รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
-----------------------
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ เรียนท่านสมาชิกทุกท่านครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมจะอนุญาต ให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในที่ประชุมแห่งนี้ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยจะให้หารือได้ท่านละ ๒ นาที โดยผมจะเรียก ตามลำดับที่ท่านได้แจ้งชื่อไว้ ท่านแรกขอเชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับเชิญ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ขออนุญาตหารือหลายเรื่อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก น้ำไหลไม่สะดวก ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ลงพื้นที่อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง ติดตามไม่ให้ น้ำท่วมนาข้าวของชาวนา ท่านกำนันปิยพจน์ เกียรติชูสกุล อดีตประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายกภูวนารถ จารุภูมิก นายกตำบลต้นตาล แจ้งว่าน้ำในคลองสองพี่น้อง ที่แยกเข้าคลองขุดใหม่ไหลออกเข้าแม่น้ำท่าจีนที่ ปตร. สำเภาทองไม่สะดวก เพราะก่อน ออกประตูมีทั้งถนนบางสาม บางแม่ม่าย สาย ๓๓๕๑ และจะงอยดินขวางทางน้ำ กรมชลประทาน และกรมทางหลวงช่วยดำเนินการแก้ไขโดยด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ น้ำไม่สะดวกจะไหล เพราะไม่ให้น้ำมัน ท่านกำนันชัยยุทธ อริกุล ตำบลหัวโพธิ์ ขอเครื่องสูบน้ำ ๕ เครื่อง ช่วยชาวนา โครงการชลประทานสองพี่น้อง เตรียมเครื่องไว้แล้ว แต่สำนักชลประทานที่ ๑๓ บอกไม่มีน้ำมัน เหมือนกับมีปืน ไม่มีกระสุน กรมชลประทานช่วยแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ไฟฟ้าไม่ส่องสว่าง นายกชลิต โพธิพันธุ์ ตำบลหัวโพธิ์ ขอไฟฟ้า ส่องสว่างถนนศรีสำราญ-หางตลาด สาย ๓๕๐๓ หลายครั้งแล้ว ขอให้กรมทางหลวง ช่วยดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ วันที่ ๑๐ สิงหาคม วันสำคัญของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดงานทุกปี ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งช่วยแจ้งโดยด่วน เพราะก่อนที่จะเกิดความเสียหาย🔗
สุดท้ายครับ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสีย กรณีพลุระเบิด ที่สุพรรณบุรี ท่านรัฐมนตรีวราวุธและท่าน สส. สรชัด กำลังดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด🔗
และสุดท้ายครับ ขอให้กำลังใจท่านวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ขอให้ รัฐบาลช่วยรับฟังข้อมูล ข้อชี้แจง ข้อคิดเห็น และนำไปปฏิบัติด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และขอสดุดี ทหารกล้าของไทยด้วยครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เรื่องข้าว เมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ราคาข้าวก็ตกต่ำเกวียนละ ๖,๐๐๐- ๗,๐๐๐ บาท ตอนนี้ชาวนาเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ ทำให้ ราคาข้าวตกไปอีก ตอนนี้ราคาข้าวเหลือไม่ถึง ๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน บางที่รีบเกี่ยวจนเหลือ ๒,๐๐๐ บาท แถมตอนนี้ราคาปุ๋ยก็มีราคาสูง ตัวอย่างยูเรียตอนนี้ราคากระสอบละ ๘๐๐ บาท ทำให้ตอนนี้ต้นทุนในการปลูกข้าวอยู่ที่ไร่ละ ๕,๐๐๐ บาท ชาวนาแทบไม่เหลือ เงินเลยครับ ผมจะขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังกระทรวงพาณิชย์ ให้ช่วยเหลือราคาข้าว และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเรื่องราคาปุ๋ยแพงด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ จังหวัดพิจิตรมีแม่น้ำไหลผ่านอยู่ ๒ สาย คือแม่น้ำยมกับแม่น้ำน่าน มีปัญหาตลิ่งทรุดหลายพื้นที่ ทางฝั่งแม่น้ำยมที่ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม ตำบลสามง่าม ที่ตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม และที่ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม มีตลิ่งทรุด อยู่ ๕ แห่ง ส่วนแม่น้ำน่านที่ตำบลฆะมัง อำเภอเมืองพิจิตร ตำบลย่านยาว อำเภอเมืองพิจิตร มีตลิ่งทรุดอยู่ ๓ แห่ง ผมจะขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยเร่งรัดแก้ปัญหาด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมจะขอฝากรัฐบาลเฝ้าระวังปัญหาอุทกภัยและการบริหาร จัดการน้ำ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดพิจิตร แต่เป็นการจัดการน้ำทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณชนก จันทาทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก เหตุปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตอนนี้มีพี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนตัวเองมากถึง ๑๙๐,๐๐๐ คน มีพี่น้อง ประชาชนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้แล้วมากถึง ๖๗ คน แล้วก็มีผู้เสียชีวิตแล้วมากถึง ๒๗ คน แบ่งเป็นพลเรือน ๑๓ คน และกำลังพลอีก ๑๔ นาย หนึ่งในนั้นก็คือ จ่าสิบเอก ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย ภูมิลำเนาบ้านโคกกลาง ตำบลเซิม อำเภอโพนพิสัย ซึ่งเป็นพี่น้องประชาชนในเขต เลือกตั้งของดิฉัน ดิฉันขอสดุดีถึงทหารกล้าทุกนายที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาอธิปไตย ปกป้อง ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนค่ะ แล้วก็ขอส่งกำลังใจถึงรัฐบาล ดิฉันเชื่อมั่นอย่าง ที่สุดว่ารัฐบาลนั้นจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเร็ววันและนำพาความสงบสุขให้กับ ประเทศไทยได้อีกครั้งหนึ่งค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องอุทกภัยน้ำท่วมจังหวัดหนองคาย เมื่อปี ๒๕๖๗ จังหวัดหนองคาย ของดิฉันเกิดน้ำท่วมหนักถึง ๒ ครั้งด้วยกัน ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นตลิ่ง ถนน ประตูระบายน้ำ เกิดการชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าในตอนนี้น้ำเริ่มล้นตลิ่งอีกครั้งหนึ่งแล้ว มีความเสี่ยงสูงมากที่จังหวัดหนองคายจะเกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ขอให้ กรมชลประทานนั้นเร่งรัดแผนงานโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านเวิน บ้านพรพระธาตุ บ้านโป่งเย็น ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย ให้เสร็จในเร็ววัน เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหา อุทกภัยน้ำท่วมให้กับพี่น้องประชาชนอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สส. น่าน พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมจากพายุโซนร้อนวิภา ในจังหวัดน่าน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ต้องบอกว่าอุทกภัยครั้งนี้หนักหนา สาหัส เรียกได้ว่าหนักที่สุดในรอบ ๑๐๐ ปีก็ว่าได้ ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ท่านธีรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ท่านอรรถกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในช่วงที่ผ่านมา ต้องขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการช่วยเหลือที่สำคัญมาก ซึ่งก็คือการเยียวยาบรรเทาความ เดือดร้อนให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยหลังน้ำลด ผมอยากขอให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งรัดการเยียวยา ผู้ประสบภัยเนื่องจากปีนี้สาหัสมาก ๆ บางครอบครัวหมดเนื้อหมดตัวเลยทีเดียว ผมก็อยาก ขอให้เร่งรัดในการจ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของ ปภ. ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๙,๐๐๐ บาท ตามระเบียบ นอกเหนือจากการจ่ายเงินช่วยเหลือก็ขอให้ช่วยลดค่าน้ำ ค่าไฟในเดือนกรกฎาคมนี้ให้กับประชาชนด้วย เนื่องจากพี่น้องต้องใช้น้ำ ใช้ไฟในการฟื้นฟู ล้างบ้าน ทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ ล้างโคลนที่มากับน้ำจำนวนมาก ทำให้ค่าน้ำค่าไฟสูงขึ้นเป็น อย่างมาก และขอให้รัฐหามาตรการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการต่าง ๆ โดยเฉพาะ SMEs ทั้งร้านค้า โรงแรม ร้านบริการต่าง ๆ ในการพักหนี้ ลดดอกเบี้ยหรือการให้ Soft Loan ระยะยาว ดอกเบี้ยต่ำ ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อใช้ในการฟื้นฟูกิจการครับ รวมถึงมาตรการ ทางภาษีต่าง ๆ ด้วย รวมถึงการช่วยเหลือเกษตรกรด้วย ที่สำคัญก็ยังมีสาธารณประโยชน์ ที่พังทลายหลายอย่าง เช่น ถนนขาด สะพานขาด สะพานถล่มลงมาในหลายพื้นที่ด้วยกัน ก็ขอทางรัฐบาลสนับสนุนงบกลางในการซ่อมแซมแล้วก็ก่อสร้างใหม่ แก้ไขปัญหาให้พี่น้อง อย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณองอาจ วงษ์ประยูร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เป็นอย่างยิ่ง ทำให้ชาวนาชาวไร่ในจังหวัดสระบุรีเดือดร้อนมาก ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด เผือก มันสำปะหลัง ผักหวานป่าแล้วก็น้ำนมดิบ ราคาตกต่ำต้น ทุนการผลิตสูงมาก ล่าสุด ชาวไร่ข้าวโพดเดือดร้อนผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาดทุก ๆ ปีข้าวโพดราคาประมาณ ๘-๙ บาททุกปี แต่มาปีนี้ราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๕ บาท ประกอบกับต้นทุน การผลิตก็สูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นค่าไถ ค่าปลูก ค่าปุ๋ย ค่าแรง ค่าเก็บเกี่ยว ค่าเช่า หักค่าความชื้น ต่างหาก ถ้าเป็นอย่างนี้ชาวนา ชาวไร่อยู่ไม่ได้ อยู่ไม่รอดแน่นอน ฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือพยุงราคา หรือว่าจัดหามาตรการช่วยเหลือโดยด่วน ข้าวโพด ทุกฝัก ทุกเม็ด คือหยาดเหงื่อร่างกายชาวไร่ก็ขอทางภาครัฐช่วยพยุงราคาหรือสร้างมูลค่าเพิ่ม ช่วยเหลือเกษตรกรสระบุรีโดยด่วนนะครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียน ร้องทุกข์จากพี่น้องในหมู่ที่ ๒ ตำบลท่าช้าง อำเภอเสาไห้ ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านริมแม่น้ำป่าสักประสบความเดือดร้อนจากมวลน้ำกัดเซาะ ตลิ่งพังลึกเป็นแนวยาว บ้านเรือน ทรัพย์สินเสียหาย ชาวบ้านเดือดร้อนในหลายหลังคาเรือน ยิ่งในช่วงนี้ฤดูน้ำหลาก น้ำมามากเซาะตลิ่งรวดเร็วรุนแรง ฝากท่านประธานไปยังกรมโยธาธิการ และผังเมืองช่วยสนับสนุนก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอเสาไห้ ดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณพิมพกาญจน์ พลสมัคร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพกาญจน์ พลสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๓ พรรคไทยรวมพลัง🔗
ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉัน มีข้อหารือถึงความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ในฐานะผู้แทนราษฎรดิฉันมีความห่วงใยต่อ สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และหลายจังหวัด หนึ่งในนั้น มีจังหวัดอุบลราชธานีบ้านเกิดของดิฉันด้วยค่ะ วันที่ ๒๔ กรกฎาคมที่ผ่านมามีการปะทะ อย่างรุนแรงที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ประชาชนต้องอพยพจากพื้นที่ไปอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นวัด โรงเรียน ต้องทิ้งบ้านเรือน ไร่นา สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ทราบชะตากรรม ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ดิฉันได้ลงพื้นที่เพื่อดูแลและมอบสิ่งของที่จำเป็นให้กับพี่น้องประชาชน ผู้อพยพและทหารกล้าทุกนาย ดิฉันได้พูดคุยกับพี่น้อง พูดไปด้วยร้องไห้ไปด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันรู้สึกเศร้าใจ เสียใจต่อเหตุการณ์เลวร้ายรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ที่น่าเศร้าใจไปยิ่งกว่านั้น เมื่อวานนี้ดิฉันทราบข่าวว่ามีผู้ผูกคอตาย แล้วก็ใช้มีดกรีดตัวเอง สาเหตุเกิดจากภาวะความเครียดอย่างรุนแรง ดิฉันอยากจะขอเรียกร้องท่านประธานไปยัง รัฐบาล ๒ ข้อ🔗
ข้อที่ ๑ ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการยุติสงครามโดยเร็วที่สุด ซึ่งต้องทำอย่าง มีระบบและมีกระบวนการบริหารจัดการสภาวะฉุกเฉินอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ ได้ว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงโดยเร็วที่สุดและประเทศจะต้องไม่เสียผลประโยชน์ของชาติไป🔗
ข้อที่ ๒ ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องมี ความชัดเจนในเรื่องประเภทการชดเชย ระดับการชดเชย และ Timeline ของการชดเชย ทั้งนี้ต้องแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างรวดเร็วและชัดเจนถึงระบบ กระบวนการ ขั้นตอนในการชดเชยดังกล่าวด้วย ฝากท่านประธานถึงทางรัฐบาลช่วยดูแลพี่น้อง ด้วยใจนะคะท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเจษฎา ดนตรีเสนาะ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุมลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับ วันนี้ขออนุญาตนำปัญหาของพี่น้องประชาชนชาวปทุมธานี หารือกับท่านประธานสัก ๕ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก ถนนกำแพงเพชร ๖ ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี ไฟทางดับ มีเสาไฟ มีหลอดไฟ แต่ไฟไม่ส่องสว่าง นานมาก ๓ ปีแล้วครับ ก็ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งแก้ไขปรับปรุงเพื่อความ ปลอดภัยของประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ทางคู่ขนาน ทล. ๓๔๖ บริเวณก่อนขึ้นสะพานปทุมธานี ๑ ตำบล บางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี ช่องการจราจรถูกบีบลงจาก ๓ เลน เหลือ ๑ เลน ดังรูป แล้วก็การตีเส้นทึบก้างปลาไม่เหมาะสมทำให้การจราจรมีปัญหา แล้วก็เกิดการเบียดกัน ระหว่างรถเป็นประจำ ขอให้กรมทางหลวงพิจารณาแก้ไขการตีเส้นจราจรใหม่ แล้วก็เพิ่ม สัญลักษณ์ สัญญาณ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความสับสน แล้วก็ลดความ เสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๓ จุดกลับรถแยกปทุมธานี เฉลิมพระเกียรติ ตำบลบางปรอก อำเภอ เมือปทุมธานีเช่นเดียวกัน ช่องจราจรสำหรับกลับรถมีระยะสั้นเกินไปทำให้รถที่รอกลับ เกิดสะสม แล้วก็การจราจรติดขัดส่งผลให้ช่วงเวลาเร่งรีบ แล้วก็เช้า เย็นมีรถติดสะสม เป็นจำนวนมาก ก็ขอให้กรมทางหลวงพิจารณาดำเนินการปรับปรุงขยายช่องทางกลับรถให้มี ระยะทางมากขึ้นเพื่อลดอัตรารถสะสม🔗
เรื่องที่ ๔ ทางหลวงหมายเลข ๓๔๕ ช่วงแยกบางคูวัด-สะพานปทุมธานี ๒ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี มีไฟดับเป็นเวลานานแล้ว อันนี้ก็ติด ๆ ดับ ๆ อยู่ ไม่ติดสว่างให้ประชาชนสักที แล้วก็ขอให้กรมทางหลวงดำเนินการซ่อมแซมให้กลับมาสว่าง โดยเร็ว🔗
ประเด็นสุดท้าย ซอยโม่ฮวด ๗ หมู่ที่ ๒ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัด ปทุมธานี เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมขังทั้งในและนอกตัวบ้าน รวมทั้งบนถนน เพราะว่า รอการระบาย เนื่องจากไม่มีท่อระบายน้ำ ก็ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีช่วยดูแล และช่วยแก้ไขปัญหาให้ประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณสกุณา สาระนันท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ปัญหาที่ดิฉันจะนำมาหารือท่านประธานในวันนี้ก็คือข้อพิพาทเกี่ยวกับ แนวเขตการปกครองตำบลหนองสนมและตำบลขัวก่าย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร คือดิฉันได้รับร้องเรียนจากประชาชนบ้านโพนแพง ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส ในเรื่องแนวเขตที่คลาดเคลื่อนระหว่างตำบลหนองสนมและตำบลขัวก่าย ดิฉันทราบมาว่า ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในครั้งที่ตำบลหนองสนมได้ยกระดับเป็นเทศบาลตำบลหนองสนม และได้มีการกำหนดแนวเขตในช่วงเวลาดังกล่าว การกำหนดแนวเขตในครั้งนั้นอาจจะเป็นไป ได้ว่าการปฏิบัติอาจจะไม่ได้เป็นไปตามคู่มือการจัดทำและการแก้ไขการกำหนดแนวเขต ของกระทรวงมหาดไทยอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะในข้อ ๓.๔ คือการสอบถามพยานบุคคล ที่มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่ที่ทราบประวัติความเป็นมาของพื้นที่นั้น ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ หนองชัยสิทธิ์ ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เป็นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน เมื่อยังเป็นประเด็น ที่เป็นข้อพิพาทและยังไม่ได้มีข้อยุติ จึงส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาหนองน้ำนี้ ไม่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ประชาชนในบ้านโพนแพง ตำบลหนองสนม จึงได้ยื่นหนังสือร้องเรียน ดังกล่าว ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๗ เรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ จังหวัดก็ได้มีการ ทำหนังสือตั้งกรรมการพิจารณาหาข้อยุติปัญหาแนวเขตการปกครอง รวมถึงมีการตั้ง คณะกรรมการระดับตำบลด้วย ทีนี้เวลาก็ผ่านมาถึง ๑๐ ปีแล้ว เรื่องนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ไปไหน หากปล่อยไว้เนิ่นนานพยานบุคคลก็อาจจะมีการล้มหายตายจากเป็นประเด็นที่ชาวบ้าน มีความกังวล ดิฉันจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้โปรดเร่งหาข้อยุติที่เป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวโดยเร็วด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณปริญญา ฤกษ์หร่าย ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ🔗
วันนี้ผมขอหารือกับท่านประธาน เพียงเรื่องเดียวครับ เรื่องสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗๔ จากสลกบาตรไปบ้านทุ่งสนุ่น ซึ่งสะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่มีความสำคัญในเขตอำเภอ ขาณุวรลักษบุรี ซึ่งเป็นสะพานที่พี่น้องประชาชนใช้ในเรื่องของการคมนาคมการเดินทางไม่ว่า จะไปทั้งที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล แล้วก็โรงเรียน สะพานแห่งนี้ปัจจุบัน มีความชำรุดทรุดโทรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมทางหลวงก็ได้ไปตรวจสอบ ซึ่งสะพาน แห่งนี้ที่มีความทรุดโทรมก็เพราะสะพานแห่งนี้มีการใช้งานมามากกว่า ๕๐ ปี และความเสื่อม โทรมของสะพานแห่งนี้ทางกรมทางหลวงได้ไปสำรวจ เสาตอม่อมีความแตกร้าวปริมาณ มากกว่า ๓-๔ เมตร ๒. โครงสร้างของคอนกรีตผุกร่อน ๓. คอนกรีตมีความเสื่อมสภาพ ในเรื่องของการใช้งาน ผมก็อยากจะฝากทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมให้เข้าไปเกี่ยวกับ เรื่องบูรณะฟื้นฟู โดยใช้งบเร่งด่วนเพื่อให้พี่น้องประชาชนในเขตอำเภอขาณุวรลักษณ์บุรี มีการเดินทางที่ดีขึ้น ซึ่งสะพานในเขตอำเภอคลองขลุง หรือว่าสะพานวังแขมก็เป็นสะพาน ที่มีความทรุดโทรมในปัจจุบันนี้ ทางกรมทางหลวงก็กำลังดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการ ซ่อมแซมอยู่ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญ คุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
ยังไม่อยู่ ขอข้ามไป ก่อนครับ ต่อไปขอเชิญคุณราชิต สุดพุ่ม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอสดุดีพี่น้องทหารหาญทุกท่าน และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชายแดนทุกท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราชหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อนำขบวนรถเร็วนครศรีธรรมราช-กรุงเทพมหานคร กลับสู่พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เดิมนั้นนครศรีธรรมราชมีรถไฟอยู่ ๒ ขบวน คือขบวนรถเร็วและขบวนรถด่วน ซึ่งเป็นที่นิยมของพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชมาก ซึ่งเป็นสถานีรถไฟต้นทางและปลายทาง แต่เนื่องจากเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้เกิดสถานการณ์ โควิด ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้ยกเลิกรถเร็วนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ ทำให้ เหลือเพียงขบวนเดียว คือขบวนรถด่วนนครศรีธรรมราช ซึ่งไม่เพียงพอในการเดินทางของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ดูจากสถิติแล้วแต่ละวันพี่น้องนครศรีธรรมราชซื้อตั๋วขึ้น ประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ คน ในแต่ละเดือนเฉลี่ยแล้วประมาณเดือนละ ๑๐,๐๐๐ คน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล เมษายน พฤษภาคม ก็ประมาณ ๑๓,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชมาก และที่สำคัญขณะนี้ การเดินทางโดยเครื่องบินก็มีราคาสูงมากทำให้เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นจึงขอเรียนมายังท่านประธานได้โปรดนำขบวนรถเร็วนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ กลับคืนสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อให้เพียงพอต่อพี่น้องประชาชนที่มีประชากรถึง ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน ให้เกิดความเพียงพอ มีความประหยัด และเดินทางด้วยความปลอดภัย ด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณคำพอง เทพาคำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนภาคอีสาน ที่จังหวัดอำนาจเจริญพี่น้องร้องเรียนเข้ามาบอกว่าปัญหาความเดือดร้อน เรื่องหนี้รายวัน หนี้รายวันดอกโหดมาก เริ่มให้กู้ตั้งแต่ ๒,๐๐๐ บาทขึ้นไป ส่ง ๒๔ วัน วันละ ๑๐๐ บาท อีกในระดับหนึ่งก็คือ ๘,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาทนี่ ๔๐๐ บาทต่อวัน ๒๔ วัน ดอกโหดมาก ที่บ้านเกษมสุข หมู่ที่ ๙ ตำบลลือ อำเภอปทุมราชวงศา เมื่อคืนยังทวงกันอยู่ หนี้รายวันบางรายมีถึง ๑,๒๐๐ บาทต่อวัน ท่านนายอำเภอ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้กำกับ ช่วยไปดูนะครับ รัฐบาลก็ต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้รายวันด้วยไปถึงไหนแล้ว ก็ไม่รู้ ปัญหายาเสพติดก็รุนแรงครับที่เสลภูมิ ตำบลภูเงิน ติดตั้งแต่แม่ย่ายันลูกสะใภ้ พ่อตา ยันลูกเขย เด็ก ๆ ที่จะไปโรงเรียนไม่มีเงินไปโรงเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองติดยา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่าอย่างไร รู้หรือเปล่าครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งชุมชนในเขตเทศบาลเมือง เทศบาลนคร ที่จะมีการเลือกตั้ง กรรมการชุมชนในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๙ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยใช้ปัจจุบัน ไม่เหมาะสม ให้ชาวบ้านลงทะเบียนบ่าย ๒ โมง เลือกตั้งบ่าย ๓ โมง ใครจะมาเลือกตั้งทัน มันต้องให้มีการสมัครรับเลือกตั้ง แล้วก็มีการหาเสียง ตลอดจนการกำหนดวัน เวลาเป็น วันอาทิตย์ ตั้งแต่ ๘ โมงเช้าถึง ๕ โมงเย็นตามปกติการเลือกตั้ง ให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไข ระเบียบให้ทันด้วย🔗
เรื่องชายแดนกรณีปะทะที่จังหวัดอุบลราชธานี บ้านผมด้วย พี่น้องผม ญาติผม ที่อยู่ริมชายแดน อำเภอน้ำยืน ต้องการที่จะกลับไปหว่านปุ๋ยข้าว ไปใส่ปุ๋ยมันแล้ว รัฐบาล ดำเนินการที่จะให้กลับภูมิลำเนาไปถึงวันไหนครับ🔗
เรื่องชายแดน คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ Candidate นายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ที่ถูกตัดสิทธิไปแล้วบอกว่าให้ดำเนินการแจ้งไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ระดับประเทศ ระดับสากล เรื่องเด็กที่ได้รับความเดือดร้อน เสียชีวิต ให้เข้ามาตรวจสอบ แล้วดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศกับกัมพูชาด้วย แต่ปรากฏว่าคนของรัฐบาล บอกว่าคุณพิธาอวดรู้มาก รัฐบาลเขารู้ว่าจะทำอะไร วันนี้รู้ว่าจะทำอะไรหรือยังครับ กัมพูชา เขารุกเข้าไป พาต่างชาติเข้าไปตรวจสอบพื้นที่พิพาทแล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณธนพัฒน์ ศรีชนะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนพัฒน์ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นขอสดุดีวีรบุรุษทหารกล้าที่สละชีวิตปกป้องประเทศไทย และขอส่งกำลังใจให้ทหาร ที่อยู่แนวหน้ากลับบ้านได้อย่างปลอดภัยครับ🔗
กระผมขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนอยู่ ๓ เรื่อง ดังนี้ ขอขอบคุณท่าน อบต. วิจิตร บุตรอำคา ที่แจ้งปัญหามาถึงผม ปัญหาเรื่องถนนไม่มีไฟ ส่องสว่าง ทางหลวงชนบท หมายเลข ๔๐๐๔ จากบ้านนางาม ไปถึงองค์การบริหาร ส่วนตำบลส้มผ่อ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร กระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปยัง แขวงทางหลวงชนบทยโสธร กระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาและแก้ไขปัญหา ด้วยนะครับ🔗
๒. ขยายเขตไฟฟ้าบ้านโนนแดง ตำบลส้มผ่อ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร ไม่มีไฟฟ้าใช้กว่า ๘๐ ครัวเรือน ชาวบ้านได้ส่งเรื่องไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว ตอนนี้ เรื่องถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุบลราชธานี แต่ยังไม่มีงบประมาณลงพื้นที่ ชาวบ้าน แจ้งมาทาง สส. ช่วยประสานให้ กระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยผลักดันงบประมาณมาลงแก้ไขปัญหาตรงนี้ด้วยนะครับ🔗
๓. ถนนไม่มีไฟส่องสว่าง ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ จากบ้านห้วยสะแบก ตำบลโคกสำราญ ถึงบ้านกุดแห่ ตำบลกุดแห่ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ถนนเส้นนี้ มีความยาว ๑๐ กิโลเมตร เป็นถนน ๔ เลน เวลากลางคืนมืดมาก รถสัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุ อยู่บ่อยครั้ง กระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงมุกดาหารและกระทรวง คมนาคมให้ผลักดันงบประมาณซ่อมแซมและแก้ไขปัญหานี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ขอหารือท่านประธานสักนิดหนึ่งครับ🔗
ครับ🔗
เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิก ท่านวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ มาแจ้งผม ท่านกล่าวชื่อผมข้ามไป เนื่องจากว่าตอนนี้มีภาวการณ์ที่ ไม่ปกติ รัฐบาลนั้นตั้งงบไว้ ๑๐๐ ล้านบาทครับ🔗
ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวท่านต่อคนสุดท้าย🔗
ท่านครับ ผมขอชี้แจงนิดเดียว พี่น้องประชาชนชาวปากช่องเขารอฟังผมว่าทำไมผมไม่พูดนะครับ คืองบประมาณที่รัฐบาล ตั้งไว้ ๑๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้อนุมัติช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็ขอให้รัฐบาลนั้นเอาเงิน ตรงนี้รีบช่วยเหลือประชาชนก่อน ขอชี้แจงว่าที่ผมพูดช้าเพราะเป็นอย่างนี้ครับ🔗
ได้ครับ เดี๋ยวท่าน ต่อท้ายนะครับ🔗
ผมจะขออนุญาตพูดต่อเลย ได้ไหมครับท่านประธาน ผมมีกรรมาธิการการเกษตรครับ ขออนุญาตนะครับ🔗
เดี๋ยวตาม กติกาเรา ผมก็เว้นจังหวะ ผมเข้าใจ ผมบอกคุณศิรสิทธิ์อยู่ไหม แล้วก็ถามตั้งนาน🔗
ท่านครับ ผมมีความจำเป็นจริง ๆ เนื่องจากประเทศชาติ🔗
เข้าใจนะครับ แต่ผมก็บอกว่า ถ้าไม่อยู่ตอนนี้ขอข้ามไปก่อน นี่กติกา🔗
แต่กติกา บ้านเมืองเกิดสงคราม แบบนี้ ผมไม่ได้ดื้อรั้นนะครับ มีความจำเป็น🔗
ไม่ใช่ ดื้อ แต่ว่า ให้เวลาตั้งนาน ผมไม่ใช่บอกว่าคุณศิรสิทธิ์ แล้วพอสักพักข้าม ผมรออยู่นะครับ แต่ท่านไม่ได้ ยกมือหรือประท้วงบอกว่าผมช้าหน่อย ผมกำลังคุย ผมก็จะอนุญาตให้ แต่ทีนี้เมื่อท่านไม่อยู่ เอาว่าท่านอยู่ แต่ท่านไม่ได้แสดงตน ผมก็ไม่สามารถจะมองเห็นได้ ก็อนุญาตให้ต่อ ท่านสุดท้าย เหลืออีกประมาณ ๒๐ ท่าน ต่อท้ายนะครับ เป็นไปตามกติกา ไม่อย่างนั้นเรา ข้ามไปข้ามมาคนที่รออยู่ เราต้องเข้าใจคนที่เขารออยู่ เชิญต่อไป คุณปกรณ์ จีนาคำ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคกล้าธรรม ก่อนอื่นผมต้อง ขอสดุดีพี่น้องทหารกล้าที่เสียสละเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน และขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ได้รับ ผลกระทบและผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่ปะทะกันที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการปลูกกระเทียม เป็นจำนวนมากกว่า ๒๐,๐๐๐ ไร่ วันนี้ราคากระเทียมตกต่ำเป็นอย่างมากทำให้มีกระเทียม ที่ยังตกค้างอยู่ในมือของพี่น้องเกษตรกรกว่า ๒ ล้านกิโลกรัม และมีเกษตรกรที่ได้รับ ผลกระทบกว่า ๔,๐๐๐ ครัวเรือน ผมจึงอยากฝากท่านประธานถึงกระทรวงพาณิชย์และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้หามาตรการที่เหมาะสมในการเยียวยาและแก้ปัญหาให้พี่น้อง เกษตรกร เช่น เรื่องของการชะลอการนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศ ลดโควตาการนำเข้า กระเทียมจากต่างประเทศ เข้มงวดกับการลักลอบกระเทียมเถื่อนที่เข้ามา และพยุงราคา กระเทียมให้เหมาะสมและส่งเสริมการปลูกพืชทดแทน🔗
ส่วนในเรื่องที่ ๒ เรื่องนี้ผมติดตามเรื่องที่ดินทับซ้อนของชาวบ้านปางหมู หมู่ที่ ๑ ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับ ตชด. ๓๓๖ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่องนี้สืบเนื่องมาตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ แล้ว และชุดนั้นมีความเห็นให้ ตชด. ๓๓๖ คืนพื้นที่ป่าไม้ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้นำไปขอ เป็นพื้นที่ คทช. ต่อไป แต่วันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างใด ผมเองก็ได้ติดตามมาถึง ๔ ครั้ง ในสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใดเลย จึงขอฝากท่านประธาน ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กำกับดูแล ตชด. และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมได้ช่วยเร่งดำเนินการคืนพื้นที่นี้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสรพัช ศรีปราชญ์ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคประชาชนครับ วันนี้นำความเดือดร้อน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือ ดังนี้🔗
เรื่องแรก จากกรณีที่บริษัทขนส่งจำกัด หรือ บขส. ทำการยกเลิกการเดินรถโดยสารปรับอากาศประจำทางสาย ๙๐๔ กรุงเทพฯ-สระบุรี หรือที่คนสระบุรีเรียกว่ารถสาย ๙๙ ประชาชนที่ใช้บริการได้ร้องเรียนมา ว่าเกิดปัญหากระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากรถโดยสารประจำทางนี้มีความสะดวก ในการใช้บริการและอัตราค่าโดยสารไม่สูงมาก เหมาะสมสำหรับผู้มีรายได้น้อยในสภาพ เศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน เรื่องนี้ผมได้ตั้งกระทู้ให้ตอบในราชกิจจานุเบกษาไปเรียบร้อยแล้ว ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมให้เร่งตอบกระทู้ของผม หรือรีบชี้แจงว่า จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างไรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนทางหลวงชนบท สบ. ๔๐๑๘ ไฟทางดับไม่ติด ตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๘ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๐ ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ประชาชนสัญจรผ่านไปมาในเวลา กลางคืนด้วยความยากลำบาก เนื่องจากทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดี ฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวงชนบทให้ดำเนินการแก้ไขให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ไฟทางส่องสว่างบนถนนทางหลวง หมายเลข ๓๖๒ บริเวณสะพาน ข้ามแยก Bypass เสาไห้ดับไม่ติด ทั้ง ๆ ที่สะพานข้ามแยกแห่งนี้เพิ่งจะสร้างเสร็จได้ไม่นาน แต่ปัจจุบันไฟทางดับไปอีกแล้ว ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงให้เร่งดำเนินการ แก้ไขให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมขอติดตามเรื่องที่เคยได้หารือไป นั่นก็คือการแก้ไขไฟทาง ส่องสว่างบนถนนทางหลวง หมายเลข ๑ หมายเลข ๒ และหมายเลข ๓๖๒ ดับเป็นวงกว้าง แม้ในปัจจุบันจะมีการแก้ไขไปบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่ครบทั้งหมด ท่านประธานครับ ตลอดเวลา ๒ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ผมเป็นผู้แทนราษฎรได้ติดตามการแก้ไขไปหลายครั้ง ทั้งปรึกษาหารือ ทั้งตั้งกระทู้ถึงท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็มาตอบแล้วด้วย แต่สุดท้ายปัญหาก็ไม่ได้ถูกแก้ไข ให้ชาวจังหวัดสระบุรีใด ๆ ผมอยากฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงคมนาคม หรือ ถ้ากระทรวงคมนาคมช่วยไม่ได้ ก็ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีเลยก็ได้ ให้ช่วยมาชี้แจงหน่อย ว่าผมต้องไปตามที่ไหน ผมจะได้ไปตามให้พี่น้องประชาชน เพื่อให้ปัญหานี้ถูกแก้ไขได้สักที ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณอำนาจ วิลาวัลย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมต้องขอเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดปราจีนบุรี ขอบพระคุณทหารทุกนาย ที่เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินและพี่น้องประชาชน ขอแสดงความ เสียใจกับทุกครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และขอส่งกำลังใจถึงทหาร และพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนทุกท่าน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุกท่านด้วย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องเก่า คือเรื่องเงินชดเชยข้าวนาปรัง ๑,๐๐๐ บาท ที่รัฐบาล จะให้กับพี่น้องชาวนา ผมพูดผมก็อายเรื่องนี้ผมไม่อยากพูด เพราะผมทวงถามไป หลายรอบแล้ว แต่ว่ามันเป็นเงินของพี่น้องประชาชนที่จะต้องได้รับ อยากให้ท่านประธาน ประสานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงหน่อยว่าท่านจะให้เงินก้อนนี้กับชาวนาเมื่อไร หรือว่า เปลี่ยนรัฐมนตรีแล้วเรื่องนี้จะยกเลิกไปก็ขอให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายนนี้จะมีข้าวนาปีที่ได้ฤดู เก็บเกี่ยวออกสู่ตลาดอีกเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ราคาข้าวสูงสุดที่ขายได้คือ ๕,๕๐๐ บาท เมื่อสมัยท่านนายกรัฐมนตรี รัฐบาลชุดที่แล้ว ราคาข้าวต่ำสุด ๘,๕๐๐ บาท พวกเราในสภา เอาข้าวมาหว่านในสภาบอกว่าพี่น้องชาวนาจะตายแล้ว ราคาข้าวขายได้แค่ ๘,๕๐๐ บาท วันนี้เหลือ ๕,๕๐๐ บาท ผมอยากสอบถามว่าพี่น้องชาวนาอยู่ได้ไหม จึงอยากฝาก ท่านประธานประสานไปยังรัฐมนตรี ประสานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเคยพูดว่าสินค้า การเกษตรจะขึ้นยกแผง วันนี้ตกทุกอย่าง ห้องโสตขอภาพด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน อันนี้คือ ถนน ๔ แยก ชาวบ้านเรียกว่าแยกคลองหกวา เป็นถนน ๔ แยกที่เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ เนื่องจากไม่มีสัญญาณไฟจราจร แล้วก็เป็นถนนที่ประกอบด้วยเส้น ๓๐๗๖ จะวิ่งจาก บ้านสร้างไปอำเภอนครนายก แล้วก็เส้น ๔๐๐๒ วิ่งไปองครักษ์ แล้วก็เส้นสีเหลือง ๆ คือถนน ของ อบจ. เป็นถนนวิ่งเข้าหมู่บ้าน เวลารถวิ่งออกมาจากหมู่บ้าน รถทางเส้นใหญ่จะไม่เห็นรถ ที่ออกมาจากซอย และจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงอยากฝากท่านประธานประสานไปยังท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยจัดสรรงบประมาณไปทำไฟแดง ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าตอนนี้แยกนี้เป็นอันตรายมากและมีอุบัติเหตุทุกวัน สูญเสีย ชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกวัน กราบขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศนิวาร บัวบาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก ชาวบ้านชุมชนตำมะลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ได้ร้องเรียนมายังศูนย์ประสานงานพรรคประชาชน จังหวัดสตูล ว่าในพื้นที่มีขยะทะเลสะสมมานานเป็น ๑๐ ปี ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีสัตว์จรจัด มีสัตว์เลี้ยง พวกวัว แพะ แกะ เดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด ปล่อยมูลกระจายส่งผลกระทบต่อสุขอนามัย ของคนในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันจึงขอหารือทาง อบต. ตำมะลังให้ดำเนินการโดยเร่งด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ยังอยู่ที่ปัญหาขยะในจังหวัดสตูลนะคะ แต่เป็นที่ชุมชนประมง ตำบลเจ๊ะบิลัง นี่ก็เป็นขยะจากทั้งครัวเรือน แล้วก็ขยะทะเลที่สะสมเรื้อรังมานาน ท้องถิ่น ควรร่วมมือกันกับรัฐบาลกลางจัดการปัญหาอย่างจริงจังเสียที โดยทางกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งเองก็มีโครงการบริหารจัดการขยะทะเล ของบมาทุกปี ปีนี้ขอมาอีก ๑๓ ล้านกว่าบาท จึงขอหารือเทศบาลตำบลเจ๊ะบิลัง แล้วก็กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งให้ดำเนินการด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ถังเก็บน้ำประปาชำรุด ที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ผ่านมากว่า ๒ เดือนแล้วค่ะท่านประธาน ระบบสูบน้ำเสียหายไม่สามารถจ่ายน้ำได้ ชาวบ้าน ไม่มีน้ำใช้ จะต้องซื้อน้ำอุปโภคกันเอง จึงขอหารือ อบต. ทุ่งนุ้ย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าเร่งดำเนินการโดยเร่งด่วนค่ะ🔗
จากภาคใต้ขึ้นมาภาคเหนือ เรื่องที่ ๔ ถนนชำรุด ที่ตำบลลาดแค อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ถนนเข้าออก หมู่ที่ ๑๙ บ้านศรีรัตนะ ตำบลลาดแค ยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นหลุมเป็นบ่อ เกิดน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝนนานมากค่ะท่านประธาน จึงขอ หารือทาง อบต. ลาดแค อบจ. เพชรบูรณ์ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นช่วยเข้าไป ดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็แก้ไขโดยเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณกาญจน์ ตั้งปอง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นเลยนั้นผมขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวตรังร่วมสดุดีทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อผดุง อธิปไตยของชาติ และร่วมส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมไปถึงผู้สูญเสีย มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธาน ๒ หัวข้อหลัก ๆ ดังนี้ครับ ขอไฟล์วิดีโอครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของทางเดินไปสะพานหิน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะลิบงที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่บนเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ที่นักท่องเที่ยวมากมายต่างพากันเข้าไปสัมผัสถึงบรรยากาศความเป็นธรรมชาติ ในสถานที่แห่งนี้ และยิ่งช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกจะยิ่งสวยงามเป็นอย่างมากครับ แต่ว่าปัญหา ที่สำคัญก็คือระหว่างทางที่จะไปสะพานหินนี่มีความลำบากเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าไม่ได้ รับการพัฒนาของตัวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เลยนะครับ จึงอยากเป็นตัวแทนของพ่อแม่ พี่น้องชาวเกาะลิบงกราบเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ให้ช่วยจัดทำทาง เดินเท้าพร้อมไฟส่องสว่าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่พี่น้อง รวมไปถึงนักท่องเที่ยว ให้ได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องมาจากการได้รับความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องได้แจ้ง เข้ามาถึงตัวกระผมเอง ถึงการสัญจรไปมาบริเวณหน้าถนนโรงพยาบาลกันตัง จากพ่อแม่ พี่น้องในเขตเทศบาลเมืองกันตัง สภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ปะผุเป็นจำนวนมาก แถมยัง ไม่ได้รับการพัฒนามาเป็นระยะเวลายาวนาน เป็นความทุกข์ยากของผู้ที่สัญจรไปมา เพราะเนื่องจากกลัวอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในการใช้ถนน จากภาพที่เห็นนะครับ จึงอยาก เรียนผ่านท่านประธานสภาผ่านไปยังเทศบาลเมืองกันตัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ช่วย จัดทำโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงท้องถิ่น ตง.ถ. ๓-๐๐๐๗ ถนนสายควนทองสีห์ เพื่อลด อุบัติภัยบนท้องถนนที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดภูเก็ต เขตที่ ๑ ครับ ผมมีเรื่องหารือท่าน ประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับวันนี้🔗
เรื่องที่ ๑ กฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจ โรงแรมพุทธศักราช ๒๕๕๙ ซึ่งได้ประกาศออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ขนาดเล็กให้ได้รับอนุญาต กฎกระทรวงฉบับนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ ผมขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาต่ออายุกฎกระทรวงฉบับนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ งานก่อสร้างอาคารและสาธารณูปโภคต่าง ๆ ของทางราชการ และรัฐวิสาหกิจในจังหวัดภูเก็ตล่าช้า เหตุจากหาผู้รับเหมายากมากครับ และเกิดเหตุการณ์ ผู้รับเหมาทิ้งงานบ่อย ๆ ตัวอย่างเช่น อาคารศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้รับเหมาทิ้งงาน ต้องเสียเวลา ต้องใช้เวลาในการยกเลิกสัญญาและหาผู้รับเหมาใหม่มาเริ่มงานต่อ ทำให้ เสียโอกาสในการเข้าใช้งานหลายปี ถัดมาครับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต หลังใหม่ ผู้รับเหมาได้รับงานคือกิจการร่วมค้าอัครกรกับ China Railway ที่มีปัญหาเรื่องตึก สตง. ได้มีการลงนามสัญญาก่อสร้าง เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ กำหนดส่งมอบ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ แต่ปรากฏว่าผู้รับเหมาทิ้งงานจนกลายเป็นอาคารร้างจนถึงทุกวันนี้ ถึงตอนนี้ยังไม่ยกเลิก สัญญากับผู้รับเหมาเลยครับ และอาคารอเนกประสงค์สหวิทยาการระยะที่ ๒ มหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต มีการลงนามสัญญาเริ่ม ๘ มีนาคม ๒๕๖๗ กำลังจะครบกำหนดสัญญา ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ แต่ก็พบปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานเช่นเดียวกันครับ ผมจึงมีความเห็นว่า สาเหตุหนึ่งของปัญหาความล่าช้าของการก่อสร้างอาคารและสาธารณูปโภคในจังหวัดภูเก็ต คือกรมบัญชีกลางได้กำหนดราคากลางของค่าแรงงานเป็นราคาเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งไม่ สะท้อนกับความเป็นจริง เพราะในความเป็นจริงแล้วค่าจ้างแรงงานในจังหวัดต่าง ๆ นั้น ไม่เท่ากัน จังหวัดภูเก็ตมีอัตราค่าแรงขั้นต่ำ สูงที่สุดในประเทศครับท่านประธาน ผมจึงขอให้ กรมบัญชีกลางพิจารณาการคำนวณราคากลางโดยมีตัวคูณคล้าย ๆ กับค่า K ตามพื้นที่ของ งานก่อสร้างในจังหวัดต่าง ๆ อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างเรื่องอัตราค่าจ้าง ขั้นต่ำ รวมถึงตัวคูณค่าแรงเมื่อมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำโดยเฉพาะกรรมการค่าจ้างแรงงาน ในช่วงระหว่างที่มีการก่อสร้างอยู่ครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ปัจจุบันพบว่ามีกลิ่นกัญชาในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว ของจังหวัดภูเก็ตหลายแห่ง เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและ กลุ่มคุณภาพ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีการแก้ไขกฎกระทรวงเรื่องการขายกัญชา แต่ยังไม่มีผล ในทางปฏิบัติ ผมจึงขอให้รัฐบาลจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังเสียที ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณจิรัชยา สัพโส🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวจิรัชยา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ ดิฉันมีเรื่องหารือกับท่านประธานจำนวน ๔ เรื่องสำคัญ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเดือดร้อนเร่งด่วน ของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่🔗
เรื่องแรก ดิฉันขอฝากถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครและเทศบาลตำบลไร่ ให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำประปาในตำบลค่ะ ซึ่งเกิดขึ้นแทบทุกหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นจากงบพัฒนาจังหวัดหรืองบอุดหนุนเฉพาะกิจ เพื่อสร้างระบบประปาที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอฝากถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครและแขวงทางหลวงชนบท สกลนคร ช่วยแก้ไขปัญหาไฟส่องสว่างบนถนนหลวง ในพื้นที่อำเภออากาศอำนวย โดยเฉพาะ เส้นทางอำเภออากาศอำนวยไปยังตำบลท่าก้อน อำเภออากาศอำนวยไปยัง อำเภอวานรนิวาส และอำเภออากาศอำนวยไปยังอำเภอพรรณานิคม ซึ่งเป็นเส้นทางหลัก แต่ยังขาดไฟส่องสว่าง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและความไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอฝากถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง สนับสนุนการพัฒนาเมือง ในเขตเทศบาลตำบลอากาศซึ่งเป็นศูนย์ราชการ แต่ยังขาดแคลนงบประมาณในการพัฒนา ระบบถนน ทางเท้าและภูมิทัศน์ เพื่อยกระดับพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวลำน้ำยาม ซึ่งมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน🔗
เรื่องที่ ๔ ขอฝากถึงเทศบาลตำบลท่าก้อนและสำนักงบประมาณ เร่งแก้ไข ปัญหาน้ำประปาแทบทุกหมู่บ้านเลย ซึ่งยังขาดทั้งคุณภาพและปริมาณ จึงขอให้มีการจัดสรร งบประมาณเพื่อพัฒนาระบบประปาให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพอย่างเร่งด่วนค่ะ🔗
ท้ายที่สุดนี้ในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ดิฉันขอสดุดีทหารกล้า และเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินอย่างกล้าหาญ ดิฉันขอส่งกำลังใจไปยัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและสถานการณ์ กลับสู่ความสงบโดยเร็ว กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักเรียนและครู โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมสภา ต่อไป ขอเชิญคุณษฐา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการจำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ การก่อสร้างสะพาน ข้ามคลองเล หมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๑๑ ตำบลดุสิต อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช กับอำเภอ เวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมาจำนวนมาก แต่เนื่องจาก สภาพของสะพานได้ก่อสร้างมานาน มีสภาพที่คับแคบชำรุดทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสัญจร ไปมาและขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งกระผมได้รับการประสานจากนายพิสิษฐ์ ไกรสิทธิ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตอำเภอถ้ำพรรณรา เรื่ององค์การ บริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ขอใช้พื้นที่ไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๒ นครศรีธรรมราชได้ส่งเรื่องการขอ อนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทุ่งหนองควาย เพื่อก่อสร้างสะพานข้ามคลองเลไปยัง อธิบดีกรมป่าไม้แล้ว เพื่อการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงขอให้อธิบดี กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งคลองสังข์ในเขตเทศบาล ตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกระผมเคยนำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือ กับท่านประธานเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๗ โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำการ สำรวจและประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายแล้ว แล้วผมได้รับการประสานจาก นายณัฐกร รักษาวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายางว่า ในขณะนี้น้ำได้กัดเซาะตลิ่งอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยไว้จะทำให้เกิดความเสียหายมากยิ่งขึ้น จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เร่งรัดการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งคลองสังข์ด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณซูการ์โน มะทา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นก็ขอสดุดีให้กับ บรรดาเหล่าวีรชนผู้กล้าที่ปกป้องอธิปไตยและขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือผ่านท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอยู่ ๔ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก เรื่องคอสะพานข้ามแม่น้ำสายบุรี ช่วงบ้านพรุ-เกะรอ ชำรุดเสียหายจากอุทกภัย คอสะพานแห่งนี้เป็นของหน่วยงาน ที่รับผิดชอบคือกรมทางหลวงชนบท แต่ว่าตัวถนนเป็นของ อบจ. ซึ่ง ๒ หน่วยงานทำให้ สะพานตรงนี้ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือตอนอุทกภัย ก็อยากเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่ง ดำเนินการซ่อมแซมและแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะว่าจะเข้าสู่หน้าอุทกภัยอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงชนบทขยายเขตไฟฟ้าบริเวณถนน กาบัง-ถ้ำตลอด ทช สข. ๓๐๖๓ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่บ้าน ๒ แยก ตำบลกาบังและตำบล บาละได้มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งต้องอาศัยทางกรมทางหลวงชนบทร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการขยายการให้บริการเขตน้ำประปา ผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าน้ำประปาในเขตพื้นที่ตำบลบุดีนั้น มีสภาพที่ไม่เหมาะ กับการดื่ม ซึ่งนักเรียนได้ใช้น้ำประปานี้ในการบริโภคและใช้สอยมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี ผมก็อยากเร่งรัดให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประปาส่วนภูมิภาค สาขายะหา ได้เร่งขยายเขตการให้บริการ อย่างรวดเร็ว ก็ได้ประสานหารือผ่านท่านประธานมาทั้งหมด ๕ ครั้งแล้ว เรื่องยังไม่คืบหน้า ก็อยากฝากท่านประธานได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริการให้พี่น้องประชาชน ได้มีน้ำประปาที่สะอาดถูกอนามัยในพื้นที่ทั้งอำเภอรามันพื้นที่ตำบลกาลูปัง ทั้งพื้นที่ อำเภอเมืองที่ตำบลบุดี ทั้งหมดนี้เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องสุดท้าย คือปัญหาความอันตรายของยาเสพติด วันนี้รัฐบาลประกาศ นโยบายแก้ปัญหายาเสพติด แต่ใบกระท่อม น้ำกระท่อมมีขายอยู่ริมถนนในหมู่บ้าน ทุกหมู่บ้าน ก็อยากฝากผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เอาจริงเอาจัง กับยาเสพติด เพราะยาเสพติดทำลายอนาคตของพี่น้องลูกหลานที่เป็นคนไทยในพื้นที่ ทั้งประเทศ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณคุณากร มั่นนทีรัย ครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพ ผม ไวท์ คุณากร มั่นนทีรัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมนำปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนชาวอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี มาหารือ ท่านประธาน ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ หน้าตลาดบีบีถึงช่วงหน้าตลาดบ้างใหญ่มีการจราจรติดขัดในชั่วโมง เร่งด่วน เนื่องจากมีรถจอดแช่ทั้งรถแท็กซี่และรถโดยสารจอดติดเป็นระยะทางยาว ทั้งนี้พื้นที่ อื่น ๆ ก็มีเช่นกัน เช่น ปากซอยวัดส้มเกลี้ยง วัดพระเงิน พระปิ่น ๓ ซอยแก้วอินทร์ เป็นต้น จึงขอให้เจ้าพนักงานจราจร ตำรวจทางหลวง และกรมทางหลวงช่วยกันดูแล อาจติดกล้อง CCTV ไว้เป็นการถาวรเพื่อจับแล้วปรับก็เป็นหนทางหนึ่ง🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้เป็นปัญหามาก โดยเฉพาะกลางคืนเคยหารือไปแล้ว ไม่เห็น เส้นทางจราจรเลยครับ เนื่องจากไม่มีการติดไฟฟ้าส่องสว่าง โดยเฉพาะถนนริมคลองประปา เนื่องจากมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล มีส่วนรับผิดชอบพื้นที่ต่างกัน และติดขัดเรื่อง ข้อกฎหมายอีกว่าใช่พื้นที่สาธารณะหรือไม่นะครับ จึงขอให้มีหน่วยงานที่มารับผิดชอบ ค่าไฟฟ้า และให้การประปาเทศบาลเมืองบางแม่นาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และการไฟฟ้านครหลวงร่วมหารือและหาทางออกให้ประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องรถบรรทุกรถพ่วงที่วิ่งช่วงถนนถนนกาญจนาภิเษก อำเภอบางใหญ่ ประชาชนสงสัยว่ารถเหล่านี้ทำถนนเลอะเทอะ ขับแช่ขวาและมีบางส่วน ขับเร็วแซงซ้าย แซงขวาเป็นประจำ อยากจะขอให้กรมทางหลวง ตำรวจทางหลวงช่วย ควบคุม ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบด้วยว่า กฎหมายเกี่ยวกับการขับรถบรรทุก ที่ปลอดภัยนั้นเป็นอย่างไร🔗
เรื่องสุดท้าย สัญญาณไฟจราจรสี่แยกใต้ทางด่วน ช่วงถนนแก้วอินทร์ ตัดกับหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ควรเปิดใช้ได้แล้ว เนื่องจากประชาชนขับผ่านทีไรมีผวาทุกครั้ง เป็นแยกที่มีทัศนียภาพที่แย่มาก ฝากกรมทางหลวงช่วยเข้ามาจัดการด้วย ผม ไวท์ คุณากร มั่นนทีรัย ชาวอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน ก่อนอื่นเลยผมขออนุญาตเป็นตัวแทนของคน ในพื้นที่ของผมได้กล่าวขอบคุณ แล้วก็ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร ข้าราชการ แล้วก็ อาสาสมัครที่ทำงานอยู่ที่ชายแดน รวมถึงเหตุภัยน้ำท่วมต่าง ๆ ที่เกิดในประเทศเราด้วย ประเทศนี้ติดหนี้บุญคุณท่านอย่างยิ่ง และผมอยากจะฝากให้ทุกท่านที่อยู่แนวหลัง ผมว่าไม่มี สิ่งที่ดีไปกว่าการที่เราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ วันนี้ก็เช่นกันครับ ผมขอทำหน้าที่ ของผม โดยนำความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรกครับ สไลด์ขึ้นได้เลย ผมได้ลงพื้นที่ไปที่ศูนย์เด็กเล็กชุมชนรวมน้ำใจ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงบางปะกอก ซึ่งตรงนี้ มีแอร์ติดแล้วครับท่านประธาน แต่น่าเศร้ามากเลยครับ ค่าไฟก็พอมี แต่เชื่อไหมครับว่าแอร์ที่มีคนมาติดให้ไฟไม่สามารถรับได้ ก็อยากฝากทาง กทม. หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเปลี่ยนระบบไฟให้มันมีการรองรับการใช้วัตต์ที่มันมากขึ้น ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาคาราคาซังของกรุงเทพมหานครมากครับ การใช้ พื้นที่ถนนข้างทางที่สุดท้ายเป็นที่สาธารณะ ไป ๆ มา ๆ ก็กลายเป็นที่ของคนนั้นไปเลย ก็มีปัญหาการเอารถเสียมาจอดบ้าง บนถนนลาดหญ้า เขตคลองสาน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเป็นอู่ ผมก็ไม่ได้อะไรหรอกครับ ประชาชนทำมาหากินไม่อยากไปขัด แต่ถ้าจะทำกันอย่างนี้ ก็เก็บค่าเช่าข้างถนนเลยไหมครับ เพราะเป็นที่ของทุกคน แล้วก็อยากถามว่า กทม. เอาอย่างไรกันแน่จะเก็บค่าที่จอดรถข้างทางไปเลยไหมให้เป็นหลักเป็นแหล่ง หรือว่าต่อไป ใครจะมีรถก็ต้องแสดงว่ามีที่จอดรถเหมือนประเทศญี่ปุ่นไหม ไม่อย่างนั้นก็จะทะเลาะกัน ยิงกันตายกันอย่างนี้ใน กทม.🔗
เรื่องสุดท้าย ผมได้ไปคุยกับเฮีย ณ พล ซึ่งจริง ๆ แล้วแกก็เป็นนักอุตสาหการ อยู่ในเขตราษฎร์บูรณะ ทำผลิตภัณฑ์พลาสติกอะไรมากมาย ตอนนี้โดนตีตลาดจากสินค้าจีน แกก็ร้องเรียนมาว่า ถ้าไม่แก้ตอนนี้หรืออาจจะแก้ไม่ทันเสียด้วยซ้ำว่าอุตสาหกรรมไทยกำลัง จะตายหมดจากการที่สินค้าจีนทะลักเข้ามา อยากให้มีการปรับกฎหมายให้มี Local Content หรือใช้ของในประเทศ ไม่อย่างนั้นอุตสาหกรรมไทยจะตายและไม่สามารถกลับมา อีกได้ เราจะแพ้สงครามเศรษฐกิจ โดยละเลยสงครามเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ อำเภอเทิง อำเภอ พญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีทั้งเรื่องที่ต้องขอขอบคุณ กับเรื่องที่ต้องขอให้ทางสภาได้มี หนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบนะครับ🔗
เรื่องแรกต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มอบให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้จัดทำ ถุงยังชีพไปมอบให้ราษฎรในพื้นที่เชียงราย เขต ๕ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ท่านนายอำเภอ และ ปภ. ได้ร่วมกันไปมอบในวันเสาร์ที่ ๒๖ และวันอาทิตย์ที่ ๒๗ ที่ผ่านมา🔗
เรื่องที่ ๒ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จ่ายเงินเยียวยาหลังจากที่ผมได้หารือไปเมื่อวันที่ ๒๓ ที่ผ่านมา ที่ท่านประธานได้แซวผมว่า ร้องจริง ๆ วันนี้ได้รับการเยียวยาแล้ว และพี่น้องราษฎรก็ฝากขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ🔗
และมีอีก ๓ เรื่องที่ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เรื่องแรกคือขอเร่งสร้างสะพานข้ามลำน้ำหงาว ท่านจะเห็นว่าในภาพนี้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๗ แล้ว คอสะพานขาดปีนี้ก็มีการซ้ำเติมอีกรอบหนึ่ง ก็ขอให้เร่งสร้างเพื่อที่จะเป็น พื้นที่สัญจรและการลำเลียงผลผลิตสู่การตลาดของราษฎรบ้านเหล่า หมู่ที่ ๑ และราษฎร ตำบลหงาว ขอให้ อบจ. เชียงราย กรมเจ้าท่า และกรมโยธาธิการได้เร่งดำเนินการแก้ไข โดยเร่งด่วน ได้รับข้อร้องเรียนมาจากพ่อหลวงสุธีร์ และท่านอาจารย์เสริม ขรรค์ชัย🔗
เรื่องที่ ๒ ขอเร่งสร้างสะพานสัญจรทางหลักระหว่างบ้านปางค่าไปยัง ร่มโพธิ์ไทย-ภูชี้ฟ้า ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง เพื่อรองรับการท่องเที่ยวปลายปีนี้ครับ ขอให้ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ขอเร่งแก้ไขเยียวยาเกี่ยวกับน้ำท่วมในปีนี้ ขอให้ทางเกษตร นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เร่งสำรวจความเสียหายโดยด่วน🔗
และเรื่องสุดท้าย การแก้ไขเยียวยาชาวสวนลำไยในพื้นที่ภาคเหนือจังหวัด เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ โดยขอให้กรมการค้าภายในนั้นได้กระตุ้น ในการตลาด แล้วก็เร่งการซื้อการขาย และรวมถึงการแก้ไขเยียวยาต่อไป ขอบคุณท่าน ประธานครับ🔗
ขอเชิญคุณภัสริน รามวงศ์🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ปากเสียงคนบางซื่อ ดุสิต พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องหารือ ๔ เรื่อง และก่อนอื่นดิฉันขอเป็นตัวแทนของคนบางซื่อ ดุสิต ให้กำลังใจทหารแนวหน้า แล้วก็ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานทุกท่านนะคะ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการพิจารณาตามความเหมาะสมของตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบัน ของป้อมตำรวจจราจร บริเวณแยกเทอดดำริ เขตดุสิตนี้เอง เนื่องจากดิฉันได้รับข้อร้องเรียน ว่าตั้งอยู่กีดขวางเลนจราจร และบดบังทัศนวิสัยเป็นจุดอันตราย แล้วก็ในเวลากลางคืน ใครที่ไม่ชินสัญจรในเส้นนี้ก็อาจจะทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอติดตามการแก้ไขปัญหาที่จอดรถ สำหรับหน่วยงานราชการ ที่มาประชุมที่สภาแห่งนี้ ดิฉันได้เคยปรึกษาหารือไปเมื่อปีที่แล้ว รถตู้ของหน่วยงานก็ไม่มี ที่จอดรถในสภาเลย ก็ต้องไปจอดที่ริมถนนทหาร แล้วก็กีดขวางทางเข้าออกของชุมชน องค์การทอผ้า เข้า ออกยากจนชาวบ้านจะต้องเอาสีเหลืองมาตีเส้นเอง ก็หารือกับ ท่านประธานว่าทางรัฐสภาก็ต้องคำนึงถึงชุมชนรอบข้างอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของชุมชน บ้านพักองค์การทอผ้าข้าง ๆ รัฐสภานี้ ซึ่งเช่าแฟลตกรมธนารักษ์ มีสภาพอาคารเก่า ทรุดโทรม ปั๊มน้ำชำรุด แล้วก็มีผู้สูงอายุและคนกลุ่มเปราะบางอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก🔗
เรื่องสุดท้าย ดิฉันขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ควบคุมร้านอาหาร สถานบันเทิง โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตบางซื่อ ดุสิต เรื่องการส่งเสียงดังรบกวนผู้อยู่อาศัย โดยรอบ ควรให้มีการตรวจสอบการใช้เสียงดัง รวมถึงการควบคุมเวลาเปิด ปิด ให้อยู่ใน กรอบของกฎหมายด้วย ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันขอเป็นตัวแทน คนฉะเชิงเทรา ขอแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจกับพี่น้องทหารทุกนายที่กำลังปฏิบัติ หน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทยอยู่ ณ พื้นที่ชายแดน ท่านประธานคะ ดิฉันขอหารือเรื่องความ ปลอดภัยในจุดตัดทางรถไฟ เขตตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งดิฉัน เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรรอให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย ขออนุญาตภาพขึ้นเลยนะคะ🔗
ภาพนี้คือภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ รถบัส ซึ่งเดินทางมาทอดกฐินก็ชนกับรถไฟ ณ จุดตัด ที่ไม่มีเครื่องกั้นอัตโนมัติ ใกล้สถานีคลองแขวงกลั่น ตำบลบางเตย มีผู้เสียชีวิต ๒๐ ราย บาดเจ็บกว่า ๓๐ ราย เหตุการณ์นี้สะเทือนใจคนทั้งประเทศ และควรจะเป็นบทเรียน ให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเชิงป้องกันอย่างจริงจัง แม้จุดที่เกิดอุบัติเหตุนี้ได้รับการ ก่อสร้างหรือติดตั้งเครื่องกั้นแบบอัตโนมัติไปแล้วก็ตาม แต่ในตำบลบางเตยยังมีจุดตัด อีก ๒ จุดเสี่ยง ที่หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๔ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเครื่องกั้นอัตโนมัติหรือไม้กั้น ทั้งที่ เป็นเส้นทางสัญจรหลักของประชาชนหลายตำบล บางเตย หนามแดง วังตะเคียน บางกะไห ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณไพศาล เพ็งพานิช รองนายก อบต. บางเตย ซึ่งได้เข้าร่วม ประชุมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยเมื่อ ๒ วันก่อน ในที่ประชุมการรถไฟแจ้งว่าพร้อมที่จะ ของบประมาณเพื่อติดตั้งเครื่องกั้นถนนอัตโนมัติให้ครบทั้ง ๒ จุด แต่มีเงื่อนไขว่า อบต. จะต้องรับผิดชอบค่าบำรุงรักษาปีละ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อจุด รวมแล้ว ๒ จุดก็ ๑ ล้านบาทต่อปี ดิฉันขอพูดตรงไปตรงมาว่า นี่ไม่ใช่เงื่อนไขที่ยุติธรรมเลยที่ท้องถิ่นเล็ก ๆ อย่าง อบต. บางเตย จะสามารถทำได้ ท่านประธานดูนะคะ จริง ๆ การดูแลความปลอดภัยของจุดตัดทางรถไฟ มันเป็นภารกิจหลักของการรถไฟ แล้วก็กระทรวงคมนาคม ไม่น่าจะผลักภาระมาให้ อบต. ที่มีทรัพยากรจำกัด ขอบอกเลยว่าจุดตัดทั้ง ๒ จุด ถ้าจะให้จ่ายค่าบำรุงรักษาปีละ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อจุด หรือ ๑ ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ อบต. บางเตย สามารถเก็บรายได้จากภาษีได้แค่ เพียง ๒๗๐,๐๐๐ บาทต่อปีเท่านั้นเอง แล้วจะไปจ่ายได้อย่างไร แสดงว่าเครื่องกั้นทั้ง ๒ จุดนี้ ไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย ดังนั้นท่านประธานคะ จริง ๆ เครื่องกั้นนี้มันสำคัญมาก มันไม่ใช่เรื่อง หรูหราอะไร แต่มันเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญต่อชีวิตของคน ดังนั้นจึงขอฝากท่านประธาน ประสานไปยังกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อทบทวนแนวทาง ที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับท้องถิ่น อย่าให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นอีกเลย เราไม่อยากเห็นการตาย หรือการเสียชีวิตของผู้คน เพราะว่าไม่มีค่าบำรุงรักษานั่นเอง ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณภูริวรรธก์ ใจสำราญ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน ลาดพร้าว จรเข้บัว พรรคประชาชน🔗
วันนี้ประเด็นแรก ผมอยาก นำเอาเรื่องที่ผมเคยไปปรึกษาหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีทั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ กระทู้ถาม ในราชกิจจานุเบกษา ปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ แล้วก็ตามไปดูถึงหน้างาน สุดท้ายถูกปล่อย Joy ไม่มีการแก้ไขใด ๆ โรงขยะสายไหมที่เอกชนผู้ได้รับสัมปทานนั้นกำลังจะหมดระยะ แล้วก็ วงเงินสัมปทานไปจึงไม่มีการแก้ไขอะไรเลย ขยะส่งกลิ่นเหม็นขยายเป็นวงกว้าง จริง ๆ แล้ว การทำประตูให้เป็นระบบปิดถึงจะกันไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ดีกว่าที่จะไม่ได้ทำอะไรเลย เรียกร้องแบบนี้มากกว่า ๒ ปี ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านก็ลงพื้นที่เห็นปัญหา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร ถ่าย Vlog เสร็จแล้วก็กลับไป ส.ก. พรรคประชาชนของเราเอาปัญหา โรงขยะทั้งสายไหม แล้วก็อ่อนนุชพูดในสภา กทม. แต่ท่านผู้ว่าก็ไม่มี Reaction กลับมา รอให้หมดสัมปทานไป คนสายไหมต้องทนแบบนี้ต่อไปอีกเท่าไร บอกวันนี้ก็คงจะไม่มีอะไร เกิดขึ้น แต่ก็ต้องบอกให้มันเป็น Digital Footprint จะได้รู้ว่าปัญหาที่เคยพูดไปไม่ได้รับการ แก้ไขครับ🔗
ต่อมาเป็นเรื่องของปัญหาจราจรที่เราเชิญหน่วยงานที่คอยกำกับดูแลจราจร ในแยกจตุโชติ เพิ่มสิน แล้วแยกทางด่วนขึ้นกาญจนาภิเษกมาปรึกษาหารือกัน ทุกวันนี้รถติด หนักมากกว่าเดิมกว่าจะหลุดแยกเหล่านี้ใช้เวลาเกือบ ๔๐ นาที หลังจากที่ประชุมครั้งนั้น ก็มีการเคลื่อนไหวอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ดีทุกวันนี้เวลาที่รถติด รถที่มาจากสายไหมต้อง เลี้ยวขวาขึ้นทางด่วนนั้นจะต้องออกมาสวนเลนที่ ๓ ทำให้รถติดเกิดภาวะแย่งชิงกัน ซึ่งหาก จะมีการจัดตั้ง การติดตั้งแท่งล้มลุก ตีเส้นบนจราจรให้ชัดเจน บนถนนให้ชัดเจนก็จะสามารถ ทำให้เกิดระเบียบได้ รวมไปถึงตรงนั้นถนนเป็นหลุมเป็นบ่อทำให้เกิดอุบัติเหตุ รถล้ม ยางแตก อยู่บ่อยครั้ง จากตรวจสอบถนนดังกล่าวเป็นของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ก็ขอฝาก หน่วยงานให้ท่านดูแลด้วย🔗
ประเด็นสุดท้ายครับ หลังจากที่ผมถามกระทู้ถามแยกเฉพาะครั้งนั้น ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมท่านได้สั่งการให้กรมขนส่งทางบก ให้ถนน เทพารักษ์ สายไหม บางเขนเป็นพื้นที่นำร่อง แก้ไขปัญหาการไม่มีขนส่งสาธารณะ มันเป็น เหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีการแก้ไขใด ๆ อีก เมื่อไม่นานมานี้ครับ กรุงเทพมหานครและคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกเปิดโผ ๓๐ เส้นทาง ซึ่งก็เอา แผนของ TDRI มา ปรากฏว่าพื้นที่สายไหม เทพารักษ์ สุขาภิบาล วัชรพลของผมนั้น ก็ไม่อยู่ในแผนการทำงาน เป็นวงกลมเป็นไข่อยู่ตรงนั้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนทำแผน ท่านศึกษาแล้วก็เห็นความต้องการของประชาชนแบบไหน ผมไม่ได้กีดขวางในพื้นที่ที่มีรถวิ่ง ในพื้นที่อื่น การมีรถวิ่งมันดีมาก แต่ก็สงสัยการทำงานของพวกท่านอยู่ สุดท้ายเรายัง เรียกร้องให้รัฐบาลผู้บริหารสามารถทดลองวิ่งรถได้หรือไม่ หรือว่าสุดท้ายแล้วประชาชนต้อง รอให้พวกผมเป็นรัฐบาล ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณปรเมษฐ์ จินา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี วันนี้มีปัญหาที่จะนำเสนอท่านประธานผ่านไป ยังหน่วยงาน ซึ่งก็คงจะเป็นปัญหาที่เรื้อรัง แล้วก็ถ้าวิเคราะห์ตามแนวโน้มก็จะมีปัญหามาก ขึ้นเรื่อย ๆ นั่นก็คือเรื่องของการแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคม แล้วก็พอหลังจากนั้นก็จะมีเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน แล้วก็ปีหน้าคาดการณ์ว่าตั้งแต่เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน จนถึงกรกฎาคม ก็จะเป็น ปัญหาในเรื่องของปาล์มน้ำมันล้นตลาด ทีนี้ในส่วนของพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อำเภอพระแสงมีโรงงานมากที่สุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๑๐ โรง ณ ตอนนี้ กำลังที่จะสร้าง โรงที่ ๑๑ ทางพื้นที่ สมาชิกสภาจังหวัด สจ. ไพโรจน์ คล้ายทองคำ ท่านก็ได้ไประดม ความคิด แล้วก็หาแนวร่วมในพื้นที่ก็เลยมีข้อเสนอแนะผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ให้บูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นในกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน แล้วล่าสุดก็คงจะเป็น กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากว่ามีแนวคิดว่าจะต้องสร้างโรงเรียน หรือว่าวิทยาลัยการอาชีพ ขึ้นมา เพื่อรองรับบุคลากรทำงานด้านปาล์มน้ำมันโดยเฉพาะ เพื่อที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยขณะนี้ก็ได้มีการเตรียมพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ในเรื่องของการจัดทำโครงการก็ได้ ผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการซึ่งดูแลสังกัดกรมอาชีวศึกษา อันนี้ก็อยากจะนำเรียนให้ทำ เป็นเรื่องใหญ่แล้วก็แก้ปัญหาระยะยาวให้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็เป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับในเรื่องของไฟฟ้า มีการบ่นกันเยอะ แล้วก็ ตอนนี้ขอนำเรียนว่าเรามีบุคลากร แล้วก็มีคณะกรรมาธิการการพลังงานได้ลงไป ในพื้นที่ด้วย แล้วก็ช่วยกันสำรวจ แล้วก็จะมีการขยายเขตไฟฟ้า ล่าสุดก็ขอในส่วนของพื้นที่ หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๗ ตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี🔗
สุดท้ายก็คงจะเป็นเรื่องของในพื้นที่ เนื่องจากว่าส่วนขององค์การบริหาร ส่วนตำบลไทรโสภา แล้วก็องค์การบริหารส่วนตำบลบางสวรรค์ ขอขยายถนนสายหมู่ที่ ๓ ตำบลไทรโสภา เชื่อมต่อหมู่ที่ ๑๐ ตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี อันนี้ก็นำเรียนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วยสนับสนุนแล้วก็ลงไปดูแล ให้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณจรัส คุ้มไข่น้ำ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๘ พรรคประชาชน ขออนุญาต หารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรก คือกระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวตำบลเขาไม้แก้ว หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๕ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ปัญหาการ ขาดแคลนน้ำใช้อุปโภคในครัวเรือน ซึ่งตำบลเขาไม้แก้วรวมทั้งหมดมีจำนวน ๕ หมู่บ้าน แต่ไม่เคยมีน้ำประปาใช้เลย องค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้วได้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน คือการขุดบ่อรอรับน้ำฝนและผันน้ำแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน แต่ก็ไม่เพียงพอ เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำตลอดมา จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้โปรดจัดสรรงบประมาณลงมาเพื่อดูแลแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ำของพี่น้องประชาชนตำบลเขาไม้แก้วด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างถนนสาย ๓๓๑ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๒ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๕ ช่วงขาออกอำเภอสัตหีบ ถนนสาย ๓๖ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑ ถึงกิโลเมตร ที่ ๒๔ เขตพื้นที่ติดต่อระหว่างชลบุรี ระยองและถนนสาย ๑๐๖๓ ที่เชื่อมต่อระหว่างถนน สาย ๓๓๑ และตำบลห้วยใหญ่ ขณะนี้ถนนทั้ง ๓ สาย ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง พี่น้องประชาชน ที่สัญจรไปมาเกิดความไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยครับท่านประธาน จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ได้โปรดพิจารณาตรวจสอบและ เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ ก่อนที่ดิฉันจะหารือในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของดิฉัน ดิฉัน ขอสดุดีและขอขอบคุณทหารกล้าทุกหน่วยค่ะ ทุกตำแหน่ง รวมถึงหน่วยงานทุกภาคส่วน พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนค่ะ เราไม่ทิ้งกันจริง ๆ ทุกคนช่วยเหลือยืนหยัดดูแลกัน เพื่อปกป้องประเทศไทยของเรา ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานในความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของดิฉัน ท่านประธานคะ ช่วงนี้เป็นช่วงมรสุม ฝนก็ตกเกือบทุกวัน เขตพื้นที่ของดิฉันเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะตำบลห้วยไผ่ ตำบลโขงเจียม และตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม ช่วงนี้น้ำโขงขึ้นสูง เริ่มเอ่อล้นเข้าในไร่นา บ้านเรือน ของพี่น้องประชาชนแล้ว บางส่วนต้องใช้เรือในการสัญจรเข้า ออก ดิฉันจึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รวมถึง อปท. ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาล เจ้าของพื้นที่ได้หาแนวทาง เพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือและเตรียมหาแนวทางช่วยเหลือดูแลพี่น้องที่ได้รับผล และที่กำลังจะประสบกับภัยน้ำท่วมที่ใกล้เข้ามาเร็ววันนี้🔗
ท่านประธานค่ะ ดิฉันขอหารือท่านประธานในความเดือดร้อนสำคัญ อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องความไม่สะดวกของพี่น้องประชาชนของดิฉัน เป็นความไปยาก มายาก ในการดำเนินการเรื่องของที่ดิน พี่น้องประชาชนชาวอำเภอโขงเจียมและชาวอำเภอ สิรินธร ที่เมื่อมีความต้องการที่จะทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินต้องเดินทางไปไกลถึงอำเภอ พิบูลมังสาหาร ถ้าพูดถึงระยะทางมันไกลมากต้องเช่ารถไป ต้องเหมารถไป ท่านประธานคะ จากตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม เดินทางไปถึงสำนักงานที่ดินสาขาอำเภอพิบูลมังสาหาร ต้องใช้ระยะทางเกือบ ๘๐ กิโลเมตร เมื่อไปถึงต้องไปรอคิว รอคิวนานทั้งวันค่ะท่านประธาน เพราะนับประสาแค่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอพิบูลมังสาหารก็มากพออยู่แล้ว ดังนั้นดิฉันจึงขอหารือไปถึงกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ขอได้ให้มีการขยายจัดตั้งสำนักงาน ที่ดินสาขาอำเภอโขงเจียมและสำนักงานที่ดินสาขาอำเภอสิรินธร เพื่ออำนวยความสะดวก ให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงนี่จะเป็นการลดภาระงานของสำนักงานที่ดินสาขาอำเภอ พิบูลมังสาหารด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ ไม่สงบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นำมาซึ่งความสูญเสียของพี่น้องประชาชนชาวสุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ นครราชสีมา พวกเราชาวจังหวัดอุดรธานี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอฝากความห่วงใยส่งกำลังใจให้พี่น้องคนไทยทุกคนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุการณ์นี้ต้องขอกราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย รองนายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านทุกคนที่ลงไป สร้างขวัญและกำลังใจแก่พี่น้องชาวสุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ นครราชสีมา เพื่อให้พี่น้องมีที่พักพิงในศูนย์พักพิง รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย สารวัตร แพทย์ ชรบ. อส. อสม. บุคลากรทางการแพทย์ ผอ.รพ.สต. ผู้นำชุมชน คณะครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ล้วนแต่มีส่วนที่ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ แต่ผมก็อยากให้รัฐบาล ช่วยในเรื่องการเยียวยาพี่น้องประชาชนผู้ได้รับภัยพิบัติจากชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งเสียชีวิต บ้านเรือนพังเสียหาย ฉะนั้นจะต้องได้รับการชดเชย ได้รับการตอบแทนอย่างเหมาะสม แล้วก็สามารถอยู่ได้ให้พี่น้องประชาชน และผม ก็ขอขอบคุณทหารทุกหน่วย ไม่ว่าเป็น ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. ผบ.ทร. และแม่ทัพภาคที่ ๒ ตลอดจนทหารกล้า กำลังพลคนกล้าที่รักษาอธิปไตยที่เสียสละพลีชีพเพื่อชาติให้ประเทศชาติ และประชาชนคนไทยให้ปลอดภัยด้วยครับ🔗
สุดท้ายผมต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลที่สดุดีวีรกรรมของทหารกล้าที่อุทิศชีวิต และเลือดเนื้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย ทุกหมู่เหล่าครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน ท่านประธานครับ จังหวัดตราดพื้นที่ของผมเองก็เป็นพื้นที่ที่มีการปะทะกันทางชายแดนของ ๒ ประเทศ มีการอพยพของพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ก็เริ่มมีการอพยพกันแล้ว วันที่ ๒๖ ก็มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับพี่น้องที่ต้องอพยพ หนีภัยก็มีทั้งหมด ๑๖ ศูนย์พักพิงด้วยกัน ผมเองผมก็จะอยู่ดูแลตามกำลัง ได้พูดคุย ปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของพี่น้องประชาชนว่าเขาต้องการอะไรบ้าง เขากังวลเรื่องอะไรบ้าง เดือดร้อนเรื่องอะไรบ้าง วันที่ ๒๗ เป็นวันที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีลงไปตรวจราชการที่จังหวัดตราด ซึ่งผมเอง ก็ไปรอต้อนรับท่านด้วย แล้วก็ตั้งใจที่จะได้เข้าร่วมประชุมนำปัญหาความเดือดร้อน ที่ผมได้พูดคุยกับพี่น้องผู้อพยพว่าต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องอะไร อย่างไรบ้าง แต่ปรากฏว่าผมได้รับคำบอกกล่าวจากข้าราชการระดับสูงของจังหวัดตราดว่า คณะทำงานของท่านรักษาการนายกรัฐมนตรีไม่ต้องการให้ผมเข้าร่วมประชุมด้วย ทั้ง ๆ ที่ผม เป็นผู้แทนราษฎรและเป็นคนเดียวของจังหวัดตราดด้วย ก็ไม่ทราบว่าทำไมผมถึงไม่มีโอกาส ได้เข้าร่วมที่จะได้สะท้อนปัญหา หารือกับท่านที่ไปราชการที่จังหวัดตราด เพราะฉะนั้นเรื่องที่ ผมจะได้พูดคุยกับท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรมในวันนั้น เมื่อผมไม่มีโอกาสได้พูดกับท่าน ก็จำเป็นที่จะต้องมาหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรักษาการนายกรัฐมนตรี ให้ได้ดูแลพี่น้องชาวตราดในเรื่องสำคัญ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกก็เป็นเรื่องของมาตรการที่จะได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาของ คนชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดตราด ซึ่งมีความซบเซาทางด้านเศรษฐกิจ แล้วได้รับผลกระทบ มาก่อนการปะทะมาเป็นเวลาแรมเดือนแล้ว เขาได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก จะช่วยเหลือระยะอย่างรวดเร็วเฉพาะหน้านี้ได้อย่างไร🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของแรงงาน แรงงานในภาคเกษตรถึงแม้จะมีการ เก็บเกี่ยวกันไปเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าการดูแลบำรุงรักษาเพื่อจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิต ในโอกาสต่อไป ซึ่งตอนนี้เราขาดแคลน เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องเร่งด่วนที่อยากให้ทางรัฐบาล ได้เร่งดำเนินการ และสุดท้ายผมก็คิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีคงไม่ได้ทราบที่มีการกีดกัน ผู้แทนราษฎรไม่ให้เข้าร่วมเวทีของการประชุม หรือการตรวจราชการของท่าน ก็หวังว่า ท่านจะไม่ได้เลือกปฏิบัติ หรือถ้าท่านเลือกปฏิบัติกับผู้แทนราษฎรผู้แทนราษฎรได้ แต่อย่า เลือกการปฏิบัติกับพี่น้องประชาชนก็แล้วกัน ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักเรียน ครู โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกำลังมาฟังการประชุมอยู่ด้านบนในขณะนี้ ขอต้อนรับ แล้วก็ขอขอบคุณ ที่ได้สนใจ แล้วก็มาฟังการประชุมและเยี่ยมสภาของเราในวันนี้ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ คุณอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๖ ก่อนอื่น ผมต้องขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวเขต ๖ อุดรธานี ขอสดุดีวีรบุรุษทหารกล้าที่ปกป้อง ผืนแผ่นดินไทย และขอเป็นกำลังใจให้กับทหารกล้า และเป็นกำลังใจให้กับพี่น้อง ตามแนวชายแดนกัมพูชา วันนี้ผมขอหารือท่านประธานใน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ซึ่งเป็นเรื่องเดิมที่ผมได้หารือมาแล้ว ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๕ ซึ่งในเขตเลือกตั้งของกระผมมีถนนสายหลักทางหลวงแผ่นดิน ๓ เส้นที่ใช้สัญจรไปมา คือ ๑. เส้นอำเภอศรีธาตุ อำเภอไชยวาน ๒. เส้นอำเภอศรีธาตุ อำเภอวังสามหมอ และเส้นที่ ๓ คือเส้นอำเภอวังสามหมอ เส้น ๒๒๗ อำเภอวังสามหมอถึงทางแยกสมสวัสดิ์ โดยเฉพาะเส้นที่ ๓ นี้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๗ จากช่วงบ้านดงกลาง ดงสวรรค์ ไปที่ ทางแยกสมสวัสดิ์ ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ผิวจราจรได้ชำรุดอย่างมาก และไม่มี ไหล่ทางเลย อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงนำหารือท่านประธานให้แจ้งไปยังท่าน ผู้มีความรับผิดชอบ ผู้ที่รับผิดชอบคือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็หน่วยงาน ทางหลวงให้เร่งดูแลแล้วก็ปรับปรุงแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องราคาสินค้าการเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะเรื่องราคา มันสำปะหลัง ซึ่งในเขตเลือกตั้งของกระผมนั้นมีพี่น้องที่ปลูกมันสำปะหลังประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้มันสำปะหลังต้นทุนในการผลิตก็กิโลกรัมละ ๒ บาท แต่ว่าราคาขาย ในลานย่อยนั้นประมาณ ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ถึง ๑ บาท ๗๐ สตางค์ วันนี้ต้องฝากไปยัง รัฐบาลให้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วนด้วย เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังนั้น เดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ผู้มีความรับผิดชอบให้เร่งหา วิธีการ แล้วก็ดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ราคามันสำปะหลังดีขึ้นกว่านี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญ คุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอเป็นอีก ๑ คนที่ร่วมสดุดี และส่งมอบกำลังใจให้กับเหล่าทหารกล้าและพี่น้อง ประชาชนเขตชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศเราประสบกับปัญหาหลายด้าน แต่กระผมมีความจำเป็นต้อง นำปัญหาของเกษตรกรหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลเพื่อหาแนวทางป้องกันแก้ไขครับ ในปีที่ผ่านมาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำหลายชนิด บางชนิดตกต่ำมากจนทำให้เกษตรกร ขาดทุนหนักเป็นหนี้เป็นสิน โดยเฉพาะชนิดที่ต้องพึ่งพาการส่งออก อย่างเช่น ข้าว มันสำปะหลัง ทุเรียนและลำไย ต้องยอมรับว่าสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งก็เนื่องจากรัฐบาล ชุดปัจจุบันไม่มีนโยบายอะไรเลยที่จะรองรับในปัญหาเรื่องนี้ แล้วเราปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกช่องทางของเกษตรกรเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินโครงการประกันราคาสินค้าทาง การเกษตรเหมือนกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่รัฐบาลก็ปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงมาตลอด ท่านประธานครับ ตัวแทนรัฐบาลลิ่วล้อบางคนออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่สามารถดำเนินการ โครงการประกันรายได้ได้ เพราะมันขัดต่อรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้โกหกเกษตรกรไม่ได้ เพราะว่า หากขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้วทำไมรัฐบาลชุดที่ผ่านมาซึ่งนำโดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เขาทำได้ ทั้งที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันครับ ปี ๒๕๖๐ ผมไม่เห็นมีใครติดคุก ไม่มีใครถูกดำเนินคดีใด ๆ กับเรื่องนี้ แล้วหนักไปกว่านั้น มีรัฐมนตรีบางท่านได้ออกมากล่าวว่าโครงการประกันรายได้ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะขัดต่อมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ผมขอให้ท่านประธานแจ้งรัฐบาล หยุดพูดเรื่องนี้ อย่าแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เพราะโครงการนี้มันสามารถทำได้และมติ ครม. เมื่อวันนั้น เป็นเพียงการแจ้งแนวทางการบริหารงานของรัฐบาล ไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย ดังนั้นหากมี มติ ครม. ใหม่ที่ขัดหรือแย้งกับมติ ครม. เดิม มติ ครม. เดิมจะถูกยกเลิกไปโดยปริยายครับ กระผมจึงขอให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินโครงการประกันรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร และขอให้ ท่านรัฐมนตรีทุกท่านได้ท่องไว้ด้วยว่า ประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรมครับ พี่น้อง ประชาชนกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์มีอาชีพเกี่ยวเนื่องและต่อเนื่องจากเกษตรกรรม ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน ดิฉัน ได้ลงพื้นที่บริเวณคลองโคกแฝก ตำบลขามทะเลสอ อำเภอขามทะเลสอ บริเวณดังกล่าว เป็นคลองส่งน้ำที่ชาวบ้านใช้อุปโภคและการเกษตร แล้วก็ยังเป็นคลองสายใหญ่ สายหลัก ก็คือสายลำตะคองมีการชำรุด แล้วก็มีสิ่งกีดขวางทางน้ำจำนวนมาก ทำให้เส้นทางน้ำ ไหลไม่สะดวก บริเวณดังกล่าวความยาวประมาณ ๕ กิโลเมตร แล้วก็ไม่ได้ใช้แค่ตำบล ข้ามทะเลสอ ยังไปใช้หลาย ๆ ตำบลในอำเภอเมืองอีกด้วย จึงวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมชลประทานปรับปรุงคลองโคกแฝกและปรับปรุงถนนคันคลองให้ชาวบ้านได้เดินทาง สะดวกด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องในตำบลบึงอ้อ หมู่ที่ ๑ ตำบลบึงอ้อ อำเภอข้ามทะเลสอ เรื่องถนนสายบึงอ้อ-กุ่มพะยา ที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ เส้นทาง ดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านสัญจรไปมาตลอดและเป็นเส้นทางขนส่งทางการเกษตร และยังสามารถเชื่อมไปอีกตำบลหนึ่งของอำเภอขามทะเลสอได้ จึงอยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในการก่อสร้างถนน ที่ชำรุด แล้วก็พัฒนาถนนดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านตำบลบึงอ้อด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วก็ได้ลงพื้นที่ไปดูที่ตำบลมะค่า ที่พี่น้อง ชาวโนนไทยได้ร้องเรียนมาบริเวณถนนสายบ้านมะเกลือ หมู่ที่ ๓ ถึงบ้านโกรกกระสัง หมู่ที่ ๔ ตำบลมะค่า อำเภอโนนไทย ก็เป็นเส้นทางหลักที่พี่น้องสัญจรระหว่างตำบล ทำให้พี่น้อง สัญจรไม่สะดวก จึงวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรร งบประมาณดังกล่าวให้พี่น้องด้วยค่ะ🔗
สุดท้ายนะคะ จากเหตุการณ์บริเวณชายแดนที่ไม่ปกติ ดิฉันขอเป็นตัวแทน พี่น้องชาวโคราช ขอสดุดีวีรบุรุษนายทหารที่ปกป้องแผ่นดินไทย และขอขอบคุณผู้กล้าปฏิบัติ หน้าที่อย่างสมบูรณ์เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณกัลยพัชร รจิตโรจน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ขณะนี้ ประเทศของเรากำลังเผชิญกับภัยพิบัติสาธารณสุข ๒ รูปแบบในเวลาเดียวกัน ได้แก่ภัยพิบัติ จากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และเหตุน้ำท่วมภาคเหนือในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตใจของประชาชน จำนวนมากหลักหลายแสนคน ดิฉันเห็นความพยายามในการสื่อสารช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่ทางภาครัฐยังขาดการสื่อสารจากส่วนกลางที่ชัดเจน ถูกต้อง ทันเหตุการณ์ สื่อตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดข่าวลือและข่าวสารที่ผิดพลาด คลาดเคลื่อน หรือ Fake News มากมายในตอนนี้ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขที่ท่านได้ติดต่อไปยัง WHO เพื่อแจ้งว่าสถานพยาบาลของสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลอำเภอ รพ.สต. หลายแห่ง ต่างตกเป็นเป้าของการโจมตีด้วยอาวุธ และต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากทั้งหมด ๑๙ โรงพยาบาล ดิฉันขอให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขมีบทบาทนำเพิ่มเติมในการสื่อสารในภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ตามหลักสากลขององค์การอนามัยโลก โดยดิฉันขอเสนอ ๓ มาตรการต่อไปนี้ค่ะ🔗
ข้อ ๑ กระทรวงสาธารณสุขควรมีโฆษก ๒ ท่าน โดยท่านหนึ่งรายงาน เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ เสียชีวิต บาดเจ็บหนัก บาดเจ็บปานกลาง บาดเจ็บเล็กน้อย จากการปะทะที่ชายแดนรายวัน อีกคนควรสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและโรคที่มาพร้อมกับ น้ำท่วม ควรออกแถลงการณ์หรือแถลงข่าวรายวันผ่านช่องทาง Social Media ก็ได้ หรือเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขก็ได้🔗
ข้อ ๒ กระทรวงสาธารณสุขควรจัดทำเว็บไซต์สื่อสารข้อมูลสถานการณ์สำคัญ ของทั้ง ๒ เหตุการณ์ภัยพิบัติ แนวทางปฏิบัติ แนวทางขอและแนวทางการให้ความช่วยเหลือ สำหรับกลุ่มผู้รับสาร ๓ กลุ่มหลักด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนผู้ประสบภัย ผู้ปฏิบัติงาน สาธารณสุข และประชาชนทั่วไป โดยให้คำแนะนำที่ชัดเจน สม่ำเสมอ ปรับปรุงตาม สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ🔗
ข้อ ๓ อย่าลืมการปฐมพยาบาลทางใจ เยียวยาจิตใจ การขอรับความ ช่วยเหลือกรณี Panic หรือประสบความเครียดจากภาวะวิกฤติของผู้ประสบภัยของผู้ที่ต้อง สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัว ผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ รวมไปถึงพี่น้องทหาร แรงงาน ทุกภาคส่วนด้วยค่ะ🔗
