตีไปที่จุดอ่อนคือ Scammer ได้เมื่อไร🔗
ถัดมา ประเทศเราต้องไม่เป็นที่พึ่งพิงของอาชญากร เราต้องประกาศให้คน และนิติบุคคลที่โลกคว่ำบาตรไม่มีที่ยืนในประเทศไทย เรื่องนี้กลไกที่ท่านจะตั้งขึ้นมาท่านทำได้ อยู่แล้วถ้าท่านจะเอาจริงเอาจัง สืบเส้นเงินภรรยาของเขาไปก็ได้ว่าไปเกี่ยวข้องกับเส้นเงิน ที่เกี่ยวข้องกับ Scammer อย่างไร เรื่องนี้ไม่ยากครับ ท่านนายกรัฐมนตรีทำได้และทำให้ ไทยเรามีบทบาทในเวทีโลกด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะถูกมองว่าเป็นประเทศที่รั้วติดกันกับกัมพูชา แล้วช่วยเป็นที่พึ่งพิงให้อาชญากรหรือเปล่า คนไหนที่โดน Blacklist ขอข้อมูลจากท่าน โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เลย เห็นไปเจอกันในการประชุมตอนนี้เอามาขึ้น Blacklist และสืบเส้นเงินจากตรงนั้น ทำงานร่วมกับโลกในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือข้อเสนอจากผม ในการเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหา Scammer เพราะถ้าเกิดนายกรัฐมนตรีไม่เอาจริงเอาจัง กับเรื่องนี้ พรรคประชาชนประกาศแล้วครับ เรื่องนี้ถ้าเรามีโอกาสทำได้มากกว่านี้เราเอาจริง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ขออนุญาตมาร่วมอภิปรายในญัตติเรื่องของปัญหา Scammer ซึ่งเป็นปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดปัญหาหนึ่งที่สังคมคาดหวังให้รัฐบาลแก้ไขและเป็นปัญหาที่ผมคิดว่า สภาแห่งนี้คาดหวังจะเห็นความเอาจริงเอาจังและความคืบหน้าจากรัฐบาลในช่วงปิดสมัยประชุม ๖ สัปดาห์ข้างหน้านี้ ที่พูดแบบนี้เพราะว่าหากรัฐบาลเอาจริงกับปัญหา Scammer ผมคิดว่า ประเทศและประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างมหาศาลใน ๓ ด้านด้วยกัน เปรียบเสมือนกับการ ยิงปืนนัดเดียวได้นก ๓ ตัว🔗
ประการแรก คือการเอาจริงกับเรื่อง Scammer จะช่วยปกป้องชีวิตและ ทรัพย์สินของพี่น้องคนไทย ซึ่งปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่าต้องสูญเสียเงินเป็นหลักหลาย ร้อยล้านบาทต่อวัน🔗
ประการที่ ๒ คือการเอาจริงกับเรื่อง Scammer จะเพิ่มโอกาสให้เรายุติ ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา หากเราเชื่อว่ารายได้จาก Scammer ณ เวลานี้กำลัง หล่อเลี้ยงเครือข่ายผู้มีอิทธิพลที่ใกล้ชิดกับผู้นำกัมพูชา🔗
ส่วนประการที่ ๓ ที่ผมจะขยายความคือผมเห็นว่าการเอาจริงกับเรื่อง Scammer นั้นจะเป็นการรื้อฟื้นบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก เพราะว่า ณ เวลานี้ ปัญหาเรื่อง Scammer ไม่ได้กระทบแค่คนไทยแต่กำลังกระทบคนทั่วโลกและเป็นปัญหา ที่รัฐบาลหลายประเทศนั้นกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข🔗
ท่านประธานครับ ความจริงแล้วความตื่นตัวของโลกต่อปัญหานี้เป็นโอกาส ที่ดีมากสำหรับประเทศไทย ในมุมหนึ่งโลกก็ต้องการไทยในเรื่องนี้ ประเทศต่าง ๆ ทราบดีว่า ถ้าเขาต้องการจะสามารถแก้ปัญหาเรื่อง Scammer ได้ไม่สามารถทำได้เลยหากไทย ไม่ร่วมมือ ในเชิงภูมิศาสตร์ประเทศไทยเราถูกล้อมรอบด้วยประเทศทางด้านซ้ายและ ด้านขวาที่เป็นศูนย์กลางของ Scammer ดังนั้นถ้าพูดกันง่าย ๆ สงครามกับ Scammer เราจะชนะหรือเราจะแพ้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและบทบาทของไทยว่าจะเป็นส่วนต่อขยาย ของเครือข่าย Scammer ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านหรือจะเป็นสะพานให้โลกนั้นมารวมพลังกัน ในการทลายศูนย์ Scam Center เหล่านี้ แต่ในมุมกลับกันครับ โลกไม่ได้ต้องการไทยอย่างเดียว แต่ไทยก็ต้องการโลกเช่นกัน เพราะเพื่อจะรับมือกับปัญหาที่มีลักษณะเป็นอาชญากรข้ามชาติ เราก็ต้องการมาตรการที่สามารถทำงานข้ามชาติข้ามพรมแดนได้เช่นกัน หากเราต้องการ จะจับกุมอาชญากรที่กำลังหลอกลวงคนไทย แต่มีฐานที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เราก็จำเป็น จะต้องอาศัยความร่วมมือด้านข้อมูลและด้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดน หากเราต้องการจะไป สกัดกั้นและยึดคืนเส้นเงินที่ถูกโอนข้ามประเทศเราก็ต้องอาศัยความร่วมมือในเรื่องของ เทคโนโลยี เรื่องของการอายัดทรัพย์ รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานเรื่องการป้องกัน การฟอกเงิน ถ้าเราต้องการจะลบหรือว่า Take Down Post โฆษณาหลอกลวงออนไลน์ที่อยู่ตาม โลกออนไลน์นั้น เราก็ต้องขอความร่วมมือจากบริษัทแพลตฟอร์มระดับโลก ซึ่งแน่นอนครับ เป็นสิ่งที่ไทยขอเองนั้นก็อาจจะไม่มีน้ำหนักเท่ากับถ้าหลายประเทศมาขอร่วมกัน และท้ายที่สุดครับ ถ้าเราจะเร่งช่วยเหลือและเยียวยาคนไทยที่ถูกหลอกลวงในศูนย์ Scam ต่าง ๆ ทั่วโลก เราก็จำเป็นต้องประสานความร่วมมือกับองค์กรมนุษยธรรมระดับนานาชาติ มันเลยเป็นเรื่องที่น่าเสียดายครับ เหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไว้ว่าในการประชุม อาเซียนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ แม้ว่าเราเห็นว่านายกรัฐมนตรีก็มีการเอ่ยปากว่าต้องการ ให้ไทยนั้นไปเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่เราเห็นว่านายกรัฐมนตรีนั้นกลับไม่ได้ มีการเตรียมแผนไปเสนออย่างเป็นรูปธรรมว่าไทยนั้นจะเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรื่องนี้ อย่างเป็นระบบได้อย่างไร และประเทศอื่นที่เราจะขอความร่วมมือนั้นจะเข้ามาร่วมมือกับเรา ผ่านกลไกที่เป็นรูปธรรมอย่างไร แล้วเวลานี้สังคมก็คงจับตาดูว่าเราจะเห็นรูปธรรมดังกล่าว ในเวทีเอเปกหรือไหม แต่ท่านประธานครับ ในเชิงรูปธรรมผมมีข้อเสนอเพราะผมเห็นว่า ไทยนั้นสามารถใช้เรื่องการปราบ Scammer เพื่อลุกขึ้นมามีบทบาทนำในเวทีโลกได้ในอย่างน้อย ๒ มิติด้วยกัน🔗
มิติที่ ๑ ผมเห็นว่าไทยนั้นสามารถชิงบทบาทนำในอาเซียนได้โดยการใช้กลไก และทรัพยากรของอาเซียนที่มีอยู่แล้วในการรวมพลังกันปราบ Scammer หลายคนมักจะตั้ง ข้อครหาว่ากลไกอาเซียนนั้นไร้น้ำยา ไร้ประสิทธิภาพ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งครับ กลไกของ อาเซียนจะมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าประเทศไทยนั้นใช้กลไกอาเซียน อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน หากเราย้อนไปดูสิ่งที่เรียกว่า ASEAN Declaration on Transnational Crime 1997 หรือว่า ปฏิญญาของอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ เราจะเห็นว่ามีข้อหนึ่งที่พูดถึงการพิจารณา ตั้งศูนย์ ASEAN Center on Transnational Crime แต่ผ่านมาเกือบ ๓๐ ปีแล้วนะครับ ตั้งแต่ปฏิญญาดังกล่าวศูนย์นี้ก็ยังไม่เกิด ฉะนั้นข้อเสนอที่ ๑ อย่างเป็นรูปธรรมเลยคือหากไทย ต้องการจะเอาจริงในการใช้กลไกอาเซียนเพื่อปราบ Scammer เราควรเดินหน้าในการเสนอ ให้เร่งตั้งศูนย์ดังกล่าวที่ประเทศไทยนี้เพื่อรวมทรัพยากรและฐานข้อมูลระดับภูมิภาคมาร่วม การแก้ไขปัญหาดังกล่าว🔗
ส่วนข้อเสนอที่ ๒ คือผมเห็นว่าไทยนั้นควรจะใช้ประเด็นเรื่อง Scammer เป็นเครื่องมือในการแสวงหาสมดุลระหว่าง ๒ มหาอำนาจ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าบทบาท ของไทยในเวทีโลกนั้นมักจะถูกตั้งคำถามว่าเราถูกดึงไปมาระหว่าง ๒ มหาอำนาจ ไม่ว่าจะเป็น กรณีเรื่องอุยกูร์เมื่อตอนต้นปี หรือแม้กระทั่งล่าสุดเรื่องการเซ็น MOU เกี่ยวกับแร่หายาก ดังนั้นในเมื่อปัญหาเรื่อง Scammer เป็นปัญหาที่มีเหยื่อจำนวนมากทั้งในสหรัฐ ทั้งในจีน จังหวะนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะใช้ประเด็นเรื่อง Scammer มาพลิกบทบาทของประเทศไทย ในเวทีโลก เปลี่ยนจากผู้ที่ถูกบีบให้ต้องเลือกระหว่าง ๒ ขั้วอำนาจ มาเป็นผู้ที่ใช้ประโยชน์ จากสภาวะภูมิรัฐศาสตร์โลกตรงนี้ ผมไม่ทราบว่าครั้งสุดท้ายที่ผู้นำระดับสูงของสหรัฐกับจีน มาเจอกันที่ไทยนั้นต้องย้อนไปปีไหนหรือว่าวาระอะไร ผมรู้ว่าเป้าหมายดังกล่าวมันไม่ง่ายมากนัก ภายใต้สภาพที่มันตึงเครียด ณ เวลานี้ แต่ผมเห็นว่าหากจะมีสักเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ไทยนั้น สามารถเป็นตัวเชื่อมหรือเป็นเจ้าภาพในการเชิญผู้นำของสหรัฐอเมริกากับจีนมาร่วมโต๊ะ สนทนาด้วยกัน และร่วมกันหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาระดับโลก ผมคิดว่าเรื่อง Scammer น่าจะเป็นเรื่องที่เข้าข่ายจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้มากที่สุด🔗
ดังนั้นทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของประโยชน์ที่ ๓ ที่ผมได้เกริ่นไว้ว่าถ้าเราเอาจริง กับเรื่อง Scammer นอกจากจะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย นอกจากจะเพิ่มโอกาส ในการยุติความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา และคืนความปกติที่ปลอดภัยให้กับพี่น้อง ในชายแดน แต่หากเราพลิกวิกฤติดังกล่าวเรื่อง Scammer มาเป็นโอกาสในการฟื้นฟูบทบาท ของประเทศไทยในเวทีโลก หากเราทำให้คนทั่วโลกนึกถึงประเทศไทย แล้วเขานึกถึงบทบาท ของเราในการปราบ Scammer บทบาทของเราในการปกป้องความปลอดภัยของโลกออนไลน์ ผมเชื่อว่าอิทธิพลหรือสิ่งที่เรียกว่า Soft Power ที่ไทยจะได้นั้นจะสร้างประโยชน์มหาศาล ให้กับประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทยในเวทีโลกในอนาคตด้วยเช่นกันครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗
เรียนท่านสภาที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน คนปทุมธานีครับ ท่านประธานครับ มีข่าวว่าเด็กนำบัตรเครดิตของแม่ไปซื้อของเล่นหลายแสนบาท ตรงนี้ พอของมาส่งแม่ถึงกับตกใจคืนของแทบไม่ทัน ผมจะยกตัวอย่างนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี อนุทินมีอำนาจในมือเหมือนเด็กมีบัตรเครดิต จู่ ๆ ก็ไปเซ็น MOU แรร์เอิร์ธกับต่างชาติ แล้วก็อุ๊บอิ๊บไม่บอกคนไทย สุดท้ายพอสหรัฐอเมริกาประกาศออกมาก็ตกใจกันทั้งประเทศ ตกใจว่าเราจะคืนได้ไหม MOU ฉบับนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินก็บอกว่าอำนาจของ ท่านนายกรัฐมนตรีมันมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ท่านก็อย่าสร้าง Surprise ให้กับคนไทย บ่อย ๆ ขนาดนี้นะครับ เพราะอำนาจมันจะสั่นคลอนได้ คนทักท้วงเรื่อง MOU ที่ทำไปเซ็นมา ท่านบอกว่า MOU นั้นจะยกเลิกเมื่อไรก็ได้ ไม่ใช่หนังสือสัญญา ไม่ใช่สัมปทาน อันนี้ผมว่า หนักเข้าไปอีก หนักอย่างไร MOU ท่านเซ็นระดับประเทศ ไม่ใช่ของเล่น แล้วท่านเซ็นกับ มหาอำนาจด้วย กลับบอกว่ายกเลิกเมื่อไรก็ได้ ใช่ครับท่านประธาน MOU นั้นปกติแล้วก็เป็น แค่หนังสือที่ไม่ผูกมัด แต่ในทางปฏิบัติแล้วถ้าท่านยกเลิกจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น ภาษี Tariff ของสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน ๑๙ เปอร์เซ็นต์อาจจะกลายเป็น ๑๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ แล้วเครดิตบูโรของประเทศไทยก็อาจจะขึ้นตัวแดงโล่เลย เครดิตไม่เหลือ จะไปเซ็นกับใคร อีกหน่อยเขาก็บอกว่าเซ็นกับประเทศไทยได้อย่างไรเดี๋ยวก็ยกเลิกเหมือนเด็กเล่นขายของ อันนี้คือเครดิตของประเทศชาตินะครับ เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติแล้วมันยกเลิกไม่ได้ และยุคนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่าแรร์เอิร์ธนั้นเป็นสงคราม อย่างหนึ่ง เป็นยุทธศาสตร์ในเวทีโลก แล้วสหรัฐอเมริกากับประเทศจีนเองกำลังแข่งขันกัน ในเรื่องนี้ แร่หายากเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต นำไปผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ยุทโธปกรณ์ทางทหาร อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องเอ็มอาร์ไอ การรักษาโรคมะเร็ง ท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้พูดไปหลายท่านแล้วว่าแร่แรร์เอิร์ธ ในประเทศไทยนั้นมีอยู่เบาบาง ไม่คุ้มค่าในการทำเหมือง แต่เราก็เป็นประเทศที่นำเข้า แต่งแร่แล้วก็ส่งออก ซึ่งยอดส่งออกของเราก็เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่นะครับ บางปีก็ ๓,๐๐๐ ตัน บางปีก็ ๑๓,๐๐๐ ตัน แล้วแต่ ในสิ่งเหล่านี้ผมก็จึงขอถือโอกาสนี้สอบถาม ประเด็นต่าง ๆ ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ประเด็นแรก คือความโปร่งใสและความได้เปรียบเสียเปรียบของเรา เป็นอย่างไร MOU ฉบับนี้เป็นสัญญาที่ไม่ผูกพันทางกฎหมายจริงหรือเปล่า หรือเป็นประตู บานแรกที่เปิดทางให้มหาอำนาจเข้ามาใช้ทรัพยากรของไทยในอนาคต ตามที่มีการเปิดเผย ทางสหรัฐอเมริกาจะต้องเข้าถึงพิกัดแหล่งแร่ของเรา มีสิทธิเข้ามาลงทุนก่อนรายอื่น แล้วเรา ก็พร้อมจะอำนวยความสะดวกทางกฎหมายอย่างรวดเร็วและคล่องตัว ท่านนายกรัฐมนตรี จะอธิบายได้อย่างไรว่าสิทธิพิเศษเหล่านี้จะไม่ใช่การเสียเปรียบตั้งแต่ยกแรก และความรวดเร็ว คล่องตัวนี้จะไม่นำไปสู่ทางรัฐและการลดทอนความสำคัญ ความเข้มงวดทางกฎหมาย เกี่ยวกับการดูแลทรัพยากรของประเทศชาติ🔗
ประเด็นที่ ๒ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทยที่จะได้รับ มีความชัดเจน แค่ไหน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเป้าหมายคือการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน แร่หายากตั้งแต่ ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แล้วก็มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และอะไรคือหลักประกันที่ชัดเจนว่า ไทยจะไม่เป็นเพียงแหล่งวัตถุดิบของต่างชาติ MOU ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดเรื่องการถ่ายทอด เทคโนโลยีที่ชัดเจน เรื่องการสร้างบุคลากร การจัดตั้งโรงงานแปรรูปมูลค่าสูง อันนี้ไม่มี ความชัดเจน และ MOU นี้ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติจริงนะครับ ทำไม จึงไม่ระบุสัดส่วนผลตอบแทนแล้วก็พันธะการลงทุนให้ชัดเจน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ทรัพยากรล้ำค่าของไทยจะไม่ถูกแลกมาด้วยผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลตรงนี้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของ Geopolitics หรือภูมิรัฐศาสตร์ ผลกระทบ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประเทศจีน แร่หายากเป็นความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ของโลก เราก็รู้กันอยู่แล้ว MOU นี้ก็ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันห่วงโซ่อุปทานตรงนี้ ซึ่งมันไม่เกิดขึ้นระหว่างเรากับจีน แต่เราสร้างระหว่างเรากับสหรัฐไปแล้ว รัฐบาลได้ ประเมินผลกระทบในอนาคตหรือเปล่าครับ ประเทศจีนเป็นประเทศที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ของไทยตอนนี้ เราคิดได้ถี่ถ้วนหรือยัง🔗
เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภา แร่แรร์เอิร์ธนี้คือ ทองคำแห่งอนาคต การบริหารจัดการที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลกระทบไปถึง ชั่วลูกชั่วหลาน ผมจึงมีคำถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าทำไมจึงต้องรีบเซ็น MOU ฉบับนี้ ทำไมเราไม่มาถามภาคประชาชน นักวิชาการ ทำไมเราไม่มาช่วยกันคิดก่อนให้ตกผลึก แล้วจึงค่อยกลับไปเซ็น MOU ก็ยังไม่สาย ท่านสร้าง Surprise แบบนี้ ท่านจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่า MOU ฉบับนี้จะเป็นการรักษาสมบัติของชาติ ไม่ใช่การขายสิทธิในการเข้าถึง สมบัติชาติภายใต้ MOU ที่ท่านบอกว่ายกเลิกเมื่อไรก็ได้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน พื้นที่อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศไทย เรื่องเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือ Scammer นะครับ ทุกวันนี้มันเป็นภัยที่กำลังกลืนกิน ทรัพย์สิน ศรัทธาแล้วก็ความมั่นคงของประชาชนคนไทยทั้งชาติ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่า เทคโนโลยีก็คือเจ้าหน้าที่รัฐบางคนกลายเป็นอาชญากรในเครื่องแบบ ท่านประธานครับ ประชาชนเขาฝากความหวังไว้กับรัฐบาล ฝากความหวังไว้กับรัฐ แต่รัฐก็กลับทรยศ ความไว้วางใจนั้น ประชาชนที่เขาถูกหลอก ที่เขาจะสูญเสียเงินในบัญชีทั้งหมดที่เขาออมไว้ ตลอดชีวิต เขาไม่ได้เรียกร้องอะไรมากครับ เขาแค่ต้องการให้รัฐบาลทำ ๓ สิ่งนี้หลังจากที่เขา ถูกแก๊ง Scammer หลอกลวงคือ🔗
อันที่ ๑ เรื่องของการเอาจริงเอาจังในเรื่องการตรวจสอบ สอบสวนให้โปร่งใส และเที่ยงตรง🔗
อันที่ ๒ คือต้องดำเนินการจับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด🔗
อันที่ ๓ คือหลังจากนั้นต้องป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้อีกกับ ประชาชนคนอื่น🔗
แต่วันนี้คำถามใหญ่คือเราจะฝากความหวังเหล่านี้ให้กับผู้มีอำนาจที่จับกุม ได้อย่างไร ในเมื่อบุคคลเหล่านั้นบางคนกลับมีชื่ออยู่ในกระบวนการแก๊ง Call Center และกระบวนการเว็บพนันเสียเอง แล้วในเมื่อผู้ที่มีหน้าที่ปกป้อง ป้องกันรักษาข้อมูลสำคัญ ของประชาชนชาวไทยกลับเป็นคนเปิดทางให้ข้อมูลของพี่น้องประชาชนหลุดไปถึงมือแก๊ง Call Center เสียเอง ทั้งหมดที่ผมเห็นมันคือความเสื่อมโทรมของระบบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ผมขออนุญาตสไลด์นิดหนึ่งครับ🔗