นอกจากนี้ดิฉันขอให้กระทรวงเร่งจัดบุคลากรสุขภาพ เครื่องมือ และยา มาเติมที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลชัยภูมิ โรงพยาบาลสุรินทร์ โรงพยาบาลท่าตูม ซึ่งต้องรับภาระจากโรงพยาบาล และ รพ.สต. ที่ต้องปิดตัวลงจากการ ปะทะที่ชายแดนไทยโดยด่วน ขอกระทรวงสาธารณสุขอย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง อย่าทิ้ง ให้คนหน้างานปฏิบัติงานอย่างไม่ได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างเพียงพอค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณกุลวลี นพอมรบดี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก่อนอื่นต้องขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยทุกท่าน แล้วก็พี่ ๆ ทหารทุกนายที่ปฏิบัติ ในพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาอยู่นะคะ วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมกับ ท่าน สจ. อำนาจ ทองพิบูลย์ ท่านนายกสุวิทย์ จินดาเจี่ย ท่านกำนันหนุ่ม พัฒน์จันทร์หอม ตำบลหนองกลางนา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี และท่าน ผอ. ยศวัจน์ ศรีเรืองเจริญ ท่าน ผอ. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่ามะกา เนื่องด้วยในตำบลหนองกลางนา มีคลองระบายน้ำ ๖ ขวา แม่กลอง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าคลองบางสองร้อย พาดผ่าน ระยะทางเริ่มต้นที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ระยะทาง ๒๗ กิโลเมตร โดยในพื้นที่ตำบลหนองกลางนา คลองบางสองร้อย จะมีสะพานข้ามคลองที่อยู่ในการดูแล ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่ามะกาอยู่ ๒ จุด ดังคลิปที่ได้เปิด จุดแรกที่บริเวณ หมู่ที่ ๗ บริเวณประตูน้ำหลังวัดบางกระ กิโลเมตรที่ ๐ บวก ๗๐๐ จุดที่ ๒ หมู่ที่ ๔ ชาวบ้าน เรียกกันว่าหาดขี้นก กิโลเมตรที่ ๒ บวก ๓๙๐ ซึ่งจากการที่ได้ลงพื้นที่ร่วมกันก็ได้พบว่า สะพานทั้ง ๒ จุดมีอายุการใช้งานมากกว่า ๔๕ ปี โดยสะพานเริ่มมีรอยแตกร้าว ประกอบกับ พี่น้องใช้สะพานดังกล่าวสัญจรเชื่อมต่อกับตำบลข้างเคียงมากขึ้นนั่นคือตำบลเกาะพลับพลา อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่ขนส่งสินค้าทางการเกษตร เกรงว่าจะเกิดอันตราย ดิฉันจึงขอหารือ ท่านประธานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้โปรดจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างสะพานข้ามคลองบางสองร้อยใหม่ให้กับพี่น้องในตำบลด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ซึ่งเป็นวิทยาลัยขนาดใหญ่ เด็กก็ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าคน ข้าราชการครู ๑๖๐ คน มีโอกาส ได้ไปพบเห็นบ้านพักครู ก็ได้ถ่ายรูปและขอนำเสนอต่อท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ จากภาพก็จะเห็นว่าสภาพค่อนข้างเก่า ฝนตกก็หลังคารั่ว ไฟช็อต งูเลื้อยเข้าบ้าน มีโอกาส ได้พูดคุยกับท่าน ผอ. สมพงษ์ ก็ทราบว่าถึงแม้ว่าจะมีแฟลต ๑ หลัง ห้องแถว ๑ หลัง ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ บางครั้งห้องพัก ๑ ห้อง ครูก็ต้องอยู่กัน ๒ คน ครูบรรจุใหม่ เงินก็น้อยก็ต้องหาบ้านเช่าจ่ายเองแล้วก็เบิกไม่ได้ ก็เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการ ปฏิบัติงานของครู ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้โปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการสร้างอาคารที่พักเพิ่มให้กับ ครูเหล่านี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอนำเรียนท่านประธาน หารือท่านประธานด้วยกัน ๒-๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายก อธิวัส ทรรปณะวิภาส นายกเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร ในเรื่องของความตื้นเขินของ ร่องน้ำที่ทำการในเรื่องของเรือสัญจรไปมา แล้วก็ระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก ในหมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๙ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร น้ำตื้นเขินทำให้ไหลไม่สะดวก และเป็น อุปสรรคต่อการสัญจรไปมาของเรือของพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างมาก เหตุนี้เกิดขึ้น มาหลายปีแล้ว แล้วก็ไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหา ผมได้ประสานงาน ทางกรมเจ้าท่า ก็ขอกราบขอบพระคุณ โดยเฉพาะอธิบดีกรมเจ้าท่าท่านให้คำตอบในเรื่อง ของการจะมาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่เครื่องมือของกรมเจ้าท่า มีแค่ชุดเดียว แล้วก็ดำเนินการของทั้งจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานีและประจวบคีรีขันธ์ ก็ขอนำเรียนท่านประธานฝากถึงสำนักงบประมาณช่วยอนุมัติงบประมาณแก้ไขปัญหาให้กับ กรมเจ้าท่าด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการก่อสร้างถนนรถไฟรางคู่ที่ผ่านมาแล้วเสร็จแล้ว ถึงจังหวัดชุมพร แต่สิ่งหนึ่งที่นำความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชุมพรเป็นอย่างมาก ก็คือในเขตของหลาย ๆ ตำบล โดยเฉพาะตำบลเขาไชยราช ตำบลดอนยาง ตำบลทะเลทรัพย์ อำเภอท่าแซะ แล้วก็ตำบลนาชะอัง อุโมงค์ที่ใช้ลอดไปมาเกิดน้ำท่วมขัง เวลาน้ำหลาก รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยเฉพาะตำบลเขาไชยราช เวลาเกิดเหตุอยู่โซนล่าง ถนนรถไฟทั้งหมด ๔ หมู่ ไฟฟ้าหรือไฟลัดวงจร เกิดเหตุไฟติดบ้านพี่น้องประชาชน ครั้งที่แล้วช่วยเหลือไม่ทันเพราะต้องอ้อมไปที่มาบอำมฤตในเกือกม้าทำให้การสัญจรไปมานั้น ใช้เวลาอันยาวไกล เพราะฉะนั้นก็ขอฝากโดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทยช่วยดูแลและ แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังให้กับพี่น้องประชาชน ๔-๕ ตำบล ที่ผมได้เอ่ยมา และผมเชื่อว่า หลายตำบลที่เกิดแบบนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นก็ขอนำเรียนด้วยความเคารพช่วยแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วน🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องเงินเยียวยาของพี่น้องชาวทหารหาญ ที่โดนกับระเบิด ที่สู้รบในครั้งนี้ที่ผ่านมาในชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา เงินเยียวยาแค่ ๑ ล้านบาท ทำไม ในเมื่อครั้งที่แล้วท่านเยียวยาผู้ที่ประท้วงเกี่ยวกับเรื่องของความคิดแตกต่างทางการเมือง เยียวยาถึง ๗ ล้านบาท ทำไมให้กับพี่น้องชาวทหารกล้าอย่างพี่น้องชาวทหารหาญของ พวกเราได้เงินเยียวยาแค่ ๑ ล้านบาท ก็ฝากทางรัฐบาลช่วยไปทบทวนเรื่องเงินเยียวยาให้กับ พี่น้องชาวทหารด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ในเรื่องของการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่า โดยเฉพาะทุกกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องน่าจะทำการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ให้รีบและเร่งเพื่อเป็นสิ่งหนึ่งที่จะได้บ่งบอกถึงการทำงานเอาจริงเอาจัง ผมขออนุญาต ท่านประธานอีก ๑ นาที เพราะคนสุดท้ายนะครับท่านประธาน ขอติดตามงบประมาณใน ครม. สัญจรที่สงขลา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ตอนนี้จังหวัดชุมพรน้ำจะหลากอีกแล้ว อนุมัติ เม็ดเงินงบประมาณ แต่ยังไม่ได้มีการก่อสร้าง ไม่มีเม็ดเงินงบประมาณเข้าในจังหวัด โดยเฉพาะสะพาน ๑ ที่ประมาณ ๓ ปีแล้ว และเขื่อนกันตลิ่งถ้าเกิดการน้ำหลากขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ไม่มีทางสัญจรไปมาอย่างแน่นอน ฝากถึงสำนักงบประมาณและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดูแล แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย🔗
ท่านประธานครับ ได้รับ เรื่องร้องเรียนจากท่านนายกสมเกียรติ พยัคฆ์กุล ว่าพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตนิคม สร้างตนเองลำตะคอง ไม่สามารถที่จะขอมิเตอร์ไฟฟ้าแบบปกติใช้ได้ ต้องเป็นโฉนดเท่านั้น ที่จะทำได้ นี่เป็นปัญหาใหญ่เป็นเหตุให้พี่น้องประชาชนต้องใช้ไฟฟ้าราคาแพง จึงเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องต่อมา งบประมาณขยายช่องทางจราจรทางหลวง ๒๔๒๒ ทางเข้าเทศบาล เมืองปากช่อง ได้รับจัดสรรงบประมาณไปแล้ว ขอกราบขอบพระคุณครับ ขณะนี้กำลังก่อสร้างอยู่ แต่อยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้น จัดสรรงบประมาณในการวางท่อให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ให้พี่น้องประชาชนมีภาระใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมให้จัดสรรงบประมาณแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมา สะพานหน้าโรงพักหนองสาหร่ายที่จัดงบประมาณลงไปนั้น ยังมี อีกหลายจุดที่อันตรายต้องการสะพานข้ามอีกหลายจุดด้วยกัน เป็นต้นว่า จุดตัดอันตราย วัดตะเคียนทอง จุดตัดอันตรายศิลาสากล และหน้าร้านอาหารแดรี่โฮม ต้องการสร้าง สะพานยกระดับลดอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน จึงนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณก่อสร้าง ด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมา เรื่องอุโมงค์ทางลอดรถไฟทางคู่เทศบาลที่ ๙ ข้างเขาแคน เป็นประเด็นข้อพิพาทไม่สามารถที่จะก่อสร้างต่อได้ ในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ผมเรียนเชิญ ท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์ ปิยะโชติ ดูพื้นที่จริงแล้ว ชาวบ้านฝากถามยังไม่มีการแก้ไขแต่อย่างใด🔗
ต่อมาวิทยาลัยเทคนิคปากช่องต้องการเส้นทางม้าลาย ติดไฟจราจร เพื่อความปลอดภัยและทางเข้าหมู่บ้านบ้านท่างอย ตำบลจันทึก ต้องการให้มีศาลา พักผู้โดยสาร จึงนำเรียนปัญหาทั้งหลายมาหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนคนปากช่องด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ จบการหารือในวันนี้นะครับ🔗
ท่านสมาชิก ขณะนี้ มีสมาชิกมาลงชื่อเพื่อเข้าประชุม จำนวน ๓๐๒ ท่านแล้ว ครบองค์ประชุมนะครับ ผมจะขอ ดำเนินการเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะขอปรึกษาหารือจาก ที่ประชุมเพื่อนำเรื่อง การตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง และเรื่องที่คณะกรรมาธิการ ขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษา ซึ่งเรื่องยังไม่บรรจุในระเบียบวาระการประชุม แต่ผมเห็น ว่าใช้เวลาไม่นานนักก็อยากจะขอดำเนินการในเรื่อง ๒ เรื่องนี้ก่อน ถ้าที่ประชุมไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่นขออนุญาตดำเนินการประชุมไปตามที่ผมหารือนี้นะครับ🔗
ต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องของการตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งยังไม่มี บรรจุในระเบียบวาระการประชุมครับ🔗
๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคแทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง คือ คุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้แจ้งหนังสือว่า นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ได้พ้นจากการเป็นคณะกรรมาธิการ เนื่องจากลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๑ (๓) และพ้นจากตำแหน่ง คณะกรรมาธิการ จึงขอให้มีการตั้งกรรมาธิการที่ว่างลง เชิญเสนอชื่อครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอชื่อกรรมาธิการสามัญที่ว่างลงในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ของคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ขอเสนอชื่อ นายภราดร ปริศนานันทกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง มีเสนอท่านอื่นอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผู้เสนอท่านอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ให้คุณภราดร ปริศนานันทกุล เป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคแทนนะครับ🔗
มีกรรมาธิการอีกชุดหนึ่งนะครับ ตั้งกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก คือคุณตวงทิพย์ จินตะเวช ได้ลาออกนะครับ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช ได้พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการ เนื่องจากได้ขอลาออก จึงขอให้มีการเสนอชื่อตำแหน่งที่ว่าง แทนคุณตวงทิพย์ จินตะเวช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ก่อนที่ผมจะขอเสนอตั้ง ผมขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวครับ ในเรื่องของการเสนอบุคคลที่จะทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ผมต้องขอบพระคุณท่านภราดร ปริศนานันทกุล แล้วท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย ที่ผมได้ ประสานไปว่าเพื่อนสมาชิกผม นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ยังไม่มีกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้รับน้ำใจจากพรรคภูมิใจไทยในการที่ลาออก แล้วก็ให้ผมได้ขอ อนุญาตเสนอต่อท่านประธานและที่ประชุมนะครับ ขอเสนอ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เป็น กรรมาธิการในตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง ก็เป็นไปตามที่เสนอนี้นะครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องขอขยายเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการนะครับ คือคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ขอขยายเวลาในการพิจารณาศึกษาญัตติการปฏิรูประบบค่าปรับของกฎหมายไทยและการเปลี่ยน ความผิดทางอาญาที่มีโทษไม่ร้ายแรงเพื่อปรับเป็นความผิดทางพินัย ขอขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากยังมีประเด็นที่ไม่ได้พิจารณาศึกษาอีกหลายประเด็น รวมทั้งต้องมีระยะเวลา ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำรายงาน ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงขอขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ การขยายเวลาครั้งนี้เป็นการขยายเวลาครั้งที่ ๒ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายด้วย เพราะได้แจ้งว่า จะขอไปทำรายงานเสนอด้วย ไม่ทราบว่าจะมีชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ แม่ย่าโม พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ขออนุญาตชี้แจงแทนท่านประธาน พริษฐ์ วัชรสินธุ และตัวกระผมเองในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการปฏิรูประบบ ค่าปรับ ท่านประธานที่เคารพ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับช่วงเวลาเพื่อที่จะปฏิบัติงาน คณะอนุกรรมาธิการได้เชิญชวน ได้เรียกผู้ที่เข้ามาให้ข้อมูล และเราได้ศึกษาอย่างรอบด้าน อย่างไรก็ดีมีผู้เข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลที่หลากหลายแตกต่างมิติ นับถึงปัจจุบันนะครับเราได้เชิญ ผู้มาชี้แจงค่อนข้างครบถ้วนแล้วครับ กำลังเข้าสู่การสรุป แล้วก็เริ่มจัดทำรูปเล่ม ทีนี้เมื่อ คำนึงถึงกรอบเวลาค่อนข้างจะกระชับ แล้วก็เข้าใกล้สู่วันที่จะครบกำหนด เพื่อให้ทำรายงาน ได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์แบบและเป็นประโยชน์ที่สุด จึงได้นำเรียนทางประธาน คณะกรรมาธิการท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เพื่อที่จะขอขยายระยะเวลาในการทำงาน อย่างไรก็ดี เนื่องจากการทำรูปเล่มได้เริ่มมาพอสมควรแล้ว พวกเราก็จะรีบสรุปให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด แล้วเรามีความตั้งใจจะนำเล่มที่จัดทำรายงานการปฏิรูปค่าปรับ นำเข้าสู่กระบวนการ แล้วก็ ได้มานำเสนอในสภาโดยเร็วที่สุด ไม่จำเป็นต้องรอจนครบในกำหนดที่เราได้ขอขยาย แล้วก็ จะเร่งรัดให้ดีที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรองประธานครับ ถ้าไม่มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น อนุญาตตามที่ขอไป ขยายเวลา ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไปนะครับ มีเรื่องที่แจกเป็นใบแทรกไปแล้ว เชิญท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเสนอญัตติเปลี่ยนระเบียบวาระของการประชุมครั้งที่ ๗ ตามข้อบังคับข้อ ๕๔ (๒) โดยขอ นำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ตามระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๑๐ เป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๓๗ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว และขอนำร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และ กิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามระเบียบวาระที่ ๕.๕๑ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ กับคณะเป็นผู้เสนอ และตามระเบียบวาระที่ ๕.๕๕ นายเอกราช อุดมอำนวยกับคณะ เป็นผู้เสนอ ขึ้นมาพิจารณาต่อจากระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒ โดยให้มีผลบังคับในการ ประชุมครั้งต่อไป การประชุมวันพุธที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ ค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง เห็นว่าได้มีการประสานกับวิปทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วนะครับ ซึ่งถ้าที่ประชุมนี้อนุญาตก็จะมีผล ในการประชุมวันพุธหน้า ไม่ได้หมายความว่าประชุมวันนี้นะครับ เพราะเป็นเรื่อง พระราชบัญญัติ มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นบ้าง ที่มีการขอเลื่อนระเบียบ ทั้ง ๒ เรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ จำเป็น เพราะสามารถจะนำไปใช้ได้ ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าเลื่อนไป ในการ ประชุมวันพุธที่จะถึงนี้ จบเรื่องที่หารือแล้วนะครับ ต่อไปก็เป็นการพิจารณาตามระเบียบ วาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
ในระหว่างการพิจารณากระทู้ถามสด และกระทู้ถามทั่วไปในห้องประชุมนี้ จะมีการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะด้วยไปพร้อม ๆ กันนะครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายจีรเดช ศรีวิราช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มา พร้อมที่จะตอบแล้ว ผมขอเชิญคุณจีรเดช ศรีวิราช ได้ถามเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมนายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมืองกว๊านพะเยา แหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม พรรคกล้าธรรม จังหวัด พะเยา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามด้วยวาจาในวันนี้ สิ่งที่ผมจะได้นำมาเรียนต่อ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร ในขณะนี้อยู่ ๓ เรื่อง ทั้งนี้เพื่อเป็นการบริหารเวลาของสภาให้คุ้มค่าผมจะเริ่มต้นอธิบายถึง ปัญหาและจะสรุปประเด็นคำถามต่อท่านรัฐมนตรีพร้อมกันทั้ง ๓ คำถาม🔗
ประเด็นปัญหาแรก คือปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยที่ประสบ ปัญหาราคาตกต่ำ เนื่องจากสถานการณ์ลำไยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีผลผลิตมากกว่า ปกติทำให้ลำไยล้นตลาดส่งผลให้ราคาตกต่ำอย่างหนัก ด้วยราคารับซื้อล่าสุดเกรด AA ซึ่งมีขนาดใหญ่สุดที่มีผลผลิตประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๑๓ บาท เท่านั้น ส่วนเกรด A ที่มีประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ราคาอยู่ที่ ๕ บาท เกรด B อยู่ที่ ๓ บาท ส่วนตกเกรดที่มีประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถจำหน่ายได้ ที่สำคัญหลายจุดประกาศ ไม่รับซื้อทำให้เกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เพราะไม่คุ้มค่ากับราคาต้นทุนในการ จ้างแรงงานต้องปล่อยให้ลำไยเน่าตายคาต้นอย่างน่าเสียดาย ปัญหาที่ตามมาคือพี่น้อง เกษตรกรต้องประสบการขาดทุนเป็นจำนวนมากทำให้เกิดภาวะหนี้สิน ไม่มีทุนในการผลิต ในปีต่อไป ท่านประธานครับ พื้นที่ปลูกลำไยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีจำนวนกว่า ๑,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ มีเกษตรกรชาวสวนลำไยกว่า ๒๕๐,๐๐๐ ครอบครัว โดยเฉพาะจังหวัดพะเยาของผมนั้นมีผู้ปลูกลำไยทั้งสิ้นกว่า ๖๓,๐๐๐ ไร่ เมื่อปีก่อน ก็ประสบปัญหาราคาตกต่ำเช่นกัน จึงได้ประสานท่านธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรในขณะนั้นได้รับทราบปัญหา และเร่งผลักดันให้รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือ จึงได้รับอนุมัติเงินเยียวยามา ๓,๔๐๐ ล้านบาท โดยการช่วยเหลือสนับสนุนไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท รายละไม่เกิน ๒๕ ไร่ ทำให้ชาวสวนลำไยบรรเทาความเดือดร้อนไปได้บาง🔗
ประเด็นปัญหาที่ ๒ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมาบริเวณภาคเหนือและภาคอีสานได้รับผลกระทบจากพายุโซนวิภาทำให้ฝนตกลงมา อย่างหนักเกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาพัดท่วมบ้านเรือนเสียหาย นอกจากนั้นยังทำลาย เรือกสวนไร่นาและบรรดาสัตว์เลี้ยงของพี่น้องชาวบ้านสูญหายล้มตายเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับเหตุการณ์สู้รบที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บรรดาสัตว์เลี้ยงวัวควาย ของพี่น้องชาวบ้านถูกกระสุนปืนใหญ่ทำให้บาดเจ็บล้มตายเช่นกัน ดังนั้นเหตุการณ์เหล่านี้ จึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาถึงท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ด้วยประเด็นคำถาม ๓ ข้อในวันนี้🔗
คำถามที่ ๑ ผมขอถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะรัฐบาล มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำอย่างไรบ้าง และมีแผนรับมือกับปัญหาผลผลิตล้นตลาดหรือไม่ อย่างไร🔗
คำถามที่ ๒ ผมกังวลว่าในปีหน้าหรือปีต่อ ๆ ไปราคาอาจจะตกต่ำอีก ผมจึงขอ ถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาตรการหรือแนวทางอย่างไรในการพัฒนาลำไยเพื่อให้มี ราคาที่สูงขึ้น🔗
คำถามที่ ๓ ซึ่งเป็นคำถามสุดท้าย ในขณะนี้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอื่น ๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากน้ำท่วมอย่างไรบ้าง และมีแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมอย่างไร ในอนาคต ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ครับ ผมก็ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้มีโอกาส ได้มาตอบกระทู้สดด้วยวาจาของเพื่อนสมาชิก ซึ่งก็เป็นบุคคลที่ผมรู้จักดี นั่นก็คือ ท่าน สส. จีรเดช ศรีวิราช สส. จังหวัดพะเยา พรรคกล้าธรรม โดยผมต้องนำเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ถามกระทู้เท่านั้น ผมทราบดีว่าตอนนี้ ในใจของพี่น้องที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะใน ๘ จังหวัดภาคเหนือที่ในพื้นที่มีพี่น้องปลูกลำไยอยู่ปริมาณมากมาย ผมเข้าใจว่า ก็คงจะไม่สบายใจนัก เพราะว่าปีนี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ดี เป็นปรากฏการณ์อย่างที่ ท่านผู้ถามกระทู้ได้นำเรียนต่อที่ประชุมว่า ลำไยปีนี้ผลผลิตถ้าเทียบกับปีที่แล้วมันเพิ่มขึ้น เอาเฉพาะใน ๒ เดือนนี้ในฤดูลำไยเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม จากการคาดการณ์ ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้คาดการณ์ไว้ว่า ปริมาณผลผลิตลำไยของปี ๒๕๖๘ นี้ เพิ่มขึ้นถึงประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ตัน ๑๔๐,๐๐๐ ตันที่เพิ่มขึ้นมา ผมจึงขออนุญาตในพื้นที่ หลายจังหวัดที่มีชาวสวนลำไยที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ลำไยล้นตลาดก็ดี สถานการณ์ราคาลำไยตกต่ำก็ดี ซึ่งผมเชื่อว่าสาเหตุหลัก ๆ เหล่านี้นำมาซึ่งความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวสวนลำไย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ต้องขออนุญาตอธิบายในภาพรวม ของตลาดลำไยในปัจจุบันก่อน ซึ่งกระผมก็ต้องยอมรับว่านอกจากการบริโภคลำไย ในประเทศแล้ว ตลาดหลัก ๆ ที่เราส่งออกลำไยสดหรือลำไยอบแห้งไปก็คือประเทศจีน และ ณ วันนี้จากที่ผมได้พูดคุยกับทูตเกษตรที่ประจำอยู่ที่ประเทศจีน เขาก็ได้สำรวจว่า ขณะนี้ประเทศจีนมีพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกลำไยในปีนี้ถึง ๒.๕ ล้านตัน ๒.๕ ล้านตันนะครับ ที่เขามีอยู่ในประเทศจีนอยู่แล้ว มาบวกกับสถานการณ์ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย ๆ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ลำไยที่ผลิตในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก ท่านประธานและเพื่อน สมาชิกลองจินตนาการดูว่าตลาดที่มีอยู่แล้ว ณ วันนี้ลูกค้าเขาอาจจะซื้อน้อยลง เขาปรับตัว เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ดีฝืดเคือง แล้วผลผลิตเราเพิ่มขึ้นขนาดนี้ แน่นอนมันก็เป็นระบบ ของอุปสงค์ อุปทานที่ทำให้เป็นสาเหตุหลักในการที่จะทำให้ราคาลำไยตกต่ำ ผมคุยกับ ท่าน สส. จีรเดช ศรีวิราช อยู่เป็นประจำ ท่านก็เป็นหนึ่งในคนที่แสดงออกอย่างชัดเจนไม่ว่า จะเป็นในเรื่องของการประชุมที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ที่รัฐสภาแห่งนี้ หรือแม้แต่กระทั่ง การประชุมในส่วนของการประชุมพรรคของผม ท่านก็ได้ย้ำผม ท่านก็ได้ร้องเรียนผมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หนึ่งในกระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่องของความเป็นอยู่ของพี่น้อง เกษตรกรจะทำอะไร จะทำอย่างไร จึงเป็นสาเหตุที่ผมจะต้องมานำเรียน นอกจากนี้ ผมต้องนำเรียนว่าอย่างที่ผมบอกไปเมื่อสักครู่นี้ สถานการณ์ลำไยในฤดู ๘ จังหวัดภาคเหนือ มีผลผลิตอยู่ประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ ตันด้วยกัน เพิ่มจากปีก่อนอย่างที่ผมนำเรียนท่านประธาน ไปยังเพื่อนสมาชิก เพิ่มจากปีก่อน ๑๔๐,๐๐๐ ตัน เพิ่มขึ้นมาร้อยละ ๒๓.๗ นั่นจึงเป็น สาเหตุหลัก ๆ ท่านประธานครับ ณ วันนี้ถ้าเราลองคิดเลขกันเล่น ๆ ดู ๑๔๐,๐๐๐ ตัน เท่ากับ ๑๔๐ ล้านกิโลกรัม ลำไยที่เพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้ว ถ้าเราให้พี่น้องคนไทยทั่วประเทศ บริโภคกันคนละ ๒ กิโลกรัม ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้วถึงจะหมดไป สิ่งที่ผมอยากจะ นำเรียนก็คือว่าปริมาณที่มันมากมายมหาศาล รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคการเมืองทุกพรรค ผมเชื่อว่าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เราก็ต้องมาช่วยกันหาคำตอบ วันนี้ ผมมีเรื่องที่จะขออนุญาตนำเสนอเพื่อที่อย่างน้อย ๆ ให้ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ถามกระทู้ได้สบายใจว่ากระทรวงและสหกรณ์ ตลอดจนรัฐบาลที่นำทัพภายใต้การทำงาน ของพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้จริง ๆ ผมนำเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือสถานการณ์ลำไยตกต่ำ ราคาลำไยตกต่ำ ให้ทำงานร่วมกันอย่างเร่งด่วน ซึ่งผมต้องนำเรียนว่าจากที่ได้พูดคุยกับทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ทั้ง ๒ ท่าน โดยเฉพาะ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ก็มีความเห็นในเรื่องของมาตรการระยะสั้นเหมือนกัน นั่นคือทำอย่างไรที่เราจะเอาลำไยออกจากระบบให้มากที่สุด จึงเป็นที่มาที่ไปที่กระทรวง พาณิชย์เขาก็ทำการบ้านของเขานะครับ เขาก็มีมาตรการในการรับซื้อลำไย นำซื้อลำไย ออกจากระบบ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ แน่นอนครับ ท่านประธาน ที่ปรึกษาพรรคของผม พรรคกล้าธรรม ชื่อว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านเป็น คนพะเยา และในจังหวัดพะเยาก็มีพี่น้องชาวสวนลำไยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ราคาตกต่ำ สถานการณ์ราคาลำไยที่ล้นตลาดอยู่เหมือนกัน ท่านก็เป็นห่วง ดังนั้นเองแนวทาง ระยะสั้นที่ผมและท่านรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ชื่อว่า อัครา พรหมเผ่า ได้ทำร่วมกันนะครับ จริง ๆ ได้พูดคุยกันมาสักระยะแล้วนะครับ ขณะนี้ได้เริ่ม ลงมือไปแล้ว ผมต้องนำเรียนท่านประธานครับ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมและท่านอัครา พรหมเผ่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้บริหาร เราได้มีการลงไปพบปะกับพี่น้อง ชาวสวนลำไยมากกว่า ๖,๐๐๐ ท่านด้วยกัน ก็ชวนผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงไปเป็นงานเสวนาพูดคุยระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับพี่น้องชาวสวนลำไย คนที่ปลูกจริง ๆ คนที่เดือดร้อนจริง ๆ เราก็ได้พูดคุยกันหลายเรื่อง เราก็ได้รับฟัง ความเดือดร้อน เราก็ได้รับฟังแนวทางที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยอยากจะให้เราเร่งรัด ลงมือทำ ดังนั้นหลังจากกลับจากเชียงใหม่ ผมกับท่านอัคราก็ได้สั่งการมาตรการระยะสั้น ในการแก้ไขปัญหาลำไยเบื้องต้น🔗
๑. มาตรการสินเชื่อเพื่อซื้อลำไยเพื่อแปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง ซึ่งตรงนี้จะเป็น มาตรการที่ปลอดดอกเบี้ย โดยเงินหลัก ๆ ผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธาน เราจะใช้ เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ งบประมาณอยู่ในกรอบวงเงินไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท แล้วก็ใช้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรอีก งบประมาณไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาทเหมือนกัน เพื่อที่จะให้มีคนสามารถมาใช้เงินตรงนี้ไปดึงลำไยออกจากระบบให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็น กระบวนการมาตรการที่ทำไปควบคู่กับกระทรวงพาณิชย์🔗
๒. ได้สั่งการให้องค์การตลาดเพื่อการเกษตร หรือว่า อ.ต.ก. ซึ่งอย่างที่ทราบ กันดีทุกวันนี้เขาก็มีเรื่องพอสมควร ๒-๓ วันที่แล้ว แต่ว่าสิ่งที่ได้ทำไปแล้วนั่นก็คือว่า อ.ต.ก. จะต้องมีหน้าที่ในการที่จะไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ไปเร่งที่จะกระจายลำไยจากภาคเหนือไปยัง ภาคอื่นให้เร็วที่สุดนะครับ แล้วก็มีการใช้ Influencer บุคคลที่ต้องบอกว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียง ในการที่จะมาช่วย Live ในการที่มาช่วยรณรงค์ให้พี่น้องชาวไทยช่วยกันกิน ช่วยกันใช้ ช่วยกันสั่งลำไย เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไย นอกจากนี้ยังได้ประสาน ไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ ผมยกตัวอย่างกระทรวงศึกษาธิการ ให้เขาได้ดึงลำไยบางส่วนจากในระบบนี้ไปมอบให้กับน้อง ๆ ที่เป็นนักเรียนในสังกัดของ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรมก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีครับ ก็มีการสั่งลำไย อาจจะผ่านเครือข่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะ อ.ต.ก. เอาไปให้บุคลากรของเขาที่อยู่ใน สถานราชทัณฑ์ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังไปรษณีย์แห่งประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับการ ตอบรับว่าไปรษณีย์แห่งประเทศไทยจะช่วยในเรื่องของค่าขนส่งก็จะคิดค่าขนส่งสินค้าที่เป็น ลำไย ไม่ว่าจะสั่งจากเอกชน ไม่ว่าจะสั่งจากชาวสวน ไม่ว่าจะสั่งจากที่ใดก็ตามก็จะคิด ในอัตราค่าบริการที่ไม่ได้กำไร นั่นคือมาตรการเบื้องต้นที่ได้เริ่มลงมือทำไปแล้วนะครับ🔗
ในส่วนของคำถามที่ ๒ ที่ท่านผู้ถามกระทู้ ท่าน สส. จีรเดช ศรีวิราช ได้กรุณาถาม นอกจากมาตรการระยะสั้นเราจะทำอย่างไร แล้วท่านจีรเดช ผมเข้าใจว่า ท่านก็คงมองไปยังอนาคตของพี่น้องชาวสวนลำไยด้วย เพราะผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าการแก้ไขปัญหาราคาลำไยในระยะยาวให้ยั่งยืนนี่ เราต้องมองดูว่าต้นตอ ของปัญหาคืออะไร สิ่งที่พวกผมสรุปกันได้ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ พร้อมด้วยท่านอัครา พรหมเผ่า พร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มีอย่างนี้ครับว่า เราต้องเน้นที่คุณภาพของลำไย ท่านประธานครับปัญหาราคาที่ตกต่ำ ปัญหาที่มันล้นตลาดทุกวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วมาจากลำไยเกรดไม่ดี เราหมายถึงลำไยลูกเล็ก เกรด B เกรด C ซึ่งหมายถึงลำไยขนาดเล็กครับ แต่ในส่วนของเกรด AA ในส่วนของเกรด A ผมก็ต้องยอมรับครับว่า ถึงแม้ว่าราคาในปัจจุบันจะไม่ได้เป็นราคาที่พึงประสงค์ของพี่น้องชาวสวนลำไย แต่ก็ยัง พอที่จะทำให้เขาสามารถทำเงินไปเลี้ยงดูครอบครัวของเขาได้ ดังนั้นเองเราจะทำอย่างไร ทุกวันนี้เกรด B เกรด C ผลผลิตลำไยมากกว่า ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนเกรด Premium ก็คือ ลูกใหญ่ ๆ เกรด A เกรด AA มีเพียงแค่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทั้งหมดเท่านั้น อันนี้คือเป็นโจทย์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องแก้โดยเร่งด่วน ทำอย่างไรที่จะลดปริมาณเกรด B และเกรด C ลง และให้จากเกรด B เกรด C Upgrade ขึ้นมาเป็นเกรด A และเกรด AA ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราได้หารือกัน ภายใน และเราได้พูดคุยปรึกษากับผู้มีอำนาจในรัฐบาลก็พูดตรง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านผู้บริหารของคณะรัฐมนตรีว่าเราจะร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ไขปัญหานี้ให้ยั่งยืน ดังนั้นจึงเป็นที่มาที่ไปที่ผมได้เสนอและอยากจะเร่งผลักดันโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพ ที่จะเน้นไปถึงในเรื่องของการตัดแต่งทรงพุ่ม ช่อผล ซึ่งเป้าหมายของโครงการนี้ สำหรับผม ชัดเจนว่าจะเพิ่มสัดส่วนลำไยเกรด Premium นั่นก็คือลำไยเกรด A และเกรด AA ขึ้น โดยผมได้มอบโจทย์ให้กรมส่งเสริมการเกษตรได้ลงไปสนับสนุนการตัดแต่งทรงพุ่ม ช่อลำไย ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือการไปแต่งสาวให้ต้นลำไย ทุกวันนี้บางที่ต้นลำไยก็ถูก ปล่อยปละละเลยไว้ ผลผลิตลูกที่ออกมาก็เป็นลูกเล็กเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าผ่านมือหมอ หมอลงไปผ่าตัด มีความเป็นสาวมากยิ่งขึ้น ต้นมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ผลผลิตที่ออกมาจาก ลูกเล็กก็จะสามารถยกระดับเป็นลูกใหญ่ขึ้น ในเรื่องของรายละเอียดผมนำเรียนว่า ผมเน้นย้ำ ว่าโครงการนี้คงจะต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวสวนลำไยที่เข้าร่วมโครงการด้วย ก็เชื่อว่าจากแปลงทดลองที่เราเคยทำ เราสามารถปรับให้ต้นลำไยนั้นออกผลผลิตเป็นเกรด A หรือเกรด AA ได้มากกว่า ๗๒-๘๒.๗ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ซึ่งการปฏิบัติการลักษณะนี้ ผมไม่ได้ มาพูดอย่างนี้โดยที่ไม่มีข้ออ้างอิง ผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่ผมจะไปภารกิจดูในเรื่องของน้ำท่วมที่จังหวัดน่าน ผมได้เชิญ คณะกรรมการ Fruit Board ในวันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อขอความเห็นในการ เสนอโครงการดังกล่าวที่ผมได้นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ซึ่งรายละเอียด ต่าง ๆ ผมจะขออนุญาตไปเร็ว ๆ รายละเอียดก็คือว่าจะให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยมาขึ้น ทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรภายในระยะเวลา ๖๐ วัน นับจากมีการอนุมัติการดำเนิน โครงการดังกล่าว ต้นลำไยที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องมีอายุระหว่าง ๕ ปี ถึง ๒๕ ปี และ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องได้รับค่าสนับสนุนในการดำเนินการ ๑,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทนี่ ไม่ได้ให้เปล่า แต่ให้ไปเพื่อให้พี่น้องชาวสวนลำไยจะไปจ้างใครก็ตามไปตัดพุ่ม ไปแต่งสาว และเราก็จะมีกระบวนการในการตรวจสอบย้อนหลังไปโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครือข่าย ของเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด หรือแม้แต่กระทั่งเจ้าหน้าที่ของภาครัฐลงไปดู ว่าท่านนำเงินสนับสนุนไปแล้ว ท่านต้องทำจริง ถ้าไม่ทำจริงท่านก็จะถูกตัดสิทธิ หรือถูก ลงโทษไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นอกจากนี้อีก ๔๐๐ บาท จะเป็นค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าวัตถุดิบในการ ผลิตต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือ เพราะเราเข้าใจจริง ๆ ว่า ณ วันนี้พี่น้องชาวสวนลำไยเขาลำบาก จริง ๆ นอกจากนี้ เราก็ได้กำหนดพันธุ์ที่จะเข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์อีดอ พันธุ์สีชมพู พันธุ์พวงทอง พันธุ์เบี้ยวเขียว พี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องได้รับการ อบรม พอผ่านการอบรม เกินเวลา แต่ผมขออนุญาตท่านประธาน ผมเห็นเวลาของท่านผู้ถาม ยังเหลืออยู่🔗
ได้ครับ ท่านรัฐมนตรีตอบได้ เพราะว่าเวลาของคุณจีรเดชยังมี เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาของพี่ยุ้ยนะครับ นอกจากเป็นผู้ปลูก เป็นผู้ผลิตแล้ว นอกจากเป็นผู้ปลูกเป็นผู้ผลิตแล้ว เรายังอยากจะยกระดับให้พี่น้องชาวสวน ลำไยยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็น Service Provider ด้วย นอกจากจะปลูกแล้วยังสามารถ ให้การบริการในการตัดแต่งทำสาวเหมือนกับท่านเป็นหมอ เป็นหมอไปช่วยทำให้ ต้นลำไยของเพื่อน ๆ มีความสวยงามและสามารถให้ผลผลิตที่ดียิ่งขึ้นได้ด้วย เกษตรกรที่จะ เข้าร่วมโครงการจะต้องตัดแต่งทรงพุ่ม ช่อ ผล ถ้าไม่ปฏิบัติตามอย่างที่ผมนำเรียนเมื่อครู่ จะขอเลิกสิทธิทั้งหมด เกษตรกรจะต้องแนบใบเสร็จในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตในช่วงเวลา ที่เรากำหนดไว้ด้วย ดังนั้นผมสรุปโครงการดังกล่าวนี้เรามีความเชื่อมั่นครับว่าผลลัพธ์ที่เราคาดหวังจะทำให้ ในปีถัด ๆ ไปผลผลิตที่เป็นที่ต้องการของตลาดนั่นคือเกรด A และเกรด AA มีมากยิ่งขึ้น แล้วก็ลดลำไยเกรดที่เป็นที่ต้องการน้อยของตลาดจะสามารถทำให้ราคาของลำไย มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น แล้วก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป นั่นคือคำถามที่ ๒ ที่ผมขอ อนุญาตตอบไปยังท่านสมาชิกท่านจีรเดช ศรีวิราช🔗
คำถามสุดท้ายที่ท่านได้กรุณาถามนะครับ ตอนนี้ผมก็เข้าใจว่านอกจากลำไย ที่เดือดร้อนแล้ว ท่าน สส. จีรเดช ศรีวิราช ก็เดือดร้อนในเรื่องของภาวะที่เกิดจากน้ำท่วมจาก พายุวิภา ซึ่งผมนำเรียนว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกท่าน ๑ นั่นก็คือ ท่านอัครา พรหมเผ่า ก็ได้ลงพื้นที่ในจังหวัดพะเยาไปดูแล ไปเยียวยา ไปดูสิว่าความเดือดร้อนของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความ เดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วมเป็นอย่างไร แล้วก็คงจะได้สั่งการให้ทางหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องสำรวจแล้วก็เยียวยาช่วยเหลือพี่น้องระหว่างนี้ไปด้วย ส่วนผมอาทิตย์ ที่แล้วเดินทางไปที่จังหวัดน่านและจังหวัดสุโขทัยครับก็ทำสิ่งที่เป็นลักษณะเดียวกันกับ ท่านรัฐมนตรีอัครา นอกจากนี้ผมได้กำชับว่า ปีที่แล้วถ้าจำกันได้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้มอบให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องลงไปสำรวจความเสียหายไม่ว่าจะเป็น พืชผล พืชไร่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บก สัตว์น้ำ สำรวจมาให้หมดเพื่อที่จะสามารถทำบันทึกและ ขอให้รัฐบาลช่วยเยียวยาตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปีนี้ก็เช่นกันครับ แต่ผมได้เน้นย้ำนะครับว่าตัวแทนผู้บริหารของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ในระดับภูมิภาคจะต้องทำงานให้เร็วกว่าเดิมและ ตรวจสอบให้ครบทุกแปลง ทุกครัวเรือน เพื่อที่ในอนาคตข้างหน้าพี่น้องเกษตรกร พี่น้อง ที่ได้รับความเสียหายจะสามารถได้รับเงินเยียวยาจากเงินของรัฐบาล ซึ่งก็แน่นอนครับรัฐบาล ชุดนี้ก็เป็นห่วงพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมอยู่แล้วนะครับ จึงขออนุญาตนำเรียน ผ่านท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ เดี๋ยวคุณจีรเดชจะถามเป็นครั้งที่ ๒ ท่านยังมีเวลา ๑๐ นาที ๔๗ วินาที แต่รัฐมนตรีใช้เวลาของท่านไป ๓ นาทีแล้ว เพราะฉะนั้น ท่านถามได้นะครับ แต่ว่าต้องเผื่อเวลาให้ท่านรัฐมนตรีรตอบด้วย เชิญครับคุณจีรเดช🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีได้ตอบคำถามอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ไม่มีประเด็นอื่นใดที่ค้างคาใจ ต้องขอขอบคุณท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร อีกครั้งที่กรุณามาตอบกระทู้ถามด้วยวาจาในวันนี้ คำชี้แจงแถลงไขในการตอบคำถาม คงทำให้เกิดความกระจ่าง สร้างความเข้าใจ ในแนวทาง การช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องชาวสวนลำไยและเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ น้ำท่วม ตลอดจนถึงแผนงานและมาตรการส่งเสริมให้ดีขึ้นในอนาคต ผมเองก็ลูกชาวบ้าน หลานชาวนารู้ดีว่าปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องเกษตรกรนั้นเป็นอย่างไร ในฐานะตัวแทน ของพี่น้องเกษตรกรต้องขอขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนถึงรัฐบาลที่ได้ อนุมัติงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้ อย่างน้อยก็พอจะทำให้ได้ลืมตาอ้าปาก บรรเทาปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนไปได้บ้าง และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณจีรเดช ศรีวิราช นะครับ ท่านไม่มีคำถามแล้ว เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่าน สส. จีรเดช ศรีวิราช ก็ได้พูดหมดแล้ว ประเด็นที่ผมลืมนำเรียนผ่านที่ประชุมไป ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรกที่ผมลงไปที่จังหวัดน่านเพื่อไปดูแลความเดือดร้อน ไม่ใช่เฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ บุคลากรที่ผมไปเจอนั่นก็คือ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม เขาก็ลงไปผมเข้าใจว่าท่านไป อำเภอปัว ผมไปท่าวังผา สิ่งที่ผมอยากจะสื่อก็คือไม่ใช่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพียงกระทรวงเดียวเท่านั้นที่เป็นห่วงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในภาคเหนือ ยังมีกระทรวงอื่น ๆ ที่เขาก็ลงไปนะครับผมก็ไม่ได้เอ่ย🔗
เรื่องที่ ๒ ครับผมเรียนนิดเดียวครับ ผมเรียนผ่านท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิก เร็ว ๆ วันนี้ผมก็จะนำเสนอโครงการดังกล่าวนี้ในการที่จะพัฒนาลำไย จากเกรด B เกรด C ให้ไปเป็นเกรด A เกรด AA ผ่านการตัดช่อแต่งกิ่งแต่งสวยอะไรก็อย่างที่ ผมนำเรียนนะครับ สิ่งที่อยากจะขอความกรุณา ซึ่งผมเชื่ออยู่แล้วว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ให้ความสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องลำไย ผมก็จะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอไป ยังคณะรัฐมนตรีในเร็ววันนี้ ก็ขอความกรุณาเห็นชอบเราจะได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนลำไย ไปด้วยกัน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณคุณจีรเดช ศรีวิลาศ ด้วยนะครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับ คณะกลุ่มงานอาชีพ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัด ปัตตานี นำโดย สส. คอซีย์ มามุ สส. จังหวัดปัตตานี ซึ่งขณะนี้กลุ่มงานอาชีพ อำเภอโคกโพธิ์ กำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบนแล้วนะครับ ขอต้อนรับทุกท่าน ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมสภา ขอบคุณ สส. ด้วยนะครับที่นำชาวบ้านมาครับ🔗
๒. นายธนา กิจไพบูลย์ชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจที่สำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับกี่ ๑๕๑ และมีหนังสือแจ้งมา ให้ประธานสภาทราบตามข้อบังคับแล้ว ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาพร้อมที่จะตอบแล้ว ผมขอเชิญ คุณธนา กิจไพบูลย์ชัย ถามได้เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ วันนี้กระผม ขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวชายแดนนะครับ ก่อนอื่นผมขอเชิดชูเกียรติทางทหารผู้เสียสละ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่คอยปกป้องอธิปไตยของไทย แล้วผมก็ขอสดุดี เชิดชูเกียรติอีกสำหรับบุคคลที่อยู่แนวหลังที่คอยดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แล้วก็เป็นกำลังใจให้กับพี่น้องที่เดือดร้อน แต่ผมอยากจะบอกทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ที่มาตอบแทนทางท่านนายกรัฐมนตรีครับว่า ผมอยากย้ำคำหนึ่งพี่น้องชายแดนเขาอยากจะ บอกทุกท่านจริง ๆ ว่า ตอนนี้พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับ พวกเราเข้มแข็งมากพอ ไม่ต้อง สงสารพวกเราครับ ไม่ต้องเห็นใจพวกเราครับ แต่ที่ผมจะมาถามแทนพวกเขาวันนี้ ผมแค่อยากทราบว่าหน้าที่ของคำว่ารัฐบาลมันคืออะไร ท่านจะปล่อยให้พวกเราอยู่ใน สถานการณ์แบบนี้อีกนานแค่ไหนครับ ก่อนจะเข้าสู่คำถามผมขออนุญาตเล่าบรรยากาศ เล่าสิ่งที่ประสบพบเจอมาให้ท่านรัฐมนตรีช่วยได้รับฟัง ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีหรือ รักษาการนายกนะครับ🔗
เรื่องแรก จากการที่ผมได้ไปประสานหน่วยงานต่าง ๆ ท่านทราบไหมครับว่า ๗ วันที่ผ่านมายังไม่มีงบของท่านส่วนการลงพื้นที่เลยแม้แต่ ๑ บาทครับ ที่ท่านอ้างว่า ท่านอนุมัติแล้วมันยังไม่มีเงินแม้แต่ ๑ บาท ที่ลงพื้นที่สู่พี่น้องประชาชน ทุกวันนี้เราอาศัย เงินบริจาคเป็นหลักครับ แล้วก็บางส่วนเบิกจาก อปท. มาสำรองจ่าย พวกท่านนอนหลับได้ อย่างไรครับ นอนหลับทั้ง ๆ ที่ประชาชนในพื้นที่ของผมและพื้นที่ข้างเคียงที่เป็นชายแดน ท่านทราบไหมครับว่าเราฟังทั้งเสียงปืนเล็กและฟังทั้งเสียงปืนใหญ่ครับ พวกท่านสามารถ นอนหลับแบบที่ไม่คิดอะไรได้อย่างไรครับ ผู้อพยพวันแรกที่มาบางท่านรองเท้าจะยังไม่มีเลย ครับ ไม่มีแม้กระทั่งเสื้อจะเปลี่ยนครับ อาหารวันแรกท่านไม่รู้เลยหรือครับว่า วันแรกที่เขาไป ถึงนี้เขามีอะไรรับประทานหรือเปล่าครับ🔗
ต่อมาครับ เรื่องต่าง ๆ สาธารณูปโภค เครื่องอุปโภคบริโภค ห้องน้ำนี่ ท่านเคยสนใจพี่น้องที่อยู่ชายแดนบ้างหรือเปล่าครับ ไม่ใช่มีแต่คำสั่ง คำสั่งการของท่าน ถ้าสมมุติไม่มีการช่วยเหลือจากทางหน่วยงานที่เป็นผู้มีจิตใจที่ดีจิตอาสานี่ ท่านคิดว่า สถานการณ์มันจะดีเหมือนทุกวันนี้หรือครับ ตอนนี้ในพื้นที่ของพวกผมแค่ได้ยินเสียงอะไรตกเสียงดังนิด ๆ หน่อย ๆ พี่น้องประชาชน ต่างพากันหวาดผวาครับ ตื่นตระหนกและหวาดกลัว ในเมื่อท่านมีงบประมาณในมือถึง หลายแสนล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางซึ่งใช้ได้ง่ายมากครับ และท่านยังมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ท่านอ้างนักอ้างหนาว่าเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ท่านเก็บไว้ทำไมครับ ผมถามท่านนิดหนึ่ง ท่านคิดว่าพี่น้องประชาชนชายแดนเป็นพี่น้องประชาชนคนไทยที่ท่านต้องคอยดูแลหรือเปล่า ผมอยากทราบจริง ๆ ครับ ผมอยากบอกรัฐมนตรีช่วยฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ ว่า ผมรู้สึกเสียใจจริง ๆ ที่ครั้งหนึ่งผมเคยโหวตให้ท่านได้เป็นรัฐบาล ผมเสียใจจริง ๆ ครับ จนมาสู่คำถามข้อที่ ๑ เรื่องเงินเยียวยา เมื่อสักครู่นี้ผมแอบได้ยินมาว่าทางภาคใต้ ท่านเยียวยากรณีผู้เสียชีวิตถึง ๗ ล้านบาท แต่กับผู้เสียชีวิตที่ประกาศมาล่าสุดท่านจะเยียวยา เขาแค่ ๑ ล้านบาท ท่านคิดว่ามันพอหรือครับ สำหรับผู้อพยพตามที่ผมได้ยินท่านประกาศ ท่านประกาศว่าดูแลครอบครัวละ ๓,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ๑ ครอบครัวมีประชากร ไม่ต่ำกว่า ๓ คน บางครอบครัวมีคนเป็น ๑๐ คน ท่านคิดว่ามันเพียงพอหรือครับ ผมอยากรู้ จริง ๆ ว่า ถ้าผู้เดือดร้อน ผู้ประสบภัยเป็นคนในครอบครัวท่าน ท่านยังจะทำอย่างนี้อยู่หรือ ครับ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า เจ้าของ ปตท. ที่โดนระเบิดลงเขาเพิ่งสอบถามผมมาว่ารัฐบาล มีมาตรการอะไรให้เขา หรือให้รออย่างเดียวครับ คือผมอยากทราบว่ารัฐบาลมีมาตรการ เชิงรุกอะไรหรือเปล่า หรือรอให้ประชาชนด่าแล้วค่อยชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าต่าง ๆ ที่ต้อง ปิดแผง แล้วก่อนนี้ระหว่างที่มีการตึงเครียดทางชายแดน ศรีสะเกษของผมก็ได้รับผลกระทบ ไม่มีใครกล้าไปเที่ยว เพราะเขากลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีครับ ไม่ว่าจะเป็นการขาดรายได้ ของพี่น้องประชาชนที่ต้องมาทำงานดูแลทั้งศูนย์และพี่น้องประชาชนที่คอยอพยพ ท่านคิด บ้างหรือเปล่าว่าอะไรคือสิ่งที่ท่านจะตอบแทนเขา บ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากทั้งแรงสั่นสะเทือนของทางปืนใหญ่ฝั่งเรา แล้วก็ที่ได้รับผลกระทบจากการโดนปืนใหญ่ ฝั่งเขายิงมาครับ ท่านมีมาตรการมีอะไรบ้าง และอีกเรื่องก็คือเรื่องค่าไฟตามศูนย์อพยพ ผมอยากทราบว่าทางท่านได้มีอะไรได้เตรียมการไว้หรือเปล่าครับ🔗
ส่วนเรื่องต่อมาคือมาตรการขวัญและกำลังใจที่ท่านจะมอบให้ทางทหารที่รบ อยู่แนวหน้าและทาง ตชด. หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่แนวหน้า แล้วก็อยู่แนวหลังท่านเคยคิด หรือเปล่าว่าท่านจะต้องให้ขวัญกำลังใจเขา เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือเขาทำงาน อย่างหนักแม่ครัวอย่างนี้ ๓ วัน ไม่ต้องนอน ดูแลพี่น้องประชาชนหลักพัน หลักหมื่นครับ ท่านจะให้เขาทำอย่างไร ท่านคิดว่าจะขอแต่ความร่วมมือหรือครับ พวกท่านใจดำเกินไป เงินในมือท่านตั้งหลายแสนล้านบาท พวกท่านคิดไม่ได้เลยหรือครับ ไหนจะเป็นความ เหน็ดเหนื่อย ความเสียสละ และต่อเนื่องต่อไปเลยครับ ก็คือค่าเยียวยาจิตใจมันไม่ใช่ว่า มันจะจบแค่นี้ ท่านคิดว่าหลังจากสงครามจบพี่น้องประชาชนจะนอนหลับสนิทหรือครับ ท่านเคยคิดเรื่องค่าเยียวยาจิตใจหรือเปล่า อันนี้เป็นคำถามที่ ๑ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ คุณธนา กิจไพบูลย์ชัย ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขอขอบคุณทางท่านผู้ตั้งกระทู้ถามนะคะ วันนี้ดิฉันเองนั้นได้รับ มอบหมายจากทางท่านรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ให้ได้มา ตอบกระทู้ถามสดจากเพื่อนสมาชิกค่ะ ซึ่งเรารับทราบกันดีนว่าในขณะนี้ในพื้นที่ชายแดน ของเรามีการปะทะกันเกิดขึ้น ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ตามพื้นที่ชายแดนทั้ง ๗ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แล้วก็ยังมีในส่วนของอีก ๓ จังหวัด ที่ตราด จันทบุรี แล้วก็จังหวัดสระแก้ว ในขณะนี้ก็มีบางพื้นที่ก็อยู่ในเหตุการณ์สถานการณ์ ที่สงบขึ้นแล้ว แต่ในบางพื้นที่เราก็ยังได้รับทราบรายงานว่ายังมีความไม่ปลอดภัยอยู่ ฉะนั้นแล้วในสิ่งที่ทางการของเราได้ดำเนินการแล้วก็เร่งจัดการนั่นก็คือตั้งแต่วันที่ ๒๔ ที่เราเกิดเหตุขึ้นค่ะ เราจะได้รับทราบกันดีว่าในช่วงของ ๘ โมงเศษ ๆ ในเช้าวันพฤหัสบดีในวันนั้น ได้มีการ ยิงปืนใหญ่เข้ามา มีการใช้อาวุธหนักจากทางกัมพูชายิงพี่น้องประชาชนที่เป็นพลเรือน จากฝั่งไทย แล้วก็จุดแรกที่เราได้เห็นภาพข่าวพร้อมกันนั่นก็คือที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่ศรีสะเกษ แล้วก็มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิตด้วย ทั้งในส่วนของผู้ที่ทำงานในร้านสะดวกซื้อด้วย นักเรียนด้วย นอกจากนั้นยังมีในส่วนที่ยิงในบ้านเรือนด้วย มีประชาชนพลเรือนเสียชีวิตไป ในวันนั้นเลยทันที ๑ ราย แล้วก็มีผู้ที่ได้รับทุพพลภาพด้วย นั่นเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความ สะเทือนใจให้กับพวกเราเป็นอย่างมาก แล้วเราก็ได้มีการใช้พื้นที่สภาแห่งนี้ด้วยในการที่ จะพูดคุย แล้วก็รับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกด้วยกัน ซึ่งในวันนั้นดิฉันก็ได้ปฏิบัติ หน้าที่อยู่ที่นี่ แล้วก็ได้นำเรียนสมาชิกทุกท่านถึงเรื่องของแผนการการเฝ้าระวังพื้นที่ส่วนหลัง ที่เราได้มีการตระเตรียมมาแล้ว เพราะเรารู้ดีว่าสถานการณ์ชายแดนนั้นอยู่ในความไม่สงบ ฉะนั้นการเตรียมการทุกอย่างเป็นไปอย่างเป็นระบบ แล้วก็ขั้นตอนหลังจากที่ทางเพื่อน สมาชิกได้นำความไม่สบายใจให้พวกเรานั้นได้รับทราบ ดิฉันก็คิดว่าท่านเองนั้นก็ได้ทำหน้าที่ ในฐานะผู้แทนอย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่ก็อาจจะมีบางส่วนที่อาจจะบกพร่องไป ในส่วนของศูนย์อพยพที่ท่านเองนั้นได้ลงไปเยี่ยมเยียน อาจจะมีความไม่ครบถ้วนของเครื่อง อุปโภคบริโภค หรือแม้แต่การที่ทางเจ้าหน้าที่รัฐเองอาจจะยังไม่เข้าใจในวิธีปฏิบัติในเรื่อง ของการใช้งบประมาณ เราก็ต้องมาพูดคุยกันแล้วก็ได้ใช้สภาแห่งนี้เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจ ด้วยจุดประสงค์ที่เราอยากจะให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงมากที่สุด ในวินาทีนี้ก็ไม่อยากที่จะให้ท่านต้องใช้อารมณ์ในการที่ท่านเองนั้นได้พบมาแล้วก็นำมาพูดคุย และจะทำให้การแก้ไขปัญหาของเรานั้นไม่สามารถประสบความสำเร็จไปในทิศทางที่ดีได้ ถ้าจะให้ดีแล้วอยากที่จะให้ท่านได้ตั้งใจที่จะรับฟัง แล้วก็ได้ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้ง ๔ จังหวัดในขณะนี้ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นด้วย ดิฉันขออนุญาต กล่าวเป็นข้อมูล ภาพที่เห็นนี้ก็คือภาพความเสียหายจากการที่ รพ.สต. โรงพยาบาล โรงเรียน ได้รับจากการที่ทางฝั่งกัมพูชานั้นได้ใช้อาวุธหนักยิงเข้ามา แล้วก็พวกเราที่อยู่ในพื้นที่ส่วนหลัง ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. อพปร. อส. ก็ได้ออกปฏิบัติการในการที่จะ อพยพให้พี่น้องประชาชนนั้นเข้ามาอยู่ในส่วนของที่ทางการได้กำหนดเอาไว้ แล้วก็ที่ท่านได้มี ความห่วงใยในเรื่องของงบประมาณ ดิฉันขอนำเรียนอย่างนี้ว่าในสถานการณ์ที่เราได้ประกาศ ให้เป็นพื้นที่ที่ประสบสาธารณภัยเช่นนี้แล้ว อปท. สามารถที่จะใช้งบประมาณที่มีอยู่นี้ ในการที่จะจัดเตรียมศูนย์อพยพได้ทันทีเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ ก็ลงไปในช่วง ๑-๓ วันแรก ที่ดิฉันเองได้รับทราบแล้วก็ได้ลงไปในพื้นที่ ด้วยจากการมอบหมายของทางท่านภูมิธรรม เวชยชัย ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ท่านได้มีการ จัดประชุมอย่างรวดเร็ว แล้วก็ได้มอบหมายรัฐมนตรีทุก ๆ กระทรวง แล้วก็ทุก ๆ คนที่ สามารถลงไปช่วยเหลือได้🔗
จุดที่ดิฉันมีภาพประกอบ แต่ไม่แน่ใจว่าทางฝ่ายโสตมีภาพหรือไม่แต่ดิฉันขออนุญาต ยกตัวอย่าง เช่น ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษที่ทางท่านเองเป็นผู้แทนอยู่ ท่านทวี สอดส่อง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านเองก็ได้ไปเยี่ยมผู้ที่อพยพเข้ามาไปให้ขวัญกำลังใจ กับหน่วยทหารที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงผู้ปฏิบัติงานในการดูแลพื้นที่ส่วนหลังด้วย ก็เรียกว่าไปกัน ครบทุกจุด แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยังไม่ปลอดภัย แต่เราคิดว่าถ้าหากว่าเราลงไปในพื้นที่ แล้วเราได้เห็นสภาพเป็นจริงมากที่สุดการสั่งการต่าง ๆ ก็จะทำให้เกิดความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในส่วนของพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษาก็ได้ลงพื้นที่พร้อมกัน ไปเยี่ยมเยียน ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ไปเยี่ยมเยียนศูนย์อพยพของพี่น้องประชาชน แล้วก็ได้มีการดูในเรื่อง ของความเป็นระเบียบเรียบร้อยว่าพี่น้องที่อพยพเข้ามานั้นได้ที่นอน หมอน มุ้งครบถ้วนแล้ว หรือไม่ ได้มีอาหารการกินได้ครบถ้วนหรือเปล่า เพราะแน่นอนว่าในสถานการณ์ที่เกิดความ ฉุกเฉินขึ้นทุก ๆ คนก็อยากที่จะเอื้อมมือเข้ามาช่วยกันคนละไม้คนละมือ จิตอาสาก็เข้ามา ในพื้นที่ การที่มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้มอบสิ่งของต่าง ๆ เข้ามาตามศูนย์อพยพนี้ ก็เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ทุกคนมีความตั้งใจดีด้วยกันค่ะ แล้วเรา ก็จะทำงานอย่างดีที่สุด ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ยังได้มอบทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาให้ลงไปดูพี่น้องประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ด้วย ท่านเองก็เดินทางทันที ในวันนั้นหลังจากที่ได้ทราบข่าวค่ะ แม้ว่าในพื้นที่จังหวัดของทางท่านรัฐมนตรีสรวงศ์ สระแก้วก็มีการอพยพพี่น้องเข้ามาอยู่ใน อบจ. ด้วย แต่ท่านก็คิดว่าทุก ๆ คนคือคนที่ พวกเราต้องดูแลก็ได้ลงพื้นที่ไปสั่งการในเรื่องที่ยังขาดตกบกพร่องอยู่ให้ได้รับการช่วยเหลือ อย่างครบถ้วน ในส่วนของดิฉันเองได้ไปในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ความจริงแล้วก็มี ภาพประกอบ ซึ่งท่านสามารถที่จะเข้าไปดูในเรื่องของข้อเท็จจริงที่ดิฉันได้นำเสนอได้จากทาง Page ของกระทรวงมหาดไทย ช่องประชาสัมพันธ์ พวกเราก็พยายามที่จะสื่อสารก็อยากที่จะ ให้ท่านได้เข้ามาดูด้วยว่าความจริงแล้วสิ่งที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่มันค่อนข้างที่จะขัดแย้งกับ ในสิ่งที่ทางพื้นที่ได้ประสบอยู่จริง ถ้าท่านอยากเห็นภาพ แม้ท่านจะไม่ได้ลงไปแต่เราก็มีภาพ ให้นำเสนอตามที่เราได้ขออนุญาตผู้ที่อยู่ในภาพแล้วให้สามารถมาบอกกับพี่น้องประชาชนต่อ ได้ว่ารัฐบาลนั้นได้ดำเนินการอย่างดีที่สุด ในจังหวัดอุบลราชธานีดิฉันก็ได้ลงไปดูในส่วนของ ทหารที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลแล้วก็ยังมีในส่วนของศูนย์พักพิงตามโรงเรียน ตามวัดที่ได้ จัดขึ้น ซึ่งพอดิฉันได้มาพูดคุยสรุปการลงพื้นที่พร้อมกับท่าน สส. ทุกท่านแล้วก็รายงานกับ ท่านรักษาราชการแทนท่านนายกรัฐมนตรี ทุก ๆ คนก็นำข้อมูลที่ได้รับมารายงานกับทาง ท่าน มท. ๑ ก็ได้รับทราบว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนอยู่ในศูนย์อพยพได้รับอาหารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นจากการที่มีโรงครัวพระราชทานเข้าไปตั้งโรงครัวอย่างทันที ฉะนั้นในเรื่องอาหาร ไม่มีปัญหาเลย ทุกคนนั้นก็บอกว่ากินอิ่มมากแล้วก็ได้รับความพึงพอใจ ดิฉันก็ยังสอบถามว่า มีอะไรอยากที่จะให้เราได้ช่วยเหลือเพิ่มเติมบ้าง พี่น้องประชาชนทุกคน ดิฉันพูดได้เลยว่า ทุกคนที่อยู่ในศูนย์อพยพ เขาบอกว่าอยากที่จะให้สถานการณ์ชายแดนนั้นเป็นไปด้วยความ เรียบร้อยมากที่สุด อย่าให้มีทหารไทยต้องสูญเสียจากไปจากเหตุการณ์นี้ และพวกเขา ทุกคนก็ขอส่งกำลังใจให้กับแนวหน้าของชาติ รั้วของชาติ ให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ อันนี้คือ ความประทับใจที่แม้พวกเขาต้องจากบ้านมา มาอยู่ในศูนย์อพยพ แต่สิ่งที่เขามีคือความเป็นคน คือความเป็นมนุษย์ที่จะส่งน้ำใจนี้ ส่งถึงผู้ที่ประสบเหตุการณ์ที่เสียชีวิตด้วย แล้วก็ผู้คนที่ต้อง ได้รับผลกระทบด้วย แต่พวกเขาอยู่ในนั้นเขาบอกว่าขอบคุณรัฐบาลที่ได้เร่งอพยพ ไม่ว่าจะ เป็นการจัดหารถ การจัดบุคลากรลงไปในพื้นที่เข้ามาอำนวยความสะดวก พวกเราได้ลงไป อำนวยความสะดวก ไปดูเรื่องของเด็กเล็ก ทารกว่ามีนมหรือไม่ ถ้าตรงจุดไหนไม่มีก็ได้บอกว่า ทางจังหวัดให้สั่งการจัดซื้อทันที ซึ่งที่ดิฉันได้ลงไปหลาย ๆ ศูนย์ก็มีการเตรียมนมผง นมสำหรับเด็กเล็ก แล้วก็อาหารสำหรับผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยเปราะบาง อย่างเช่นที่ดิฉันไปที่ อำเภอเดชอุดมที่อุบลราชธานีก็ได้มีการตั้งศูนย์ เป็นโรงพยาบาลสนามให้ผู้ป่วยที่เป็นกลุ่ม เปราะบางเข้ามารักษา สาธารณสุขเองก็ได้ส่งหมอลงไปเป็นจำนวนที่เรียกว่าให้ได้ มากที่สุด ดิฉันได้ลงไปโรงพยาบาลพร้อมกับทางท่าน สส. กิตติ์ธัญญา ท่านเองก็ลงพื้นที่ อยู่ทุก ๆ วัน ไปที่นั่นเสร็จปุ๊บอะไรขาดรีบเสริมเข้าไป🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวรอสักครู่ครับ มีสมาชิกยกมือประท้วงครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยครับ ขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวครับ ต้องประท้วงท่านประธาน อยากจะให้ท่านประธานควบคุม การประชุม แล้วต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านได้ให้ข้อมูลต่าง ๆ มา แต่ผมกังวล ว่าเวลาของท่านรัฐมนตรีเหลือเพียงแค่ ๓ นาที กับอีก ๓๐ วินาที ยังมีเหลืออีก ๒ คำถาม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขณะนี้เวลาของท่านรัฐมนตรีเหลือเวลา ๓ นาที ๓๘ วินาที ของผู้ถามเหลือเวลา ๘ นาที ๕๔ วินาที วันนี้คงจะต้องตอบและถามภายในเวลา เนื่องจากระทู้ถามสดทั้ง ๓ กระทู้มาหมด ทุกท่าน เพราะฉะนั้นตามข้อบังคับ ถ้าเผื่อกระทู้มาไม่ครบก็อนุญาตให้เลยเวลาได้ ฉะนั้นต้อง ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีและผู้ถาม ขอความกรุณาให้อยู่ในเวลา ยกเว้นว่าผู้ถามยังเหลือ เวลา ผู้ถามบอกให้รัฐมนตรีตอบให้หมด อนุญาตใช้เวลาของท่านได้ก็ขอให้เป็นไปตามนี้ เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ถ้าท่านได้รับทราบภาพรวม รวมถึงการทำงานของรัฐบาลอย่างใจที่ เปิดกว้างแล้ว ดิฉันก็จะขอเข้าสู่ในเรื่องของระเบียบการเยียวยาที่พวกเราได้อนุมัติ งบประมาณไปแล้ว เป็นเงินทดรองราชการ ๑๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ซึ่งเรา ทราบดีว่าเหตุการณ์เกิดวันที่ ๒๔ แล้ววันที่ ๒๕ ทางเราก็ได้อนุมัติเงินลงไปทันที แล้วก็ เรียกว่าทุกหน่วยงานได้รับทราบดีว่าเงินนี้จะเป็นกรอบวงเงินที่เขาสามารถใช้ได้ แล้วการ จัดซื้อ การอนุมัติต่าง ๆ เป็นอำนาจของทางผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดำเนินการได้ทันที ดิฉันได้มี การเชิญประชุมทั้งในส่วนของ ๗ จังหวัดชายแดน ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด บอกว่าเรา สามารถที่จะให้อำเภอแต่ละอำเภอ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาทได้ เลย เพื่อที่จะเกิดความยืดหยุ่นในการที่จะใช้เงินด้วย ฉะนั้นสิ่งที่เรามั่นใจอย่างหนึ่งว่าพี่น้อง ที่เป็นทั้งผู้ปฏิบัติงานด้วยและพี่น้องประชาชนด้วยจะต้องไม่มีปัญหา นั่นก็คือในเรื่องของ งบประมาณค่ะ นี่คือการทำงานอย่างรวดเร็วของทางรัฐบาล แล้วเรายังได้มีการซักซ้อม ทำความเข้าใจ เชิญกรมบัญชีกลางเข้ามาให้ข้อมูลกับทางหน่วยงานว่าอะไรทำได้ อะไร ทำไม่ได้บ้าง ซึ่งอะไรที่ติดกฎระเบียบทำไม่ได้เราก็ขอใช้ในเรื่องของการเพิ่มเติมในเรื่องที่เรา จะให้งดใช้หลักการนั้น ๆ เพื่อที่จะให้ใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทางท่านทวีได้ส่งข้อมูลเข้ามาเพิ่มเติมในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่สามารถ จะเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะดูแลพี่น้องประชาชนได้ด้วย ยังมีส่วนของประกันสังคมที่จะ ให้กับผู้ที่ปฏิบัติงานในร้านสะดวกซื้อที่จะจัดเงินให้ตามอายุงานด้วย อันนี้ทุกหน่วยงานได้ รวบรวมข้อมูลไว้หมดแล้ว ทาง พม. ก็มีเพิ่มเติมเข้ามาในส่วนของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับ ผลกระทบ ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ก็เข้ามาด้วย และที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาของ คณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย🔗
ท่านรัฐมนตรี ของท่านเวลาเหลืออีก ๑ นาทีกว่า เดี๋ยวจะมีอีก ๒ คำถาม เดี๋ยวกลัวไม่พอครับ ท่านรอ ให้เขาถามต่อดีไหมครับ🔗
อันนี้ท่านถามแล้วค่ะ ในเรื่องมาตรการ ในเรื่องของผู้ได้รับผลกระทบ ดิฉันจดคำถามไว้ ซึ่งก็น่าที่จะเป็นประโยชน์ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจ แล้วก็ได้สร้างความเข้าใจที่ดี กับท่านด้วย ในการที่จะรู้ ท่านเองก็ต้องลงพื้นที่ไปแจ้งกับพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับทราบ ข่าวสารว่าเขาจะได้รับเงินชดเชยเป็นจำนวนเท่าไร อย่างที่บอกไปว่าในขณะนี้เงินทดรองราชการ ทางจังหวัดสามารถใช้ได้ทันที และดิฉันก็ยังได้สั่งการว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเองสามารถที่จะ เอาเงินนี้ไปมอบให้กับทางญาติผู้เสียชีวิตหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ แม้จะยังไม่ได้เป็นตัวเงิน แต่การที่ได้ไปพูดคุยทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบได้รับทราบข้อมูลส่วนนี้หมดแล้ว ดิฉัน ให้ทางจังหวัด ทางพื้นที่ได้ลงไปประสานกับผู้ที่บาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิตด้วย อันนี้เพิ่มเติม ในส่วนของค่าน้ำ ค่าไฟ ทางกระทรวงมหาดไทยได้บอกว่า🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวถ้าเผื่อเขาถาม แล้วท่านหมดเวลาตอบ มันตอบไม่ได้แล้วนะครับ🔗
ได้ค่ะ ค่าน้ำ ค่าไฟไม่เก็บนะคะ เราให้ใช้ได้เลยตามศูนย์อพยพต่าง ๆ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
เชิญท่านธนา กิจไพบูลย์ชัย เวลาของท่านเหลือ ๘ นาที ๕๔ วินาที เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาเป็นน้ำ เลยครับ น้ำในพื้นที่ผมตอนนี้ก็เยอะจนไม่รู้จะใช้อย่างไรหมดแล้ว ไม่มีเนื้อแล้วครับ แล้วก็ ที่บอกว่าผมใช้อารมณ์ ท่านประธานต้องเข้าใจความรู้สึกผมนิดหนึ่ง ผมอยู่กับพี่น้อง ประชาชน ผมรับฟังปัญหาจะให้ผมนั่งยิ้มหรือครับ ให้ผมมีความสุขหรือครับ มันเป็นไปไม่ได้ ผมต้องมีอารมณ์ นี่ขนาดผมเก็บไว้บางส่วน ผมยังไม่ได้ปล่อยออกมาเต็มที่เลย ก็อยากฝาก บอกท่านรัฐมนตรีว่าผมพยายามเก็บอารมณ์ไว้แล้วครับ ท่านตอบประเด็น ผมว่ามันก็ยัง ไม่ครอบคลุม ยังเหลืออีกประเด็นหนึ่งที่ทางท่านรัฐมนตรียังไม่ตอบก็คือ เรื่องการสร้างขวัญ และกำลังใจ เงินชดเชยก็ว่าไปแล้ว เงินต่าง ๆ ว่าไปแล้ว แต่เงินสำหรับผู้ดูแลศูนย์อพยพ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่เขาต้องหยุดงานมาเพื่อดูแลด้วย อย่างไรท่านรัฐมนตรีก็ตอบเวลา ที่เหลือ ๓๐ วินาทีให้ผมด้วยนะครับ🔗
เรื่องต่อมาเป็นคำถามที่ ๒ คือความล่าช้าด้านการสื่อสาร ก็อยากจะบอกทาง รัฐบาลนิดหนึ่งว่า ทุกวันนี้ในพื้นที่ของผมต้องเสพข่าวจากทาง Social ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอันไหนจริง อันไหนปลอม ในเมื่อท่านมี SMS Alert ทำไมท่านไม่ส่งข้อความมาให้พวกผม พวกท่านเก็บ กลัวทางเขาเรียกอะไรนะครับ เครือข่ายต่าง ๆ เขาเก็บเงินหรือครับ ท่านกลัวพวกเรารับรู้ ข่าวสารที่เป็นจริงหรือครับ ทุกวันนี้เราได้แต่รอฟังเสียงตูม ๆ แล้ววิ่งหนีอย่างนี้หรือครับ มันไม่ Fair กับทางพี่น้องประชาชนในพื้นที่เลยครับ แล้วก็ผมลืมบอกท่านไปอีกเรื่องว่าจริง ๆ ผมไม่ได้อยากทราบว่าทางคณะรัฐมนตรีไปเยี่ยมที่ไหนบ้าง ผมอยากแค่ต้องการรู้ว่า ท่านทำอะไรบ้าง แล้วท่านทำจริง ๆ หรือเปล่า การไปเยี่ยมให้กำลังใจผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การไปเยี่ยมและให้กำลังใจโดยที่ข้าราชการในพื้นที่ ผมอยากให้ท่านบอกกล่าวเขาด้วย เรื่องการสื่อสารที่ผมพูดไปแล้วใช่ไหมครับ ช่องทางที่มันเป็น Official ท่านมีเฉพาะ ในโทรทัศน์ใช่ไหมครับ แต่ในพื้นที่ทุกวันนี้คนใช้โทรศัพท์หมดแล้ว ถ้าท่านใช้เป็นการส่ง ข้อความมาผมว่าน่าจะดีครับ🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านพูดว่าท่านสั่งการไปแล้ว เมื่อวันที่แล้วผมเพิ่งได้รับ การร้องเรียนมาจากทางจังหวัดอุบลราชธานีจากทางพี่น้องประชาชน แล้วก็ทางสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย อยู่ที่อุบลราชธานีว่าทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด อุบลราชธานี ท่านอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ท่านยังอ้างว่าอันนั้นก็เบิกไม่ได้ อันนี้ก็เบิกไม่ได้ กลัวติดคุก เขาอ้างระเบียบ และท่านรัฐมนตรีสั่งใครไปครับ หรือว่าเพราะท่านไม่สนใจ พี่น้องประชาชน ท่านลืมไปหรือเปล่าว่า ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ มากนะครับ ท่านต้องดูแลพี่น้องประชาชน ขนาดระดับผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างอ้างว่า เบิกไม่ได้ ทำไม่ได้อย่างนี้ ผมอยากให้ท่านลองไปดูที่จังหวัดศรีสะเกษผมจริง ๆ ฝากท่านรัฐมนตรีจริง ๆ วันนี้โชคดีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมาเองด้วย ให้ท่านลองถาม ท่านผู้ว่าอุบลราชธานีดู ศรีสะเกษของผม ผมก็ยอมรับว่าท่านผู้ว่าไม่เคยพูดคำว่ากลัว มีแต่ บอกว่าเดี๋ยวเราจะดูแลกันอย่างดี แล้วผมก็ได้ยินจากสุรินทร์ก็ไม่ได้แย่ แต่ก็อยากให้ท่าน กำชับอีกรอบว่า ไม่ใช่อ้างแต่ระเบียบ อ้างแต่ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่าง แล้วก็บอกพี่น้อง ประชาชนว่าไม่ได้ ๆ ไม่ได้ได้อย่างไรครับ ใครจะอยากเป็นผู้ประสบภัย อยากบอกท่านว่า จริง ๆ แล้วคำถามก็อยากให้ท่านชี้แจงเป็นข้อ ๆ จริง ๆ ท่านส่งเอกสารมา เพราะเดี๋ยว ผมกลับในพื้นที่ผมจะได้ช่วยบอกครับ แต่ท่านไม่ต้องส่งตารางรัฐมนตรีไปไหนมาให้ผม ผมอยากทราบแค่ว่าท่านจะเยียวยาอย่างไร แล้วก็เรื่องปศุสัตว์ด้วย อื่น ๆ หลาย ๆ เรื่อง รบกวนท่านส่งข้อมูลให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณ คุณธนาครับ เดี๋ยวขอตกลงเวลานิดหนึ่งของท่านรัฐมนตรี เนื่องจากว่าท่านใช้เวลาตอบ คำถามแรกเหลือ ๓๔ วินาที แต่อย่างไรก็ตามเวลาของผู้ถาม ซึ่งท่านมีสิทธิถามได้อีกครั้งหนึ่ง ๕ นาที เผื่อว่าท่านรัฐมนตรีตอบให้หมดประเด็นสัก ๑-๒ นาที ขอความกรุณาเวลาของ คุณท่านธนาด้วยจะได้หมดประเด็นนะครับ🔗
ได้ครับ แต่ขอให้กระชับครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี🔗
(นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย) ประสานงานทางโทรศัพท์กับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี)🔗
ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ ขณะนี้ท่านผู้ว่าอุบลราชธานีอยู่ในสายโทรศัพท์แล้ว ที่เมื่อสักครู่ ท่านได้อ้างอิงว่า ถามอะไรไปก็บอกเบิกไม่ได้ ๆ จริงไหมคะท่านผู้ว่า🔗
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชานี🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต ประท้วงสักนิดหนึ่งครับ🔗
ขออนุญาต น้อมนำกราบเรียนข้อมูล ภายหลังจากที่ได้มีการประกาศสภาวะเรื่องของภัยพิบัติ เราได้ อพยพพี่น้องประชาชนกว่า ๒๓,๐๐๐ คน🔗
มีผู้ประท้วงครับ🔗
ชัด ๆ เลยคะ เบิกได้ เบิกไม่ได้ค่ะผู้ว่า🔗
เบิกได้ ทั้งหมด ส่วนเรื่องอาหารการกินมีทั้งบริจาค และเรามีโรงครัวพระราชทานด้วยครับ🔗
ขอบคุณมากค่ะท่านผู้ว่า อันนั้นก็น่าที่จะเป็นข้อมูลที่มีอยู่🔗
เดี๋ยวครับ ต้องขออนุญาตอย่างนี้ เนื่องจากว่า ตามข้อบังคับ ถ้าเขายืน ยกมือประท้วง ต้องให้เขาพูดประท้วงก่อนครับ ท่านประท้วง ผิดข้อบังคับ หรือว่าพาดพิง เชิญครับ🔗
ผมขออนุญาตท่านประธาน ได้ควบคุมการประชุม คือปกติเราเอ่ยถึงบุคคลภายนอกก็อันตรายอยู่แล้ว อันนี้ให้บุคคล ภายนอก Phone-in เข้ามา พวกผม สส. พรรคภูมิใจไทยอยู่ที่เขตพื้นที่ ผม Phone-in ให้เพื่อนสมาชิกผมมาถามบ้างได้ไหมถ้าอย่างนั้น ให้ท่านประธานควบคุมด้วย เอาชาวบ้าน โทรมาบ้างได้ไหมล่ะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คือท่านรัฐมนตรี จะต้องเป็นคนรับผิดชอบกรณีนี้ เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ด้วยเรื่องเวลาที่น้อยมากและดิฉันคิดว่าถ้าเราพูดไปโดยที่ มีบุคคลที่สามถูกกล่าวอ้าง โดยที่เขาอยู่นอกสภาแล้วไม่มีโอกาสจะได้มาชี้แจงก็น่าจะเป็นวิธีที่ดี ที่ให้ทุกคนนั้นได้รับทราบพร้อม ๆ กันว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นมันคือความเลื่อนลอย เพราะว่าในส่วน ของ ชรบ. อีกข้อหนึ่งค่ะท่านประธาน ในส่วนของ อปพร. ด้วย เราสามารถที่จะใช้การจ่าย งบประมาณในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนได้ โดยเป็นการใช้จ่าย จากทาง อปท. ที่ระบุไว้ว่า ถ้าหากว่ามีการสั่งใช้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือบุคคลภายนอก สามารถที่จะเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงให้บุคคลดังกล่าวได้ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการจบปัญหาที่ท่านนั้น มีความสงสัย ยังมีเรื่องของค่าน้ำมัน เงินทดรองราชการก็สามารถที่จะเบิกได้เช่นเดียวกัน ก็เป็นส่วนที่ดีที่ท่านไม่ทราบแล้วท่านได้ถาม เราเองก็ได้มีโอกาสใช้พื้นที่สภาแห่งนี้ชี้แจง ไปสู่สาธารณชน ก็อยากที่จะให้ทุก ๆ ท่านได้เข้าใจ ในขณะนี้บ้านเรือนที่ยังเสียหายอยู่ตาม พื้นที่ที่มีความเสี่ยง เราต้องรอการอนุญาตจากฝ่ายความมั่นคงให้ลงไปตรวจสอบได้ แต่ที่ ดิฉันได้นำเสนอภาพเมื่อสักครู่ว่าในส่วนที่เราดำเนินการได้เลย เอกสารทุกอย่างทาง สำนักงบประมาณที่เป็นผู้ดูแลกองทุนผู้ประสบภัยพิบัติก็ไม่ต้องส่งตัวจริงเข้ามา ส่งเป็นแค่ ทางออนไลน์เข้ามาเราก็สามารถที่จะอนุมัติได้ทันที แล้วก็ผู้ที่เสียชีวิตในจังหวัดศรีสะเกษ ที่จะมีการฌาปนกิจศพในวันที่๓ สิงหาคมนี้ ก็จะนำเงินในส่วนนี้ลงไปมอบให้กับทาง ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากท่านมีปัญหาอะไรหลังจากที่เวลานี้หมดแล้ว ท่านมาถามดิฉันได้โดยตรง ดิฉันก็จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดกับทุก ๆ ท่าน และดิฉันก็ขอ ยืนยันพี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่าน รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและไม่เคยหลับอย่างสบายใจสักวันเดียว พวกเราทำงานจนเรียกว่าดึก แล้วก็พักอย่างมากก็ ๑ ชั่วโมง แล้วก็ตื่นขึ้นมาทำงานใหม่ ดิฉัน เองเมื่อคืนนี้ก็ประชุมถึง ๕ ทุ่มเพื่อที่จะสรุปสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ว่าตรงไหนขาดเหลือ อะไรที่เราจะต้องเสริมเติมเข้าไปได้ นี่คือภารกิจที่ทุกคนไม่คิดว่าจะต้องไปไว้ให้คนใดคนหนึ่ง แต่ทุกคนต้องร่วมมือกัน และอีกสิ่งหนึ่งที่ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้ฝาก เข้ามาก็คือ ในขณะนี้พี่น้องที่อยู่ตามชายแดน ขวัญกำลังใจเขาก็อยากที่จะได้รับจากพวกเรา ฉะนั้นการทะเลาะเบาะแว้งที่คนไทยสร้างขึ้นมากันเองขอให้หยุดแล้วก็ยุติได้ไหม วันนี้ศัตรู ของเราคือประเทศที่สร้างความรุนแรง ก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการตามที่ดิฉันได้ร้องขอต่อสภา ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ท่านประธานนิดหนึ่งครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วง ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ🔗
ผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย ผมไม่ได้ หาเรื่องทะเลาะ นี่เป็นคำถาม แต่ผมใส่อารมณ์กับคำถามเฉย ๆ ครับ🔗
แต่ว่า ท่านรัฐมนตรีตอบ ถ้าเผื่อว่าไม่ผิดข้อบังคับหรือพาดพิงในทางเสียหายท่านก็ยังตอบได้ ท่านเกินเวลา ๒ นาที ๒๘ วินาที ขอเวลาของท่านไปแล้ว อีกนิดเดียวให้ท่านรัฐมนตรีตอบ อีกสักไม่เกิน ๑ นาที แล้วก็จะให้คุณธนาถามเป็นครั้งที่ ๓ ได้ แต่ว่ารัฐมนตรีจะมีเวลาตอบ หรือไม่ ถ้าหมดแล้วก็ถือว่าหมดกันไป ท่านรัฐมนตรีจะตอบอีกหรือไม่ ไม่แล้วนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมขอเชิญคุณธนา กิจไพบูลย์ชัย ถามเป็นครั้งที่ ๓ ครั้งสุดท้ายนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ภัยที่เกิดในพื้นที่ของผม เขาเรียกว่าภัยสงครามใช่ไหม ภัยสงครามเป็นสิ่งที่ผมมั่นใจว่ารัฐบาลต้องรู้ รู้ในที่นี้ก็คือ เกิดจากคน คนกับคน ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าการที่เราปล่อยให้ทางฝั่งกัมพูชาขนกองกำลัง อาวุธหนักมาประชิดชายแดน แล้วเล็งปากกระบอกปืนมาทางประเทศไทยของเรา ที่ท่านพูดนักพูดหนาว่าเสรีภาพ เราเป็นเสรีชน เราเป็นสุภาพบุรุษ ท่านปล่อยให้เขายิงเรา ก่อนได้อย่างไรครับ คือผมไม่เข้าใจว่าเราไม่มีมาตรการอะไรก่อนหน้านี้ในการเตือนเขาเลย หรือครับว่า ห้ามเอาอาวุธหนักมาประชิดชายแดน ห้ามขน เล็งปากปืนมาที่ประเทศของเรา ทำไมเราถึงปล่อยให้มันเกิดสถานการณ์แบบนี้ในประเทศไทยของเราได้ครับ มันมีคนเสียชีวิต ถึง ๓๐ คนแล้วนะครับ และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ผมอยากทราบครับ แต่ถ้าเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการตอบไม่ได้ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ🔗
เนื่องจากว่า มีประเด็นคำถามสุดท้ายแล้ว แล้วก็ยังมีประเด็นที่ยังไม่หมด ก็อนุญาตให้ท่านรัฐมนตรี ตอบสั้น ๆ ได้ เพื่อให้ครบประเด็นที่ถามกระทู้ในวันนี้ได้ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ต้องนำเรียนว่าไม่มีใครอยากที่จะให้เกิดสงครามขึ้น เพราะสงครามมันไม่ใช่คำตอบ หรือบทสรุปของการที่จะบอกว่าใครคือผู้ชนะหรือผู้แพ้ เมื่อเกิดสงครามขึ้นแล้วทุกคนคือ ผู้ที่พ่ายแพ้ มีประชาชนทั้ง ๒ ประเทศต้องสูญเสีย ต้องจบชีวิตไป แล้วรัฐบาลไทยได้พยายาม มาโดยตลอดในการที่จะบอกว่าเราขอใช้แนวสันติวิธีในการที่จะยุติปัญหานี้ แล้วท่านเอง ถ้าหากท่านจะติดตามสื่อต่าง ๆ ท่านก็เห็นถึงความตั้งใจของทางท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีที่ไม่อยากจะให้เกิดสงครามขึ้น แม้ว่าเราเองจะมีอาวุธที่เตรียมพร้อมไว้ เราไม่ได้ปล่อยให้เขาหันกระบอกปืนเข้ามาค่ะ ถ้าท่านติดตามข่าวเราก็มีการโต้ตอบกลับไป และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว ท่านเห็นไหมคะว่าฝ่ายที่รุกเปิดเกมยิงปืนใส่ฝั่งไทยทำอะไร ไปฟ้องต่อประชาคมโลกค่ะ และถ้าหากว่าเราเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าแล้วเรายิงเขาก่อน จะเกิดอะไรขึ้นคะ วันนี้เราไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานใด ๆ เลยที่จะไปต่อสู้กับนานาประเทศ แต่วันนี้เราสามารถที่จะรวบรวมหลักฐาน โดยภาพถ่ายจากทางดาวเทียม นานาประเทศ รับทราบดีว่าใครคือผู้ที่กระทำความรุนแรงกับประเทศไทยก่อน ดิฉันอยากจะให้ท่านได้ สื่อสารให้ตรงกัน แล้วก็รักษาประโยชน์ของประเทศไทยเอาไว้ในการที่จะต่อสู้ในเวทีต่าง ๆ ทั่วโลกค่ะ ในวันนี้ถ้าท่านยังมีความคิดหรือการทบทวนในส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านจะเห็นเลยว่าเรามีการเตรียมกำลัง แต่เราจะไม่เป็นผู้เริ่ม เราจะไม่ยิงปืนใส่ฝั่งเขาก่อนค่ะ แล้วก็แน่นอนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือการขัดต่อหลักกฎหมายของระหว่างประเทศ การผิดต่อ อนุสัญญาเจนีวา การผิดต่อสัญญาที่นานาประเทศที่เจริญแล้วทำกัน กัมพูชายิงปืนใส่พลเรือน ที่ทหารไทยจะไม่มีทางทำเช่นนั้นเด็ดขาด🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ น่าจะครบประเด็นแล้วที่เขาถาม🔗
ทหารไทยของเราประสบในเรื่องของอุปสรรคในการที่จะยิงปืนเข้าไปทางฝั่งเขา เพราะว่า เขาไปตั้งกองกำลังอยู่ในเขตบ้านเรือน อันนี้ทุกคนรับทราบกันดี ท่านเองก็ได้รับทราบ ผลกระทบตรงนี้เช่นเดียวกันจากการบิดเบือนข่าวสารจากทางฝั่งกัมพูชา วันนี้นอกจาก สงครามที่เกิดขึ้นโดยการใช้อาวุธ ยังมีสงคราม IO การใช้ช่องทาง Social ที่เรียกว่า ทำบัญชีปลอมเข้ามา ใช้กองกำลังของ Scammer ที่เป็นต้นเหตุของการสู้รบในครั้งนี้เข้ามา โจมตีบ้านเรา วันนี้เราต้องช่วยกันค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
อันนี้ผมอนุญาต ให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงให้ครบตามที่ถาม🔗
อย่าทำให้เหตุการณ์ร้ายแรง แล้วก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนคนไทย ด้วยกันเองอีกเลย แล้วดิฉันก็หวังว่าจากการได้พูดคุยกันในวันนี้เราจะมีข้อสรุปในการร่วมกัน ทำงาน ไม่ต้องแตกแยกว่าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่วันนี้ทุกคนคือคนไทยที่ต้อง รวมพลังกันเพื่อประเทศไทยของเราค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอบพระคุณคุณธนา กิจไพบูลย์ชัย ครับ🔗
ผมยังมีอีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน ไม่เกิน ๒ นาทีครับ🔗
เชิญ ๆ ท่านถาม ครั้งสุดท้ายแล้ว แต่ว่ายังติดพันอยู่ ก็อนุญาตให้สั้น ๆ ได้ครับ🔗
เรื่องแรก อยากจะบอกท่านรัฐมนตรี นิดหนึ่งครับว่า ผมพูดแบบชาวบ้านเลยนะครับ ที่ผมมาพูดในสภาวันนี้ผมไม่ได้มีอคติ กับท่าน ผมไม่ได้แบ่งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมพูดแบบชาวบ้านเลยครับ ที่เราประสบปัญหา เราก็แค่อยากรู้ จะว่าอย่างนั้นอย่างนี้ผมช่วยท่านมากกว่าด้วยที่ท่านได้มาตอบคำถามครับ ไม่อย่างนั้นประชาชนคนไทยตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้ท่านทำอะไรอยู่ เขายังคิดว่า ท่านนอนหลับอยู่เลย ท่านต้องขอบคุณผมที่ผมตั้งคำถามให้ท่านครับ🔗
สุดท้ายนี้ ผมก็คงอยากชื่นชมจริง ๆ ชื่นชมไม่ว่าจะเป็นทหารทุกหน่วยเหล่า ทางตำรวจตระเวนชายแดนที่ช่วยกันปกป้องอธิปไตย ทางตำรวจ ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตร ชรบ. อสม. แม่ครัวที่ผมพูดย้ำนักหนาครับ ทุกท่านคือวีรบุรุษแล้วครับ ตอนนี้ที่ท่านดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างดี โดยไม่ขาดตกบกพร่องอะไรเลยครับ แล้วก็ฝาก ไปยังพรรคร่วมรัฐบาลนิดหนึ่ง ฝากนิดเดียวครับว่าถ้าท่านยังคอยให้การสนับสนุนรัฐบาล ที่บริหารจัดการประเทศ ผมใช้คำว่าล้มเหลว มันก็อาจจะรุนแรงไปครับ ล่าช้าแล้วกันครับ ท่านจะสามารถนอนอยู่กับรัฐบาลที่บริหารประเทศที่นอนหลับบนความทุกข์ร้อนพี่น้อง ประชาชนอย่างนี้ได้จริง ๆ หรือครับ ถ้าท่านคิดว่ามันได้ ก็ขอให้พวกท่านในพรรคร่วม อยู่กับ อำนาจนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่น้องประชาชนจะตัดสินใจ อย่างไร แต่ผมอยากฝากอีกเรื่องครับ สุดท้ายจริง ๆ พี่น้องประชาชนไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว จริง ๆ ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักชาติทุก ๆ ท่านที่รักประเทศไทยของเรา เราพร้อมจะสู้ยืนหยัดครับ ถึงรัฐบาลจะไม่ช่วย เราก็ดูแลตัวเองได้ ก็อยากจะบอกพี่น้อง แล้วก็ขอบคุณจริง ๆ ที่พี่น้องประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณธนา กิจไพบูลย์ชัย และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ที่ได้มาตอบกระทู้ถามสด ๑.๑.๒ เป็นอันว่าจบกระทู้ถามสด ๑.๑.๒ ครับ🔗
ก่อนจะไปถึงกระทู้ถามสด ผมขอต้อนรับผู้มาเยี่ยมสภานะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมรัฐสภา ๓๖๐ องศา เรียนรู้ ระบบงานรัฐสภากับประธานคณะกรรมาธิการประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๘ จัดโดยสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทย ซึ่งกำลังฟังประชุมอยู่ข้างบน ขอต้อนรับ ขอบคุณทุกท่าน อีกคณะหนึ่ง คือคณะบุคลากรจากสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ สำนักงานบริหาร พัฒนาองค์การความรู้ (องค์การมหาชน) ในกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน เข้าฟังในห้องประชุมนี้เช่นเดียวกัน ขอต้อนรับทุกท่านนะครับ🔗
๓. นายศุภโชติ ไชยสัจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามสดเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามสดแทน ตามข้อบังคับที่ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และท่านรองนายก ได้มาพร้อมที่จะตอบแล้ว ขอเชิญท่านศุภโชติ ไชยสัจ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศุภโชติ ไชยสัจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ก่อนอื่น ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานที่ให้เกียรติกับสภาแห่งนี้ในการมา ตอบกระทู้ถามสด ซึ่งประเด็นที่ผมจะถามมีอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ล้วนแต่เป็นประเด็นที่จะ ส่งผลกระทบต่อค่าไฟของพี่น้องประชาชนแน่นอน แต่ก่อนอื่นผมอยากจะชี้แจงว่า ในประเด็นแรกผมอาจจะใช้เวลานานสักเล็กน้อย แล้วประเด็นที่ ๒ ประเด็นที่ ๓ จะใช้เวลา ลดลงมาครับ เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการติดขัดในการถามกระทู้ถามสดของผม🔗
ประเด็นแรก เป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงาน สะอาด ทั้ง ๒ รอบ ไม่ว่าจะเป็นรอบ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ หรือรอบถัดมาที่เกี่ยวเนื่องกัน รอบ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ เป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนในวงกว้าง แล้วประชาชนก็ร่วมกันตั้งคำถามต่อทางรัฐบาล ต่อการทำงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลกำลังทำการบางอย่างที่ ประชาชนไม่อาจรู้เห็นครับ แล้วมันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟของพี่น้องประชาชนใน ระยะยาวหรือเปล่าครับ แต่ก่อนอื่นก่อนจะเจาะไปที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ผมขอเท้าความ นิดหนึ่งว่า ภาพรวมที่เกิดขึ้นกับการรับซื้อไฟฟ้ารอบนี้มันมีอะไรบ้างครับ การรับซื้อไฟฟ้าสะอาดทั้ง ๒ รอบมีปัญหาหลายประการ ตัวผมเองรวมไปถึงเพื่อน สส. จาก พรรคประชาชนก็ได้มีการอภิปราย ได้มีการแถลงข่าวในประเด็นนี้มาแล้วหลายรอบครับ ถ้ารวม ๆ ตลอด ๒ ปีที่ผ่านมาผมเข้าใจว่าไม่ต่ำกว่า ๒๐ รอบ ซึ่งการรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวมี ปัญหาหลายข้อไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่โครงการรับซื้อไฟฟ้านี้ไม่ควรจะมีตั้งแต่แรก เรามีไฟฟ้าเกิน กันอยู่แล้วพูดกันมาหลายครั้งไม่ควรไปซื้อเพิ่มซ้ำปัญหาเดิมเข้าไปอีก ถ้าบอกว่าประเทศไทย เราจะต้องการพลังงานสะอาดเราก็ย้ำครับ พรรคประชาชนก็ย้ำมาตลอดว่าให้ใช้วิธีการอื่น รัฐบาลไม่ควรจะไปจัดหาเอง ให้ใช้วิธีการอย่าง Direct PPA อันนี้คือข้อแรกไม่ควรจะมี โครงการนี้ตั้งแต่แรกครับ🔗
ข้อที่ ๒ กระบวนการคัดเลือกของการรับซื้อมันก็มีข้อทุจริตหลายข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการให้คะแนนออกมาก่อน ไม่ได้บอกว่า จะคัดเลือกจากหลักเกณฑ์หรือให้คะแนนคนที่เข้าร่วมการคัดเลือกอย่างไร เอกชนที่เข้ามายื่น แต่ละรายเราก็เห็นผลลัพธ์กันได้อย่างชัดเจนว่า มีแค่กลุ่มทุนพลังงานเพียงแค่ ๒ กลุ่มเท่านั้น ที่ได้สัมปทานได้โครงการกันไปเกือบครึ่งหนึ่งของการจัดหาทั้งหมด หรือถัดมาระเบียบ การรับซื้อปิดกั้นการแข่งขันครับ โดยเฉพาะการรับซื้อรอบที่ ๒ ที่มีการล็อกโควตากำหนดว่า ให้คนที่สามารถเข้าร่วมกระบวนการรับซื้อรอบที่ ๒ ต้องเป็นคนที่เคยยื่นโครงการเข้ามา ในรอบแรกเท่านั้น ไม่ได้มีการเปิดให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาดพลังงานของประเทศไทย เราเลยครับ🔗
และประเด็นสุดท้ายเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของราคา อย่างแรกเลย คือรัฐบาลไม่ได้มีการเปิดประมูลราคารับซื้อ ให้เอกชนเขาแข่งกันว่าเราจะได้ราคาที่ถูกที่สุด เท่าไร เพื่อลดภาระที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน แต่รัฐบาลเล่นไปกำหนดราคากันเอาเองครับ ไปกำหนดราคากันเอาเองที่มันแพงเกินจริงครับ ซึ่งผมก็ได้เน้นย้ำไปแล้วว่าสิ่งที่ประชาชน จะต้องแบกรับภาระที่มันสูงเกินจริงอาจจะแตะตัวเลข ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็เป็นได้ ซึ่งสิ่งที่ ผมพูดมาทั้ง ๔ ประเด็น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านก็ได้เห็นด้วยกับผม ในทุก ๆ ข้อ เรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในสภาแห่งนี้กันมาแล้วหลายรอบ แต่ผมต้องขอ พูดแบบนี้ว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมไปถึงรัฐบาล ชุดนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาได้ครับ ท่านควรจะยกเลิกการรับซื้อไฟฟ้า ทั้ง ๒ รอบ ตั้งแต่ที่เราพูดกันถึงเรื่องว่ามันส่อทุจริตไปแล้วด้วยซ้ำครับอย่างการรับซื้อไฟฟ้า รอบแรก ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ท่านควรจะยกเลิกทันที แต่ก็ยังดึงดันที่จะมีการรับซื้อไฟฟ้า ต่อไปครับ ไปอ้างคำพูดของกฤษฎีกาว่าไม่สามารถยกเลิกได้เดี๋ยวมันจะมีปัญหาครับ ผมสงสัยผมก็เลยเรียนเชิญตัวแทนกฤษฎีกาเข้ามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ซึ่งกฤษฎีกาก็ได้ บอกผมว่า ยังไม่เคยได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากกระทรวงพลังงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าท่านจะเอาสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการที่จะรับซื้อไฟฟ้าต่อไปผมเห็นว่าเรื่องนี้ มันก็อาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียวครับ ทั้ง ๆ ที่ระเบียบการรับซื้อ กกพ. เขาก็เขียนไว้ชัดเจนว่า ท่านสามารถยกเลิกได้มันเป็นอำนาจของรัฐบาล เป็นอำนาจของคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ว่ายกเลิกได้ แต่จะต้องยกเลิกก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้า แต่นี่กลับไม่ทำอะไรปล่อยให้มีการลงนามไปเรื่อย ๆ จนล่าสุดลงนามกันไป เกือบทุกรายเรียบร้อย ประชาชนแบกรับต้นทุนกันไปแล้วเรียบร้อยเกือบแสนล้าน หรือจะ เป็นการรับซื้อไฟฟ้ารอบที่ ๒ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ผมก็ยืนยันว่าท่านก็ต้องยกเลิกเหมือนกัน ซึ่งโครงการรับซื้อรอบที่ ๒ มันมีปัญหาเหมือนกับการรับซื้อรอบแรกใช้ราคาเดิม ไม่ว่าจะเป็น โครงการที่เกิดขึ้นในปีนี้หรือปี ๒๕๗๓ กำหนดให้ใช้ราคาเดิม ไม่ได้คำนึงถึงเลยว่า ต้นทุนที่เกิดขึ้นมันลดลงสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดโลกว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ มันดีขึ้น ทำให้ต้นทุนโรงไฟฟ้ามันลดลงทุกปี ท่านก็ไม่ยอมยกเลิกกลับมีมติออกมามติจาก คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ ๑ ปี ๒๕๖๘ ซึ่งท่านรัฐมนตรีเองท่านก็อยู่ในโต๊ะประชุมในวันนั้นด้วย ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดวันที่ ๖ พฤษภาคม ออกมาอย่างนี้ว่าให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานรวมถึง ๓ การไฟฟ้านี้ไปเจรจาครับ ไปเจรจากับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ได้รับสัมปทานเพื่อขอปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าลง โดยให้ ใช้ราคาอ้างอิงจากโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในอดีต มติที่ออกมาสร้างความสับสน หลายประเด็น🔗
ประเด็นแรก สร้างความสับสนให้กับหน่วยงาน เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่า อยู่ดี ๆ หน่วยงานกำกับทางด้านพลังงานของเราคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ก็ได้มีการออกประกาศตัวนี้ออกมา เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ออกมาบอกว่าให้เอกชนผู้ที่ได้รับ การคัดเลือกเข้ามาลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ที่ผ่านมา หรือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี้เองครับ สิ่งนี้สร้างความสับสนให้กับสังคมอย่างมาก รวมถึง ตัวผมเองด้วย ถ้าผมนั่งดูข่าวรัฐบาลบอกให้ไปเจรจา แต่หน่วยงานกลับบอกว่าให้เข้ามา เซ็นสัญญาได้เลย หมายความว่าอย่างไรครับ จะเอาอย่างไรกันแน่ครับ ผลการเจรจา เป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ ไม่ใช่ว่าไปเจรจากันมาแล้ว หรืออาจจะไม่ได้เจรจา ลดกันแค่ ๑-๒ สตางค์แล้วโอเคเลย ลักหลับประชาชนอย่างนี้เลยได้หรือเปล่า สิ่งนี้รัฐบาลต้อง ตอบคำถามให้ชัดเจนว่าท่านกำลังทำอะไรปิดบังประชาชนหรือเปล่าครับ ท่านกำลังปล่อยให้ นายทุนพลังงานต่าง ๆ เข้ามาลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับทางภาครัฐอย่างนี้นะหรือ ท่านจะทำงานกันแบบนี้จริง ๆ หรือครับ ท่านไม่ต้องไปโบ้ยให้ กกพ. ว่าทำงานไม่ดี เพราะว่า ในตัวประกาศก็เขียนไว้ชัดเจนว่า กกพ. เองออกประกาศแบบนี้ก็เพราะตีความจากมติ ของท่านที่มันคลุมเครือ เท่านั้นยังไม่พอครับ ผมได้มีการติดตามเรื่องนี้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วก็การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเช่นกันครับ ซึ่งเป็น ๒ หน่วยงานที่เป็นผู้ที่จะต้องเป็นตัวแทน ของภาครัฐไปลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชน ผมก็ถามเขาว่าวันที่ ๒๙ ที่ผ่านมา เมื่อวันอังคารได้ลงนามเซ็นสัญญากับเอกชนรายไหนหรือเปล่า โชคดีครับท่านประธาน โชคดี โชคดีที่หน่วยงานบอกว่ายังไม่ได้ลงนามกับใครครับ🔗
ท่านผู้ถามครับ เนื่องจากอันนี้เป็นกระทู้สดนะครับ ต้องถามไป ท่านบรรยายได้นิดหน่อย ไม่ใช่ญัตติ ท่านจะบรรยายไปเยอะแยะแล้วท่านยังไม่ได้ถาม🔗
กำลังจะเข้าคำถามแล้วครับ🔗
ท่านมีสิทธิถาม ได้ ๓ ครั้ง เพราะฉะนั้นอยากให้เป็นคำถามมากกว่าญัตติที่อภิปรายครับ🔗
กำลังจะเข้าคำถามแล้วครับ ท่านประธาน เขาก็ออกมาบอกกันว่าหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงานชี้แจงกับผมอย่างนี้ว่า ตัวมติที่ออกมาทำให้เขาทำงานกันต่อไม่ได้ครับ เพราะคำว่าให้ใช้ราคาอ้างอิงจากโครงการ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตถ้าบอกว่า Solar กฟผ. เคยทำแค่ Solar แบบลอยน้ำ มันก็ไม่สามารถ ไปอ้างอิงกับโครงการ Solar บนบกได้ หรือเป็นโครงการพลังงานลม กฟผ. เองก็ทำเมื่อ ๗-๘ ปีที่แล้วซึ่งต้นทุนก็ราคาแพง ก็ไม่สามารถนำมาอ้างอิงได้เหมือนกันครับ ซึ่งผมเข้าใจว่า ทุกหน่วยงานปัจจุบันรวมถึง กกพ. ทำหนังสือกลับไปที่ กพช. เรียบร้อยแล้วว่า มติที่ท่านออกมาไม่สามารถทำงานกันต่อได้ เพราะฉะนั้นคำถามก็ต้องอยู่ที่ กพช. ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็เป็นประธานว่าจะเอาอย่างไรกับการรับซื้อไฟฟ้า ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ รวมไป ถึง ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ที่ผมเพิ่งพูดไปว่ามันไม่ควรเกิดขึ้น ผมยังยืนยันว่าท่านมีอำนาจเต็ม ในการที่จะยกเลิกทั้งหมดครับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันจะทำให้ภาระของพี่น้องประชาชน สูงขึ้นแน่นอน ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟที่มันสูงเกินจริงแน่นอนครับ ไม่ต้องไปเอาค่าไฟ ที่ กกพ. กำลังจะประกาศออกมา ๓.๙๕ บาท มาเป็นผลงาน เพราะมันลดลงตามราคา เชื้อเพลิงตลาดโลกที่มันลดลง แล้วมาเป็นข้ออ้างในการรับซื้อไฟเพิ่มครับ ก็อยากให้ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามให้ตรงคำถามในข้อแรกด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณศุภโชติครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตอบครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับมอบหมายจากท่านรักษาการนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามสดของท่านสมาชิก ที่ถามไปเมื่อสักครู่ เหมือนที่ท่านได้กล่าวไปว่าทั้งผมและท่านเห็นตรงกันทั้งนั้นละครับ เพียงแต่วิธีการทำงานมันมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน🔗