เราได้เห็นข่าวในหน้าสื่อนะครับ เราจะเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่กระทรวงหรือหน่วยงานของรัฐที่ถูกทางตำรวจจับกุมข้อหา ขายข้อมูลทะเบียนการค้าให้กับกระบวนการแก๊ง Call Center เราจะเห็นพนักงานธนาคาร ช่วยเปิดบัญชีม้าให้กับคนต่างชาติแล้วก็อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมเพื่อแลกเงิน ใต้โต๊ะเดือนละหลายแสนบาท เราก็จะเห็นไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่แค่ธนาคาร แต่เรา ยังเห็นตำรวจที่นอกจากจะปล่อยปละละเลยแล้ว กำลังเจอตำรวจบางนายที่กลายเป็นแก๊ง Call Center เป็นเจ้าของเว็บพนันเสียเอง ก็จะเห็นตำรวจจับตำรวจนะครับ เราก็จะเจอตำรวจ ที่พยายาม Action ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามเว็บพนัน ปราบปรามแก๊ง Call Center ให้กับพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดครับ เรากลับเห็นตำรวจระดับสูงบางท่านที่เคย ดำเนินการเป็น Hero ปราบปรามอาชญากรรมกลับมีข่าวเกี่ยวพันกับเครือข่ายเว็บพนัน และการฟอกเงินหลายพันล้านบาทเสียเอง ตกใจไหมครับ อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่าอาชญากรรม ไซเบอร์อีกต่อไปแล้วครับ ผมมองว่ามันเป็นอาชญากรรมในเครื่องแบบ เป็นกระบวนการ ที่มีคนในรัฐคุ้มกันคนร้าย แล้วประชาชนถามว่าจะหาความยุติธรรมเหล่านี้ จะหาคนที่ป้องกัน ป้องปรามเหล่านี้ได้จากที่ใดในสภาพที่เราเห็นอยู่อย่างนี้ กลับกันนะครับ หากมีคนที่เขา โทรศัพท์มาอ้างว่าเป็นตำรวจแล้วก็หลอกให้โอนเงิน ประชาชนก็เริ่มไม่รู้แล้วว่าตำรวจ ที่โทรศัพท์มาเป็นตำรวจจริงหรือตำรวจปลอม เพราะความแตกต่างในปัจจุบันแทบจะ เหมือนกันโดยสิ้นเชิง เมื่อคนขายข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลต่าง ๆ ก็เป็นข้าราชการ เมื่อคนเปิดบัญชีก็เป็นพนักงานธนาคาร แล้วเมื่อคนจับกุมดำเนินคดีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วประชาชนจะเหลืออะไรให้เชื่ออีกนะครับ เมื่อระบบตรวจสอบมันอ่อน การสอบสวนติดขัด โทษไม่สาสม คนดีไม่ถูกรักษา เราก็จะได้กระบวนการอาชญากรรมที่เติบโตอยู่ในเครื่องแบบ ของรัฐนั่นเอง และนี่คือเหตุผลที่ผมมองว่าทำไมเว็บพนันมันถึงโตเร็วกว่าเศรษฐกิจของไทย ทำไม Call Center ถึงยังหาตัวคนร้ายไม่ค่อยเจอ และทำไมความเชื่อมั่นของประชาชน ณ ปัจจุบันตกต่ำถึงที่สุดในรอบหลายสิบปี คำถามที่ผมอยากจะถามถึงไปยังรัฐบาลและ ผู้บังคับใช้กฎหมายว่าวันนี้เราพร้อมจะตอบพี่น้องประชาชนได้หรือยังว่าระบบยุติธรรมของไทย มันยังเชื่อถือได้อยู่หรือไม่ ประชาชนยังปลอดภัยภายใต้กฎหมายของรัฐหรือเปล่า ถ้าเจ้าหน้าที่ที่ควรปกป้องกลับกลายเป็นภัย ถ้าผู้บังคับใช้กฎหมายกลับอยู่ภายใต้อำนาจเงิน ของเหล่าอาชญากร ความยุติธรรมในประเทศนี้คงจะไม่หลงเหลืออะไรให้กับพี่น้องประชาชน ได้พึ่งพิงอีกนะครับ วันนี้ผมมาอภิปรายญัตตินี้ก็ไม่ได้ประณามเจ้าหน้าที่ทั้งหมด แต่เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่ดี ๆ ที่ยังทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเพื่อเตือนคนที่คิดจะทรยศต่อเครื่องแบบที่คุณใส่อยู่ว่า เมื่อท่านรับเงินพวกอาชญากรเหล่านี้แล้ว ท่านไม่ได้แค่ขายศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่ท่านกำลัง ขายความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเรียกร้องให้ รัฐบาลเร่งคืนความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและพิสูจน์ให้เห็นว่ากฎหมายของไทยยังมี ความศักดิ์สิทธิ์อยู่จริงครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ผมจะเรียก ๓ ท่าน เพื่อจะได้เตรียมตัวนะครับ จะเป็นท่าน ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย แล้วก็ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เตรียมตัวไว้นะครับ ต่อไปท่าน ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ผมขออภิปรายญัตติด่วนติดตามการประชุม ASEAN Summit เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินได้เข้าร่วมประชุม ASEAN Summit ครั้งที่ ๔๗ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ประชาชนโดยทั่วไปรวมถึงตัวผมเอง ต่างก็ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา แต่แล้วกลับมีเรื่องให้ต้อง ประหลาดใจ เมื่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศต่างก็ทราบในภายหลังว่าท่านกลับไปลงนาม ในบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล และประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ (Donald J. Trump) ทำให้ผมสงสัย และอยากทราบว่าเนื้อหาที่ท่านไปลงนามใน MOU นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ผมได้พยายาม ค้นในเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาล กระทรวง การต่างประเทศ ท่านประธานครับ ผมไม่พบข้อมูลใด ๆ แม้แต่นิดเดียวของเนื้อหา MOU ที่ไปลงนาม แต่ผมกลับไปพบจากการค้นข้อมูล ไปพบว่าเนื้อหาของ MOU ที่นายกรัฐมนตรี ของเราไปลงนามนั้นไปปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา ผมจึงขอ ตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลไทยจึงไม่เปิดเผยรายละเอียดของ MOU ฉบับนี้ จนผมต้องไป ค้นหาด้วยตัวเองแล้วไปพบรายละเอียดบนเว็บไซต์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านกลัวอะไร ท่านปกปิดอะไรอยู่หรือเปล่า ท่านกลัวว่าคนไทยจะรู้ความจริงอะไรบางอย่างหรือไม่ แร่แรร์เอิร์ธจริง ๆ แล้วใน MOU ใช้คำว่า Critical Mineral หรือแปลตรงตัวว่าแร่วิกฤติ แร่แรร์เอิร์ธเป็นศัพท์ใหม่ที่คนไทยเพิ่งจะรู้จัก ผมจำเป็นที่จะต้องเท้าความก่อนว่ามันคืออะไร แร่แรร์เอิร์ธก็คือกลุ่มโลหะหายาก ๑๗ ชนิด ที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ชั้นสูงของโลก ใช้ในการทำชิปคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า EV เรามาดูกันว่าทำไมสหรัฐอเมริกาจึงให้ความสำคัญแร่แรร์เอิร์ธถึงเพียงนี้ ไปดูได้ครับ ใน Energy Act หรือพระราชบัญญัติพลังงาน พ.ศ. ๒๕๖๓ ของสหรัฐอเมริกากำหนดให้ แร่แรร์เอิร์ธเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา มีห่วงโซ่อุปทานที่อาจจะเกิดการหยุดชะงักและมีบทบาทสำคัญในการผลิตสินค้า ซึ่งหากขาด แร่ธาตุเหล่านี้ไป แร่ธาตุเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นแร่แรร์เอิร์ธจึงเป็นสิ่งที่ประเทศมหาอำนาจต่างก็ต้องการมัน ในยุคปัจจุบันเพื่อเศรษฐกิจและเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ จากเดิมในยุคอดีตที่ประเทศมหาอำนาจ ต่างแย่งชิงน้ำมัน ตอนนี้เราเข้าสู่ยุคใหม่แล้วครับ ที่ประเทศมหาอำนาจต่างหันมาแย่งชิง แร่แรร์เอิร์ธกัน และเมื่อผมได้อ่านรายละเอียดใน MOU ฉบับนี้ พบว่าประกอบไปด้วย ๔ หัวข้อสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับแร่แรร์เอิร์ธคือวัตถุประสงค์ กรอบความร่วมมือ การแบ่งปันข้อมูล และการเริ่มต้น รวมถึงการสิ้นสุดของ MOU ฉบับนี้ วัตถุประสงค์ใน MOU ได้ระบุไว้ว่าเพื่อส่งเสริมการค้า และการลงทุน ผมพบคำว่าการส่งเสริมการค้าและการลงทุนไม่น้อยกว่า ๑๑ ครั้งใน MOU ฉบับนี้ กล่าวถึงผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจ การสกัด การแปรรูป การกลั่นตลอดจนการ Recycle และการนำกลับมาใช้ใหม่ของทรัพยากรแร่ธาตุที่มีความสำคัญ ในกรอบความร่วมมือได้ระบุ ใจความสำคัญไว้ ๕ ข้อ🔗
ข้อที่ ๑ การให้สิทธิแก่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นลำดับแรกในการลงทุน ตามกฎหมายภายในประเทศไทยในแร่แรร์เอิร์ธ เน้นย้ำนะครับ พูดถึงการลงทุนแต่ในประเทศไทย จะเห็นได้ชัดว่าสหรัฐอเมริกามีความพยายามที่จะกล่าวอ้างถึงกฎหมายภายในประเทศของเรา ซึ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ MOU ฉบับนี้มีอะไรบ้าง กฎหมายฉบับแรก พระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พุทธศักราช ๒๕๒๒ นั่นเอง ซึ่งได้ห้ามคนต่างด้าวประกอบ กิจการเหมืองแร่ที่กำหนดไว้ในบัญชี ๒ แต่ในมาตรา ๑๐ กลับได้ระบุว่าให้ยกเว้นการบังคับ ใช้กับกิจการที่รัฐบาลได้ทำสนธิสัญญา เดี๋ยวผมจะกล่าวในสนธิสัญญาต่อไปครับ แต่นี่ก็คือ หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลไปทำ MOU เพื่อไปยกเว้นข้อกำหนดบางประการในสนธิสัญญา ให้ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบกิจการเหมืองแร่ได้โดยที่ไม่ผิด โดยที่ไม่ขัดและโดยที่ไม่แย้งกับ พระราชบัญญัติประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ๒๕๒๒ กฎหมายฉบับถัดมา พระราชบัญญัติเหมืองแร่ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งในพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังมิได้มีการกล่าวถึงแร่แรร์เอิร์ธแต่ประการใด เราไปใช้กฎหมายแร่แรร์เอิร์ธเสมือนแร่ทั่ว ๆ ไป นับว่ากฎหมายที่เรามีนั้นเป็นกฎหมาย ที่ล้าสมัยไปเสียแล้วครับ จึงอยากให้รัฐบาลไปตรากฎหมาย ไปออกพระราชบัญญัติ โดยดูจาก พระราชบัญญัติ Energy Act หรือพระราชบัญญัติพลังงาน ๒๕๖๓ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการเขียนแร่แรร์เอิร์ธอยู่ในกฎหมายด้วย ผมเห็นว่าเราควรที่จะปรับปรุงกฎหมายของเรา ให้ทันสมัยเสียก่อน ก่อนที่จะไปดำเนินการหรือไปลงนามเรื่องแร่แรร์เอิร์ธกับประเทศมหาอำนาจ เฉกเช่นที่เป็นอยู่นี้ กฎหมายฉบับถัดมาก็คืออะไรครับ ประกาศพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวง พาณิชย์ ได้กำหนดไว้ชัดเจนเลยว่ากิจการ ๗ ประเภทที่ห้ามเลยครับ ห้ามประกอบกิจการเด็ดขาด ยกตัวอย่างเช่นที่เกี่ยวกับความมั่นคง โทรคมนาคม และที่พูดไว้ชัดเจนคืออะไร กิจการ ที่เกี่ยวกับทรัพยากรทางธรรมชาตินั่นเอง และผมกำลังจะเข้าสู่สนธิสัญญาในกฎหมาย ฉบับถัดไปคืออะไรครับ นักกฎหมายต่างรู้กันดี สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีนักกฎหมายเยอะ แต่สิ่งที่จะต้องพูดคืออะไร US-Thai Amity Treaty หรือสนธิสัญญาไมตรีความสัมพันธ์ ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายพิเศษ ลงนามกันที่กรุงเทพมหานคร ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๐๙ ยกเว้นให้พลเมืองอเมริกันเข้ามาถือหุ้น ในบริษัทที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายไทยของเรา สามารถถือครองหุ้นได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยที่ไม่ต้องไปขอใบประกอบธุรกิจคนต่างด้าวตาม พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจคนต่างด้าวเลย แม้แต่นิดเดียว การเซ็น MOU ฉบับนี้คือการเปิดประตูอีกบานหนึ่งให้กับประเทศมหาอำนาจ ใช่หรือไม่ ไปยกเว้นสิ่งที่เราเคยห้ามเขาว่าอย่ามายุ่งกับทรัพยากรธรรมชาติของเรา แต่วันนี้ เรากำลังเปิดช่องให้ประเทศมหาอำนาจที่ต้องการเข้ามาแสวงหาและแทรกแซงทรัพยากรธรรมชาติ ของเราใช่หรือไม่ เห็นได้ชัดใน MOU ระบุไว้ด้วยถ้อยคำที่สวยหรู การแลกเปลี่ยนทาง เทคโนโลยี การสนับสนุนและเพื่อความมั่นคงของทรัพยากรทางธรรมชาติ แต่ที่มันสอดไส้ อยู่ใน MOU ฉบับนี้คือความร่วมมือทางเศรษฐกิจและคำว่าการค้าและการลงทุน เลยเถิด ไปจนถึงใช้คำว่า Industry หรืออุตสาหกรรมแร่กันเลยทีเดียวใน MOU ฉบับนี้ วันนี้ ต้องอย่าลืมว่าจีนซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจในแร่หายาก ได้จำกัดการส่งออกแร่ไปยัง สหรัฐอเมริกาเพื่อตอบโต้มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาจึงมีความจำเป็น ที่จะต้องแสวงหาแร่หายากเพื่อไปใช้ในอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อเสถียรภาพทาง อุตสาหกรรมและการผลิตของสหรัฐอเมริกานั่นเอง🔗
กรอบความร่วมมือถัดมา ข้อที่ ๒ การประชุมร่วมกันที่ระบุไว้ว่าจะต้อง เป็นการประชุมร่วมกันเกี่ยวกับแร่ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง ๒ ฝ่าย ความร่วมมือ ได้แก่ ความร่วมมือทางธรณีศาสตร์ หรือ Geoscience มีการพูดถึงภาคเอกชน ไม่ใช่เฉพาะรัฐ แล้วนะครับ วันนี้เขาพูดถึงเอกชนแล้วว่าอยู่ภายใต้ความร่วมมือ MOU ฉบับนี้ บริษัท ห้างร้าน นิติบุคคลต่าง ๆ รวมถึงกระทั่งมหาวิทยาลัยและผู้มีส่วนได้เสียก็ได้กำหนดไว้ใน MOU ฉบับนี้ ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเซ็น MOU ฉบับนี้ ภาคเอกชนต่างก็ไม่รู้เรื่องเลย ถ้าท่านจะลงนามแบบนี้ผมแนะนำให้ท่านไปปรึกษาภาคเอกชนก่อนดีไหมครับ🔗
กรอบความร่วมมือถัดมา ข้อที่ ๓ มีการพูดถึงความร่วมมือตั้งแต่ระดับ รัฐบาลกลางของประเทศไทยไปจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วทั้งประเทศ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง มีการกล่าวถึงการอนุญาตตั้งแต่ระดับรัฐบาลกลางไปสู่ท้องถิ่นชัดเจนเลยครับ เขาต้องการ ล้วงลูกเข้ามาในประเทศไทย ต้องการเข้ามาแสวงหาทรัพยากรทางธรรมชาติ ลามไปถึง หน่วยงานต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศ🔗
กรอบความร่วมมือในข้อที่ ๔ ข้อนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นอีกครับ สหรัฐอเมริกา ต้องการให้ไทยเปิดเผยข้อมูลที่เข้าประมูลงานโครงการต่าง ๆ เกี่ยวกับแร่หายาก หรือพูดง่าย ๆ สหรัฐอเมริกากำลังจะบอกเราว่าหากใครก็ตามที่สนใจจะประมูลโครงการที่เกี่ยวกับการทำแร่ ภายใต้ MOU ฉบับนี้จะต้องแจ้งสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก มันคืออะไรครับ และต้องแจ้ง โดยเร็ว🔗
กรอบความร่วมมือข้อสุดท้ายคือข้อที่ ๕ สหรัฐล้วงลูกเราอีกแล้วครับ ขอเป็น ผู้กำหนดราคาแร่เลยทีเดียว อยู่ใน MOU ข้อที่ ๕ ไปเปิดดูได้เลยครับ การควบคุมตลาดแร่ อย่างเบ็ดเสร็จ รวมไปถึงการกำหนดมาตรฐานหรือคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาประกอบ กิจการในอุตสาหกรรมแร่หายากนั่นเอง ถือว่าเป็นการกินรวบทรัพยากรของประเทศไทย🔗
ดังนั้นแล้วท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดเถอะครับ ท่านมีทีมงานที่ปรึกษา เยอะแยะมากมาย ท่านให้สัมภาษณ์ว่า MOU ยกเลิกได้ แปลว่าท่านอาจจะไม่ได้อ่าน MOU ทั้งฉบับหรือไม่ก่อนที่ท่านจะลงนาม ซึ่งได้ระบุไว้ในข้อที่ ๔ และข้อที่ ๕ การเริ่มต้นและ การสิ้นสุดของ MOU เป็นการตบท้ายทางด้านการใช้ภาษาทางกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ในการรักษาสิทธิของสหรัฐ เอื้อสิทธิให้กับตัวเองว่าอะไรก็ตามที่ทำไปแล้วภายใต้ MOU นั้น ยกเลิกไม่ได้ หมายความว่าเมื่อไรก็ตามที่สหรัฐอเมริกาเข้ามาประกอบกิจการเหมืองแร่ แรร์เอิร์ธเราไปยกเลิกเขาไม่ได้แล้วนะครับ มีตัวอย่างเห็น ๆ กันอยู่ครับ เหมืองทองอัครา ที่ทุกวันนี้เรายังไม่รู้ชะตากรรมของประเทศไทยว่าเราจะต้องสูญเสียอะไรบ้าง เมื่อใดก็ตาม ที่อนุญาโตตุลาการประเทศสิงคโปร์อ่านคำชี้ขาด ที่เลื่อนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๗ ครั้ง ผมจึงขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล พิจารณาครับ จะไปปรับปรุงแก้ไข MOU หรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วว่าหากมันทำให้เราเสียเปรียบขนาดนี้ยกเลิก MOU ฉบับนี้ไปเลยครับ🔗
สุดท้ายแล้วครับ ผมยังมีเรื่องคาใจอยู่อีกเรื่องหนึ่ง สั้น ๆ ครับ หลังจากที่ท่าน กลับมายังประเทศไทยท่านได้กล่าวว่าไทยไปล้ำพื้นที่ฝั่งกัมพูชา การที่ท่านพูดแบบนี้ทำให้ กัมพูชาสามารถที่จะตั้งคำถามกลับมาที่เราได้ทันทีว่าเราหรือประเทศไทยไปล้ำแดนเขา ตรงไหน ท่านจะตอบได้หรือครับท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน คำพูดของท่านอาจถึงขั้นทำให้เรา เสียดินแดนหรือเปล่าครับ คนไทยเจ็บปวดจากการฟังคลิปของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา แต่การพูดพล่อย ๆ ของท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันอาจจะเป็นเหตุให้เราเสียดินแดน ผมรู้สึกว่ามันแย่กว่าอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ผ่านมาเสียแล้วอีกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วน เรื่อง แนวทาง การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณา ท่านประธานครับ สิ่งที่มาควบคู่กับ Scammer หรือมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ก็คือเว็บพนัน จากข้อมูลพบว่ามีคนไทยเล่นการพนัน ออนไลน์ปีหนึ่ง ๔-๕ ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีมีนักพนันออนไลน์หน้าใหม่กว่า ๗๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและ ผู้ที่เริ่มทำงาน มีการสำรวจพบว่าเงินทุนหมุนเวียนของการพนันออนไลน์มีสูงนับแสนล้านบาท ท่านประธานครับ การเติบโตของพนันออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกปี เนื่องจากเทคโนโลยี การสื่อสารมีความก้าวหน้า สามารถใช้อุปกรณ์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น เว็บพนันมีการตลาดที่ดีโดยมีการแจกเงินให้ก่อน มีการใช้ Influencer ทาง Social มาโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงว่าเล่นแล้วรวย ได้เงินง่าย ทำให้ประชาชนเกิดความโลภ บางคนทดลองเล่นแล้วก็ติดต้องหาเงินมาเล่นต่อ อีกทั้งเว็บไซต์การพนันยังเชื่อมโยงกับเว็บโป๊ ลามก อนาจาร เว็บไซต์กีฬา และความบันเทิงอื่น ๆ เพื่อจูงใจให้ประชาชนมาลงทุนเล่น บางคนบอกว่าคนไทยกับการพนันเป็นของคู่กัน คนที่ไปเล่นสมัครใจเล่นเอง แต่โทษภัยของ การพนันออนไลน์หรือบ่อนในอากาศได้สร้างความเสียหายในทุกด้าน ทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของต่างประเทศ เกิดปัญหาตั้งแต่ระดับครอบครัว ไปจนถึงความเสียหายในระดับประเทศ เกี่ยวโยงโดยตรงกับการหลอกลวงทางไซเบอร์อื่น ๆ เพราะเป็นกระบวนการเดียวกันทำให้เกิดการค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมอื่น ๆ ที่ใดมีบ่อนที่นั่นมีค้าประเวณี มียาเสพติด มีการทะเลาะวิวาท แล้วสิ่งที่สำคัญตอนนี้ได้ลุกลาม มาสร้างปัญหาทางการเมืองโดยการนำเงินสกปรก เงินเทาเหล่านี้มาซื้อเสียงเลือกตั้ง สร้างเครือข่ายทำเป็นผู้มีอิทธิพลทั้งในระดับท้องถิ่นและการเลือกตั้งระดับประเทศ รวมถึง การนำเงินเทาเหล่านี้มาสนับสนุนพรรคการเมือง ล่าสุดมีข้าราชการตำรวจระดับสูงสุดคืออดีต ผบ.ตร. ถูกชี้มูลว่ารับส่วยเว็บพนันออนไลน์พร้อมตำรวจอีกกว่า ๒๐๐ นาย จึงเป็นคำถามว่า ปัญหานี้ใหญ่ขนาดไหน เป็นปัญหาที่ใหญ่พอหรือยัง ท่านประธานครับ เว็บพนันออนไลน์ มียอดกำไรมหาศาล มีรายได้เข้าทุกวินาที การพนันบางประเภท เช่น การปั่น Slot เป็นการ หลอกลวงเพราะมีการล็อกผล ใช้ Bot ใช้โปรแกรมมาช่วย ใครเล่นมีแต่เสีย เงินจำนวน มากมายมหาศาลของเว็บพนันถูกนำมาฟอกให้เป็นเงินที่ขาวสะอาดผ่านวิธีการต่าง ๆ ในอดีต นำไปแปลงเป็นทรัพย์สิน Crypto เงินสกุลดิจิทัล ซื้อบ้าน ที่ดิน รถยนต์ นาฬิกา พระเครื่อง เครื่องประดับของ Brand Name ที่มีราคาสูง ราคาแพง หรือซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบการฟอกเงินใหม่เพราะการเก็บทรัพย์สินแบบเก่าไม่ปลอดภัย เมื่อถูกหน่วยงานตรวจสอบขึ้นมา อีกทั้งยังเคยมีข่าวว่าโจรปล้นโจรกันเอง จะแจ้งความ ก็ไม่ได้ ทำให้ตอนนี้มีการฟอกเงินของพวกเว็บพนันออนไลน์เปลี่ยนมาเป็นผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจแทน ธุรกิจยอด Hit ก็มีการพัฒนาที่ดิน บ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ ลงทุน อสังหาริมทรัพย์ เพื่อขายหรือเช่า การเปิดร้านอาหาร Resort โรงแรม Pool Villa สถานบันเทิงครบวงจรที่จัด Pro ล่อใจนักท่องเที่ยวได้ทั้งปี โดยธุรกิจเงินเทาเหล่านี้ไม่ได้หวัง กำไรอะไรมากมาย หวังแค่ต้องการทุนคืน หรือกำไรนิดหน่อยกลับมาเป็นเงินขาวทำให้ธุรกิจ มีต้นทุนที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการรายอื่น บางธุรกิจผู้ประกอบการที่ใช้เงินบริสุทธิ์ลงทุนสู้ไม่ได้ ต้องเลิกกิจการ ธุรกิจทุนเทาเกิดการผูกขาด ไม่มีการแข่งขันในบางพื้นที่ ซ้ำร้ายกว่านั้น หากมีเกณฑ์ที่ต้องจ่ายภาษีก็จะเลี่ยงไปบริจาคให้วัด หรือองค์กรสาธารณะแทน นอกจาก จะได้ฟอกขาวให้เงินแล้วยังเป็นการฟอกตัวเองให้ขาวอีกด้วย การทำธุรกิจเพื่อฟอกเงินเทา ในทั่วประเทศถามว่าเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐรู้ไหม ทราบไหมว่าเงินที่นำมาลงทุนเป็นเงินอะไร ตอบว่าทุกท้องที่รู้หมดเลยครับ เพราะว่าธุรกิจเขาทำแบบเปิดเผยไม่ได้หลบซ่อนอะไร แถมเจ้าหน้าที่ยังคอยช่วยบริการ คอยอำนวยความสะดวกด้วยเพราะเงินดีมีการจ่ายกันเป็น รายเดือน นั่นแสดงว่าการจัดการปัญหานี้ไม่สามารถใช้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จัดการได้ เป็นโจทย์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องจัดหาวิธีการจัดการการฟอกเงินโดยเว็บพนันออนไลน์นี้ อย่างจริงจัง โดยอาศัยเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางหรือหน่วยเฉพาะกิจ ไม่ใช่มาออกข่าวสร้างภาพ แสดงปาหี่ว่าเป็นวาระแห่งชาติกำลังจัดการปัญหานี้อยู่ แต่ยังไม่มีการจัดการเป็นรูปธรรม ในการจัดการการฟอกเงินจากเว็บพนันสักอย่างเลยนะครับ ไม่รู้ว่าตอนนี้เว็บที่เปิดใหม่ จะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่จับได้หรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ ณ ขณะนี้เลยผมลอง Search คำว่า VEGUS168 หรือ JUAD888 ใน ตระกูล 888 999 168 อะไรนี่นะครับ ท่านประธานลองกดดูได้นะครับ ขึ้นมาเป็นภาษาไทย ชัดเจนเลยว่ามีการให้เลือกเล่นการพนันหลากหลายรูปแบบ มีการโฆษณาชวนเชื่อว่าจ่ายเร็ว จ่ายครบ เป็นช่องทางการพนันออนไลน์ชั้นนำเลยนะครับ บางเว็บโฆษณาอย่างนั้น สะดวก ปลอดภัยแน่นอน แถมยังบอกว่าได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ถูกต้องด้วย บอกขนาดนี้เลยนะครับ นี่แค่ลอง ๑ เว็บ ๑ ตัวอย่าง กดปุ๊บเจอปั๊บเลยนะครับ ถามว่ากระทรวงดีอี ตำรวจไซเบอร์ DSI ปปง. รู้ไหมว่ามีเว็บพนันเหล่านี้เป็นร้อยเป็นพันเว็บที่เข้าถึงได้ง่ายครับ🔗