อันดับแรกผมต้องขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าต้องทำ ความเข้าใจก่อนว่าที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้เหมือนกับว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่เป็นคนทำให้ เกิดปัญหาทั้งหมด อันนี้ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนเดี๋ยวพี่น้องประชาชนที่ฟังท่าน จะเข้าใจผิด สิ่งที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้เลย เกิดขึ้น ในรัฐบาลอื่น แต่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่พยายามเข้ามาแก้ไขปัญหาเหมือนกับที่ท่านเสนอ นั่นล่ะครับ แต่ว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลในชุดนี้ในเรื่องนี้เหมือนที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ว่า กพช. ก็ดี อะไรก็ดีมันเป็นคณะกรรมการนะครับ มันไม่ใช่เป็นตัวบุคคล เพราะฉะนั้นอำนาจ มันไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล อำนาจไปอยู่ที่คณะกรรมการ และมติคณะกรรมการเป็นอย่างไรก็เป็น อย่างนั้น ไม่ใช่ว่าอำนาจอยู่ที่ตัวประธาน อันนี้ต้องเข้าใจก่อน กพช. นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แต่ กพช. จะทำอะไรก็ต้องเป็นไปตามมติที่ประชุมไม่ใช่เป็นความเห็นของ ประธาน อันนี้ต้องเข้าใจตรงนี้กันก่อน แล้วในที่ประชุมและกรรมการ กพช. ก็มี คณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ด้วยที่ท่านพูดก็ถูกแต่ผิด ถูกตรงที่ท่านบอกว่าเรียกกฤษฎีกามา ถามว่าเคยมีหนังสือสอบถามไปไหม ไม่เคยมีถูกต้องครับ เพราะเราไม่ได้สอบถามเป็นหนังสือ ไปที่กฤษฎีกา แต่มีการสอบถามตัวแทนกฤษฎีกาในที่ประชุมครับ ทั้งหมดมีการบันทึก รายงานการประชุมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่า กฤษฎีกาไม่ได้ทำความเห็นท่านเรียก ผิดคน แล้วเราไม่ได้ถามเป็นหนังสือไปที่กฤษฎีกา แต่เป็นการประชุมในที่ประชุมครับ ทั้งหมดตัวแทนกฤษฎีกาในที่ประชุมไม่ว่าจะเป็นระดับทางการหรือไม่เป็นทางการเป็นผู้เสนอ ความเห็นทั้งนั้นล่ะครับ เพราะว่าในทางปฏิบัติในระบบทำงาน โดยเฉพาะราชการถึงแม้เรา จะมีความรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เราก็ต้องรู้ว่าหน้าที่ของใคร ๆ เป็นเรื่องอะไร ของเราอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นทุกคนมีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันแสดงความเห็น แล้วก็ช่วยกันแสดง ความคิดแล้วก็ออกมาเป็นมติ ถ้าผมทำได้ทุกอย่างตามที่ผมอยากทำ วันนี้ท่านไม่มีกระทู้มา ถามผมหรอกครับ แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้อย่างนั้น🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่ท่านบอกว่าให้ไปอ้างอิงราคาของ กฟผ. ผมจะเรียนท่านว่า มันไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมเห็นด้วยกับท่านว่าราคามันแพงเกินไปหรือเปล่า แต่ประเด็นคือ เขาก็อ้างว่าราคานี้เป็นราคาที่ศึกษากันมาไว้เรียบร้อย ทาง กกพ. เอาไปทำก็ทำตามตัวเลขนี้ แต่มันเป็นราคาที่ศึกษามาในรัฐบาลไหนล่ะครับ ท่านอยู่ในสายพลังงานท่านก็รู้ว่าค่าใช้จ่าย หรือต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมก็ดีมันถูกลงทุกวันใช่ไหมครับ แต่ทำไมยังไปเอา ราคาเมื่อวันนั้นมาใช้เป็นฐานอยู่ ก็เพราะมีราคาเดียวไม่เคยคิดราคาใหม่ อันนี้เกิดขึ้นเมื่อไร ก่อนรัฐบาลนี้ทั้งนั้นล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมกับท่านเหมือนกันมาแก้ปัญหาอยู่ เดี๋ยวผมเรียน อย่างนี้ก่อนว่า บอกเราทำไมไม่เลิก ผมเห็นเหมือนท่านล่ะครับ กรรมการทุกคนส่วนใหญ่ ก็เห็นเหมือนท่าน แต่ว่าทุกหน่วยงานไม่ว่าจะกรมบัญชีกลางซึ่งเป็นคนดูแลรักษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ตัวแทนกฤษฎีกาในที่ประชุมบอกว่า กกพ. ดำเนินการ ทุกอย่างถูกต้องแล้ว และที่สำคัญคือเขาชิงประกาศก่อน เมื่อเขาประกาศผลแล้วก็ต้อง เดินหน้าตามนั้นไปยกเลิกไม่ได้ แล้วเมื่อเขาพูดอย่างนี้ท่านลองคิดสิที่ประชุมคนไหน จะบอกยกเลิกครับ ก็เขาพูดในที่ประชุมแบบนี้ รายงานการประชุมมีบันทึกอยู่ ผมเป็นคนหนึ่ง ที่บอกว่าไปทำแบบนี้มันถูกต้องตามวิธีการจัดซื้อจัดจ้างไหม ถูกต้องตามกฎหมายไหม คนที่กำกับดูแลพวกนี้เขาบอกถูกต้องครับ แล้วจะให้ผมทำอย่างไร ราคาที่ท่านบอก เราก็เลย บอกว่าอย่างนี้ว่าในเมื่อเลิกไปได้มีช่องที่จะทำได้ คือไปเจรจาราคาดูสิว่าราคาตัวนี้ทำอย่างไร จะให้มันถูกลงได้ไหม ก็เป็นประเด็นอีกครับ เป็นประเด็นบอกว่าถ้าหากว่าจะไปเจรจา แล้วราคาไม่มีก็จะมีปัญหาอีกว่า เราพยายามไปถ่วงเวลาเขาหรือเปล่า เพราะว่าราคาเราก็บอกว่าราคาที่มีคือราคาของเก่า วันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนแล้ว ล่าสุดคือ ที่ กฟผ. เขาทำอยู่ ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ กฟผ. ทำเป็น Floating Solar เพราะฉะนั้นราคาของ Floating Solar ทำบนน้ำ กับราคาของ Solar ที่อยู่บนดิน บนบกมันต่างกัน เพราะในน้ำ มันไม่ต้องใช้ที่ดิน มีปัจจัยหลายอย่างที่แตกต่างกันที่ต้องมาบวก แต่มติคือว่าให้เอาของ กฟผ. ซึ่งล่าสุดมันถูกเอาเป็นฐาน แต่คุณก็ต้องบวกรายการอื่นเข้าไปจากตัวนั้นสิครับ เราไม่ได้บอก ว่าให้ไปเอาของ กฟผ. ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไปเป็นฐานอ้างอิง ตัวนี้ไม่เข้าใจจริง ๆ หรือแกล้ง ไม่เข้าใจ ท่านต้องไปถามคนอื่นไม่ใช่รัฐบาล และไม่ใช่ กพช. เพราะเราพูดชัดเจน ของ กฟผ. เป็นฐาน เช่น ถ้า กฟผ. ไม่มีที่ดิน คุณก็เอาของ กฟผ. บวก Cost ค่าใช้จ่ายส่วนที่ดินเข้าไป ไม่มีรายการไหนที่อยู่ในส่วนของ กฟผ. แต่จำเป็นต้องมีก็บวกเข้าไปจาก กฟผ. อย่างน้อย ก็ยังจะเป็นราคาอ้างอิงที่เป็นปัจจุบันล่าสุดได้ และน่าจะถูกกว่าราคาที่เคยใช้อ้างอิงได้ ท่านเห็นด้วยกับผมหรือไม่ล่ะครับตรงนี้ และผมอยากกราบเรียนท่านต่อไปว่าทาง กฟผ. ตอนที่ได้รับตรงนี้ไปก็ไปทำแบบนี้ เขาก็ไปทำมาเสนอหลายรูปแบบ หนึ่งในรูปแบบที่จะเสนอ ก็ตรงกับที่ผมนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกแบบนี้ แต่พอตอนสุดท้ายตอนจบ ไม่ใช่ครับ ผู้แทนของ กฟผ. ที่ประสานกับฝ่ายเลขานุการของ กพช. บอกทางฝ่ายบริหาร กฟผ. ให้เลือกเอาแบบนี้ ส่งคำตอบไปแบบนี้ว่าเอามาอ้างอิง กฟผ. ไม่ได้ ถ้าท่านตรวจสอบ จริงท่านไม่เจอตรงนี้หรือครับ ว่าจริง ๆ แล้วเขาเข้าใจ แต่เขาเลือกวิธีการแบบนี้ตอบไปที่ กกพ. ท่านก็ต้องไปเช็กว่าทำไมตอบแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า ทำได้เอาราคาของ Solar Floating เป็นฐาน อะไรไม่มีก็บวกเข้าไปจากตัวนั้นก็เป็นราคาที่สามารถเอาไปเจรจาได้ แต่ไปเลือกอีกวิธีหนึ่งเพื่ออะไร แล้วก็ส่งข้อมูลไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่าช้า จนใกล้จะครบ วันที่ ๒๙ กรกฎาคมที่ว่านั่นแหละครับ🔗
ประเด็นต่อไปบอกว่า กพช. ไม่ได้บอกว่าให้ขยายหรืออะไร กพช. บอกว่า ให้ชะลอเพื่อเจรจาตรงนี้ก่อน เพื่อจะลดค่าไฟฟ้าตรงนี้ลงมาได้หรือไม่ ตามราคาอ้างอิงกับ ของ กฟผ. ที่ผมบอก แต่ไม่ใช่เอาราคา กฟผ. ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เอา กฟผ. เป็นราคาฐาน แล้วมาบวกอย่างที่ผมบอกว่ามีอะไรที่ต้องเพิ่ม ให้ชะลอเพื่อเจรจา ปรากฏว่า กกพ. เขาก็ บอกว่าเขากำหนดไว้เดิมวันที่ ๓๐ มิถุนายน ไม่ทัน เขาก็ไม่ได้ขยาย เขาใช้อำนาจเขาขยาย ขยายมาเป็นวันที่ ๒๙ กรกฎาคม แล้วข้อมูลต่าง ๆ ที่ส่งมาสรุปก็บอกว่าทำไม่ได้ที่ท่านพูดนี้ วันนี้ท่านเชื่อหรือไม่ว่ายังมาไม่ถึงผมเลย ผมต้องไปตามมาเมื่อคืนนี้ เพราะว่าส่งมาถึง กระทรวงพลังงาน มาถึงสำนักงาน สนพ. เมื่อวันที่ ๒๓ ส่งไปที่ปลัดวันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ แล้วก็ เกิดสถานการณ์ แล้วก็เจอวันหยุด ท่านดูสิว่าทำไมมันถึงล่าช้า อันนี้เป็นหน้าที่ของใคร ผมได้ยินท่านบอกว่าจะยื่นเรื่อง ป.ป.ช. ผมยินดีเลยอยากให้ท่านทำ และถ้าท่านต้องการ ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนคำร้องของท่านมาบอกผมเลย ผมให้อะไรท่านได้ผมให้ ท่านหมดเลย เพราะผมอยากให้ท่านยื่น จะได้รู้กันสักทีหนึ่งว่าคนที่ควรจะต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้มันคือใคร แต่ผมอยากจะยืนยันท่านว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เห็นแก่นายทุน และรัฐบาลนี้ไม่ได้ เป็นคนทำให้เกิดปัญหาที่ท่านพูด แต่รัฐบาลนี้เป็นคนที่เข้ามาแก้ไขปัญหาสิ่งที่ท่านพูด เหมือนกับที่ท่านพยายามทำ เพราะฉะนั้นในความจริงเรื่องนี้ทั้งท่านและผม ทั้งฝ่ายรัฐบาล ควรจะต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหา และท่านต้องเห็นว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ทุกวันนี้คือ พยายามแก้ปัญหาในสิ่งที่ท่านพูด แล้วที่ท่านบอกเมื่อสักครู่บอกว่าโชคดีที่วันนี้หน่วยงานเขายัง ไม่ได้เซ็น ที่ไม่ได้เซ็นเพราะฝ่ายเลขานุการ กพช. แจ้งไปว่าให้ถือปฏิบัติตามมติ กพช. เคร่งครัด คือให้เจรจาต่อรองก่อนเขาเลยยังไม่ได้เซ็น แต่คนที่อยากจะให้เซ็นให้ได้คือใคร ท่านไปหาตัวดู หน่วยงานไหน แล้วยื่นเลยครับ ป.ป.ช. ผมจะ Support ข้อมูลให้ท่านทุกอย่าง ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ ขอเชิญ คุณศุภโชติ ไชยสัจ ได้ถามเป็นครั้งที่ ๒ ท่านยังเหลือเวลาอีก ๔ นาที ๓๕ วินาที ท่านถามได้อีก ๒ ครั้ง เชิญครับ คุณศุภโชติ🔗
ขอบคุณประธานครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ลุกขึ้นมาชี้แจงข้อมูลด้วยนะครับ เวลาพูดถึงประเด็นนี้ท่านรัฐมนตรีก็มักจะ บอกว่าไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ แต่ถ้าเราไปดูรัฐบาลชุดที่ทำให้เกิดปัญหา พรรคท่านก็ดูแล กระทรวงพลังงานเหมือนกัน ผมก็ไม่มั่นใจว่าเราต้องไปถามหาว่าใครเป็นคนริเริ่ม ผมว่า คุยกันในพรรคนี่ก็น่าจะสาวตัวได้ อย่างที่ ๒ มติของ กพช. ไม่ใช่มติจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผมเห็นด้วยครับ ท่านลุกขึ้นมาชี้แจงเลยว่าในโต๊ะประชุมวันนั้นมีใครที่สนับสนุนการรับซื้อ ไฟฟ้ารอบนี้ครับ ผมจะได้เอาไปบรรจุอยู่ในคำร้อง ป.ป.ช. ผมด้วยเช่นกัน หรือประเด็นถัดมา เรื่องของราคาครับ ท่านบอกท่านจะต้องกำหนดราคาอย่างนั้น ท่านจะต้องกำหนดราคา อย่างนี้ เราจะไปกำหนดกันทำไมครับ ทำไมไม่ให้เกิดการประมูลการแข่งขันทางด้านราคา เกิดขึ้น ท่านบอกอีกว่ากฤษฎีกาชี้แจงในที่ประชุม กพช. แล้วเขาได้บอกด้วยหรือไม่ครับว่า กพช. ก็มีอำนาจในการยกเลิกการรับซื้อไฟฟ้าทั้ง ๒ รอบด้วยเช่นกัน ดูทรงแล้วการรับซื้อ ไฟฟ้าทั้ง ๒ รอบมันก็จะรอให้กระแสมันเงียบ แล้วก็คงเดินหน้าต่อเหมือนที่ผ่าน ๆ มา เรื่องนี้ แน่นอนครับ เราก็ยืนยันเหมือนเดิมว่าต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้อง ป.ป.ช. แล้วก็ยินดีครับ ที่ท่านรัฐมนตรีจะให้ข้อมูลกับทางฝั่งพรรคประชาชนในการดำเนินการเรื่องนี้ครับ ผมอยาก ฝากต่อครับอีก ๑ ประเด็น ถ้าบอกประเทศไทยเราต้องการไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดครับ ท่านรู้ตัวเลขอยู่แล้วครับว่าเราต้องใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเท่าไร หน่วยงานของท่าน มีการคำนวณออกมาเรียบร้อยแล้วว่าจะต้องใช้อยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าเมกะวัตต์ เหมือนกับ ที่ท่านประกาศรับซื้อมาทั้ง ๒ รอบ แต่ผมมีคำถามจากท่านว่า ท่านจะแบ่งโควตาบางส่วน มาให้กับภาคประชาชนได้ด้วยหรือไม่ครับ ท่านให้สัมปทานกับพวกกลุ่มทุน นายทุนไปเยอะ แล้วครับ ท่านลองแบ่งโควตาส่วนหนึ่งมาซื้อไฟจากประชาชนดูครับ คำถามผมในข้อที่ ๒ สั้น ๆ เลยครับว่า ท่านจะรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนได้หรือไม่ครับ ถ้าไปดูโควตา ๙๐ เมกะวัตต์ เต็มไปแล้วเรียบร้อย ตั้งแต่ปี ๖๖ ครับ ใช้ได้แค่ ๑,๐๐๐ หลังคาเรือนเท่านั้น หรือถ้าท่านบอกว่าโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม ทำไมปัจจุบันเรายังไม่เห็นแผนการลงทุนที่ จะลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน พัฒนาโครงข่ายเราให้มีความอัจฉริยะมากขึ้น เพื่อรองรับเรื่องพวกนี้ช่วยลดภาระค่าไฟให้กับพี่น้องประชาชน เรื่อง พ.ร.บ. Solar ของท่าน ท่านทำไปเลยครับ เรื่องมาตรการการช่วยลดหย่อนภาษี ท่านทำไปเลยครับไม่ต้อง เอามาตอบตรงนี้ครับสั้น ๆ เลยครับท่านจะเพิ่มโควตาให้กับพี่น้องประชาชน ได้หรือไม่ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี จะตอบได้อีก ๒ ครั้ง ท่านเหลือเวลาอีก ๔ นาที ๒๖ วินาที เชิญครับท่านรัฐมนตรี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอ อนุญาตต่อเนื่องนะครับ ผมคิดว่าท่านสับสนในข้อมูล ท่านบอกว่าถึงจะเป็นรัฐบาลที่แล้ว พรรคผมรวมไทยสร้างชาติก็เป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ ท่านเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ ทั้งหมดนี้ มันเกิดขึ้นก่อนรัฐบาลเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๖ พรรคผม รทสช. รวมไทยสร้างชาติ เพิ่งเข้ามาเป็น พรรคการเมืองในสภาหลังเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ แล้วผมเพิ่งเป็นรัฐมนตรีพลังงานคนแรกของ พรรคการเมืองของผม ทั้งหมดเกิดขึ้นในสมัยไหนครับ ไม่ใช่สมัยรัฐบาลตั้งแต่ท่านเศรษฐา มาจนรัฐบาลท่านแพรทองธาร เกิดขึ้นก่อน ซึ่งวันนั้นพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้เกี่ยวข้องเลย วันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติที่ผมเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นรัฐมนตรีกำลังเข้ามาแก้ปัญหานี้ เหมือนที่ท่านพูด อันนี้ท่านต้องเข้าใจข้อมูลตรงนี้ให้ถูกต้องก่อนนะครับ🔗
ประการที่ ๒ เรื่องที่ท่านบอกว่า ทำไมไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วย ผมเรียนท่าน เลยครับว่าคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เขาบอกว่า เมื่อ กกพ. ประกาศแล้วไม่มีอำนาจครับ แล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่บอกว่าที่ทำแบบนี้ ประกาศแบบนี้ไปมันถูกต้องแล้วหรือ ผมว่า ไม่น่าถูก คนที่คุมกฎหมายตัวนี้อยู่เขาบอกถูกต้องครับ รายละเอียดเดี๋ยวท่านมาหารือกับผมก็ได้ครับ แต่ผมเรียนให้ท่านฟังว่า ผมเหมือนท่านครับ ผมพยายามต่อสู้เพื่อดูแลให้กับพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านที่ผ่านมา ท่านเศรษฐาหรือท่านแพทองธารก็พูดกับผมมาตลอดขอให้ดูแลตรงนี้ให้ดี ทั้ง ๒ ท่าน ผมยืนยันครับ เพราะผมไม่เล่นการเมืองคนละพรรคกับผม แต่เรื่องจริงท่านเป็นคนบอกผม ด้วยว่าขอให้ดูแลแก้ปัญหานี้ให้ดีที่สุด ผมก็ต้องพูดความจริง ผมเป็นคนพูดจริง ๆ พูดตรงไปตรงมา ใครจะด่าจะว่าผมไม่สนใจ เพราะนี่คือเรื่องจริง ท่านนายกรัฐมนตรีทุกท่าน เป็นประธาน กพช. ถ้าประธาน กพช. ไม่ให้ดำเนินการให้เต็มที่มันจะทำได้อย่างไรครับ ที่ผม ทำได้เต็มที่ทุกอย่างวันนี้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากประธาน กพช. คือท่านนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่าน สิ่งที่ผมพยายามทำวันนี้คือ Clear ปัญหาทั้งหมดที่ท่านพูด เอาละครับกลับมา ประเด็นที่ท่านบอกว่า Solar ไฟฟ้าที่จะรับซื้อจากประชาชนจะเป็นอย่างไร ท่านครับ ผมคิดว่า ส่วนหนึ่งท่านก็รู้ปัญหาของวันนี้เรื่องพลังงานเราที่มันมีปัญหายุ่งวุ่นวาย ผมเรียนเลยครับ เพราะมันอยู่ภายใต้การครอบงำ ผมและรัฐบาลชุดนี้กำลังแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่ ทั้งหมดอยู่ที่ แผนพีดีพี จะรับซื้ออะไรเท่าไรจะมาเท่าไรอยู่ที่แผนพีดีพี มติของ กพช. ที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ วันที่ ๖ พฤษภาคม เราจะตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพีดีพีชุดใหม่และ จะทำสิ่งที่ท่านพูดทั้งหมด เพราะเราเห็นตรงกัน ทุกประเทศผมเรียนท่านครับ คิดว่าท่านก็รู้ ทุกประเทศเขาจะดูว่าในแต่ละประเทศเขานี้เขามีวัตถุดิบอะไรบ้างที่สามารถเอามาเป็น เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะทำให้เกิดพลังงานสะอาด เราต้องให้โควตาตรงนั้น เป็นอันดับที่ ๑ แล้วค่อยลดหลั่นกันไป สุดท้ายไม่เพียงพอก็ใช้อย่างที่เป็นอยู่คือพลังงานที่มา จากแก๊ส ตรงนี้ต้องให้น้อยที่สุด เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ต้นทุน พลังงาน เพราะถ้าเรายังต้องใช้แก๊สประเทศไทยเรามีแก๊สไม่พอ ก็ต้องนำเข้าเป็น LNG ซึ่งราคาแพงก็ทำให้ต้นทุนสูง เพราะฉะนั้นเราจะต้องมาเพิ่มศักยภาพในการผลิตไฟฟ้า จากวัตถุดิบในประเทศให้มากขึ้น🔗
ประการที่ ๒ ที่ท่านพูดครับ ทำอย่างไร ความจริงหน่วยงานหลักในการผลิต ไฟฟ้าก็คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย EGAT กฟผ. ชื่อย่อเขา ภาษาไทยกับ ภาษาอังกฤษ เขาควรจะเป็นตัวหลักในการผลิตไฟฟ้า แต่ถ้าเขา ผลิตไม่ทัน ผลิตไม่พอกำลัง ความสามารถควรต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมเหมือนที่ท่านพูด ผมเห็นด้วย ประชาชนที่มี ส่วนร่วมตรงนี้ต้องไม่ใช่ผูกขาดจะต้องเป็นการทำอย่างไรให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ สามารถมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าขายได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราเปิดโอกาสเน้นเรื่องการผลิต ไฟฟ้าให้กับชุมชน ให้กับหมู่บ้าน โดยโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น เช่นจาก พืชไร่ เศษแทนที่จะเอามาเผาให้เกิด PM2.5 เอามาเผาให้เกิดไฟฟ้าให้มากขึ้นแทนที่จะไป เน้นโรงไฟฟ้าใหญ่ ๆ เอาโรงไฟฟ้าที่ดูแลชุมชนได้ กระจายกันออกไป ลักษณะเช่นนี้ก็จะเป็น ลักษณะเหมือนที่ท่านพูด ก็จะทำให้สามารถกระจายรายได้ในส่วนนี้ให้กับประชาชน แล้วก็ สามารถเรื่องของพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นมาได้ด้วย ประเทศลาวเขามีน้ำเป็นหลักเขาก็ใช้น้ำ แต่ละประเทศเขาก็ดู ประเทศเรามีวัตถุดิบพวกนี้เยอะทำไมไม่คำนวณครับ ปีหนึ่งเรามีพวกที่ ไปเผาเกิด PM2.5 ไม่ว่าจะเป็นเศษซากอะไรจากอ้อย จากข้าวโพด จากอะไรก็แล้วแต่ ปีหนึ่ง มีกี่ตัน เศษใบไม้ในป่า ในเขาเอามาทำได้หมด ขยะมูลฝอยอะไรทำได้หมด ปีหนึ่งมีกี่หมื่น กี่พันตัน ปริมาณเหล่านั้นสามารถผลิตไฟฟ้าได้กี่เมกะวัตต์ เราต้องเอาตรงนี้เป็นหลักเป็นฐาน ในการที่จะกำหนดแผนพีดีพี แล้วตรงส่วนอื่นที่เป็นพลังงานที่ต้องนำเข้าให้น้อยที่สุดลดลงไปให้ได้มากที่สุด แต่ที่สำคัญ ต้องประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าให้สะท้อนกับความถูกต้อง ความเป็นจริงให้มากที่สุด ไม่ได้ไปอยู่บนพื้นฐานของจีดีพีอย่างเดียว อันนี้เราก็คาดหวังว่าคณะกรรมการจัดทำแผน พีดีพีชุดใหม่จะต้องนำแนวนโยบายลักษณะเช่นนี้ไปทำให้เกิดและคณะกรรมการชุดนี้ต้องมี ความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เนื่องจากติดพัน ท่านรัฐมนตรีก็ใช้เวลาเกินไปประมาณ ๒ นาที ผู้ถามคุณศุภโชติเหลือเวลาที่จะถาม ครั้งสุดท้าย ๑ นาที ๔๔ วินาที เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมก็ยังยืนยันคำเดิมครับว่าอำนาจในการกำหนดนโยบายเป็นของทาง รัฐบาล เป็นมติของ กพช. ซึ่ง กกพ. เอง ถ้าไปดู พ.ร.บ. เขา มาตรา ๑๑ (๑) ก็ต้องทำตาม กรอบนโยบายของทางภาครัฐ หรือก็คือมติของ กพช. นั่นเองครับ แล้วท่านบอกว่าการรับซื้อ ไฟฟ้าไม่เกี่ยวข้องกับตัวท่านเลย ผมว่าก็คงจะไม่ถูกนัก ถ้าไปดูตำแหน่งที่ท่านถืออยู่ในช่วง ปลายก่อนเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ ผมเข้าใจว่าท่านก็มีตำแหน่งอยู่ในรัฐบาลอยู่เช่นกันครับ ในเรื่อง ของการทำพีดีพี ผมเข้าใจดีครับว่าท่านอ้างว่าการรับซื้อไฟฟ้าจากพี่น้องประชาชนจะต้องรอ แผนพลังงานชาติฉบับใหม่ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยอย่างนั้นครับ ทำไมผมถึงพูดแบบนั้น เพราะว่า โครงการที่ท่านบอกว่าเราต้องลดการใช้ก๊าซธรรมชาติลง เราต้องไปดูโครงการอย่าง LNG Terminal แห่งที่ ๓ โครงการแห่งนี้ยังมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอยู่หลายด้านครับว่า เรายังต้องใช้ก๊าซธรรมชาติมากอยู่อย่างเดิมอยู่หรือเปล่า ถ้าแผนพีดีพีที่ท่านออกมาบอกว่า ต้องใช้ก๊าซธรรมชาติลดลง นั่นหมายความว่าโครงการแห่งนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องถูกสร้าง มาแล้ว ใช่หรือไม่ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าโครงการนี้เป็นไปตามแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติ อันเก่าที่มันไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Carbon Neutrality หรือว่า Net Zero ถ้าถูกสร้างมาแล้วเงินมูลค่ากว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะไปไหนครับ รูปแบบ สัญญาของโครงการ LNG Terminal หรือโรงเก็บและแปรสภาพก๊าซแห่งที่ ๓ มันก็ เหมือนกับโรงไฟฟ้าครับ เงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สร้างมาแล้วไม่ได้ใช้ก็จะถูกส่งต่อไปที่ภาระ ค่าไฟของพี่น้องประชาชนครับ สร้างมาใหญ่มาก ผมยังไม่เห็นข้อมูลที่มันชัดเจนเลยครับว่า สร้างมาแล้วจะได้ใช้เต็มอัตรากำลังการผลิตมากขนาดนั้น เพราะฉะนั้นผมรวบรัดเลยครับ ท่านรัฐมนตรีต้องกลับไปดูมติการประชุม กพช. ครั้งที่ ๓ ปี ๒๕๖๔ ที่มันเป็นมติที่อยู่ดี ๆ ก็แอบซุกโครงการนี้มาอยู่ในค่าไฟของพี่น้องประชาชนครับ ท่านต้องเอาโครงการนี้ออกจาก Gas Plan ให้เป็นทรัพย์สินที่แบกรับความเสี่ยงโดยเจ้าของโครงการครับ ไม่ใช่ไปสร้างมาแล้ว คนได้กำไรคือเอกชน แต่คนแบกต้นทุนคือประชาชน ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนชัดเจน เอาคำถาม ประเด็นแรกที่ท่านบอกว่า แม้ในรัฐบาลโน้นตอนช่วงปลายก่อนเลือกตั้งผมก็อยู่ในรัฐบาล ผมต้องรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง ในวันนั้นผมเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่ได้เป็น รัฐมนตรี ภารกิจ ตำแหน่งหน้าที่ผมไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงานหรือด้านพลังงาน ของประเทศเลย อันนั้นก็ต้องทำความเข้าใจนะครับ ผมมีตำแหน่งใช่ครับ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับ ด้านนี้เลย ส่วนที่ท่านได้กรุณาพูดยืนยันในสิ่งนั้น ผมก็ยืนยันในสิ่งที่ผมพูดครับว่า สิ่งที่ผมพูด ผมก็พูดตรงความเป็นจริง ทำอะไรได้ผมทำทุกอย่าง ท่านไปตรวจสอบดูได้ นายทุน เขาถึงไม่ชอบผม ไม่ใช่เพราะผมพยายามทำหรือ แล้วก็สุดท้ายครับ เรื่องของ Terminal 3 ที่ท่านพูด ก็ขอบคุณที่ท่านพูด พูดเยอะ ๆ ครับ แล้วพูดต่อไปอีก แล้วก็ส่งข้อมูลมาให้ผม เยอะ ๆ ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แล้วก็ขอบคุณคุณศุภโชติ ไชยสัจ ด้วยนะครับ เป็นอันว่าจบกระทู้ถามสดที่ ๑.๑.๓ ครับ ขอบพระคุณทั้ง ๒ ท่านด้วย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนครับ ในห้วงเวลาที่วาระการหารือผมขานชื่อพรรคเป็นพรรคก้าวไกล ขอถอนแล้วเปลี่ยนเป็น พรรคประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง การบริหารจัดการที่ดินที่หมดสัญญาเช่าสัมปทานภาคใต้ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม🔗
ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาพร้อมที่จะตอบแล้ว ขอเชิญคุณประเสริฐพงศ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนกระบี่ วันนี้มาตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดินที่หมด สัญญาสัมปทานที่ภาคใต้ ซึ่งมันมีทั้งหมด ๖ จังหวัด หมดสัญญาไปแล้ว ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ดิน ที่ผมพูดถึงนี่เป็นที่ดินของรัฐหรือของหลวงหมดสัญญาเช่าไปแล้ว มีทั้งของปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๘ ๙๕ เปอร์เซ็นต์หมดสัญญานานมาแล้ว และเป็น พื้นที่ขนาดใหญ่ครอบคลุมสุราษฎร์ธานี ชุมพร กระบี่ ตรัง พังงา นครศรีธรรมราช ๒๐,๐๐๐ ไร่ มีสัญญาแปลงขนาดใหญ่ ๒๑,๐๐๐ ไร่มี ๑๙,๐๐๐ ไร่มี กระบี่ ๒๐,๐๐๐ ไร่มี ๑๓,๐๐๐ ไร่ มี พังงา รวมหมดแล้วทั้ง ๖ จังหวัด ๒๔๐,๙๑๔ ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้ถาวร ปรากฏว่าสัญญาเช่าหมด ผมต้องถามท่านรัฐมนตรีแล้วว่า ถามครั้งที่ ๑ ซึ่งการถามครั้งที่ ๑ ของผมถามได้หลายคำถาม ท่านจดดี ๆ แล้วก็ผู้ช่วยท่าน เลขานุการท่าน ข้าราชการที่มา จดด้วยว่าเมื่อหมดสัญญาแล้วบอกเลิกเขาหรือยัง เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ถ้าผู้ให้เช่าไม่บอกเลิกแปลว่าสัญญาเช่ายาว ยาวไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถูก บอกเลิก และปัญหาที่เกิดขึ้นข้อเท็จจริงปัจจุบันคือ ผู้เช่าที่เป็นเอกชนรายแปลงใหญ่ร่ำรวย มหาศาลจากการใช้ประโยชน์ของที่ดินของรัฐของพวกเราทุกคน จากเอกชนรายเล็ก ๆ จนเป็นบริษัทใหญ่ค่าตอบแทนน้อยนิด แต่ผลประโยชน์ที่ไปปลูกปาล์มน้ำมันหลักหลายหมื่นไร่ หลาย ๆ บริษัทรวมกันเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ทั่วภาคใต้ ปรากฏว่าไม่คุ้มค่า และปรากฏว่าข้อมูลข้อเท็จจริงเมื่อหมดสัญญามีการขอเข้ามาใหม่ ขอต่อสัญญาด้วยนะ แต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่เคยมีคำตอบ ในรัฐสภาชุดที่แล้วมีการ ตั้งกรรมาธิการศึกษาเรื่องพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินหมดสัญญาสัมปทานภาคใต้ ชุดที่ ๒๕ มีรายงานเขียนชัด สรุปให้ผู้บริหารดูด้วย แจ้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ทราบแล้วด้วยว่าควรจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่ปรากฏว่าเกิดอะไรขึ้นรู้ไหมครับ วันนี้หน่วยงานของรัฐไม่ตั้งใจแก้ไขปัญหา มีกลุ่มทุนหรือผู้เช่าเดิมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยึดถือ ครอบครองต่อไป มีการปล่อยปละละเลย ไร้แนวทางการคืนที่ดิน วันนี้ท่านต้องตอบผมว่า การขอคืนที่ดินจะมีแนวทางอย่างไร ข้อเท็จจริงคือชาวบ้านถูกข่มขู่ คนเล็กคนน้อยเขาไม่มี ที่ดินทำกิน ทำไมข้าราชการหรือภาครัฐไม่เหลียวแลเขา ขอเช่าก็ได้ คำพิพากษาศาลปกครอง สูงสุดออกมาปีหนึ่งแล้ว เลยมาปีหนึ่งแล้ว คำพิพากษาบอกชัดว่าจะต้องแก้ไขปัญหาให้เสร็จ ภายในกำหนดระยะเวลา ๑๘๐ วันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำอะไรอยู่ ปลัดกระทรวง อธิบดี ข้าราชการ ผอ. สำนัก ได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นเงินภาษี เงินเดือน ทั้งนั้นทำอะไรอยู่ ข้อเท็จจริงผมมาฟ้องท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า มีข้าราชการ มีทั้งฝ่ายปกครอง ทั้งท้องที่ ทั้งตำรวจร่วมมือกันด้วย ข้อมูลที่ผมได้มาท่านประธานเชื่อไหม ว่าต้นปาล์ม ๑ ต้นจ่าย ๓ บาทต่อต้นนะครับ เวลาแบ่งกันครอบครองก็แบ่งให้พวกมึงพวกกูเข้าไปอยู่ ๑๐๐ ต้น ตำรวจภาค ๘ ก็ทราบดี เผลอ ๆ วันดีคืนดีชาวบ้านอยากได้ที่ดินก็ไปยึดครองแล้วก็ไปไล่รื้อเขา เอาปืน M-16 เข้าไป วันนี้ผมก็ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ท่านจะเร่งรัดบริหารจัดการตาม มติ ครม. ของเดิม บวกกับคำพิพากษาศาลปกครอง ศาลสูงสุดเมื่อใดอย่างไรมีละเอียดไหม แล้วท่านจะต่ออายุของผู้เช่าที่หมดสัญญาแล้วหรือไม่อย่างไร ต้องตอบผมนะครับ เพราะผม มีความเชื่อมั่นว่าท่านรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคท่านมีข้อมูลแล้วก็ท่านอ่านเอกสาร มาแล้ว ผมเชื่อในฝีมือของท่านว่าท่านสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ นี่คือคำถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างสูงที่ท่านให้ความใส่ใจ สนใจปัญหาเรื่อง ของที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน ซึ่งท่านเองก็ได้บอกเบื้องต้นนะครับ ท่านก็ทราบว่า ปัญหามันเกิดตั้งนานแล้ว แล้วก็มีการดำเนินการในกระบวนการบางอย่าง ซึ่งเดี๋ยวผมจะได้ อธิบายให้ท่านได้รับทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันมาจากสาเหตุอะไร แล้วถ้าเป็นไปได้ ส่วนหนึ่ง ปัญหาในส่วนของภาครัฐผมจะดำเนินการในการแก้ไข ส่วนปัญหาของพี่น้องมวลชน พี่น้อง ประชาชนท่านต้องมาช่วยร่วมกันแก้ไขด้วย ถ้าท่านอยากจะแก้ไขด้วยกัน เพราะว่าปัญหา ตรงนี้มันเป็นปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องภาคเอกชน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของ ประชาชน ก็ขออนุญาตเพื่อให้ท่านสบายใจในคำถามที่ท่านได้ถามมา ๒ ข้อนะครับ เรื่องการหมดสัญญาบอกเลิกหรือยัง จะเร่งรัดการจัดการอย่างไร ผมสรุปคร่าว ๆ ตรงนี้ ในเบื้องต้น ผมเรียนอย่างนี้ว่าจากกระทู้ถามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้ดำเนินการถาม ในส่วนของจังหวัดกระบี่ ผมเรียนตรงนี้ก่อนนะครับ แต่ว่ามันอาจจะเป็นภาพรวมเหมือนกัน ทั้งหมดในการบริหารจัดการ ในพื้นที่ทั้งหมด ๑๑ แปลงที่ดำเนินการตามกระทู้นี้ในพื้นที่ เนื้อที่ทั้งหมด ๖๓,๓๒๔ ไร่ ขออนุญาตต้องอ่านนิดนะครับเพราะเป็นตัวเลข เดี๋ยวมันจะ ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ซึ่งในส่วนนี้ผมเรียนว่าปัญหาเบื้องต้น อันดับแรก มีบางส่วนที่ ส.ป.ก. ได้ไปออกพื้นที่ซึ่งเรากำลังดำเนินการให้ ส.ป.ก. ตรวจสอบแล้วจะได้มีการดำเนินการ เพิกถอน อาจจะมีการเหลื่อมล้ำในเรื่องของแผนที่ มีการออกเอกสารเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งตรงนี้ กรมป่าไม้ก็จะนำไปดำเนินการ แล้วก็ได้มีการอนุญาตไปแล้วจำนวน ๘ แปลง ๓๗,๕๔๕ ไร่ มีการสำรวจสอบสิทธิ ๑ แปลง ๑,๕๒๔ ไร่ มีการออกโฉนดบางส่วน ๑ แปลง ๓๙๖ ไร่ ดังนั้น ในพื้นที่ของ ๑๑ แปลง เหลือพื้นที่ที่หมดอายุอนุญาตการเข้าใช้พื้นที่ทั้งหมด ๒๓,๘๘๖ ไร่ ก็จะเรียนให้ท่านทราบเป็นแปลง ๆ ไปเลยว่าแปลงตรงไหนมีเท่าไร แล้วเดี๋ยวผมจะสรุป ปัญหาให้ท่านฟังหลังจากได้แจ้งให้ครบทุกแปลงแล้วนะครับ ทั้งหมดมี ๘ แปลงที่ดำเนินการ ทั้ง ๑๑ แปลง ก็จะมีแปลงที่ ๑ แปลงของนายสุนทร เจียวก๊ก เนื้อที่ ๕๐๐ ไร่ ซึ่งส่วนนี้ มีการออก ส.ป.ก. ไปครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด แปลงที่ ๒ ของบริษัทกานี่การเกษตร เนื้อที่ ๙,๗๕๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้วทั้งหมด แปลงที่ ๓ บริษัทฟูจูการเกษตรและ อุตสาหกรรม เนื้อที่ ๙,๕๐๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้วทั้งหมด แปลงที่ ๔ แปลงนายสุบิน ฉายาบูรกุล เนื้อที่ ๑,๘๔๔ ไร่ ก็ออก ส.ป.ก. ไปแล้ว แปลงที่ ๕ บริษัทศิวิไลซ์ปาล์ม ๓,๐๐๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้วทั้งหมด แปลงที่ ๖ ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ รวมภัณฑ์ ๑,๐๐๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้ว แปลงที่ ๗ แปลงของนายพัฒน์ ซ้ายเซ่ง เนื้อที่ ๑,๐๐๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้ว ๖๓๕ ไร่ เหลือพื้นที่ที่หมดการอนุญาตตามสัญญา ๓๖๕ ไร่ พื้นที่แปลงที่ ๘ ของบริษัท จิตรธวัช สวนปาล์ม จำกัด เนื้อที่ ๑๓,๙๕๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้วทั้งหมด ๑๑,๓๑๖ ไร่ มีการสำรวจสอบสวนสิทธิจำนวน ๑,๕๒๔ ไร่ เหลือพื้นที่ที่หมดอายุการอนุญาต ๑,๑๑๐ ไร่ แปลงที่ ๙ แปลงนายประเสริฐ กิตติธรกุล เนื้อที่ ๒,๒๐๐ ไร่ มีการออกโฉนดที่ดินไปแล้ว ๓๖๙ ไร่ เหลือพื้นที่หมดอายุการอนุญาต ๑,๘๓๑ ไร่ แปลงที่ ๑๐ แปลงห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีปราณี ๕๘๐ ไร่ ซึ่งเป็นที่หมดการอนุญาตทั้งหมด ทั้ง ๕๘๐ ไร่ และแปลงสุดท้าย แปลงของบริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) เนื้อที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ หมดอายุ การอนุญาตทั้งแปลง สำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๒ สาขากระบี่ได้ดำเนินการรื้อถอน ต้นปาล์มน้ำมันที่หมดอายุออกจากพื้นที่ และไม่มีการต่ออายุอนุญาตให้กับบริษัท แล้วได้ ดำเนินการไปพร้อม ๆ กับพื้นที่ ดังนี้ ๑. ในส่วนตรงนี้จัดทำโครงการปลูกไม้สอยเพื่อฟื้นฟู สภาพป่า ๗,๐๐๐ ไร่ ๒. สำรวจสอบสวนสิทธิจำนวน ๔,๒๐๐ ไร่ ๓. จัดตั้งป่าชุมจำนวน ๑,๔๒๓ ไร่ ๔. ส่วนราชการใช้พื้นที่ ๑,๗๗๔ ไร่ จัดทำถนน Southern Seaboard จำนวน ๘๒๐ ไร่ นำพื้นที่ไปผนวกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าปลายคลองพระยา จำนวน ๑,๑๗๖ ไร่ คงเหลือพื้นที่ที่ยังไม่มีการอนุญาตทั้งหมด ๔,๐๐๗ ไร่ในพื้นที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ของบริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ซึ่งผมเรียนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้ โดยหลักการแล้วเมื่อหมดอายุพื้นที่ดินตรงนั้นต้องกลับมาสู่ส่วนราชการทันที แต่สิ่งที่มัน เกิดขึ้นวันนี้และเกิดความล่าช้า ผมเรียนเนื่องจากขณะนี้ในเมื่อมีการหมดอายุ ๑. มีการ ไปร้องกับศาลปกครองเพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว ซึ่งปัญหาตรงนี้เมื่อขึ้นสู่ศาลปุ๊บก็ต้องเข้าสู่ กระบวนการที่เราจะต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลว่าเป็นอย่างไร บางแปลงมีคำวินิจฉัยมาแล้ว เราเข้าไปดำเนินการฟ้องร้อง ขับไล่เรียกพื้นที่คืนก็มีการอุทธรณ์ เมื่อมีการอุทธรณ์ก็ต้อง ชะลอในส่วนของการดำเนินการตรงนี้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งนี่คือปัญหาและอุปสรรค ส่วนที่ ๒ ก็คือ การที่มีพี่น้องประชาชนเหมือนที่ท่านบอกเข้ามาบุกรุก พอรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่หมดอายุ สัมปทาน หมดอายุการเช่าก็มีการเข้ามาบุกรุก ซึ่งเมื่อเข้ามาบุกรุกตรงนี้มันเป็นปัญหา อย่างหนึ่งคือ เราต้องไปตรวจสอบสิทธิตรวจสอบสิทธิกับผู้ที่เข้ามาบุกรุก ๑. เขาเป็นผู้ยากไร้ ๒. เป็นผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินที่อยู่ในพื้นที่บริเวณนั้นหรือเปล่า ซึ่งการตรวจสอบตรงนี้ท่านก็ ทราบว่าไม่ใช่เรื่องง่าย การที่จะเข้าไปในพื้นที่ตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นกระบวนการ ทุกอย่างพอดำเนินการมาควบคู่กันไปมันจึงทำให้การดำเนินการในการที่จะไปจัดสรรที่ดิน ให้พี่น้องประชาชนล่าช้าแล้วก็ชะลอลงไป🔗
ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของการที่พื้นที่ดินบางส่วนเป็นพื้นที่ที่เรามอบให้ ส.ป.ก. ไปดำเนินการในการออกเอกสารสิทธิ แต่ปรากฏว่าในแผนที่แล้วก็พื้นที่ที่ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการไปออกมันยังมีบางส่วนที่ทับเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวน กรมป่าไม้ได้ดำเนินการแจ้ง ส.ป.ก. ไปแล้วว่าในพื้นที่ที่ทับเข้ามาในส่วนของป่าไม้ให้ยกเลิกการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งตรงนี้ ก็ต้องรอ ส.ป.ก. เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็ดำเนินการตามกระบวนการ เมื่อยกเลิก ที่ดินก็จะกลับเข้าสู่กรมป่าไม้ในการที่จะนำมาจัดสรรที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชน🔗
ผมเรียนว่าในพื้นที่ทั้งหมดโดยหลักการแล้วมันจะต้องเอามาจัดสรรที่ดิน ทำกินตามโครงการ คทช. ให้พี่น้องประชาชนประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็จะไป ดำเนินการในส่วนราชการ ในการไปปลูกพื้นที่สวนป่าในสภาพพื้นที่ที่ยังมีความสมบูรณ์ ของป่า มีการนำไปใช้ประโยชน์ในส่วนอื่น ส่วนราชการ สิ่งต่าง ๆ เพราะฉะนั้นแน่นอนที่สุด พื้นที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์นี้เป็นพื้นที่ที่เราจะต้องมอบไปเป็นเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ในโครงการ คทช. ผมเรียนเลยว่าพื้นที่ที่หมดอายุการเช่านี่ต้องกลับคืนมาสู่ สมบัติของรัฐ ทันที ถ้าไม่ติดเงื่อนไข แปลงที่ไม่ติดเงื่อนไขตรงนี้เราสามารถเข้าไปดำเนินการได้ทันที ซึ่งหลาย ๆ แปลง หลาย ๆ พื้นที่นี่เราไม่มีปัญหา เราก็เข้าไปดำเนินการ ซึ่งในส่วนของการ เรียกรับผลประโยชน์ ผมเรียนเลยว่าผมได้กำชับไปอย่างเด็ดขาดไปถึงอธิบดีให้มีการประชุม แล้วก็เรียกในส่วนของผู้ที่รับผิดชอบทั้งหมดว่า ถ้ากรณีที่มีการตรวจสอบแล้วพบการกระทำ ความผิดให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ถ้าท่านมีหลักฐานอะไรที่สามารถดำเนินการได้ ท่านส่งมาให้ผมโดยตรงเลยก็ได้ ไม่ต้องเป็นทางการก็ได้ ผมเรียนว่าผมจะดำเนินการตรงนี้ ให้กับท่านอย่างเต็มที่และให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด🔗
ส่วนการเร่งรัดการบริหารจัดการ ถ้ามันผ่านกระบวนการตรวจสอบพื้นที่ ส.ป.ก. ในการดำเนินการคืนพื้นที่ ถ้าคดีที่เราได้ฟ้องไปแล้ว ที่ศาลปกครองยกคำร้องของ ผู้ฟ้อง แล้วเราได้ดำเนินการฟ้องศาลเพื่อเรียกที่ดินคืน เมื่อเขาอุทธรณ์ เมื่อศาลพิพากษา เสร็จเราก็จะดำเนินการทันที กับส่วนหนึ่งที่เรายังรอคำวินิจฉัยของศาลปกครองอยู่ ทั้ง ๓ ส่วนเป็นส่วนที่ถ้าดำเนินการเสร็จเราสามารถจัดสรรมอบให้จังหวัดไปดำเนินการได้ ทันทีครับ กรมป่าไม้มีหน้าที่ในการรับผิดชอบพื้นที่ในการส่งคืน แต่ว่าการจัดสรรบุคคลเข้าไป อยู่ในพื้นที่ตามคุณสมบัติต่าง ๆ เราได้มอบให้ทางจังหวัดตามกฎหมาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านเป็นคนดำเนินการในการที่จะออก คสช. แปลงรวมให้กับพี่น้องประชาชน เราก็มอบ พื้นที่ไปเท่าที่เราสามารถมอบให้ เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้ ผมเรียนเลยว่าต้องเร่งมือ กันทุกฝ่าย ถ้าเราสามารถจะตอบคำถามโดยไม่ติดเงื่อนไขทางกฎหมายได้ ผมเรียนท่านเลย ว่าเราสามารถดำเนินการจัดสรรให้ได้ทันที ผมคิดว่าน่าจะตอบครอบคลุมในส่วนที่ท่านถาม ในคำถามแรกนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านสมาชิกคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ตอบว่าท่านกำชับข้าราชการลงไป ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ซึ่งแม้ว่า ท่านจะเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่ง แต่นักบริหารงานที่ดีและมีวิสัยทัศน์ อย่างถ้าพรรคประชาชน เป็นรัฐบาลผมเชื่อเลยปัญหาเก่า ๆ เราก็ต้องสะสางครับ เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย มาบอกผมวันนี้ว่าเราเป็นผู้บริหาร ปัญหาที่เกิดขึ้น วันนี้ผมดีใจที่ท่านไม่ได้มาบอกข้อจำกัด อะไรมากมาย เช่น อดีตที่ผ่านมาผมเคยถามรัฐมนตรี ๖ กระทรวง รัฐมนตรีแต่ละท่าน เลขานุการหน้าห้องแต่ละท่านมาบอกข้อจำกัดไปหมด โน่นก็ไม่ได้ติดระเบียบ ข้าราชการ ก็น้อย คือถ้าบริหารงานแบบเดิม ๆ มันไปไหนไม่ได้หรอกครับประเทศไทย แต่วันนี้ผมเชื่อว่า ฝีมือของท่านเฉลิมชัยจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ขอภาพสไลด์นิดหนึ่งด้วยครับ🔗
ผมส่งภาพมาให้ดูเพราะว่า ชุดแรกเป็นรายงานการศึกษาของกรรมาธิการที่ดินและสิ่งแวดล้อมเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้ว ข้างในมีรายละเอียดเยอะครับ เดี๋ยวจะนำฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย แล้วก็ จะมีคำพิพากษา ถัดมาจะมีคำพิพากษาชัดเจนว่ามีผู้ฟ้องศาลปกครองสูงสุดตัดสินแล้วด้วย ผู้ฟ้องเป็นภาคเอกชน ๒๐ กว่าราย ผู้ถูกฟ้องเป็นตั้งแต่รัฐมนตรี แปลว่าวันนี้รัฐมนตรี ยังผูกพันอยู่กับคำพิพากษา ถัดมาหน้าต่อมาจะเห็นว่ามีทั้งรัฐมนตรี มีอธิบดี มี ผอ. มีผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ด้วย ผูกพันตำแหน่ง เพราะฉะนั้นคนที่มาดำรงตำแหน่งวันนี้ ต้องตามแก้ปัญหาให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดด้วย ซึ่งคำฟ้องที่ผ่านมา ที่ปรากฏตอนนี้ คือคำฟ้องแค่ ๑๑ แปลง แต่ภาพรวมที่ท่านรัฐมนตรีวันนี้มาตอบผมก็ต้อง ขอบคุณว่าท่านตอบในภาพรวมเพราะว่ามันมีอีก ๕-๖ จังหวัด รวมทั้งแปลงที่มีการเพิกถอน อันนี้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามีการวิ่งเต้นครับท่านประธาน มีการวิ่งเต้นพยายามที่จะมาให้ต่อสัญญา แต่ผม เชื่อว่าข้าราชการที่มีธรรมาภิบาลที่ดีในกระทรวงคงจะปฏิเสธเรื่องนี้ ถัดมาก็จะมีภาพที่พี่น้อง ประชาชนเขาไปปักป้ายแล้วก็เรียกร้อง แล้วก็จะมีภาพของสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นของ Thai PBS อันนี้ก็ต้องขอบคุณด้วย ที่รายงานข่าวว่ามีชาวสวนปาล์ม ๑,๕๐๐ ไร่ ถัดมาก็มีอีก ภาพไล่มาเรื่อย ๆ ก็จะเห็นว่ามีการเรียกร้องสวนปาล์มที่หมดสัมปทาน แล้วก็ขอบคุณช่อง ๗ ด้วยภาพนี้ เฮลั่น ตอนนี้ยังไม่ลั่น เพราะว่าประชาชนยังไม่สามารถเข้าไปดูแลพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านั้นได้ และคนเล็กคนน้อยยังไม่ได้สิทธิในการเช่าที่ดินเลย คนที่เขาไม่มีที่ดินทำกิน วันนี้ ก็ต้องฝากท่านประธานเป็นคำถามครั้งที่ ๒ ว่าเมื่อหมดสัญญาแล้วท่านรัฐมนตรีท่านอาจจะ ตอบไปบ้างแล้ว บริษัทต่าง ๆ ท่านจะเอาให้เขาออกจากพื้นที่เมื่อใด อย่างไร โอเค วันนี้ท่าน บอกว่าที่ดินส่วนหนึ่งให้ ส.ป.ก. ไปจัดการ ที่ดินส่วนหนึ่งมีการฟ้องร้อง มันฟ้องแก้เก้อครับ บริษัทที่เช่าหน้ามันด้านมันฟ้องแก้เก้อ เพราะฉะนั้นนิติกรฝ่ายกฎหมายของกระทรวง รวมทั้ง ผอ. สำนักต่าง ๆ วันนี้ท่านต้องเร่งแก้ไขอย่าตกไปเป็นเครื่องมือของฝ่ายปกครอง หรือฝ่ายตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย ผมเชื่อว่าท่านจะใช้เวลาเหล่านี้ไปแก้ปัญหามากกว่าจะไปเป็นประธานเปิดงานต่าง ๆ มากกว่าที่จะไปมอบเงินรางวัลให้กับข้าราชการในกระทรวง และผมยังเชิญชวนท่าน ไปจังหวัดกระบี่บ้านผม ไปสุราษฎร์ธานี ไปนครศรีธรรมราช ไปอีก ๓ จังหวัดให้ครบ ๖ จังหวัด แล้วผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีไม่โกหกผมเหมือนกับอดีตรัฐมนตรีที่เคยมาตอบกระทู้ผม ในห้องกระทู้ถามเฉพาะว่าจะไปพื้นที่ แต่ก็ล้มเหลวมาตลอด พรรคประชาชนถ้าเป็นรัฐบาล เราจะไม่ทำอย่างนี้ครับท่านประธาน อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบคำถามครั้งที่ ๒ ของผม ซึ่งฝีมือของท่านนี่ผมเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของท่านแน่นอน และข้อมูลที่ผมมี เดี๋ยวจะส่งต่อให้ท่าน ไม่ว่าจะเป็นรายงานหรือบัญชีที่มีการส่งเงินให้กับข้าราชการ บางกลุ่มด้วย ตำรวจสันติบาลจังหวัดกระบี่ทราบดี ตำรวจสันติบาลส่วนกลางทราบดี หลายคนติดตาม สส. แบบผม เวลาไปจัดประชุมประชาธิปไตยตามกันนักหนา ตามทำไม เรื่องที่มันเดือดร้อนประชาชนสันติบาลทำไมไม่ตาม วันนี้ต้องพาดพิงถึงหน่อย สันติบาลรู้ดี ทำไมไม่เร่งจัดการ ท่านรัฐมนตรี ฝากให้ท่านสั่งกำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ไปยัง ผอ. สำนัก ไปยังทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดให้ดูแลเรื่องเหล่านี้ด้วย และผมเชื่อว่าปัญหาต่าง ๆ จะแก้ไขได้โดยไม่มีผู้บุกรุกที่ดินเพิ่มเติม และในรายงานนี้ ขาดการตรวจสอบควบคุมจริงจัง มีผู้บุกรุกเพิ่ม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านประธานฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่า เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ร่วมกัน ผมยินดีที่จะเป็นมือไม้ให้กับ ท่านรัฐมนตรี วันนี้ผมชงหวานจังเลยเหมือนกับพร้อมจะเป็นรัฐบาลอย่างไรอย่างนั้นเลย ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบด้วย ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีจำคำถามได้นะครับ🔗
ก็จะพยายามตอบให้ครบครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกเป็นอย่างสูง ก็หวานปนขม ๆ นะท่าน ผมเรียนอย่างนี้ว่า จริง ๆ แล้วผมจะพยายามไม่พูด ท่านเห็นไหมผมจะไม่พูดเรื่องการเมืองเลย เพราะผมคิดว่าผมมาตอบคำถามเรื่องของปัญหาพี่น้องประชาชน แต่ก็รอให้ท่านมาเป็น รัฐมนตรี ผมว่าท่านเข้าใจเยอะ ท่านรู้หลายอย่าง ท่านเป็นคณะกรรมาธิการที่ประชุม ผมว่า เรื่องที่ท่านถามผมท่านรู้หมดแล้ว ก็ต้องขอบคุณท่านที่ท่านให้ผมได้มีโอกาสได้ตอบเพื่อ พี่น้องประชาชนที่ไม่รู้จะได้ทราบเหมือนที่ท่านรู้ เหมือนที่ผมรู้ แต่ผมอาจจะรู้น้อยกว่าท่าน เพราะว่าอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดขนาดนั้น ผมเรียนอย่างนี้ว่าการฟ้องของบริษัทเอกชน หรือพี่น้องประชาชน เป็นการฟ้องตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายทุกอย่าง จะฟ้องเก้อ หรือไม่ฟ้องเก้อ เมื่อฟ้องแล้วมีผลบังคับตามกฎหมายทั้งหมด หน่วยงานของรัฐต้องรอคำตอบตรงนี้ ท่านไปดูเถอะครับทุกหน่วยงาน แม้กระทั่งข้าราชการที่ถูกลงโทษ ถูกให้ออก เมื่อยื่นศาลปกครอง ขอทุเลาขออะไรต่าง ๆ เมื่อยื่น รับปุ๊บก็ต้องรอศาลในการที่จะวินิจฉัยออกมา เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าบางรายก็อาจจะฟ้องด้วยความรู้สึก บางรายอาจจะฟ้องเก้อ แต่ว่าไม่ว่าจะฟ้องแบบไหน ก็แล้วแต่มันมีผลตามกฎหมายทั้งสิ้น ก็ขออนุญาตเรียนตรงนี้ให้ท่านได้เข้าใจความรู้สึกของผมด้วยนะครับ แล้วก็ผมเรียนว่า ที่ผมตอบคำถามตรงนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเลขจำนวนมาก ซึ่งผมไม่อยากจะผิดพลาด เลยขออนุญาตท่านประธานขออ่าน ในกระทู้ถามทั่วไปที่ท่านถามมานี่ ผมต้องเรียนอย่างนี้ ครับ เดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะไม่ทราบ ท่านถามมาเฉพาะในพื้นที่ ๑๑ แปลง ผมก็เตรียม เอกสาร เตรียมตัวเลขในพื้นที่ ๑๑ แปลง ส่วนในพื้นที่อื่นการบริหารจัดการจะคล้ายกัน แต่ถ้าจะลงไปในพื้นที่จะต้องบอกตัวเลขมาว่าเท่าไร ๆ ตรงโน้นเท่าไร ตรงนี้เท่าไร ซึ่งผมไม่อยาก จะผิดพลาด แล้วมันจะถูกบันทึกไว้ในการประชุม เพราะฉะนั้นก็ต้องบอกให้ท่านสมาชิก ทุกท่านและพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า ในกระทู้ถามทั่วไปที่ถามมานี่ท่านถามมาคือ ๑๑ แปลง มีเอกสาร มีหนังสือ ซึ่งผมก็ตอบ แล้วก็หาเอกสาร หาหลักฐานทั้งหมดมา เพื่อจะ ให้ท่านได้สบายใจว่าวันที่ท่านถามกระทู้ถามมานี่ผมให้ความสำคัญ แล้วก็เก็บรายละเอียด ทั้งหมดมานะครับ ผมเรียนท่านเลยว่า ผมได้บอกแล้วว่าโดยหลักการแล้วการหมดอายุสัญญา ไม่ว่าจะสัมปทาน หรือเช่า หรืออะไรต่าง ๆ ที่ดินต้องกลับมาเป็นของรัฐทันที แต่ที่มันมีปัญหา จริง ๆ เลยอย่างที่ท่านบอกจะฟ้องจริง ฟ้องเก้อครับ เมื่อเขาฟ้องเข้าสู่กระบวนการต่าง ๆ ผมก็ทราบว่ามันเป็นเรื่องผลประโยชน์ มันยังมีคนไปเก็บปาล์ม มันมีอะไรต่ออะไรอยู่ หลายฝ่าย ผมก็ตอบไม่ได้ว่าใครบ้าง แต่ท่านมีตัวเลข เดี๋ยวผมก็จะขอท่าน แต่ว่าจริง ๆ แล้ว ผมว่าท่านไปโน่นเลยครับ ผมว่าไปแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจ ผมทำก็คืออาจจะ ประสานไปได้ แล้วก็ตรวจสอบคนของผม แต่ว่านอกเหนือจากหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบ ผมไม่มีอำนาจไปตรวจสอบ แต่คนของผมผมจะกำชับไม่ให้ผิดพลาด ถ้าผิดพลาดจะมี มาตรการในการที่จะจัดการขั้นเด็ดขาด ราชการวินัยร้ายแรงก็ถึงขั้นไล่ออก ตรงนี้ ผมสามารถดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็จะเร่งรัดในการดำเนินการให้ท่านได้ แต่ถ้าเป็น ส่วนอื่น ๆ ก็ฝากท่านด้วยช่วยกันนะครับ ก็แจ้งหน่วยงานที่เขารับผิดชอบว่า ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือเจ้าหน้าที่ของท่านมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง มันจะได้ถือว่าเป็นการช่วยกันจริง ๆ ไม่ใช่ มาช่วยกันตรงนี้แล้วก็จบกันไป ซึ่งในส่วนที่ผมรับผิดชอบท่านไม่ต้องกังวลใจทั้งหมดครับ แน่นอนที่สุดส่วนหนึ่งวันนี้เมื่อศาลปกครองออกมาแล้วยก ขนาดยกเราไปบังคับคดี เขาก็ขอทุเลา ขออุทธรณ์ เมื่อเขาขอทุเลา ขออุทธรณ์นี่ เราก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย คือต้องรอ ซึ่งผมได้เรียนท่านไปแล้วครับว่าวันนี้ผมมานี่ผมกำชับที่สุดเลยคือปัญหา ที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน ซึ่งนอกจากผมตั้งใจสูงแล้ว มันเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย ที่จะจัดสรร แต่ในกระบวนการจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ง่าย เพราะแต่ละกระบวนการมีกฎหมาย กำกับอยู่ทั้งหมด ป่าทุกป่ามีพื้นที่มีกฎหมายกำกับ ส.ป.ก. เมื่อเรายกพื้นที่ไปให้เขา เขาก็มี กฎหมายของเขาในการที่จะไปกำกับในส่วนของเขา มันไม่สามารถที่จะทำได้ดังใจทั้งหมด ผมถึงบอกว่า ถ้าวันหนึ่งท่านมีโอกาสมาตรงนี้ อะไรที่ผมทำตัวเป็นประโยชน์ได้ผมก็ จะช่วยท่าน ถ้าท่านคิดว่าผมยังมีประโยชน์ แต่ว่าท่านก็จะได้มารับทราบจริง ๆ ว่าปัญหา ของการบริหารราชการจริง ๆ มันไม่ได้คิดอย่างเดียวแล้วทำได้ มันมีหลายอย่างที่เป็นปัญหา เป็นอุปสรรค เหมือนที่ผมได้ทำหลาย ๆ อย่าง ถ้าท่านมองด้วยความเป็นธรรมท่านจะ เห็นว่าสิ่งที่ผมบอกความล่าช้า คือความอยุติธรรมในการกำหนดนโยบายของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านไปดูเถอะครับ หลาย ๆ ส่วนที่เป็นการล่าช้า การขออนุญาตไม่ทันปีงบประมาณ ผมแก้ให้หมดแล้วครับ หลาย ๆ ส่วนที่มีปัญหา ในพื้นที่ป่า ผมเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อที่จะยกเว้นเงื่อนไข ให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ที่ลำบาก ทุรกันดารนี่ได้รับประโยชน์ ได้รับการดูแลจากภาครัฐอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้น ท่านไม่ต้องห่วง อันนี้ก็เหมือนกันครับ การที่พี่น้องประชาชนได้สิทธิทำกินในที่ดินช้า ก็คือความอยุติธรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน ผมว่าท่านถามมีประโยชน์ ผมขอบคุณท่านแทน พี่น้องประชาชน แล้วผมก็จะได้กำชับส่วนราชการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในส่วนที่ผมกำกับดูแล ให้ดำเนินการอย่างนี้ เร่งรัดทำอย่างเต็มที่ และต้องไม่มีนอกมีใน ผมก็เชื่ออย่างหนึ่งว่า หัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก แต่ว่าหางถ้ามันยาวเกิน มันกระดิกบ้าง อะไรบ้าง ท่านบอกผม ถ้ามันไม่ถูกต้องก็ตัดหางส่วนนั้นทิ้งไปมันจะได้ไม่กระดิก ก็จะได้ดำเนินการ จะได้ช่วยกันได้ วันนี้ทุกอย่างทั้งที่ดินทำกิน ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของชาติ เป็นสมบัติของเราทุกคน ของท่าน ของผม ของทุกคน ก็ต้องช่วยกันนะครับ การช่วยกันตรงนี้ผมว่ามันเป็นประโยชน์ ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ที่ท่านพูดในส่วนตรงนี้โดยไม่ได้มีอคติกับผม แล้วก็คิด ว่านอกจากผมจะตอบคำถามตรงนี้แล้ว ในวันที่ผมปฏิบัติงาน ท่านก็สามารถยื่นปัญหามาคุย ปัญหาเพื่อแก้ร่วมกันได้ตลอดเวลา เพราะว่าหน้าที่ของผมคือดูแลบริหารราชการ ดูแลพี่น้อง ประชาชน ในภาระรับผิดชอบ ทำไม่ได้ก็ถือว่าไร้ประสิทธิภาพเหมือนกันครับ🔗
ส่วนประเด็นของท่าน เรื่องหมดสัญญาการ เรื่องฟ้องเก้อ ผมคิดว่าผมได้ตอบ ย้อนกลับมาอีกรอบหนึ่ง ก็ให้ท่านได้รับทราบปัญหา เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นอย่างนี้ ผมเรียกอธิบดีกรมป่าไม้มากำชับตลอดเวลา แม้กระทั่งอีกส่วนหนึ่งที่ผมก็คิดว่าพี่น้อง ประชาชนก็บอกมา ก็คือการออก คทช. ออกเป็นแปลงรวม ออกเป็นราย แน่นอนครับ พี่น้อง ประชาชนต้องการที่ดินที่ออกเอกสาร ออกมาเป็นรายคน แต่มันก็อาจจะติดขัดที่ระเบียบ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผมก็ต้องมาช่วยในการแก้ไขตรงนี้ ได้ไม่ได้ ผมตอบไม่ได้ เพราะว่ามันเกินอำนาจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มันไปอยู่ที่ คณะกรรมการระดับประเทศตรงนั้น แต่ว่ามันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินทำกินของ พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน เกี่ยวเนื่องกับที่ดินทุกแปลงที่ท่านบอกตรงนี้มาเหมือนกัน เพราะว่าที่ดินตรงนี้ ก็จะต้องเข้าไปสู่โครงการ คทช. โดยให้จังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบ เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าในส่วนคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมได้ตอบครอบคลุม พอสมควรและท่านมีส่วนไหนที่ท่านคิดว่ายังไม่ได้ตอบ ผมจะทำเป็นเอกสารให้กับท่านและ มีส่วนไหนที่ท่านคิดว่าท่านต้องการส่งเอกสารให้ผม ผมก็ยินดีที่จะรับไปแล้วก็มาช่วยกัน ทำงาน มาพิจารณาร่วมกัน ขอบคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างสูง ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านสมาชิก🔗
ผมมีเวลาเหลืออีกนิด ครับท่านประธาน เรียนท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ท่านตอบ แล้วก็ท่านมีความตั้งใจ แล้วผมเชื่อมั่นว่าท่านสามารถที่จะสะสางปัญหาเก่า ๆ ปัญหาเดิม ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ดินสัญญาสัมปทานภาคใต้ใน ๖ จังหวัดได้ แต่ผมอยากฝาก ถึงท่านรัฐมนตรีว่าถ้าเป็นไปได้ ถ้ามีประกาศของกระทรวงเอยหรือตัวท่านเองสามารถ สั่งกำชับเป็นวาระของกระทรวงเลย เพราะถ้าท่านแก้ปัญหาเรื้อรัง ที่ดินหมดสัญญาสัมปทาน ภาคใต้ มันจะเกิดประโยชน์ให้เห็นชัดและเป็นผลงานชิ้นโบแดงของท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยเลย ว่าที่ดินที่หมดสัญญา เอามาจัดสรรให้กับคนยากไร้ เอาคืนมาเป็นของรัฐได้จริง ๆ วาระ กระทรวงน่าจะเป็นสิ่งที่จะมาช่วยกันแล้วก็เน้นย้ำ ในรายงานนี้ครับท่านประธาน รายงาน ของกรรมาธิการสรุปชัด🔗
เดี๋ยวส่งให้🔗
เดี๋ยวจะส่งให้ท่าน รัฐมนตรี ซึ่งในนี้จะเขียนหลายอย่างว่าอดีต ผอ. บางคน ตอนนี้เป็นอธิบดีด้วยซ้ำก็ยัง ไม่ดำเนินงาน อันนี้ก็มีลูกน้องท่านอยู่ในนี้ด้วย เอาเป็นว่าผมต้องฝากท่านรัฐมนตรี แล้วก็ ขอบคุณ ปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไขและผมเชื่อว่าท่านทำได้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เอาเอกสารให้ท่านรัฐมนตรีโดยตรงเลยนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี กับท่านสมาชิกนะครับ ต่อไป🔗
๒. เรื่อง การพัฒนาเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงนิเวศ นายวิรัช พิมพะนิตย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
เชิญท่านวิรัชถามคำถามแรกเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กรุณามาตอบ ท่านเลื่อนจากอาทิตย์ที่แล้ว เพราะไม่ว่าง ก็ดีครับจะได้มีโอกาสตอบทีเดียวเลย ๒ กระทู้ ท่านประธานที่เคารพครับ เขื่อนลำปาวก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๑๑ เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุด ในประเทศ มีความสูงจากพื้นน้ำ ๓๓ เมตร มีความยาวของเขื่อน ๗.๘ เมตร กว้าง ๘ เมตร เก็บน้ำได้ ๑,๙๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ขยายคันคูขึ้นอีกนิดหนึ่งได้เป็น ๒,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร กว่าจะได้เขื่อนลำปาวมาประชาชนชาวกาฬสินธุ์ลำบากที่สุด เพราะอะไรครับ พื้นที่ของ เขื่อนลำปาวควบคุมของอำเภอสหัสขันธ์ทั้งอำเภอ แล้วก็หลายอำเภอที่น้ำท่วมย้ายอำเภอ ขึ้นมาอยู่บนบก ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าคนกาฬสินธุ์ที่ใช้เขื่อนลำปาว ที่ริมเขื่อนลำปาวจาก ๑๖ อำเภอ ใช้ได้ ๘ อำเภอ แล้วก็มีอำเภอศรีธาตุของอุดรธานี อำเภอกันทรวิชัยของจังหวัดมหาสารคาม ผมกราบเรียนว่าคลองส่งน้ำอีก ๖๐๐ กว่ากิโลเมตร ที่ส่งน้ำไปก็ยังไม่ทั่วทั้ง ๑๖ อำเภอ ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าวันนี้เขื่อนลำปาว มีพื้นที่กินไปทั้ง ๘ อำเภอ แต่ประชาชนที่อยู่ริมเขื่อนไม่สามารถจะใช้ประโยชน์ในตรงนี้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งริมเขื่อนลำปาวทั้งหมดเป็นที่ของกรมธนารักษ์ที่พิสูจน์ ให้ประชาชนเช่ารอบเขื่อน แต่ที่กราบเรียนถามท่านรัฐมนตรี เพราะว่าเมื่อปี ๒๕๓๑ ทางกระทรวงทรัพยากรได้ตั้งเป็นเขตห้ามล่า เสร็จแล้วพอปี ๒๕๖๒ ก็ออก พ.ร.บ. สัตว์ป่า มาอีก เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ของชาวบ้านทั้งหมดที่รอบเขื่อนประมาณ ๕,๐๐๐ แปลง ถูกพื้นที่ ของเขตห้ามล่าควบคุมอยู่ทั้งหมด พูดชื่อก็สวยนะครับท่านรัฐมนตรี เขตห้ามล่า แต่ไม่รู้ มันจะไปล่าอะไรตอนนี้ กิ้งก่าสักตัวยังหายากเลยครับ มันเป็นพื้นที่เพื่อที่ชาวบ้านจะสร้าง ความเจริญแล้วครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ว่ามีที่แล้วเขาจะทำเป็น Resort เขาจะทำเพื่อให้ เป็นรายได้เกิดเข้ามาหาจังหวัดกาฬสินธุ์ทำไม่ได้เลยครับ แพที่ทำเป็นร้านอาหารก็ผิด กฎหมายหมด กรมชลประทาน ผมเคยตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการท่านมาตอบกระทู้ ท่านบอกยินดีให้ทำแพ แล้วแพตอนนี้ก็มีหนังสือห้ามของกระทรวงเกษตร แต่เมื่อเช้านี้ได้เจอท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็บอกว่ายินดีที่จะผ่อนผันให้ วันนี้ได้มีโอกาสมาเจอ แล้วมาตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ซึ่งท่านก็เคยเป็น สส. เขต ท่านก็รู้ความเดือดร้อน แล้วจังหวัดท่านก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประจวบคีรีขันธ์ ผมบอกเลยว่าวันนี้แม้แต่ท่าน สส. วุฒิพงษ์ นามบุตร ที่นั่งข้าง ๆ ผม แพของจังหวัดอุบลราชธานีเต็มหมด มีทั้งแพเธค แพอะไรทุกอย่าง แต่บ้านผมทั้งที่มีเขื่อนลำปาวคลุมอยู่ ๘ อำเภอ แต่ทำอะไรไม่ได้เลย ท่านรัฐมนตรีครับ วันนี้ผมมาขอความเห็นใจนะครับ ถามว่าเจ้าหน้าที่ในจังหวัดเขาดีไหม เขาดี เขาก็อยากจะทำให้ แต่เขาก็บอกว่าติดที่นายเขา เพราะฉะนั้นวันนี้ เขตห้ามล่านี่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ว่าแพ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เขื่อนนี่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ไม่รู้แต่ละกระทรวง กรมธนารักษ์อีกครับ กระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีเห็นหนัง สามก๊กไหม ตอนนี้มัน ๔ ก๊ก ๔ กระทรวง ยิ่งหนักไปอีกครับ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรี ที่เคารพวันนี้ช่วยชาวบ้านหน่อยครับ เขตห้ามล่านี่ ที่ที่โดนเขตห้ามล่าควบคุมอยู่ตอนนี้ ประมาณ ๕,๐๐๐ แปลง ๔,๙๐๐ กว่า ๆ ผมก็ตีว่าเป็น ๕,๐๐๐ แปลง เพราะฉะนั้นทำอย่างไร ที่เขาจะได้มีโอกาสทำธุรกิจให้เมืองกาฬสินธุ์ได้มีแหล่งท่องเที่ยวไม่ต้องไปทะเล ไม่ต้องไป หัวหินบ้านท่านหรอก อยากให้มีโอกาสได้ไปอยู่เขื่อนตัวเอง เราจะได้ไม่ต้องเสียค่ารถไกล ผมกราบเรียนว่าทั้ง อสม. ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เวลาจะไปลงแพให้ได้มีลง มีชายหาดนะ บ้านผม เห็นไหมครับหาดดอกเกด มีชายหาด เพราะฉะนั้นวันนี้อยากจะตั้งคำถามข้อที่ ๑ ถามท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแผนพัฒนาเขื่อนลำปาว ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างไร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวก็อยู่นี่ล่ะ จะได้ดู จะได้ฟังด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กราบเรียนท่านสมาชิกด้วยความเคารพ ต้องขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนเป็นอย่างสูง เหมือนที่ท่านบอกผมก็เคยเป็น สส. เขตมา ก็รับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนก็คือปัญหา ของผู้แทน แล้วก็โดยหน้าที่แล้วเราก็ต้องมีหน้าที่ที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาหรือนำส่งต่อ ปัญหาไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ปัญหาเหมือนที่ท่านทราบล่ะครับ ปัญหา ของพื้นที่การที่มีหน่วยงานต่าง ๆ ตามกฎหมายของแต่ละกระทรวง แต่ละกรมเข้าไปกำกับ ในส่วนของการบริหารจัดการ ตัวเขื่อนก็เป็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ท่าน ทราบไหมพื้นที่ของเขตห้ามล่าเขื่อนลำปาวตรงนี้ จริง ๆ แล้วมันเป็นพื้นที่ที่ผมได้รับทราบ ข้อมูลผมก็ยังแปลกใจมันเป็นเขตพื้นที่น้ำทั้งหมดเลย น้ำทั้งหมดหมายถึงอะไร น้ำทั้งหมด หมายถึงว่า เขื่อนนี่กรมชลประทานจะชี้ระดับน้ำในการเก็บกักน้ำว่าน้ำจะไปถึงระดับที่เท่าไร ในวันนี้ที่มันมีพื้นที่รอบอ่าง รอบเขื่อนที่มันว่าง เนื่องจากเมื่อน้ำลดลงมันก็เกิดเป็นพื้นที่ เกิดเป็นดอน เกิดเป็นอะไรต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งตรงนี้ทั้งหมดเลยมันมีพิกัดอยู่อยู่ในความ รับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และได้มีการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่า ผมเรียนเลยว่าเมื่อเป็นเขตห้ามล่า ผมก็คิดเห็นเหมือนท่านมันไม่มีอะไรที่จะล่าแล้ววันนี้ นอกจากในส่วนของการดูแลเรื่องของ ทรัพยากร เรื่องของสัตว์น้ำ เรื่องของสัตว์บางประเภทที่ยังมีอยู่แค่นั้น สิ่งหนึ่งที่จะดำเนินการ ตรงนี้ผมเห็นด้วยและผมก็ได้ดูในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งได้มีนโยบายในการที่จะพัฒนาเขื่อนลำปาวตรงนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เหมือนที่ท่านบอก ด้วยจุดประสงค์เขื่อนเมื่อตั้งขึ้นมาต้องมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ๒. พี่น้องประชาชนต้องได้รับประโยชน์จากพื้นที่ที่วันนี้หลายท่านก็เสียสละพื้นที่ตรงนี้ มาเป็นการสร้างเขื่อน เพราะฉะนั้นเมื่อมีการกำหนดแผนในการที่จะให้พื้นที่แห่งนี้เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแล้วก็ได้มีการวางแผนในการดำเนินการทั้ง ๒ ส่วน ส่วนแรก ก็คือระยะสั้นคือสามารถดำเนินการตรงนี้ คือให้ตรวจสอบการทับซ้อนของพื้นที่ของแต่ละ หน่วยงานให้มีความชัดเจนว่าวันนี้พื้นที่ตรงนั้นมีการทับซ้อนกันตรงไหนบ้าง ซึ่งขณะนี้ เราได้ดำเนินการในส่วนของเราไปแล้ว นี่คือระยะสั้น ส่วนระยะยาวก็คือสิ่งที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ถามว่าเราจะดำเนินการในการพัฒนาตรงนี้ให้เป็นการท่องเที่ยวแบบเชิงนิเวศ อย่างไร เราได้มีการออกแผนของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นการอนุรักษ์ และคุ้มครองพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาว พ.ศ. ๒๕๖๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๗๕ เป็นแผน ๑๐ ปี ที่เราได้ดำเนินการร่างขึ้นไว้เพื่อดำเนินการตามแผนนี้ให้ไปสู่จุดหมายของเราคือพัฒนา เขื่อนลำปาวให้เป็นแหล่งพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้เกิดการจ้างงาน ให้เกิดรายได้ ให้เกิด นักท่องเที่ยวเข้าไปสู่พื้นที่ ทั้งหมดนี้ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เป็นความตั้งใจของเราที่อยากจะให้เขื่อนตรงนี้พี่น้องประชาชน ในบริเวณนั้นได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง การได้รับประโยชน์เพียงแค่มานั่งดูความสวยงาม อย่างเดียวผมคิดว่ามันไม่พอ ประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนควรได้รับคือ ๑. รายได้เขาควรจะ เพิ่มขึ้น เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นมีระบบจัดการที่ดีที่สุด สุขภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็ต้อง ดีขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเราได้ดำเนินการ และเหมือนที่ผมบอกแล้วว่าส่วนหนึ่ง มันก็ยังมีสัตว์อยู่ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีถึงขนาดเป็นสัตว์ในป่า การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ก็ต้องเป็นการอนุรักษ์สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเรามีแผนงานที่ชัดเจนว่าเราจะดำเนินการกำหนด โซนแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น โซนอนุรักษ์ โซนบริการ โซนกิจการพิเศษ เหมือนที่ท่านบอกว่าโซนอนุรักษ์ทำอะไรได้บ้าง โซนบริการทำอะไรได้บ้าง โซนกิจการพิเศษ ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าจะเป็นการยืดหยุ่นที่สุดในการที่จะดูแลปัญหาพี่น้อง ประชาชนได้ตรงเป้า อาจจะไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของ กฎหมายที่บังคับอยู่ แต่การออกแผนเช่นนี้ กำหนดโซนพื้นที่เช่นนี้ มันจะสามารถ ทำให้เรายืดหยุ่นในการบริหารจัดการในพื้นที่เหมือนที่ท่านบอกว่า เอ๊ะ ทำไมทรัพยากรของ เรามี เราไม่แปลงทรัพยากรตรงนั้นให้เป็นสินทรัพย์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้เป็นแหล่ง ที่พักเลย แต่ว่าผมเรียนว่าภายใต้การอนุรักษ์เราสามารถทำได้นะครับ แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องนี่ผมคิดว่าทุกหน่วยก็คงจะมีความรู้สึกเหมือนกันนะครับ ไม่ต่างกันว่า ต้องการให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตรงนั้นได้รับประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างที่สร้างจากเงินภาษี ของเราให้เต็มที่ ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ๑. ชุมชนมีนักท่องเที่ยวเข้าไป ๒. ชุมชนได้รับการ จ้างงานจากคนในพื้นที่ที่อยู่บริเวณนั้นสร้างรายได้ สร้างอนาคต ๓. ที่ผมบอกครับ เมื่อเรามี การบริหารจัดการที่ดีด้วย คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนก็จะดีขึ้นตามไปด้วย นี่คือสิ่งที่ มันจะเกิดขึ้นหลังจากที่เราได้ดำเนินการในส่วนของการกำหนดให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เชิงนิเวศครบถ้วน ส่วนการพัฒนาตัวเขื่อนเอง ผมเรียนครับว่าเนื่องจากปัญหาทับซ้อนที่ท่าน บอกว่ามันมีหลายหน่วยงานมากที่เข้าไปดูแล แล้วแต่ละหน่วยงานก็มีกฎหมายในการกำกับ ดูแล ซึ่งทั้ง ๔ หน่วย ๔ กระทรวงที่ท่านบอก ผมคงไม่เอ่ยซ้ำนะครับ แต่ผมก็จะบริหาร แบบบูรณาการ จะบูรณาการการทำงานร่วมกันถ้าติดขัดตรงไหนเราสามารถประสานได้ ผมก็จะดำเนินการ แล้วก็จะสั่งให้เจ้าหน้าที่ของเราดำเนินการตรงนี้เป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนในการที่จะดูแลด้วย ก็เหมือนที่บอกว่า ผมก็เป็น สส. เขตมาเหมือนท่าน เข้าใจความรู้สึก แล้วก็ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนบริเวณนั้นด้วย บริเวณเขื่อนลำปาวด้วยว่า จากกระทู้ของท่าน สส. ผมจะดำเนินการเร่งรัดตรงนี้ให้เร็วที่สุด ไวที่สุดและให้เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนในบริเวณนั้นให้มากที่สุด ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านสมาชิก คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณนะครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้เขตห้ามล่านี่ทำอะไรไม่ได้เลยครับ หมายความว่าขุดดิน อย่างเดียวก็ไม่ได้ ทำอะไรมันสัมผัสในพื้นที่ตรงนั้นไม่ได้เลย แล้วการที่เขตห้ามล่าควบคุม พื้นที่รอบอ่างทั้งหมด ผมบอกว่าวันนี้แม้แต่สะพานตัวหนึ่ง สะพานเทพสุดาตัวที่ ๒ ที่กำลัง ก่อสร้างก็ยังไม่เสร็จนะครับที่เขตห้ามล่ายังห้าม ตอนนี้สร้างได้เฉพาะหัวสะพานกับ ท้ายสะพาน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนว่าการดำเนินคดีกับประชาชนที่ปลูกสร้างในเขต ห้ามล่านี่ยังมีอยู่ครับ ผมขอบคุณนะครับท่านรัฐมนตรี ขอบคุณแทนชาวบ้านจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์มี สส. ๖ ท่าน มีประชากรเกือบล้านคน ท่าน สส. จังหวัดมหาสารคาม นั่งข้าง ๆ ก็ยังบอกว่าเอามหาสารคามด้วยเพราะน้ำในเขื่อนมันไปด้วยกันและได้เที่ยวด้วยกัน ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีที่เคารพว่าช่วยทำหน่อยครับ เมื่อไรครับที่จะทำให้เสร็จครับ ช่วยบอกหน่อยครับ ถ้าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยุติ หน่วยงานอื่นผมบอกว่า ท่านรัฐมนตรีเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบอยู่แล้วว่า กรมชลประทานพร้อมที่จะให้ทำทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ว่าขอไม่ให้ทำน้ำสกปรก ผมกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่าชาวบ้านเองมีที่อยากทำ แต่ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดมา มันไม่เกิดอะไรขึ้น ให้เขาเลย ผมขอถามคำถามที่ ๒ ก่อน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขื่อนลำปาวอย่างไร และ คำถามที่ ๓ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน รายได้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างไร ผมกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่สุด แล้วก็ฝากด้วย ท่าน สส. เชิงชาย บอกว่าบึงละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ก็มีปัญหาห้ามล่าเหมือนกัน ฝากให้ท่านแก้ทั้งประเทศดีกว่า เพราะว่าเขตห้ามล่าก็ดี เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีบอกกับ พวกผม บอกกับท่าน สส. ทั้งหลายผ่านท่านประธานมาว่า บางครั้งก็มีสัตว์บางอย่างที่จะต้อง อนุรักษ์เป็นอย่างดี เราอยากเห็นสัตว์ที่ต้องอนุรักษ์ เราอยากให้ลูกหลานได้ดูสัตว์พวกนี้อยู่ อย่างเขื่อนลำปาวของกระผมมีวัวแดงที่มีที่เดียวในประเทศไทย ตอนนี้ผมว่าให้ใส่ใจกับพวก วัวแดงที่มีอย่างนี้ คือหาพ่อพันธุ์กับแม่พันธุ์จากต่างที่มาช่วยกันผสม ดีกว่าให้มันผสมกันเอง แล้วลูกออกมาตายหมด เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีด้วย ขอขอบคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาต ตอบคำถามข้อที่ ๒ ว่าในส่วนของมาตรการในการที่จะอนุรักษ์ในส่วนของทรัพยากร สิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขื่อนลำปาว การดำเนินการตรงนี้มีได้ ๒-๓ กรณี ๑. เจ้าหน้าที่ของเรา ดำเนินการตรวจ ตระเวนเพื่อรักษา ๒. ก็คือความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตรงนั้น ซึ่งผมบอกแล้วว่าการรักษาทรัพยากรธรรมชาติมันเป็นหน้าที่ที่ทุกคนจะต้องมา ร่วมมือกัน ถ้าบอกว่าให้หน่วยราชการเพียงอย่างเดียว ผมคิดว่าไม่ประสบความสำเร็จหรอก หลาย ๆ ส่วนวันนี้ที่การรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่ได้ผลเพราะพี่น้องประชาชนเข้ามาร่วมด้วย มาบูรณาการการทำงานร่วมกัน ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องไฟป่าในภาคเหนือ จุด Hotspot เราได้ พี่น้องประชาชนมา เรามีการเริ่มดำเนินการ เรามีการทำความเข้าใจ สิ่งต่าง ๆ ส่งผลมาถึง การลดจุด Hotspot ได้ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกันกรณีนี้ ไม่ว่าเราจะดำเนินการ เจ้าหน้าที่เราจะไปดำเนินการอย่างไรก็แล้วแต่ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ในพื้นที่บริเวณนั้นที่จะมาช่วยกันดำเนินการ ช่วยกันปกป้องรักษา อนุรักษ์ทรัพยากรที่เรามี อยู่ตรงนี้ เพื่อแปลงทรัพยากรตรงนั้นให้เป็นที่ผมบอกว่าให้เข้าสู่การท่องเที่ยวระบบเชิงนิเวศ ให้ได้ ระบบเชิงนิเวศมันพูดอยู่ในตัวอยู่แล้วว่า หมายถึงว่าเราจะต้องรักษาสิ่งแวดล้อมกับ ทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุลกันด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าการดำเนินการตรงนี้จะต้อง ขอท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติช่วยทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ในส่วนมาตรการอื่น ๆ ผมจะ พยายามเร่งรัดดำเนินการให้รวดเร็ว และพยายามให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของพี่น้อง ในบริเวณนั้นให้มากที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนผมเข้าใจในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการ ทุกพื้นที่ว่าแต่ละพื้นที่มันมีกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายของ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พ.ร.บ. ห้ามล่าก็มี พ.ร.บ. ในส่วนของพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่ อุทยานก็มี มันมีกฎหมายที่มีโทษ มีภาคบังคับ มีภาคลงโทษ มีบทลงโทษ ซึ่งบางครั้ง เจ้าหน้าที่ถ้าไม่ทำ ถ้าถูกกลั่นแกล้งหรือร้องเรียนอะไรก็อาจจะถูกดำเนินคดีในส่วนของการ ละเว้นได้ แต่เราก็ต้องมองดูว่าเราจะแก้ไขปัญหาตรงนั้นอย่างไรให้มันไม่กระทบกระทั่ง ผมได้เรียนท่าน ไปในเบื้องต้นว่า ในส่วนของการบริหารจัดการที่คิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งอยู่ในแผนของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ผมคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการที่จะ แก้ปัญหาตรงนี้ก็คือการแบ่ง Zone พื้นที่ให้ชัดเจน มีการจัดทำแผน ซึ่งวันนี้เราทำแล้ว Zone พื้นที่ที่ผมขออนุญาตอีกครั้งหนึ่ง เช่น Zone อนุรักษ์ก็ต้องมีการบริหารจัดการ อีกรูปแบบหนึ่ง Zone บริการ ตรงนี้ที่ผมบอกเราต้องมาคุยกันว่าเราจะดำเนินการอย่างไร Zone กิจกรรมพิเศษ Zone อย่างนี้ที่เราสามารถจะมาคุยว่าเราสามารถทำอะไรได้ เราจะสามารถทำอะไรที่มันไม่ผิดกฎหมายที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้กำกับดูแลอยู่ เพื่อทุกฝ่ายจะได้ Win Win ทั้ง ๒ ฝ่ายว่า โอเค เราดำเนินการตรงนี้นะ และ เราได้มีการพัฒนาในเชิงนิเวศจริง ๆ พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากตรงนี้จริง ๆ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเรากำลังดำเนินการมาถูกทาง การแก้ไขปัญหาตรงนี้ เหมือนกับในอุทยานหลาย ๆ แห่งนะครับ มันจะมีการแบ่ง Zone พื้นที่ที่เราสามารถที่จะทำ กิจกรรมบางอย่างได้ ทั้ง ๆ ที่ถ้าเราไม่ดำเนินการแบ่ง Zone ตรงนี้ กฎหมายอุทยาน เป็นกฎหมายเข้มงวดมาก ท่านก็ทราบว่ามันเข้มงวดมากจริง ๆ แต่ความเข้มงวดนั้น วัตถุประสงค์ก็เพื่อรักษาป่า รักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมันอาจจะทำให้หลาย ๆ ท่าน มีความรู้สึกว่ามันเข้มงวดไป แต่ผมว่าปัญหามีได้แก้ ผมเชื่อว่าปัญหามีไว้แก้ กฎหมาย ก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าล้าหลังไม่ทันสมัยก็แก้ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาที่ผมคิดว่า เราต้องมาร่วมกันแก้ไข🔗
ส่วนบึงละหาน จัตุรัส ชัยภูมิ เดี๋ยวผมจะให้เข้าไปดูแล แล้วก็ถ้าดำเนินการ สามารถบริหารจัดการให้เป็นรูปแบบอย่างนี้ได้ ผมก็จะให้เขาไปชี้แจงทำความเข้าใจกับท่าน สส. กับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗
ส่วนวัวแดง อันนี้เป็นของแถมจริง ๆ นะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าผมไปที่ สวนสัตว์เชียงใหม่มา ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ผมได้ไปคุยกับผู้อำนวยการสวนสัตว์ไปตรวจดู ความเรียบร้อย ท่านก็บอกว่าวันนี้วัวแดงที่สวนสัตว์เชียงใหม่มันก็มีปริมาณเกินเลย เกินมากกว่าปริมาณที่สวนสัตว์ได้กำหนดไว้ ผมจะประสานงานแล้วกันนะครับว่ามันจะเป็นไป ได้ไหม ให้กรมอุทยานประสานงานกับสวนสัตว์ในการที่จะขอพ่อพันธุ์ในส่วนของวัวแดงที่อยู่ ตรงนั้น เพื่อไม่ให้สายเลือดมันชิดในการที่จะเข้ามาช่วยในการขยายพันธุ์ในพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งผม ถือว่าวัวแดงก็เป็นสัตว์ที่วันข้างหน้ามันก็จะเหมือนกับกระทิงในพื้นที่กุยบุรี อะไรต่าง ๆ จะเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปสู่พื้นที่ตรงนี้เช่นเดียวกัน ผมเรียนท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติฝากไปถึงพี่น้องประชาชนได้เลยครับว่า ผมจะพยายามดำเนินการตรงนี้ ให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและได้รับประโยชน์มากที่สุด แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ให้ช่วยอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจนิดหนึ่งว่า ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่มันอาจจะทำอะไร ไม่ได้ดังใจทุกเรื่องนะครับ แต่เรื่องไหนที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ผมจะดำเนินการตรงนั้น อย่างเร่งด่วนทันที ผมขอขอบคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างสูง ขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ได้ช่วยถาม แล้วก็ให้ผมมีโอกาสได้มาชี้แจงตรงนี้นะครับ ถ้าท่านมีสิ่งอื่นที่จะ ดำเนินการหรือแนะนำต่าง ๆ ท่านก็สามารถถามผมได้ ไม่ใช่เฉพาะวันที่ผมมาตอบ กระทู้ถามผมได้ตลอดเวลา เพราะว่าผมก็ต้องทำงาน ๒๔ ชั่วโมงอยู่แล้ว ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิกจะฝากอะไรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นความเดือดร้อนของราษฎร แต่วันนี้ในเขตห้ามล่า แล้วก็ เทศบาล หรือองค์กรปกครองท้องถิ่น แล้วก็ทุกหน่วยงานของราชการเขาประชุมกัน แล้วก็ ไม่ค่อยลงตัว ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีส่งเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจพอสมควร ไม่บังอาจที่จะเชิญ ท่านรัฐมนตรีไปหรอกครับ แต่ว่าถ้าไปได้ก็ดี แต่อยากให้ท่านแก้ปัญหา เพราะตอนนี้สิ่งบุกรุก ที่สร้างบนเขตห้ามล่า ถูกเขตห้ามล่าสั่งให้รื้อ แล้วบางครั้งอยากให้เป็นกรรมการที่ไปพิจารณาที่ชัดเจนว่าอันไหนสมควรรื้ออันไหนควร ที่จะให้เขาส่งเสริมการท่องเที่ยว เขตห้ามล่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ก็พยายามจะสร้างสิ่งที่ผูกพันกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า แล้วก็กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำคัญคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ ตรงนั้น นักการเมืองก็เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีว่าครับท่านประธานที่เคารพ พอทำอะไรไม่ได้ พวก อบต.ที่อยู่ข้าง ๆ ก็กราบเรียนบอกว่า ท่าน สส. งวดหน้าผมจะได้รับเลือกไหม ถ้าผมทำแก้ปัญหาตรงนี้ให้ประชาชนไม่ได้ ผมอยากให้สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านรัฐมนตรีคิด ผมคิด ชาวบ้านคิด มาหาสิ่งที่ Balance กันแล้วเราจะได้ทำบ้านเมืองเพื่อให้เขาได้เดินไป ในเขต กาฬสินธุ์มีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในเอเชียครับ แต่วันหนึ่งที่เขามาเขาก็อยากจะไปนอน เขื่อนครับ แต่พอจะไปนอนเขื่อนเสร็จแล้วกลับเป็นว่าเขาไม่มีสิ่งที่รองรับในการที่จะพัก ในการที่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่เขาอยากจะไป เหมือนไปทะเลครับ ไปบ้านท่านใครก็อยากนอน ทะเลครับ ถ้าโรงแรมอยู่ไม่ติดทะเล เขาก็อยากนอนเขื่อน ผมกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ขอฝากท่านรัฐมนตรีหน่อยครับว่าอย่างไรช่วยแก้ปัญหาตรงตรงนี้ให้เสร็จโดยเร็ว ผมอยากให้องค์กรปกครองท้องถิ่นแล้วก็นักการเมือง พวกเราที่อยู่ตรงนั้นได้ทำประโยชน์ ให้ประชาชน ได้ทำในสิ่งที่ประชาชนเกิดรายได้เขาจะได้ช่วยกันทำให้จังหวัดได้มีโอกาส พัฒนา กราบขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ก็เชิญรัฐมนตรีไปเยี่ยมนะครับ เชิญรัฐมนตรีไปเยี่ยม ขอบคุณท่านรัฐมนตรี และท่านสมาชิกนะครับ🔗
๓. กระทู้ถามทั่วไป เรื่อง การโอนย้ายสิทธิประกันสุขภาพ ๓๐ บาท นายกัณตภณ ดวงอัมพร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรี ให้เกียรติมาตอบเองเลยนะครับ ฉะนั้นเชิญท่านกัณตภณ ดวงอัมพร ถามท่านรัฐมนตรี คำถามแรกเลยนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่มาตอบกระทู้ทั่วไปคำถามนี้ ด้วยตัวเองนะครับ ซึ่งเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตพญาไท เขตดินแดง พรรคประชาชนครับ วันนี้ที่ผมต้องลุกขึ้นมาถามด้วยความรู้สึกห่วงใยต่อระบบสุขภาพที่ส่งผลต่อประชาชน จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ใช้สิทธิบัตรทองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันระบบสาธารณสุขของประเทศภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง ๓๐ บาท ถูกออกแบบให้มีการส่งต่อเป็นขั้นตอน ดังนี้ จากปฐมภูมิ ไปทุติยภูมิ และตติยภูมิ ด่านหน้าสุดคือปฐมภูมิครับ เราไปหาหมอเมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น คลินิกชุมชนอบอุ่นหรือศูนย์บริการสาธารณสุข ทุติยภูมิคือโรงพยาบาลขนาดกลางถึงใหญ่ ที่ให้บริการที่ซับซ้อนขึ้น เฉพาะทางมากขึ้นกว่าปฐมภูมิครับ สุดท้ายคือหน่วยบริการตติยภูมิ โรงพยาบาลศูนย์หรือโรงเรียนแพทย์มีความเชี่ยวชาญสูงสุด มีแพทย์เฉพาะทางระดับสูง และมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ซับซ้อน ให้รักษาโรคที่ซับซ้อนและหายากมากขึ้นครับ ในหลักการครับท่านประธาน เราควรได้รับการดูแลจากหน่วยปฐมภูมิก่อน หากเกิน ขีดความสามารถจึงส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่สูงขึ้นครับ นี่คือหัวใจของระบบสุขภาพที่ดี ทั้งเพื่อดูแลอย่างมีคุณภาพและเพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ คนไข้จำนวนมากที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลทุติยภูมิ ได้รับใบนัดจากแพทย์แล้ว แต่ถูกขอให้ กลับไปขอใบส่งตัวจากหน่วยบริการปฐมภูมิ ทั้งที่แพทย์โรงพยาบาลเป็นผู้ประเมินแล้วว่า เกินศักยภาพของปฐมภูมิครับ ที่แย่ไปกว่านั้นคือ คลินิกหลายแห่งกลับยื้อไม่ยอมออกใบส่งตัวให้ หรือบางแห่งถึงขั้นเสนอให้ คนไข้ย้ายสถานพยาบาลไปในเครือของตัวเอง ซึ่งอยู่ไกลจากพื้นที่แบบนี้ไม่เป็นการเพิ่มภาระ ผลักภาระความเสี่ยงให้ประชาชนทั้งที่เขายังป่วยอยู่ตรงหน้า ใช่หรือไม่ครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลมักพูดว่า ๓๐ บาทรักษาทุกที่ แต่เป็น ๓๐ บาท ที่เสมือนทิ้งพี่น้องประชาชนหลายราย ไว้กลางทาง ใช่หรือไม่ครับ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม มีการเปลี่ยนระบบเหมาจ่ายรายหัว สปสช. เราก็ได้ภาพน่าเศร้าครับ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ประชาชนจำนวนมากมีสิทธิแต่กลับ ถูกปฏิเสธหรือไม่ก็ถูกเก็บเงินเพิ่ม ทั้ง ๆ ที่เขาควรได้รับการรักษาฟรี ยกตัวอย่าง คุณลุง วัย ๖๙ ป่วยเป็นเบาหวาน เป็นความดัน รักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลราชวิถีมานานกว่า ๕ ปี แต่กลับถูกคลินิกปฏิเสธการออกใบส่งตัว ด้วยเหตุผลว่าโควตาเต็มครับ หรือเด็กหญิง วัย ๑๐ ขวบ ป่วยเป็นโรคหัวใจ แต่แม่ของน้องต้องจ่ายเงินรักษาเอง ๑,๘๐๐ บาท เพราะคลินิกบอกว่าเกินงบเบิกจ่าย นี่ยังไม่นับกรณีคนไข้เรื้อรังได้ยาแค่อาทิตย์เดียว ต้องเสียเงินค่าเดินทางมาหาหมอบ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นโรคเรื้อรังควรจะรับยา ๑ เดือน ถึง ๓ เดือน บางคนถูกบังคับให้ไปรักษาโรงพยาบาลในเครือ แต่โรงพยาบาลนั้นอยู่ไกลจากบ้านเป็นชั่วโมง ส่งคนดินแดงไปพระประแดงอย่างนี้ มีกลุ่ม Facebook ด้วยนะครับ รวมคนได้รับผลกระทบ จากใบส่งตัว บัตรทอง นโยบายใหม่ของ สปสช. ที่เรายังคงเจอปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีก คำถามคือ ระบบรักษาคนแบบนี้เอาคนเป็นตัวประกันหรือเปล่าครับ ที่จะให้ สปสช. จ่ายเงินให้กับ คลินิก ท่านประธานครับนี่คือสิ่งที่ประชาชน ๆ เจอและไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในประเทศ ที่บอกว่ามีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อีกนิดเดียวครับ ย้อนกลับไปก่อน ๑ มีนาคม ๒๕๖๗ คลินิกเคยได้ค่าบริการเป็นคะแนน โดยคิดอัตราไม่เกิน ๑ บาท ต่อ ๑ คะแนน เป็นระบบ แม้จะไม่มาก แต่ก็ยังพอประคับประคองให้เดินต่อได้ แต่หลังจากมีการปรับระบบใหม่ งบประมาณที่จัดสรรให้คลินิกหดลงอย่างน่าตกใจครับ วันนี้คลินิกในกรุงเทพฯ ได้รับเงินจริง เพียง ๓๕-๗๕ สตางค์ ต่อคะแนนเท่านั้นครับ ทำให้คลินิกขาดทุนเท่าไรครับ หนี้สิน ถูกผลักภาระคลินิกหลายแห่งต้องแบกหนี้ที่เกิดจากโรงพยาบาลส่งใบแจ้งหนี้ย้อนหลัง แต่ สปสช. กลับเบิกจ่ายล่าช้าครับ มีหลายสิบแห่งในคลินิกในกรุงเทพฯ ปิดตัวลง นี่คือวิกฤติ ของระบบสุขภาพขั้นปฐมภูมิชัด ๆ ท่านประธานครับ แม้รัฐจะพยายามเปิดระบบ OP Anywhere ให้ประชาชนรักษาที่ไหนก็ได้ในกรุงเทพฯ แต่ความเป็นจริงแล้วมีคลินิก ที่ไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ โรงพยาบาลบางแห่งก็ไม่ยอมรับระบบนี้ แม้จะมีการตั้ง War Room เพื่อประสานงานกัน อย่างไรก็ดีงบประมาณยังไม่สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐประกาศไว้เอง ที่ผ่านมามีการใช้วิธีการเยียวยาเฉพาะหน้า เช่น ยืดอายุใบส่งตัว แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ คลินิกอยู่รอดได้ สุดท้ายคนรับภาระก็คือพี่น้องประชาชนครับ จึงเข้าสู่คำถามข้อที่ ๑ แผนปฏิบัติการด้านระบบสาธารณสุขดิจิทัลและโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกที่มีความคืบหน้า และอุปสรรคอย่างไร โดยเฉพาะด้านบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวกับฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึง มีแนวทางในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มีปัญหาจากการออกใบส่งตัวข้างต้น อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตเป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามของท่าน สส. กัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกระทู้ถาม ที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องดำเนินการให้เกิดความคล่องตัว ให้ผู้ป่วย ได้รับการเข้าถึงอย่างดีที่สุดและในกรณีท่านได้พูดถึงความห่วงใยในระบบสุขภาพ ซึ่งในสิ่ง ต่าง ๆ เหล่านี้ที่ท่านเกริ่นนำเป็นความชอบธรรมที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องตอบคำถามว่า ในระบบของการแก้ปัญหาอย่างถาวร ลดผู้ป่วยให้น้อยลง การเข้าถึงให้สะดวกสบายขึ้น มีความสะดวกสบาย ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นผมอาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มเติมบ้างในกรณีที่จะเล่า ถึงว่าเราบริหารจัดการอย่างไร แล้วต้องการให้การเข้าถึงและโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๕๐ เขต ของกรุงเทพมหานครนั้น เรามีแนวทางในการแก้ไขการเข้าถึงและให้มีสถานพยาบาลมาก และทันต่อเหตุการณ์เพราะในการที่จะไปสร้างอาคารสถานที่และโรงพยาบาลขนาดใหญ่โต ในเขตกรุงเทพมหานคร ๕๐ นั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่รวดเร็ว แล้วประกอบกับสภาพการณ์ ของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งได้เคยนำมาเสนอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ว่าเรามีแผนการในการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ ๑๐ ปีอย่างไรตรงนั้น แต่ก่อนอื่นในวันนี้ กระทู้ของท่านก็ขอเรียนเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการอภิปรายตอบประชาชนสิทธิบัตรทอง กทม. มีจำนวน ๓,๕๕๑,๐๐๐ คน มารับบริการประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน หรือประมาณ ๓๘.๒๘ เปอร์เซ็นต์ หน่วยบริการปฐมภูมิ กทม. ๓๖๖ แห่ง มีคลินิกชุมชนอบอุ่น ๒๔๗ แห่ง คลินิกชุมชนอบอุ่นเป็นคลินิกเอกชน มีประชาชนลงทะเบียน ๒,๐๔๐,๐๐๐ คนเศษ มารับ บริการ ๘๕๙,๑๘๘ คน ประชาชนสามารถเลือกหน่วยบริการสาธารณสุขได้ทั้งคลินิกชุมชน อบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุขหรือโรงพยาบาล การเปลี่ยนหน่วยบริการได้ ๔ ครั้งต่อปี โดยใช้เอกสาร เช่น บัตรประชาชน บิลค่าน้ำค่าไฟ หนังสือการรับรองการเช่าที่อยู่อาศัย เปลี่ยนหน่วยบริการผ่านทาง Web Site Application Line สายด่วน ๑๓๓๐ สายด่วน ๑๓๓๐ ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นการแก้ปัญหาระหว่างต้นทาง ปลายทาง และพี่น้อง ประชาชนได้อย่างดียิ่ง🔗
ในคำถามที่ ๑ ที่ท่านพูดถึงแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัลและโครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกที่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ และรายละเอียดอย่างไร ผมเรียนชี้แจง ดังนี้ การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านระบบสาธารณสุขดิจิทัลใน กทม. เริ่มขยาย การดำเนินการเชื่อมข้อมูลสุขภาพโครงการ Health Link เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๘ มีการดำเนินการ ๙๘.๖ เปอร์เซ็นต์จากจำนวนทั้งหมด ๑,๖๑๔ แห่งไป ๑,๕๙๒ แห่ง ใช้งานไป ๖,๘๘๙ ครั้ง ส่วนใหญ่ในศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลสังกัด กรุงเทพมหานคร ส่วนระบบ e-Refer บริหารจัดการระบบส่งต่อผู้ป่วยปัจจุบันอยู่ระหว่าง การพัฒนา ผมขอเรียนปัญหาระหว่างการดำเนินการ ๓ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ หน่วยบริการปฐมภูมิหรือคลินิกชุมชนอบอุ่น ยังใช้น้อยมาก เนื่องจากยังไม่คุ้นชินกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไม่เปิดดูข้อมูลการรักษาพยาบาลในระบบ ยังคุ้นชินกับการใช้ใบส่งตัวแบบกระดาษ🔗
ประเด็นที่ ๒ หน่วยบริการปฐมภูมิหรือคลินิกชุมชนอบอุ่นไม่ส่งตัวประชาชน ผู้ป่วยในกรณีที่มีความจำเป็นในการรักษาไปให้หน่วยบริการอื่นตามที่ประชาชนต้องการ🔗
ประเด็นที่ ๓ กรณีเกินศักยภาพต้องส่งต่อตามมาตรฐานการรักษาพยาบาล🔗
แนวทางการแก้ปัญหา🔗
๑. ทำความเข้าใจ เรื่องการออกไปส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยบริการและ ประชาชนโดยขอให้หน่วยบริการในช่วงเปลี่ยนผ่านใช้ระบบการออกใบส่งตัวทั้งที่เป็น กระดาษและเป็นอิเล็กทรอนิกส์🔗
๒. กำกับ ติดตามอย่างเข้มข้นทุกเดือน รวมทั้งสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ แนวทางอย่างต่อเนื่อง🔗
ประเด็นแนวทางในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีปัญหา จากการออกใบส่งตัว ประชาชนที่ได้หรือมีใบส่งตัวทางอิเล็กทรอนิกส์หรือกระดาษ สามารถไปรับการรักษาที่หน่วยบริการหรือโรงพยาบาลที่ได้รับการส่งต่อหรือโรงพยาบาล ปลายทางได้ จากกรณีข้างต้นมีปัญหาขอให้ส่งต่อ ถ้าแก้ปัญหาโดยง่ายสุดในขณะนี้ท่านใช้ บริการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีคู่สายเป็น ๑๐๐ คู่สาย คือ ๑๓๓๐ โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะประสานหน่วยบริการออกใบส่งตัวครอบคลุม การรักษาไม่น้อยกว่า ๓๐ วันให้ท่านได้ในการดำเนินการตรงนี้🔗
ในคำถามข้อที่ ๒ ท่านยังไม่ได้ถามนะครับ แต่ผมเรียนท่านไว้ ผมอยากจะ เรียนว่าแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข นโยบายใหม่เพื่อการแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึง ในหน่วยบริการ กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการผลักดันให้เกิด Mini Clinic Telemedicine เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยการ ใช้หมอเกษียณ เพราะปัญหาการแก้บุคลากรขาดแคลนตรงนี้เราจะใช้หมอเกษียณ มาทำหน้าที่ในเรื่องของการบริหารจัดการและ Telemedicine มีการควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบมาตรฐานในกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขและการยืนยันตัวตนและ Audit เพื่อป้องกันการทุจริตและโดยเฉพาะในเรื่องนี้ ในวันที่ ๒๒ กรกฎาคมที่ผ่านมาก็มี มติคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้เข้าถึงบริการ ด้วยนโยบายเพิ่มบริการทางการแพทย์ที่ผ่านระบบ Telemedicine ในจุดบริการในชุมชนโดยมีบริการตรวจโรคเบื้องต้น ติดตามอาการเรื้อรัง รับคำปรึกษา จากแพทย์เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลหลักผ่านระบบออนไลน์ เช่นการส่งตัว ในเรื่องของการ ดำเนินการตรงนี้ต้องเรียนว่า ในเรื่องของการส่งตัวหรือระบบการแก้ปัญหาต่าง ๆ เราเพิ่งเริ่ม ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา ๗ เดือน ตั้งแต่มกราคมเป็นต้นไป อาจจะมีปัญหาอุปสรรคบ้าง เล็กน้อย แต่เป็นปัญหาอุปสรรคที่เราสามารถแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้โอกาสในการ ดำเนินการตรงนี้ให้เกิดความชัดเจนอีกเพียงเล็กน้อย ผมคิดว่าทุกอย่างจะสมดุล เพราะว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครเราเปิดให้ใช้บริการ ๓๐ บาทรักษาทุกที่ ภายหลังจาก ในพื้นที่ของต่างจังหวัด ผมคิดว่าจะเรียบร้อยในการดำเนินการในเรื่องของการให้คะแนน การดู Point ต่าง ๆ เหล่านั้นก็มีการปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุดของการบริหารจัดการ เพราะตรงนี้มีเพียง ๒๖ คลินิกเอกชนที่มีปัญหาดังที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณา ให้ความเห็นไว้ ผมขอตอบคำถามแรกเพียงเท่านี้ก่อนครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านสมาชิกคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามครับ แต่ผมก็ค่อนข้างตกใจที่บอกว่ามีปัญหาโดยส่วนตัวแล้วโทรเข้า ๑๓๓๐ จะดำเนินการภายใน ๓๐ วัน จริง ๆ ผู้ป่วยรอได้ไหมครับ ๓๐ วัน ท่านประธานครับ ผมว่า หัวใจสำคัญของปัญหานี้คืองบประมาณที่ไม่เพียงพอและไม่เป็นธรรม รายงานการจัดสรร งบประมาณเหมาจ่ายรายหัวของผู้ป่วยนอก สำหรับบริการปฐมภูมิในกรุงเทพมหานคร เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ รอบวันที่ ๑-๑๕ แสดงเห็นอย่างชัดเจนว่าอัตราการจัดสรรงวดนี้ แต่ละคลินิกอยู่ในช่วง ๑๐ บาทถึง ๗๐.๑๔ บาทต่อหัวเท่านั้น ตัวเลขนี้น่าตกใจมากครับ เมื่อเทียบกับต้นทุนที่แท้จริงในการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่เรื้อรังต้องรับยา อย่างต่อเนื่อง แล้วยังไม่นับรวมภาระค่าใช้จ่ายของคลินิกที่ต้องสำรองจ่ายออกไปก่อน จากข้อมูล สปสช. จ่ายค่าบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยนอกจากงบเหมาจ่ายรายหัวให้คลินิก เพียง ๓๙ บาทต่อหัวต่อเดือน ซึ่งไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริงที่สูงกว่านั้นมาก โดยเฉพาะ สำหรับผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องใช้บริการบ่อย เมื่อคลินิกต้องแบกรับภาระทางการเงินขนาดนี้ จะเอาเงินที่ไหนไปออกใบส่งตัวให้ประชาชนได้อย่างครบถ้วน ผลก็คือมีการปฏิเสธการออก ใบส่งตัว มีการจำกัดคิว หรือแม้แต่แนะนำให้ผู้ป่วยต้องจ่ายเงินเอง ระบบนี้หมือนเป็นระบบที่ ปล่อยให้หน้าด่านต้องรับภาระโดยลำพัง ประชาชนเลยกลายเป็นผู้เสียหายหลักในระบบที่รัฐเอง ก็ยังไม่สามารถควบคุมได้ ในปี ๒๕๖๒ ด้วยระบบการจ่ายเงินแบบ Model ๕ ที่มีระบบการ จ่ายเงินตามรายการซึ่งเป็นการจ่ายเงินตามบริการจริง ซึ่งเป็นระบบปลายเปิดทำให้ทุกคลินิก สามารถเบิกจ่ายได้ตามจริง แต่เมื่อกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ตั้งงบประมาณในปีถัดไปให้ เพียงพอต่อการคืนเงินคลินิกที่สำรองจ่ายไปก่อนล่วงหน้า ทำให้ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๖ คลินิกหลายแห่งไม่ได้รับเงินที่ตัวเองสำรองจ่ายไปก่อน ทำให้คลินิกมีหนี้สูงจนทำให้ไม่ออก ใบส่งตัว เพราะกลัวว่าคลินิกจะไม่ได้รับเงินจาก สปสช. และเมื่อปรับมาเป็น Model ๒ ในช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา พบว่าปรับมาเป็นรูปแบบเหมาจ่ายรายหัว จ่ายตาม จำนวนประชากรที่ลงทะเบียน ทำให้การรักษาหากเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง คลินิกต้องหมุน เงินให้เพียงพอต่อการรักษาทั้งหมด อาจจะมีการให้ยาผู้ป่วยทีละน้อย หรือค่อย ๆ ให้มา คลินิก สุดท้ายก็เหมือนเดิมครับไม่ยอมออกใบส่งตัว เพราะกลัวว่าจะเกินค่าใช้จ่ายรายหัว ทำให้คลินิกต้องหักเงิน ทำให้ต้องมาหักเงินคลินิกต้นทาง อย่างที่กระทรวงบอกครับ ก็พยายามบอกว่าให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันก่อนที่จะป่วย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือคนที่ป่วยแล้ว จะต้องรักษาอย่างไร เช่นโรคเรื้อรังต่าง ๆ ถ้าเป็นอยู่แบบนี้ ผมว่าเหมือนที่พูดก่อนหน้านี้จะมี อีกหลายคลินิกที่จะต้องปิดตัวอย่างแน่นอน ขอเข้าสู่คำถามข้อที่ ๒ เมื่อสักครู่เห็น ท่านรัฐมนตรีตอบแล้ว แต่ผมก็ต้องอ่านด้วยเผื่อจะมีข้อมูลอะไรที่มาคุยกันเพิ่มเติม ถึงแนวทางในการแก้ปัญหาครับ🔗
คำถามข้อที่ ๒ กระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาขาดดุล กองทุนประกันสุขภาพถ้วนหน้าและภาระหนี้ของหน่วยงานบริการปฐมภูมิอย่างไร ซึ่งรวมถึง แนวทางการแก้ไขสัญญาบริการสาธารณสุขให้มีความเป็นธรรม มีมาตรฐานเดียวกันต่อหน่วย บริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิอย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคงฟังผมไม่ได้ละเอียดถี่ถ้วนเท่าไรนะครับ ที่บอกว่ากว่าจะออกใบส่งตัวให้ ๓๐ วัน ไม่ใช่นะครับ หมายความว่าออกใบส่งตัว ให้ครอบคลุมการรักษาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ระยะเวลาการที่เข้าไปรักษาในคลินิกหรือใน หน่วยบริการอันใหม่ เดี๋ยวจะเป็นการเข้าใจผิด🔗
ในคำถามที่ ๒ กระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางการแก้ปัญหาขาดดุล ในหลักประกันถ้วนหน้าและภาระของหน่วยบริการปฐมภูมิอย่างไร ในแนวทางของคำถาม ของท่าน ผมเรียนว่าการแก้ไขปัญหาการขาดดุลกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในพื้นที่ กทม. ข้อมูลปี ๒๕๖๘ ปัจจุบันมีคลินิกชุมชนอบอุ่น ๒๔๗ แห่ง รับผิดชอบประชากร ๒,๐๔๐,๐๐๐ คนเศษ มีประชากรมารับบริการ ๘๕๙,๐๐๐ คน การจัดสรรงบประมาณ กองทุนผู้ป่วยนอกในปี ๒๕๖๘ เป็นตัวเลข ๑,๔๖๒.๗๗ บาทต่อคนต่อปี ปี ๒๕๖๘ ได้แบ่งเงิน จำนวนนี้ออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือกันไว้เป็นส่วนกลาง ๗๒๑ ต่อคนต่อปี สำหรับ ผู้ป่วยฉุกเฉินหรือเหตุสมควรและตามจ่ายผู้ป่วยส่งต่อ และส่วนที่ ๒ คลินิกได้รับไปจริง ๗๔๑.๗ บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นรูปแบบและแนวทางอันล่าสุด ผมจะไม่พูดย้อนกลับไป ในส่วนที่ท่านได้อภิปราย ประเด็นของการจัดสรรเงินเหมาจ่ายรายหัวแก่หน่วยบริการตาม โครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุนี่ใช้งบประมาณมากและภาระโรค เช่น อย่าง โรค NCD เพื่อให้หน่วยบริการได้รับงบประมาณอย่างเหมาะสมตามภารกิจที่รับผิดชอบ โดยการจัดสรรตั้งแต่ ๙๙๓ บาท ๕๕ สตางค์ ถึง ๑,๒๒๗.๐๖ บาท คือเป็นแนวทางที่เพิ่มขึ้น ใช้ในกรณีที่หยิบยืมมาเพื่อในลักษณะของการปรับสภาพคล่อง ถ้าจะมองเป็นลักษณะนั้น ก็เป็นตัวเลขตัวเงินที่ สปสช. ได้พิจารณาเพิ่มขึ้นเอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อน เพื่อความยั่งยืน ดังกล่าว🔗
ประเด็นที่ ๒ ข้อมูลการจัดสรรงบประมาณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ แก่คลินิกชุมชนอบอุ่น ข้อมูลตาม พ.ร.บ. งบประมาณของแต่ละปี ท่านลองฟัง ดูสัก ๓ ปี ในปี ๒๕๖๖ ได้จัดสรรให้คลินิกชุมชนอบอุ่น ๒๕๖ แห่ง ทุกกองทุนจำนวน ๑,๘๗๗ ล้านบาทเศษ เฉพาะส่วนกองทุนผู้ป่วยนอก ๑,๒๖๒ ล้านบาทเศษ ในส่วนของ งบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ได้มีการจัดสรรให้คลินิกชุมชนอบอุ่น ๒๖๑ แห่ง ทุกกองทุน รวมจำนวน ๑,๘๐๗ ล้านบาทเศษ เฉพาะในส่วนกองทุนผู้ป่วยนอก จำนวน ๑,๐๗๕ ล้านบาทเศษ ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๘ ได้มีการจัดสรรให้คลินิกชุมชนอบอุ่น ๒๖๐ แห่ง ทุกกองทุน จำนวน ๑,๒๗๔ ล้านบาทเศษ เฉพาะในส่วนกองทุนผู้ป่วยนอกจำนวน ๗๖๐ ล้านบาทเศษ เป็นข้อมูล ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ รวมคลินิกชุมชนอบอุ่นใน กทม. เท่าที่เบิกจ่าย ไปแล้ว ก็เป็นตัวเลขที่ชี้ให้เห็นว่า ประชากรในกรุงเทพฯ เริ่มมีการใช้จ่ายในส่วนของคลินิก ต้องจ่ายมากกว่าส่วนที่คลินิกต้องจ่ายเอง หมายความว่า ๘๐๐ บาทแรก ก็ทำให้เงินในส่วน ของกองทุนผู้ป่วยนอกของคลินิกบริการตัวนี้ เริ่มที่จะต้องดูและมีปัญหาในการใช้จ่ายเยอะ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องดำเนินการในการแก้ไข นั่นคือทำให้คนป่วยน้อยลง คนป่วยน้อยลงทำอย่างไรเดี๋ยวมีเวลาผมจะพูดให้ฟัง ในแนวทาง ของการแก้ไขบริการที่ขาดสภาพคล่อง อนุกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต กทม. ได้กำกับติดตามสถานการณ์การเงินของหน่วยบริการทุกเดือนผ่านกลไกการประชุม คณะทำงาน CFO และอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพเขต ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ ได้ Guarantee เงินเหมาจ่ายรายหัวสำหรับหน่วยบริการบางแห่งที่ขาดสภาพคล่อง ๒๖ แห่ง จำนวน ๓๐ บาทต่อคนต่อเดือน🔗
๔. แนวทางการแก้ไขสัญญาให้บริการสาธารณสุข เดิมสัญญาระบุให้ หน่วยบริการบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดระยะเวลาไม่ได้ ระยะเวลาในการบอกเลิก สัญญาคือ ๓๐ กันยายนของแต่ละปี แต่หากหน่วยบริการไม่ประสงค์ต่อสัญญาต้องแจ้ง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน ก่อนวันสิ้นสุดสัญญา หากน้อยกว่า ๑๘๐ วัน ต้องได้รับการยินยอมจากคณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้มีการแก้ไขข้อบังคับการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการสัญญา หากหน่วยบริการไม่ประสงค์ต่อ สัญญาต้องแจ้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อพิจารณาเหตุผลความจำเป็นและ การเข้าถึงบริการสาธารณสุขประกอบการพิจารณา เมื่อมีการยกเลิกสัญญาแล้วหน่วยบริการ ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการยกเลิกสัญญา ผมขออนุญาต ได้เพิ่มเติมในส่วนที่เราจะต้องลดคนป่วยที่ใช้จ่ายเป็นจำนวนตัวเลขสูง ต้องเรียนว่าผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ในการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวนั้น ผู้ป่วยนอกเป็นตัวเลข ๑,๔๖๒.๗ บาทต่อคนต่อปี และแบ่งจ่ายในส่วนคลินิกและส่วนกลางที่เก็บไว้ สำหรับผู้ป่วยใน ๒,๘๓๖ บาทต่อคนต่อปี ผมต้องเรียนว่าพี่น้องประชาชนอาจจะฟังดูแล้ววิตกกังวลว่าการดูแลผู้ป่วยทั้งหลาย มันมีหลายส่วนที่ถ้าหากว่าเราไม่ได้ขยายผลให้ฟังว่าอะไรคือสิ่งที่ไม่ต้องวิตกกังวลเลย มันเป็นเฉพาะในเรื่องของปฐมภูมิที่ผู้คนมาที่หนึ่ง ลงทะเบียนไว้กับหลักต้นทางหรือหน่วย บริการหนึ่ง และไปใช้ในหน่วยบริการอีกหลาย ๆ ที่ในระยะเวลาใน ๑ ปีนั้น ถ้าหากว่าเรามี ความจำเป็นที่จะต้องไปใช้ หรือไม่พอใจกับหน่วยบริการเดิมเราก็สามารถเปลี่ยนสถานที่ได้ โดยง่าย ถ้าหากว่าเราได้ทำความเข้าใจ ผมเรียนว่าผมจะอธิบายตัวเอกสารนิดหน่อยว่า🔗
๑. ผู้ป่วยปฐมภูมิ เช่น หวัด เจ็บป่วยเล็กน้อย ท้องเสีย ไม่มีอาการซับซ้อน ไอ ผื่นคัน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตามจ่ายในกรุงเทพฯ ตามนโยบาย ๓๐ บาท รักษาทุกที่ ให้เพิ่มจำนวน ๒๐๐ บาท ต่อหนึ่ง Visit🔗
๒. ผู้ป่วยนอก เป็นค่ารักษาแพงต้องติดตามต่อเนื่อง เช่น โรคหัวใจ ภาวะหัวใจ เต้นผิดจังหวะ จิตเวช ซึมเศร้าเรื้อรัง NCD โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง Stroke เบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อน ในส่วนนี้ที่การส่งตัวค่อนข้างมีปัญหา เพราะหน่วยบริการต้นทางที่ลงทะเบียนไว้ก็กลัวว่าหน่วยของตัวเองจะขาดทุน ขาดดุลอย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาสอบถาม เป็นความกลัวเฉพาะตัวในส่วนของหน่วยบริการ ของเขา เราก็มีหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาไม่ให้เขากลัว อันนี้ในเมื่อเขากลัวเราจะทำอย่างไร เราจะไปเพิ่มเงินหรือไปทำอะไรที่มันเกินอำนาจหน้าที่หรืองบประมาณต่าง ๆ ขอเพิ่มมาอีก มันก็ต้องเสียหายในส่วนของราชการด้านอื่น ๆ เพราะฉะนั้นการทำงบประมาณให้เกิดความ สมดุลกับสิ่งที่ได้ไปรักษาผู้คนต่าง ๆ เหล่านั้นมันเป็นเรื่องความสำคัญของเจ้ากระทรวง ที่จะต้องดำเนินการ ในกรณีที่ ๒ นี้ต้องกลับไปเอาใบส่งตัว หรือถ้าไม่ออกใบส่งตัวก็ต้อง โทรศัพท์หาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๑๓๓๐ ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย🔗
๓. ผู้ป่วยเฉพาะโรค เช่น กองทุนไต มะเร็ง เอดส์ อันนี้ก็ไม่ต้องไปวิตกกังวล อะไรเลยครับ มีกองทุนเฉพาะรักษาได้ไม่ต้องกังวล ไม่ได้ไปนับรวมกับปฐมภูมิ แต่การที่จะไป รักษาที่ไหนท่านก็ต้องบอกผู้คนที่เจ็บไข้ได้ป่วย มีประวัติเบื้องต้นในการที่จะส่งตัวไปยังที่จะ รับรักษาในทุติยภูมิ ตติยภูมิต่าง ๆ เหล่านั้น🔗
๔. ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล เช่น ผ่าตัด Bypass หัวใจ ผ่าตัดไส้ติ่ง อุบัติเหตุร้ายแรง ปอดอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด เข้าไปหาหมอได้เลยครับ สำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติตามจ่ายตรง ไม่ได้ไปหักคลินิกต้นทางหรือหน่วยบริการต้นทาง เพราะฉะนั้นมีส่วนหนึ่งที่เราอาจจะเห็นเป็นส่วนใหญ่ เพราะเราคือนักการเมือง เราเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็เป็นมาก่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง ประชาชนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าไปวิตกกังวลว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นเรื่องยาก เราทำความเข้าใจ แล้วมันมีโรคอีกมากมายมหาศาลที่มันไม่ได้เป็นปัญหา แต่มันเป็นเรื่องของ ปฐมภูมิ จุดเริ่มต้นตรงนี้ต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน🔗
ผมอยากให้ตัวเลขนะครับ ผู้ป่วยนอก กทม. ผู้ป่วยนอก OPD นะครับ ผู้ป่วยนอกของ กทม. ปี ๒๕๖๖ มีจำนวน ๑.๐๒ ล้านคน ในปี ๒๕๖๗ ผู้ป่วยจำนวน ๑.๑๘ ล้านคน เพิ่มมากขึ้นนะครับ และในปี ๒๕๖๘ ผู้ป่วยของ กทม. ๑.๓๖ ล้านคน เป็น NCDs เสีย ๕๒๖,๙๘๕ คน นี่ปี ๒๕๖๘ เรานับแค่ ๑๐ เดือนนะครับ ตัวเลข แค่ ๑๐ เดือน ต้องเรียนว่ามีแนวโน้มมีผู้ป่วยมากขึ้น ในการดำเนินการตรงนี้เราต้องจัดการ อย่างเด็ดขาด เพราะผู้ป่วยที่ใช้เงินรักษา ค่ายาแพง นั่นคือ NCDs และ NCDs นี่เป็นจุดแข็ง ที่ผมบอกว่าเราจะลดผู้ป่วย ผมขอสไลด์แผ่นหนึ่งครับ🔗
ในขณะนี้ เราได้ดำเนินการแล้ว ถ้าเห็นสไลด์ที่ผมนำมาให้ บนขวาสุดจะเห็นว่าเราดำเนินการให้คนไทย เรียนรู้ในการนับคาร์บแล้ว ๔๐,๖๓๖,๒๔๓ คน ใช้เวลา ๙ เดือน ตั้งแต่ ๑ พฤศจิกายน ในการนับคาร์บ พี่น้องประชาชนคนต่างจังหวัดเขานับเป็นแล้ว ยังแต่ในกรุงเทพมหานครนี่ ตัวเลขที่ใช้ในการรักษาเบื้องต้น ๘๐๐ แรกของคลินิกที่ต้องจ่ายนั้น จ่ายตัวเลขเงินสะสม ที่จะใช้ในแต่ละปีจึงเหลือน้อย ในสิ่งต่าง ๆ ตรงนี้เราจะเข้ากรุงเทพฯ และในเขตเลือกตั้งของ ท่านผมจะไปดำเนินการช่วยอบรม ให้ความรู้ อสส. ในการนับคาร์บ ว่าพอนับคาร์บแล้ว ไม่ยากเลยการนับคาร์บ ให้พี่น้องประชาชนบริโภคคาร์โบไฮเดรต ปริมาณที่ถูกต้องกับร่างกายของตัวคน มันจะมีผู้ป่วยน้อยลง ติดเตียงน้อยลง เคล็ดลับ อยู่ง่าย ๆ ท่านลองดูนะครับ ผมได้ดำเนินการในการลดหลังจากนับคาร์บแล้ว เชิญชวน พี่น้องประชาชนและ อสม. มาช่วยกันดูแล คนเข้าโครงการในการรักษา NCDs ที่ผมจะทำ Mini Clinic Telemedicine ในกรุงเทพมหานครให้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ คนเข้ามา รักษา NCDs เริ่มต้น ในขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขรวบรวมมาแล้ว ๒๒๒,๙๙๖ คน เป็น NCDs Remission ที่หายขาด ๒๓,๑๘๓ คน หยุดยาได้ ๑๕,๗๑๘ คน เป็นตัวเลข ๒ ตัวนี้ ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้คนละประมาณ ๑๕,๗๑๘ บาท เป็นตัวเลขด้านขวามือ บรรทัดที่ ๒ ที่ ๓ ลดเงินได้ ๖๓๔.๔๗ ล้านบาท และในส่วนที่ผู้ลดยาได้ก็อีก ๒๖.๙๑ ล้านบาท รวมแล้วในระยะเวลา ๕ เดือนที่เราทดลองจากคน ๒๒๐,๙๙๖ คน เราลดเงินค่าใช้จ่ายได้ถึง ๖๖๑.๓๘ ล้านบาท และในขณะนี้ ในประเทศของเรามีคนเป็น NCDs ถึง ๓๓ ล้านคน ถ้าเรา เอาโครงการตรงนี้เข้ามาร่วม ใช้ อสม. ใช้ อสส. ผมจะไปดำเนินการให้ในเขตของท่าน ท่านอยู่ดินแดง พญาไท ผมจะไปเริ่มดำเนินการให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า สิ่งที่มันดูเหมือนยาก มันจะไม่ยาก สิ่งที่มันเป็นปัญหาที่มันจะไม่สมดุล มันจะสมดุลขึ้นและท่านก็คอยดูว่า เมื่อครบ ๑ ปีแล้ว อะไรที่จะเกิดขึ้นบ้าง ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ชัดเจนนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านสมาชิกนะครับ🔗
ขออนุญาตอีกนิดเดียวได้ไหม ส่งท้าย🔗
เชิญครับ🔗
ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ตอบยาวเลยครับ ได้ข้อมูลที่ผมก็ต้องไปดูอีก แต่ประเด็นสำคัญอย่างที่บอก ก็คือเรื่อง ผมฟังรัฐมนตรีแล้วท่านบอกว่าย้ายสิทธิก็ง่าย โทรศัพท์ แค่ ๑๓๓๐ จะร้องเรียนก็ง่าย ไปโทรศัพท์แค่ ๑๓๓๐ ถ้ามันง่ายขนาดนั้น เดี๋ยวผมจะลองดูนะครับว่ามันจะง่ายจริงไหม แล้วก็เมื่อวานก็เพิ่งมีพี่น้องประชาชนมาร้องเกี่ยวกับเรื่อง สปสช. มายื่นที่สภาข้างล่าง ขออนุญาต เอ่ยนามครับ สส. ภัสริน รามวงศ์ ก็เพิ่งรับเรื่องไว้ แล้วก็เข้ากรรมาธิการการสาธารณสุข แล้วเรื่องนี้ ประเด็นนี้มันก็ถูกไปพูดคุยในกรรมาธิการหลายครั้งแล้วครับ ผมคิดว่าถ้าเกิด มันง่ายขนาดนี้คงไม่มีการต้องมาคุยกันหลายครั้งขนาดนี้ แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ แล้วก็ที่ท่านบอกว่าครบ ๑ ปีจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ผมก็ขอเป็นกำลังใจ ให้ท่าน แล้วก็ถ้ามีอะไรที่จะพอประสานงานกันได้ก็ยินดีครับ แล้วส่วนที่จะลงนำร่องในพื้นที่ พญาไท ดินแดง ก็ขอบคุณครับ แต่ผมก็แนะนำว่าควรจะทำทั่วประเทศ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมทำทั่วประเทศแล้ว แต่ยังอ่อนที่กรุงเทพฯ เพราะ ๓๐ บาท รักษาทุกที่ เริ่มกรุงเทพฯ หลังจังหวัดอื่น ๆ แล้วผมจะเริ่มเข้ากรุงเทพฯ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านสมาชิกครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะนักศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นำโดยท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ยินดีต้อนรับนะครับ ขอบคุณครับ🔗
๔. เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบของการใช้พืชกระท่อมในเด็กและ เยาวชน นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข🔗
เนื่องจากว่าท่านผู้ถาม ท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ท่านไม่ได้อยู่ในที่ประชุม จึงทำให้กระทู้ถามตกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ (๑) ก็ต้องขออภัยท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ เพราะว่าท่านผู้ถามไม่อยู่นะครับ🔗
๕. เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนประชาอุทิศ ช่วงจุดตัด ทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๑ และ ๓๙๐๒ นางสาวแอนศิริ วลัยกนก เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคมมีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านแอนศิริ วลัยกนก ถามคำถามแรกเลย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน ดิฉันขอใช้โอกาสนี้สอบถาม ผ่านท่านประธานไปยัง ท่านมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงปัญหา เกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณแยกทุ่งครุ แยกทุ่งครุถือเป็นจุดตัด ถนนประชาอุทิศ ทล ๓๙๐๑ และ ทล ๓๙๐๒ เชื่อมต่อระหว่างเขตทุ่งครุ สมุทรปราการ และ บางขุนเทียน พระประแดง ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานครและ สมุทรปราการ บริเวณนี้ยังเป็นประตูสู่ชุมชนขนาดใหญ่มีทั้งหมู่บ้านจัดสรร โรงเรียน สถานประกอบการ ซึ่งในแต่ละวันจะมีรถในช่วงเร่งด่วนไม่ต่ำ ๔,๒๑๐ คันต่อชั่วโมง ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถขนส่งสินค้า รถบรรทุกที่วิ่งผ่านแยกนี้ ดิฉันได้รับฟังเสียงสะท้อน จากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก การจราจรติดขัดแยกทุ่งครุก่อให้เกิดปัญหาหลายด้าน ที่ส่งผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และเศรษฐกิจในพื้นที่โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าหรือ ๖ โมงเช้าออกจากบ้านเพื่อไป ทำงานหรือไปโรงเรียนให้ทันเวลา เด็กนักเรียนหลายคนที่ต้องตื่นเช้ามืด แล้วหมดแรง ตั้งแต่ยังไม่ได้ทันถึงห้องเรียน นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุและคนที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล เพื่อพบแพทย์จะต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าในการเดินทางนาน ๆ นอกจากนี้เกิดการ สูญเสียทางด้านโอกาสทางเศรษฐกิจ สำหรับผู้ที่ประกอบการในพื้นที่เพราะลูกค้าไม่สะดวก ที่จะเดินทางเข้ามาเมื่อพบกับปัญหาการจราจร การแก้ปัญหาทำอย่างไรให้เกิดเป็นรูปธรรม ที่จะให้เกิดผลภาพรวมและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ไม่ให้คนในพื้นที่ทุ่งครุนั้นรู้สึก ถดถอย ประชาชนรู้สึกหมดหวังกับการเดินทางที่ไม่มีเวลาคุณภาพให้กับครอบครัว หรือกิจกรรมที่มีความสำคัญกับชีวิตมากพอ หลายครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้นทั้งค่าเดินทางและค่าดูแลสมาชิกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบกับความเหนื่อยล้า ในการเดินทางในแต่ละวัน ดังนั้นการเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณ แยกทุ่งครุจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังหมายถึงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ อย่างแท้จริง โครงการสะพานข้ามแยกเกิดจากข้อเสนอของดิฉันและเสียงสะท้อนของ ประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร ที่เรื้อรังมานาน การสร้างสะพานข้ามแยกทุ่งครุจะช่วยลดปัญหาระยะเวลาที่เราจะรอ สัญญาณไฟจราจร การบรรเทาปัญหารถติดสะสมในชั่วโมงที่เร่งด่วน ดิฉันจึงขอตั้งคำถามถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการในประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้นะคะ🔗
ข้อที่ ๑ สำหรับโครงการสะพานข้ามแยกทุ่งครุ กระทรวงคมนาคมมีความเห็น และมีแนวทางอย่างไรในการที่จะผลักดันโครงการนี้ที่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดิฉันขอให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยรับปากกับประชาชนในพื้นที่ว่าจะกำหนดแผนงานที่กรอบเวลาชัดเจน ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การศึกษาความเหมาะสม การออกแบบรายละเอียดการจัดสรร งบประมาณ การเวนคืนที่ดิน จนถึงการก่อสร้างจะนำแผนนี้ไปสู่สาธารณะอย่างเปิดเผย เพื่อให้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนสามารถติดตามตรวจสอบ การวางแผนชีวิตของตนเองได้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทราบผลประโยชน์อย่างแท้จริง ในแง่ของการมีส่วนร่วมของประชาชน กระทรวงมีแนวทางในการเปิดรับฟังความคิดเห็น หรือสร้างกลไกให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบและการกำกับติดตาม โครงการนี้อย่างไร เพื่อให้โครงการนี้ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง และสร้างความโปร่งใสในการดำเนินการ ดิฉันขอทราบรายละเอียดด้วยนะคะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันต้องขอถือโอกาสขอบคุณท่านสมาชิก เป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้ถามกระทู้ถามทั่วไปและเป็นคำถามที่กระทรวงคมนาคมอยากจะ สื่อสารให้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครได้รับทราบถึงกระทรวงคมนาคมที่ได้ให้ ความใส่ใจต่อเส้นทางการเดินทาง แล้วก็แน่นอนค่ะกระทรวงคมนาคมจะไม่ทำให้พี่น้อง ประชาชนในกรุงเทพฯ หมดหวังอย่างแน่นอนค่ะ ดิฉันขออนุญาตฉายภาพรวมของเส้นทาง ดังกล่าว🔗
ทางหลวง สาย ๓๙๐๑ แล้วก็สาย ๓๙๐๒ กระทรวงคมนาคมได้กำหนดเส้นทาง ๓๙๐๑ แล้วก็ ๓๙๐๒ ซึ่งเป็นทางหลวงพิเศษที่เชื่อมต่อกับทางหลวงสายหมายเลข ๙ เขาเรียกว่าสายวงแหวน รอบนอกกรุงเทพมหานคร หรือว่าถนนกาญจนาภิเษก ช่วงสุขสวัสดิ์-บางขุนเทียน แล้วก็เป็น โครงข่ายทางหลวงที่เชื่อมต่อกับการเดินทางของชุมชนเมืองไปยังโครงข่ายของคมนาคม ซึ่งเป็นสายหลัก ดิฉันขอชี้ให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับทางหลวงสาย ๓๐๓ หรือว่า ถนนสายสุขสวัสดิ์ ตัดผ่านพื้นที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เชื่อมกับแขวงทุ่งครุ แขวงท่าข้าม แขวงแสมดำ แล้วก็เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร แล้วก็ไปจุดสิ้นสุดที่ ทางหลวงหมายเลข ๓๕ หรือเราเรียกว่าพระราม ๒ แล้วก็เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข ๙ ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านทิศตะวันตก ระหว่างเส้นทางดังกล่าวที่พี่น้อง ประชาชนเชื่อมต่อไปยังถนนประชาอุทิศ ถนนบางขุนเทียนแถบชายทะเล เพื่อให้เห็นภาพ โดยรวม สภาพปัจจุบันของเส้นทางดังกล่าว ๓๙๐๑ ซึ่งเป็นสายสีม่วงก็จะเห็นว่าทางด้านทิศใต้ เป็นทางหลวงพิเศษสายหมายเลข ๙ เป็นเชื่อมกับทางหลวงหมายเลข ๓๐๓ ถนนสุขสวัสดิ์ ถึงทางหลวงหมายเลข ๓๕ แยกพระราม ๒ ระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ได้ก่อสร้าง ถนนเป็น ๒ ช่องจราจรเป็นช่วง ๆ ระยะทางประมาณ ๗.๓ กิโลเมตร ยังคงเหลือช่วงที่ยัง ไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง ก็คือจะเห็นตรงเส้นสีเหลืองที่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้าง เนื่องจากว่าติดขัดพื้นที่ ที่เรียกว่าติดขัดเรื่องพื้นที่เรื่องของการที่เรายังไม่ได้พื้นที่ดำเนินการ ก่อสร้าง ซึ่งจะเห็นว่าตรงสีส้มฝั่งซ้ายเรายังมีพื้นที่ยังติดขัดที่ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ พอมา ดูเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๒ ตรงสีชมพูอยู่ทางด้านทิศเหนือของทางหลวงพิเศษ สายหมายเลข ๙ ช่วงทางหลวงหมายเลข ๓๐๓ ถนนสุขสวัสดิ์ ซึ่งเป็นทางหลวงหมายเลข ๓๕ มีระยะทางประมาณ ๑๓.๘ กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว ขนาด ๒ ช่องจราจร เกือบตลอดเส้นทางที่ท่านสมาชิกได้เห็นนะคะ ก็ยังมีเส้นทางช่วงหนึ่ง ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ คือก่อสร้างทางหลวงตรงนี้เป็นระยะทาง ๑๘๘ เมตร เนื่องจากติดขัดในเรื่องของการพื้นที่ เขตทางจะอยู่สีส้มฝั่งขวา ที่ดิฉันวงกลมให้เห็นเป็นสีส้มฝั่งขวาที่เน้นเป็นรูปวงกลม ซึ่งตรงนี้ ยังติดขัดเรื่องของการขยายเขตทาง ก็ขออนุญาตบรรยายถึงสภาพเส้นทางของการจราจร ที่ท่านสมาชิกได้พูดไปสักครู่นะคะว่า สภาพการจราจรแยกทุ่งครุ เนื่องจากแยกตรงนี้เป็น เส้นทางที่มีความหนาแน่น แล้วก็เป็นตำนานที่ถ้าเกิดคนเดินทางไปทุ่งครุก็พยายาม ที่จะไม่ใช้เส้นทางนี้ เพราะว่าช่วงเช้ามีการจราจรที่หนาแน่นแล้วก็ทำให้การจราจรแยก ทุ่งครุเป็นจุดตัดของทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๑ แล้วก็ทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๒ กิโลเมตรที่ ๒+๕๔๐ กับถนนประชาอุทิศ ซึ่งถนนประชาอุทิศอยู่ในความรับผิดชอบของ กรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมนะคะ แต่ว่าในลักษณะ ๒ ทางแยกตรงนี้ก็จะเป็นที่มีบริเวณใกล้เคียงกันก็จะทำให้เกิดการจราจรติดขัดในชั่วโมง เร่งด่วน ที่กระทรวงคมนาคมก็ได้รับทราบปัญหาแล้วก็ได้ตระหนักดีว่าเราจะมีการวางแผน กันอย่างไรที่จะสามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ จึงได้มีการออกแบบ แล้วก็สำรวจ แล้วก็กำหนด เป็นแนวทางการจราจร แนวทางในการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ดิฉันขออนุญาตการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นก่อนนะคะ ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ เราได้ งบประมาณเพียงแค่ปีเดียวก็ได้รับการจัดสรรในวงเงินงบประมาณ ๖,๕๐๐,๐๐๐ บาท ประมาณ ๖.๕ ล้านบาท ก็ได้ดำเนินการก่อสร้างให้ดำเนินการขยาย ๒ ช่องจราจร พร้อม ระบบระบายน้ำและทางเท้า รวมทั้งบริเวณแยกทุ่งครุทั้ง ๒ แห่ง ก็คือแบบกึ่งวงเวียน ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอยู่ ช่วงนี้ก็ขออภัยในความไม่สะดวก แต่ว่า จะดำเนินการก่อสร้าง โดยมีการเริ่มก่อสร้างตอนเดือนมีนาคม ๒๕๖๘ จะดำเนินการก่อสร้าง แล้วเสร็จก็คือประมาณเดือนหน้าก็จะดำเนินการแล้วเสร็จครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ขอ อนุญาตว่าเมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะสามารถทำให้พี่น้องตรงบริเวณแยกดังกล่าว บริเวณชุมชนดังกล่าวสามารถที่จะเดินทางไปมาด้วยความสะดวก นี่คือการแก้ไขปัญหา ในระยะสั้น พอมาดูการแก้ไขปัญหาในระยะกลาง ในปี ๒๕๖๙ จากปัญหาที่เรามองว่าสะสม กระทรวงคมนาคมก็ได้มีการวางแผนว่าการแก้ไขปัญหานอกจากระยะสั้นแล้ว ระยะกลาง จะทำอย่างไร ระยะยาวจะทำอย่างไร ในระยะกลางเราจึงได้จัดสรรเงินงบประมาณปี ๒๕๖๙ ในการก่อสร้างถนนหมายเลข ๓๙๐๑ ในช่วงของพระประแดง บางแค ตอนทุ่งครุ แสมดำ ซึ่งระยะทางที่จะดำเนินการก่อสร้างก็คือ ๓.๑๒๐ กิโลเมตร แล้วก็ขยายก่อสร้างเป็น ๒ ช่องจราจรเพิ่มเติมในช่วงพื้นที่ที่มีระยะทางทั้งสิ้น ๔.๘๐ กิโลเมตร วงเงินทั้งสิ้น ๔๔๐ ล้านบาท ซึ่งการพิจารณาดังกล่าวขณะนี้ทางอนุงบประมาณไม่ได้ตัดโครงการนี้ แต่ก็มีความพร้อมที่จะเข้าสู่สภาการพิจารณาในวาระของงบประมาณในช่วงวันที่ ๑๓-๑๕ สิงหาคมนี้ ก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกได้ยกมือผ่านด้วยนะคะ เพราะท่านได้บอกว่า นี่คือส่วนหนึ่งที่ท่านได้มีโอกาสสนับสนุนงบประมาณของกระทรวงคมนาคม เมื่อได้รับการ ก่อสร้างแล้วถนนเส้นทางดังกล่าวก็จะดำเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งโครงการนี้จะเป็นโครงการ ผูกพัน ๓ ปี เริ่มสร้างปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ แล้วก็ปี ๒๕๗๑ เมื่อเราเปิดบริการเส้นนี้แล้ว ทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๑ ก็จะมีความต่อเนื่องไปให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะสัญจร ไปมา โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ซอยประชาอุทิศ ๗๖ ซอยเจริญสุข ซอยรางโพธิ์ล่าง แล้วก็ซอยอนามัยงามเจริญ รวมทั้งเส้นทางดังกล่าวก็จะทำให้ปริมาณการจราจรแยกทุ่งครุนี้ มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ดิฉันได้เห็นถึงเส้นที่เป็นประสีแดง แล้วก็เส้นทึบแล้ว ซึ่งตามสไลด์ ท่านสมาชิกจะได้เห็นว่าภาพตรงนี้ก็จะมีความชัดเจนมากขึ้นว่า เราจะได้มีการขยาย ตรงช่วงเส้นสีแดงทึบแล้วก็เส้นประ หันมาดูการแก้ไขปัญหาระยะยาวนะคะ จะเห็นว่า จะเหลือเพียงอีก ๒ ช่วง ในระยะยาวก็คือการพัฒนาเส้นทางให้เต็มรูปแบบ นั่นก็คือจะทำ อย่างไรที่จะขยายเส้นทางเต็มรูปแบบไปจนถึงพระราม ๒ ซึ่งก่อนจะถึงพระราม ๒ เรายังไม่มี การขยายเขตทาง ก็จะเห็นว่าถนนทางหลวงที่จะทำอย่างไรจะไปถึงพระราม ๒ ให้แล้วเสร็จ สมบูรณ์ เราก็จะเน้นในเรื่องการปรับปรุงแยกทุ่งครุด้วยรูปแบบที่เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพ ในโครงการดังกล่าว เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกจริง ๆ โครงการเหล่านี้ โครงการตรงนี้ที่เหลือเส้นประ เราเสนอขอรับงบประมาณในปี ๒๕๖๙ แต่ปรากฏว่าถูกตัด ในชั้นงบประมาณ จึงทำให้เราไม่สามารถที่จะดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ เราจึงได้ทำ แผนนี้ในการที่จะเสนอขอรับงบประมาณในปี ๒๕๗๐ ซึ่งหากได้รับการจัดสรรงบประมาณ แล้วเราก็จะมีการสำรวจออกแบบรายละเอียด แล้วก็ในเรื่องของสำรวจออกแบบแล้วก็จะมี อีกขั้นตอนหนึ่งก็คือเสนอขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินก็ประมาณ ๑ ปี หลังจาก เสนอสำรวจออกแบบแล้ว ออกกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ๑ ปีแล้ว นั่นก็คือมีความพร้อมสมบูรณ์ แล้วก็จะขอรับงบประมาณในการก่อสร้างอีกประมาณอีก ๒ ปีให้หลังจากที่เราได้มีการ สำรวจออกแบบแล้ว ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าแผนการดังกล่าวกระทรวงคมนาคมได้ให้ความ ใส่ใจแล้วก็จะพยายามทำถนนเส้นนี้ให้อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ไม่ต้องมีความแออัดแล้วก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี แล้วก็มีความหวังกับรัฐบาลของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ต่อไป ขออนุญาตตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เชิญคุณแอนศิริ ถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมของเราที่วันนี้ท่านได้ให้ความสำคัญแล้วก็มาตอบ ประเด็นนี้ได้อย่างชัดเจนแล้วก็ทุกคำถาม ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดิฉันจะถามในข้อต่อไปท่านก็ได้ ตอบในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ที่ดิฉันก็เคยตอบกับพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ ระยะ ซึ่งในสิ่งนี้ดิฉันต้องขอเรียนนิดหนึ่งว่า ทำไมเราถึงต้องพูดถึงแยกทุ่งครุตรงบริเวณจุดตัด ทล. ๓๙๐๑ ทล. ๓๙๐๒ ซึ่งในถนนประชาอุทิศที่ท่านได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้เป็นถนนประชาอุทิศ อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครก็จริง แต่ถนน ๒ ข้างทางไม่สามารถขยายถนนได้ เพราะทั้ง ๒ ข้างทางเป็นพื้นที่ที่เป็นถนน เป็นทั้งผู้ประกอบการ มีห้างสรรพสินค้า และ โรงเรียน วัด จึงไม่สามารถที่จะขยายถนนได้ ทุกคนก็ต่างหลีกเลี่ยงเส้นทางเพื่อที่จะไปออก ทางเลียบทางด่วนที่เป็นจุดตัดถนนใหม่ ดังนั้นดิฉันเองในประเด็นที่ได้ถามไป ประเด็น ที่ ๒ ท่านก็ได้ชี้แจงไปว่า ดิฉันเองก็ได้สนับสนุนในงบของระยะกลาง นั่นก็คือทางที่จะวิ่ง ทล. ๓๙๐๑ ที่มีงบประมาณในการขอเข้ามาแล้วในปี ๒๕๖๙ ดิฉันก็ยินดีที่สนับสนุนอยู่แล้ว แล้วก็เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่และถนนละแวกใกล้เคียงในการที่จะจัดสรรงบตรงนี้ แล้วท่านก็ได้มาชี้แจงในเรื่องของการที่จะสร้างในปี ๒๕๖๙ ก็เป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องใน บริเวณทุ่งครุของดิฉันและบริเวณใกล้เคียง ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ดิฉันเองก็ยังเป็นห่วงในปี ๒๕๗๐ สิ่งนี้ก็คือเรื่องของสะพานข้ามแยก นั่นคือเป็นแผนระยะยาว อย่างไรไม่ว่าจะเป็นระยะสั้น ที่มีผลจะเปิดในเดือนหน้า ระยะกลางที่จะมีการสร้างในปี ๒๕๖๙ แต่แผนที่จะทำต่อไป นั่นคือการทำสะพานข้ามแยกที่ดิฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะว่า ทล. ๓๙๐๒ มีการทำ สะพานข้ามแยกบางขุนเทียนมา ทำให้ปัญหาติดในที่บริเวณแยกทุ่งครุ คือแยกที่ดิฉันได้พูดถึง ในวันนี้จึงอยากให้ไม่ว่าทุกระยะที่มีการทำ อยากให้ทางกระทรวงคมนาคม ตอบชัดในเรื่องนี้ ว่าเราจะมีการทำสะพานข้ามแยก ดิฉันยินดีสนับสนุนในการจัดสรรงบประมาณตรงส่วนนี้ ที่จะช่วยให้กรมทางหลวงได้มีงบประมาณจัดสรรให้กับพื้นที่ ดิฉันก็มีความเป็นห่วงที่จะไป ต่อถึงพื้นที่สมุทรปราการเช่นเดียวกันที่จะติดต่อเนื่องไป ดิฉันก็ต้องขอบคุณเป็นคำถาม ที่อยากให้ท่านช่วยตอกย้ำ แล้วก็เน้นย้ำให้กับพี่น้องประชาชนว่าวันนี้ทุกแผนเราจะมีการทำ สะพานข้ามแยกให้กับพี่น้องประชาชนในเขตทุ่งครุและละแวกใกล้เคียงค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรี มีอะไรจะตอบต่อหรือไม่ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตค่ะ ขอบคุณสำหรับคำถามของท่านสมาชิก เนื่องจากสักครู่ดิฉันได้พูดถึงวงเงินงบประมาณ ๔๔๐ ล้านบาท เป็นสะพานข้ามแยกอยู่ในนั้นด้วยค่ะ สะพานข้ามแยกอยู่ในงบประมาณ ๔๔๐ ล้านบาท เนื่องจากประเด็นที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยเรื่องของการดำเนินการ ก่อสร้างในกรอบงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ แล้วก็ปี ๒๕๗๑ ก็อยู่ในสะพานข้ามแยก อยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณนี้ด้วย อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันบอกว่าในสิ่งที่มีปัญหา คือแยกทุ่งครุ แล้วก็เชื่อมต่อไปในถนนสายต่าง ๆ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกว่า มิติของการเดินทางทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องในกรุงเทพมหานคร พี่น้องในภูมิภาคนี้สามารถ เดินทางสัญจรไปมาด้วยความสะดวกรวดเร็ว กระทรวงคมนาคมนอกจากเรามีมิติของการ ใช้รถใช้ถนนทางบกแล้ว เราก็ยังมีมิติของการก่อสร้างระบบราง ซึ่งขณะนี้ระบบรางก็ต้อง บอกว่าในบริเวณดังกล่าวเรามีรถไฟฟ้าสายสีม่วงอยู่นะคะ ซึ่งขณะนี้เราได้ดำเนินการแก้ไข ปัญหาการจราจรในแขวงทุ่งครุ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พื้นที่อำเภอพระประแดง เรายังมีเรื่องของโครงข่ายระบบราง คือรถไฟสายสีม่วงช่วงเตาปูน ราษฎร์บูรณะ วงแหวน กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นโครงการยกระดับวิ่งไปตามถนนสุขสวัสดิ์-บางแค สิ้นสุดที่ถนนประชาอุทิศ ข้ามทางพิเศษเฉลิมมหานคร ผ่านสามแยกพระประแดง แล้วไปสิ้นสุดสถานีครุ ก็คือในช่วงนี้ อยู่ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง ดิฉันเชื่อว่าถ้าปี ๒๕๗๓ การก่อสร้างแล้วเสร็จการเดินทาง ของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นทางเรือ ทางรถ แล้วก็ทางราง ที่เราพูดว่าการเดินทางที่ ไร้รอยต่อก็สามารถที่จะให้พี่น้องกรุงเทพมหานครมาใช้บริการการคมนาคมขนส่งทางราง มากยิ่งขึ้น แล้วก็ลดความแออัดของการใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางดังกล่าว แล้วก็ขอเน้นย้ำว่า ทุกคำถามของพี่น้องประชาชนที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยทางเราเองก็ได้มีความใส่ใจ แล้วก็จะดำเนินการตามแผนด้วยการใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนอย่างโปร่งใส ดิฉัน เชื่อมั่นว่าการยกระดับโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้อง ประชาชนยกระดับของระบบเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน และยกระดับของการใส่ใจ สิ่งแวดล้อมในเรื่องของการใช้รถใช้ถนน แล้วก็คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ดิฉันเชื่อมั่น ว่ากระทู้ถามทั่วไปของท่านสมาชิกจะส่งผลให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจ แล้วก็ได้สื่อสารถึงพี่น้อง ประชาชนในกรุงเทพมหานคร ต้องขอขอบคุณสำหรับคำถามนี้ แล้วก็ความใส่ใจของ กระทรวงคมนาคมต่อพี่น้องในกรุงเทพมหานครนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ แล้วขอบคุณผู้ถาม คือคุณแอนศิริ วลัยกนก ด้วยนะครับ จบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๔ วันนี้ก็จบกระทู้ถามทั่วไป ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอชี้แจงให้ที่ประชุม ได้รับทราบดังนี้ การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ถามและตอบในเรื่องละ ไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามและตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาทีตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ และข้อ ๑๗๓ ประกอบข้อ ๑๖๗🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะได้มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ขอความ ร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาต ให้บุคคลภายนอกเข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔ และข้อ ๕ ซึ่งกำหนดให้ ผู้ได้รับอนุญาตต้องรักษามารยาท ประพฤติตนให้เหมาะสม อยู่ในความสงบ และห้ามแสดง กิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาส่อเสียดใด ๆ การกระทำอันใดอันเป็นการ รบกวนขัดขวางที่ประชุม และห้ามใช้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์สื่อสารใด ๆ บันทึกภาพ บันทึกเสียงหรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก หากมี การฝ่าฝืนก็จะให้เชิญออกจากห้องประชุมนะครับ🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้เห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการถามและตอบกระทู้ถามของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๒ ของท่านนิตยา มีศรี🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๑ ของท่านสรวีย์ ศุภปณิตา🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๔ ของท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๕ ของท่านปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๐๙ ของท่านวรภพ วิริยะโรจน์🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๓ ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ผู้ตั้งกระทู้ถาม และท่านรัฐมนตรีถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าเห็นชอบตามนี้นะครับ🔗
๑. เรื่อง ผลกระทบและมาตรการในการช่วยเหลือสนับสนุน หากมีการ ประกาศใช้ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐาน ค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด พ.ศ. .... นางสาวนิตยา มีศรี ผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ จากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ ท่านกัญชลี นาวิกภูมิ รองอธิบดี กรมควบคุมมลพิษ ท่านนุชจริยา อรัญศรี นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟัง การตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านฉัตรชัย ปาลวัฒน์ ท่านนิธิ รุ่งเจิดฟ้า ท่านวิชุกรณ์ วงษ์ดารา ท่านทวีศักดิ์ ชวนรุ่งเรือง ท่านธนาธร วรพฤกษ์พิสุทธิ์ ท่านรัชดา ศรีพุ่มพฤกษ์ ท่านณราพร คำพึ่ง ท่านธันย์ธำรง หวานแช่ม ท่านฤชุกร จำปาทิพย์ ท่านณริดา จำปาทิพย์ ต่อไปเชิญท่านนิตยา มีศรี ได้ถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ พรรคประชาชน ตำบลแพรกษาใหม่ บางปลา บางโฉลง ราชาเทวะ หนองปรือ และศีรษะจรเข้น้อย ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีที่เสียสละเวลามาตอบกระทู้แยกเฉพาะของดิฉัน ในวันนี้นะคะ🔗
เรื่องที่ดิฉันนำมาตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะต่อท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด ฉบับใหม่ ซึ่งในการปรับปรุงครั้งนี้ก็จะมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม มลพิษและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยคาดหวังแล้วก็คาดการณ์ว่าจะมีการยกระดับ มาตรฐานค่าควันดำจากรถยนต์ เมื่อมีการตรวจวัดแล้วค่าควันดำวัดความทึบแสงขณะ รถยนต์ไม่มีภาระโดยกำหนดค่าควันดำสูงสุดในประกาศฉบับปรับปรุงจะไม่เกินร้อยละ ๒๐ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานยูโรรถในรุ่นของยูโร ๕ แต่ปัจจุบันการประกอบกิจการขนส่ง ในประเทศไทยเพิ่งมีการบังคับใช้เป็นการทั่วไปในการใช้รถยูโร ๕ ในปีนี้เป็นปีแรกด้วย ซึ่งถ้า คำนวณเร็ว ๆ รถที่มีการใช้ยูโร ๕ ผู้ประกอบการที่มีรถใช้รถยูโร ๕ ในปัจจุบันน่าจะมีไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แล้วผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ประกอบการที่มีรถต่ำกว่ายูโร ๕ อย่างเช่น ยูโร ๒ ยูโร ๓ ยูโร ๔ ที่อยู่ในอายุการใช้งานของรถบรรทุกนั้น ๆ ว่ามีผลกระทบ เพราะเนื่องจากว่าค่าควันดำที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ตามประกาศที่จะมีการปรับปรุงน่าจะอยู่ใน มาตรฐานของรถที่อยู่ในประเภทของยูโร ๕ มากกว่านะคะ🔗
ฉะนั้นคำถามแรกที่อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าทางกระทรวงทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม มีแนวทางในการผ่อนผันหรือมีมาตรการอย่างไรในการรองรับผลกระทบ จากการปรับปรุงประกาศกระทรวงฉบับนี้ กับรถที่มีมาตรฐานต่ำกว่ายูโร ๕ ซึ่งอยู่ในอายุ การใช้งาน เพราะว่ารถที่อยู่ในอายุการใช้งานและดูแลอย่างทั่วถึง หรือตามกระบวนการ ตลอดมา ตามมาตรฐานตลอดมา ที่ยังอยู่ในสภาพดีมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง สามารถ ประกอบกิจการได้จนสิ้นอายุ ท่านมีมาตรการอย่างไรในการรองรับผลกระทบพวกนี้จาก การปรับปรุงประกาศฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีฟังคำถามทันไหม เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ ท่านนิตยา มีศรี ท่านได้ถามคำถามที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ผมเรียนว่าหลักการในการที่กรมควบคุมมลพิษได้มีการประกาศในส่วนของ การกำกับส่วนของควันดำ ผมขออนุญาตบางช่วงผมจะพูดสั้น ๆ แล้วกันครับ เพราะว่า ๑๐ นาทีอาจจะไม่ทัน แต่ผมจะส่งเอกสารให้กับท่าน สส. อีกครั้งนะครับ🔗
การที่เรากำหนดจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์มาเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนว่า สืบจากเบื้องต้นเกิดจากสภาวะสิ่งแวดล้อม สภาวะอากาศที่ผ่านมา ท่านคงเห็นว่า ในกรุงเทพมหานคร PM2.5 สภาพอากาศที่เลวร้าย เราแทบจะไม่เห็นตึกในระยะ ๒๐๐-๓๐๐ เมตรเลย จะขมุกขมัวไปหมดเลยก็มีการประชุมกัน แล้วได้มีการพูดคุยถึงสาเหตุ ปัญหาหลัก ๆ ว่ามันเกิดจากอะไร เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สำคัญที่สุดคือกระทบกับสุขภาพ ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งเราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายปีหนึ่งเป็นหลายแสนล้านบาท เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นเหตุผลที่ต้องมานั่งคิดว่าอะไรบ้างที่จะทำให้เกิด มลภาวะเช่นนี้ อะไรบ้างที่จะไปเพิ่มการเกิดขึ้นของ PM2.5 ผมเรียนว่าเราได้มีการพิจารณา แยกเป็นประเด็น ๆ แล้วในส่วนความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็มี ๑ ประเด็นที่เราจะต้องรับผิดชอบในเรื่องของการควบคุมควันดำ ซึ่งเป็นมูลฐานต้นของการเกิด PM2.5 ผมคงไม่ต้องบอกโทษนะครับว่า PM2.5 มันมีผล อย่างไรบ้าง แล้วก็เข้าใจว่าการจะประกาศอะไรใช้บังคับสักอย่างหนึ่งเพื่อคนส่วนใหญ่ มันก็อาจจะต้องมีผลกระทบกับกลุ่ม ซึ่งจะต้องมีการรอการปรับปรุงการปรับเปลี่ยนเวลา ตรงนี้ ผมก็ทราบว่าต้องมีผลกระทบบ้าง แต่ว่าเราก็ได้เตรียมมาตรการต่าง ๆ ในการรองรับ ขณะเดียวกันเราก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะหรือปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านได้เอ่ยขึ้น เพื่อที่จะ ได้นำมาก็พยายามที่จะให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุดกับทุกกลุ่ม แต่หลัก ๆ คือเรื่องของ สิ่งแวดล้อม เรื่องของสุขภาพพี่น้องประชาชนเป็นหลักเลยครับ ผมเรียนว่ากระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการก่อนที่เราจะมีการดำเนินการตรงนี้ เราได้ ศึกษานำปัจจัยต่าง ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับรถที่ยังไม่ได้ใช้ยูโร ๕ นะครับ ซึ่งมี ผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ ผมก็เลยคิดว่าวันนี้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมก็ได้ มีการประกาศให้ใช้ยูโร ๖ ตั้งแต่ปี ๒๕๗๒ สำหรับรถเล็กนะครับ แล้วก็ปี ๒๕๗๕ สำหรับ รถบรรทุกรถใหญ่ที่จะดำเนินการ ซึ่งตรงนี้เราจะมีช่วงระยะเวลาในการที่ให้ผู้ประกอบการ ต่าง ๆ ได้มีการปรับตัว แต่ว่าในขณะนี้เมื่อเราประกาศใช้เราได้มีการศึกษาในส่วนของ งานวิจัยต่าง ๆ ที่สามารถจะเข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ในการที่จะลดการปล่อยควันดำของรถ การดำเนินการตรงนี้ ผมอยากเรียนว่าหลักการก็เพื่อที่จะให้ลดระดับการปล่อยควันดำ ลดการก่อให้เกิดปัจจัยพื้นฐานของ PM2.5 ให้ได้แม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งมีหลายส่วนมาก ไม่ใช่เฉพาะรถอย่างเดียว แต่จากการที่เราดูผลงานจากการสำรวจสถิติต่าง ๆ ช่วงที่เรามีการ Work From Home กรุงเทพฯ ชั้นในที่เคยผ่านมามีการทำสถิติไว้ว่ากลุ่ม PM2.5 หมอกควันลดลงจริง ๆ ลดอย่างมีนัยสำคัญ นี่เป็นรายงานจาก กทม. เราก็ได้ดำเนินการ ในส่วนตรงนี้ ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเพื่อที่จะให้รถอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด โดยเรามีงานวิจัย ในส่วนของโครงการวิจัยประสิทธิผลของการปรับแต่งละบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของ รถโดยสารประจำทางร่วมบริการกับ ขสมก. เพื่อประหยัดพลังงานและมลพิษ ซึ่งรายงาน ฉบับนี้สรุปว่าหากรถยนต์ได้รับการปรับปรุงแต่งและดูแลรักษาเครื่องยนต์เชิงป้องกันตาม ระยะทางหรือระยะเวลาตามมาตรฐานที่กำหนดให้ จะสามารถลดการระบายควันดำลง ร้อยละ ๓๐ ของการระบายปกติ🔗
งานวิจัยที่ ๒ เรื่องการลดควันดำและ PM2.5 ของเครื่องยนต์ดีเซล ด้วยสารเติมแต่งน้ำมันเชื้อเพลิง สรุปของงานวิจัยตัวนี้ก็คือหากเติมสารเติมแต่งน้ำมัน เชื้อเพลิง Glycerol Butyl Acetal หรือ GBA ความเข้มร้อยละ ๐.๑๒๕ ลงไปในน้ำมันดีเซล B7 จะมีประสิทธิภาพในการลดควันดำได้โดยเฉลี่ยอีก ๓๗ เปอร์เซ็นต์🔗
เรื่องที่ ๓ การติดตั้งอุปกรณ์กำจัดมลพิษ หรือ Diesel Particulate Filter หรือ DPF ซึ่งตรงนี้ถ้าเราดำเนินการตรงนี้อาจจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายบ้าง แต่จากรายงาน จะช่วยลดฝุ่นเดิมจากที่ปล่อยมาได้ร้อยละ ๙๕ ถึงร้อยละ ๙๙ นี่คือมาตรการที่เราได้ ดำเนินการศึกษาก่อน ก่อนที่เราจะดำเนินการตรงนี้ แล้วจากข้อมูลเครื่องยนต์ที่ใช้ยูโร ๑ ถึงยูโร ๕ พบว่าเครื่องยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ด้วยจุดระเบิดการอัด ถ้าได้รับการแก้ไขด้วยการ ปรับปรุงโดยวิธีการดังกล่าวจะช่วยลดค่าควันดำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดโดยมีการดำเนินการ ทดลองมาดังนี้นะครับ การปรับแต่งและดูแลรักษาเครื่องยนต์เชิงป้องกันคือทำก่อนจะช่วยให้ รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดมีการปล่อยควันดำลง ซึ่งรถส่วนใหญ่ ร้อยละ ๘๙ ถึงร้อยละ ๙๑ จะมีค่าควันดำไม่เกินร้อยละ ๒๐ การปรับแต่งดูแลเครื่องยนต์ เชิงป้องกันร่วมกับการเติมสารเติมแต่งน้ำมันเชื้อเพลิงหรือที่สักครู่ที่ผมบอกก็คือ GBA การดำเนินการเติมสารเติมแต่งตรงนี้จะช่วยให้มีการลดอัตราการปล่อยควันดำลงร้อยละ จำนวนลด ๙๖ - ๙๙ ซึ่งจะมีควันดำไม่เกินร้อยละ ๒๐ เช่นเดียวกัน แล้วก็การปรับแต่งดูแล บำรุงรักษาเชิงป้องกันร่วมกับการติดตั้งอุปกรณ์กำจัดมลพิษหรือ DPF จะช่วยให้รถยนต์ที่ใช้ เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดมีการปล่อยควันดำลดลงไม่เกินร้อยละ ๒๐ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจากมาตรการตรงนี้ต่าง ๆ ที่เราได้มีการศึกษาแล้วเราก็คิดว่าสามารถแก้ไขรถ ที่ใช้ยูโรต่ำกว่ายูโร ๕ สามารถที่จะแก้ไขเรื่องการปล่อยควันดำได้ เพียงแต่เข้าใจครับว่า มันอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น มันอาจจะมีอะไรที่ยุ่งยากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมเชื่อว่าถ้าเรา ช่วยกันตรงนี้ สิ่งที่เราได้ก็คือสุขภาพอนามัยพี่น้องประชาชน สิ่งที่เราจะได้คือเงินภาษีพี่น้อง ประชาชนที่เป็นแสนล้านบาท แต่ละปีจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขออนุญาตตอบคำถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในข้อที่ ๑ เช่นนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านสมาชิกคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานและท่านรัฐมนตรี ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างมากที่ให้ความสำคัญแล้วก็มีความเป็นห่วง เป็นใยในเรื่องปัญหา PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็น จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพมหานครหรือตามเมืองหลักใหญ่ ๆ อย่างเช่นจังหวัด เชียงใหม่ หรือจังหวัดสมุทรปราการก็ได้รับผลกระทบเช่นกันในเรื่องของ PM2.5 นะคะ🔗
ท่านรัฐมนตรีคะคำถามที่ ๒ ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีแนวทางสนับสนุนอย่างไร เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับ ผู้ประกอบการรถบรรทุกให้มีการเปลี่ยนรถบรรทุก ไม่ว่าจะเป็นยูโร ๕ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อปีนี้ หรือจะเป็นยูโร ๖ และยูโร ๗ ตามปีที่ท่านแจ้งมาเมื่อสักครู่นะคะ ยูโร ๖ จะเป็นปี ๒๕๗๒ เพราะว่าเครื่องยนต์ที่อยู่ในมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นยูโร ๕ มันก็ตอบสนองนโยบายลดปัญหา ฝุ่น PM2.5 ทำให้ระบบขนส่งเข้าสู่โลกสีเขียว แต่เรื่องของเรื่องก็คือว่าด้วยความที่รถมี รุ่นใหม่ ๆ ราคาก็ย่อมสูงขึ้น แล้วรถของผู้ประกอบการก็ยังสามารถใช้แล้วก็อยู่ในระยะเวลา ในการใช้ได้ มีอายุการใช้งานที่ใช้ได้นะคะ🔗
ขออนุญาตเพิ่มเติมในเรื่องของคำถามนิดหนึ่งจากคำตอบที่ท่านตอบมา เมื่อสักครู่ คือเรื่องผลวิจัยของท่านก็อย่างที่ท่านทราบและได้แถลงเมื่อสักครู่ว่าอาจจะต้อง มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อย่างนี้อาจจะต้องฝากท่านคิดถึงมาตรการที่ช่วยเหลืออุดหนุนให้กับ ผู้ประกอบการด้วย ในเรื่องของค่าใช้จ่ายอาจจะมีการอุดหนุนจากภาครัฐเข้าไป เพื่อให้ ลดภาระค่าใช้กับผู้ประกอบการได้มากขึ้น เพราะว่าในบางจังหวัดเรื่องของฝุ่น PM2.5 อาจจะไม่ได้มีมากเท่ากับในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ๆ ที่ประสบปัญหา ซึ่งผู้ประกอบการ อาจจะต้องมาแบกรับภาระตรงนี้ แล้วหากว่าจะให้เขาไปซื้อรถใหม่ ไม่ว่าจะเป็นยูโร ๕ ยูโร ๖ ยูโร ๗ อาจจะเป็นการเกินกำลังที่ผู้ประกอบการจะทำได้ แล้วด้วยสภาวะเศรษฐกิจ เช่นนี้อาจจะแย่หน่อยในการที่จะต้องเปลี่ยนรถบรรทุก ๑ คัน อย่างไรก็ขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่วันนี้เสียสละเวลามาตอบ แล้วเวลาที่เหลือของดิฉันก็ขออนุญาตมอบให้ ท่านรัฐมนตรีเพื่อที่จะเป็นคำตอบได้ มีคำตอบให้กับพี่น้องประชาชน แล้วได้รับรู้ทั่วกัน ว่าสิ่งที่ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมดูอยู่ก็คือเพื่อพี่น้อง ประชาชนโดยแท้ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่าง สูงที่โอนเวลามาให้ผม ขอบคุณท่านมาก ไม่อย่างนั้นผมก็ขอท่านเองกับตัวเอง ผมเรียนว่า การดำเนินการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ เป็นการดำเนินการตามกฎหมายที่มอบอำนาจไว้ให้กับเรา แต่มาตรการต่าง ๆ การที่จะดูแล ในส่วนของตรงนี้มันเป็นการดูแลของหลายกระทรวงที่จะต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งเราได้มีการประสานงานทั้งหมด มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเมื่อเรารู้ ว่าส่วนหนึ่งมันจะมีผลกระทบ เราก็ต้องมีมาตรการส่วนหนึ่งเช่นเดียวกันที่จะต้องกลับไปดูแล🔗
อันดับแรกสำนักงานส่งเสริมการลงทุน มีมาตรการในการส่งเสริมให้ ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ก็คือรถบรรทุก รถโดยสารผ่านมาตรการของ กรมสรรพากร โดยให้บริษัทหรือนิติบุคคลสามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อรถไฟฟ้าและ รถบรรทุกมาใช้งานโดยไม่มีการกำหนดราคาของมูลค่ารถ และให้มาตรการนี้มีผลใช้บังคับ การซื้อรถโดยสารและบังคับรถไฟฟ้าจนถึง ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ ในเบื้องต้น ก็คือสามารถ นำไปหักภาษีได้โดยไม่มีการจำกัดรุ่น จำกัดราคา🔗
อันดับที่ ๒ กรณีการซื้อรถที่ผลิตหรือประกอบในไทย ให้นำมาหักเป็น รายจ่ายได้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ ๑๐๐ ของรายจ่ายที่จ่ายไปก็เพิ่มอีก ๑ เท่า🔗
อันดับที่ ๓ กรณีซื้อรถที่นำเข้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ สามารถนำมา หักเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หมายถึงปกติหักไปแล้วแต่เพิ่มขึ้นอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือ การส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในไทยเองในส่วนของการลดภาษี🔗
รถโดยสารและรถบรรทุกที่ใช้สิทธิตามข้อที่ผ่านมาจะต้องเข้าข่ายกรณีใด กรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ จะต้องเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วย Motor ไฟฟ้าเท่านั้น ตรงนี้ก็จะเป็น การตัดปัญหาโดยสิ้นเชิงในเรื่องของการปล่อยควันดำ ที่เราสามารถดำเนินการได้แก่ รถปรับอากาศ รถปรับอากาศมาตรฐาน ๑ มาตรฐาน ๒ รถที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มาตรฐาน ๓ รถ ๒ ชั้น รถพ่วงและรถโดยสารเฉพาะกิจที่อยู่ในเกณฑ์รถบรรทุกขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนด้วย Motor ไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ก็เช่นเดียวกับเมื่อสักครู่ครับ🔗
กรมควบคุมมลพิษ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้ นำเสนอมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะสนับสนุนต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ดังนี้ ให้กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมมือกับภาคเอกชนจัดทำแผนเพื่อรณรงค์ ลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ เหมือนที่ท่านบอก ผ่านศูนย์อำนวยการ รถยนต์ ผ่านสถานประกอบการ เครื่องถ่ายน้ำมันเครื่องและศูนย์ซ่อมรถยนต์ โดยการ สนับสนุนส่วนลดค่าแรง ค่าอะไหล่ในการตรวจสภาพ ค่าดูแลบำรุงรักษารถและเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเครื่องรถยนต์ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน ไม่ปล่อยควันดำให้เกินมาตรฐาน เช่น โครงการ คลินิกลดฝุ่น PM2.5 โครงการรถคันนี้ลดฝุ่นเป็นต้น กรมควบคุมมลพิษอยู่ระหว่างการ พิจารณาปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษจากรถยนต์ดีเซลที่ผลิตใหม่ให้เข้มงวดมากขึ้น ตามยูโร ๖ ซึ่งอย่างที่ผมบอกครับรถบรรทุกยูโร ๖ จะใช้ในปี ๒๕๗๒ รถเล็กจะใช้ในปี ๒๕๗๕ อย่างไรก็แล้วแต่เราต้องปรับตัว ไม่ว่าจะปรับวันนี้หรือจะปรับวันนั้นเราต้องปรับตัว ฉะนั้น วันนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการเริ่มต้นที่เราเตือน เราส่งสัญญาณไปถึงผู้ประกอบการหรือผู้ที่ใช้รถ ว่าจะต้องมีการปรับตัว แล้วในช่วงที่มีการปรับตัวเราก็มีมาตรการทั้งในเรื่องการลดภาษี การเพิ่มหักรายได้ของรายจ่ายรถยนต์ไปหักภาษีอีก ๑ เท่าสำหรับรถผลิตในประเทศ และ ๕๐ เปอร์เซ็นต์สำหรับรถที่ประกอบนอก ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นการส่งสัญญาณไป แล้วเราพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นเหมือนที่ผมบอกครับว่าพร้อมจะรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างผมคิดว่าเราไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดความเดือดร้อนกับกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง แต่วัตถุประสงค์การดำเนินการเพื่อที่จะให้ทุกคนได้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ได้มี สุขภาพร่างกายอนามัยที่แข็งแรง ไม่ว่าจะอยู่ในเขตเมืองหรืออยู่ในเขตต่างจังหวัดก็แล้วแต่ กฎหมายเมื่อออกมาแล้วมันมีสภาพบังคับใช้เต็มพื้นที่ แต่กฎหมายที่ออกมาผมคิดว่า กฎหมายเราก็ยังมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นในลักษณะของการที่เราเข้าไปดูแลรับฟังแล้วก็ มีมาตรการในการที่เข้าไปช่วยเหลือรองรับอยู่แล้วด้วย และผมก็เชื่อมั่นว่าจากหลักการที่เรา ดำเนินงานมาตรงนี้มันสามารถที่จะลดการปล่อยควันได้จริง ๆ แต่ถ้ามันยังมีส่วนหนึ่งส่วนใด ที่ท่านคิดว่าท่านจะให้ข้อเสนอแนะหรือมีการปรึกษาหารือ ผมเรียนว่ายินดีรับฟัง ยินดีที่จะ ให้กรมควบคุมมลพิษได้ไปดูแล้วก็จะเป็นคนประสานในการดำเนินการว่าเราจะสามารถที่จะ เข้าไปเสริมหรือดูแลท่านเพิ่มได้อย่างไรบ้างในระยะเบื้องต้นตรงนี้ครับ ต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างสูง เพราะว่าประเด็นนี้มันไม่ใช่ประเด็นเฉพาะในส่วนของ การปล่อยควันดำอย่างเดียว แต่มันเป็นประเด็นที่ผมคิดว่าจะเป็นประเด็นที่กระตุ้นให้ พี่น้องประชาชนได้มารู้สึกตระหนักถึงสภาพแวดล้อม ตระหนักถึงพิษภัยของ PM2.5 ว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นในวันนี้มันส่งผลกระทบทั้งวันนี้และวันหน้า ส่งผลกระทบทั้งตัวท่าน ลูกหลานท่าน แล้วก็อนาคตของประเทศด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่าน สส. ขอบคุณมากครับ ขอบคุณทั้ง ๒ ท่านครับ🔗
๒. เรื่อง ปัญหาไฟส่องสว่างบริเวณทางโค้งต่างระดับบนทางหลวง หมายเลข ๓๔๖ ไม่ปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้ใช้ทางหลวง นายสรวีย์ ศุภปณิตา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เพื่อประโยชน์ในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูล ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ท่านธวัชชัย แสงรัตน์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ ๒. ท่านเอกลักษณ์ บุญชู วิศวกรโยธาปฏิบัติการ และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม คือท่านเสาวนีย์ เอื้อรัศมี ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว เชิญท่าน สส. ถามคำถามแรกเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสรวีย์ ศุภปณิตา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน เขต ๑ อำเภอสามโคก อำเภอลาดหลุมแก้ว และอำเภอเมืองอีก ๓ ตำบล คือตำบลบางหลวง ตำบลบางเดื่อ และตำบลบ้านฉาง🔗
วันนี้กระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับถนน ๓๔๖ ที่วิ่งผ่านอำเภอลาดหลุมแก้วไปทางบางเลน เส้นนี้บนทางต่างระดับที่ประชาชนสัญจรกัน จำนวนมากไฟมันดับสนิทมานานแล้ว แล้วก็พี่น้องประชาชนได้มาร้องเรียนหลายครั้ง ผมเคย ตั้งกระทู้ถามในห้องประชุมใหญ่มาแล้วก็ยังไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไข แล้วทราบว่าเสาไฟ สูงมาก สูงมากจนเครื่องจักรธรรมดาเอื้อมไม่ถึง ก็เลยจะมาถามท่านรัฐมนตรีว่าจะมีนโยบาย หาทางช่วยเหลืออย่างไรบ้าง แล้วก็หากมีนโยบายจะทำแล้วจะต้องใช้เวลาปรับปรุงแก้ไข นานแค่ไหน ประชาชนที่รอคำตอบจำนวนมาก ขอถามเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๑ เรื่องปัญหาไฟส่องสว่างบริเวณทางโค้งต่างระดับ บนทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนผู้ใช้ทางหลวง ของท่านสมาชิกท่านสรวีย์ ศุภปณิตา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี จากพรรคประชาชน🔗
ก่อนอื่นดิฉันต้องถือโอกาสกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง ท่านได้ ติดตามแล้วก็ถามเรื่องนี้ตอนกระทู้ถามครั้งที่แล้ว ส่วนทางกระทรวงคมนาคมเองก็ไม่ได้ ละเลยในการที่จะเอากระทู้ถามของท่านสมาชิกลงไปในการจัดสรรงบประมาณในเส้นทาง ดังกล่าว🔗
ขออนุญาต ให้ท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกได้เห็นภาพของถนนทางหลวง หมายเลข ๓๔๖ ซึ่งเป็นถนน ต่างระดับ เขาเรียกว่าต่างระดับรังสิต-พนมทวน ซึ่งมีระยะทางทั้งสิ้น ๑๑๑ กิโลเมตร ต้นทาง อยู่ที่ทางแยกระดับที่รังสิต เป็นถนนเชื่อมทางหลวงหมายเลข ๑ ที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และปลายทางเป็นถนนที่เชื่อมทางหลวงหมายเลข ๓๒๔ ที่แยกพนมทวน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ขอเท้าความถึงถนนหมายเลข ๓๔๖ เป็นเส้นทางหลัก ที่เดินทางจากจังหวัดปทุมธานีไปถึงกาญจนบุรี แล้วเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมกับภูมิภาค ตะวันตกที่เป็นถนนเชื่อมโยงและเป็นสายทางหลักที่ใช้สำหรับขนส่งสินค้า เป็นถนนทางเชื่อม ระหว่างภาคกลางแล้วก็ภาคตะวันตก ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมแล้วก็เส้นทาง ในการขนส่งสินค้า เส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนถนนทางหลวง หมายเลข ๓๔๖ ท่านประธาน เป็นถนนต่างระดับลาดหลุมแก้ว เป็นทางแยกต่างระดับที่ เชื่อมกับหลวงหมายเลข ๙ เป็นเส้นทางที่มีการจราจรเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ ๑๔๓,๓๖๐ คันต่อวัน ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มีความหนาแน่นของเส้นทางการจราจรอยู่ที่ ๓๑.๑๗ เปอร์เซ็นต์🔗
คำถามของท่านสมาชิกก็ขออนุญาตว่าเส้นทางดังกล่าวอย่างที่กราบเรียนว่า เรื่องของไฟส่องสว่างที่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้วก็ไม่สามารถเดินทางไปได้ เนื่องจากทางกรมทางหลวงได้รับหนังสือร้องขอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองก็ยังมี กลุ่มพลังคูบางหลวงได้ทำหนังสือถึงกรมทางหลวงถึงอธิบดีว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่มืด แล้วก็ประชาชนสัญจรไปมาลำบาก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กรมทางหลวงได้รับหนังสือ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ภายในวันเดียวกันเองอธิบดีก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของ กรมทางหลวงปทุมธานีลงไปสำรวจแล้วก็ได้มีการดำเนินการแก้ไขไปบางส่วนแล้ว เพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนเบื้องต้นแล้ว เราจะเห็นว่าสภาพตรงนี้เป็นสภาพที่เป็นทางต่างระดับ เราจึงได้เพิ่มเสาไฟฟ้ากิ่งเดียว ปัจจุบันเสาไฟฟ้ากิ่งเดียวมีจำนวน ๖๒๘ เสา แล้วก็เสาไฟฟ้า กิ่งคู่ จำนวน ๒๒๖ เสา แล้วก็เสา High Mast อยู่ตรงนี้ประมาณ ๑๒ เสา เราจึงทราบว่า ปัญหาของความเดือดร้อนดังกล่าวที่มืดหลังจากที่เราไปแก้ไขแล้ว ก็ขออนุญาตว่าเราก็ได้รับ ความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือว่าภาคเอกชนได้สะท้อน เราก็ลงก็ไปแก้ไข โดยขณะที่ลงไปแก้ไขขณะนี้ก็ยังทราบว่ามีไฟส่องสว่างบางจุดที่เราได้แก้ไขแล้ว แต่จุดไหน ที่ท่านสมาชิกได้กระทู้ถามวันนี้ จุดไหนที่แก้ไขอีกก็ขออนุญาตบอกมาเพื่อเราจะได้สั่งการ ให้เจ้าหน้าที่ได้ลงไปแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขออนุญาตว่าในกรณีที่เราได้รับร้องขอจาก พี่น้องประชาชนเราก็จะให้เจ้าหน้าที่ลงไปสอบสวนหาสาเหตุ แล้วก็หลังจากนั้นก็บำรุงแก้ไข แล้วก็ซ่อมแซมเส้นทาง ซ่อมแซมเสาไฟฟ้าดังกล่าวจากที่ดิฉันเห็นภาพโชว์ให้ท่านสมาชิก จากปัญหาก็ขออนุญาตนำเรียนว่า ขณะนี้ไม่เพียงแต่เกิดปัญหาเส้นทางนี้ดิฉันก็ได้รับทราบ ปัญหาที่สมาชิกมาร้องขอว่าเกิดการโจรกรรมก่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเรื่องของโจรกรรม ขโมยสายไฟอย่างที่ท่านเห็น นอกจากการขโมยเสาไฟแบบนี้แล้วเราก็ได้ขอความร่วมมือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภอ. ในจุดนั้น ๆ มาช่วยกันสอดส่อง แล้วก็รวมทั้งในส่วนของ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจท้องที่ ตำรวจทางหลวงเข้าตรวจสอบ ขณะเดียวกันพอรับทราบปุ๊บ ทางหลวงก็ต้องใช้เงินงบประมาณที่มีอยู่น้อยนิดแต่ละแขวงนี้ลงไปปรับปรุงแก้ไขให้มีการ กลับมาใช้ให้ได้เป็นปกติ แต่ปัจจุบันขออนุญาตนำเรียนว่าจากปัญหาที่ท่านบอกว่าบางจุด เนื่องจากบางช่วงที่เราได้รับทราบปัญหาเป็นช่วงในระหว่างที่เราไม่มีเงินงบประมาณเลย แต่เป็นช่วงที่งบประมาณผ่านไปแล้วเราก็ต้องเอางบประมาณบางส่วนที่มีเพียงน้อยนิด ของแต่ละแขวงมาทำ แต่จากการที่รัฐบาลเองเราได้รวบรวมปัญหาว่าเมื่อมีการจัดสรร งบประมาณก็ตาม กรมทางหลวงจึงได้จัดสรรงบประมาณนี้ไปที่งบประมาณงบกลางของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา กรมทางหลวงจึงได้ขอรับงบประมาณ เราก็ได้รับการจัดสรร เงินงบประมาณจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑.๕ แสนล้านบาทที่ผ่านมา ก็เป็นเงิน งบประมาณ ๓.๙ ล้านบาท ที่จะได้มีการจัดซื้อจัดจ้างแล้วก็เร่งรัดดำเนินการในโครงการที่มี ไฟส่องสว่างบางจุด แล้วก็สิ่งที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยในประเด็นคำถามแรกก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่าน สส. คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมอีกครั้ง คือเรื่องสายไฟที่ถูกลักขโมยเราพอจะหาหนทางเปลี่ยนระบบเป็นไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์เซลล์เพื่อป้องกันเรื่องสายไฟฟ้าถูกลัก และค่าใช้จ่ายน่าจะ ประหยัดกว่าสายไฟเป็นทองแดง เมื่อทองคำขึ้นราคาทองแดงก็ขึ้นตาม พวกโจรผู้ร้าย ก็เอาทองแดงไปขายในราคาที่สูงขึ้นก็พยายามจะมาลักอยู่บ่อย ๆ ก็ตัดปัญหาโดยการเปลี่ยน ระบบเป็นโซลาร์เซลล์ไปเลยจะได้ไม่ต้องมาห่วงเรื่องถูกตัดสายไฟไปขายอีก🔗
ข้อต่อมาที่ว่าท่านบอกได้นำระบบไฟฟ้าที่มาใช้สำรอง ๖๐๐ กว่าต้นแล้ว แต่บริเวณที่ผมกล่าวถึงแล้วพี่น้องประชาชนเดือดร้อนและร้องเรียนมาเป็นประจำ มีอุบัติเหตุ บ่อยครั้งก็คือช่วงถนนหมายเลข ๓๔๖ ตัดกับหมายเลข ๙ ช่วงนั้นเป็นทางต่างระดับสูง แล้วเสาไฟฟ้าก็สูงมากแสงไฟไม่พอ รถจักรยานยนต์กับรถยนต์มาเบียดกัน ล้มกันบ่อย ๆ แล้วก็พี่น้องประชาชนต้องบาดเจ็บล้มตาย ขอให้ท่านกำชับไปตรงจุดนั้นจุดที่ถนน หมายเลข ๓๔๖ ตัดกับหมายเลข ๙ ช่วงนั้นมีทางต่างระดับที่สูงและไฟมืดมาก ขอเพิ่มเติม แค่นี้ครับท่านรัฐมนตรี🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ต้องขอบคุณ สำหรับคำถาม ท่านประธานที่เคารพ อย่างที่ดิฉันกราบเรียนว่าแนวทางของการแก้ไขปัญหา ของกรมทางหลวง ขออนุญาตว่าเราได้รับทราบปัญหาของการลักขโมย ๑. เราก็มีแผนการ ที่จะเปลี่ยนเป็นหลอดไฟฟ้าแอลอีดี นอกจากนั้นเราก็ยังมีแนวทางแก้ไขเรื่องของท่านจะ เห็นภาพ ขอย้อนกลับไปภาพที่ถูกลักขโมยเมื่อสักครู่นี้🔗
เราจะตั้ง ล็อกหม้อแปลงไฟฟ้าปัจจุบันมันเตี้ย เราจะเขยิบจากที่เตี้ยขึ้นไปให้อยู่ที่สูงขึ้น ปรับความสูง ของเสาไฟฟ้าแล้วก็บริเวณแผงให้สูงขึ้น แล้วก็บริเวณของตู้ล็อก ตรงนี้ก็จะมีตู้ล็อกที่จะ ลักขโมยได้ยากขึ้น เราปรับความสูงของช่องไฟให้ขึ้นไปสูงขึ้นเพื่อป้องกันโจรกรรม เพราะปกติช่องไฟตรงนี้อยู่ตรงใกล้ ๆ ฐานมันโจรกรรมได้ง่าย นอกจากนั้นเรามีระบบ แจ้งเตือนปรับเป็นระบบแจ้งเตือนโจรกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยขณะนี้กรมทางหลวงผ่าน แอปพลิเคชัน แล้วเราก็จะมีเรื่องการทำ Smart Phone ในการพอลักขโมยปุ๊บสัญญาณจะไป ที่ส่วนกลางเพื่อป้องกันการลักขโมย นี่คือการเตรียมการของกระทรวงคมนาคม และในส่วน ของงบประมาณที่ท่านพูดถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหาถนนหมายเลข ๙ ขออนุญาตนำเรียนว่า เราได้รับการจัดสรรงบประมาณจากเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ๓.๙ ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน หลังจาก ครม. อนุมัติแล้วก็อยู่ในขั้นตอนของการจัดหาผู้รับจ้าง ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ก็จะจัดหาผู้รับจ้างแล้วเสร็จ เดือนกันยายนก็จะมีการเซ็นสัญญาว่าจ้าง แล้วก็เริ่มต้นสัญญา คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ ๙๐ วัน บริเวณถนนหมายเลข ๙ ที่ท่านสมาชิกได้ร้องขอ ช่วงที่ท่านสมาชิกได้นำเสนอปัญหาช่วงนั้นเราไม่มีเงินงบประมาณ แล้วก็ได้พยายามที่จะ หาทางว่าจะหางบประมาณจากตรงไหนมาแก้ไขปัญหาให้ท่าน เผอิญทางรัฐบาลก็ได้เล็งเห็น ปัญหาที่เรารวบรวมไว้ ก็ได้รับเงินงบประมาณ ๓.๙ ล้านบาท นี่คือเป็นผลงานของท่านที่ท่าน ได้นำปัญหาความเดือดร้อนมาสู่กระทรวงคมนาคม หลังจากนั้นขออนุญาตนำเรียนว่านี่คือ Timeline ว่าเดือนสิงหาคมจะมีการเซ็นสัญญาว่าจ้าง เดือนกันยายนก็เริ่มต้นสัญญา คาดว่า ผู้รับเหมาจะดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนั้นในเรื่องระบบโซลาร์เซลล์ที่ท่านบอก เนื่องจากโซลาร์เซลล์ตรงนั้นเป็นถนน ต้องบอกว่าเป็นเส้นทางที่เป็นเส้นทางขนาดใหญ่แล้วก็ Motorway บางครั้งการใช้ โซลาร์เซลล์ไม่สามารถที่จะกระจายแสงสว่างไปให้ครอบคลุมเพราะเป็นถนนตัดระหว่าง สายหมายเลข ๙ ซึ่งเป็นทางเส้นทางขนาดใหญ่ ก็ต้องดูว่าถ้าเราใช้โซลาร์เซลล์ในตรงจุดนั้น แสงสว่างอาจจะไม่ครอบคลุมเพียงพอจึงต้องใช้เสาไฟฟ้า High Mast แล้วแสงสว่าง ไม่สามารถสว่างได้ทั้งคืน ก็ขออนุญาตว่าความเหมาะสมของเส้นทางดังกล่าว ความหนาแน่น ของการจราจรทางกรมทางหลวงก็ไม่ได้ละเลย แต่จะดูว่าความเหมาะสมของช่วงไหนที่จะใช้ เสา High Mast ช่วงไหนที่จะใช้ไฟแอลอีดี ช่วงไหนที่จะใช้ไฟโซลาร์เซลล์ แต่สูงสุดนั่นก็คือเรา จะมีมาตรการในการป้องกันการลักขโมย แล้วก็สามารถติดตั้งไฟส่องสว่างให้ครอบคลุม บนพื้นผิวจราจรแล้วก็บริเวณ ๒ ไหล่ทาง ให้พี่น้องสามารถเดินทางสัญจรไปมา นั่นก็คือ เราจะเน้นในเรื่องของความปลอดภัยในเรื่องถนนดี เดินทางสะดวก แล้วก็เน้นเรื่องของ ความปลอดภัย แล้วก็พยายามที่จะติดตั้งไฟส่องสว่างตรงบริเวณที่มีจุดเสี่ยงให้ลดลง ก็ด้วยเหตุด้วยผลที่ฉันขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก นี่คือแนวทาง ของการทำงานแล้วก็แก้ไขปัญหาตรงจุดของถนนหมายเลข ๙ ที่ท่านสมาชิกมีความห่วงใย คุณขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี เป็นอย่างไรหายสงสัยหรือยังครับ เอาเพิ่มเติมหน่อยได้ครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม ที่เสียสละเวลาตอบข้อสงสัย ซึ่งเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านสมาชิก🔗
๓. เรื่อง ติดตามความคืบหน้าการขยายผิวจราจรเป็นฝั่งละ ๓ ช่องจราจร และปรับปรุงไฟส่องสว่างบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ จังหวัดนครปฐม นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ เป็นตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เพื่อประโยชน์การตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ท่านจรินทร์ กังใจ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๒ ท่านวิศรุต ไชยสูรยกานต์ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการ เข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ท่านแรก ท่านนวภัทร ไวถนอมทรัพย์ ท่านที่ ๒ ท่านธีรภัทร์ ปัถวี ท่านที่ ๓ ท่านปัณณธร อโปกุล ท่านที่ ๔ ท่านสุวัฒน์ งามแสง มาเพิ่มอีก ๑ ท่าน ท่านนิธินันท์ หมดภัย ต่อไปเชิญท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ถามท่านรัฐมนตรี เป็นคำถามแรก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางท่านประธานที่บรรจุกระทู้เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวจังหวัดนครปฐม เข้าสู่ห้องกระทู้แยกเฉพาะ แล้วต้องขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี ที่ท่านได้มาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง ก่อนอื่น ตามที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ในอำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม แล้วก็ อำเภอกำแพงแสน ได้ร้องเรียนมายังกระผมในฐานะของผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับปัญหา ความไม่สะดวกในการสัญจร โดยพบว่าผิวถนนของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ มีสภาพ ชำรุดทรุดโทรมหลายช่วง ซึ่งทางหลวง ๓๔๖ นั้นตัดผ่านจังหวัดนครปฐมในช่วงของ อำเภอบางเลน ตำบลบางภาษี ตำบลบางเลน แล้วก็ผ่านตำบลลำลูกบัว ของอำเภอดอนตูม ไหลกลับมาที่ตำบลไผ่หูช้างของอำเภอบางเลน และบรรจบที่อำเภอกำแพงแสน ประกอบด้วยถนนเส้นนี้มียานพาหนะใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผ่านแหล่งชุมชน ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งของโรงงาน แหล่งชุมชนต่าง ๆ โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นที่ตั้งของ สถานศึกษาสำคัญคือมหาวิทยาลัยเกษตรกำแพงแสน เป็นถนนที่เชื่อมต่อหลายจังหวัด ทั้งปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และจบที่กาญจนบุรี มีปัญหาหลายส่วนทั้งปัญหาการจราจร ที่มีปัญหาติดขัด รวมถึงมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและมีการลดทอนประสิทธิภาพ ของระบบคมนาคมโดยรวม แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการปรับปรุงไหล่ถนนกว้าง ๒ เมตร ในช่วง ระยะหนึ่งของอำเภอบางเลน ในช่วงของตำบลบางภาษี แต่ก็ไม่ได้ตลอดเส้นทาง เช่น บริเวณ ปากทางทางเข้าวัดรางกำหยาด ซึ่งเป็นพื้นที่ของตำบลบางภาษี ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด โรงเรียน และชุมชน มีเด็กและผู้ปกครองใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก และเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่อาจจะไม่ครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีเรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับความสว่างที่ไม่เพียงพอในระบบส่องสว่างในช่วงกลางคืนที่ชำรุดเสียหาย หลายจุดตลอดเส้นทาง หลายครั้งกระผมได้ร้องเรียนไปยังแขวงทางหลวงนครปฐมก็ไม่ได้รับ การแก้ไขให้เสร็จสิ้น เช่น เสีย ๑๐๐ ดวง ก็มาแก้เพียง ๑๐ ดวงเท่านั้น อีกทั้งบริเวณ เกาะกลางถนนที่มีลักษณะเป็นร่อง มี Barrier บดบังสายตาของผู้ขับขี่ หญ้าขึ้นทึบ ส่งผลต่อ วิสัยทัศน์และความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง และเกิดการขโมยสายไฟอยู่บ่อยครั้งเพราะว่า เป็นที่ลับตาคน ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมและเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการสัญจร กระผมจึงเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี ในประเด็นคำถามที่ ๑ ก่อน ดังต่อไปนี้🔗
ในส่วนของระบบไฟส่องสว่าง กระทรวงคมนาคมมีแผนปรับปรุงเพิ่มเติม ไฟส่องสว่างในช่วงเส้นทางดังกล่าวหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาติดตั้งไฟส่องสว่าง แบบ High Mast เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการจราจรในช่วงกลางคืน และหาก ยังไม่มีแผนดำเนินการ กระทรวงคมนาคมมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ระยะยาว อย่างไร โดยขอทราบรายละเอียด แล้วก็มีจุดที่ไฟดับเป็นประจำก็เป็นที่โรงยางดีสโตน ที่ตำบลไผ่หูช้างเชื่อมต่อตำบลลำลูกบัวของอำเภอดอนตูม แยกไผ่คอกวัวถึงช่วงวัดลานคา แล้วก็อีกช่วงก็คือช่วงลงแม่น้ำท่าจีนเชื่อมต่อที่ตำบลบางภาษี เรียนคำถามที่ ๑ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามแรกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจากจังหวัดนครปฐม พรรคประชาชน เรื่อง ติดตามความคืบหน้าการขยายผิวจราจร เป็นฝั่งละ ๓ ช่องจราจร และปรับปรุงไฟส่องสว่างบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ จังหวัดนครปฐม ก่อนอื่นดิฉันต้องขอถือโอกาสขอบคุณท่านสมาชิกเป็นอย่างสูงที่ได้กรุณา ตั้งคำถามนี้ แล้วก็เป็นคำถามที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยแล้วก็ติดตามเรื่องดังกล่าว มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระทู้ถามแยกเฉพาะ หรือว่ากระทู้ถามทั่วไป ก็ต้องขอบคุณ ซึ่งขออนุญาตนำเรียนว่าทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ เป็นถนนที่เป็นสายต่างระดับจากรังสิต ถึงพนมทวน เป็นโครงข่ายทางหลวงสายหลักที่เชื่อมระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันตก ผ่านจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม แล้วก็กาญจนบุรี ซึ่งสายทางนี้เป็นสายทาง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ข้ามบริเวณสะพานข้ามคลองโต๊ะนุ้ย บ้านรางกระทุ่ม ตำบลบางภาษี ไปถึงสะพานข้ามคลองชลประทาน บ้านไผ่หูช้าง ตำบลไผ่หูช้าง ตลอดเส้นทางเป็นเส้นทางขนาด ๔ ช่องจราจร โดยช่วงที่ผ่านชุมชนบางเลนเป็นทางขนาด ๖ ช่องจราจร แล้วก็ขณะนี้เส้นทางดังกล่าวได้มีการดำเนินการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างแล้ว ตลอดช่วงสายทาง แต่เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึงไม่ว่าจะเป็นจุดไฟส่องสว่าง ไม่ว่าจุดลง ทางดีสโตน แล้วก็จุดทางลงของแม่น้ำท่าจีนและอีกจุดหนึ่ง รวมทั้งแท่ง Barrier ที่ขัดขวาง หมายถึงว่าทำให้พี่น้องประชาชนไม่สามารถมีทัศนวิสัยที่มองเห็น รวมทั้งแขวงทางหลวง จังหวัดนครปฐมที่เมื่อท่านแจ้งแล้วไม่อำนวยความสะดวกหรือไม่ตอบสนองในสิ่งที่ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ดิฉันก็จะได้กำชับให้แขวงทางหลวงนครปฐมลงไปแก้ไข รวมทั้ง จุดไฟฟ้าส่องสว่าง ๓ จุดที่ท่านได้เกริ่นนำสักครู่ ก็ขออนุญาตว่าทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ ที่ช่วงอำเภอบางเลน ปัจจุบันเราได้มีการติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนนเส้นทางดังกล่าว จำนวน ๑,๑๐๗ ต้น แล้วก็มีการติดตั้งระบบบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแผนงานดังกล่าว ที่ท่านสมาชิกได้เคยได้บอกกล่าว ทางกรมทางหลวงเองก็ได้รับทราบแล้วก็รวบรวมปัญหานี้ ในบางครั้งการเสนอปัญหาหรือว่าการตั้งกระทู้ถามของสมาชิกอยู่ในช่วงของผ่านการ พิจารณางบประมาณไปแล้ว แต่เราก็มีงบบำรุงเล็ก ๆ จะบำรุงในส่วนของงบประมาณจำนวน น้อยนิดที่อยู่ที่แขวงทางหลวงแต่ละหน่วย หรือไม่ก็ส่วนของกระทรวงเองเราก็ต้องยอมรับว่า ปัญหาความเดือดร้อนไม่ว่าเรื่องถนน เส้นทาง เรื่องของการไฟฟ้าส่องสว่างมีเป็นจำนวนมาก ท่านจะเห็นว่าสัดส่วนของการหารือ หรือว่าสัดส่วนของกระทู้ถามของท่านสมาชิก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ถามกระทรวงคมนาคมเพราะเป็นปัญหาที่พี่น้องสามารถที่จะเข้าสู่การบริการที่ไม่ได้รับความ สะดวกสบาย เพราะฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณบางครั้งเราเสนองบประมาณไปเป็น จำนวนมากที่ในชั้นของสำนักงบประมาณแล้วก็ถูกตัด แต่ปัญหาของท่านจะไม่ถูกละเลย แน่นอน เพราะหลังจากที่ดิฉันได้รับทราบดิฉันก็เอาโครงการดังกล่าวของท่านในการที่จะ เข้าไปในการขอรับเงินงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมาในวงเงิน ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะซ่อมแซมบริเวณสะพานข้ามคลองโต๊ะนุ้ย บ้านรางกระทุ่มถึงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำ ท่าจีน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยดังกล่าว ซึ่งปัญหาของท่านที่พูดถึงว่าการติดตั้งไฟส่องสว่าง ในเรื่องของการใช้เสาไฟฟ้าแบบ High Mast ก็ขออนุญาตเรียนว่าสายไฟฟ้า High Mast ขณะนี้ปัจจุบันนี้เราต้องมาดูว่าราคากลางอยู่ที่ High Mast ขนาดสูงสุดก็คือมีเป็นขนาด แต่ถ้าเราจะต้องติดตั้งเสาไฟ High Mast ขนาด ๒๕ เมตร ราคากลางอยู่ที่ประมาณ ๕๐๐,๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ต้น แต่พบว่าเมื่อเราลงไปสำรวจและสภาพความเป็นจริงแล้ว เสาไฟฟ้า High Mast ใช้สำหรับบำรุงรักษา รักษาแบบในแนวของระยะไกล แล้วก็ทั่วไป เราจะใช้เสาไฟฟ้า High Mast บนเส้นทางทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือว่าทางหลวง สายที่เป็นสายหลักเรียกว่าสายประธานแล้วก็สายรอง ซึ่งการที่เราใช้เสาไฟฟ้าแบบกิ่ง จะไม่สามารถครอบคลุมความกว้างของผิวจราจรได้อย่างเพียงพอ คือมีความส่องสว่าง ในสายใหญ่คือสายประธาน แต่พอลงไปในสายทาง เช่นสายบางเลน ไม่สามารถส่องสว่าง อย่างเพียงพอที่ลงไปที่พื้นผิวจราจรได้ แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของกระแสไฟ ขออนุญาตว่า ในบางพื้นที่เอง เรื่องของปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนเอง เรื่องของการจัดระบบสายไฟเอง ก็ต้องดูความเหมาะสมของพื้นที่ แต่ถ้ามีการจราจรตรงนี้หนาแน่นขึ้นในอนาคต แน่นอนเราก็ จะเอาสายไฟฟ้า High Mast นี้เข้าไปติดตั้งให้ นอกจากนั้นในพื้นที่ของเส้นทางดังกล่าว ในอนาคตต้องดูเรื่องการปรับปรุงระบบที่มีอยู่ว่าระบบที่มีอยู่ที่เราติดตั้งสายไฟสายเดี่ยว หรือว่าสายกิ่งคู่นี่เสียตรงไหนเราก็จะรีบเข้าไปซ่อมแซม โดยเฉพาะที่กราบเรียนไปสักครู่ว่า ๓ จุด ที่ท่านบอกว่าเสียหาย ก็จะเร่งรัดให้ทางแขวงนครปฐมได้ลงไปตรวจสอบ แล้วก็ติดตั้ง ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ท่านประธานที่เคารพว่า การติดตั้งเสาไฟใด ๆ ก็ตามนอกจากการ ติดตั้งแล้ว สิ่งหนึ่งที่กรมทางหลวงได้ใส่ใจนั่นคือการป้องกันไม่ให้มีการลักขโมยสายไฟ การโจรกรรม แล้วนอกจากนั้นเราก็ต้องมีระบบในการที่จะตั้งงบประมาณซ่อมแซมด้วย ก็ฝากท่านสมาชิกด้วยว่าเวลาเห็นงบประมาณของกระทรวงคมนาคมทำไมเยอะ แต่เมื่อเรา ติดตั้งแล้วเราก็ต้องมีการตั้งงบประมาณสำหรับซ่อมแซมแล้วก็ควบคุม แล้วก็ต้องอาศัย ความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สภอ. ใกล้เคียง แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการช่วยกันสอดส่องไม่ให้มีการลักขโมยสายไฟ ซึ่งเป็น ประเด็นที่สักครู่ดิฉันได้ตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดปทุมธานีเช่นเดียวกัน ก่อนอื่นก็ขออนุญาตตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกก่อนค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี เชิญท่าน สส. คำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชน ต้องขอขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีให้ความมั่นใจว่าไฟส่องสว่างในอำเภอบางเลนจะสว่างยิ่งขึ้น แล้วก็จะช่วยให้พี่น้องชาวนครปฐมสัญจรได้อย่างสบายใจมากขึ้น ลดอุบัติเหตุ🔗
ขอเข้าสู่คำถามที่ ๒ แนวทางเขตถนน ๓๔๖ มีระยะแนวที่เว้นว่างไว้โดยที่ ไม่จำเป็นต้องเวนคืน กระทรวงคมนาคมมีแผนในการดำเนินการการขยายผิวถนนทางหลวง หมายเลข ๓๔๖ ในพื้นที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ให้เป็นฝั่งละ ๓ ช่องจราจรหรือไม่ เนื่องจากในส่วนของแขวงทางหลวงนนทบุรีก็มีส่วนที่เริ่มมีการขยายเป็น ๓ ช่องการจราจรแล้ว เพื่อบรรเทาแล้วก็รองรับการจราจรที่หนาแน่นขึ้นของทางหลวงเส้น ๓๔๖ หากมีแผน ดังกล่าวเราจะมีการเริ่มเมื่อใดและจะเสร็จสิ้นเมื่อใด จึงเรียนถามทางท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามสุดท้าย เชิญครับ🔗
ต้องขอขอบคุณสำหรับคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกนะคะว่าจะทำอย่างไรที่จะมีการขยาย พื้นผิวจราจรของทางหลวงแผ่นดินสาย ๓๔๖ ให้เป็นฝั่งละ ๓ ช่องจราจร แล้วก็มีแผนการ ที่จะดำเนินการเมื่อใด รวมถึงระยะเวลาที่จะแล้วเสร็จ ขออนุญาตตอบคำถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าการเดินทางออกไปสู่ภูมิภาคตามหัวเมือง ต้องยอมรับว่าหลายท่านอาจจะเดินทางไม่สะดวก เพราะบางช่วงอาจจะอยู่ในระหว่าง การก่อสร้าง บางช่วงอาจจะก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ทุกการเดินทางของกระทรวงคมนาคม เราได้ใส่ใจว่าทำอย่างไรจะทำให้การขนส่งคมนาคม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เราพูด เสมอว่ากระทรวงคมนาคมคือโอกาสของประเทศไทย เพราะสำคัญที่สุดคือการกระจาย ความเจริญจากกรุงเทพมหานครไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ก็จะเห็นว่าการเดินทางจากภาคกลาง แล้วก็ภาคตะวันตกเราจะใช้เส้นทาง ๒ เส้นทางหลัก นั่นคือทางหลวงหมายเลข ๓๓๘ ถนนบรมราชชนนี ถนนหมายเลข ๔ คือช่วงถนนเพชรเกษม แล้วก็ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ถนนแสงชูโตที่เชื่อมโยงการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปสู่นครปฐม ราชบุรี แล้วก็ กาญจนบุรี อีกเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ ที่ดิฉันนำเรียนว่าเป็นถนน สายต่างระดับรังสิตแล้วก็พนมทวน เชื่อมโยงไปการเดินทางจากจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม แล้วก็กาญจนบุรี โดยถนนทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ ตลอดเส้นทางเป็นทางหลวง ที่มีขนาด ๔-๖ ช่องจราจร ซึ่งช่วงที่พื้นที่อำเภอบางเลนมีพื้นที่ผิวจราจรทางกว้างอยู่ที่ ๖๐ เมตร แล้วก็ได้ดำเนินการก่อสร้างพื้นผิวจราจรขนาด ๔ ช่องจราจร มาเป็นเวลานานแล้ว เหมือนกันตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ปัจจุบันทางหลวงดังกล่าวมีการจราจรที่หนาแน่นต่อวันประมาณ ๒๐,๖๖๑ คันต่อวัน ซึ่งยังพูดถึงการจราจรในช่วงนี้ถ้าในเกณฑ์ของการใช้รถใช้ถนน ในระหว่าง ๒๐,๐๐๐ ขึ้น เราต้องยอมรับว่าพื้นผิวจราจรยังสามารถรับการใช้ถนนสัญจร ไปมายังได้อยู่ แต่ท่านสมาชิกก็ยังถามว่าหลังจากรับการจราจรเส้นทางนี้แล้ว พื้นผิวจราจร ที่ต้องมีรถเพิ่มขึ้น กระทรวงคมนาคมมีแผนงานที่จะดำเนินงานอย่างไร ขออนุญาตว่า กระทรวงคมนาคมไม่คิดแค่ว่าพอรองรับได้การเดินทางพี่น้องประชาชนเพียงแค่นี้ แต่เรา คิดว่าถ้าวันหนึ่งในอนาคตเมืองเติบโตขึ้นจะมีการขยายพื้นผิวจราจรอย่างไร เรื่องของ การเตรียมการที่จะเวนคืนที่จะเวนคืนที่ดินอย่างไร มีแผนในเรื่องของการจัดการออกแบบ สำรวจ แล้วก็มีแผนการที่จะเวนคืนที่ดินที่อยู่ข้างเคียงอย่างไร ขออนุญาตว่าการก่อสร้างใด ๆ ก็ตามเราก็จะมีการลำดับชั้นของการทำงาน ซึ่งการลำดับชั้นของทางหลวงก็จะประกอบ ไปด้วยเรื่องของการปรับปรุงทางขนานผ่านย่านชุมชน ซึ่งในบริเวณของอำเภอตัวเมือง ของบางเลนเองนั้นจะมี ๖ ช่องทางจราจร ก็คือเราเรียกว่าการก่อสร้างทางของแผนงาน การสร้างแผนงานชุมชน เราก็จะเห็นว่าในเมืองของบางเลนจะเป็น ๖ ช่องจราจร แต่ออกไป เป็น ๔ ช่องจราจร ทำไมเราถึงสร้างตรงนี้เป็น ๖ ช่องจราจร เพราะว่าในเมืองการก่อสร้าง ที่จะต้องมีความแออัดในเรื่องของการขยายตัวเมือง ในเรื่องของรางระบายน้ำ ในเรื่องของ การทำอย่างไรที่เมืองจะต้องมีที่จอดรถ ในเรื่องของทำอย่างไรที่ความสะดวกและ ความปลอดภัยในเรื่องของการทางเท้าให้ชุมชนเมืองมีทางเท้า มีรางระบายน้ำ มีเรื่องของ การจอดรถและเรื่องของความปลอดภัย เราก็จะเห็นว่าการดำเนินการในช่อง ๖ จราจรจึงอยู่ ในแค่ตัวเมือง แต่ท่านถามต่อว่าเส้นทางดังกล่าวทำอย่างไรที่จะขยายเป็น ๖ ช่องจราจร นำเรียนว่ากระทรวงคมนาคมได้มีแผนการที่จะขอรับงบประมาณในปี ๒๕๗๐ ในการที่จะ สำรวจออกแบบ จริง ๆ การสำรวจออกแบบเราขอในปี ๒๕๖๙ แต่ถูกตัดไป อย่างที่เรียนว่า การตัดไปนั้นเราจึงต้องยกแผนงานของปี ๒๕๖๙ ไปใส่ในปี ๒๕๗๐ และขออนุญาตนำเรียน ว่าการเดินทางที่อย่างที่ดิฉันบอกว่าการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ กระทรวงคมนาคมเองก็เร่งรัดไม่อยากให้พี่น้องประชาชนใช้แต่การจราจรในเส้นทางที่เป็น ถนนทางหลวง แต่เรายังเพิ่มช่องทางการจราจรให้มากขึ้นเพื่อสามารถที่จะระบายรถ ออกจากกรุงเทพมหานครไปสู่ภูมิภาค ไม่ว่าในเรื่องของการสู่พระราม ๒ คือเส้นของ M82 ภาคตะวันออกเป็นถนน M7 ภาคอีกสาน M6 จากบางปะอิน-โคราช ภาคตะวันตกก็ M81 ซึ่งตลอดเส้นทางของ M81 ดิฉันเชื่อว่าจากที่เราเปิดให้บริการพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา เปิดฟรีอยู่ก็พบว่าได้รับความพึงพอใจของพี่น้องที่เดินทางไปจากกรุงเทพมหานคร เดิมไปกาญจนบุรี ๓ ชั่วโมง วันนี้ก็ลดระยะเวลาลงเหลือแค่ชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าเราเปิดให้ใช้ บริการเต็มรูปแบบก็คงไม่เกินปี ๒๕๖๘ นี้ M81 ก็จะเป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งที่พี่น้อง ไม่ต้องไปใช้เส้นทางของนครปฐม-บางเลน ที่มีความหนาแน่นและแออัด แล้วก็ก่อสร้างแล้วเสร็จ ในเส้นของพระราม ๒ ก็คงจะอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางสะดวก แล้วก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อันนี้เป็นคำตอบของคำถามที่ ๒ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ กิตติภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐมครับ ขอขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีให้คำตอบอย่าง ชัดเจนว่าอย่างน้อยเราก็จะมีแผนในการสำรวจ และอีกอย่างอยากจะฝากว่าถนน ๓๔๖ เป็นถนนสายที่มีความสำคัญ แล้วก็เป็นใจกลางเศรษฐกิจของคนบางเลน และอยากให้ทาง ท่านรัฐมนตรีเห็นใจแล้วก็ให้เห็นข้อสำคัญว่าพื้นที่บางเลนก็เป็นพื้นที่ที่จำเป็นต้องพัฒนา ต่อไปด้วยครับ ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ🔗
๖. เรื่อง การติดตามโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยป่าสัก อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม แทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนให้ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธนสาร ธรรมสอน ผู้ติดตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านคชาทัช กาสินธุ์พิลา ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สชป. ๒ ต่อไป เชิญท่าน สส. ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ได้ถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเรียนท่านอัครา พรหมเผ่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดิฉัน ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช อาจจะใช้เวลาไม่นานเพราะอยากจะมีคำถามสั้น ๆ ให้ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย เป็นโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กพร้อมระบบ ส่งน้ำ ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ที่มาจากการตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีในวันนี้ เนื่องจากประชาชนชาวตำบลทุ่งก่อได้รับความเดือดร้อนจากการ ขาดแคลนแหล่งน้ำ ซึ่งปัญหานี้มันกระทบต่อประชากรของชาวอำเภอเวียงเชียงรุ้งกว่า ๓,๐๐๐ คน แล้วก็กว่า ๒,๐๐๐ ครัวเรือน ซึ่งพ่อแม่พี่น้องก็มีความต้องการที่อยากจะใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นด้านอุปโภคบริโภคแล้วก็ด้านการเกษตร ซึ่งหากมีอ่างเก็บน้ำตัวนี้ห้วยป่าสัก อันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนได้ ซึ่งอ่างเก็บน้ำนี้จะสามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตรของราษฎรในฤดูฝนได้ ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ และในฤดูแล้งกว่า ๗๐๐ ไร่ เลยอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่ง ว่าตัวโครงการนี้มันมีการออกแบบแผนการในงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การออกแบบหรือการก่อสร้าง ไม่ทราบว่ามีอยู่ในแผนการดำเนินงานของทางกระทรวง หรือกรมในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ หรือปี ๒๕๗๑ หรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามแรก ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ต้องขอบคุณที่กรุณาตั้งกระทู้ถามในเรื่องของความต้องการพี่น้องเกษตรกร น้ำท่วมน่าจะ ต้นเดือนที่เวียงเชียงรุ้ง ผมได้ลงพื้นที่ร่วมกับคณะของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร ได้รับทราบปัญหาจากพี่น้องประธานสภาเกษตร แล้วก็เครือข่ายหมอดินชาวบ้าน ในเรื่องของน้ำป่าไหลหลาก แล้วช่วงหน้าแล้งก็แล้งจัด ซึ่งโครงการที่ท่านปิยะรัฐชย์กรุณา ถามในเรื่องของอ่างเก็บน้ำห้วยป่าสักที่ตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง โครงการนี้เป็น โครงการพระราชดำริ ซึ่งมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่เคยถวาย แล้วพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงกรุณารับเป็นโครงการพระราชดำริ ซึ่งแผนการดำเนินงานและความ คืบหน้าโครงการก็อย่างที่ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อมูลว่าอ่างนี้มันเป็นอ่างที่มีความจุ ๒๒๖,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นอ่างขนาดเล็ก ก็เป็นอ่างดินซึ่งทางกรมชลประทาน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราได้มีแผนในการจัดการโครงการดำเนินโครงการก็คือ หลังจากที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าเป็นโครงการในพระราชดำริเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๐ ทางชลประทานก็ได้มีการจ้างบริษัทที่ปรึกษา ศึกษาในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดย IEA ที่ท่าน สส. กล่าวถึงเมื่อสักครู่นะครับ เราก็ได้บริษัทที่เป็นบริษัทที่ปรึกษา ๒ บริษัทด้วยกัน คือบริษัท เอ็นแคด คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท ชนวัฒน์ จำกัด ซึ่งดำเนินการ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒ รวมระยะเวลาศึกษาทั้งหมด ๒๔๐ วัน ซึ่งก็ผ่านพ้นไปแล้วในเรื่องของ IEA โดยอ่างเก็บน้ำมีความจุที่ ๒๒๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ความยาวสันเกิน ๒๖๐ เมตร ความกว้าง ๘ เมตร แล้วก็สูง ๒๒ เมตร พื้นที่ผิวอ่างที่ระดับ เก็บกักทั้งหมด ๓๒ ไร่ แล้วราคาก่อสร้างทั้งสิ้น ๑๒๓ ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็น ๒ Section ด้วยกัน คือการสร้างทำนบดินที่มีความยาวทั้งหมด ๒๖๐ เมตร สูง ๒๒ เมตร งบประมาณ ๗๗.๒ ล้านบาท แล้วก็ส่วนของท่อส่งน้ำในงบประมาณ ๔๕.๘ ล้านบาท สำนักออกแบบ วิศวกรรม ส่วนออกแบบเขื่อนที่ ๑ ได้รายงานความคืบหน้า การเตรียมความพร้อม การดำเนินการออกแบบโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยป่าสักพร้อมระบบส่งน้ำ พิกัดคือตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ดังนี้ ขอให้สำรวจภูมิประเทศบริเวณหัวงานเพิ่มเติม แล้วก็อีกส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของการจัดทำรายงานสำรวจและทดสอบธรณีวิทยาฐานราก ในตำแหน่งที่ตั้งงานใหม่ แล้วก็ด้านการสำรวจสภาพภูมิประเทศบริเวณหัวงานดำเนินการ เสร็จแล้วเมื่อปี ๒๕๖๖ สำหรับปีงบประมาณปี ๒๕๖๙ มีแผนการดำเนินงานสำรวจธรณีปฐพี แล้วก็แผนการดำเนินงานออกแบบ หากโครงการอ่างป่าสักที่เวียงเชียงรุ้งมีความพร้อม ทุกด้านก็จะเสนอขอรับสนับสนุนงบประมาณต่อไปครับ🔗