สุดท้ายครับ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินพูดแล้วทำจัดการปัญหา Scammer เว็บพนันออนไลน์ จัดการยึดทรัพย์ การฟอกเงินด้วยเงินเทาตาม Slogan ของท่านด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เดี๋ยวหลังจากท่านธิษะณาแล้ว ก็จะเป็นท่านนิติพล ผิวเหมาะ ท่านยอดชาย พึ่งพร ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เตรียมตัวนะครับ ต่อไปเชิญท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคประชาชน อย่างที่ท่านประธานทราบนะคะ ดิฉันอยากจะพูดถึง MOU แรร์เอิร์ธ แล้วก็ อภิปรายสนับสนุน สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เกี่ยวกับ MOU แรร์เอิร์ธ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน แล้วก็เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไทย ขอสไลด์ขึ้นด้วยค่ะ🔗
ซึ่งประเทศไทยเป็น ประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพสูงในการผลิตแรร์เอิร์ธค่ะ จากตารางท่านจะเห็นว่าประเทศไทย เป็นอันดับ ๖ ของประเทศที่ผลิตแรร์เอิร์ธได้สูงที่สุดในโลก ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มี บริษัทที่ทำเหมืองแร่แรร์เอิช์ธเป็นหลัก เนื่องจากยังไม่ค้นพบแหล่งแร่ที่มีความหนาแน่น มากพอสำหรับการดำเนินกิจการในเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตามมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ ห่วงโซ่อุปทานของแร่หายากส่วนอื่น ๆ ได้แก่ ๑. บริษัทที่แปรรูป เช่น บริษัทลูกของ Neo Performance Material ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติแคนาดา มีโรงงานในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อผลิตแม่เหล็กถาวรสำหรับใช้ในรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์หรือว่ารถ EV และอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ไทย ซัสโก้ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการลงทุนของแร่ดีบุก และ ๒. บริษัทที่กำลัง ศึกษาความเป็นไปได้หรือทำ Research เช่น ไรท์นา แรร์เอิร์ธ บริษัทจากออสเตรเลียค่ะ ซึ่งกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในโรงงานแปรรูปในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีค่ะ แล้วก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการสกัดแร่โคลัมไบต์-แทนทาไลต์ ซึ่งมีแร่หายากผสมอยู่ หน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทรัพยากรธรณีวิทยา อย่างเช่นที่ท่าน สส. เลาฟั้ง ได้พูดก่อนหน้านี้ ที่ทำการสำรวจและแหล่งแร่หายากทั่วประเทศ แม้ว่าอุตสาหกรรมแรร์เอิร์ธจะยังไม่ได้เป็น อุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนประเทศไทย แต่ก็เห็นได้ว่าประเทศไทยมีการใช้ประโยชน์ ทางเศรษฐกิจจากแรร์เอิร์ธ จากบริษัทที่มีบริษัทที่ผลิตและส่งออกแรร์เอิร์ธอยู่ ซึ่ง MOU ฉบับนี้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินได้เซ็นไปแล้ว อาจส่งผลกระทบถึงบริษัทเหล่านี้และโอกาสในการ เข้ามาดำเนินกิจการกับแร่แรร์เอิร์ธ ท่านประธานคะ การที่เราไปลงชื่อใน MOU แรร์เอิร์ธนั้น ส่งผลกระทบที่ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสดังต่อไปนี้🔗
๑. เสียเปรียบในการแข่งขัน หากไทยเรายังขาดความพร้อมทางด้านกฎหมาย และศักยภาพในการเจรจาต่อรอง ไทยอาจถูกใช้เป็นเพียงฐานการผลิตหรือทางผ่านสำหรับ แร่หายาก ทำให้ไม่ได้ส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ และเป็นเพียงผู้ส่งออกวัตถุดิบ หรือที่เขาเรียกว่า Raw Material ซึ่งอยู่จุดต่ำสุดของ Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่สินค้าที่ผ่านการแปรรูปหรือเพิ่มมูลค่าทางการตลาดแต่อย่างใด แต่เป็นการส่งทรัพยากร เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรที่ไม่สามารถผลิตใหม่ได้แล้ว หรือเขาเรียกว่า Unrenewable Resource หมากตัวสำคัญของทรัพยากรทางธรรมชาติและยุทธศาสตร์ ทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศมหาอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นกรณี MOU แรร์เอิร์ธ ที่เป็นที่จับตาในขณะนี้ และเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ ประเทศจีนและสหรัฐในเกมยุทธศาสตร์การยึดครองทรัพยากรในประเทศที่กำลังพัฒนา หรือที่เขาเรียกว่า Level Developed Country หรือว่า LDC ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการลงทุนของประเทศจีนในรัฐฉาน แม่น้ำกก และการเซ็นสัญญา MOU ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทยนะคะ ซึ่งเป็นที่โจษจันว่าเป็นการผูกขาดทรัพยากรทางธรรมชาติ ท่านประธานคะ แม้ว่า MOU ของเรา จะไม่มีลำดับศักดิ์ที่เป็นสนธิสัญญาพหุภาคีและไม่มีผลผูกพันระบุไว้ว่าเราสามารถยกเลิกได้ ผ่านการส่งหนังสือถึงเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจากสหรัฐอเมริกาแต่ท่านต้องอย่าลืมว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาศาล ที่มีหนทางอื่น ๆ ในการกดดันนโยบายเชิงเศรษฐกิจ กับประเทศไทยให้ทำตาม MOU ที่เขาเคยทำมาแล้ว ตัวอย่างเช่น การตัดสินค้าบางชนิด ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน เช่น เกษตรกรรายย่อยผู้ผลิตวัตถุดิบและผู้ประกอบการ ในรูปแบบการแปรรูปและการขึ้นกำแพงภาษีอีกเป็นต้นค่ะ คุณฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อาจารย์ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กางเอกสาร USGS แล้วระบุว่าไทยสำรอง แร่แรร์เอิร์ธถึง ๔.๕ พันตัน แต่ปีที่แล้วผลิตได้ ๑.๓ หมื่นตัน ตั้งข้อสังเกตว่าเหมืองที่รัฐฉาน ทำสิ่งแวดล้อมที่แม่น้ำกกพังพินาศ แล้วก็คงถูกส่งมาแปรรูปให้ส่งออกในนามประเทศไทยค่ะ ท่านมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะผลักดันนโยบายแร่พร้อมกับปกป้องสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันค่ะ🔗
๒. คือความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่นในรูป เราก็จะเห็นในข่าว เต็มไปหมด มีทั้งปลาติดเชื้อ คนป่วยไข้จากมลพิษหรือมลภาวะของแร่แรร์เอิร์ธ ของเหมือง แรร์เอิร์ธ ในลุ่มแม่น้ำโขงและลุ่มแม่น้ำกกของเมียนมา ขยายไปทางลาว แล้วก็กิจกรรม การทำเหมืองแรร์เอิร์ธเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบกับประชากร มากกว่า ๑.๒ ล้านคน ที่ประกอบอาชีพตามแนวลุ่มแม่น้ำกกและประชากรเกือบ ๖๕ ล้านคน ที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ที่พึ่งพาแม่น้ำและทรัพยากรธรรมชาติ อันสมบูรณ์เพื่อดำรงชีวิต ดังนั้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องรักษา สิ่งแวดล้อมเพราะประชากรจำนวนมากและหนาแน่นที่อาศัยอยู่ลุ่มแม่น้ำกกและลุ่มแม่น้ำโขง วิกฤติครั้งนี้สามารถทำลายเศรษฐกิจในท้องถิ่นซึ่งพึ่งพาทางการเกษตรและการท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นหายนะของสิ่งแวดล้อมกันเลยทีเดียวค่ะ ความต้องการของธาตุ หายากที่ไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งปัจจุบันพบในรถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม สมาร์ตโฟนและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย กำลังดึงกิจกรรมการทำเหมืองที่ไร้การควบคุม เข้ามาสู่พื้นที่เล็ก ๆ ในลุ่มแม่น้ำโขง ของเมียนมา สารพิษที่ไหลออกจากเหมืองเหล่านี้ก่อมลพิษให้แม่น้ำข้ามพรมแดนไหลจาก เมียนมาสู่ประเทศไทย ไหลลงสู่แม่น้ำโขงสายหลักกระทบคนกว่า ๖๐ ล้านคน หลายประเทศ ในประเทศอาเซียนได้รับผลกระทบค่ะ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่ต้อง เป็นห่วงค่ะ พวกเขาเหล่านี้จะไม่สามารถทำการประมงได้ ผลผลิตทางการเกษตรจะถูกกีดกัน ไม่ให้จำหน่ายในตลาดในประเทศไทยและทั่วโลก เพราะกังวลว่าจะปนเปื้อนกับสารพิษ ที่เกิดจากเหมืองแร่ค่ะ นักเคลื่อนไหวแล้วก็นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นกล่าวว่าหากรัฐบาล ไม่ดำเนินการโดยเร่งด่วน บางคนสงสัยว่าอาจจะมีการปกปิดข้อมูลเพราะกระบวนการการ ทำเหมืองมีความเป็นพิษสูงและฉีดน้ำผสมปุ๋ยหรือกรดลงในเนินเขาที่ถูกตัดไม้ทำลายป่า ทำให้เกิดของเหลวเหนียวข้นสะสมอยู่แอ่งน้ำด้านล่างเพื่อแยกวัตถุดิบแรร์เอิร์ธออกจากกัน และแม่น้ำที่ถูกดูดกลับส่งไปในแม่น้ำท้องถิ่นที่ปนเปื้อนโลหะหนัก สารเคมีต่าง ๆ สารปรอท แคดเมียม สารหนู จากบทความล่าสุดของ BBC ก็ชี้ให้เห็นว่า ๑ ตันของแร่แรร์เอิร์ธที่ผ่าน กระบวนการจะมีของเสียอันตรายเกิดขึ้นถึง ๒,๐๐๐ ตัน🔗
และ ๓. MOU ดังกล่าว ถูกมองว่าเป็นการเลือกข้างระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่ง ๒ มหาอำนาจหลักในอุตสาหกรรมแร่หายากหรือแรร์เอิร์ธ หากท่านได้ติดตามข่าวสาร ก็จะเห็นว่ากรณีแรร์เอิร์ธเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างประเทศสหรัฐ กับจีน แล้วเราก็ไปเซ็นสัญญา MOU กับสหรัฐแล้ว แล้วก็หักจีนโดยที่ไม่มีมหาอำนาจอื่น ๆ แม้กระทั่งสหภาพยุโรป จีน รัสเซีย อยู่ในเวทีที่ประชุม ดังนั้นข้อมูลที่นำเสนอไปแล้วมีการ ออกมาตรการกีดกันการส่งออก เป็นคุณค่าที่ระดับอเมริกาทนอยู่เฉยไม่ได้ต้องเดินสายทำ MOU แร่เอิร์ธกับหลายประเทศเพื่อแก้ห่วงโซ่อุปทาน และไทยจะไม่สามารถรักษาสมดุล ความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง ๒ ประเทศได้ และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาจีนค่ะ🔗
๔. ข้อสุดท้ายแล้วค่ะ นักวิชาการบางส่วนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่า MOU ฉบับนี้ ให้สิทธิกับสหรัฐอเมริกาในการเข้าถึงข้อมูลและโอกาสในการลงทุนก่อนการตรวจสอบแร่ ก่อนประเทศอื่น ทำให้ไทยเสียอำนาจต่อรองในการควบคุมและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นของคนทั้งประเทศ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิติพล ผิวเหมาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน This MOU is not legally binding คำนี้เป็นคำที่ผมอนุมานว่าน่าจะอยู่ใน MOU ฉบับนี้ เพราะอะไร ถึงบอกว่าอนุมานครับ เพราะว่ายังไม่มีใครเคยเห็น MOU ฉบับจริง ๆ ฉบับนี้เลย แปลความ ง่าย ๆ ก็คือว่า MOU ฉบับนี้ไม่มีผลผูกพันทางด้านกฎหมาย ไม่มีผลผูกพันด้านกฎหมาย แล้วมีผลผูกพันธ์ด้านอื่นหรือเปล่า แน่นอนว่าทางการทูต ทางการเมืองระหว่างประเทศ ๒ เรื่องนี้มีผลผูกพันแน่นอน ไม่อย่างนั้นไม่มาเซ็นกันเฉย ๆ แบบนี้หรอกครับ ถ้าสมมุติ เฉย ๆ ว่ามีการสำรวจแร่แรร์เอิร์ธจริง ๆ แล้ว ปรากฏว่ามี ไทยเราบอกว่าไม่สนใจแล้ว ฉีก MOU ฉบับนี้ ผลที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ เราได้คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นหรือเปล่า ในระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งในด้านการทูต ทั้งในด้านการค้า ทั้งในแง่ของคนไทยที่อยู่ต่างแดนก็ตามที ที่ผมตั้งข้อสังเกตแบบนี้ถึงความ ไม่โปร่งใสและเราไม่เห็นใน MOU ยกตัวอย่างที่ต่างประเทศครับ เคยมีการทำ MOU ในระหว่างประเทศอังกฤษกับประเทศจีนด้านเทคโนโลยี แต่ก็มีการยกเลิก MOU ฉบับนี้กัน ผลกระทบคืออะไร ผลกระทบก็คือความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจชะลอตัวเลยครับ ในประเทศอังกฤษกับประเทศจีนตอนนี้ชะลอตัวเลย นี่คือผลกระทบของการยกเลิก MOU แล้ว MOU ฉบับนี้ที่เกี่ยวกับแร่แรร์เอิร์ธไม่มีความชัดเจนครับ แต่สิ่งที่เราพอจะรู้ได้ อันนี้คืออ่าน จากข่าวมานะ ดูแล้วแน่ ๆ เลยก็คือว่าทางสหรัฐอเมริกาเองเขาต้องการที่จะ เรียกว่าลดความเสี่ยง ในการที่จะต้องพึ่งพาจีน เพราะแร่แรร์เอิร์ธ จีนเป็นผู้ผลิตอันดับหนึ่ง ๔๐ กว่าล้านตัน เขาก็ต้องสร้างความร่วมมือใหม่ หาแหล่งผลิตแหล่งอื่นที่สามารถผลิตแร่แรร์เอิร์ธให้ส่งกลับ ทางสหรัฐอเมริกาได้ ทีนี้ผมก็เลยไปดูต่อว่าแล้วแร่แรร์เอิร์ธในประเทศไทยมันมีมากน้อย ขนาดไหน ก็ได้แผนที่ทางธรณีวิทยามา ตอนที่ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณก็เคยขอแผนที่ ทางธรณีวิทยามา ผมชี้ให้ท่านประธานดู แร่แรร์เอิร์ธจะอยู่ในโซนที่เป็นพื้นที่สีชมพูแล้วมี เครื่องหมายบวกอยู่ ในโซนภาคเหนือด้านนี้เป็นสีชมพูแถบนี้แล้วมีเครื่องหมายบวกอยู่ครับ ในพื้นที่ทางเหนือบ้านผม เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ยาวมาแถบนี้ มันอยู่ในไหนครับ อยู่ในหินอัคนี ที่เป็นสีชมพูแล้วบวก ๆ นี่คือหินอัคนีที่มีแร่แรร์เอิร์ธอยู่ในหินอัคนี หินเหล่านี้ ไม่ใช่หยิบมาแล้วบิด บิด บิด ออกมาเป็นแร่แรร์เอิร์ธเลย ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันหายาก เพราะฉะนั้นเขาต้องระเบิดภูเขาของพื้นที่ทางเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ป่าไม้ เป็นพื้นที่ที่ขายการท่องเที่ยวนะครับ ขายการท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวธรรมชาติ เราต้องไป ระเบิดภูเขาแถบนี้แล้วสกัดมันออกมา ใช้อะไรสกัด กรด สารเคมี พอสกัดออกมาเป็นน้ำ ไหลลงสู่แหล่งน้ำ ไหลไปที่ไหนก็ไปอยู่ตรงนั้นละครับ ปลายทางของน้ำอยู่ตรงไหนก็ไปถึงตรงนั้น ระเบิดภูเขา ตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม ตรงนี้ครับ สิ่งที่มันออกมาทางอากาศก็เป็นฝุ่น แล้วพื้นที่ทางภาคเหนือ เป็นพื้นที่ที่มี PM2.5 ติดอันดับ TOP5 ของโลกมาตลอดทุก ๆ ปีครับ มีการวิจัยก็บอกแล้วว่า PM2.5 ทำให้คนพื้นที่อายุสั้นลง ๔ ปี ถ้าเทียบกับพื้นที่อื่น นี่คือผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม มันอยู่ในอากาศ มันอยู่ในน้ำ ท้ายที่สุดไปไหน มันก็เข้าสู่ตัวเรานี่ละครับ เข้าสู่ตัวผม เข้าสู่ ท่านประธาน เข้าสู่พื้นที่ของเพื่อนท่านสมาชิกทุกคน หายใจเข้าไป ดื่มน้ำเข้าไป มันเข้าไปสู่ ตรงนี้ทั้งหมดครับ เท่านั้นยังไม่พอ มีงานวิจัยครับ มีงานวิจัยจาก Nature Communication ที่มีการวิจัยไว้แล้วว่า การทำเหมืองแร่ในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กระทบโดยตรง ต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่า แล้วที่ผมบอกว่าพื้นที่ต้องกังวลไปดูในพื้นที่ผืนป่าตะวันตกครับ ผืนป่าตะวันตกบริเวณแถบ กาญจนบุรี แถบกาญจนบุรีก็มีพื้นที่เช่นเดียวกัน เป็นพื้นที่ที่มีหินดีบุกเช่นเดียวกัน บริเวณ แถบกาญจนบุรีซึ่งมีปัญหาเรื่องช้างป่า แล้วท่านประธานลองนึกภาพ ระเบิดอีกแล้วตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม แถบกาญจนบุรี แถบพื้นที่ของผืนป่าตะวันตก ช้างป่าที่ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ แล้วทุกวันนี้ จะทำอย่างไร ถ้ามีการต้องไปทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่ของผืนป่าตะวันตก ช้างมีความ Sensitive ในการรับฟังมาก ๑๕๐ กิโลเมตรที่ช้างเขาได้ยินเสียง แล้วท่านประธานลองนึกภาพดู ในผืนป่าตะวันตกที่มีความอุดมสมบูรณ์ แต่ระเบิดภูเขาทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน ปัญหาช้างป่า จะยิ่งหนักกว่าเดิม แก้ไขกันไม่ได้เลย แล้วพื้นที่ที่มีหินอัคนีก็กระจายอยู่ตั้งแต่เหนือไล่ลงมา ทางใต้ก็มีจากในแผนที่ แต่ว่าอาจจะมองไม่ชัด แต่ว่าทางใต้ก็มี นี่เป็นแผนที่ทางธรณีมันอาจจะ เก่าหน่อยในปี ๒๕๔๒ แต่ผม Check ข้อมูลกับนักธรณีวิทยามาแล้วว่า พื้นที่ของหินอัคนี ไม่ต่างจากนี้เท่าไร นี่คือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรงที่จะกระทบกับประเทศไทย กับ MOU