เชิญท่าน สส. คำถามที่ ๒ ครับ🔗
คำถามที่ ๒ นะคะ ดังนั้นตอนนี้ แสดงว่า ถ้าสรุปอีกครั้งหนึ่งก็คือศึกษาเรียบร้อยแล้วนะคะ และตอนนี้รอในการศึกษา เรื่องของสำรวจธรณีปฐพีในปี ๒๕๖๙ ใช่ไหมคะ แล้วเป็นไปได้ไหมคะว่าทางกระทรวง จะสามารถตอบกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ว่าถ้าผ่านปี ๒๕๖๙ นี้แล้ว ใช้เวลาอีกประมาณ ปีหรือ ๒ ปีในปีงบประมาณไหนที่จะสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะทำการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำตัวนี้ได้ค่ะท่าน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณมากครับท่าน สส. ปิยะรัฐชย์ ความจริงแล้วโครงการนี้ผมขับเคลื่อนร่วมกับคุณแม่ ตั้งแต่สมัยคุณแม่เป็นนายก อบจ. นะครับ แต่ว่าด้วยสภาพภูมิประเทศที่ถ้าเราสร้างเกิน ๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไปประมาณนั้น ๕๐ ไร่นะครับ แล้วด้วยความที่ตั้งเป็นเขตอุทยาน ถ้ามีการกระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็จะใช้ระยะเวลา พอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกรุณารับเป็นโครงการพระราชดำริแล้ว ทางชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเรียนว่าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นโครงการที่แก้ไข ความขาดแคลนของพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ แล้วส่วนของขั้นตอนดำเนินงานในปี ๒๕๗๐ กรมชลประทานขอสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นั่นก็คือ กปร. เพื่อก่อสร้างอาคารหัวงานที่ผมได้เรียน ตอบคำถามตั้งแต่ข้อ ๑ นะครับ งบประมาณ ๗๗.๒ ก็คือ ๗๗,๒๐๐,๐๐๐ บาท ถามว่าอาคาร หัวงานและอาคารประกอบคืออะไร ก็คือในส่วนของคันดินที่สูง ๒๒ เมตร ยาว ๒๖๐ เมตร แล้วอาคารประกอบก็จะเป็นพวก Spillway และระบบกระจายน้ำที่เราวางฐานไว้ก่อน พอสร้างในส่วนของทำนบดินและอาคารประกอบอย่าง Spillway เสร็จ ปี ๒๕๗๑ ก็จะเป็น ขอตั้งงบประมาณสนับสนุนแผนโครงการส่งเสริมดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของชลประทานก็คือเรื่องของท่อส่งน้ำต่อไป ถ้าได้รับสนับสนุนงบประมาณ ๑๒๓ ล้านบาท ตามที่เราตั้งเป้าไว้ปี ๒๕๗๒ ก็จะเสร็จ แต่ช่วงที่เรารองบประมาณทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ แล้วก็มีแผนสำรองในส่วนของการสร้างแหล่งเก็บกักน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้องเวียงเชียงรุ้งที่เป็นเขตของท่าน สส. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราบูรณาการร่วมกันทั้ง ๒๒ หน่วยงานของกระทรวง ได้มอบหมายให้ทางกรมพัฒนาที่ดิน เตรียมแผนในการจัดหาแหล่งน้ำ เพื่อพี่น้องเกษตรกรในช่วงหน้าแล้งและเก็บกักน้ำในช่วง หน้าฝน อย่างน้อยก็ชะลอในเรื่องของดิน แก้ปัญหาเรื่องชะล้างที่เราเคยเจอปัญหาในเรื่อง ของ Rain Bomb เมื่อปีที่แล้ว และเกิดตะกอนดินทับถมเยอะมาก ทำให้รัฐเสียงบประมาณ ในการขุดลอก กรมพัฒนาที่ดินก็มีแผนในการสร้างแก้มลิงขนาดใหญ่ บ่อขนาดกลาง และบ่อจิ๋ว แก้มลิงที่เราจะสร้างมาทดแทนในเรื่องของการสร้างอ่างเก็บอ่างที่กระทบกับ สิ่งแวดล้อมเขาก็ไปอยู่ในพื้นที่ป่า แล้วก็หาที่สาธารณะที่สามารถทำแก้มลิงได้ ขุดเสร็จแล้ว กรมพัฒนาที่ดินก็จะตั้งเครื่องสูบน้ำโดยพลังงานแสงอาทิตย์หรือว่าโซลาร์เซลล์ กระจายน้ำ ไปยังบ่อขนาดกลาง ฝากท่าน สส. ประชาสัมพันธ์พี่น้องเกษตรกรและผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ทั้งฝ่ายจังหวัดให้ช่วยกันสำรวจพื้นที่ที่สามารถสร้างแก้มลิงแล้วก็บ่อขนาดกลางได้ กรมพัฒนาที่ดินก็จะใช้โซลาร์เซลล์กระจายน้ำไปสู่บ่อขนาดกลาง แล้วก็บ่อจิ๋วในหัวไร่ ปลายนาพี่น้องเกษตรกร พอเราได้น้ำเสร็จปุ๊บทางกรมพัฒนาที่ดินก็ไปจัดรูปแปลงนาพี่น้อง เกษตรกร เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าในแปลงเกษตรก็คือเรื่องอาชีพที่จะมาต่อมา แล้วหลังจากที่ กรมพัฒนาที่ดินเราได้สร้างทั้งแก้มลิง บ่อขนาดกลาง บ่อจิ๋วให้พี่น้องเกษตรกรแล้วนะครับ🔗
โครงการต่อไปก็คือเรื่องของการสร้างความมั่นคงทางอาหาร นั่นก็คือหน้าที่ ของกรมประมง กรมประมงก็จะมีหน้าที่เอากุ้งก้ามกราม เอาพันธุ์ปลาไปให้พี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่ได้ปล่อย ช่วงไหนที่ไม่สามารถทำการเกษตร ทำนาในฤดูได้เนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก เราก็เปลี่ยนจากการทำนามาเป็นการทำประมงในพื้นที่นาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เลี้ยงปลา ในบ่อ บ่อขนาดใหญ่ ขนาดกลาง บ่อจิ๋ว เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีรายได้เสริม อีกอย่างหนึ่ง เราปล่อยปลาในน้ำอย่างไรก็จับมาบริโภคได้ตลอด สิ่งที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะ ไปเสริมต่อในเรื่องหลังจากที่เรามีน้ำเสร็จแล้ว อยากจะเข้าไปส่งเสริมในเรื่องของ การปลูกพืชที่ผลผลิตเพิ่มผลผลิตต่อไร่ แล้วก็มีความต้องการของตลาดอยู่แล้ว อย่างเช่น เชียงรายจะดังในเรื่องของกาแฟ แล้วพื้นที่นาที่มีความลาดชันก็จะปรับเรื่องของกาแฟ ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของยางเพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการยางแห่งประเทศไทย ที่จะเข้าไปช่วย และสิ่งที่บูรณาการร่วมกับกรมปศุสัตว์ก็คือตอนนี้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และ ถั่วเหลืองมีความต้องการมาก แล้วก็กลุ่มเกษตรกรผู้ที่เป็นวิสาหกิจชุมชนในการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงโค เลี้ยงกระบือ มีความต้องการในเรื่องของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาก แล้วเพาะปลูกเสร็จ ปุ๊บเขามารับซื้อตัดให้พี่น้องเกษตรกรด้วย หลาย ๆ อย่างที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งใจทำให้พี่น้องเกษตรกรก็คือการยกระดับค่าครองชีพของพี่น้องเกษตรกรและทำทุกอย่าง ต้องขอบคุณท่าน สส. มากที่ให้ความสนใจและผลักดันโครงการดี ๆ ให้พี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานและอีก ๒๑ หน่วยยินดีที่จะมา ตอบกระทู้ทุกครั้งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาตั้งคำถามมา แล้วผมวางแผนว่าจะ ลงพื้นที่ ฝากท่าน สส. นะครับถ้าไปทางเวียงเชียงรุ้งมาสำรวจด้วยกัน เราจะได้เอาปัญหาของ พี่น้องเกษตรกรมาตั้งเป็นยกร่างโครงการผลักดันงบประมาณลงไป วันนี้ขอบคุณ ท่านปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช มากครับ และขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่าน สส. ก็ไปบอกประชาชนเวียงเชียงรุ้งนะครับว่าท่านรัฐมนตรี ได้ให้ความหวังที่จะดำเนินการตามแผน ขอบคุณทั้ง ๒ ท่านนะครับ🔗
๕. เรื่อง ขอทราบแนวนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดสรร ภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ กำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ แจ้งว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบชี้แจง กระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ติดภารกิจราชการสำคัญ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน🔗
เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ จากกระทรวงการคลัง กรมสรรพากร ท่านผุสดี สุตะวิริยะวัฒน์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐาน การจัดเก็บภาษี ต่อไปจากกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนัก บริหารการคลังท้องถิ่น ท่านชรินทร์ สัจจามั่น ผู้อำนวยการกลุ่มงานนโยบายการคลังและ พัฒนารายได้ และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการรับฟังในการตอบกระทู้ถาม ท่านกษิเดช แดงเดช ท่านธัญกมล จีนจร ท่านขวัญยืน เสมามอญ ท่านฐิตินันท์ โอลสัน ต่อไป เชิญท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นคำถามแรก ซึ่งทั้งคำถามคำตอบใช้เวลา ๒๐ นาที คือท่านละ ๑๐ นาที แล้วเอา เวลามาแบ่งกันได้ เชิญถามคำถามแรกครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีเดชอิศม์ที่วันนี้ได้ให้เกียรติมาตอบกระทู้แยกทั่วป ในฐานะที่ผม ได้ตั้งกระทู้นะครับ แต่ต้องอธิบายก่อนครับท่านรัฐมนตรีด้วยความที่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ นโยบายกระจายอำนาจ ก็เลยเป็นที่มาที่ทางผมได้ตั้งกระทู้ถามถึงนายกรัฐมนตรี ด้วยความที่ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจโดยตรง หวังว่าในเรื่องนี้จะได้ คำตอบที่มีความชัดเจนขึ้นจากท่านรัฐมนตรีในครั้งนี้ สืบเนื่องอย่างที่ท่านรัฐมนตรีทราบกันดี ว่าในเรื่องของการกระจายอำนาจว่าประเทศไทยยังต้องมีบทบาทเรื่องนี้กันอีกเยอะมาก โดยประเด็นแรกเป็นเรื่องของรายได้ แน่นอนว่าเรื่องรายได้เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้บทบาท ของท้องถิ่นสามารถพัฒนาพื้นที่ได้มากขึ้น🔗
ในประเด็นแรกที่ผมอยากถามท่านรัฐมนตรีจะขออนุญาตใช้คำว่า มันคือ การทวงความเป็นธรรมให้กับท้องถิ่นในแต่ละจังหวัด นะครับ สืบเนื่องจาก พ.ร.บ. อบจ. มาตรา ๖๒ จริง ๆ ระบุไว้ชัดเจนมากว่าภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นที่จังหวัดใด ต้องจัดสรร แบ่งให้กับ อบจ. ในจังหวัดนั้นร้อยละ ๕ อันนี้คือเจตนาเมื่อมีการตั้ง พ.ร.บ. อบจ. นี้ขึ้นมา พูดง่าย ๆ คือมูลค่าเศรษฐกิจถ้าเกิดขึ้นที่จังหวัดไหนนั้นอย่างไรมันมีต้นทุนหรือมันมีบริการ สาธารณะที่ท้องถิ่นต้องรับรองอยู่แล้ว จึงต้องมีการแบ่งให้กับท้องถิ่นในพื้นที่นั้นหรือ อบจ. ร้อยละ ๕ แต่ผมก็ทราบดีครับเช่นเดียวกันประมวลรัษฎากรมาตรา ๘๓ กำหนดไว้ว่าการที่จะ ให้ผู้ประกอบการที่มีหลายสาขาในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศสามารถยื่นรวมแบบ ภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามที่อธิบดีกำหนด🔗
ซึ่งในแบบนั้นก็จะเป็นแบบ ตามที่ผมได้โชว์ขึ้นสไลด์ว่าผู้ประกอบการแน่นอนก็ย่อมเป็นความสะดวกที่จะมายื่นรวมกัน ที่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร เพียงแต่ว่าในแบบที่ยื่นรวมภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นจริง ๆ แล้ว มีการกำหนดว่าผู้ประกอบการต้องยื่นใบแนบ ซึ่งในแนบจะมีการแยกมาแล้วว่าสาขานั้น มีการจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีซื้อหลังภาษีขายหักลบกลบกันแล้วต้องเป็น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายเท่าไรในแต่ละสาขา ในแต่ละจังหวัด ดังนั้นจริง ๆ แล้วเพื่อ ทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ แล้วก็ข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้ว จริง ๆ มันสามารถ เปลี่ยนนโยบายของภาครัฐให้สามารถจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ อบจ. ในแต่ละพื้นที่นั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และก็ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ โดยที่ไม่ขัดกันกับ ทั้งประมวลรัษฎากรด้วย แล้วก็ พ.ร.บ. อบจ. ด้วย เพียงแต่ต้องมีการเปลี่ยนนโยบายให้เอา ใบแนบเมื่อผู้ประกอบการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาคำนวณในการที่จะจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เกิดขึ้นในแต่ละจังหวัดนั้นให้กับ อบจ. ให้คืนความเป็นธรรม เพราะมิฉะนั้นกลายเป็นว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในทุก ๆ จังหวัดเมื่อผู้ประกอบการยื่นรวมกันที่สำนักงานใหญ่ ที่กรุงเทพมหานครแล้ว ก็กลายเป็นว่า อบจ. ในพื้นที่นั้นก็จะเสียโอกาสที่จะได้รับมูลค่า ภาษีมูลค่าเพิ่มส่วนแบ่งตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย อบจ. ตรงนี้ไป ดังนั้นคำถามแรก มันก็จะกลับไปถามท่านรัฐมนตรีว่าแนวนโยบายของการกระจายอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ที่จะคืนความเป็นธรรมให้กับ อบจ. ทั่วประเทศจะดำเนินการได้เมื่อไร หรือมีความคิดเห็น อย่างไร อันนี้ขอเป็นประเด็นแรกก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรก เชิญครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ กระผม เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ประเด็นเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมี ๒ ส่วนนะครับ🔗
ส่วนแรกคือการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้ โดยทั่วไปผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นมีสถานประกอบการอยู่หลายแห่ง ต้องแยกยื่นตามแบบภาษีที่ชำระภาษีเป็นรายสถานประกอบการไป อย่างไรก็ดีเพื่ออำนวย ความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาของผู้เสียภาษี ประมวลรัษฎากรได้อนุญาตให้ ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรและขอยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีรวมกันที่สถานประกอบการแห่งใดแห่งหนึ่ง อันเป็นไปตามหลักการของ ภาษีอากรที่ดีนะครับ🔗
ส่วนที่ ๒ คือการจัดสรรรายได้ตามมาตรา ๖๒ แห่ง พ.ร.บ. องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ กำหนดให้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ในจังหวัด ให้กรมสรรพากร ส่งมอบให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยละ ๕ เนื่องจากการอนุญาตให้ผู้ประกอบการ สามารถยื่นแสดงรายการภาษีและชำระภาษีรวมกันที่สถานประกอบการแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ ในประมวลรัษฎากรเป็นไปตามหลักภาษีอากรที่ดี การพิจารณาอย่างเป็นธรรม🔗
ซึ่งผมจะ ขออนุญาตอธิบายภาพให้เห็นคร่าว ๆ นะครับว่าวันนี้ภาษีที่เก็บได้ในจังหวัดใด สมมุติว่า ๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ๗ เปอร์เซ็นต์เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มให้เทียบตัวเลขเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แบ่งออกเป็น ๓ ก้อน ก้อนที่ ๑ คือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตัดให้สู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนั้น ๆ เหลืออีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์เข้ามาสู่ส่วนกลางนะครับ ๙๐ เปอร์เซ็นต์นี้ถ้าเทียบให้ภาพชัด ๆ คือ ๙๐ เปอร์เซ็นต์มาเทียบเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อีกครั้งหนึ่ง ใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก้อนที่ ๒ นี้จำนวนอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ส่งกลับไปให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็จะเหลืออีก ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ในจำนวน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้น กฎหมายเขียนไว้ว่าไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ต้องสะท้อนกลับไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ ณ วันนี้ช่องว่างมันมีอยู่ว่าเราจัดสรรไปแค่ ๑๙.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขกลม ๆ ก็ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เอง ผมว่าภาษีส่วนนี้ถ้าเศรษฐกิจการคลังกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พูดคุยกันที่จะเพิ่มขยายตัวเลขตัวนี้ เพราะคำว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ของยอดนี้ มันหมายถึง ๖,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเรายังขาดอยู่อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นเงินจำนวน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่าตรงนี้คือความยุติธรรมที่เราจะต้องคืนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่สำหรับความเห็นผมการสะท้อนกลับเรื่องงบประมาณไปสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นควรคำนึงถึง ๓ ข้อคือ🔗
ส่วนที่ ๑ ให้ท้องถิ่นเล็กท้องถิ่นใหญ่อยู่ได้ ถ้าเราคำนวณเฉพาะรายได้ อย่างเดียวบางท้องถิ่นจะไม่มีภาษีเลย เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่สู่ท้องถิ่นอย่างน้อย ๔๐ เปอร์เซ็นต์แรก เอามาหาร เท่ากันทุกท้องถิ่น🔗
ส่วนที่ ๒ ควรคำนึงถึงประชากร จังหวัดไหนที่มีประชากรมากก็ควรสะท้อน ภาษีกลับไปมาก จังหวัดไหนที่มีประชากรน้อยควรจะสะท้อนภาษีกลับไปน้อยตามสัดส่วน🔗
ส่วนที่ ๓ ซึ่งผมดูแล้วยังไม่เคยมีใครคำนวณคือแหล่งกำเนิดภาษี ก็น่าเห็นใจ บางจังหวัดสามารถเก็บภาษีทำรายได้ให้กับประเทศปีหนึ่งหลายแสนล้านบาท แต่การ สะท้อนภาษีกลับไปสู่พี่น้องประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ กลับได้สัดส่วนที่เท่ากันกับจังหวัด อื่น ๆ ผมว่าอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ น่าจะคำนึงถึงแหล่งกำเนิดภาษี ผมว่าถ้าเรามอง ๓ มุม อย่างนี้ได้ ผมคิดว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นกับท้องถิ่นอย่างแน่นอน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี เชิญท่านสมาชิก คำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ตอบคำถาม จริง ๆ ต้องอธิบายอย่างนี้ จริง ๆ เห็นด้วยกับที่รัฐมนตรีได้เกริ่นไว้ว่าในหลักการ ๓ ประการ โดยเฉพาะแหล่งกำเนิดภาษีก็จึงเป็นที่มาที่ผมพยายามตั้งคำถามว่า ในเมื่อมูลค่าทางเศรษฐกิจ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในจังหวัดนั้น ๆ แต่ว่าด้วยเพราะรัฐอยากจะอำนวยความสะดวก ให้สามารถยื่นรวมได้ ไม่ต้องยื่นทุก ๆ จังหวัด ๗๗ จังหวัดตรงนี้ ก็เลยมีการยื่นรวมกันที่ กรุงเทพมหานครหรือที่สำนักงานใหญ่ ก็จะยิ่งขัดแย้งกับที่ท่านรัฐมนตรีได้เกริ่นไปว่า เมื่อแหล่งกำเนิดภาษีกลับไม่ได้รับการจัดสรรภาษีอย่างที่เขาควรจะเป็น และขัดแย้งกับ เจตนารมณ์ของกฎหมายด้วย จึงเป็นที่มาที่ผมตั้งคำถามว่าด้วยกฎหมายที่มีอยู่และด้วย ปัจจุบันที่ปฏิบัติกันอยู่นั้นจริง ๆ มันสามารถจัดสรรให้เป็นธรรมได้ เพียงแต่ว่าจะต้องเป็น หน่วยงานของรัฐเองที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการคำนวณภายในเท่านั้น เป็นเรื่อง ของสูตร ไม่ได้เป็นเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย ไม่ได้เป็นเรื่องของการต้องพัฒนาอะไร ที่ซับซ้อน เป็นเรื่องของเจตจำนงทางการเมืองที่จะคืนความเป็นธรรมให้กับแต่ละจังหวัด ให้กับแต่ละท้องถิ่น แต่ละ อบจ. ที่เขาควรจะได้รับส่วนแบ่งของภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้น ในจังหวัดนั้น ๆ ก็คาดหวังว่าถ้ารัฐมนตรีท่านมีโอกาสอาจจะนำไปหารือผลักดันใน คณะกรรมการกระจายอำนาจเพื่อเป็นมติออกมาแล้วก็สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า จะเป็นทั้งกระทรวงมหาดไทย ทั้งกระทรวงการคลัง ทั้งกรมสรรพากรหรือกรมบัญชีกลาง ได้คืนความเป็นธรรมให้กับท้องถิ่น อันนี้ก็จะเป็นต่อเนี่องในประเด็นแรก🔗
ขอมาต่อเนื่องในแนวนโยบายคำถามที่ ๒ ที่ผมอยากขอทราบความคืบหน้า แล้วก็ความชัดเจน จริง ๆ ต้องพูดว่าคือเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพราะว่าถ้าพูดให้ถูกต้องจริง ๆ คือการทวงถามว่าเมื่อไรรัฐบาลจะถ่ายโอน ภารกิจให้กับท้องถิ่นตามกฎหมาย เพราะว่าเรามีกฎหมายกำหนดแผนและขั้นตอน กระจายอำนาจมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เรามีแผนกระจายอำนาจ ฉบับที่ ๑ ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ หรือว่า ๒๓ ปีมาแล้ว แต่ว่ายังถ่ายโอนไม่ครบ เหลืออยู่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ยังไม่ได้ถ่ายโอน แผนกระจายอำนาจ ฉบับที่ ๒ เรามีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ หรือว่า ๑๗ ปีแล้ว แต่ยังถ่ายโอนภารกิจ ไม่ครบ ยังเหลือ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ที่ยังไม่ได้ถ่ายโอน แล้วก็ต้องมาทวงถามท่านรัฐมนตรีว่า ในเมื่อ มีภารกิจใหญ่ ๆ ที่ทางท้องถิ่นก็เฝ้ารออยู่ที่ผมอาจจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจราจร เรื่องของใบอนุญาตโรงแรม สถานบริการ การตรวจสอบ โรงงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องของการตรวจสอบอาคาร ซึ่งผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ อย่างเรื่องจราจร ท้องถิ่นผมว่าเอาอย่างท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานคร หรือว่า เทศบาลขนาดใหญ่ล้วนมีความพร้อม อย่างกรุงเทพมหานครมีการใช้พัฒนาเทคโนโลยี เอากล้องเอไอมาตรวจการจับผิดผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจราจร จับได้ทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ภาพ เพียงแต่ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เป็นคนออกใบสั่งค่าปรับ ปรับได้ เพียงแค่ ๗๐,๐๐๐ หรือเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นี่คือปัญหาสำคัญที่ว่าทำให้ท้องถิ่น ไม่สามารถดูแลทุกข์ สุข บริการสาธารณะได้อย่างที่ควรจะเป็น แล้วจริง ๆ แล้วก็ย้ำไปอีก ครั้งหนึ่งว่า นี่คือภารกิจที่ควรจะต้องมีการถ่ายโอนตามกฎหมายที่ควรจะเกิดขึ้นมาแล้ว ๑๗ ปีที่แล้ว คำถามที่ผมอยากขอความชัดเจนจากท่านรัฐมนตรีว่าเมื่อไรที่รัฐบาลจะ ดำเนินการให้เกิดการถ่ายโอนตามกฎหมาย เมื่อไรที่รัฐบาลจะมีมติของคณะกรรมการ กระจายอำนาจเพื่อบังคับให้ต้องมีการถ่ายโอนจากภารกิจตรงนี้ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อม ขอคำตอบที่ชัดเจนจากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ คำถามที่ ๒ จริง ๆ มาต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ร.บ. แผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจ ปี ๒๕๔๒ โดยกำหนดว่าเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ รัฐต้องจัดสรรงบประมาณ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่น้อยกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เริ่มจากปี ๒๕๕๐ แล้วกำหนดว่าให้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ จนถึง ปี ๒๕๖๙ เป็นเวลาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว การถ่ายโอนในเรื่องงบประมาณยังไปไม่ถึงไหนเลย ได้ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ของรายได้รัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องร่วมกันผลักดัน ให้งบประมาณในส่วนท้องถิ่น แต่การมองเรื่องการกระจายอำนาจผมอยากให้มองทั้ง ๓ มิติ ก็คือ ๑. เรื่องงบประมาณ ๒. เรื่องคน ปกติเรื่องคน การคัดสรรคน หรือความเติบโตของ คนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อก่อนเป็นอำนาจเต็มของท้องถิ่นนั้น ๆ แต่วันนี้เป็น คำสั่ง คสช. ที่ออกมาแล้วมาคัดเลือกที่ส่วนกลาง ซึ่งไม่สอดคล้องต้องกันเลย ตัวผมเอง ส่วนตัวนี้ไม่เห็นด้วยเลย ซึ่งเรื่องต้องนำเสนอในการแก้ปัญหาร่วมกันในอนาคต ส่วนประการที่ ๓ เรื่องภารกิจ ภารกิจจริง ๆ ผมเคยเป็นผู้บริหารท้องถิ่นมาก่อน ผมเคยเป็นนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดมาก่อน เรื่องภารกิจเป็นเรื่องสำคัญมาก จริง ๆ อยากให้เขียนว่าสิ่งไหน ที่ทำไม่ได้สำหรับท้องถิ่น เข่น เรื่องความมั่นคงแห่งชาติ หรือการปราบปรามยาเสพติด อันนี้ที่ท้องถิ่นไม่ควรทำ นอกจากนั้นควรทำได้ทั้งหมดเพราะเป็นการแก้ทุกข์ให้กับ พี่น้องประชาชน เพราะผมเชื่อว่าไม่มีใครหรอกที่จะรู้ปัญหาของท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ดีไปกว่า ผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในท้องถิ่นนั้น แล้วเชื่อว่าไม่มีใครรู้ปัญหา ของท้องถิ่นนั้น ๆ ดีไปกว่าผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งในท้องถิ่นนั้น และประการที่ ๓ ผู้บริหารท้องถิ่นต้องเอาใจประชาชนในท้องถิ่น เพราะ ๔ ปีจะมีการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ไม่เหมือนข้าราชการส่วนภูมิภาคต้องเอาใจอธิบดี เอาใจปลัดกระทรวง เพราะด้วยเหตุ ๓ ข้อนี้ ผมคิดว่าเรามีความเห็นตรงกัน ควรที่จะกระจายอำนาจให้สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วต้องแก้กฎ แก้ระเบียบต่าง ๆ วันนี้จะเห็นได้ว่าผู้บริหารท้องถิ่นอึดอัดมาก มี สตง. เข้ามา เขาบอกว่าอันนี้ทำได้ อันนี้ทำไม่ได้ อันนี้ไม่สมควร อันนี้ไม่เหมาะสม เพราะว่ากฎ ระเบียบ เราเขียนไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นผมรับปากท่านว่าหลังจากที่ผมได้เรียกประชุมผู้บริหาร ท้องถิ่นตั้งแต่สมาคม อบจ. สมาคม อบต. แห่งประเทศไทย แล้วก็สันนิบาตเทศบาล เราตกลงร่วมกันว่าเรามาทำกฎหมายแก้ทั้งเรื่องเงิน ทั้งเรื่องคน ทั้งเรื่องภารกิจ ก็คิดว่า ในอนาคตอันใกล้นี้เราคงมีแผนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นที่เต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกเรียบร้อยนะครับ ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีตอบได้ชัดเจนมาก ขอบคุณท่านรัฐมนตรีกับท่านสมาชิกนะครับ🔗
๖. เรื่อง ขอสอบถามแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะในพื้นที่ นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ แจ้งว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบกระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญจึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ จากกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ท่านสุจิตรา ดาวเรือง ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันโรค ท่านที่ ๒ ท่านอามาดา กาเดร์ นักวิเคราะห์นโยบายและ แผนปฏิบัติการ และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการรับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ท่านแรก ท่านธนิษฐ์ นีละโยธิน ท่านที่ ๒ ท่านชมนาศ ตั้งพิริยะทิพย์ ท่านที่ ๓ ท่านชนม์นิภา แสงประภา ต่อไปเชิญท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ถามท่านรัฐมนตรี ๒ คำถาม คำถามละ ๑๐ นาที คือตอบ ๑๐ นาที ถาม ๑๐ นาที แต่ว่าเวลาเอามาเฉลี่ยกันได้ เชิญถามคำถามแรกครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ก่อนอื่น ก็ต้องขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านเดชอิศม์มาก ๆ ที่กรุณา มาตอบคำถามของดิฉัน ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ในจังหวัดปทุมธานีถือว่าเป็นหนึ่ง ในจังหวัดที่มีอัตราการเติบโตของประชากรในพื้นที่ค่อนข้างสูงอย่างก้าวกระโดดมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตของอำเภอคลองหลวง ในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลงและ อบต. คลองสาม ซึ่งเป็นเขตที่ดิฉันรับผิดชอบอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเราพบว่าแม้จะมีการเติบโตของ ประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ว่าการพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดระบบ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แล้วก็เรื่องของการจัดการขยะยังโตได้ไม่เท่าทันกับเมืองที่กำลัง ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ดิฉันขอสไลด์ขึ้นด้วยค่ะ🔗
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษในตอน ปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาระบุว่าปทุมธานีมีสถานที่กำจัดขยะที่จดจัดแจ้งไว้แล้วเพียงแค่ ๙ แห่ง เท่านั้น ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ๓ แห่ง แล้วก็ใน ๓ แห่งนี้มีถึง ๒ แห่งด้วยกันที่จัดการขยะ ไม่ถูกสุขอนามัยถึง ๒ แห่งด้วยกัน แต่ที่น่าตกใจเราพบว่ามีแหล่งกำจัดขยะที่ผิดกฎหมาย ที่ไม่ได้จดจดแจ้งตามกฎหมายอีกจำนวนมาก ซึ่งดิฉันก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนมาโดยตลอดในพื้นที่ว่ามีสถานที่ที่กำจัดขยะแบบเทกองอย่างน้อยถึง ๒ แห่ง ด้วยกันในพื้นที่ ทั้งในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลง แล้วก็ อบต. คลองสามที่มีปัญหา ตามรูป พื้นที่แรกคือสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในซอยไอยรา ๓๘ ในพื้นที่ของคลองสอง ในเขต เทศบาลเมืองท่าโขลง อีกแห่งหนึ่งเป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในซอยคลองสาม ๑๐/๑๑ ในพื้นที่ของ อบต. คลองสาม ซึ่งสถานที่กำจัดขยะเหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีปัญหาอย่างมากในเรื่องของการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ตามเรื่อง ของสุขอนามัยที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องของมลพิษ กลิ่นเหม็น น้ำเสีย แล้วก็ ความเดือดร้อนต่อประชาชนในวงกว้าง สไลด์ถัดไป อันนี้ก็จะเป็นภาพในพื้นที่ที่ดิฉันได้ไปลง พื้นที่ สไลด์นี้จะทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นว่าปัญหาก็คือว่าบ่อขยะดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ่อขยะของซอยไอยรา ๓๘ ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน อยู่ใกล้กับบ้านเรือน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนไม่ต่ำกว่า ๗ หมู่บ้านด้วยกัน แล้วก็บริเวณรอบข้างตรงนั้น ก็ยังมีพื้นที่เกษตรกรรมอีก ซึ่งดิฉันเคยทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยังนายกเทศบาล เมืองท่าโขลงแล้วหลายรอบมาก ๆ ตั้งกระทู้ถามก็แล้ว ปรึกษาหารือก็แล้ว แต่ไม่เคยได้รับ คำตอบ ไม่เคยได้รับความร่วมมือจากเทศบาลเมืองท่าโขลงเลย ก็เลยเป็นที่มาที่ไป คำถาม ของดิฉันค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากสอบถามว่ามีมาตรการ หรือว่าแนวทางอย่างไรบ้าง ในการบังคับใช้กฎหมายกับสถานที่จัดการขยะมูลฝอยที่ไม่ได้รับอนุญาตเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ที่ซอยไอยรา ๓๘ ในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลง แล้วรวมไปถึงในซอยคลองสาม ๑๐/๑๑ ของ อบต. คลองสาม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ทางกระทรวงเขาได้มีการตรวจสอบสถานที่กำจัดขยะเหล่านี้บ้างหรือไม่ แล้วก็อยากสอบถาม แนวทางที่ท่านจะบังคับใช้กฎหมายให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เดชดิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ให้มาตอกกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ถึงปัญหาขยะมูลฝอยที่ไม่ได้รับอนุญาต จริง ๆ การบริหารจัดการขยะ มูลฝอยนั้นเป็นหน้าที่ และเป็นอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติกำหนด แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งการเก็บ ขน และกำจัดสิ่งปฏิกูลมูลฝอยในเขตพื้นที่ของราชการ ส่วนท้องถิ่นใดให้เป็นหน้าที่และอำนาจราชการท้องถิ่นนั้น ๆ หรืออาจจะมอบหมายให้ หน่วยงานของรัฐหรือราชการส่วนท้องถิ่นตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด และผู้ใดประสงค์จะดำเนินกิจการรับทำ เก็บ ขน กำจัดหรือหาประโยชน์จากการจัดการ สิ่งปฏิกูลมูลฝอย โดยดำเนินธุรกิจหรือโดยรับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ทั้งนี้หากสถานที่ กำจัดขยะมูลฝอยของ ภาคเอกชนเปิดดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นการ ดำเนินการที่ผิดกฎหมาย มีความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และมีอำนาจดำเนินการสอดส่อง ติดตามและออกข้อบังคับ ให้การกำจัดขยะมูลฝอยดังกล่าวดำเนินไปตามกฎหมายเพราะฉะนั้นอยากให้ท่านต้องไป ที่ท้องถิ่น ส่วนผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลท้องถิ่นก็จะเข้มงวด กวดขันอีกแรงหนึ่ง ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ ต่อไปคำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีด้วย จริง ๆ อย่างที่ดิฉันได้ชี้แจงว่าดิฉันได้ทำทุกวิถีทางแล้วท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการปรึกษาหารือในสภา ดิฉันมั่นใจว่าดิฉันปรึกษาหารือ เรื่องนี้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้งด้วยกัน แต่ว่าไม่เคยได้รับการตอบสนองใด ๆ ทั้งสิ้นจาก เทศบาลเมืองท่าโขลง ทำหนังสือยื่นไปที่เทศบาลเมืองท่าโขลงเช่นเดียวกัน ก็ไม่เคยได้รับ คำตอบเช่นเดียวกัน คงต้องรบกวนทางท่านรัฐมนตรีจริง ๆ ว่าอาจจะต้องรบกวนท่าน ในฐานะที่เป็นกระทรวงกำกับดูแลให้ช่วยกวดขันให้สักนิดหนึ่ง🔗
คำถามที่ ๒ ของดิฉัน จริง ๆ ถึงแม้จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และถึงแม้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ว่าก็ตั้งใจแล้วก็ยินดีอย่างมากที่จะทำงานร่วมกันกับทุกท่าน ดิฉันทราบมาว่าในปัจจุบัน อปท. เองก็มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการขาดแคลน งบประมาณหรือว่าบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบหรือว่าในการกำกับดูแล เรื่องของสถานกำจัดมูลฝอย ก็เลยทำให้ยังเกิดปัญหาที่สถานที่กำจัดมูลฝอยจำนวนมากของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังดำเนินการต่อไปอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ถูกสุขลักษณะ ดิฉัน จึงอยากสอบถามว่าในการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องของการจัดการกับขยะมูลฝอยของ อปท. ยังมีข้อจำกัดหรือยังมีอุปสรรคอะไรอีกบ้างไหมที่ทางเราเองในฐานะของฝ่ายนิติบัญญัติ จะสามารถช่วยท่านในการปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อกฎหมายเอง หรือว่าในเรื่องของ นโยบายในภาพรวม หรือว่าในเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ ก็ยินดีที่จะช่วยกันทำงาน เพื่อทำให้สถานการณ์ตรงนี้ดีขึ้น เพราะว่าดิฉันเชื่อว่าไม่ใช่แค่ในพื้นที่ของดิฉันแน่นอน แต่ว่า เกิดขึ้นในแทบจะหลาย ๆ พื้นที่ ดิฉันอยากสอบถามเพิ่มเติมว่าในปัจจุบัน อปท. ได้รับการ สนับสนุนจากส่วนกลางอย่างไรแล้วบ้าง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของเขาในแต่ละพื้นที่ ถูกสุขลักษณะมากขึ้น แล้วก็ท่านมีแนวทางในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่ยั่งยืน ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรที่นอกเหนือไปจากการฝังกลบหรือว่าการเทกอง ซึ่งเราทราบอยู่แล้วว่า วิธีการฝังกลบหรือว่าการเทกองก็ค่อนข้างมีปัญหาตามมาในระยะยาวอีกมาก ๆ อย่างแน่นอน มีวิธีการหรือมีมาตรการทางเลือกอย่างอื่นไหมคะ🔗
ท้ายที่สุดคำถามสุดท้ายของดิฉัน ขอให้ท่านช่วยชี้แจงเรื่องของแนวทาง ในการแก้ปัญหาสำหรับบ่อขยะที่ซอยไอยรา ๓๘ ในเขตความรับผิดชอบของเทศบาล เมืองท่าโขลง กับของ อบต. คลองสาม สักนิดหนึ่งว่าหลังจากนี้ Timeline หรือว่าแผนการ บังคับใช้กฎหมายหรือว่าการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยท่านจะมีแผนในการบังคับใช้ กฎหมายอย่างไรต่อได้บ้าง เพราะว่าอย่างที่ดิฉันเรียนจริง ๆ ว่าดิฉันนี่ถามไปแทบจะทุก มาตรการแล้วจริง ๆ แต่ว่าไม่เคยได้รับความร่วมมือจากทาง อปท. ในพื้นที่เลยจริง ๆ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ จริง ๆ เรื่องขยะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศหรือปัญหา ระดับโลก วันนี้ผมใช้คำว่าเราได้เสียเอกราชทางสิ่งแวดล้อมไปแล้วเมื่อ ๕๐-๖๐ ปีที่แล้ว เรามีสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ แต่วันนี้เราเสียเอกราชทางสิ่งแวดล้อม ผมใช้คำว่า เอกราช เนื่องจากว่าเราไปให้ความสำคัญกับเอกราชเหนือดินแดน แต่เราลืมไปว่าเอกราชทาง สิ่งแวดล้อมก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่า สำหรับเรื่องขยะก็เป็นปัญหาหนึ่งในหลาย ๆ ปัญหา ด้านสิ่งแวดล้อม ก็ไปเกี่ยวพันกับการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้อง มองทั้ง ๓ เรื่อง เรื่องงบประมาณ ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ วันนี้เราตั้งเป้าว่าเราต้องได้งบประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้รัฐบาล แต่วันนี้เราได้แค่ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นงบประมาณที่น้อยมาก ๒. เรื่องคน เรื่องคนเราก็ไม่เพียงพอ แล้วสุดท้ายคำสั่ง คสช. ให้การคัดเลือกคนมาอยู่ที่ส่วนกลาง ท้องถิ่นก็ขาดคนตอนนี้ ไม่สามารถจัดสรรคนไปสู่ตำแหน่งได้ ส่วนเรื่องที่ ๓ คือเรื่องกฎ ระเบียบ กฎหมาย ซึ่งออกมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ บ้าง ออกปี ๒๕๔๐ บ้าง ไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ เราต้องปรับต้องแก้ วันก่อนผมได้เชิญองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๓ ส่วน ทั้งองค์การ บริหารส่วนจังหวัด ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งเทศบาลว่าท่านเป็นผู้ปฏิบัติ แต่ท่านมี ปัญหาเรื่องคน เรื่องเงิน เรื่องงบประมาณ เรื่องกฎ ระเบียบ ท่านต้องมานั่งกับผม คิดในการแก้ ก็เห็นนโยบายของพรรคประชาชนผมก็ชื่นชมเรื่องกระจายอำนาจ ถ้าคิดว่า ในอนาคตเราต้องทำร่วมกัน แต่ผมว่าการแก้ปัญหาขยะต้องเริ่มด้วยจิตสำนึกของ พี่น้องประชาชนเป็นหลัก เราทำอย่างไรให้ขยะเข้าบ้านเราให้น้อยที่สุด ทำอย่างไรให้ขยะ ออกจากบ้านให้น้อยที่สุด ผมเคยเสนอแนวคิดให้กับผู้บริหารท้องถิ่นว่าเป็นไปได้ไหมว่า ท้องถิ่นออกถุงขยะ ๓ ถุงเลย เวลาเราไปตลาดถุงสด ถุงอาหารแห้ง ถุงที่ใส่อาหารทั่วไป เราไม่เอาขยะเข้าบ้านเลย พอเอาของมาเก็บในตู้เย็นทั้งหมดเราก็ล้างถุงตาก แล้วไปตลาด ครั้งใดก็เอาถุงนี้ไปอีก แทบจะไม่มีขยะเข้าบ้านเลย หรือขยะเข้ามาบ้านแยกออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งสามารถทำเป็นปุ๋ยหมักได้ เช่น เปลือกผลไม้ เศษอาหารต่าง ๆ เราไม่ต้องเอาไปทิ้ง หมักทำเป็นปุ๋ยได้เลย แล้วก็แยกประเภทพลาสติก ประเภทเหล็ก ประเภทอื่นออกไป แล้วทำการขายได้ ผมว่าถ้าเริ่มต้นตั้งแต่ครัวเรือน โดยสร้างจิตสำนึกให้กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าปัญหาขยะจะลดลงอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามวันนี้กฎหมายให้อำนาจไว้กับท้องถิ่น ก็คิดว่าจะรับปากแล้วก็เอาไปทบทวนดูว่าส่วนไหนที่จะไปปรับปรุงแก้ไขให้เป็นประโยชน์ ที่สุดกับพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ เป็นอย่างไร ได้คำตอบแล้วนะครับ🔗
ท่านประธาน นิดเดียวค่ะ ท่านรัฐมนตรี พอจะมีแผนหรือว่า Timeline ให้สักนิดหนึ่งได้ไหมว่าในส่วนของพื้นที่ที่มีปัญหาอย่างในเขต เทศบาลเมืองท่าโขลงจะแล้วเสร็จหรือว่าท่านจะมีการตรวจสอบแล้วเสร็จได้ช่วงไหน ดิฉัน เองก็จะได้กลับไปตอบคำถามให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนได้สบายใจมากขึ้นขอบพระคุณค่ะ🔗
คิดว่า ไม่เกิน ๑ เดือนหลังจากนี้ ผมจะให้คำตอบอย่างแน่นอน คิดว่าอาจจะลงไปดูด้วยตัวเองด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเบอร์ท่านรัฐมนตรีไว้ติดต่อกัน ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านสมาชิก สำหรับวันนี้ จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอปิดการประชุม ขอบคุณครับ🔗
ผมถือโอกาสนี้ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหน่อย ผมไปทางภาคอีสานรู้สึกการจราจรติดขัด มากครับ ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปสระบุรี เห็น Motorway น่าจะเสร็จแล้ว อยากให้กระทรวงคมนาคมช่วยเร่งรัดให้เปิดใช้เส้นทาง Motorway ที่จะไปอีสาน เหมือนกับ Motorway ที่เปิดไปกาญจนบุรี ทำให้การจราจรสะดวกมากขึ้น ประชาชนจะได้เสียเวลา น้อยลง ก็ทราบความตั้งใจของกระทรวงคมนาคมดี แต่ถ้าเร่งรัดหน่อยได้ก็ดีครับ🔗
ท่านประธาน ผม อดิศร เพียงเกษ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผมขออนุญาตรบกวนเวลา ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่มากครับ วันนี้สง่างามมากนะครับ ทั้ง ๓ ท่านขึ้นอยู่ บนบัลลังก์ ท่านในฐานะที่เป็นประธานรัฐสภา ผมคิดว่าศักดิ์ศรีของสมาชิกรัฐสภากำลัง ถูกทำลาย เมื่อวานนี้ครับ ผมจำเป็นต้องปรึกษาท่านในฐานะประธานรัฐสภา มีสมาชิก สมาชิกวุฒิสภาท่านมีนิสัยกร่างกับ รปภ. มีคลิป แต่ผมไม่อยากจะเปิด ทำให้หน้าตา ของสมาชิกรัฐสภาต่ำจริง ๆ ผมจะไม่พูดว่าสมาชิกนั้นมาจากการฮั้วหรือไม่ ผมอยากให้ ท่านประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้โปรดทำอย่างไรก็ได้ในหน้าที่ของท่าน เกี่ยวกับจริยธรรมของท่านสมาชิกวุฒิสภาดังกล่าว ท่านไม่คู่ควรที่จะดำรงตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้น ผมจึงขออนุญาตถามเรื่องนี้ ฝากเรื่องนี้แก่ท่านในฐานะที่เป็นประธานรัฐสภา ด้วยความจริงใจครับ อยากให้สภาของเรามีหน้ามีตา ไม่อยากให้คนที่มีนิสัยลักษณะดังกล่าว มาเป็นสมาชิกรัฐสภาของเรา ฝากแค่นี้ครับ🔗
อีกอันหนึ่ง ผมดีใจที่ได้รองประธานสภาคนใหม่ครับ เป็นผู้แทนอาวุโส ๑๐ สมัย ครองใจประชาชนคนอีสาน เมืองร้อยเอ็ดเพชรงามมาแสนนาน เหมาะสมทุกสถาน ท่านรองประธานฉลาด ขามช่วง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านอดิศร เรื่องที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ผมก็จะคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม เราก็อย่าไปคิดว่า มีคนใดคนหนึ่งกระทำอะไรที่ไม่เหมาะสม มันเป็นความไม่ดีของทั้งองค์กรนั้น สภาผู้แทนก็ดี วุฒิสภาก็ดี หรือองค์กรต่าง ๆ ก็ดี ต้องเป็นรายบุคคล ส่วนรายบุคคลนั้น เดี๋ยวผมรับเรื่องจาก คุณอดิศรและจะคุยกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ที่ไม่ปรากฏในระเบียบวาระ🔗
๑. รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าประกาศ แต่งตั้งรองประธาน สภาผู้แทนราษฎร🔗
ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกาศแต่งตั้ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงขอเชิญท่านสมาชิกทุกท่านโปรดยืนขึ้นรับฟัง พระบรมราชโองการ และขอเชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ่านพระบรมราชโองการครับ🔗
“ประกาศ🔗
แต่งตั้งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร🔗
____________________🔗
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗
พระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัว🔗
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิระเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า🔗
ด้วยนายภราดร ปริศนานันทกุล ได้ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มาตรา ๑๑๘ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อมาในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๖ สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้ลงมติเลือก นายฉลาด ขามช่วง เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง แทนตำแหน่งที่ว่าง🔗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายฉลาด ขามช่วง เป็นรองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง🔗
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป🔗
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาล ปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี”🔗
ขอบคุณ ท่านเลขาธิการครับ ขอบคุณทุกท่านครับ ขอแสดงความยินดีกับท่านรองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สองด้วยนะครับ ในโอกาสต่อไปเราทั้ง ๓ จะได้ทำงานเพื่อประโยชน์ ของสภาและประชาชนต่อไปนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากทางวิปฝ่ายค้านและ วิปรัฐบาลเรามีการพูดหารือกันถึงสถานการณ์ปัจจุบันของการพูดคุยสงครามการค้ากับ สหรัฐอเมริกาครับ โดย Deadline จะมีถึงวันพรุ่งนี้นะครับ ก็เลยอยากให้สภาของเราได้มี การพูดคุย🔗
รอสักครู่ครับ เดี๋ยวญัตติที่เสนอด้วยวาจาเรื่องด่วนนั้น เดี๋ยวค่อยเสนอหลังจากที่ผมได้แจ้งเรื่องที่วุฒิสภา แจ้งมาให้เรา ๔ เรื่อง เพราะเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อไป สั้น ๆ นะครับ แล้วท่านก็ได้ เสนอญัตติเรื่องด่วนด้วยวาจาต่อไป ขอบคุณครับ🔗
๒. รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๔ เรื่อง🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๘ เรื่อง🔗
๑. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ ๑ เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
๑. รายงานการพัฒนาระบบราชการประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖🔗
๒. รายงานประจำปี สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศพ.ศ. ๒๕๖๖🔗
๓. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖🔗
๒. ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ ๑ เมื่อ วันอังคารที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงาน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ของกองทุนพัฒนาสื่อความปลอดภัยและสร้างสรรค์🔗
๓. ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๔ สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ ๑ เมื่ออังคารที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
๑. รายงานการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗🔗
๒. รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗🔗
๔. ในการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๕ สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ ๑ วันจันทร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
๑. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สถาบันประกันสังคมสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖🔗
๒. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงานคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ และรายงานการตรวจสอบการประเมินผล การใช้จ่ายเงินและ ทรัพย์สินสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จึงแจ้งมาให้ที่ประชุมทราบ🔗
เมื่อสักครู่นี้ จะเสนอเรื่องด่วนด้วยวาจา เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม รวี เล็กอุทัย สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางรับมือผลกระทบจากนโยบายด้านภาษี Reciprocal Tariffs ของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ ต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง เชิญครับ มีท่านอื่นจะเสนอญัตติเดียวกันอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการออกมาตรการและการดำเนินนโยบาย เพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อตกลงในการเจรจาอัตราภาษีตอบโต้ หรือ Responsible Tariff ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ท่านรัฐมนตรียกมือจะขอชี้แจงก่อนก็เป็นสิทธิของรัฐมนตรี เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตท่านประธานอาศัยข้อบังคับการประชุมข้อ ๓๐ เนื่องด้วยเป็นเรื่องซึ่งมี ความสำคัญ แล้วทางรัฐบาลให้ความสนใจกับมุมมองในความคิดของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างยิ่ง วันนี้มีท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านพิชัย ชุณหวชิร มีผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง แล้วก็มีท่านเผ่าภูมิ โรจนสกุล ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เช่นเดียวกัน ขออนุญาตท่านประธานเข้าร่วมในการประชุม ๒ ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ต้องขออนุญาตท่านประธานก่อนที่จะเข้าสู่ที่ประชุมครับ🔗
ผมอนุญาตครับ เผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้รับฟังหรือจะได้ตอบในประเด็นที่ท่านสมาชิกอยากจะทราบนะครับ เชิญท่านต่อไป ญัตติที่ ๓ เผื่อมีใครเสนอ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ขอเสนอญัตติ เรื่อง การเจรจาภาษีนำเข้า สินค้าของสหรัฐอเมริกาในอัตรา ๓๖ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเสนอไปคณะรัฐมนตรี ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ขอเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการทางภาษีตอบโต้ระหว่างไทย และสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทย เพื่อส่ง คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ขอบคุณครับ เชิญท่านต่อไปครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรมครับ ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาใน เรื่อง ผลกระทบต่อประเทศไทยจากนโยบายกำแพงภาษีของ สหรัฐอเมริการและสงครามการค้าโลก เพื่อให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับ ขอผู้ รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านต่อไปครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ ผมจะแจ้งว่าจริง ๆ แล้วเรามีญัตติด่วน ก็อาจจะไม่บ่อยมาก แต่ก็มีหลายครั้ง แล้วก็ในแต่ละครั้งนี้จะมีญัตติค่อนข้างหลายญัตติ ผมก็อยากจะแจ้งว่า โดยปกติแล้ววิปทั้ง ๒ ฝ่ายจะมีการแจ้งลำดับคร่าว ๆ เพราะว่าเราทราบ อยู่แล้วว่าท่านใดจะเป็นผู้เสนอญัตติบ้าง แล้วก็จะมีการแจ้งลำดับให้ทางท่านประธาน ได้ทราบเป็นเอกสารอยู่แล้ว ผมว่าเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในโอกาสหน้าก็ได้ ท่านประธานก็อาจจะเรียกเป็นลำดับตามที่ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ก็ได้ ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวลุกขึ้นมาแย่งกันเปิดไมโครโฟนมันจะดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ คุณปกรณ์วุฒิครับ ถ้าประสานงานและส่งรายชื่อมาก็อ่านตามนั้นได้ แต่ว่าเมื่อไม่ได้อ่าน ก็เป็นสิทธิของสมาชิกจะเสนอเรียงตามลำดับได้ ไม่ได้ผิดข้อบังคับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้า ของสหรัฐอเมริกา เพื่อหามาตรการรองรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่มีต่อประเทศ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ในนามของพรรคพลังประชารัฐ ผมขอ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบจากการนำเข้า สินค้าเกษตรเพื่อการต่อรองกรณีภาษีของท่านประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) และมาตรการ ป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกรไทย และขอเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณากำหนด มาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ยังมีอีกไหมครับ ถ้าไม่มีแล้ว ก็มีญัตติด่วนด้วยวาจาวันนี้เสนอทั้งหมด ๗ ญัตติ แต่ผมเห็นว่า เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน แล้วเราก็จะพิจารณารวมกันตอนลงมติ เดี๋ยวค่อยถามอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะลงมติแยกหรือรวมกัน แต่เป็นเรื่องทำนองเดียวกันครับ ก็จะฟังการอภิปรายไปด้วย จะเรียกตามลำดับที่ได้ขานชื่อในตอนแรกนะครับ หรือจะปรับตามที่เสนอมานี้ก็ได้ครับ ผมขอเชิญญัตติแรกเลยก็ได้ครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้าน คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องกล่าวว่าข่าวที่ได้ รับทราบมา ก็ทราบมาว่าผลลัพธ์ในการเจรจาวันพรุ่งนี้อาจจะไม่ได้เกิดผลลัพธ์ในกรณี เลวร้ายที่สุด ซึ่งเราก็ยังไม่สามารถทราบได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในมุมหนึ่งหลาย ๆ ท่าน ก็อาจจะมองว่าเป็นข่าวดีสำหรับพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดา ผู้ประกอบการ เกษตรกรและผู้ใช้แรงงานอีกหลายล้านคนทั่วทั้งประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จำเป็นมากกว่าในวันนี้ก็คือ ในสิ่งที่เราจะต้องรับรู้รับทราบตรงกันว่ารัฐบาลได้นำอะไร เข้าไปแลกกับการเจรจาในครั้งนี้บ้าง เพื่อให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ว่าเขาจะต้อง รับมือกับผลกระทบและปรับตัวอย่างไร ท่านประธานครับ พรุ่งนี้วันที่ ๑ สิงหาคมจะเป็น จุดเปลี่ยนที่สำคัญอีก ๑ จุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยที่พวกเราพูดกันมาในพักใหญ่ ว่าระเบียบโลกใหม่ได้เกิดขึ้นแล้วนั้น แต่เอาเข้าจริงครับที่ผ่านมาคนไทยหลาย ๆ คน พวกเรายังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไรเพราะผลกระทบมันยังมาไม่ถึง เราเห็นแต่ข่าวประเทศ มหาอำนาจไม่ว่าจะเป็นจีนหรือสหรัฐอเมริกา เขาทำสงครามการค้ากันเขาทะเลาะกัน หรือบางวันก็ดีกันกลับมาเจรจาต่อรองกัน เราเห็นแต่ข่าวรายวันครับ เป็นข่าวในเรื่องของ การเจรจาตัวเลขทางภาษี พูดกันถึงแต่เรื่องตัวเลขที่ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ได้ตั้งกำแพงภาษีกับประเทศไทยไว้สูงถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วพวกเรากำลังจะคอยฟังข่าว ที่ผ่านมาก็ฟังกันเป็นรายวันครับ แล้วพรุ่งนี้เราจะได้ผลลัพธ์เป็นข้อสรุปว่าตกลงแล้ว Team Thailand ไปเจรจาต่อรองภาษีกลับมาได้เท่าไร แต่หลังจากวันที่ ๑ สิงหาคมเป็นต้นไป หรือวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป คลื่นสึนามิที่แต่ก่อนคนไทยยังไม่รู้สึก เพราะรู้สึกว่ายังห่างตัวเรามาก กำลังจะเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วครับ สิ่งที่ผมอยากสื่อสารกับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงาน ประชาชนคนไทยทั่วประเทศ รวมถึงการสื่อสารผ่านท่านประธาน ไปยังคณะรัฐมนตรี นั่นก็คือวันนี้เราไม่จำเป็นที่จะต้องมาพูดกันถึงเรื่องของตัวเลขแล้วครับ เพราะมันผ่านขั้นตอนกระบวนการเหล่านั้นไปหมดแล้ว สิ่งที่วันนี้เราต้องมาถกเถียงกัน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็คือการชวนให้ทุกฝ่ายกลับมามองไปอีก ๑ ขั้นข้างหน้าว่า ตกลงแล้วผลกระทบที่จะเกิดขึ้น คลื่นสึนามิทางด้านเศรษฐกิจลูกใหม่นี้จะถาโถม เข้ามากระทบคนไทยในภาคส่วนใดบ้าง แล้วท่านจะช่วยให้พวกเราสามารถลดแรงกระแทก ช่วยชี้ช่องอพยพคนหนีคลื่นสึนามิ คลื่นลูกนี้อย่างไรได้ต่างหาก ท่านประธานครับ นับตั้งแต่ วันปลดแอกหรือ Liberation Day ตั้งแต่ ๒ เมษายนเป็นต้นมา หลายประเทศทั่วโลก ได้เดินหน้าเจรจาภาษีเป็นผลสำเร็จไปก่อนประเทศไทยแล้ว ยกตัวอย่างประเทศเวียดนาม คือเป็นประเทศที่เจรจารวดเร็วที่สุดประเทศหนึ่ง เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากประธานาธิบดี ทรัมป์ (Trump) ได้ประกาศการขึ้นภาษี ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เวียดนามได้ส่งทีมเจรจาระดับสูง ไปพูดคุยกับรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาครับ เสนอแผนเปิดตลาดสินค้าสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า เวียดนามนั้นมีนโยบายการค้าที่ชัดเจนและเขาทำงานเชิงรุกมากกว่าประเทศเรา อินโดนีเซีย เป็นตัวอย่างที่ ๒ ที่พวกเขามีตัวอย่างการวางกลยุทธ์ในการเจรจาแบบ Sector Base ตั้งแต่ต้น โดยไปพร้อมกับข้อเสนอข้างเคียงอื่น ๆ อย่างเช่น การปรับปรุงระบบกฎหมาย ภายในประเทศของเขา วิธีการเดินเกมของอินโดนีเซียกำลังสะท้อนให้พวกเราเห็นอะไรครับ การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่การเจรจาเรื่องตัวเลขอย่างเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่อินโดนีเซียทำให้ พวกเราเห็น คือเขาแสดงให้พวกเราเห็นครับว่าการเจรจาครั้งนี้คือโอกาสในการสร้างระเบียบ เศรษฐกิจใหม่ของอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ครับ เขาเลือกใช้ความได้เปรียบของภูมิรัฐศาสตร์และสถานะที่เขาเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา ทำให้เขาสามารถเจรจาภาษีลดลงได้เหลือ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ในขณะนี้ ซึ่งสำหรับประเทศไทยเราเองก็ยังมีหวังสำหรับวันพรุ่งนี้อยู่ เดี๋ยวมาติดตามกันต่อ ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่อย่างที่ผมได้บอกครับว่า วันนี้เราต้องก้าวข้ามในเรื่องของการ พูดคุยกันแต่เพียงเรื่องของตัวเลข เราต้องพูดคุยในเรื่องของผลกระทบด้วยว่าใครเจ็บน้อย หรือเจ็บหนัก วันนี้สิ่งที่ผมได้บอกคงไม่ได้มาบอกข้อเสนอไปยังรัฐบาลว่าเราจะ Make Deal อย่างไร เพราะขั้นตอนได้ผ่านมาหมดแล้ว สิ่งที่พวกเรามาพูดคุยกันวันนี้ก็คืออยากทราบจาก คณะรัฐมนตรีว่าท่านได้เตรียมทางออกให้กับพวกเราอย่างไรบ้าง เราลองมาดูในกลุ่มของ ผู้ส่งออกที่เป็นอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ของประเทศไทยกันบ้างครับ🔗
หากอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์ประจำ เดือนกรกฎาคมล่าสุดครับ จะพบว่ากลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่ได้รับผลกระทบมากหรือที่เรียกว่า น่าจะเจ็บหนักใน Deal ครั้งนี้ประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ยางล้อ และชิ้นส่วน ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ตาราง ที่แสดงอยู่นี้ครับเป็นตารางที่กำลังแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงเพียงมิติเดียว จริง ๆ ธนาคาร ไทยพาณิชย์เขาวิเคราะห์ออกมาหลายมิตินะครับ มิติเดียวในที่นี้ก็คือ มิติในเรื่องของความ เสี่ยงที่เราจะสูญเสียตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากกำแพงภาษีในกลุ่มอุตสาหกรรม ต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานจะเห็นว่าผมหยิบตัวอย่างมาให้ดูเพียงแค่ ๔ ส่วนของภาคส่วน อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึง ในส่วนของภาคการเกษตรที่มีการแสดงอัตราภาษีของประเทศไทยในปัจจุบันเทียบเคียงกับ ประเทศคู่แข่งในแต่ละภาคส่วนอุตสาหกรรมดังตารางที่ปรากฏนี้ ทุกท่านจะเห็นว่าอัตราภาษี ที่เราได้รับอยู่ขณะนี้มีอัตราที่สูงกว่า ซึ่งแน่นอนผมทราบดีว่าผลลัพธ์การเจรจาในวันพรุ่งนี้ เราเองก็น่าจะมีแนวโน้มสูงที่เราจะได้รับการปรับลดอัตราภาษีต่ำกว่า ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ตาราง ในหน้านี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเอามาแสดงเพื่อให้ทุกท่านเห็นว่า ถ้าวันพรุ่งนี้ผลลัพธ์ การเจรจาล้มเหลวเกิดฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด นี่คือคลื่นสึนามิลูกใหญ่ที่กำลังจะถาโถม มาซัดภาคส่วนหลาย ๆ ภาคส่วนในเศรษฐกิจของไทย แต่อย่างที่ผมได้บอกไปตั้งแต่ตอนต้น การอภิปรายครับ วันนี้เราคงไม่ได้มาพูดคุยกันถึงในเรื่องของผู้ได้รับผลกระทบทางตรง อย่างเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายภาคส่วนที่รัฐบาลเอาไปแลกกับ Deal ภาษีในครั้งนี้ เราถึง ต้องมาพูดคุยกันถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมด้วยเช่นเดียวกัน ผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบ ทางอ้อมในการเจรจาภาษีครั้งนี้เป็นใครอื่นไม่ได้นั่นก็คือพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรคนไทย ทั่วทั้งประเทศ ใน ๑ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ผมได้รับตำแหน่งในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนและ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ลงพื้นที่ไปกว่า ๕๐ จังหวัดทั่วทั้งประเทศ ได้พบปะ พูดคุยกับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในหลายโอกาส หลายสิบครั้ง ผมทราบดีว่าพ่อแม่พี่น้อง เกษตรกรต้องต่อสู้กับอะไรมาบ้าง ทั้งสู้ภัยแล้ง สู้ภัยล้ง และสู้ภัยรัฐ หน้าแล้งขนน้ำ หน้าฝน ขนของหนีน้ำ ยังมีหลายพื้นที่ที่มีล้งจากต่างประเทศมาตั้งกำหนดราคาถึงหน้าประตูบ้าน เกษตรกรไทยแทบไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ สู้ภัยรัฐ พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในหลายพื้นที่ยัง ขาดสิทธิในที่ดินทำกิน โดนรัฐฟ้องร้องขับไล่อีกเป็นจำนวนมาก ไหนจะขาดปัจจัยในการผลิต ปุ๋ยก็แพง เครื่องจักรก็แพง พ่อแม่พี่น้องที่ทำปศุสัตว์ อาหารสัตว์ก็มีราคาแพงขึ้น ราคาตลาด ตกต่ำและมีความผันผวนสูง เสียงของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรที่ผมไปรับฟังมาเหล่านี้กำลัง สะท้อนให้พวกเราเห็นอะไร เสียงของพวกเขาได้สะท้อนให้พวกเราเห็นครับว่า ในขณะที่ ประเทศไทยเราเคยภาคภูมิใจว่าเราเป็นครัวของโลก เราภาคภูมิใจว่าเราเป็นต้นน้ำของ ห่วงโซ่อุปทานอาหารของโลก แต่เกษตรกรไทยที่เขาเป็นคนที่อยู่ในส่วนของต้นน้ำของห่วงโซ่ อุปทานอาหารนี้ต้นน้ำที่สุดเขากลับอยู่ในสภาวะที่เปราะบางและไม่มั่นคง ยิ่งเมื่อ Deal ของ รัฐบาลที่ได้ทำไปแล้ว วันนี้เรายังไม่ได้รับความชัดเจนว่าตกลงแล้ว ท่านเอาผลประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรไทยไปแลก Deal มาอย่างไรบ้าง อาจกำลังบีบ ให้เกษตรกรไทยต้องแข่งขันกับเกษตรกรในต่างประเทศที่เขามีศักยภาพสูงกว่า ขนาดแปลง ที่ดินที่ใหญ่กว่า เงินทุนที่สูงกว่า เทคโนโลยีที่มากกว่าเรา รวมไปถึงมาตรการที่ช่วยเหลือ ต่าง ๆ จากรัฐที่เยอะกว่าประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้พวกเราต้องกลับมาตั้งคำถามว่า Deal ที่รัฐบาลทำไปแล้วนั้นท่านเอาอะไร รายได้ของใครไปแลกกับสหรัฐอเมริกากลับมาบ้าง แล้วเมื่อเรามองลึกลงไปในระบบห่วงโซ่อาหารของประเทศไทย ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึง ปลายน้ำ ที่ผมจะขอใช้ตัวย่อว่า 3F หรือ Farm Feed และ Food ที่อาจจะมีเพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาชนลุกขึ้นมาอภิปรายส่วนนี้ต่อในรายละเอียดครับ ไล่ตั้งแต่ในส่วนของ พ่อแม่พี่น้องเกษตรกร คนขับรถบรรทุกไปจนถึงผู้แปรรูปอาหารเพื่อส่งออก เราเห็นพ่อแม่ พี่น้องผู้ใช้แรงงานในห่วงโซ่อุปทานนี้กว่า ๔.๙ ล้านคน เราพบว่าประเทศไทยมีความแข็งแรง ที่กลางน้ำและปลายน้ำ นั่นก็คือในส่วนของ Feed และในส่วนของ Food เรามีโครงสร้าง พื้นฐานในการขนส่งที่ดีระดับหนึ่ง เรามีอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารเพื่อส่งออกที่ เข้มแข็ง แต่ต้นน้ำในไร่นาของพวกเราใน Farm ของพวกเรานี่ล่ะครับที่ยังอ่อนแออยู่ เกษตรกร ซึ่งอยู่ต้นน้ำที่สุดของห่วงโซ่นี้กับกินส่วนแบ่งมูลค่าในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด น้อยมาก ในขณะที่ยังต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นทุกปี ๆ แล้วยังอยู่ภายใต้ความเสี่ยงของการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงราคาผลผลิตที่ตกต่ำ คำถามที่สำคัญก็คือในขณะที่ เขายังต้องต่อสู้กับอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศเรา เราจึงต้อง ตั้งคำถามดัง ๆ ให้วันนี้รัฐบาลออกมาชี้แจงให้เกิดความชัดเจนว่า พ่อแม่พี่น้องเกษตรกร คนไทยจะได้รับผลกระทบอะไร แล้วท่านหาทางออกอะไรให้กับพวกเขาบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ถั่วเหลือง ข้าวสาลีข้าวโพดหรือหมู คุ้มหรือไม่ที่เราจะเอาความมั่นคงทางอาหารเหล่านี้ไปอยู่ ในมือของประเทศมหาอำนาจอื่น วันนี้รัฐบาลหรือมีใครก็ตามออกมาบอกพ่อแม่พี่น้อง เกษตรกรคนไทยทั่วทั้งประเทศแล้วหรือยังว่าสึนามิลูกใหญ่ลูกนี้กำลังจะพัดพาพวกเขา ไปในทิศทางไหน มีใครออกมาชี้ช่องบอกพวกเขาหรือยังว่าเขาจะต้องอพยพหนีจาก คลื่นสึนามิลูกนี้อย่างไร และควรจะต้องมุ่งหน้าต่ออย่างไรให้เกิดความปลอดภัย อันที่จริงแล้ว ท่านประธานครับ การตัดสินใจเรื่องใหญ่ใหญ่แบบนี้ไม่ควรเป็นการตัดสินใจจากคนใดคนหนึ่ง รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งในประเทศนี้ แต่ควรจะต้องเป็นภารกิจร่วมกันต่างหากที่ทางรัฐบาล และภาคประชาชนต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น ซึ่งที่ผ่านมาพวกผมเรียกร้องมาโดยตลอดว่า รัฐบาลควรจะต้องมีการตั้งภาคีหรือคณะทำงานต่าง ๆ เหล่านี้ที่มีองค์ประกอบจาก ทุกภาคส่วน เพื่อก่อนที่รัฐบาลจะไป Make Deal ต่าง ๆ นั้นต้องมาหารือกันอย่างรอบคอบ และรอบด้านว่าจะมีใครในห่วงโซ่อุปทานนี้ที่ได้รับผลกระทบบ้าง แต่พวกเราก็ยังไม่ได้เห็น การดำเนินการแบบนั้นอย่างชัดเจนและดีเพียงพอ นี่คือสิ่งที่วันนี้ผมอยากได้ยินจาก คณะรัฐมนตรีทุกท่าน ที่วันนี้ก็ต้องขอบคุณครับท่านมาร่วมฟังข้อเสนอของพวกเรา แต่ผม ก็อยากจะได้ยินคำตอบจากท่านด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ สำหรับพ่อแม่พี่น้อง เกษตรกรคนไทย ผมอยากเน้นย้ำอีกครั้งว่าวันนี้ทำไมเราถึงต้องมาคุยกันในวันนี้ ประเด็นนี้ คำตอบก็คือ เพราะเรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เพราะถ้าหากเรายอมให้ ข้าวโพดราคาถูกจากต่างประเทศไหลทะลักเข้ามาเพื่อแลกกับอัตราภาษีที่ต่ำลง เราอาจได้ ราคาอาหารที่ถูกลงก็จริง แต่เรากำลังจะสูญเสียพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดใน ประเทศไทยไปทั้งรุ่น หรือถ้าหากว่าปล่อยให้มีการนำเข้าเนื้อหมูมาในประเทศไทยโดยไม่มี มาตรการที่เหมาะสมอีกครั้งเพื่อแลกกับอัตราภาษีต่ำลง คนเลี้ยงสุกรรายย่อยอาจหายไปจาก เศรษฐกิจชนบทของไทยได้ และในขณะที่โลกกำลังเปลี่ยน ผู้บริโภคทั่วโลกต้องการอาหาร ที่ปลอดภัย หลายประเทศกำลังลงทุนในระบบอาหารที่ยั่งยืนประเทศ ประเทศไทยวันนี้ อาจไม่จำเป็นจะต้องแลกไปทุก ๆ อย่าง เพราะเรามีโอกาสในการลงทุนและออกแบบระบบ ใหม่ทั้งระบบ เพื่อเปลี่ยนให้ประเทศไทยไม่ใช่เป็นเพียงแค่ครัวของโลก แต่ต้องใช้คำว่า ต้องเป็นครัวที่โลกต้องการด้วย ให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตอาหารที่มีความปลอดภัย มีความยั่งยืนอยู่ในระบบห่วงโซ่อุปทานที่เป็นธรรม เกษตรกรทุกรายได้รับส่วนแบ่งในห่วงโซ่ อุปทานใหม่นั้นอย่างเหมาะสม ซึ่งถ้าหากว่าเราไม่เริ่มลงมือทำวันนี้ ปล่อยให้ประเทศอื่น เขาทำไปก่อน เขากลายเป็นครัวใหม่ของโลกแทนเรา วันหน้าเราจะกลายเป็นเพียงผู้ที่ตามในห่วงโซ่อุปทานที่คนอื่นเขาตัดสินใจแทนเราไปทั้งหมด ท่านประธานครับ มีข้อเสนอหลาย ๆ ภาคส่วนที่พวกผมได้ส่งข้อเสนอไปยังรัฐบาลก่อนหน้านี้ ๑ ในข้อเสนอนั้น ผมยกตัวอย่างที่ได้แนะนำไปแล้วว่ามีในส่วนของการตั้งคณะทำงานพูดคุย ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน นั่นก็คือการตั้งภาคี Farm Feed Food Fair Coalition ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนจากเกษตรกรต้นน้ำ ผู้ประกอบการขนส่งกลางน้ำ และผู้แปรรูป อาหารเพื่อส่งออกปลายน้ำ มีพันธกิจร่วมกันเพื่อทำอย่างไรให้พัฒนาระบบอาหารในประเทศ ให้สามารถแข่งขันได้และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ให้เรากลายเป็นครัวที่โลกต้องการจริง ๆ เราสามารถเปลี่ยนวิธีการใช้เงินงบประมาณ จากเดิมที่เราใช้งบประมาณเพื่อรักษาอดีต ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องเปลี่ยนการใช้งบประมาณเพื่อสร้างอนาคตให้กับประเทศนี้แทน ด้วยการเปลี่ยนจากเงินอุดหนุนเกษตรกรแบบให้เปล่า เปลี่ยนไปเป็นการให้เงินอุดหนุน เกษตรกรแบบมีเป้าหมาย เช่น อุดหนุนอย่างไรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต อุดหนุน อย่างไรเพื่อให้เกิดการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ ๆ และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ นอกจากนี้ เราสามารถที่จะตั้งกองทุน Farm Feed Food Value Fund ได้ ซึ่งเป็นกองทุนร่วมระหว่าง ภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการลงทุนในการเปลี่ยน Supply Chain ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กับการทำให้ทุกคนได้รับส่วนแบ่งจากห่วงโซ่ อุปทานใหม่นี้ที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่วันนี้ผมและเพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาชนเตรียมมานำเสนอต่อรัฐบาล และอยากได้ยินคำตอบจากพวกท่านว่า ท่านได้มีมาตรการอย่างไรบ้าง และเพื่อให้การติดตามการทำงานต่อจากนี้เป็นไปอย่าง โปร่งใส มีความรอบคอบและทุกคนเห็นภาพตรงกัน รัฐบาลควรจะต้องมีระบบในการรายงาน สาธารณะจะทำเป็น Public Dashboard ก็ได้ เพื่อเปิดเผยราคาข้าวโพด หมู ไก่ ผลผลิต ทางการเกษตรต่าง ๆ รวมถึงต้นทุนปัจจัยในการผลิต เช่น ปุ๋ย อาหารสัตว์แบบรายสัปดาห์ อย่างน้อย ๆ เพื่อทำให้ทุกคนช่วยกันเฝ้าระวังและเตือนภัยได้อย่างทันการณ์ ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้เกษตรกรไทยมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตัวเอง และทำให้การใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ นอกจากพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรคนไทยหลายล้านคนทั่วทั้งประเทศแล้ว อีก ๑ กลุ่มซึ่งเป็น กลุ่มสำคัญที่จะได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิลูกนี้ก็คือ พ่อแม่พี่น้องกลุ่มผู้ใช้แรงงาน มีแรงงานหลายภาคส่วนที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ สินค้าเกษตรแปรรูป ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศไทย กระจายอยู่ในนิคม อุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทั้งพระนครศรีอยุธยา ลำพูน ปทุมธานี ชลบุรี หรือระยอง ที่วันนี้จะมีเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชน ซึ่งเขาเป็นตัวแทนของประชาชน ในพื้นที่ออกมาสะท้อนเสียงให้รัฐบาลฟังว่าจากการลงพื้นที่ไปพูดคุยกับพ่อแม่พี่น้อง ผู้ใช้แรงงานในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้นเขามีความเป็นห่วงเป็นใยอะไรบ้าง แรงงานใน นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ เหล่านี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่กำลังจะส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อเนื่อง เรื่อย ๆ ถ้าเราสูญเสียตลาดในสหรัฐอเมริกาอย่างฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก ผู้ส่งออก ได้รับผลกระทบ กระทบต่อโรงงาน โรงงานได้รับผลกระทบ กระทบต่อพ่อแม่พี่น้อง ผู้ใช้แรงงานต่อไปเป็นทอด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้แรงงานที่เป็นลูกจ้างรายวันไม่ได้อยู่ใน ระบบสัญญาจ้างที่มีความมั่นคง รัฐบาลมีมาตรการอย่างไรในการรองรับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่เปราะบางต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นแรงงานในธุรกิจ SMEs ที่มี ความเปราะบางสูง เพราะธุรกิจ SMEs ไม่ได้มีสายป่านที่ยาว แล้วก็มีแนวโน้มที่จะได้รับ ผลกระทบเป็นอันดับต้น ๆ มาตรการที่รัฐบาลควรดำเนินการมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ เสียทีครับท่านประธาน นั่นก็คือการเดินหน้าเข้าหากลุ่มเสี่ยง พ่อแม่พี่น้องผู้ใช้แรงงานต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดสายด่วน แต่ท่านต้องทำตัวเปรียบเสมือนเป็นหน่วยแพทย์ เคลื่อนที่ ลงพื้นที่เป็นหมอแล้วไปจ่ายยาให้กับพวกเขาถึงหน้าบ้าน การทำงานของ อนุกรรมาธิการสงครามการค้าได้เปิดเผยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในบรรดา ๓๐,๐๐๐ บริษัทไทยที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา ในนั้นมี SMEs อยู่ถึง ๔,๙๙๐ บริษัท มีการจ้างงานรวมกันกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ตำแหน่งนะครับท่านประธาน กลุ่มที่เปราะบางที่สุดคือกลุ่มธุรกิจ SMEs ขนาดเล็ก ที่มีการจ้างงานกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน รัฐบาลมีมาตรการหรือว่ามีนโยบายในการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องผู้ใช้แรงงานเหล่านี้อย่างไร บริษัทจำนวนมากอยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ เกษตร โลหะ และสิ่งทอ การที่รัฐบาล บอกว่ามี Soft Loan พวกเราก็ได้ยินเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการมาว่า Soft Loan หรือ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำนั้นไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการในทุก ๆ กลุ่ม บางกลุ่มเขาต้องการ มาตรการช่วยเหลือในการพยุงการจ้างงานครับ บางส่วนเขาต้องการมาตรการช่วยเหลือ ในการลดต้นทุนในธุรกิจเขา บางกลุ่มต้องการให้รัฐบาลช่วยมองหาตลาดใหม่ และยังมีอีก บางกลุ่มที่ชะตาชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับบริษัทข้ามชาติที่กำลังจะย้ายฐานการผลิตไปยัง เวียดนาม เป็นต้น ผมขอยกตัวอย่างกลุ่มอุตสาหกรรมไม่กี่กลุ่มที่ผมบอกได้เลยว่าเป็น กลุ่มอุตสาหกรรมที่เก่งในประเทศไทย นั่นก็คือกลุ่มผู้ผลิตของเล่น เครื่องดินเผา เครื่องประดับ ซึ่งเป็น Craft Industry ที่คนไทยเรามีฝีมือ มีฝีมือดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน หลาย ๆ ประเทศ และเขาอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ครับ ผ่านทั้งคลื่นจีน คลื่นเวียดนาม คลื่นโควิด ที่ผ่านมาปากกัดตีนถีบครับ ช่วยเหลือตัวเองมาเยอะ รัฐบาลช่วยเหลือน้อย แต่วันนี้กำลังจะเจอคลื่นสึนามิอีก ๑ ลูกที่ถาโถมเข้ามาในประเทศไทยเป็นคลื่นสงคราม การค้า ซึ่งกำลังจะทำลายตลาดส่งออกของพวกเขา จึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมเป็นอย่างยิ่ง หากรัฐบาลจะปล่อยให้พวกเขาต้องต่อสู้กันเองแต่เพียงลำพัง และถ้าหากพวกเขาล้มครับ อย่าลืมตัวเลขเมื่อสักครู่ ถ้าหากพวกเขาล้มจะส่งผลสะเทือนการจ้างงานอีกหลายแสน ครอบครัวทั่วทั้งประเทศ ขณะนี้พวกเราสภาผู้แทนราษฎรมีข้อมูลพร้อม หน่วยงานมีข้อมูล พร้อมในการชี้เป้าให้รัฐบาลได้ทันทีว่าใครเป็นกลุ่มเปราะบางและจะได้รับผลกระทบใน ภาษีทรัมป์ในครั้งนี้บ้าง เหลือแค่การทำงานเชิงรุกของเหล่าผู้มีอำนาจ ที่วันนี้อยากได้ยิน ความชัดเจนจากคณะรัฐมนตรี🔗
ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาผมย้ำมาโดยเสมอว่าประเทศไทยเป็นประเทศ ที่มีสถานะทางภูมิรัฐศาสตร์ มีศักยภาพในการสร้างอิทธิพลในหลาย ๆ เรื่องในเวทีโลก เพราะเราเป็น Middle Power Country ในด้านหนึ่งการที่เราโดนภาษีตอบโต้จากสหรัฐอเมริกา ครั้งแรก ๐-๓๖ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็เพราะว่าเราได้ดุลการค้าจากสหรัฐอเมริกาค่อนข้างมาก สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยนั้นเราเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญต่อประเทศเขา มีความสามารถในการแข่งขันสูงในหลาย ๆ ภาคส่วน แต่เราจำเป็นต้องมีการทำงานเชิงรุก ในเวทีการทูตระหว่างประเทศมากกว่านี้ครับ ผมมีข้อเสนอเพียง ๕ ข้อในวันนี้ที่จะมา ส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีว่าข้อเสนอทั้ง ๕ ข้อในการทำงานเชิงรุกในเวทีระหว่างประเทศนั้น ควรมีอะไรบ้าง🔗
ข้อที่ ๑ ประเทศไทยต้องเริ่มจากการเปลี่ยนการวางตัวของตัวเอง จาก Rule Taker หรือการที่เราเป็นประเทศที่คอยทำตามกติกาที่คนอื่นเขาเขียนให้ไปเป็น Rule Shaper หรือเข้าไปเป็นผู้ร่วมในการกำหนดกติกากับประเทศอื่น ๆ ผ่านความร่วมไม้ร่วมมือ ในเวทีภูมิภาค อย่างเช่น อาเซียน และ BIMSTEC🔗
ข้อที่ ๒ เราต้องทำตัวให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ หรือที่เรียกกันว่าเป็น Friend-shoring Place เป็นพื้นที่ที่ทำให้นักลงทุนที่เขาอยากจะย้าย ฐานการผลิตจากจีนหรือกระจายความเสี่ยงออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาหันมาลงทุน ในประเทศไทยครับ ซึ่งเราจะทำแบบนี้ได้หนีไม่พ้นเลยครับการขจัดกฎระเบียบที่ เป็นอุปสรรค การทำ Guillotine กฎหมายเพื่อทำให้เขาสะดวกมากที่สุดในการมาลงทุน ในประเทศจะต้องทำให้เกิดขึ้นทันที🔗
ข้อที่ ๓ นั่นก็คือความกล้าหาญในการเปิดเวทีการเจรจากับประเทศ มหาอำนาจอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่ไปเป็นลูกไล่ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการ กำหนดข้อตกลงให้เกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยี การทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มในท้องถิ่น เขามา ลงทุนในประเทศไทยแล้วไม่ใช่ว่าให้เขากินรวบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทยแบบที่ เกิดขึ้นมากับในเรื่องของผลไม้และล้งรับซื้อต่าง ๆ หรือจะนำไปสู่การร่วมลงทุนที่ทำให้เกิด การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานหมุนเวียนในประเทศ เป็นต้น🔗
ข้อที่ ๔ เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับมาตรฐานของประเทศไทย ให้ทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้วโดยเร็วที่สุดครับ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นการเข้าร่วม ในกลุ่มประเทศ OECD ซึ่งจะช่วยยกระดับในการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจไทยให้ดี ยิ่งขึ้น เปิดประตูในการร่วมไม้ร่วมมือกับอีกหลาย ๆ ประเทศในอีกหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการ ลงทุน การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น🔗
ข้อที่ ๕ ข้อสุดท้าย สำคัญที่สุด ข้อนี้ผมอยากเน้นย้ำว่าในฐานะ Middle Power Country นอกจากการที่พวกเรามองขึ้นไปข้างบนหรือการมองเข้าไปที่ Global North แล้ว เราเองต้องมองไปข้าง ๆ ประเทศด้วยครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่าเราจะหันไป เจรจากับประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือประเทศมหาอำนาจอย่างเดียวเท่านั้น การมองไปข้าง ๆ นั้น ก็คือการมองไปในกลุ่มประเทศ Global South ทำอย่างไรที่เราควรจะต้องกำหนดบทบาท ตัวเองให้เรากลับกลายมาเป็นผู้นำ ผู้นำในการทำให้เกิด South to South Corpooration หรือความร่วมไม้ร่วมมือระหว่างประเทศที่กำลังพัฒนาด้วยกันเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภูมิภาคอาเซียน วิธีการเดินเกมทั้ง ๕ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนจาก Rule Taker ไปเป็น Rule Shaper การทำให้ประเทศไทยเป็น Friend Showing Place ความกล้าหาญ ในการเข้าไปยื่นเงื่อนไขในการเจรจาต่อรองกับประเทศมหาอำนาจอย่างสร้างสรรค์ การยกระดับมาตรฐานประเทศไทย อย่างเช่นการเข้ารวมกลุ่ม OECD รวมถึงการถือบทบาทนำ ของประเทศไทยเพื่อสร้างความร่วมไม้ร่วมมือในกลุ่มระหว่างประเทศกำลังพัฒนาหรือ South to South Corpooration เป็นสิ่งที่พวกเราสามารถลงมือทำได้ทันที ตั้งแต่วันนี้ ในฐานะประเทศ Middle Power สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ไม่ว่าเราจะเลือกเดินเกมอย่างไร เราต้องใช้การทูตที่ยึดหลักการ เพื่อทำให้ทุก ๆ การตัดสินใจของพวกเราต่อจากนี้จะไม่ สามารถถูกต่อว่าได้ว่าประเทศไทยกำลังเข้าข้างประเทศมหาอำนาจประเทศใดประเทศหนึ่ง🔗
ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมได้อภิปรายมาเมื่อสักครู่นี้ เพื่ออยากเน้นย้ำ ให้รัฐบาลตระหนักอีก ๑ ครั้งครับ ให้ท่านถามคำถามกับตัวเองว่า ที่ผ่านมาท่านได้สื่อสาร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างชัดเจนและดีเพียงพอหรือยังว่า การเจรจาที่ท่าน ไปเจรจากับสหรัฐอเมริกานั้นมีใครได้รับผลกระทบบ้าง และพวกเขาเหล่านั้นจะเตรียมตัว ในการรับมืออย่างไร ผมมีตัวอย่างไม่กี่ตัวอย่างใช้เวลาอีกไม่เยอะก่อนที่จะสรุปการอภิปราย ในครั้งนี้ครับ ทุกท่านลองเข้าไปส่องดูในงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ นะครับ จะเห็นความพร้อม หรือไม่พร้อม ของรัฐบาลในการเตรียมรับมือกับภาษีทรัมป์ครับ เมื่อผมลงไปส่องใน งบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ก็พบว่าเป็นงบประมาณที่เรียกว่า ๓ ไม่มี ในการรับมือกับภาษีทรัมป์ ไม่มีที่ ๑ ไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า แผนงานหรือโครงการใดจะรับมือหรือเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์อย่างไรบ้าง สิ่งที่เห็นคืออะไรครับ การตั้งโครงการจ้าง Lobbyist ในสหรัฐอเมริการาว ๆ ๑๐๐ ล้านบาท อย่างที่ ๒ ไม่มีการเชื่อมโยง หรือโครงการ ของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหรือตามอุตสาหกรรมที่อาจจะ ได้รับผลกระทบดังที่ผมได้บอกไปแล้ว อย่างที่ ๓ ไม่มีตัวชี้วัดหรือเป้าหมายใด ๆ ในการ เปลี่ยนผ่าน Supply Chain ของประเทศเลย ซึ่งเท่ากับว่า ๓ ไม่มีนี้กำลังจะสะท้อนภาพ ที่ประชาชนสามารถบอกได้ทันทีว่ารัฐบาลไม่ได้เตรียมรับมือปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้อย่างจริงจัง และไม่ได้คิดการคาดการณ์ล่วงหน้า🔗
มาตรการอื่น ๆ นอกจากการจัดสรรงบประมาณก็เป็นเพียงมาตรการ กว้าง ๆ ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะช่วยรองรับแรงกระแทกจากคลื่นสึนามิลูกนี้อย่างไร จากงบประมาณ ๓ ไม่มีสู่ข้อเสนอที่ผมอยากจะส่งข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ไปยังรัฐบาลเพิ่มเติม ข้อเสนอในระยะสั้น อย่างที่ผมได้นำเรียนไปแล้วควรจะต้องมีการตั้งกลุ่มภาคีที่ประกอบ ไปด้วยภาครัฐและภาคเอกชน ในการติดตามสถานการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงเฉพาะ วันพรุ่งนี้ แต่ผลกระทบจากภาษีทรัมป์เกิดขึ้นในระยะยาวต่อเนื่องแน่นอน อย่างที่ ๒ รัฐบาล จะต้องออกมาเปิดเผยข้อมูลการเจรจาอย่างโปร่งใสได้แล้วว่าเราเอาอะไรไปเสนอ สหรัฐอเมริกาเรียกร้องอะไร และให้อะไรกับประเทศไทยกลับมาบ้าง การประเมินผลกระทบ เบื้องต้น อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลว่ามีพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรผู้ประกอบการ SMEs พ่อแม่พี่น้องผู้ใช้แรงงานหรืออุตสาหกรรมภาคส่วนใดบ้างที่กำลังได้รับผลกระทบและท่าน ต้องประเมินผลกระทบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้การออกแบบนโยบายต่อจากนี้ สามารถเสริมความเข้มแข็งได้ทั้งอุตสาหกรรม หรือที่เราเรียกกันว่า เช่น Chain Based Policy Design ข้อที่ ๔ มาตรการระยะสั้น ท่านต้องวางกรอบแผนเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน ยกตัวอย่างเช่น การใส่เงินเข้าไปในกองทุนเอฟทีเอ เพื่อรองรับการเยียวยาแรงงานและ ผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบ ต้องเปลี่ยนกลไกในการใช้เงินกองทุนเอฟทีเอใหม่ครับ ท่านประธาน จากเดิมที่ทำเป็นรายโครงการ ท่านต้องเปลี่ยนวิธีการใช้เงินกองทุนเอฟทีเอ ให้เน้นเป็นการใช้เป็นรายห่วงโซ่อุปทานและต้องทำอย่างต่อเนื่องไปในอนาคต ข้อเสนอระยะสั้น ข้อ ๕ ข้อสุดท้าย นั่นก็คือการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย ท่านต้องมีการควบคุม กำกับมาตรฐานสินค้าอย่างเข้มงวด ระมัดระวังสินค้านำเข้าจาก ประเทศอื่น ๆ ที่อาจล้นทะลักเข้ามาในประเทศไทย🔗
ข้อเสนอระยะกลางนั่นก็คือการปรับตัวเข้ากับห่วงโซ่อุปทานใหม่ วันนี้พ่อแม่ พี่น้องคนใช้แรงงาน รวมถึงพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ ภาคส่วนอาจได้รับผลกระทบจาก ข้อเสนอที่เราเอาไปแลกกับสหรัฐอเมริกา คำถามก็คือวันนี้เรามีการ Reskill Upskill พวกเขาอย่างจริงจังหรือยัง เพื่อให้เขาพร้อมที่จะปรับตัวเสียใหม่ ทำอย่างไรให้พวกเขา สามารถกำหนดเส้นทางเลือกการปรับตัวได้ด้วยตนเองครับ อย่างเช่นข้อเสนอในการให้ Coupon การ Reskill Upskill เปลี่ยนจาก Supply Side ไปเป็น Demand Side Financing หรือการวางยุทธศาสตร์ในการเจรจาในอนาคตที่ผมได้บอกไปแล้วว่าเราควรใช้เวทีในระดับ พหุภาคี ไม่ว่าจะเป็น ASEAN BIMSTEC หรือการเร่งรัดในการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองของไทยในระยะยาว ท่านประธานครับ ข้อเสนอในระยะยาววันนี้ ผมคงไม่ลงรายละเอียดมากเพราะพวกเราพูดคุยกันมาเยอะแล้วนั่นก็คือการลงทุนให้ ประเทศไทยมีเครื่องจักรทางด้านเศรษฐกิจตัวใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการเกษตร สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ🔗
สุดท้ายผมขอใช้เวลาสรุปการเปิดบทอภิปรายในครั้งนี้ในอีกไม่กี่นาทีครับ ผมอยากยกบทสรุปผู้บริหารหรือว่า Executive Summary จากศูนย์วิจัยของธนาคาร ไทยพาณิชย์ที่ผมอ้างอิงในตอนต้น พวกเขามีการประเมินว่าอย่างไร พวกเขาประเมินว่า หากในวันพรุ่งนี้เรากำลังพบฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด นั่นก็คือหากเราโดนภาษีที่อัตรา ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยอาจจะมีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจปีนี้เพียงแค่ ๑.๑ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แล้วจะต่ำลดลงเหลือ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า ซึ่งผมเชื่อและผมหวังว่าวันพรุ่งนี้ จะไม่เกิดฉากทัศน์แบบนี้กับประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามการบริหารประเทศที่ดี เราต้องประเมินฉากทัศน์ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดไว้ก่อนเสมอ วันนี้สิ่งที่พวกเราอยากได้ยิน จากรัฐบาลย้ำอีก ๑ ครั้ง ถ้าเกิดกรณีฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดขึ้น ท่านมีมาตรการในการ เยียวยาผลกระทบอย่างไร รวมถึงมีนโยบายอย่างไรในการให้ประเทศไทยมีจุดยืนที่ดีขึ้น ในเวทีโลก สิ่งที่ผมอยากนำเสนอกับรัฐบาลโดยผ่านท่านประธานไปครับ นั่นก็คือการบอกว่า ให้พวกเราเป็นหลักยึดให้อาเซียนและเป็นสะพานสู่โลกใหม่ ท่านประธานครับ การวางตำแหน่ง ให้ประเทศไทยเป็นผู้นำอาเซียน และทำหน้าที่เป็นสะพานที่เชื่อมครึ่งหนึ่งของโลกเข้าด้วยกัน นั่นเป็นมุมมองที่ผมอยากให้รัฐบาลนำไปพิจารณาในวันนี้ เพราะเป็นมุมมองที่จะกำหนด บทบาทและเวทีของท่านในการทูตระหว่างประเทศต่อจากนี้ไปในอนาคตครับ ทำไมผมถึง กล่าวเช่นนี้ครับ ประเทศไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจ เพราะเมื่อจีนเขามองลงมา ทางใต้เขาอยากจะแผ่อิทธิพลลงมาทางใต้ อินเดียต้องการคานอำนาจกับจีนโดยการมอง มาทางตะวันออก ประเทศไทยอยู่ในจุดตัดตรงนั้นพอดี จุดตัดทางใต้ของจีนและ ตะวันออกของอินเดีย จุดตัดตรงกลางระหว่างกลุ่ม ASEAN+3 และ BIMSTEC ที่มีประชากร โลกอาศัยอยู่ครึ่งหนึ่งครับ แล้วประชากรโลกครึ่งหนึ่งนี้กระจุกตัวอยู่บน ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ของผืนดินโลกเท่านั้นใน ๑๘ ประเทศใน ASEAN+3 และ BIMSTEC พวกเรามีขนาด เศรษฐกิจคิดเป็นราว ๆ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ของขนาดเศรษฐกิจโลก ซึ่งช่องว่างระหว่าง ขนาดประชากร ๕๐ เปอร์เซ็นต์หรือโลกครึ่งใบ กับขนาดเศรษฐกิจราว ๆ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น คือช่องว่างแห่งโอกาสที่รอการพัฒนาที่เราจะสามารถเพิ่มผลผลิตต่อหัว เพิ่มรายได้ ต่อประชากรในกลุ่มประเทศเหล่านี้ที่มีประเทศไทยเป็นจุดตรงกลาง แล้วหากเราสามารถ เชื่อมโยงกันอย่างดีทั้งด้านเศรษฐกิจ คมนาคม พลังงาน และเทคโนโลยีสีเขียว นี่คือโอกาส ครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนอนาคตของภูมิภาคนี้ที่ไม่ได้มองแค่เรื่องของถนนหนทางและทางรถไฟ แต่มองถึงการเชื่อมโยงอนาคตของลูกหลาน ของผู้คนในระเบียบโลกใหม่ในอนาคต ที่ตั้งของ อาเซียนในวันนี้จึงเป็นจุดสมดุลให้กับ ๒ ประเทศมหาอำนาจระหว่างจีนและอินเดีย เสถียรภาพในอาเซียน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องถือบทบาทนำในการกำหนด ยุทธศาสตร์นี้เพื่อเชื่อมโลกครึ่งใบนี้เข้าด้วยกันครับ ประเทศไทยต้องยึดหลักการทางการทูต ให้มั่นคงและทำงานเชิงรุกไปพร้อม ๆ กัน เพื่อทำให้คลื่นสงครามการค้านี้เรายืนอยู่ใน เวทีโลกได้อย่างสง่างามครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านผู้นำฝ่ายค้านครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะมูลนิธิสายเด็ก ๑๓๘๗ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ซึ่งนำโดย นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอขอบคุณครับ ที่มาเยี่ยมรัฐสภาของเราครับ🔗
คณะที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักศึกษาหลักสูตรสำหรับ ผู้บริหารแห่งอนาคต รุ่นที่ ๒ กลุ่มเพชร จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ซึ่งกำลังนั่งฟัง การประชุมอยู่ชั้นบนเช่นเดียวกันครับ ขอต้อนรับและขอบคุณทุกท่านครับที่มาเยี่ยมฟังการ ประชุมของสภาในวันนี้ ขอบคุณครับ🔗