ที่ไม่มีความชัดเจนฉบับนี้ สิ่งที่ผมกังวลเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลเราจะบริหาร MOU ของแร่แรร์เอิร์ธนี้อย่างไร เพราะถ้าประเทศไทยจะเป็น ๑ ในผู้เล่นที่เรียกว่าเป็นผู้ผลิต แร่แรร์เอิร์ธ เป็นแร่ที่หายากนะครับ คนไทยได้ประโยชน์อะไร ไทยเราจะเป็นเจ้าของ เทคโนโลยีในการผลิตแร่แรร์เอิร์ธนี้หรือเปล่า หรือเราจะเป็นแค่คนงานในเหมือง คนไทย จะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาหรือเปล่านะครับ หรือประเทศไทยเราจะเป็นแค่ศูนย์กลาง ในการทิ้งของเสียจากกระบวนการผลิตแร่แรร์เอิร์ธ เป็นคำถามที่ต้องฝากให้กับท่าน นายกรัฐมนตรีช่วยตอบกับสังคม แล้วเอา MOU ฉบับจริงมาเผยแพร่ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านยอดชาย พึ่งพร ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเมืองพัทยา เทศบาลเมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรี ผู้แทนเมืองท่องเที่ยวระดับโลก พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายญัตติด่วนนี้ ขอเรียกสั้น ๆ ว่าญัตติด่วน Scammer แล้วกันนะครับ ในฐานะ ที่ผมเป็นผู้แทนเมืองท่องเที่ยว ที่ตอนนี้สังคมเชื่อว่าเป็นแหล่งรวมของพวกสีเทา แหล่งรวม ของพวก Scammer Call Center ไม่ว่าจะเป็นในการมาท่องเที่ยวก็ดี หรือมาลงทุนทำธุรกิจก็ดี การฟอกเงินผ่านธุรกิจต่าง ๆ นั้น แม้จะเกิดจากคนบางกลุ่มที่ใช้ช่องทางเหล่านี้เพื่อประโยชน์ ส่วนตัว แต่ผลกระทบที่ตามมามันกระทบเป็นวงกว้างครับ วิธีการฟอกเงินผ่านสถานบันเทิง จากพวกทุนเทาต่างชาติ ส่วนมากพวกนี้จะเป็นพวกระดับ Boss ได้เงินจากการหลอกลวง พี่น้องประชาชนมาจากทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศเราก็โดนไปไม่ใช้น้อย ด้วยขบวนการแก๊ง Call Center เงินจำนวนมากก็ถูกขนเข้ามายังประเทศไทยเพื่อฟอกผ่านธุรกิจต่าง ๆ เช่น ธุรกิจพระเครื่อง เต็นท์รถมือสอง แต่ถ้าเป็นเขตบ้านผมนะครับ ก็สถานบันเทิง วันนี้ผมจะมาอภิปรายการฟอกเงินผ่านธุรกิจสถานบันเทิง เมื่อทุนเทาต้องการฟอกเงิน ก็จะติดต่อกับไทยเทา ไทยเทานี่ละครับตัวร้ายของประเทศเราเลย ถ้าไม่มีไทยเทาพวกนี้ ประเทศเราจะไม่เสียหายถึงขนาดนี้แน่นอนครับ ไทยเทาพวกนี้จะทำตัวเป็นสื่อกลางเป็น ตัวการคอยประสานทุกอย่าง เช่นจัดหา Nominee คนไทยมาเปิดบริษัทหรือเปิดห้างหุ้นส่วน จำกัด ร่วมกับ Boss Scammer จะเรียกชื่อว่า Boss Scammer นะครับ พอได้ชื่อบริษัทแล้ว ก็จากการใช้เงินที่เรียกว่าเงินลงทุน แต่ที่จริงแล้วคือเงินของ Boss Scammer Nominee ใช้แต่ชื่อ บ้างก็เป็นลูกจ้างของ Boss ไทยเทาในบริษัท เป็นตาสีตาสา ยายมาป้ามีที่ก็แอบ โดนเอาบัตรประชาชนมาใช้ บางรายไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำไป ทีนี้ก็ดำเนินการก่อสร้างสถานบันเทิง หรูหราหลายสิบล้านบาท สถานบันเทิงที่ว่านี้ก็เปิดให้บริการ ทีนี้ผมจะเล่าถึงว่าเขาฟอกเงิน กันอย่างไร การฟอกเงินผ่านสถานบันเทิงมันมีหลายวิธีครับ แต่ผมจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ คือการให้เหล่าตี๋น้อยตี๋ใหญ่ เครือข่ายของ Boss Scam ที่ทำงานอยู่ในบริษัทตามตะเข็บ ชายแดนบ้านเรา ถึงคราววันหยุดพักผ่อนก็ให้สลับวนเวียนถือเงิน เป็นเงินสดที่มันเทา ๆ ได้มาจาก Call Center เข้ามาประเทศเรา ถือกันเข้ามาเลยครับ เป็นเงินสด ๆ คนละล้าน สองล้าน ไม่ใช่ปัญหาผ่านด่านได้สบายอยู่แล้วครับ เดินข้ามมาทางตะเข็บชายแดนบ้านเรา ถือมาสักคนละล้านสองล้านมาใช้จ่ายในสถานบันเทิงของ Boss ตัวเองครับ จุดสังเกต สถานบันเทิงเหล่านี้จะขายสินค้าเป็น Package พร้อม Zoning ที่นั่งแบบ VIP ที่มีราคาแพงมาก พร้อมเครื่องดื่มชั้นเลิศ เพียงเท่านี้เงินเทาที่เป็นเงินสดกับเงินทั่วไปของลูกค้าปกติในคืนนั้น ก็ถือเป็นรายได้ของสถานบันเทิงนั้น เป็นเงินที่สะอาดใสปิ๊งเลยทีนี้ และอีกนิดหนึ่งครับ ไทยเทาก็จะไปติดต่อกับสำนักงานบัญชีในการจัดการด้านบัญชี เท่านี้เงินของบริษัท Boss Scam ที่ถูกกฎหมาย ก็สามารถนำไปต่อยอดกับธุรกิจอื่น ๆ ได้🔗
อีกรูปแบบหนึ่งนะครับ การฟอกเงินผ่านสถานบันเทิงด้วยการจัด Promotion สินค้า เครื่องดื่มให้แบบแทบจะไม่มีกำไร อันนี้คือแบบที่ ๒ และจ้างพนักงานไว้ให้บริการ ที่สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาที่ร้านเพื่อดึงเงินปกติจากนักท่องเที่ยวปกติเข้ามาบริษัท อาจจะไม่มีกำไรหรือขาดทุนบ้างแต่มีเงินสดที่สะอาดนะครับ การทำรูปแบบนี้ในตอนนี้ มักไม่นิยม เพราะมันสร้างความขัดแย้งและทำให้เกิดปัญหาเสี่ยงความรุนแรงกลายเป็น เป้าสายตา เจ้าหน้าที่ที่รู้เห็นลำบากใจ แบบแรกที่ผมเอ่ยมาข้างต้นก็จะได้รับความนิยมมากกว่า ทีนี้ปัญหาที่สืบเนื่องจากปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างไรในพื้นที่ มองเผิน ๆ เราจะเห็นว่า การนำเงินมาใช้จ่ายสร้างเศรษฐกิจ มีการจ้างงาน มีการค้าขาย มีการจ่ายภาษี แต่เราต้อง ไม่ลืมว่าธุรกิจสถานบันเทิงของผู้ประกอบการไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ต้องต่อสู้กับคนพวกนี้ บ้างก็สู้ไม่ไหวครับ ก็เจ๊งไปตาม ๆ กัน ที่มันต้องเจ๊งเพราะทุนต่างกันครับ นี่ยังไม่นับรวมกับ ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหายาเสพติด ปัญหาการใช้ความรุนแรง อาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ อีกมากมาย และยังเป็นปัญหาเรื่องของภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย เราก็ได้เห็นหน้าข่าวกันรายวัน เมื่อไม่นานมานี้ ตม. บุกจับอาคารหลังหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา ต้องตกใจครับ เพราะไม่ได้มีแค่บ่อนพนันที่ให้บริการกับพวกทุนเทาเครือข่ายกันเอง แต่ภายในอาคารตรวจสอบบนชั้นบนยังเป็นฐานของกระบวนการ Call Center ตอนนี้ไม่รู้ เรื่องไปถึงไหนแล้วครับ เงียบ เราจะสังเกตได้ว่าหากมีนักท่องเที่ยวประเภทนี้ไปอยู่ที่ไหน นักท่องเที่ยวประเทศแถบยุโรป นักท่องเที่ยวคุณภาพจะหายไปทันทีครับ และทุนเทาพวกนี้ จะไล่ซื้ออสังหาริมทรัพย์และทำให้ที่ดินอสังหาริมทรัพย์มีราคาแพงเกินจริงจนคนไทย ซื้อไม่ไหว สุดท้ายปลายทางทรัพย์สินพวกนี้ก็ตกอยู่ในมือทุนเทา ทุนต่างชาติ พวกนี้ยังเหิมเกริม ไม่เกรงกลัวกฎหมายเพราะมีไทยเทาเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นให้การหนุนหลังและแบ่งปัน ผลประโยชน์ร่วมกัน เจ้าหน้าที่เองก็ไม่กล้าต้องตามน้ำรับผลประโยชน์ เพราะเกรงกลัว อำนาจบารมีแต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งท่านประธาน ยังมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในพื้นที่ที่รู้จักผิดชอบชั่วดี สำนึกรักแผ่นดินเกิด สำนึกรักในหน้าที่การเป็นข้าราชการ เป็นข้าของแผ่นดินที่พร้อมจะให้ ข้อมูลกับทางรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าหากท่านจริงจัง จริงใจและอยากจะแก้ปัญหาเหล่านี้ท่านออกเป็นนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลและ การฟอกเงิน การตรวจสอบเส้นเงิน การตรวจสอบ Nominee ของบริษัท ในพื้นที่แหล่ง ท่องเที่ยวว่ามีการจดทะเบียนบริษัท มีการใช้ Nominee เปิดหรือไม่ มีบริษัทไหนบ้าง กรรมการมีกี่คน แต่ละคนมีอาชีพอะไร ถ้าท่านทำได้นะครับ ประกาศออกไปอย่างทะนงองอาจ ผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนจะขอบคุณ จะแซ่ซ้องสรรเสริญท่านและอาจทำให้ท่านได้รับ ความชอบธรรม ได้รับฉันทามติจากพี่น้องประชาชน ทำให้ท่านได้กลับเข้าสู่อำนาจอีกครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าท่านยังคงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยึกยัก กั๊ก ๆ ไม่จริงจังแบบนี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็คงจะจดจำท่าน จะโกรธแค้นท่าน เพราะแค่ท่านนิ่งเฉยสงวนท่าที เท่ากับท่านเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Scammer ใช่หรือไม่ สุดท้ายนี้ผมขอวิงวอนทุกภาคส่วน มาร่วมกันทำวาระนี้ให้เป็นวาระชาติ ขจัดภัยร้ายให้กับประเทศไทยของเรา ลากคนผิดคนมี ส่วนเกี่ยวข้องมาลงโทษ ยึดทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดิน และสร้างเกราะกำบังให้ พี่น้องประชาชนของพวกเรากันเถอะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง พรรคประชาชน วันนี้ขอร่วมอภิปรายญัตติด่วนที่เกี่ยวกับการโกงกินชาติก็คือเรื่อง Scammer วันนี้ อ.เอท ขอมาใน Model Scam ๔ ตัวอักษร S C A M🔗
มาเริ่มที่ S ตัวแรกครับ ทำไมเราถึงได้ลำบาก ชีวิตพวกเราถึงได้เป็นแบบนี้ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน เพราะ S ตัวแรกมันแสดงถึงคำว่า Sad ครับ S A D แปลว่าเศร้า เศร้าทั้งชีวิตและเศร้าทั้งทรัพย์สิน เพื่อน ๆ อ.เอท พูดไปเยอะมากเลยครับ เคสมาถึงปัจจุบัน ๔-๕ ปีนี้ มีเป็นล้านคดี แล้วที่สำคัญกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สูญเสียไปกับ Scammer ถ้าเราพูดถึง Big Five ของ Scammer อันดับที่ ๑ ก็คือการโกงด้านการซื้อสินค้า อันดับที่ ๒ เป็นการโกงให้ไปหาเงินจากการหลอกให้เราไปทำงาน อันดับที่ ๓ เป็นการให้เราลงทุนหรือการกู้นั่นเอง อันดับที่ ๔ ก็เช่นพวก Crypto ต่าง ๆ และอันดับที่ ๕ หลอกว่าเราได้รางวัลแล้วสุดท้ายเราก็โดนหลอก Big Five นี้รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คดี เงินไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือคำว่าเศร้าที่เกิดในประเทศ ไม่จบสักที เล่าต่อว่าทำไม🔗
มาถึงตัวที่ ๒ คือคำว่า C C ในที่นี้ อ.เอท อยู่ใน กมธ. หรือคณะกรรมาธิการ การคุ้มครองผู้บริโภค อ.เอท อยากใช้คำว่า Consumer Protection หรือการปกป้องผู้ที่เป็น ผู้บริโภค เราได้เชิญหน่วยงานนับไม่ถ้วนเรื่องเกี่ยวกับพวก Scammer กู้เงิน เรื่องที่มีการโกง ผ่านออนไลน์เยอะจริง ๆ ไม่ต้องบอกเลยว่าเราเชิญหน่วยงานไหนบ้าง สรุปออกมาว่าตัว C ที่เราสามารถจะใช้ได้มันมีการป้องกันอยู่ประมาณ ๓ C ทุกหน่วยงานบอก พี่ ๆ ตำรวจก็บอกว่า C ตัวแรกคือเราต้องมีการ Check ข้อมูล Check ว่าที่มามาอย่างไร พอเรา Check เสร็จก็ไป C ที่ ๒ คือคำว่า Certify Certify คืออะไร คือการให้ใบอนุญาตกับเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านั้น ถ้าเขาไม่ได้รับใบอนุญาตก็ทำ C ที่ ๓ ไปเลยก็คือ Cancel ท่านประธานจะเห็นว่ามันมี ความผูกพันกันระหว่าง Check Certify และ Cancel ถ้าทำตามนี้ได้มันจบ อย่างไรก็ไม่มีทาง หลอกกันได้แต่มันก็เป็นแค่ปลายทางครับ เพราะมันมี C ที่ ๔ เข้ามา มันทำให้ 3C นี้ มันกระเด็นหายไป และ C ที่ ๔ มันยิ่งใหญ่ในประเทศนี้เหลือเกิน นั่นคือคำว่า คอร์รัปชัน แปลว่าการโกงกินระดับชาติที่มันยังคงเกิดขึ้นในประเทศไทย🔗
ขออนุญาตไปที่ตัว A ตัวที่ ๓ A ในที่นี้มันคือคำว่าอะไร ท่านประธานครับ A มันคือคำว่า Authority แปลว่าอำนาจ อำนาจควรจะอยู่ที่ใคร อยู่ที่รัฐบาลไหม อำนาจ ควรจะอยู่ที่เจ้าหน้าที่ข้าราชการไหม อยู่ที่พี่ ๆ ตำรวจไหม อยู่ที่ดีอีไหม อยู่ที่กระทรวงที่เป็น กระทรวงที่ต้องรับผิดชอบด้านความมั่นคงไหมอะไรก็แล้วแต่ สุดท้ายดูทรงแล้วอำนาจจริง ๆ น่าจะอยู่กับโจรเสียมากกว่า เพราะเราเองเพิ่งได้ยินคำพูดหนาหูเหลือเกินคือคำว่าโจรปราบโจร อ.เอท คงไม่ต้องเน้นคำนี้แล้ว เพราะฉะนั้นคำนี้มันทำให้เราสะท้อนในใจว่าสุดท้ายแล้ว ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้จริงหรือเปล่า🔗
ก็มาสู่ตัว M สุดท้ายเพื่อไม่ให้เสียเวลา M สุดท้าย อ.เอท ขอใช้คำว่าอะไร เมื่อสักครู่นี้ขออนุญาต Review นะครับ S คือเศร้า Sad C คือ Consumer แต่สุดท้ายแล้ว มันก็คือคำว่าคอร์รัปชันนั่นเองที่ยังมันไม่ไปไหนประเทศไทย ต่อมาคือตัว A คือ Authority แปลว่าอำนาจที่แท้จริงไม่ได้เอามาปกป้องประชาชนไปปกป้องโจรหรือเปล่า กลับไปที่ตัว M M อ.เอท ขอใช้คำว่า Mule Account แปลว่าบัญชีม้า หลายท่านอาจจะคิดว่า Horse Account จริง ๆ มันคือคำว่า Mule แปลว่า ลา บัญชีม้าท่านประธานครับ ๔-๕ ปีที่ผ่านมา มันมีอยู่ประมาณ ๑,๔๐๐,๐๐๐ บัญชี แล้วใน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บัญชี อ.เอท ก็ถามเพื่อนพี่ตำรวจ ว่ามีคนเกี่ยวข้องกี่คน ก็ตอบว่าประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นเฉลี่ย ๑ คนจะมี บัญชีม้าประมาณ ๑๐ บัญชี สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ไปไหนสักที ยิ่งปราบมันก็ยิ่งเพิ่ม เฉลี่ยต่อวัน ท่านก็ไปดูสถิติได้ประมาณ ๗๐ ล้านบาทที่คนไทยโดนหลอกต่อวัน แสดงว่าบัญชีม้าที่มัน ปราบไม่ได้เพราะเรามีรัฐบาลม้าหรือเปล่า หรือเพราะเรามีนายกรัฐมนตรีม้าหรือเปล่า หรือเพราะเรามีรัฐมนตรีแบบม้า ๆ หรือเปล่า ในพรรคประชาชนอย่าง อ.เอท หรือพรรคก้าวไกล และอดีตคือพรรคอนาคตใหม่ เราเข้ามา ณ จุดนี้ เราเข้ามาต้องการที่จะเอาจริงกับทุนผูกขาด แต่ตอนนี้ อ.เอท มองทรงแล้วมันไม่ใช่ทุนผูกขาดแล้ว มันคือทุนเทาผูกขาดที่มันยังจัดการไม่ได้ สักทีหนึ่ง ทีนี้ก็เลยถามว่าจะทำอย่างไรดี ฉะนั้นก็ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าสุดท้ายนี้ จะเอาจริงเอาจังกับทุนผูกขาดหรือพวกที่เป็น Scammer ได้ เหลือแค่วิธีเดียวครับ ก็คือต้องมี รัฐบาลประชาชนเท่านั้น เพราะเราเอาจริง เพราะเราเอาอยู่ และเพราะเรามีเรา ไม่มีเทาอีกต่อไป Respect ครับ🔗
ขอบคุณครับ เหลือ ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ มีท่านชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แล้วก็ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เชิญท่านชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน🔗
วันนี้ผมขออภิปรายญัตติด่วน เรื่อง การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนไทยส่วนใหญ่ตอนนี้ กำลังเผชิญภัยคุกคามทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่จากเงินสกปรกที่เกิดขึ้นจากอาชญากรรม ข้ามชาติ วันนี้ผมอยากจะให้สังคมไทยเข้าใจเรื่องนี้ให้มันชัดเจนว่าไทยกำลังจะกลายเป็น ศูนย์การฟอกเงินของโลก และเงินเหล่านี้กำลังพยายามจะเข้ามาซื้ออำนาจรัฐอย่างไร ผลกระทบจากเรื่องนี้จะส่งผลต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างไร อาชญากรรม ข้ามชาติเข้ามาฟอกเงินในไทยโดยมีช่องโหว่ในตลาดทุนไทยที่เอื้อให้เกิดการเข้าลงทุนเพื่อยึด อำนาจรัฐโดยที่รัฐบาลไทย แล้วก็หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบ หน่วยงานกำกับดูแล ป้องกัน ปราบปราม อย่าง ก.ล.ต. ปปง. ธปท. กสทช. ปล่อยให้มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร นี่เรายัง ไม่ต้องพูดถึงตำรวจหรือ DSI และจากนั้นผมก็จะขอโยงไปที่ข้อเสนอแนะ ฝากไปยังรัฐบาล ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สั่งการเอาจริงเอาจัง อย่าเล่นปาหี่ โจรจับโจรให้ประชาชนดู เราดูจากภาพนี้วงจรของอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมข้ามชาติ คืออะไรครับ เวลาที่คนร้ายในยุคปัจจุบันนี้ทำเรื่องผิดกฎหมายมันไม่ทำแค่ในประเทศเดียวแล้ว แต่ทำหรือเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ ประเทศพร้อม ๆ กัน เช่นคนร้ายอยู่ในประเทศ A ไปสร้าง Scam Center หรือเว็บพนัน เว็บหลอกลวงคนในประเทศ B ให้โอนเงิน แล้วจากนั้น ก็เอาเงินไปฝาก ไปฟอกในธนาคารในประเทศ C แล้วจากนั้นก็เอาเงินไปซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ในประเทศ D แบบนี้ก็คือองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือการฟอกเงิน เวลาอาชญากรรมข้ามชาติทำผิดเรื่องกฎหมายได้เงินสกปรกมา ไปหลอกคน ไปค้ายา ไปทำการพนันออนไลน์ Scam อะไรต่าง ๆ เขาต้องเอาเงินเหล่านั้นมาทำให้มันดูเหมือนเป็น เงินสีขาวที่ได้มาอย่างถูกต้อง เอาเงินสกปรกไปผ่านกระบวนการเปลี่ยนให้มันดูเป็นเงินสะอาด เอาไปผ่านหลาย ๆ ขั้นตอน กระบวนการที่จะเอามาฟอกเงินก็คือต้องเอาเข้าระบบก่อน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ทองคำ Cryptocurrency อะไรก็แล้วแต่ เดี๋ยวนี้ยิ่งมี Stable Coin ยิ่งฟอกง่าย เอาเข้ามาในระบบเสร็จแล้วปกปิดร่องรอยด้วยการเอาไปทำธุรกรรมซื้อ ๆ ขาย ๆ โอนข้ามประเทศ ยักย้ายถ่ายมือ หมุนเวียนผ่าน Nominee ผ่านบัญชีม้า ทำอย่างไรก็ได้ ให้มันตามยาก เสร็จแล้วก็เอาเงินนั้นออกมาจากระบบให้มันดูเหมือนถูกกฎหมายกลายเป็น เงินที่ฟอกแล้ว สามารถเอาไปใช้ลงทุนซื้อหุ้นทำธุรกิจต่าง ๆ ได้อย่างถูกกฎหมาย และตลาด ทุนไทยมีช่องโหว่ด้านธรรมาภิบาลที่เปิดช่องให้ Scammer ต่างชาตินำเงินที่ได้จากการหลอกลวง อาชญากรรมต่าง ๆ มาฟอกในประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย ประเทศไทยกำลังจะเสี่ยง ที่จะกลายเป็นศูนย์กลางทางการฟอกเงิน ไม่ใช่ศูนย์กลางทางการเงินของโลก หากรัฐบาล ท่านของนายอนุทินยังไม่ปราบปรามและป้องกันอย่างจริงจัง สิ่งที่กำลังเกิดทุกวันนี้ไม่เพียง บั่นทอนความมั่นคงทางการเงิน แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตา นักลงทุนทั่วโลก ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นครับ หลังจากฟอกเสร็จแล้วเงินเหล่านี้ไปไหน เข้าไป ยึดครองครอบงำอำนาจรัฐครับ เงินสกปรกเหล่านี้กำลังถูกใช้เพื่อซื้ออำนาจรัฐโดยไหลเข้ามา ในตลาดทุนไทยอย่างแนบเนียน ผมในฐานะผู้แทนของประชาชนชาวไทยรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่ง จนต้องลุกขึ้นมาพูดว่าถ้าหากเราไม่ปิดช่องทางเหล่านี้ปล่อยให้ทุนเทาเข้ามาแทรกซึม เศรษฐกิจไทยจะตกอยู่ในเงื้อมือของอาชญากร เอาเงินไปซื้อนักการเมือง เอาเงินไปซื้อ ข้าราชการผู้มีอำนาจ สร้างเกราะคุ้มหัวป้องกัน คนไทยที่สุจริตก็จะเสียโอกาส ธุรกิจรายย่อย ไม่สามารถลืมตาอ้าปากต่อสู้เงินสีเทา เงินสีดำเหล่านี้ไม่ไหว เพราะว่ามันไหลมาเรื่อย ๆ สุดท้ายคนสุจริตเหล่านี้ก็มีแต่ยากจน ความมั่งคั่งมั่นคงของชาติก็จะตกไปอยู่ในเงื้อมือของ ผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ทั้งไทยเทา ทุนเทา ทั้งไทยและต่างประเทศ ทีนี้เรามาดูช่องโหว่ของ ตลาดทุน เนื้อหานะครับ การฟอกเงินผ่านบัญชีม้าและ Crypto ตอนนี้มันเป็นอะไรที่เป็นที่ นิยมอย่างมาก เส้นทางการเงินไหลเข้ามาในบัญชีม้าแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านม้า