ก่อนที่จะให้ผู้เสนอญัตติท่านต่อไปได้นำเสนอหลักการและเหตุผลญัตตินี้ ผมอยากจะหารือว่าถ้าเผื่อว่าผู้เสนอญัตติซึ่งเหลืออีก ๖ ท่าน เราจะช่วยกันอภิปรายท่านละ ๑๕ นาที พอจะเป็นไปได้ไหมครับ ๑๕ นาที เหลืออีก ๖ คนก็ประมาณชั่วโมงครึ่ง แล้วก็จะมี ผู้เสนอขออภิปราย ผมเข้าใจว่าน่าจะอีกหลายท่าน สำหรับผู้ที่จะขออภิปราย ขอกรุณามาลงชื่อ ข้างหน้านี้ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้อง อันนี้โดยประมาณว่าอภิปรายท่านละ ๑๕ นาทีจะน้อยกว่านั้น หรือเกินกว่านั้นเล็กน้อยได้เพื่อจะได้อภิปรายกันทุกคน สำหรับผู้ที่กำลังจะขออภิปรายด้วย ท่านที่ ๒ ผมจะขอเชิญคุณรวี เล็กอุทัย ได้เสนอหลักการของญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแนวทางรับมือผลกระทบจากนโยบาย Receive Fourcon Traffic เพื่อส่ง คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย จะใช้เวลาให้กระชับที่สุด ท่านประธานครับเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยของเรา ต้องเผชิญกับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าหรือนโยบายภาษีแบบตอบโต้ Physical Tariff ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐอเมริกา ในอัตราที่สูงถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ และเป็นหน้าที่ของ Team Thailand ที่ได้เดินทางไปเจรจาต่อรองกับ ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทางออกและข้อเสนอที่ดีที่สุดให้แก่ประเทศไทยของเรา โดย Deadline ที่กำหนดไว้ในการเจรจาครั้งนี้ ก็คือวันที่ ๑ สิงหาคมที่กำลังจะมาถึงในวัน พรุ่งนี้นี่เอง และเป็นที่น่ายินดีที่ผมเพิ่งได้รับข่าวว่าประเทศไทยของเราก็สามารถตกลงเจรจา กับทางสหรัฐได้แล้ว ส่วนตัวเลขภาษีนั้นจะเป็นเท่าไรก็ต้องรอฟังการแถลงอย่างเป็นทางการ อีกที แต่ผมมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างมีความพยายามอย่างเต็มที่ ตลอดช่วงระยะเวลาในการเจรจาที่ผ่านมา เพื่อแสวงหาผลของการเจรจาต่อรองที่ดีที่สุด ในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย และคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องเกษตรกรที่มีความกังวลต่อราคาสินค้า ทางการเกษตรและกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ที่อาจต้อง ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเศรษฐกิจในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าในท้ายที่สุดแล้วเราจะสามารถต่อรองอัตราภาษีจาก ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ให้สามารถ เข้ามาสู่ระดับที่ไทยเราสามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ รวมถึงสามารถตั้งหลักและ รองรับกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันหากเราหันไปดูประเทศ ต่าง ๆ ที่เจรจาสำเร็จไปแล้ว อย่างเช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศในกลุ่ม อาเซียนด้วยกัน อย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เราจำเป็นที่จะต้องมาวิเคราะห์ ต่อว่าแม้การเจรจาเหล่านี้จะสำเร็จไปแล้ว แต่ผลจากการเจรจานั้นส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของ แต่ละประเทศจริง ๆ มากน้อยเพียงใด และผลเสียหรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมานั้น มีอะไรบ้าง เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนมาตรการรองรับสำหรับประเทศไทยได้ อย่างถูกต้องและทันท่วงที เพราะเราลงไปในรายละเอียดของการเจรจาของแต่ละประเทศ แม้จะสามารถลดระดับอัตราภาษีมาอยู่ที่ประมาณ ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์เป็นส่วนใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนนั้นก็ต้องแลกมาด้วยการเปิดตลาดนำเข้าสินค้า จากอเมริกาในอัตราภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์ในหลายรายการ ตามคำกล่าวอ้างของทรัมป์ (Trump) ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และคำถามก็คือประเทศไทยเราสามารถทำแบบนั้นได้หรือเปล่า การลดภาษีเพื่อแลกกับการ เปิดประตูให้สินค้าจากอเมริกาเข้ามาในประเทศเราควรจะกำหนดอยู่ในระดับใดที่เหมาะสม และจะไม่ทำให้คนไทยได้รับความเสียหายจนไม่สามารถแข่งขันได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นโจทย์ ที่รัฐบาลต้องยึดมั่นและนำพาไปสู่จุดหมายให้จงได้ รวมถึงการเตรียมมาตรการรองรับ และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นสิ่งที่รัฐบาลก็ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการอุดหนุนเยียวยา หรือ มาตรการอื่น ๆ ในการปกป้องการผลิตและผู้ส่งออกภายในประเทศ เพื่อให้สามารถอยู่รอด และแข่งขันได้ครับ นอกจากนั้นสิ่งที่ประเทศไทยสามารถพลิกให้เป็นโอกาสในครั้งนี้ นั่นก็คือการพัฒนาและการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ผ่านการ ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs และภาคการเกษตรของไทยครับ ทั้งการจัดเตรียมสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan มาตรการช่วยเหลือด้านภาษีและการสนับสนุน Digital transformation สำหรับภาค SMEs รวมถึงการพัฒนาส่งเสริมเทคโนโลยีนวัตกรรมให้กับ ภาคการเกษตรมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการผลิต ส่งเสริมการพัฒนา เกษตรอุตสาหกรรมหรือเกษตรนวัตกรรม สร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกร ไปจนถึง การปกป้องเกษตรกรไทยจากการไหลทะลักเข้ามาของสินค้าต่างประเทศจากมาตรการ ทางการค้าของสหรัฐ รวมถึงป้องกันพ่อค้าคนกลางที่จะเข้ามาฉวยโอกาสกดราคาพี่น้อง เกษตรกรโดยอ้างเรื่องภาษี ยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์นี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการลดจำนวนและ ปราบปรามกลุ่มบริษัทข้ามชาติหรือ Nominee ที่จะเข้ามาแสวงหาผลกำไรในประเทศไทย อย่างผิดกฎหมาย และสูบเอาทรัพยากรของเราไปแต่ไม่สร้างผลตอบแทนใด ๆ ให้กับ ประเทศไทยเราเลย รวมถึงการใช้ประโยชน์จากการผลักดันด้าน Local Content หรือ Regional Value Content ที่มีแนวโน้มที่จะมีความเข้มข้นมากขึ้นจากข้อเสนอของ ฝั่งอเมริกา โดยให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบและแรงงานของไทย ซึ่งจะเป็นการสนับสนุน และอุดหนุนให้สินค้าไทยนั้นเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้น และเกิดการจ้างแรงงานไทยมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นเพื่อให้สินค้าไทยได้ไปต่อ นั่นคือการหาตลาดใหม่ ที่มีศักยภาพใน ๕ ภูมิภาค อย่างลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชียใต้และยุโรป รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มใหม่ในตลาดเดิม อย่างเช่น ตลาดญี่ปุ่นที่มีโอกาสในการ ขยายการส่งออกในกลุ่มสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ท่านประธานครับ อีกสิ่งหนึ่งที่ ผมอยากฝากไปยังรัฐบาลครับ นั่นก็คือเรื่องของการสื่อสารและการสร้างความเชื่อมั่น เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากเหตุการณ์นี้โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึง เศรษฐกิจโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การวางยุทธศาสตร์ประเทศที่ตอบโจทย์กับโลก สมัยใหม่และจับต้องได้จะเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการค้าการลงทุนให้เข้ามาหา ประเทศนั้นเร็วเท่าไรได้ยิ่งดีครับ เพราะต้องอย่าลืมว่าทุกประเทศต่างก็จับจ้องและเดินหน้า ในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน สุดท้ายครับท่านประธาน ผมยังเชื่อเหมือนเดิมกับตอนที่อภิปราย ในเรื่องนี้ในครั้งแรกครับว่า ประเทศเล็ก ๆ จะต้องเดินหน้าในการรวมกลุ่มกันเพื่อขยาย ฐานเศรษฐกิจให้ใหญ่และเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะเราเห็นได้ชัดแล้วครับว่าหากเรา ต้องการอยู่รอดในอนาคต โครงสร้างเศรษฐกิจแบบ Regionalization เป็นสิ่งสำคัญ รวมถึง การสร้างความเข้มแข็ง การพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีน วัตกรรมและการปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจของประเทศให้สอดคล้องกับ Trend โลกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้ประเทศไทย สามารถแข่งขันและสามารถสร้างอำนาจต่อรองกับนานาอารยประเทศ โดยเฉพาะประเทศ ที่พัฒนาแล้วได้ต่อไปในอนาคต สุดท้ายครับถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ผลของภาษี ตัวเลขทางด้านภาษี จะเป็นอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าการเจรจาต่อรองยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น การสร้าง การรักษา ผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยยังเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและทีมเจรจาต่อรอง ต่อไป ผมขอขอบคุณทาง Team Thailand ทางรัฐบาลครับ และขอเป็นกำลังใจให้ท่าน ได้ทำงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยเราต่อไปครับขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณรวี เล็กอุทัย ครับ ต่อไปเป็น🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบจากนโยบายภาษี นำเข้าของสหรัฐอเมริกา เพื่อกำหนดมาตรการรองรับ และเสนอรัฐบาลดำเนินการในการลด ผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศชาติ ของคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขตอำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนของ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา เพื่อหามาตรการรองรับผลกระทบต่อ เศรษฐกิจที่มีต่อประเทศชาติ ท่านประธานที่เคารพ ผู้อภิปราย ๒ ท่านที่ผ่านมาในการยื่น ญัตติด่วน แล้วก็วันนี้มีญัตติด่วนหลายญัตติด้วยกันที่เพื่อนสมาชิกจากต่างพรรคมีความเห็น ตรงกันว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าการยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาของ สภาผู้แทนราษฎรเรานั้นจะยื่นญัตติด่วนได้เป็นเรื่องที่ต้องเห็นพ้องต้องกันจริง ๆ ว่าเป็นเรื่อง ที่เป็นวิกฤติ เป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วน และเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ ในเรื่อง ของญัตติด่วนที่วันนี้เสนอเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องของภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียม ที่ทางสหรัฐอเมริกา โดยท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ประกาศ แล้วก็มีผลกระทบไปทั่วโลก ประเทศไทยเราในฐานะที่เป็นสมาชิกของประชาคมโลก ถือได้ว่า ต้องหามาตรการในการรองรับเพื่อลดผลกระทบที่มีขึ้นต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมและพี่น้องเกษตรกร ที่ผมจะอภิปรายในวันนี้อยากจะเรียนกับท่านประธานว่า มีหลายประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว เพื่อประหยัดเวลาของสภาผมคงจะ ไม่พูดซ้ำ แต่จะพูดในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านยังไม่ได้มีการอภิปราย โดยเฉพาะ เรื่องของเกษตรกรที่ถือว่าในอนาคต ถ้ารัฐบาลไปทำข้อกำหนดหรือไปทำข้อตกลงทางการค้า กับทางสหรัฐอเมริกาแล้ว หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน อยากจะเรียน กับท่านประธานว่า ประเทศไทยเราที่ผ่านมาเราไปทำเอฟทีเอ คือทำข้อตกลงทางการค้า หรือ Free Tax เราทำกับหลายประเทศ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบอยู่อันหนึ่ง แล้วก็จะเป็นกรณีศึกษา และคิดว่าเป็นอุทาหรณ์ของรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีด้วยที่ไม่อยาก ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยอีก ก็คือการที่นำผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรไปแลกกับ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่น เอฟทีเอระหว่างไทยกับออสเตรเลีย และไทยกับ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีการทำข้อตกลงทางการค้าในการลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มาจากโค ไม่ว่าจะเป็นน้ำนม หรือนมแปรรูป น้ำนมโคแปรรูป เป็นนมผงก็ดี ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับ ผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งที่จังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง แล้วก็ใน หลาย ๆ จังหวัด ไม่ใช่จังหวัดราชบุรีอย่างเดียว ที่จังหวัดราชบุรีนี่พี่น้องประชาชนจะรู้จักเยอะ เพราะว่ามีสหกรณ์โคนมหนองโพ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบัน ผลกระทบจากเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ส่งผลกระทบต่อ ทั้งสหกรณ์โคนมหนองโพ และส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ส่งผลกระทบ อย่างไร ส่งผลกระทบคือเราไปทำเอฟทีเอกับต่างประเทศ โดยเอาผลประโยชน์ของพี่น้อง เกษตรกรไปแลก ไปแลกอะไรครับ เราสามารถ Export ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไปยัง ประเทศ ๒ ประเทศนี้ได้ด้วยภาษีที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าใน ๒ ประเทศนี้ ในขณะเดียวกัน เวลาผู้ประกอบการจากนิวซีแลนด์และออสเตรเลียส่งสินค้าผลิตภัณฑ์จากนมและโคนมหรือ นมแปรรูปเข้ามาในประเทศไทยก็ไม่ต้องเสียภาษีเหมือนกัน แต่สิ่งที่ได้รับผลกระทบก็คือ เกษตรกร แต่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ คือเป็นอีก Sector หนึ่ง คืออุตสาหกรรมได้ผลประโยชน์ สามารถ Export ได้มากขึ้น แต่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมวันนี้ตายสนิท ล่าสุดนี้ลดการผลิต น้ำนมวัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ลดลงเพราะอะไร ลดลงเพราะว่าผู้ประกอบการที่ต้องใช้ น้ำนมดิบในการผลิตหันไปใช้น้ำนมหรือนมผงแปรรูปจาก ๒ ประเทศนี้ เพื่อเอามาผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้นม ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม ผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้น้ำนมดิบต่าง ๆ เพื่อแปรรูป เป็นอาหาร นี่คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นที่ได้รับผลกระทบ คือการที่เราเอาผลประโยชน์ของพี่น้อง เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไปแลกกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ถ้าเราทำอย่างนี้สิ่งที่เราเป็นห่วงก็คือในอนาคต ถ้าเราไปทำข้อตกลงทางการค้าแบบนี้ กับประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเอาผลประโยชน์ของเกษตรกรไปแลกกับผู้ผลิตอุตสาหกรรม แล้วมีการนำเข้าข้าวโพดเสรีจากต่างประเทศเข้ามา นำเข้าข้าวบาร์เลย์ นำเข้าผลิตภัณฑ์ ปศุสัตว์ไม่ว่าจะเป็นหมู เนื้อวัว หรือกุ้ง หรือผลิตภัณฑ์เครื่องใน อย่างเช่นขาไก่เอาเข้ามา ในประเทศโดยไม่เสียภาษี พี่น้องเกษตรกรที่เป็นเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา พี่น้องที่เป็น เกษตรกรที่ประกอบอาชีพปศุสัตว์ตายสนิท แต่ประโยชน์มันไปตกอยู่กับอีก Sector หนึ่ง ก็คือผู้ประกอบการอุตสาหกรรม แล้วถามว่าเกษตรกรไทยจะอยู่อย่างไร วันนี้ผมลงพื้นที่ ที่ราชบุรีก่อนมาประชุมสภา พี่น้องเกษตรกรชาวนาเรียกร้องโอดโอยกันหมด ข้าวเหลือ เกวียนละ ๖,๐๐๐ บาท สมัยก่อน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ประกันรายได้ ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท ขายข้าวได้ ๖,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาทไปรับกับรัฐบาลผ่าน ธ.ก.ส. ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ขายข้าวได้ ๗,๐๐๐ บาท ไปรับกับ ธ.ก.ส. อีก ๓,๐๐๐ บาท ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้ขายข้าวได้ ๖,๐๐๐ บาท ๕,๕๐๐ บาท อีก ๔,๕๐๐ บาท กับอีก ๔,๐๐๐ บาทไปรับที่ใครครับ รัฐบาลไม่จ่ายเลย เพราะไม่มีโครงการประกันรายได้เหมือนเดิม วันนี้เศรษฐกิจมันถึงแย่หมด มันสำปะหลังก็แย่ครับท่านประธาน วันนี้มันสำปะหลังเหลือ ตันละ ๘๐๐ บาท อ้อยก็แย่ครับปีนี้ แย่ทุกอย่าง ผมถามแล้วพี่น้องเกษตรกรไม่มีรายได้ ไม่มีเงินอยู่ในมือเศรษฐกิจจะดีได้อย่างไร เพราะเกษตรกรคืออาชีพหลักของประเทศ เป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศ รัฐบาลต้องปกป้องพี่น้องเกษตรกร การที่เอาผลประโยชน์ของพี่น้อง เกษตรกรไปแลกกับอุตสาหกรรม เพื่อให้ต่างชาติมาลงทุนเยอะ ๆ ให้ต่างชาติมาลงทุน แล้วถามว่าเราจะดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างไรครับ ตอนนี้มันมีอยู่กองทุนหนึ่ง ก็คือกองทุน ดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการทำข้อตกลงทางการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ แต่กฎหมาย พ.ร.บ. ตัวนี้ยังไม่ไปถึงไหนครับ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปตามด้วยในฐานะที่เป็น เจ้าของร่าง พ.ร.บ. ตรงนี้ ผมในฐานะประธานกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ซึ่งได้มีโอกาส เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาติดตามผลกระทบของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งโรงงานผลิตนม หรือสหกรณ์โคนมหนองโพร้องเรียนมา เราถึงรู้ครับว่าวันนี้รัฐบาลไปทำ ข้อตกลงทางการค้าเสรี แต่มาตรการในการรองรับยังไม่มีเลย พ.ร.บ. หรือพระราชบัญญัติ กองทุน ตั้งกองทุน ผู้ได้รับผลกระทบจากการทำข้อตกลงทางการค้า ยังไม่ไปถึงไหนเลยครับ แล้วถามว่าเราไปทำข้อตกลงกับสหรัฐอเมริกาเราจะเอาอะไรไปดูแลพี่น้องเกษตรกร ฉะนั้น ผมจึงขอฝากท่านประธานนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า อย่าเอาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรไปแลกกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม แต่ถ้าเรา จะทำเราต้องมีมาตรการในการรองรับว่าเมื่อพี่น้องเกษตรกรได้รับผบกระทบ กองทุนที่ดูแล ผู้ได้รับผลกระทบต้องทำหน้าที่แล้วต้องใช้ประโยชน์ได้ ต้อง Function แล้ว แต่ไม่ใช่ไปทำ ข้อตกลงเสร็จนำเข้ามา วันนี้ท่านประธานรู้ไหมครับ ผมยกตัวอย่าง ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ วันนี้กำลังในการซื้อภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำนมดิบลดลงวันหนึ่ง ๘๐๐ ตัน วันละ ๘๐๐ ตัน กระทบกับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมขนาดไหนครับ ตอนนี้ มีน้ำนมดิบ น้ำนมที่ทำ UHT แปรรูปแล้วค้างอยู่ในสหกรณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศหลายแสนลิตร แล้ววันนี้หมดอายุเสียหายไปเยอะ ถามว่าวันนี้รัฐบาล ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะดูแลอย่างไรครับ วันนี้มันเหมือนเป็นระเบิดเวลาที่รัฐบาลไปทำเอฟทีเอกับ ต่างประเทศแล้วกระทบกับพี่น้องเกษตรกร นี่ผมยกตัวอย่างอันเดียวเท่านั้นเองก็คือเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนม รัฐบาลยังไม่มีมาตรการอะไรในการรองรับเลย ต้องส่งเสียงตรงนี้ ใช้เวทีนี้ในการ ยื่นญัตติด่วนจี้รัฐบาลลงไปดำเนินการ แล้วฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ด้วยครับ วันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเดือดร้อนมาก สหกรณ์ ทั่วประเทศตอนนี้น้ำนมค้างอยู่ในระบบเยอะมาก ต้องไปแปรรูปแล้วเก็บไว้ แล้วรอวัน หมดอายุจะดำเนินการอย่างไรครับ อันนี้สิ่งที่ไม่อยากจะเห็น ก็ฝากทางรัฐบาลได้ไป ดำเนินการดูแลพี่น้องเกษตรกรด้วยนะครับ อย่าเอาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรไปแลก กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เราไปเรียกต่างประเทศมาลงทุน FDI ตัวเลขโต จีดีพีโต การจ้างงานโต ถามว่าวันนี้คนไทย ได้อะไรจากการลงทุนต่างประเทศบ้าง วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เดินหน้าปราบจีนศูนย์เหรียญ ทำไมต้องเรียกจีนศูนย์เหรียญครับ มาลงทุนเมืองไทย ใช้ทรัพยากรไทย อยู่บนแผ่นดินไทย แต่คนไทยไม่ได้อะไรเลยครับ Supplier Supply Chain เอาจากจีนเข้ามา แถมยังมาทิ้ง Waste ทิ้งกากอุตสาหกรรมเป็นพิษ เป็นภัยให้กับพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งพ่อครัวที่จะจ้าง หรือซื้ออาหารกินยังเอามาจาก ประเทศจีน แล้วคนไทยพ่อค้าแม่ขายเคยขายอาหารในโรงงานจะได้อะไร วันนี้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่เราดึงเม็ดเงินมาลงทุนรัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า คนไทยได้อะไร ไม่ใช่ดูแต่ตัวเลข การลงทุนอย่างเดียวจากต่างประเทศ ดูตัวเลขของ BOI ดูตัวเลขการส่งออกอย่างเดียว แต่ถามคนไทยได้อะไร สิ่งนี้คือสิ่งที่เราเป็นห่วง แล้วผมก็เห็นด้วยครับว่าวันนี้ถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยเราจะต้องมีการปฏิรูปอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง ถ้าเรากลัวอย่างเดียวกลัวการ ขึ้นภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียมของสหรัฐอเมริกาหรือโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ท่านประธานาธิบดีของอเมริกา แล้วเราไม่ทำอะไรเลย ผมคิดว่าเราก็เสียโอกาส ฉะนั้นสิ่งที่ สำคัญคือการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ผมได้รับทราบข่าวว่าทางกระทรวงอุตสาหกรรม โดยท่าน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ท่านรัฐมนตรี ก็มีนโยบายที่จะปรับหรือปฏิรูประบบอุตสาหกรรม เพื่อรองรับมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ท่านก็มีนโยบาย ๕ ด้านด้วยกันก็คือจัดการกับ อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง อธิบายให้ท่านประธานฟังไปแล้วว่า ทำไมต้องจัดการ เพราะว่ามาลงทุนมีแต่ตัวเลขมีเม็ดเงิน แต่คนไทยไม่ได้อะไร การจ้างงาน ไม่เกิดขึ้น Supply Chain ก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทย ภาษีก็ไม่ได้เก็บ เพราะได้ BOI มาสร้าง มลภาวะในประเทศไทยอีก ต้องไปสิ้นเปลืองเจ้าหน้าที่ทีมสุดซอยลงไปตรวจไปจับ ผมถามว่า คนไทยได้อะไร ท่านรัฐมนตรีต้องดำเนินการอย่างนี้ถูกต้องแล้ว🔗
เรื่องที่ ๒ คือการปกป้องการดัมป์ตลาดของสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เมื่อไม่กี่วันนี้ ผมในฐานะประธานกรรมาธิการอุตสาหกรรมก็เดินทางขึ้นไปเยี่ยมด่านศุลกากรที่จังหวัด เชียงราย ที่ด่านเชียงของเพื่อติดตามว่าไม่ให้มีการนำสินค้าที่ไม่ได้ มอก. เข้ามาจำหน่าย ในประเทศไทย ซึ่งก็ตรงกับนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กำลังปราบปรามสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม อันนี้จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง แล้วท่านรัฐมนตรีก็ดำเนินการจริงจัง อันนี้ก็คือชื่นชมครับ เพราะว่าวันนี้สินค้าหลายอย่าง กล้าแม้กระทั่งปลอม Logo ครับ ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม แต่ตีตรา มอก. ลงมา อันนี้ ต้องปราบให้หมดแล้วก็ดำเนินคดีโดยเด็ดขาด🔗
เรื่องที่ ๓ คือต้องสนับสนุนให้คนไทยใช้ของในประเทศไทยนะครับ วันนี้ หลายประเทศก็สนับสนุนอุตสาหกรรม แม้แต่เรื่องการท่องเที่ยวก็ไม่ให้คนออกนอกประเทศ เที่ยวในประเทศตัวเองนะครับ ให้ใช้ของในไทย เราก็ต้องดำเนินการสนับสนุนให้คนไทย ใช้ของไทยด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๔ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมทำก็คือเรื่องของการสนับสนุน SMEs ในเรื่องของ Innovation นวัตกรรม ในเรื่องของการลดปัญหาอุปสรรคในการที่จะให้ SMEs ได้เติบโต แล้วก็ทำอย่างไรให้ SMEs เราสามารถที่จะเติบโตขึ้นไปในเวทีนานาชาติได้ ก็คือ การส่งออก สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมริเริ่มทำ แล้วก็จะต้องทำให้เห็นผล โดยเร็ว เพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากภาษีของทางสหรัฐอเมริกานะครับ แล้วที่สำคัญ ก็คือเรื่องของการสนับสนุนเรื่องของ Supply chain ให้เกิดขึ้น อย่างที่ผมบอกครับ วันนี้ขนกันมาลงทุน Supply chain สมัยก่อนนี้ก็มาใช้ในไทย แต่วันนี้บริษัทแม่มาปุ๊บ ก็เอา Supply chain จากต่างประเทศเข้ามา แล้วก็ไม่ได้ใช้ Supply chainในเมืองไทย แล้วผมถามแล้วคนไทย ผู้ประกอบการไทย SMEs ไทยจะอยู่รอดได้อย่างไรครับ ฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมในการที่จะรองรับมาตรการ ภาษีของสหรัฐอเมริกานั้นถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แล้วก็ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ทำ อย่างเร่งด่วน แล้วก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ดำเนินการอย่างจริงจัง และผมคิดว่าท่านจริงจัง อยู่แล้ว เพราะว่าท่านเป็นคนออกมาตรการตรงนี้เองก็ขอเป็นกำลังใจให้ แล้วก็ขอฝากทาง คณะรัฐมนตรีว่า การเจรจาภาษีที่มีกับสหรัฐอเมริกานี้ขอให้ยึดประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ของประเทศเป็นหลัก แล้วก็ดูแลพี่น้องที่เสียผลประโยชน์จากการไปทำข้อตกลงทางการค้าด้วยนะครับ จะต้องมี เงินเยียวยา มีกองทุน มีมาตรการอะไรที่จะดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้พี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบนั้นสามารถที่จะอยู่รอดได้ในภาวะท่ามกลางสงครามทางการค้าในปัจจุบันนี้ ก็ต้อง ขออนุญาตนำเรียนญัตติด่วนดังกล่าวของผมนั้น นำไปสู่ทางท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ผู้ที่จะเสนอต่อไปก็อยากให้กระชับหน่อยนะครับ เพราะว่ามีสมาชิกสนใจมากได้ลงชื่อขณะนี้ ๒๒ ท่านแล้ว ก็เกรงว่าจะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง แล้วก็อาจจะซ้ำกันบ้างขอให้พยายาม ให้อยู่ในกรอบ แล้วก็พูดกระชับหน่อยครับ ต่อไปขอเชิญ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบการนำเข้าสินค้า เกษตรเพื่อการต่อรองกรณีภาษีทรัมป์และมาตรการป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกรไทย เพื่อส่งข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณากำหนดมาตรการแก้ปัญหาอย่าง เหมาะสมต่อไป ของคุณอัคร ทองใจสด เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ต้องกราบขออนุญาตท่านประธานสภานะครับ เนื่องจากท่านอัครได้มอบหมายให้ผม ได้นำเสนอญัตติดังกล่าว เพราะฉะนั้นต้องกราบขออนุญาตท่านประธานสภานะครับ ท่านประธานสภาครับ เนื่องจากวันนี้เป็นกระแสที่ Hot Hit ในหมู่เกษตรกร เรื่องภาษี ของทรัมป์ (Trump) ที่ทางรัฐบาลไทยจะไปเจรจา มันเป็นความกังวลของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งมันเหมือนกับเป็นการผูกมัดมือชกของเกษตรกร วันนี้เกษตรกรทุกภาคส่วนกำลังกังวลว่า สิ่งที่รัฐบาลจะไปเจรจาในวันพรุ่งนี้ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรจะตกที่เกษตรกรเสมอ แล้วผมก็คิด ว่ามันจะต้องตกที่เกษตรกรทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด สินค้าทางการเกษตร พืช ผัก ผลไม้ มาตรการต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลจะกำหนดให้เกษตรกรก่อนที่จะมีการเจรจานี้ ยังไม่มีอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราไปเจรจาภาษีทรัมป์ในวันพรุ่งนี้ ผมขออนุญาตเรียกว่า มันจะเป็นภาษีที่เป็นบาปแก่เกษตรกรหรือเปล่า ท่านประธานสภา ที่เคารพ มันเป็นภาษีที่จะเกิดความทุกข์ให้กับเกษตรกรหรือเปล่า เพราะว่าวันนี้เกษตรกร ก็มีความทุกข์อยู่แล้ว ยกตัวอย่างครับท่านประธาน มาตรการที่เราเคยคุยกัน เราเคยเสนอกัน ในประเทศของเรา การนำเข้าวัตถุดิบทดแทน ๓ ต่อ ๑ ส่วน วันนี้ไม่มีการดำเนินการ ที่เข้มแข็งแล้วก็เข้มงวดจากหน่วยงานที่รับผิดชอบตรงนี้เลย ต้องมีการพูด ต้องมีการบอก มีการกล่าวกันทุกปีว่ามาตรการ ๓ ต่อ ๑ ส่วน ซึ่งทางพี่น้องเกษตรกรได้กังวลมันจะยังอยู่ อยู่ไหม ซึ่งก็มีข่าวทุกปีเหมือนกันว่าทางรัฐบาล ทางผู้ที่ที่เกี่ยวข้องจะยกเลิกในมาตรการ ๓ ต่อ ๑ ส่วน เป็นข้อกังวลของพี่น้องเกษตรกรของบ้านเรา วันนี้สินค้าเกษตรที่น่าเป็นห่วง ที่สุดคือข้าวโพด เพราะว่าข้าวโพด คือพืชชนิดเดียวที่ทางสหรัฐอเมริกาบอกว่าจะนำเข้ามา ในประเทศไทย จีเอ็มโอ เป็นข้าวโพดที่ทางพี่น้องเกษตรกรบ้านเราปลูกไม่ได้ ทำไม่ได้ แต่จะ มีการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ราคาที่เรายังไม่ได้นำเข้าข้าวโพดจากอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิต ยักษ์ใหญ่ของโลกใบนี้ ราคาที่เรายังไม่ได้นำเข้าวันนี้ก็ถูกแสนถูกแล้วครับ ๖ บาทกว่า ๆ โดยที่รัฐบาลก็ยังไม่มีมาตรการใด ๆ เข้ามา เราเคยเรียกร้องกันในสภาแห่งนี้ว่า ประกันราคา ข้าวโพดได้ไหม อยู่ที่ ๗ บาท ๕๐ สตางค์ ถึง ๘ บาทในความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ ๑๑ บาทในความชื้น ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล ยังไม่ได้รับการ เหลียวแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย ผมขอใช้เวทีในการไปเจรจาภาษีทรัมป์ เรียกร้อง ณ ตรงนี้เลยว่าก่อนที่อะไรมันจะเกิดขึ้นกับ พี่น้องเกษตรกรอยากให้ประกันราคาให้พี่น้องเกษตรกร ข้าวโพด ข้าว พืชผักทุกอย่าง ซึ่งวันนี้ท่านประธานจะเห็นว่าเกษตรกรแทบจะอยู่ไม่ได้แล้ว มันสำปะหลังก็ดี ยางพาราก็ดี อ้อยก็ดี วันนี้ราคาตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว ต้องฝากรัฐบาลในการจะไปเจรจา แล้วก็ต้องตั้งรับ แล้วก็ทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจว่าเขาจะไม่มีผลกระทบจากการเจรจา ภาษีที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ วันนี้เกษตรกรบอกผมมาว่าเหมือนถูกมัดมือชก ถูกมัดมือ ไพล่หลัง แล้วก็ถูกเป็นตัวประกันของประเทศไทย วันนี้เกษตรกรกังวลเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ พรรคพลังประชารัฐ จึงขอเสนอไปยังรัฐบาลว่าสิ่งที่เกษตรกรอยากได้ โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวโพดอยากให้รัฐบาลมีการประกันราคาข้าวโพด ความชื้นที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ให้อยู่ที่ ๘ บาท ความชื้นที่ ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ให้อยู่ที่ ๑๑ บาท ข้าวเมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกได้พูด ไปแล้ว เมื่อก่อนข้าวขาวบ้านเรา ๑๐,๐๐๐ บาท วันนี้บ้านผม ๕,๐๐๐ บาท ยังไม่ถึงเลย ๔,๘๐๐ บาท มันจะอยู่อย่างไร ประกันราคาให้ข้าวขาว ข้าว กข. ๑๐,๐๐๐ บาท หอมมะลิ สัก ๑๕,๐๐๐ บาท ก่อนที่ภาษีต่าง ๆ ที่มันจะผันผวนจะมีผลกระทบต่อเกษตรกรอยากให้ นโยบายนี้เร่งดำเนินการ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งทำ วันนี้ลำไยเป็นอย่างไร ถูก ทุเรียนวันนี้ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาทแล้วครับ ลำใยก็จะอยู่ไม่ได้แล้ว ผลไม้ ผลผลิตทุกอย่าง ทางเกษตรของประเทศไทยคือตัวประกันของสังคมนี้ เพราะฉะนั้นเรียกร้องให้ทางรัฐบาล สร้างเสถียรภาพให้กับราคา ให้กับสินค้าเกษตรของประเทศไทย โดยเฉพาะมาตราส่วน ๓ ต่อ ๑ ห้ามยกเลิกเด็ดขาด มันจะสร้างความเสียหายกับพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ต้องให้เข้มงวดในการทำมาตรการนี้ ข้าวโพดจะออกในเดือนสิงหาคมนี้แล้วครับ อย่าให้พี่น้องต้องมารับกรรม อย่าให้พี่น้องผู้ปลูกข้าวโพดต้องมาเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากรัฐบาล วันนี้ขอฝากด้วยในการเจรจา แล้วก็ขอให้ประสบความสำเร็จ แต่ว่าสุดท้าย ท่านต้องดูแลพี่น้องเกษตรกรให้ดีที่สุดตามที่เขาต้องการ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการทางภาษีตอบโต้ ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทย เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป ของคุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอ นาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ ญัตติด้วยวาจา เมื่อสักครู่ท่านประธานได้อ่านไป ๑ รอบ ผมก็เลยขอย้ำผู้เข้าชี้แจงว่าญัตติฉบับนี้ สิ่งที่เรา ต้องไปศึกษาก็คือ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ท่านประธานครับ กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะอะไรครับ การอภิปรายในวันนี้มีประโยชน์ไหมครับ พรุ่งนี้มีการ เซ็นสัญญาในเรื่องภาษีทรัมป์ วันนี้หลายคนบอกว่าเป็นข่าวดีครับท่านประธาน Team Thailand ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เจรจาได้แล้ว แต่ไม่ทราบตัวเลข จะดีใจอย่างไร ข่าวร้ายครับ ท่านประธาน สิ่งที่ประเทศไทยต้องแลกกับภาษี ๓๖ เปอร์เซ็นต์ คืออะไร นี่คือสิ่งที่สมาชิก อยากฟัง นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากฟังว่า Team Thailand ของท่านรัฐมนตรีเอาอะไร ไปแลกกับ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ทำไมประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับทุกประเทศ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘ นี่คือประโยคทองครับ เป็นประโยคทองของทรัมป์ (Trump) ทรัมป์ (Trump) ว่าอย่างไรครับ บอกว่าเป็นเวลาหลายปีที่พลเมืองอเมริกันที่ทำงานหนัก ถูกบังคับให้ออกไปนั่งอยู่ข้าง ๆ ขณะที่ประเทศอื่นร่ำรวยและมีอำนาจมากขึ้น โดยพวกเรา เป็นผู้จ่าย นี่คือความในใจของผู้นำ เป็นที่มาของการบังคับใช้ภาษีทรัมป์ ในวันนี้ และสิ่ง ที่ทรัมป์ (Trump) ได้กล่าวไว้ เขากล่าวว่าอย่างไรครับ อีก ๑ ประโยค ด้วยการกระทำในวันนี้ ในที่สุดเราก็สามารถทำให้สหรัฐอเมริกายิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา เห็นไหม เขาไม่ได้แยแสกับกลุ่มโลกาภิวัตน์ เขาไม่ได้แยแสกับกลุ่มผลประโยชน์พิเศษ วันที่ ๒ เมษายน วันปลดปล่อยของอเมริกา แต่สำหรับประเทศไทย หัวหน้าคณะ Thailand นี่คือวันฮาโลวีน เป็นวันที่น่ากลัวสยดสยองสำหรับคนไทย รวมถึงเกษตรกรคนไทยทั้งประเทศ ท่านทั้งหลาย ในฐานะคนไทยในเมื่อมหามิตรประเทศสหรัฐอเมริกาคิดแต่เอาผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว วันนี้พวกเราทั้งหลายจะอยู่นิ่งดูดายให้เขาทำกับประเทศไทยฝ่ายเดียวได้หรือ สิ่งที่ผมสงสัย และได้รับสัญญาณเรื่องภาษีทรัมป์ ก่อนหน้านี้มาหลายเดือนแล้วครับ เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีอุ๊งอิ๊งได้ตั้ง Team Thailand ในการเจรจากับสหรัฐอเมริกา มีนายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหัวหน้าคณะเจรจา ผมถามครับท่านประธาน ทำไมรัฐบาลไม่นำเอาการเจรจาภาษีทรัมป์เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรและของเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา วันนี้ภาษีทรัมป์ เป็นเรื่องใหญ่มีผลกระทบ ทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและในเรื่องของความมั่นคง เพราะฉะนั้นอำนาจของ รัฐสภา ซึ่งท่านประธานเองก็เป็นประธานรัฐสภา คือการให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญ ดังนี้ครับ ๑. ให้ความเห็นชอบในเรื่องของประกาศสงคราม แต่สิ่งที่สำคัญครับ การทำหนังสือ สัญญาระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นข้อตกลงระหว่างไทยกับอเมริกา เรียกว่าข้อตกลงทรัมป์ (Trump) ผมถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นสัญญาระหว่างประเทศไหมครับ เป็นข้อผูกพันระหว่างประเทศไหมครับ วันนี้ท่านไปลงทุน เดินทางไปอเมริกา ไปตกลง ไปเซ็นสัญญา มันเป็นข้อผูกพันของประเทศ แต่รัฐบาลไม่เลือกช่องทางนี้ในการแก้ปัญหา ถ้ามีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ พรุ่งนี้ มะรืนนี้เรื่องรัฐบาลไม่ผ่านความเห็นชอบ กำแพงภาษี ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ เพราะข้อตกลงฉบับนี้มีเรื่องอะไรครับ เรื่องการค้าและมีการพูดถึงเรื่องความมั่นคงที่ให้อำนาจกับรัฐสภาแห่งนี้พิจารณาได้ มีผู้กล่าวหารัฐบาลและ Team Thailand ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโปรดฟัง เขากล่าวหาท่าน ถ้าตอบได้ก็ตอบ ๑. มีการนำงบประมาณของประเทศ ๒๐๐ ล้านบาท ไปจ้าง Lobbyist ท่านเดินทางไปเจรจารอบแรกไม่ได้ผล จริงหรือไม่ ๒. เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลจัดสรรให้กับหน่วยรับงบประมาณซึ่งท่านเป็นประธาน จัดสรรรอบแรก ๑๑๕,๐๐๐ ล้านบาท สำนักงบประมาณอนุมัติไปแล้วครับ เหลืออีกก้อนหนึ่ง ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งกันไว้ให้กับท้องถิ่นมีคนขโมยไป เขาบอกว่ามีคนจะเอาเงินก้อนนี้ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ของเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของท้องถิ่นไปใช้สำหรับแก้ปัญหาภาษีทรัมป์ จริงไหมครับ ท่านหัวหน้า Theam Thailand และที่สำคัญมีการจะกันงบประมาณไว้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่แน่ใจว่ารวมกับ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทหรือเปล่า เพื่อแก้ปัญหา ภาษีทรัมป์ในอนาคต จริงไหมครับท่านหัวหน้า Theam Thailand ท่านประธานครับ Theam Thailand ได้มีการประชุมเรื่องภาษีทรัมป์เมื่อวันที่เท่าไรครับ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ประชุมที่บ้านพิษณุโลก มีอยู่ ๑ ช่องทางสามารถประชุมที่นี่ได้ ผ่านรัฐสภา สส. สมาชิกวุฒิสภา แต่หัวหน้า Theam Thailand ไม่เลือกช่องทางที่ผมแนะนำ ท่านไป ประชุมที่ไหน บ้านพิษณุโลก ไม่ได้เป็นความลับ เพราะเป็นการเสนอข่าวว่าบุคคลที่ไปร่วม ๑. นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้านโยบายของนายกรัฐมนตรี ๒. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ๓. นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ๔. นายจักรภพ เพ็ญแข ทราบว่าเพิ่งแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเลขานุการ นายกรัฐมนตรีหลังจากนั้น ๕. อดีตนายกและรัฐมนตรี ไม่ขอเอ่ยนามที่ร่วมประชุมในวันนั้น เรื่องภาษีทรัมป์ ผมไม่สามารถที่จะไปล่วงรู้ได้ วันนั้นมีเอกสารจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นตัวแทนของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) มานั่งดูกันในวงบ้านพิษณุโลก เชื่อไหมครับ โชคดีมีคนเห็น บังเอิญมันมีจิ้งจกอยู่บนเพดานบ้านพิษณุโลกไปเห็นข้อตกลง ข้อตกลงเหล่านี้ มี ๑๐ กว่าข้อ แต่บังเอิญจิ้งจกมันไปเห็น ๓ ข้อที่พอจำได้ วันนี้ถ้ามีการเปิดเผยข้อตกลงที่ ประเทศสหรัฐอเมริกายื่นให้กับ Theam Thailand หงายหลังเลยครับ มีคนพูดว่า ข้อตกลงที่ อเมริกายื่นให้กับไทยถ้า Theam Thailand รับทุกข้อประเทศไทยก็จะเป็นหนึ่งในรัฐของ สหรัฐอเมริกา เป็นรัฐที่ ๕๑ ครับ เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ประเทศไทยจะเป็นอิสระ อย่างไร อย่างนี้เขาถึงว่ามัดมือชก เหมือนที่เพื่อนสมาชิกจากเพชรบูรณ์บอก มัดมือชกไม่ว่า เอาไพล่หลังแล้วถ่วงน้ำด้วย มันจะรอดหรือครับ เพราะฉะนั้นผมเองขอขอบคุณจิ้งจกตัวนั้น ผมจะไล่ให้ฟัง ๓ ข้อว่าจิ้งจกเห็นแล้วมันเล่าว่าอย่างไร เขามีความรักชาติ ถ้าผิดท่านก็โต้ มาเลยนะครับ🔗
ข้อที่ ๑ ให้ไทยเก็บภาษีศุลกากรสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ๐ เปอร์เซ็นต์จริงไหมครับ ข้อนี้ถ้าเป็นเรื่องจริงพี่น้องถั่วเหลือง พี่น้องข้าวโพดเดือดร้อนหนัก พี่น้องเลี้ยงวัว พี่น้องเนื้อสัตว์ที่เข้ามาในประเทศไทย ๐ เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรจะอยู่อย่างไร นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนบอกว่าท่าน สส. ทรัมป์ (Trump) ๓๖ เปอร์เซ็นต์มันกระทบ อย่างไร นี่ละครับกระทบ ถ้าเป็นเรื่องจริงท่านตอบมา ถ้าไม่จริง ออกมาปฏิเสธ🔗
ข้อที่ ๒ น่ากลัวครับ แต่ประโยคไม่ได้สวยงาม ไม่ได้เป๊ะเหมือนในเอกสาร ประเทศไทยร่วมมือทางเรือร่วมอุตสาหกรรมต่อเรือที่ทับละมุ จังหวัดพังงา ฝั่งอ่าวไทย คุ้น ๆ ไหมครับที่ทับละมุ ปรากฏว่าเป็นฐานทัพเรือกองทัพภาคที่ ๓ ฝั่งอันดามันที่ไม่มี ฐานทัพเรืออื่น มีการบอกว่าจะมีการต่อเรือเพื่อค้าขายทั่วโลก แต่เป้าหมายจริง ๆ เขาบอกว่า จะเป็นฐานทัพเรือ จริงหรือไม่ท่านหัวหน้า Theam Thailand🔗
ข้อที่ ๓ ข้อนี้ภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศไทยอยู่ตรงกลาง และประเทศมหาอำนาจเขาทะเลาะกัน ทะเลาะกันในเรื่องการค้า พ่วงมาในเรื่องของความมั่นคง ข้อที่ ๓ เขาบอกว่าบังคับให้ประเทศไทยซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กับสหรัฐอเมริกาเพียงรายเดียว ถ้าสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาต ไปซื้อ Gripen ของสวีเดนไม่ได้ ถ้าสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาต ไปซื้อรถถังของจีน ไม่ได้ เขียนว่าในการซื้อยุทโธปกรณ์ให้ประเทศที่ ๑ และประเทศที่ ๒ ห้ามซื้อจากประเทศที่ ๓ ประเทศที่ ๓ คือ ไม่ใช่อเมริกากับประเทศไทย นี่คือประเทศที่ ๓ ในประโยค ข้อเสนอของอเมริกาที่ผมเล่ามาทั้งหมดลึก ๆ แล้วมีเจ้าหน้าที่ลงมาทำรายละเอียด ละเอียดยิบเลยครับท่านประธาน ในเรื่องการค้า เศรษฐกิจ ความมั่นคงและชายแดน เพราะฉะนั้นผมติดตามข่าวฟังแล้วไม่สบายใจ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ลุ้นให้รัฐบาล คณะเจรจา Team Thailand ของเรานี่ล่ะครับ เจรจา ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ให้ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือใจผม ใจของคนภูมิใจไทยและใจของเพื่อนสมาชิกทั้งสภาแห่งนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คือสิ่งที่ เราต้องการ🔗
สุดท้ายนี้ฝากไปยังรัฐบาลให้คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน เป็นหลัก อย่าไปสร้างเงื่อนไขให้ลูกหลานเราในภายหน้าลำบาก ท่านต้องตระหนักเรื่องนี้ครับ ท่านหัวหน้า Team Thailand รัฐบาลผิดถูกเราไม่ว่า แต่ให้อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ ของชาติเป็นหลัก ทรัมป์ (Trump) ทำเพื่ออเมริกา รัฐบาลต้องทำเพื่อชาติไทย ผมขอ สนับสนุนการกระทำเพื่อชาติและประชาชน และขอเป็นกำลังใจให้กับหัวหน้า Team Thailand และรัฐบาลให้ไปถึงเป้าหมาย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ให้ได้ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ คุณณัฏฐ์ชนน ต่อไปเป็น🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาความคืบหน้าการเจรจาภาษี นำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกาในอัตราร้อยละ ๓๖ และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเจรจา เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ของคุณประมวล พงศ์ถาวราเดช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอยื่นญัตติเพื่อแก้ปัญหาภาษีทรัมป์กับสถานการณ์บ้านเมือง ณ ปัจจุบันนี้ ด้วยปรากฏว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้มีมาตรการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าหลาย ๆ อย่างไม่ว่าภาคเกษตรหรือภาคอุตสาหกรรมในอัตราที่สูงถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา และอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศไทย จึงทำให้การเจรจาต้องดำเนินไป ด้วยความรอบคอบและยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ขณะเดียวกันประเทศไทย กำลังเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบจากกรณีการปะทะชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งอาจเป็นนัยต่อความมั่นคงระดับภูมิภาค โดยอาจเชื่อมโยงกับผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ และเศรษฐกิจของมหาอำนาจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุนี้เองกระผมจึงขอ เสนอญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้🔗
ข้อที่ ๑ ผมอยากเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาล สินค้าเกษตรของประเทศไทย เป็นสินค้าหลักและเป็นกระดูกสันหลังของประเทศชาติ ประเด็นแรกก่อนที่จะไปเจรจากับ สหรัฐอเมริกา ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึง Team Thailand ว่าให้ดูแลสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการนำสินค้าเกษตรและการลักลอบนำสินค้าเกษตรจากเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบัน ยังไม่มีสินค้าจากสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์เข้ามา สินค้าเกษตรของ เราก็ตกต่ำแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อสินค้าของสหรัฐอเมริกาเข้า สมมุติว่าสินค้าของ สหรัฐอเมริกาเข้ามาอีก แล้วจะทำอย่างไรกับสินค้าเกษตรของบ้านเรา เพราะฉะนั้นผมอยากให้ Team Thailand หรือคณะรัฐบาลช่วยดูแลสินค้าเกษตร ของเราก่อน ผลผลิตของเราน้อยกว่าความต้องการภายในประเทศแต่ทำไมราคาสินค้าเรา จึงถูก ไม่ว่า ข้าวโพด มันสำปะหลัง มะพร้าว ความต้องการภายในประเทศจากการผลิต น้อยกว่าความต้องการที่ใช้ แต่ทำไมราคาจึงถูกกว่า เหตุผลมีอยู่ ๒ เหตุผล🔗
๑. ถึงเราเป็นเอฟทีเอก็ดี การนำเข้าเสรีก็ดี แต่ต้องมีวาทะ มีวิธีการที่จะ เจรจากับผู้ประกอบการภายในประเทศว่าทำอย่างไรให้เกษตรกรอยู่ได้ ผู้ประกอบการอยู่ได้ ให้ทั้ง ๒ ฝ่าย Win Win แต่เหตุผลที่ผู้ประกอบการอยู่ได้หรือเกษตรกรอยู่ไม่ได้ เพราะมีการ นำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจากเพื่อนบ้านรอบ ๆ ของบ้านเรา ซึ่งผมคิดว่าท่านสมาชิก หลายคนก็พูดไปแล้ว ซึ่งผมคิดว่าท่านประธานและคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะ Team Thailand ก็คงทราบแล้ว ก่อนที่จะไปแก้ปัญหาตรงนั้นผมคิดว่าให้แก้ปัญหาจุดนี้ก่อน🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ที่โดนกระทบกับประเทศไทยเป็นอย่างหนัก คือพี่น้อง เกษตรกร ไม่ว่าสินค้าเกษตรที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น ไม่ว่าสินค้าประมง เหตุผลเพราะว่า ประเทศเพื่อนบ้านที่แข่งขันลักษณะสินค้าประเภทเดียวกับประเทศเรานี้ เขาได้ภาษีต่ำกว่าเรา ถ้าเขาได้ภาษีต่ำกว่าเราจะทำให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกร จากอุตสาหกรรมทางด้านเกษตร ไม่ว่าอาหารแปรรูป ไม่ว่าสินค้าเกษตรต่าง ๆ🔗
ส่วนที่ ๓ พี่น้องเกษตรกร SMEs ซึ่งจุดนี้เป็นส่วนใหญ่ของประเทศด้วย ถ้าเราไม่แก้ปัญหาตรงนี้ในการแข่งขันจะเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะสินค้าไฟฟ้า ไม่ว่าเครื่องล้างจาน ไม่ว่าตู้แช่แข็ง ไม่ว่าเครื่องซักผ้า หลาย ๆ รายการถ้าเราได้ภาษีน้อยกว่าประเทศที่เป็นคู่แข่ง ผลิตสินค้าลักษณะเดียวกับประเทศเรา เราจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ส่วนสินค้าหลาย ๆ อย่างทางอุตสาหกรรม ซึ่งทางโรงงานในต่างประเทศไม่ว่าโรงงานสหรัฐอเมริกามาผลิต ในประเทศเรา แล้วขายกลับไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงนี้เป็นผลกระทบกับเราน้อย แต่อาจจะมี ผลกระทบทางด้านแรงงาน หรือประเด็นจากประเทศต่าง ๆ มาสร้างโรงงานในประเทศไทย แล้วผลิตสินค้าส่งไปขายสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็เป็นผลกระทบเหมือนกัน แต่ว่ามันไม่มากเท่ากับ สินค้าเกษตร เท่ากับสินค้า SMEs เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้รัฐบาลโดยเฉพาะ Team Thailand ให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ ซึ่งในการเจรจาผมมองว่าทางรัฐบาลก็คงเตรียมพร้อมทำความเข้าใจ และแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับการเจรจาในครั้งนี้ แต่สิ่งสำคัญที่ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะไป แก้ปัญหาภาษีสหรัฐอเมริกา ขอให้แก้ปัญหาสินค้าเกษตรที่เกิดในปัจจุบันนี้ โดยเร่งด่วนก่อน ส่วนจะไปแก้ปัญหาในหลักการเจรจาทางภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์ในเชิงนโยบาย ในเชิงความมั่นคง นั่นอีกประเด็นหนึ่งที่ฝาก🔗
สุดท้ายนี้เมื่อแก้ปัญหาภาษีกับสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว จะสำเร็จจะบรรลุ ตามวัตถุประสงค์ตามที่พี่น้องประชาชนต้องการหรือไม่ ผมขอฝากให้ Team Thailand นี้ ช่วยไปหาตลาดใหม่ เพื่อเป็นคู่ค้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมของประเทศไทยด้วย พรุ่งนี้วันที่ ๑ ผมคิดว่าคณะ Team Thailand น่าจะทราบแล้วว่าผลของการเจรจาจะออกไปลักษณะอย่างไร ผมก็ขอให้พวกเราในทีมเจรจานี้ประสบความสำเร็จ และขอให้พี่น้องประชาชนในประเทศ เมื่อรัฐบาลเจรจาแก้ปัญหาต่าง ๆ สำเร็จแล้วจะได้มีความสุข หรือหางบประมาณต่าง ๆ หรือวิธีการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสิ่งที่เราไม่ประสบความสำเร็จผมกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นผู้เสนอญัตติท่านสุดท้าย🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบต่อประเทศไทย จากนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาและสงครามการค้าโลก เพื่อให้คณะรัฐมนตรี ดำเนินการต่อไป ของคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี อำเภอสัตหีบ พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมในนามของเพื่อนพรรคกล้าธรรม และผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี อำเภอสัตหีบ ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ในเรื่อง ผลกระทบต่อประเทศไทยจากนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาและสงครามการค้า ในปัจจุบัน เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ท่านประธานครับ ผมทราบดีว่าไม่ว่าจะ เป็นพี่น้องเกษตรกร พี่น้องอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักสำหรับกำแพงภาษี ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยนโยบายของสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ใช่แค่นั้นครับตามที่ผมคิดไว้ แล้วผม ก็เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกแต่ละท่านคิดไว้ก็คือ มันมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าที่ขึ้น สินค้านำเข้าที่ล้นตลาด และอีกมากมายที่เราจะได้รับผลกระทบ เหตุการณ์นี้มันไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แล้วผมจะอภิปรายให้ ท่านประธานฟังครับว่าเราจะทำให้พญาอินทรีย์ คือสหรัฐอเมริกาบินมาเกาะพญาคชสาร คือประเทศไทยได้อย่างไร ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ มันเคยเกิดขึ้น มาแล้วหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ คือปี ๒๔๙๐ หรือประมาณคริสต์ศักราช 1948 คิดเป็น พุทธศักราชก็คือ ๒๔๙๐ มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วครับ New World Order คือการจัดระเบียบ การค้าโลกใหม่ มันเกิดขึ้นแล้ว เกิดอะไรครับ มันเกิดการต่อรองข้อตกลงว่าด้วยภาษีศุลกากร และการค้า หรือเขาเรียกว่า GATT ครับ General Agreement on Tariffs and Trade Buyer อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ครับ มันก็เกิดขึ้น ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่าเกิด Geneva Round นะครับ ข้อตกลงระหว่างเจนีวา ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เกิดข้อตกลงระหว่างอุรุกวัยที่สามารถตกลงกันได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นแล้วครับ หลังสงครามโลกก็เกิด GATT เกิดดับเบิลยูทีโอ World Trade Organization เกิด IMF เกิด Fixed Exchange Rate คืออัตราแลกเปลี่ยนเงินคงที่ IMF เรารู้อยู่แล้ว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ดับเบิลยูทีโอ ก็คือองค์กรการค้าโลก สิ่งเหล่านี้มันเกิดมาหลังสงครามโลกเพื่อที่จะให้การค้าของโลกเปลี่ยนแปลงไป ท่านทราบไหม ว่าใครเป็นผู้กำหนด ฝากท่านประธานผ่านไปท่านรัฐมนตรีด้วยว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่า จะเป็น GATT ดับเบิลยูทีโอ IMF หรือแม้กระทั่ง Fixed Exchange Rate อัตราแลกเปลี่ยน คงที่ สหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนดครับ เมื่อหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ คือเขาต้องการเป็น ผู้กำหนดโลก เขาต้องการเป็นผู้กำหนดการเดินทางของเศรษฐกิจโลกในขณะนั้น เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่ผมบอกท่านประธานว่าอันนั้น สมัยนั้นเขาเรียก New World Order 1.0 และสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้นใน New World Order การจัดระเบียบการค้าโลก ๒.๐ ซึ่งสหรัฐอเมริกากำลังจะเป็นผู้กำหนดอีกแล้วครับ สหรัฐอเมริกาเริ่มแล้ว เราต้องมองดู รอบโลกแล้ว ผมถึงบอกว่าไม่ใช่แค่เกี่ยวกับเกษตรกรไทย ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมไทย แต่จะเป็นประชาชนไทยทั้งประเทศที่จะเกิดขึ้น เพราะสหรัฐอเมริกามีการตั้ง GATT มีการ ตั้งดับเบิลยูทีโอ หรือ IMF ขึ้นมา มันเกิดสงครามเย็นครับ เราต้องเลือกข้างหรืออย่างไร ตอนที่สหรัฐอเมริกาเป็นเบอร์ ๑ จีนเป็นเบอร์ ๒ เราเลือกข้างใครไม่ได้ เราจะมีจุดสมดุล อย่างไร กลุ่มตลาดใหม่ครับ เกิดการรวมกลุ่มตลาดเศรษฐกิจใหม่ที่นอกจากอียูหรือสหภาพ ยุโรปแล้ว อย่างเช่น กลุ่ม BRICS ครับ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และ South Africa หรือ แอฟริกาใต้ หรือแม้กระทั่งกลุ่มที่ผมให้ความสำคัญเช่นกัน กลุ่ม GCC คือกลุ่มตลาดใหม่ ที่เกี่ยวกับกลุ่มอาหรับ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต โอมาน และบาห์เรน กลุ่มเหล่านี้คือมีกำลังซื้อ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่า กลุ่มเหล่านี้หรือ แม้กระทั่งกลุ่มสุดท้ายที่ผมนึกได้ก็คือกลุ่มลาตินอเมริกาครับ South America ไม่ว่าจะเป็น อาร์เจนตินา ชิลี เปรู โคลัมเบีย และเม็กซิโก ๓ ตลาดนี้เราทดแทนได้ไหม🔗
ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมบอกท่านประธานว่ามันเกิดขึ้นมาแล้ว แล้วมัน จะเกิดขึ้นอีก ผมถึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ถึงแม้จะเป็นการอภิปราย แต่ถ้าเรามองลึกระยะสั้น ระยะยาว นี่คือระยะยาว ผลกระทบจะไม่แค่ตอนนี้ จะมีวิกฤติ เศรษฐกิจตามเข้ามาอีกหรือไม่ อย่างไร นี่คือสิ่งที่พรรคกล้าธรรมและผมเป็นห่วง ขอสไลด์ หน้าต่อไปครับ สไลด์ต่อไปเป็นเรื่องของการเจรจา ผมขอยก Zero-Sum Game Positive-Sum Game Negative-Sum Game ขึ้นมาเลย Zero-Sum Game คือมีคนได้และมีคนเสีย ถ้าเราไป เจรจาต่อรอง ประเทศไทยได้ เอาสิ่งอะไรไปแลก ประเทศไทยได้นะครับ อเมริกาขอเราไม่ให้ แต่เราเสียอเมริกานะครับ เสียคู่ค้า แต่ถ้าอเมริกาได้ ประเทศไทยก็ล่มนะครับ เราจะมี จุดสมดุลของเกมอย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย แต่สิ่งที่ดี ที่สุดครับท่านประธาน คือ Positive-Sum Game ครับท่านประธาน ต่างฝ่ายต่างได้ ผลประโยชน์ ถอย ถ้าเราถอย แล้วเราได้ประโยชน์ อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเกษตร อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเคมีหรือพลาสติก ถ้าเราถอยแล้วเราได้ แล้วจุดสมดุลไหม หรือ แม้กระทั่งอเมริการุก ให้เขารู้ว่าเขาจะเสียอะไร ถ้าเขารุกเราขึ้นมา ผมจึงบอกว่าการวางแผน เจรจาทำอย่างไรให้เราเสียหายน้อยที่สุด และอเมริการุกเราได้น้อยที่สุดครับ อันนี้คือ Positive-Sum Game แต่มีสิ่งหนึ่งครับ Negative-Sum Game ก็คือต่างฝ่ายต่างเสีย ประโยชน์ ผมอยากให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะรัฐมนตรีว่า ตอนนี้ยังไม่เสียหรอก อนาคตให้สหรัฐอเมริกาเขารู้ว่า ถ้าท่านบุกเราแบบนี้ขึ้น ๓๖ เปอร์เซ็นต์แบบนี้ อีก ๕ ปี หรือ ๑๐ ปีหรือ ๒๐ ปีหรืออีก ๑๐๐ ปี ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นได้ อาจจะเสียประโยชน์ทั้งคู่ก็ได้ ในเรื่องของการเจรจาต่อรอง สไลด์หน้าถัดไปครับ ผมพูดถึงการจัดระเบียบการค้าโลกแล้ว สงครามการค้าโลกแล้ว การเจรจาต่อรองแล้ว อันนี้สำคัญ จุดยืนครับท่านประธาน มันเป็น สงครามการค้าของโลกนะครับตอนนี้ เป็นการแย่งชิงการเป็นมหาอำนาจของโลก ระหว่าง ประเทศหนึ่งกับประเทศหนึ่ง ผมยกตัวอย่างก็ได้ เราจะเลือกสหรัฐอเมริกาได้ไหม เราจะ เลือกข้างสหรัฐอเมริกา หรือเราจะเลือกข้างประเทศจีน ขอโทษครับท่านประธาน เราเลือกข้างใครไม่ได้ เราต้องเลือกข้างประเทศไทย จุดยืนเราอยู่ตรงไหนครับ สำนักงาน นโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ท่านทำอย่างไรในการเจรจาต่อรอง สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยก็เป็นห่วงครับท่านประธาน ผมมีข้อเสนออย่างนี้ครับ ข้อแรก การสร้าง ดุลยภาพทางการค้าระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา แล้วก็ไทยกับจีน ข้อที่ ๒ ดุลยภาพการ ลงทุนครับ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน FTI การลงทุนต่างประเทศและการลงทุนในประเทศ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการจ้างงาน เราต้องเพิ่มการจ้างงาน รวมถึงการจัดการกับ ระบบทุนศูนย์เหรียญครับ รวมถึงธุรกิจสีเทาครับ อันนี้สำคัญมากครับ แล้วอันนี้สำคัญครับ การมองหาตลาดใหม่ ผมยกทฤษฎีเกมมาให้ สมมุติถ้าท่านไปเจอคน ไปเจอผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง มี ๕ คน มีคนสวยอยู่คนหนึ่ง เบอร์ ๑ ใคร ๆ ก็เข้าหา แต่อย่าลืมนะครับ เบอร์ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ เขาก็มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและมีประสิทธิภาพเช่นกัน ถ้าเราเข้าหาเบอร์ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ ทฤษฎีเกมมันสามารถใช้ได้นะครับ เบอร์ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ นี่จะให้ความสำคัญ กับเรา ให้เกียรติเราและอาจจะรับข้อตกลงเราก็ได้เช่นกัน ท่านประธานครับ นอกจากการหา ตลาดใหม่ที่ผมบอกแล้วไม่ว่าจะเป็น BRICS ท่านรัฐมนตรีครับ GCC หรือแม้กระทั่ง ลาตินอเมริกา สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี คือการปฏิรูปกฎหมาย หรือเขาเรียกกันว่า Guillotine กฎหมายครับ Regulatory Guillotine มี 4C มี Cut Correct Continue แล้วก็ Create ครับ Cut คืออะไร เพราะกฎหมายเหล่านี้จะนำนักลงทุน เข้ามาครับ การพัฒนาการปฏิรูปกฎหมายเหล่านี้ เพื่อดึงดูดนักลงทุนใหม่ ๆ เข้ามาครับ ยกตัวอย่างเช่น C แรก Cut การตัดทิ้งกฎหมายเศรษฐกิจของเราที่ล้าสมัย C ที่ ๒ Correct การรวมกฎหมายที่กระจายอยู่ทุกกระทรวง หรือกระจายอยู่ตามฉบับต่าง ๆ ให้มารวมอยู่ ที่เดียวกัน เพื่อง่ายต่อการใช้ครับท่านประธาน และ Continue กฎหมายไหนที่มันดีอยู่แล้ว เราก็บังคับใช้อย่างเคร่งครัดและสุดท้าย การ Create กฎหมายขึ้นมาใหม่เพื่อให้เป็นไปตาม มาตรฐานสากลโลกครับ นี่คือสิ่งที่ผมเป็นข้อเสนอยังไม่ถึงข้อเสนอสุดท้ายนะ แต่ผมจะบอก ว่าเราเอาอะไรไปแลก เราก็มีแต่เสียครับ อย่างสหรัฐอเมริกา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราส่งออกสินค้าเกษตรเป็น ๔,๗๕๙ ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย ๑.๔ แสนล้านดอลลาร์ ข้าวเราส่งออกสหรัฐมาเป็นอันดับ ๑ ครับ ๑,๕๑๔ ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย ประมาณคร่าว ๆ ก็คือ ๔.๕ หมื่นล้านดอลลาร์ เขาขึ้นภาษีเรา ต้องทำอย่างไร ผมเสนอ เล่น ๆ ไม่เล่นก็ได้ เรานำเข้าเครื่องจักรผลิตข้าวเขาดีไหมครับ นำเข้าเครื่องจักรสหรัฐอเมริกา ที่ผลิตข้าวให้เรา เพิ่มนวัตกรรมให้เราด้วยก็ได้ อันนี้อาจจะไปเจรจาต่อรอง ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะรัฐมนตรีที่เคารพด้วย และที่สำคัญที่ผมรับไม่ได้ แล้วผมก็เชื่อว่าพรรคกล้าธรรมเรารับไม่ได้ก็คือ ทางอเมริกาให้เรา นำเข้าเนื้อหมูสารเร่งเนื้อแดง ถ้าท่านยอมเรื่องนี้ ผมบอกได้เลยว่าประชาชนคนไทย ที่รับประทานหมูจะตายผ่อนส่ง ผมขอรับไม่ได้สำหรับเรื่องนี้ครับ🔗
แล้วข้อเสนอสุดท้าย ถ้าถามผม ถ้าจะเอาอะไรไปแลกผมภูมิใจในความเป็นไทย ผมภูมิใจในความเป็นประเทศชาติไทย เขาเรียก Cultural Economy การแลกเปลี่ยน เศรษฐกิจทางวัฒนธรรมครับ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงกีฬาก็ดี มรดก ทางวัฒนธรรมไทยเรา ไม่ว่าจะเป็นลิเก โขน ภาพยนตร์ ละคร หรือแม้กระทั่งหางเครื่อง นี่คือ วัฒนธรรมไทยเรา สิ่งที่รัฐบาลกำลังเน้นอยู่ก็คือที่เราเรียกว่า Soft Power เราไปแลกอะไรเขา ได้ไหม แลกได้ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้วัฒนธรรมเขามีคืออะไร ผมมองว่า Disneyland คือวัฒนธรรมเขาเอา Disneyland มาให้เราได้ไหมล่ะ เราติดอะไรล่ะ เราไม่ได้ติดอะไร ถ้า Disneyland มาตั้งเมืองไทยไม่ติด แลกกับโรงละครโขนเราก็ได้ ถ้าท่านส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ให้อยู่ในระดับนั้น อันนี้คือระยะยาวเลย การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยอันนี้เขาเรียก Positive Sum Game ถูกต้องไหมครับท่านประธาน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เราก็มี ผมก็ เชื่อว่าผู้กำกับไทยภาพยนตร์ ละคร ผู้กำกับของเมืองไทยก็ไม่ได้น้อยหน้า เกาหลียังได้รางวัล Oscar ประเทศไทย ผู้กำกับไทยผมก็เชื่อว่าอนาคตก็ได้รางวัล Oscar เช่นกัน นี่ล่ะครับ ท่านประธานที่ผมจะฝากท่านประธาน ข้อเสนอทั้ง ๔ ข้อไปสู่ท่านรัฐมนตรีเพื่อไปเจรจาแล้ว จะเป็นกำลังใจให้คณะเจรจา ให้ท่านนึกถึงพี่น้องประชาชนคนไทยในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว อยากให้ท่านมองว่าท่านเลือกข้างไม่ได้ ท่านจะเลือกจีนหรือเลือกสหรัฐไม่ได้ ท่านต้องเลือกข้างเดียว คือเลือกข้างประเทศไทยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ ผู้เสนอญัตติทั้ง ๗ ท่านได้เสนอครบแล้วนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะขอใช้เวลาช่วงนี้ชี้แจง ก่อนที่ท่านสมาชิกจะอภิปรายครับ เชิญท่านรองนายกครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก รัฐสภาที่เคารพครับ ขอบคุณนะครับ ผมได้มานั่งรับฟังด้วยตัวเองแล้วก็จะขอใช้โอกาสนี้ ชี้แจงต่อรัฐสภาแล้วก็ผู้ที่ได้รับฟังนะครับ ซึ่งสถานการณ์ที่คิดว่าทุกคนมองว่าสำคัญมาก สำหรับประเทศไทยที่เรากำลังเผชิญอยู่ เพื่อที่จะได้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ท่านมีความคิดเห็น แล้วก็กังวลเรื่องอะไร ผมพอจะสรุป ท่านกังวลว่าวันนี้เราเจรจาและรับทราบจากข่าวว่า คุยกันเรื่องตัวเลข ไม่จำเป็นต้องพูดตัวเลข เดี๋ยวผมจะเรียนให้ทราบว่าตัวเลขที่เราเจรจานี้ มีความจำเป็นครับ มีความสำคัญต่อการที่เราจะแก้ไขปัญหาหรือดูแลประเทศในระยะถัดไป ไม่ว่าเวียดนามได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ เกาหลีและญี่ปุ่น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น แต่ทีนี้เวลาเราจะดู เราก็คงจะดูว่าเราอยู่ในกลุ่มไหน เราก็คง อยู่ในกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน ก็คือในเขตของอาเซียน ซึ่งเราควรจะต้องเกาะกลุ่มอยู่ให้ได้ ท่านกลัวไม่ทราบว่า เอ๊ะ ถ้าออกมาจะเจ็บมากหรือเจ็บน้อย ผมอยากจะเรียนว่ามันมีการ เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราสามารถที่จะเข้าใจมันและแก้ไขปัญหา ให้ถูกต้องมันก็จะกลายเป็นมีโอกาสเสียด้วยนะครับ ท่านเป็นห่วงว่าปัจจุบันอุตสาหกรรม ในประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเราส่งออกเยอะ เรื่องยานยนต์ เรื่องยางล้อ สิ่งทอต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านเป็นห่วงสิ่งเหล่านี้ว่าจะเป็นอย่างไรเมื่อเกิดเรื่องภาษี ท่านเป็นห่วงเรื่องผลกระทบทางอ้อมไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ขาดที่ดิน มีอาหารสัตว์แพงขึ้น ต้นทุนที่แพงกว่าแปรรูป เกษตรเรายังไม่เข้มแข็งเพียงพอ เรามีต้นน้ำ ที่ไม่เข้มแข็ง อย่างนี้เป็นต้น ทุกคนเป็นห่วง นี่คือสาเหตุในปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อที่จะให้เห็นว่า สิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่นี่ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง คำว่า Reciprocal Tariffs ที่เราไป เจรจามันไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องอัตราภาษีอย่างเดียว มันครอบคลุมหลาย ๆ อย่างในการที่จะ เกิดการค้าขายขึ้น อันนี้เพื่อจะให้ดูว่ามีผลกระทบอย่างไร เราก็มาดูว่าผลกระทบอย่างไร แล้วเราจะต้องมีมาตรการต่อเนื่องอย่างไรในการที่จะทำ ผมก็ลองมาหยิบว่า ถ้าไม่มี ภาษีทรัมป์ในวันนี้ เรื่องนี้เกิดขึ้นปัจจุบันนี้เราเป็นอย่างไร หน้าตาปัจจุบันนี้เรามีเรื่องของสิ่งที่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาคการผลิต ภาคการผลิตใหญ่ ๆ วันนี้เรามีการ ผลิตแล้วก็ส่งออก ตัวใหญ่ ๆ เลยก็เป็นภาคอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่ก็เป็นการลงทุนที่มา ยาวนานแล้ว มากกว่า ๔๐ ปีก็มี ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากต่างประเทศเป็น FDI รุ่นเก่า ใช้แรงงานเยอะ ใช้แรงงานที่มีฝีมือในประเทศไทยรวม ๆ แล้วมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน ภาคยานยนต์เราก็จะเห็น เรามีภาคยานยนต์ที่เรียกว่าเข้มแข็งเป็นภาคยานยนตร์จาก ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้เราจะมีการ Transform อยู่ทั้งญี่ปุ่นและจีน ก็จะ Transform ไปสู่การ เป็นยานยนต์ที่ทันสมัยเป็น EV ขึ้น ดังนั้นเราจึงมีทั้ง ๒ รูปแบบนี้อยู่ ทั้งหมดนี้ก็อยู่ในระหว่าง การเปลี่ยนถ่าย ภาคผลิตที่เป็นการเกษตร ซึ่งท่านจะเห็นว่ามีปัญหาถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มี ปัญหาเรื่อง Tariffs สภาพที่แท้จริงก็คือว่า การเพาะปลูกของเรามีขนาดเล็ก สภาพของดิน คุณภาพก็ด้อยไปเรื่อย ๆ เนื่องจากเราอาจจะใช้ปุ๋ยเยอะ การดูแลดินไม่ดีพอทำให้ต้นทุนสูง ต้นทุนต่อกิโลกรัม ต้นทุนต่อไร่สูงกว่าคนอื่น ดังนั้นจึงทำให้ขีดความสามารถในการส่งออกไม่มี อันนี้เป็นปัญหาที่มันเกิดอยู่แล้ว ซึ่งเราจะต้องแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้อยู่แน่นอน ดังนั้น สิ่งที่ส่งออกไปจะเห็นว่าความสามารถในการส่งออกของเรานี้จึงทำให้เราไม่สามารถจะ แข่งขันได้สะดวกนัก เนื่องจากการเปลี่ยนถ่ายที่ช้าไป และเนื่องจากต้นทุนที่สูง ดังนั้นปัญหา นอกเหนือจากนี้แล้วเราก็จะพบว่าสิ่งที่เราไม่สามารถปรับปรุงเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นขึ้นมา ก็เพราะเรามีปัญหาต่าง ๆ ปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับปรุงระบบ ราชการที่ยังจะต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อจะดูแลภาคเอกชนให้มากขึ้น และทั่วถึง และรวดเร็ว เรายังมีกฎเกณฑ์ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งมีมากมายเหลือเกินเป็นอุปสรรคต่อการที่เราจะดูแลเรื่องเศรษฐกิจทั้งภาคการผลิต และภาคบริการของเรา เรามีกระบวนการอนุมัติเอกสารต่าง ๆ ที่ล่าช้าต่าง ๆ เหล่านี้ และเรา มีปัญหาเชิงโครงสร้าง ในรูปของโครงสร้างพื้นฐานที่เราทั้งมี แล้วก็มีความไม่พร้อม ยากต่อการใช้งาน เรามีที่ดินที่เยอะเหลือเกิน ใคร ๆ ก็มองว่ามีที่ดินที่พร้อมที่จะทำการลงทุน แต่ที่ดินนั้นก็อาจจะทำให้ได้มาซึ่งราคาแพงและเข้าไปไม่ทั่วถึง เรามีไฟฟ้าที่เหลือความ ต้องการใช้ แต่ก็อาจจะราคาสูงไปหน่อยหนึ่ง เรามีน้ำ ซึ่งบางครั้งก็จะมากไป บางครั้งอาจจะ น้อยไป แล้วก็จะมีปัญหาเรื่องแรงงาน ซึ่งที่เราพูดว่าแรงงานของเรานี้ต้องการที่จะต้อง Reskill Upskill ให้เหมาะขึ้นกับอุตสาหกรรมที่เราต้องการเปลี่ยนผ่าน นี่คือเหตุการณ์ ปัจจุบัน เมื่อเราอยู่ ณ จุดนี้ วันนี้ถามว่าเราได้ทำอะไร ณ วันที่ ๒ เมษายน ก็เกิดมีการ ที่เรียกว่า มีเรื่องของการประกาศโดยสหรัฐอเมริกาได้ประกาศใช้มาตรการ Reciprocal Tariffs ขึ้นมา หรือมาตรการนี้เป็นการขึ้นภาษีนำเข้าให้กับหลาย ๆ ประเทศ หมายถึงว่า สินค้าที่จะส่งออกไปจากไทยไปเข้าสหรัฐอเมริกา ต่อไปนี้ก็จะต้องมีการปรับภาษีจนกว่า เราจะได้มีการพูดคุยกันใหม่ แต่ผมอยากจะเรียนว่าภาษีเหล่านี้คืออะไรครับ ภาษีเหล่านี้ก็คือ ภาษีที่ผู้ส่งออก คือประเทศไทยที่จะส่งออกไปสหรัฐอเมริกา ประเทศอื่น ๆ จะต้องเสียภาษี ขาเข้า แต่ในทางปฏิบัติแล้วปกติแล้วการเสียภาษีขาเข้าก็จะถูกแบกรับโดยผู้ซื้อ ผู้ซื้อก็จะเป็น ผู้แบกรับ ถ้าของเดิมเคยเก็บภาษีต่ำ ต้นทุนของสินค้าและบริการที่เข้าสหรัฐอเมริกาก็จะมีราคาต่ำ ถ้ามีการตั้งภาษีในราคาที่สูง ที่อัตราที่สูง ต้นทุนของสินค้าและบริการที่เข้าสหรัฐอเมริกาก็จะมีสูง ผลสุดท้ายแล้วสินค้า ที่ขายในสหรัฐอเมริกาก็จะมีราคาสูง แต่ในทางได้ก็มีครับ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็จะสามารถ เก็บภาษีที่สูงขึ้น แน่นอนครับราคาสินค้า บริการในสหรัฐอเมริกาก็จะขึ้นสูง สิ่งที่เราทุกคน ยังหาข้อยุติไม่ได้ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรจนกระทั่งการเจรจาเรียบร้อย ก็คือความ ไม่เท่าเทียมกันของสินค้าประเภทเดียวกันที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน สมมุติว่ามีประเทศ ที่มีสินค้าที่เหมือนกับเราและได้ในอัตราเช่น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเราต้องเสียในอัตรา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เราก็จะไม่สามารถส่งออกได้ ดังนั้นการที่มีเท่ากันแล้วผลกระทบ ก็จะมีต่อผู้ที่จะส่งออกก็จะน้อย ดังนั้นความไม่แน่นอนเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาว่าจะ เป็นอย่างไร ดังนั้นผมจะเรียนว่าคงอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ผมคิดว่าประมาณสัก ๑๐ ชั่วโมง จากนี้ไปเราก็น่าจะได้ทราบแล้วว่าผลเป็นอย่างไร ภาษีที่ว่านี้ถ้าหากว่าไม่จบก็จะอยู่ที่ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ แต่เรามีความเชื่อว่าจากข่าวที่ท่านลุตนิก (Lutnick) ซึ่งเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ของสหรัฐอเมริกาได้บอกแล้วว่าการเจรจากับประเทศไทยได้ข้อยุติแล้ว ก็แปลว่าเขาได้ข้อมูล ทั้งหมดครบถ้วนแล้ว พร้อมพิจารณาและพร้อมที่จะประกาศให้เราแล้ว ผมเลยคาดว่า การประกาศนี้น่าจะมีการประกาศได้ทันก่อนวันที่ ๑ ที่จะถึงนี้นะครับ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของ การที่เราเจรจา ทีนี้เพื่อที่ให้เห็นภาพว่ามีผลกระทบอย่างไร แล้วผลกระทบเหล่านั้นที่เรา จะต้องทำนี่ทำอะไรบ้าง แล้วเมื่อการทำสิ่งเหล่านั้นแล้วมันก่อให้เกิดอะไรขึ้น มันก่อให้เกิด ปัญหาหรือก่อให้เกิดปัญหาและเป็นโอกาสนะครับ เพื่อจะให้เห็นได้ว่าในการที่แต่ละประเทศ เจรจาส่วนใหญ่แล้วก็จะครอบคลุมอยู่ในประมาณสัก ๔ หัวข้อนี้ ถึงแม้ว่าเราจะมีเรื่องการ ไม่เปิดเผยความลับอยู่ หรือว่า Non-Disclosure Agreement ซึ่งเราได้ตกลงกับเขาแล้ว และเราเลยไม่พูด ดังนั้นรายละเอียดผมไม่พูด แต่ผมขออธิบายในหลักการเพื่อจะได้ ทราบว่าสิ่งที่จะตกลงของเราและประเทศอื่น ๆ ก็จะตกอยู่ในกรอบอย่างนี้ครับ ก็คือ ๑. สหรัฐอเมริกาก็จะขอให้ว่า วันนี้สินค้าที่สหรัฐอเมริกาส่งมาขายประเทศไทย ขอให้มีการ พิจารณาเรื่องภาษีนำเข้า หรือเรียกว่า Custom Duty ส่วนภาษีจะเป็นเท่าไร ผมอยากจะ เรียนครับ พอเราฟังเรื่องนี้เราก็อาจจะแปลกใจว่า เอ๊ะ มาขอแบบนี้ขอเป็น ๐ ผมอยากจะ เรียนว่าวันนี้ประเทศไทยนี่มันดูจะไม่เป็นเรื่องแปลก เพราะว่าเราได้เซ็นสัญญาเอฟทีเอ กับหลายประเทศแล้วในทั่วโลก วันนี้สินค้าเหล่านั้นต่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็น ๐ เปอร์เซ็นต์ ไปแล้วเสียส่วนใหญ่ ตัวไหนที่เรายังไม่มีความสามารถในการแข่งขันเราก็จะขอเวลาไป เช่น ขอเวลาอีก ๕ ปีค่อยเป็น ๐ เป็นต้น ดังนั้นในสิ่งที่เราจะให้กับสหรัฐอเมริกาเราก็เอา List ต่าง ๆ เหมือนกับที่เราให้กับประเทศอื่นเลยครับ เอามาดูสิ่งใดที่เราให้ประเทศไหนเป็น ๐ แล้วเราต้องนำเข้าเราก็ให้เขาเป็น ๐ เหมือนกัน สิ่งใดที่เราต้องใช้เวลาเราก็ใช้เวลาเหมือนกัน ดังนั้นก็เปรียบเสมือนหนึ่งว่า เมื่อเราให้อัตราเหล่านี้ไปแล้ว List เหล่านี้ไปก็เหมือนกับว่า มีอีกประเทศหนึ่งที่ได้มีเอฟทีเอกับเรา ดังนั้นเวลาสินค้าเหล่านี้จะมีผลกระทบอย่างไร เพราะฉะนั้นผมก็เห็นว่ามันไม่มีผลกระทบ เพราะผมจะอธิบายในข้อที่ ๒ นะครับ เมื่อมี ข้อที่ ๒ เราก็จะลองดูว่า เอ๊ะ แล้วเขาจะส่งอะไรมาขายเรา หรือพูดอีกมุมหนึ่งก็ได้เราจะ ซื้ออะไรจากสหรัฐอเมริกา สิ่งที่เราจะซื้อก็แยกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ประเภทที่ ๑ คือ สินค้าที่เราผลิตไม่ได้และเราต้องการ ปกติเราก็ต้องสั่งซื้อจากประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอันนี้เราจะดูสิว่าในสิ่งเหล่านี้ซึ่งเราต้องซื้อจากประเทศอื่น ๆ เราก็มาซื้อกับ ประเทศอเมริกา เราก็สามารถระบุไปได้ว่าเราซื้อจากประเทศอเมริกานะ แต่เราก็มีเงื่อนไข ข้อที่ ๒ ครับ ปกติเราจะซื้อจากประเทศไหนเราก็จะดูว่าราคาสินค้าและคุณภาพนั้น อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้และ Competitive คือไม่สูงกว่าที่อื่น ดังนั้นเราก็ได้ทบทวนดูแล้ว แล้วก็ พบว่ามีสินค้าหลาย ๆ อย่างที่เราซื้อจากที่อื่นและไม่ได้ซื้อจากอเมริกา แล้วก็มีราคาที่ถูกกว่า อาทิเช่น ราคาพลังงานที่จะขายเข้าประเทศไทย ซึ่งเราเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันเรานำเข้า มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก๊าซธรรมชาตินี่เรานำเข้าในรูปของ LNG ก็ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเราเห็นว่าอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการอยู่แล้ว เป็นต้น อันที่ ๒ คือสินค้าที่เราผลิตได้ แต่ไม่พอ สินค้าที่เราผลิตได้แต่ไม่พอนี้ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็น ยกตัวอย่างเช่น พืชผลเกษตร ผมขอยกตัวอย่างเช่นชนิดหนึ่งแล้วกันนะครับ ท่านอาจจะคิดว่าเราเป็นประเทศเกษตรกรรมแล้วเราผลิตสินค้าเกษตร และเราเป็นผู้ส่งออก อันนี้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาหลาย ๆ สิบปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรม การเกษตรของเราไม่ได้ขายเป็นวัตถุดิบ ไม่ได้ขายเป็นข้าว ไม่ได้ขายเป็นข้าวโพด ไม่ได้ขาย เป็นอะไรอย่างเดียว เรามีอุตสาหกรรมแปรรูปด้วย ดังนั้นวันนี้ถ้าท่านเข้าไปดูในอุตสาหกรรม เหล่านี้ เกษตรหลายอย่างเราผลิตไม่พอและต้องไปนำเข้า ผมขอยกตัวอย่างข้าวโพดแล้วกัน ที่ท่านสมาชิกได้ให้คำอธิบายหรือตั้งคำถามไว้เมื่อครู่ว่าจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างเช่นข้าวโพด ถ้าเป็นเมื่อก่อน ตอนนี้เราผลิตได้อยู่ประมาณ ๕ ล้านตัน เราบริโภคในประเทศก็ไม่พอแล้ว เราก็คงเหลือเราก็จะส่งออก แต่ไม่ใช่แล้ววันนี้ข้าวโพดที่จะนำมาแปรรูป ความต้องการในการ แปรรูปคือเอาข้าวโพดมาแปรรูปอยู่ที่ประมาณ ๑๐ ล้านตัน แปลว่าเราผลิตได้แค่ ๕ ล้านตัน แล้วเราก็ต้องการ ๑๐ ล้านตัน เราก็เหลือ ๕ ล้านตัน เพราะฉะนั้นประเด็นอยู่ที่ว่าเราจะจัดการ เรื่อง ๕ ล้านตันนี้อย่างไร ที่ผ่านมาประเทศไทยก็นำเข้าส่วนของ ๕ ล้านตันนี้โดยประมาณ อาจจะ ประมาณ ๓-๔ ล้านตัน จากประเทศเพื่อนบ้าน ผมก็เชื่อว่าการนำเข้านี้อาจจะมีอยู่บ้าง หรืออาจจะมีลดน้อยลง จากเหตุการณ์ที่ว่าเราอาจจะต้องดูว่าที่ประเทศเพื่อนบ้านปลูกนี้มีการ เผาหรือไม่ ถ้าเผาเราก็จะไม่ซื้อ ดังนั้นก็แปลว่าอะไร เรามีช่องว่างที่จะนำเข้าจากประเทศไหน ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องสหรัฐอเมริกา อาจจะเป็นประเทศอื่น ๆ ที่สามารถปลูกข้าวโพดได้ เมื่อเรา มีช่องว่างเหล่านี้ เราก็สามารถเสนอได้ว่านี่คือสิ่งที่เราอยากได้🔗
ข้อที่ ๒ เผอิญสิ่งที่เราอยากได้เข้ามา เมื่อเราดูต้นทุนแล้ว ราคาที่เขาจะขาย เราถูกกว่าข้าวโพดที่จะขายในประเทศ ท่านก็จะถามว่าถ้าอย่างนั้นจะไม่ทำให้อุตสาหกรรม การปลูกข้าวโพดบ้านเราจะมีปัญหาหรือ สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะเรียนว่าในการที่เราจะดูแล เรื่องการเจรจาต่อรองเรื่อง Reciprocal tariffs เป็นคณะทำงาน หรือ Team Thailand ที่ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และที่สำคัญคือเรามีภาคเอกชน ซึ่งดูแลภาคการผลิตและอุตสาหกรรมก็คือสภาอุตสาหกรรม แล้วก็ผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง ที่เป็นตัวอย่างของข้าวโพด เราขอเชิญมาหารือจนกระทั่งเราทราบสถานการณ์ เราก็เลยถามว่าในกรณีที่เราจะซื้อข้าวโพดจากอเมริกาแล้วซื้อในราคาที่ถูกกว่าที่เราซื้อ ในประเทศไทยจะเกิดผลอะไรขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ถ้านำเข้ามาเยอะเกินไป ผู้ประกอบการ ในไทยก็แย่ ในที่สุดก็ตกลงกันได้ว่า อย่างนั้นผู้ประกอบการไทยซึ่งมีผู้ซื้อรายใหญ่ไม่กี่ราย ก็ตกลงว่าจะให้ Priority หรือจะซื้อจากประเทศไทยก่อน ถึงแม้ว่าราคาจะสูงกว่า เพราะของเดิม เคยซื้อและเมื่อก่อนซื้อจากต่างประเทศไม่ได้ เพราะอัตราภาษีสูงมาก ดังนั้นจะซื้อก่อน และอาจจะแบ่งสรรส่วนหนึ่งซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนที่เหลือก็จะซื้อจากประเทศ สหรัฐอเมริกาในราคาที่ถูกกว่า อันนี้เกิดปัญหาในสิ่งที่ท่านพูดว่า ๓ ต่อ ๑ อันนี้ก็แปลว่า ระหว่างผู้ซื้อเขาก็อยากจะซื้อของที่ถูก แปลว่าเขาจะต้องตกลงกันเองว่าใครซื้อส่วนที่อยู่ ในประเทศในสัดส่วนเท่าไรก็สามารถจะซื้อในส่วนที่อยู่ในต่างประเทศในสัดส่วนเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ผลลัพธ์คือผู้ซื้อในประเทศสามารถซื้อในประเทศ ได้ครบถ้วน ซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านได้ตามที่เป็นนโยบาย ส่วนต่างนี้ซื้อจากประเทศ สหรัฐอเมริกาในราคาที่ถูกกว่า ผลลัพธ์ก็คือทำให้ต้นทุนข้าวโพดซึ่งนำมาแปรรูป ส่วนใหญ่ มาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์ถูกลง ผลที่ตามมาก็คืออาหารสัตว์ ของประเทศไทยถูกลง ก็สามารถจะขายอาหารสัตว์ที่ถูกลง ทำให้ต้นทุนของสัตว์ที่บริโภค อาหารสัตว์นั้น ๆ ถูกลงด้วย เช่น สุกร ไก่ เป็นต้น ดังนั้นผลที่ตามมาก็คือ ทำให้สัตว์เลี้ยง ที่เราเลี้ยงได้อาหารสัตว์ที่ถูกลงด้วย ดังนั้นจะต้องมีกติกาของการจัด ดังนั้นการให้สิ่งเหล่านี้ และนำเข้าก็คือเราซื้อสิ่งที่เราต้องการใช้ และเมื่อสิ่งที่เราต้องการใช้แล้วสร้าง Value added ด้วย สร้างผลประโยชน์ด้วย ดังนั้นผมจึงพูดเสมอว่า เราจะตั้งกฎเกณฑ์ กติกาและ ตกลงอะไรในสิ่งที่เมื่อทำแล้วเป็น Win Win Solution ผมยกตัวอย่างให้ดู🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่เขาก็จะพูด เพื่อให้การค้าขายมันใหญ่ขึ้น ถ้าแค่ซื้ออย่างเดียว ก็ไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา เราคงจะใช้โอกาสนี้ในการที่จะคุยกันเรื่องการค้าขายที่มากขึ้น ได้หรือไม่ ในเมื่อตกลงจะมาเป็นค้าขายกันแล้ว ก็มีการพูดว่าอย่างนั้นถ้าอยากจะให้เรา ไปลงทุนบ้างหรือไม่ ถ้าเราซื้อพลังงานท่าน ท่านให้โอกาสเราไปลงทุนในแหล่งพลังงานของท่านได้ไหม เพื่อจะเป็นทั้งผู้ลงทุนและเป็น ทั้งผู้นำเข้าด้วยในขณะเดียวกัน ก็มีการพูดกันขณะนี้ ขณะเดียวกันเขาก็ถามเราครับ ถ้าเรื่อง พลังงานนี่มันมีค่าขนส่งเขาก็มาดูว่าประเทศไทยนำเข้าพลังงาน เรายังมีแหล่งไหนบ้าง พอที่จะให้เขาสำรวจเขาทราบดีครับ เขาอยากจะลงทุนในมหาสมุทรหรือทะเลน้ำลึก ซึ่งหา คนสำรวจไม่ค่อยได้มันต้องมีเทคโนโลยีสูง ยินดีที่อยากจะมาสำรวจและมาดูแลศึกษาว่า ลงทุนได้หรือไม่ ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่อยู่ทางตะวันตกของประเทศไทย คือแหล่งอันดามัน ซึ่งน้ำลึกมาก ในส่วนที่ลงมาจากทางใต้ของพม่า นี่ก็แสดงเจตนารมณ์ว่าเราไป เขามาไหม ก็มีการแลกเปลี่ยนที่ใหญ่ขึ้น ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นเรื่องหัวข้อที่ ๓ แต่มีหัวข้อที่ ๔ เป็นหัวข้อที่จะทำให้ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ สามารถปฏิบัติได้แล้วมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นสิ่งที่เขามองเห็นว่าทำให้การค้าขายไม่สะดวกและเราเองในประเทศ ซึ่งท่านผู้มีเกียรติ ได้อภิปรายไว้ นั่นก็คือสิ่งที่เราเห็นปัญหาในประเทศไทย ต่อให้วันนี้ไม่มีปัญหาเรื่อง Trump Tariff เรื่องนี้ เราก็คงมีปัญหาอยู่นั่นเอง ปัญหานั้นเกี่ยวกับว่าอุปสรรคเรื่องต่าง ๆ ที่มัน เกี่ยวกับไม่ใช่ Tariff เป็นปัญหาที่ผมขอยกตัวอย่างสั้น ๆ ก็แล้วกันนะครับ เราได้พูดถึงกฎ ระเบียบ ซึ่งมีอยู่มากมายเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการอนุญาต ขั้นตอนการนำเข้า ส่งออก การอนุญาตมาตรฐานสินค้า เรามีขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้มากมายเลย แล้วไม่เป็น One Stop Service ต่าง ๆ บางครั้งยังใช้เป็น Manual ก็มี เราควรจะเป็น Digital มากขึ้น มองจอเดียว แล้วสามารถอนุมัติได้หลาย ๆ อย่าง มาตรฐานของสินค้าบางอย่างเป็นมาตรฐานโลก เราต้อง มาตรวจซ้ำไหมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นกฎระเบียบที่เขาอยากจะคุยกับเรา หรือที่เรียกว่า Non-Tariff ตัวนี้แหละครับเป็นตัวที่เราจะนั่งคุยกันอีกเยอะ วันนี้เราก็ได้ตกลงกัน ในหลักการว่าเราจะแก้ไขสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเราก็มองเห็นว่าอันนี้คือโอกาส ถ้าไม่มีเราก็อยากจะ แก้ไขอยู่แล้วเพื่อจะทำให้ใครก็ตาม ประเทศไหนก็ตามที่มาค้าขายกับประเทศไทย มีการนำเข้าและส่งออกและมาลงทุนในประเทศไทยได้รับความสะดวกสบาย ถูกต้อง ตามมาตรฐานสากลและรวดเร็วเพื่อถอดสลักสิ่งเหล่านี้ เป็นต้น ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็คือสิ่งที่เราบอก แล้วก็ได้พูดคุยกัน ถามว่าเป็นความลับไหม สามารถคาดเดาได้ว่า ทุกประเทศก็จะเจรจาอยู่ในกรอบนี้ แต่เรื่องใดเท่าไรอย่างนั้นเขาก็ขอไว้ ขอให้ยังไม่เปิดเผย แล้วอีกเรื่องหนึ่งถ้าถามว่าเราต้องนำมาเข้าที่สภาไหม ต้องขอเรียนว่าอันนี้เป็นการตกลง เบื้องต้น เป็นข้อตกลงเบื้องต้น เป็นแค่ Joint statement เฉย ๆ ร่วมกันว่าเรามีแนวทาง ที่จะทำแบบนี้ เงื่อนไข ๑ ๒ ๓ ๔ ซึ่งอย่างไรก็ตามอันนี้จะนำไปซึ่งการเจรจาในรายละเอียด พร้อมเงื่อนไขอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนครับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราก็ต้องพิจารณาว่าสิ่งใดบ้าง จะต้องนำมาเข้าสภา ซึ่งผมคิดว่าน่าจะนำมาเข้าสภาและเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ดังนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านก็คงจะคาดเดาได้ครับว่าเกิดอะไรขึ้น ทีนี้ก็มาดูต่อไปว่าในเมื่อเราทำ อย่างนี้ท่านจะเห็นแล้ว ผมเปรียบเทียบให้ท่านดูเห็น ๒ ภาพ ไม่ว่าจะมีเรื่องภาษีทรัมป์ หรือไม่ คือมีคู่ค้าอีกรายหนึ่ง การที่เราซื้อจากสหรัฐอเมริกาในสิ่งที่เราไม่มีสินค้าอยู่ จริง ๆ แล้วไม่ได้กระทบอะไรของเดิมเลย ก็เคยซื้อจากประเทศอื่นวันนี้ก็มีประเทศที่จะมาขาย มากขึ้น จึงเป็นคู่แข่งระหว่างของ ๒ ประเทศ ซึ่งค้าขายอยู่กับเรา เช่น สินค้าชนิดหนึ่ง ออสเตรเลียเคยขายให้กับเรา วันนี้เราเปิดให้สหรัฐอเมริกา ซึ่งเราต้องซื้ออยู่แล้ว ก็เป็นการ แข่งขันระหว่างออสเตรเลีย กับสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ดังนั้นผมจึงว่าสิ่งที่เปิดนี้เป็นการ เปิดกว้างทำให้เราได้มีโอกาสที่จะเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและราคาที่ดีกว่าเท่านั้นที่จะ เข้ามาได้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นว่าควบคู่ไปกับการเจรจาเราเห็นปัญหา ระหว่างที่เราเจรจาเริ่มมาตั้งแต่ ๒ เมษายน ถึงแม้ว่าการเจรจาเราจะล่าไปนิดหนึ่งเมื่อเทียบ กับเวียดนามก็ตาม แต่เรามีการเจรจาตลอดเลยในระดับเทคนิค ระดับคนทำงานเสมอ แล้วก็ การบินไปเราก็บินไปด้วยคนที่เข้าใจเรื่องจริง ๆ ผมได้เดินทางไปถึงที่โน้นตั้งแต่วันที่ ๑ วันที่ ๒ วันที่ ๓ นั่งคุยกันวันที่ ๓ และวันที่ ๒ พบทั้งชาวไร่ต่าง ๆ ผมเรียนท่านเลยครับว่า คณะที่ผมเดินทางไปค่าใช้จ่ายนี่รวมกันทุกคนแล้วล้านกว่าบาทเท่านั้นเองครับ น้อยมาก ไป ๓ วันหลายคน ใช้จ่ายแค่นั้นเอง ไม่ได้เดินทางมากอย่างที่ท่านคิด เราเดินทางไป เที่ยวบินไหนพร้อม ไม่จำเป็นต้องนั่ง Frist class หรอกครับ พร้อมไปก็ไปเลย เพราะเราต้อง พร้อมที่จะเดินทางเสมอนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราได้เดินทางไปเห็น เห็นอะไรครับ ว่าเราจะต้องดูแลประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างไร ในช่วงที่เราเดินทางไปท่านจะเห็นว่าเมื่อประกาศเดือนกุมภาพันธ์ เกิดความไม่แน่นอนขึ้น ไม่รู้ว่าภาษีจะส่งเท่าไร และรู้ว่าเส้นตายคือวันที่ ๑ สิงหาคมนี้ ดังนั้นท่านเดาได้ครับ ถ้าเป็นผู้ค้าในเมืองไทย ผู้ส่งออกเมืองไทย ผู้ผลิตเมืองไทย ก็ไม่กล้า ที่จะขายของหรอกครับ เพราะว่าเวลาที่จะเดินทางจากประเทศไทยไปถึงสหรัฐอเมริกา ใช้เวลาประมาณเดือนกว่า ดังนั้นอะไรที่มันอยู่ภายใน ๒ เดือน ตอนนี้จะไม่กล้าขายของ เพราะไม่ทราบว่าไปขายของแล้วจะเจอภาษีอัตราเท่าไร ดังนั้นตรงนี้แหละครับมีปัญหา เราก็ มีมาตรการที่จะดูแลเขา มาตรการที่ดูแลก็คือว่าช่วงนี้คุณต้องเก็บสินค้ามากขึ้นยังไม่กล้าขาย จนกระทั่งทราบว่าอัตราภาษีเท่าไร เราก็ให้ธนาคารช่วยดูแลเรื่องเงินทุนหมุนเวียน หรือ Working Capital ได้เราก็มีดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ็กซิมแบงก์ แล้วก็ธนาคารรัฐจะ ดูแลเรื่องเหล่านี้ให้🔗
เรื่องที่ ๒ เราก็จะเห็นว่าในช่วงนี้เมื่อกระบวนการผลิตมันช้าไป อย่างน้อย ๒-๓ เดือนนี้คนไม่กล้าผลิตของมากหรอกครับ ไม่ทราบว่าจะขายได้ไหม เราก็เลยมาดูว่า เราได้จัดการเรื่องที่ท่านได้บอกแล้ว เรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจ เราก็เลยใช้จังหวะนี้ดูเรื่องที่ จำเป็นกว่าได้ดูงบที่มีอยู่ ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราก็นำมา แล้วก็ตั้งเป็นกฎเกณฑ์ว่า เพื่อให้ทดแทนเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะสะดุดไปในช่วงที่ความไม่แน่นอนยังไม่ชัดเจนขึ้นมานี้ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดการจ้างงาน เกิดการก่อสร้าง เกิดการต่าง ๆ ฉะนั้นเราจึง ตั้งเป็นกฎเกณฑ์นะครับ หลักเกณฑ์ที่ว่างบที่ใช้นี้จะต้องเป็นงบที่เกิดการจ้างงาน เกิดการ ก่อสร้าง เรามีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ อะไรที่ไม่ควรลงทุนก็มี ดังนั้นเราก็จะมาทบทวนอย่างดี ๑๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลืองบอีก ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเราไปดูในส่วนของที่เป็น องค์กรปกครอง ไม่ใช่ครับ เพราะเราตั้งเป็นเกณฑ์ไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรไหน เป็นจังหวัดไหน ก็ได้ หรือหน่วยงานไหนที่ผ่านขึ้นมาจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัดนั้น ถ้าเป็นโครงการหรือเป็น แผนงานที่สามารถจะใช้ได้ทันทีโดยไม่มีวิธีจัดซื้อเป็นวิธีพิเศษแล้ว และเข้ากฎเกณฑ์ เราก็ให้หมด เมื่อวันนี้เราเหลืออยู่ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็มาเกิดความเข้มข้นขึ้นมาอีกว่า วันนี้เรื่องของภาษีทรัมป์ ถ้าเราเสร็จวันนี้คือเราเสร็จในวันสุดท้ายเลย ดังนั้นเราก็เลยได้มี การปรับอีกว่า ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปใช้ที่ไหน ก็มาใช้เรื่องนี้เราก็จะมาปรับในสิ่งที่ ท่านอยากจะเห็น วันนี้สิ่งที่ท่านจะเห็นคืออะไรครับ นอกเหนือจากเรื่อง ๔ เรื่อง ที่ผมพูดไปนั้นจะมีอีก ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ที่ทางคู่ค้า หรือสหรัฐอเมริกาไม่อยากจะเห็น หรืออยากจะเห็น สิ่งหนึ่งก็คือเขาอยากจะเห็นว่าสินค้าที่ส่งจากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกา นี้เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยและส่งไปที่อเมริกาจริง ๆ ถ้าจะมีส่วนประกอบของสิ่งที่ ไม่เป็นไทยก็ควรจะมีเป็นส่วนน้อย หรือพูดง่าย ๆ จะต้องมี Local Content ที่สูงมากพอ ถ้าแค่ผ่านมานิดเดียวเท่านั้นเองแล้วก็ส่งไปเลยนี่เขาไม่ประสงค์ ดังนั้นเราก็เลยมาคิดว่า สิ่งที่เราได้ทำวันนี้เราก็ได้ตกลงเลยไม่ต้องรอให้เซ็นสัญญา เราได้มาดูแล้วสินค้าที่จะมาแวะ แล้วก็ผ่านออกไปเลย พวกนี้เราจะเข้มงวดแล้วครับเพราะว่ามันไม่มีส่วนที่เป็น Local Content ไม่เกิดการจ้างงานประเทศไทยเราก็จะไม่เกิดเพราะตัวนี้จะเป็นตัวทำให้เรา ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐอเมริกา เราก็ได้ตกลงกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรทางสหรัฐอเมริกา แล้วว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ วันนี้ได้ดำเนินการผมเชื่อว่ายอดนี้จะค่อย ๆ ดีขึ้น ๆ🔗
อีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนที่มีส่วนประกอบการจ้างแรงงานไทยน้อย ใช้วัตถุดิบ ไทยน้อย วันนี้ทำอย่างไรครับ สิ่งที่เกิดขึ้นผมได้กล่าวตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าโครงสร้าง อุตสาหกรรมในประเทศไทยวันนี้ได้มีการ Transform หรือมีการเปลี่ยนแปลงจากระบบเก่า เป็นระบบใหม่ สิ่งที่ตามไม่ทันคืออะไรครับ คือผู้ประกอบการไทยซึ่งจะเป็น Supply Chain หรือผู้ส่งงานให้กับผู้ลงทุนจากต่างประเทศไม่สามารถจะปรับตัวได้ทัน ทำให้ Local Content ต่ำ ยกตัวอย่างเพื่อให้ท่านเห็นได้ชัด อุตสาหกรรมรถยนต์ของเราเริ่มต้นขึ้นมา ประมาณสักเกือบ ๗๐ ปีที่แล้ว ประมาณ ๖๕ ปีที่ผ่านมานะครับ มีการเอารถยนต์เข้ามาขาย แล้วเกิดการประกอบรถยนต์ในเมืองไทย มีการผลิตในเมืองไทย ใหม่ ๆ Local Content น้อยมาก จนวันนี้หลายรายการแล้วครับ ผ่านมา ๔๐-๕๐ ปีนี้รถยนต์บางรุ่นเป็น Local Content หรือเป็นวัตถุดิบที่ประกอบและใช้แรงงานไทยเพื่อประกอบเป็นรถยนต์คันหนึ่ง มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ บางรุ่นมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ดังนั้นแปลว่า ถ้าให้เวลา แล้วอุตสาหกรรมรายย่อยของเราซึ่งเป็น SMEs บริษัทต่าง ๆ ก็สามารถที่จะเสนอสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ให้กับ FDI ซึ่งมาลงทุนวันนี้รถไฟฟ้ามาแล้ว เหมือนกันเลยครับ ผู้ประกอบการไทยหรือ Supply Chain ต่าง ๆ เหล่านี้ ยังไม่สามารถที่จะผลิตอะไรที่เป็นส่วนของรถไฟฟ้าได้ Local Content ก็ไม่สูง ดังนั้นสิ่งที่เราทำก็คือทำอะไรครับ ได้ให้ไปดูมาเลยว่าส่วนนี้จะทำอย่างไรให้กับ Supply Chain ที่มีอยู่ เคยทำส่งอุปกรณ์อะไหล่ให้กับรถไฟฟ้า รถยนต์แบบเดิมหรือ Hybrid กับมาส่งให้ไฟฟ้าแยกไปเลย วันนี้เรามีการทำงบเขาเรียกว่าเพิ่มขีดความสามารถและให้มา คุยกันระหว่างเจ้าของรถไฟฟ้าซึ่งมาตั้งในเมืองไทย คุยกับผู้ประกอบการไทยซึ่ง SMEs ให้มา ดูแลว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเพิ่มการผลิตในไทยได้อย่างไร วันนี้เราได้มีการจัดให้พบกัน แล้วในกรณีต้องการเพิ่มขีดความสามารถรัฐบาลก็จะได้เตรียมเงินก็ก้อนนี้อีก แล้วก็จะมี ก้อนอื่น ๆ อีกเข้าไปในสิ่งที่เพิ่มขีดความสามารถให้ แต่วิธีการให้เราจะไม่ไปให้เฉย ๆ คนที่รู้ดีที่สุดก็คืออุตสาหกรรมนั้น ๆ รายนั้น ๆ วันนี้เราจึงได้มีการคุยกับสภาอุตสาหกรรมว่า ช่วยไปแยกมาสิว่า SMEs ที่จะต้องทำสิ่งเหล่านี้มีใครบ้าง ต้องการเพิ่มขีดความสามารถ เพื่อจะขายขึ้นไปให้กับคนที่มาลงทุนต้นน้ำหรือ FDI เช่น รถไฟฟ้านี่ได้ต้องการความ ช่วยเหลือเรื่องใด เรายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในเรื่องนั้นเพื่อจะมาดูเพื่อให้เขาสามารถ ที่ขึ้นไปเพื่อเพิ่ม Local Content ให้กลับไปให้เสมือนกับอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เทียบเคียง กับสมัยที่เราเคยส่งออกมาก ๆ แล้วเป็นส่วนที่คนไทยเป็นผู้สร้างเป็น Local Content เยอะ ๆ🔗