Crypto อะไรต่าง ๆ ก่อนจะหายเข้ากลีบเมฆไป เพราะว่าไม่มีการบังคับใช้ สิ่งที่เรียกว่า Travel Rule ก็คือการบังคับให้ระบุตัวตนของผู้รับและผู้ส่งตัวสินทรัพย์ที่เป็นดิจิทัล Crypto หรือ Stable Coin ทำให้การตรวจสอบติดตามทำได้ยากมาก ด้วยความไร้ตัวตนแล้วก็ ไร้พรมแดนของตัว Cryptocurrency เหล่านี้นะครับ การฟอกเงิน หลังจากเข้ามาแล้ว ก็มาฟอกผ่านตลาดทุน อาชญากรรมนำเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายเอาไปลงทุนซื้อหุ้น ดันราคาหุ้น ปั่นหุ้นขึ้นไปให้สูงแล้วก็ขาย ให้ดูเหมือนมีกำไรสุทธิที่ถูกกฎหมาย เปลี่ยนเงิน สกปรกให้กลายเป็นเงินสีขาว หลอกบรรดานักลงทุน สูญเสีย เจ็บช้ำไปตาม ๆ กัน จากนั้น เงินเหล่านี้ก็เข้ามาซื้อธุรกิจ บริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐก็คือธุรกิจที่ได้สัมปทาน ธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน โทรคมนาคม หลักทรัพย์ ธนาคาร แล้วพอมีผลประโยชน์จากรัฐอยู่ในนั้นก็จะใช้เงินไปซื้ออิทธิพล ซื้อนักการเมือง ซื้อข้าราชการ ออกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กับสัมปทานแล้วก็ใบอนุญาตต่าง ๆ ที่ตนมี ปัญหาเหล่านี้ ล้วนมาจากการที่เรามีตลาดทุนที่มีช่องโหว่ ไม่เปิดเผยผู้ได้รับผลประโยชน์หรือไม่เปิดเผย เจ้าของตัวจริงที่เรียกว่า UBO Ultimate Beneficial Owner เจ้าของตัวจริงหลายครั้งครับ ถือสินทรัพย์ลงทุนต่าง ๆ ผ่าน Nominee ผ่านตัวแทน เอาตัวแทนต่าง ๆ มาบังเพื่อซ่อน ส่วนมากชาวต่างชาติที่เข้ามายึดตลาดทุน ยึดอำนาจรัฐไทยก็ใช้ Nominee ที่เป็นคนไทย ซึ่งในทางปฏิบัติการตรวจสอบ UBO ยังทำได้ยากมาก แล้ว UBO นี้ก็มีวิธีซ่อนต่าง ๆ มากมาย ไปสร้างบริษัทลงทุนจดทะเบียน เช่น VCC ในสิงคโปร์มาเปิดบัญชีธนาคารที่ไทยกับ ธนาคารไทย โอนเงินจากประเทศที่สาม อย่างเขมรหรือลักเซมเบิร์กเข้ามาในบัญชีที่เปิดไว้ใน ประเทศไทยเพื่อเข้าไปลงทุนซื้อหุ้น แบบนี้ทางผู้กำกับดูแลของสิงคโปร์อย่าง MS เองก็จะ มองไม่เห็น แล้วผู้กำกับดูแลของประเทศไทยอย่างแบงก์ชาติหรือ ปปง. ก็อาจจะไม่สนใจ ไม่รู้ไม่เห็นตรงนี้ อย่างไรก็ต้องฝากทั้งแบงก์ชาติ ปปง. ไปตรวจสอบอย่างจริงจังว่ามีการ โอนเงินจากประเทศที่สามเหล่านี้มาในบัญชีที่ต้องสงสัย เปิดจากพาหนะในการลงทุนที่ไป จดทะเบียนในต่างประเทศหรือไม่อย่างไร ขออนุญาตเกินอีกเล็กน้อย ใกล้จะจบแล้วครับ อีกอันหนึ่งครับ มีการใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตก็สามารถเอามาซ่อนการลงทุนได้ ผู้ถือกรมธรรม์ ประกันชีวิตสามารถฝากเงิน เอาเงินไปลงทุนในบัญชีลงทุนภายใต้กรมธรรม์ที่ถือครองหุ้น หรือถือครองกองทุนที่ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ แทนบุคคลธรรมดา แล้วก็บางกรณีตัวตน ของคนลงทุนจริง ๆ ก็จะถูกซ่อนอยู่ในชื่อของบริษัทประกันหรือแม้กระทั่งผู้ถือกรมธรรม์ บางทีเราก็ใช้ผู้ถือกรมธรรม์เป็นนิติบุคคล แต่ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงก็จะเป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งในหลาย ๆ ประเทศกฎหมายต่าง ๆ ก็เอื้ออำนวยให้สิ่งเหล่านี้ สามารถโอนได้โดยที่ไม่ต้อง เปิดเผยหรือระบุสัญญาที่แท้จริง การตรวจสอบต่าง ๆ จึงเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง ข้อเสนอแนะ วิธีการแก้ไขนะครับ🔗
๑. คือต้องอุดช่องโหว่กฎระเบียบก่อนเลยครับ ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดตั้งแต่เปิดบัญชี บังคับให้ทุกธุรกิจต้องเปิดเผยรายชื่อ UBO นี้ ต่อหน่วยงานกำกับดูแลแล้วก็ต้องมีการแชร์ข้อมูล เก็บข้อมูล พัฒนาระบบตรวจสอบเปิดเผย หรือที่เรียกว่า UBO Registry รัฐควรมีฐานข้อมูลกลางที่เอาไว้ตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์หรือเจ้าของตัวจริงอย่างนี้นะครับ การลงทุนในนิติบุคคลหรือทรัพย์สินทุกประเภท จากนั้นการบังคับใช้มาตรฐาน Travel Rules ในตลาด Crypto นี้เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากเพราะว่าตอนนี้การโอนเงินข้ามประเทศ เป็นจำนวนมหาศาลผ่าน Crypto ทำได้ภายในพริบตา และประเทศไทยกำลังถูกใช้เป็นเวที ฟอกเงินเพราะเราไม่ได้มี Travel Rules นี้ ก.ล.ต. สามารถออกระเบียบบังคับ Exchange ของไทยได้เลย ปปง. สามารถออกประกาศกฎกระทรวงอะไรต่าง ๆ ออกมาทำในส่วนนี้ จากนั้นขอให้นายกรัฐมนตรี นายอนุทินออกคำสั่งเลยครับ เร่งตรวจสอบทำความสะอาด ตลาดทุนไทย แล้วก็ให้ความร่วมมือระหว่างประเทศในการเปิดโปง เรามีข้อมูลต่าง ๆ เยอะแยะมากมายจากมหากาพย์นายหน้าที่ถูกเปิดเผยโดยคุณทอม ไรท์ (Tom Wright) นักข่าวและคุณสฤณี อาชวานันทกุล เมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นตลาดทุนไทยเป็นแหล่งพักเงิน แหล่งฟอกเงินสีเทาเชื่อมโยงโครงข่ายมากมาย ขอเห็นความจริงจังนะครับ สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน ช่วยทำให้ดูหน่อย จากนั้นการปราบเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องมีหน่วยปฏิบัติงานพิเศษ เอามา จัดตั้งเป็น War Room เป็น Task Force เลยครับ อย่าทำหนังสือส่งกันไปส่งกันมาระหว่าง หน่วยงาน แค่ส่งหนังสืออย่างเดียวก็เป็นเดือนแล้วครับ ข้อมูลจะไปจับโจรมันจะไปตามไล่โจร ในยุคปัจจุบันนี้ไม่มีทางทันนะครับ ขอให้ดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจัง ตั้ง War Room ตั้ง Task Force เอาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแชร์ข้อมูล มาทำงานกัน ประสานกันโดยไม่ผ่าน หนังสือราชการ จากนั้นตรวจสอบธุรกิจเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงถูกฟอกเงินอะไรต่าง ๆ ผ่านมูลนิธิ ที่เป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้ และสถาบันทางศาสนาต่าง ๆ ที่รับเงินบริจาคเข้าไปตรวจสอบเลยครับ เป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดี ท่านประธานครับ ทุกวันนี้เราก็อยากเห็นสังคมไทยที่มีความสงบสุข ตอนนี้สังคมไทยกำลังมีปัญหา ตลาดทุนมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ ขอส่งผ่านท่านประธาน ข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปยังนายกรัฐมนตรีและ ครม. เพื่อแสดงความจริงใจให้ประชาชนเห็นว่า ประเทศไทยยังมีความหวัง ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุดท้าย ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ ท่านประธานคงได้ยินคำหลายคำ ผมเองนั่งฟังก็อึ้งไปอยู่หลายตลบ ทำไมวันนี้รัฐบาลมีคน บอกว่าเป็น Scammer เล่นกับ Scammer เล่นกับ Call Center หลอกลวงพี่น้องประชาชน พวก Call Center กับ Scammer หลอกลวงพี่น้องประชาชนทั้งประเทศมากมาย ผมแทบ จะเรียกได้ว่าเกือบทุกครอบครัวได้รับความเสียหายจากคนกลุ่มนี้ คนกลุ่มนี้ใช่ เราเจอแหล่งใหญ่ อยู่ที่เขมร ทั้งอเมริกา ทั้งเกาหลีใต้ นานาประเทศ ยุโรปประณามคนกลุ่มนี้หมด วันนี้รัฐบาล ที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีถูกคนกล่าวหาว่าพัวพันกับ Scammer มีทั้งพวกพนันออนไลน์ มีหลายเรื่อง แม้แต่เรื่องขายชาติก็บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดทำไมว่าประเทศไทยบุกรุก เขมร พูดทำไม ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้พูด ท่านก็เบี่ยงบ่าย ท่านอาจจะพูดเร็วไปหรือเปล่า ในฐานะที่เป็นผู้นำของประเทศที่มีภาพลักษณ์อย่างนี้ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าผมในฐานะ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมไม่สบายใจ เกียรติภูมิของประเทศวันนี้ท่านประธานดูสิครับ มีรัฐบาลไหนขึ้นมาเดือนเดียวถูกกล่าวหามากขนาดนี้ ไม่มีใครไว้วางใจเลย โดนกล่าวหา แม้แต่คนที่หนุนขึ้นมาวันนี้ก็กล่าวหา เสียหายยับเยิน แม้แต่เรื่องแรร์เอิร์ธ ทำไปได้อย่างไร เป็นความเสียหายของประเทศเป็นอย่างยิ่ง แรร์เอิร์ธคืออนาคต คือเทคโนโลยีอนาคตทุกเรื่อง วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไปเซ็นสัญญากับสหรัฐอเมริกา คิดไหมครับ ทางภูมิรัฐศาสตร์เสียหายมาก ประเทศใหญ่ ๆ จะคิดอย่างไร ถ้าบอกว่าไม่เป็นอะไร เซ็นไปแล้วก็ยกเลิกได้ ยกเลิกได้ หรือครับ พูดกับประเทศมหาอำนาจยกเลิกอย่างไรครับ สิ่งเหล่านี้ผมเรียนว่าแม้แต่ ศาลรัฐธรรมนูญก็ยังบอกเลย มาตรา ๑๗๘ วรรคสอง บอกว่าหากข้อตกลงระหว่างประเทศ มีผลกระทบต่ออธิปไตย และวรรคสามบอกว่ามีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงหรือประชาชนต้องเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบก่อน ถ้าไม่แน่ใจส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ แต่ในกรณีนี้วันนี้ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนพูดถึง สิ่งเหล่านี้ที่ไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง เกิดความเสียหายกับประเทศอย่างยิ่ง อนาคตเทคโนโลยี ของประเทศไทย ส่วนหนึ่งคงผูกพันกับแรร์เอิร์ธซึ่งมีอยู่ไม่กี่ประเทศในโลก ประเทศไทย ควรจะมีอนาคตมากกว่านี้ แต่วันนี้ผมเห็นสิ่งที่ท่านไปมอบให้กับทางสหรัฐอเมริกาง่าย ๆ แบบนั้น เสียใจครับ เสียใจอย่างยิ่งเลย ปกติผมไม่ค่อยลุกขึ้นมาพูด แต่วันนี้ต้องขอพูดว่าในเรื่องนี้ มันตัดอนาคตประเทศไทยจริง ๆ มันตัดอนาคตเด็กเยาวชนรุ่นต่อ ๆ ไปที่จะก้าวหน้าไปทำงาน ทางด้านเทคโนโลยี ทางด้านอาชีพต่าง ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดับฝันเลย ท่านบอกว่าไม่เป็นอะไร ยกเลิกได้ เซ็นได้ก็ยกเลิกได้ พูดกับประเทศมหาอำนาจแบบนั้น หรือเลยครับ แต่ว่าที่เซ็นบอกว่าอะไรที่ทำไปแล้วไม่มีผลผูกพันกับสิ่งที่ทำไปแล้ว ก็แปลว่า เซ็นไปแล้ว อะไรที่ทำไปแล้วไม่มีผลผูกพัน ถามว่าสิ่งที่ทำไปแล้วคืออะไรครับ ที่ไม่มีผลผูกพัน วันนี้ท่านกำลังทำให้ประเทศตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง ผมไม่สบายใจ ผมไม่สบายใจอย่างยิ่งเลย หลายคนบอกว่าท่านทำขายชาติอีกแล้ว สบายใจหรือครับในสิ่งเหล่านี้ ภาพลักษณ์ของ ผู้นำประเทศเกิดภาพลักษณ์ติดลบอย่างนี้ อะไรจะเกิดขึ้นครับ ผมอยากเรียนท่านประธาน ผมในฐานะของ สส. คนหนึ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สบายใจเลยสิ่งที่เกิดขึ้น และอยาก ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีไปถึงรัฐบาลครับ จะทำอะไรคิดก่อน ท่านบอกว่า ทำธุรกิจมาท่านไม่เคยทำให้เกิดความเสียหายเลย แต่ความเสียหายที่ท่านทำกับชาติบ้านเมือง มันเยอะมากนะครับ ไม่ต้องเอาไกลหรอกดูสภาแห่งนี้ใครทำก็ไม่รู้แต่เสียหายมาก เราอยู่กันมา ท่านประธานก็รู้ว่ามันเป็นอย่างไร อึดอัดครับ ผมไม่ไว้วางใจท่านเลยวันนี้ วันนี้ถ้ามีการ อภิปรายไม่ไว้วางใจผมไม่ไว้วางใจท่านแน่นอน แล้วผมก็จะถามไปถึงเหมือนกัน น้อง ๆ ที่หนุนขึ้นมาไว้วางใจหรือครับวันนี้ ทำแบบนี้ ผมก็เชื่อว่าวันนี้ท่านหมดความไว้วางใจโดยสิ้นเชิง ผมไม่คิดว่าท่านจะอยู่ต่อไปได้ ท่านลาออกเถอะครับ อย่าทำให้ประเทศเสียหายมากกว่านี้เลย ผมดูในแต่ละเรื่องที่ท่านทำมาในช่วงนี้ผมอึดอัดครับ รู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมเป็นผู้นำประเทศ เลยจริง ๆ อยากให้ท่านได้ทบทวนในสิ่งที่ท่านทำไปว่ามันเกิดความเสียหายกับประเทศ อย่างไรบ้าง อย่าไปทำให้ประเทศเสียโอกาส อย่าไปทำให้น้อง ๆ เยาวชนในประเทศนี้ เสียโอกาสมากกว่านี้ วันนี้ถ้าท่านจะได้ตั้งใจฟังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่าน ที่ลุกขึ้นมาพูดมีเหตุผลนะครับ แร่แรร์เอิร์ธไม่ใช่สิ่งที่หาได้ในทุกประเทศ มีแค่บางประเทศเท่านั้น แต่ถ้าจะทำต้องทำโดยระมัดระวังอย่างยิ่งเพราะมีสารพิษ เราเห็นอยู่กับตาครับ ไปเซ็นสัญญา ง่าย ๆ กันได้หรือครับ ไปทำสัญญากับประเทศมหาอำนาจแล้วบอกว่าเดี๋ยวยกเลิกก็ยกเลิกได้ ไม่จริงครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็เหมือนกันพูดออกมาแบบนั้นก็ไม่จริงครับ ต้องเรียนท่านประธาน ท่านบอกว่าท่านเอาเข้า ครม. แล้ว บอกสิครับ เอาอะไรเข้าไป อย่าปกปิดไว้บอกมาสิครับทำอะไร ผมอยากเรียนท่านประธาน จริงอยู่การทำสัญญาครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ประเทศไทยประเทศเดียว มีกับทั้งมาเลเซีย ทั้งญี่ปุ่น หลาย ๆ ประเทศทำ เพราะเรารู้อยู่ว่าประเทศจีนผลิตแร่แรร์เอิร์ธเยอะแล้วถือไว้ในมือ ทางสหรัฐอเมริกาบินมาเอง ผูกประเทศนี้เข้าไว้เพื่อเจรจาเอาแรร์เอิร์ธซึ่งเป็นอนาคตของทุกประเทศเอาไว้ในมือ แต่ไม่น่าเชื่อครับ ประเทศไทยเซ็นสัญญาต้องบอกครับ เสียเปรียบเชิงยุทธศาสตร์และอำนาจ ต่อรองจริง ๆ ครับ เสียจริง ๆ เลย ทั้งเชิงเนื้อหา เงื่อนไขทางเศรษฐกิจ และกลไก ความคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติเสียหายมากครับ ประเทศไทยเสียหายใน ๕ มิติ ขอบเขตอุตสาหกรรมไทยขาดคำว่าการผลิต ประเทศไทยพูดถึงแต่เพียงการสำรวจ การพัฒนา การแปรรูป และการใช้งานเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันมาเลเซียหรือญี่ปุ่นเขาพูดถึง การผลิต การ Recycle อย่างชัดเจน เขาพูดถึงอนาคตการทำความร่วมมือกัน การพัฒนาร่วมกัน แต่ประเทศไทยคือยกทรัพย์สมบัติของประเทศ ยกทรัพยากรของประเทศให้เฉย ๆ แล้วบอกว่า เราจะพอใจแค่วัตถุดิบหรือ เป็นสิ่งที่คนไทยติดใจมาก แล้วผมไม่คิดว่าสิ่งที่ท่านเซ็นสัญญาไป คนไทยจะเห็นด้วย แล้วผมไม่รู้เหมือนกันหลังจากนี้ท่านจะมีอะไรออกมาอีกหรือเปล่า ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของท่านนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยไม่ได้ถูกระบุให้มี บทบาทในห่วงโซ่การผลิตต่าง ๆ เลย ซึ่งทำให้ทางสหรัฐอเมริกาสามารถดึงทรัพยากรเรา ไปผลิตประเทศไหนก็ได้ เพราะเราพูดถึงแค่ผลิตวัตถุดิบเท่านั้นเอง เราไม่ได้พูดถึงกระบวนการ ที่จะไปพัฒนา มีการทำร่วมกันหรือว่าเปิดโอกาสให้กับคนไทยได้มีโอกาส เงื่อนไขการลงทุน ทางสหรัฐอเมริกาได้สิทธิก้าวหน้า ท่านใช้คำว่าโอกาสแรกในการลงทุน คาดหวังโอกาสแรก ในการลงทุน เปิดช่องให้ตีความว่าทางสหรัฐอเมริกามีสิทธิเข้าถึงก่อน นอกจากนั้นท่านยังไป ตกลงอีกครับ จะส่งข้อมูลการผลิตประมูลให้กับสหรัฐอเมริกาเร็วกว่านักลงทุนอื่น ถ้าเป็น โครงการทั่วไปเขาเรียกฮั้วแล้ว เอาข้อมูลภายในไปให้กับใครคนใดคนหนึ่ง ผมไม่คิดว่าสิ่งนี้ คือจะทำสิทธิในระหว่างประเทศได้ แล้วไปรับปากประเทศมหาอำนาจทำแบบนั้นยกเลิก ได้หรือครับ จะผูกพันกับรัฐบาลในอนาคตไหม จะผูกพันกับประเทศไหม เสียหายไหม เป็นการเปิดข้อมูลที่ควรจะแข่งขันการลงทุนให้กับผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งในกรณีนี้นักลงทุนจาก สหรัฐอเมริกาจะได้เปรียบและเข้าถึงข้อมูลก่อนประเทศอื่นและก่อนคนไทยด้วย ผลเสีย ประเทศไทยเสียเปรียบเต็ม ๆ เลยครับ ท่านทำได้อย่างไร อยากถามจริง ๆ เลย ผมไม่เข้าใจ จริง ๆ ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ แล้วประเทศไทยเสียเปรียบมาก แล้วประเทศไทยจะถูกตีความว่า กำหนดกติกาไม่เป็นกลาง ซึ่งจริง ๆ สิ่งที่ทำมานี้ผิดกฎหมาย ท่านประธานครับ อันที่ ๓ กลไกคุ้มครองทางเศรษฐกิจในประเทศไทยมีน้อยที่สุด ญี่ปุ่นเขามีกรอบเรื่องการระดมทุน เงินกู้ การค้ำประกัน แล้วเขายังมี Rapid Response Group ก็คือกลไกความร่วมมือที่ตั้งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมและตอบสนองทันทีเมื่อมีความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุสำคัญ เขาวางไว้หมดครับ โดยมีบทบาทตั้งแต่เรื่องของการผลิต การแปรรูป Stock สำรอง แล้วก็ มาตรการโครงสร้างต่าง ๆ เขาว่าไว้หมด เขาเตรียมไว้หมด เขามีความพร้อมมากเลยนะครับ แต่สำหรับประเทศไทยไม่ได้เข้าไปเล่นเกมเดียวกับเขาเลย เขาวางกรอบ วางอะไรไว้ ประเทศไทย ก็ได้แค่เป็นผู้เล่นตัวรอง ไม่สามารถเป็นผู้กำหนดมาตรการอะไรได้เลย เฉย ๆ อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ ผู้นำประเทศควรจะทำ ปล่อยให้ประเทศตกไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบเป็นอย่างยิ่ง ท่านไประบุแค่ว่ามีการประชุม มีความร่วมมือหลายระดับ แต่ว่ากลไกเฉพาะกิจหรือกลไกอื่น ไม่มีเลย นี่หรือประเทศไทย ประเทศไทยเป็นแบบนี้หรือครับ อันที่ ๔ คือแนวทางการตลาด มาเลเซียและญี่ปุ่นเขาสร้างตลาดที่การแข่งขันเท่าเทียม แต่ประเทศไทยอะไรครับ ให้สิทธิพิเศษ แก่สหรัฐอเมริกา ทำให้สหรัฐอเมริกามีสิทธิเหนือประเทศอื่นในตลาดไทยนี้เอง แปลกมาก สิ่งที่เกิดขึ้น และกลไกความมั่นคงครับ ประเทศไทยระบุว่ามีการเสริมสร้างอำนาจในการ ทบทวน ยับยั้งสำหรับแร่ธาตุสำคัญบางรายการ แต่ไม่มีกลไกร่วมในการทำอะไรเลยนะครับ ประเทศไทยสูญเสียอำนาจอธิปไตยความมั่นคงทางทรัพยากรโดยสิ้นเชิง🔗
ท่านประธานครับ ที่ผมนำเรียนท่านประธานผมอยากเรียนว่าเป็นสิ่งหนึ่ง ที่ผมคิดว่าประเทศเสียหายมากจากการกระทำของรัฐบาลนี้ แล้วผมคิดว่าหลายท่านเสียใจ ที่หนุนให้ท่านเป็นรัฐบาล บุคลากรในรัฐบาลวันนี้ภาพลักษณ์เสียหายมาก ผมต้องเรียนครับ ผมไม่เชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยจะไว้วางใจและเลือกท่านกลับมาเป็นรัฐบาลอีกแน่นอน ผมไม่เชื่อ อย่างไรก็ไม่เชื่อ เพราะสิ่งที่ท่านทำไว้เสียหายมาก แล้วฝากไปถึงท่าน นายกรัฐมนตรีด้วย ตอนสมัยท่านส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนหนึ่ง ไปเซ็นสัญญานำพืชจีเอ็มโอเข้ามาทางอุตสาหกรรมให้เข้ากับประเทศไทย วันนี้ข้าวโพด ถั่วเหลือง หรือพืชกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ข้าวราคาตกหมดครับ เพราะท่านเปิดช่องให้เอาเข้ามา แล้ววันนี้ของสหรัฐอเมริกาจะเอาเข้ามาอีกเท่าไรก็ไม่รู้ เราพยายามระงับยับยั้งว่าไม่ให้เอาเข้า แต่เงียบเฉยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเงียบ วันก่อนผมตั้งกระทู้ถาม ท่านก็บอกว่าส่งให้ ท่านธรรมนัส ท่านธรรมนัสไม่มาครับ ปฏิเสธไม่มา ทั้ง ๆ ที่มารับปากผมในสภาแล้ว ผมว่า ท่านประธานก็ทราบ รับปากในสภาแล้วว่าจะยุติการนำพืชจีเอ็มโอที่มีผลต่อพี่น้องเกษตรกร คนไทยเอาเข้ามาประเทศไทยไม่ให้ทำพืชอุตสาหกรรมอีก ให้ซื้อสินค้าประเทศไทยก่อน ราคาข้าวตกต่ำ ราคาข้าวโพดตกต่ำ ถ้ายับยั้งได้ราคาเหล่านี้ขึ้น พี่น้องเกษตรกรจะได้ ลืมตาอ้าปาก ท่านอย่าไปทำผลประโยชน์ระยะสั้นบางเรื่อง แต่เกิดผลกระทบความเสียหาย กับประเทศ เกษตรกรและคนไทยทั้งชาติ ขอให้ท่านทบทวนและยุติการกระทำที่ก่อให้เกิด ความเสียหายได้แล้ว ฝากท่านประธานไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล ทบทวนแล้วอย่ากระทำสิ่งที่น่ารังเกียจเช่นนี้ขึ้นมาอีก ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
จบการอภิปราย ในญัตติด่วนที่เสนอด้วยวาจานะครับ ต่อไปจะเป็นการใช้สิทธิในการสรุป ซึ่งมีญัตติอยู่ทั้งหมด ๓ ญัตติ ผมได้รับการประสานงานมาว่าในญัตติที่ ๑ ของท่านรังสิมันต์ โรม นั้นจะใช้สิทธิ ในการสรุป แต่สำหรับญัตติที่ ๒ ญัตติที่ ๓ ก็คือญัตติที่เสนอโดยท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ แล้วก็ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ไม่ขอใช้สิทธิในการสรุป ตามนี้นะครับ ดังนั้นขอเชิญสรุป ญัตติของท่านรังสิมันต์ โรม มอบหมายให้ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้อภิปรายสรุปแทน เชิญท่านวิโรจน์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอสรุปอย่างนี้และอาจจะใช้เวลาสักหน่อยนะครับ แต่ยืนยันว่าครบถ้วน แล้วก็เป็นเนื้อหา ที่เน้น ๆ เนื้อ ๆ จริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้อภิปรายกันมาหลากหลาย ผมคิดว่าท่านประธานและทุกท่านคงเข้าใจดีแล้วว่าเครือข่าย Scammer ข้ามชาติที่มีฐาน ปฏิบัติการอยู่ที่ประเทศกัมพูชามันร้ายแรงขนาดไหน จากการประเมินของ United State Institute of Peace หรือ USIP พบว่ามีรายได้จากอาชญากรรมไซเบอร์และการหลอกลวง ออนไลน์ที่กัมพูชาสูงถึงปีละ ๑๒,๕๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าตีเป็นเงินไทยก็ ๔๕๖,๒๕๐ ล้านบาท ในขณะที่รายงานของ Humanity Research Consultancy HRC ประเมินไว้สูงกว่านั้นครับ ประเมินเอาไว้ถึง ๑๙,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าตีเป็นเงินไทยก็ ๖๙๓,๕๐๐ ล้านบาท เกือบ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเท่ากับประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศกัมพูชา เลยทีเดียว นั่นหมายความว่ารายได้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศกัมพูชานั้นมาจาก Scammer ในแต่ละปีท่านประธานคงทราบดีว่าประชาชนคนไทยต้องรับสายโทรศัพท์จากแก๊ง Scammer กี่ครั้งรู้ไหมครับ ๓๘ ล้านครั้ง ต้องรับข้อความ SMS หลอกลวงจาก Scammer ถึง ๑๓๐ ล้านข้อความ หมายความว่าในแต่ละปีประชาชนคนไทยต้องเผชิญหน้ากับ ขบวนการ Scammer ทั้งสิ้น ๑๖๘ ล้านครั้ง หรืออย่างน้อยแต่ละคนในแต่ละปีต้องโดน อย่างน้อย ๒-๓ ครั้งต่อปี ไม่ใช่เรื่องเล่นแล้วครับ จากรายงานกาซา ๒๐๒๕ มีการระบุไว้ว่า คนไทยตกเป็นเหยื่อแก๊ง Call Center สูงถึงปีละ ๑๑๕,๓๐๐ ล้านบาท หรือตกวันละ ๓๑๖ ล้านบาท คิดเป็น ๐.๖๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประเทศไทย ในแต่ละปีมีคดีความเกิดขึ้น ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐-๒๗๐,๐๐๐ คดี ที่น่าเศร้าที่สุดคือ ๑ ใน ๕ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุครับ ซึ่งผู้สูงอายุต้องมาสิ้นเนื้อประดาตัว สูญเงินที่เก็บหอมรอมริบ มาทั้งชีวิตในยามบั้นปลายที่พวกเขาไม่สามารถที่จะทำงานหารายได้ได้อย่างเต็มที่ได้อีกแล้ว น่าตกใจครับ เฉพาะเดือนมิถุนายนปีนี้ ปี ๒๕๖๘ พบว่ามีจำนวนผู้เสียหายประมาณ ๒๔,๕๐๐ คดี มีมูลค่าความเสียหายรวม ๒,๘๐๐ ล้านบาท เดือนเดียวนะครับ เฉลี่ยแล้วต้องเสียเงินรายละ ๑๑๔,๐๐๐ บาทต่อกรณี เหยื่อแต่ละรายโดนคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท กลุ่มเด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี มีมูลค่าความเสียหายเฉลี่ย ๗๘,๔๖๘ บาท กลุ่มวัยทำงานอายุ ๒๖-๓๐ ปี อยู่ที่ ๗๒,๙๐๘ บาทต่อกรณี โดยกลุ่มผู้สูงอายุ ท่านประธานดูแล้วตกใจนะครับ มีความเสียหาย เฉลี่ยต่อกรณีสูงถึง ๔๑๖,๔๕๓ บาท หรือคิดเป็น ๕.๗๖ เท่า เกือบ ๖ เท่าของวัยทำงาน สะท้อนว่ากลุ่มผู้สูงอายุคือกลุ่มเป้าหมายที่ขบวนการ Scammer มุ่งโจมตี นั่นก็คือพ่อแม่ ปู่ย่าตายายของพวกเรานี่ละครับ ปัญหา Scammer ข้ามชาติไม่ได้สร้างความเสียหาย ให้กับประเทศไทยเท่านั้น แต่ถือเป็นภัยร้ายที่สร้างความเสียหายให้กับทุกประเทศทั่วโลก โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพลเมืองชาวอเมริกันตกอยู่ที่ประมาณปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ สหรัฐ คิดเป็น ๐.๐๓๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ตัวเลขนี้สำคัญครับ เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีขนาด เศรษฐกิจใหญ่กว่าประเทศไทยถึง ๕๘.๓ เท่า ผมกำลังเอาตัวเลขนี้มาสะท้อนให้ท่านประธานฟัง เพื่ออะไร เพราะว่าถ้าเราเปรียบเทียบตัวเลข เอาขนาดเศรษฐกิจมาเปรียบเทียบแล้วถือว่า ประเทศไทยมีความเสียหายโดยสัดส่วนสูงกว่าสหรัฐอเมริกาโดยมีความรุนแรงเป็น ๑๘ เท่า ของสหรัฐอเมริกา ตัวเลขของเราคือ ๐.๖๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ในขณะที่สหรัฐอเมริกา ๐.๐๓๖ เปอร์เซ็นต์ เห็นไหมครับ ๑๘ เท่า เหตุผลที่สหรัฐอเมริกามีท่าทีเอาจริงเอาจังอย่างมาก ในการปราบปรามแก๊ง Scammer ข้ามชาติเพราะว่าภัยร้ายของเครือข่าย Scammer ไม่ใช่ แค่การหลอกเงินหรือฉ้อโกงทรัพย์ แต่มันเป็นศูนย์รวมของอาชญากรรมและภัยคุกคามต่อ ความมั่นคงของโลก ทั้งยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการก่อการร้ายในรูปแบบต่าง ๆ โดยเบื้องต้นพบว่าลำพังเฉพาะที่กัมพูชามีค่ายกักกันแรงงาน Scammer ไม่ต่ำกว่า ๕๓ แห่ง ถ้าเราไม่สามารถปราบปรามแก๊ง Scammer นี้ให้สิ้นซาก แก๊งแบบนี้จะเติบโตเหิมเกริม จนกลายเป็นหายนะของภูมิภาค และคือภัยคุกคามของโลก ในประเทศไทยเองความเสียหายของ Scammer ผมยืนยันว่าก็ไม่ใช่แค่การหลอกเงินประชาชน หากเราติดตามเส้นทางทางการเงิน ของพวกมัน มันจะเอาเงินที่หลอกเปลี่ยนเป็นเงิน Crypto แล้วก็เปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศ จากนั้นก็ค่อยเปลี่ยนเป็นเงินบาท แล้วขนเอาเงินสกปรกมาฟอกที่ประเทศไทย เอาเงิน ที่หลอกคนไทยมาทำร้ายธุรกิจไทย บ่อนทำลายเศรษฐกิจไทย เอามายึดประเทศไทยให้ตก เป็นทาสของทุนเทาข้ามชาติ นี่คือความชั่วร้ายของมัน ในหลายจังหวัดตอนนี้ประชาชน Inbox เข้ามาถามผม เริ่มตั้งข้อสังเกตนะครับ เห็นธุรกิจหน้าใหม่ เปิดตัวพร้อมกับราคาที่ถูก ผิดปกติจนชวนให้สงสัย โรงแรม Resort ห้องพักคุณภาพดีมากอย่างหรู แต่ราคากลับถูกอย่าง ไม่น่าเชื่อ ธุรกิจขนส่งที่มีการตัดราคา มีค่าบริการที่ถูกจนธุรกิจเดิมสู้กันไม่ไหว ไม่รู้ว่าเคาะราคา ถูกอย่างนี้ได้อย่างไร ร้านอาหาร Pub บาร์ อาหารก็มี Promotion ถูกกว่าต้นทุนจริงจนไม่รู้ว่า ขายขาดทุนแบบนี้จะขายกันไปทำไม การขายสินค้าออนไลน์ก็เหมือนกันครับ แบบที่ร้านค้า ออนไลน์ด้วยกันยังตกใจว่าคุณขายในราคาที่ถูกขนาดนี้ได้อย่างไร เพราะทุกคนกดเครื่องคิดเลข รู้ต้นทุนกันหมดว่าในแวดวงอุตสาหกรรมหรือในธุรกิจที่ตัวเองอยู่ต้นทุนมันอยู่ราว ๆ เท่าไร พอลองจะสืบหาว่าใครคือเจ้าของตัวจริง ใครคือเถ้าแก่ กับพบเพียงแค่ Nominee ที่ดูออก ก็รู้ว่าไม่ใช่เจ้าของกิจการที่แท้จริง หาตัวตนเถ้าแก่ไม่พบครับ หลายคนอายุ ๒๔-๒๕ ปี เป็นกรรมการอยู่ ๓๐ บริษัท ทำไมเขาเก่งขนาดนี้ คนทำธุรกิจจริง ๆ เขารู้ราคาแว่บเดียว เขาก็รู้แล้วว่าขายแบบนี้กำไรหรือไม่กำไร และพอกดเครื่องคิดเลขดูในรายละเอียดยิ่งงงหนักว่า ขายขาดทุนขนาดนี้จะขายไปทำไม คำตอบก็คืออะไรรู้ไหมครับ เขาไม่ได้เปิดร้านเพื่อหวังกำไร แต่เปิดเพื่อดึงเงินสดออกมาให้สามารถอ้างได้ว่าเงินสดที่อยู่ในมือเขามาจากยอดขายของ ธุรกิจอะไร ขาดทุนแค่ไหนก็ไม่เป็นไร เพราะมีเงินสกปรกไหลเข้ามาเติมอยู่ทุกวัน การทุบราคา ให้ถูกผิดปกติก็เพื่อสร้างภาพให้ร้านตัวเองขายดี มีลูกค้าชุกชุม เพื่อให้สมเหตุสมผลกับ ยอดขายมหาศาล ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นยอดขายจริง และส่วนที่เป็นการตั้งตัวเลขขึ้นมา เมื่อเป็น แบบนี้เงินสกปรกก้อนโตก็จะถูกเปลี่ยนให้เป็นเงินสะอาดที่มีที่มาจากธุรกิจได้ทันที นี่ละครับ ที่เขาเรียกว่าการฟอกเงิน ประชาชนจะได้รู้ครับ ธุรกิจที่เป็นเป้าหมายของการฟอกเงินหนีไม่พ้น ธุรกิจที่สามารถสร้างยอดขายเป็นเงินสดได้เร็ว สามารถสร้างยอดขายเป็นเงินสดได้ทุกวัน ผมถามตรง ๆ ครับ ถ้าพวกเราปราบ Scammer ไม่ได้ นอกจากประชาชนจะถูกปล้นเงินแล้ว การปล้นเงินประชาชนจะทำให้เกิดอะไรขึ้นอีกรู้ไหมครับ ก็จะทำให้กำลังซื้อในตลาดหดหาย เพราะคนไม่มีเงินซื้อของครับ ผู้ประกอบการพอเจอกับธุรกิจที่มาฟอกเงิน ที่พร้อมทำสงคราม ตัดราคาแบบบ้าระห่ำ ผมถามท่านประธานว่าธุรกิจสุจริตจะอยู่ได้อย่างไร ก็ต้องทยอยปิดตัว ไปเรื่อย ๆ ไม่มีใครสู้ไว้หรอกครับ เศรษฐกิจไทยไม่ย่ำแย่หรือครับ นี่ยังไม่นับการที่ทุนเทา ข้ามชาติก้อนมหึมาไหลทะลักเข้ามาผ่านกลไกของระบบการเงินและการลงทุนของประเทศ เข้ามาซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีเป้าหมายไปที่หุ้นที่มีมูลค่าตลาดหรือ Market Cap ขนาดใหญ่ และหมายไปที่หุ้นที่มีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ถือหุ้น อาทิเช่น หุ้นกลุ่มพลังงาน หุ้นสาธารณูปโภค หุ้นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประเทศ โดยเข้าซื้อในนามของกองทุน ส่วนบุคคลที่มีการอำพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง มีสัดส่วนการถือหุ้นเป็นนิติบุคคลซ้อน นิติบุคคล มีการใช้กลไกของ e-Wallet และเงิน Crypto ในการโอนถ่ายเงินที่มีรากมาจาก เงินสกปรกเป็นทอด ๆ โดยสามารถปิดบังตัวตนของผู้โอนและผู้รับโอน และอาจจะมีการ สมคบคิดแบ่งสรรผลประโยชน์ให้กับกลุ่มอิทธิพลทางการเมือง ให้นำเอาเงินสีเทาไปใช้ซื้อเสียง เพื่อให้นักการเมืองสีเทาเข้าสู่อำนาจรัฐ เพื่อเอื้อประโยชน์เชิงนโยบายให้กับกลุ่มทุนเทาข้ามชาติ มีการใช้เงินสกปรกซื้อตำแหน่งข้าราชการระดับสูงให้มาเป็นลูกสมุนเพื่อเอาระบบราชการ มาเป็นมือเป็นไม้ เป็นสุนัขรับใช้ของพวกมัน ผมต้องบอกว่าที่ขบวนการ Scammer ข้ามชาติ มันอาละวาดในประเทศของเราได้มันต้องมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองที่เป็นคนไทย คอยหนุนหลัง ดังนั้นปัญหา Scammer ข้ามชาติ และการฟอกเงินจึงมีความเกี่ยวพันกับการ ทุจริตคอร์รัปชันอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ แก้ ๒ เรื่องนี้ออกจากกันไม่ได้ ถ้าต้องการปราบ เครือข่าย Scammer และการฟอกเงินก็ต้องปราบการทุจริตคอร์รัปชันไปด้วยถึงจะสำเร็จ ท่านประธานครับ ประเทศไทยเราลงสัตยาบันอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้าน อาชญากรรมข้ามชาติ หรือ UN Convention Against Transnational Organized Crime หรือ UNTOC หรือที่ทั่วโลกเรียกกันว่า Palermo Convention เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ และประเทศของเราได้ตราพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมใน องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ รองรับเอาไว้แล้ว ก็เหลือเพียงแค่การตั้งหน่วยงาน เฉพาะกิจเข้ามาทำหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างจริงจังในการสืบสวนข้ามเขต ยึด อายัดทรัพย์ ประสานงานกับต่างประเทศและขยายผลเพื่อจับกุมดำเนินคดีเครือข่าย Scammer ข้ามชาติทั้งเครือข่าย ทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่มันบังอาจมาปล้นเงินคนไทย มายึดประเทศไทย มาทำลายธุรกิจไทย ผมยกตัวอย่างกรณีฮ่องกงครับ อันนี้เปรียบเทียบ ง่ายมาก ในช่วงปี ๑๙๕๐-๑๙๗๔ ต้องยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นฮ่องกงได้เผชิญหน้ากับปัญหา อาชญากรรม ธุรกิจผิดกฎหมายที่พัวพันกับคอร์รัปชันอย่างหนักหน่วงมาก โดยเฉพาะในแวดวง ตำรวจที่แยกไม่ออกว่าคนไหนโจรคนไหนตำรวจ ธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ ต่างมีผลประโยชน์ ที่เอี่ยวกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งสิ้น ถ้าท่านประธานเคยชมภาพยนตร์ฮ่องกงที่มีชื่อว่าตำรวจ ตัดตำรวจ ในปี ๒๕๓๔ ท่านประธานก็จะทราบเนื้อเรื่องดีพอสมควร หน่วยงานต่อต้าน การคอร์รัปชัน เดิมของฮ่องกงที่ชื่อว่า ACB ที่อยู่ภายใต้กรมสืบสวนคดีอาญา หรือ CID Criminal Investigation Department ผมเรียก CID ก็แล้วกัน กลับไม่สามารถแก้ปัญหา ได้เลยครับ สืบไปก็เจอตอ ตำรวจคนไหนสืบต่อก็ถูกไล่ล่าจนมีชะตากรรมไม่ต่างจาก พลตำรวจตรี ปวีณ พงศ์สิรินทร์ จนมาเกิดจุดเปลี่ยนครับ เมื่อหัวหน้าผู้กำกับการที่ชื่อว่า ปีเตอร์ ก็อดเบอร์ (Peter Godber) ถูกตรวจพบว่าร่ำรวยผิดปกติ แต่กลับสามารถหลบหนี ออกจากฮ่องกงผ่านสนามบินไคตั๊ก ต่อหน้าตำรวจได้เลย จนประชาชนชาวฮ่องกงตอนนั้น อดรนทนไม่ไหวต้องออกมาประท้วงครั้งใหญ่ จนเป็นที่มาของการจัดตั้งหน่วยงานอิสระ ที่ชื่อว่า Independent Commission Against Corruption หรือ ICAC ในปี ๑๙๗๔ จนมีการ กวาดล้างอาชญากรรมและธุรกิจผิดกฎหมายที่เกี่ยวพันกับส่วยตำรวจ จนหายไปเกือบหมด คดีติดสินบนลดลงกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๒๐ ปี จนฮ่องกงได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่ง ในเมืองที่โปร่งใสที่สุดในเอเชีย ขนาดประเทศสิงคโปร์ยังนำเอา ICAC ไปเป็นต้นแบบในการ จัดตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า CPIB เลยครับ ผมยืนยันว่าการปราบปรามเครือข่าย Scammer ซึ่งต้องย้ำว่ามีความเชื่อมโยงกับการทุจริตคอร์รัปชันอย่างแยกไม่ออกแน่ ๆ เป็นเรื่องใหญ่ ที่ไม่อาจมองข้ามได้ครับ เห็นได้จากกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ หรือ ก.ร.ตร. ข่าวนี้น่าสนใจมาก เพราะ ก.ร.ตร. มีมติชี้มูลความผิดวินัยต่ออดีต ผบ.ตร. พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า ๒๐๐ นาย ที่ถูกกล่าวหาว่าอาจมี ส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ นี่คือสัญญาณชัดแล้วครับว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระดับ ปฏิบัติการ แต่ลุกลามถึงระดับโครงสร้าง ดังนั้นอาจเป็นเวลาที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมี หน่วยงานเฉพาะทางแบบ ICAC ที่มีความอิสระจากตำรวจ มีระบบถ่วงดุลผ่านคณะกรรมการ กำกับอิสระที่ประชาชนมีส่วนร่วม ทุกการดำเนินการต้องผ่านการอนุญาตจากศาลและ มีหน้าที่รายงานต่อรัฐบาลและสภาอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ หน่วยงานเฉพาะทางแบบนี้จะต้องมีอำนาจเต็มในการสืบสวนขยายผล ยึดอายัดทรัพย์ และระงับธุรกรรมที่ต้องสงสัย เพื่อมุ่งจับกุมตัวการใหญ่ สืบจนรู้ว่าใครคือตัวการใหญ่ ไม่ใช่ จับแต่บัญชีม้า ปลาซิว ปลาสร้อย และจับตัวการใหญ่ พอรู้แล้วต้องจับมาดำเนินคดีให้ได้ และทลายมันทั้งรัง ทลายทั้งเครือข่าย Scammer ทลายทั้งเครือข่ายการฟอกเงิน รวมทั้ง สาวเอาผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีแบบถอนรากถอนโคน มันถึงจะ แก้ปัญหาได้ ไม่ใช่ตั้งคณะอนุกรรมการ ตั้งคณะกรรมการแล้วลูบหน้าปะจมูก แก้ปัญหาไม่ได้ เราต้องการ Task Force เราต้องการหน่วยงานเฉพาะทางครับ นอกจากการปราบปรามแล้ว อย่างที่ท่านชัยวัฒน์ได้อภิปรายไปแล้ว รัฐบาลจำเป็นจะต้องออกกฎระเบียบและบังคับใช้ กฎหมายที่ทำให้ประเทศไทยไม่มีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการฟอกเงินหรือเคลื่อนย้ายเงินสกปรก อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อป้องกันการปกปิดผู้รับผลประโยชน์ ที่แท้จริงหรือ UBO โดยเฉพาะในกองทุนส่วนบุคคลที่มีโครงสร้างการถือหุ้นที่ซับซ้อน มีนิติบุคคลซ้อนนิติบุคคล พร้อมจัดทำข้อมูล UBO Registry ครับ เพื่อเป็นฐานข้อมูลของ UBO หรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง ที่ ปปง. ธนาคารแห่งประเทศไทย ก.ล.ต. หรือหน่วยงาน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าถึงเพื่อตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ🔗