อีกส่วนหนึ่งที่ท่านเป็นห่วงคือเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นคอมพิวเตอร์บ้าง เป็นพวก Laptop พวกอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็จะเป็นตัวที่เป็น Chip ในการที่จะใช้เข้าไปอยู่ในเครื่องใช้ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเรียนเลยครับ บริษัทเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นบริษัท ถ้ายุคแรกไม่ใช่บริษัทจีน เป็นบริษัทในสหรัฐอเมริกาเสียส่วนใหญ่ มียุโรปเล็กน้อย บริษัทเหล่านี้วันนี้อยู่แล้วได้มาพบผมอย่างน้อยเกือบทุกบริษัทเลยครับ มีคนงานหลายหมื่นคน ทุกคนมานั่งทบทวนดูแล้วมาถามผม ถ้าหากว่าเราได้ภาษีในอัตรา ที่ใกล้เคียงกับเวียดนามหรือสูงกว่าเล็กน้อยเขาจะไม่ย้ายไปไหน เขาให้เหตุผลของการ ที่ไม่ย้ายชัดเจนเลยครับ เขามาอยู่ที่นี่ ๔๐ ปี เขาบอกส่วนที่ยากที่สุดก็คือเขาคุ้นเคยกับที่นี่ ข้อที่ ๒ เขาสามารถจะมีคนที่ทำงานอยู่กับเขาเป็น ๑๐๐,๐๐๐ คน รวมหลาย ๆ โรงงาน เขาบอกคุ้นเคยมากเลย ต่อให้จะต้องย้ายไปสหรัฐอเมริกา เขาก็ไปแจ้งกับทางโน้นว่าเขาย้าย ไม่ได้ครับ เขาไม่สามารถจะสร้างคนที่เป็นชาวอเมริกามาดูแลทำงานเรื่องอย่างนี้ได้ แล้วข้อ ๓ ในส่วนที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์นี้เผอิญของเรานี่ยังไม่ไปถึง High-end ส่วนที่อยู่ ตรงกลางและขึ้นไปถึงระดับสูง และตัวพวกนี้ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการที่เรา ได้เปรียบดุลการค้าเซกเตอร์หนึ่งเราได้เปรียบอยู่ประมาณ ๓๕,๐๐๐ ล้านเหรียญ ในปีที่แล้ว ประมาณหมื่นล้านเกิดจากเซกเตอร์นี้ละครับ ซึ่งก็บอกแล้วเขาไม่ประสงค์จะไป วันนี้เขา คิดว่าถ้าเราได้ในอัตราที่ใกล้เคียงเขาก็ได้พูดกับสหรัฐอเมริกาแล้วว่าเขาประสงค์อยู่ที่นี่ เพราะชิ้นส่วนที่เขาส่งไปที่โน่นก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะไป Support เรื่อง Data Center เรื่องเอไอที่โน่น ดังนั้นจะเป็นส่วนที่จะเสริม Data Center ซึ่งที่โน่นยังไม่มีความพร้อม ที่จะทำ เพราะฉะนั้นผมก็เลยเชื่อว่าทุกวันนี้ถ้าออกมาอย่างนี้เรายังสามารถรับฐานนี้ได้อยู่ คนที่ในเซกเตอร์นี้ปัญหาก็น่าจะน้อยลง ทั้งหมดที่ผมพูดมานี้ผมก็อยากจะเรียนว่าในภาค ที่ท่านเป็นห่วงคือภาคเกษตรกร ผมอยากจะเรียนต่อให้วันนี้ไม่มีปัญหาเรื่องทรัมป์ (Trump) ปัญหาเรามีอยู่แล้วก็คือต้นทุนต่อกิโลกรัม ต้นทุนต่อไร่เราแพง สิ่งเหล่านี้มีหรือไม่มีเราก็ต้อง ปรับตัว วิธีปรับตัวก็มีอยู่ ๒-๓ วิธี ปรับระหว่าง Demand กับ Supply ให้ใกล้เคียงกันก่อน ข้อที่ ๑ อะไรที่ Supply เยอะเกินไปต้องปรับลดลง ข้อที่ ๒ จะต้องมาดู Productivity แล้ว ต้องใช้เครื่องจักรมากขึ้น ให้รวมแปลงมากขึ้น ข้อที่ ๓ อาจจะต้องปรับปรุงคุณภาพดิน ที่เป็น เรื่องใหญ่นะครับ หาปุ๋ยที่สามารถผลิตในประเทศ โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีบางส่วนที่ยังคง ใช้อยู่ เมืองไทยนี้มีปุ๋ยเคมีชนิดนี้อยู่เยอะ โดยเฉพาะโพแทสเซียมเราอาจจะต้องช่วยกัน สนับสนุนเพื่อไม่ต้องนำเข้าทำให้ต้นทุนมันถูกลง เป็นต้น ดังนั้นการเพิ่ม Productivity ของภาคเกษตรอย่างไรก็ต้องทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องทำก็คือปรับส่วนที่มากไปให้น้อยลง ปรับส่วนที่น้อยไปให้มากขึ้น เลือกผลผลิตเกษตรที่ราคาต่ำให้เป็นราคาที่สูงขึ้นต่าง ๆ เหล่านี้ และบวกด้วย ซึ่งมันเป็นเฟสต่อไป วันนี้บริษัทในจีนและญี่ปุ่นมาเมืองไทยต้องการวัตถุดิบที่เราผลิตที่เป็นวัตถุดิบอันนี้ไปสู่ อุตสาหกรรมที่เรียกว่า Biotechnology ไปทำสิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ เริ่มขึ้นแล้ว มันเกิดขึ้น ซึ่งวิธีการก็คือว่า วันนี้เราก็บอก BOI ว่าถ้าอย่างนี้ขอเลยขอให้ร่วมทุนกับบริษัทไทย เพื่อให้ คุณมีความเป็นบริษัทไทยให้มากขึ้น ปัญหาวันข้างหน้าเมื่อส่งออกไปต่างประเทศจะได้ ไม่มีปัญหาเหมือนที่เกิดขึ้นเช่นทุกวันนี้เป็นต้น ดังนั้นผมก็อยากจะเรียนว่าทั้งหมดที่เราทำนี้ เราพยายามเก็บข้อมูลให้มากที่สุดจากผู้ที่ทำจริง โดยผ่านสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า แล้วก็ผู้ผลิตรายใหญ่ อาทิเช่น ที่ผมพูดเมื่อสักครู่อาหารเกษตรแปรรูป เรื่องอาหารสัตว์ วันนี้ เราเป็นผู้ส่งออกเกือบจะรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีหลายยี่ห้อเป็น Premium Grade ราคาดีกำไรเยอะ ผมได้ถามบอกว่าทำไมผลิตแค่นี้ในเมื่อเรามี Market Share เยอะ และคนนิยม ก็ได้ความว่าวัตถุดิบไม่พอ ฟังแล้วตกใจวัตถุดิบนั่นก็คือได้แก่ พืชผลเกษตร ยกตัวอย่างเช่นข้าวโพดบอกว่ามีแค่ ๕ ล้านตัน หาได้ ๑๐ เขาบอกว่า ถ้าวันนี้มีเพิ่มขึ้นอีก ก็สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมถามว่าต้องลงทุนอะไรบ้าง เขาบอก จริง ๆ ลงทุนไว้แล้วแต่ไม่มีวัตถุดิบ ถ้ามาตรการนี้เข้ามาก็จะเห็นว่าภายใน ๓ ปี ๕ ปีสามารถ เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นไปได้อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อย ก็แปลว่าเราต้องการข้าวโพด มากขึ้น เราสามารถจัดการได้มากขึ้น นำข้าวโพดที่ราคาถูก หรือเปลี่ยนการปลูกของ เกษตรกรไทยให้ราคาแข่งขันได้ เพราะฉะนั้นคำตอบก็คือระยะยาว ระยะกลาง เราต้องเพิ่ม ขีดความสามารถในการผลิตของภาคการเกษตรแน่นอน ไม่ว่าจะมีเรื่องภาษีทรัมป์หรือไม่ ก็ตาม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากจะเรียนว่าทั้งหมดนี้ผมอยากจะกล่าวอย่างนี้ เดิมเรามี ภาวะเศรษฐกิจที่การเจริญเติบโตไม่ค่อยสูงนัก เราเห็นปัญหามากมายที่กองอยู่เราต้องแก้ไข ปัญหา ซึ่งการแก้ปัญหาเรื่องหนึ่งก็คือการปรับเปลี่ยนเวียนถ่าย Transportation วันนี้ มีปัญหาเรื่องภาษีทรัมป์ ผมมองว่าเป็นทั้งปัญหาและเป็นทั้งโอกาส เป็นทั้งปัญหาถ้าปัญหานี้ ได้รับการแก้ไขคือ ถ้าเราได้ Tariff ในอัตราที่แข่งขันได้กับประเทศที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับเรา มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เปรียบเสมือนหนึ่งการเซ็นเอฟทีเอขึ้นกับอีกประเทศหนึ่ง บนกติกาซึ่งเราให้กับประเทศอื่นอยู่แล้ว วันนี้เราให้ภาษี ๐ กับหลาย ๆ ประเทศเลย เยอะแยะไปหมด เราก็เอาสิ่งนั้นให้กับสหรัฐอเมริกา เราไม่ได้ให้เขามากไปกว่าที่ให้ประเทศอื่น ดังนั้นไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นถ้าเราทำเรื่องนั้นได้เขามาขอให้เราปรับเปลี่ยนกติกา เปลี่ยน เรื่องนั้นเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรานั่งอ่านแล้วจริง ๆ แล้วไม่ต้องขอเราก็ควรจะต้องทำใช่ไหม ก็ปรากฏว่าร้อยละ ๙๐ ใช่ทั้งนั้นละ เป็นความล่าช้า อนุมัติช้า เขาบอกเขากว่าจะส่งมาได้ ๗ เดือน ๙ เดือนอะไรอย่างนี้ เขาขอให้เราช่วยดูแลเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก็ถือเป็นโอกาสในการที่เราจะใช้คำขอของเขานั้นมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยนในประเทศ เพื่อจะทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้การค้าขายไหลลื่นมากขึ้น ดังนั้นการที่ เราทำอันนี้ไม่ใช่แปลว่าเราจะแก้เฉพาะทำให้เราได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐอเมริกามากขึ้น หรือน้อยลง สิ่งที่เกิดขึ้นคือเพิ่มปริมาณของการนำเข้าและส่งออกทำให้ขนาดเศรษฐกิจ ใหญ่ขึ้น เมื่อเราแก้ไขสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว แก้ไขตามที่เขาต้องการได้แล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมา จะได้สิ่งหนึ่ง คือการลงทุน FDI (Foreign Direct Investment) ผมอยากจะเรียนให้ท่าน เห็นภาพของ Foreign Direct Investment ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครับ ถ้าไม่นับ ๒ ปี ที่ผ่านมาหรือ ๒ ปีครึ่งที่ผ่านมา การลงทุนจากต่างประเทศน้อยมาก ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี จีดีพีเมื่อ ๒ ปีก่อนที่แล้วเรามีประมาณ ๑๘ ล้านล้านบาท ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ถึง ก็คือเราลงทุนประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๘ ล้านล้านบาท คือ ๓.๖ ล้านล้านบาท ท่านบอก โอ้โหเยอะจัง ๓.๖ ล้านล้านบาทนี่คือการลงทุนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนที่มาจาก FDI และภาคเอกชนของไทยซึ่งเป็น Local Supply ต่าง ๆ นี้รวมกัน แล้วมันน้อยครับ สิ่งที่เราอยากจะเห็นก็คือ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ หรือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแปลว่าวันนี้ขนาดเศรษฐกิจของบ้านเราอยู่ใกล้ ๆ ๒๐ ล้านล้านบาท อยากจะเห็น การลงทุนที่ปีละ ๗ ล้านล้านบาท ดังนั้นการที่จะเห็นลงทุนปีละ ๗ ล้านล้านบาท ท่านจะต้องทำ ให้ FDI เข้ามาให้ได้ก่อน ของเดิมมาน้อยมาก วันนี้แนวโน้มเริ่มมามากขึ้นเพราะว่าเขาเห็น โอกาสของในประเทศไทยที่มีความพร้อมหลายเรื่อง ๑. เขาดูแล้วเรื่องที่ดิน เรามี ให้เขาถ้าได้รับการจัดการที่ดี เขามองผิวเผิน เขามองเรื่องไฟแล้วเรามีเยอะ ตอนนี้เหลืออยู่ แต่เขาบอกว่าอีก ๕ ปี ไฟบ้านเราขาดแน่แล้วอยากได้ไฟสีเขียวและราคาถูกลงได้ไหม ก็มาหารือว่าเราจะจัดการได้ไหมในฐานะที่ดูแลเรื่องนี้หรือเป็นรัฐบาลก็ได้รับปากว่าเราจะ พยายามจัดการสิ่งเหล่านี้ให้ได้เป็นสีเขียวมากขึ้นและสามารถที่จะราคาถูกลงมาหน่อยหนึ่ง🔗
เรื่องน้ำเขาบอกเขาไม่ค่อยห่วงเท่าไร แต่ห่วงนิดหนึ่งเขาบอกเขากลัวเรื่อง ท่วมบางปี แล้งบางปี เราก็บอกเราจะมีการจัดการน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขต Eastern Seaboard และในเขตอีอีซีเหล่านี้ เราก็รับว่าจะเอาแผนเหล่านี้มาดูแล เขาดู ๓ เรื่องนี้ เขาดู เรื่องขีดความสามารถของคน เขาบอกเรื่องนี้เข้าใจนะครับ เรามีความพร้อมน้อย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เขาพร้อมจะสร้างให้เรา Upskill Reskill แต่ถึงจะ Upskill Reskill ผมก็ยังจะเน้นว่า ในเรื่องของการศึกษาเรามารอให้ Upskill Reskill ไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเราสร้าง Upskill Reskill เราก็เป็นได้แค่คนที่ทำงานอยู่กับฝรั่ง ทำงานอยู่กับต่างชาติเท่านั้นเอง เราไม่สามารถจะเป็นผู้คิดเองได้ เริ่มต้นเองได้ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือแปลว่า การศึกษาก็จะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องปรับปรุงให้คนมาเรียน ทางสายวิทยาศาสตร์มากขึ้น คำนวณมากขึ้น ภาษามากขึ้นในการที่จะนำความพร้อมเข้าไป ทำงานร่วมกับ FDI ในห้อง R&D เป็นหัวหน้า Technician ในการที่เมื่อครั้งหนึ่งทำไป หลาย ๆ ประเทศคนที่ทำงานอยู่ในบริษัทเหล่านี้เป็นเด็กเก่งอยู่ประมาณ ๗ ปีถึง ๑๐ ปี เขาจะลาออกครับ ก็รับคนใหม่เข้าไป พวกเหล่านี้จะเป็นคนก่อตั้ง SMEs จะทำให้ได้ SMEs ที่มีคุณภาพ พร้อมจะเป็น SMEs ที่จะปรับตัวและสร้าง Local Supply Chain ได้ สร้างสิ่งใหม่ได้ Startup ได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็น Upskill Reskill ก็ไม่พอ แล้วได้ นั่งคุย ซึ่งเรื่องสิ่งเหล่านี้ก็เหลือเรื่องสุดท้าย เขาบอกกฎหมายเราเยอะเหลือเกินเมื่อไร จะได้รับการจัดการให้มันเหลือเท่าที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมเปรียบเทียบ แล้ว ไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องทรัมป์หรือไม่ก็ต้องทำ เมื่อมีปัญหาเรื่องทรัมป์ เขามาขอสิ่งเหล่านี้ ที่เขาคุยกับเรา ดังนั้นก็ต้องทำนะครับ ที่นั่งคุยและนาน บางเรื่องคุยนานเพราะว่าเรายังไม่รู้ เลยว่าเราจะแก้กฎหมายอย่างไร ก็เลยบอกว่าขอรับในหลักการก่อนนะครับ หลาย ๆ เรื่อง จะต้องรับมาคุยกันนำมาซึ่งการแก้กฎหมายต่อไป เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนให้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่าเราเห็นความสำคัญเรื่องนี้ เรามองทั้งหมดแล้ว เราจำเป็นต้องทำ ถึงแม้ว่าเราจะเจรจาล่าไปนิดหนึ่ง แต่เราเจรจาถี่แล้วก็ได้คุยกัน เดี๋ยวผม กลับไป ๒ ทุ่มจะมีการคุยกันสั้น ๆ ๕ นาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะส่ง เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ระดับนโยบายก็รับทราบหมดแล้ว ผมหวังว่าเราคงจะได้รับข่าวดีผมก็หวังให้เป็นอย่างนั้น ทั้งหมดนี้ผมอยากจะเรียนสุดท้ายแล้วครับ งานที่ Team Thailand ทำ ไม่ใช่เป็น Team Thailand เท่านั้น เป็นการรวมของทุกภาคส่วนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นทุกกระทรวง ที่ผมได้กล่าวข้างต้น รวมทั้งภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคม ธนาคารแล้วก็ชมรมต่าง ๆ ที่เป็นผู้ผลิตที่มาร่วมกันทำ เพราะฉะนั้นงานนี้ใหญ่นะครับ Team Thailand อย่างเดียวไม่สามารถทำได้ ประเทศไทยจะยืนหยัดและเติบโตในโลกใหม่ ที่เปลี่ยนไปก็ด้วยแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วนตามที่ผมกล่าวข้างต้น ผมและทีม ประเทศไทยตลอดจนพี่น้องข้าราชการและคณะทำงานที่ได้ช่วยกันนี้ ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องการขอเข้ารับการสนับสนุนจากท่านผู้แทนที่อยู่ ณ รัฐสภานี้ล่วงหน้าเลยครับ ในโอกาสนี้ ผมได้นำเรียนแล้วจะมานำเรียนในรายละเอียดต่อไป เพื่อช่วยกรุณาผลักดันให้ประเทศเรา สามารถฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมาชิกที่ขออภิปราย ท่านแรก ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ได้กรุณาให้ความกระจ่างในบางประเด็น แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้กับ Team Thailand ซึ่งเชื่อว่าท่านก็พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ภายใต้ศักยภาพที่มี แล้วก็หวังว่าประเทศไทยจะได้รับข่าวดีเช่นเดียวกับที่ท่านหวัง ความจริง เรื่องภาษีทรัมป์เราเคยพูดกันมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๙ เมษายนปีนี้ ๓ เดือนเศษที่ผ่านมา แต่ที่ต้องมาพูดกันอีกครั้งก็เพราะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และสำคัญยิ่งไปกว่านี้ก็คือตลาดสหรัฐอเมริกามีความสำคัญ กับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยที่สุดถ้าเราไปดูตัวเลขปีที่แล้วทั้งปีประเทศไทยส่งออก ไปสหรัฐอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนที่เราส่งไปทั้งหมดต่อโลกนะครับ ส่งไปโลก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นตลาดอเมริกาถึง ๑๘.๒๙ เปอร์เซ็นต์ เกือบจะเรียกได้ว่า ๑ ใน ๕ ของยอดส่งออกทั้งหมด เราสามารถทำเงินเข้าประเทศจากการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาเป็นเงินไทยถึง ๑.๙ ล้านล้านบาท แล้วเราได้ดุลการค้าสหรัฐมหาศาล คิดเป็นเงินไทยที่เราได้ดุล ๑.๒ ล้านล้านบาท นี่คือ ความสำคัญของตลาดสหรัฐอเมริกาที่เราจะทิ้งไม่ได้ และการเจรจาภาษีก็เป็นเรื่องที่มี ความสำคัญ อย่างไรก็ตามผมขอใช้เวลาตรงนี้สั้น ๆ ที่จะพูดใน ๕ ประเด็น โดยจะพยายาม ไม่ให้ซ้ำกับเพื่อนสมาชิก ยกเว้นในประเด็นที่มีความจำเป็น🔗
ประเด็นแรกก็คือผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ท่านบอกเมื่อสักครู่ว่าประเด็นเรื่องภาษีทรัมป์นั้นเป็นแค่ปัญหาส่วนหนึ่ง หรือแค่ปัญหา บางส่วน แต่ท่านพูดในมุมที่บอกว่าเป็นปัญหาบางส่วนในเรื่องของการเกษตรและการค้า แต่ความจริงผมมีความเห็นขยายความไปกว่านั้นด้วยว่าปัญหาภาษีทรัมป์นั้นไม่ใช่ปัญหา ทั้งหมดของประเทศปัจจุบัน และไม่ใช่ปัญหาทั้งหมดของรัฐบาล แต่เป็นแค่หนึ่งในหลาย ๆ ปัญหาที่รัฐบาลกำลังเผชิญ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งในการแก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กัน โดยประเด็น สำคัญที่สุดก็คือจะต้องใช้สมาธิอย่างสูงในการแก้ปัญหา เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่ารัฐบาล กำลังจะเผชิญปัญหาทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง ทางการเมืองต้องยอมรับ ว่ารัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาล และกำลังลามไปถึงความชอบธรรม อันนี้คือ สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่ง ในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาจีดีพีโตต่ำที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็ทราบโจทย์อยู่แล้ว อันนี้ต้องเร่งแก้ปัญหา แม้ว่าวันสองวันนี้กระทรวงคลัง จะออกมาแถลงว่าจีดีพีมีแนวโน้มจะดีขึ้น ตั้งเป้าไว้ปี ๒๕๖๘ ๓ เปอร์เซ็นต์อาจจะขยับไปได้ แม้ไม่ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็จะไป ๒.๒ เปอร์เซ็นต์ แต่หลายสำนักก็ยังคิดว่ามันคงได้สัก ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าไป ๒.๒ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังไม่ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ ตามเป้าหมายอยู่ดี อันนี้ จึงเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ปัญหา รวมทั้งปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่ประชาชน คนไทยรายได้ลบรายจ่ายแล้วไม่เหลือพอใช้หนี้ รวมทั้งปัญหาในเรื่องของสังคม ปัญหายาเสพติด ปัญหา Scammer และยังมีปัญหาความมั่นคงซ้ำซ้อนเข้ามาเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ผมนำเรื่องนี้มากราบเรียนเพื่อจะบอกว่า ทรัมป์หรือภาษีทรัมป์เป็นแค่ส่วนหนึ่งของปัญหา ที่รัฐบาลกำลังเผชิญ สิ่งที่ต้องการบอกรัฐบาลก็แต่เพียงว่า รัฐบาลต้องใช้สมาธิอย่างสูงในการ แก้ปัญหา และสำคัญไปกว่านั้นก็คือจะต้องหลีกเลี่ยงการสร้างปัญหาเพิ่ม เพื่อให้รัฐบาลได้มี เวลาและสมาธิในการแก้ปัญหาให้กับประเทศของเราต่อไป🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านประธานก็คือ ปัญหาภาษีทรัมป์ เป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นครับ ไม่ใช่แค่มิติทางด้านการค้าระหว่างไทยกับ สหรัฐอเมริกาแต่เพียงเท่านั้น แต่ได้ถูกนำมาผูกโยงกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาสงคราม การค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและโลก แล้วก็ไปไกลถึงขั้นบังคับเลือกข้าง ทำไมผมกราบเรียน อย่างนี้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าชัดเจนสำหรับนโยบายของสหรัฐ America First ซึ่งชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกาต้องมาก่อน ผลประโยชน์ของสหรัฐต้องเป็นที่ ๑ นี่คือสิ่งที่ทรัมป์ (Trump) ประกาศ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ ประกาศแต่ทรัมป์ (Trump) จีนก็ประกาศ จีนประกาศตอบโต้ว่า ในเรื่องการเจรจาภาษีทรัมป์ ไม่ว่าของชาติใดในโลก ถ้าเจรจาแล้วกระทบผลประโยชน์ของจีน จีนจะตอบโต้โดยเด็ดขาด เท่าเทียม นี่คือปรากฏการณ์ที่ประเทศไทยของเราต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการสร้างสมดุล ระหว่างความสัมพันธ์และผลประโยชน์ของไทยเองและสหรัฐอเมริกากับจีน เพราะว่า ทั้งจีนทั้งสหรัฐอเมริกามีความสำคัญกับเศรษฐกิจของเราเป็นอย่างยิ่ง จีนตัวเลขการค้า กับไทย ท่านประธานทราบแล้วก็คงจะเห็นว่ามันมหาศาล เราค้ากับจีนเป็นอันดับ ๑ ของโลก ไม่ได้ค้ากับสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ ๑ เราค้ากับจีนปีหนึ่ง ๔ ล้านล้านบาท ขณะที่เราค้ากับ สหรัฐอเมริกา ๒.๖ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นประเด็นที่ต้องการชี้ให้เห็นว่า การค้าทั้งกับจีน สหรัฐอเมริกา เราต้องรักษาดุลยภาพทั้งเศรษฐกิจระหว่างไทยกับ ๒ ประเทศนี้ให้ดี🔗
ประเด็นที่ ๓ ที่ขอเรียนก็คือว่าประเด็นภาษีทรัมป์มันไปไกลถึงขนาดที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) กำลังหยิบยกหรือได้หยิบยกปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มาเป็นเงื่อนไขทับซ้อนกับการเจรจาทางการค้า นั่นก็คือประกาศว่าหากไทย-กัมพูชา ไม่หยุดยิงก็จะไม่เจรจาต่อ นั่นแปลว่าถ้าเราไม่ทำตามทั้งไทย ทั้งกัมพูชาไม่หยุดยิง การเจรจา ภาษีทรัมป์ก็จะไม่เดินหน้าต่อ ถ้าทรัมป์ (Trump) เอาจริงนะครับ แต่แม้จะประกาศหยุดยิง ก็ไม่ได้แปลว่าภาษีจะลด เป็นแค่ได้เดินหน้าเจรจาต่อ เพราะทรัมป์ (Trump) ไม่ประกาศว่า ถ้าหยุดยิงจะลดภาษี อันนี้คือความจริงที่เราต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ผมคิดว่า ผู้ที่เชี่ยวชาญในวงการการเมืองระหว่างประเทศนี่ เข้าใจดีว่าที่ทรัมป์ (Trump) กำลังเข้ามามีบทบาทเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ก็เพราะส่วนหนึ่งมีการวิเคราะห์ว่าต้องการที่จะทำ Record หรือสร้างผลงานในเรื่องของ การขอรับรางวัล Nobel สาขาสันติภาพ แต่ถึงจะจริงหรือไม่จริงก็ตามเราต้องยอมรับว่า มาถึงวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) กำลังเอามิติความมั่นคง มาผูกกับมิติการค้าอย่างชัดเจน ซึ่งผลที่จะตามมาก็คือทำให้รัฐบาลไทยแก้โจทย์ยากขึ้น เพราะแทนที่จะแก้โจทย์ความมั่นคงเดี่ยว ๆ แก้โจทย์การค้าเดี่ยว ๆ ต้องเอาโจทย์ ความมั่นคงกับการค้ามาผูกกันแล้วก็แก้ไปพร้อม ๆ กัน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและปัญหา อธิปไตย นอกจากนั้นสิ่งที่ขออนุญาตที่จะเรียนก็คือว่า อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีทรัมป์ โดยตรง แต่ขอแวะนิดเถอะครับท่านประธาน เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เรากำลัง มีปัญหารบกัน ขอพูดฝากรัฐบาลให้ได้ตระหนักและเร่งแก้ปัญหาว่า แม้ประเทศไทยของเรา จะชนะสงครามสู้รบด้วยศักยภาพของกองทัพและการเสียสละของทหารหาญของไทย แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ขณะนี้เรากำลังเพลี่ยงพล้ำ ๒ สงคราม คือ ๑. สงครามการสื่อสาร กับ ๒. สงครามการรบในเวทีโลก ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยเร่งด่วน ไม่อย่างนั้น มันจะลามไปเรื่องอื่น🔗
ประเด็นที่ ๔ ก็คืออีกเรื่องที่จำเป็นต้องพูดตรงนี้เสียเลย ปัญหาเรื่อง ฐานทัพเรือพังงา ที่ทับละมุ ผมเรียนจุดยืนของผม ผมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของ ฐานทัพเรือพังงา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปกป้องอธิปไตยชายฝั่งอันดามันของไทย และพร้อม สนับสนุนเรื่องนี้เต็มที่ทุกโอกาส แต่สิ่งหนึ่งที่จะขอพูดก็คือ ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้ ชาติใดมาตั้งฐานทัพที่ท่าเรือทับละมุ จังหวัดพังงา ที่ต้องพูดตรงนี้เพราะว่ามันจะกลายเป็นการ ชักศึกเข้าบ้าน เกิดสงครามใหญ่เมื่อไร ทับละมุ ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จังหวัดชายทะเล ฝั่งอันดามันสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นดินแดนกระสุนตก และนอกจากชักศึกเข้าบ้าน ผมเรียนเลยว่าได้ไม่คุ้มเสีย เพราะประเด็นนี้จะเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อการ รักษาดุลยภาพความสัมพันธ์ระหว่างไทย สหรัฐอเมริกาและประเทศจีน เรื่องนี้ฝากรัฐบาล เก็บไปคิด แล้วก็เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผ่านไปแล้วเมื่อทรัมป์ (Trump) ประกาศอัตราภาษี มันยัง เป็นเรื่องวันนี้และอนาคตที่รัฐบาลต้องตระหนักในจุดยืนเหล่านี้🔗
ประเด็นที่ ๕ ไม่ว่าผลในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนในเวลาประเทศไทยก็ตาม ภาษีทรัมป์จะออกมาอย่างไร ผมขอย้ำ ๓ เรื่อง เฉพาะ ๓ ประเด็นที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ และต้องทำ🔗
ประเด็นที่ ๑ คือประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พูดไปบ้างแล้ว เมื่อสักครู่นี้ ผมเห็นด้วย สนับสนุน และผมก็เตรียมมาพูดเรื่องนี้มาย้ำว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ อย่างยิ่ง เรื่องนี้ก็คือเรื่องที่รัฐบาลจะต้องจัดการโดยเด็ดขาดกับการนำเข้าสินค้าต่างประเทศ เข้ามาในเขต Free Zone หรือเขตปลอดอากร เช่นที่แหลมฉบัง อ้างว่าเพื่อส่งต่อไปยัง ประเทศที่สาม แต่เอาเข้าจริงคือมีการลักลอบนำสินค้าเหล่านี้ออกมา แล้วมาแต่งชุดไทย ตีตรา Made in Thailand แล้วก็ส่งออกไปยังประเทศที่สาม ที่สหรัฐอเมริกาเขาขอให้ไทยดูแล เรื่องนี้นั่นแหละครับ ผมขอย้ำว่าผมเห็นด้วยแล้วกระทรวงการคลังต้องเอาจริง เพราะเรื่องนี้ กระทบผลประโยชน์อย่างยิ่งโดยรวมของประเทศไทย นั่นคือมันจะทำให้ตัวเลขการส่งออกไป สหรัฐอเมริกาโป่งเกินจริง เพราะสินค้าไทยไม่ได้ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา ๑๐๐ สวมสิทธิ ๘๐ ๒๐ เหลือจริง ๆ ๘๐ สมมุติว่าตัวเลขเป็นอย่างนี้ แล้วทำให้ตัวเลขเราได้ดุลการค้า สหรัฐอเมริกาสูงเกินจริง ทรัมป์ (Trump) ก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นเขาขาดดุลเราเยอะ เขาก็ ขึ้นภาษีกับเราเยอะ สุดท้ายกรรมมันมาตกกับประเทศไทย แล้วคนที่ได้ประโยชน์ก็คือพวกที่ ลักลอบนำสินค้าออกจากโกดัง Free Zone หรือเขตปลอดอากร แล้วสมคบกับใครบางคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จะเป็นใครก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังและรัฐบาลต้องไปจัดการ เรื่องนี้อย่างจริงจังและอย่าให้เกิดขึ้นอีก เพราะถ้าพูดตรง ๆ มันก็คือการขายชาติทางเศรษฐกิจ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่รัฐบาลจะต้องทำก็คือว่า รัฐบาลจะต้องเผยแพร่ข้อมูล เมื่อสักครู่ นี้ผมเข้าใจได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่าตกลงกับสหรัฐอเมริกาไว้แล้วว่า จะไม่พูดรายละเอียดว่าเราให้อะไรเขาบ้าง เขาให้อะไรเราบ้าง ผมเข้าใจ ผมเคยเป็นรัฐบาล เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐมนตรี อะไรที่เป็นความลับถ้าเราปรารถนาดีต่อ บ้านเมืองก็ต้องเป็นความลับ แต่ถ้าเราจริงใจ จริงจังเราก็ต้องเก็บไว้เมื่อยังไม่ถึงเวลาอันสมควร แต่เมื่อภาษีประกาศแล้วหรือถึงเวลาอันสมควร รัฐบาลต้องเผยแพร่เรื่องนี้ และต้องเปิดเผยให้ชัดเจนไม่อ้ำอึ้งปิดบังต่อไปว่า เราเอาอะไรไปแลกกับสหรัฐอเมริกาบ้าง เพื่อให้คนไทยเจ้าของประเทศได้รับทราบ แล้วก็เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่มันจะ ตามมาอย่างรู้เท่าทัน และที่สำคัญก็คือว่าเพื่อเตรียมรับมือกับอนาคตด้วย เพราะผมคิดว่า ภาษีทรัมป์ครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ครั้งเดียว มันอาจจะมีทรัมป์ ภาค ๑ ทรัมป์ ภาค ๒ ทรัมป์ ภาค ๓ ตามมาก็ได้ ใครจะไปเดาได้กับความคิดของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) นี่คือ เรื่องที่ ๒ ที่จะต้องทำ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ ที่รัฐบาลจะต้องจัดการ ก็คือขณะที่เราอภิปรายอยู่นี้ ผมไม่ทราบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบหรือเปล่า แต่อย่างน้อยผมคนหนึ่ง และพวกเราในสภาหลายคนก็คงยังไม่ทราบว่าผลมันออกมาอย่างไร แต่ก็คงคาดได้ ๓ ทาง ถ้าเราเอาภาษีเวียดนามเป็นตัวตั้งคือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑. ภาษีเราโดนเรียกเก็บมากกว่า เวียดนาม คือมากกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ กับ ๒. ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ บวก ลบนิดหน่อย กับ ๓. น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งหนึ่งที่ขอเรียนกับท่านประธานก็คือว่าไม่ว่าจะออกมา กี่เปอร์เซ็นต์ ทุกภาคส่วนของไทยกระทบแน่นอนโดยเฉพาะคนตัวเล็ก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ขอฝากก็คือ SMEs เกษตรกร ข้าวพวกเราพูดกันเยอะแล้ว ผมไม่ซ้ำแล้วครับ แต่ต้องยอมรับ ความจริงว่าวันนี้เกษตรกรขายข้าวได้เกวียนหนึ่ง ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ๘ เดือนติดกัน ไทยส่งออกข้าวติดลบตลอด รัฐบาลมีมาตรการอะไรนอกจากเยียวยาจากผลกระทบ จากภาษีทรัมป์แล้ว เพราะเราส่งข้าวไปตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ ๑ ของโลกนะครับ เรากินตลาดข้าวในสหรัฐอเมริกาอย่างเดียว ๕๓.๖ เปอร์เซ็นต์ เราจะมีมาตรการอะไรออกมา ถ้ารัฐบาลประกาศไม่ประกันรายได้เหมือนที่ผมเคยทำ ๒. ยาง ยางนี่เราก็ส่งออกไป ตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นลำดับ ๑ ครับ ครองตลาดสหรัฐอเมริกา ๑๙.๓ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๑ ใน ๕ ของตลาดสหรัฐอเมริกา ยางที่ว่าคือยางล้อ ถ้ายางล้อขายไม่ได้ กระทบราคายางพาราในประเทศแน่นอน เดือนเมษายนถ้าท่านประธานจำได้ ย้อนกลับไปดู ทันทีที่บอกว่าทรัมป์ (Trump) จะขึ้นภาษีจากประเทศไทย ซึ่งมียางอยู่ในนั้นด้วยนี่ ราคายาง ลงมากิโลกรัมละ ๑๐ กว่าบาท จนวันนี้ยังไม่ขึ้นเลยครับ แล้วถ้าเกิดภาษีทรัมป์ประกาศ ออกมาจริง ๆ เป็นลบ รัฐบาลมีมาตรการจะดูแลราคายางให้เกษตรกรชาวสวนยางอย่างไร มันสำปะหลัง บาทกว่ามานานแล้วครับ วันนี้ถาม สส. เพิ่งขึ้นเป็น ๒ บาทนิดหนึ่ง ทำไม มันลงขนาดนี้ ขณะที่เมื่อก่อน ๓ บาท ลงไปเพราะว่าจีนไม่ได้รับซื้อ เพราะว่าจีนซื้อมันไทย ไปทำแอลกอฮอล์ แต่ตอนนี้เขาใช้ข้าวโพดที่ปลูกในจีนทำแทน ทำให้เราส่งออกไปจีน ได้น้อยลง ราคามันก็ตก รัฐบาลมีมาตรการอะไรในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ผลไม้ หมู ที่พวกเรา พูดกันเยอะแล้วผมไม่ซ้ำแล้วครับ รวมทั้ง SMEs และพืชเกษตรตัวอื่น รัฐบาลจะมีมาตรการ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคนตัวเล็กที่เป็นรูปธรรมจริง ๆ และครอบคลุม รวดเร็ว ชัดเจน อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าคนไทยทุกคนก็ต้องการคำตอบ นอกจากต้องการรู้ว่าภาษี มันจะเป็นอย่างไร🔗
สุดท้ายครับ ผมก็คนไทยคนหนึ่งเหมือนกัน ผมอยากให้ประเทศไทยเสียหาย น้อยที่สุดเช่นเดียวกับที่รัฐบาลคิด ผมเชื่อว่าอย่างนั้น เพราะไม่อย่างนั้นมันกระทบรัฐบาล แล้วต้องการเห็นประเทศไทยได้ประโยชน์มากที่สุด ขอเป็นกำลังใจให้คนทำงานเพื่อประโยชน์ ของประเทศทุกคน ขอให้โชคดีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกที่ขออภิปราย ฝ่ายรัฐบาล ๗ ท่าน แล้วก็ฝ่ายค้าน ๑๕ ท่าน อย่างนั้นผมจะสลับไปที่ฝ่ายค้าน ๒ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๑ ท่านนะครับ เชิญท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ตามด้วยท่าน ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เชิญท่านจุลพงศ์ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมจะใช้เวลาให้น้อยที่สุดเพื่อให้กระชับยังมีผู้อภิปรายหลายคน ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับนับตั้งแต่ มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว บริบทการค้าโลกเราเปลี่ยนไป อย่างสิ้นเชิงด้วยนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ ที่ผมกล่าวว่าการค้าโลกของเราเปลี่ยนไป อย่างสิ้นเชิง เพราะตลอดระยะเวลา ๕๐-๖๐ ปีที่ผ่านมา โลกเราถูกทำให้เชื่อในแนวการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ในรูปของความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นกลุ่มประเทศ เราถูกทำให้ เชื่อว่าเป็นการสานประโยชน์ การแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทย การค้าหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เริ่มตั้งแต่ข้อตกลงการค้าโลกขององค์การค้าโลก ดับเบิลยูทีโอที่เรียกว่า General Agreement on Tariffs and Trade หรือ GATT มีมาตั้งแต่ ปี ๑๙๔๘ หลังจากนั้นโลกเราก็ทยอยมีข้อตกลงการค้าแบบพหุภาคี มีการเจรจาครอบคลุม ประเด็นต่าง ๆ เช่น การลดภาษีอากร การเปิดสินค้าและบริการ การลงทุนในฟากยุโรป มีข้อตกลงการค้าเสรีของสมาคมการค้าเสรียุโรปที่เริ่มตั้งแต่ข้อตกลงชุดแรกที่เขาเรียกว่า First Generation ที่เน้นการลดภาษีอากรและอุปสรรคการค้า ข้อตกลงชุดที่ ๒ ที่เขาเรียกว่า Second Generation ได้ขยายขอบเขต ควบคุมการแข่งขันทางการค้าและการบริการ มาดู ฟากทวีปเอเชียบ้างครับ ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียนและต่อมาก็มีเพิ่มเป็น ASEAN+6 หรือ RCEP เรามีข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ทางฟากอเมริกาเหนือก็มีข้อตกลงการค้าเสรี อเมริกาเหนือ ๓ ประเทศหรือ NAFTA ก็คือสหรัฐอเมริกา แคนาดาและเม็กซิโก การเจรจา การค้าต้องใช้เวลานานครับ เนื่องจากต้องมีความพยายามในการประนีประนอมและสนอง ความต้องการของประเทศต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน ท่านประธานครับประเทศไทยของเรากำลัง สมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือ เรียกย่อ ๆ ว่า OECD ซึ่ง OECD เอง ก็มีข้อตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับ รวมทั้งด้านภาษี ศุลกากรและภาษีอากรข้ามชาติ แล้วก็ถือว่าเป็นการตกลงแบบพหุภาคีเช่นกัน สภาแห่งนี้ เคยผ่านพระราชกำหนดเพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายภาษีที่สอดคล้องกับข้อตกลงด้านภาษี ของ OECD เมื่อปีที่แล้ว การค้าของโลกเรายึดมั่นในพหุภาคีมาตลอดครับ แต่ตอนนี้เรากำลัง โดน Disrupt หรือการพลิกโฉมด้วยการเจรจาการค้าแบบทวิภาคี นั่นคือเป็นการเจรจาแบบ หนึ่งต่อหนึ่ง ที่ผู้เจรจาอีกประเทศหนึ่งของสหรัฐ ส่วนคู่เจรจาอีกประเทศหนึ่งก็เป็นประเทศเดียว ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น อินเดียหรือประเทศไทย ผมไม่รู้นะครับว่าจะลาม หรือยืนยาวไปแค่ไหน แต่รู้ว่าประเทศไทยจะเสียเปรียบ หากเราต้องเจรจาการค้าแบบ ทวิภาคีต่อไป ประเทศไทยเราอาจจะต้องหยุดคิดว่าเราจะยอมคล้อยตามไป การเจรจาแบบ หนึ่งต่อหนึ่ง หรือประเทศไทยจะร่วมกับประเทศอื่น ๆ ยืนหยัดในหลักการการค้าแบบ พหุภาคีของโลกที่เราปฏิบัติมา ๖๐ กว่าปีแล้ว เช่น การค้าของกลุ่มอาเซียน หรือการค้าโลก จะตัดตลาดสหรัฐออกไป ตามที่อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ที่ปัจจุบันนี้ท่านเป็นรัฐมนตรี อาวุโส ใน ครม. ของสิงคโปร์ได้ให้ข้อคิดไว้เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน การเจรจาการค้าแบบทวิภาคี คือการเจรจาหนึ่งต่อหนึ่ง มีความสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะใช้อิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์มากดดัน การเจรจา คือเอาเงื่อนไขอำนาจทางทหารมากดดันทางการค้า หรือสลับกันคือเอาเงื่อนไขอำนาจ ทางการค้ามากดดันการเจรจาด้านภูมิรัฐศาสตร์ จนทำให้อำนาจการเจรจาการค้าไม่เท่ากัน เราเพิ่งเห็นแรงกดดันทางการค้า เพื่อให้เกิดการเจรจายุติความไม่สงบตามชายแดนไทยกับ กัมพูชาเมื่อเร็ว ๆ นี้ หากจะถามผมว่าผมเอาเรื่องนี้มาพูดทำไม รัฐบาลกำลังจดจ่ออยู่เรื่อง ภาษีทรัมป์ ที่ผมต้องยกขึ้นมาพูด เพื่อให้รัฐบาลในปัจจุบันและอนาคตจะต้องดำเนินนโยบาย เพื่อรับมือผลกระทบไม่ใช่เฉพาะการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐ เรื่องภาษีนำเข้าเท่านั้น แต่ต้องเตรียมรับผลกระทบจากแนวทางการเจรจาการค้าแบบหนึ่งต่อหนึ่ง หรือแบบทวิภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่มีกำลังทางเศรษฐกิจมากกว่าเรา เช่น ประเทศจีน ประเทศไทยมีอำนาจต่อรองบนเวทีโลกไม่มากนัก เราจึงควรยึดมั่นในข้อตกลง ที่ทำแบบพหุภาคีกับประเทศต่าง ๆ ขณะเดียวกันหากจะให้ประเทศเติบโตแบบยั่งยืนและ สามารถแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้ ประเทศไทยควรจะวางแผนในระยะกลางและระยะยาว ที่จะต้องลดสัดส่วนการพึ่งพาตลาดภายนอกลง เราจะต้องปรับโครงสร้างยุทธศาสตร์การค้า ของประเทศเราเสียใหม่ครับ การดำเนินนโยบายต่อจากนี้จะต้องสร้างให้โตภายในประเทศ แทนที่จะมุ่งพึ่งพาการค้าภายนอกอย่างเดียว แต่การสร้างให้โตจากภายในประเทศเราก็ต้อง เจอปัญหาสำคัญของประเทศไทย คือมีโครงสร้างภายในที่เปราะบาง ทำไมประเทศไทย ถึงโตช้ากว่าอินโดนีเซีย อินเดีย แล้วก็ฟิลิปปินส์ เรามาดูสัดส่วนการค้าต่อจีดีพี ผมเรียนสั้น ๆ อย่างนี้ ถ้าสัดส่วนการค้าต่อจีดีพีสูงเท่าไร แสดงว่าประเทศนั้นพึ่งพาเศรษฐกิจจากภายนอก มากยิ่งขึ้น ซึ่งเกิดความสุ่มเสี่ยงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยิ่ง มาดูตัวเลขสัดส่วนการค้า ต่อจีดีพีของไทยสูงถึง ๑๒๙ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าเราพึ่งพาเศรษฐกิจจากภายนอกเป็น อย่างมากนะครับ ในขณะที่อินโดนีเซียอยู่ที่แค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อินเดียอยู่แค่ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ และฟิลิปปินส์อยู่ที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เรามีปัญหาแรงงานครับ อายุเฉลี่ยของแรงงาน ในอินโดนีเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์อยู่ที่ ๓๐ ปีเท่านั้นเอง แต่ประเทศไทยของเราอยู่ที่ ๔๐ ปี เราจึงมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เรามีปัญหาเรื่องหนี้สินในครัวเรือน ตลาดภายใน เราจะต้องให้มีการเติบโตแบบกระจายในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมเสนอนี้ อาจจะไม่ใช่มาตรการรับมือสินค้าใดสินค้าหนึ่ง เพราะเป็นมาตรการระยะสั้นที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของ ประธานาธิบดีสหรัฐขึ้นอีก จะเกิดอะไรขึ้นในอีก ๓ ปีข้างหน้าถ้ามีการเลือกประธานาธิบดี สหรัฐคนใหม่ ประเทศไทยเราจะเจอปัญหาการค้าระหว่างประเทศวนเวียนคอยแก้ปัญหา เฉพาะหน้า วนเวียนซ้ำเดิม ๆ ไม่ใช่เป็นการเพิ่มการแข่งขันให้กับประเทศไทย สุดท้ายนี้ หลังจากที่ผมได้ยินท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ชี้แจงต่อสภาว่า ถึงแม้จะไม่มี ปัญหาทรัมป์ (Trump) เราก็มีปัญหามากมาย แล้วท่านก็ยกตัวอย่างปัญหามากมายครับ แต่ผมเชื่อว่าประเทศไทยเราต้องการการลงมือทำ เราต้องการ Action มากกว่าคำพูด คำชี้แจงสวยหรู ที่ผมกล่าวเช่นนี้เพราะอะไรครับ เพราะผมไม่เห็นในงบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๖๙ เลยที่จะกันงบประมาณเพื่อจะมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าว สุดท้ายนี้ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ขอให้พึ่งพา การเติบโตภายในมากขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคประชาชน ผมขอใช้เวลาในการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา ในประเด็นเตรียมการรับมือผลกระทบ Reciprocal Tariff เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นแรงสั่นสะเทือน ทางเศรษฐกิจที่อาจจะปะทุขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ วันพรุ่งนี้รัฐบาลสหรัฐจะประกาศตัวเลขภาษีทรัมป์ที่ไทยต้องแบกรับ ซึ่งตัวเลขดังกล่าว จะกลายเป็นสัญญาณเตือนแรงที่สุดไปยังกลุ่มแรงงาน กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการ ทุกระดับ เพื่อไม่ให้เกมภาษีข้ามแดนของประเทศมหาอำนาจกลายเป็นบาดแผลในบ้านเรา ด้วยนโยบาย America First ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม จากข้อมูลของสำนักงานผู้แทนการค้า สหรัฐหรือ USTR มีกำหนดบังคับใช้อัตราภาษีตอบโต้ต่อประเทศต่าง ๆ สูงสุดถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในบางรายการนำเข้า ซึ่งประเทศไทยอยู่ในรายชื่อกลุ่มประเทศที่อาจได้รับ ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม คำถามตรงไปตรงมาต่อรัฐบาลคือได้เตรียมรับมือ แต่ละฉากทัศน์ไว้อย่างไรสำหรับ Best Case Mid Case และ Worst Case ที่ผ่านมา เราเห็นเพียงการรับมือวันต่อวัน ไร้แผนเชิงรุก รอตั้งรับอย่างเดียว ผมต้องบอกว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาทองที่ไทยควรเปิดโต๊ะเจรจากับประเทศต่าง ๆ ที่เป็น คู่ค้าสำหรับเรา อย่างเช่น ประเทศจีน โดยเฉพาะปีนี้ตรงกับวาระ ๕๐ ปีความสัมพันธ์ ไทย-จีน นี่คือวาระที่เหมาะสมที่สุดที่จะยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ แต่ผมยังไม่เห็น ว่ารัฐบาลมีการใช้วาระสำคัญนี้สำหรับความสัมพันธ์ไทย-จีน ๕๐ ปีให้เป็นประโยชน์เชิงรูปธรรม แทนที่รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ในการเจรจาเชิงรุกกับประเทศจีนและประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ซึ่งกำลัง เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกาและอาจเปิดพื้นที่ให้กับประเทศพันธมิตร ที่จริงใจกับเรา จีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา ไทยจึงสามารถใช้จังหวะนี้ ในการสื่อสารเพื่อสร้างสถานการณ์แบบ Win Win ที่ยึดหลัก Principle based โดยยึด ๓ ข้อ ดังนี้🔗
๑. การขยายตลาดสินค้าไทยไปยังประเทศจีน ประเทศไทยยังขาดดุลการค้า กับประเทศจีนอย่างมีนัยสำคัญ เราควรเปิดตลาดเพิ่มในอีกหลาย ๆ พื้นที่ในประเทศจีน รัฐบาลควรเร่งศึกษาข้อจำกัด เช่นมาตรฐานการนำเข้าสินค้า กฎ ระเบียบกักกันโรค ยกตัวอย่าง ปีที่แล้วเราก็เจอปัญหาการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน และสินค้าไทยอีกไม่น้อยยังติด อุปสรรคด้านพิธีการนำเข้าสู่ประเทศจีน โดยเฉพาะสินค้าด้านการเกษตรพืชสมุนไพร และผลิตภัณฑ์ด้านการแปรรูป🔗
ข้อถัดไป การควบคุมการทะลักสินค้าจากประเทศจีน ปัจจุบันสินค้าจีน ราคาถูกทะลักเข้าสู่ตลาดไทยผ่านช่องทางออนไลน์สร้างแรงกดดันต่อ SMEs ของไทย พร้อมกันนั้นยังมีปัญหา Nominee ปัญหาการสวมสิทธิและกรณีที่สหรัฐอเมริกาเก็บภาษี ตอบโต้การสวมสิทธิจากเวียดนามถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไทยเองก็เสี่ยงที่จะถูกมาตรการ ทำนองเดียวกัน ขณะเดียวกันเราควรเพิ่มสัดส่วน Local Content โดยยึดหลัก Principle based โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม โดยไม่ เลือกข้าง ไม่เลือกฝ่ายใดในการรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์กับทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา ใช้จังหวะนี้ในการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อพันธมิตร ที่ใกล้ชิดกับเราเสมอมา🔗
ข้อ ๓ การฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวจากประเทศจีน ข้อมูลจาก ททท. เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังฟื้นกลับมาไม่ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับก่อนโควิด ทางออกหนึ่งที่เป็นไปได้คือการเจรจาเพื่อให้จีนสนับสนุนเที่ยวบิน เช่าเหมาลำ หรือ Charter Flight โดยเฉพาะจากเมืองรองเพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการการกำกับสื่อต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งนอกจากนี้แล้วควรขยายการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่น ๆ ด้วย เพื่อกระจายความเสี่ยงและไม่พึ่งพา ตลาดใดตลาดหนึ่งมากจนเกินไปจะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยยั่งยืนได้ในระยะยาว ผมจึงขอ เสนอให้รัฐบาลพิจารณาวางแผนรับมือต่อสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้🔗
๑. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจระหว่างประเทศในลักษณะ War Room เพื่อใช้สำหรับการสื่อสารกับประเทศต่าง ๆ นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา🔗
๒. เปิดโต๊ะเจรจากับประเทศคู่ค้าโดยเร็ว โดยเฉพาะประเทศจีน🔗
๓. ยืนหยัดอยู่บนหลักผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่เพียงประคับประคอง สถานการณ์แบบรายวัน🔗
ท่านประธานครับท้ายที่สุดแล้วในฐานะผู้แทนราษฎรผมขอเป็นกระบอกเสียง เป็นตัวแทนแรงงาน เกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับที่รอความชัดเจนจากผู้นำประเทศ และผมขอย้ำว่า ประเทศไทยอาจจะไม่ได้ใหญ่พอที่จะกำหนดทิศทางโลก แต่เราเข้มแข็ง พอที่จะยืนหยัดเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ปิดรับท่านสมาชิกที่จะอภิปรายแล้วนะครับ ต่อไปเชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับเกี่ยวกับเรื่องภาษีทรัมป์ ก็ขออนุญาต ชื่นชมทาง Team Thailan ที่ได้ใช้ความอดทนเป็นอย่างยิ่ง ในการเจรจาในเรื่องภาษีนำเข้ากับทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกา การที่พวกเราใช้เวลาเจรจามา เป็นระยะเวลานานก็เป็นตัวพิสูจน์เป็นอย่างดีว่า รัฐบาลพยายามที่จะรักษาผลประโยชน์ ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน SMEs และเกษตรกรอย่างเต็มที่ เหตุผลที่ผมกล่าวเช่นนั้น ก็เพราะว่า ถ้าหากเรายอมตามที่สหรัฐอเมริกาต้องการ โดยทำเช่นเดียวกันกับประเทศอินโดนีเซีย หรือประเทศเวียดนาม การเจรจาก็คงจบไปก่อนหน้านี้หลายอาทิตย์แล้ว แต่สาเหตุที่ การเจรจายังคงยืดเยื้ออยู่จาก Deadline วันที่ ๑ กรกฎาคม ย้ายมาเป็น Deadline วันที่ ๑ สิงหาคม ก็เนื่องจากว่า ในการเจรจานั้นทางทีมเจรจาก็ยังพยายามที่จะรักษาอุตสาหกรรม สำคัญ ๆ ยังพยายามที่จะรักษา SMEs ยังพยายามที่จะรักษาในภาคส่วนเกษตรกรที่มี ผลกระทบอย่างใหญ่หลวง แล้วเราไม่อาจที่จะยอมเปิดได้ ทำให้การเจรจานั้นยืดเยื้อยาวนาน จนถึง Deadline วันนี้ แต่อย่างไรก็ดีครับ ในเรื่องของ Deadline นั้นมันเป็น Deadline ของประเทศไทย ขณะเดียวกันก็เป็น Deadline ของสหรัฐอเมริกาด้วย เพราะตัวอเมริกาเอง ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) เคยบอกว่า ๙๐ วัน จะมี ๙๐ Deal แต่ก็ปรากฏว่าผ่านมา ๑๐๐ กว่าวันแล้วนะครับ ปัจจุบันนี้ก็ยังได้ไม่ถึง ๑๕ Deal เลย เพราะฉะนั้นทางอเมริกา ก็ตกอยู่ภายใต้ความกดดันเช่นเดียวกัน ความกดดันอันหนึ่งก็จะมาจากในเรื่องของ กฎหมายที่ประธานาธิบดีสหรัฐใช้ในการประกาศภาษีตัวนี้ เนื่องจากการใช้อำนาจ ตาม IEEPA หรือที่เรียกกันว่า International Emergency Economic Powers Act หรือ เป็นการใช้อำนาจในสถานการณ์เศรษฐกิจฉุกเฉินนั้นมีเงื่อนไขการใช้ว่า จะต้องเป็น สถานการณ์ฉุกเฉินจะต้องเป็นเหตุการณ์ที่ Unusual ไม่ปกติ เป็นเหตุการณ์ที่จะต้อง Extraordinary พิเศษ เป็นภัยคุกคามพิเศษ จึงจะใช้อำนาจได้ ซึ่งการใช้อำนาจตัวนี้ก็มีการ โต้แย้งกันมากนะครับ ในสหรัฐอเมริกาเองก็มีการฟ้องร้องไปที่ ICJ แล้วก็ในศาลชั้นต้น ก็ได้บอกว่า การใช้อำนาจตัวนี้ยังไม่ถูกต้อง แต่ว่าอย่างไรก็ดีเรื่องนี้ก็ไปถึงศาลฎีกาของสหรัฐ ซึ่งก็คงจะมีการเริ่มพิจารณาตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคมเป็นต้นไป ซึ่งผลก็อาจจะออกมาก็ได้ว่า การใช้อำนาจนี้ของประธานาธิบดีสหรัฐอาจจะเกินเลยไปกว่าเงื่อนไขที่จะใช้ได้ ทำให้ทาง ประธานาธิบดีสหรัฐอาจจะต้องใช้อำนาจตามกฎหมายอื่น ไม่ว่าจะเป็น Section 122 ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาดุลชำระเงินที่ขาดดุลอย่างรุนแรง หรือจะเป็นการใช้อำนาจตาม Section หรือมาตรา ๒๓๒ ในเรื่องของภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ หรือจะเป็น การใช้อำนาจตาม Section 301 ในเรื่องของการได้รับการปฏิบัติในเรื่องของการค้าที่ไม่เป็นธรรม หรือเป็นเรื่องของการใช้อำนาจตามมาตรา ๗๓๑ ในเรื่อง Anti-dumping Duty หรือการ ตอบโต้การทุ่มตลาด ซึ่งทางประธานาธิบดีสหรัฐก็คงจะมีหลายเงื่อนไข และถ้าหากใช้จริง ๆ ด้วยเงื่อนเวลาที่จำกัดหากประธานาธิบดีสหรัฐจะใช้อำนาจจริง ๆ ก็คงต้องใช้อำนาจ ตามมาตรา ๑๒๒ เพราะว่าสามารถใช้ได้ทันทีโดยอำนาจของประธานาธิบดีเอง ก็คือใช้ อำนาจว่าดุลการชำระเงินได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่ว่าอำนาจตามมาตรานี้ให้อำนาจ ประธานาธิบดีเก็บภาษีได้เพียงไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นถ้าหากว่าเราดูในเรื่องของ ข้อจำกัดในการพิจารณาในการเจรจาแล้วตัวประธานาธิบดีสหรัฐเองก็มีความกดดันจำนวน มากมายเช่นเดียวกันกับตัวประเทศไทย เราก็อาจจะกล่าวได้ว่าแม้เราจะเป็นประเทศเล็ก ๆ เสียเปรียบสหรัฐอเมริกาในเรื่องของอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่ว่าในการเจรจาครั้งนี้เราก็ยังมี ข้อต่อรองที่พอจะต่อรองกับสหรัฐอเมริกาได้นะครับ ก็คงไม่จำเป็นจะต้องยอมสหรัฐอเมริกา ไปทั้งหมดในทุกเรื่อง ท่านประธานครับ ผมมีข้อเสนอว่าเราก็คงต้องพยายามเจรจาให้ได้ข้อตกลงกับทาง สหรัฐอเมริกาให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ถ้าหากว่าเลยวันที่ ๑ จริง ๆ ก็คงไม่ได้เสียหายถึงขั้นว่า คอขาดบาดตาย เพราะว่าในเรื่องของการเจรจานั้นในเรื่องรายละเอียดไม่มีทางจบเร็ว ต่อให้ เราเจรจาจบในวันที่ ๑ สิงหาคม แต่ว่าพอลงไปในรายละเอียด อย่างไรก็ต้องใช้เวลาอยู่ดี ดังนั้นการเจรจาขอให้ใช้ความรอบคอบ เจรจาโดยให้ไทยได้ประโยชน์ที่สุด พี่น้องประชาชน เสียหายน้อยที่สุด SMEs เสียหายน้อยที่สุด และถ้าหากว่ามีความจำเป็นต้องเปิดตลาด บางตลาด แล้วทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนเสียหาย อย่างเช่น ถ้ายอมเปิดตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้แต่เดิมเรามีกำแพงภาษีสูงถึง ๗๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรับเป็น ๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คงจะทำให้ พ่อแม่พี่น้องที่เป็นเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด คงจะไม่สามารถที่จะปลูกข้าวโพดต่อไปได้ ก็ฝาก รัฐบาล ถ้าหากว่าเกิดเหตุการณ์อันนี้จริง ๆ ผมยังไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ถ้าหาก เกิดขึ้นจริง ๆ ก็ขอให้มีการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการขาดทุนในการปลูกข้าวโพดของ พี่น้องเกษตรกร แล้วให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการหันไปปลูกพืชชนิดอื่น ไม่ว่าจะ เป็นอ้อยก็ดี มันสำปะหลังก็ดี ให้เหมาะกับพื้นที่ที่สามารถปลูกได้ให้เหมาะสม โดยการชดเชย อย่างรวดเร็วและเพียงพอ พี่น้อง SMEs ต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน สุดท้ายนี้ผมก็ขออนุญาตเป็น กำลังใจให้กับ Team Thailand ที่จะเจรจากับสหรัฐอเมริกาต่อไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ ของประเทศไทย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่าน ธิษะณา ชุณหะวัณ ตามด้วยท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญท่านธิษะณาครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาธร และราชเทวี พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมาอภิปรายการรับมือ ผลกระทบจากข้อตกลงในการเจรจาอัตราภาษีตอบโต้สหรัฐอเมริกา หรือ Reciprocal Tariffs🔗
ตอนนี้ประเทศไทยเรา กําลังเผชิญกับสงครามทางการค้า ที่มหาอํานาจอย่างสหรัฐอเมริกาได้มีกําแพงภาษี มาเป็นอาวุธ แม้กระทั่งนําเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชามาข่มขู่ในการตัดการค้า ระหว่าง ๒ ประเทศ โดยในสถานการณ์ปัจจุบันการขึ้นกําแพงภาษีหรือแม้กระทั่งการ ตัดการค้าโดยสิ้นเชิงจะมีผลกระทบที่สั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอุตสาหกรรม SMEs รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา หลังจากนี้ ในภาคอุตสาหกรรมหลักของไทยจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ หม้อแปลงไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งยางรถยนต์ ล้วนมีตลาดส่งออกสำคัญคือสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลให้สินค้าไทย สูญเสียความสามารถที่จะไปแข่งขันในตลาดสหรัฐอเมริกา และอาจทำให้ผู้บริโภค ในสหรัฐอเมริกาหันไปพึ่งพาสินค้าในประเทศคู่แข่งที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า ทำให้เขาได้เปรียบ ในส่วนแบ่งทางการค้า ทั้งยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคการผลิต การส่งออก แรงงานไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่ไม่ใช่เป็นเพียงการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาที่เราได้รับรู้ผ่านสื่อ แต่เป็นภัยเงียบที่กําลังคืบคลานเข้าสู่รากฐานของอุตสาหกรรมไทย ขอสไลด์ที่ ๒🔗
ประเด็นแรก คือปัญหาสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากว่าสินค้าเหล่านี้แม้ว่า ผลิตในไทย แต่บริษัทแม่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา ทำให้สินค้ากลุ่มนี้อาจถูกพิจารณาว่า อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของไทย และถูกกำหนดภาษีนําเข้าหรือควบคุมพิเศษ ตัวอย่างเช่น โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ Hard Drive PCB ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึง Semiconductor หมายความว่าแม้บริษัทแม่ของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่โรงงานผลิตตั้งอยู่นอกประเทศ อาจจะไม่ได้ถูกแยกแยะว่าเป็นของไทยหรือสหรัฐอเมริกา และยังคงถูกนำไปคิดภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตราที่สูงกว่าเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ นโยบายทรัมป์ (Trump) ที่บีบให้บริษัทอเมริกันต้อง Reshore หรือย้ายฐานการผลิตกลับไป ที่สหรัฐอเมริกา โดยการขึ้นภาษีเป็นแรงกดดัน สุ่มเสี่ยงต่อการเสียเครดิตทางการเมือง ในสหรัฐอเมริกา ถูกตั้งเป้าควบคุมทางการค้า ถูกลดสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในกรณีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐหรือโครงการกึ่งรัฐ เช่น รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์สื่อสาร พวกที่หากผลิตนอกประเทศอาจจะเกิดความเสี่ยงต่อ Supply Chain Disruption ประเทศแม่จะต้องลดการพึ่งพาโรงงานในไทย เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า ซึ่งอาจจะส่งผลเสียในการจ้างงานท้องถิ่น การถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ต่าง ๆ รวมไปถึง รายได้จากการส่งออกในอุตสาหกรรมสำคัญ🔗
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยค่ะ ผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมในไทย โดยเฉพาะในกรณีของสินค้าที่ประกอบหรือผลิต ในประเทศไทย ใช้ชิ้นส่วนจากจีนหรือจากประเทศอื่น ๆ ค่ะ และบริษัทแม่อยู่ในสหรัฐ นับเป็น ๒ ดอกที่เราจะโดนค่ะ ดอกแรกคือด้านต้นทุน หรือชิ้นส่วนจากจีนหรือประเทศอื่น ๆ อาจถูกเก็บภาษีเมื่อนำเข้าไทย ดอกที่ ๒ เราโดนด้านการตลาด เมื่อส่งสินค้ากลับไปที่สหรัฐ ก็จะถูกเก็บภาษีซ้ำอีกค่ะท่านประธาน ในลักษณะนี้เป็นเครื่องมือในการลดการพึ่งพา Supply Chain ที่มีจีนในสมการ ซึ่งไทยในฐานะฐานการประกอบก็จะถูกเหมารวมไปด้วยค่ะ อาทิเช่น ๑. อุตสาหกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ๒. ยานยนต์ ตอนนี้ก็เป็นผู้นำในด้านยานยนต์ ไฟฟ้าหรือยานยนต์ EV ๓. เครื่องใช้ไฟฟ้า ๔. เครื่องมือการแพทย์ ๕. สินค้าเทคโนโลยีที่ต้อง ใช้ Input จากหลายประเทศ และผลกระทบที่จะได้รับคืออะไร ๑. ถูกมองว่าเป็นสินค้าจีนแฝง และเผชิญภาษีซ้ำซ้อน แม้สินค้าจะประกอบในไทย แต่หากมีการใช้ชิ้นส่วนจากจีนก็อาจ ถูกตีความว่าเป็นสินค้าจีนโดยอ้อมค่ะ ๒. เกิดความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทาน ผู้ผลิตในไทย ต้องเผชิญกับความเสี่ยงการจัดซื้อชิ้นส่วนล่าช้า ราคาชิ้นส่วนที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอน ของการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า อย่างที่ ๓ ค่ะ คือบริษัทแม่ที่อยู่ในสหรัฐอาจย้ายฐาน การผลิตหรือเปลี่ยนฐานการผลิตค่ะ ย้ายฐานการประกอบจากไทยในประเทศที่ไม่มีจีน ใน Supply Chain เพราะเขาเป็นคู่กรณีกับจีน หรือว่าแข่งขันกับจีน หรือเลือกประเทศที่มี ข้อตกลงภาษีอย่างเช่น เวียดนาม และประเทศฟิลิปปินส์ที่ปิด Deal ไปแล้วเป็นต้น สุดท้าย อุตสาหกรรมไทยจะตกอยู่ในสภาวะติดกับดักคู่ขนาน คือได้รับแรงกดดันจากด้านต้นทุนและ ด้านการตลาด ธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่เป็น OEM หรือ Tear One ใน Supplier อยู่ในสภาพที่กดดันอย่างรุนแรง ดิฉันจึงอยากเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลให้ ๑. เจรจากับ สหรัฐเพื่อให้ไทยได้รับข้อยกเว้นภาษีบางประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มในประเทศสูง ๒. ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนสินค้าที่ผลิตในประเทศเราค่ะ และชิ้นส่วนจากประเทศพันธมิตร ในอาเซียน เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาจีน ซึ่งเป็นคู่กรณีกับสหรัฐ ๓. สนับสนุนระบบตรวจสอบ แหล่งกำเนิดสินค้าอย่างโปร่งใส เพื่อยืนยันว่าสินค้าประกอบในประเทศเราอย่างแท้จริง และ ๔. คือกระจายการหาตลาดส่งออกใหม่ ที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้พูดหลายคนมีทั้งอินเดีย ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย เราสามารถส่งออกได้หลายประเทศที่ประชากรมีกำลังซื้อ🔗
ต่อไปก็คือผลกระทบต่อ SMEs หรือผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกโดยตรง ไปยังสหรัฐ อันนี้จะได้รับผลกระทบมากที่สุดเป็นผลกระทบที่ไทยต้องเผชิญ เพราะมีความ เปราะบางเป็นพิเศษ และไม่มีอำนาจต่อรองสูงเหมือนบริษัทข้ามชาติ หรือว่าเป็นบริษัทที่เป็น International Corporation SMEs หรือว่าบริษัทรายย่อยมีต้นทุนการผลิตและขนส่งสูง อยู่แล้ว และถูกบวกภาษีนำเข้าเพิ่มจะทำให้ไม่สามารถทำกำไรได้ หรืออาจถึงขั้นต้องถอนตัว ออกจากตลาดสหรัฐไปโดยปริยายค่ะ ผู้ประกอบการไทยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วย ผู้ส่งออกทางการเกษตรราคา เช่น ข้าว น้ำตาล ยางพารา ผลไม้สดแปรรูป ผู้ส่งออกสินค้า แปรรูปจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น อาหารกระป๋อง เครื่องดื่ม สมุนไพรไทย และผู้ส่งออก วัตถุดิบหรือกึ่งวัตถุดิบ เช่น เส้นใยธรรมชาติ สารสกัด ยางดิบ หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปเบื้องต้น หลายรายเป็นกิจการที่ไม่มีบริษัทแม่ หรือพันธมิตรระดับโลกสนับสนุนเป็นเพียงธุรกิจท้องถิ่น ที่มีเครือข่ายการค้าโดยตรงกับผู้นำเข้าสหรัฐค่ะ เนื่องจากต้นทุนภาษีที่สูงเกินกว่าจะรับไหว และขาดอำนาจต่อรองในการเจรจาการค้า กระทบกับห่วงโซ่เศรษฐกิจชุมชน และมีความไม่แน่นอนและต้นทุนแฝงจากการเปลี่ยนกฎการค้า เช่น การเปลี่ยนแปลงในกฎ ถิ่นกำเนิดการค้าหรือ Rule Of Origin การตรวจสอบย้อนกลับหรือ Traceability ค่ะ การขึ้นภาษีแบบเฉพาะเจาะจงหรือว่า Target Tariff ค่ะ SMEs เหล่านี้เสียเวลาและต้นทุน ในการปรับตัวอย่างรุนแรง ผู้ส่งออกมะพร้าวขูดแห้ง มังคุดแช่แข็ง หรือยางแผ่นรมควัน รายย่อยที่เคยมีคำสั่งซื้อประจำจากสหรัฐต้องถูกยกเลิก เนื่องจากต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โรงงานทำน้ำพริกแปรรูปที่ผลิตส่งออกในสหรัฐถูกตัด GSP และเจอ กำแพงภาษีแบบไม่ทันตั้งตัวค่ะ ดิฉันจึงขอเสนอให้รัฐบาลจัดทำบัญชีรายการ SMEs ที่มี ความเสี่ยงจากการส่งออกไปยังสหรัฐเพื่อให้ความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มค่ะ ๒. ผลักดัน มาตรการลดภาษีในประเทศและเงินสนับสนุนการตลาดให้แก่ SMEs เพื่อสามารถกระจาย ตลาดส่งออกใหม่ได้ เช่นตะวันออกกลาง อินเดียและ EU ค่ะ ๓. จัดตั้งหน่วยเฝ้าระวัง การค้าโลกที่มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรงในการตีความภาษีกฎการค้า แบบ Traceability และ ๔. การเจรจาระดับทวิภาคีให้สหรัฐกับ SMEs ได้รับสิทธิพิเศษ ใต้ข้อตกลง Bilateral Trade Cooperation รัฐบาลไทยควรเตรียมความพร้อมในเชิงการทูต เศรษฐกิจ กฎหมายการค้า เพื่อปกป้องผู้ประกอบการเหล่านี้ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของ เศรษฐกิจฐานรากและการส่งออกของประเทศ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ก็พยายามให้อยู่ในเวลานะครับ เพราะเยอะครับ เชิญท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ วันนี้ขออนุญาตมาร่วมอภิปรายในเรื่องของภาษีทรัมป์ วันนี้ ก็ขออนุญาตใช้ Model Trump เลยครับ T R U M P Trump Model ทุกท่านทราบดีแล้วว่า จีดีพีบ้านเราประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน U.S. Dollar ส่งออกประมาณสัก ๓๐๐,๐๐๐ ล้าน และ ใน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านที่ส่งออก ส่งออกไปที่สหรัฐประมาณ ๕๐ K หรือ ๕๐,๐๐๐ ล้าน U.S. Dollar ก็ประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เราส่งออกไป นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมสหรัฐอเมริกาเขาถึงมี ผลกระทบกับบ้านเรานะครับ🔗
ทีนี้มาดูที่ T ตัวแรกครับ T ตัวแรกคือคำว่า Tax ครับ Tax แปลว่าภาษีครับ เรามาดูภาษีที่เราเก็บกับเขาครับ สมมุติว่าเป็นสินค้าคอมพิวเตอร์ เราเก็บกับเขา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือเรานำเข้ามาเราเก็บเขา ๑๐ เวลาเราส่งออกเขาเก็บเราประมาณ ๐.๓ น้อยมากเห็นไหมครับ นี่คือสิ่งแรก ต่อมามาดูที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่เป็นโทรศัพท์ เราเก็บกับเขาประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเก็บกับเราเวลาเราส่งออกไปเขาเก็บเราไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ อีกสักตัวอย่างหนึ่งครับ ตัวอย่างเช่น ยางครับ ยางเรานำเข้ามา เราเก็บ กับเขา เราเก็บเขาประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พอเราส่งไปให้เขาครับ เขาเก็บกับเราแค่ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ และนี่คือสิ่งที่สหรัฐเขาเจ็บปวดครับ เขาบอกว่าไทย คุณกำไรเกินไปไหม และไม่ใช่แค่ Thailand ประเทศอื่นก็เป็นแบบนี้ ทำให้ทรัมป์ (Trump) เขาก็ต้องตอบโต้ครับ เป็นเรื่องปกติว่ามันต้อง ๐ เปอร์เซ็นต์ได้ไหม มันก็เป็นเหมือนกับ Cycle เป็นวงจรของการ ทำธุรกิจมี ๐ เปอร์เซ็นต์ เอฟทีเอบ้าง จะมี ๑๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๒๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง เป็นเรื่อง ปกติ ถ้าเรารับมือได้เหตุการณ์วันนี้จะไม่ต้องมาอภิปรายกันและนี่คือ T ตัวแรก🔗
ต่อมาคือตัว R ครับ R คืออะไรครับ R อ.เอท ใช้คำว่า Retaliate ครับ Retaliation แปลว่าอะไร แปลว่าการตอบโต้ครับ ถ้าเราจะตอบโต้ด้วย ๐ เปอร์เซ็นต์ เช่น ตัวอย่าง การตอบโต้ ๐ เปอร์เซ็นต์ เช่น การนำเข้า เมื่อครู่นี้พูดกันเยอะครับ ถ้าเป็นเรื่อง ข้าวโพดเราผลิตได้ประมาณ ๕ ล้านตัน เรานำเข้าอีก ๕ ล้านตัน ๕ ล้านตันผลิตจากใครครับ ผลิตจากเกษตรกร อีก ๕ ล้านตันนำเข้ามาจากเพื่อนบ้าน ถ้าเราไปเอานำเข้าจากประเทศ ที่เป็นอเมริกา มี GMO ครับ ข้าวโพดของอเมริกาเป็น GMO และเป็นการตัดต่อพันธุกรรม จะมีปัญหาไหม อันนี้ก็ฝากท่านด้วยนะครับ เพราะหลายที่เขาคิดแล้วว่าไม่ควรนำเข้ามา แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องมีวิธีการ ต่อมาถ้าเป็นตัวถั่วเหลือง อันนี้ขออนุญาตยกตัวอย่างถั่วเหลือง ถั่วเหลืองนี้เรานำเข้าหลัก ๆ เลยครับ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เราใช้ถั่วเหลืองปีหนึ่งประมาณ ๓.๕ หรือ ๓.๖ ล้านตัน และถั่วเหลืองที่เราผลิตได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ตันครับ เราผลิตน้อย มากจริง ๆ นั่นแสดงว่าเรานำเข้ามาอย่างเดียวเลยครับ ทีนี้เรานำเข้าจากไหน ปกติก็อาจจะ เป็นบราซิลครับ ต้นทุนต่อตันประมาณสัก ๔๙๐ หรือ ๕๙๐ อันนี้ก็เป็นต้นทุนนะครับ ขอโทษ ทีครับ ประมาณ ๕๙๐ แต่ถ้าเกิดเราไปนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา กลายเป็นต่อตันก็ ๖๑๔ แสดงว่าราคาต่อตันก็ต่างกันแล้วครับ ถ้าท่านนำเข้า เราไม่ได้นำเข้าแค่ตันเดียว เรานำเข้า เป็นล้านตัน ถ้าเรานำเข้าจากสหรัฐอเมริกาอย่างเดียวเราจะขาดทุนด้านนี้ถึงประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท เฉพาะแค่อะไรครับ ถั่วเหลือง นี่คือสิ่งที่อยากจะให้ตระหนักครับ ไปดูอีกอันหนึ่งเดี๋ยวเพื่อน ๆ กว่าจะพูดกันครบ หมูครับ หมูนี่เราผลิตได้ปีหนึ่งประมาณ ๒๒ ล้านตัว จริง ๆ แล้วหมูเราผลิตพอ สุกรเราผลิตพอครับ แต่ถ้าเกิดเรานำหมูเข้ามามันจะ ทำให้เกษตรกรตัวเล็กตัวน้อยเขามีปัญหาไหม นี่คือสิ่งที่ อ.เอท อยากที่จะสะท้อน ให้เห็นว่าเราบางอย่างก็มีอยู่แล้ว ฉะนั้นการที่เราจะไปตอบโต้ด้วย ๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะ ไม่คุ้ม อาจจะเป็นการลงทุนแทน อย่างเช่น เกาหลีเขาไปลงทุนที่สหรัฐอเมริกา ตอนนี้เขา ลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ซึ่งก็ครึ่งหนึ่งของเราเลยเกือบ ๆ ครึ่งของจีดีพี ถ้าเป็นญี่ปุ่นเขาไป ลงทุนเพื่อให้ภาษีทรัมป์ลดลงมาเหลือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ลงทุนถึง ๕๕๐,๐๐๐ ล้าน U.S. Dollar ก็คือพูดง่าย ๆ ประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียวลงทุนที่สหรัฐอเมริกามากกว่าจีดีพีของ ประเทศไทย นี่คือสิ่งที่เราอาจจะต้องคิดทบทวนใหม่เลยว่าอาจจะต้องลงทุน อาจจะไม่ต้อง เท่าเขาครับ ไม่ต้องเท่าจีน ขอโทษครับ ไม่ต้องเท่าที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลี แต่ต้องมีการ แลกเปลี่ยนด้วยการลงทุน และแม้กระทั่งการเปลี่ยนกฎหมาย เมื่อสักครู่นี้ท่านรอง นายกรัฐมนตรีก็พูดแล้วครับ กฎหมายที่เกี่ยวกับการ Trade บางอย่างมันยังล้าหลังมาก ถึงเวลาแล้วที่ต้อง Reform กฎหมายการค้า🔗
ขออนุญาตไปที่ตัวต่อไปครับ ก็คือตัว U U คืออะไรครับ U คือ Utility Theory เป็นเรื่องของทฤษฎี เขาเรียกว่าเป็นอรรถประโยชน์ สมมุติเงิน อ.เอท ๑๐๐ บาท ๑๐๐ บาทสำหรับ อ.เอท ซื้อข้าวได้ ๒ มื้อ แต่ถ้าเกิดเป็น ๑๐๐ บาทของ สส. อบ อาจจะได้ กาแฟแค่แก้วเดียว แสดงว่ามูลค่าของเงิน ๑๐๐ บาทของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน นั่นแสดงว่า ถ้าเรานำเข้า ๑ ล้านตัน ที่เป็นข้าวโพด หรือ ๑ ล้านตัน ที่เป็นถั่วเหลือง บางคนรู้สึกว่า ๑ ล้านตัน อาจจะไม่เยอะ แต่สำหรับเกษตรกรที่เป็นตัวเล็กตัวน้อยอาจจะรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่ เขาอาจจะ เจ๊ง แล้วก็จบอาชีพก็ได้ เพราะฉะนั้นแสดงว่าเรื่องของอรรถประโยชน์แต่ละคนคิด ไม่เหมือนกัน ก็ฝากให้ทางรัฐบาลช่วยคิดนะครับ🔗
ต่อมาคือตัว M M คือ Measurement แปลว่าอะไรครับ แปลว่าการวัด โดยเฉพาะการวัดที่เป็น Lost Measurement การเสียหาย ขออนุญาตพูด ๓ ประเด็นครับ ๑. คือ Labor คนที่มีผลเกี่ยวข้องกับ Labor คือแรงงานประมาณ ๒๐ ล้านคน ท่านจะต้อง เยียวยาตรงนี้ เรื่องเกี่ยวกับ Horticulture ก็คือการเกษตรครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาง เรื่องสัตว์ เรื่องอาหารแปรรูป โดนแน่นอน และสุดท้ายครับ จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง Industry หรือเป็นอุตสาหกรรมด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศ รถยนต์ เหล็ก พลาสติก รวมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกลต่าง ๆ อีกหลาย Industry มาก ที่มีคนมีผลกระทบอีก ๒๐ ล้านคน ตรงนี้รัฐบาลต้องคิดนะครับ🔗
ไปถึงตัวสุดท้ายครับ ก็คือตัว P ไม่อยากให้เกินเวลานะครับ ตัว P ในที่นี้คือ Proactive อ.เอท ขอแนะนำ Proactive คือคิดเชิงบวก คิดเชิงบวกเราควรจะมี Big Fight ใหม่ได้แล้ว เพราะเราคิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ไม่มีทางที่ประเทศจะดีกว่าเดิม ฉะนั้น Big Fight ใหม่ อ.เอท ขอแนะนำครับ ๑. ด้าน Medical ก็คือด้านเกี่ยวกับสุขภาพ ด้านหมอ ๒. ก็คือด้าน Arrow Logistics การคมนาคมที่ใช้ทางอากาศ ซึ่งเราก็มีอยู่แล้วครับ Robotic ต้องนำเข้ามาเราต้องลงทุนด้านนี้แล้ว หลายคน อว. ก็ทำด้านนี้ทำไมมันยังไม่เป็น ประโยชน์เสียทีหนึ่ง ด้าน Digital Hub Big Data Cloud ไปไหนครับ ที่เป็นพัน ๆ ล้าน ตอนนี้หายไปหมดเลย และสุดท้ายก็คือเรื่อง Biochemical ชีวภาพด้านเคมีผลิตเกี่ยวกับ เรื่องของพลังงาน ด้านยา ถ้าเราทำตรงนี้ได้ Big Fight ใหม่ ประเทศเราเจริญแน่นอนครับ และสุดท้ายนี้ครับท่านประธาน อ.เอท ก็อยากจะบอกว่าถ้าเราทำแบบ Proactive หรือเรา เตรียมพร้อมพอ จะมีอีก ๑๐ ทรัมป์ (Trump) เราก็ไม่มีวันเพลี้ยงพล้ำ ขอบคุณท่านประธาน Respect🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสกุณา สาระนันท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็ขอร่วมอภิปรายญัตตินี้ ในประเด็นผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจและการค้าไทยภายใต้ ข้อตกลงในการเจรจาภาษีตอบโต้ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา นับจากวันพรุ่งนี้ก็คือวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ที่ทางสหรัฐอเมริกาจะใช้เกณฑ์ภาษีใหม่ ซึ่งคาดว่าก็จะทำให้เกิดผลกระทบ กับภาคเศรษฐกิจการค้าไทยใน ๒ ภาคส่วนหลัก ๆ ก็คือภาคการเกษตรแล้วก็ภาคอุตสาหกรรม สำหรับภาคเกษตร ดิฉันมีข้อกังวลซึ่งสอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายไป ก่อนหน้านี้ว่า ข้อตกลงการเจรจาภาษีตอบโต้ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาจะส่งผลกระทบต่อ ภาคการเกษตรไทยโดยตรง แล้วก็จะเป็นภาคที่ถูกกระทบก่อนภาคอื่น ๆ ด้วย เมื่อเปิดตลาดให้สินค้าเกษตรจาก ต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า มีระบบการผลิตที่ทันสมัยกว่า แล้วก็มีเงินอุดหนุนจากรัฐบาลด้วย ผลผลิตเกษตรของไทย เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง หรือแม้แต่เนื้อวัว ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง ราคาที่ตกต่ำลงไปก็จะทำให้ ขาดอำนาจการต่อรอง และสุดท้ายเกษตรกรไทยก็จะกลายเป็นผู้แบกรับต้นทุนจากนโยบายนี้ อย่างเลี่ยงไม่ได้ ภาคการเกษตรไทยก็อ่อนแออยู่เดิมจากหลายสาเหตุอยู่แล้ว แม้ไม่มีประเด็น ในเรื่องของภาษีทรัมป์นี้ก็ตาม สินค้าเกษตรบางตัวก็ถูกกระทำอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ถั่วเหลืองซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว วันนี้เรานำเข้าถั่วเหลืองมากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ทำไมเราถึงเป็นแบบนั้นทั้งที่ถั่วเหลืองเคยเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศด้วยซ้ำ ก็เพราะว่าในด้านกฎหมายเราไม่ได้อนุญาตให้มีการปลูกพืช ๆ จีเอ็มโอ ถั่วเหลือง ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งมีสายพันธุ์จีเอ็มโอ แต่ในขณะที่เรายอมรับให้มีการนำเข้าเข้ามา ถั่วเหลือง ที่เป็นจีเอ็มโอก็จะมีผลผลิตที่ดีกว่า มีความต้านทานโรคที่ดีกว่าก็ทำให้การแข่งขันของเรา สู้ต่างชาติไม่ได้ ความหมายก็คือภาคการเกษตรไทยถูกกระทำจากหลาย ๆ ด้านอยู่แล้ว แม้ไม่มีเรื่องภาษี ดังนั้นถึงเวลาที่เราต้องหันมาใส่ใจแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้น ภาคการเกษตรอาจหายไปจากโครงสร้างของสังคมไทย นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกินจริง กฎหมาย เรียกว่าฝังก็ได้นะคะ พืชที่ชื่อถั่วเหลืองไปแล้วก็หวังว่าผลกระทบด้านภาษีทรัมป์จะไม่ฝัง สินค้าเกษตรใด ๆ เพิ่มขึ้นมาอีก ส่วนภาคอุตสาหกรรม เกณฑ์ภาษีใหม่ครั้งนี้แม้คาดว่าจะ กระทบกับภาคอุตสาหกรรมนี้น้อยกว่าภาคการเกษตร แต่ก็ได้หมายความว่าจะกระทบน้อย จนจะไม่เป็นปัญหา ผลกระทบนี้จะมากพอที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมหดตัว การจ้างงาน ลดลง ก็จะคล้ายตอนที่เกิดสถานการณ์โควิดที่เมื่อมีการจ้างงานน้อยลง แรงงานก็จะกลับคืน สู่ท้องถิ่น สุดท้ายก็จะไปรวมอยู่กับภาคการเกษตร และท่านประธานก็คงทราบดีว่าโครงสร้าง การเกษตรไทยก็ไม่ได้ส่งเสริมให้ภาคการเกษตรเราเติบโต ซึ่งมันก็จะยิ่งทำให้ปัญหา ภาคการเกษตรขยายตัวมากขึ้น สุดท้ายความเห็นของดิฉันก็คือว่า อย่างไรรัฐบาลก็ต้องเผชิญ กับปัญหาภาคการเกษตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี แล้วรัฐบาลจะเผชิญกับความจริงที่ท้าทาย นี้ได้อย่างไร รัฐบาลจะมีมาตรการอะไรบ้างในการรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเปิดตลาดสินค้าการเกษตรตามความตกลง CPTPP รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดตั้ง กองทุนปรับโครงสร้างการเกษตรมูลค่ากว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านเยน เพื่อช่วยเกษตรกรปรับตัว ทั้งในด้านของเทคโนโลยีการแปรรูปการตลาด รวมถึงการรวมกลุ่มเกษตรกรเป็นสหกรณ์ สมัยใหม่ ดิฉันก็อยากจะเห็นรัฐบาลได้พิจารณาเตรียมความพร้อมในเรื่องลักษณะนี้เช่นกัน สินค้าเกษตรไทยจำนวนมากถูกมองว่าเป็นกลุ่มโภคภัณฑ์ ราคาต่ำไม่สามารถที่จะต่อรอง ราคา ไม่สามารถแข่งขันได้ หากรัฐบาลต้องการให้เกษตรกรมีรายได้ที่สูงขึ้นก็ต้องสนับสนุน ยกระดับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งในเรื่องนี้ดิฉันก็ได้นำมาอภิปรายหลายครั้งแล้ว ในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับตั้งแต่เรื่องการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การจัดเก็บ การขนส่ง รวมถึงการตรวจสอบย้อนกลับ และระบบการรับรองมาตรฐานว่าถึงการเพาะปลูก ขณะนี้ท่านประธานวิปนั่งอยู่ข้าง ๆ ที่จังหวัดพะเยาจะมีผลผลิตของสินค้าเกษตร เรียกว่า มี Productivity หรือผลิตภาพสูงกว่าจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับภาคอีสาน ดิฉัน ก็ไม่เข้าใจว่า ตัวอย่างที่ดี ๆ แบบนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์น่าจะยกให้เป็นจังหวัด ต้นแบบ ในการที่จะส่งเสริมเรื่องของการให้องค์ความรู้ในภาคการผลิตให้เป็นต้นแบบของประเทศ ไปเลยค่ะ ส่วนภาคอุตสาหกรรมนะคะ อุตสาหกรรมไทยที่ได้รับผลกระทบเรื่องเกณฑ์ ภาษีใหม่ รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ปรับเปลี่ยนไปสู่จุดแข็งของประเทศเรา ควรผลักดันให้เกิด อุตสาหกรรมเกษตรให้มากกว่านี้ แปรรูปผลผลิตด้วยความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปมันสำปะหลัง การสกัดสมุนไพรเพื่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสปาและ Wellness รวมถึงผลิตภัณฑ์ยา เช่น ตำรับยาแพทย์แผนไทย ขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ส่งเสริมไปถูกทิศถูกทาง โดยให้หลายจังหวัดในประเทศเป็นเมืองสมุนไพร สกลนครก็เป็นหนึ่งในนั้น มีการตั้งวิทยาลัย การนวดไทย ส่งเสริมโรงพยาบาลหลายแห่ง จ่ายยาแพทย์แผนไทยแทนยาแผนปัจจุบัน เช่น โรงพยาบาลอาจารย์ฝั้น โรงพยาบาลยุพราช อำเภอสว่างแดนดิน เป็นต้น การเริ่มจ่ายยา แพทย์แผนไทยทดแทนยาแผนปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะจะทำให้เกิดการพัฒนา ในท้องที่ครบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การรวมกลุ่มเกษตรกร การเพิ่มเทคโนโลยีและ การขยายตลาดใหม่ ฉะนั้นดิฉันก็จะไปรวบสรุปเลยนะคะ กล่าวโดยสรุปดิฉันก็ไม่อยากเห็น การแก้ปัญหาต่อเกณฑ์ภาษีใหม่ของสหรัฐในเชิงตั้งรับ กล่าวคือไม่เพียงแต่รอการเจรจาต่อรอง อัตราภาษีให้ดีที่สุดแล้วก็จบกันไป แต่อยากเสนอให้รัฐบาลมองปัญหานี้ในเชิงรุกคือมองว่า เป็นโอกาสในการปฏิรูปโครงสร้างการเกษตรไทยทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เราจะ ไม่หยุดแค่การเป็นผู้ผลิตพืชราคาถูก แต่เราจะเป็นผู้สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ใหม่ เราจะไม่เพียง แค่เก็บเกี่ยวผลผลิต แต่จะเก็บเกี่ยวโอกาสทางเศรษฐกิจ ถ้ารัฐบาลทำได้ตามข้อเสนอเชิงรุก เหล่านี้ดิฉันเชื่อว่าความมั่นคงภาคการเกษตรไทยก็จะเกิดขึ้น ท่านประธานคะ ความมั่นคง ของภาคการเกษตรย่อมหมายถึงความมั่นคงทางอาหาร ประเทศที่มั่นคงจะต้องมีความมั่นคง ทางอาหาร โดยเฉพาะในสภาวะที่เรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง กับสภาวะแวดล้อมที่รวดเร็ว ภัยพิบัติที่รุนแรง ความมั่นคงทางอาหารก็ยิ่งจะสะท้อนความมั่นคงของประเทศนั้น ๆ ด้วย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ถ้าเราไปตามนี้ก็ประมาณ ๓ ทุ่ม เอาสัก ๖ นาทีนะ ผมเห็นใจ มีหลายท่านบอกเอา ๕ นาที ผมบอกเอา ๖ นาทีก็แล้วกัน จะได้ได้เนื้อหน่อย ขอบคุณครับ เชิญท่านวิทวิสิทธิ์ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน เขต ๑ พรรคประชาชน🔗
วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย ผลกระทบเกี่ยวกับการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาครับ ซึ่งเพื่อน ๆ ในสภาแห่งนี้ได้อภิปราย กันได้ครอบคลุมหลายมิติแล้ว ผมจึงจะมาที่ Scope ของผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ ของจังหวัดลำพูนของผมครับ ซึ่งก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจาก จังหวัดลำพูนเป็นฐานการผลิตหลักทางด้านของภาคเหนือ เพราะว่ามีนิคมอุตสาหกรรม ๒ แห่ง มีสวนอุตสาหกรรมอีก ๑ แห่ง และยังมีโรงงานที่อยู่นอกนิคมอีกเป็นจำนวนมากครับ รวมแล้วในพื้นที่ของจังหวัดลำพูนมีโรงงานจดทะเบียนด้วยกันอยู่ ๔๑๑ แห่ง และเป็น บริษัทที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เป็นบริษัทขนาดใหญ่อยู่ ๗๓ แห่ง และมีพนักงาน ในภาคอุตสาหกรรมรวมกันมากถึง ๘๒,๕๑๕ คน มูลค่าการส่งออกทางภาคอุตสาหกรรม ในพื้นที่จังหวัดลำพูนอยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี โดยมีผลิตภัณฑ์หลักในการ ส่งออกได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องประดับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังต่างประเทศ แน่นอนครับ รวมถึงประเทศ สหรัฐอเมริกาด้วย ทำให้เมื่อมีข่าวว่ามีการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้ประกอบการ มีความวิตกกังวล ทำให้เมื่อมีข่าวว่ามีการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้ประกอบการมี ความวิตกกังวล มีผลกระทบให้ยอดการสั่งซื้อหรือว่ายอดการผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลกระทบต่อส่วนของจังหวัดลำพูนเป็นอย่างมากครับ ซึ่งผมขอแยกผลกระทบออกเป็น ๓ ด้าน ดังนี้🔗
ด้านที่ ๑ ผลกระทบทางด้านอุตสาหกรรม แน่นอนครับเป็นส่วนผลกระทบ ของโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีหลายโรงงานอยู่ที่นิคม อุตสาหกรรม และแต่ละบริษัทมียอดการส่งออกมากกว่า ๒๐๐ ล้านบาทต่อปี และส่วนที่ ๒ เป็นส่วนของอุปกรณ์ยานยนต์ ที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกมากถึง ๒๕๐ ล้านบาทต่อปี ถ้าทั้ง ๒ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้มีผลกระทบทางด้านการสั่งซื้อหรือ ยอดการสั่งซื้อลดลงจะทำให้สายการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมลดลงไป เพราะจะมีการลดของ กำลังการผลิตลง🔗
ด้านที่ ๒ ผลกระทบทางด้านแรงงาน ซึ่งแน่นอนครับเมื่อบริษัทลดกำลัง การผลิต ภาคแรงงานก็ย่อมได้รับผลกระทบจากน้อยไปหามาก เริ่มตั้งแต่การลด OT ในการ ทำงาน การลดชั่วโมงการทำงาน รวมถึงการเลิกจ้าง ทำให้ภาคแรงงานมีโอกาสสุ่มเสี่ยงมาก ที่จะเกิดการตกงานขึ้นในจังหวัดลำพูน และส่วนสำหรับนักศึกษาที่มีการจบใหม่ ทางด้าน สายอุตสาหกรรมหรือสายเทคโนโลยี ก็จะทำให้มีโอกาสที่จะว่างงานหรือหางานทำยากมากขึ้น🔗
ด้านที่ ๓ เป็นผลกระทบด้านเศรษฐกิจทางด้านท้องถิ่น เมื่อภาวะเศรษฐกิจ ตกต่ำแบบนี้ภาคแรงงานก็จะมีกำลังซื้อลดลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อธุรกิจโดยรอบของโรงงาน หรือนิคมอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการขาดสภาพคล่อง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร หอพัก ร้านสะดวกซื้อ รวมไปถึงตลาดชุมชนต่าง ๆ แล้วยังรวมไปถึงผลกระทบทางด้านการจัดเก็บ ภาษีของท้องถิ่นจะทำให้สามารถจัดเก็บภาษีได้ลดลง ซึ่งจะมีผลทำให้องค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง🔗
ซึ่งผลกระทบทั้ง ๓ ด้านที่ผมได้กล่าวมาปัจจุบันจังหวัดลำพูนเองก็เริ่มมี ผลกระทบขึ้นแล้วครับ ผมขอยกตัวอย่างอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ได้รับผลกระทบขึ้นมาแล้ว ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของการแปรรูปสินค้าทางด้านการเกษตร ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้แก่ข้าวแต๋น ข้าวแต๋น อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมในนิคม แล้วก็มีการส่งออก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปยังประเทศ สหรัฐอเมริกา เมื่อมีข่าวว่าจะมีการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าของไทยไปยังสหรัฐอเมริกา ทำให้ ยอดการสั่งซื้อจากลูกค้าของสหรัฐอเมริกาลดลงไป ซึ่งปัจจุบันผมสอบถามเมื่อวานนี้เองครับ มียอดการสั่งซื้อลดไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเทียบกับยอด Order เมื่อปีที่ผ่านมามียอดการ สั่งซื้อรวมทั้งปีอยู่ที่ ๔๐๐ ตัน สำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวแต๋น ดังนั้นผมจึงมีข้อเรียกร้องไปให้ทาง รัฐบาล ดังนี้ครับ🔗
๑. ช่วยเร่งดำเนินการเจรจากับสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นระบบ ในระยะเวลา ที่จำกัด เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีที่สูงจนผู้ประการไม่สามารถแข่งขันได้🔗
๒. การตั้งกองทุนเยียวยาและพยุงธุรกิจส่งออก🔗
๓. มาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ หรือมาตรการ การเงินสำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบธุรกิจรอบ ๆ หรือ SMEs รอบ ๆ ของ โรงงานอุตสาหกรรม🔗
๔. สนับสนุนการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ ซึ่งเพื่อน ๆ สมาชิก ได้นำเรียนมาแล้ว🔗
๕. วางแผนการพัฒนาภาคแรงงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงภาคการผลิต ที่เพิ่มมากขึ้น🔗
ทั้งหมดนี้เป็นข้อกังวลที่ผมมีต่อสถานการณ์การขึ้นภาษีของสหรัฐ เพราะไม่ใช่เป็นเพียงแต่ทางด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว มันจะลามไปถึงปัญหาสังคม ปัญหา ความเหลื่อมล้ำ ดังนั้นผมจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าให้เร่งดำเนินการเจรจา ให้ได้ผลประโยชน์มากสุดของประเทศ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ พรรคประชาชนครับ ขอสั้น ๆ อาจจะไม่ถึง ๖ นาทีครับ การเจรจากำแพงภาษีจะขอมีส่วนร่วม ดังนี้ครับ🔗
ข้อที่ ๑ คือการส่งเสริมการลงทุนของสหรัฐอเมริกาที่จะมาลงทุนในประเทศไทย รัฐบาลก็ควรมีส่วนช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกาได้มีความสะดวกมากขึ้นในการมา ลงทุน ที่ติดขัดปัญหากฎหมายต่าง ๆ เช่นเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะมาเกื้อหนุนมาอุดหนุน มาช่วย ส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรต่าง ๆ หรือภาคธุรกิจต่าง ๆ ที่คนไทยยังขาดประสิทธิภาพในด้าน ของเทคโนโลยี🔗
ข้อที่ ๒ ก็คือในเรื่องของธุรกิจภาพยนตร์ มีหลายครั้งที่ในวงการถ่ายทำ ภาพยนตร์ต่างประเทศต้องการมาถ่ายทำในประเทศไทย อย่างล่าสุดที่จังหวัดภูเก็ตก็ตาม ปรากฏว่าเจอปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง ในการที่ให้รัฐบาลนำไปเจรจากับสหรัฐในการลดภาษีต่าง ๆ ท่านประธานครับ การเจรจา อัตราภาษีตอบโต้กับสหรัฐอเมริกานี้มันไม่ควรเพียงแค่ตั้งรับหรือร้องขอ แต่ควรเป็นโอกาส สำคัญที่เราจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศในฐานะ พันธมิตรที่เชื่อถือได้ การที่คณะรัฐมนตรีจะนำเสนอ Package ข้อเสนอต่าง ๆ ที่ครบวงจร เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกาในหลายมิติก็จะเป็นการเปลี่ยนเกมจากเป็นผู้ตั้งรับหรือเป็น ผู้ที่ให้อำนาจต่อรองมากขึ้น โดยที่ประเทศไทยก็ไม่ได้รับผลกระทบในด้านการตั้งกำแพงภาษี ในขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับเศรษฐกิจและประชาชนของคนไทย ปัญหาของ ข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่สหรัฐอเมริกาเป็นกังวลแล้วก็เจอมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรายงานประจำปี ว่าด้วยอุปสรรคทางการค้าของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ กฎหมายและมาตรการเหล่านี้ มักถูกมองว่าจำกัดโอกาสสำหรับสินค้าและบริการต่าง ๆ ของการลงทุนสหรัฐในประเทศไทย เช่น ขั้นตอนระเบียบของราชการต่าง ๆ ในการจดทะเบียนบริษัทต่าง ๆ ความกังวลในความ โปร่งใสต่าง ๆ ในการทำธุรกิจหรือการกำหนดนโยบายของภาครัฐ ความมั่นคงของรัฐบาล รวมถึงขั้นตอนการขอใบอนุญาตต่าง ๆ ที่ซับซ้อนล่าช้าที่เป็นต้นทุนอย่างสูงให้กับธุรกิจ ต่างชาติ หรือมาตรการภาษีนำเข้าและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ภาษีนำเข้าที่สูงในบางหมวด เช่น ภาษีของไทยที่ลดลงเฉพาะสินค้าการเกษตร รถยนต์สำเร็จรูป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางประเภท ที่ประเทศไทยยังมีภาษีนำเข้าที่สูงกว่าเยอะมาก พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าว พุทธศักราช ๒๕๔๒ กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ธุรกิจบางหมวดที่เป็นคนต่างด้าว หรือเจ้าของธุรกิจถือหุ้นเกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าว ซึ่งทาง สหรัฐอเมริกาเองก็มองว่าเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนโดยตรงจากในหลาย ๆ ประเทศ ในหลาย ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางด้านเทคโนโลยี แอปพลิเคชันต่าง ๆ หรือเช่นที่เราได้ยินมากัน เช่น Google ที่บริษัทเหล่านี้บางครั้งต้องการลงทุนในประเทศไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็อาจหามาตรการว่าเราจะมีเปิดโอกาส เปิดช่องทางให้บริษัทต่าง ๆ เหล่านี้สามารถ ดำเนินกิจการอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน การคุ้มครองและบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะฝากให้ทางรัฐบาล และคณะรัฐมนตรีนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบในการตัดสินใจ ไม่ใช่เอาสินค้าเกษตรไป แลกกัน สุดท้ายนี้คนที่ได้ประโยชน์อาจจะไม่ใช่ประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอแสดงความเห็นญัตติที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา ข้อตกลงภาษีกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในประเด็นที่มีการอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพด เลี้ยงสัตว์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นข้าวโพดตัดแต่งพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอเข้ามา ในประเทศไทย🔗
เรื่องนี้ได้เกิดความห่วงใย และกังวลจากเกษตรกรและหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมการค้าพืชไร่ สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย รวมถึงสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทยที่ ต่างเรียกร้องให้มีการทบทวนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเพราะจะส่งผลกระทบหลายด้าน ต่อประเทศไทย🔗
ประเด็นที่ ๑ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นจีเอ็มโอนั้นอาจสร้าง ผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของประเทศ เป็นการ เลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรไทย ประเทศไทยห้ามเกษตรกรปลูกพืชจีเอ็มโอ แต่กลับเปิดทางให้นำเข้าพืชจีเอ็มโอได้ ยังมีข้อกฎหมายห้ามเกษตรกรเผาแปลงนา แต่พืชจีเอ็มโอจากต่างประเทศกลับนำเข้ามาได้ แต่ข้าวโพดนำเข้ากลับไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์นี้ การนำเข้าข้าวโพดจีเอ็มโอจะบั่นทอนราคาผลผลิตในประเทศให้ตกต่ำ ทั้งข้าวโพด มันสำปะหลัง และข้าวเปลือก ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ จะเกิดภาวะวัตถุดิบคาร์โบไฮเดรตล้นตลาด ทั้งข้าวโพด ปลายข้าว หรือข้าวเปลือก มันสำปะหลัง ในขณะที่สถิติตัวเลขปัจจุบันก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า ประเทศไทยมีวัตถุดิบเพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์อยู่แล้ว ยกตัวอย่างปี ๒๕๖๕ ซึ่งผมก็เคยอภิปรายไปแล้วว่าประเทศไทยเรานำเข้าข้าวสาลีมาเพียง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ที่เหลือใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างเพียงพอ ตัวเลขคาร์โบไฮเดรตที่นำเข้า ผมมีภาพขึ้นให้เพื่อนสมาชิกได้ดู แล้วก็ยังมีเอกสารขอให้สไลด์ขึ้นด้วยว่า Stock ปลายปี ยังคงเหลืออีกหลายล้านตันที่เรานำเข้าหมวดคาร์โบไฮเดรตครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ เราต้องไม่ลืมว่าสหรัฐอเมริกามีนโยบายสนับสนุนภาคการเกษตร อย่างจริงจัง เช่น การปลูกข้าวโพด อุตสาหกรรมปศุสัตว์และพลังงาน โดยมองว่าเป็นหัวใจ ของความมั่นคงด้านอาหาร แต่ประเทศไทยกลับจะเปิดทางให้สินค้าเกษตรจากสหรัฐอเมริกา เข้ามา จนอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานเกษตรของประเทศไทยในระยะยาว ท่านประธานที่เคารพ หลังจากที่ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) มีนโยบายตั้งกำแพง ภาษีต่อประเทศทั่วโลกบางกลุ่มนั้น บ้านเราก็เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อขอให้นำเข้าข้าวโพดจาก สหรัฐอเมริกา โดยเสนอให้รัฐใช้สิ่งนี้ไปต่อรองผ่อนปรนภาษีของไทยกับสหรัฐอเมริกา โดยอ้างว่าข้าวโพดในประเทศไทยไม่เพียงพอ โดยนำข้อมูลผลผลิตต่อไร่จากสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตรมาอ้าง ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริงเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริงที่เกษตรกรเราปลูกได้จริง อย่างเช่น ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ระบุผลผลิตไว้ที่ข้างถุง ๑,๕๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ แต่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคำนวณให้พี่น้องเกษตรเราเพียง ๗๔๐ กิโลกรัมต่อไร่ อันนี้ก็ทำให้บ้านเมืองเสียหาย เป็นที่มาของข้าวโพดเราไม่พอใช้ ต้องนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ ก่อนหน้านี้เคยมีการผลักดันให้นำเข้าข้าวสาลี โดยอ้าง ว่าเป็นหมวดคาร์โบไฮเดรตเช่นเดียวกับข้าวโพด โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อ ระบบเกษตรกรรมของไทยที่มีทั้งปลายข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด อยู่แล้วอย่างเพียงพอ ทั้งหมดนี้คือการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจบางกลุ่มเท่านั้น ในขณะที่ หากภาครัฐสนับสนุนให้ใช้วัตถุดิบในประเทศก็จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ กระจายรายได้ ลงสู่ระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง หมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคง ทางอาหารอย่างยั่งยืน หากสุดท้ายแล้วเรามีความจำเป็นที่จะให้สินค้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกา เพื่อผลประโยชน์ในการเจรจาทางการค้า ผมเห็นว่าควรพิจารณาเปลี่ยนรายการสินค้านำเข้าแทน เช่น อาจจะเป็นถั่วเหลือง หรือข้าวสาลี หรือแม้แต่อาวุธสงคราม ปุ๋ยเคมี มากกว่าที่จะเลือก สินค้าที่จะทำลายระบบการเกษตรภายในประเทศอย่างข้าวโพดจีเอ็มโอ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ผมขอให้รัฐบาลพิจารณาผลกระทบโดยรอบอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ของเกษตรกรไทย และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยโดยรวม ท่านประธานครับ วันนี้ ปัญหาข้าวเปลือก มันสำปะหลัง เรายังแก้ปัญหาอย่างไม่ได้เบ็ดเสร็จหรือยังไม่สามารถ ที่จะแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม เราจะนำข้าวโพดเข้ามาสร้างภาระ สร้างปัญหา ให้กับพี่น้อง เกษตรกรเราอีกหรือ อันนี้ผมต้องฝากท่านประธานสภาไปด้วย เดี๋ยวเราก็อาจจะไปโทษว่า เกษตรกรคือภาระของประเทศ อันนี้ผมก็ขอเป็นตัวแทนพี่น้องเกษตรกรเรียกร้องเรื่องการ นำเข้าข้าวโพดหรือวัตถุดิบทดแทนนั้น ที่นำเข้ามาเยอะเกินไปจนสร้างผลกระทบกับราคา ของพี่น้องเกษตรกรชาวนา ชาวไร่ของเรา กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ผมคงอภิปรายในประเด็นกำแพงภาษีทรัมป์ในมุมที่แตกต่างออกไปจาก เพื่อนสมาชิก ผมคิดว่าในวิกฤติยังมีโอกาส เราต้องใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ในการออกจากเศรษฐกิจ รับจ้างผลิตนะครับ เราต้องเพิ่มมูลค่า สร้าง Brand แต่แน่นอนในระยะสั้นเราก็จะต้องมีการ อุดหนุน สนับสนุน SMEs ในการปรับปรุงเพื่อรองรับกับมาตรฐานสินค้า แล้วก็อาจจะต้องมี มาตรการของภาครัฐในการที่จะกระตุ้นให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี อาจจะเป็นด้วยการ ลดหย่อนภาษี คือเข้าใจว่าในระยะสั้นเราต้องอุดหนุน แต่อุดหนุนอย่างเดียวโดยไม่มีการ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันก็อาจจะไม่ได้ช่วยปัญหาในระยะยาว แล้วในการ เจรจาท่านก็อยากจะเจรจา แน่นอนเกษตรกรจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบเยอะ แต่เราก็ไม่อยาก ให้เป็นการเจรจาโดยไปปกป้องทุนผูกขาดในประเทศเรานะครับ🔗
ในข้อเสียต่าง ๆ ที่หลายท่านคงพูดกันมาแล้วเยอะนะครับ เพื่อนสมาชิก คงพูดมาได้เยอะนี่ แต่จริง ๆ ในข้อเสียมันก็มีข้อดี ในเชิงของมุมมองการคุ้มครองผู้บริโภค สินค้าที่อาจจะเข้ามาเพิ่มจากสหรัฐอเมริกามาไทย ซึ่งเป็นสินค้าที่อาจจะมีคุณภาพที่สูงกว่า ราคาดีกว่า เราก็ต้องใช้ประโยชน์ตรงนี้ในการที่จะต่อยอด แล้วก็ Re-export อันนี้ก็ต้องมอง อีกแบบหนึ่งนะครับ รวมถึงการเปิดเสรีการค้าในหลาย ๆ อุตสาหกรรม ซึ่งอาจจะเป็น ๑ ในเงื่อนไขในการเจรจา ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร อย่างเช่น ในสถาบัน การเงิน ในโทรคมนาคม ผมว่าอันนี้ก็จะเป็นโอกาสที่เราจะเปิดตลาด แล้วก็ให้สหรัฐอเมริกา เข้ามาเป็นผู้เล่นเพิ่มเติม ในหลายสินค้าเกษตรต้องยอมรับว่าเป็นสินค้าที่เราไม่มีในประเทศ อย่างเช่น มันฝรั่ง ถั่วเหลือง ฝ้าย พวกนี้เราไม่ได้ผลิตได้เทียบกับสหรัฐอเมริกาแล้วที่มี การผลิต ที่มี Productivity ที่สูงกว่าราคา คุณภาพ อันนี้เราก็จะต้องใช้โอกาสตรงนี้ในการที่ จะเอามาผลิตในเมืองไทย มาต่อยอดในเมืองไทย แล้วก็สามารถที่จะส่งออกกลับไปได้นะครับ รวมถึงในระยะกลางถึงระยะยาวเราก็ควรจะต้องหาตลาดทดแทน เราคงจะต้องเริ่มทำ การบ้านแล้วในตลาด อย่างเอเชียกลาง ในยุโรปตะวันออก หรือในแอฟริกา เพื่อจะมา ทดแทน แล้วก็สุดท้ายในเรื่องของการคานอำนาจของประเทศจีน เราอาจจะต้องยอมรับ ตรง ๆ ว่าเราอาจจะไม่เป็นธรรม เราอาจจะ Unfair กับสหรัฐอเมริกามาค่อนข้างนาน เราได้ ดุลการค้าจากเขามาเยอะ มันก็ไม่เป็นธรรมนะครับ ผมว่าในการที่เรายอมรับเอาสินค้า จากประเทศสหรัฐอเมริกามามากขึ้นนี่ มันก็จะมาช่วยถ่วงดุลสินค้าที่ถูกทุ่มตลาดมาจาก ประเทศจีนนะครับ ก็ฝากทางรัฐบาลให้พิจารณาในหลายมิติ แล้วก็มองวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวเมืองอยุธยาและบางบาลครับ ท่านประธานครับ ผมขอภาวนาว่าคืนนี้ หรือวันพรุ่งนี้ไทยเราจะได้รับข่าวดีที่มากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอน ของประเทศในตอนนี้ แต่เหตุผลที่ผมจำเป็นต้องขอภาวนา ไม่เพียงเพราะว่าให้ตัวเลข กำแพงภาษีที่เราจะเจรจากันมันเป็นอย่างไรนี่ อย่างไรรัฐบาลก็ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง อยู่แล้ว แต่เพื่อให้มั่นใจครับว่าการจ้างงานจะต้องไม่ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย ผมจึงขอ หยิบยกเอาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านผมและท่าน สส. ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง มาเป็น ตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนนะครับ พระนครศรีอยุธยาเรามีสัดส่วนของเศรษฐกิจ ในภาคอุตสาหกรรมที่กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ โดยสินค้าหลักคือชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสินค้าหลัก ๒ สินค้าที่โดนกำแพงภาษีแบบเต็มขั้นอย่างแน่นอน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงแน่นอนกับทั้งผู้ประกอบการโรงงานและชีวิตของพ่อแม่พี่น้อง ผู้ใช้แรงงาน อีกทั้งยังเป็นสินค้า ๒ สินค้าที่ถือเป็นกำลังหลักในภาคอุตสาหกรรม ทั้งในพระนครศรีอยุธยาและทั่วประเทศไทย โดยอย่างในพระนครศรีอยุธยาครับ มีโอกาสที่ เราจะเจอสภาวะที่แตกต่างกันตามกำแพงภาษีที่ออกมา ๒ แบบ สภาวะแรก หากกำแพง ภาษีคือ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน สภาวะนี้ผมขอเรียกว่า เป็นสภาวะความเจ็บ แต่ยังคงหายใจอยู่ ตัวเลข ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี้เป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับ เพื่อนบ้านของเราอย่างมาเลเซียและอินเดีย แต่คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดคือเวียดนาม ซึ่งเขาได้ ภาษีไปแล้วที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แถมเวียดนามในขณะนี้ยังคงเป็นที่หมายปองของบริษัท ขนาดใหญ่ที่หวังจะเข้าไปลงทุน ความเจ็บนี้ผมได้มีโอกาสต่อสายถึงผู้ประกอบการโรงงาน ในพระนครศรีอยุธยา ข้อความของเขาบอกกับผมว่าด้วยภาษีกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์นี้ ไม่เพียงแต่อาจจะทำให้เราแข่งขันได้ ยากขึ้น แต่การลงทุนจะทำให้มีการชะลอตัวด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ ข้อความนี้บ่งบอกว่าอาจจะต้องมีการลดต้นทุนและอาจจะเกิดการตัดราคากัน จากประเทศเพื่อนบ้านด้วยนะครับ นั่นจะส่งผลไปถึงพี่น้องแรงงานในพระนครศรีอยุธยาและ ทั่วประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่ที่น่ากังวลที่สุดนั่นก็คือสินค้าจักรยานยนต์และ Big Bike ซึ่งเป็นสินค้าที่เราส่งออกไปยังสหรัฐเป็นจำนวนมากและมีฐานการผลิตเป็นโรงงานใน พระนครศรีอยุธยาเสียเป็นส่วนใหญ่ หากเป็นอัตราที่ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ รัฐบาลจำเป็น ที่จะต้องออกมาตรการเพื่อสนับสนุนและพยุงผู้ประกอบการในประเทศโดยด่วนพร้อมกับการ เยียวยาอย่างจริงจัง เพื่อที่จะเป็นการซื้อเวลาให้นานที่สุดและบรรเทาความเจ็บให้พอหายใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่ในสภาวะ ที่ ๒ หากกำแพงภาษีของเราคือ ๑๙ เปอร์เซ็นต์หรือต่ำกว่านั้น คงเป็นสภาวะที่เรียกว่า ฝากเอาไว้ในกายเธอ ตัวเลขภาษี ๑๙ เปอร์เซ็นต์หรือต่ำกว่านั้น ข้อความของผู้ประกอบการ ในโรงงานอุตสาหกรรมของพระนครศรีอยุธยาบอกกับผมว่านี่เป็นข่าวดีครับ ซึ่งชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์นั้น ยังสามารถที่จะแข่งขันได้และที่สำคัญยังสามารถที่จะต่อสู้กับประเทศ เพื่อนบ้านได้ และนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ว่าข่าวดีในภาคอุตสาหกรรมอาจจะกลายเป็น ข่าวร้ายของภาคเกษตรกรก็ได้ เพราะในมุมกลับหากเราได้อัตราภาษีแบบนี้ นั่นอาจหมายถึง เราแลกเปลี่ยนด้วยการเปิดตลาดสินค้าการเกษตรของสหรัฐให้เข้ามายังประเทศไทยให้มากขึ้น และผมขอเสนอเพื่อให้ภาคการเกษตรอย่างในพระนครศรีอยุธยาที่มีสัดส่วนที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ของทั้งจังหวัด ได้สามารถฝากความหวังไว้กับภาคอุตสาหกรรมที่ยังสามารถแข่งขันได้ การจ้างงานยังคงที่และยังมีกำลังซื้อมากพอให้สามารถไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าเกษตรได้แล้ว เรายังใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนสายการผลิตให้กลายเป็นสินค้าเทคโนโลยีการเกษตรที่จะต้อง ใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างแผงวงจรเช่นกัน เพื่อให้เราสามารถที่จะเดินหน้าไปพร้อมกันได้ ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร สุดท้ายผมขอเรียกร้องผ่านไปถึงรัฐบาล คงไม่ต้องรอ แล้วว่าอัตราภาษีของเราจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ต้องทำโดยด่วน นั่นคือการเร่งผลักดัน มาตรการในการพยุงและต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไทย ทั้งใหญ่ และ SMEs ผมขอส่งเสียงจากผู้ประกอบการในพระนครศรีอยุธยาเป็นข้อเสนอผ่านท่าน ประธานไปถึงรัฐบาลทั้งหมด ๕ ประการครับ🔗