ต่อมาครับ ก.ล.ต. ควรเร่งบังคับใช้ Travel Rule ครับ Travel Rule คืออะไร คือเป็นกฎระเบียบที่ให้เปิดเผยข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอน โดยเฉพาะในสินทรัพย์ดิจิทัลและเงิน Crypto ต้องเร่งทำครับ เพราะไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ ประเทศที่ปกปิดผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงได้ ปกปิดเส้นทางทางการเงิน ผู้โอน ผู้รับโอน สามารถปิดบังได้ อำพรางได้ นี่คือสรวงสวรรค์ของแก๊งฟอกเงิน นี่คือสรวงสวรรค์ของแก๊ง Scammer เราปล่อยให้ประเทศเรามีสภาพแบบนี้ไม่ได้ ก.ล.ต. ต้องตื่น ปปง. ต้องตื่น และคนที่จะปลุกให้ ก.ล.ต. ตื่น และ ปปง. ตื่นไม่ใช่ใคร ก็คือรัฐบาลครับ จัดทำ KYC เพื่อระบุตัวตนกับ e-Wallet ทุกประเภท เพื่อป้องกันไม่ให้ e-Wallet ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในการโอนเงินจากบัญชีม้า ยกระดับมาตรฐาน KYC และการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกหรือ CDD ซึ่งย่อมาจาก Customer Due Diligence เพื่อเข้าถึงข้อมูลผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง หรือ UBO ที่ผมพูดไปแล้ว ตลอดจนทราบถึงแหล่งที่มาของเงินลงทุนในธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง ในสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น ทองคำ และกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน โดยเฉพาะประเภทที่จ่ายเบี้ยเพียงครั้งเดียว หรือที่เรียกว่า Investment Linked Single Premium หลายประเทศก็มีการฟอกเงินผ่านกรมธรรม์เหมือนกันครับ ไม่รู้ว่า คปภ. เราตื่น หรือยัง ยกระดับมาตรฐานบัญชีและการตรวจสอบบัญชีของวัด มูลนิธิ องค์กรศาสนา และองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่มีรายได้จากการบริจาค โดยเฉพาะผู้บริจาครายใหญ่และ ผู้บริจาคหลัก ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก หรือที่เรียกว่า Enhanced Due Diligence หรือ EDD เพื่อยืนยันตัวตนและที่มาของเงินบริจาค ไม่อย่างนั้นเงินสกปรก ก็เข้ามาบริจาค และใช้การบริจาคเป็นรูปแบบหรือกลไกในการฟอกเงินอีก เร่งปรับปรุง กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐาน FATF ซึ่งก็เป็น เครือข่ายของประเทศที่รวมตัวกันเพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันการฟอกเงินของโลก เพื่อให้การยึดอายัดทรัพย์สินและการระงับธุรกรรมทำได้อย่างทันท่วงที สอดคล้องกับ มาตรฐานสากล ไม่ใช่อเมริกาขยับ เกาหลีใต้ขยับ อังกฤษขยับ ฝรั่งเศสขยับ อินเดียขยับ แต่เราขยับช้าเหลือเกิน แล้วก็อ้างว่ากฎหมายเราไม่ทันสมัย เราต้องตามโลกให้ทันครับ หน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า บก.ปอท. บช.สอท. ซึ่งเป็นตำรวจไซเบอร์ และ ปปง. ต้องร่วมมือกันปราบปรามตัวแทนอำพราง หรือที่เราคุ้นชินและเรียกกันว่า Nominee และปราบบัญชีม้าอย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการปราบปรามตัวการใหญ่ การปราบปรามขบวนการ Scammer ข้ามชาติที่สามารถก่อคดีที่ใดก็ได้ มุ่งเป้าไปที่เหยื่อ ที่อยู่ในประเทศไหนก็ได้ น่ากลัวมาก เพราะความผิดมันอาจจะไม่ได้เกิดที่ราชอาณาจักรไทยก็ได้ ดังนั้นประเทศไทยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ตลอดจน องค์กรระหว่างประเทศทั่วโลก ในขณะที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญและพร้อมร่วมมือเป็นพันธมิตรในการปราบปราม เครือข่าย Scammer ข้ามชาติให้สิ้นซาก ประเทศไทยจึงควรใช้โอกาสนี้ในการเสนอตัวเป็น ประเทศแกนนำในการปราบปรามเครือข่าย Scammer ในภูมิภาค โดยร่วมมือกับประเทศ ทั้งในอาเซียน รวมถึงสหรัฐอเมริกาเขาพร้อมที่จะจับมือกับเราอยู่แล้ว สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มยุโรป เบื้องต้นยังไม่ต้องไปเซ็นสัญญาอะไรหรอกครับ ในทางการทูตเขามีเครือข่ายความร่วมมือ ที่เขาเรียกเป็นภาษาทางการทูตว่า Coalition of the Willing หรือเครือข่ายพันธมิตร โดยสมัครใจ ผมว่าตอนนี้ทั่วโลกพร้อมที่จะสมัครใจกันอยู่แล้วที่จะปราบและจัดการกับเครือข่าย Scammer ที่มันอาละวาดอยู่ทั่วโลก มันขึ้นอยู่กับว่าประเทศไทยเราจะทำหรือเปล่า แต่ถ้าเกิด เราไม่ทำ เราไม่ยกระดับตัวเอง แต่เดิมเขามองว่าเราจะเป็นพันธมิตร เขากำลังจะมองว่า เราคือ ๑ ในประเทศเครือข่ายของ Scammer ถ้าเรายังลากคอตัวการที่เป็นคนไทยที่สมคบคิดกับ Scammer ข้ามชาติไม่ได้ แล้วถูกต่างประเทศลากคอออกมาก่อน ประเทศเราจะเอาหน้าไปไว้ ที่ไหนครับ นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องสั่งงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานอย่างใกล้ชิด กับองค์กรนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น FinCEN OFAC ของกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา Egmont Group ซึ่งเป็นเครือข่ายหน่วยข่าวกรองทางการเงินระหว่างประเทศ FATF Interpol หลายหน่วยงานเหล่านี้ต้องประสานให้หมด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเส้นทางทางการเงิน และรูปแบบในการก่ออาชญากรรมไซเบอร์และร่วมกันปฏิบัติการยึดอายัดทรัพย์ ขยายผล จับกุม ดำเนินคดี ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์อย่างทันท่วงที รัฐบาล ควรสั่งการให้ ปปง. ใช้กลไกของ ICRG ซึ่งย่อมาจาก International Cooperation Review Group ซึ่งเป็นคณะทำงานของ FATF ที่ผมบอกว่าเป็นเครือข่ายนานาชาติที่เขามารวมตัวกัน เพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันการฟอกเงิน ในการติดตามและตรวจสอบการฟอกเงิน ของกัมพูชา เพื่อให้เรามั่นใจว่าหากกัมพูชาไม่ปรับปรุงมาตรฐานจนอยู่ในระดับที่สากล ยอมรับ กัมพูชาควรจะต้องถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบัญชีสีเทา ซึ่งจะส่งผลรุนแรงต่อระบบการเงิน และการลงทุนของกัมพูชาโดยทันที เนื่องจากทุกธุรกรรมทางการเงินของกัมพูชาจะถูก ตรวจสอบอย่างเข้มงวด🔗
ต่อมาครับ รัฐบาลควรเสนอให้ยกระดับกลไกของอาเซียนที่มีอยู่ อาเซียน เกิดจากสารตั้งต้นแห่งความหวังดีก็คือประเทศไทย ในวันนี้ประเทศไทยควรต้องยกบทบาท ตัวเองให้เป็นคนที่ถือธงนำในอาเซียน ในการป้องกันและปราบปรามแก๊ง Scammer ข้ามชาติได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรครับ ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ ๑๙๙๗ หรือที่เรียกว่า ASEAN Declaration on Transnational Crime หรือปฏิญญาอาเซียนว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม Cyber ๒๐๑๗ หรือ ASEAN Declaration to Prevent and Combat Cybercrime หรือ ASEAN Declaration On Combating Online Scam หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่าปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ ๒๐๒๕ รวมถึงกลไกคณะทำงานด้านอาชญากรรมไซเบอร์ หรือ ASEAN Working Group on Cybercrime คณะทำงานด้านการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ ASEAN Working Group on Anti-Online Scam และตำรวจอาเซียน ภูมิภาคเรามีตำรวจอาเซียนนะครับ ที่เรียกว่า ASEANA Pol ให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติจริงในการปราบปรามเครือข่าย Scammer ข้ามชาติในภูมิภาคของเรา ที่มันไม่ขยับ ที่มันเป็นไปไม่ได้จริง ก็เพราะว่าไม่มี ประเทศไหนถือธงนำในการขยับ นี่แหละครับคือโอกาสของประเทศไทย เวลาประเทศไทย ไปกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีโลก โลกเขาจะได้รู้ว่าวาระที่ประเทศไทยให้ความสนใจและเราขออาสา เป็นพระเอกของโลกใบนี้ คือการปราบปรามเครือข่าย Scammer ซึ่งเป็นผู้ร้ายของ ความมั่นคงของทุกประเทศทั่วโลก ตอนนี้เดินทางไปเวทีโลกทั่วไป ประเทศอื่นเขาไม่รู้ว่า ประเทศเรามีวาระแห่งชาติที่จะอุทิศตนให้กับโลกคือวาระอะไร นี่คือโอกาสครับ แล้วรัฐบาล รู้ไหม รัฐบาลไทย นี่มีข่าวดีครับ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอีเอส ได้ไปลงนามแสดงเจตนารมณ์ที่จะลง สัตยาบัน UN Convention Against Cybercrime ๒๐๒๔ หรือ UNCC ๒๐๒๔ ซึ่งไปแสดง เจตนารมณ์เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา หลังจากนี้แค่ลงนาม ไม่พอครับ รัฐบาลต้องเร่งสั่งการให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดปรับปรุง กฎหมายเพื่อให้ประเทศไทยสามารถลงสัตยาบันใน UNCC ๒๐๒๔ ให้ทันภายใน ๑ ปี นับจากนี้ ไม่ใช่ไปแสดงเจตนารมณ์แล้วก็มะงุมมะงาหรา ทำแบบได้ก็ชั่งไม่ได้ก็ชั่ง เสร็จเมื่อไร ก็ค่อยไปลงอย่างนี้ไม่มีความมุ่งมั่น ในปีหน้าท่านประธานรู้ไหมว่าจะเกิดงานอะไรในประเทศไทย ในปี ๒๕๖๙ ประเทศไทยของเราจะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานการประชุมใหญ่ประจำปีของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกหรือ IMF World Bank Group Annual Meetings ๒๐๒๖ นี่ละครับคือโอกาสอันดีอย่างมากที่เราจะเตรียมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่จะให้ประเทศของเราแสดงความมุ่งมั่นให้ทั่วโลกรับรู้ว่าประเทศไทยเราเอาจริงเอาจัง และถือเอาการปราบปรามเครือข่าย Scammer ข้ามชาติเป็นวาระแห่งชาติที่เราจะอุทิศตนเอง ในการสร้างความสงบสุขให้กับโลก และพร้อมผสานความร่วมมือกับนานาอารยประเทศ ในการทำลายเครือข่ายที่ชั่วร้ายให้หมดไปในภูมิภาคอาเซียนและจากโลก เราเตรียมหรือยัง ไม่อย่างนั้นถ้าเราไม่ทำอะไร ถึงเวลาเดือนตุลาคมปีหน้าเราก็ไปกล่าวลอย ๆ อีกซึ่งมันไม่เป็น ประโยชน์ ผมยืนยันครับ หากประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาเครือข่าย Scammer ข้ามชาติได้ ท่านประธานรู้ไหมว่าเราจะเจอกับอะไร บ้านเมืองจะเต็มไปด้วยธุรกิจฟอกเงิน เต็มไปด้วย Nominee เต็มไปด้วยบัญชีม้า เงินที่ประชาชนถูกหลอกจะหายไปจากระบบเศรษฐกิจ ขาดกำลังซื้อ กระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และอาจจะมีส่วนทำให้หนี้ครัวเรือน เพิ่มสูงขึ้นด้วยนะครับ พอกำลังซื้อไม่มีอะไรจะไปเหนี่ยวนำให้เกิดการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ ก็ไม่มี ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการสุจริตก็จะทยอยปิดกิจการไปเพราะสู้การแข่งขัน การตัดราคาอย่างบ้าระห่ำแบบไม่สนใจต้นทุนของธุรกิจฟอกเงินไม่ได้ ผมถามท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลครับ ประเทศที่เต็มไปด้วย Scammer แบบนี้ เต็มไปด้วยบัญชีม้าแบบนี้ เต็มไปด้วย Nominee แบบนี้ จะไปดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ที่เป็นเงินสุจริต ให้มาลงทุนได้อย่างไร ท่านประธานเวลาจะลงทุนอยากจะซื้อที่แปลงหนึ่ง ยังต้องถามใช่ไหมครับ แปลงทางซ้ายนี้เป็นอะไร ถ้าผมบอกว่าแปลงทางซ้ายนี้เขาทำบ่อนครับ แล้วแปลงทางขวา เขาทำอะไรวิโรจน์ แปลงทางขวาเขาค้ามนุษย์ แล้วแปลงทางทิศเหนือล่ะ แปลงทิศเหนือ ก็ทำซ่องครับ แล้วทางทิศใต้ล่ะ ทางทิศใต้ยาเสพติดครับ ปั๊มยาบ้า ท่านประธานจะซื้อที่ แปลงนั้นมาลงทุนไหม ท่านประธานหนีก่อนแล้ว ต่างชาติเขาก็คิดเช่นนี้ครับ ถ้าไม่มีเม็ดเงิน สุจริตมาลงทุนในประเทศไทยจะเกิดอะไรขึ้น การพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรม นวัตกรรมก็จะชะงักงัน การจ้างงานแรงงานทักษะสูงก็จะหยุดชะงักตาม และในท้ายที่สุด เศรษฐกิจของคนไทยทั้งชาติก็จะพังพินาศจนยากเกินกว่าที่จะเยียวยา และนี่คือข้อเสนอ ที่ผมสรุปจากเพื่อนสมาชิกทั้งหมดจากพรรคประชาชน ทั้งมิติในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นประโยชน์ และหวังว่ารัฐบาลโดยท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูล จะรับไว้พิจารณา และผม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเห็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากญัตติด่วนด้วยวาจาทั้ง ๓ เรื่อง ผู้เสนอได้เสนอมาเพื่อขอให้ส่งเรื่อง ให้กับคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งจากการได้ฟังท่านสมาชิกได้อภิปราย ส่วนใหญ่แล้วมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันกับผู้ที่เสนอญัตตินะครับ ดังนั้นท่านสมาชิก จะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมว่าจะส่งให้รัฐบาล ไม่ตั้งกรรมาธิการนะครับ ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกคัดค้านผมก็จะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามมติที่ประชุมว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องนี้ให้คณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการต่อไป ท่านสมาชิกครับ ขออีกสัก ๒ เรื่อง ได้ไหมครับ ไหวไหม จะมีเรื่องรับทราบ จะเป็นการพิจารณา รับทราบรายงานตามกฎหมายของหน่วยงานที่ได้บรรจุในระเบียบวาระ สำหรับการพิจารณา วันนี้มี ๒ หน่วยงาน มีหน่วยงานที่พร้อมที่จะชี้แจงจำนวน ๒ เรื่อง ได้แก่ระเบียบวาระที่ ๒.๔ และ ๒.๘ แต่เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ต้องดำเนินการพิจารณาตามลำดับ ระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมนั้นมีความเห็นลงมติเป็นอย่างอื่น ดังนั้น ผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมว่าจะขอเลื่อนระเบียบวาระดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุมก่อน จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ จะขอเลื่อนระเบียบวาระ ๒.๔ และ ๒.๘ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการ ตามนี้นะครับ🔗
๑. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติ ประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ส่วนรายละเอียดนั้นได้ปรากฏในรายงานเอกสารที่ได้จัดวางให้ ท่านสมาชิกได้ทราบแล้ว และในการนี้ผมอนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังกล่าวต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุม สำนักงานประกันสังคม ๑. นางสาวนันทินี ทรัพย์ศิริ ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ ๒. นางนิตยา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ๓. นางอุสนีย์ ศิลปศร รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ๔. นางสาวชมพูเพ็ญ ศิริธร ผู้อำนวยการกองนโยบาย และแผนงาน ๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ประกันสังคม กรุงเทพมหานคร พื้นที่ ๕ ๖. นางวิไลพร วงษ์อัยรา ผู้อำนวยการกองบริหาร การเงินและการบัญชี ๗. นางสาวสุภาวดี พระภายไชย ผู้อำนวยการกองบริหารการลงทุน ๘. นางสาวมุทิตา ชูประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ ๙. นางชณิการ์ โกวะประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ มาพร้อมแล้วนะครับ ดังนั้น ขอเชิญผู้แทนของหน่วยงานได้แถลง เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนันทินี ทรัพย์ศิริ ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ สำนักงานประกันสังคม ขอเสนอรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินของกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบรับรองจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว มาเพื่อโปรดทราบ โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ มีสถานประกอบการ ที่ขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสังคม รวมทั้งสิ้น ๕๒๐,๗๗๑ แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๔,๔๗๒ แห่ง และผู้ประกันตนทั้งสิ้น จำนวน ๒๔,๖๔๖,๙๐๑ คน เพิ่มจากปี ๒๕๖๕ จำนวน ๒๔๘,๐๖๖ คน ฐานะการเงินกองทุนประกันสังคม ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ กองทุนมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น ๒.๕๒ ล้านล้านบาท หนี้สินรวม ๑.๙๖ ล้านล้านบาท มีสินทรัพย์สุทธิหรือส่วนทุน ๕๕๙,๒๗๖.๗๕ ล้านบาท ผลการดำเนินงานกองทุนประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ มีรายได้ทั้งสิ้น ๒๙๓,๑๗๕.๔๓ ล้านบาท ค่าใช้จ่าย ๒๖๑,๙๓๙ ล้านบาท กองทุนมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ ๓๑,๒๓๖.๔๓ ล้านบาท สำนักงานประกันสังคมจึงขอนำเรียนรายงานมาเพื่อโปรดทราบและขอรับข้อสังเกตและ ข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนางานประกันสังคม ต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกจะอภิปรายซักถามไหมครับ มีท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายรายนามของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนประกันสังคม จริง ๆ ตอนแรกว่าจะไม่อภิปราย แต่ก็ต้องมาทักทายของประกันสังคมนิดหนึ่งครับ🔗
คำถามแรก ที่ผมอยากจะถามอยู่ในหน้า ๓๓ คือเงินสมทบค้างรับกรณี หลายงวด ที่เขียนว่าค้างชำระ ๕ ปีขึ้นไป ๓,๓๓๔ ล้านบาท ตรงนี้ทางสำนักงานประกันสังคม มีแผนจะไล่เก็บคืนอย่างไร เพราะตรงนี้ก็ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเงินที่นายจ้างค้างสมทบ ผมคิดว่าต้องมีแผนในการเรียกเก็บคืน แล้วก็มีเรื่องของเงินค่าประโยชน์ทดแทนค้างจ่าย ซึ่งส่วนนี้ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดมันคือค่าประโยชน์ทดแทนต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายให้กับผู้ประกันตน ใช่ไหมครับ ซึ่งรวมค่าประโยชน์ทดแทนค้างจ่ายมันทั้งหมด ๑๒,๙๙๕ ล้านบาท หน้า ๓๗ ตรงนี้ ทำไมมันถึงค้างในการจ่ายให้กับผู้ประกันตน แล้วจะมีแผนดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เพราะว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันก็เยอะในการจัดการจ่ายให้กับผู้ประกันตน จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ อาจจะไม่เกี่ยวกับรายงานของผู้สอบบัญชี แต่ว่าประกันสังคมปัจจุบันก็อยู่ในกระแสสังคม มาอย่างยาวนาน เรื่องหนึ่งที่ผมอาจจะต้องตั้งคำถามเพราะว่ายังไม่ได้มีการแก้ไขคือเรื่อง ของการเปิดเผยข้อมูลของประกันสังคม Open Data ต่าง ๆ เช่น รายงานการประชุมของ คณะกรรมการ รายงานการประชุมคณะอนุกรรมการต่าง ๆ ที่ท่านเลขาธิการประกันสังคม คนก่อนคือท่านมารศรีรับปากเอาไว้ว่าจะเปิด ปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการเปิด ไม่ทราบว่าจะเปิด ให้ได้เมื่อไร แล้วก็เรื่องนี้ที่น่าจะต้องเป็นคำถามที่ประชาชนก็ยังสงสัย สรุปปฏิทิน ประกันสังคมจะยังทำต่อไหม ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญตัวแทน หน่วยงานครับ🔗
ขอบคุณท่าน สส. สหัสวัตที่กรุณาได้ให้ข้อสังเกตและข้อสอบถามสำนักงานประกันสังคมนะคะ ขออนุญาตตอบ ในเรื่องของค่าประโยชน์ทดแทนค้างจ่ายก่อนนะคะ ที่อยู่ในหน้า ๓๗ ที่มีค่าประโยชน์ทดแทน ค้างจ่าย จำนวน ๑๒,๙๙๕.๕๔ ล้านบาท ที่จะเห็นว่า ๑๒,๙๙๕ ล้านบาท ส่วนใหญ่ก็จะเป็น กรณีเจ็บป่วย ๑๐,๘๘๙ ล้านบาท ซึ่งจำนวนนี้ก็จะเป็นค่าบริการทางการแพทย์ที่สำนักงาน ประกันสังคมจะต้องจ่ายให้สถานพยาบาล เมื่อสิ้นปีบัญชีวันที่ ๓๑ ธันวาคม ก็จะมีรายการ ของเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นค่าเหมาจ่ายเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็นอกเหนือเหมาจ่ายบางส่วน ส่วนใหญ่จะจ่ายที่โรงพยาบาล เดือนมกราคมของปีถัดไปก็จะจ่ายเงินนี้ให้กับโรงพยาบาล ซึ่งมันเป็นเงินก้อนใหญ่ เวลาบันทึกบัญชีมันก็เลยดูเหมือนว่าจะมีการค้างจ่ายเยอะ ส่วนในกรณี คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต หรือว่าส่งเคราะห์บุตรก็เช่นเดียวกัน สงเคราะห์บุตร ๑,๒๐๐ ล้านบาท ก็จะเป็นการประมวลผลที่เราจะต้องไปจ่ายในวันที่ของเดือนถัดไป เข้าบัญชี ผู้ประกันตน เพราะฉะนั้นจำนวน ๑,๒๐๐ ล้านบาท ในเดือนมกราคมก็จะถูกจ่ายเข้าไปในบัญชี ก็จะไม่มีค้างจ่ายในส่วนนี้นะคะ ส่วนกรณีคลอดบุตรที่เป็นทุพพลภาพที่มีอยู่บ้าง หรือกรณี เสียชีวิต ว่างงาน ก็อาจจะมีบ้างที่ผู้ประกันตนได้มายื่นแล้ว อาจจะแจ้งเลขที่ PromptPay เป็นเลขที่เบอร์โทรศัพท์บ้าง ซึ่งตามระเบียบเราจะจ่าย PromptPay ได้ก็ต้องเป็น PromptPay ที่ผูกกับไอดีบัตรประชาชน ถามว่าวิธีติดตามทำอย่างไร เจ้าหน้าที่ก็จะมีการโทรติดตาม เป็นระยะ หรือมีหนังสือสอบถามไปที่เจ้าตัวผู้ประกันตนเพื่อติดต่อให้มารับ จะทำอย่างนี้ อยู่เรื่อย ๆ ถ้าครบ ๒ ปีแล้วยังติดต่อไม่ได้ หรือว่าเขาไม่มารับ หรือธนาคารตีกลับอยู่ตลอดเวลา ก็จะเอาเงินเข้ากองทุน แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าเอาเงินเข้ากองทุนแล้วใน ๒ ปี ถ้าเกิด ผู้ประกันตนมาติดต่ออีกทีหลังจากนั้นเราก็สามารถเบิกจ่ายจากกองทุนเพราะเป็นสิทธิของ ผู้ประกันตน ที่ผ่านมาก็มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง ก็จะมีรายการสิ้นปีอยู่บ้าง แต่ว่าในเดือน ถัดไปยอดนี้ก็จะลดลง ก็จะเป็นลักษณะนี้นะคะ🔗