ข้อที่ ๑ คือการเร่งเจรจาหาตลาดใหม่ไปยังประเทศที่มีศักยภาพ ยกตัวอย่าง ประเทศในตะวันออกกลาง เป็นต้น🔗
ประการที่ ๒ คือการลดภาระด้านต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดภาษี นิติบุคคล รวมไปถึงมาตรการในการลดหย่อนภาษี ยกตัวอย่างเช่น หากโรงงานมีการลงทุน ในเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรใหม่ ๆ ก็สามารถไปขอลดหย่อนภาษีได้หรือโรงงานมีการที่จะ ยังคงอัตราในการจ้างงานได้ก็สามารถที่จะลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน🔗
ประการที่ ๓ ก็คือมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่เข้าถึงง่าย ทั้งของโรงงาน และ SMEs🔗
ประการที่ ๔ พร้อมกันนั้น ต้องมีการอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาต ที่ต้องลดขั้นตอน รวมถึงกำหนดระยะเวลาในการอนุมัติที่ชัดเจน🔗
ประการที่ ๕ คือมาตรการในการป้องกันและตรวจสอบสินค้าด้อยคุณภาพ ที่ทะลักเข้ามาในไทยอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม🔗
ทั้งหมดนี้ ขอให้รัฐบาลได้ปกป้องให้โรงงาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วน ยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงสามารถจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับพี่น้อง ชาวพระนครศรีอยุธยาและชาวไทยทุกคน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส. ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขออภิปรายด้วยความ ห่วงใยถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการภาษีต่างตอบแทน Reciprocal Tariffs ที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังจะใช้กับประเทศไทย อัตราเท่าไร เราไม่ทราบตอนนี้ แต่ล่าสุด มีข่าวว่าไทยอาจจะถูกตั้งภาษี ๒๐ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับเวียดนามก็ได้ หลายคนก็อาจจะ รู้สึกโล่งใจหรือว่าเฮนะคะ ที่ไม่ถูก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าดิฉันขอเรียน ตรง ๆ เลยว่าไทยแพ้ตั้งแต่ต้นทางเลย แม้ว่าภาษีจะเท่ากับเวียดนามก็ตาม เพราะว่าเวียดนามนั้นมีข้อตกลงทวิภาคีหรือว่า BTA คือ Bilateral Trade Agreement กับสหรัฐ อันนี้มันทำให้เวียดนามนั้นมีสิทธิพิเศษทางการค้ากับการลงทุน แต่ไทยนั้นไม่มีเลย ท่านประธานทำไมดิฉันพูดว่าอย่าเพิ่งเฮ เพราะไทยแพ้ตั้งแต่ต้นทาง ยกตัวอย่างเวียดนาม มีผลผลิตข้าวเฉลี่ย ๘๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ แต่ไทยเฉลี่ยแค่ ๔๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ใช้ที่ดินเท่ากัน แต่เวียดนามผลิตได้มากกว่าเท่าตัวต้นทุนเขาจึงถูกกว่า ลองดูราคาข้าวใน Supermarket ในสหรัฐอเมริกา ข่าวสารหนักถุงละ ๕ ปอนด์ เหมือนกัน ข้าวเวียดนาม ๕ เหรียญ ข้าวไทย ๘ เหรียญ ถ้าโดนภาษีนำเข้า ๒๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกันเวียดนามขึ้นไป ๖ เหรียญ ไทย ๙ เหรียญ ๖๐ เซ็นต์ ถ้าเป็นท่านประธานถามว่าท่านจะซื้อข้าวจากประเทศไหน ใช่ไหมคะ ถ้าไทยโดน ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ข้าวไทยจะกระโดดไปที่ ๑๐ เหรียญ ๘๘ เซ็นต์ เลยทีเดียวต่อถุง แพ้เวียดนามเกือบ ๕ เหรียญเลย อันนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล แล้วสิ่งที่น่ากังวล ไปยิ่งกว่าก็คือว่าเวียดนามนั้นยังเร่งพัฒนาข้าวเฉพาะกลุ่มของเขา เช่น ข้าวเพื่อสุขภาพเอย ข้าวสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ข้าวที่ปลูกในนากุ้ง ซึ่งอาจจะเป็นจุดขายเรื่องคุณค่าทางอาหาร หรือสิ่งแวดล้อม ถ้าเขาทำสำเร็จไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในตลาดโลก และเมื่อข้าวซึ่งเป็นสินค้า เกษตรที่สำคัญของไทยและมีความเกี่ยวข้องกับชาวนาหลายล้านครอบครัว ถ้าตลาดข้าวไทย เสียหายมันก็ย่อมส่งผลกระทบไปยังเศรษฐกิจแล้วก็สังคมของประเทศไทยโดยรวมด้วย ดิฉันจึงห่วงใยมาก แล้วก็ที่ดิฉันกังวลเป็นพิเศษอีกประการหนึ่งก็คือ เนื้อหมูจากสหรัฐค่ะ วันนี้สหรัฐใช้สารเร่งเนื้อแดงซึ่งผิดกฎหมายของไทย แต่เขาอาจจะอ้างว่า FDA ของสหรัฐ รับรองว่าปลอดภัย แล้วก็ใช้ความเป็นมหาอำนาจกดดันไทยว่าจะห้ามให้เขานำเข้าหมู ได้อย่างไร ในเมื่อหมูของเขาปลอดภัยเขาอาจจะพูดแบบนี้ก็ได้ แล้วก็เขานำเข้ามาก็ ๐ เปอร์เซ็นต์ พอ ๐ เปอร์เซ็นต์ ถามว่ารัฐบาลไทยจะต้านทานแรงกดดันนี้ไหวไหม ปัจจุบัน การเลี้ยงหมูประเทศไทยต้นทุน ๘๐ บาทต่อกิโลกรัม อเมริกา ๔๐ บาทต่อกิโลกรัมเอง ถ้าเปิดให้นำเข้าหมูจากอเมริกาเข้ามาหมูราคาถูกทะลักเข้าไทย ผู้เลี้ยงหมูทั้งรายย่อย รายใหญ่ล้มตายแน่นอน คนกลางในห่วงโซ่ ไม่ว่าจะผู้ค้าเขียงหมูหรือว่าผู้ขนส่งเป็นต้น จะเสียหายหมดเลย และที่สำคัญผู้บริโภคของไทยก็จะเสี่ยงต่อสารเร่งเนื้อแดง แล้วใคร จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อชีวิตที่ล้มลงแบบนี้ ดิฉันจึงขอแสดงความห่วงใยอย่างจริงจังว่า ไทยเรามีแผนรับมือต่อผลกระทบที่จะมีกับเกษตรกรอย่างไร จะปล่อยให้ราคาข้าวก็ดี ปริมาณผลผลิตต่อไร่ก็ดี หรือคุณภาพชีวิตของชาวนาจะตกต่ำไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ หรือจะ ปล่อยให้ธุรกิจฟาร์มหมูที่เป็นโปรตีนหลักของประเทศล้มหายตายจากกันไปอย่างนั้นหรือ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ ต้องร่วมมือกันปกป้องเกษตรกรไทย และสินค้าไทยให้มีที่ยืน โดยต้องระดมสรรพกำลังทุกกรม ทุกกองจริง ๆ ช่วยกันวิเคราะห์ว่า ทุกปัจจัยการผลิตมันมีสิ่งใดที่จะสามารถลดต้นทุนการผลิต เช่น ต้องวิจัยให้ได้เมล็ดพันธุ์พืช ที่มีคุณภาพ เพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ให้ได้ แล้วก็จำหน่ายให้พี่น้องเกษตรกรในราคาถูก ท่านประธานมีอย่างที่ไหนราคาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดราคาสูงถึง ๒๐๐ บาทต่อกิโลกรัม ลดลงมา เถอะให้เหลือ ๕๐ บาทต่อกิโลกรัมก็พอแล้ว ราคาปุ๋ยแพงขึ้น ๆ ทุกวัน ลดลงมากว่านี้ได้ไหม แนะนำให้ใช้ปุ๋ยให้ถูกต้องกับพืชได้ไหม แล้วก็ราคาพลังงานเพื่อการเกษตร ไฟฟ้าลดลงมา ได้ไหมช่วยเขาเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาจะตายกันหมดอยู่แล้ว ให้ความช่วยเหลือเรื่องสินเชื่อ เพื่อการเกษตรให้มากขึ้นอีกหน่อยได้ไหม ทั้งหมดนี้มันเป็นองค์ความรู้ที่คงต้องมาศึกษา กันใหม่หมดแล้วล่ะค่ะสำหรับประเทศไทย ทั้งเรื่องการเกษตร เรื่องหลาย ๆ อย่างนะคะ อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งปวงที่ดิฉันพูดเป็นเรื่องของความห่วงใยในสถานการณ์นี้จริง ๆ แล้วก็ หวังว่าทางรัฐบาล ทางกระทรวงต่าง ๆ จะต้องรีบเร่งดำเนินการช่วยเหลือให้ได้มาเป็น กำลังใจให้ท่านรัฐมนตรีด้วยให้สู้เรื่องครั้งนี้ให้ได้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศุภโชติ ไชยสัจ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศุภโชติ ไชยสัจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอ มีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง การเจรจากำแพงภาษีสหรัฐมเมริกาในประเด็น เกี่ยวข้องกับอนาคตพลังงานของประเทศไทย แล้วก็อาจจะเป็นภาระค่าไฟของพี่น้อง ประชาชนทุกคนในประเทศ จากรายงานระบุชัดเจนว่าประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะถูกเรียก เก็บภาษีนำเข้าสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกาสูงถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ หากไม่สามารถตกลงเงื่อนไข กับทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามรายงานที่ปรากฏมารวมไปถึง หน้าข่าว รวมไปถึงถ้อยแถลงของทางรัฐบาลเองมีประเด็นหนึ่งที่ผมสนใจ และเรียกร้องให้ ทางรัฐบาลออกมาชี้แจง และคลายความกังวลให้กับพี่น้องประชาชน คือในที่นี้การที่รัฐบาล มีแนวโน้มที่จะใช้ข้อเสนอการนำเข้าก๊าซธรรมชาติแบบเหลว หรือ LNGจากสหกรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนกับการผ่อนคลายหรือหลีกเลี่ยงมาตรการทางภาษีตอบโต้จากทาง สหรัฐอเมริกา ซึ่งจากที่ผมมีการติดตามเรื่องนี้ในชั้นอนุกรรมาธิการเรามีการศึกษาเพิ่มเติม เรื่องผลกระทบจากกำแพงภาษีเช่นกัน ผู้แทนจากกระทรวงพลังงานก็ได้ยืนยันว่า ๑ ใน ข้อเสนอแนะที่ทางรัฐบาลได้เสนอเพื่อเจรจาในการต่อรองเรื่องภาษีนั้นคือการเพิ่มการ นำเข้า LNG จากประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็มีการเพิ่มปริมาณในการนำเข้าทุก ๆ ปี ในอนาคต ไล่ไปตั้งแต่ปีหน้า ๒๐๒๖ จะมีการนำเข้า ๑.๔ ล้านตัน ปี ๒๐๒๘ ๒.๙๖ ล้านตัน ปี ๒๐๓๐ ขยับขึ้นไปเป็น ๓.๖๕ ล้านตัน และปี ๒๐๓๒ เป็น ๕.๗๑ ล้านตัน ซึ่งตัวเลขนี้ก็ต้อง บอกกับท่านประธานว่ายังเป็นตัวเลขที่ไม่แน่นอนว่าใช่ตัวเลขสุดท้ายหรือเปล่า ซึ่งตัวเลข ที่กระโดดเพิ่มขึ้นในปี ๒๐๓๒ เนื่องจากปริมาณ LNG บางส่วนถูกคาดว่าจะมาจาก แหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่ในประเทศสหรัฐที่ทางประเทศเขามีแผนพัฒนา ก็คือ Alaska LNG เป็นโครงการที่ยังถูกตั้งคำถามว่าต้นทุนของก๊าซธรรมชาติจากแหล่งนี้จะอยู่ที่เท่าไร ทำไมผมถึงตั้งคำถามในประเด็นนี้ ก็เพราะว่าก๊าซธรรมชาติที่นำเข้ามานั้นเป็นเชื้อเพลิงหลัก ในการผลิตกระแสไฟฟ้ามากที่สุดของประเทศ และก๊าซธรรมชาติในรูปแบบของเหลวหรือ LNG ก็เป็นรูปแบบที่แพงที่สุดเช่นกัน ถ้าเปรียบเทียบกับก๊าซธรรมชาติที่เราผลิตได้เอง ในอ่าวไทย ถ้าเราไปเอาของแพงมาผลิตไฟฟ้า แน่นอนว่าค่าไฟมันก็ย่อมเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกังวลและอยากจะชวนทุกคนตั้งคำถามก็คือความคุ้มค่าของ Deal นี้ ในเรื่องของความคุ้มค่าผมเข้าใจว่าเรามองกันได้หลายมุม แต่ผมก็อยากจะมี ๓ คำถามใหญ่ ที่อยากจะฝากท่านประธานให้รัฐบาลนั้นช่วยชี้แจง🔗
ประเด็นแรก เรากำลังพูดถึงการนำเข้า LNG ในปริมาณมาก แล้วก็ระยะยาว หมายความว่าสิ่งที่เรากำลังล็อกไว้ไม่ใช่แค่ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศอย่างเดียว แต่คือ การผูกอนาคตด้านพลังงานของประเทศไทยไว้กับเชื้อเพลิงประเภท Fossil ไปอีกนาน ใช่หรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกันที่รัฐบาลจะต้องเอาออกมาตอบด้วยเช่นกันก็คือ การ Commit ปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติแบบนี้จะขัดแย้งกับนโยบายการเปลี่ยนผ่าน ไปสู่พลังงานสะอาดที่เรากำลังพูดอยู่ทุกวันนี้หรือไม่ ประเทศไทยเรามีเป้าหมาย Net Zero ชัดเจนว่าเราจะทำให้ได้ภายในปี 2065 รัฐบาลเองก็มีการพูดถึงพลังงานแสงอาทิตย์ เรื่องพลังงานลม รวมไปถึงเรื่อง Green Hydrogen แต่กลับมา Guarantee ว่าจะมีการ นำเข้าLNG ระยะยาวจากสหรัฐอเมริกา นี่อาจเป็นการสร้างอุปสรรคเชิงโครงสร้างในการ เปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดได้ยากขึ้น ใช่หรือไม่ครับ🔗
และอีกประเด็นที่สำคัญ ในเรื่องนี้ก็คือราคาที่เราจะต้องจ่ายอยู่ที่เท่าไร และจะส่งผลกระทบต่อประชาชนต่อค่าไฟของพี่น้องประชาชนอย่างไรครับ ตอนนี้คำถาม ที่สำคัญที่สุด คือเรายังไม่มีความชัดเจนว่าข้อมูลในเรื่องของราคา LNG ที่เราจะนำเข้า เป็นเท่าไร บางแหล่งก็ระบุว่า LNG สหรัฐจะมีราคาที่ถูกกว่าในอ่าวไทย แต่เราก็ยังต้องบวก ค่าขนส่ง ค่าแปรสภาพ ค่าภาษี ค่าผ่านท่อ แล้วก็ค่าอื่น ๆ ที่มันแฝงจากการนำเข้า อีกมากมาย ซึ่งถ้าหากไม่คำนวณให้ครบถ้วนนะครับ แล้วก็ไม่มีการเปิดข้อมูลอย่างโปร่งใสนี่เราอาจจะได้ ก๊าซที่มีราคาถูกครับ แต่ได้ค่าไฟแพงขึ้น เพราะฉะนั้นคำถามที่ท่านจะต้องตอบประชาชน ให้ชัดเจน รวมไปถึงตอบกับตัวรัฐบาลเองคือ คุ้มหรือไม่ครับที่รัฐบาลจะนำค่าไฟของ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศไปแลกกับการผ่อนคลายภาษีศุลกากรของสินค้าบางรายการ และคำถามสุดท้ายครับที่ผมอยากจะฝากไว้ให้รัฐบาลก็คือ จากทุกอย่างจากข่าวที่ออกมา เกี่ยวกับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติครับ ท่านต้องตอบให้ได้จริง ๆ ว่าคนที่ได้ประโยชน์ในเรื่องนี้ คือใคร เป็นไปได้หรือไม่ครับว่าคนที่ได้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นบริษัทนำเข้า LNG ที่มีเพียงไม่กี่รายในประเทศไทย หรืออาจจะเป็นกลุ่มทุนผูกขาดในกระบวนการจัดหา และขนส่งก๊าซธรรมชาติจากประเทศต้นทางมาสู่ประเทศไทยเราก็ได้ครับ ขณะเดียวกัน ประชาชนกลับกลายเป็นผู้ที่ต้องแบกรับต้นทุนภาระค่าไฟที่มันเพิ่มขึ้นตรงนี้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานวันนี้ผมขอเรียกร้องรัฐบาลอยู่ ๕ ข้อครับ🔗
ข้อแรกคือให้เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงและเงื่อนไขในการนำเข้า LNG จากสหรัฐอย่างโปร่งใสครับ🔗
ข้อที่ ๒ ประเมินผลกระทบต่อค่าไฟของพี่น้องประชาชนโดยใช้ข้อมูลจริงไหม ไม่เลือกข้อมูลเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์เท่านั้นที่นำมาเปิดเผย🔗
ข้อที่ ๓ แสดงอย่างชัดเจนว่าแผนนี้มีความสอดคล้องหรือขัดแย้งกับนโยบาย พลังงานสะอาดของประเทศ และ🔗
ข้อที่ ๔ ยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง ในภาคพลังงาน และที่สำคัญที่สุดครับย้ำอีกทีหนึ่งคือ ตอบให้ได้อย่างชัดเจนว่าคุ้มค่าหรือไม่ กับการเอาค่าไฟของพี่น้องประชาชนไปแลกผลประโยชน์ทางการค้าระหว่างประเทศในครั้งนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณรงเดช อุฬารกุล เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ณรงเดช อุฬารกุล บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมในฐานะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ได้ติดตามการเจรจาการค้ากับ สหรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยมีคำถามสำคัญอยู่ ๒ ประการ🔗
คำถามแรกคือภาคการเกษตรของเราจะได้รับผลกระทบอย่างไร และมีสินค้า อะไรที่จะได้รับผลกระทบบ้าง🔗
คำถามที่ ๒ คือแล้วรัฐบาลได้มีการเตรียมมาตรการรองรับปัญหาไว้ให้พี่น้อง เกษตรกรแล้วหรือยัง แล้วได้มีการพูดคุยกับเกษตรกรหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบมากน้อย แค่ไหนแล้ว ผมทราบดีครับว่าการเจรจายังไม่สิ้นสุด แต่ว่าอย่างน้อยการเตรียมการรับมือ ปัญหาน่าจะสามารถทำได้ล่วงหน้า วันนี้ผมจึงอยากถามรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ได้ประเมินผลกระทบเสร็จหรือยังและได้มีมาตรการรองรับไว้หรือไม่🔗
ท่านประธานครับ ปัญหาโครงสร้างราคาอาหารสัตว์เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ถูกละเลยมานานหลายปี การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกาจึงไม่ใช่จุดเริ่มต้น ของวิกฤติแต่เป็นตัวเร่งที่ทำให้เราต้องหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาพูดในวันนี้ ปัญหาเชิงระบบที่อยู่ ในห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ไร่ข้าวโพดจนถึงโต๊ะอาหาร Farm Feed Food ตั้งแต่ต้นน้ำคือ ชาวไร่ข้าวโพด กลางน้ำคือโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ จนถึงปลายน้ำคือฟาร์มเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ซึ่งห่วงโซ่นี้ทั้งเปราะบางและไม่เป็นธรรม ความเปราะบางนี้เกิดจากการที่เราต้องพึ่งพา วัตถุดิบอาหารสัตว์นำเข้าปริมาณมาก นั่นหมายความว่าห่วงโซ่นี้มีความเสี่ยงสูงต่อปัจจัย แทรกซ้อนทั้งภายในและภายนอก เกษตรกรรายย่อยที่อยู่ต้นน้ำไม่มีหลักประกันเลยว่า จะขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผลผลิตล้นตลาดหรือนำเข้ามามาก ราคาข้าวโพดก็พร้อมที่จะดิ่งลงทันที ส่งผลให้พวกเขาต้องแบกรับความเสี่ยงไว้อย่างเต็มที่ การพึ่งพาการนำเข้าทำให้ทั้งระบบเปราะบางต่อความผันผวนของตลาดโลกและแรงกดดัน จากนโยบายการค้าต่างประเทศ เช่น การเจรจากับสหรัฐในครั้งนี้ ความไม่เป็นธรรมเกิดจาก ผู้ผลิตอาหารสัตว์และบรรษัทเกษตรรายใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองสูง กำหนดได้ทั้งราคาซื้อและ ราคาขาย ส่วนเกษตรกรรายย่อยแทบไม่มีอำนาจในการต่อรองเลย และได้รับส่วนแบ่งกำไร เพียงน้อยนิด เมื่อข้าวโพดราคาตกต่ำคนรับเคราะห์เต็ม ๆ ก็คือเกษตรกรรายย่อยไม่ว่าจะมี ทุนหรือไม่มีก็ตาม เพราะรายได้จะลดฮวบลงทันที ขณะที่รายได้ของพ่อค้าคนกลางและ Silo แทบไม่เปลี่ยนแปลง เพราะกลุ่มหลังยังคงรักษาส่วนต่างราคาซื้อขายไว้ได้ดังเดิม เท่ากับว่า ความเสี่ยงด้านราคาถูกผลักไปให้ผู้เล่นตัวเล็กที่สุดในห่วงโซ่เป็นผู้แบก ส่วนคนกลางน้ำยังมี กำไรแน่นอน ตอนที่ข้าวโพดตกต่ำจนชาวไร่เดือดร้อน ราคาอาหารสัตว์กลับไม่ได้ลดลงตาม บริษัทเจ้าสัวรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ว่า มีกำไรสุทธิ ๘,๕๔๙ ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง ๖๔๒ เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะว่า ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลง สิ่งนี้สะท้อนให้เราเห็นว่า ในขณะที่ชาวไร่อ้อยต้องขาย ข้าวโพดในราคาถูก ทุนใหญ่กลับยังทำกำไรได้สูงขึ้น เป็นไปได้อย่างไร ทั้งที่ข้าวโพดอาหาร สัตว์ เนื้อสุกร ต่างเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ แต่เราไม่สามารถ แบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมได้ รายได้ของบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่มากขึ้นที่ท่าน รองนายกรัฐมนตรียกขึ้นมาตอบเมื่อสักครู่นี้จะมีประโยชน์อะไร ถ้ากำไรส่วนนั้นไปไม่ถึง มือเกษตรกร เราจะปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน เราต้องใช้โอกาสจากการเจรจา การค้าในครั้งนี้ในการสร้างเงื่อนไขที่เป็นธรรม ใช้โอกาสจากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงในการพัฒนาโครงสร้างภาคการเกษตร ใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างตลาดที่บิดเบี้ยวกลับมาเป็นธรรม ผมมีข้อเสนอ ๓ ข้อ🔗
๑. กำหนดช่วงการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงเก็บเกี่ยว เพื่อปกป้องราคา ให้พี่น้องเกษตรกร🔗
๒. ตั้งคณะกรรมการไตรภาคีระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการและรัฐ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการเจรจาเรื่องราคา🔗
๓. จัดทำสัญญามาตรฐานกลางที่เป็นธรรม พร้อมระบบแบ่งปันกำไรกลับสู่ เกษตรกรโดยคำนวณผลตอบแทนรวมตั้งแต่ฟาร์มข้าวโพด โรงงานอาหารสัตว์ และผู้เลี้ยง ปศุสัตว์🔗
นอกจากข้อเสนอเฉพาะหน้า ๓ ข้อนี้ เรายังควรพิจารณามาตรการ เชิงโครงสร้างอื่น ๆ คู่ไปด้วย เช่น การสร้างกลไกแบ่งปันผลประโยชน์ตลอดห่วงโซ่อย่างเป็น ธรรม กรณีที่สินค้าปลายน้ำมีราคาสูงขึ้นก็ควรแบ่งปันกำไรส่วนหนึ่งกลับไปช่วยผู้ผลิตที่ ต้นน้ำ นอกจากนี้ควรพัฒนา Dashboard ข้อมูลกลางแบบ Real-time เพื่อให้ข้อมูลปริมาณ การผลิต ราคา สต็อก และความต้องการใช้ถูกเปิดเผยอย่างโปร่งใสและเข้าถึงได้โดยทุกฝ่าย สุดท้ายควรจัดตั้งกองทุน Farm Feed Food Value Fund โดยเก็บส่วนต่างจากราคา ข้าวโพดนำเข้า กับราคาข้าวโพดที่ผลิตในประเทศเพื่อนำมาสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย ในด้านต่าง ๆ เช่น ให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและรักษา สิ่งแวดล้อม อุดหนุนระบบตรวจสอบย้อนกลับและเทคโนโลยีข้อมูล ชดเชยความเสียหาย ให้เกษตรกรรายย่อยเมื่อเกิดวิกฤติราคาหรือโรคระบาด และสนับสนุนงานวิจัยนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้เล่นรายเล็กในห่วงโซ่อาหาร จากปัญหาการเจรจาการค้าในครั้งนี้ เราจำเป็นต้องสร้างสมดุลใหม่ที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างทุนใหญ่และ เกษตรกรรายย่อย ทั้งในมิติความมั่นคงทางอาหารและความเป็นธรรมทางสังคม และต้อง ไม่ปล่อยให้เกษตรกรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาทางการค้าเพื่อต่อยอดผลกำไรของใคร อีกต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ🔗
ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ สหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้า อนาคต ยางพาราไทยน่ากังวลมาก ทุกวันนี้ชาวสวนยางพาราก็ลำบากย่ำแย่กันอยู่แล้ว เจอเรื่องของ ภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกาเข้าไปอีก ชาวสวนยางพาราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป ดิฉันหวัง เช่นเดียวกับพี่น้องชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ ว่ารัฐบาลจะเจรจากับสหรัฐอเมริกา โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยางพารา🔗
ปัจจุบันประเทศไทยมีผลผลิต ยางพาราส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับ ๑ ของโลก ผลผลิตสูงสุดในประเทศอยู่ที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง ยะลา และพัทลุงบ้านเกิดของดิฉันภาคที่มี ผลผลิตยางพารามากที่สุดคือภาคใต้ รองลงมาคือภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคกลางตามลำดับ เราจะเห็นว่าพี่น้องเกษตรกรเรามีอยู่ทั่วประเทศ เรามีพี่น้องชาวสวน ยางพาราเกือบ ๒ ล้านคนทั่วประเทศ หากรัฐบาลเจรจาไม่สำเร็จหรือยังคงเป็นภาษีที่สูงอยู่ พี่น้องชาวสวนยางพาราประสบปัญหาแน่นอน เช่น รายได้ครัวเรือนที่ต่ำลง หนี้สินที่เพิ่มขึ้น และจากเหตุการณ์ล่าสุด สถานการณ์ล่าสุด ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบเรื่องนี้ถึง ๓ เด้ง คือยางรถยนต์ที่ผลิตในไทยที่ส่งตรงไปอเมริกา เมื่อบวกภาษี Rate ใหม่แล้ว จะทำให้ ยางรถยนต์ที่จำหน่ายในอเมริการาคาสูงขึ้น คนอเมริกาก็จะซื้อยางรถยนต์ของไทยน้อยลง เราจะได้รับผลกระทบทันที🔗
เด้งที่ ๒ ยางพาราที่ส่งออกไปจีนและจีนส่งต่อไปในอเมริกา ภาษีที่อเมริกา เก็บจีนเพิ่มขึ้นยอดขายยางรถยนต์ของจีนลดลง แน่นอนจะส่งผลกระทบที่ปริมาณจีนสั่งซื้อ วัตถุดิบยางพาราจากไทยก็จะลดลงในที่สุดเช่นกัน🔗
ต่อมาเด้งที่ ๓ นี่ล่าสุดเลยที่เราจะเจอก็คือว่า ยางรถยนต์ที่ส่งออกจากในไทย อาจจะโดนตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดและเก็บภาษีแพงขึ้น หากสันนิษฐานว่าเป็นสินค้า ที่โดนสวมสิทธิ สิ่งที่ดิฉันกล่าวไปทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก🔗
ประเด็นถัดไปที่อยากจะให้เห็น คือเรามีความเสี่ยงค่ะในเรื่องของ Transshipment ไปในสหรัฐอเมริกา ตอนนี้สหรัฐเริ่มตรวจสอบอย่างเข้มงวด เรื่องสินค้า จากจีนที่อาจจะใช้ ไทย เวียดนาม มาเลเซียเป็นทางผ่านเพื่อเลี่ยงภาษี ยางรถยนต์ก็หนีไม่พ้น อเมริกามีความกังวลว่าการนำเข้ายางดิบหรืออย่างเกรดต่ำจากจีน และ Repackaging หรือ มา Rebranding ในประเทศที่สาม ซึ่งรวมประเทศไทยด้วย แล้วส่งต่อไปในอเมริกา โดยระบุ ว่าเมดอินไทยแลนด์ หรือ Product Of Thailand เพราะฉะนั้นความเสี่ยงที่เราจะเจอ คือเรา จะเสี่ยงถูกตั้งข้อหาหลบเลี่ยงภาษีตามกฎหมายของ US Custom หากมีหลักฐานไม่เพียงพอ โดยไทยอาจจะโดนสหรัฐขึ้นภาษีเพิ่มเติมหรือสั่งห้ามนำเข้าสินค้าดังกล่าวเลย นั่นคือสิ่งที่ ตามมาก็คือชื่อเสียงของผู้ส่งออกไทยจะเสียหาย โดยเฉพาะในตลาดสินค้าคุณภาพสูงอย่าง ยาง OE สิ่งที่ดิฉันอยากจะให้รัฐบาลดำเนินการและมองไปข้างหน้ามองไปในอนาคตคือ อยากให้ตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า แปรรูป ส่งออกของยางและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด สร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับให้เห็นชัดเจนว่ายางมาจากแหล่งผลิตในไทย ทำความ ร่วมมือกับสหรัฐในระดับหน่วยงานศุลกากรเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสของทั้ง Supply Chain และลงโทษชัดเจนกับผู้กระทำผิดในไทย เพื่อไม่ให้เกิดการสวมสิทธิซ้ำ ต่อมาดิฉันอยากจะเห็น ข้อมูลการส่งออกว่าไทยเรายังมีอนาคต ถ้ารัฐบาลมองไปถึงอนาคตร่วมกัน ๓ ปีล่าสุดเราจะพบ สถิติว่าในปี ๒๕๖๗ เรามีมูลค่าส่งออกยางรถยนต์ถึง ๒๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตามในสไลด์ ถัดไป และมีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้า ในปี ๒๕๖๘ เราจะเห็นว่านี่แค่ ๕ เดือนเท่านั้น แต่เรายังสามารถทำรายได้จากการส่งออกยางรถยนต์ไปถึง ๑๐๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วด้วย ตลาดส่งออก ๕ อันดับแรก แน่นอนเลยค่ะ อเมริกามาเป็นอันดับ ๑ แน่นอน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเราไม่สามารถที่จะทิ้งตลาดอเมริกา ได้เลย เราไม่สามารถเพิกเฉยอเมริกาได้ เพราะเขาคือลูกค้ารายใหญ่ของเรา และมีการ คาดการณ์ว่าภายในปี ๒๕๗๓ มูลค่ายางรถยนต์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าจะมีมูลค่าสูงถึง ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเฉพาะยางรถยนต์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แปลว่าอะไรคะ แปลว่า ถ้าเราไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ในครั้งนี้เงินก้อนนี้ก็จะหายวับไปเลย นั่นคือพี่น้องประชาชน ก็จะลำบากไปด้วยแน่นอนโอกาสดี ๆ ก็จะหายไปความเสียหายจะตามมาอีกมากมายค่ะ ต่อไปนะคะที่อยากจะเห็น ปัจจุบันไทยเป็นฐานผลิตยางรถยนต์สำคัญเป็นอันดับ ๒ รองจาก จีน มี Brand ระดับโลกตั้งโรงงานในประเทศมากมายดังในสไลด์ถัดไป เราจะเห็นว่ามี Brand ไม่ต่ำกว่า ๑๐ Brand เลยค่ะ Brand ระดับโลกที่มาอยู่ในประเทศไทย หากเราต่อรอง ได้น้อยจะเกิดอะไรขึ้น ผู้ประกอบการข้ามชาติหลายรายก็จะตัดสินใจชะลอการลงทุน หยุดกำลังการผลิต ยกเลิกการลงทุนโครงการใหม่ หรือสุดท้ายแล้วในที่สุดย้ายไปผลิต ยางรถยนต์ที่ประเทศอื่น เพื่อป้อนให้กับตลาดสหรัฐอเมริกา ดังในสไลด์ถัดไป ผลิตภัณฑ์ ยางพาราปัจจุบันที่เราส่งออกไปอเมริกาเยอะที่สุด คือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาคือถุงยาง ๑๓ เปอร์เซ็นต์ และท่อยาง ๓ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้นดิฉันขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง ในสไลด์ถัดไป ผลกระทบต่อชาวสวนยางพาราคืออะไร เมื่อขึ้นภาษียางล้อรถยนต์ที่ส่งออกไปในอเมริกา ยางรถยนต์ที่ขายปลีกในอเมริกาก็จะ ราคาสูงจนเกินไปจนคนอเมริกันซื้อไม่ไหว ยอดสั่งซื้อยางรถยนต์ก็อาจจะลดลง หลังจากนั้น ปริมาณยางแท่ง ปริมาณยางก้อน ไปจนถึงนำยางพาราสดที่โรงงานรับซื้อจากชาวสวน ยางพาราก็จะน้อยลง สุดท้ายก็จะล้น Stock เมื่อล้น Stock เลวร้ายที่สุดถึงขั้นโรงงานปิดตัว และย้ายฐานการผลิต แน่นอนค่ะน้ำยางพาราก็ล้นเหลือปริมาณเยอะมากมายในประเทศ ยางพาราก็จะตกแล้วตกอีกตกต่ำมากยิ่งขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นค่ะ ดังนั้น ไปสู่ข้อเสนอแนะ สุดท้ายดิฉันอยากจะขอเสนอไปยังรัฐบาล ดิฉันทราบมาว่าท่านอยู่ระหว่าง การเจรจาก็เป็นกำลังใจว่าให้ได้ใน Rate ที่ต่ำที่สุด อย่างไรเราก็ทิ้งตลาดสหรัฐไม่ได้ เพราะเป็นตลาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูงมาก สหรัฐนำเข้ารถยนต์ Brand สหรัฐมา ถ้าเราจะ เสนอเขา เราต่อรองได้ไหมคะว่าในเมื่อเขาจะให้ Brand รถยนต์ของอเมริกาเข้ามากขึ้น ถ้าอย่างนั้นเราก็ต่อรองว่าขอโควตายางพารารถยนต์ของเรามากขึ้นเช่นกัน รถยนต์ ไม่สามารถขับได้ โดยที่ไม่มีล้อรถยนต์ เพราะฉะนั้นเราก็คู่ขนานกันไปเลยค่ะพ่วงกันไปเลย🔗
ต่อมาข้อที่ ๒ ขอขยายสัดส่วนทางการค้าในตลาดที่มีอยู่เดิมหรือเจาะ ตลาดใหม่ เช่น อังกฤษ แอฟริกา ลาตินอเมริกา ยุโรป เนื่องจากมีทิศทางความต้องการซื้อ ยางรถยนต์เพิ่มขึ้นนะคะ🔗
ข้อสุดท้ายค่ะ ดิฉันขอเสนอให้เพิ่มปริมาณการขายในประเทศคู่ค้าเอฟทีเอ ที่เรามีอยู่แล้วให้เขาสั่งซื้อยางรถยนต์เราเพิ่มขึ้นค่ะ นี่คือข้อเสนอที่ดิฉันอยากจะเสนอไปยัง รัฐบาลไปยังคณะรัฐมนตรีนะคะ ถึงแม้ว่าท่านจะสามารถลดภาษีได้ต่ำ แต่ไม่ได้แปลว่า อุปสรรคจะน้อยลง อุปสรรคยังคงมีอยู่ค่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องมองไปข้างหน้าแล้วเราต้อง สร้างอนาคตยางพาราไทยให้ดีขึ้นกว่าเดิม ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะสามารถรักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องชาวสวนยางพารา แก้ปัญหาวิกฤตครั้งนี้ให้กับประเทศไทยให้ผ่านไป ได้ด้วยดี ขอส่งกำลังใจให้กับ Team Thailand ทุกท่าน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์นะครับ ขอมีส่วนร่วมอภิปรายญัตติด่วนที่เรียกสั้น ๆ ว่าการรับมือ กับภาษีทรัมป์ในวันนี้ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ จริง ๆ เมื่อครู่นี้ท่านรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงสัดส่วนของข้าวโพดในประเทศไทยไปแล้วนะครับ ซึ่งวันนี้ ผมจะพูดเฉพาะเรื่องข้าวโพด ท่านพูดถูกว่าปริมาณความต้องการข้าวโพดในประเทศไทย ๙ ล้านตัน ในขณะที่เราสามารถผลิตได้ ๕ ล้านตัน แต่ว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีพูดไม่หมด ก็คือ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๔ ล้านตันนี้อยู่ที่ไหน ๒ ล้านตัน คือสัดส่วนที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย แล้วคำถามก็คือว่าแล้วอีก ๒ ล้านตัน ที่เหลืออยู่นี้เราไม่มีใช่ไหมครับ คือเรื่องนี้ มันยังมีอย่างอื่นอยู่ที่ไม่ได้ถูกพูดถึง ก็คือเรื่องของการลักลอบนำเข้ามา ซึ่งเรื่องนี้ผมจะพูด ในลำดับต่อไป แล้วก็จะเป็นเรื่องที่เป็นสาระสำคัญมากด้วย สไลด์ต่อไปก็คือเรื่องสถิติ การนำเข้าข้าวโพด อันนี้ผมอยากจะให้ดูแค่สัดส่วนระหว่างการเพาะปลูกในไทยกับการ นำเข้ามา สีน้ำเงินก็คือการเพาะปลูกในไทย ส่วนสีเหลืองก็คือการนำเข้ามา เราจะเห็นว่า ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นข้าวโพดที่ปลูกในประเทศไทยทั้งหมด เรานำเข้ามาอย่าง ถูกต้องเพียงประมาณสักไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของสัดส่วนที่เราต้องการ อันนี้ก็คือสถิติการ นำเข้าข้าวโพด ซึ่งจะเห็นว่าเรานำเข้าข้าวโพดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงปีปัจจุบันนี้ แล้วประเทศที่นำเข้ามาส่วนใหญ่ก็คือเป็นประเทศเมียนมานี่ละครับ การที่ ประเทศไทยเรานำข้าวโพดไปเป็นตัวในการเจรจาต่อรองกับภาษีทรัมป์ ถามว่าผลกระทบ จะเกิดอะไรขึ้น อันนี้ผมจะไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะหลายคนได้พูดไปแล้ว แต่ผม อยากจะชี้ให้เห็นว่าปริมาณเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เมื่อครู่นี้ท่านรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงเรื่อง ของการทำให้เกษตรกรปรับตัวเพื่อที่จะแข่งขันได้ ท่านพูดถูกครับโดยหลักการ แต่ว่า ผมอยากจะให้ท่านประธานดูตัวที่อยู่บนสไลด์นี้นะครับ นี่ก็คือมาตรการที่ท่านรัฐมนตรี ได้เคาะเอาไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และนี่ก็คือมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์จะเอามาใช้แก้ไข ปัญหาเรื่องข้าวโพดมีอยู่ ๓ โครงการ ทั้งหมด ๓๒๐ ล้านบาท ๓ โครงการ เป็นโครงการที่ อุดหนุนนายทุน ไม่ได้อุดหนุนตัวเกษตรกร แล้วมีอยู่ ๑ โครงการ ที่เป็นการให้เกษตรกร ได้มีสิทธิในการกู้ เป้าหมาย ๑๐,๐๐๐ ราย แต่เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดมีอยู่อย่างน้อย ๔๒๐,๐๐๐ ราย เพราะฉะนั้นนี่เป็นเพียงแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเกษตรกร แล้วมีอีก ๑ โครงการ เป็นโครงการจัดอบรม โครงการเหล่านี้ที่ท่านรัฐมนตรีคาดหวังว่าจะไปทำให้เกษตรกร สามารถปรับตัวเพื่อแข่งขันได้ ซึ่งความจริงแล้วมันก็คนละเรื่องกันเลย เกษตรกรที่สามารถ ปรับตัวได้ในประเทศไทยจริง ๆ แล้วมีเพียงแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ อีก ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นเกษตรกรที่ไม่พร้อมที่จะปรับตัว และส่วนใหญ่ก็คือเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด ไม่ว่าจะเป็น เงื่อนไขเรื่องพื้นที่ อายุตัวเกษตรกร เรื่องของทุน แล้วก็เรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ในกลุ่มนี้จำเป็นที่รัฐจะต้องปกป้องแล้วก็อุ้มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลกระทบทางอ้อมที่ผมคิดว่ารัฐบาลจะต้องคำนึงถึงก็คือว่า เรายังมีกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกพืชผักชนิดอื่น ๆ อยู่ โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์อย่างผม อาชีพ หลัก ๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์ก็คือการปลูกพืชผัก แล้วก็ผลไม้ แล้วก็การที่เราเอาข้าวโพดไปเป็น ส่วนหนึ่งในการเจรจาต่อรอง แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ ประเทศที่ส่งเข้าผักและผลไม้ไปยัง ประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าทั้งไทยแล้วก็ประเทศอื่น ๆ ที่ส่งข้าวโพดเข้าไปสหรัฐอเมริกา ถูกจำกัดในการส่งไปแล้วมีโอกาสสูงมากที่สินค้าเหล่านี้จะเบนมาเข้าไทย ทะลักเข้ามา ในประเทศไทยแทน บวกกับกลุ่มที่ปลูกข้าวโพดหันมาปลูกพืชอย่างอื่นอีก มันก็จะมาเบียด กับเกษตรกรกลุ่มอื่น ๆ อีกสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ตามไป เรื่องนี้จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึง แล้วก็หาทางแก้ไขปัญหาด้วย รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการในการมาปกป้อง ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้ขอสิทธิปกป้องพิเศษจากดับเบิลยูทีโอมาหลายหลายชนิด อย่างเช่น กระเทียม มันฝรั่ง แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายนะครับว่าในปีนี้ไม่ได้รับสิทธิในการปกป้องแล้วก็เป็นที่ น่าเสียดาย ไปที่ข้อเสนอเลยไว ๆ นะครับ ผมมี ๓ ประการ🔗
อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของการบริหารปริมาณข้าวโพดไม่ให้ล้นเกิน ผมขอ ย้อนกลับไปยังตัวเลขที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่นี้ว่าที่เราปลูกได้มีประมาณ ๕ ล้านตัน นำเข้ามา อย่างถูกต้องประมาณ ๒ ล้านตัน อีกประมาณ ๒ ล้านตัน อาจจะถือได้ว่าเป็นช่องว่างของ ปริมาณความต้องการกับที่มีอยู่ที่เป็นส่วนต่าง ในส่วนนี้ต้องควบคุมไม่ให้มีการนำเข้ามาจาก สหรัฐอเมริกาที่มันจะไปล้นเกิน ในขณะเดียวกันที่สำคัญมาก ๆ ก็คือต้องควบคุมในส่วน ที่มีการนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย🔗
อันที่ ๒ ก็คือพัฒนามาตรการช่วยเหลือเกษตรกร อันนี้ต้องทำให้งบประมาณ มาตรการต่าง ๆ ตกถึงมือของเกษตรกรจริง ๆ ต้องทำให้ได้จริง ๆ ไม่ได้เหมือนอย่างที่ เมื่อสักครู่นี้ผมได้พูดไปว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาตกถึงมือนายทุนมากกว่ามือของ เกษตรกร🔗
แล้วสุดท้ายก็คือต้องหาทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรด้วย ไม่ว่าจะเป็นการหา ตลาดใหม่หรือว่าหาช่องทางให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดหันไปปลูกอย่างอื่น หรือถ้าจำเป็นจริง ๆ ว่าเกษตรกรบางส่วนต้องเลิกปลูกข้าวโพดก็ต้องให้ข้อมูลต้องบอกเขาตรง ๆ ว่าต้องเลิกปลูก ซึ่งการบอกว่าเลิกปลูก อันนี้ไม่ใช่เรื่องที่อาจจะเกินจริง แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายด้วย บางเรื่อง ถ้าเราแข่งไม่ได้จริง ๆ ศักยภาพเราน้อยกว่าเขาจริง ๆ จำเป็นต้องเลิกมันก็ต้องบอกกันตรง ๆ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีติ เจริญศิลป์ ครับ🔗
ผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายญัตติด่วนกรณีการขึ้นภาษีของ สหรัฐอเมริกาที่จะมีการประกาศในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ผมทราบข่าวว่ารัฐบาลได้มีการเจรจาล่าสุด มีการยื่นข้อเสนอไป ๒ วันสุดท้ายก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะประกาศอัตราภาษีในวันที่ ๑ สิงหาคมนี้ เห็นข่าวว่ารัฐบาลเรามั่นใจว่าจะได้ลดภาษีอย่างน้อยน่าจะเหลือประมาณ ๑๘-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ดูจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ผมเองมีความกังวลอย่างยิ่งว่าการลดภาษี ที่เราได้ แล้วเราเสียอะไรไปบ้าง หากการนำสินค้าเกษตรเป็น Deal ไปแลก อาจจะเกิด ผลกระทบมากขึ้นครับ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรหมู ไก่ เนื้อวัว ซึ่งเป็นสินค้าที่คนไทยบริโภค มากที่สุด ท่านประธานครับ ปัจจุบันมูลค่าอุตสาหกรรมหมู ไก่ เนื้อวัวในประเทศรวมกันกว่า ๕.๔ แสนล้านบาท และมีเกษตรกรมากกว่า ๑.๔ ล้านราย ที่ผ่านมาเกษตรกรเหล่านี้ได้รับ ผลกระทบอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดในสัตว์ หรือมีการนำเข้าสินค้าเถื่อน หรือ หมูเถื่อนที่เราได้ยินมาไม่นานนี้เอง เพราะอะไรถึงมีการนำเข้าเยอะขนาดนี้และเป็นการ นำเข้าผิดกฎหมาย เพราะต่างประเทศเขามีต้นทุนที่ถูกกว่า ทั้งในบราซิลและยุโรป หรือ สหรัฐอเมริกาหมู ไก่ เนื้อเป็นอาหารหลักของคนไทยที่ใช้ประกอบอาหารเพื่อการบริโภค มากที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเมนูต่าง ๆ ที่เรารู้จักกันดี กะเพราหมูสับ ไข่ดาว ไก่ทอดกระเทียม ข้าวผัดเนื้อ เป็นต้น หมู ไก่ เนื้อไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร แต่สิ่งเหล่านี้วันนี้คือความมั่นคงทางอาหาร ของประเทศไทย เมื่อเป็นสินค้าที่มีความสำคัญเราจึงมีกำแพงภาษีที่ปกป้องเกษตรกรเหล่านี้ อย่างหมูและเครื่องในเรามีกำแพงภาษีถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งการ Ban สารเร่งเนื้อแดง เนื้อไก่และเครื่องในภาษี ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ เนื้อวัวและเครื่องในเราตั้งกำแพงภาษี ๓๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ และ Ban สารเร่งเนื้อแดงด้วย หากสิ่งเหล่านี้ไม่มีแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับ เกษตรกรในประเทศไทย หากเรานำสินค้าเกษตรเหล่านี้ไปเป็น Deal แลกกับสหรัฐอเมริกา ในอนาคตอันใกล้หมูนำเข้าอาจจะถูก อาจจะเกิดผลดีกับผู้บริโภคในระยะสั้น แต่ระยะยาว ผมเชื่อว่าเกษตรกรไทยก็อยู่ไม่ได้ ในอนาคตอาจจะต้องล้มหายตายจากกันไปในระบบ สุดท้ายแล้วสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศหลักที่ต้องมาส่งสินค้าเหล่านี้ให้กับเรา นั่นหมายความว่าความมั่นคงทางด้านอาหารของเราขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกา อนาคต สหรัฐอเมริกาอาจจะกำหนดราคาขึ้นหรือลงก็ได้หากเขาผูกขาดสินค้าเหล่านี้ในประเทศไทย ท่านประธานครับ เราลองมาดูงบประมาณที่รัฐบาลตั้งขึ้นในปี ๒๕๖๙ ผมเองยังไม่เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคเกษตรอย่างมีนัยสำคัญเลยในการตั้งงบประมาณ ทั้งที่ การเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกาต้องมีทั้งได้และมีเสีย แต่ส่วนที่เสียไปถ้ามันเป็นความมั่นคง ทางด้านอาหารรัฐบาลจะทำอย่างไร ผมยังไม่เห็นรัฐบาลทำอะไรเป็นรูปธรรมเพื่อปกป้อง สินค้าเกษตรเลย ทั้งนี้การไปเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกานั้นเหมือนเป็นการทำข้อตกลง ทางการค้าเสรีที่ต้องมาขออนุมัติจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ วรรคสอง ระบุอย่างนี้ หนังสือสัญญาอื่นที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมหรือการค้า การลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวางต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา วรรคสามระบุไว้ชัด ว่าหนังสือสัญญาอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม การค้า การลงทุน ของประเทศอย่างกว้างขวางตามวรรคสอง ได้แก่หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี นั่นหมายความว่าสุดท้าย Team Thailand ครม. ต้องมาขออนุมัติจากรัฐสภาที่มีทั้ง สส. และ สว. ด้วย แต่หากการนำ Deal นี้ไปเจรจาเพื่อแลกกับการเปิดตลาดสินค้าเกษตร เพื่อมา ทำลายเกษตรกรประเทศไทย ผมก็นึกไม่ออกว่ารัฐสภาเราจำเป็นต้องเห็นชอบตามข้อตกลง ที่เขาไป Deal ลับมาแล้วหรือเปล่า ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่อาจจะไม่เห็นด้วยหากเราเปิดการค้าเสรี นำ Deal นี้ไปเจรจาต่อรอง และส่งผลระยะยาวให้กับความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย🔗
สุดท้ายนี้ผมอยากฝากไปยังรัฐบาล ไม่ว่า Deal นี้ที่ท่านยังไม่เปิดเผยว่า เอาอะไรไปแลก ขอให้ช่วยพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ ภาคเกษตรในประเทศไทย รวมทั้งหาทางตั้งเงื่อนไขที่จำเป็นในการป้องกันสินค้านำเข้าจาก สหรัฐอเมริกาในอนาคต เพื่อให้เกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติสามารถดำรงอยู่ได้ สืบต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมเองขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ขออภิปรายในส่วนของอัตราภาษีใหม่ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะคิดกับประเทศไทย นั่นก็คือถ้าเป็นไปตามเดิม นั่นก็หมายความว่า ในวันที่ ๑ คือวันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มใช้ในอัตราภาษีที่ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าผมเองยังเชื่อมั่น ต่อคณะผู้แทนไทย ซึ่งนำโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็องคาพยพทั้งหลาย ต้องต่อรองกับประเทศสหรัฐอเมริกาได้ เพราะไม่ใช่ว่าเราเองไม่มีของดีอยู่ในตัว จริง ๆ คือการด้อยค่าของประเทศไทย จริงหลายอย่าง บางอย่างก็ยอมรับว่าเราเองเราก็เป็นรอง แต่ว่าในสิ่งที่มันเป็นจุดแข็งของเรามันก็มี ในส่วน ของผมในวิกฤติการณ์ครั้งนี้ที่ได้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในภาคการเกษตรของไทยเกี่ยวกับเรื่อง ของอัตราภาษีที่ทรัมป์ (Trump) จะกำหนดขึ้นใหม่ ในสิ่งที่เลวร้ายมันก็มีสิ่งที่ดี ๆ นั่นหมายความว่าทำให้เราต้องมานั่งทบทวนกัน ตระหนักกันให้ดีทั้งฝ่ายบริหาร แล้วก็ ทั้งตัวเกษตรกร รวมทั้งพ่อค้าวาณิชทั้งหลายด้วยว่า ถ้าเราไม่รู้จักที่จะปรับตัว เรารอแต่ยืมจมูก คนอื่นเขาหายใจมันจะเป็นอย่างไร ถ้าเขาอุดรูจมูกขึ้นมาเราแย่ เพราะฉะนั้นการที่จะปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการที่จะปฏิรูปในเรื่องของเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการทำเรื่อง Zoning ใช่ อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังได้พูดเมื่อตอนเย็นนี้ว่า ในส่วนของสินค้าที่มันมีจำนวน ที่มากเกินกว่าความต้องการเราต้องลดลง ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นการจัด Zoning ซึ่งเรา ก็พูดกันมานานแล้ว ผมก็ยังหวังว่าให้รัฐบาลนี้ได้เอาจริงเอาจังกับการจัด Zoning นั่นหมายความว่าพื้นที่ไหนที่มันไม่เหมาะสมจริง ๆ อย่างข้าว พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมที่จะ ปลูกข้าว ตอนแรกที่มีข่าวว่าประมาณ ๑๒ ล้านไร่ ผมบอกเลยไม่ใช่หรอกครับลองไปดูตัวเลข กันให้ดี ๆ พื้นที่ปลูกข้าวในเมืองไทยเอาข้าวนาปี ปีหนึ่ง ๖๒ ล้านไร่ จริง ๆ พื้นที่ที่เหมาะสม นั่นก็คือพื้นที่ที่อยู่ในเขตชลประทาน อยู่ในส่วนของชลประทานดูแล ๒๕ ล้านไร่ และอยู่ใน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก ๓ ล้านกว่าไร่ ตีเสียเบ็ดเสร็จ ๓๐ ล้านไร่ เผื่อเหลือเผื่อขาด ที่มันยังพอใช้น้ำในระบบธรรมชาติได้อีกประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๓๓ ล้านไร่ นอกนั้น เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ไม่เชื่อลองไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่กรมพัฒนาที่ดินได้สำรวจไว้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ได้ตรงนี้ ๒. ในส่วนของที่เป็นปัจจัยการผลิต ปุ๋ยมีการพูดจากัน มากเลยว่าเป็นภาระเป็นต้นทุนที่สูงสำหรับประเทศไทย ผมก็ยอมรับและทุกคนก็ยอมรับ วันนี้อย่างตัวผมผมก็หวังว่าแร่โพแทสเซียมที่เรามีอยู่ ที่อุดรธานีที่ได้สัมปทานบัตรไปแล้ว เมื่อ ๘-๙ ปีก่อน ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย ผมอยากให้ผู้มีอำนาจได้ลงไปดูว่ามันเป็น เพราะอะไร ให้สัมปทานบัตรไปแล้วตั้งกี่ปีจะเกือบ ๑ ทศวรรษแล้วนะครับ แต่ก็ยังไม่ได้ เริ่มต้นตรงนี้เลย ถ้าวันนี้เราสามารถที่จะเอาแร่โพแทสเซียมที่อยู่ในผืนแผ่นดินเราเอาออกมา ใช้ได้ แล้วสั่งแม่ปุ๋ยอีกเป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่สั่งมา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหมือนอย่าง ปัจจุบันนี้จากแหล่งผลิตไหนก็ได้ที่เขามีแร่ที่เราไม่มีอยู่มาบวกกับโพแทสเซียมที่เรา มีอยู่ ทำให้เราไม่ต้องนำเข้าปุ๋ยเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างน้อย ๆ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่เรามีอยู่ ในประเทศของเรามันก็สามารถจะประหยัดต้นทุนได้ ไม่แน่นะครับ ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ปุ๋ย ยูเรียกระสอบหนึ่งปัจจุบัน ๘๐๐-๙๐๐ บาท มันอาจจะลงมาเหลือแค่ ๕๐๐-๖๐๐ บาทก็ได้ เพราะเรามีแร่ของเราเอง ๓. โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทานวันนี้กว่าจะเป็นพื้นที่ชลประทาน รัฐจะต้องเสียเงินให้พื้นที่เหล่านั้นได้ขึ้นชื่อว่าชลประทานเป็นเงินต่อไร่แล้วหลายหมื่นบาท เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถามว่าวันนี้มีพื้นที่โครงการส่งน้ำไหนบ้างที่อยู่ในเขตชลประทาน ที่เวลาชาวนาจะเพาะปลูกไม่ต้องเสียค่าน้ำมันมาสูบน้ำเข้านา แล้วเวลาถึงฤดูฝนไม่ต้องมา สูบน้ำออกจากนาทั้ง ๆ ที่มีระบบระบายน้ำ มีทั้งคลองส่งน้ำ มีทั้งคลองระบายน้ำ เพราะฉะนั้นในเรื่องเหล่านี้เราต้องมาดูแลกันให้ดี และอีกอย่างหนึ่งบางสิ่งบางอย่าง โดยเฉพาะในเวลาเพาะปลูกสำหรับเวลาการส่งน้ำมันจะต้องมีการยืดหยุ่นกันได้ตามสิ่งที่ เป็นไป อย่างในปีนี้ อย่างในบางระกำโมเดลในพื้นที่บ้านผมที่ประสบตอนนี้ พี่น้องเกี่ยวข้าว ใช่ได้เกี่ยวจริง แต่เกี่ยวข้าวสดครับ เกี่ยวข้าวที่ยังเขียว ๆ อยู่เลยมันยังไม่สุก การเกี่ยวข้าวสุก กับการเกี่ยวข้าวหนีน้ำมันแตกต่างกันในเรื่องของราคา แต่ถ้าชลประทานปีนี้ได้ส่งน้ำเข้ามา ในพื้นที่ของโครงการบางระกำโมเดล หรือว่าโครงการต่าง ๆ ในบริเวณแถวนั้นก่อน ๒-๓ สัปดาห์ ซึ่งผมเองก็เคยแนะนำกรมชลประทานไปแล้ว เพราะฝนปีนี้จะมาไว GISTDA ก็บอก กรมอุตุนิยมวิทยาก็บอก ที่ไหนก็บอก แล้วน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ก็มีอยู่พอที่จะส่งให้พี่น้อง ได้เพาะปลูกก่อน ถ้ามีการยืดหยุ่นกันในเรื่องของการส่งน้ำแบบนี้แล้ว ปัญหาเรื่องการเกี่ยวหนีน้ำของพี่น้องเกษตรกรแล้วได้ราคาผลผลิตที่ตกต่ำก็จะน้อยลง ผมเอง ก็ถือว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ถามว่าเป็นวิกฤติไหม เป็นวิกฤติ แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นใน Team Thailand ว่าสามารถที่จะคุยเจรจากับทรัมป์ (Trump) ได้ เพราะเราก็มีของดีอยู่ในตัว ของเรา แต่ที่สำคัญเราควรที่จะต้องปฏิรูปเพื่อที่จะให้หายใจด้วยตัวของเราเองดีกว่านะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านเซีย จำปาทอง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขอร่วมอภิปรายญัตติด่วนเรื่องการเจรจา กำแพงภาษีประเทศสหรัฐอเมริกาหรือที่เราเรียกกันว่าภาษีทรัมป์ หากสหรัฐอเมริกายังยืนยัน ที่จะขึ้นภาษีในอัตรา ๓๖ เปอร์เซ็นต์ หรือจะเป็นเท่าไรก็ตาม แน่นอนครับจะส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจของไทยเราอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ สำหรับมุมมองของผมที่เคยเป็นนักกิจกรรม ด้านแรงงาน หากพูดถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจเราคงไม่สามารถละเลยที่จะไม่พูดถึง ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องแรงงานได้เลย พูดกันแบบง่าย ๆ คือหากรัฐบาลไม่สามารถ เจรจาลดภาษีลงได้ตามที่คาดการณ์ไว้ นั่นหมายความว่าต้นทุนของผู้ประกอบการที่ส่งออกไป ยังประเทศสหรัฐอเมริกาต้องจ่ายแพงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการอย่างแน่นอน เมื่อผู้ประกอบการมีต้นทุนที่สูงขึ้น พวกเขาก็ต้องหาวิธีการลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้กิจการ ของเขาสามารถแข่งขันในตลาดได้ จากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นคนทำงาน การลดต้นทุน การผลิตที่ผู้ประกอบการทำกัน แล้วเลือกใช้กันเป็นอันดับต้น ๆ คือการลดต้นทุนด้านแรงงาน ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเขามีวิธีการลดต้นทุนแบบไหนบ้างครับ เริ่มไล่ตั้งแต่การเริ่ม ปรับลด OT การปรับลดสวัสดิการ การประกาศหยุดงานแล้วจ่ายค่าจ้างแค่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ณ ขณะนี้ก็เริ่มมีส่งสัญญาณบ้างแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างการทำงาน การปรับ โครงสร้างขององค์กร การลดจำนวนคนงานลง มากกว่านั้นก็คือการย้ายฐานการผลิต ไปจนถึงหนักที่สุดก็คือการเลิกจ้างปิดกิจการครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ครับท่านประธาน ถ้าอ้างอิงคำพูดรองประธานสภาองค์การนายจ้าง ผู้ประกอบการการค้าและอุตสาหกรรมไทย เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ท่านให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ภาคส่งออกของไทย เป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศ ห่วงโซ่อุปทานมีขนาดใหญ่และเชื่อมโยงกับ ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ตั้งแต่วัตถุดิบในภาคเกษตรไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม การผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งเขาคาดการณ์ว่าจะมีคนทำงานที่ได้รับผลกระทบมากกว่า ๒๐ ล้านคน จากตัวเลขที่ฝั่งสภานายจ้างจะมีคนทำงานได้รับผลกระทบ ๒๐ ล้านคน นี่ยังไม่รวมครอบครัวของแรงงานซึ่งมีลูกหลาน มีพ่อแม่ต้องดูแลอีกจำนวนเท่าไร ร้านอาหาร ตลาดสด ร้านขายเครื่องมือเครื่องใช้ประจำวันที่เขาต้องกินต้องใช้ก็ส่งผลกระทบไปด้วย เช่นกัน ดังนั้นจำนวนคนที่มีความเสี่ยงและได้รับผลกระทบมากกว่า ๒๐ ล้านคนแน่นอนครับ วันนี้เราต้องมาคุยกันว่ารัฐบาลควรทำอย่างไรเพื่อเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันปัญหา ที่จะเกิดขึ้นในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนทำงานทั้งประเทศ ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว ข้อเสนอของผมคล้าย ๆ กับเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนอีกหลาย ๆ ท่าน คือในระยะ เร่งด่วนผู้แทนเจรจาตัวแทนรัฐบาลไทยต้องไม่คำนึงถึงเฉพาะแค่ตัวเลขลดลงเพียงอย่างเดียว ถามว่าตัวเลขภาษีลดลงเป็นผลดีไหมครับ ตอบได้เลยครับว่าดี ยิ่งตัวเลขต่ำเท่าไรภาคธุรกิจ จะได้รับผลกระทบน้อยลงยิ่งดีครับ แต่เราอาจจะต้องประเมินด้วยว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ กับข้อแลกเปลี่ยนอื่น ๆ ที่เขาต้องการ ผมว่าตัวแทนเจรจาต้องคิดให้รอบคอบ ต่อรอง โดยไม่ทำร้ายตัวเองจนเกินไป เช่น หากต้องแลกกับสิทธิประโยชน์เพื่อการส่งเสริมการลงทุน ต้องคำนึงถึงว่า ควรเป็นภาคธุรกิจที่มีห่วงโซ่โยงใยกับภาคการผลิต ซึ่งจะต้องสร้างงาน ให้ได้มากขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญต้องมีเงื่อนไขกำหนดไว้ว่าสิทธิประโยชน์เพื่อการลงทุน หากพบว่าการกระทำผิดกฎหมายของแรงงานไทยต้องเพิกถอนสิทธิประโยชน์เหล่านั้นทันที ท่านประธานครับ สำหรับกระทรวงแรงงานนอกจากที่ท่านรัฐมนตรีได้ให้ข่าวมาตรการเชิงรุก ในการเร่งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานแล้ว ซึ่งก็จริง ๆ ไม่รู้ว่าท่านจะทำได้ตามที่แถลงข่าวไว้ หรือไม่ ที่แน่ ๆ คือท่านต้องเตรียมตัวรับมือสถานการณ์การเลิกจ้างในอนาคตที่จะเกิดขึ้น กระทรวงแรงงานต้องมีมาตรการคุ้มครองสิทธิเชิงรุกมากกว่าแค่รอให้คนทำงานมาร้องเรียน เช่นในปัจจุบันนี้ และเรื่องการรักษาระดับการจ้างงาน ท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน อาจเข้าใจผิด ที่ผ่านมาท่านบอกว่าทุก ๆ ปีมีการจ้างงานมากกว่าที่ถูกเลิกจ้างเพราะฉะนั้น ถึงแม้ภาษีทรัมป์จะมีผลกระทบ แต่ก็คิดว่าอัตราการจ้างงานของในประเทศไทยจะเป็นบวก มากกว่า ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคงไม่ทราบว่า คนตกงานที่ไป สมัครงานใหม่กว่าเขาจะหางานใหม่ได้ช่างยากเย็นครับ และที่หางานได้ส่วนใหญ่ได้ค่าจ้างต่ำ กว่าเดิม เขาต้องไปนับอายุงานใหม่ สวัสดิการลดลง และไม่มีใครหรอกที่อยากจะไป เริ่มต้นใหม่ ๆ ไปหางานไม่บ่อย ๆ นอกจากนี้รัฐบาลควรคำนึงถึงมาตรการการรักษาระดับ การจ้างงาน โดยเฉพาะ SMEs ที่จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน รัฐบาลอาจจะช่วยลดภาษี ให้กับพวกเขา เพื่อรักษาระดับการจ้างงานแบบเดิม ๆ ไว้ไม่ให้ถูกเลิกจ้างจนต้องไปหางาน ใหม่ทำ สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวกระทรวงแรงงาน รัฐบาลต้องเร่งรับรองอนุสัญญา ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ ๘๗ และฉบับที่ ๙๘ เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่ม ของคนทำงานให้คนทำงานสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ เพิ่มอำนาจต่อรองให้ลูกจ้าง เพื่อให้คนทำงานกับนายจ้างจับเข่าคุยกันหาช่องทางในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ผ่านพ้น วิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันให้ได้🔗
สุดท้ายด้วยเวลาที่จำกัด ผมหวังว่ารัฐบาลจะจริงจังจริงใจและให้ความสำคัญ กับคนทำงาน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้และเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างสรรค์เศรษฐกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจะต้องไม่ทิ้งพี่น้องแรงงานไว้ข้างหลัง เหมือนวิกฤติหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชลธิชา แจ้งเร็ว เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธาน ชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ท่านประธาน อีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ก็จะถึง Deadline สำหรับการเจรจาภาษีกับรัฐบาลทรัมป์ (Trump) ให้แล้วเสร็จ แม้เรื่องนี้ดูว่าเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ดิฉันต้องขอย้ำว่าในความ เป็นจริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวพวกเรามาก ๆ เพราะเป็นเรื่องของปากท้องของเรา ทุก ๆ คน ไม่ว่าผลลัพธ์ของการเจรจาตัวเลขจะจบลงที่กี่เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานไทย ในภาคอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี ที่สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาอยู่นี้ ซึ่งรวมไปถึงสินค้าที่เราส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ หม้อแปลง เครื่องใช้ไฟฟ้า ยางรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ สิ่งทอและพลาสติก เป็นต้น เมื่อผู้ประกอบการไทยต้องเจอกับ ต้นทุนใหม่ที่สูงขึ้นจากภาษีของทรัมป์ (Trump) ก็ไม่แปลกที่เขาเองก็ต้องหาทางลดต้นทุน ดังกล่าวลง ซึ่งนั่นอาจจะหมายรวมไปถึงการปิดสายการผลิต การลดคนการปรับโครงสร้าง ของแรงงาน ซึ่งแรงงานไทยกลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับแรงกระแทกจากภาษีทรัมป์ ในรอบนี้ ท่านประธานคะหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดก็คือ ในพื้นที่จังหวัด ปทุมธานีในเขตของดิฉัน ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ตั้งอยู่ด้วยกัน ๒ แห่งใหญ่ ๆ ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมนวนคร แล้วก็อีกแห่งหนึ่งก็จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุไว้ชัดว่า ในพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานีมีโรงงาน ที่ประกอบกิจการในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์พลาสติกอยู่จำนวน ๓๑๔ โรงงาน และมีโรงงาน ที่ประกอบกิจการผลิตซ่อมแซมรถยนต์ อุปกรณ์ยานยนต์ต่าง ๆ ในอีกจำนวน ๒๖๖ โรงงาน ดังนั้นท่านประธานแค่ ๒ กิจการใน ๒ หมวดหมู่ตรงนี้ และแค่เฉพาะในจังหวัดปทุมธานี เท่านั้น ก็จะมีโรงงานที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อย ๕๘๐ โรงงานด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลข ของแรงงานในพื้นที่ตรงนี้หลายหมื่นคน และนี่ยังไม่นับรวมครอบครัวของเขาอีก ซึ่งโรงงาน ในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ก็จะเป็นโรงงานที่ผลิตสินค้าที่อยู่ใน List ความเสี่ยงสูงที่จะโดนภาษี จากทรัมป์ (Trump) เมื่อแรงงานได้รับผลกระทบแน่นอนอย่างที่ดิฉันบอกว่าแรงงานก็จะโดน หางเลขไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการลดชั่วโมงการทำงาน การเลิกจ้างและรวมไปถึงการย้ายฐานการ ผลิต คำถามที่สำคัญของวันนี้ค่ะท่านประธาน ว่ารัฐบาลมีแผนอย่างไรที่จะดูแลแรงงานกลุ่มนี้ อย่างเป็นธรรมแล้วก็เท่าเทียม ยิ่งหากเราดูในเรื่องของงบประมาณที่กำลังพิจารณากันอยู่ แล้วก็อีกไม่กี่สัปดาห์หลังจากนี้จะเข้ามาสู่การพิจารณาของเราในรัฐสภา ก็ยังไม่เห็นว่า จะมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ เพื่อสอดรับกับผลกระทบและ แรงกระแทกที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ก็หวังว่ากระทรวงแรงงานจะต้องมีมาตรการในการคุ้มครองสิทธิแรงงานที่เข้มข้น แล้วก็ต้อง มีมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้อยู่รอด ให้ปรับตัวได้ เพราะเมื่อผู้ประกอบการ อยู่รอดแล้วแรงงานก็จะอยู่รอดได้เช่นเดียวกัน🔗
ท่านประธานคะอีก ๑ ประเด็นที่ดิฉันอยากขอฝากไว้เป็นข้อสังเกตก็คือ เรื่องของการเปิดตลาดใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จริง ๆ ดิฉันต้องบอกว่า ดิฉันขอชื่นชมรัฐบาลเป็นอย่างมากที่มีความพยายามในการเปิดตลาดใหม่ ๆ ผ่านการเจรจา การค้าเสรีกับประเทศต่าง ๆ แล้วก็ตลอดจนรวมไปถึงการพยายามที่จะเข้าเป็นสมาชิกของ OECD แต่ดิฉันต้องย้ำไว้ในที่แห่งนี้ว่าการปกป้องเศรษฐกิจแล้วก็แรงงานไทยจะต้องไม่ใช่แค่ การวิ่งไปเซ็นเอฟทีเอแบบด่วนจี๋กับอียู หรือประเทศใด ๆ ก็แล้วแต่แค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยคิดไปว่าการปิด Deal เอฟทีเอให้ได้อย่างรวดเร็วจะคือความสำเร็จ หรือคือทางออกเดียว สำหรับการรับมือกับภาษีทรัมป์ เพราะมิเช่นนั้นแล้วหากเราเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปแลกเพื่อให้ ได้มามันก็จะยิ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงกังวล เพราะแม้ว่าการเปิดตลาดใหม่จะเป็นเรื่องที่ดีแต่ว่า การที่เราเร่งไปปิด Deal เอฟทีเอเพื่อหวังรับมือกับภาษีทรัมป์จนขาดความรอบคอบในการ เจรจา ขาดการเปิดพื้นที่ในการรับฟังเสียงสะท้อนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนและ ผู้ประกอบการที่อาจจะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอฟทีเอไทยกับอียูยังมี หลายข้อห่วงกังวลที่ถูกพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสิทธิบัตรยา เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนเรื่องของความปลอดภัยทางด้านอาหาร อย่างเช่น จีเอ็มโอหรือว่าสารเร่งเนื้อแดง ต่าง ๆ มันจะกลายเป็นว่าการเจรจาเอฟทีเอที่เราไปเร่งเจรจาอย่างขาดความรอบคอบจะเกิด ผลกระทบกับประชาชน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดในสังคม แทนที่จะเป็นผลดีที่เรามองว่า เอฟทีเอจะเป็นตัวช่วยในการรับมือกับภาษีทรัมป์ อาจจะเป็นอีกหนึ่งแรงกระแทกที่สำคัญ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้🔗
ประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธานที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตลาดใหม่ ๆ คือโลกเราตอนนี้ โดยเฉพาะโลกของการค้าในปัจจุบันก็ขยับเข้าไปสู่การสร้างมาตรฐานการค้า ใหม่ ๆ ที่สูงขึ้น หลายประเทศให้ความสำคัญกับมาตรฐานการค้าในเรื่องของหลักความยั่งยืน และความเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เรื่องของ Human Rights Due Diligence หรือ HRDD หรือการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานทั้งห่วงโซ่ว่า การทำธุรกิจนั้น ๆ มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนหรือว่าเรื่องของสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งไทยเองก็ต้องปรับตัวเรื่องนี้ ให้ทัน เพราะหากเราอยากจะเพิ่มตลาดใหม่ ๆ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น OECD OECD ต้องมี มาตรฐานนี้เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน เกาหลีใต้ที่เรากำลังเร่งเจรจาเอฟทีเอเพื่อทำการค้าด้วย เกาหลีใต้เป็นประเทศแรกในเอเชียที่กำลังจะมีกฎหมาย HRDD ฉะนั้นแล้วถ้าเราทำการค้า กับเขา แน่นอนก็ต้องตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานของเขาในประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน EU เอง ตอนนี้มีแล้ว คือเรื่องของ CSDDD ที่จะเน้นเรื่องของการตรวจสอบสิทธิมนุษยชน แล้วก็ เรื่องของสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน แล้วที่สำคัญก็ยังมี EUDR อีก ต้องบอกว่า EU เป็นตัวพ่อในวงการที่เน้นในเรื่องของมาตรฐานการค้าโลกในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องเหล่านี้เราต้อง เตรียมรับมือไว้ให้สำคัญ ดิฉันชื่นชมรัฐบาลเรื่องหนึ่ง อันนี้ต้องชื่นชมจริง ๆ ท่านประธานคะ ขอเวลาสักเล็กน้อย ดิฉันทราบมาว่าวันนี้เมื่อช่วงเช้าทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพก็เพิ่ง จะจัดเวทีรับฟังความเห็นร่างกฎหมายส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งเพิ่งจะ ทำเสร็จก็เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นกฎหมาย HRDD ของประเทศไทย อันนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก ๆ ถึงแม้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ว่าก็ยินดีสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ ก็จะเป็นอีกหนึ่งกฎหมายสำคัญที่จะทำให้เราสามารถเปิดตลาดการค้ากับประเทศใหม่ ๆ ที่มี มาตรฐานการค้าที่สูงมาก ๆ แต่ดิฉันฝากไว้เรื่องหนึ่งท่านประธาน คือเรื่องของ EUDR ที่ดิฉัน พูดแทบจะในทุก ๆ โอกาสที่ไทยเองก็ต้องเซตระบบการตรวจสอบภายในที่ดี ดิฉันขอพูดถึง เรื่องหนึ่งคือ เรื่องยางพาราท่านชุติมาพูดไปแล้ว แต่ขอเสริมนิดหนึ่ง ยางพาราที่ใช้ในการผลิต ยางรถยนต์นอกจากจะได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์แล้ว แต่หากเรายังไม่เตรียมความพร้อม ที่ดีในการรับมือกับ EUDR แล้วก็จะยิ่งได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้เข้าไปอีก ก็ฝากเพราะว่าเรื่องนี้ จะส่งผลกระทบต่อพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs แล้วก็ที่ฝากข้อเสนอมาให้รัฐบาลว่าจะต้องช่วยกันช่วยประชาสัมพันธ์แล้วก็เตรียมความพร้อม🔗
สุดท้ายค่ะท่านประธาน เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ Trend แต่ว่าคือเงื่อนไขใหม่ของตลาด การค้าโลกในปัจจุบันที่ไทยต้องพร้อมรับมือท่ามกลางความเสี่ยงของสงครามภาษีทรัมป์ รัฐบาลไทยต้องวางแผนเพื่อการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด เฉพาะหน้า แล้วก็ที่สำคัญเพื่อสร้างการค้าที่ยั่งยืน แรงงานไม่ถูกทอดทิ้ง แล้วก็ที่สำคัญ SMEs ไม่ล่มสลายจากกติกาการค้าใหม่ของโลก ก็เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมจะรีบอภิปรายนะครับ เพราะผมดูจากข่าว เขาบอกว่าจะบรรลุข้อตกลงประมาณ ๒ ทุ่ม เดี๋ยวผมจะทายผลไม่ถูก แล้วก็ต้องชื่นชม ท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งมาตั้งแต่แสงแรกยันแสงสุดท้าย ใส่ใจปัญหานี้ ความจริง ก็มาทั้งรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการของกระทรวงการคลัง ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ Guru และเกจิต่างวิเคราะห์และคาดการณ์ว่า ตัวเลขภาษีที่เขาจะใช้กับไทยนี่ต่ำสุดประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ Guru ยังวิเคราะห์ต่อนะครับว่า น่าจะบรรลุผล และทราบอย่างเป็นทางการราว ๆ ๕ ทุ่มเศษของคืนนี้ แต่ก่อนจะถึงวันนี้ต้องขอให้กำลังใจ Team Thailand ครับ ท่านพิชัย ชุณหวชิร และทีมงาน ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครได้ Deal ที่ดีที่สุด ใครได้ Deal ตัวเลขภาษีสูงกว่าใครหรือต่ำกว่าใครครับ แต่ Deal ที่ดีที่สุดนั้น คือ Deal ที่เกิดการค้าขาย Deal ที่เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ Deal ที่เกิดความไว้วางใจ ถ้าเปรียบเป็นศึกสงครามก็ Talk and War ครับ รบไปด้วย คุยไปด้วย กำแพงภาษีทรัมป์ ก็เช่นกันครับ ตัวเลขที่จะออกมาในคืนนี้หรือพรุ่งนี้เช้าจะเป็นตัวเลขเท่าไร แต่ผมก็เชื่อมั่นว่า Team Thailand ต้องเดินหน้าในการพูดคุยต่อไป ผมมีข้อสังเกต ๕ ประการ เป็นภาคผนวก ที่จะขอแทรกรวมไปกับข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกที่นำเสนอในวันนี้ ซึ่งจะเป็นทางรอด และเป็นทางออกของการเจรจาภาษีทรัมป์ในอนาคตครับ🔗
ทางออกที่ ๑ ถึงเวลาที่เราต้องกระจายความเสี่ยงตลาดส่งออกอย่างเป็น รูปธรรม ต้องเร่งเจรจาเอฟทีเอ เปิดตลาดอียู ตลาดเอเชียกลาง เอเชียตะวันออกกลาง ตลาดแอฟริกา แอฟริกาใต้ ลาตินอเมริกา เอเชียกลาง และส่งเสริมการใช้ Brand ไทย ในตลาดเกิดใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผมก็เห็นในแผนยุทธศาสตร์ในหลายกระทรวง🔗
ประการที่ ๒ ถึงเวลาที่เราจะยกระดับนวัตกรรม สร้างสินค้าที่มี Value สูงขึ้น เพราะสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและมีนวัตกรรมนั้นมักจะถูกเก็บภาษีน้อยกว่าสินค้าทั่วไป ถึงเวลาที่สินค้าไทยจะไปสู่ธุรกิจ BCG จะไปสู่ EV ไปสู่ชิ้นส่วนอากาศยาน และสนับสนุนให้ SMEs ไทยนั้นเข้าถึงนวัตกรรมและเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อปรับเทคโนโลยีการผลิตครับ ถึงเวลาที่เราจะทำเทคโนโลยีของโลก พวก Microchip แบบที่ NVIDIA ทำ หรือแบบที่ โรงงานไทยเริ่มทำที่ลำพูน นี่เป็นธุรกิจ เป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูง และแน่นอนว่ามักจะถูก เก็บภาษีน้อยกว่าสินค้าทั่วไป🔗
ประการที่ ๓ ได้เวลาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เวลามา Upskill Reskill ครับ และลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานรถไฟความเร็วสูงมาแล้ว รถไฟรางคู่ตามไป ท่าเรือ ปฏิรูประบบภาษี ภายในประเทศให้สามารถแข่งขันได้ ให้เอื้อต่อการแข่งขันภาคส่งออก และเพิ่มประสิทธิภาพ ภาคแรงงาน🔗
ประการที่ ๔ ได้เวลาจะปฏิรูปนโยบายภาครัฐ กระตุ้นและปกป้องอุตสาหกรรม ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอัตราภาษีที่เราไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทข้ามชาติ ถึงเวลา ที่เราต้องไปดูมาตรการที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออก มาตรการกีดกันทางภาษี ซึ่งขณะนี้ หลายประเทศเริ่มใช้เครื่องมือหรือนวัตกรรมใหม่ในการกีดกันภาษีจากสินค้าไทย🔗
ประการที่ ๕ นี่เป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่หลายประเทศเริ่มแล้วและประเทศไทย ต้องเร่ง Speed ก็คือการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวหรือมาตรฐาน ESG ธุรกิจประเภทนี้ ในสหรัฐอเมริกาเขาเริ่มใช้ภาษีคาร์บอนเป็นกำแพงภาษีรูปแบบใหม่ที่จะสกัดกั้นหรือ ตั้งกำแพงภาษีสูง ๆ ครับ ได้เวลาที่เราต้องหันมาใส่ใจเรื่องของการเน้นพลังงานสะอาด ลด Carbon Footprint ส่งเสริมการตรวจสอบย้อนกลับให้สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเราสามารถตรวจสอบได้ ท่านประธานครับ ที่สำคัญวันนี้ไม่ใช่เวลาโทษเขาโทษเรา หรือเลือกเขาเลือกเราครับ อย่างที่ ผมเรียนว่า Deal ที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขต่ำสุดครับ แต่เป็น Deal ที่เกิดความไว้วางใจ ไว้เนื้อ เชื่อใจระหว่างกัน วันนี้ไม่ใช้เวลามาร้องเพลงกุหลาบแล้วเด้อครับ แต่ถึงเวลาที่ต้องบอกว่า Team Thailand สู้ ๆ แล้วเราคาดหวังว่าตัวเลขที่ออกมานั้นจะเป็นที่พึงพอใจและเราต้องสู้ ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ญัตติเรื่องนี้มีผู้ขอสรุปนะครับ ของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ โดยมอบหมาย ให้ท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล เป็นผู้สรุปแทน เชิญท่านวิบูลย์ครับ🔗
เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทั้งนี้ผู้นำฝ่ายค้านคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้เสนอญัตติ มอบหมายให้ผม เป็นผู้ทำหน้าที่อภิปรายสรุปญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการออกมาตรการ และดำเนินนโยบายเพื่อรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อตกลงในการเจรจาอัตราภาษี ตอบโต้หรือ Rreciprocal Tariffs ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาเพื่อส่งคณะรัฐมนตรี ดำเนินการต่อไป ก่อนอื่นผมอยากขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ที่กรุณาอยู่กับพวกเราจนถึง ตอนนี้เพื่อรับฟังข้อเสนอจากพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ อยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาล ผมคิดว่าที่ผ่านมากระบวนการเจรจา มีปัญหาอย่างน้อย ๒-๓ เรื่อง ผมคิดว่าไม่ผิด ถ้าเราจะพูดอย่างตรงไปตรงมา จริง ๆ แล้ว กระบวนการเจรจาที่ผ่านมามันอาจจะล่าช้า มันทำให้ขาดการมีส่วนร่วมเมื่อเทียบกับ ประเทศอื่น แล้วก็ทำให้ภาคธุรกิจเขาขาดความมั่นใจ คำว่าขาดการมีส่วนร่วม อันนี้มี เสียงสะท้อนเยอะมาถึงพวกเราที่อยู่ในสภามายังกรรมาธิการว่า ผู้ประกอบการรายเล็ก รายน้อยหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเขารู้สึกว่าสิทธิของเขาไปไม่ถึงรัฐบาล นอกจากนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลขาดการสื่อสาร ไม่สามารถทำให้ประชาชนหรือภาคธุรกิจมั่นใจหรือเห็น ความคืบหน้าได้ อย่างไรก็ตามผมต้องชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ในช่วงต้น ของการอภิปรายท่านชี้แจงต่อรัฐบาล ๒-๓ เรื่อง ผมคิดว่า ท่านชี้แจงได้ดีและดีกว่าที่ ผ่าน ๆ มาคือ ๑. ท่านยอมรับว่า แม้เราจะเจรจาได้ช้ากว่าประเทศอื่น แต่ในระดับเทคนิค มีการเจรจาตลอดมา ผมว่านี่เป็นการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงผมชอบวิธีการสื่อสาร ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ท่านบอกว่า แม้ว่าจะมีการตกลงกับทาง สหรัฐ ถูกระบุว่าเนื้อหาในการเจรจานี้เป็น Non-Disclosure ก็คือห้ามเปิดเผย แต่ท่าน ก็มีวิธีการในการเล่าสู่กันฟัง เล่าวิธีการ เล่าหลักการ หรือแม้กระทั่งเล่าง่าย ๆ ว่าประเทศอื่น ที่เขาไปเจรจามาผลของการเจรจามีอะไรต้องมาเตรียมรับมืออะไรบ้าง ผมคิดว่าท่วงทำนอง ในการสื่อสารแบบนี้เป็นประโยชน์และทำให้ภาคส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ในสังคมไม่ว่าจะเป็น ภาคธุรกิจหรือพวกเราที่อยู่ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ พอสมควร ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาบอกว่าเปิดเผยไม่ได้อย่างเดียว อันนี้ผมคิดว่าเป็นการปรับท่าที การสื่อสารที่ถูกต้อง ซึ่งผมคิดว่าอยากจะฝากท่านสำหรับในกระบวนการหลังจากนี้ ผมคิดว่า หลังจากนี้ หลังจากเราได้ตัวเลขปรากฏชัดออกมาการสื่อสารยิ่งต้องเน้นเปิดเผยมากขึ้น ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ ตัวอย่างง่าย ๆ ๒ เรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงไป เรื่องแรกผมคิดว่า ถ้าเราเปิดตลาดสินค้าเกษตรจริงมันจะมีผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรแน่นอน ทั้งในเชิง วัตถุดิบ ทั้งในเชิงสินค้าต้นทาง สินค้าแปรรูปอย่างที่ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิพูดไว้ ควรจะมีการทำ Dashboard สินค้าเกษตร เพื่อเป็นการเปิดเผยว่าสินค้าเกษตรมี ความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ใครเป็นผู้รับต้นทุน หรือตัวอย่างที่ สส. ศุภโชติอภิปรายไปเรื่องการนำเข้า LNG ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าไฟพี่น้องประชาชน มีผลโดยตรงกับประโยชน์ของนายทุนด้านพลังงาน ก็ควรทำอย่างไรเพื่อเป็นการเปิดเผย ข้อมูลให้โปร่งใสตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นผลของการเจรจา ถัดมาสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากถึงรัฐบาล ก็คือ มาตรการรับมือหลายอย่างไม่จำเป็นต้องรอผลของการเจรจา ท่านก็สามารถออกมา ได้แล้ว แต่ต้องบอกว่าที่ผ่านมาอาจจะยังล่าช้าและไม่เพียงพอ เสียงจากผู้ประกอบการ อันนี้โดยตรงที่ผมได้ยินมาเมื่อวานนี้มีการพูดคุยกัน ผู้ประกอบการ SMEs หลายราย วันนี้ ยอดคำสั่งซื้อหายไปแล้ว เพราะความไม่แน่นอน เพราะลูกค้าเขาที่อยู่ในอเมริกาเขาบอกเลย ว่าเขาไม่รู้ว่าจะสั่งซื้อไป สุดท้ายแล้วของจะไปถึงเขาจะโดนภาษีเท่าไร ผู้ประกอบการเหล่านี้จำนวนมากได้รับผลกระทบไปแล้ว ไม่ต้องรอผลของการเจรจา แต่รัฐบาลยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือเขาอย่างเพียงพอ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นมันอิหลักอิเหลื่อ ผู้ประกอบการบอกว่าไม่มียอด Order เข้ามาก็ไม่กล้าสั่งซื้อวัตถุดิบ วันนี้สมมุติตัวเลขภาษี กลับมาดีมาก ๆ คืนนี้ต่อให้อยากจะผลิตก็ไม่สามารถผลิตได้ทันที ยังไม่นับผู้ประกอบการ บางส่วนที่อาจจะทยอยปลดคนงานบางส่วนไปแล้ว บางส่วนอาจจะอยู่ไม่ถึงวันนี้เลิกกิจการ ไปแล้ว อันนี้คือความล่าช้าของมาตรการในช่วงที่ผ่านมาของรัฐบาล หรือตัวอย่างการแก้ปัญหา สินค้าสวมสิทธิ ซึ่งก็เป็นสาเหตุสำคัญข้อหนึ่งที่ทางสหรัฐกล่าวหาและขึ้นภาษีเรา ไม่ว่าเราจะ ได้อัตราภาษีเท่าไรปัญหานี้ก็ต้องแก้ไขนะครับ แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นรัฐบาลแก้ปัญหานี้ อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างที่ สส. ชุติมา คชพันธ์ เมื่อสักครู่พูดถึงเรื่องยางล้อรถยนต์ ก็เป็น ปัญหาที่เรายังเห็นอยู่มากมาย ดังนั้นผมอยากสรุปง่าย ๆ ว่าผลกระทบจากนโยบายภาษีใหม่ ของสหรัฐไม่ว่าในอีกกี่ชั่วโมงข้างหน้าจะเป็นเท่าไร อย่างไรก็ก่อผลกระทบสำคัญใน ๒ มิติ ต่อเศรษฐกิจไทย🔗
ในมิติแรกคือภาคส่งออก โดยเฉพาะที่ส่งไปสหรัฐที่หากอัตราภาษีของเราสูงกว่าคู่แข่งที่ส่งสินค้าประเภทเดียวกัน ไปยังสหรัฐเราเสี่ยงสูญเสียตลาด แต่ที่มากไปกว่านั้นภายใต้กลไกการค้าในปัจจุบัน ที่เปลี่ยนไปเน้นขึ้นภาษีระหว่างกัน การค้าโลกโดยรวมหดตัวแน่ ๆ และจะกระทบ ภาคส่งออกไทยที่จะส่งออกไปยังตลาดประเทศอื่นด้วย ในขณะที่อีกมุมหนึ่งซึ่งสำคัญ ไม่แพ้กันก็คือผลกระทบในมิติของตลาดในประเทศ ซึ่งผมเห็นว่าอาจจะร้ายแรงกว่า และส่งผลไวกว่ามิติแรกเสียอีก ซึ่งในส่วนนี้มันเกิดจาก ๒ เรื่อง คือ ๑. สินค้าจากสหรัฐที่จะ เข้ามาถล่มในประเทศเรามากขึ้น ขณะที่ในอีกมุมซึ่งมีปัญหาเป็นหัวเชื้ออยู่แล้วคือสินค้า คุณภาพต่ำราคาถูกจากหลายประเทศที่ก็มีปลายทางมายังประเทศเรา ๒ กำลังนี้ ทั้งสินค้า จากสหรัฐที่เรากำลังจะเปิดตลาดและสินค้าจากหลายประเทศ ถ้าพูดให้ชัด ๆ ก็คือสินค้า จากจีนจำนวนมากที่กำลังจะเข้ามากระทบผู้ประกอบการภายในประเทศ อันนี้เราจะเตรียม รับมืออย่างไร ตัวอย่างตารางที่ผมโชว์มาให้ท่านเห็นเราส่งออกไปสหรัฐปีหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ มีผู้ประกอบการเกี่ยวข้องประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ ราย ในนี้ เป็น SMEs ประมาณ ๒๓,๐๐๐ ราย มีแรงงานเกี่ยวข้องประมาณเกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมอยากจะย้ำว่าธุรกิจ SMEs กลุ่มนี้คือ Cream คือยอดของ SMEs ในประเทศเราแล้ว ที่เขามีกำลังในการส่งออกได้ ถ้าเรายังไม่สามารถรักษา SMEs กลุ่มนี้ไว้ได้ ไม่ต้องพูดถึง SMEs กลุ่มอื่น ๆ ที่อยู่ในประเทศ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านว่า อันนี้เป็นส่วนสำคัญ เป็นตัวชี้วัดจริง ๆ ว่า SMEs อยู่รอดได้หรือเปล่าภายใต้กลไกการค้าหรืออัตราภาษีที่เราไป เจรจามาและถ้าเจาะจง โดยเฉพาะสำหรับสินค้าเกษตรที่ไทยส่งออกไปสหรัฐและเสี่ยง สูญเสียตลาดในสหรัฐ เพราะเราอาจจะโดนภาษีคู่แข่งที่คู่แข่งเขาได้รับภาษีต่ำกว่า ตัวอย่าง ง่าย ๆ ผมยกมาแค่ ๒ รายการ ยางแผ่นรมควันวันนี้เราครองส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกา เป็นอันดับ ๑ เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อินโดนีเซียเขาอยู่อันดับ ๓ เขาได้ส่วนแบ่ง แค่ประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ถ้าวันนี้เขาได้ภาษีต่ำกว่าเราเขาก็มีโอกาสที่จะแย่งตลาดนี้ไป หรืออย่างปลายข้าว ซึ่งผมยกตัวอย่างมาให้ดูที่วันนี้เรามีส่วนแบ่งตลาด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เวียดนามมีแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเขาได้ภาษีต่ำกว่าเราเขาก็มีโอกาสที่จะแย่งตลาดเราไป อันนี้คือในมุมส่งออก ในมุมในประเทศที่ผมบอกว่าน่าจะกระทบรุนแรงกว่าและน่าจะ ส่งผลไวกว่าสำหรับผู้ประกอบการที่พึ่งตลาดในประเทศเป็นหลัก ต้องเรียนอย่างนี้ว่า ตลาดในประเทศเรากำลังจะโดนผลกระทบจากสินค้าจากสหรัฐและสินค้าจากประเทศอื่น ๆ ที่ต้องหนีตายจากสหรัฐมายังประเทศเราด้วย ตัวอย่างสินค้าหลัก ๆ เช่น เสื้อผ้า Furniture เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้ากลุ่มนี้เป็นสินค้าหลัก ๆ ที่แต่เดิมจีนก็ส่งมาหาเราเยอะอยู่แล้ว แล้วผู้ประกอบการที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้ก็ได้รับผลกระทบหนัก เจ็บหนักสู้ไม่ได้อยู่แล้ว ในอนาคตถ้ามามากขึ้นเราจะจัดการอย่างไร จากการประเมินนี่คือข้อมูลจากแบงก์ชาติ มี SMEs ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กิจการ มีแรงงานที่เกี่ยวข้อง ประมาณ ๑๐ ล้านคน หรือถ้าเฉพาะเจาะจงสินค้าเกษตรที่ชัดเจนว่าต้องอยู่ในข้อตกลง การเจรจาแน่ ๆ ยกมาแค่ ๓ ตัว หมู ข้าวโพด แล้วก็มันสำปะหลังและอ้อย ตัวอย่างเนื้อหมู หากเรานำเข้ามาจะกระทบผู้เลี้ยงขั้นต่ำ ๘๐,๐๐๐ ราย แต่ถ้าเชื่อข้อมูลตามที่ สส. ปรีติ เมื่อสักครู่นี้พูดถึงอาจจะมากถึง ๑๔๐,๐๐๐ ราย ถ้านำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กระทบเกษตรกรมากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ราย และถ้าเรานำเข้า เอทานอล ซึ่งปัจจุบันในประเทศเรานี้มีกำลังการผลิตเหลืออยู่แล้วนะครับ เราผลิตได้วันหนึ่ง ประมาณ ๑๐ ล้านลิตร เราใช้แค่ไม่ถึง ๔ ล้านลิตร ถ้าเรานำเข้ามาอีกก็มีความเสี่ยงที่จะ กระทบผู้ปลูกมันสำปะหลังและผู้ปลูกอ้อยประมาณ ๑.๒ ล้านราย เราจะดูแลพวกเขาอย่างไร ผมมีโอกาสเชิญตัวแทนสมาคมผู้เลี้ยงสุกรมาพูดคุยที่สภา เขาบอกว่าถ้าเรานำเข้าเนื้อสุกรมา ผู้ประกอบการด้านสุกรหรือผู้เลี้ยงสุกรน่าจะต้องปิดทั้งหมด รัฐบาลเตรียมการรับมืออย่างไร จากที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ผมเลยอยากจะเรียนย้ำผ่านไปยังรัฐบาลว่าการเปลี่ยนแปลงของ นโยบายภาษีสหรัฐอเมริก คือความท้าทายและความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยจริง ๆ เพราะมีผู้ประกอบการและแรงงานเกี่ยวข้องจำนวนมาก เอาเฉพาะ SMEs มากกว่า ๓ ล้านกิจการ แรงงานมากกว่า ๑๔ ล้านคน ถ้าเป็นไปตามที่ สส. เซีย ที่ติดตามเรื่องแรงงาน บอกคือมาตรา ๒๐ ล้านคน ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังพูดถึงวันนี้ไม่ใช่อัตราภาษีมากกว่ากัน ๑ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่แค่เรื่องการค้าระหว่างประเทศ แต่มันมากกว่านั้น เพราะมันหมายถึงชีวิตพี่น้องแรงงาน หมายถึงชีวิตเกษตร หมายถึงครอบครัวของคนไทย มากกว่า ๑๐ ล้านครอบครัวที่กำลังขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรากำลังคุยกันที่จะได้รับผลกระทบไปด้วย ท่านประธานครับ อัตราภาษีที่ต่างกันยังส่งผลต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนหรือ FDI ของไทย ในอนาคต เวลาเขามาลงทุนบ้านเราเขาคงไม่หวังขายแค่สินค้าในประเทศเรา เขาหวังส่งออก ไปด้วย ถ้าไทยโดนภาษีสูงกว่าคู่แข่งเวลาเราส่งไปขายสหรัฐอเมริกาแพงกว่าคนอื่นนักลงทุน ก็ย่อมไม่อยากมาตั้งโรงงานในบ้านเรา วันนี้บ้านเราจะได้เท่าไรไม่รู้ แต่เวียดนามเขาได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ได้ไปแล้วที่ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ต่างชาติเขาก็คิดว่าต่อไปเขาอยากมาลงทุนที่ไทยหรือเปล่า วันนี้มีคน ตั้งคำถามด้วยซ้ำว่าเกาหลี ญี่ปุ่น ที่วันนี้โดนภาษีแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์จากสหรัฐอเมริกาเขายัง อยากมาลงทุนบ้านเราหรือเปล่า โดยเฉพาะวันนี้ประเทศเราแรงงานราคาถูกอาจจะไม่ได้มี อีกแล้ว กฎระเบียบยุบยิบไปหมด เราจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยยังสามารถดึงดูดการลงทุน คุณภาพสูงได้ ผมว่านี่คือโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องคิด สุดท้ายที่ผมอยากฝากก็คือแนวทางการ รับมือ ผมฟังการอภิปรายของเพื่อนผมคิดว่ามีสรุปเรื่องเร่งด่วนได้ ๕ เรื่อง🔗
เรื่องแรกผมคิดว่ารัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการได้แล้วและ ควรทันการณ์ ทันที การช่วยเหลือผู้ประกอบการควรเน้น ๒ เรื่อง คือ ๑. มุ่งรักษาการจ้างงาน ในภาคธุรกิจให้ได้ ขณะเดียวกันต้องช่วย Transform หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการ ประกอบธุรกิจให้ได้ มาตรการด้านเงินทุนที่ท่านจะให้เขาที่เราพูดถึง Soft Loan วันนี้ SMEs เขาบอกว่าเขาเข้าไม่ถึง ทำอย่างไรให้มาตรการด้านเงินทุนที่ท่านบอกว่ามี SMEs เข้าถึงได้จริง ท่านต้องเข้าไปช่วยเขาก่อนที่เขาจะวิกฤติ และสุดท้ายผมชอบที่คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เสนอไว้ ผมว่ารัฐบาลควรทำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ทำอย่างไรเราถึงจะสามารถเข้าไปถึง ผู้ประกอบการที่เขาได้รับความเดือดร้อน ไม่ต้องรอผู้ประกอบการเขาเดินเข้ามาหาเรา หรือพูดง่าย ๆ คือไม่ต้องรอเขาถึง ICU ส่งมาแล้ว เราควรเข้าไปถึงเขาก่อนไป Check สุขภาพเขาก่อนว่าเราจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร🔗
ข้อ ๒ รัฐบาลต้องหาตลาดใหม่อย่างมียุทธศาสตร์จริง ๆ วันนี้จากการติดตาม กระทรวงพาณิชย์เราไม่มียุทธศาสตร์การส่งออกรายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่รับผลกระทบ จากมาตรการภาษีสหรัฐอเมริกนี้ ท่านควรมียุทธศาสตร์ที่บอกได้แล้วว่าสินค้าเหล่านี้เราควร ผ่องถ่ายไปไหน อย่างไร เมื่อไร เราควรทบทวนเอฟทีเอที่เรามีอยู่เพื่อใช้ให้มีประสิทธิภาพ มากที่สุดและ Upgrade เอฟทีเอที่มีอยู่แล้วให้สอดรับกับสถานการณ์ใหม่ ๆ หรืออย่างที่ สส. ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ พูด รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยกับประเทศต่าง ๆ มากขึ้น เพราะหลายประเทศก็ประสบปัญหาตกที่นั่งเดียวกับเรา🔗
ถัดมาเรื่องที่ ๓ รัฐบาลต้องรับมือการเพิ่มขึ้นของสินค้าทะลักจากต่างชาติ จริง ๆ แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลทำแล้ว ช่วงนี้สถานการณ์ดีขึ้นต้องยอมรับคดีขึ้นจริง ๆ แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจไทยก็หดตัวด้วย แต่ต้องบอกว่าปัญหานี้ไม่ได้หายไปไหน มันยังจ่อที่จะเข้ามาอยู่ตลอดเวลาและจะเข้ามามากขึ้น นอกจากนี้มาตรการทางการค้าต่าง ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์มี รัฐบาลมี ไม่ว่าจะเป็นมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด Anti-dumping Anti Circumvention CVD Safeguard เราก็ยังใช้น้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ🔗
ข้อ ๔ เรื่องมาตรการป้องกันสินค้าสวมสิทธิ รัฐบาลต้องจริงจังกับปัญหา สินค้าสวมสิทธิหรือปลอมถิ่นกำเนิดครับ เพราะทางสหรัฐอเมริกาเขาใช้เป็นเหตุผลสำคัญว่า เพราะมี Transshipment หรือมีสินค้าสวมสิทธิเขาเลยขึ้นภาษีเรา ในอนาคตมีความเป็นไป ได้สูง ถ้าดูจากข้อตกลงที่เวียดนามทำกับอเมริกาเขาจะคิดภาษีเรา ๒ Rate ๒ Rate หมายความว่าถ้าเป็นสินค้าที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศผลิตที่ประเทศเราจริง ๆ คิดอัตราหนึ่ง สมมุติ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเอาวัตถุดิบมาจากประเทศที่อเมริกาอาจจะไม่ปลื้มนัก ไม่ชอบนัก คิดที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เราก็ต้องเตรียมรับมือว่าเราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เราจะทำ อย่างไรให้โปร่งใส ทำอย่างไรให้สามารถอธิบายเขาได้ ขณะเดียวกันก็เป็นธรรมกับ ผู้ประกอบการ ต้องดูแลผู้ประกอบการ อาจจะมีคนไทยจำนวนมากที่นำเข้าวัตถุดิบสินค้า เหล่านั้นมาเราจะจัดการดูแลพวกเขาอย่างไร ดังนั้นนี่เป็นสิ่งที่ต้องรับมือแน่ ๆ แล้วรัฐบาล อาจจะยังไม่ได้ทำมากนัก ผมมีข้อมูลจาก The Economist ฝากผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับ เอาเฉพาะเดือนเมษายนและพฤษภาคมของปีนี้ The Economist ประเมินว่ามีสินค้าที่ต้นทางมาจากประเทศจีน แล้วมาอ้อมผ่านไทยเพื่อไปปลายทางสหรัฐ เฉพาะ ๒ เดือนนี้มูลค่าสินค้า ๑.๘ พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คือยอดที่ ถ้าพูดตามตรงคือ ถ้ารัฐบาลสหรัฐเขาเชื่อยอดนี้ อันนี้ก็คือ ยอดที่เราไม่ได้อะไรเลยนะครับ เราไม่ได้ผลิต เราไม่ได้ส่งออกจริง แต่ผลกรรมตกที่ ผู้ประกอบการไทย เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เรียนตามตรงผมเชิญกรมการค้าต่างประเทศมา กรมการค้าต่างประเทศ ดูทรงแล้วก็บอกว่าภายใต้กฎหมายเขาอาจดูแลไม่ได้ แต่ต้องเป็น เรื่องของกรมศุลกากรหรือเปล่า ผมคิดว่ารัฐบาลต้องดูเรื่องนี้ให้ชัดว่าเป็นหน้าที่ของใครแล้ว จัดการสิ่งเหล่านี้เพื่อจะได้มีคำอธิบายไปบอกยังคู่ค้าต่าง ๆ รวมถึงผู้ประกอบการได้ หรือตัวอย่างข้อมูลการออก C/O ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ปีที่แล้ว กรมการค้าต่างประเทศออกไป ๓๐๐,๐๐๐ ฉบับ มีเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ ๑๐ คน ท่านคิดว่า เราสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้มากน้อยแค่ไหนครับ นี่ยังไม่นับข้อมูลที่ออกโดย หอการค้าหรือสภาอุตสาหกรรมอีกฝั่งละประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าฉบับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ อยากฝากทางรัฐบาลให้ไปดำเนินการ🔗
สุดท้ายครับ เราพูดกันเยอะวันนี้เรื่องผลกระทบในภาคเกษตร ผมคิดว่าเรา จำเป็นต้องคิดอย่างจริงจังว่าเราจะปรับโครงสร้างภาคเกษตรอย่างไรจากการเปลี่ยนแปลง นโยบายภาษีทรัมป์ เป็นที่ชัดเจนว่าพี่น้องเกษตรกร คือคนได้รับผลกระทบหลักหรือต้องบอก ว่ามากที่สุด แม้เราจะบอก หรือรัฐบาลบอกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี่ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เรา ต้องแก้ไขปัญหาที่เรามีอยู่แล้ว ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต คำถามคือเราบอกได้ แต่เกษตรกรเขาไม่ได้ง่ายขนาดนั้นในการบอกว่าจะไปปรับ ไปทำอาชีพอื่น ไปปลูกพืชตัวอื่น ไปเลี้ยงสิ่งมีชีวิตอื่นนะครับ คำถามคือรัฐบาลเตรียมตัวสนับสนุนเรื่องนี้มากแค่ไหน ผมอยาก ยกตัวอย่างกองทุนเอฟทีเอ หรือกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรเพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนะครับ กองทุนนี้ มีมา ๒๐ ปี จุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเกษตรกรให้สามารถปรับตัวได้จากผลกระทบของเอฟทีเอ ท่านทราบไหมครับ ๒๐ ปีที่ผ่านมาเราช่วยเหลือเกษตรกรไปได้กี่โครงการ ๓๔ โครงการ ๒๐ ปี เราช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากเอฟทีเอไปได้ ๓๔ โครงการ มันฟ้องเลย ว่าเราไม่ได้เอาจริงเอาจังหรือให้ความสำคัญกับผลกระทบที่พี่น้องเกษตรกรได้รับจากเอฟทีเอ ดังนั้นผมอยากฝากรัฐบาลอย่างจริงจังครับ เราจะช่วยสนับสนุนเกษตรกรให้ผ่านความ ท้าทายนี้ไปได้อย่างไร สิ่งที่รัฐบาลควรช่วย ผมอยากย้ำนะครับ สอดคล้องกับสิ่งที่คุณณัฐพงษ์ พูดไว้ตอนเปิดญัตติก็คือ เขาไม่ได้ต้องการแค่เรื่องเงิน แต่เราควรช่วยเหลือเขาอย่างเป็น ระบบให้สอดรับกับ Supply Chain ที่ควรเป็นยุทธศาสตร์ประเทศ แล้วควรเป็นโครงการ ระยะยาว ไม่ใช่เป็นโครงการช่วยเหลือระยะสั้น ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้คือ ๕ เรื่องเร่งด่วน ที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการทันทีและทำอย่างจริงจังในระยะกลาง ระยะยาวมีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการ Reskill แรงงานให้สอดรับกับ Supply Chain หรือยุทธศาสตร์ห่วงโซ่ อุปทานใหม่ที่ไทยควรจะเป็น รวมถึงการมียุทธศาสตร์หรือวางจุดยืนประเทศไทย ทำอย่างไร ให้ในเวทีการเมือง การค้าระหว่างประเทศเราเป็น Rule shepherd ไม่ได้เป็นแต่ Rule Taker นะครับ นี่ก็เป็นโจทย์สำคัญ สุดท้ายผมคิดว่าโจทย์สำคัญที่ประเทศไทยต้องคิดร่วมกัน ก็คือเราจะวางจุดยืนหรือปรับจุดยืนหรือ Repositioning ประเทศไทย ผู้ประกอบการไทย ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลกแบบใหม่หลังจากนี้อย่างไร ก็เป็นกำลังใจให้รัฐบาล เป็นกำลังใจให้ Team Thailand โดยเฉพาะพี่น้องส่วนราชการต่าง ๆ ที่ทำงานอย่างเข้มแข็งเพื่อให้ได้ ประโยชน์มากที่สุดสำหรับประเทศเรา ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากว่าญัตติด่วนเรื่องนี้ผู้เสนอได้เสนอมาเพื่อขอให้ส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการ ซึ่งจากการที่ได้รับฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกมีความเห็น เป็นในแนวทางเดียวกันกับผู้เสนอญัตติ ท่านสมาชิกที่อยู่คัดค้านหรือไม่ครับ ถ้าไม่คัดค้าน ผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามมติจากที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดคัดค้าน ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ให้ส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่นั่งรับฟังตลอดทั้งวัน ขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาล วันนี้ เราประชุมกันมาพอสมควรแล้ว ขอปิดการประชุมครับ🔗