สำหรับเรื่องที่ท่านสอบถามมาเรื่องของการเปิดเผยข้อมูล ปัจจุบันก็มีการเปิดเผย มติที่ประชุมของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่แต่งตั้งตามกฎหมายในเว็บไซต์ประกันสังคมแล้ว แต่ที่ท่านสอบถามเรื่องรายงานการประชุมหรือมติอนุกรรมการคณะต่าง ๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ในคณะกรรมการประกันสังคม โดยประกันสังคมแนะนำ ขอหารือเรื่องการเปิดเผยมติที่ประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งในวันดังกล่าวก็มีการพิจารณาทั้งในเรื่องของนโยบายในการ เปิดเผยข้อมูลจะเปิดเผยได้แค่ไหน ประกอบกับข้อกฎหมายต่าง ๆ ด้วย ประกอบการพิจารณา แล้วมติที่ประชุมก็ได้มีมติที่ประชุมว่าให้นำสรุปผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ รายงานความก้าวหน้าต่อคณะกรรมการประกันสังคมทุก ๓ เดือนเพื่อทราบ และพิจารณาว่า เป็นข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะตามกฎหมายได้หรือไม่ อันนี้ก็จะเป็นความคืบหน้าในเรื่องของนโยบายในการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งบอร์ดก็ได้มีการรับทราบ แล้วก็พิจารณาแนวทางไว้เช่นนี้ สำหรับเรื่องของการค้างชำระก็ขออนุญาตให้ทางท่าน รองเลขาธิการท่านอุสนีย์ ซึ่งท่านกำกับดูแลในเรื่องของเงินสมทบ ได้นำเรียนชี้แจงเพิ่มเติม ในส่วนของมาตรการต่าง ๆ ที่เราติดตามเร่งรัดการชำระหนี้ของสถานประกอบการที่ค้างชำระ เชิญท่านรองเลขาธิการค่ะ🔗
ขอบคุณค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ สำหรับคำถามที่เกี่ยวกับหนี้ค้างชำระในหน้า ๓๓ กรณีหนี้ค้างชำระเกิน ๕ ปี จำนวน ๓,๓๓๔ ล้านบาท ในการนี้สำนักงานประกันสังคมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในส่วนของการ ที่เราจะรับเงินสมทบเข้าไปในกองทุนเพื่อประโยชน์ทดแทนในการที่จะจ่ายในอนาคต ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนซึ่งเป็นสมาชิกของกองทุนประกันสังคม ในปัจจุบันสำนักงาน ประกันสังคมได้พยายามที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเงินค้างชำระ โดยการจัดตั้ง หน่วยงานเพื่อติดตามเงินค้างชำระเพื่อให้มีเอกภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น แล้วก็มีการ กำหนดแผนและวิธีการติดตามหนี้เงินสมทบค้างชำระอันนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เราจะมีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเงินสมทบค้างชำระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากฝ่าย นายจ้าง ผู้แทนจากผู้ประกันตน แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับการติดตามเงินสมทบ ซึ่งส่วนนี้ก็ได้มีการรับข้อเสนอแนะหรือให้ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์กับสำนักงาน ในการที่จะ กำกับติดตามหน่วยปฏิบัติ แล้วก็ให้มีการดำเนินการตามคู่มือ แล้วก็มีการวิเคราะห์ข้อมูล ที่เกิดขึ้น แล้วก็หาแนวทางในการที่จะลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน แล้วก็ปรับปรุงขั้นตอน หาเทคโนโลยีมาช่วยให้เจ้าหน้าที่เราสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สำนักงานประกันสังคมยังได้มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากร แล้วก็สนับสนุน หน่วยปฏิบัติให้สามารถดำเนินการในเชิงรุกได้ รวมทั้งพัฒนาระบบการตรวจสอบทรัพย์สิน ทางทะเบียนในกรณีที่นายจ้างค้างชำระแล้วมีทรัพย์สินทางทะเบียนที่สามารถทำให้ สำนักงานประกันสังคมบังคับคดีแล้วก็บังคับหนี้เพื่อนำเงินสมทบค้างชำระมาใช้ได้ ในกรณี กระบวนการในการติดตามเร่งรัดหนี้เริ่มตั้งแต่การออกหนังสือติดตาม ตลอดจนการตรวจสอบ ทรัพย์สิน แล้วก็ดำเนินการตามขั้นตอนในการยึดอายัดทรัพย์แล้วก็ขายทอดตลาด ซึ่งดิฉัน เชื่อมั่นว่าในกรณีที่เราจัดเก็บเงินสมทบสำหรับนายจ้าง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วมีผู้ประกันตน ที่อยู่ในข่ายความคุ้มครองจำนวน ๑๒ ล้านกว่าคน ในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ เพราะฉะนั้นในการจัดเก็บเงินสมทบนี้เราจะจัดเก็บเงินสมทบทุกเดือน อัตราในการค้างจ่าย ของนายจ้างแต่ละรายก็มีความสามารถในการจ่ายแตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามสำนักงาน ประกันสังคมมุ่งมั่นแล้วก็ตั้งใจมีความพยายามที่จะปรับประสิทธิภาพในการทำงานให้ดี ยิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยรับข้อเสนอแนะจากคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะกรรมการ ประกันสังคมแล้วก็รวมทั้งขอน้อมรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในวันนี้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตคำถามนิดเดียวครับ มี ๑. ข้อเสนอแนะ เพราะว่า อ.เอทอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการ แล้วก็ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับราคายาแพง แล้วก็ได้เชิญท่านประกันสังคมมาทั้งคณะ แล้วก็มี ประเด็นหนึ่ง ขออนุญาตเป็นข้อเสนอก็แล้วกันนะครับ ทางคณะกรรมาธิการก็บอกว่า อยากจะให้ทางประกันสังคมช่วยที่จะ เหมือนกับ PR หรือประชาสัมพันธ์ถึงสิทธิต่าง ๆ เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่ามีทั้งหมด ๒๔ ล้านคนถูกไหมครับ ก็คืออาจจะช่วยกันประชาสัมพันธ์ ว่าเขามีสิทธิอะไรได้บ้าง เช่น ค่าทำฟัน หรือเป็นอะไรที่บางคนยังไม่ทราบจริง ๆ ก็อยากฝาก ตรงนี้ไว้ ส่วนอีก ๑ คำถามครับ พอจะเป็นไปได้ไหมว่าประกันสังคมจะเปิดเผยถึงเรื่องของ ตัวยา ค่าเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ให้กับผู้ที่มีสิทธิพอที่จะได้รับทราบว่าเขามีสิทธิที่จะได้รับยา อะไรบ้าง แล้วราคาที่ประกันสังคมจะจ่ายให้ประมาณเท่าไร เพื่อเขาจะได้ดูว่าสิทธิของเขา ถ้าเขาได้ เขาจะไปซื้อข้างนอกดีไหม หรือจะใช้ตามโรงพยาบาลที่เป็นเอกชนได้ไหม อะไรอย่างนี้ คล้าย ๆ กับการแจ้งสิทธิ เป็นคำถามที่อยากจะถามท่านว่าท่านสามารถที่จะทำ ตัวนี้ แจ้งสิทธิของเขาว่าเขามียาตัวไหนที่จะรับได้บ้าง แล้วราคาเป็นเท่าไร แจ้งถึงเรื่องของ ตัวยาแล้วก็ราคา ถามประมาณนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ ตัวแทนหน่วยงานครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านนะคะ สำหรับประเด็นคำถามเมื่อสักครู่เกี่ยวกับเรื่องของราคายา ต้องขอกราบเรียนว่า ทางสำนักงานประกันสังคมเองได้ใช้บัญชียาหลักแห่งชาติ แต่ว่าจะรับข้อเสนอแนะของท่าน ในการจะไป PR ประชาสัมพันธ์ว่าให้ผู้ประกันตนสามารถที่จะรับทราบสิทธิ โดยเฉพาะเรื่อง ของการรักษาพยาบาลได้ชัดเจนเพิ่มมากขึ้นอย่างไร แล้วการเปิดเผยตรงนี้ก็อาจจะทำให้เป็น รูปของการประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วก็เมื่อสักครู่มีอีก ๑ คำถามของท่าน สส. สหัสวัตที่ยังไม่ได้ตอบก็คือในประเด็นเรื่องของปฏิทินว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าทางสำนักงานประกันสังคมเองได้รายงานผลการสำรวจ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการปฏิทินให้กับคณะกรรมการกองทุนประกันสังคมไป เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ แล้วทางคณะกรรมการประกันสังคมก็มีมติว่าให้สำนักงาน ประกันสังคมดำเนินการจัดทำปฏิทิน แต่ว่าให้ปรับลดวงเงินแล้วก็จำนวนลงให้เหมาะสม สำนักงานก็ได้ดำเนินการประกวดราคา e-Bidding แล้วก็ได้ประกาศประกวดราคาผู้ชนะ ไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน แต่ว่าเนื่องจากมีผู้ยื่นอุทธรณ์ในเรื่องของการ e-Bidding ครั้งนี้ ทางสำนักงานประกันสังคมก็เลยได้จัดทำหนังสือไปยังกรมบัญชีกลาง ถึงคณะกรรมการ พิจารณาเรื่องอุทธรณ์เพื่อที่จะให้พิจารณาเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ยังรอผลการอุทธรณ์ จากกรมบัญชีกลางอยู่ จึงยังไม่ได้มีการดำเนินการในเรื่องของการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง อย่างใด ก็ขออนุญาตกราบเรียนเป็นข้อมูล ขอบพระคุณค่ะ🔗
รับทราบนะครับ มีท่านอื่นอีกไหมครับ ถ้าไม่มีท่านใดอภิปรายติดใจซักถามก็ถือว่าที่ประชุมนั้นรับทราบ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ขอบคุณทางผู้แทนหน่วยงานครับ🔗
๒. รับทราบรายงานประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๖🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ เอกสาร ปรากฏตามที่ได้วางไว้กับท่านสมาชิกแล้วนะครับ ในการนี้ผมขออนุญาตให้ผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมของสำนักงาน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ๑. นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ๒. นางสาววนิดา สมันแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานบัญชี ๓. นายธนพล แสงสว่าง ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ และแผนองค์กร ๔. นายทศพล จันทจิตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานการเงิน ขอเชิญตัวแทน ของหน่วยงานประจำที่ครับ เมื่อผู้แทนหน่วยงานพร้อมแล้ว ขอเชิญทางผู้แทนหน่วยงาน ได้แถลงเลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการ สำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขอรายงานเรื่องรายงานประจำปีของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับปี ๒๕๖๖ มีรายละเอียดดังนี้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๔๐ แห่ง พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดให้ กรรมการจะต้องทำรายงานประจำปีเสนอคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อทราบ ในการนี้คือเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ คณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงาน ประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับปี ๒๕๖๖ แล้ว และต่อมาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาก็ได้มีมติรับทราบรายงานดังกล่าวแล้ว สำหรับรายงานการเงินของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นรายละเอียดดังที่นำเรียนเสนอสรุปได้ดังนี้🔗
สำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะการเงิน ณ สิ้นวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ มีสินทรัพย์รวม ๙,๗๕๕ ล้านบาท มีหนี้สินรวม ๗๓,๙๑๒ ล้านบาท มีสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ ๖๔,๑๕๗ ล้านบาท ทั้งนี้รายการหนี้สินหลักของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็เป็นรายการ หนี้เงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ สำนักงาน กองทุนก็ได้มีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในวงเงินรวม ๑๐๕,๓๓๓ ล้านบาท แล้วก็มีการ ทยอยเบิกเงินกู้โดยที่ ณ สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๖ มีภาระหนี้คงค้างอยู่ที่ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท🔗
ในส่วนการดำเนินงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับปีงบประมาณ ๒๕๖๖ มีรายได้รวมอยู่ที่ ๑๑๐,๙๖๘ ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ ๒๕๖๕ จำนวน ๗๙,๗๒๐ ล้านบาท แล้วมีค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ ๕๑,๑๐๐ ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน จำนวน ๑๑๘,๗๓๙ ล้านบาท ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิจำนวน ๕๙,๘๖๘ ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ช่วงปี ๒๕๖๕ สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตลาดโลกมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ฐานะกองทุนไม่ค่อยจะดี ต่อมาในช่วงปลายปี ๒๕๖๕ ก็คือต้นปีงบประมาณ ๒๕๖๖ สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เราสามารถทยอยลด การชดเชยลง แล้วก็เริ่มเก็บเงินเข้ากองทุนได้ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ จนถึงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของเราดีขึ้น ในส่วนของรายงานการเงิน ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเท่าที่สรุปก็เป็นดังที่นำเรียน จึงนำเรียนมาเพื่อโปรด พิจารณา ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ตัวแทนหน่วยงานนะครับ มีสมาชิกท่านใดที่อยากจะสอบถามประเด็นต่าง ๆ ไหมครับ อาจารย์เอทไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานประจำปีของกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ขอบคุณตัวแทนหน่วยงาน ขอบคุณมากครับ ไม่มีใครซักถามเลย ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่เราจะปิดสมัยประชุมนั้นผมขอแจ้งสรุปผลงาน การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ระหว่างวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นสรุปผลงานของสภาพวกเราดังนี้นะครับ🔗
ในสมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ๑ ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวม ๓๕ ครั้ง และมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา รวม ๒ ครั้ง โดยมีผลการดำเนินการ ดังนี้ สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร🔗
๑. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ🔗
๑.๑ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา จำนวน ๑๖ ฉบับ🔗
๑.๒ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ ฉบับ🔗
๑.๓ อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน ๘ ฉบับ🔗
๑.๔ สภาเห็นชอบแล้วและอยู่ระหว่างส่งให้วุฒิสภาพิจารณา จำนวน ๕ ฉบับ🔗
๑.๕ บรรจุระเบียบวาระเพื่อรอการพิจารณาในวาระที่สองและวาระที่สาม จำนวน ๒ ฉบับ🔗
๑.๖ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วและรอการบรรจุในระเบียบวาระ จำนวน ๒ ฉบับ🔗
๑.๗ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ จำนวน ๑๑ ฉบับ🔗
๑.๘ บรรจุระเบียบวาระเพื่อรอการพิจารณาในวาระที่หนึ่ง จำนวน ๕๙ ฉบับ🔗
๑.๙ อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น จำนวน ๑๗ ฉบับ🔗
๑.๑๐ อยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้คำรับรอง จำนวน ๖๐ ฉบับ🔗
๑.๑๑ นายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรอง จำนวน ๒ ฉบับ🔗
๑.๑๒ สภาไม่รับหลักการ จำนวน ๒ ฉบับ🔗
๒. การพิจารณาญัตติ🔗
๒.๑ สภามีมติส่งให้รัฐบาลดำเนินการ จำนวน ๓ เรื่อง ๑๗ ญัตติ🔗
๒.๒ สภามีมติตั้งหรือมอบหมายให้กรรมาธิการพิจารณา ดังนี้🔗
๑. สภาพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการแล้ว ๒ เรื่อง จำนวน ๓ ญัตติ🔗
๒. บรรจุระเบียบวาระเพื่อรอการพิจารณาของสภา จำนวน ๑๔ เรื่อง ๕๔ ญัตติ🔗
๓. รอการบรรจุระเบียบวาระ จำนวน ๒ เรื่อง ๕ ญัตติ🔗
๔. อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการจำนวน ๑๐ เรื่อง ๓๓ ญัตติ🔗
๒.๓ บรรจุระเบียบวาระเพื่อรอการพิจารณาของสภา จำนวน ๖๑ ญัตติ🔗
สำหรับการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญ สภาพิจารณารายงาน ของคณะกรรมาธิการแล้ว จำนวน ๔ เรื่อง บรรจุระเบียบวาระเพื่อรอการพิจารณาของสภา จำนวน ๘ เรื่อง🔗
การพิจารณากระทู้ถาม กระทู้ถามสดด้วยวาจา จำนวน ๒๘ กระทู้ กระทู้ถามทั่วไป ที่ตอบในที่ประชุมสภา จำนวน ๒๑ กระทู้ กระทู้ถามทั่วไปที่ตอบในราชกิจจานุเบกษา จำนวน ๑๑๓ กระทู้ กระทู้ถามแยกเฉพาะ จำนวน ๓๒ กระทู้🔗
สำหรับการปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนทั้งหมด ๒,๘๒๒ ข้อหารือ🔗
การพิจารณารับทราบรายงานตามกฎหมาย สภารับทราบแล้ว จำนวน ๑๑ เรื่อง บรรจุระเบียบวาระเพื่อรอการพิจารณาของสภา จำนวน ๖ เรื่อง รอการบรรจุในระเบียบวาระ จำนวน ๑๙ เรื่อง🔗
สำหรับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ จำนวน ๑ ฉบับ บรรจุระเบียบวาระเพื่อรอ การพิจารณาในวาระที่หนึ่ง จำนวน ๑๙ ฉบับ รอการบรรจุระเบียบวาระ จำนวน ๓ ฉบับ รัฐสภาไม่รับหลักการ จำนวน ๑ ฉบับ🔗
สำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่าง การรับฟังความคิดเห็น จำนวน ๔ ฉบับ การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ตามมาตรา ๑๖๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จำนวน ๑ ครั้ง🔗
นี่คือข้อมูลงานของสภาผู้แทนราษฎรเรา ระหว่างวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ ท่านสมาชิกครับ ก่อนการปิดสมัยประชุมนั้น ด้วยได้มี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุม สามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พุทธศักราช ๒๕๖๘ จึงขอเชิญท่านสมาชิกทุกท่านโปรดยืนขึ้น เพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ ขอเชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้อ่านพระบรมราชโองการครับ🔗
“พระราชกฤษฎีกา🔗
ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง🔗
พ.ศ. ๒๕๖๘🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว🔗
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘🔗
เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า🔗
โดยที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุม สามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ นั้น บัดนี้ จะสิ้นกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ตามสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่งในวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘🔗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล🔗
นายกรัฐมนตรี”🔗
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ผมขอปิดการประชุม ขอบคุณครับ🔗